• Advertisement

วังหน้า วังหลัง...มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เกี่ยวกัน

คุยได้ทุกเรื่องที่สร้างสรรค์ แซวพี่น้องผองเพื่อน เพลงดีๆ หนังน่าดู ความรู้รอบตัวใหม่ๆ

วังหน้า วังหลัง...มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เกี่ยวกัน

โพสต์ #1  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 20/12/2010 12:38 pm


  
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปงาน “รำลึกจิตรภูมิศักดิ์” ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  
ครั้งนึงหลังจากที่ผมสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาที่สูงขึ้นที่นี่
ด้วยเหตุผลที่ว่า สมัยปริญญาตรี ผมชอบเพลงเพื่อชีวิต ชอบไปร่วมในเหตุการณ์ทางการเมือง
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะจัดที่นี่  จึงเห็นว่าในสมัยนึงมหา'ลัยนี้ ได้สร้าง คนที่มีคุณภาพ  มีจิตสาธารณะ
จริยธรรม เพื่อออกมารับใช้สังคม สมกับชื่อ มหา’ลัย “ธรรมศาสตร์”
ตามคำที่คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ ศรีบูรพา ได้กล่าวไว้ว่า

  
“หากขาดโดม เจ้าพระยา  ท่าพระจันทร์ เหมือนขาด  สัญลักษณ์  พิทักษ์ธรรม”



  
เมื่อได้ทำงาน พอหนึ่งปีมีงานรำลึก 14 ต.ค. ก็มักจะไปเดินเที่ยวงานเป็นประจำ(เพราะชอบ)  
เพิ่งจะมาไม่ได้ไป เมื่อตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้น ทำให้เวลาน้อยลง...เข้าทำนอง ได้อย่าง
ก็เสียอย่าง แบบ พี่ป้อม อัสนีร้องไว้...(บ่งบอกอายุเลยนะเนี่ย แหะอย่าเข้าใจผิดคิดว่าผมเกิดยุค
14 ต.ค.นะคร๊าฟฟฟ)
  
10 กว่าปีที่แล้ว ผมไปเดินงานรำลึก 14 ต.ค. ที่ธรรมศาสตร์ กับรุ่นพี่ท่านหนึ่ง ระหว่างที่เดิน
จากถนน เชื่อมต่อระหว่าง หอประชุมใหญ่ ไปหอประชุมเล็ก ด้านซ้ายเป็น ถ.หน้าพระลานด้าน
สนามหลวง ช่วงระหว่างทางเดินด้านซ้ายเป็นปืนใหญ่ตั้งเรียงราย รุ่นพี่ท่านนั้นก็พูดว่า

รุ่นพี่ : “ณัฐ เชื่อไม๊ นอกจากปืนใหญ่ข้างกำแพง ใต้พื้นดิน ที่เราเดินเนี่ย มีปืนใหญ่ฝังไว้เต็มเลย”
ผม : “เหรอพี่ พวกนักศึกษา เค้าฝังไว้สู้กับรัฐบาล สมัยก่อนเหรอ”
รุ่นพี่ : “อ๋อ ไม่ใช่หรอก เมื่อก่อน ธรรมศาสตร์ เคยเป็น วังหน้า”
ผม : “???” (ในใจคิดว่า “เออ!วังหน้า คือ อะไรหงะ มะรู้จักวุ้ย!) แล้วเราก็เปลี่ยนเรื่องคุย...



  
ผมเพิ่งมารู้ว่า วังหน้าคือ อะไร วังหลังคืออะไร เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง...
วังหน้า มีมาแต่สมัยอยุธยาเป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียก มหาอุปราช ในภาษาไทย “อุป” แปลว่า รอง
เช่น อุปนายก,อุปสังฆราช ในภาษาอังกฤษเรียก “Vice”  สมัยนี้ บริษัทเอกชนก็มีโครงสร้างองค์กร
ที่เป็นลำดับโดยใช้ตำแหน่ง "อุป หรือ Vice" เช่น AVP,VP,SVP,SEVP เป็นต้น
  
ตำแหน่ง วังหน้า หรือตำแหน่งมหาอุปราชของไทยเรามีตั้งแต่สมัยอยุธยาสมัยสมเด็จพระบรม
ไตรโลกนาถ ตั้งแต่เมื่อ 500 กว่าปีก่อน ในแผ่นดินราชวงศ์สุพรรณภูมิ เนื่องจาก พระมหาอุปราช
อาจจะตั้งวังอยู่ด้านหน้าวังหลวง(วังของพระมหากษัตริย์) ชาวบ้านจึงมักจะเรียกว่า “วังหน้า”
เป็นตำแหน่งที่เรียกว่าใหญ่กว่าอมาตย์ แต่เล็กกว่ากษัตริย์ มีวังหน้าองค์เดียวในประวัติศาสตร์ไทย
ที่พระราชอิสริยยศเทียบเท่าพระมหากษัตริย์  คือ


"พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว" (ชื่อคุ้น ๆ แต่หลายท่าน..ไม่รู้จัก อ่าว ๆ งง ๆ)  ...
ติดตามต่อไปครับ เดี๋ยวค่อย ๆ เล่าให้ฟัง



ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทรงเปลี่ยนเปลี่ยนพระนาม วังหน้าให้สูงขึ้นเป็น
"พระราชวังบวรสถานมงคล"

  
วังหน้าสมัยอยุธยาที่เอ่ยชื่อแล้วคนรุ่นหลังร้องอ๋อ ก็น่าจะเป็นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมเด็จพระเอกาทศรถ,สมเด็จพระนารายณ์มหาราช,สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ

พระเจ้าเสือ(ทหารเอกของพระองค์ พันท้ายนรสิงห์ ดังจนถึงปัจจุบัน เป็นภาพยนตร์หลายเรื่อง)
ส่วนใหญ่ในสมัยก่อนหากได้รับพระราชทานตำแหน่งวังหน้าหรือ พระมหาอุปราชแล้ว มักจะได้ขึ้น
ครองราชย์เป็นรัชสมัยต่อไป ซึ่งสมัยก่อนการสืบราชสันตติวงศ์(Royal Succession) เป็นไป

ตามพระราชวินิจฉัยของกษัตริย์องค์เดิม ใครเคยดูสุริโยทัยคงจะรู้ ตอนที่สมเด็จพระบรมราชาธิราช
ที่ 4 (หน่อพุทธธางกูร) ก่อนจะเสด็จสวรรคต ขณะนั้นพระรัษฏาธิราชกุมาร ยังทรงพระเยาว์  
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4  ก็ได้ทรงเรียก พระไชยราชาธิราช และ พระเฑียรราชา มาสาบาน
ว่าจะไม่ชิงบัลลังก์โอรสตนเอง
  
จีนก็เหมือนกันสมัยที่พระราชบิดาของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ จะมอบตำแหน่งฮ่องเต้ให้ พระเจ้าจิ๋นซี
ซึ่งเป็นโอรสองค์รอง แต่มีพระปรีชามากกว่า พระองค์ได้ทรงเรียก พระราชโอรสองค์โตเข้ามาสาบาน
ว่าจะไม่ชิงบัลลังก์และจะสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดิน แต่จีนโหด ไม่ให้สัญญาเปล่า ให้ตัดนิ้ว
ไว้เป็นพันธสัญญาด้วย แล้วมอบนิ้วให้ จิ๋นซีฮ่องเต้ ... เผื่อวันใดพ่อไม่อยู่ พี่กลับใจคิดแย่งบัลลังก์
น้อง ก็ให้น้องเอานิ้วที่ตัดมาให้พี่ชายดู พี่ชายจะได้จำคำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อก่อนตายได้ ....โห
(จีนนี่เค้าชอบเล่นอะไรกันแรง ๆ หงะ เป็นคนไทยต้องด่าหาว่าพ่อไม่รัก ตีอก ชกตัว น้อยใจ แต่จีน
ไม่ใช่ ขงจื้อสอนกตัญญูมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว พันกว่าปีก่อนคริสตกาล ตั้งแต่จีนยังไม่เป็นประเทศ
มีแคว้น ๆ 7 แคว้น แบบทวารวดี,น่านเจ้า ของไทย)
     
**พม่าก็มีตำแหน่ง พระมหาอุปราช เช่นนันทบุเรง ก็ดำรงพระยศเป็นมหาอุปราชในรัชสมัยพระเจ้าบุเรงนอง หรือคนที่ทำ

ยุทธหัตถี กับ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชไง ชื่อ มังกะยอชะวา เป็นโอรสของพระเจ้านันทบุเรง ตอนยกทัพมาก็มีตำแหน่ง
มหาอุปราช**

ตำแหน่ง “วังหน้า” หรือพระราชวังบวรสถานมงคล ยังยึดถือมาถึงสมัยกรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์
มี วังหน้า อีก 6 พระองค์ คือ
  


  
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท(พระอนุชาในรัชกาลที่ 1) ทรงพระยศ สมัยในรัชกาลที่ 1
วังของพระองค์ ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยนาฎศิลป

  
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร
(พระโอรส รัชกาลที่ 1 ทรงครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 2 ทรงพระนามว่า สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)  
ทรงพระยศ สมัยในรัชกาลที่ 1
วังของพระองค์  ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของกองเรือยุทธการ เรียก พระราชวังเดิม(อยู่ฝั่งธนฯ)

    
**พระราชวังเดิม : เป็นวังเก่าของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยกรุงธนบุรี**
  
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ (พระอนุชา รัชกาลที่ 2) ทรงพระยศ สมัยรัชกาลที่ 2
  
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ(พระโอรส รัชกาลที่ 1)  ทรงพระยศสมัยรัชกาลที่ 3
วังของพระองค์ ปัจจุบันคือวิทยาลัยนาฎศิลป เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า

  
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว(พระอนุชา รัชกาลที่ 4)  ทรงดำรงพระเกียรติยศสมัย
รัชกาลที่ 4 เป็นที่มาของชื่อสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จากฝั่งพระปิ่นเกล้า มาสนามหลวง
พระนามเดิมคือ เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ร.4 ทรงโปรดเกล้าให้มีพระเกียรติยศ
เทียบเท่าพระเจ้าแผ่นดิน และได้พระราชทานบรมราชาภิเษกเป็น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า
เจ้าอยู่หัว ด้วยเหตุนี้ชาวต่างชาติจึงทรงเรียกพระนามว่า “พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่สอง”  คนไทย
หลายคนได้ยินชื่อ สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
  
งง นึกว่าไม่ได้อยู่สมัยรัตนโกสินทร์...เพราะอ่านพระนาม ร.1-ร.9 ไม่มีพระนาม พระปิ่นเกล้าฯ
วังของพระองค์ ปัจจุบันคือวิทยาลัยนาฏศิลป

  
กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ(พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ) และเป็นวังหน้า
องค์สุดท้าย ดำรงพระยศในรัชสมัยรัชกาลที่ 5


และ ร.5 ทรงโปรดให้ประกาศพระราชกฤษฎีกายกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช  ร.5 ทรงพระ
ปรีชามากเริ่มวางรากฐานประชาธิปไตย และทรงให้วังหน้าย้ายไปอยู่ในวังหลวง เมื่อวังหน้าเริ่ม
สิ้นพระชนม์ลงก็ทรงโปรดให้กระทรวงกลาโหมดูแลวังหน้า จนถึงสมัย...คณะราษฎร์ เปลี่ยนแปลง
การปกครอง ปี 2475



  
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พระราชวังบวรสถานทั้ง 5 ได้ถูกใช้เป็นสถานศึกษา
สถานที่ราชการ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,โรงละครแห่งชาติ,
วิทยาลัยนาฏศิลป จริง ๆ มีพระราชวังอีกหลายที่ ๆ คณะราษฎร์ได้นำมาใช้เป็นสถานที่ราชการ
ผมขออนุญาตไม่กล่าวถึง

เมื่อพูดถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 หากจะเรียกให้ถูกต้องเรียก ปฏิวัติ
ในภาษาอังกฤษ เรียก Revolution คือ การยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วย คือ
เปลี่ยนจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
เช่นเดียวกับ เลนินปฏิวัติพระเจ้าชาร์,ดร.ซุนยัดเซ็น ปฏิวัติกษัตริย์ปูยี ,มุสตาฟาอตาเติร์กกับ
กลุ่มทหารหนุ่ม(Young Turks) ปฏิวัติสุลต่านอับดุลฮามิตที่ 2
  
ส่วนการที่ทหารออกมาปฏิวัติเหมือนเหตุการณ์ ร.ส.ช.ปี 35 หรือ คมช.ปี 49 เรียก การ
รัฐประหารในภาษาอังกฤษเรียก Coup d'etat คือ การยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำ
เปลี่ยนอำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ แต่ส่วนใหญ่บ้านเราเมื่อทำรัฐประหาร มักจะเปลี่ยน
ฝ่ายบริหาร(นายก+ครม.) กับนิติบัญญัติ(สภาผู้แทน+รัฐสภา) แต่คงอำนาจตุลาการ(ศาล) ไว้
  
...บ้านเราเป็นประเทศเดียวในโลก(ไม่นับเกาหลีเหนือ) ที่เขียนประวัติศาสตร์ ในตำราเรียน
ได้งงที่สุดในโลก เพราะไม่เขียนความจริง  คนอยากรู้ต้องมาหาอ่านหลังเรียนจบ หรือหาอ่านเอง
นี่เป็นเหตุผลที่ผม และผมเชื่อว่า "คนไทยอีกครึ่งประเทศ" ไม่รู้จัก วังหน้า+วังหลัง ซึ่งมีคุณูปการ

กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

**กษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ทรงพระบริบูรณ์ด้วยทศพิศพิธราชธรรม ตั้งแต่สร้างชาติ   ปี พ.ศ. 1781 พ่อขุนผาเมือง
(เจ้าเมืองราด อ.หล่มสัก เพชรบูรณ์)แห่งราชวงศ์นำถม กับ พ่อขุนบางกลางหาว  หรือพ่อขุนศรีอิทราทิตย์ แห่งราชวงศ์
สุโขทัย ซึ่งเป็นพระราชบิดาพ่อขุนรามคำแหง  ทั้ง 2 พระองค์ทำการปฎิวัติพวกขอมที่มาปกครองสุโขทัย ไล่ผู้สำเร็จ
ราชการขอม ชื่อ “ขอมสบาดโขลญลำพง” หนีกลับนครวัด นครธมหลังปฏิวัติขอมพ่อขุนผาเมือง และพ่อขุนศรีอิทราทิตย์
ตกลงจะให้โอรส ฝ่ายไหนครองราชย์เป็นกษัตริย์ พ่อขุนผาเมืองใจกว้างยกให้ โอรสพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
คือพ่อขุนบาลเมือง(องค์โต) สืบต่อ พ่อขุนรามคำแหง(องค์เล็ก) เพราะพ่อขุนผาเมืองทรงมีพระมเหสี เป็นขอม และโอรส
ที่ออกมาเป็นลูกครึ่งไทย-ขอม (ไม่ใช่เชื้อไทย 100%)


อีกตัวอย่าง คือ ...
ในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตลอดรัชสมัยที่พระองค์ทรงครองราชย์ พระองค์มิได้ทรงตั้งพระราชโอรสให้
ดำรงพระยศเจ้าฟ้า เพราะ ร.4 ทรงผนวกอยู่  และทรงให้ ร.4 สืบราชสมบัติต่อจากพระองค์(ร.4 เป็นพระโอรส ร.2 กับ
มเหสีสุริเยนทรา ซึ่งเป็นโอรสต่างพระราชชนนีกับ ร.3 แต่ ร.3 ทรงเป็นพระโอรสองค์แรกซึ่งพระมารดาเป็นพระสนมที่มา

จาก สามัญชน)**
  


  


วังหลัง หรือ "พระราชวังบวรสถานพิมุข" จะเป็นตำแหน่งรองจากวังหน้า เป็นตำแหน่งชั้นเจ้าฟ้า หรือ
พระโอรสของกษัตริย์ หรือตำแหน่งสำหรับเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง(His Royal Highness) แต่ไม่ได้

หมายความว่า วังหลัง จะไม่มีสิทธิ์ขึ้นครองราชย์ เช่นสมัยราชวงศ์บ้านพลูหลวง(ราชวงศ์สุดท้ายก่อน
เสียกรุง) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ทรงดำรงพระยศ “วังหลัง” ก่อนขึ้นครองราชย์ เป็นรัชกาลที่
32 ของอยุธยา

ถ้ากษัตริย์ไม่ทรงแต่งตั้ง หรือกำหนดการสืบราชสันตติวงศ์(Royal Succession) ไว้เป็นหลักฐาน
หรือเข้าทำนองรักวังหน้า เสียดายวังหลัง  มีโอกาสศึกสายเลือดสูง เช่นสมัย สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8
หรือพระเจ้าเสือ ดำรงตำแหน่งวังหน้า ก็สังหารวังหลังก่อนพระเพทราชาประชวร ก่อนสิ้นพระชนม์
พระเพทราชายกบัลลังก์ให้พระอนุชา แต่พระอนุชาไม่รับหนีไปผนวก เพราะตอนนั้นอยุธยาอ่อนแอ
หัวเมืองเหนือ-ใต้จ้องจะแข็งเมือง พระเจ้าเสือจึงได้ขึ้นครองราชย์ เมื่อขึ้นครองราชย์เจอฝ่ายปรปักษ์
ในราชสำนักปล่อยข่าว ว่าพระเจ้าเสือโหดร้าย ข่มแหงประชาชน ใช้ชื่อพระเจ้าเสือข่มเหงประชาชน
เป็นผลให้พระองค์ต้องเสด็จประพาสต้น(คือปลอมตัวไปคลุกคลีกับประชาชน แบบสมัย ร.5)

จึงได้ไปเจอทหารคู่ใจนาม "พันท้ายนรสิงห์"**ราชวงศ์บ้านพลูหลวงครองแผ่นดินเพียง 79 ปี
ก็เสียกรุงตรงตามคำทำนายพระนารายณ์ ว่าอาหลาน จะทำสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดินรู้จักราชวงศ์
บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายของอยุธยา ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 กันหน่อย ....

**ประวัติศาสตร์บางตำรา ว่าเหตุการณ์พันท้ายนรสิงห์ ไม่มีจริงแต่ถูกสร้างขึ้นในสมัย รัตนโกสินทร์ เช่นเดียวกับศิลา
จารึก พ่อขุนรามคำแหง ที่นักประวัติศาสตร์ บางท่านว่าเป็นภาษาสมัยใหม่ คือสมัยพ่อขุนรามยังไม่มีภาษาไทยแบบปัจจุบัน
อันนี้ก็แล้วแต่ครับ...ว่าจะเลือกเชื่อเล่มไหน อาจารย์ใหน**

.

  
ราชวงค์บ้านพลูหลวง ครองแผ่นดินช่วง พ.ศ. 2231 - 2310


รัชกาลที่ 29 พระเพทราชา พ.ศ. 2231 –2246 (15ปี) มาจากอำมาตย์ ทหารช้าง
ลูกแม่นมพระนารายณ์

.
รัชกาลที่ 30 สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ พระเจ้าเสือ พ.ศ. 2246 –2251
(ครองราชย์ 5 ปี-เพราะขึ้นตอนมีพระชนม์มายุสูง)
สำเร็จโทษพระอนุชาพระนารายณ์ 2 พระองค์สำเร็จโทษโอรสพระนารายณ์ 1 พระองค์ และ
สำเร็จโทษ พระอนุชาต่างมารดาอีก 1 พระองค์ พระเพทราชาทรงโมโห ทำไม ชอบสำเร็จโทษ
เลยยกสมบัติให้พระอนุชาแต่พระอนุชาสละราชย์ ออกผนวก

.
รัชกาลที่ 31 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พ.ศ. 2251 –2276 (ครองราชย์ 24 ปี)  
โอรสพระเจ้าเสือ

.
รัชกาลที่ 32 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ พ.ศ. 2276 –2301 (ครองราชย์ 26 ปี)
โอรสพระเจ้าเสือ เป็นพระอนุชา รัชกาลที่ 31

.
รัชกาลที่ 33 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพร(ขุนหลวงหาวัด)พ.ศ. 2301 (ครองราชย์ 2เดือน
สละราชย์สมบัติและทรงออกผนวช)

.
รัชกาลที่ 34 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศน์)
พ.ศ. 2301-2310 (ครองราชย์ 9 ปี)  พระเชษฐา(พี่ชาย)ร. 33  

เสียกรุงครั้งที่ 2  





ในสมัยรัตนโกสินทร์ วังหลัง มีพระองค์เดียว คือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์ กรม
พระราชวังบวรสถานภิมุข ซึ่งในสมัย ร.1 ทรงพระราชทานตำแหน่งวังหน้าให้กับพระอนุชา
คือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท และพระโอรส  คือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ
เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (รัชกาลที่ 2)

ซึ่งทรงพระยศสูงกว่า ปัจจุบันวังหลังเป็นพื้นที่แถว รพ.ศิริราช ตรงถนนเล็กเรียก ถนนพรานนก
ตลาดวังหลัง อะไรประมาณนั้น ต่เป็นของเอกชนไปหมดแล้วที่ยังพอเหลืออยู่เป็นของราชสกุล
ถ้าเป็นราชสกุลที่สาย ร.1 น่าจะราชสกุลเสนีวงศ์ ถ้าเป็นสาย ร.2 น่าจะเป็นสายสกุลสนิทวงศ์
(ถ้าผิดขออภัยด้วย)  

ดังนั้นหากมีส่วนของวังหลังเหลือ ก็เป็นของราชสกุลเสนีวงศ์ เหตุนี้เวลาเราข้ามเรือจากฝั่งท่าช้าง
ข้ามไปฝั่งธนบุรี...จึงเรียกเรือข้ามฟาก ท่าช้าง-วังหลัง


เจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์ กรมพระราชวังบวรสถานภิมุข เป็นพระโอรสองค์โต ของ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี ซึ่งเป็นพระพี่นาง(พี่สาว)ของ ร.1






เพื่อนชาวต่างชาติ มาเที่ยวไทย ต้อนรับแขกพานั่งเรือข้ามฟากลงทุนคนละ 2 บาท ...
ฝรั่ง จีน แขก ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปินส์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย เดนมาร์ก อิสลาเอล อังกฤษ
อเมริกา ร้องเป็นเสียงเดียวกัน...


"Amazing Amazing!!!"  



ผมสุดแสนจะประทับใจ ถามกับไปว่า
ยู Amazing อะไรวะ?



คนไทย เจ๋งหว่ะ...ข้ามแม่น้ำใหญ่โตไม่ต้องใส่เสื้อชูชีพ แถมเรือลำนิดเดียว ไอ นับคนได้ 150
กว่าคน ซึ่งทางวิศวกรรม มันรับน้ำหนักไม่ได้  เหตุใดเรือไทยยังลอยอยู่ได้
  



โถ้ ไอ้น้องเอ้ย...Baby Baby , You ว่างช่วงเย็นนี้ไม๊หล่ะ
ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ไอมาเที่ยวนิ


ผมพานั่งเรือ คลองแสนแสบ จากประตูน้ำ ไปบางกะปิ เรือวิ่งสวนกันเพียงไม่ถึงเซ็นติเมตร...

แถม เวลาน้ำกระเด็น  ทุกคนในเรือพร้อมใจกันยกผ้ากันน้ำพร้อมกันทั้งเรือ....


โอ้...Impossible พวกยู ทำได้ยังไง?
อ้าว ยู ไม่รู้หรอกเหรอ...เรือพวกนี้ทุกลำเค้าติด GPRS ไม่มีทางชนกันหร๊อก แถมคนก็รับ
สัญญาณน้ำที่จะกระเด็นจากคลอง ผ่านระบบ 4G พอมือถือสั้นเค้าก็พร้อมใจกันยกผ้าบังน้ำ..
  
โอ้...ประเทศ ยูนี่เจ๋ง จริง ๆ เลย ไอไม่เคยเจอ


โถ้ ... ไอ้เพื่อนเอ๋ย 2 ที่เห็นนี่ Children Children, คืนนี้ยูว่างไม๊หล่ะ ไอพาทัวร์ต่อ...
ว่างอยู่แว้ววว...


  


ตี 2 ผมก็พาแขกบ้านแขกเมือง ไปดูรถแข่งที่เด็กแว้น ออกมาซิ่งกันตามถนนหลวง
Wow Wow รถพวกนี้วิ่งเท่าไหร่
มอไซด์ ก็ 200 - 220 กม./ชม.
แล้ว ไอ้ รถเก๋ง กระบะ พวกนั้นหล่ะ
250-300 กม./ชม.
เฮ้ย ... เจ๋งหวะ พวกยูทำได้ไงหงะ  


  
เหอะ ๆ ถ้าเป็นมอไซด์ ก็คว้านลูกสูบ ขยายท่อ แยงรูอากาศ ถ้าเป็นรถเก๋ง ก็เอาเครื่องรถแข่งใส่
เช่น เครื่อง 1J,2J แล้วติดเทอร์โบ ไนโตร....ก่อนออกตัวต้องเบิร์นยางให้ร้อน จะได้เกาะถนน
ไม่ต้องสวมหมวกกันน๊อก หรือชุดแข่งแบบบ้านยู เพราะบ้านเราติดระบบป้องกันผ่านดาวเทียม
รับรองไม่มีการชนแน่นอน

เอ..แล้วพวกนี้ จบมาทางวิศวยานยนต์ เหรอ?  
โอ้ย ... ป่าวหร๊อก พวกนี้หน่ะเด็กมัธยม ไม่ก็ประถม ยูเข้าใจไม๊ Secondary school or
Primary school

Oh My god!!! เด็กบ้านยูเก่งจริง ๆ เลย
เก่ง อาร้ายยยย...พวกนี้น่ะเด็กเกเร บ้านไอนะ
เฮ้ย จริงเหรอ "Amazing Amazing!!!"
ไอ จะโกหกยูทำไม โกหกแล้ว  ได้อะไร แต่นี่หนะ เบ เบ..พรุ่งนี้เช้า ยูว่างอีกไม๊ล่ะ
  
Ok ว่างเสมอ...ถ้ายูพาไอมาเปิดหู เปิดตา แบบนี้ ไอ ไปภูเก็ต ช้าไปวันนึงก็ได้
Ok พรุ่งนี้เช้า...ยูบอกแท็กซี่นะ ว่าไปพันธ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ...ไอ จะรอยูหน้าห้างฯ
แล้วพบกัน Goodnight


  
เช้ารุ่งขึ้น..พอเจอกันผมก็พาพี่แก ไปเดินในห้างฯ
เจ้าคนต่างชาติ เห็นคนนั่งกันเป็นร้อย แล้วแสดงท่าทางต่าง ๆ พูดคุยไม่เป็นภาษา ตื่นตาตื่นใจ



  
เฮ้ย ... ยู  คนพวกนี้เป็นอะไร กานนน เค้าทำอารัยยยยยย โอ้ ๆ ๆ...ตื่นเต้น ๆ
เค้า กำลังคุยอยู่กับมนุษย์ต่างดาว...
เฮ้ย จริงเหรอ...

  

อ้าว หนอยยย ... ยูหาว่าไอ จะมาโกหกยูเหรอ

"Amazing Amazing!!!" ประเทศ ไอ เพิ่งจะเริ่มค้นคว้า ไปดาวพฤหัสฯ
จริง เหรอ...ไอ้จรวด ไปต่างดาวเนี่ย ชาวนา บ้านไอ ค้นคว้าได้ หลายร้อยปีแล้ว
Really!
อ้าว โกหกทำไม..บั้งไฟ ไง ยูรู้จักหรือเปล่าหล่ะ Local rocket
ไม่รู้...
  
แล้ว ไอจะบอกยูให้เป็นวิทยาทาน นะ...ว่าพวกที่ติดต่อ UFO อยู่เนี่ย แสนจาธรรมด้า ธรรมดา
จริง เหรอ...แล้วคน "ไม่ธรรมดา" บ้านยูเค้าทำอะไรกันหล่ะ?



"เป็นนักการเมือง"  
เจ้าเพื่อนต่างชาติ..???????


อ้าว...เป็นไม่กี่ปี มีเงินเป็นแสนล้าน คนบ้านยู ตั้งแต่สร้างประเทศเคยมีใครทำได้ไม๊หล่ะ เหอะๆ
??????




เที่ยว พระราชวังแวร์ซายส์ แค่สะใจ เที่ยว พระราชวังบวรสถานมงคล ไทย อยู่ในสายเลือด

http://www.oknation.net/blog/peopletribune
http://www.nuttavut.bloggang.com
http://twitter.com/Nuttavut999
http://www.facebook.com/people/Nutt-Thailand
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1094
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

ย้อนกลับไปยัง เม้าธ์ให้อิ่ม

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน

  • Advertisement
cron