• Advertisement

Our Style in Beijing ( with Tour )

Forbidden City-Great Wall in Beijing-Tiananmen Square-Imperial College-Cuandixia Village-Dajue Temple-Hongluo Temple-Yuan Dynasty City Wall Relics-Prince Gong's Mansion-Ancient Cliff House (Guyaju)-Summer Palace-Beihai Park-The Great Bell Temple-Beijing National Stadium-Beijing 798 Art Zone-ฯลฯ

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #46  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 23/03/2009 11:53 pm

[size=134]
ถัดจากมุมที่ถ่ายรูปเรือจำลอง...ขึ้นไป
เดินไปก็จะเจอ...ศาลาใหญ่...มีวิวสวยมากๆ...เห็นวิวพาโนรามาของทะเลสาปสวยงามสุดบรรยาย
ในรูป...เพื่อนๆ เห็นไหม๊ค่ะ...มีคนลงไปเดินเล่นบนน้ำแข็งในทะเลสาป
ไฟล์แนป
image82.JPG
image82.JPG (92.28 KiB) เปิดดู 1079 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:17 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #47  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 11:15 am

[size=134]
เนินที่เห็นด้านหลัง...เราไม่ได้เดินขึ้นไปนะค่ะ...เลยไม่รู้ว่าเป็นอะไร...เที่ยวแบบโฉบๆ ก็เป็นอย่างนี้แหละ
เพื่อนๆอยากรู้ประวัติพระนางซูสีไทเฮา...ไม๊ค่ะ


[size=167].... :idea: ..... ประวัติพระนางซูสีไทเฮา

[size=134]พระบรมนามาภิไธย  คือ...สมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ยวชิงฉือสี่ตวนโย้วคังอี๋จาวยู้จวงเฉิงโช้วกงชิงเสี้ยนฉงซีเป่ย์เทียนซิงเชิงเสี่ยน  ( ทำไมยาวจังเลย )
พระอิสริยยศ ....สมเด็จพระจักรพรรดินี พระพันปีหลวง
ราชวงศ์ ....ชิง
ครองราชย์ ....กันยายน ค.ศ. 1851 (พ.ศ. 2393) —22 สิงหาคม ค.ศ. 1861 (พ.ศ. 2403) ในฐานะพระมเหสี
22 สิงหาคม ค.ศ. 1861 (พ.ศ. 2403) —15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1908 (พ.ศ. 2450) ในฐานะพระจักรพรรดินี พระพันปีหลวง
ระยะครองราชย์.... 48 ปี
รัชกาลก่อนหน้า..... สมเด็จพระจักรพรรดิเสียนเฟิง
รัชกาลถัดไป..... สมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋

ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ..... 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835 (พ.ศ. 2377)
สวรรคต.... 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1908 (พ.ศ. 2450).....(สิริพระชนม์ 73 พรรษา)

พระราชบิดา ....นายหุ้ยเจิง
พระราชสวามี.... สมเด็จพระจักรพรรดิเสียนเฟิง
พระราชโอรส/ธิดา .....สมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อ
ไฟล์แนป
image84.JPG
image84.JPG (132.51 KiB) เปิดดู 1075 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:26 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #48  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 11:25 am

[size=167]
...  :idea: ....สมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ยวชิงเสี่ยน .... 孝 欽 顯 ....เสี่ยว ชิง เสี่ยน
หรือ.... สมเด็จพระจักรพรรดินีฉือสี่ พระพันปีหลวง .... 慈 禧 太 后 ....ฉีอ สื่อ ไท่  โฮ่ว... Tz'u-Hsi T'ai-hou, .... หรือที่รู้จักกันในประเทศไทยว่า "ซูสีไทเฮา"


[size=134]ประสูติ.... 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835 (พ.ศ. 2377)
สวรรคต... 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1908 (พ.ศ. 2450)
ทรงเป็นราชนิกุลชาวแมนจูในประวัติศาสตร์จีนสมัยราชวงศ์ชิง ...โดยทรงเป็นพระราชวงศ์ผู้ปกครองประเทศจีนโดยพฤตินัยถึงสี่สิบแปดปี ....และเมื่อสวรรคตแล้วไม่นานราชวงศ์แมนจูและระบอบราชาธิปไตยในจีนก็ถึงกาลสิ้นสุดลง

เรื่องราวของซูสีไทเฮาเกิดขึ้นในช่วงกลาง....รัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาเจษฏาบดินทร์ฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว. ( ร. 3 )....ถึง....ปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวของไทย ( ร. 5 )



[size=167]...  :idea:  .... ถนนตลาดซูโจว

[size=134]วิวด้านหลัง... นี่เรียกว่า... * ถนนตลาดซูโจว *.... เป็นส่วนที่อยู่ในด้านหลังพระราชวังฤดูร้อนี้...
(  ได้อ่านเจอข้อมูลที่น่าสนใจมาก... ทำไมถึงต้องสร้างเมืองจำลองแห่งนี้ ? .... ใครเป็นผู้สั่งให้สร้าง ? .... แปลมาจากข้อมูลที่ค้นได้...เรื่องราวสนุกมากค่ะ  )

:arrow: วันหนึ่งในระหว่างที่เฉียนหลงฮ่องเต้ทรงเสด็จเยี่ยมเมืองซูโจว... ทรงปลอมตัวเป็นนักจารึกแสวงบุญ... ไปยังวัดพุทธแห่งหนึ่งของเมืองซูโจว... พระองค์ทรงพบกับนางชีรูปโฉมงามมากท่านหนึ่ง... ทันที่ที่แรกพบ... พระองค์ทรงต้องพระทัยในความงามของนางมาก... ถึงขนาดจะพานางกลับมายังพระราชวังให้ได้... แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากกฎข้อบังคับทางพุทธศาสนา.
.....หลังพระองค์เสด็จกลับปักกิ่ง.... ทรงมีพระดำริแก้ไขปัญหาในใจของพระองค์... โดยสั่งให้สร้าง* วัดฉวนจง * ....ขึ้นในพระราชวัง... สำหรับนางชีผู้เลอโฉม ...สถานที่สร้างวัดนี้ มีวิวที่สวยงามมาก... ทุกครั้งที่เสด็จมายังวัดนี้... เปรียบเหมือนพระราชวังชั่วคราวของพระองค์ ... หลังจากสร้างวัดเสร็จ... พระองค์ทรงเชิญให้นางชีผู้เลอโฉม... มาจำวัดแห่งนี้
.....วันหนึ่งฮ่องเต้เสด็จมาที่วัด... ได้ยินว่านางป่วย...ฮ่องเต้ทรงถามว่า  แม่นางป่วยเป็นอะไร ?...นางชีตอบว่า... ไม่มีสิ่งใดผิดปกติหรอก...เพียงแต่คิดถึงบ้านเกิดที่จากมานานแล้ว... ต้องการจะกลับไปเยี่ยมเยียนบ้านเกิดสักครั้งหนึ่ง... นางพูดด้วยน้ำตา
..... เฉียนหลงฮ่องเต้...ตรัสกับนางว่า...มันง่ายมากเลย... เราจะไปเยี่ยมซูโจวกับท่านด้วย... ภายในครึ่งปีนี้ ... ให้รอไปอีกหน่อย
..... หลังจากนั้นอีกครึ่งปีต่อมา ....ฮ่องเต้ก็เสด็จมาที่วัดและบอกกับนางว่าให้ขึ้นรถม้าไปเมืองซูโจวได้แล้ว ...นางนั่งรถม้ามาได้เพียงหนึ่งชั่วโมง... คนลากรถสั่งให้รถหยุด...และบอกกับนางว่าถึงเมืองซูโจวแล้ว...ให้นางลงจากรถม้า... นางพูดว่า..มันจะเป็นไปได้อย่างไร..ที่จะเดินทางถึงซูโจวภายในไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง... นางจึงโผล่หน้าออกมาดู... แค่เพียงได้เห็นเมืองซูโจว...แม่น้ำสายเล็กๆไหลผ่านตรงกลาง... ถนนอยู่สองฟากฝั่ง..... นางถึงกับไม่เชื่อในสายตาตนเอง ... มีพ่อค้าเอาสินค้าจากเมืองซูโจวมาขาย... อีกทั้งผู้คนที่เดินไปมา.. และเจ้าของร้านค้า...ต่างพูดภาษาท้องถิ่นซูโจว... ทำให้นางรู้สึกว่าได้เดินอยู่บนถนนในเมืองซูโจว
..... ต่อมาภายหลังฮ่องเต้ได้สั่งให้สร้างร้านค้าเพิ่มขึ้นอีก..บนถนนใกล้วัด... จึงทำให้มีพ่อค้านำสินค้ามาขายเพิ่มขึ้น... ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา... ฮ่องเต้ทรงมาหานางบ่อยขึ้น...พร้อมกับทรงชื่นชมวิวเมืองซูโจว
..... นี่แหละค่ะเพื่อนๆ... จึงเป็นที่มาของชื่อถนนแห่งนี้ด้วย... ต่างเรียกขานว่า...ซูโจวเจีย... 苏 洲 街 ( ซูโจวเป็นเมืองหนึ่งในมณฑลเจียงสู / คำว่า เจีย ... 街 ..... ถนน )    
  
ไฟล์แนป
image85.JPG
image85.JPG (97.02 KiB) เปิดดู 1073 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:31 pm, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #49  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 12:01 pm

[size=134]
....  :idea: ....ข้อมูลเกี่ยวกับพระชาติพงศ์และขณะทรงพระเยาว์ของซูสีไทเฮา

ถึงแม้จะมีอยู่มากมายแต่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด .... หาข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันได้น้อยมาก อย่างไรก็ดี ในหนังสือเกี่ยวกับพระราชประวัติส่วนใหญ่มักอ้างว่า
ทรงเป็นธิดาในข้าราชการแมนจูระดับล่างชื่อ ....  หุ้ยเจิง ..... 惠  征 ..... กับภรรยาเอก
ทั้งนี้ สกุลของพระชนก....ว่า .... * เย่เฮ่อน่าลา *..... จีนตัวเต็ม: 葉 赫 那 拉.... จีนตัวย่อ: 叶 赫 那 拉  
สกุลของพระชนนีว่า .... * ฟู่ฉา *.... 富 察 ....  
นายเอ็ดเวิร์ด แบร์ ( Edward Behr) นักประวัติศาสตร์จีน สันนิษฐานว่า ซูสีไทเฮามีพระประสูติกาลใน ค.ศ. ใน ค.ศ. 1835 (พ.ศ. 2377)
โดยมีพระนามแต่แรกเกิดว่า  * หลันเอ๋อร์ * .....จีนตัวเต็ม   蘭   兒.... จีนตัวย่อ 兰 儿....ความหมายว่า.... นางกล้วยไม้น้อย
โดยสันนิษฐานจากการที่ผู้สืบสันดานจากพระเชษฐาของซูสีไทเฮา คือ ...เกินเจิง... มีชื่อแต่เด็กว่า  * ซิงเอ๋อร์  *
และพระนามที่ซูสีไทเฮาทรงใช้เมื่อทรงเข้ารับการศึกษาขณะทรงพระเยาว์มีว่า  * ซิ่งเจิน *....杏 贞
บรรดามุขปาฐะที่แพร่หลายมากที่สุดว่า ซูสีไทเฮาทรงเป็นชาวแคว้นแยงซีก็มี,.... ว่าทรงเป็นชาวเมืองชางจื่อ  ก็มี,.... ว่าทรงเป็นชาวมณฑลชานซีก็มี ....(ฉบับนี้ว่าครอบครัวของซูสีไทเฮาเป็นชาวฮั่นที่เข้ารีตเป็นแมนจูด้วย),... ว่าทรงเป็นชาวเมืองฮูฮอตก็มี,... ว่าทรงเป็นชาวมองโกเลียในก็มี....และว่าทรงเป็นชาวกรุงปักกิ่งก็มี
ทั้งนี้ เป็นที่ยอมรับทั่วไปว่า...ทรงใช้ชีวิตขณะทรงพระเยาว์ที่มณฑลอานฮุย.... และย้ายรกรากไปกรุงปักกิ่งในระหว่างที่มีพระชนมายุ...ได้  13 -15 พรรษาโดยประมาณ

หุ้ยเจิง...นั้นรับราชการเป็นนายทหารประจำกองธงสีฟ้ารักษาชายแดน ณ มณฑลชานซี.... กองธงสีฟ้าเป็นกองธงหนึ่งในจำนวนแปดกองธง....ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ด้านการทหาร และต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการมณฑลอานฮุย ....แต่ถูกปลดจากราชการใน ค.ศ. 1853 (พ.ศ. 2395).... หลังจากที่ซูสีไทเฮาได้ถวายตัวแก่ราชสำนักสองปี ...เนื่องจากหุ้ยเจิงเพิกเฉยหน้าที่ในการปราบกบฎไทเป.... ณ มณฑลอานฮุย ....และหนังสือบางเล่มกล่าวว่าในการนี้ หุ้ยเจิงต้องโทษประหารชีวิตและถูกตัดศีรษะด้วย
ไฟล์แนป
image88.JPG
image88.JPG (125.86 KiB) เปิดดู 1068 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:33 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #50  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 12:32 pm

[size=134]
เดือนกันยายน ค.ศ. 1851 (พ.ศ. 2393) ซูสีไทเฮาพร้อมด้วยเด็กสาวชาวแมนจูอีกหกสิบรายได้รับการคัดเลือก...เข้าเป็นพระสนมของสมเด็จพระจักรพรรดิเสียนเฟิง
*  ซูสีไทเฮา * ...เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่คนจากจำนวนหกสิบรายเท่านั้น....ที่ได้รับพระราชทานยศศักดิ์เป็นพระสนมจริง ๆ ....โดยได้รับตำแหน่ง  * ซิ่วหฺนวี่ *..... 秀 女...แปลเป็นไทยได้ว่า ...ท้าวศรีสวัสดิลักษณ์...และตำแหน่ง ....พระมเหสีชั้น 5.... ตามลำดับ
ครั้นวันที่ 27 เมษายน ปีถัดมา ...ก็ประทานพระประสูติกาลพระโอรสพระนามว่า * ไจ้ฉุน *
พระโอรสนี้เป็นพระรัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวของสมเด็จพระจักรพรรดิเสียนเฟิง....และต่อมาเสวยราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อ.... รัชกาลถัดมา
ครั้งนั้น โปรดให้เลื่อนตำแหน่งซูสีไทเฮาขึ้นเป็น  * พระมเหสีชั้น 4 *
เมื่อเจ้าฟ้าไจ้ฉุนมีพระชนม์หนึ่งพรรษา ...ก็โปรดพระราชทานชื่อใหม่ให้แก่ซูสีไทเฮาให้ใช้เป็นชื่อตัวว่า * อี้ *..... 懿...แปลว่า....ประเสริฐเลิศล้น.... กับทั้งให้เลื่อนตำแหน่งซูสีไทเฮาขึ้นเป็น  * พระมเหสีชั้น 2 *..... ซึ่งรองจากพระมเหสีชั้น 1 คือ ....สมเด็จพระอัครมเหสีเจินหวงโฮ่ว ...... 贞  皇  后 ....ผู้ซึ่งต่อมาคือ....ซูอันไทเฮา
ไฟล์แนป
image94.JPG
image94.JPG (116.1 KiB) เปิดดู 1065 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:34 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #51  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 12:40 pm

[size=134]
....  :idea:  ....* สวรรคตของจักรพรรดิเสียนเฟิง *

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1860 (พ.ศ. 2402)... กองทหารผสมของสหราชอาณาจักร...และฝรั่งเศส... โดยการบังคับบัญชาของเอิร์ลเจมส์ บรูซ ( James Bruce)... เข้าโจมตีกรุงปักกิ่งโดยมีสาเหตุเนื่องมาจากสงครามฝิ่น ....และในเดือนถัดมากองผสมก็สามารถยึดกรุงได้...และเผาทำลายหมู่พระราชวังฤดูร้อนจนย่อยยับ.... ทั้งนี้ เพื่อตอบโต้จีนที่ได้สั่งให้จับกุม  คุมขัง และทรมานชาวต่างชาติทั้งปวงในจักรวรรดิ ....นักโทษคนสำคัญคือ.... แฮร์รี่พากส์   ( HarryParkes).... ราชทูตอังกฤษ ...ระหว่างนั้น สมเด็จพระจักรพรรดิเสียนเฟิง....ได้เสด็จลี้ภัยพร้อมด้วยข้าราชการบริพารทั้งมวลจากกรุงปักกิ่ง....ไปประทับยังพระราชวังที่เมืองเฉิงเต๋อ .... 承德..... มณฑลเหอเป่ย์
ฝ่ายสมเด็จพระจักรพรรดิเมื่อทรงรับทราบว่าหมู่พระราชวังอันวิจิตร....และเป็นที่ทรงรักยิ่งพินาศลงสิ้น ....ก็ประชวรพระโรคสมองเสื่อม ( dementia ) และภาวะซึมเศร้า .....มีรับสั่งให้ถวายน้ำจันทน์และพระโอสถฝิ่นมิได้ขาดสาย..... ยังผลให้พระพลานามัยเสื่อมโทรมลง

วันที่ 22 สิงหาคม ปีถัดมา... สมเด็จพระจักรพรรดิก็สวรรคต ณ พระราชวังที่เมืองเฉิงเต๋อ ...ทั้งนี้ ก่อนจะสวรรคตได้ทรงเรียกประชุมรัฐมนตรีสำคัญจำนวนแปดคน... และมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ.... แต่งตั้งให้เป็นคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
มี...* ซู่ซุ่น * ... 肃  顺.... เป็นประธาน ....* ไจ่หยวน *.... 載  垣... และ * ตวนหวา  *: 端  華..... เป็นรองประธาน.... มีอำนาจหน้าที่ในการอำนวยการและสนับสนุน...สมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่....ให้ขึ้นทรงราชย์โดยเรียบร้อย ....เนื่องจากขณะนั้น * สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าไจ้ฉุน *.... พระรัชทายาท มีพระชันษาเพียงห้าชันษาเท่านั้น.
นอกจากนี้ ยังโปรดให้สมเด็จพระอัครมเหสีเจิน...และพระมเหสีชั้น 2... หรือซูสีไทเฮา... เฝ้าถึงพระบรรจถรณ์ ....และพระราชทานตราประทับให้ทั้งสองเพื่อให้ร่วมมือกันอภิบาลดูแลให้สมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์น้อยทรงเจริญพระชันษา....ขึ้นอย่างทรงมีพระวัยวุฒิและคุณวุฒิ ....นอกจากนี้ ยังเพื่อเป็นการให้พระมเหสีทั้งสองคอยตรวจสอบ....การใช้อำนาจของคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ด้วย

ภายหลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิเสียนเฟิงสวรรคตแล้ว ....คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระนามาภิไธยสมเด็จพระจักรพรรดิ....ได้ประกาศเฉลิมพระนามาภิไธยของพระชายาทั้งสอง ...
โดยสมเด็จพระอัครมเหสีเจิน...ในพระชนมายุยี่สิบห้าพรรษาเป็น ... *สมเด็จพระจักรพรรดินีฉืออัน พระพันปีหลวง *...... 慈  安  皇  太  后..... ฉืออันไท่โฮ่ว..... รู้จักกันในไทยว่า * ซูอันไทเฮา *
และซูสีไทเฮาในตำแหน่งพระมเหสีชั้น 2 ....พระชันษายี่สิบเจ็ดชันษา เป็น  * สมเด็จพระจักรพรรดินีฉือสี่ พระพันปีหลวง *...... 慈  禧  太  后...... ฉือสีไท้โฮ้ว... คือ * ซูสีไทเฮา* ....ตามที่รู้จักกันในไทย
ทั้งนี้ คำว่า ...ฉืออัน... หมายความว่า ....ผู้พร้อมไปด้วยมาตุคุณและความสงบ....
ส่วน ...ฉือสี่.... ว่า หมายความ...ผู้พร้อมไปด้วยมาตุคุณและโชค
ในประเทศจีนยังนิยมเรียก....พระพันปีหลวงทั้งสอง ...โดย....
ซูอันไทเฮาว่า * สมเด็จพระพันปีหลวงฟากตะวันออก * ......เนื่องจากมักประทับพระราชวังจงฉุยฟากตะวันออก ( Eastern Zhong-cui Palace)
และซูสีไทเฮาว่า * สมเด็จพระพันปีหลวงฟากตะวันตก *..... เนื่องจากมักประทับพระราชวังฉือซิ่วฟากตะวันตก ( Western Chuxiu Palace )


ภาพ.....พระฉายาสาทิสลักษณ์ของ...ซูสีไทเฮาครั้งที่ดำรงตำแหน่งพระมเหสีชั้น 2

ภาพล่าง...คือ...พระฉายาทิสลักษณ์ของ...ซูอันไทเฮา
ไฟล์แนป
170px-East_Dowager_Empress[1].jpg
170px-East_Dowager_Empress[1].jpg (40.03 KiB) เปิดดู 1046 ครั้ง
The_Qing_Dynasty_Ci-Xi_Dowager_Empress_of_China_at_the_time_being_the_Imperial_Concubine_Yi[1].png
The_Qing_Dynasty_Ci-Xi_Dowager_Empress_of_China_at_the_time_being_the_Imperial_Concubine_Yi[1].png (150.06 KiB) เปิดดู 1048 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:35 pm, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #52  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 1:03 pm

[size=134]
...  :idea:  .....* รัฐประหารซินโหย่ว *


เหตุการณ์ในเมืองเฉิงเต๋อ ...ขณะที่คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์...กำลังเตรียมการเคลื่อนย้ายพระศพกลับกรุงปักกิ่งนั้น.... ซูสีไทเฮาก็ได้เตรียมการยึดอำนาจเช่นกัน... ตำแหน่งสมเด็จพระจักรพรรดินีฯ พระพันปีหลวงนั้นย่อมไม่สะดวก....และไม่ชอบด้วยกฎหมายที่จะใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ....กับทั้งสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ก็ทรงเล็กนัก ....ไม่อาจใช้เป็นกลไกในการยึดอำนาจบริหารราชการแผ่นดินได้.... ดังนั้น ซูสีไทเฮาจึงเสด็จไปเกลี้ยกล่อมซูอันไทเฮาให้ทรงพระดำริ....ถึงประโยชน์ที่ทั้งสองพระองค์จะได้ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ร่วมกัน ซึ่งซูอันไทเฮาก็ทรงเห็นดีด้วย

ในระยะนี้ ความตึงเครียดระหว่างคณะผู้สำเร็จราชแทนพระองค์....กับพระพันปีหลวงทั้งสองพระองค์ทวีขึ้นเรื่อย ๆ ....คณะผู้สำเร็จราชการฯ ไม่ชอบใจในการก้าวก่ายทางการเมืองของซูสีไทเฮา ....การเผชิญหน้าซึ่งกันบ่อยครั้งขึ้นเป็นเหตุให้ซูสีไทเฮามีพระราชอารมณ์ขึ้งขุ่น...ในคณะผู้สำเร็จราชการฯ มากขึ้น.... ครั้งหนึ่งถึงกับไม่ทรงเสด็จออกขุนนางโดยทรงปล่อยให้ซูอันไทเฮาเสด็จออกเพียงพระองค์เดียว ....เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง ซูสีไทเฮาทรงรวบรวบไพร่พลเป็นการลับ ....ซึ่งประกอบด้วยบรรดารัฐมนตรีและข้าราชการพลเรือนที่มากความสามารถ... ข้าราชการทหารหลายฝ่าย ....และบรรดาผู้ไม่พอใจในคณะผู้สำเร็จราชการฯ
เป็นต้นว่า.... เจ้าชายกง ฉินหวาง .... 恭 亲  王 .... ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่หกในสมเด็จพระจักรพรรดิเต้ากวง... มีพระสันดานทะเยอทะยานอย่างยิ่งยวด ....และทรงถูกคณะผู้สำเร็จราชการฯ กีดกันจากอำนาจบริหาราชการแผ่นดิน.... และ เจ้าชายฉุนเสียน ฉินหวาง .... 醇  贤  亲 王... พระอนุชาของเจ้าชายกง ฉินหวาง
ไฟล์แนป
A175p14x1[1].jpg
A175p14x1[1].jpg (16.38 KiB) เปิดดู 1064 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:36 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #53  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 1:13 pm

[size=134]
  :roll: ....ในระหว่างที่ฝ่ายซูสีไทเฮากำลังเตรียมการรัฐประหารกันนี้

ได้มีฎีกามาจากมณฑลชานตง...ทูลเกล้าฯ ถวายซูสีไทเฮา...ขอพระราชทานให้ทรงว่าราชการหลังม่าน.... ฎีกาฉบับเดียวกันยังขอให้เจ้าชายกงทรงเข้าร่วมบริหารราชการแผ่นดินเฉกเช่นผู้อภิบาลสมเด็จพระจักรพรรดิด้วย]

เป็นประเพณีที่สมเด็จพระพันปีหลวงทั้งสองพระองค์จะต้องเสด็จนิวัตกรุงปักกิ่ง...พร้อมข้าราชบริพารก่อนขบวนพระศพ ....เพื่อไปทรงอำนวยการเตรียมพระราชพิธีต่าง ๆ ในกรุง... และในการเสด็จนิวัตนี้ .....ไจ่หยวน และ ตวนหวา.... ผู้สำเร็จราชการฯ ได้โดยเสด็จด้วย
ส่วน... ซู้ชุ้นและผู้สำเร็จราชการฯ.... ที่เหลือจะได้กำกับขบวนอัญเชิญพระศพกลับไปทีหลัง... ซึ่งเป็นผลดีต่อซูสีไทเฮาเพราะจะได้ทรงใช้เวลาที่เหลือเตรียมการให้รัดกุมยิ่งขึ้น.... กับทั้งจะได้เป็นที่วางพระราชหฤทัยว่า....ผู้สำเร็จราชการฯ จะไม่อาจคิดการใด ๆ ได้ตลอดรอดฝั่ง...เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันครบจำนวน

เมื่อขบวนอัญเชิญพระศพถึงกรุง.... ผู้สำเร็จราชการฯ ทั้งแปดคนก็ถูกจับกุมโดยพลัน ....ซูสีไทเฮาโดยการสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าชายกง ...ออกประกาศว่าด้วยความผิดของบุคคลดังกล่าวแปดข้อหา ...เป็นต้นว่า ....คบคิดกับชาวต่างชาติให้เข้าปล้นเมืองจนเป็นเหตุ....ให้สมเด็จพระจักรพรรดิในพระโกศต้องเสด็จลี้ภัยเปลี่ยนแปลงพระราชประสงค์จนส่งผลให้สวรรคต.... และลักลอบใช้อำนาจในพระนามาภิไธยของสมเด็จพระพันปีหลวงทั้งสองโดยไม่ชอบ
จากนั้นได้มีพระราชเสาวนีย์โปรดให้พ้นจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการฯ ทั้งคณะ.... และพระราชทานโทษประหารชีวิตแก่ซู้ชุ้น ....ส่วนผู้สำเร็จราชการฯ คนที่เหลือ พระราชทานแพรขาว....ให้กระทำอัตวินิบาตกรรม ....ทั้งนี้ ซูสีไทเฮาไม่ทรงเห็นด้วยที่จะให้ประหารชีวิตสมาชิกในครอบครัวของผู้สำเร็จราชการฯ ....ตามประเพณี ฆ่าล้างโคตร.... ของราชสำนักชิงที่มักกระทำแก่ผู้เป็นกบฏ

ซูสีไทเฮาได้ประกาศสถาปนาพระองค์เอง....และซูอันไทเฮาขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ....โดยออกว่าราชการอยู่หลังม่าน.... ซึ่งเป็นการขัดจารีตประเพณีของราชวงศ์ชิงที่ห้ามไม่ให้ราชนารีข้องเกี่ยวกับการเมือง
....ซูสีไทเฮาจึงทรงเป็นราชนารีพระองค์แรก....และพระองค์เดียวในราชวงศ์ชิงที่ออก "ว่าราชการอยู่หลังม่าน"..... 垂  簾  聽  政..... ฉุยเหลียนทิงเจิ้ง

การรัฐประหารของซูสีไทเฮาครั้งนี้....เป็นที่รู้จักกันในนาม ** รัฐประหารซินโหย่ว **..... 辛  酉  政  變..... ซินโหย่วเจิ้งเปี้ยน..... คำว่า "ซินโหย่ว" เป็นชื่อปีที่รัฐประหารนั้นเกิดขึ้น
ไฟล์แนป
r5_1[1].jpg
r5_1[1].jpg (41.07 KiB) เปิดดู 1063 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:37 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

o

โพสต์ #54  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 1:23 pm

[size=134]
...  :idea:  ....* การว่าราชการหลังม่าน *

ไม่กี่วันหลังจากเหตุการณ์รัฐประหารซินโหย่ว ....ซูสีไทเฮาได้มีพระราชเสาวนีย์โปรดเกล้าฯ ...แต่งตั้งให้เจ้าชายกง....ทรงเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอำนวยการ..และกระทรวงกลาโหม
โดยให้ทรงได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นสองเท่าจากปรกติ... กับทั้งโปรดเกล้าฯ สถาปนาธิดาของเจ้าชายกงขึ้นเป็นเจ้าฟ้าหญิงตำแหน่ง *กู้หรุน*.....อันเป็นตำแหน่งที่สงวนไว้พระราชทานแก่พระราชธิดาพระองค์แรกของสมเด็จพระจักรพรรดินีเท่านั้น..... ถึงแม้เจ้าชายกงจะทรงได้รับตำแหน่งสูงและมากเพียงไร.... ซูสีไทเฮาก็ทรงพยายามเลี่ยงที่จะให้เจ้าชายกงมีพระอำนาจทางการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จ
ในการออกว่าราชการหลังม่านครั้งแรกของพระพันปีหลวงทั้งสองพระองค์....ซึ่งประทับคู่กัน ณ พระราชบัลลังก์หลังม่าน.... โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ซึ่งยังทรงพระเยาว์อยู่ประทับพระราชอาสน์อยู่หน้าม่านนั้น.... ซูสีไทเฮาในพระนามาภิไธยสมเด็จพระจักรพรรดิได้ตราพระราชกฤษฎีกาสำคัญสองฉบับ
..... ฉบับแรก....ให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทั้งสอง....ทรงมีพระราชอำนาจในการตัดสินพระทัยเกี่ยวกับราชการบ้านเมืองได้โดยเบ็ดเสร็จ ....ผู้ใดจะแทรกแซงมิได้....
.....ฉบับที่สอง....ให้เปลี่ยนชื่อรัชกาลปัจจุบันจาก  * ฉีเสียง * ...... 祺  祥..... สมบูรณ์พูนสุข..... เป็น  * ถงจื่อ * ......同  治
เนื่องจากซูสีไทเฮาทรงพอพระราชหฤทัยในความหมายของชื่อ .....ถงจื่อ.... ที่แปลว่า การปกครองแผ่นดินด้วยกันระหว่างซูสีไทเฮาและซูอันไทเฮา มากกว่า
ไฟล์แนป
r5_2[1].jpg
r5_2[1].jpg (19.8 KiB) เปิดดู 1062 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:38 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #55  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 1:37 pm

[size=134]
...  :idea:  ....* การกวาดล้างระบอบข้าราชการประจำ และกบฏไท่ผิงฯ *

ซูสีไทเฮาเถลิงอำนาจในยามที่การเมืองของประเทศยังไม่นิ่ง ....อันเป็นผลมาจากการที่ข้าราชการเอาแต่ฉ้อราษฎร์บังหลวง.... การแทรกแซงจากต่างชาติ ....และสงครามฝิ่นที่ยังไม่ระงับไปเสียทีเดียว....เนื่องจาก * กบฏไท่ผิงเทียนกั๋ว  *.... 太 平 天 国....แปลว่า...เมืองแมนแดนสันติ.... ยังคงลุกลามครอบคลุมภาคใต้ของจีนอยู่ทั่วไป.....โดยยังคอยแบ่งแยกดินแดนทีละน้อย ๆ
ซูสีไทเฮาจึงทรงจัดให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติราชการ.... โดยให้ข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นไปมีหน้าที่เฝ้าทูลละอองพระบาทครั้งละรายเพื่อทรงสอบด้วยพระองค์เอง ...ซึ่งซูสีไทเฮาก็ได้ทรง...เชือดไก่ให้ลิงดู... ด้วยการสั่งประหารชีวิตข้าราชการสองรายทันที...เมื่อทรงตรวจพบพฤติการณ์ทุจริต.... คือ ... * ชิงอิ๋ง * ......ผู้พยายามติดสินบนเพื่อตำแหน่งหน้าที่ที่สูงขึ้น และ....*  เหอกุ้ยชิง * .... ผู้สำเร็จราชการมณฑลแยงซีที่เอาตัวรอดหนีไปยังอำเภอฉางโจวในขณะที่กบฏไท่ผิงฯ เข้าโจมตีมณฑลของตน
ปัญหาสำคัญอีกประหารหนึ่งที่ซูสีไทเฮาทรงเผชิญคือ..... ความเสื่อมลงของระบบราชการ เนื่องจากแต่ก่อนตำแหน่งหน้าที่ราชการมักสงวน....ไว้แก่ชาวแมนจูซึ่งเข้าปกครองประเทศจีนเท่านั้น
ส่วนชาวฮั่นซึ่งเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ถึงแม้จะมีความสามารถ...แต่ก็ไม่อาจรับราชการในตำแหน่งสูงได้.... ซูสีไทเฮาทรงเล็งเห็นข้อนี้
และทรงพบว่ายังมีข้าราชการทหารชาวฮั่นนายหนึ่งชื่อว่า ...* เจิงกั๋วฝัน  *..... 曾 国 藩... มีความสามารถทางการทหารเป็นล้นพ้น ....จึงทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด..... มีภารกิจแรกคือ....การปราบปรามกบฏไท่ผิงฯ ....โดยเร็ว และอีกสองถึงสามปีถัดมา.... ซูสีไทเฮายังได้ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งชาวฮั่นผู้มีความสามารถสูงเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดทางภาคใต้ทุกจังหวัด.... ซึ่งฝ่ายชาวแมนจูเองเห็นเป็นการลดทอนอำนาจตนลงไปถนัดตา

เจ็งกั๋วฝันและกองทัพสามารถปราบปรามกบฏไท่ผิงฯ.... ได้อย่างราบคาบในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1864 (พ.ศ. 2406) ....ที่เมืองหนานจิง ....เจ็งกั๋วฝันจึงได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานศักดินาระดับ "เจ้าพระยา"( ของไทย ).... กับทั้งวงศาคณาญาติของเจ็งกั๋วฝันและข้าราชการทหารชาวฮั่นระดับนายพลที่ร่วมป้องกันประเทศครั้งนี้....ก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และยศถาบรรดาศักดิ์โดยถ้วนหน้า

เนื่องเพราะกบฏไท่ผิงฯ มีสาเหตุมาจากการเอาใจออกห่างรัฐบาล ...ซูสีไทเฮาจึงทรงพระปริวิตกเกี่ยวกับภัยคุกคามภายในต่อพระราชอำนาจของพระองค์ ....โดยเฉพาะเจ้าชายกงซึ่งทรงมีคนจงรักภักดีเกือบครึ่งประเทศ.... ทำให้ต้องทรงเฝ้าระวังเจ้าชายกงเป็นพิเศษ
ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าชายกงจะได้ทรงปฏิบัติราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นที่น่าพอใจถึงขนาดที่ได้รับพระราชทานบำเหน็จตอบแทน....และประโยชน์อื่นมากมาย
แต่เมื่อ...ขุนนางไช่เช่าฉี .... ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอให้ทรงปลดเจ้าชายกงออกจากตำแหน่งทั้งปวงทางราชการเสีย ....ก็ทรงพระกรุณาให้รับเรื่องไว้พิจารณาทันที ....ฝ่ายเจ้าชายกงไม่ทรงเห็นว่าฎีกาดังกล่าวสลักสำคัญอย่างไร.... เพราะมีพระดำริว่าทรงมีพรรคพวกและผู้สนับสนุนพอสมควรแล้ว ....ครั้นเดือนเมษายน ค.ศ. 1865 (พ.ศ. 2407)
ซูสีไทเฮาประกาศความผิดของเจ้าชายกง ....ข้อหนึ่งในรายการอันยาวเหยียดนั้นว่า.... เพราะเจ้าชายกงทรงประพฤติไม่บังควรหน้าที่นั่งหลายครั้งหลายครา ....สุดที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทั้งสองจะทรงอดกลั้นไว้ได้อีก.... แล้วจึงมีพระราชเสาวนีย์ให้เจ้าชายกงพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทางราชการทั้งปวง ....แต่ให้ทรงดำรงพระยศเจ้าชายต่อไปได้

การปลดเจ้าชายกงยังให้เกิดความสนเท่ห์ในหมู่ข้าราชการยิ่งนัก.... และโดยการนำของ เจ้าชายอี้ชง .... 奕  誴  亲  王....และ เจ้าชายฉุน .... 醇  亲  王....ซึ่งคือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่ห้าและที่เจ็ดในสมเด็จพระจักรพรรดิเต้ากวง.... ได้มีการเข้าชื่อกันทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานให้ทรงคืนตำแหน่งหน้าที่แก่เจ้าชายกงดังเดิม ....ซึ่งซูสีไทเอาได้ทรงคืนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศคืนให้แก่เจ้าชายกงเพียงตำแหน่งเดียว.... และนับแต่นั้นมา เจ้าชายกงก็ไม่ได้ทรงมีบทบาททางการเมืองอีกเลย


ภาพบน.....ขบวนเสด็จของพระนางซูสีไทเฮา

ภาพล่าง....คือ นายพลเจิงกั๋วฝัน
ไฟล์แนป
Zeng_Guofan[1].png
Zeng_Guofan[1].png (146.26 KiB) เปิดดู 1044 ครั้ง
r5_3[1].jpg
r5_3[1].jpg (34.48 KiB) เปิดดู 1060 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:39 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #56  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 2:03 pm

[size=134]
....  :idea:  ....*  อิทธิพลจากต่างชาติ *

ซูสีไทเฮาเถลิงอำนาจในยามที่ยุทธนาการของจีนล้วนพ้นสมัย ...และที่สำคัญ จีนไม่คบค้าสมาคมกับมหาอำนาจทางตะวันตก .....เป็นเหตุให้ขาดการติดต่อแลกเปลี่ยนวิทยาการอันจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศ.... กับทั้งโดยที่ทรงเล็งเห็นว่า ...ไม่มีทางที่เศรษฐกิจอันมีการกสิกรรมเป็นหลักของจีนจะไปสู้เศรษฐกิจอันมีอุตสาหกรรมเป็นหลักของชาติตะวันตกได้.... ซูสีไทเฮาจึงทรงตัดสินพระราชหฤทัย....ให้ริเริ่มเรียนรู้และรับเอาวิทยาการตะวันตก.... นโยบายในการบริหารประเทศเช่นนี้มีขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐราชาธิปไตยจีน
โดยได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ข้าราชการชาวฮั่นคนสำคัญอันได้แก่ ...เจิงกั๋วฝัน,.... หลี่หงจาง ... 李  鴻  章... และ จั่วจงถัง ... 左  宗  棠... ไปร่างและควบคุมโครงการด้านอุตสาหกรรมในภใต้ของประเทศ

เพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าว ใน ค.ศ. 1863 (พ.ศ. 2405)... ผู้สำเร็จราชการแทนพระองคฺ์ทั้งสองจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
....ให้ตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง * วิทยาลัยถงเหวินกว่าน *... 同文  館 ...แปลว่า... วิทยาลัยสหวิทยาการ.... ขึ้นในกรุงปักกิ่ง ....เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ภาษาตะวันตก ...และต่อมาได้ขยายครอบคลุมถึงการเรียนรู้วิทยาการและนวัตกรรมต่างประเทศด้วย

วิทยาลัยถงเหวินกว่านเปิดสอนภาษาอังกฤษ.. ภาษาฝรั่งเศส.. ภาษาเยอรมัน.. ภาษารัสเซีย.. และภาษาญี่ปุ่น.. กับทั้งเคมี.. แพทยศาสตร์.. กลศาสตร์ ..ดาราศาสตร์ ..คณิตศาสตร์ ..ภูมิศาสตร์.. และกฎหมายนานาชาติ .....โดยรัฐบาลว่าจ้างผู้ชำนัญพิเศษชาวต่างชาติเป็นอาจารย์ กระนั้น ถงเหวินกว่าน...ไม่ใช่วิทยาลัยแรกที่เปิดสอนภาษาต่างประเทศในจีน...
เพราะก่อนหน้านี้ในสมัยราชวงศ์หมิงได้มีการจัดตั้งวิทยาลัยเอ๋อหลัวซีกว่าน .... 俄 羅 斯 館...วิทยาลัยรัสเซียขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1708 (พ.ศ. 2250).... เพื่อสอนวิชาการแปลและการเป็นล่ามภาษาเอเชียทั้งหลาย ....ซึ่งต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาให้วิทยาลัยถงเหวินกว่าง.....รับวิทยาลัยเอ๋อโหล๋วสีกว่านเข้าสมทบ .... ปัจจุบัน วิทยาลัยถงเหวินกว่างสังกัดมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

อนึ่ง ในครั้งนั้นยังได้มีการจัดส่งชายหนุ่มจำนวนหนึ่งไปศึกษาเล่าเรียนในต่างประเทศอีกด้วย
อย่างไรก็ดี นโยบายของรัฐบาลจีนดังกล่าวดำเนินไปได้ไม่ราบรื่นนัก ....เนื่องจากด้านการทหารนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปใหม่ทั้งระบบ.... แต่ซูสีไทเฮากลับทรงแก้ไขปัญหาด้วยการซื้อเรือรบเจ็ดลำจากสหราชอาณาจักร ....อันเรือรบนั้นเมื่อมาเทียบท่าจีนก็ได้บรรทุกกะลาสีชาวอังกฤษ...ซึ่งอยู่ในบังคับของอังกฤษมาด้วยเต็มลำ ....ชาวจีนเห็นว่าการที่สหราชอาณาจักรทำดังกล่าวเป็นการยั่วโมโห.... เพราะเรือเป็นของจีนซึ่งถือตนว่าเป็นศูนย์กลางของโลก มีฐานะและเกียรติยศสูงส่ง แต่กลับเอาต่างชาติซึ่งจีนเห็นว่าเป็นอนารยชนทุกชาติไปนั้นมาใส่... จีนจึงให้สหราชอาณาจักรเอาเรือกลับคืนไปทุกลำ.... เรือนั้นเมื่อกลับไปแล้วก็นำไปประมูลต่อไป... และการกระทำของรัฐบาลจีนครั้งนี้ก็เป็นที่ขบขันของชาติตะวันตกอยู่ระยะหนึ่ง[

ส่วนด้านวิชาการนั้นก็ประสบอุปสรรค ...เนื่องจากพระราชอัธยาศัยและวิธีการคิดเก่า ๆ แบบอนุรักษนิยม...ของซูสีไทเฮาที่ทรงพระกังวลเกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระองค์ว่าจะถูกลิดรอนไป
ในการก่อสร้างทางรถไฟหลวงนั้น.... ซูสีไทเฮาไม่พระราชทานพระราชานุมัติ ...โดยทรงอ้างว่าเสียงอันดังของรถไฟอาจไปรบกวนบรรดาบูรพจักรพรรดิที่บรรทมอยู่ในฮวงซุ้ยหลวง ...กระทั่ง ค.ศ. 1877 (พ.ศ. 2419) ได้ทรงเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรถไฟในจักรวรรดิตามคำกราบบังคมทูลของหลี่หงจัง .....จึงพระราชทานพระราชานุมัติให้จัดสร้างได้ ....แต่ต้องเป็นรถไฟแบบม้าลาก
ซูสีไทเฮายังทรงหวั่นเกรงแนวคิดเสรีนิยมของผู้ที่ไปเล่าเรียนต่างประเทศกลับมา... เนื่องจากทรงเห็นว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นภัยรูปแบบใหม่....ที่จะคุกคามพระราชอำนาจของพระองค์ ดังนั้น ใน ค.ศ. 1881 (พ.ศ. 2423).... จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้เลิกจัดส่งเด็กหนุ่มไปเล่าเรียนยังต่างประเทศ และพระราชอัธยาศัยเปิดกว้างที่ทรงมีต่อต่างชาติก็ค่อย ๆ ตีบแคบลงนับแต่นั้น


ภาพบน...พระนางซูสีไทเฮา และ ชาวต่างชาติ

ภาพล่าง... หลี่หงจาง
ไฟล์แนป
170px-LiHungChang[1].jpg
170px-LiHungChang[1].jpg (26.58 KiB) เปิดดู 1043 ครั้ง
K5416545-4[1].jpg
K5416545-4[1].jpg (37.22 KiB) เปิดดู 1056 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:40 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #57  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 2:20 pm

[size=134]
...  :idea:  .... การบรรลุนิติภาวะของจักรพรรดิถงจื้อ

สำหรับด้านการอภิบาลสมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อนั้น... ซูสีไทเฮาทรงเข้มงวดกวดขันสมเด็จพระจักรพรรดิในทุก ๆ ด้านอย่างยิ่ง... โดยด้านการศึกษา... ทรงเลือกสรรและแต่งตั้งราชครูสำหรับสมเด็จพระจักรพรรดิด้วยพระองค์เอง ...ราชครูทูลเกล้าฯ ถวายการสอนวิชาวรรณกรรมคลาสสิก และให้ทรงศึกษาคัมภีร์โบราณ... ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิไม่ทรงสนพระราชหฤทัยแม้แต่น้อย ...ซูสีไทเฮาจึงทรงเข้มงวดกับพระราชโอรสกว่าเดิม....เพื่อให้ทรงใฝ่พระราชหฤทัยศึกษาเพื่อสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์เอง

* ราชครูเวิงถงเหอ * .... 翁 同 龢....บันทึกไว้ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิไม่ทรงสามารถอ่านหนังสือได้จบประโยค....แม้จะมีพระชนมายุสิบหกพรรษาแล้วก็ตาม ....ทำให้ซูสีไทเฮาทรงพระปริวิตกเกี่ยวกับความหย่อนพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระจักรพรรดิอย่างยิ่ง

.... การเสกสมรส....

สมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อ [27 เมษายน ค.ศ. 1856 (พ.ศ. 2398)—12 มกราคม ค.ศ. 1875 (พ.ศ. 2417)]ค.ศ. 1872 (พ.ศ. 2414) ....เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อมีพระชนมายุได้สิบเจ็ดพรรษา.... พระพันปีหลวงทั้งสองพระองค์ต่างมีพระราชประสงค์จะให้ได้ทรงเสกสมรสกับสตรีที่ตนคัดสรรเอาไว้แล้ว

ด้านซูอันไทเฮานั้น ....ทรงหมายพระเนตรสตรีแมนจูผู้มากคุณสมบัตินางหนึ่ง
จากสกุล * อะลูเต *.....นางอะลูเตนั้นเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีการศึกษาสูง... บิดาเป็นข้าราชการระดับสูงและมากความสามารถหลายด้านชื่อว่า....ฉงฉี่... 崇  绮
นางได้รับการอบร่มบ่มเพาะมาอย่างดี... มีความสามารถมากเช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว ....ประวัติศาสตร์บันทึกว่านางมีความสามารถโดดเด่นทางด้านการประพันธ์.. วรรณกรรม ..การดนตรี และศิลปะ... และยังบันทึกอีกว่านางสามารถอ่านหนังสือสิบบรรทัดได้ในหนึ่งกระพริบตาเท่านั้น.
ด้านซูสีไทเฮานั้น มีพระราชดำริจะให้สมเด็จพระจักรพรรดิได้เสกสมรสกับข้าหลวงในพระองค์นางหนึ่ง ....ทำให้พระพันปีหลวงทั้งสองทรงผิดพระราชหฤทัยกัน ...ซูสีไทเฮาซึ่งมีพระราชดำริว่าซูอันไทเฮาเป็นสตรีโง่เขลา....แต่เมื่อนานมาแล้วก็ไม่พอพระราชหฤทัยซูอันไทเฮายิ่งขึ้น
ด้านซูอันไทเฮานั้นก็ได้ตรัสบริภาษซูสีไทเฮาว่า...ควรมีจริยธรรมในการปกครองครอบครัวมากกว่านี้ ...เพราะสตรีที่ซูสีไทเฮาทรงคัดเลือกไว้นั้นมีชาติตระกูลและคุณสมบัติต่ำกว่าสตรีที่ซูอันไทเฮาทรงเลือกไว้อย่างเห็นได้ชัด
ความขัดแย้งดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อ....มีพระราชวินิจฉัยเลือกนางอะลูเตเป็นพระมเหสี ....โดยโปรดให้มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้นในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1872 (พ.ศ. 2414) และมีพระราชโองการให้สถาปนานางอะลูเต....ขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินี ทรงพระนามาภิไธยว่า * เจียชุ้น *.... 嘉  顺
ส่วนสตรีที่ซูสีไทเฮาทรงเลือกสรรไว้นั้น ...โปรดรับเอาไว้เป็นพระชายา

เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1873 (พ.ศ. 2415)... สมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อมีพระชนมายุครบสิบแปดพรรษา... ซึ่งถือว่าทรงบรรลุนิติภาวะและทรงสามารถบริหารพระราชภาระได้โดยพระองค์เองแล้ว.... อันหมายความว่า ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทั้งสองก็จะพ้นจากตำแหน่งโดยนิตินัย ....แต่โดยพฤตินัยแล้ว ซูสีไทเฮายังทรงกำกับการบริหารราชการแผ่นดินอยู่เช่นเคย.... เนื่องจากสมเด็จพระจักรพรรดิทรงแต่พระสำราญกับสมเด็จพระจักรพรรดินีตลอดจนพระชายาองค์อื่น ๆ... หาได้เอาใจใส่กิจการบ้านเมืองอย่างเต็มที่ไม่

ซูสีไทเฮาพระราชทานพระราโชวาท...แก่สมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อและสมเด็จพระจักรพรรดินีเจียชุ้น....ว่าทั้งสองพระองค์ยังทรงอ่อนพระชนมายุเกินไป.... สมควรกลับไปทรงศึกษาวิธีการบริหารบ้านเมืองให้บังเกิดประสิทธิผลให้ทรงเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน ...สมควรแล้วที่ซูสีไทเฮาจะได้ทรงยื่นพระหัตถ์เข้ามาช่วยกำกับราชการ.... ซูสีไทเฮายังได้ทรงส่งขันทีในพระองค์ปลอมปนเข้าไปสอดแนมความเคลื่อนไหวของฝ่ายสมเด็จพระจักรพรรดิอย่างใกล้ชิด ...หลังจากที่ทรงทราบว่า ทั้งสองพระองค์ไม่ทรงนำพาพระราโชวาทดังกล่าว ....ก็มีพระราชเสาวนีย์เป็นเด็ดขาดให้สมเด็จพระจักรพรรดิเอาใจใส่พระราชภาระให้มากขึ้น ....ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิก็ได้แต่ทรงตกปากรับคำ


ภาพนี้คือ....จักรพรรดิถงจื้อ
ไฟล์แนป
170px-002-The_Imperial_Portrait_of_a_Chinese_Emperor_called_%22Tongzhi%22[1].jpg
170px-002-The_Imperial_Portrait_of_a_Chinese_Emperor_called_%22Tongzhi%22[1].jpg (36.13 KiB) เปิดดู 1055 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:41 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #58  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 2:40 pm

[size=134]
...  :idea:  ....การบริหารราชการของจักรพรรดิถงจื้อ

ระหว่างที่สมเด็จพระจักรพรรดิทรงบริหารราชการแผ่นดินด้วยพระองค์เอง...ใน ค.ศ. 1873 (พ.ศ. 2415)— ค.ศ. 1875 (พ.ศ. 2417).... ได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการปฏิสังขรณ์พระ * ราชวังหยวนหมิงหยวน * .... 圆 明 园....พระราชวิสุทธอุทยาน  ( Tactfully Pure Garden)
ที่ถูกกองผสมนานาชาติเผาทำลายไปในสงครามฝิ่น.... โดยทรงปรารภว่าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเป็นของขวัญแด่พระพันปีหลวงทั้งสองพระองค์... ทั้งนี้ พระราชวังหยวนหมิงหยวนตั้งอยู่ตอนเหนือของกรุงปักกิ่ง ....และได้รับการขนานนามจากนานาชาติว่าเป็น "ที่สุดแห่งสวน"
ทั้งนี้ นักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า ความจริงแล้วสมเด็จพระจักรพรรดิมีพระราชประสงค์จะให้ซูสีไทเฮาเสด็จแปรพระราชฐานไปให้ไกลจากพระราชวังหลวง ....เพื่อที่จะได้ทรงบริหารพระราชภาระได้โดยไม่ต้องมีผู้ใดคอยควบคุมอีกต่อไป

ในระยะดังกล่าว พระคลังมหาสมบัติร่อยหรอลงไปจนเหลือเพียงน้อยนิด...เนื่องเพราะใช้จ่ายไปการสงครามกับต่างชาติ...และการปราบปรามอั้งยี่ซ่องโจรภายใน ...สมเด็จพระจักรพรรดิจึงมีพระกระแสรับสั่งให้คณะกรรมการบริหารพระคลังมหาสมบัติกระทำการใด ๆ... ให้ได้มาสู่พระคลังซึ่งเงินและทรัพย์สิน... กับทั้งรับสั่งให้พระบรมวงศ์ ข้าราชการชั้นสูง และผู้มีบรรดาศักดิ์ทั้งปวงช่วยกันบริจาคเงินและทรัพย์สินให้แก่พระคลัง... ในการนี้ ยังได้ทรงติดตามและตรวจสอบผลการดังกล่าวด้วยพระองค์เองด้วย

สมเด็จพระจักรพรรดิไม่มีพระราชขันติเพียงพอต่อความคับข้องพระราชหฤทัยในอันที่ถูกสมเด็จพระราชชนนีบริภาษ...และบังคับเคี่ยวเข็ญ กับทั้งมีพระราชดำริว่าพระองค์ทรงโดดเดี่ยวเปลี่ยวพระราชหฤทัยเกินไป.... จึงทรงระบายพระราชอารมณ์บ่อย ๆ ด้วยการทรงโบยขันทีอย่างรุนแรงด้วยพระองค์เองสำหรับความผิดเล็กน้อย... อันเป็นผลจากพระโทสะที่ร้ายกาจขึ้นเพราะความบกพร่องลงของพระขันติดังกล่าว
นอกจากนี้ ด้วยความช่วยเหลือและชักชวนของบรรดาขันทีและ * เจ้าชายไจ้เชิง *.... พระโอรสพระองค์แรกของเจ้าชายกงและพระสหายคนสนิทของสมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อ ....จึงทรงสามารถเสด็จออกไปทรงพระสำราญนอกพระราชวังได้บ่อยครั้ง.... โดยทรงพระภูษาเช่นสามัญชนแล้วลอบเสด็จออกจากพระราชวังในยามเย็นเพื่อไปประทับอยู่ ณ โรงหญิงนครโสเภณีตลอดคืน

เนื่องเพราะ "ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิดก็ไม่มิด" พฤติกรรมทางเพศดังกล่าวของสมเด็จพระจักรพรรดิ....จึงเป็นที่โจษจันตลอดทั้งชาววังถึงชาวบ้านร้านตลาด
และยังได้รับการบันทึกไว้ในเอกสารทางประวัติศาสตร์จีนหลายฉบับด้วย... ดังนั้น ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1874 (พ.ศ. 2416) บรรดาพระบรมวงศ์ตลอดจนข้าราชการและพนักงานของรัฐชั้นผู้ใหญ่ที่ต่างระอาในสมเด็จพระจักรพรรดิ... จึงพากันเข้าชื่อกันทูลเกล้าฯ ถวายคำแนะนำเพื่อให้ทรงนำพาราชการไปให้ตลอดรอดฝั่ง... และขอพระราชทานให้ทรงงดการปฏิสังขรณ์พระราชวังหยวนหมิงหยวนเสีย... ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิไม่ทรงสบพระราชอารมณ์อย่างยิ่ง ...มีพระราชโองการให้ปลดเจ้าชายกงซึ่งทรงร่วมเข้าพระนามด้วย... ออกเสียจากฐานันดรศักดิ์ในพระราชวงศ์ กลายเป็นสามัญชน... ไม่กี่วันถัดจากนั้นได้มีพระราชโองการให้ปลด ...เจ้าชายเตวิน惇 ,
เจ้าชายฉุน, เจ้าชายอี้จวน , เจ้าชายอี้ฮุย  , เจ้าชายชิง
ตลอดจนข้าราชการและรัฐบุรุษคนอื่น ๆ ที่เข้าชื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาดังกล่าว เช่น.. พลเอกเจ็งกั๋วฝัน , หลี่หงจัง , เหวินเสียง  ฯลฯ ออกจากจากฐานันดรศักดิ์ในพระราชวงศ์   บรรดาศักดิ์   และตำแหน่งหน้าที่ทางราชการทั้งสิ้น

ซูสีไทเฮาและซูอันไทเฮาทรงทราบความโกลาหลในพระราชสำนักแล้ว.... ก็เสด็จออก ณ ท้องพระโรงด้วยกันขณะที่สมเด็จพระจักพรรดิถงจื้อทรงออกขุนนาง.... ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์รัฐราชาธิปไตยจีน ....ทั้งสองพระองค์ตรัสบริภาษสมเด็จพระจักรพรรดิ พร้อมมีพระราโชวาทแนะนำให้ทรงยกเลิกพระราชโองการปลดพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการเหล่านั้นเสีย เป็นเหตุให้สมเด็จพระจักรพรรดิทรงเสียพระราชหฤทัยนักที่ไม่อาจทรงบริหารพระราชอำนาจได้อย่างเด็ดขาด.... และทรงระบายพระราชอารมณ์ด้วยการเสด็จประทับโรงหญิงนครโสเภณีเช่นเดิมอีก
ไฟล์แนป
K5416545-1[1].jpg
K5416545-1[1].jpg (35.59 KiB) เปิดดู 1053 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:42 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #59  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 2:49 pm

[size=134]
....  :idea:  ....* การสวรรคตของจักรพรรดิถงจื้อ *

หลังจากนั้นเป็นที่ร่ำลือทั่วกันว่า... สมเด็จพระจักรพรรดิประชวรพระโรคซิฟิลิส... ซึ่งโบราณเรียก “โรคสำหรับบุรุษ”... เกิดจากการสัมผัสหรือร่วมประเวณีกับผู้ป่วยโรคนี้
ซูสีไทเฮาจึงมีพระราชเสาวนีย์ให้คณะแพทย์หลวงเข้าตรวจพระอาการ ...พบว่าสมเด็จพระจักรพรรดิประชวรพระโรคซิฟิลิสจริง.... เมื่อทรงทราบแล้วซูสีไทเฮาทรงเตือนให้คณะแพทย์เก็บงำความข้อนี้เอาไว้.... เพราะเรื่องดังกล่าวย่อมเป็นความอื้อฉาวน่าอดสูขนานใหญ่ ...คณะแพทย์จึงจัดทำรายงานเท็จเกี่ยวกับพระอาการแทน ...โดยรายงานว่าสมเด็จพระจักรพรรดิประชวรไข้ทรพิษ ....และถวายการรักษาตามพระอาการไข้ทรพิษ ...อันไข้ทรพิษนั้นมีลักษณะและอาการแต่ผิวเผินคล้ายคลึงกับโรคซิฟิลิส... และชาวจีนยังนิยมว่าผู้ป่วยเป็นเป็นไข้ทรพิษถือว่ามีโชค
อย่างไรก็ดี ...เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิประชวรนั้น... ซูสีไทเฮาได้ทรงประกาศในพระนามาภิไธยสมเด็จพระจักรพรรดิว่า ...สมเด็จพระจักรพรรดิประชวรไข้ทรพิษ... ถือเป็นมงคลแก่บ้านเมือง และในระหว่างการรักษาพระองค์นี้ ....ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ซูสีไทเฮาและซูอันไทเฮาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปพลางก่อน.... ซึ่งนับได้ว่าซูสีไทเฮากลับเข้าดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์อีกครั้ง
โดยที่คณะแพทย์ถวายการรักษาพระอาการไข้ทรพิษเพื่อตบตาผู้คน... แต่ความจริงแล้วทรงเป็นซิฟิลิส.... สมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อจึงสวรรคตในวันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 1875 (พ.ศ. 2417

เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อสวรรคตแล้ว.... ซูสีไทเฮาทรงพระโกรธว่าเป็นความผิดของสมเด็จพระมเหสีเจียชุ้น ...และมีพระราชเสาวนีย์ให้ตัดข้าวตัดน้ำสมเด็จพระมเหสีนับแต่นั้น... สมเด็จพระมเหสีจึงลอบส่งลายพระหัตถ์ไปถึงพระราชบิดาขอให้ช่วย ....ซึ่งพระราชบิดาทรงตอบกลับมาด้วยความจนปัญญาว่า "พระองค์ทรงทราบดีว่าควรทำเช่นไร"... 皇 后 圣 明... หวงโฮ่วเซิ่งหมิง
สมเด็จพระมเหสีจึงทรงกระทำอัตวินิบาตกรรม... ซึ่งซูสีไทเฮาได้มีรับสั่งให้จัดพระราชพิธีพระศพถวายอย่างสมพระเกียรติ.... และให้ประกาศว่าสมเด็จพระมเหสีทรงกระทำเช่นนั้นด้วย.....ความรักและคิดถึง .... พระราชภัสดาอย่างยิ่งยวด


ในภาพบนนี้.....ท่านใดคือ...พระนางซูสีไทเฮา...????
ท่านที่แต่งตัวเป็น...เจ้าแม่กวนอืม

ภาพล่าง...สมเด็จพระมเหสีเจียชุ้น
ไฟล์แนป
Empress_XiaoZhe[1].png
Empress_XiaoZhe[1].png (253.96 KiB) เปิดดู 1042 ครั้ง
K5416545-2[1].jpg
K5416545-2[1].jpg (36.67 KiB) เปิดดู 1052 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:43 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

Our Style in Beijing ( with Tour )

โพสต์ #60  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 24/03/2009 3:08 pm

[size=134]
....  :idea: ....* การเป็นผู้สำเร็จราชการฯ อีกหน..และ...การเผชิญหน้ากับโลกใหม่ *

ด้วยสมเด็จพระจักรพรรดิถงจื้อมิได้ทรงตั้งรัชทายาทไว้... และในการเฟ้นหาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการสืบราชสันตติวงศ์..ก็ไม่อาจหาพระราชวงศ์ในลำดับชั้นสูงกว่า...สมเด็จพระจักรพรรดิคือที่ประสูติก่อนสมเด็จพระจักรพรรดิได้ ...จึงจำต้องคัดเลือกจากผู้มีประสูติกาลในรุ่นเดียวกับหรือรุ่นหลังจากรุ่นดังกล่าว
ซูสีไทเฮาจึงทรงเห็นชอบให้... *เจ้าชายไจ้เทียน*... พระโอรสของเจ้าชายฉุน ... 醇 贤 亲 王 ..ฉุนเสี่ยนชินหวาง.. กับพระกนิษฐภคินีของซูสีไทเฮา ...พระชนม์สี่พรรษา ...เสวยราชย์เป็นรัชกาลถัดมา...
โดยให้เริ่มปีที่ 1 แห่งรัชศก "กวางสู" อันมีความหมายว่า "รัชกาลอันรุ่งเรือง" ใน ค.ศ. 1875 (พ.ศ. 2417) เมื่อซูสีไทเฮามีพระราชเสาวนีย์ดังนั้น... เจ้าชายไจ้เทียนก็ทรงถูกนำพระองค์ไปจากพระราชฐานทันที....และนับแต่นี้ไปจนตลอดพระชนม์ก็ทรงถูกตัดขาดจากครอบครัวโดยสิ้นเชิง ....ทรงได้รับการศึกษาจากราชครูเวิงถงเหอ .... 翁 同 龢.......
เมื่อมีพระชนม์ได้ห้าพรรษา...วันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 1881 (พ.ศ. 2423) ระหว่างทรงออกขุนนางตอนเช้า ...ซูอันไทเฮาทรงรู้สึกไม่สบายพระองค์จึงนิวัตพระราชฐาน... และสวรรคตในบ่ายวันนั้น... การสวรรคตโดยปัจจุบันทันด่วนของซูอันไทเฮา...สร้างความตื่นตะลึงแก่ประชาชนทั่วไป เพราะพระสุขภาพพลานามัยของไทเฮาอยู่ในขั้นดียิ่งยวดเสมอมา.
ครั้งนั้น เกิดข่าวลือแพร่สะพรัดทั่วไปในจีนว่าเป็นซูสีไทเฮาที่ทรงวางพระโอสถพิษ...แก่ซูอันไทเฮา... ว่ากันว่าสาเหตุอาจเป็นเพราะกรณีประหารขันทีอันเต๋อไห่ ...หรือเพราะซูอันไทเฮาทรงถือพระราชโองการจาก....สมเด็จพระจักรพรรดิในพระโกศให้มีพระราชอำนาจสั่งประหารซูสีไทเฮาได้....หากว่าพระนางทรงก้าวก่ายการบ้านการเมืองหรือมีพระราชวิสัยไม่เหมาะสมอย่างไร... อย่างไรก็ดี ข่าวลือดังกล่าวยังไร้หลักฐานยืนยันข้อเท็จจริง... และนักประวัติศาสตร์ไม่ยอมรับอย่างเต็มร้อยในเรื่องการวางพระโอสถพิษดังกล่าว... แต่สันนิษฐานกันว่าซูอันไทเฮาทรงประชวรพระโรคลมปัจจุบัน...โดยอ้างอิงบันทึกทางการแพทย์ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารทางประวัติศาสตร์สมัยนั้น... การสวรรคตของซูอันไทเฮา...ส่งผลให้ซูสีไทเฮาทรงเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินแต่เพียงผู้เดียวอย่างเต็มพระองค์
เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องว่า... ในขณะที่ทหารเรือจีนพ่ายแพ้สงครามจีน-ญี่ปุ่น ค.ศ. 1897 (พ.ศ. 2436) อย่างราบคาบและสูญเสียอาวุธยุโธปกรณ์สมัยใหม่ไปมากในครั้งนี้ ...ซูสีไทเฮาแทนที่จะทรงอนุมัติงบประมาณไปปรับปรุงกองทัพ... กลับนำไปปฏิสังขรณ์พระราชวังฤดูร้อนส่วนพระองค์ ...ซึ่งความจริงแล้ว เงินงบประมาณดังกล่าวตั้งไว้สำหรับพระราชทานแก่พระราชวงศ์และข้าราชการต่าง ๆ เป็นบำเหน็จในการปฏิบัติหน้าที่.... แต่เพื่อนำเงินไปปรับปรุงกองทัพ ซูสีไทเฮาจึงมีพระราชเสาวนีย์โปรดให้ยกเลิกงานแซยิดของพระองค์อันกำหนดให้จัดขึ้นในปีถัดมา... ยังให้บุคคลหลายฝ่ายไม่พอใจเพราะมิได้รับเงินบำเหน็จดังกล่าว... ส่วนเงินที่นำไปปรับปรุงพระราชวังซูสีไทเฮานั้นได้แก่เงินสิบล้านตำลึง....ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิพระราชทานแก่ซูสีไทเฮาในวันแซยิดของซูสีไทเฮาเมื่อ ค.ศ. 1895 (พ.ศ. 2437).... นอกจากนี้ ในครั้งนั้น เจ้าชายจุน พระชนกของสมเด็จพระจักรพรรดิ ...ซึ่งทรงได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพเรือจีนแทนเจ้าชายกงที่ทรงถูกปลดไปเป็นองคมนตรี...เหตุเพราะไม่อาจทรงนำชัยในสงครามจีน-ฝรั่งเศส มาได้
....ได้ทูลเกล้าฯ ถวายงบประมาณของกองทัพเรือไปสมทบทุนการปฏิสังขรณ์พระราชวังเอง ....เพราะทรงต้องการช่วยให้พระโอรสมีพระราชอำนาจในการบริหารราชการอย่างเต็มที่ .....โดยให้ซูสีไทเฮาแปรพระราชฐานไปยังพระราชวังฤดูร้อน.... จะได้ไม่ทรงต้องอยู่ใกล้กับราชการแผ่นดินอีก ซึ่งซูสีไทเฮาก็มิได้ทรงปฏิเสธการปฏิสงขรณ์พระราชวังถวายแต่อย่างใด


ภาพ...สมเด็จพระจักรพรรดิกวางสู
ไฟล์แนป
170px-The_Imperial_Portrait_of_Emperor_Guangxu2[1].jpg
170px-The_Imperial_Portrait_of_Emperor_Guangxu2[1].jpg (31.66 KiB) เปิดดู 1050 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Princess เมื่อ 09/04/2009 2:45 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง ปักกิ่ง

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

  • Advertisement