• Advertisement

Our Style in Beijing ( with Tour )

Forbidden City-Great Wall in Beijing-Tiananmen Square-Imperial College-Cuandixia Village-Dajue Temple-Hongluo Temple-Yuan Dynasty City Wall Relics-Prince Gong's Mansion-Ancient Cliff House (Guyaju)-Summer Palace-Beihai Park-The Great Bell Temple-Beijing National Stadium-Beijing 798 Art Zone-ฯลฯ

Our Style in Lijiang

โพสต์ #151  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 06/04/2009 2:48 pm

[size=134]
** ประตูสักการะ **   (หมายเลข 7)
ตั้งอยู่ด้านใต้ของตำหนักสักการะ กว้าง 50 ฟุต
ส่วนบนประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ ... และฐานทำด้วยหินขาว
      
      
**  ตำหนักสักการะ **  (หมายเลข 8 )
คือ สถานสักการะสวรรค์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
มีลักษณะเป็นหอทรงกลม 3 ชั้น สูง 32 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 24.2 เมตร
ชั้นบนเป็นห้อง...  ส่วนชั้นล่างเป็นแท่นบูชา ... โดยส่วนหลังคาแผ่กางออกไปคล้ายร่ม
      
      
**  ศาลากลมแฝด **  (หมายเลข 9)
จักรพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้สร้างศาลานี้ ... เพื่อถวายพระพรแด่องค์ไทเฮา
เนื่องในวาระเฉลิมพระชนมายุ 50 พรรษา ... เมื่อปีค.ศ. 1741
ณ จงหนันไห่  (ด้านตะวันตกของสวนสาธารณะจงซัน กรุงปักกิ่ง)...  และถูกย้ายถอนมายังสวนป่าสนด้านตะวันตกของเทียนถัน ในปีค.ศ.1977

ซ้าย ... ตำหนักสักการะจากมุมสูง
ขวา... พ้นประตูสักการะ ... มุ่งหน้าสู่ตำหนักฯ
ไฟล์แนป
Image[3].jpg
Image[3].jpg (29.2 KiB) เปิดดู 1157 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:07 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

โพสต์ #152  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 06/04/2009 2:56 pm

[size=134]
ประเทศจีนในสมัยโบราณจะพบเห็นศาลเจ้าและแท่นบูชาเทพเจ้าอยู่ทั่วไป
เนื่องจากในเวลานั้นการเซ่นไหว้เทพเจ้ายังอยู่ในคติความเชื่อของชาวบ้าน
ซึ่งส่วนใหญ่มีศาลที่ประกอบพิธีกรรมเซ่นไหว้บรรพบุรุษ.. และสักการะพระพุทธรูปเป็นสิ่งปลูกสร้างหลัก
        ทว่าสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดที่อยู่ภายในบริเวณหอสักการะฟ้าเทียนถัน ... นับว่าเป็นหมู่สถาปัตยกรรมที่พบเห็นได้น้อยมาก
เพราะมีสิ่งปลูกสร้างอื่นๆเป็นส่วนประกอบสิ่งปลูกสร้างหลักด้วย ... อาทิ ศาลาฆ่าสัตว์ เตาเผาถ่าน แท่นเตรียมเครื่องพิธี หอระฆัง ฯลฯ
สำหรับรองรับการประกอบพิธีกรรมเซ่นไหว้ทางประเพณีโบราณอย่างครบเครื่อง...  และยังมีการตกแต่งที่งดงามเลิศล้ำ
        ดังนั้นเทียนถันจึงได้ชื่อว่า...  มีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันทรงคุณค่า ... และได้รับการยอมรับให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปีค.ศ.1998
ซึ่งเป็นมรดกโลกที่อยู่ในประเทศจีนลำดับที่ 21

เมื่อหอสักการะฟ้า... เปลี่ยนฐานะและบทบาทมาเป็นสวนสาธารณะ
เทียนถันก็ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวและมีประชาชนเข้ามา... ใช้สถานที่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย ... และทำกิจกรรมบันเทิงต่างๆ
ไฟล์แนป
Image[1].jpg
Image[1].jpg (25.13 KiB) เปิดดู 1155 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:08 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #153  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 06/04/2009 3:05 pm

[size=134]
**  ข้อมูล **    มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปีค.ศ. 1998
ที่ตั้ง - อยู่ห่างจาก ‘กู้กง’ หรือพระราชวังต้องห้าม ณ กรุงปักกิ่ง .... ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เพียงไม่กี่กิโลเมตร
พื้นที่ - 2,730,000 ตร.ม. โดยมีตำหนักสักการะ เป็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญที่ยังคงสภาพความสวยงามและสมบูรณ์ที่สุด
สร้างขึ้นในปี - รัชสมัยหย่งเล่อปีที่ 18 (ค.ศ.1420) ฮ่องเต้เฉิงจู่-จูตี้แห่งราชวงศ์หมิง ซึ่งได้มีการต่อเติมเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา จนกระทั่งย่างเข้าสู่รัชสมัยเฉียนหลงปีที่16 (ค.ศ.1751) แห่งราชวงศ์ชิง


[size=167]**ข้อมูลเดินทาง**
เทียนถันตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง ... ท่านสามารถเดินทางได้สะดวกสบาย
โดยขึ้นรถไฟใต้ดิน... ไปลงที่สถานีเฉียนเหมิน(前门)  
แล้วต่อรถโดยสารประจำทาง หรือใช้บริการรถเมล์ดังนี้
สาย 6,35,36,106,707,822   ผ่านประตูทิศเหนือ
สาย 6,34,35,36,39,41,43,60,116,610   ผ่านประตูทิศตะวันออก
สาย 36,120,122,610,707   ผ่านประตูทิศใต้
และสาย 2,15,17,20,25,36,54,59,105   ผ่านประตูทิศตะวันตก

ราคาบัตรผ่านประตู .
เดือนเม.ย.- ต.ค. 35 หยวน
เดือน พ.ย.- มี.ค. 30 หยวน
เปิดทำการเวลา 6:00 - 21:00 น.

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่   * สวนเป๋ยไห่ * (北海公园)   และ * จิ่งซัน * (景山公园)
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:06 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #154  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 06/04/2009 3:52 pm

[size=134]
นิยายรักอมตะของจีน มี 4 เรื่องที่ดังสุดๆ คือ
1. เมิ้งเจียงหนี่ว์
2. ตำนานรักนางพญางูขาว
3. ชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า
4. ม่านประเพณี
ในตอนต้นได้ลงไปแล้ว 2 เรื่อง คือเรื่องเมิ้งเจียงหนี่ว์  และ เรื่องนางพญางูขาว

** ม่านประเพณี **  The love eterne ( 1963 )

จุ๊ยิงไถ(เล่อตี้) เด็กสาวที่ใฝ่ฝันอยากไปเรียนหนังสือ ... แต่เนื่องจากในสมัยโบราณ ขนบธรรมเนียมประเพณีของจีน... ได้กำหนดห้ามไม่ให้ชายหญิงเรียนร่วมกัน...
ยิงไถจึงได้ปลอมตัวเป็นชาย ... โดยที่ทั้งพ่อและแม่ของเธอก็จำเธอไม่ได้ ... ในที่สุดยิงไถก็ได้ไปเรียนหนังสือสมใจที่เทือกเขาหนีหังโจว ... และระหว่างเดินทาง เธอได้พบกับหนุ่มน้อย เหลียงซานเป๊าะ(หลินปอ)
และเกิดถูกชะตากันขึ้น จึงได้ร่วมสาบานเป็นพี่น้องกัน...  ทั้งคู่ผูกพันและห่วงใยกันมาก...  แต่ถึงแม้จะมีเงื่อนงำหลายอย่างที่เห็นได้ชัด...  ซานเป๊าะก็ไม่เคยเดาออกเลยว่า...  แท้จริงแล้ว ยิงไถเป็นผู้หญิง ...
จนเมื่อทางบ้านของยิงไถได้ส่งจดหมายมาบอกว่า ... ท่านแม่ของยิงไถป่วย...  เธอจำใจต้องกลับ ... แต่ก่อนที่จะลาจาก ยิงไถก็ได้มอบหยกผีเสื้อให้กับซานเป๊าะ ... และขอให้เขาไปสู่ขอน้องสาวของเธอ(ซึ่งก็คือ ตัวยิงไถ นั่นเอง)
โดยที่ยิงไถไม่รู้เลยว่าพ่อแม่ของเธอได้ตัดสินใจยกเธอให้กับลูกเจ้าเมืองที่มีฐานะทางครอบครัวทัดเทียมกันแล้ว...  สร้างความเศร้าโศกให้กับยิงไถอย่างมาก...  จนเมื่อซานเป๊าะมาหาเธอและรู้เรื่องนี้เข้า ... จึงได้ตรอมใจตายไป ... ส่วนยิงไถ เมื่อทราบเรื่องซานเป๊าะ ... ก็ได้ตามไปฆ่าตัวตายต่อหน้าหลุมฝังศพของเขา ... วิญญาณรักของทั้งคู่กลายเป็นผีเสื้อโบยบินไปสรวงสวรรค์ด้วยกันในที่สุด
ไฟล์แนป
loveet[1].jpg
loveet[1].jpg (34.62 KiB) เปิดดู 1151 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:09 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #155  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 06/04/2009 4:14 pm

[size=134]
** ตำนานชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า **

นานมาแล้ว มีหนุ่มเลี้ยงวันคนหนึ่ง... เป็นคนดี มีนิสัยสัตย์ซื่อ ... แต่ทว่าต้องเป็นกำพร้าตั้งแต่เด็ก
ดังนั้นจึงต้องใช้ชีวิตร่วมกับพี่ชาย และพี่สะใภ้ของตน ... แต่โชคร้ายที่หนุ่มเลี้ยงวันคนนี้ต้องมาพบกับพี่เลี้ยงใจร้าย ... ชอบกลั่นแกล้งรังแกเขาเสมอ
       มีอยู่วันหนึ่ง พี่สะใภ้ใช้ให้เขาไปเลี้ยงวัว...  โดยให้วัวไป 9 ตัว และบังคับว่าจะต้องรอจนกว่าจะมีวัวครบ 10 ตัว... จึงจะกลับบ้านได้ ... ในขณะที่หนุ่มเลี้ยงวัวกำลังอับจนปัญญาอยู่นั้น ... ก็มีชายชราที่ผมและเคราขาวโพลนเข้ามาถามไถ่ ... เมื่อทราบว่าเกิดเรื่องอะไร ก็ได้แนะว่าบนเขามีวัวแก่ที่ป่วยอยู่...  เมื่อเจ้าไปช่วยรักษามันจนหายก็สามารถพามันกลับบ้านได้
        ที่แท้วัวแก่ตัวนี้เป็นเทพวัวบนที่ทำผิดกฎสวรรค์ ... จึงถูกขับไล่ลงมา และการตกสวรรค์ได้ทำให้ขาหัก ... ขยับเขยื้อนไม่ได้ เมื่อชายเลี้ยงวัวมาพบเข้า นอกจากให้อาหารแล้ว ยังพยายามหาสมุนไพรต่างๆมาดูแลรักษา ... กระทั่งหนึ่งเดือนผ่านไป จึงพาวัว 10 ตัวกลับไปยังบ้านตน
       วันหนึ่ง เทพธิดาทอผ้าบนสวรรค์และเหล่านางฟ้าทั้งหลายลงมาเที่ยวเล่นบนโลก ... พร้อมลงอาบน้ำกายในลำธาร...  วัวแก่บอกหนุ่มเลี้ยงวัวว่า
“พรุ่งนี้เป็นวันที่ 7 เดือน 7 ธิดาของเทพเจ้าแห่งสวรรค์ทั้ง 7 องค์... จะลงมาสรงน้ำในโลกมนุษย์ ถ้าท่านเก็บเสื้อผ้าของสาวทอผ้าไว้...  เธอก็จะยอมแต่งงานกับท่าน”เมื่อฟังคำพูดของวัวแก่ หนุ่มเลี้ยงวัวก็ตัดสินใจจะลองทำตาม”
     พอถึงวันที่ 7 เดือน 7 หนุ่มเลี้ยววัวซ่อนตัวอยู่ในพุ่มอ้อริมแม่น้ำ  รอนางฟ้าทั้ง 7 ลงมา
พอนางฟ้า 7 นางลงมาที่ริมแม่น้ำ ก็ได้ลงอาบน้ำชำระกายในแม่น้ำอันใสสะอาด...  หนุ่มเลี้ยงวัวเห็นดังนั้นก็รีบคว้าเสื้อผ้าของสาวทอผ้าแล้ววิ่งกลับไป...  ทว่าเขากลับหกล้มจนทำให้เกิดเสียงดังในพุ่มต้นอ้อ ... นางฟ้าทั้งหลายได้ยินแล้วตกใจและรีบขึ้นจากน้ำ...  มีนางฟ้า 6 นางต่างองค์ต่างสวมเสื้อผ้าของตนแล้วเหาะเหินกลับสู่สวรรค์...  มีแต่สาวทอผ้าไม่มีเสื้อผ้าจะสวม...  ได้แต่ยืนอยู่ริมแม่น้ำด้วยความเขินอาย ... หนุ่มเลี้ยงวัวจึงพูดอย่างตะกุกตะกักว่า...  ถ้าสาวทอผ้ายอมแต่งงานกับเขา ... เขาจะคืนเสื้อผ้าให้ ... ส่วนสาวทอผ้าเองนั้นก็มีความพอใจในหนุ่มเลี้ยงวัว... จึงพยักหน้ารับด้วยความเหนียมอาย
        หลังจากแต่งงานกัน ... ทั้งสองก็ยิ่งผูกพันรักใคร่กันมากขึ้น ... มีลูกชายลูกสาวอย่างละคน มีชีวิตอย่างมีความสุข ... ทว่า ความสุขนี้กลับไม่อยู่ยาวนาน เมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้ได้ทราบเรื่องเข้า ได้ส่งพระชายาของพระองค์ลงมาบนโลก ... เพื่อจับตัวหญิงทอผ้ากลับไป ทำให้คู่รักต้องพรากจากกัน
      เมื่อนั้นเจ้าวัวแก่ได้บอกกับชายหนุ่มว่า ... หลังจากที่มันตาย ให้ชายหนุ่มเอาหนังของมัน มาตัดเป็นรองเท้า...  เมื่อใส่แล้วจะสามารถขึ้นไปบนสวรรค์ได้ ... เมื่อเจ้าวัวแก่ตายลง ชายหนุ่มจึงนำหนังของมันมาทำรองเท้า ... พร้อมจูงลูกชายและลูกสาวของตน...  ทะยานผ่านม่านเมฆขึ้นไปบนฟ้า ... เพื่อตามหาหญิงทอผ้าอันเป็นที่รัก ... ในขณะที่กำลังจะได้พบกัน
พระชายาแห่งเง็กเซียนฮ่องเต้ก็ได้สะบัดปิ่นปักผม ... กลายเป็นทางช้างเผือกขึ้น ... ขวางกันชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้าไว้คนละฟากฟ้า
       ทั้งสองรู้สึกเสียใจจนเอาแต่ร้องไห้...  กระทั่งนกสี่เชวี่ย (นกมงคลประเภทหนึ่งของจีน) เกิดสงสารรวมตัวกันเพื่อทอดเป็นสะพานให้คู่รักทั้งสองได้มาพบกัน...  เมื่อนั้นพระชายาแห่งเง็กเซียนฮ่องเต้จึงทรงใจอ่อน...  อนุญาตให้ทั้งสองพบกันได้ทุกวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด

       เทศกาลนี้ ในประเทศญี่ปุ่นก็มีการฉลองโดยเรียกชื่อว่า การฉลอง Tanabata
นี้เริ่มในศตวรรษที่ 9 หรือที่ 10 แต่เพิ่งจะได้รับความนิยม Tokugawa (ค.ศ. 1603-1837) ที่ชาวบ้านโตเกียว ... เริ่มฉลอง Tanabata กัน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมา
ชาวญี่ปุ่นก็เริ่มเขียนกลอนไปไว้บนต้นไผ่ .. ส่วนของที่แขวนบนต้นไผ่ก็จะมี กระดาษที่ใช้อธิฐานที่เรียกว่า tanzaku...
จะตัดเป็นรูปกิโมโนสำหรับเจ้าหญิงทอผ้า กับด้ายห้าสี สำหรับชายเลี้ยงวัว พอแขวนจนพอใจแล้ว ก็จะนำต้นไผ่นั้นไปลอยแม่น้ำ
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:10 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #156  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 07/04/2009 12:55 pm

[size=167]
กำแพงเมืองจีน


[size=134]ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ... ด่าน... ค่าบัตร... และการเดินทาง

ท่ามกลางความเหน็บหนาว...  เมิ้งเจียงหนี่ว์หญิงชาวบ้านสู้อุตส่าห์ฝ่าลมหนาวมุ่งขึ้นเหนือตามหาสามีรัก...  ที่ถูกเกณฑ์ไปเป็นแรงงานก่อสร้างกำแพงเมือง...  หลังจากที่สามีจากบ้านมาเป็นเวลาหลายปี ... การเดินทางครั้งนี้นางหวังเพียงเพื่อจะได้มอบเสื้อกันหนาว ที่ตนเองบรรจงเย็บขึ้นกับมือให้กับเขา...ด้วยหัวใจรักที่มุ่งมั่น ในที่สุดนางก็บุกบั่นจนมาถึง...ที่ค่ายพักแรงงานก่อสร้างนางเที่ยวถามหาสามีไปทั่ว ... แต่ทว่ากลับต้องพบกับข่าวร้าย...สามีอันเป็นที่รักของนางนั้นได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้นานแล้ว ... เนื่องจากทนทรมานกับความยากลำบาก ... และผจญกับสภาพอากาศที่โหดร้ายไม่ไหว...  และศพของเขาก็ถูกฝังอยู่ภายใต้กำแพงเมืองนั่นเอง...นางร่ำไห้คร่ำครวญน้ำตาแทบเป็นสายเลือดอยู่สามวันสามคืน...  จนในที่สุดทำให้กำแพงเมืองยาวหลายร้อยลี้พังทลายลงมาทั้งแถบ ... เผยให้เห็นซากอันไร้วิญญาณของสามี ... เมื่อนั้นเอง นางจึงตัดสินใจกระโดดเอาศีรษะพุ่งชนกำแพงตายอยู่เคียงสามี ณ ที่แห่งนั้น...

‘เมิ้งเจียงหนี่ว์’ 1 ใน 4 ตำนานรักพื้นบ้านอันยิ่งใหญ่ของชาวจีน (ม่านประเพณี ตำนานรักนางพญางูขาว ชายเลี้ยงวัวกับหญิงทอผ้า)
ที่หลายคนเชื่อว่า ปัจจุบันสถานที่ฝังศพเมิ้งเจียงหนี่ว์และสามีนั้น คือ... กำแพงเมืองจีนบริเวณด่านซันไห่กวน ในมณฑลเหอเป่ย ... เรื่องราวในตำนานสะท้อนถึงสภาพความทารุณโหดร้าย แห่งยุคสมัยการซ่อมแซม ... และต่อเติมกำแพงเมืองจีนขององค์จักรพรรดิฉินซี ... ซึ่งได้เกณฑ์เอาไพร่พล ชาวเมือง และนักโทษหลายแสนคนมาเพื่อดำเนินการก่อสร้าง
      
       ด้วยความระบือนามของ* ฉินซีฮ่องเต้ * (ฉินสื่อหวงตี้)นี้ อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า กำแพงเมืองจีนเริ่มก่อสร้างครั้งแรกในสมัยของพระองค์... ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว กำแพงเมืองจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปีนี้ ... ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์โจว เมื่อราว 700 ปีก่อนคริสต์ศักราช ... โดยกษัตริย์แคว้นฉู่  ได้ริเริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้น เพื่อป้องกันการรุกรานจากแคว้นอื่น ได้แก่ ฉี เยี่ยน เว่ย จ้าว และฉิน ... ซึ่งต่อมาแคว้นเหล่านี้ก็ได้หันมาลงมือก่อสร้างกำแพงต้านข้าศึกตามอย่างบ้าง
เมื่อย่างเข้าสู่ยุคสมัยของจักรพรรดิฉินซีแห่งราชวงศ์ฉิน...  ภายหลังผนึกรวมทั้งหกแคว้นเป็นหนึ่งแล้ว ... ได้ทำการเชื่อมกำแพงเมืองจีนทางตอนเหนือของแคว้นฉิน เยี่ยน และจ้าวเข้าด้วยกัน ... รวมถึงดำเนินการก่อสร้างต่อเติมออกไปอีก...  ทั้งในสมัยของราชวงศ์ฮั่น เรื่อยไปถึงราชวงศ์หมิง

เห็นบรรยากาศหนาวๆแบบนี้ของกำแพงเมืองจีน... อดไม่ได้ที่จะนำมาฝากเพื่อนๆค่ะ... สุดชอบ
ไฟล์แนป
Image[12].jpg
Image[12].jpg (90.79 KiB) เปิดดู 1142 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:11 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #157  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 07/04/2009 1:07 pm

[size=134]
กำแพงเมืองจีน ... หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์โลก

ที่มีการถกเถียงกันว่าสามารถมองเห็น... ได้จากภายนอกโลกนี้ ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ คือ
ส่วน** กำแพงเมือง ** มีทั้งเป็นกำแพงหิน ดิน ทราย และอื่นๆ ...    ตามแต่วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง   โดยจะมีความสูงราว 3-8 เมตร และยอดกำแพงกว้าง 4-6 เมตร

** หอสังเกตการณ์ ** จะแบ่งออกเป็น 2 ชั้น...  โดยชั้นบนใช้คอยสอดส่องและยิงธนูต่อสู้ข้าศึก ... ส่วนชั้นล่างถูกซอยออกเป็นห้องเล็กๆ ใช้เก็บสรรพาวุธ รวมถึงเป็นที่พักนอนของเหล่าทหารหาญ
ส่วนที่3 คือ** ตัวด่านหรือป้อมปราการ ** มักสร้างไว้ตามจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ และ

** หอส่งสัญญาณ **  ซึ่งเป็นส่วนที่ตั้งอยู่นอกเขตกำแพง ... ตามยอดเขาหรือที่ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากที่ไกลๆ ตอนกลางคืนจะใช้วิธีจุดไฟแจ้งเหตุ ... ส่วนกลางวันใช้เป็นควันไฟสัญญาณแทน.

ภาพนี้ไม่ทราบว่าอยู่ที่ตรงช่วงไหนของกำแพงเมืองจีน... แต่แปลกมาก... มีหลายแยก
ไฟล์แนป
Image[10].jpg
Image[10].jpg (41.69 KiB) เปิดดู 1140 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:12 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #158  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 07/04/2009 1:12 pm

[size=134]
*** มิเคยขึ้นกำแพงเมืองจีน ... หาใช่ลูกผู้ชายไม่ ***

คำกล่าวจากกลอนบทหนึ่งของ * เหมาเจ๋อตง * หรือท่านประธานเหมาของชาวจีน
ที่ได้เอ่ยถึง‘ฉางเฉิง’ หรือกำแพงเมืองสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวจีนทั้งชาติ ... เนื่องจากเป็นสิ่งปลูกสร้างทางทหารเพื่อการป้องกันประเทศที่ยิ่งใหญ่...  ใช้ระยะเวลาก่อสร้างยาวนานที่สุด ... อีกทั้งอิฐหินแต่ละก้อนล้วนมาจากหยาดเหงื่อ  เลือดเนื้อและชีวิตของบรรพบุรุษแห่งชนในชาติทั้งสิ้น...  กำแพงเมืองจีนจึงเปรียบเสมือนอนุสรณ์สถานให้คนรุ่นหลัง... ได้หวนระลึกถึงความเกรียงไกรของบรรพชนรุ่นก่อน...  ที่แม้นจะไร้ซึ่งเครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัย ... ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานยิ่งใหญ่เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกได้

ภาพตัวอักษรโบราณนี้... ต้องอ่านจากทางขวา... ไปทางซ้ายนะค่ะ
การอ่านอักษรประโยคนี้ ได้เคยลงไว้ให้แล้วในหน้า 3
ไฟล์แนป
Image[9].jpg
Image[9].jpg (11.29 KiB) เปิดดู 1141 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:13 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #159  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 07/04/2009 1:52 pm

[size=134]
ข้อมูล.... มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี ค.ศ. 1987

สร้างในปี - ราว 700 ปีก่อนคริสตกาล ถึง ราชวงศ์หมิง ปี ค.ศ.1368-1644
อาณาเขต - ความยาว 14,600 ลี้ (ราว 6,700 กิโลเมตร)
สมญานาม*** กำแพงหมื่นลี้***
ปัจจุบันส่วนที่หลงเหลือให้เห็นเป็นรูปกำแพงตามดินแดนตอนเหนือของจีน ได้แก่

กรุงปักกิ่ง  (18 ด่าน)...  นครเทียนจิน  (2 ด่าน)...  มณฑลกันซู่  (20 ด่าน)...  มณฑลเหอเป่ย  (43 ด่าน)...  มณฑลเหลียวหนิง  ( 2 ด่าน)...  มณฑลหนิงเซี่ย  (15 ด่าน)...  มณฑลซันซี  (61 ด่าน)...  และมณฑลส่านซี  (24 ด่าน)
ล้วนเป็นกำแพงเมืองที่ก่อสร้างในสมัยราชวงศ์หมิงทั้งสิ้น ...
โดยสุดด้านตะวันออก คือ** ด่านซันไห่กวน  **  ในมณฑลเหอเป่ย
และสุดด้านตะวันตก คือ **  ด่านเจียอี้ว์กวน **   ในมณฑลกันซู่

ภาพความงามของด่านมู่เถียนอี้ว์... ในกรุงปักกิ่ง
ไฟล์แนป
Image[11].jpg
Image[11].jpg (49.29 KiB) เปิดดู 1139 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:14 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #160  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 07/04/2009 2:07 pm

[size=134]
ข้อมูลท่องเที่ยว
      
       จุดที่สามารถชมกำแพงเมืองจีนได้สะดวกในเขตกรุงปักกิ่ง อยู่ที่
* ด่านปาต๋าหลิ่ง*... * ด่านมู่เถียนอี้ว์* ...*  ด่านซือหม่าไถ * ... และ*ด่านจีว์ยงกวน *
แต่ด่านที่เป็นจุดชมกำแพงเมืองจีนที่สมบูรณ์ที่สุด คือที่


[size=167]*** ด่านปาต๋าหลิ่ง *** ( 八 达 岭 )

[size=134]สามารถไปกลับได้ภายใน 1 วัน....  ราคาบัตรขึ้นกำแพง 60 หยวน , 80 หยวน (ฤดูท่องเที่ยว)
เดินทางโดยรถโดยสารทางไกล (คล้ายบขส.)...  สาย 919...  ขึ้นที่ท่ารถประตูเต๋อเซิ่งเหมิน( 德 胜 门 ) ... บริเวณใกล้สถานีรถไฟใต้ดินจีสุ่ยถัน ( 积 水 潭 站 )
รถออกเวลา 6:30 - 8:30 น.,
หรือด้วยรถโดยสารขนาดเล็ก ( คล้ายรถตู้แล่นในเขตปริมณฑล ) ... ออกจากท่ารถหน้าสถานีรถไฟใต้ดินเฉียนเหมิน ( 前 门 ) ...
และฉงเหวินเหมิน ( 崇 文 门 ).
สามารถซื้อตั๋วและเดินทางได้ในวันเดินทาง หรือสำรองที่นั่งล่วงหน้า 2 วัน...  ราคาตั๋วประมาณ 40 หยวน...  
รถออกทุกวัน เวลา 6:30-10:00 น


[size=167]**  ด่านมู่เถียนอี้ว์ ** ( 慕 田 峪 )

[size=134]ราคาบัตรขึ้นกำแพง 25-35 หยวน (ตามฤดูท่องเที่ยว) มีรถกระเช้าขึ้นกำแพงราคา 50-35 หยวน
ด่านมู่เถียนอี้ว์ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินตงจื๋อเหมิน  ( 东 直 门 ) ในเขตเมืองปักกิ่ง
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 70 กิโลเมตร ... ในอำเภอหวยโหรว(怀柔县) สามารถเดินทางด้วยรถไฟสายตรงถึงกำแพงเมืองจีนด่านมู่เถียนอี้ว์
โดยขึ้นรถที่สถานีรถไฟตรงประตูซีจื๋อเหมิน ( 西 直 门 ) ... ไปลงที่เป่ยไจ๋(北宅)
แล้วต่อรถยนต์ไปอีกจึงถึงจุดหมาย ... ราคาค่าตั๋วรถไฟรวมค่าบัตรผ่านประตูแล้ว ,
หรือนั่งรถโดยสารทางไกลสาย 916 ตงจื๋อเหมิน-อำเภอหวยโหรว ,
หรือรถโดยสารสาย 6 จากประตูเซวียนอู่เหมิน ( 宣 武 门 )
มู่เถียนอี้ว์ (ให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 15 เมษายน-15 ตุลาคม)

ภาพล่างนี้คือ... ‘ด่านปาต๋าหลิ่ง’ ... ในกรุงปักกิ่ง
เป็นที่ขึ้นชื่อว่า มีความแข็งแรง มีสภาพสมบูรณ์ และเป็นจุดเที่ยวชมกำแพงเมืองจีนที่ดีที่สุด
ไฟล์แนป
Image[4].jpg
Image[4].jpg (48.78 KiB) เปิดดู 1137 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:16 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #161  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 07/04/2009 2:23 pm

[size=167]**  ด่านซือหม่าไถ ** ( 司 马 台 )
[size=134]
ราคาบัตรขึ้นกำแพง 30 หยวน ... สามารถเดินทางโดยขึ้นรถโดยสารทางไกลที่ท่ารถประตูตงจื๋อเหมิน ( 东 直 门 )...  สายตงจื๋อเหมิน-มี่หยุน-ซือหม่าไถ
หรือขึ้นรถโดยสารสาย 12 ... ที่ป้ายรถหน้าสถานีรถไฟใต้ดินเซวียนอู่เหมิน ( 宣 武 门 )
หรือที่สถานีตงซื่อสือเถียว ( 东 四 十 条 )...  ระยะทาง 130 กิโลเมตร
เส้นทางนี้ใช้ได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น ราคาตั๋วไป-กลับประมาณ 60 หยวน
      
     :!:    ข้อควรระวัง : โปรดตรวจสอบราคาบัตรเข้าชมรวมค่าประกันภัยหรือไม่ และเพื่อความปลอดภัย
อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถปีนได้ถึงป้อมที่ 12 เท่านั้น ... เด็กเล็กโปรดระมัดระวังความปลอดภัยเป็นพิเศษ
:idea:  ... หากเกิดเหตุฉุกเฉินติดต่อเจ้าหน้าที่หมายเลขโทรศัพท์ 69031051

นอกจากนี้ยังมีจุดชมกำแพงเมืองจีน ด่านแรกสุดทางทิศตะวันออกติดกับทะเลป๋อไห่ คือที่
[size=167]** ด่านซันไห่กวน ** ( 山 海 关 )
[size=134]ใกล้เขตทิวทัศน์เป่ยไต้เหอ ( 北 戴 河 )
เมืองฉินหวงเต่า ( 秦 皇 岛 ) ในมณฑลเหอเป่ย
โดยท่านสามารถเดินทางโดยรถไฟสาย ปักกิ่ง-เป่ยไต้เหอ...  ออกจากสถานีรถไฟปักกิ่ง ... ไปลงที่สถานีฉินหวงเต่า...  หรือที่สถานีด่านซันไห่กวน ใช้เวลาเดินทาง 1 คืน
หรือเลือกเดินทางโดยเครื่องบินสายการบินในประเทศจากเมืองใหญ่ ... เช่น ปักกิ่ง .. เซี่ยงไฮ้ .. กว่างโจว..  ซีอัน ..  ฮาร์บิน  .. ต้าเหลียน ... ลงที่... สนามบินฉินหวงเต่า
       ราคาบัตรขึ้นกำแพง : 40 หยวน
      
       แหล่งท่องเที่ยวบริเวณด่านซันไห่กวน :
* วัดเมิ่งเจียงหนี่ว์* ( 孟 姜 女 庙 ) ราคาบัตร 25 หยวน
และ * เมืองตากอากาศเป่ยไต้เหอ *
      
       ข้อควรระวัง : ช่วงเทศกาลวันหยุดตรุษจีน ... ร้านรวงทุกประเภทปิดให้บริการ
และอย่าคาดหวังมากนักกับทิวทัศน์ริมทะเลของจีน
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 4:18 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

โพสต์ #162  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย nuna11 » 09/04/2009 9:17 am

ปักกิ่งยังคงมีมนต์เสน่าห์ ชวนค้นหาอยู่เสมอ

อ่านอยู่เรื่อยๆคะ อิมอิม
ความรักก็เหมือนรถไฟสายกาลเวลา จึงไร้ประโยชน์หากเราเจอคนที่ใช่ช้าไปหรือเร็วเกินไป
ภาพประจำตัวสมาชิก
nuna11
 
โพสต์: 777
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:31 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #163  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/04/2009 11:14 am

[size=134]เพื่อนๆค่ะ... มีบุคคลสำคัญท่านหนึ่งของประเทศจีน...หลังจากที่ได้อ่านพบประวัติส่วนตัวของท่านโดยบังเอิญ... เป็นที่น่าสนใจมาก... จึงอยากให้เพื่อนๆ ได้รับทราบด้วย.
ท่านผู้นี้ไม่ได้เป็นบุคคลที่สำคัญเพียงในประเทศจีนเท่านั้น... ท่านยังมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ในหลายประเทศในโลกอีกด้วย... โดยเฉพาะกับประเทศไทยท่านผู้นี้ก็สำคัญเหมือนกัน

เพื่อนๆ... ทราบไหม๊ค่ะว่าท่านคือใคร....?....
เราคิดว่า... คนส่วนใหญ่ในประเทศไทย... จะต้องรู้จักวัดซำปอกง... แล้ววัดนี้มาเกี่ยวข้องอะไรกับบุคคลท่านนี้ด้วยนะ.... ?....

เรามาตามอ่านประวัติของท่านกันค่ะ
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

โพสต์ #164  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/04/2009 11:24 am

[size=184]*** เจิ้งเหอ *** – แม่ทัพเรือจีนมุสลิม
郑  和  - Zheng He หรือ Cheng Ho


[size=142]เจิ้งเหอ (Zheng He หรือ Cheng Ho) (ค.ศ.1371-1433)
เป็นผู้บัญชาการกองเรือมหาสมบัติของจีนสมัย ราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644)
การเดินเรือสำรวจทางทะเลในระยะเวลา 28 ปีของเจิ้งเหอ...  ประกอบด้วยกองเรือกว่า 300 ลำ ลูกเรือเกือบ 28,000 ชีวิต...  ออกสำรวจทางทะเลรวม 7 ครั้ง เดินทางมากกว่า 50,000 กิโลเมตร ... ท่องต่างแดนมากกว่า 30 ประเทศจากทะเลจีนใต้ไปจนถึงชายฝั่งตะวันออกของอาฟริกา

*** เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฏาคม ค.ศ. 1405 (พ.ศ.1948)
ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระรามราชาธิราชแห่งราชวงศ์อู่ทองปกครองกรุงศรีอยุธยา...  สิ้นสุดในปีค.ศ.1433 (พ.ศ.1976) พร้อมกับการเสียชีวิตของเจิ้งเหอ

กองเรือมหาสมบัติของจีนเคยติดต่อกับอาณาจักรอยุธยาด้วย ... กาวิน แมนซี (Gavin Menzies) อดีตทหารเรือชาวอังกฤษ เสนอทฤษฎีว่า
* ในการเดินเรือครั้งหนึ่งของเจิ้งเหอ เขาน่าจะไปไกลถึงทวีปอเมริกา ซึ่งหากเป็นจริง เขาก็จะเป็นผู้ค้นพบทวีปอเมริกาก่อนโคลัมบัสเกือบร้อยปี *
ไฟล์แนป
zheng%20he6[1].jpg
zheng%20he6[1].jpg (30.85 KiB) เปิดดู 1075 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 24/04/2009 12:29 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

โพสต์ #165  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/04/2009 11:36 am

ภูมิหลังเจิ้งเหอ

[size=134]เจิ้งเหอ เป็นคน ชนชาติหุย...  แซ่หม่า (มาจากคำภาษาอาหรับว่า มุฮัมหมัด) ซึ่งเป็นแซ่ของ ชาวหุย ส่วนใหญ่
เดิมชื่อ*  หม่าเหอ * เกิดในครอบครัวมุสลิม...  ที่เมืองคุนหยาง มณฑล ยูนนาน
ซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้ายของกองทัพมองโกล และพวกที่ภักดีต่อมองโกลทางตอนใต้ของประเทศจีนที่ราชวงศ์หมิงยังยึดไม่ได้ในสมัยนั้น
เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1371 (พ.ศ.1914) ในต้นราชวงศ์หมิง เป็นลูกหลานชั้นที่หกของ ซัยยิด อัจญาล ชัมสุดดีน อุมัร (Sayyid Ajjal Shams al-Din Omar) แม่ทัพของกองทัพมองโกล จากบุคอรอ เอเชียกลาง (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอุซเบกิสถาน)... ซึ่งเป็นผู้ปกครองมณฑลเสฉวนและยูนนานผู้ลือนาม เจิ้งเหอมีพี่ชาย 1 คน พี่สาว 1 คน และน้องสาว 3 คน
บิดาของเจิ้งเหอมีนามว่า * หม่าฮายี หรือ ฮัจญีหม่า * (Ma Hazhi หรือ Ma Haji) ทั้งพ่อและปู่ของเจิ้งเหอได้ไปทำพิธีฮัจญ์ในมักกะฮ...  สันนิษฐานจากคำนำหน้าชื่อว่า ฮายี
จึงได้พบเห็นผู้คนจากทุกสารทิศ และต้องเล่าเรื่องนี้แก่เจิ้งเหออย่างแน่นอน
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง ปักกิ่ง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

  • Advertisement
cron