• Advertisement

หนีห่าว ปักกิ่ง(Hello Beijing)

Forbidden City-Great Wall in Beijing-Tiananmen Square-Imperial College-Cuandixia Village-Dajue Temple-Hongluo Temple-Yuan Dynasty City Wall Relics-Prince Gong's Mansion-Ancient Cliff House (Guyaju)-Summer Palace-Beihai Park-The Great Bell Temple-Beijing National Stadium-Beijing 798 Art Zone-ฯลฯ

หนีห่าว ปักกิ่ง(Hello Beijing)

โพสต์ #1  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 10:54 pm

เมื่อปลายปี 49  ผมได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้ไปทำงานที่ China Association Assistant  ที่กรุงปักกิ่งประเทศจีนหรือสมาคมยานยนต์ของจีน   คล้าย ๆ กับ รยสท.บ้านเรา โดยได้รับมอบหมายให้ศึกษาดูงานเกี่ยวกับระบบ Contact Center ของทาง CAA ประเทศจีน  ซึ่งเป็นบริษัท Road Site Service คือช่วยเหลือรถเสียทั่วกรุงปักกิ่งที่ปฏิบัติการช่วยเหลือผ่าน GPRS ผ่านดาวเทียม เชื่อมต่อกับ Call Center ซึ่งเป็นระบบที่เป็นที่ยอมรับทั้งในยุโรปและเอเชีย  

มีแว๊บหนึ่งที่มีเวลาพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่ปักกิ่ง   ซึ่งเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่ควรบันทึกไว้ในความทรงจำจึงขอนำเสนอในอีกมุมมองหนึ่ง

ผมเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิล่วงหน้าก่อน Check In ประมาณ 3 ชม.  ถึงผมจะไม่ได้เดินทางต่างประเทศบ่อยนัก   แต่ก็เรียกว่าพอมีประสบการณ์และวิธีหนึ่งที่ผมมักจะใช้คือผมมักจะมาล่วงหน้าและเผื่อเวลาไว้อย่างต่ำ 2-3 ชม. เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น เช่น การผ่านกระบวนการ ตม. หรือขั้นตอนการ Check In

ตั้งแต่สุวรรณภูมิเปิด ผมใช้บริการประมาณ 3 ครั้งรวมครั้งนี้   ผมเห็นการพัฒนาเป็นลำดับ  สำหรับครั้งนี้ผมค่อนข้าง OK  ไม่ว่าจะเรื่องการขนย้ายกระเป๋า รวมถึงเรื่องห้องน้ำ(เว้นแต่เรื่องถ้ำมองในห้องน้ำหญิงผมไม่ทราบว่ามีการปรับปรุงตามที่ สหภาพการบินไทยร้องเรียนแล้วหรือยัง ผมพยายามเดินผ่าน ๆ ไปแต่ก็ไม่กล้าชะโงกไปมอง) แต่หากผมมีข้อติก็คงจะเป็นเรื่องเดียวคือ รปภ. ไม่ว่าจะเป็นลักษณะท่าทางหรือ Service Skill  ผมว่ายังสู้ รปภ.ของ BTS กับ MRT ไม่ได้  ซึ่งผมว่า รปภ.ระดับสนามบินนานาชาติควรจะเป็นมาตรฐานอย่างน้อย ๆ ก็ต้องเป็นแบบ BTS หรือ MRT (ผมไม่ได้หมายถึง รปภ.ในส่วนที่เป็นของรัฐนะครับ เช่น ทหาร ตม.หรือ การท่า ส่วนนั้นผมว่า OK อยู่แล้ว)

สักพักพี่อีกท่านที่ต้องไปด้วยกันก็มาถึงและเราทั้งคู่ก็ Check In ในเที่ยวบินที่ TG614 เวลา 10.25 น. ใชเวลาบินประมาณ 4 ชม.ก็ถึงปักกิ่งเนื่องจากเราบินการบินไทยจึงไม่มีปัญหาเรื่องอาหารการกิน   พอลงจากสนามบินที่ปักกิ่ง Beijing Capital International Airport  http://en.bcia.com.cn ซึ่งผมว่าดูเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับสุวรรณภูมิของเราตอนนั้น Terminal 3 ยังสร้างไม่เสร็จ     

ผ่านขั้นตอนศุลกากร และ ต.ม.   ผมกับพี่อีกท่าน(เป็น CIO ของบริษัท) อาจจะมีคนใดคนนึงหน้าตาต้องสงสัย ต.ม.เค้าเลยเรียกเราทั้งคู่ผ่านเครื่อง X-Ray แต่เราก็ผ่านมาได้ด้วยดี   ทาง CAA ส่งคนขับรถมารับพวกเราเค้าก็ใช้มาตรฐานโลกคือชูป้ายบริษัทพอเราเห็นป้ายเราก็ส่งสัญญาณให้เค้า  

ปัญหาแรกของปักกิ่งก็เกิดขึ้นทันทีคือการสื่อสาร   แต่สำหรับผมคงเป็นเรื่องธรรมดาเพราะภาษาอังกฤษผมก็ไม่เข้าขั้นดีมาก  ผมจึงมักใช้ภาษาที่สื่อสารได้ดีกับคนทั่วโลก คือ ท่าทางต่าง ๆ (พูดตรง ๆ ก็คือภาษาใบ้นั่นเอง เช่น ยิ้ม สัญญาณมือ มันก็ทำให้ผมกับพี่อีกท่านอยู่รอดกันได้)

อาหารเย็นมื้อแรกในปักกิ่ง  เนื่องจากอากาศหนาวมาก ๆ ประมาณ 3 องศาซี  แล้วลมก็แรงผมกับพี่อีกท่านจึงตัดสินใจง่าย ๆ ว่าทานกันหน้าโรงแรม Renaissance Beijing Hotel หรือ Marriott ปักกิ่งเราเข้าไปในร้านอาหารซึ่งพนักงานไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้  

จริง ๆ แล้วผมมีคู่มือสนทนาซึ่งผมซื้อไปจากเมืองไทยแต่ผมไม่ได้หยิบติดมือลงไป  จึงต้องอาศัยเมนูภาษาอังกฤษซึ่งประเด็นคือเราไม่รู้ว่ามันคืออาหารอะไร พี่พี่อีกท่านจึงพยายามหาที่เราน่าจะทานได้ เช่น เห็นคำว่า Many Vegetable ก็น่าจะประมาณผัดผักรวม  Egg ก็น่าจะไข่  ซึ่งเป็นอาหารที่เราน่าจะทานได้ที่สำคัญคืออาหารไทยกับอาหารจีนนั้นคล้ายกันจนไม่มีปัญหา  

หลายท่านคงรู้ว่าผมชอบทานแป๊บซี่  แต่ภาษาจีนมันยากผมจึงต้องเปลี่ยนเป็น Coke ซึ่งเค้าเรียกว่า เขอ โขว เข่อ เล่อ  จึงทำให้ผมสามารถดื่ม Coke ในประเทศจีนได้  

เราสองคนอยากทานข้าวพี่อีกท่านพยายามเดินทั่วร้านเพื่อหาข้าวแล้วชี้  แต่คืนนั้นไม่รู้เป็นไงไม่มีคนทานข้าวพี่พี่อีกท่านเลยทำมือเป็นตะเกียบแล้วคุ้ยข้าวเข้าปาก  พนักงานก็มี Service Mind จริง ๆ เธอเข้าใจ  และพูดออกมาว่า หมี่ฟ่าน แล้วเธอก็เดินไปเปิดหม้อข้าวเป็นอันว่าเราได้ทานข้าว   เมื่อทานเรียบร้อยเราก็ข้ามถนนกลับมาที่โรงแรม  ในความคิดของผมการจราจรในจีนไม่แออัดเท่าบ้านเรา  แต่ผมว่าคนจีนขับรถกันส่วนใหญ่ขาดวินัยมาก ๆ ใช้แตรกันเรียกว่าสะบั้นหั่นแหลก  และเราก็แยกย้ายกันพักผ่อนสภาพที่พักก็เป็นโรงแรม Renaissance Beijing Hotel ในเครือ Marriott Rating น่าจะประมาณ 4 ดาวครึ่ง  ดังนั้นปัญหาเรื่องที่พักจึงไม่มี   Cable TV ก็มีให้ดู 29 ช่อง ซึ่งก็มีช่องหลัก ๆ เช่น CNN,CCTV,Asia News,Chanal V  ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร  ในห้องมีเตารีด กระติกน้ำร้อน ตู้เย็นครบทำให้การดำเนินชีวิตไม่ลำบากนักหลับนอนสบาย และโรงแรมมีบริการพิเศษคือจะมีพนักงานเดินนำสภาพอากาศพรุ่งนี้มาแจ้งให้ทราบทุกเย็น

พวกเราพบกับผู้อำนวยการภูมิภาคซึ่งคุ้นเคยกับปักกิ่งเป็นอย่างดี   ถ้าเราเรียก เมือง ปักกิ่ง หรือ    เซี่ยงไฮ้ หรือ หยวนที่ประเทศจีนเค้าจะไม่เข้าใจ   ต้องเรียกว่า “เป่ยจิ่ง,ชางไฮ,และอาร์เอ็มบี(คือเงินหยวน) Beijing ,Shanghai และ RMB ครับ  สะดวกหน่อยที่โรงแรมที่เราพักมีทางเชื่อมต่อกับตึกของบริษัทCAA ซึ่งอยู่ในตึกของ China Airline ทำให้เราไม่ต้องเดินทาง  

เราได้พบกับคุณ Kevin Fong   CEO-CAA ,คุณ Clement Wont  Operation General Manager,คุณ Gengr Jiang   General Manager Sale ซึ่งเธอเคยทำงานที่ภูเก็ต เมืองไทย และเธอประทับใจเมืองไทยมาก   เธอกล่าวสวัสดีเป็นภาษาไทยด้วย  และ คุณ Kelly Shen  -IT Manager  

การจัดองค์กรของทาง CAA นั้น IT + HR จะอยู่ภายใต้  Operation  ซึ่งต่างกับบ้านเราซึ่งมักจะแบ่งองค์กรเป็น O กับ M คือ Operation กับMarketing ทำให้บุคคลากรภายใต้การดูแลของคุณ Clement Wont นั้นใหญ่มาก ๆ แทบจะทั้งบริษัท  (คงคล้าย ๆ กับตำแหน่ง GM)  

เห็นชื่อฝรั่ง ๆ อย่านึกว่าเป็นฝรั่งนะครับเหมือนเฉินหลง ก็จะชื่อ Jacky Change เป็นต้น   ผมถามพวกเค้า ๆ ว่าถ้าตั้งไม่เปลี่ยนชื่อทางฝรั่งจะไม่สามารถเรียกได้   คนจีนหรือ คนฮ่องกง สิงคโปร์จึงนิยมมีชื่อที่เรียกว่า Business Name เป็นฝรั่ง   ผมเห็นในประเทศไทยหลายท่านก็พยายามจะเปลี่ยนชื่อให้ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจกับชาวต่างชาติ เช่น ดุจดาวก็เรียกดรีม,คุณเมธีก็เรียกแมทธิว  แต่ผมไม่ชอบที่จะเปลี่ยนทั้ง ๆ ที่จริง ๆ มีชื่อนักบุญ(Saint Name)อยู่แล้วเนื่องจากเป็นคาทอลิก

อาหารการกินที่ปักกิ่งก็ไม่แพงราคาประมาณบ้านเราบวกไปอีก 15-20% หรือเรียกว่าราคาประมาณแถวสีลม สาทร สุขุมวิท ย่านธุรกิจบ้านเรา     

พอเราเลิกงานตอนเย็นก็จะหาอาหารทานและวางแผนว่าอยากไปไหนเราก็จะพูดภาษาอังกฤษกับพนักงานของ CAA แล้วให้เค้าเขียนภาษาจีนเพื่อขึ้น Taxi หรือรถเมล รถไฟฟ้าตามเรื่อง   ผมกับพี่พี่อีกท่านเดินทางกลับมาที่โรงแรมและเตรียมตัวที่จะทานอาหารที่ตลาดอะไรสักอย่างผมจำชื่อไม่ได้ประมาณว่าเหมือนประตูน้ำบ้านเราแบบว่าขายทุกอย่างที่ Copy มีหลายชั้น     

ช่วงที่เปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมก็มีพนักงานบริการมาที่ห้องและยื่นใบพยากรณ์อากาศวันพรุ่งนี้(เป็นบริการของโรงแรมตามที่กล่าวไป)   ผมกล่าวคำว่า เซ่ เซ หนี่   ผมถึงขนาดตาค้างอากาศพรุ่งนี้จะอยู่ที่สูงสุด 3 องศาซี  ต่ำสุด –5   พรุ่งนี้ผมคงมีชีวิตลำบากกว่าวันนี้เป็นแน่  แต่ไม่เป็นไร The show must go on(การมีการกาศหนาวก็ไม่ดีอย่างคือ  สาว ๆ เมื่อจีนจะแต่งตัวกันมิดชิด  ไม่มีสายเดี่ยว เกาะอก)  ผมกับพี่พี่อีกท่านใช้วิธีใหม่เรียก Taxi ไปทานอาหารเย็น  คือให้คุณ Kelly IT Manager เขียนภาษาจีนว่าจะไปไหน  แล้วพักที่ไหน    พอผมกับพี่พี่อีกท่านขึ้นรถผมก็ยื่น Shot Note ให้คนขับ Taxi เค้าก็รู้เรื่อง  คนที่นี่วินัยการขับรถไม่ค่อยมีครับเอาแต่ใจตัวเองสูง  แต่เค้าก็อยู่กันได้ผมว่าหากวินัยเช่นนี้ เช่น บีบแตรไล่ตลอดและไม่หยุดบีบ  รวมถึงการ Dif ไฟไล่  ผมว่าถ้าอยู่เมืองไทยต้องมีการวางมวยกันแน่ ๆ แต่ที่นี่ก็มีแบบเปิดกระจกด่ากันนิดหน่อยแล้วก็ Say Good Bye  แต่ผมกับพี่พี่อีกท่านคุยกันว่าเรายังนึกถึงภาพหนังมาเฟียที่เรานิยมดูในประเทศไทย   เราสองคนจึงอยู่กันแบบเจียมตัวไม่พยายามต่อล้อต่อเถียงกับใคร  

ค่า Taxi ราคาพอ ๆ กับบ้านเราแต่ที่นี่มีใบเสร็จพิมพ์ออกมาจากเครื่องเลย  ไม่ต้องมานั่งเถียงกันและสามารถใช้เป็นใบกำกับภาษีได้ ผมไม่แน่ใจว่ารับบัตรเครดิตด้วยหรือไม่ประเทศไทยเราก็กำลังจะเป็นเช่นนั้น  แต่ที่เหมือนกันคือ Taxi ชอบฟังพวกรายการ จส.100,ร่วมด้วยช่วยกัน,สวพ.91 และลูกทุ่งเอฟเอ็ม  Taxiปักกิ่งก็เหมือนกัน  

ห้างที่เราไปทานอาหารเย็นก็คล้าย ๆ  ประตูน้ำบ้านเราที่มีเสื้อผ้า กระเป๋า ต่างๆ   ผมว่าถ้าใครที่ชอบประเภท Brand Name Copy เดินที่นี่คงจะได้เสียตังค์เยอะแน่   บังเอิญทั้งผมและพี่พี่อีกท่านนิสัยคล้าย ๆ กันคือเรา 2 คนไม่ค่อยชอบจึงไม่เสียตังค์  

สังเกตุว่าประเทศจีนขายของ Brand Name Copy กันมากมายมากกว่าบ้านเรา   อาจจะเป็นที่รัฐบาลเอาหูไปนาเอาตาไปไล่เพราะ Brand Name Copy ส่วนใหญ่ที่ผมสังเกตุมาจากค่าย USA ล้วน ๆ   เราทานอาหารเย็นกันข้าว กับข้าว 2 อย่างราคา 40 บาท   ก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับบ้านเราครับ  ผมก็ไม่ลืม เขอ เข่อเลอะ(Coke) ตามระเบียบ  

ขากลับผมกับพี่พี่อีกท่านใช้วิธีขามาคือยื่นนามบัตรโรงแรมให้ Taxi แล้วก็รอจ่ายตังค์   แล้วก็แยกย้ายกันเข้านอน  ผมพักชั้น 4 พี่พี่อีกท่านพักชั้น 6  ก่อนนอนผมมักจะมองลงมาข้างล่างเห็นคนงานก่อสร้างซึ่งส่วนหนึ่งเป็นคนจากมณฑลต่างจังหวัดของจีนเอง อีกส่วนหนึ่งดูจากหน้าตาน่าจะเป็นชาวฟิลิปปินส์  ผมรู้สึกสงสารเค้าที่ต้องทำงานท่ามกลางอากาศหนาวที่ติดลบ  ขนาดเราลงไปเดินยังหนาวแทบจะขาดใจตายเลย   ทำให้ผมคิดถึงคำพูดของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์คนปัจจุบัน นายลี สวน หลุง ว่า “โลกก็เป็นอย่างที่เป็น ไม่ใช่เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น”
     
ช่วงอาหารเช้าเรามักจะผูกท้องไว้กับโรงแรม  อาหารโรงแรมก็เป็นอาหารอินเตอร์ทั่วไป  จึงไม่มีอะไรแปลกนอกจากจะกินเพื่อให้มีแรงทำงานในวันต่อไป  บางวันได้มีโอกาสไปดู Site งานของ CAA ซึ่งอยู่ชานเมืองปักกิ่งภายใต้การนำของคุณ Clement Wang พบว่า Site ในการบริการลูกค้าสำหรับรถเสียนั้นค่อนข้างใหญ่และมีพนักงานปฏิบัติงานหลายสิบคน  รวมถึงมีระบบเชื่อมต่อกับสำนักงานใหญ่  มีห้องพักสำหรับพนักงานกะกลางคืนที่ Stand By พร้อมปฏิบัติงานตลอดเวลา  

สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกคือรัฐบาลจีนมีการทำอะไรเป็นระบบ เช่น CAA  ได้รับสัมปทานการช่วยเหลือรถเสีย หรืออุบัติเหต บนท้องถนนรัฐบาลจะเข้ามาควบคุมมาตรฐานแม้กระทั่งสถานที่จอดรถรอการซ่อม  หรือเสื้อผ้าที่จะใส่ออกไปปฏิบัติงานตามท้องถนน  จนทำให้ผมเกิดคำถามที่ถามกับคุณ Genger Jiang/General Manager Of Sale ว่านี่ทหารหรือ รปภ.  เค้าตอบผมว่า รปภ. ผมรู้สึกได้ว่าทั้งชุดและลักษณะท่าทางรวมถึงการปฏิบัติตัวเค้าดูเข็มแข็งและมีระเบียบมากๆ     

กลับเข้าสู่เรื่อง CAA Site ครับคุณ Clement พาพวกเราเดินต่อไปยังห้องเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีระบบการควบคุมการเบิกจ่ายด้วยคอมพิวเตอร์  ลักษณะของมนุษย์ทั่วโลกคงเหมือนกันคุณ Clement บอกพวกเราว่าเมื่อก่อนไม่มีการควบคุมของก็หาย  เพราะไม่รู้ใครเป็นใคร และหยิบไปไหน   นี่ถ้าเป็นบ้านเราอาจจะต้องบวกรถซาเล้งเก็บของเก่าเพิ่มเข้าไปอีก  

เสร็จจากการ Visit Site คุณ Clement พาเราแวะเดินที่ตลาด Lotus ซึ่งเป็นเมืองเก่าของปักกิ่ง  ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นจอมยุทธ์    ผมชอบคุณ Clement มากเค้าเล่าประวัติให้ผมฟังว่าเค้าเป็นชาวจีนฮ่องกงและได้สัญชาติ USA. รวมถึงเคยร่วมงานกับ Fed Ex ฮ่องกงก่อนที่จะมาร่วมงานกับ CAAที่ผมบอกว่าเค้าเป็นมืออาชีพคือ แม้แต่พาพวกเราเดินชม Lotus Market เค้ายังมี  Schedule เลย    ว่าเราจะเดินไปถึงไหนเสร็จแล้วคนขับรถจะรอเราที่ไหน   รวมถึงเราจะแวะทานกาแฟกันที่ไหน ใช้เวลาเท่าไหร่  ซึ่งหากเป็นคนไทยแวะทานกาแฟระหว่างการทำงานคงไม่มีการวางแผนหรือเรียกได้ว่า  ดื่มแบบชิว ๆ  

บางเย็นทางปักกิ่งก็จะพาเราไปทานอาหารจีน  เป็ดปักกิ่ง(Beijing Duck) ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก  คนไทยกับอาหารจีนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วก็เป็นลาภปากไป

และแน่นอนมาทำงานที่จีนต้องไปกำแพงเมืองจีน เทียนอันเหมิน   ทาง CAA จีนโดยคุณ Kelly ได้พาเที่ยวกำแพงเมืองจีน และจัตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งอันหลังนี้ผม Request เองเนื่องจากผมมีความต้องการว่าถ้าครั้งหนึ่งที่ได้มาเยือนเมืองจีนผมต้องสัมผัสจตุรัสเทียนอันเหมิน (Tiananmen Square Massacre) ให้ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าจัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นเหมือน 2 สัญลักษณ์ในเวลาเดียวกัน   นอกจากจะเป็นที่สวนสนามประกาศชัยชนะของท่านประธานเหมา  ยังเป็นสถานที่เรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษาจีน  ถ้าจำไม่ผิดน่าจะวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ในสมัยประธานาธิบดี เติ้ง เสี่ยว ผิงซึ่งการปราบปรามของทหารทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 2,000 คน บาทเจ็บอีกราว 7,000- 10,000 คน  

และผมชอบความยิ่งใหญ่และประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นอนุสาวรีย์วีรชนที่มีความสูงกว่า  40 เมตร และคำจารึกว่า“วีระบุรุษของประชาชนเป็นอมตะ”  และด้านหน้าเป็น พระราชวังกู้กง หรือพระราชวังต้องห้าม ซึ่งผมชอบทางเข้าที่มีรูปประธานเหมาเจ๋อตงขนาดใหญ่  และมีตัวหนังสือจีนด้านซ้ายเขียนว่า “สาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ ” และด้านขวา “เอกภาพของประชาคมโลกจงเจริญ”  อ่านแล้วได้อารมณ์จริง ๆ

เริ่มด้วยกำแพงเมืองจีน  วันที่ไปอากาศหนาวมากประมาณ -5 องศา(ลบห้านะครับ ไม่ใช่ห้า)และลมค่อนข้างแรง  คนขับรถของ CAA( China Automobile Association) มารับผมที่โรงแรมและพามุ่งสู่กำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China)

กำแพงเมืองจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปีนี้ ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว เมื่อราว 700 ปีก่อนคริสตกาลเพื่อป้องกันศัตรูผู้รุกรานตามที่พวกเราดูภาพยนต์ คือ ป้องการการรุกรานจากมองโก  มีความยาว 2,400 กม. เป็นหนึ่งใน 7 สิ่ง มหัศจรรย์ของโลก  มีป้อมมากกว่า 15,000 แห่งสร้างสูงขึ้นไปอีก 3 เมตร ถึง 6 เมตร และมีระฆังแขวน เพื่อตีบอกสัญญาณเกิดเหตุไว้ประจำทุกหอ รวมทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่า 20,000 หอ  ซึ่งยาวครอบคลุมอาณาบริเวณถึง 5 มณฑลของจีน และเป็นสิ่งก่อสร้างชนิดเดียวในโลกที่สามารถมองเห็นได้จากดวงจันทร์ ถึงขนาดท่านประธานเหมาเจ๋อตงได้กล่าวเป็นบทกลอนว่า ‘มิเคยขึ้นกำแพงเมืองจีน หาใช่ลูกผู้ชายไม่”

จุดที่สามารถชมกำแพงเมืองจีนได้สะดวกในเขตกรุงปักกิ่ง อยู่ที่ด่านปาต๋าหลิ่ง ด่านมู่เถียนอี้ว์ ด่านซือหม่าไถ และจีว์ยงกวน แต่ด่านที่เป็นจุดชมกำแพงเมืองจีนที่สมบูรณ์ที่สุด คือที่ด่านปาต๋าหลิ่ง  ข้างบนผมรู้สึกหนาวมาก และวันที่เราไปลมแรงมาก  น้ำมูกไหลตลอดเวลาทั้ง ๆ ที่อยากใช้เวลาชื่นชมความอลังการ และความยิ่งใหญ่บนกำแพงให้นานที่สุดแต่ก็ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยการต้านทางความหนาวของร่างกาย  จึงต้องขอลงมาและเดินทางกลับเพื่อเที่ยวจตุรัสเทียนอันเหมินต่อ  

จัตุรัสเทียนอันเหมิน(Tiananmen Square Massacre) ความหมายประตูของสันติภาพอย่างสวรรค์ คำว่า ‘เทียน’ แปลว่า ฟ้า ‘อัน’ แปลว่า ผาสุก ‘เหมิน’ แปลว่า ประตู  

ผมชอบเทียนอันเหมิน  ด้วย 2 เหตุผลตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จัตุรัสเทียนอันเหมิน เป็นจัตุรัสที่กว้างที่สุดในโลก และศาลาประชาคมที่สามารถบรรจุคนได้นับหมื่นคน ซึ่งใช้เป็นที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์   และอนุสาวรีย์วีรชนที่มีความสูงกว่า  40 เมตร และคำจารึกว่า“วีระบุรุษของประชาชนเป็นอมตะ”  สำคัญที่สุดคือจัตุรัสเทียนอันเหมิน  บ่งบอกถึงการต่อสู้และการเปลี่ยนแปลงประเทศหรือมีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงในสมัยนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตย(อย่าลืมนะครับเมื่อก่อนจีนยังไม่เปิดประเทศเหมือนปัจจุบัน)

เราคงได้ยินคำว่าหลังม่านเหล็ก(รัสเซีย) กับหลังม่านไม้ไผ่(จีน)  จริง ๆ คำว่าหลังม่านน่าเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยซูสีไทเฮา  การว่าราชการหลังม่านจักรพรรดิ คือ การที่บุคคลสั่งการต่าง ๆ อยู่ข้างหลังม่านเนื่องจากไม่มีอำนาจสั่งการนั้นเองโดยตรง โดยมีผู้แทนซึ่งมักเป็นผู้มีอำนาจสั่งการนั้นนั่งอยู่ข้างหน้าม่านเป็นหุ่น กล่าวคือ บุคคลที่สั่งการอยู่หลังม่านเป็นผู้มีอำนาจในการนั้นอย่างแท้จริง ส่วนผู้มีอำนาจที่นั่งอยู่หน้าม่านนั้นหากเรียกให้ทันสมัยก็ต้องเป็น “นอมินี”แสดงว่าไอ้ดอมินีนี่มันมีมาตั้งเป็น 100 ปีแล้วนะเพราะซูสีไทเฮาอยู่ในช่วง พ.ศ.2400 (รัชสมัย 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2378—15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451)เป็นสตรีชาวแมนจูในประวัติศาสตร์จีนสมัยราชวงศ์ชิง โดยเป็นผู้ทรงอำนาจอธิปไตยในการบริหารราชการแผ่นดินจีนถึง 40 กว่าปี  หากท่านใดเคยดูหนังจีนกำลังภายในที่ชอบมีคำพูดว่า “ล้มล้างชิง ฟื้นฟูหมิง” ก็เกิดในยุคนั้น  

เดินมาถึงด้านหน้า พระราชวังกู้กง หรือพระราชวังต้องห้าม ซึ่งผมชอบทางเข้าที่มีรูปประธานเหมาเจ๋อตงขนาดใหญ่  และมีตัวหนังสือจีนด้านซ้ายเขียนว่า “สาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ ” และด้านขวา “เอกภาพของประชาคมโลกจงเจริญ”     

เดินชมพระราชวังต้องห้ามแล้วทำให้นึกถึงสนธิสัญญานานกิง(The Treaty of Nanjing)  เนื่องจากราชสำนักสมัยซูสีไทเฮาทรงใช้เงินในการสร้างพระราชวังทำให้กองทัพเรืออ่อนแอ  เมื่อเกิดสงครามฝิ่นกับอังกฤษกองทัพจีนจึงไม่สามารถต้านทานอังกฤษได้เป็นผลให้จีนต้องเซ็นสนธิสัญญานานกิกับอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ.1842  ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2385 น่าจะประมาณรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 3 เป็นผลให้จีนต้องยกเกาะฮ่องกงให้อังกฤษ และยอมรับหลักการของการมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขต (The principle of Extraterritory)  

เมื่อท่องเที่ยวเสร็จพระราชวังต้องห้ามแล้ว  พี่อีกท่านหนึ่งต้องการแวะซื้อของฝากเด็ก ๆ ที่ Toy Market ซึงคล้าย ๆ กับสำเพ็งบ้านเรา(ส่วนใหญ่เป็นของเล่นเด็ก)แต่อยู่ในห้างสรรพสินค้า   หากท่านใดชอบของถูกไม่ผิดที่แล้วราคาถูกมาก  แต่คุณภาพคงต้องตาถึงนิดนึงแต่ผมว่าปัจจุบันสินค้าของจีนมีคุณภาพค่อนข้างสูง และที่ขาดไม่ได้คงเป็นต้องแวะทานเป็ดปักกิ่ง  

ผมเคยอ่านเจอว่าครั้งนายนิกสัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งเมืองหลวงของจีนนั้นได้เคยแสดงความรู้สึกเอาไว้ว่า “หากไปไม่ถึงกำแพงเมืองจีนมิใช่ลูกผู้ชาย และหากไม่ทานเป็ดปักกิ่งก็เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง”  คำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีอเมริกาดังกล่าวนับเป็นคำพูดที่เป็นจริง  แต่สำหรับคนไทยการทานเป็ดปักกิ่งในประเทศไทยก็หาไม่ยากนัก  โดยส่วนตัวผมประทับใจกับปักกิ่งมากโดยเฉพาะท่านสุภาพบุรุษท่านใดที่ชอบ  สาวสวย ๆ หน้าตาจิ่มลิ้ม ขาว ๆ หล่ะก็ไม่ผิดหวังแน่สำหรับปักกิ่ง  และต้องอำลากันด้วยคำว่า “หว่อ อ้าย หนี่ เบยจิ่ง”

แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ http://www.oknation.net/blog/peopletribune
Email : peopletribune@hotmail.com
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 02/06/2009 10:23 pm, แก้ไขแล้ว 5 ครั้ง.
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

พระราชวังต้องห้าม

โพสต์ #2  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:07 pm

“สาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ ” “เอกภาพของประชาคมโลกจงเจริญ”
ไฟล์แนป
Beijing8.JPG
“สาธารณรัฐประชาชนจีนจงเจริญ ” “เอกภาพของประชาคมโลกจงเจริญ”
Beijing8.JPG (63.39 KiB) เปิดดู 3387 ครั้ง
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

China Association Assistant Beijing China

โพสต์ #3  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:13 pm

สถานที่เก็บรถลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือ  ซึ่งรัฐบาลจีนมีกฎหมายให้ต้องมีสถานที่จัดเก็บรถที่ได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมยานยนต์จีน(China Association Assistant)  คล้าย ๆ กับ รยสท.หรือ CWC บ้านเรา
ไฟล์แนป
Beijing.JPG
Beijing.JPG (53.98 KiB) เปิดดู 3385 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 11:43 am, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

จราจรในปักกิ่ง

โพสต์ #4  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:15 pm

สภาพการจราจรในปักกิ่งไม่ถึงขนาดติดขัดมากมาย  รถสามารถเคลื่อนตัวได้เรื่อย ๆ ระบบขนส่งมวลชนค่อนข้างดี
ไฟล์แนป
Beijing1.JPG
Beijing1.JPG (41.58 KiB) เปิดดู 3385 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 1:18 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมจีน

โพสต์ #5  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:17 pm

จีนเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเรื่องสถาปัตยกรรม  ไม่ว่าจะเป็นบ้านประชาชน พระราชวังหรือ วัดวาอาราม
ไฟล์แนป
Beijing2.JPG
Beijing2.JPG (44.52 KiB) เปิดดู 3380 ครั้ง
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

ระบบขนส่งมวลชนในปักกิ่ง

โพสต์ #6  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:20 pm

ชาวปักกิ่งมักจะใช้บริการรถสาธารณะ  เพราะระบบขนส่งมวลชนค่อนข้างดี  หากซื้อบัตร"อี้ข่าทง" เหมือนบัตรโอโต้พุทของฮ่องกง มีบัตรนี้บัตรเดียวเที่ยวทั้งวัน ทั้งรถเมล์ หรือรถไฟใต้ดิน  ที่ลำบากสำหรับคนอ่านภาษาจีนไม่ออกคือป้ายรถเมล์ที่มักจะไม่มีภาษาจีน  ต้องมีแผนที่กรุงปักกิ่งในมือด้วยครับ  อ้อ แล้วอยากนึกว่าคนปักกิ่งจะพูดอังกฤษได้ทุกคนนะครับ  พอ ๆ กับ กทม.แหละครับ
ไฟล์แนป
Beijing3.JPG
Beijing3.JPG (63.26 KiB) เปิดดู 3383 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 2:16 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

จักรยานในปักกิ่ง

โพสต์ #7  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:31 pm

จักรยานในปักกิ่งมีให้เห็นพอสมควร  แต่ไม่ค่อยพบเห็นมอเตอร์ไซด์ เนื่องจากรัฐบาลจีนเริ่มคุมกำเนิดการจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซด์ใหม่  เพื่อลดปริมาณมอเตอร์ไซด์หรือให้เฉพาะมอเตอร์ไซด์ประเภท 2 จังหวะ หรือรถใหญ่แบบ motor bike เท่านั้น
ไฟล์แนป
CIMG4630.JPG
CIMG4630.JPG (79.9 KiB) เปิดดู 3331 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 11:48 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

Lotus Market

โพสต์ #8  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:35 pm

ตลาดดอกบัว(Lotus Market) เป็นย่านเมืองเก่าในปักกิ่ง อากาศหนาวจนน้ำเป็นน้ำแข็งคุณเคแมน หว่องที่พาไปเล่าให้ฟังว่าปลาจะถูกแช่แข็งในน้ำพอวันหนึ่งเมื่อน้ำแข็งละลายปลาก็กลับมามีชีวิตเหมือนเดิม(เป็นความรู้ใหม่ ไม่เคยรู้มาก่อน)  ซึ่งรัฐบาลอนุรักษ์ไว้และทุกวันนี้คนจากทั่วทุกมุมโลกต่างเดินทางมาปักกิ่ง   ทั้งท่องเที่ยว หรือ เพื่อการศึกษา รวมไปถึงบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาทำธุรกิจ  การก่อสร้างตึกใหญ่ ๆ จึงบดบังความเป็นเมืองเก่าไปบ้าง   รัฐบาลจึงอนุรักษ์ไว้  เมื่อตอนโอลิมปิกก็มีการลื้อถอนแหล่งที่อยู่อาศัยดังเดิมไปเยอะเพื่อสร้างสนามกีฬารังนกและสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักกีฬาทั่วโลก
ไฟล์แนป
Beijing11.JPG
Beijing11.JPG (52.05 KiB) เปิดดู 3364 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 1:22 pm, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

กำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China).

โพสต์ #9  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:46 pm

กำแพงเมืองจีน (The Great Wall of China) กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 332 - 339 รัชสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นกำแพงอิฐที่ยาวที่สุดในโลกซึ่งยาวประมาณ 2400 และเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งเดียวของโลกที่สามารถเห็นได้จากดวงจันทร์  อ้อ! ดูจากรูปที่ถ่าย Nasa ถ่ายมาหลัง ๆ เห็นทีจะไม่ใช่ซะแล้ว  เพราะมีรถไฟสายทราน-ไซบีเรียอีกที่ ๆ สามารถมองเห็นได้จากดวงจันทร์  เอ..แต่ไม่เข้าใจความยิ่งใหญ่ต่าง ๆ ทำไมต้องเริ่มจากจีน
ไฟล์แนป
Beijing13.JPG
Beijing13.JPG (27.15 KiB) เปิดดู 3357 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 1:34 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

One World One Dream

โพสต์ #10  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:51 pm

ช่วงนั้นปักกิ่งเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2008 มองเห็นอูดหรือม้านั้นเป็นอูด ม้า จัดตั้งไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป  ระบบการจัดการท่องเที่ยวของจีนแบบที่จัดตั้งไว้ เช่น นกกาน้ำที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่กุ้ยหลิน  และเป็นสูตรสำเร็จที่คัดลอกมาเวียดนาม(ใครเคยไปเวียดนามคงเคยเจอเช่นกัน)
ไฟล์แนป
CIMG4677.JPG
CIMG4677.JPG (110.4 KiB) เปิดดู 3298 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 1:30 pm, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

อุณหภูมิช่วง ธ.ค. บนกำแพงเมืองจีนหนาวมาก

โพสต์ #11  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 10/10/2008 11:56 pm

ข้างบนกำแพงอากาศหนาว และลมแรงมากครับ   เห็นคนมือบอนเขียนเขียนบนกำแพงแล้ว น่าสลดใจครับ   แต่อย่างว่าคนมาจากทั่วโลกควบคุมลำบาก มองหากุญแจ ล็อกความรักแต่ไม่พบสงสัยทางขึ้นฝากนี้ไม่มี  หรือรัฐบาลเค้าดูเกะกะจึงให้ล๊อกเป็นที่ ๆ ไป
ไฟล์แนป
CIMG4679.JPG
CIMG4679.JPG (78.3 KiB) เปิดดู 3317 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 1:38 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

ยาวสุดลูกหูลูกตา

โพสต์ #12  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 11/10/2008 12:01 am

กำแพงเมืองจีนยาวสุดลูกหูลูกตาจริง ๆ ครับ   เดินไม่ไหว(สงสัยแก่แล้ว)
ท่านประธานเหมาเจ๋อตงได้กล่าวเป็นบทกลอนว่า ‘มิเคยขึ้นกำแพงเมืองจีน หาใช่ลูกผู้ชายไม่” ผมได้เป็นลูกผู้ชายแล้วเพราะขึ้นมาได้  แต่ดีว่าถ้าประธานเหมา ท่านกล่าวว่า "มิเคยเดินร้อยลี้บนกำแพงเมืองจีน หาใช่ลูกผู้ชายไม่" ผมคงต้องยอมเป็นสาวประเภทสองครับ เพราะเหนื่อยจริง ๆ หายใจลำบากเพราะสูงและอากาศหนาวแบบแห้ง  หน้าตาแตกไปหมด   สาว ๆ ไปปักกิ่งช่วงหนาวต้องระวังนะครับ  หน้าอาจจะไม่สวยได้
ไฟล์แนป
CIMG4678.JPG
CIMG4678.JPG (104.62 KiB) เปิดดู 3312 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 1:41 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

จัตุรัสเทียนอันเหมิน(Tiananmen Square

โพสต์ #13  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 11/10/2008 12:07 am

จัตุรัสเทียนอันเหมิน(Tiananmen Square Massacre) ความหมายประตูของสันติภาพอย่างสวรรค์ คำว่า ‘เทียน’ แปลว่า ฟ้า ‘อัน’ แปลว่า ผาสุก ‘เหมิน’ แปลว่า ประตู   เทียนอันเหมินเป็นจัตุรัสที่กว้างที่สุดในโลก  ยังเป็นสถานที่ ๆ มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของจีน เช่น การประกาศชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์และการเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษา สมัยประธานาธิบดี
เติ้งเสี่ยวผิงและศาลาประชาคมที่สามารถบรรจุคนได้นับหมื่นคน ซึ่งใช้เป็นที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์
ไฟล์แนป
Beijing5.JPG
Beijing5.JPG (73.88 KiB) เปิดดู 3348 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 1:12 pm, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

พระราชวังกู้กง หรือพระราชวังต้องห้าม

โพสต์ #14  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 11/10/2008 12:09 am

ด้านข้างของพระราชวังต้องห้าม  ซึ่งครั้งสมัยซูสีไทเฮาได้ใช้เงินมากมายในการสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้สมพระเกียรติทำให้แสนยานุภาพทางการทหารอ่อนแอเป็นที่มาของสนธิสัญญานานกิง(The Treaty of Nanjing) ที่ต้องยกเกาะฮ่องกงให้อังกฤษปกครอง  ในที่สุดจีนก็เปลี่ยนการปกครองจากระบบกษัตริย์เป็นระบบคอมมิวนิสต์
ไฟล์แนป
Beijing6.JPG
Beijing6.JPG (94.54 KiB) เปิดดู 3345 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 1:16 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

อนุสาวรีย์วีรชน

โพสต์ #15  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 11/10/2008 12:14 am

อนุสาวรีย์วีรชน(Monument to the people's heroes) ที่มีความสูงกว่า  40 เมตร และคำจารึกว่า“วีระบุรุษของประชาชนเป็นอมตะ”  อนุสาวรีย์ถูกสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารที่พลีชีพเพื่อการปฎิวัติจนสามารถก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน  ซึ่งใช้เวลายาวนามและต้องใช้ชีวิตผู้คนมากมาย  เนื่องจากประธานเหมาเชื่อว่า "อำนาจต้องได้มาจากปากกระบอกปืน"
ไฟล์แนป
Beijing7.JPG
Beijing7.JPG (64.82 KiB) เปิดดู 3340 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 11/10/2008 2:09 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง ปักกิ่ง

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

  • Advertisement
cron