• Advertisement

อยากเล่า แต่ไม่อยากเมา

Ubud-Kuta-Tanah Lot-Uluwatu-Taman Ayun-Besakih-Gunung Batar-Tampak Siring-Tirta Empul-Kintamani-Gunung Kawi-Ulun Danu Bratan-Klungkun-Goa Lawah-Goa Gajah-Sanur-Nusa Dua-Lovina-Gitgit-Etc..

อยากเล่า แต่ไม่อยากเมา

โพสต์ #1  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย kungreat » 06/10/2009 3:08 pm

อยากเล่า  อยากโพสต์  
บาลี - ชวา -บาลี  = เมษา  ณ  บาหลี
ความจริงแล้วเมษา   52   มีแผนที่จะไปเที่ยวเถลไถล   ไม่จีนก็อินเดีย  แต่ไทยแอร์เอเชียทำเอาอดใจไม่ไหวกับโปรกรุงเทพ – บาหลี  999  บาท  ค่อย ๆ  พรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดทำการจองในบัดดล โดยทำการหักบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายกับธนาคารไทยพาณิชย์  เป็นเงิน  3,840 ซึ่งรวมทั้งค่าทางด่วนขึ้นเครื่องก่อน ค่าของเกินพิกัด  ค่าเลือกที่นั่ง และค่าประกัน เป็นอาทิ    เบ็ดเสร็จ  3,840  บาท  เป็นราคาตั๋วไป – กลับ ส่วนไปไม่กลับจะได้รับเงินเป็นค่าสินไหมทดแทนจำนวนเท่าไรไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ  ทางบ้านสบายใจไทยแลนด์แอนด์แฮปปี้     
สำหรับการเดินทางในครั้งนี้โดยเริ่มแรกได้ตั๋วโปรโมชั่นของ  one-to-go
   ราคา  999  บาทต่อเที่ยว  บวกภาษีอีก  100  เป็น  1,100   บาท   รวม  2,200  บาท สำหรับไป – กลับ ตรัง-กรุงเทพ  โดยเส้นทางนี้เป็นเส้นทางใหม่เริ่มทำการบินปฐมฤกษ์เมื่อวันที่  8  เมษา  52  สำหรับผมเองแล้วต้องบินไปกรุงเทพวันที่  17  เมษายน และบินกลับวันที่   4  พฤษภาคม  


ดังนั้น   17  เมษายน  2552  จึงเป็นทริปการเดินทางสู่บาหลีเริ่มขึ้นที่ตรัง  สู่สนามบินดอนเมือง  เวลา  09.20  น.  ตลอดหลายวันที่ผ่านมามีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากนามสกุลที่สะกดเป็นภาษาอังกฤษไม่ถูกต้อง  ทำให้เกรงว่าจะไม่ได้ขึ้นเครื่อง  และจ่ายเงินไปเปล่า ๆ  จนกระทั่งการเช็คอินที่สนามบินตรังเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงเบาใจลง  วันนี้เป็นเช้าที่มีเมฆค่อนข้างมาก  เป็นเพราะเมื่อคืนมีฝนตกลงมาค่อนข้างหนักพอสมควร  เครื่องจึงเสียเวลาไปเล็กน้อย  บินไปได้ระยะหนึ่งแอร์โฮส เตส ทำการเสริฟของขบเคี้ยว  และเครื่องดื่ม  ประกอบด้วยข้าวปั้น  ถั่วอบ  และกาแฟ                                  


แม้ที่นั่งจะแคบไปสักนิด  แต่ผมก็พอใจทุกครั้งที่นั่งเครื่องบินไปไหนต่อไหน  เพราะถึงที่หมายเร็ว  1  ชั่วโมง  โดยประมาณสายการบิน  12go
  ก็นำลงสู่สนามบินดอนเมือง  ซึ่งในอดีตสนามบินดอนเมืองเป็นสนามบินเบอร์  ๑  ของเมืองไทยที่มีเที่ยวบินขึ้นลงมากกว่าสนามบินใดในภูมิภาคนี้  จนกระทั่งวันหนึ่งสนามบินชางงีในสิงคโปร์มาเยื้อแย่งตำแหน่งไป  แต่แล้วสนามบินสุวรรณภูมิของไทยก็กลับมาโดดเด่นแทนที่อีกครั้ง  สนามบินดอนเมืองในวันนี้จึงค่อนข้างเงียบเหงาเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก  หลังจากที่รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว  ผมก็เดินมาขึ้นรถเมล์ตรงหน้าสนามบินเพื่อไปพักที่บ้านเพื่อนแถวรัชโยธิน   โดยเพื่อนจะทิ้งกุญแจฝากไว้กับป้าน้อยซึ่งขายอาหารตามสั่งแถวปากซอย  ผมยังมีเวลาอีกเยอะที่จะไปพักกับ     “ กี ”  ที่บ้านรัชดา  จึงออกไปเดินเล่น  และนัดเจอกับ “ ป๋อง ”  เพื่อกลับมาห้องพักพร้อมกัน  แต่โชคไม่ดีโรค “ ตะคิว ”  เกิดขึ้นระหว่างที่นั่งจิบกาแฟกันที่เซ็นทรัลลาดพร้าวจนเดินแทบไม่ไหว  จนอาการค่อยทุเลาดีแล้วนั่นแหละจึงกลับ  แต่ไม่ได้ขึ้นไปบนห้อง  บอกให้เพื่อนช่วยขึ้นไปเอากระเป๋ามาให้ที  ในขณะที่ผมซื้อยาคลายกล้ามเนื้อติดตัวไว้


ผมแยกกับเพื่อนเพื่อนั่งรถเมล์ต่อไปยังถนนสุทธิสาร แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์ไปยังบ้านรัชดาซึ่งเป็นที่อยู่ของ “ กี ”                      ตลอดเวลา   2  วัน  3  คืน  ที่กรุงเทพ  ผมออกไปไหนไม่ไกลเพราะขี้เกียจ นอกจากไปทำธุระสำคัญ  เช่น  การไปหาซื้อเป้ใบใหม่   ราคา  800  บาท   ซึ่งจริง ๆ แล้วราคาค่อนข้างแพง   แล้วไปแลกเงินที่สกุลดอลล่าร์ที่ซุปเปอร์ริช  แถวไทยไดมารูเก่า  แต่บัดนี้ได้ถูกรื้อทิ้งไปแล้ว  โดยแลกไว้   200  ดอลล่าร์  คิดเป็นเงินไทย  3,000  กว่า ๆ  เป็นการแลกกันเอาไว้เผื่อเงินรูเปี๊ยะที่แลกไว้ไม่พอ  แต่ถ้าแลกเงินรูเปี๊ยะไว้มากจนจ่ายไม่หมดตอนแลกคืนจะขาดทุนเยอะ  แต่ถ้าแลกเป็นดอลล่าร์ไว้ก่อน  แล้วค่อยแลกเป็นรูเปี๊ยะ   ที่บาหลีนอกจากจะได้ราคาแลกเปลี่ยนค่อนข้างดีแล้ว  เงินดอลล่าร์ที่เหลือก็แลกคืนเป็นเงินไทยได้ไม่ขาดทุนมาก  
แต่ที่เจ็บใจมากที่สุดก็คือตอนที่ทราบอัตราแลกเงินรูเปี๊ยะระหว่างที่กันตัง กับ กรุงเทพต่างกันถึง 0.60  สตางค์


คืนวันที่  19  เมษายน  ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่  02.30  แต่ตื่นตอน  15  นาทีล่วงผ่านไปแล้ว  ทำภารกิจส่วนตัว  แล้วตรวจสอบสัมภาระอีกรอบ   เพราะกลัวมากเหลือเกินสำหรับการลืมนั่น  นี่  และโน่น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องสำรวจตรวจตรากันเป็นพิเศษ  คือ  ตั๋วเครื่องบินไป – กลับ   หนังสือเดินทาง  กล้องถ่ายรูป  เงินรูเปี๊ยะ  และเงินดอลล่าร์   เวลา  03.20  ออกจากที่พักบ้านรัชดา  โทรศัพท์เรียกแท็กซี่จากบริการ  1661  ซึ่งเป็นบริการที่สะดวกดีสำหรับคนที่อยู่ในซอย  ในหมู่บ้านจัดสรร  ที่ไม่ค่อยมีรถผ่าน   รอประมาณ   10  นาที  รถก็แวะเข้ามารับ  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอนตี  4  กว่า   ขณะนั้นสนามบินยังคงเงียบไม่วุ่นวายเท่าที่ควร  เลยไปหาอะไรรองท้องและสูบบุหรี่เป็นการฆ่าเวลาและฆ่าตัวเอง    

เมื่อได้เวลาเช็คอินจึงได้เข้าไปต่อแถว  วันนี้มีผู้โดยสารพอสมควร  และเคาน์เตอร์เช็คอินทำการเปิดให้บริการเพียงเคาเตอร์เดียวทำให้ล่าช้าอยู่บ้างพอสมควร  ในแถวได้พบกับพี่คนไทยมาจากจังหวัดพัทลุงกำลังจะไปบาหลีเช่นเดียวกัน  แต่ไปแบบกรุ๊ปทัวร์  กระเป๋าผมถูกโหลดลงใต้ท้องเครื่องเพราะผมจ่ายค่าโหลดไปเรียบร้อยแล้ว  ความจริงกระเป๋าไม่กี่กิโลของผมไม่จำเป็นต้องโหลดก็ได้  แต่อยากจะเห็นและเรียนรู้เกี่ยวกับการไปรอรับกระเป๋ามากกว่าจึงยอมจ่ายเงินเพิ่มเล็กน้อย  เจ้าหน้าที่บอกให้บอร์ดดิ้งได้ตั้งแต่  05.30  น.  ซึ่งกว่าเครื่องจะออกก็ 06.30 น.ยังมีเวลาอีกตั้งชั่วโมงก็เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อย  จนเหนื่อยจึงเข้าไปบอร์ดดิ้ง  ตกใจหมดเลยขนาดที่ยังไม่ถึงเวลาตามที่เจ้าหน้าที่บอกคนเข้าแถวกันยาวเหยียดแต่ละคนก็ใช้เวลาในการถูกตรวจจากเจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่าคนละ  2 – 3 นาที  และให้บังเอิญอีกว่าคนที่อยู่ข้างหน้า  2  คนถูกตรวจนานกว่านั้นอีก  ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อย  
กว่าจะถึงคิวผมก็เกือบ  6  โมงแล้ว
  เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรมากเป็นพิเศษ  เอกสารสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ Passport
  และ
  Departure Card  
จากนั้นก็เรียบจ้ำอ้าวไปยังประตู   โดยผ่านดิวตี้ฟรี  หรือร้านสินค้าปลอดภาษี  อีกครั้งที่ถูกตรวจตราในเรื่องของการนำวัสดุที่เป็นของเหลว  จำใจต้องทิ้งน้ำไปหนึ่งขวด  เพราะไม่อนุญาตให้นำขึ้นไป                                                                   


หมายเลขที่นั่งก็เป็นอีกบริการหนึ่งของไทยแอร์เอเชียที่จะต้องจ่ายเพิ่มพร้อมกับการได้ขึ้นเครื่องก่อน  ซึ่งผมได้ทำการจองหมายเลขที่นั่งไว้แล้วที่ 05A
นั่งทางฝั่งซ้ายของเครื่องบิน  


เพื่อนผมมักถามเสมอว่าทำต้องนั่งข้างหน้าต่างเสียทุกที  ไม่รู้จักพักผ่อนนอนเอาแรงขณะเดินทางบ้างเลยหรือ  ในความคิดของผมแล้วการเดินทางจะมีอะไรมากมายผ่านเข้ามาไม่ว่าจะได้เห็นวิถีชุมชนของแต่ละที่  ลักษณะการแต่งกาย  แต่บนเครื่องบินคงได้เห็นแต่เฉพาะก็ก้อนเมฆที่เลื่อนลอยผ่านไป  และผ่านไป  แต่กระนั้นก็เถอะ  รูปร่างของก้อนเมฆแต่ละก้อนสามารถสร้างเสริมจินตนาการได้อย่างไม่รู้จบ  แต่ขอบอกไว้อย่างหนึ่งว่าการบินในตอนเช้าไปบาหลีไม่ควรเลือกนั้นฝั่งซ้ายเพราะดวงอาทิตย์จะสาดแสงเข้ามาเต็ม ๆ  ทำให้ค่อนข้างร้อนและแสงแยงตามากไปหน่อยทำให้ไม่สามารถมองทิวทัศน์ไดสวยงาม  ฉะนั้น ควรเลือกนั้นฝั่งขวา  และเที่ยวบินวันนี้มีผู้โดยสารประมาณได้ว่าร้อยละ   90.00  คือไม่เต็ม  เครื่องออกตรงเวลาดีมาก  
ก่อนทำการบินแอร์โฮสเตสได้แนะนำการใช้เข็มขัดนิรภัย  การใช้ชูชีพ  ต่าง ๆ  ในการดูแลให้ตนเองปลอดภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
                    



กัปตันประกาศให้ทราบว่าการเดินทางในวันนี้ใช้เวลา  4  ชั่วโมง  15  นาที  ก็จะถึงสนามบินงูห์ราไรน์  ในเขตเดนปาซ่าร์ของเกาะบาหลี  ตั้งอยู่ท่านกลางเวิ้งอ่าวที่สดใสคล้ายกับสนามบินภูเก็ต   มองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นหมู่บ้านเรียงรายอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ  กับตันประกาศให้ทราบอีกว่าอีกสักครู่พนักงานประจำเครื่องจะนำแบบกรอกข้อมูลการเข้าเมืองมาแจกให้กรอก  แต่นั่งคอยจนกระทั่งเครื่องจอดก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาแจก  เลยต้องลงจากเครื่องยังสนามบิน  ไปไต่ถามเจ้าหน้าตรวจคนเข้าเมืองเขาก็บอกว่าให้ไปเขียนใบกรอกมาก่อนก็เลยต้องวน ๆ ดูตามเคาน์เตอร์ก็ไม่เห็นมีสักใบ  แต่นักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ เห็นกรอกกันให้ยุ่ง  ในใจนึกสงสัยว่ามันเอามาจากไหนกันนะ  ก็หันรีหันขวางเจอพนักงานสนามบินเดินแจกจ่ายอยู่  จึงเข้าไปขอแล้วกรอกจนเป็นเรียบร้อย  พร้อมกับขอเพิ่มอีกชุดเพื่อนำกลับมาเป็นที่ระลึก  หลังจากนั้นก็ผ่านพิธีผ่านแดน  ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก  นอกจากถูกถามแค่  2 – 3 คำถาม  ว่ามาทำไม  มาเที่ยวหรือ  เป็นครั้งแรกหรือเปล่า  จะอยู่กี่วัน  มีสิ่งของต้องสำแดงหรือไม่  เมื่อไม่มีปัญหาการผ่านแดนจึงเป็นไปด้วยความสะดวก   ออกเดินไปยังหน้าท่าอากาศยาน  จะได้พบเจอกับบรรดาเท็กซี่มากมายที่จะขยี้ใจเราให้แตกสลายด้วยการบอกราคาค่าจ้างอย่างมากมาย  ดีที่ได้ศึกษาข้อมูลมาบ้างจึงไม่หลวมตัวตอบตกลง  ราคาที่บอกมาหรือครับ  200,000  รูเปี๊ยะ  ต่างจากที่พี่วุฒิบอกไว้มาก  เลยต่อราคาดูเท่ากับที่พี่วุฒิบอกคือประมาณ  70,000  รูเปี๊ยะ  แต่ละเจ้าส่ายหัวกันยกใหญ่  ดีนะไม่ส่ายหัว  ส่ายตัว  ส่ายไหล่  เลยลองเดินออกไปให้ไกลจากสนามบินอีกหน่อยเพื่อให้ได้ราคาตามต้องการ  แต่ก็โดนปฎิเสธอีก   เหนื่อยแล้วนะโว้ย !
  หยุดพักดื่มน้ำ  สูบบุหรี่ก่อนแถวคิวรถใกล้สนามบินนั่นแหละ  สักพัก  ผมยังไม่ได้พักสักเท่าไรเลยครับพี่น้อง  ก็มีคนเข้ามาเลียบ ๆ เคียง ๆว่าจะไปไหน  ผมก็บอกไปว่า  “อูบุด”  70,000  รูเปี๊ยะ  เขาก็สวนมาทันควันเลย  โอย !   ใครจะไปละครับ  มันไม่ใกล้อย่างที่คิดหรอกนะ  ต้องใช้เวลาร่วม  2  ชั่วโมงเลยนะครับ  ออ ! เหรอ !
  งั้นเชียวพี่น้อง  ก็ตาวุฒิเขาบอกมาประมาณนี้นี่นา   เอาละ !
  เดี๋ยวผมขอไปเช็คราคาที่บอร์ดก่อน  ยังไง เดี๋ยวผมมา  ความจริงแล้วไม่ยังไงหรอกครับ  แกล้งเดินหนี  เผื่อว่าจะเรียกกลับมาให้ราคาเท่าที่ต่อไว้   อะไรวะ   !
  นอกจากไม่เรียกกลับแล้ว  ยังแอบส่ายหัวอีกคนแล้ว  พอไปเห็นบอร์ดเข้าพ่อเจ้าพระคุณเอ๊ย  จากที่เห็นในใบแจ้งของตาวุฒิในหนังสือที่บอกว่าแค่  135,000  รูเปี๊ยะ  วันนี้ขึ้นมาถึงเท่านี้ “195,000 รูเปี๊ยะ”  แล้วครับ   ไงล่ะ   !
  ตอนที่พี่วุฒิเค้าแจ้งไว้ตอนนั้นราคาน้ำมันในอินโด ฯ แค่  2,400 รูเปี๊ยะ แต่วันนี้  4,500  รูเปี๊ยะ  ขึ้นเกือบเท่าตัวเลยครับ   แป่ว !
  เลยต้องแบกเป้กลับไปที่เดิม  ลองต่อกันอีกสักตั้ง  ก็มาตกลงกันได้ที่ราคา  150,000  รูเปี๊ยะ  แต่เป็นมอเตอร์ไซค์วินนะครับ  หาใช่แท็กซี่ไม่  เอาก็เอา  จะไกลสักขนาดกันเชียว  ไอ้เวลาเกือบ  2  ชั่วโมงน่ะ  ไม่เท่าไรหรอกครับ  แค่กันตัง – ทุ่งสง  แค่นั้นเอง  โดยลืมนึกไปว่าเป้ที่กระเตงอยู่ข้างหลังน่ะมัน  8  กิโลกว่า  และที่น่ารำคาญสุด ๆ ก็ คือหมวกกันน๊อคที่คอยพะเยิบพะงาบตอนลมเข้ามาปะทะ   ถนนที่ไปยังอูบุดก็แสนจะแคบ  แล้วก็ไกล  รถที่สวนไปสวนมาก็เยอะ  อากาศก็ร้อน  นึกในใจอยู่ว่ากว่าจะถึงอูบุด  “อุดกู” ไม่แตกไปเสียก่อนหรือนี่  ยังดีที่ตลอดทางเราก็คุยกันไปเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ  โดยเฉพาะพอรู้ว่าผมมาจากประเทศไทย เขารู้จักดีเพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนเขาเห็นโทรทัศน์ออกข่าวเกี่ยวกับประเทศไทย  ถามเขาว่าเคยไปไหมล่ะประเทศไทยน่ะ  เขาบอกว่าเขาคงไม่มีเงินมากขนาดนั้น  แต่ก็หวังว่าสักวันจะได้ไปเที่ยวพัทยา  “น้อง   !
  ไม่ต้องกลัว  ต้องมีสักวัน  ต้องมีสักวัน”   เหมือนกับที่พี่ได้มาเยือนประเทศน้องเพราะกว่าพี่จะหาเงินมาเหยียบประเทศน้อง  พี่ก็หาเงินมาแทบตายเช่นเดียวกัน  สู้ ! สู้ !
เข้าไว้ไอ้น้องพี่เอาใจช่วย   แต่เงินพี่ไม่ช่วยนะน้องนะ            
  
                                   



     
                                               




kungreat
 
โพสต์: 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/10/2009 9:46 pm

Re: อยากเล่า แต่ไม่อยากเมา

โพสต์ #2  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย thanomphong » 06/10/2009 5:49 pm

มาปูเสื่อรอเหมือนคุณโอครับ

ขนาดตัวหนังสือผมว่าถ้าตั้งที่ size=3หรือ4ก็จะอ่านได้ง่ายกว่านี้นะครับ


[CENTER]
[/CENTER]
ภาพประจำตัวสมาชิก
thanomphong
 
โพสต์: 656
ลงทะเบียนเมื่อ: 27/04/2009 9:19 pm
ที่อยู่: หาดใหญ่ 90110

Re: อยากเล่า แต่ไม่อยากเมา

โพสต์ #3  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย kungreat » 07/10/2009 1:26 pm

ต่อเลยนะครับ  ขอถามหน่อยถ้าจะโพสต์รูปลงด้วยทำอย่างไร  ช่วยแนะนำหน่อยครับ

ตลอดระยะทางบอกได้เลยว่าสาหัสเอาการอยู่เหมือนกัน บนเส้นทางแคบ ๆ  ที่คลาคล่ำด้วยรถนานาชนิด  ฉวัดเฉวียน  เวียนหัว  
ยังนึกไม่ออกเลยว่าถ้าต้องเป็นผู้ขับขี่เองจะเป็นยังไง  แต่ยอมรับความเป็นมือโปรของ  วินมอเตอร์ไซค์เมืองนี้  เก่งจริง ๆ แม้บ้างครั้งมีโดนปาด  โดนสวน  โดนเสียบ ก็ไม่ออกอาการ  “อารมณ์เสีย อารมณ์เสีย อารมณ์เสีย”  เหมือนอาภาภรณ์เลยสักครั้ง  ผ่านไปชั่วโมงเศษก็เข้าเขตอูบุด  เอาเข้าแล้วมั้ยล่ะ  น้องแกหยุดถามทางไป  “จุงกุด  อิน”  อยู่หลายรอบ  ก็ไม่ว่ากันอยู่แล้วก็แหมใครจะไปรู้  จะให้คนกันตังไปรู้ถนนหนทางเมืองทุ่งสงกันอย่างไรเล่า  เห็นท่าจะไม่เวีร์ค  เลยบอกว่า
น้องให้ถามทาง ไป Monkey  Street ซิ เผื่อจะได้ความ  น้องเขาก็ดี๊ ดี  ปฏิบัติตามโดยพลัน  แล้วเราก็มาถึง   Monkey  forest  
ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวแห่งหนึ่งของอูบุด และเป็นที่มาของชื่อถนน  
Monkey  Street บังเอิญเป็นทาง  One  Way ก็เลย  4ง  (งง  งง)  แต่สุดท้ายเขาก็พามาส่งถึงจุงกุด อิน จนได้          

จุงกุด อิน  เป็นที่รู้จักกันดีของ Backpacker ชาวไทย  ซึ่ง ได้อนิสงฆ์จากพี่วุฒินี่แหละที่ช่วยเขียนแนะนำ   แต่โชคร้าย  เมื่อทราบว่าห้องเต็ม  เอาละซิอีทีนี้จะทำยังไงดี  โชคดีที่เจ้าของ Home Stay อีกเจ้าในบริเวณนั้นยืนอยู่  เขาจึงแนะนำให้พักที่  
Suarsena  Bangalow   อยู่เยื้องกับ  จุงกุด  นั่นเอง   และในซอยนี้ก็มีที่พักแบบ   Home  Stay  อยู่มากมาย  

Suarsena  Bangalow   บอกราคามาที่  60,000  รูเปี๊ยะ   ต่อรองลงมาได้  50,000  รูเปี๊ยะ  พร้อมอาหารเช้า ก็ตอบตกลงด้วยเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสมและยอมรับได้  เสียดายที่ไม่ได้พัก  จุงกุด  แต่ไม่เสียใจที่ได้พักที่นี่  บรรยากาศโดยรอบสวยงาม  ภายในห้องนอนประกอบด้วยเตียงใหญ่  1  เตียง  เตียงเล็ก  1 เตียง  พัดลมเพดานสภาพค่อนข้างใหม่  มีน้ำอุ่น  น้ำเย็นด้วย  ด้านหน้าห้องเป็นที่พักผ่อนมีเก้าอี้ไว้นั่งเล่น 2 ตัว  สบายและสวยงามมากตามที่บอกไว้ในนามบัตร  อย่างไม่รอช้า  อันดับแรกที่ต้องทำคือ “ขี้”  สั้น ๆ ง่าย ๆ ได้ใจความดีมั้ย  หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอันหนักหน่วง  แล้วก็ออกเดินทางสำรวจสถานที่ในอูบุด โดยเริ่มต้นท่ปากซอย   “Arjuna  Line” แล้วเข้าสู่   “Ubud  Main  Road” เลี้ยวขวาเดินไปเล็กน้อย  ก็จะถึง “Ubud  Tourist Information”   ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับ   Community Hall   ตรงนั้นจะเป็นสี่แยกพอดี  แสดงว่าที่พักไม่ได้อยู่ไกลจากใจกลางเมืองอูบุดเลย  หลังจากสำรวจเส้นทางได้สักพักหนึ่ง  ก็รู้สึกหิว  เพราะตลอดวันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย  เดินหาร้านขายข้าวแบง่าย ๆ  บ้าน ๆ ก็ไม่เห็นสักร้าน  มีแต่ร้านใหญ่ ๆ  คงแพงล่ะซินั้น  อย่ากระนั้นเลย  ไปหาที่ถูก ๆ ดีกว่า  เดินมาจนถึง   “Ubud  Palace”   มีร้านอยู่ร้านหนึ่ง  อยู่ติด ๆ กับ   Community  Hall   เป็นร้านขายข้าวพื้นเมือง  เลยแวะเข้าไปนั่ง
  
เป็นที่นั่งคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวห้อยขาที่พิษณุโลก แต่ที่นี่ขาไม่ต้องห้อย  เพราะลิ้นห้อยกับการเดินหาร้านขายข้าวมาแล้ว  ข้าวที่ขายเรียกว่าบาบีกูลิง บาบี หมายถึงหมู  ในที่นี้จะเป็นหนังหมูกรอบ  รสชาติค่อนข้างจืด  1 แผ่น  เสริฟพร้อมกับข้าวราดแกงไก่กับขนุนดิบ  รสชาติจืดเช่นเคยถ้าได้เติมพริกน้ำปลาแบบบ้านก็คงพอได้  และมีข้าวเกรียบมาให้อีก 2 – 3 ชิ้น  ข้าวที่เสริฟจะเสริฟบนกันหม้อ  ที่มีกระดาษห่อก๋วยเตี๋ยวรองรับอีกที  นับได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของ “ลิ้นเข้” อย่างผมที่บอกว่าอาหารไม่อร่อยเลย แต่เพื่อเป็นการยุติธรรมขอบอกเป็นว่า “อาหารไม่คุ้นปาก” มากกว่า  เพราะถ้าร้านเขาทำไม่อร่อย เหตุไฉนจึงมีคนอุดหนุนกันเพียบ  ทั้งชาวบาหลีเอง  และนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น  น้ำที่สั่งมาดื่มเป็นน้ำขวดประมาณน้ำส้มกรีนเมท  แต่รสชาติใช้ได้เลย  หลังจากอิ่มแล้วก็กลับเข้าที่พัก  ด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางจึงงีบหลับไปเสียเมื่อไหร่ก็ไม่รู้  ตื่นมาอีกทีก็เย็นโขแล้ว  ติดต่อเช่ามอเตอร์ไซค์กับเจ้าของที่พัก  ซึ่งเขาก็ได้แนะนำคนข้างบ้านมาให้  ในราคา  50,000  รูเปี๊ยะ   ต่อเท่าไรก็ไม่ลดเสียด้วย  ในใบสัญญามีการระบุเกี่ยวกับการประกันไว้เป็นที่เรียบร้อย  แล้วนัดกันว่าพรุ่งนี้ตอน  08.00 น. ให้เข้าเอารถมาให้        (ยังอีกยาวครับ แล้วจะเล่าต่อไป)            
                                   


kungreat
 
โพสต์: 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/10/2009 9:46 pm

Re: อยากเล่า แต่ไม่อยากเมา

โพสต์ #4  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 07/10/2009 2:38 pm

kungreat เขียน:ต่อเลยนะครับ  ขอถามหน่อยถ้าจะโพสต์รูปลงด้วยทำอย่างไร  ช่วยแนะนำหน่อยครับ


สวัสดีครับคุณ  kungreat

จำได้ว่าเคยเห็นกระทู้ที่พี่วุฒิตอบเรื่องนี้ไว้ ...แต่ผมพยายามหาแล้ว หาอีก หาอีก หาแล้ว..แต่บ่เจอ
ผมลองตอบ ๆ ด้วย ความเข้าใจของตัวเองก่อนแล้วกันครับ  ส่วนลึก ๆ รอ Admin หรือเจ้าแม่
บอร์ดมาตอบน่าจะกระจ่างกว่า...ผมออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ใช่เซี่ยนบอร์ด  ผมได้เท่านั้น

วิธีแรก คือ คลิ๊กที่รูปด้านขวามือสุด แถวที่ 3 ถ้าเราลากเม้าท์ไป จะมีอักษรขึ้นว่า
Insert image จะเห็นบล็อกขึ้นมาตามเส้นสีแดง  ตรงนี้เราต้อง copy link มา
จากเว็บที่เราต้องการให้ Link รูปนั้น ๆ (แบบนี้ ข้อเสียคือ หากรูปในเว็บนั้น ๆ ยกเลิก
หรือ Error จะส่งผลให้รูปที่เรา Link นั้นหายไปด้วย

  
วิธีที่สอง คือ การ upload รูป โดยคลิ๊กที่รูป คลิป(ตามหมายเลข 1) และ Browser
ไปที่ Drive ในคอมพิวเตอร์ของเราที่เราเก็บรูปไว้(ตามหมายเลข 2) เมื่อทำการ Open
รูปแล้วให้คลิ๊ก Upload now(ตามหมายเลข 3) เมื่อเห็นรูปโชว์ในกล่องสี่เหลี่ยมแล้ว
ให้คลิ๊กอีกหนึ่งครั้งเพื่อให้รูปลงอยู่ตามตำแหน่งที่เราต้องการ  โดยความใหญ่ของรูปต้อง
ไม่เกิน 600,000bytes และต้องเป็นนามสกุล .gif ,.jpg , .png

ส่วนขั้นตอนการย่อรูปนั้นสามารถหาอ่านได้ในห้อง "เป็นเพื่อนเรา"

ลองทำดูนะครับ หากมีปัญหาอะไรก็สามารถมาสอบถามได้ครับ...เนื่อเรื่องน่าติดตาม
และข้อมูลดีมากที่เดียว  หากมีรูปประกอบคงได้อรรถรสมากขึ้นครับ...เป็นกำลังใจให้
ครับ...ทุกอย่างย่อมต้องมีครั้งแรกเสมอ..
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 07/10/2009 3:34 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

Re: อยากเล่า แต่ไม่อยากเมา

โพสต์ #5  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย kungreat » 07/10/2009 2:52 pm


ขอบคุณครับ คุณ  Nut ตอนนี้ผลลองลงรูปดู  ก็น่าจะได้อยู่  คงมีภาพประกอบเรื่องพอสมควร  แต่น่าเจ็บใจตอนที่รูปบางส่วนหายไป  และเป็นรูปสวย ๆ ทั้งนั้น
kungreat
 
โพสต์: 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/10/2009 9:46 pm

Re: อยากเล่า แต่ไม่อยากเมา

โพสต์ #6  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย olebirdy » 07/10/2009 8:30 pm

เอารูปประกอบ รับรอง
แจ่ม ครับ  
ชอบความว้าเหว่--- > จึงเสเพลรัก
The traveler sees what he sees,  the tourist sees what he has come to see.
----------------------------- >..<-------------------------------------
ช่องทาง การติดต่อ OleBirdy
http://www.wutkatefanclub.com/webboard/webboard/viewtopic.php?f=7&t=408&start=0
ภาพประจำตัวสมาชิก
olebirdy
 
โพสต์: 3486
ลงทะเบียนเมื่อ: 11/12/2007 7:44 am

Re: อยากเล่า แต่ไม่อยากเมา

โพสต์ #7  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย birdchan » 08/10/2009 10:50 am

หุหุ...กะจะมาตอบตั้งแต่มะวานแระ.....เห็นมะ..พี่ Nut แซงไปแระ....
ขอบคุณพี่ Nut มากครับ....


kungreat  ครับ......ตามที่พี่ Nut อุตส่าห์ลงข้อมูลไว้ทุกประการในเรื่องการโพสต์รูปครับ....

โจครับ
Admin

ปล.....
เอ่อ...พี่ Nut ครับ....ยอมรับอย่างหน้าหนาๆเลยว่า...เพิ่่งจะรู้อ่ะครับว่าเจ้าปุ่ม เนี่ย....คือเอาไว้แปะลิงค์ภาพนอกอ่ะ.....วู้ย...ขอบคุณครับๆ....ไอ้ผมก็มัวแต่ไป save มาลงเครื่องก่อน แล้วค่อยอัพด้วย วันหลังจะเอามั่ง......อุอุ
birdchan
 
โพสต์: 0
ลงทะเบียนเมื่อ: 21/02/2011 12:13 pm

Re: อยากเล่า แต่ไม่อยากเมา

โพสต์ #8  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 08/10/2009 12:00 pm

jonumber8 เขียน:เอ่อ...พี่ Nut ครับ....ยอมรับอย่างหน้าหนาๆเลยว่า...เพิ่่งจะรู้อ่ะครับว่าเจ้าปุ่ม เนี่ย....คือเอาไว้แปะลิงค์ภาพนอกอ่ะ.....วู้ย...ขอบคุณครับๆ....ไอ้ผมก็มัวแต่ไป save มาลงเครื่องก่อน แล้วค่อยอัพด้วย วันหลังจะเอามั่ง......อุอุ


แหะ ๆ แสดงความเห็นนะครับ กรุณาอย่ากล่าวหาว่าพระสอนสังฆราชอ่านบาลี นะครับ
หรือ อย่างพี่วุฒิว่านักกีฬาเขต แนะนำทีมชาติ,หรือ อาจารย์ 2 แนะนำศาสดาจารย์,
ตัวประกอบสอน พระเอก,จ.ส.ต. สอน พล.ต.อ. ฯลฯ

ทำไมผมไม่พูดให้ง่าย ๆ ว่า....อย่าหาว่า Member แนะนำ Admin ใช้เว็บบอร์ด เนอะ..


ผมว่าทำแบบคุณโจ ดีแล้วครับเพราะ file มันจะถูกเก็บที่ Server เขาเราเอง(ข้อเสีย
คือมันเปลือง เนื้อที่ แล้วพอมีสมาชิกเยอะขึ้น ๆ โพสเยอะขึ้น ๆ อาจจะทำให้ต้องขยาย
Memory Server หรือย้าย Server ใหม่ ... ตามที่หลายเว็บ เจอปัญหากัน อิ ๆ อัน
จะส่งผลให้ Admin มีงานทำ(ในภาวะเศรษฐกิจ..ปัจจุบัน ทำให้มันใจว่า ยังมีงานให้ทำ
อีกเยอะ) ข้อเสียคือ .. มันก็คงต้องใช้เงินทุนอีกจำนวนหนึ่ง  ทำให้ท่านเจ้าของเว็บอาจ
จะต้องเขียนหนังสือขายอีกมากมายหลายเล่ม ทำให้เป็นโอกาสของแฟน ๆ WKC ที่จะได้
อ่านหนังสือในประเทศที่ยังค่อยมีคนไทยไป เช่น เกาะเคย์แมน มอนเตเนโกร คองโก และ
ประเทศสวาซิแลนด์ เป็นต้น

เพราะถ้าเรา copy link มาแปะ ๆ หากรูปที่เว็บนั้น ๆ ถูกลบไป หรือ เค้าเปลี่ยนหรือย้ายลิงค์
มันก็จะส่งผลต่อรูปดังกล่าวก็จะไม่ Upload ในกระทู้นั้น ๆ ด้วย
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand


ย้อนกลับไปยัง บาหลี

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

  • Advertisement
cron