“ทริปสุดคุ้ม” เมื่อลุงแซมกับป้าโหน่งไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

Tokyo-Hakone-Takayama-Kamakura-Yokohama-Kyoyo-Nara-Himeji-Kobe-Fukuoka-Osaka-Hakodate-Sapporo-Nikko-Sendai-Mutsushima-Kinugawa-ฯลฯ

“ทริปสุดคุ้ม” เมื่อลุงแซมกับป้าโหน่งไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 02/07/2009 9:38 pm

[HIGHLIGHT=#ffffff]"ทริปสุดคุ้ม" เมื่อลุงแซมพาป้าโหน่งไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น [/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#ffffff]ากการลุ้นสุดตัวของพี่วุฒิและพี่เคท [/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#fdeada][FONT=Angsana New]
[/FONT][/HIGHLIGHT]
[FONT=Angsana New][COLOR=#5f497a]กำหนดการ 9 วัน (วันที่ 1-9 พฤษภาคม 2552)
[/COLOR][/FONT][FONT=Angsana New]ช่วงที่เต็มไปด้วยใบไม้สีเขียวเข้ม และชุ่มชื่นด้วยสายฝนเบาๆ ในบางวัน[/FONT]
ไฟล์แนป
?????3.jpg
ที่วัดน้ำใส เวลาบ่ายห้าโมงเย็นของวันที่ 5 พฤษภาคม 2552
?????3.jpg (60 KiB) เปิดดู 3244 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ป้าโหน่ง เมื่อ 02/07/2009 10:10 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 02/07/2009 9:54 pm

[FONT=Angsana New]วันที่ 1 พฤษภาคม 2552[/FONT][FONT=Angsana New] [/FONT][FONT=Angsana New]เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบิน [/FONT][FONT=Angsana New]UA 890 ถึงสนามบินนาริตะ 15.00 น.
[/FONT]
[FONT=Angsana New]พักที่ [/FONT][FONT=Angsana New]Khaosan Hostel ย่านอาสะกุสะ กรุงโตเกียว และเที่ยววัดเซนโซจิ ใกล้ที่พัก
[/FONT]
[JUSTIFY][FONT=Angsana New]วันที่ 2 พฤษภาคม 2552[/FONT][FONT=Angsana New] เที่ยวในกรุงโตเกียว ได้แก่ พระราชวังอิมพีเรียล หอนาฬิกาที่กินซา รูปปั้นอะชิโกะที่ชิบูย่า วัดใหญ่ในป่าใจกลางกรุงโตเกียวที่ฮาลาจูกุ และแมงมุมยักษ์ที่รปปงงิ และโอไดบะเมืองใหม่[/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Angsana New]วันที่ 3 พฤษภาคม 2552[/FONT][FONT=Angsana New] ตลาดปลา ([/FONT][FONT=Angsana New]FishMarket) และเที่ยววัดเองงะคุจิ วัดเคนโชจิ ศาลเจ้าซึรุงะโอกะ ฮาจิมังกุ (Tsurugaoka Hachimangu Shrine) วัดพระใหญ่ Daibutsu ที่คามาคุระ
[/FONT]
[FONT=Angsana New]วันที่ 4 พฤษภาคม 2552[/FONT][FONT=Angsana New] เที่ยว [/FONT][FONT=Angsana New]Hakone เมืองแห่งขุนเขา สายน้ำ ทะเลสาปและออนเซ็น แถมด้วย Shinjuku [/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Angsana New]วันที่ 5 พฤษภาคม 2552[/FONT][FONT=Angsana New] เดินเที่ยว [/FONT][FONT=Angsana New]“สวนสาธารณะอุเอโนะ” แล้วไปเกียวโต เที่ยววัดคิโยมิสึเดระหรือที่คนไทยเรียกกันว่า “วัดน้ำใส” ช้อปปิ้งที่ย่านชิโจ
[/FONT]
[/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Angsana New]วันที่ 6 พฤษภาคม 2552[/FONT][FONT=Angsana New] นั่งรถไฟชินคันเซนสุดหรูไปเที่ยวเมืองฟูกูโอกะ [/FONT][FONT=Angsana New]เดินชมห้าง Canal City ชมปราสาทฮิเมจิ แวะUniversal Studio เมืองโอซาก้า
[/FONT]
[/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Angsana New]วันที่ 7 พฤษภาคม 2552[/FONT][FONT=Angsana New] เที่ยวเมือง[/FONT][FONT=Angsana New]Takayama กลับมาชมศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha Shrine) เดินเที่ยวกิออน (Gion)[/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Angsana New]วันที่ 8 พฤษภาคม 2552[/FONT][FONT=Angsana New] เที่ยวในเมืองเกียวโต เริ่มที่ วัดคินคะคุจิ [/FONT][FONT=Angsana New]หรือวัดทอง วัดเรียวอันจิ นั่งรถไฟสายโรแมนติก ชมปราสาทโอซาก้า วัดโคฟุกุจิที่นารา[/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Angsana New]วันที่ 9 พฤษภาคม 2552[/FONT][FONT=Angsana New] ไปวัดกินคาคุจิ [/FONT][FONT=Angsana New](ไม่ได้เข้าไปด้านใน) กลับโตเกียว บินกลับกรุงเทพ UA 891
[/FONT]
[/JUSTIFY]
ไฟล์แนป
O1top.jpg
ปราสาทโอซาก้า (วันที่เต็มไปด้วยใบซากุระสีเขียวเข้ม) บ่ายสี่โมงเย็น วันที่ 8 พฤษภาคม 2552
O1top.jpg (51.2 KiB) เปิดดู 3237 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

Re: “ทริปสุดคุ้ม” เมื่อลุงแซมกับป้าโหน่งไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย olebirdy » 03/07/2009 7:27 am

เห็นหน้าป้าโหน่งแย้ว
อย่าลืม ลุงแซมด้วยนะครับ

ญี่ปุ่นเขาบอกกันว่า ได้ไปหลาย
จะได้ไปอีกครับ เชื่อผม

รูปภาพรูปภาพ
ชอบความว้าเหว่--- > จึงเสเพลรัก
The traveler sees what he sees, the tourist sees what he has come to see.
----------------------------- >..<-------------------------------------
ช่องทาง การติดต่อ OleBirdy
[FONT=Tahoma]http://www.wutkatefanclub.com/webboard/webboard/viewtopic.php?f=7&t=408&start=0[/FONT]
[FONT=Tahoma][/FONT]
ภาพประจำตัวสมาชิก
olebirdy
 
โพสต์: 3486
ลงทะเบียนเมื่อ: 11/12/2007 7:44 am

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 03/07/2009 7:40 am

[FONT=Angsana New][SIZE=150]สวัสดีค่ะพี่วุฒิพี่เคท และเพื่อนๆ ทุกคน[/FONT][/SIZE]รูปภาพ
[FONT=Angsana New]ไม่ได้เล่นเวป...นานหลายปีแล้วค่ะ...พอดีทริปนี้ถูกใจและอยากบันทึกการเดินทาง... และคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่คิดหรืออยากจะไปเอง...แต่ยังมีกังวล ลองอ่าน Tripstory ของเรา...และถ้าไปแล้วคุ้มยิ่งกว่าเราสองคนได้ยิ่งดีค่ะ...[/FONT]
[FONT=Angsana New]แล้วทริปสไตล์สบายกระเป๋าสตางค์ทริปนี้...หมดไปเท่าไร? [/FONT]

หารสองเหลือคนละ 44,020 บาท
ไฟล์แนป
H3.jpg
ที่ปราสาทฮิเมจิ บ่ายสามโมงเย็น วันที่ 6 พฤษภาคม 2552
H3.jpg (58.89 KiB) เปิดดู 3200 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

Tripstory by ป้าโหน่ง

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 03/07/2009 7:51 am

[JUSTIFY][FONT=Arial Narrow]แรกทีเดียวยกหน้าที่นี้ให้กับลุงแซมค่ะ จะเห็นลุงอ่านหนังสือท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นทั้งไทย-อังกฤษเยอะมาก (เกือบ 20 เล่ม) และก็ค้นหาข้อมูลเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่พักในอินเตอร์เนต สุดท้ายได้ราคาตั๋วเครื่องบินของ [/FONT][FONT=Arial Narrow]UA (United Airline) จากร้าน KMT ราคา 13,000 บาท เนื่องจากเป็นตั๋วที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทางร้านจึงแนะนำให้ไปขอวีซ่าให้ได้ก่อนค่อยมาออกตั๋ว จากนั้นเราก็เลยต้องมาทำเรื่องลาพักร้อนและทำหนังสือรับรองเงินเดือน เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องพร้อมสำเนา ได้แก่ หนังสือเดินทาง ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชีธนาคาร ฯลฯ เรียบร้อยแล้วก็พากันไปยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตประเทศญี่ปุ่น รอ 3 วันได้รับเอกสารวีซ่าเรียบร้อย แล้วก็ไปจัดการซื้อตั๋วเครื่องบินและทราบว่าราคาถูกลงด้วย ดีจังค่ะ
ค่าใช้จ่ายก่อนการเดินทาง ประมาณคนละ 50,000 บาท
1. ค่าทำวีซ่า คนละ 1,000 บาท รวม 2 คน เป็นเงิน 2,000 บาท[/FONT]
[/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Arial Narrow]2.ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ คนละ 12,300 บาท รวม 2 คน เป็นเงิน 24,600 บาท[/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Arial Narrow]3. ค่าตั๋ว [/FONT][FONT=Arial Narrow]JR Pass คนละ 10,000 บาท รวม 2 คน เป็นเงิน 20,000 บาท
4. ค่าห้องพักที่ต้องจ่ายล่วงหน้า 10 % ผ่านทางบัตรเครดิต
[/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Arial Narrow]5. แลกเงินไป 150,000 เยน เป็นเงิน 54,450 บาท[/FONT][/JUSTIFY]
ไฟล์แนป
caption.jpg
วันที่ 5 พฤษภาคม 2552 รถไฟชินคันเซน (สิทธิ์นี้ที่ใช้ได้ทุกวัน)
caption.jpg (59.22 KiB) เปิดดู 2839 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ป้าโหน่ง เมื่อ 18/07/2009 4:46 pm, แก้ไขแล้ว 5 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

Tripstory by ป้าโหน่ง (วันที่ 1 พฤษภาคม 2552)

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 03/07/2009 8:05 am

[FONT=Arial Narrow]วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบิน [/FONT][FONT=Arial Narrow]UA 890 ออกเดินทาง 06.50 น. ถึงสนามบินนาริตะ 15.00 น.
(เวลาที่ประเทศญี่ปุ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) จากนั้นก็เดินทางสู่กรุงโตเกียว โดยรถไฟ JR ไปที่สถานีอาสะกุสะ ขณะอยู่บนรถไฟได้พบเพื่อนคนไทย 2 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มหนึ่งมากัน 4 คน (ลูกๆ พาคุณแม่มาเที่ยว) อีกกลุ่มมากัน 2 คน (หญิงสาวสวยทั้งคู่) ไม่น่าเชื่อใช่มั๊ยค่ะว่า พักที่เดียวกันค่ะ คือ ที่ Khaosan Hostel กลุ่มคุณแม่บอกว่าจะพักที่โตเกียว 4 คืน แต่พรุ่งนี้ต้องย้ายไปพักอีกที่หนึ่ง เนื่องจากห้องพักที่นี่จองไว้ได้แค่คืนเดียว ส่วนคู่เพื่อนหญิงบอกว่าพักที่นี่ที่เดียว 7 คืนรวด อะไรจะปานนั้น (เราคิดเอง...) ส่วนคู่เราก็พักที่นี่ 4 คืนค่ะ ใช้เวลาในการเดินทางจากสนามบินนาริตะประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ต้องลงต่อรถไฟ JR อีกสาย หนึ่งเพื่อไปลงที่สถานีอาสะกุสะ (เราทำตามลุงสั่ง... แต่ก็เห็นทุกคนตรวจสอบการบ้านโดยสอบถามนักเรียน) รถไฟวิ่งต่อไปไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงที่หมาย เมื่อขึ้นจากสถานีรถไฟซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินต้องเดินข้ามสะพานสีฟ้า (จะเห็นสะพาน 3 สีเรียงกันอยู่คือ สีฟ้า สีแดง และสีเขียว) และเดินตามแผนที่ไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ถึงที่พักซึ่งเป็น Khaosan Annex หลังเช็คอินเรียบร้อยแล้ว ต้องเดินย้อนกลับมานิดหนึ่งตรงบ้านหัวมุมจะมีทางเดินขึ้นบันไดไปห้องพัก เราพักที่ชั้น 2 พอกดรหัสให้ประตูเปิดเข้าไปข้างในก็จะเห็นชั้นวางรองเท้าและมีรองเท้าไว้ให้เปลี่ยนคนละคู่ มีมุมห้องครัวรวมซักล้างขนาดย่อม ตู้เย็น กาต้มน้ำ ไมโครเวฟ ถ้วย ชาม แก้ว และมีชุดโต๊ะอาหารสำหรับ 4 คน ข้างๆ มีคอมพิวเตอร์พร้อมอินเตอร์เนตให้บริการฟรี 24 ชั่วโมง อีกมุมก็เป็นห้องส้วมและห้องอาบน้ำให้ใช้ร่วมกัน บ้านนี้มีห้องพัก 5 ห้องด้วยกันค่ะ (พักห้องละ 2 คน) พอเปิดกุญแจเข้าห้องพักก็พบว่าเราโชคดีมากได้ห้องพักทางด้านหน้าสามารถเปิดรับแสงจากธรรมชาติได้เต็มที่ ภายในห้องมีเตียง 2 ชั้น (นอนคนละชั้น) พร้อมที่นอนและผ้าห่มนุ่มๆ ข้างๆ จะมีผ้าปูที่นอน ผ้ารองผ้าห่ม และปลอกหมอนขาวสะอาดเกรดเดียวกับโรงแรมห้าดาววางไว้ให้เราจัดการเอง และพอวางกระเป๋าเรียบร้อยแล้วแทบจะยืนได้ทีละคนแคบจริงๆค่ะ หลังจากจัดเก็บของเรียบร้อยแล้วก็เลยชวนกันไปเดินเที่ยวรอบๆ จุดหมายไม่ไกลนักนั่นก็คือวัดเซนโซจิ วัดดังย่านอาสะกุสะ จากที่พักเราต้องเดินข้ามสะพานแดงเสร็จแล้วก็มองหาแผนที่ทางไปวัด ระหว่างนี้เราได้ชื่นชมสิ่งใหม่ๆ รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นสายน้ำที่ใสสะอาดในแม่น้ำ
[/FONT][FONT=Arial Narrow]Sumida เรือสำราญที่กำลังแล่นไปช้าๆ ขบวนรถไฟยาวเหยียดที่มองเห็นไกลๆ และทางขึ้น-ลงรถไฟฟ้าใต้ดิน ได้เห็นผู้คนจำนวนมากทั้งวัยรุ่น กลางคนและสูงวัย รอสัญญาณไฟเขียวข้ามถนนที่ทางม้าลาย นอกจากนี้ก็มีคนขี่รถจักรยาน คนจูงหมา คนขี่จักรยานพร้อมน้องหมาน่ารักในตะกร้า รถยนต์ที่นี่มีไม่มาก (ไม่เหมือนบ้านเรา...รถเยอะมาก !!) จากนั้นเราก็เดินข้ามถนนและคิดว่าทางเข้าวัดน่าจะเข้าได้หลายทางไปทางไหนก็น่าจะได้ก็เลยเดินไปเรื่อย จนเกรงว่าอาจจะหลงเราจึงได้ขอความช่วยเหลือจากคุณลุงท่านหนึ่งในชุดสูทสีเทากำลังล๊อกรถจักรยาน (ซูมิมาเซ...) ชี้ที่รูปวัดในหนังสือที่เราถือมา คุณลุงท่าทางใจดีท่านบอกว่าเรามาผิดทางแล้วเดี๋ยวให้เดินย้อนตามมาก็แล้วกัน ระหว่างนั้นเราก็เดินตามไปแต่ไม่รีบ และก็ไม่ได้คิดว่าท่านรอเราอยู่ นึกถึงคำพูดที่พี่วุฒิพี่เคทบอกไว้ว่าชาวญี่ปุ่นจะให้การช่วยเหลือกับนักท่องเที่ยวดีมาก จริงค่ะ... คุณลุงรอส่งเราเข้าซอยและมองตามอยู่พักหนึ่งเพื่อให้แน่ใจ ที่วัดเซนโซจิ เราได้ถ่ายรูปกับโคมแดงขนาดใหญ่หน้าวัด ประตูทางเข้าวัด และเจดีย์ 5 ชั้น ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืนที่สวยงามมาก ที่นี่เราแอบอิจฉาหนุ่มฝรั่งอารมณ์ดีคนหนึ่งที่ยืนวาดรูปเจดีย์ 5 ชั้น โดยใช้สีเทียนระบายอย่างรวดเร็วได้รูปที่ดูสบายๆ (นึกถึงความสุขของเด็กอนุบาล...เมื่อนานมาแล้ว) และคงเป็นความทรงจำที่ดีมากค่ะ ดูได้จากรูป... ภายในวัดช่วงนี้อยู่ระหว่างการบูรณะซ่อมแซมจึงเห็นโครงเหล็กมากมายครอบวัดไว้ เราถ่ายรูปเพียงพอแล้วก็เดินดูของที่ระลึกที่จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเรื่อยมาทางหน้าวัด จากนั้นก็มองหาร้านอาหาร และก็มาลงตัวที่ร้านราเมนร้อนๆ ด้วยเห็นมีคนนั่งทานเยอะมากตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินผ่าน ร้านนี้สั่งอาหารไม่ยากค่ะสามารถเลือกเมนูอาหารพร้อมราคาจากภาพที่ตั้งอยู่หน้าร้านโดยจำรหัสและมาจ่ายเงินที่ตู้ซึ่งจะได้ตั๋วใบเล็ก (อย่าลืมเงินทอนนะค่ะ) ยื่นตั๋วให้แม่ครัวพร้อมทั้งเลือกว่าจะเอาเส้นอะไร อูด้งหรือโซบะ จากนั้นก็นั่งดูแม่ครัวปรุงอาหารจากครัวที่ดูทันสมัยและสะอาด ส่วนน้ำดื่มมีให้เติมได้เองเต็มที่ วันนี้เราสั่งราเมนคนละชามเลือกเส้นคนละแบบรสชาดอร่อยพอๆกับโออิชิราเมนที่ห้างเซ็นทรัลบ้านเราแต่ปริมาณน้อยกว่า ออกจากร้านมาก็เจอะกับน้องคนไทยอีก 5 คน (ต้องขอโทษมากๆ ด้วยค่ะ...เจอกันบ่อยได้คุยกันแต่จำชื่อไม่ได้) พักที่เดียวกัน แต่มาถึงช้ากว่าราวหนึ่งชั่วโมง เพราะมากับโปรโมชั่นของการบินไทย “รักคุณเท่าฟ้า” และก็มีแซวว่าพี่ได้ตั๋วมาถูกกว่า... กำลังมองหาว่าจะกินอะไรดีเราก็เลยแนะนำร้านนี้ซะเลย ออกจากร้านเกือบ 3 ทุ่ม ยังไม่รู้จะไปไหนดีเลยชวนกันกลับที่พัก...วันนี้เป็นวันแรกควรเก็บแรงไว้บ้าง แต่ระหว่างทางก็อดแวะไม่ได้เห็นลมเย็นๆ สบายๆ เลยนั่งพักหน้าร้านซักผ้าหยอดเหรียญ แล้วก็คิดได้ว่าถ้ามีโอกาสมาเที่ยวญี่ปุ่นอีกจะไม่บ้าหอบฟางแล้ว..มาซักที่นี่ดีกว่า แล้วร้านข้างๆนี้ให้บริการอะไรน๊า... เห็นมีคนเดินเข้าออกเรื่อยๆ พอเข้าไปดูภายในร้านจะเห็นเป็นพื้นไม้ยกระดับเล็กน้อยและที่ผนังซ้าย-ขวามีช่องเล็กๆ ด้านละกว่า 40 ช่อง แต่ละช่องใช้เก็บรองเท้าแน่นอน พร้อมล๊อกแบบง่ายๆ โดยยกแผ่นไม้สี่เหลี่ยมขนาดเท่าฝ่ามือออกติดตัวไปด้วย เท่านี้ก็ล็อกได้แล้ว (ลองมาแล้วค่ะ) ข้างซ้ายมีรูปผู้ชายและข้างขวามีรูปผู้หญิง อย่างนี้รองเท้าก็ถูกเก็บแยกชายหญิงไว้อย่างเรียบร้อยและไม่หาย (เพราะต้องรับผิดชอบแผ่นไม้เอง) โรงเรียนหลายแห่งในเมืองไทยที่ให้นักเรียนถอดรองเท้าน่าจะลองลงทุนทำอย่างนี้บ้าง (คงหมดไม่เท่าไหร่...เพราะระบบล็อกก็เป็นกลไกง่ายๆ) แต่นักเรียนจะได้ในเรื่องความเป็นระเบียบและความรับผิดชอบนี่ด้วยสิ... ตกลงร้านนี้ให้บริการอาบน้ำค่ะ...เพราะเห็นทุกคนออกมาแบบสดชื่น แถมบางคนมาพร้อมกับขันน้ำและหมวกอาบน้ำ แต่จะออนเซนด้วยหรือไม่ ไม่ทราบค่ะ เพราะไม่ได้ไปลองใช้บริการ ร้านถัดไปเป็นร้าน100เยน ที่นี่เราแวะซื้อน้ำดื่มขวดใหญ่ น้ำผลไม้ ขนม และ ข้าวปั้นเห็ดหอมลดราคา...ได้กินข้าวบ้างคงทำให้นอนหลับง่ายขึ้น กลับถึงที่พักเห็นแหม่ม 2 คนนั่งเล่นอินเตอร์เนตอยู่ คุยด้วยถึงรู้ว่าเป็นชาวแคนาดามาท่องเที่ยวกัน และกำลังจะออกไปหาอะไรทานกัน ระหว่างนั้นเราจึงได้นำเครื่องดื่มที่ซื้อมาจัดใส่ตู้เย็นและหยิบข้าวปั้นมาแบ่งกันกิน ขณะเดียวกันก็ลองเข้าอินเตอร์เนตและส่งเมล์ให้พี่ๆน้องๆที่ทำงาน โอ้โฮ ! ใช้ได้แฮะ อ่านภาษาไทยได้ด้วย แต่พิมพ์ภาษาไทยไม่ได้ ต้องเมล์เป็นภาษาอังกฤษ สักพักแหม่มกลับมา เกือบห้าทุ่มแล้วเราไปอาบน้ำและเข้านอนกันดีกว่า...
[/FONT][JUSTIFY][FONT=Arial Narrow]ค่าใช้จ่ายวันที่ 1 รวม 23,620 เยน[COLOR=#000000] [/FONT][/COLOR][/JUSTIFY][FONT=Arial Narrow]- ค่ารถไฟจาก NARITAAirport-[/FONT][FONT=Arial Narrow]ASAKUSA Station คนละ 1,060 เยน เป็นเงิน 2,120 เยน
- ค่าที่พักที่
[/FONT][FONT=Arial Narrow]Khaosan Annex คนละ 2,500 เยนต่อคืน พักที่นี่ 4 คืน เป็นเงิน 20,000 เยน
- ค่าอาหารเย็นที่ร้านหัวมุม ราเมง 2 ชาม เป็นเงิน 750 เยน
- น้ำ ขนมปัง ข้าวปั้นที่ร้าน 100 เยน เป็นเงิน 750 เยน
[/FONT]
ไฟล์แนป
A2.jpg
วัดเซนโซจิ อาสากุสะ วันที่ 1 พฤษภาคม 2552
A2.jpg (58.69 KiB) เปิดดู 3193 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ป้าโหน่ง เมื่อ 08/07/2009 1:10 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

Re: “ทริปสุดคุ้ม” เมื่อลุงแซมกับป้าโหน่งไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย birdchan » 03/07/2009 11:06 am

สวัสดีครับ ป้าโหน่ง
ผมโจนะครับ (ที่คุยกันในโทรศัพท์ไงครับ รูปภาพ)
จะบอกว่า ถ่ายรูปสวยมากๆๆๆๆๆๆๆ โดยเฉพาะ ปราสาทโอซาก้า กับ ฮิเมจิ อึ้งไปเลยครับ

ไปรอบนี้ถ่ายมากี่รูปครับ?...ถึงหมื่นไหมครับ?
ป้าโหน่ง เคยดูหน้านี้ไหมครับ http://www.wutkate.com/webboard/infocus.php เป็นหน้าแรกของเว็บบอร์ดเรา จะรวมกระทู้เด่นๆไว้ครับ ผมขอโปรโมทของป้าโหน่งไปเลยนะครับ
ด้านล่างนี้เป็น banner ของป้าโหน่ง+ลุงแซมครับ

รูปภาพ


เขียนต่ออีกนะครับ มันส์ดีครับ รูปภาพ

โจครับ
ปล.พี่ครับ..ตัวหนังสือ ถ้าพี่ไม่อยากให้มันทับกันให้ใช้ขนาด "3" จะเหมาะที่สุดครับ
birdchan
 
โพสต์: 0
ลงทะเบียนเมื่อ: 21/02/2011 12:13 pm

Re: “ทริปสุดคุ้ม” เมื่อลุงแซมกับป้าโหน่งไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย littlekopoat » 03/07/2009 5:50 pm

สวัสดีครับ แวะมารับชม และรับข้อมูลครับ รูปภาพ
littlekopoat
 
โพสต์: 859
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/04/2008 9:16 am

Tripstory by ป้าโหน่ง (วันที่ 2 พฤษภาคม 2552)

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 03/07/2009 6:01 pm

[FONT=Book Antiqua]สวัสดีค่ะคุณโจ Tripstory เตรียมไว้แล้ว...แต่มีปัญหาเรื่องโพสต์ที่ยังไม่ถนัด แถมเครื่องที่บ้านช้ามากๆ [/FONT]
[FONT=Book Antiqua]เรื่องเล่ายาวนะค่ะ.. ไม่ว่ากัน [/FONT]รูปภาพ
[FONT=Book Antiqua]วันที่ 2 พฤษภาคม 2552 เราตื่นนอนเพราะมองเห็นความสว่างของธรรมชาติผ่านทางหน้าต่าง ขณะที่นาฬิกายังไม่ปลุกเลย ดูนาฬิกาตีสี่ครึ่ง โอ้โฮ...ตีสี่ครึ่งสว่างขนาดนี้เลยหรือ แล้วจะลุกหรือนอนต่อดีน่ะนอนต่อดีกว่าอยู่แล้ว แต่ไม่นานก็มีคำสั่งให้รีบไปล้างหน้าอาบน้ำเพราะห้องน้ำว่าง พูดถึงที่พักที่นี่ชอบอ่างล้างหน้าเป็นพิเศษค่ะ เพราะเป็นอ่างสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่สีชมพูหวาน 2 อ่างวางคู่กันพร้อมกระจกบานใหญ่ไฟสว่างและมีชั้นเล็กๆ ที่วางสบู่ ครีมทาผิว ไดร์เป่าผม ส่วนในห้องอาบน้ำจะเป็นอ่างสี่เหลี่ยมทรงสูงมีน้ำอุ่นที่สามารถปรับให้ร้อนได้ทันใจ ห้องส้วมที่นี่เป็นแบบชักโครกทันสมัยมีปุ่มสร้างอารมณ์พร้อมล้างที่เลือกกดสั่งได้เลย การเลือกห้องพักครั้งนี้ต้องชมลุงคะเลือกได้ราคาที่ถูกใจ สะอาดและสะดวกด้วยค่ะ เช้าก่อนออกเดินทางเราสามารถจัดการกับอาหารเช้า ได้แก่ โอวัลติน กาแฟ ขนมปังและซีเรียลแพ็คซองที่เตรียมมาจากเมืองไทย ทำให้เราผ่านมื้อเช้าไปได้อย่างง่ายดาย หกโมงตรงเราออกจากที่พัก ระหว่างนั้นก็มีแขก (ฝรั่ง) ที่เพิ่งจะมาพักสองคนกำลังรับฟังการแนะนำเรื่องที่พักจากผู้ดูแลหนุ่มชาวญี่ปุ่น วันนี้เราวางแผนจะซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินแบบใช้ทั้งวันขึ้นได้ทุกขบวนราคา 1,000 เยนต่อคน เป้าหมายของเราคือโตเกียวชั้นใน ได้แก่ พระราชวังอิมพีเรียล หอนาฬิกาที่กินซา รูปปั้นอะชิโกะที่ชิบูย่า วัดใหญ่ในป่าใจกลางกรุงโตเกียวที่ฮาลาจูกุ และแมงมุมยักษ์ที่รปปงงิ (แผนฯ นี้อยู่ในใจลุงค่ะ...ป้าตามลูกเดียวแบบคนที่ไม่ยอมทำการบ้านมาเลย) เช้านี้เราเดินข้ามสะพานแดงเพื่อมาที่สถานีรถไฟใต้ดินอาสะกุสะซื้อตั๋วเหมาตามที่วางแผนไว้ แรกทีเดียวเจ้าหน้าที่จัดการซื้อให้อย่างรวดเร็วเป็นแบบเหมารวมรถ [/FONT][FONT=Book Antiqua]JR
ด้วย ราคา 1,580 เยนต่อคน ตรวจสอบแล้วไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของเราจึงได้ทำความเข้าใจและอธิบายกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งแล้วท่านก็คืนเงินให้อย่างง่ายดายค่ะ (ทีแรกก็ไม่แน่ใจ จะได้คืนมั๊ย... !) แล้วเราก็มาซื้อเองจากตู้ขายตั๋วเพราะพอจะเข้าใจวิธีซื้อแล้ว พอดีก็มีเพื่อนคนไทยที่เราเจอเมื่อคืนนี้ซื้อตั๋วไปลงอูเอโน่ราคา 160 เยน เพื่อไปต่อรถ JR ซึ่งน้องเค้าเริ่มใช้ JR PASS วันนี้เป็นวันแรกแล้วค่ะก็ประหยัดค่าตั๋วไป แต่เราต้องรอใช้วันพรุ่งนี้ค่ะ (ทีแรกเจอน้องดีใจมากกะว่าจะได้เพื่อนไปเที่ยวพร้อมๆ กัน แต่แล้วก็ไม่ใช่) ที่นี่เราได้แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินมา 1 แผ่น ให้ลุงดูคนเดียวค่ะ ไม่กล้าถามมากกลัวถูกดุ (ไม่เตรียมตัวแล้วยังจะทำให้เค้ายุ่งอีกตามๆ เค้าไปแล้วกัน...)
[/FONT]
ไฟล์แนป
Imp1.jpg
ระหว่างทางเดินไปพระราชวัง วันที่ 2 พฤษภาคม 2552 (เวลาแปดโมงเช้า)
Imp1.jpg (58.7 KiB) เปิดดู 3116 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ป้าโหน่ง เมื่อ 03/07/2009 9:19 pm, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

Tripstory by ป้าโหน่ง (วันที่ 2 พฤษภาคม 2552 _ต่อ)

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 03/07/2009 6:06 pm

[JUSTIFY][FONT=Book Antiqua]เริ่มเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน [/FONT][FONT=Book Antiqua]Ginza Line สายสีเหลือง จาก G 19 คือ สถานี Asakusa ไปลงที่ G12 คือ สถานี Mitsukoshimae [/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Book Antiqua]แล้วต่อ ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Z คือชื่อย่อของ Hanzomon Line สายสีม่วง โดยที่ Z 09 คือ สถานีเดียวกันกับ G12
แต่เนื่องจากเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินคนละสายกัน หลักการก็คือรถไฟฟ้าใต้ดินที่เป็นคนละสายจะอยู่กันคนละชั้นค่อนข้างแน่นอน
[/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Book Antiqua]เพื่อความไม่ประมาทควรมองหาป้ายสัญลักษณ์ก่อนทุกครั้ง ที่ Z08 จะเป็นสถานี Otemachi ที่นี่จะเป็นศูนย์รวมรถไฟฟ้าใต้ดินถึง 5 สถานี (ตามแผนที่) [/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Book Antiqua]เราต้องมาต่อสายสีเขียวคือ Chiyoda Line ที่ C 11 เพื่อต่อไปยัง C 09 คือ สถานี Hibiya
จากที่นี่เราสามารถเดินขึ้นไปชมพระราชวังอิมพีเรียล แต่เพื่อจะได้ขึ้นไปไม่ผิดทาง เราได้สอบถามกับน้องคนสวยถึงสองคนด้วยกัน (ซูมิมาเซ...และปิดท้ายด้วย...อริกาโตะ) เสียดายด้วยความเกรงใจและท่าทางเร่งรีบของพวกเธอจึงไม่ได้ขอถ่ายรูปด้วย แต่อยากบอกว่าสาวญี่ปุ่นสวยน่ารักค่ะ โดยเฉพาะสองคนนี้ทำให้คิดได้ว่าลุงคงตั้งใจเลือกที่จะถามทางกับสองคนนี้แน่ๆเลย น่าตีจริงๆ เราถึงจุดชมสะพานก่อนแปดโมงเช้าค่ะ ยังมีผู้คนมาออกกำลังกายด้วยการวิ่ง สักพักก็เจอทัวร์หลายกลุ่มส่วนใหญ่เป็นทัวร์คนจีน เรานั่งพักทานขนมชมบรรยากาศรอบๆ ถ่ายรูปเรื่อย ไกลออกไปก็จะเห็นโตเกียวทาวเวอร์ ลุงถามว่าอยากไปมั๊ยเราบอกว่าไม่ต้องไปก็ได้เห็นแค่นี้ก็พอแล้ว อยากเห็นชีวิตผู้คนที่นี่มากกว่า
[/FONT][/JUSTIFY]
ไฟล์แนป
Imp.jpg
พระราชวังอิมพีเรียล
Imp.jpg (57.89 KiB) เปิดดู 3116 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ป้าโหน่ง เมื่อ 03/07/2009 9:25 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

Tripstory by ป้าโหน่ง (วันที่ 2 พฤษภาคม 2552 _ต่อ)

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 03/07/2009 6:16 pm

[FONT=Book Antiqua]แล้วลุงบอกว่าได้เลยงั้นต้องที่กินซ่าย่านหรูใจกลางกรุงโตเกียว ว่าแล้วก็กลับไปที่สถานีเดิมและขึ้นรถไฟ [/FONT][FONT=Book Antiqua]Hibiya Line ที่ H 07 ไปยัง H 08 ถึงสถานีกินซ่า (Ginza) เดินขึ้นไปโผล่ที่ถนนตรงสี่แยกซึ่งจะมองเห็นตึกของห้างร้านที่มีอยู่หลากหลาย ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา แล้วอะไรที่ทำให้หลายคนต้องมาที่นี่ ลุงบอกว่านั่นไงหอนาฬิกาขนาดใหญ่ที่อยู่บนยอดตึกทรงยุโรปคือสัญลักษณ์ของที่นี่ นอกจากนี้ก็มีห้าง Wako มีป้ายโฆษณาที่เจิดจ้าขนาดกลางวันก็ยังเห็นได้ชัดและโชว์รูมรถนิสสัน เรานั่งอยู่ตรงสี่แยกรอลุงถ่ายรูปสักพัก และก็อิจฉาคนที่นี่หลายคนที่จูงน้องหมาพาไปไหนต่อไหนด้วย จากนั้นก็เดินข้ามไปอีกฝั่งไปดูว่าตำรวจที่ป้อมเค้าทำอะไรกัน ส่วนใหญ่ก็ตอบคำถามนักท่องเที่ยวค่ะ ที่นี่ได้ชื่นชมร้านดอกไม้ซึ่งจัดดอกไม้ไว้สวยงามมาก ดอกไม้ที่ร้านนี้ค่อนข้างคุณภาพดี พิจารณาจากรูปลักษณ์ของดอกไม้และการจัดแต่ง พร้อมทั้งราคาที่ค่อนข้างแพงมากจนคิดไปว่าหนุ่มหล่อคนไหนน่ะที่จะซื้อดอกไม้จากร้านไฮโซนี้ซึ่งก็คงถูกใจคนรับด้วย แรกทีเดียวเรารู้สึกติดใจเจ้าของร้านที่เป็นหญิงสาวรูปร่างผอมสูงแต่งกายทะมัดทะแมงในโทนสีขาวดำ (เป็นโทนสีที่อินเทรนด์มากสำหรับคนที่นี่) เธอยิ้มเป็นเชิงอนุญาตเมื่อเห็นเราถ่ายรูปดอกไม้ในร้านของเธอ ซึ่งปกติร้านดอกไม้ส่วนใหญ่มักไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป จากนั้นเราก็เดินเข้าร้านค้าเล็กๆ หลายร้านที่ขายของใช้และเครื่องสำอาง เดินดูไปเรื่อยๆ พอถึงสี่แยกก็ย้อนกลับมาที่เดิมเพื่อเดินลงไปสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงบันไดมาก็เห็นร้านขายซูชิที่มีคนนั่งทานพอสมควร เดินมองรอบร้านแล้วก็ตัดสินใจว่ามื้อกลางนี้ฝากท้องไว้ที่นี่แล้วกัน ว่าแล้วก็เข้าไปนั่งและเลือกทานแบบจานซูชิวิ่งผ่านหน้าจะกินจานไหนก็หยิบได้เลยมีราคามาพร้อม ส่วนอีกแบบก็จะเป็นการสั่งตามเมนู ที่ร้านนี้จะมีน้ำทั้งร้อนและเย็นให้กดดื่มได้เอง เมื่อเลือกซูชิแล้วก็ต้องมีวาซาบิ คงต้องเป็นขวดนี้แน่นอนวาซาบิแบบผงเหยาะลงในโชหยุ ชิมแล้วชิมอีกก็ยังไม่ได้รสชาดของวาซาบิ เอ...มันยังไงน๊า สุดท้ายพนักงานก็มาบอกว่าไอ้ที่คุณเหยาะอยู่นั่นคือชาเขียวไว้เติมในน้ำร้อนครับ ส่วนวาซาบิก็เหมือนที่เมืองไทยเราค่ะ อยู่ในกระปุกที่วางข้างๆ จานซูชิ ไม่รู้จริงๆ...เลยได้กินซูชิรสชาเขียวไปหลายคำ แปลกดี ชิมไป 7 จานก็อิ่มแล้วค่ะ ค่าอาหารไม่แพง จานละ 137 เยนรวมแล้วไม่ถึง 1,000 เยน อิ่มท้องแล้วก็ไปได้ [/FONT]
ไฟล์แนป
Ginza2.jpg
ย่านกินซ่า
Ginza2.jpg (57.36 KiB) เปิดดู 2834 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ป้าโหน่ง เมื่อ 18/07/2009 4:57 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

Tripstory by ป้าโหน่ง (วันที่ 2 พฤษภาคม 2552_ต่อ)

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 03/07/2009 9:47 pm

[JUSTIFY][FONT=Book Antiqua][SIZE=130][FONT=Angsana New]ลุงบอกว่าจะพาไปดูรูปปั้นสุนัขฮาชิโกะ ที่ชิบูย่า ขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีกินซ่า มองหาสายสีเหลือง [/FONT][FONT=Angsana New]Ginza Line เริ่มที่ G 09 นั่งนับไป 8 สถานี ถึง G 01 สถานี Shibuya
แล้วก็เดินขึ้นไปข้างบนตึกสูง[/FONT]
[FONT=Angsana New]มองลงมาเห็นฝูงชนใหญ่มากรอข้ามถนนที่สี่แยกซึ่งมีทางม้าลายหกทางด้วยกันคือ ทางม้าลายตามแยกแต่ละด้านและจากมุมตรงข้าม ส่วนรถยนต์มีไม่มาก ผู้คนส่วนใหญ่คงเดินทางโดยรถไฟฟ้าเพราะสามารถนำฝูงชนมาได้ครั้งละมากๆ มองลงไปเหมือนกองทัพมดยังงัยยังงั้นค่ะ...นี่ละค่ะย่านชิบูย่า ([/FONT][FONT=Angsana New]Shibuya) [/FONT][/SIZE][/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Book Antiqua][SIZE=130][FONT=Angsana New]ลงมาก็พบกับผู้คนมากมาย มีเวทีแสดงของนักร้องวัยรุ่นชายและหญิง มีรถจัดนิทรรศการจอดอยู่ ขึ้นไปบนรถก็เจอน้องสาวน่ารักสองคน [/FONT][/SIZE][/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Book Antiqua][SIZE=130][FONT=Angsana New]ลุงขอให้เราถ่ายรูปกับน้องเค้าโดยชูสองนิ้ว น้องก็ชูตาม แล้วเราก็รู้ว่าภาษามือที่สื่อว่าขอถ่ายรูปด้วยคือท่าชูสองนิ้วนี่เอง แล้วก็มองหารูปปั้นสุนัขฮาชิโกะยอดกตัญญูจนมีรูปปั้นเป็นสัญลักษณ์ที่คนต่างบ้านต่างเมืองอย่างเราต้องพากันมาดู ถามหาจนเจอและได้ถ่ายรูปสมใจแถมลุงยังตาไวเห็นน้องสาวคนสวยสองคนก็เอาอีกแล้ว ต้องสาระแนไปขอถ่ายรูปให้ตากล้องตาดีคนนี้อีก ช่างคอนทรัสกันจริงๆ เลยยืนห่างๆ แล้วกันเผื่อจะตัดรูปเราออกไปจะได้ไม่เสียหาย เฮ้อ...น่ากลุ้มแทนมั๊ยค่ะ!!
จากนั้นก็ลองเดินเข้าไปในห้างหรูบ้างเป็นแผนกอาหาร กำลังอยากกินไอศรีมพอดี !ลองตรวจสอบราคาอาหารที่วางขายส่วนใหญ่พอคิดเป็นเงินไทยแล้วแพงมากค่ะ อ้าว! เจอร้านน้ำผลไม้ปั่นพอจะแทนไอศรีมได้ เห็นภาพสวยๆ รูปอโวกาโดกับกล้วยหอมราคา 400 เยน เอาแบบนี้แล้วกัน จ่ายเป็นคูปองค่ะแต่น้องคนขายเค้าจัดการให้หมด สมใจค่ะได้น้ำปั่นธรรมชาติคือมีแต่อโวกาโดกับกล้วยหอมล้วนๆ (หวานมันหน่อยก็คงดี…) [/FONT]
[/SIZE][/FONT][/JUSTIFY][JUSTIFY][FONT=Book Antiqua][SIZE=130][FONT=Angsana New]...[/FONT][/SIZE][/FONT][FONT=Book Antiqua][SIZE=130][FONT=Angsana New]รูปภาพ (มีรูปเดียว...เลยแถมรูปสาวๆญี่ปุ่นมาให้ชมด้วยค่ะ)...[/FONT][/SIZE][/FONT][/JUSTIFY]
ไฟล์แนป
shibuya.jpg
ชืบูย่า
shibuya.jpg (59.17 KiB) เปิดดู 2831 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ป้าโหน่ง เมื่อ 18/07/2009 5:01 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

Tripstory by ป้าโหน่ง (วันที่ 2 พฤษภาคม 2552_ต่อ)

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย ป้าโหน่ง » 03/07/2009 10:00 pm

[JUSTIFY][FONT=Angsana New]แล้วจะไปไหนต่อค่ะ[/FONT][FONT=Angsana New]? ลุงบอกว่าจะพาไปดูวัยรุ่นหลุดโลกเยอะยิ่งกว่านี้อีก ที่นั่นก็คือ ฮาราจูกุ (Harajuku)
โดยรถไฟสายสีน้ำตาลชื่อ Fukutoshin Line นั่งไป 1 ป้าย จาก F 16 ไปที่ F15 สถานี Meiji-jingumae
ที่นี่เราเดินผ่านวัยรุ่นหญิงเข้าแถวเรียงหน้ากระดาน 3 แถวยาวเหยียดมากและมีหนุ่มถือป้ายบอกให้รู้ว่าท้ายแถวอยู่ตรงนี้น่ะ สอบถามดูทราบว่าคนที่เข้าแถวนี้เพื่อรอเข้าห้างซึ่งเป็นห้างเปิดใหม่ขายชุดชั้นในสตรีคาดว่าจะมีรายการลดแลกแจกแถมเลยมีผู้สนใจมากต้องจัดแถวเพื่อให้สามารถเข้าห้างได้อย่างมีระเบียบ [/FONT]
[FONT=Angsana New]จากนั้นเราก็เดินต่อถึงตรงคอสะพานข้ามถนน ที่นี่ได้เห็นสาวน้อยพร้อมเพื่อนสัตว์หลายชนิด ได้แก่ ลิง หมี หมีแพนด้า พากันร้องเพลงเต้นรำ ข้างๆก็มีกลุ่มเพื่อนทั้งชาวญี่ปุ่นและฝรั่งหลายคนช่วยเชียร์แถมยักย้ายส่ายตัวไปกับเสียงเพลง เราเองยังรู้สึกสนุกด้วยค่ะ ยืนฟังสักพักก็จบเพลงพอดี [/FONT][/JUSTIFY]
ไฟล์แนป
Haraju.jpg
วัยรุ่นที่ฮาลาจูกุ
Haraju.jpg (58.71 KiB) เปิดดู 3107 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าโหน่ง
 
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 30/06/2009 5:57 pm

Re: “ทริปสุดคุ้ม” เมื่อลุงแซมกับป้าโหน่งไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย birdchan » 06/07/2009 10:21 am

คนกำลังตามๆ อยู่ดีๆ...หายไปเลยครับป้าโหน่ง...
หายไปไหนแล้วอ่ะครับ?....เพิ่งวันที่ 2 เองอ่า??

โจครับ
birdchan
 
โพสต์: 0
ลงทะเบียนเมื่อ: 21/02/2011 12:13 pm

Re: “ทริปสุดคุ้ม” เมื่อลุงแซมกับป้าโหน่งไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย olebirdy » 06/07/2009 10:26 am

นั่นนะซิ แค่บอกตัวอักษร อ่านยากหน่อยเดียว
แต่ ผมว่าน่าติด วันหยุดยาว ใครจะมาพวกเรา
ละครับ นั่งเฝ้าหน้า คอม ทั้งวัน ....
ของผม รีวิว ยังไม่ได้ เข้าวันแรกเลย

รออ่านอยู่นะครับ
ชอบความว้าเหว่--- > จึงเสเพลรัก
The traveler sees what he sees, the tourist sees what he has come to see.
----------------------------- >..<-------------------------------------
ช่องทาง การติดต่อ OleBirdy
[FONT=Tahoma]http://www.wutkatefanclub.com/webboard/webboard/viewtopic.php?f=7&t=408&start=0[/FONT]
[FONT=Tahoma][/FONT]
ภาพประจำตัวสมาชิก
olebirdy
 
โพสต์: 3486
ลงทะเบียนเมื่อ: 11/12/2007 7:44 am

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง ญี่ปุ่น

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

cron