• Advertisement

Weekdays Travel in Thailand-เที่ยวไทยสุขสันต์ในวันธรรมดา

รวมเรื่องท่องเที่ยวทั่วไทย เหนือ-ใต้-ออก-ตก ตั้งคำถามที่คาใจ

Weekdays Travel in Thailand-เที่ยวไทยสุขสันต์ในวันธรรมดา

โพสต์ #1  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/08/2018 2:25 pm


.
.
Weekdays Travel in Thailand-เที่ยวไทยสุขสันต์ในวันธรรมดา
.
25 สิงหาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
(พักเรื่อง UK Trip ชั่วคราวนะครับ)
.
"เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก เกิดเป็นชายนั้นยากกว่าไหนๆ"
.
555 สุภาษิตข้างต้นไม่ได้ทะลึ่งตึงตังเหมือนอย่างในเว็บ Dek-D ที่ว่า "ผู้หญิงให้ผู้ชายเลี้ยง เรียกแม่บ้าน ผู้ชายให้ผู้หญิงเลี้ยง เรียกแมงดา...ฯลฯ" ดัง goo.gl/ChYjxf หรอกนะครับ
.
ผมเพียงอยากจะเรียนว่า...
.
หญิงลำบาก ชายยากนั้น ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ขอแค่อย่า "แก่" ก็แล้วกัน เพราะแก่ขึ้นมาแล้ว จะกลายเป็นคน "เยอะ" มากๆเลยล่ะ ว่าแต่...
.
"แก่แล้วรักไหมล่ะ?"
.
ฮั่นแน่ ยืมคำคมเก๋ไก๋ใน "เมีย 2018" มาใช้ซะเลย ฮิฮิ
.
แบบว่า คนเราเมื่อแก่ขึ้นมา สำหรับใครที่รักแต่จะเที่ยวและดูสิ่งบันเทิงอย่างผม ปัญหาโน่นนี่เต็มไปหมดครับ อาทิ
.
ขี้ร้อน (เจอแค่ 28 องศาก็ไม่สู้แล้ว) ...
น้ำหนักขึ้นง่าย...(ทั้งๆที่ทานนิดเดียวไม่เหมือนก่อน)...
ความดันโลหิตเพิ่ม (อุตสาห์ทานยามาตั้งหลายปี)...
ฯลฯ
.
ทั้งหมดนี้ ตอนหนุ่มไม่เคยยี่หระ แต่ตอนนี้ยอมแพ้จริงๆ ทั้งๆที่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากสิ่งแวดล้อมของตัวเองทั้งสิ้น คือ ชอบนั่งหน้าจอ (จอคอม/จอทีวียักษ์).... นิยมห้องแอร์.... กลัวแสงแดด... เบื่อออกกำลังกาย (อุปกรณ์สารพันที่มีกลายเป็นที่ตากผ้าหมด อิอิ) และเซ็งเมืองไทย (หลับตาก็เห็นแดดเปรี้ยงๆว่างั้นเถอะ) 555
.
กลับจากทริป ไท่หยวน-ต้าถง ต้นเดือนพฤษภาฯ เตรียมทริปต่อมาที่ โรมาเนียและรอบๆ เดือนกว่า ...แต่แล้วก็ต้องยกเลิกไปเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง (ช่วงหนึ่งโปรตุเกสร้อนถึง 47 องศา)..ยอมนั่งคีย์เรื่องเที่ยวหน้าจออยู่ 2 เดือน..ชิชะ ชักไม่ได้การ..
.
งั้นขอลองออกกำลังกาย ดูสิ่งบันเทิง เลิกดูคอม (ยกเว้นในมือถือ) และหาเรื่องเที่ยวเมืองไทยดู ท่าจะเข้าที...
.
20 กว่าวันที่ผ่านมา จึงเป็นชีวิตใหม่ในถิ่นเก่าๆ ที่หัดทำอะไรช้าๆดู เพราะเพื่อนคนหนึ่งในเฟสบุ๊คเกิดจู่ๆก็โพสต์เรื่องราวของหนังญี่ปุ่น Pure White ซะ
.
เล่นเอาคอหนังอย่างผมต้องรีบไปโหลดมาจากเว็บโจรสลัดมาชม ..แล้วทั้งๆที่ยังโหลดไม่เต็มเลย ก็ได้หนังโบราณเก๋ากึ๊กของ Ken Takakura ดารายุ่นปี่ที่เคยตีคู่กับ Michael Douglas ในเรื่อง Black Rain มาก่อน มาถึง 4 เรื่องด้วยกัน จนได้พบว่า...หนังญี่ปุ่นโบราณที่แสนจะเชื่องช้านั้น คลาสสิคจริงๆ คือ
.
Railroad Man
.
A Distant Cry from Spring
.
Dearest Anata e และ
.
The Yellow Handkerchief (ที่เห็นชื่อก็คิดถึงเพลง Tie A Yellow Ribbon Round The Ole Oak Tree ของ Tony Orlando and Dawn)
.
ตามมาด้วย
.
Kazoku-Where Spring Comes Late,
.
The Little House
.
Musuko
.
Gukoroku Traces of Sin
.
อีก 4 เรื่อง
.
.....เล่นเอากลายเป็นแฟนหนังซากุระตาบวมไปเลย โดยเรื่องที่ชอบที่สุดกลายเป็นเรื่องสุดท้ายของ เคน คือ Dearest หรือ Anata e (goo.gl/6R3bmK) ที่มีเพลงไพเราะมากชื่อ Star Tour Song หรือ Hoshi Meguri no Uta เพลงอมตะของญี่ปุ่นรวมอยู่แล้ว ซึ่ง...
.
นอกจากเป็นหนังที่จะดูได้หลายรอบแล้ว ยังได้ที่เที่ยวใหม่ๆตามรอยหนังเก่าๆสำหรับทริปญี่ปุ่นครั้งต่อไปอีกแยะเลยครับ
.
เพื่อนเฟสบุ๊คอีกคน นึกยังไงไม่ทราบ มาโพสต์ละครซีรี่ย์เรื่อง "เมีย 2018"...เหม่ หม่...ไหนๆก็ว่างๆอยู่แล้ว จัดการโหลดมาจาก LINE TV ซะเกือบหมด แล้วก็ตาแฉะนั่งเฝ้าจอทุกวันจันทร์-อังคาร กระทั่งวันมะรืนมะเรื่องก็จะจบแล้ว
.
เป็นละครไทยที่แสบสันต์มากๆ ชอบบี น้ำทิพย์ อย่างไม่รู้ตัวทั้งๆที่เคยชิงชังเล็กๆใน The Face Thailand ...นับว่าเธอเป็นสุดยอดนักแสดงจริงๆเลยครับ
.
นอกจากหนังละคร แล้วก็ได้โอกาสเที่ยวไทยในวันธรรมดาอีกครั้งกับพี่สาว ในวันที่ 20-21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งยอมรับครับว่า เมืองไทยมีอะไรๆที่สุขสนุกกว่าที่คิดที่เคยไปเยอะ ที่สำคัญคือไปตอนไม่ร้อน ซึ่งจะได้เขียนเป็นรีวิวออกมาในเร็วๆนี้ เพราะเป็นทริปที่ประทับใจ 3 วัยเกษียณจริงๆ
.


.
.
28 สิงหาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
ผมเคยเขียนเรื่อง "อย่ารีบแก่...แค่เกษียณ" (goo.gl/8SyRWR) เมื่อ 5-6 ปีก่อน โดยตั้งใจจะ "สร้างแรงกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ออกท่องเที่ยวไปทั่วๆ" แทนการวางตัวเป็น "คนแก่" ด้วยการทำกิจกรรมที่ "คนแก่ทั่วไป" ทำๆกัน ซ้ำๆซากๆไปวันๆ ด้วยการคิด (เอาเอง) ในแง่ดีที่ว่า....
.
ต้องติดกับฟอร์ม "ความเป็นผู้ใหญ่"..... จึงอยากได้ "ความเคารพนับถือ"..... ไม่นิยม "การถูกชี้แนะ วิจารณ์ หรือตำหนิ"....ไม่ก็ "หวั่นเกรงคนใกล้ตัวเป็นห่วงและกังวล" และสุดท้ายก็วาดภาพตัวเองว่า "ควรอยู่แบบไม้ใกล้ฝั่งดีกว่า"...
.
ในใจตอนนั้นหรือแม้แต่ตอนนี้ ก็จินตนาการเห็น "วิถีชีวิตประจำวัน และยามว่างของคนที่คิดว่าตัวเองแก่" มากมาย พร้อมที่จะยกออกมาเป็นตัวอย่าง เพื่อเขียน Don't-สิ่งไม่น่าทำ ออกมาเป็นข้อๆได้ประมาณหนังสือ 1 เล่มว่า "ทำไมถึงไม่ควรไปผูกติดกับภารกิจหรือการฆ่าเวลาแบบนั้นๆ" แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเขียนซักทีอ่ะครับ
.
ไม่กล้า เพราะเชื่อมั่นในปรัชญา "Know thyself-รู้จักตัวเอง" ของนักปรัชญาชาวกรีก Socrates แบบเดียวกับเชื่อถือใน "กฎ 20/80 rule" ของ Pareto principle ว่า เราไม่ใช่ Mass-คนส่วนใหญ่ เขียนไปก็รังแต่เพิ่มคนไม่ชอบ (ที่ไม่เข้าใจความคิดและวัตรปฎิบัติของ) เรา มากกว่าเก็บไว้เล่าสอนลูกหลานและบอกคนรู้ใจรักใคร่ชอบพอเนอะ....
.
ก็จึงเขียนเพียงอ้อมโลกแบบโค้งๆว่า...
.
-----------------------------------------------------------------------
.
"ศัตรูตัวฉกาจ ที่ทำให้เรา "เผลอแก่" ก็คือ Environment-สิ่งแวดล้อม ที่ค่อนไปทางเป็น Pollutions-มลพิษ นี่แหละครับ..... เพราะฉะนั้น...
.
ข้อคิด ที่ควรยึดถือและระแวดระวังเป็นปัจจัยหลัก ก็คือ
.
You Are What You Are In - อยู่ในสิ่งแวดล้อมใด ก็จะถูกกลืนเป็นคนแบบนั้น"
.
------------------------------------------------------------------------
.
แล้วก็ละไว้เพียงเท่านั้น เขวไปยกตัวอย่างโน่นนี่แทน โดยไม่ได้บอกเลยว่า....
.
"แล้วเราจะหลีกเลี่ยง สิ่งแวดล้อมที่โน้มดึงให้เราเข้าสู่ความแก่ ได้อย่างไร" ซึ่ง....
.
จนป่านนี้ก็ยังไม่กล้าเขียนอยู่นั่นเอง 55 ....ทั้งๆที่เป็นคนละอย่างกับการ "มิบังอาจเขียนเรื่อง การเมือง หรือ ข่าวตามกระแส ไปในทางลบ" เพราะนอกจากมีคนเขียนเยอะและบ้างก็เขียนกั๊กเก่งมากๆแล้ว....ขืนตัวเองเขียนไป รังแต่จะกลายเป็นเรื่อง "Jump the gun-ยิงปืนก่อนเล็ง" ที่สุดท้ายก็ถูกคนหัวเราะเยาะ เพราะเรื่องราวมักหักมุมไปในทางตรงกันข้ามเสียเกือบทั้งหมด ด้วยความที่เรา"ฟังความข้างเดียว" และหรือ "รู้จริงค่อนข้างน้อย คิดเอาเองค่อนข้างมาก" โดยลืม "Know thyself-รู้จักตัวเอง" นั่นเอง อิอิ
.
.
อัลบั้มนี้ จึงเป็นรีวิวที่เหมาะสำหรับคนที่มีเวลามากๆ ไม่ไร้สาระ ค่อนข้างรักษาสุขภาพกายสุขภาพจิต และไม่อุจจาระเหนียวแต่ใช้เงินเป็น นะครับ...
.
เพราะเน้นให้เที่ยวเมืองไทย แบบหย่อนกายหย่อนใจ หลีกหนีผู้คนกลุ่มใหญ่ และราคาถูกดี ในวันธรรมดาเป็นการเฉพาะ....เมื่อไปได้คล่องแล้ว การเที่ยวเมืองนอกก็จะกลายเป็นเรื่องปอกกล้วยเข้าปาก เพราะไม่ว่า ไปไทยหรือไปเทศ รูปแบบก็ไม่ต่างกันอ่ะครับ
.

.
การมีพี่สาววัยใกล้เคียงกันที่ปัจจุบันเป็นโสด... บ้านอยู่ใกล้กัน (ยิ่งตัดถนนใหม่ยิ่งใกล้เข้าไปอีก)... มีเวลาเงินทองมากประมาณกัน... ทั้งไม่ชอบวางแผนเป๊ะๆ แปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลา... และพูดคุยเข้ากันได้กับทั้งผมและคุณนาย (ถูกคอคุณนายมากกว่า แหะ แหะ) เพราะตั้งแต่วัยเด็กถึงเกือบแก่ ล้วนเคยผ่านความยากลำบากมาชนิดทุกข์ทนน้ำตาเล็ดคล้ายๆกันมาก่อนนั้น ย่อมถือเป็นเรื่องดีงามแท้ๆ...
.
เพราะไม่ว่าจะไปไหนในเมืองไทยแบบไปเช้าเย็นกลับหรือจ่ายตลาด ช้อปปิ้ง แต่โทรกริ๊งเดียวก็เสร็จ ส่วนถึงขั้นข้ามวันค้างคืน ต้องไลน์ก้นก่อน ก็เท่านั้น.... เหลือเพียงอย่างเดียวที่ทำไม่ได้คือการไปเที่ยวนอกด้วยกัน เพราะพี่เค้ารักสบายถนัดไปกับทัวร์และกลุ่มเพื่อนมากกว่า จึงเที่ยวมากกว่าเราจนเกือบทั่วโลกแล้ว..
.
ทั้งหลายทั้งปวงก็คือ...
.
แค่บ่ายวัยอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม ที่เรามีเวลา จันทร์อังคารถัดมา เมื่อไลน์พี่สาวเสร็จก็ได้โปรแกรมทันที.....
.
เดี๋ยวค่อยดูผลลัพธ์นะครับว่า ขึ้นต้นเป็นลำไม่ไผ่ เหลาลงไปเป็นบ้องกัญชาได้ยังไง ฮิฮิ
.

.
กว่าจะออกรถได้ก็ใกล้ 10 โมงเช้า เพราะฉะนั้น ฝ่าจราจรมาจนถึงปทุม เข้าเขตบางเลน ผมก็ตะโกนถามพี่สาวที่นั่งข้างหลังว่า "เอ้า เจ๊ เปิดอากู๋หน่อยว่า อร่อยบางเลนคือที่ไหน"  
.
แล้วก็ได้ร้านที่ดีที่สุดที่เหมาะกับเรา คือ ร้านเจ๊ราญกุ้งเผา ที่หน้าร้านเล็กๆแต่ข้างในโอ่โถงกว้างขวาง มีห้องแอร์และ WIFI ฟรีด้วย แถมตอนนี้ยังมี ร้าน เจ๊ราญ 2 อยู่ฝั่งตรงข้ามอีกต่างหาก
.
ดีจริงๆที่ได้มาวันธรรมดาครับ เพราะวันหยุดเห็นว่า ต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีเลยทีเดียว...
.
ในเว็บมีคนบอกว่า ที่นี่นอกจากอร่อยแล้ว ราคายังย่อมเยาด้วย
.

.
เราสั่งกุ้งขนาดกลาง 1 กิโลแบ่งเป็นเผาครึ่งโลและต้มยำครึ่งโล...ไม่น่าเชื่อครับว่า นอกจากทานอิ่มอร่อยแล้วยังเยอะตัวมาก (แสดงว่า ตาชั่งดี ปริมาณจึงมากกว่าร้านอื่นที่เคยทานแยะเพราะตาชั่งเค้าคงเป็นคนละแบบกัน อิอิ)....ข้าวผัดปูจานใหญ่ (ทานเกือบไม่หมด)...ส้มตำไทย...น้ำเย็น..ทั้งหมดแค่ 730 บาท (ถูกกว่าวันก่อนทานที่ท่าฉลอม 1460 ตั้งเท่าตัว เพราะเจอปูตัวเดียวเล็กๆผัดวุ้นเส้นปาเข้าไปตั้ง 500 ค่อยตระหนักได้ว่า ร้านเค้าเน้นลูกค้าที่มาเช่าเรือลอยอังคารกระมัง 555)
.
แนะนำเลยครับ ร้านนี้ เพราะที่เห็นในภาพนั้น ทานไปแล้วกว่าครึ่งครับ อิอิ
.

.
มาถึงกาญจนบุรี พักโรงแรมเครือ Hop Inn เป็นครั้งแรก เพราะใช้เป็นแค่ที่นอนไม่ได้ชมวิว เป็นโรงแรมใหม่สะอาด ที่จอดรถกว้างขวาง ห้องนอนเครื่องใช้กระทะรัด (ไม่มีพนักถือกระเป๋าเปิดห้อง ทำแบบโฮสเต็ล) ราคาแค่คืนละ 650 บาท อีกห้องของพี่ เตียงใหญ่มาตรฐานคิงไซ้ส์ ก็ 650 บาทเช่นกัน...
.

.
เครือ Hop Inn นี้จึงน่าสนใจแม้จะไม่ดีเท่าเครือ D Hotel (5-600 บาท) ที่เราเคยพักเชียงรายมาแล้วก็ตามครับ
.

.
นอนพักห้องแอร์จน 4 โมง เราก็เลี้ยวขวาหอนาฬิกา ตรงไปเลี้ยวซ้ายออกทางไทรโยค ครู่เดียวก็มาถึง "เมืองมัลลิกา รศ.๑๒๔" ซึ่งไม่เคยมา แม้ดูรูปแล้วจะไม่อยากมา แต่ไหนๆมาแล้วก็ขอลองหน่อย...
.
เลี้ยวเข้าไปจอดรถในปั้มบางจาก ก่อนถึงทางเข้าด้านหน้า ปรากฏว่า มีที่เดินผ่านเข้าไปได้สบาย เจ๋งจริงๆ
.
เค้าเขียนไว้ว่า....
.
เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ "เมืองแห่งวัฒนธรรม และวิถีชน"
เ.
มืองมัลลิกา เป็นเมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.๑๒๔ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายด้าน ที่เด่นชัดมากคือการประกาศเลิกทาส เมื่อทาสได้รับความเป็นไทพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัยและทำมาหากินด้วยตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือการดูแลของบรรดาเจ้าขุนมูลนายอีกต่อไป พวกเขาต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด พึ่งตนเอง และอยู่ร่วมกับคนสยามทุกหมู่เหล่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยในยุคปัจจุบัน
.
ฯลฯ
.
บรรยากาศน่ารักกว่าที่คิดไว้เยอะครับ
.

.
ราคาค่อนข้างแพงในความคิดแต่แรกของเราคือผู้ใหญ่ 300 เด็กและ สว.ครึ่งราคา ...บังเอิญ เดือนสิงหาคมทั้งเดือนโปรโมทเหลือ 200 บาท เด็กและ สว.100 เดียว ก็เปรมเราสิครับ....
.
ส่วนเรื่องเช่าเครื่องแต่งกาย เราไม่เพราะกลัวคันในอากาศไม่เย็น (แม้จะไม่ร้อนมาก) และเรื่องดินเน่อร์อาหารไทย เราไว้ตัดสินใจทีหลัง เพราะเค้ามีตอน 6 โมงเย็นถึง 2 ทุ่มยกเว้นวันอังคารครับ
.
ส้มโอที่เห็น ใบเบ้อเริ่ม ราคาแค่ 70 บาท เราเลยว่าซะหลายใบ ฮ่าฮ่า
.

.
ร้านค้าภายในไม่ใช้เงินปัจจุบัน แต่มีให้แลกเป็นสตางค์รู สตางค์ละ 5 บาท เลยแลกมาคนละ 2-300 บาท
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Weekdays Travel in Thailand-เที่ยวไทยสุขสันต์ในวันธรรมดา

โพสต์ #2  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/08/2018 2:38 pm


.
มีรถลากรอบละ 50 บาทด้วย แต่เราไม่ประสงค์...บังเอิญคนลากและคนเชียร์บอกว่า ถ่ายภาพด้วยได้ แถมให้ขึ้นไปนั่งอีกต่างหาก น่ารักทั้งคู่ ก็เลยมีทิปตามระเบียบ เกือบเท่าค่าบริการ 2 คันเลย เหอเหอ...
.
เค้าแนะนำให้เข้าไปหลบร้อนยังห้องแอร์ด้านข้างกำแพงก่อน....
.


.
ไม่น่าเชื่อครับ ร้านเครื่องดื่ม และโถงแสดงนิทรรศการ โบราณแบบทันสมัยมาก ไม่อายต่างชาติเลย ที่นี่จึงเหมาะแก่การถ่ายภาพเมื่อคนไม่เยอะเป็นอย่างยิ่งครับ
.


.
ระเบียงภาพสมัยโบราณ เข้าท่าจริงๆครับ....คุ้มสุดๆ
.


.


.


.


.


.
ส่วนนิทรรศการและหุ่นต่างๆ สวยงามน่าดูชม
.


.
ถ่ายภาพกับโถง ร.5 หลังกราบขอพรพระองค์ท่านแล้ว
.
ออกมาที่เดิม เห็นขบวนรถลากจอดเรียงราย....
.
กำแพงสิงห์คู่ หรือ ปีเซียะแบบจีน เป็นทั้งตัวผู้และตัวเมียที่มีลูกในอ้อมอก
.


.
ประตูทางเข้าข้างใน เจ้าหน้าที่ตรวจบัตรจะลุกยืนต้อนรับ แต่เราขอให้นั่งตามสบาย
.
ซุ้มด้านข้าง คือที่แลกเงินคืนก่อนกลับถ้าใช้ไม่หมด...ถ้าไม่พอใช้ ข้างในมีจุดแลกหลายจุดครับ
.
แล้วก็มาถึงสะพานหัน ที่เค้าเขียนเล่าว่า...
.
สะพานหัน
.
ชื่อนี้เรียกตามจาก ลักษณะของตัวสะพานที่ สมัยก่อนนั้นจะเป็นไม้แผ่นเดียวพาดข้ามคลอง ปลายข้างหนึ่งตรึงแน่นกับที่ ส่วนอีกข้างจะไม่ตอกติด จับหันไปมาได้เพื่อให้เรือแล่นผ่านต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างใหม่เป็นสะพานโครงเหล็กพื้นไม้ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เปลี่ยนทำเป็นแบบสะพานริอัลโตทีนครเวนิซ และที่ปองเตเวกคิโอ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี คือ เป็นสะพานไม้โค้งกว้าง สองฟากสะพานมีห้องแถวเล็กๆ ให้ขายของ ส่วนตรงกลางเป็นทางเดิน ซึ่งสะพานนี้ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ชอบเสด็จประพาสเพื่อซื้อผลไม้แห้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่นลูกพลับแห้ง และผลไม้แห้งต่างๆ นานาชนิด
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Weekdays Travel in Thailand-เที่ยวไทยสุขสันต์ในวันธรรมดา

โพสต์ #3  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/08/2018 2:47 pm


.
ข้าวของยุคโบราณ โดยคนแต่งกายแบบโบราณมีมากมาย....ร้าน เชี่ยงปู่-长富 แปลว่า รวยนิรันดร์ ครับ
.


.
ร้านเซี่ยงไถ่ แต่ภาษาจีนเขียนเป็น 祥余-เซี่ยงอื้อ (ฤกษ์ดีงามมีล้นเหลือ) ไม่ใช่ 祥泰-เซี่ยงไถ่ (ฤกษ์ดีงามของไทน) อย่างที่ควรจะเป็น
.
มาถึงลานกว้างด้านหน้า ทุกส่วนน่าถ่ายรูปมาก ไม่ว่าจะแต่งชุดไทยหรือไม่ก็ตาม
.


.
บริเวณกว้างขวางทีเดียว...พี่และคุณนายแวะร้านต่างๆอุดหนุนขนมโบราณไทยๆหลายอย่าง
.


.
มีร้านแลกเงิน ชื่อแบ้งค์สยามกัมมาจล หรือ Siam Commercial ด้วย
.
ร้านขายของติดราคาไว้อย่างดี...ใช่ครับ สตางค์ละ 5 บาท
.
มีน้ำเย็นระหว่างทางไสตล์น้ำใจไทยๆเยอะแห่ง
.


.
ขนมเบื้องญวณ ทั้งเค็มและหวาน ชิ้นละ 2 สตางค์ (10 บาท) อร่อยมาก เยอะกว่าที่เห็นขายกันข้างนอกเท่าตัวเห็นจะได้
.
แวะซื้อขนมถ้วย ซึ่งก็อีกนั่นแหละครับ อร่อยมากกกก...
.


.
ร้านโกปี้ กาแฟโบราณ โต๊ะที่นั่งโบราณ พร้อมโฆษณาสมัยเก่าน่าดูชม
.


.
ร้านหรูหน่อยของยุคก่อน เป็นร้านเครื่องประดับ ผ้าแพรพรรณ และร้านไอดิม
.


.
ข้ามคลองผ่านสะพานสวยงามไปยังหมู่เรือนไทย
.


.
ขึ้นชมข้างบน เห็นว่าเป็นส่วนทานดินเน่อร์ด้วย
.


.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Weekdays Travel in Thailand-เที่ยวไทยสุขสันต์ในวันธรรมดา

โพสต์ #4  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/08/2018 2:52 pm


.
บริเวณทานบุฟเฟ่ต์กลางวัน ซึ่งเค้าว่าคนเยอะมาก
.
ข้ามไปอีกด้าน ...ถึงว่า ที่นี่เหมาะแก่การถ่ายภาพมาก และอีกนั่นแหละครับ จะแต่งไทยหรือธรรมดา ยังไงก็ดูสวย ด้วยบรรยากาศน่ารักกว่าที่คิดที่เห็นภาพในเน็ตแยะ
.
หอชมเมือง
จำลองมาจากหอคอยคุก ซึ่งเป็นหอคอยที่ใช้สำหรับตรวจตราป้องกันมิให้นักโทษหนี ซึ่งเมืองมัลลิกา ใช้สำหรับชมเมือง ว่ามีทัศนียภาพที่ว่างดงามเพียงใด
.


.
ข้ามไปที่เรือนแพ...ดีงามกว่าตลาดน้ำทั้งหลายแหล่แยะ
.


.
ทางไปทุ่งนา และทางเดินที่แสนจะคลาสสิค
.


.
ข้ามไปยังเรือนคหบดี....ผ่านศาลาจีน
.


.
ขึ้นชมด้านบนแล้วลงมายังส่วนครัว และทางเดินที่มีไม้ดอกสองฟาก
.


.
อ้อมไปอีกด้านที่เป็นย่านการค้าเยาวราช...มีศาลเจ้า และ ไปรสะนียาคาร เอ๊ย ไปรษณีย์ และ ตู้ไปรษณีย์ครับ
.
เค้าเขียนไว้ว่า
.
ในสมัย ร.ศ. ๑๒๔ มีย่านการค้าที่ขึ้นชื่อและมีสินค้ามากและทันสมัยสำหรับยุคสมัยนั้น ได้แก่
.
ย่านถนนแพร่งนรา ชื่อถนนมาจากพระนาม “ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ “ ซึ่งมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายวรวรรณษกร ต้นราชสกุลวรวรรณ ณ อยุธยา เป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาเขียน ทรงรับราชการในกรมพระคลังมหาสมบัติ ตำแหน่งรองเสนาบดี ประทับ ณ วัง ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนกโปรดให้สร้างขึ้นริมถนนตะนาว มีอาณาเขตต่อจาก วังพระเจ้าบรมวงศ์กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ ขณะประทับ ณ วังนี้ โปรดให้สร้างโรงละครขึ้นชื่อโรงละครปรีดาลัย แสดงละครร้องนับเป็นโรงมหรสพแห่งแรกของไทย ในครั้งนั้นสันนิษฐานว่า โปรดให้ตัดถนนผ่านกลางวังพร้อมกับสร้างตึกแถว สองข้าง คนทั่วไปจึงเรียกถนนตามพระนามเจ้าของวังว่า “ถนนแพร่งนรา"
.
ถนนแพร่งภูธร ชื่อถนนมาจากพระนาม “ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ “ ซึ่งมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายทวีถวัลยลาภ ต้นราชสกุลทวีวงศ์ เป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาตลับทรงรับราชการตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงนครบาล ประทับ ณ วัง บริเวณริมถนน หัวมุมสี่กั๊กเสาชิงช้า ริมถนนบ้านตะนาว ครั้นกรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 2440 หม่อมเจ้าในกรมได้ขายวังให้กับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึกแถว และตัดถนนผ่านบริเวณวังเรียก ชื่อตามพระนามเจ้าของวังว่า “ ถนนแพร่งภูธร ”
.
ถนนแพร่งสรรพศาสตร์ ชื่อถนนมาจากพระนาม “ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ “ พระนามเดิมคือ พระองค์เจ้าชายทองแถม ถวัลยวงศ์ ต้นราชสกุลทองแถม เป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ทรงรับราชการตำแหน่ง กรมช่วยมหาดเล็ก เป็นผู้บังคับการกรม ประทับ ณ วังริมถนนบ้านตะนาว ในอาณาเขตต่อจากวัง พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ เมื่อ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ สิ้นพระชนม์ ทายาทได้ขายพื้นที่ตั้งวัง ให้กับเอกชน ตัววังถูกรื้อสร้างอาคารพานิชย์ และตัดถนนผ่าน ถนนผ่านบริเวณวังเรียก ชื่อตามพระนามเจ้าของวังว่า “ถนนแพร่งภูธร ”
.
ย่านบางรัก เป็นย่านการค้าที่สำคัญ มีร้านค้าที่ทันสมัยอยู่มาก ย่านเยาวราช อันเป็นย่านที่มีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่มาก มีวัฒนธรรมการกินอยู่ที่น่าสนใจ มีอาหารจีนอร่อย รวมถึงของกินที่แปลกใหม่สำหรับสมัยนั้น อาทิ ข้าวเสียโป
.


.
ร้าน อี๋เปิ่น ว่านลี่-一本万利 แปลว่า ลงทุนหนึ่งกำไรหมื่น......ร้าน จาวฉาย จิ้นเป่า-招财进宝 แปลว่า กวักมือเรียกสมบัติ โกยแก้วแหวนเงินทองเข้า ครับ
.
กว่าจะออกมาด้านหน้า โดยไม่ได้แวะส่วนที่ปิดไปแล้ว ก็ใกล้ 6 โมงเย็นเต้มทน...
.
เป็น 2 ชั่วโมงที่ชื่นชอบ และขนอาหาร ผลไม้มาเยอะแยะ ทั้งก๋วยจั๊บ (20 บาท แต่อร่อยและมีเนื้อหนังกว่าชามละ 4-50 กทม.) กล้วยทอด มันทอด (ชิ้นเล็กอร่อย) บ้าบิ่น (กรอบ มะพร้าวเป็นเส้น) ขนมถ้วย (มันไม่หวาน) ส้มโอ ฯลฯ กลับมานั่งทานในโรงแรมเปรมไปเลย
.


.
เมืองมัลลิกา จึงน่าไปมากๆ คุ้มค่าสุดๆกว่าที่คิด ของอร่อยราคาถูกมาก โดยเฉพาะหน้าหนาวหรือช่วงเช้าช่วงเย็น...ได้ความรู้สึกว่าดีงามคนละอย่างกับ เมืองโบราณ (ซึ่งต้องใช้จักรยาน และเวลามากกว่า) ด้วยบรรยากาศคล้ายๆกัน  แต่หากให้ไปซ้ำหลายที ขอมาที่นี่ดีกว่าครับ
.
ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.mallika124.com/ ครับ
.
สิ้นสุดวันแรก โดยแวะอำเภอไทรโยค ซึ่งไม่มีอะไรต่างจากที่เคยมาเมื่อหลายปีก่อน แล้วก็ต้องรีบกลับ เพราะ "เมีย 2018" มาที่ช่อง One 31 ตอน 3 ทุ่มครึ่งครับ อิอิ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Weekdays Travel in Thailand-เที่ยวไทยสุขสันต์ในวันธรรมดา

โพสต์ #5  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/09/2018 9:34 pm


.
(ความเดิมตอนที่แล้ว อยู่ที่ goo.gl/mP7mth ครับ)
.
5 กันยายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
จากเมืองมัลลิกา...อำเภอไทรโยค..และ ละครไทย เมีย 2018 (แหะ แหะ ดังขนาดแค่โผล่ไปออก เร็ตติ้งรายการทีวีของทางการก็พุ่งกระฉูด และตอนนี้จบซะแล้ว โดยมีการหลอกให้เราหลงไปว่าจะจบแบบขัดใจแฟนๆก่อนหน้านั้นซะด้วย ร้ายมาก) ที่โรงแรม Hop Inn กาญจนบุรี....
.
การมาเที่ยวกาญจนบุรี นัยหนึ่งก็ไม่ต่างจากการไปเที่ยวดินแดนสงครามเก่า เพราะไฮไล้ท์สถานที่ท่องเที่ยวเกือบทั้งหมด มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามครั้งที่สองจนกลบคำขวัญประจำจังหวัดว่า "แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก" ไปเสียสิ้น
.
จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผมไม่เห็นว่า เมืองกาญจน์จะมีอะไร เฉกเช่นที่ไม่เคยชอบหนังสงครามใดๆเลยและไม่เคยดูจบซักเรื่อง ที่พอนึกถึงได้ ก็  Gettysburg Address-สุนทรพจน์ เก็ตตี้สเบิร์ก ของ อับราฮัม ลินคอล์น-Abraham Lincoln ที่เคยท่องสมัยก่อน ที่ขึ้นต้นอย่างสวยงามว่า....
.
"Four score and seven years ago our fathers brought forth on this continent, a new nation, conceived in Liberty, and dedicated to the proposition that all men are created equal
.
-เมื่อ 87 ปีที่แล้ว บรรพบุรุษของเราได้สร้างชาติขึ้นมาใหม่ที่ทวีปนี้ จนอิสรภาพอุบัติขึ้น เป็นการอุทิศชีวิตเพื่อสดุดีว่า ฝูงชนกำเนิดคล้ายคลึงกัน......
.
และลิงค์ข้างล่างนี้คือสุนทรพจน์ดังกล่าว ของอับราฮัม ลินคอล์นจากภาพยนต์เรื่อง Saving Lincoln (2013) โดย Tom Amandes  (goo.gl/d3JFzi) ซึ่งผมคิดว่าได้อารมณ์กว่าต้นฉบับจริงที่ (goo.gl/agg43G) ครับ
.
อย่างไรก็ตาม การเที่ยวทริปนี้ ก็ทำให้เราได้รับอารมณ์อันสุนทรีย์ต่างไปจากทุกครั้ง คือ...
.
เช้าวันต่อมา (21 สิงหาคม 2561) หลังนอนอย่างเต็มอิ่มในต่างถิ่น แล้วเราก็เช็คเอ้าท์แต่เช้าเลย โดยขับรถชมเมืองชั่วครู่ ซื้ออาหารเช้า แล้วก็บังเอิญเจอเทศกาลกีฬาสี ของโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีรายการเดินแห่กลางตลาดเข้าให้พอดี
.
หลังจากนั้น ก็เดินหน้าไปยังแหล่งที่ทุกคนต้องมา ซึ่งเราเคยไปแล้วแต่โดนแดดเผาซะหมดสนุก ได้ชมพิพิธภัณฑ์สงครามที่ค่อนข้างรกรุงรัง (มีดีหน่อยที่ สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก) จนอดถามตัวเองและเพื่อนร่วมทางไม่ได้ว่า จะไปสะพานข้ามแม่น้ำแควอีกหรือ แล้ว....
.
เราก็คาดผิดจนได้ เพราะวันนี้เราไปช่วงเช้าและ ในวันธรรมดา
.
ส่วนจะได้ไปที่ไหนอีกบ้าง โปรดติดตามครับ แอ่น แอ๊น....
.

.
เช่นเดียวกันครับ เวลาไปต่างประเทศแล้วเจอะเจอขบวนแห่กลางถนนของเค้าโดยบังเอิญ ไม่ว่าใครก็คงอดชื่นใจและกดแช๊ะมาอวดเพื่อนๆไม่ได้....
.

.
เพราะฉะนั้น เมื่อมาเจอขบวนแห่กีฬาสี ที่นักเรียนหญิง ชาย และอีกเพศ เค้าแต่งกายอย่างวิลิศมาหลา ขนาดทางการปิดถนนเป็นช่วงๆ ก็อดตื่นเต้นอย่างเดียวกันจนต้องหาที่จอดรถ และหาจุดกดแช๊ะไม่ได้
.

.
นักเรียนเค้าเก่งจริงๆครับ ในเรื่องสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายในรูปลักษณ์ต่างๆ เห็นแล้วหายสงสัยเลยว่า ชุดเด็ดๆของตัวเอกและหางเครื่องดนตรีลูกทุ่งที่เห็นทางทีวีนั้น ของจริงเป็นอย่างไร
.

.
ช่างประดิดประดอยกันจริงๆ
.

.
ยิ่งเห็นชาวบ้านร้านค้ายืนออสองริมทางและพ่อค้าแม่ขายสูงวัยลากเก้าอี้มายืนดูหน้าบ้านด้วยแล้ว อดนึกถึงคำพูดของ นโปเลียน ฮิลล์ เจ้าของทัศคติ "Definiteness of Purpose-เป้าประสงค์ที่เด่นชัด" หรือ "รู้อะไรรู้กระจ่างแต่อย่างเดียว ขอให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล" ไม่ได้ ซึ่งพูดง่ายๆก็คือ การมี "ความตั้งใจ" นั่นเองครับ
.
เรื่องความตั้งใจนี้ มีโจ๊กที่ขออนุญาตเล่าให้ฟังเพราะเล่าบ่อยครั้งเป็นวิทยากรว่า
.
พ่อ--(ขึงขัง) ลูกเอ๋ย จำไว้นะว่า คนเราเวลาทำอะไร ต้องทำด้วยความตั้งใจ เพราะถ้าเราทำไปโดยไม่ตั้งใจแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาจะห่วยและแย่เสมอ
.
ลูก--(เกาศีรษะไปมา) เอ้อ พ่อ ..ฟังดูกำกวมยังไงชอบกลอ่ะครับ ไหนพ่อลองอธิบายอีกครั้งซิ
.
พ่อ--(หน้าตาเซ็ง) ก็พ่อบอกแล้วไงว่า เวลาเราจะทำอะไรนั่น ความตั้งใจต้องมาก่อน อย่าทำอะไรแบบไม่ตั้งใจอย่างเด็ดขาด เข้าใจไหม
.
ลูก--(ยังหน้าเซ่ออยู่) งงอ่ะพ่อ ไหนพ่อลองยกตัวอย่างหรืออุปมาอุปไมยหน่อยซิ
.
พ่อ--(ยิ้มแสยะ) ยกตัวอย่าง? ได้ ได้...ก็มรึงไงล่ะ ที่กรูทำโดยไม่ตั้งใจ ถึงห่วยและแย่อย่างนี้
.
555
.

.


.


.

.
เดินทะลุเข้าไปในตลาด ออกที่ด้านข้าง ผ่านแผงผลไม้ต่างๆ แล้วก็ถึงหัวมุม ซึ่งตรงนั้นมีคุณป้าขายซาลาเปาในหม้อซึ้งร้อนๆควันฉุย (ขอโทษด้วยครับ ตอนซื้อลืมถ่ายภาพ) อันเป็น ซาลาเปาขนมจีบ ทับหลี (แต่ทำเองตามสูตร ไม่ได้มาจากทับหลีจริงๆ อิอิ) ...จัดการซื้อไส้หมูสับมา 7 ใบ ไส้หวาน 3 อย่าง 3 ลูก (ถั่วแดง งาดำ และ ถั่วเหลือง) ลูกละแค่ 10 บาท อร่อยมากๆ ขอแนะนำเลยครับว่า ห้ามพลาดเด็ดขาด
.
จากตลาดเห็นป้ายชี้ไป เรดซิตี้ ไม่ไกล...ไม่ได้การ ถ้าไม่เลี้ยวไปชมเห็นทีจะเสียเที่ยว ก็ถิ่นประวัติศาสตร์หวย 30 ล้านออกจะดังคับเมืองไทย ขนาดตอนนี้ผ่านไปเกือบปี กลิ่นควันก็ยังโชยฟุ้งตามหน้ายูทูปอยู่เลย อิอิ
.
โน่นไงครับ....แผงล็อตเตอรี่หน้าศาลพระภูมิ....นั่นไง ตู้เอทีเอ็ม ที่ครูบอกว่าเคยไปถอนเงินในวันที่ยังเถียงกันอยู่เลยว่าได้ไปจริงหรือเปล่า...เห็นแล้วก็อดนึกถึงคำให้สัมภาษณ์ของน้องมิ้นท์ที่ว่า "ไม่เคยคิดว่าเรื่องจะเลยเถิดปานนี้.. ไหนๆโกหกแล้วก็ต้องโกหกต่อไป..." ในวันนี้ขึ้นมาตะหงิดๆไม่ได้
.
ถ่ายรูปไปหลายแช๊ะ เห็นคนท้องท้องถิ่นชักมองจ้องแบบเหม่งๆ ประมาณว่าเราเป็นใครกันแน่ เพราะทั้งพี่สาวและคุณนายขอนั่งตากแอร์รอในรถ อย่ากระนั้นเลย ไปดีกว่า ก่อนจะเจอนักข่าวอมรินทร์โดยบังเอิญ 555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Weekdays Travel in Thailand-เที่ยวไทยสุขสันต์ในวันธรรมดา

โพสต์ #6  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/09/2018 9:37 pm


.
มาที่ตลาดเชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งคึกคักกว่าแต่ก่อนมาก .....แต่เช้าอย่างนี้ ผู้คนมีน้อยแถมบรรยากาศรื่นรมย์ผิดหูผิดตา น่าเที่ยวเป็นที่สุด
.
เข้าที่จอดรถในตลาดอัญมณี ที่ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงแรมริเว่อร์แคววิว อาคารใหม่น่าดูชมแถมชั้นล่างเป็นศูนย์อาหาร Food Express ที่ไม่มีลูกค้าเอาเสียเลย แวะไปดูป้ายเมนูอาหารค่อยทราบสาเหตุว่า คงตั้งใจขายนักท่องเที่ยวต่างถิ่นเป็นการเฉพาะ เพราะแพงเหลือเกิน ทั้งๆที่หน้าตาอาหารออกจะน่าทาน
.
ถัดไปอีกด้านคือ พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เราเคยไปมาแล้วก็จึงไม่ได้แวะครับ
.

.
ถึงแล้วครับ เช้าๆไม่ค่อยมีคนอย่างนี้ เก็บภาพมันส์ระเบิดไปเลย...อิอิ
.

.

.
มีผู้ใหญ่ที่ได้รับปริญญาบัตร ชวนครอบครัวและมีช่างภาพมาเก็บภาพที่ระลึกที่นี่ด้วย...รูปท่านี้สวยดี โดยเฉพาะสุนัขที่นั่งหมอบข้างราง ก็เลยขออนุญาตท่านก้อปปี้ด้วยครับ
.

.
เดินตามรางมาจนสุดปลาย เป็นทางลงสู่วัดเจ้าแม่กวนอิม ขอกราบพระโพธิสัตว์เจ้าหน่อยนะครับ
.
มีร้านค้าแผงลอยขายอัญมณีต่างๆตลอดทาง...
.

.
วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุด ผู้คนคงมากกว่านี้หลายสิบหลายร้อยเท่า แค่วันนี้สบาย....
.

.
เห็นฝาหรั่งสัญชาติใดไม่ทราบ กำลังตั้งกล้องบนสะพานเพื่อถ่ายออโต้รูปคู่กันเองอย่างลำบากลำบน ผมก็เลยจัดการถ่ายให้หลายรูป เป็นการแสดงน้ำใจคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์ ได้หน้ามาชะลอมนึง
.

.
เก็บภาพโดยรอบอย่างสบายอารมณ์ แล้วก็....
.

.
นั่งทานซาลาเปาที่ศาลานี้ ก่อนจะกลับขึ้นไปครับ
.

.
เจอวณิพกเป่าขลุ่ยแถวนั้นซึ่งตั้งท่าจะเก็บกระเป๋าหลีกทางให้ เราก็เลยขอให้อย่าเพิ่งไป
.
จัดการถ่ายภาพร่วมกันและให้ค่ารถค่าอาหารไปจำนวนหนึ่งเป็นการขอบคุณครับ
.


.
อยากเช่าเรือเที่ยวเหมือนฝาหรั่งหรือชาวจีน ติดต่อคุณพี่ทั้งสองตรงเชิงสะพานได้เลยครับ รับรองว่าสำหรับคนไทยกันเอง ยังไงก็ถูกกว่าราคาทั่วไป
.
คุณนายและพี่สาวขอแวะชมอัญมณีหลากหลายไปเรื่อยๆ
.

.
และได้ทั้งอัญมณีและของฝากติดมือไปจำนวนหนึ่ง
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Weekdays Travel in Thailand-เที่ยวไทยสุขสันต์ในวันธรรมดา

โพสต์ #7  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/09/2018 9:39 pm



ออกจากกาญจนบุรี ไปทางพนมทวน แทนที่จะได้ไปสองวัดตามความตั้งใจในเส้นทางไปบ่อพลอย พี่สาวกลับบอกว่า "ไม่ต้องไปหรอก หาอะไรทานที่พนมทวนดีกว่า..."
.
ว่าแล้วก็เปิดถามอากู๋ และได้ชื่อ ครัวตุ๊กตา เจ้าดังของเมืองนี้ที่ขายดีขนาดหยุดทุกวันเสาร์ เพราะเป็นครัว 4 ดาวที่รายการอาหารน่าดูชมทีเดียวซึ่ง...
.
แค่เข้าร้านก็เห็นป้ายชมเชยเต็มไปหมด รวมทั้งภาพถ่ายของดาราดาวร้าย ดามส์ ดัสกร ด้วย
.

.
สั่งอาหารแนะนำ ปลากระพงราดน้ำปลา....แกงป่าไก่....ลาบเป็ด และ ไข่เจียวฟู มาทานกับข้าว น้ำผลไม้ ....อร่อยจนน้ำตาเล็ด เพราะถึงบอกให้ไม่ทำเผ็ดก็ยังอดเผ็ดเล็กๆไม่ได้
.
ราคาแค่ 640 บาท ถูกจนอยากไปทานข้าวเย็นที่นี่บ่อยๆเชียวครับ
.

.
สนใจเชิญนะครับ อยู่ตรงข้ามการไฟฟ้าพนมทวน หาไม่ยากครับ
.

.
แล้วเราก็มาจบอีกครั้ง ณ ตลาดสามชุก สุพรรณบุรี ที่มาบ่อยจนแทบจะหลับตาเดินได้
.

.
ซื้อกับข้าวเจ้าอร่อยที่หน้าร้านกาแฟท่าเรือส่ง เป็นขนมจีนน้ำยา ปูหลน น้ำพริก ปลาสลิด ปลาต้ม ฯลฯ ทานได้หลายวันเลย
.
ส่วนผมก็นั่งทานโอเลี้ยงร้านศิวะนันต์พานิช  หรือท่าเรือส่งที่เค้าใส่แก้วพลาสติกมาให้ราคา 20 บาท และน้ำเย็น 1 ขวด 10 บาท รวม 30 บาท แต่ถ้าเป็นคนท้องถิ่นที่เค้ารู้จัก เค้าจะใส่แก้วที่เป็นแก้วตกแตกมาเสิร์ฟราคา 12 บาท และน้ำชาให้โถพลาสติดให้ เติมเท่าไหร่ก็ฟรีครับ.....ถูกใจชาวบ้านจริงๆ
.
2 วันเต็มแห่งความสุขในวันธรรมดา ก็จบเพียงเท่านี้ ไม่ต้องบอกก็คงทราบนะครับว่า ดีกว่าวันหยุดอย่างไรบ้าง ไม่ว่าที่ไหนในไทยและเทศ.... ส่วนวัดสระลงเรือ และ วัดทิพย์สุคนธาราม เอาไว้ไปใหม่วันหลังครับ อิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm


ย้อนกลับไปยัง ยิ้มสยาม

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

  • Advertisement
cron