เรื่องเล่าจากคยา GAYA

Taj Mahal-Agra Fort-Konark Sun Temple-Kaziranga National Park-Manas Wildlife Sanctuary-Churches of Goa-Valley of Flowers-Punjab-Agra-Lucknow-etc...

เรื่องเล่าจากคยา GAYA

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/10/2008 7:50 am

ทันทีที่ภรรยาบอกว่าจะไปไหว้พระที่อินเดีย ผมเกิดอาการอึ้งไปชั่วครู่ เพราะรู้นิสัยกันดีว่าถ้าขอไปต่างประเทศละก้อ คงไม่ใช่แนวไหว้พระเป็นแน่ แถมภรรยายังเสริมอีกว่า ผมไม่ไปก็ได้นะ ไม่เป็นไร จะไปกับทัวร์เพื่อไปกราบสังเวชนียสถานให้ครบสี่แห่ง งานนี้ออกตังค์เองก็ได้ เอ๊ะ มาไม้ไหนกันล่ะนี่ ลวดลายประมาณนี้ไม่เคยพบมาก่อน คุณเธอสารภาพว่า อันนี้ตั้งใจจริงศรัทธาเต็มเปี่ยม ซีเรียสนะไม่ได้พูดเล่น ถ้าไม่ไปตอนนี้แก่กว่านี้อาจเดินไม่ไหว อาจมีปัญหาอุปสรรคต่างๆนานา ฉะนั้น ยืนยันว่างานนี้เอาจริง จ้า เชื่อแล้วจ้า....ผมมาใคร่ครวญดูแล้วจะปล่อยให้ภรรยาได้บุญคนเดียวก็กระไรอยู่ อย่ากระนั้นเลยไป ตามไปเป็นมารผจญดีกว่า เอ๊ยไม่ใช่ ไปไหว้พระด้วยกันดีกว่า จะได้ได้บุญด้วยกัน เช็คราคาทัวร์ดูแล้ว ไม่ต่ำกว่าสี่ห้าหมื่น หกหมื่นกว่าก็ยังมีขึ้นกับว่าจะไปแบบหรูประมาณไหน แต่เราเงินน้อย ศรัทธาเยอะ เวลาไม่มาก งั้นไปเองนี่แหละ อาศัยนอนวัดเอาคงพอได้น่ะ โทร.ไปรบกวนสอบถามพี่วุฒิยิ่งทำให้มั่นใจขึ้นว่าไปเองคงได้น่ะ รอบนี้ไปซักสี่ห้าวันคงไหว้พระได้แค่ที่เดียวคือพุทธคยาเท่านั้น ภรรยาตั้งท่าโวย เพราะต้องการแบบม้วนเดียวจบเวลาประมาณเจ็ดวันไปกราบทั้งสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน ผมมาคิดดูว่ามันคงเหนื่อยและเร่งรัดมากบอกว่า เวลาคงไม่พอหรอกเพราะถ้าไปเองคงต้องเผื่อเวลาสำหรับรถไฟที่ดีเลย์ด้วย ซึ่งอาจเกิดได้ตลอดเวลา ผมแพลนไว้ว่าเราจะไปราชคฤห์ด้วย ภรรยางอแงอยู่พักนึงคงจะเหนื่อยเลยเลิกราไป และยอมจำนนในที่สุด อาจเพราะยอมจำนนที่ไม่ต้องจ่ายทัวร์ห้าหกหมื่นก็เป็นได้ อันนี้ไม่แน่ใจนัก
ไฟล์แนป
IMG_5237_resize.JPG
IMG_5237_resize.JPG (127.01 KiB) เปิดดู 4479 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

เรื่องเล่าจากคยา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/10/2008 8:00 am

งานนี้ผมไม่ทำอะไรมากนอกจากวางแผนการเดินทาง ว่าจะไปไหนบ้าง ส่วนการติดต่อจองห้องพักที่วัดและสิ่งของที่ต้องเตรียมภรรยาเป็นผู้ดำเนินการโดยติดต่อที่วัดไทยพุทธคยาที่เว็บไซต์ http://www.watthaibuddhagaya.com/ และทางโทรศัพท์ หมายเลข (+91) 631-2200-470 ได้รับความกรุณาจากพระอาจารย์ที่วัดเป็นอันมาก ท่านให้แจ้งว่าเราจะไปพักเมื่อไหร่ กี่วัน กี่คน เพราะบางช่วงจะมีญาติโยมมาพักค้างที่วัดเป็นจำนวนมาก การจองห้องพักจึงมีความจำเป็นมาก เพราะถ้าวัดไทยไม่มีห้องให้พักพระท่านแนะนำว่าให้ไปพักวัดนานาชาติ ได้แก่ วัดญวน วัดจีน ฯลฯ แถวๆนั้น ภรรยาแจ้งความประสงค์ว่าขอนิมนต์พระอาจารย์ด้วยเนื่องจากเราทั้งสองด้อยทั้งภูมิรู้ ภูมิธรรม สถานที่ที่จะไปสักการะนั้นมีความสำคัญยิ่งในความรู้สึกของเราทั้งสอง จึงอยากให้เกิดความเหมาะความควรและครบถ้วนสมบูรณ์ ถ้าเราลุยกันเองคงได้แค่ชะโงกและแชะแชะ หาได้ซาบซึ้งในแดนดินถิ่นกำเนิดของพระศาสนาเท่าที่ควรไม่ อ่านมาก็ประมาณหางอึ่ง ศรัทธาน่ะเต็มเปี่ยมอยู่หรอก แต่ไหนๆไปแล้วก็อยากทราบให้มากขึ้นสมกับเป็นชาวพุทธที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงแล้ว ไม่ใช่เป็นพุทธแค่ในทะเบียนบ้านเท่านั้น พระอาจารย์ท่านรับนิมนต์ ซึ่งเรามาทราบภายหลังว่า ทางวัดได้มีหลักสูตรในการอบรมพระภิกษุสงฆ์เพื่อเป็นพระวิทยากร ในการนำญาติโยมสักการะสังเวชนียสถานดังกล่าว ภรรยาทราบเช่นนั้นก็ดีใจเป็นอันมาก เพราะได้ทั้งความรู้และการที่ท่านได้นำสวดมนต์ นำชมสถานที่ทางพุทธศาสนานี่ถือว่าประเสริฐสุดแล้ว สรุปว่างานนี้มีพระนำ อือม์...ฟังดูแปลกๆแฮะ...และที่สำคัญเมื่อพอจะคุ้นเคยกันดีแล้วพระอาจารย์ท่านบอกประมาณว่าท่านนำเราสองคนเนี่ย สบายมาก ไม่เป็นที่น่าหนักใจสำหรับท่านเลย ไม่ต้องเตรียมมาก ไอ้เราก็งงอยู่ ท่านบอกว่าถ้ามากันสองคน สามีภรรยา ส่วนใหญ่จะศึกษามาค่อนข้างดี แสดงว่าเราศึกษามาค่อนข้างไม่ดี แห่ะ แห่ะ... ท่านบอกเจอคำถามประเภทธรรมะขั้นสูงเช่น อิทัปปัจจยตา อะไรยังงี้ ภรรยากระซิบว่าแปลว่าอะไรยังไม่รู้เลย ฮือ ฮือ แถมพูดซ้ำอีกครั้งมีสิทธิ์ไม่เหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตามพระอาจารย์มีเมตตา แก่เราทั้งสองเป็นอันมาก ตลอดเวลาที่อยู่คยา รู้สึกอบอุ่นเพราะความเมตตาจากท่าน อบอุ่นเพราะพักวัดไทย ได้กินอาหารไทยหลายมื้ออยู่ ได้ทำบุญอย่างที่ตั้งใจ ได้ยืดอกอย่างเต็มภาคภูมิว่าวัดไทยสง่างามจริงๆ ได้กราบนมัสการท่านเจ้าอาวาส (พระอาจารย์ทองยอดฯ) ซึ่งเราเคารพศรัทธาเป็นอันมาก ภรรยาบอกว่าได้ร่วมเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเพลพระทั้งวัด เราก็ซาบซึ้งอิ่มบุญเป็นนักหนา ได้สวดมนต์ ได้เดินจงกรม ห่างไกลจากความวุ่นวายทั้งหลาย รู้สึกเป็นสุข เป็นที่ชอบที่ชอบจริงๆ อ้าว ไม่ได้พูดเล่นนา บรรยากาศของพระมหาเจดีย์พุทธคยาเป็นไง ค่อยว่ากันตอนหน้านะ ตอนนี้อุ่นเครื่องไปก่อนละกัน ตอนนี้ขอบอกแค่ว่าพระอาจารย์พามาสวดมนต์ทำวัตรเย็นทุกวัน และเดินเวียนขวาเพื่อเป็นพุทธบูชาด้วย อิ่มเต็มในความรู้สึกครับผม
ไฟล์แนป
buddha.JPG
buddha.JPG (160.58 KiB) เปิดดู 4456 ครั้ง
IMG_4555_resize.JPG
IMG_4555_resize.JPG (159.66 KiB) เปิดดู 4478 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 03/11/2008 2:53 pm, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

เรื่องเล่าจากคยา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/10/2008 8:02 am

ขอย้อนกลับมานิดนะครับเรื่องการเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง นอกจากจองวัดแล้ว ฟังทะแม่งๆยังไงไม่รู้ ขอพูดใหม่เป็นว่า นอกจากจองห้องพักที่วัดและนิมนต์พระวิทยากรแล้ว ภรรยาก็เตรียมยาเช่นเคย กี่เล่มๆที่อ่านก็ให้เตรียมเรื่องยาแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ผมมีประสบการณ์มาแล้วจากเนปาลว่าเราท้องผูก คราวนี้นอกจากเตรียมยาแก้ท้องเสียตามคำแนะนำแล้ว เราก็มียาแก้ท้องผูกไปด้วย ปรากฏว่าภรรยาได้ใช้จริงๆด้วย คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้รักความสะอาดท่านอาจเตรียม ผ้าเย็น หรืออะไรที่คล้ายๆกัน สำหรับเช็ดมือ หรืออาจเช็ดเท้าด้วยในบางกรณี นอกจากนี้ ภรรยาได้เตรียมผ้าพลาสติกสำหรับปูรองนั่งในบางแห่งที่เราไปสวดมนต์ด้วย เช่นที่ราชคฤห์ หน้าถ้ำดงคสิริ สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญทุกข์กริยา และที่สถูปพระสารีบุตรที่นาลันทาด้วย อ้อ เธอยังเตรียม ธูป เทียน ทองคำเปลวไปด้วยครับ ที่บอกมานี่เป็นเพียงการเล่าสู่กันฟังนะครับ เห็นบางคณะก็ไม่ได้เตรียมอะไรอย่างที่ว่านี่ ก็ไหว้กันได้ครับ สำหรับท่านที่กลัวแดด อย่าลืมหมวก และร่มเป็นอันขาด จำได้ว่าบางแห่งร้อนมาก เช่น ที่บ้านนางสุชาดา และทางขึ่นเขาจะไปมูลคันธกุฎีเป็นต้น รองเท้าแตะเป็นอีกอย่างที่อยากแนะนำ กล่าวคือ สถานที่ที่เราไปสักการบูชาเราต้องถอดรองเท้าอยู่แล้ว เพื่อนที่ทำงานซึ่งมาบ่อยมากแนะนำผมว่า ให้เลือกถุงเท้าเก่าๆไปเยอะๆประมาณว่าใส่แล้วทิ้งเลย แต่เอาเข้าจริงตอนหลังผมใช้รองเท้าแตะสะดวกกว่า ก่อนเข้าสถานที่กราบสักการะต่างๆก็ถอดไว้แล้วเดินเท้าเปล่าเข้าไปก็พอได้อยู่นะ เอาละวันนี้พอก่อนนะครับ มีเวลาจะมาว่ากันตอนต่อไปครับ สวัสดีครับ
ไฟล์แนป
IMG_5079_resize.JPG
IMG_5079_resize.JPG (119.6 KiB) เปิดดู 4474 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

เรื่องเล่าจากคยา GAYA

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 24/10/2008 7:50 am

คยา แอพอร์ต
เราใช้เวลาบินประมาณสองชั่วโมงกว่า เกือบสามชั่วโมง บนเครื่องเราพบดาราคนดังด้วย ทราบว่าเธอเป็นผู้เลื่อมใสในพระศาสนามาก ภรรยาส่งยิ้มให้เธอ ดูเธอสวยน่ารักมาก และวางตัวดูดี ภรรยามีขอลายเซ็นด้วย ผมแอบแซวลับหลังว่า ปูนนี้มีขอลายเซ็นด้วยหรือ พลั่ก...เสียงภรรยาบึ้กเข้าให้ บนเครื่องดูแล้วมันบ่งบอกอะไรอีกแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เพราะดูผู้โดยสารแต่ละรายแล้ว จะออกแนวเรียบร้อย ธรรมะธรรมโม หลายคนแต่งชุดขาวมาเลย บอกให้รู้เป็นนัยว่าไปไหว้พระแสวงบุญ จะหาแต่งตัวจ๊าบๆฉูดฉาดได้น้อยมาก ผู้โดยสารคนไทยเท่าที่สังเกตอายุเลยหลักสี่เกือบทั้งนั้น มีบ้างที่เป็นเด็กหน่อยและไปกับแม่ทำนองนี้ และมีหลายคนทีมากับกรุ๊ปทัวร์
ถึงคยา เราตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะได้ยินกิตติศัพท์มาหลายอย่าง ทั้งความล่าช้า ตรวจละเอียดยิบ แถมเราเตรียมเครื่องเทศหลายอย่างมาถวายวัด เช่นพริกไทยเม็ด พริกไทยป่น กระวาน กานพลู เครื่องพะโล้ ผงกะหรี่ ฯลฯ ต้องใส่กล่องโหลดมาใต้ท้องเครื่องเลยละ แม่บอกว่า อินเดียมันแหล่งเครื่องเทศนะ แล้วลูกชั้น มันหอบไปทำไมนะ? มันช่างไม่รู้เรื่องเอาซะเล้ย แทนที่จะซื้ออย่างอื่นที่เข้าท่าเข้าทางกว่านี้ โธ่แม่ก้อ...ก็มันซื้อมาแล้วนี่แม่ แถมตั้งใจแล้วจะถวายวัด เผื่อโรงครัวทำถวายพระและทำให้ญาติโยมที่มาวัด ได้บุญดีออกแม่
ไฟล์แนป
IMG_4438.JPG
IMG_4438.JPG (100.4 KiB) เปิดดู 4366 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

เรื่องเล่าจากคยา GAYA

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 24/10/2008 7:53 am

ที่สนามบินสิ่งที่แปลกออกไปจากที่เคยพบในที่อื่นๆคือ เสียงเพลงที่เปิดจะเป็นเสียงตามสายว่า พุทธธัง สรณัง คัจฉามิ... ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ... สังฆัง สรณัง คัจฉามิ...เตือนสติได้ดีไปอีกแบบ ภรรยาดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ เธอบอกว่าตื่นเต้นได้มาถึงแดนพุทธภูมิแล้ว รู้สึกอิ่มใจ เรารอการตรวจลงตราอยู่พักใหญ่ สังเกตดูว่าเจ้าหน้าที่จะรุมกันทำงานในเคาเตอร์เดียวกัน ภรรยาบอกว่าสงสัยที่นี่คงมีโปรเจกต์ one counter three persons เพราะพาสปอร์ตและเอกสารของแต่ละคน ดูเหมือนจะได้รับการตรวจตราจากเจ้าหน้าที่สองสามคนในเวลาเดียวกันในเคาน์เตอร์เดียวกัน เหมือนรุมกันดูยังงั้นแหละ เล่นเอาเรางงเล็กๆ แต่ก็พยายามเข้าใจว่าวัฒนธรรมการทำงานของแต่ละที่จะให้มันเหมือนกันได้ไง ภรรยากระซิบว่า ดูอินเดียอย่างที่อินเดียเป็น ไม่ใช่ดูอินเดียอย่างที่เราอยากให้อินเดียเป็น นั่นแน่ เดาะปรัชญาเข้าด้วย ไม่รู้ไปจำใครมาหรือเปล่า เพราะถ้าให้พูดอีกที คาดว่าอาจจะไม่เหมือนเดิม
ไฟล์แนป
IMG_4445.JPG
IMG_4445.JPG (130.07 KiB) เปิดดู 4364 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 24/10/2008 7:56 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

เรื่องเล่าจากคยา GAYA

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 24/10/2008 7:55 am

เรากรอกแบบฟอร์มในใบเข้าเมือง (arrival card for passengers) แบบคนภาษาอังกฤษไม่แตกฉาน บางอย่างก็ไม่เข้าใจ เช่น มีช่องให้เลือก ว่าเราเป็นประเภทไหน เช่น NRI, PIO,OCI, และช่องสุดท้าย None เราไม่ทราบความหมาย ไม่รู้ละโว้ย ตูเลือกช่อง None ไปก่อนละกัน ผิดถูกว่ากันอีกที เรื่องมั่วละก้อจะเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ส่วนท่อนล่างสุดให้กรอกเกี่ยวกับว่าท่านได้นำพืช ผลไม้ ผัก bulb (ไม่ทราบว่าแปลว่าอะไร) มาด้วยหรือเปล่า ข้อนี้เราบอกใช่ไว้ก่อน ถ้าไม่ให้เรานำเครื่องเทศทั้งหลายเข้า เราก็จะยินยอมแต่โดยดี ให้ยึดไว้เลย ฮือ ฮือ พอเอาเข้าจริงแล้วพี่บังไม่ขอตรวจอะไรให้ยุ่งยากเลย ให้ผ่านเข้าแต่โดยดี ผมแอบไชโยอยู่ในใจ ภรรยาได้ทีคุยทับเลยว่า เห็นมั้ยไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย มัวกลัวอยู่ได้แล้วเป็นไง ไม่งั้นเอากุ้งแห้งมาถวายที่วัดได้แน่ๆ เฮ้อ ภรรยาข้าพเจ้านี่หนอ ได้คืบจะเอาศอก (ผมแอบรำพึงในใจ) อ้อผมอยากบอกอีกอย่างว่าแบบฟอร์มที่กรอก จะให้เรากรอกที่อยู่ที่เราจะพำนักในอินเดียด้วย อันนี้ไม่เท่าไหร่หรอก เพราะพอทราบกันดีอยู่ แต่ที่ผมลืมนึกไป ประสามือใหม่หัดเที่ยวคือ หมายเลขโทรศัพท์ที่วัดด้วย โชคดีที่พระอาจารย์จากวัดไทยพุทธคยาได้กรุณาโทร.เข้ามือถือภรรยาก่อนวันเดินทางมา เพื่อคอนเฟิร์มว่าเรามาแน่นะ ท่านจะได้มารับที่สนามบิน เห็นความเมตตาของท่านแล้ว เป็นไงล่ะ ภรรยาซาบซึ้งใจจนกลับมายังซึ้งใจไม่หาย เราเลยกดโทรศัพท์ดูว่าหมายเลขที่ท่านโทร.มาเป็นหมายเลขอะไร ซึ่งยาวเฟื้อยเลย เพราะเป็นทางไกล แต่เอาละจะยาวจะสั้นก็กรอกไปตามนั้นละกัน แต่สุดท้ายก็ผ่านตลอด ขาเข้าอินเดีย เรายิ้มร่า แต่ขาออก ละคุณเอ๋ย เราโดนยึด ฮือ ฮือ...ส่วนจะยึดอะไรนั้น ค่อยว่ากันตอนท้าย เล่นเอาจิตตกไปแป๊บนึง
ไฟล์แนป
IMG_4730_resize.JPG
IMG_4730_resize.JPG (106.25 KiB) เปิดดู 4360 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 24/10/2008 7:59 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

เรื่องเล่าจากคยา GAYA

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 24/10/2008 7:57 am

สนามบินคยา เข้าใจว่าเป็นสนามบินทหาร ดูเล็กๆไม่ใหญ่โต ภรรยาดูจะชอบสนามบินเล็กๆแบบนี้ ไม่ชอบที่ใหญ่โตมโหฬาร ซึ่งเรารู้สึกว่าถูกกด ข่ม ด้วยความใหญ่ ความทันสมัยของมัน เรามองโดยรอบแล้ว ไม่มีรถรับจ้างพลุกพล่าน ไม่แน่ใจว่าถ้าพระอาจารย์ไม่มารับแล้วเราจะไปยังไงกันล่ะนี่ ชำเลืองแลแล้วทุกคนต่างมีคนมารับกันทั้งนั้น โชคดีที่มากับพระ พระท่านเห็นเรามากันสองคนก็รู้ว่า ใช่คนที่ติดต่อมา เรากระทำคารวะต่อท่านด้วยความเคารพ ท่านนำเราขึ้นรถลักษณะเหมือนรถจิ๊ป แต่ดูทันสมัยดี ใช้เวลาเดินทางพักเดียวก็ถึงวัด ระหว่างทางมองเห็นทุ่งนา ฝูงวัว และแนวเนินทรายของแม่น้ำเนรัญชรา ซึ่งฤดูนี้เป็นฤดูแล้ง ไม่เห็นน้ำเห็นแต่ทรายเป็นแถวเป็นแนวยาวเหยียด พระอาจารย์บอกว่าถ้าเป็นหน้าฝน น้ำหลากจะเห็นน้ำเต็มไปหมด พอตอนจ่ายค่ารถเงินเรามีแต่แบงค์ใหญ่ พระอาจารย์บอกว่าไม่เป็นไรพรุ่งนี้ก็ได้ ตกลงเราเลยชำระคืนท่านในวันหลัง เอาละวันนี้พอก่อนนะครับ คราวหน้าจะกล่าวถึง การไปกราบพระที่พระมหาเจดีย์พุทธคยาครับผม วันนี้สวัสดีครับ
ไฟล์แนป
mod1_355.jpg
mod1_355.jpg (208.3 KiB) เปิดดู 4354 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Lovely Planet » 25/10/2008 2:02 am





:wink: นมัสเตค่ะ คุณMr. poon

ขอแทรกนิดนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับเรื่องเล่าจากคยา อยู่ในแผนมาพักนึงแล้ว เพียงแต่ยังกลิ้งไปไม่ถึงค่ะ
มีโอกาสเมื่อไหร่จะขอตามรอยคุณMr. poon แน่นอนค่ะ
:wink: รออ่านอยู่นะขอรับ...
รูปภาพ [SIZE=100]กลิ้ง[/SIZE]ตามแวง ตะแคงตามรุ้ง [COLOR=#76923c]Be [/COLOR]There Feel There

รวมกระทู้ของ [COLOR=#548dd4]Lo[COLOR=#ff0000]vely Planet[/COLOR] เรียนเชิญที่ กระทู้กลิ้งฯ ณ ห้อง แฟนพันธุ์แท้ ค่ะ รูปภาพ [/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lovely Planet
 
โพสต์: 5037
ลงทะเบียนเมื่อ: 13/12/2007 9:26 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 25/10/2008 6:51 pm

สวัสดีครับ คุณ Lovely Planet ยินดีมากๆครับ ที่ให้เกียรติเข้ามาชมและติดตามความงดงามแห่งดินแดนพุทธภูมิ ซึ่งเป็นทัศนียสถานสำคัญยิ่งของชาวพุทธ หว้งเป็นอย่างยิ่งว่าคุณ Lovely Planet จะได้กลิ้งตามแวงและตะแคงตามรู้งสมดั่่งใจปรารถนาทุกประการครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Lovely Planet » 31/10/2008 6:47 pm





ทั่นพี่ขอรับ กะป๋มรออ่านเรื่องหนุกๆอยู่นะขอรับ หายไปนานจังกั๊บ... เง้อๆๆๆๆ :lol: :lol:


รูปภาพ [SIZE=100]กลิ้ง[/SIZE]ตามแวง ตะแคงตามรุ้ง [COLOR=#76923c]Be [/COLOR]There Feel There

รวมกระทู้ของ [COLOR=#548dd4]Lo[COLOR=#ff0000]vely Planet[/COLOR] เรียนเชิญที่ กระทู้กลิ้งฯ ณ ห้อง แฟนพันธุ์แท้ ค่ะ รูปภาพ [/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lovely Planet
 
โพสต์: 5037
ลงทะเบียนเมื่อ: 13/12/2007 9:26 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 01/11/2008 3:57 pm

หวัดดีคร้าบ คุณ Lovely Planet กลับมาแล้วคร้าบผม ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ คือผมว่าเรื่องของสูงค่าอันควรแก่การสักการะนี้มันจะเขียนยากสำหรับผมน่ะครับ (เขียนยากแล้วยังอยากเขียนอีกแน่ะมันจึงยุ่งและใช้เวลานานด้วยประการฉะนี้) ขออนุญาตต่อเลยนะครับ
สถานที่ที่เราไปสักการะและเยี่ยมชม ณ พุทธคยา
เมื่อถึงวัดไทยพุทธคยาเรียบร้อยแล้ว เราก็เอาของเข้าห้องพัก พักผ่อนกันสักครู่ใหญ่ก็ลุยกันเลย เอ๊ย ขออภัย ฟังดูไม่เหมือนไปไหว้พระ เหมือนไปเที่ยว pub จะออกไปทางแนวบันเทิง แต่งานนี้ไม่ใช่ งานนี้เน้นจิตสงบและเข้าถึงพระศาสนามากกว่า พระอาจารย์ท่านมารอเราอยู่หน้าห้องพัก ทริปนี้พระอาจารย์เป็นฝ่ายรอเราตลอด เราละอายแก่ใจจริงๆ (ภรรยาตะโกนข้ามไหล่มาว่าละอายแก่ใจภาษาอะไรให้ท่านมารอทุกวัน ฮือ ฮือ...(โดนเมียดุ) พระอาจารย์ถามว่าจะเดินไปหรือนั่งสามล้อ (สามล้อเรียกริกชอร์ ตุ๊ก ตุ๊ก เรียกออโตริกชอร์) เราทราบมาว่าไม่ไกล เดินไม่ถึง 20 นาทีก็ถึง จึงขอเดิน ชอบนักละการเดินนี่น่ะ เดินมันเห็นอะไรที่ใกล้ชิดแนบสนิท มองเห็นรายละเอียดมากกว่า ถ้าเรียกรถก็จะไม่ได้สัมผัสบรรยากาศใกล้ชิด พระอาจารย์บอกว่าเวลาเดินให้ระวัง “กรอบนอกนุ่มใน” เอ๊ะ มันอะไรกันหว่า...ฟังเหมือน เบเกอรี่ออกจากเตาร้อนๆ พระอาจารย์เฉลยว่า ขี้วัวไงล่ะ ที่วัวขี้ไว้ตอนเช้า พูดให้ไพเราะขึ้นก็คือมูลที่โคถ่ายไว้ยามรุ่งอรุณ พอสาย บ่ายคล้อยน้ำจะระเหยออกไป ผิวนอกก็จะกรอบเกรียม แต่ข้างในยังเป็นน้ำนุ่มๆอยู่ (กรุณานึกภาพตาม) ถ้าเหยียบเข้าไปละก้อ คุณเอ๋ย ตัวใครตัวมันละกัน ภรรยาที่ว่ารักๆกันนี่แหละ กรุณาเดินห่างๆผมหน่อยครับ (สาธุ ขอภรรยาที่เคารพอย่าได้มาอ่านเล้ย) ที่คยานี่ถ้าจะเยี่ยมชมกันจริงๆขอบอกว่าต้องซักหนึ่งวัน เพราะมีหลายแห่งที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการไปสักการะที่พระมหาเจดีย์และศาสนสถานโดยรอบ วัดพุทธนานาชาติที่อยู่ใกล้เคียง บ้านนางสุชาดา ฯลฯ การสวดมนต์บูชา การเดินประทักษิณาวัตรเหล่านี้คงต้องสงบสำรวมคงไม่ใช่แนวเร่งรีบแน่ๆ
ไฟล์แนป
IMG_4616_resize1.jpg
IMG_4616_resize1.jpg (143.27 KiB) เปิดดู 4225 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 01/11/2008 5:10 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 01/11/2008 4:07 pm

พระมหาเจดีย์พุทธคยา(หรือพระวิหารมหาโพธิ์) อยู่ภายในวัดพระศรีมหาโพธิ์ (Mahabodi Temple) เราใช้เวลาเดินจากวัดไทยเดี๋ยวเดียวก็ถึง บริเวณหน้าวัดเป็นลานกว้างมีชาวบ้านมาตั้งของขายอยู่รายรอบ พวกเดินเร่ขายก็มี เช่นขายโปสเตอร์ ขายใบโพธิ์ ขายซีดีสวดมนต์ และที่สำคัญพี่บังเหล่านั้นพูดไทยได้หลายคำ ฟังอบอุ่นดี หลายๆคนเห็นพระอาจารย์ก็เรียกว่าอาจารย์เป็นภาษาไทยนี่แหล่ะ ฮือม์...ยอดนักขาย เราได้ยินบ่อยๆที่เด็กเห็นพระแล้วเรียกว่า ภันเต ภันเต (แปลว่าท่านผู้เจริญ) เข้าประตูมาจะมีที่สำหรับวางรองเท้าซึ่งเราต้องถอดไว้ที่นี่ไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับฝากรองเท้า แต่จะเสียค่านำกล้องถ่ายรูป และกล้องถ่ายวีดีโอด้วย จำได้ว่ากล้องถ่ายรูปประมาณ 20 รูปี แต่กล้องถ่ายวีดีโอจะเป็นหลักร้อยน่าจะสามร้อยได้มั้ง พระอาจารย์ได้กรุณาเล่าว่าอยู่อินเดียมาสามปี รองเท้าหายไปหลายคู่แล้ว ฟังแล้วชักหวั่น ถ้าเดินเท้าเปล่าแล้วเหยียบกรอบนอกนุ่มในไปจะว่าไง (จิ๊บจิ๊บ ครับได้มาที่นี่แล้วก็เป็นบุญที่สุดแล้ว และเราคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอก) พระอาจารย์พาเดินนำเข้าไปยังสถานที่ภายใน พระมหาเจดีย์รูปทรงสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลนวลปรากฏแก่สายตา งดงามเป็นสง่ายิ่งนัก ขอบอกว่า บรรยากาศเยี่ยมยอดมากครับ เราพากันเดินลงไปที่พระมหาเจดีย์ซึ่งอยู่ต่ำกว่าแนวระนาบที่เราเดินเข้าประตูมาฉะนั้นจึงต้องเดินลงบันได รอบพระมหาเจดีย์พื้นปูด้วยหินอ่อนเย็นสบาย ขออธิบายว่ามีพระมหาเจดีย์ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และพระที่นั่งวัชรอาสน์ ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง มีลานปูพื้นด้วยหินอ่อนโดยรอบเพื่อการทำทักษิณาวัตร หรือการเดินเวียนขวานั่นเอง (พระวิหารจะอยู่ด้านขวามือเมื่อเราเดิน) เราจะเห็นพุทธศาสนิกชนต่างชาติ ต่างภาษามากมายเต็มไปหมด ทุกคนมาเพื่อกราบสักการะพระพุทธองค์ แม้คนจะมากแต่ไม่อลหม่านวุ่นวาย ดูสงบสำรวม ภรรยาผมเองก็เช่นกัน ปกติเธอจะประมาณ talking machine แต่วาระนี้ปุ่มพูดจ้อคงทำงานช้าลง คงเพลินด้วยแหละ เห็นเฝ้ามองชื่นชมบรรยากาศโดยรอบ เราจะเห็นภาพพระธิเบตเดินหมุนกงล้อ สวดมนต์ภาวนา เห็นผู้คารวะด้วยการกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์ ที่เริ่มจากการยืนประนมมือ แล้วค่อยๆย่อตัวราบลงกับพื้นแบบนอนคว่ำ แล้วค่อยยกย่อตัวกลับมาลุกขึ้นยืนใหม่ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆรอบพระมหาเจดีย์ เป็นท่าที่น่าจะทำได้ยากมากๆนะผมว่า แต่เพราะศรัทธาไงล่ะจึงได้เป็นแรงบันดาลใจ เดินๆไปบางคราวก็จะเห็นเหมือนชาวจีนมานั่งนับประคำอยู่ เห็นหลากหลายแบบตามความเชื่อและศรัทธา นอกจากนี้ยังเห็นชาวธิเบตโปรยหินสีบนก้นภาชนะทองเหลืองเพื่อเป็นการบูชา สิ่งเหล่านี้ต้องตั้งใจและจัดเตรียมมาเป็นอย่างดี เรารู้สึกชื่นชมเป็นปลื้มไปด้วย ระหว่างทางพระอาจารย์ได้ให้ความรู้แก่เรามากมาย และที่รู้แน่อีกอย่างหนึ่งคือเรารู้เรื่องที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาน้อยเหลือเกิน แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าการศึกษา พระศาสนาและการปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งสำควรและดีงาม แต่ผม(และเชื่อว่าอีกหลายคน)ก็มองข้ามไปข้ามมาอยู่บ่อยๆ แม้จะบวชเรียนแล้วก็เถอะ พระอาจารย์อรรถาธิบายอย่างใจเย็นนึกๆดูก็เห็นใจท่านเหมือนกันนะ สอนนักเรียนที่พื้นแน่นดีก็จะไปได้เร็ว แต่ทั้งผมและภรรยาพื้นคงจะไม่แน่นเท่าไหร่ ความรู้ที่ได้รับมาก็นับว่าประเทืองสติปัญญามาก สถานที่แต่ละแห่งที่เราเยี่ยมชมโดยรอบมีดังนี้
ไฟล์แนป
IMG_5230_resize.JPG
IMG_5230_resize.JPG (177.24 KiB) เปิดดู 4232 ครั้ง
IMG_5225_resize.JPG
IMG_5225_resize.JPG (121.07 KiB) เปิดดู 4232 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 01/11/2008 4:18 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 01/11/2008 4:08 pm

พระมหาเจดีย์ ซึ่งได้กล่าวแล้ว และภายในโถงชั้นล่างของพระมหาเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก อายุประมาณ 1400 ปี เป็นพระพุทธรูปสีทองอร่าม คนไทยเรียกกันว่า พระพุทธเมตตา ท่านงามจริงๆนะ พระพักตร์ของท่านเหมือนยิ้มน้อยๆ ราวกับท่านมองเราด้วยความเมตตาจริงๆ ความเห็นส่วนตัวนะผมว่างามประมาณเดียวกับพระพุทธชินราชนั่นเทียว เรามองกันอย่างไม่รู้เบื่อ เสียแต่ว่าห้องโถงนี้ดูจะแคบเกินไป สำหรับผู้คนมากมาย เราใช้เวลาเพ่งพิศพระพักตร์ของท่านได้ไม่นานนัก เพราะผู้คนมากมาย ทำให้เราต้องออกมาก่อนแม้ใจยังอยากอยู่ต่อก็ตาม พระอาจารย์บอกว่าคนไทยมีส่วนสำคัญมากในการประดับตกแต่งพระฉัพพรรณรังษีโดยรอบพระเศียรของพระพุทธเมตตา (ขออภัยถ้าใช้ศัพท์ไม่ถูกต้อง) ซึ่งประดับตกแต่งด้วยคริสตัลงามเป็นประกายแวววามยามต้องแสงไฟ ฟังแล้วก็อดชื่นชม นิยมยินดีด้วยไม่ได้
ไฟล์แนป
IMG_4542_resize.JPG
IMG_4542_resize.JPG (158.58 KiB) เปิดดู 4228 ครั้ง
sasa.JPG
sasa.JPG (168.53 KiB) เปิดดู 4228 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 01/11/2008 4:23 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 01/11/2008 4:09 pm

ต้นพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ พูดง่ายๆก็คือพระพุทธองค์ทรงประทับนั่งบนอาสนะโดยทรงปูลาดด้วยหญ้ากุสะซึ่งโสถิยะพราหมณ์เป็นผู้ถวายแด่พระองค์ พระองค์ทรงประทับนั่งใต้ต้นโพธิ์และตรัสรู้ณ.ที่แห่งนี้ ในวันเพ็ญเดือนวิสาข ตอนที่เราไปนั้นทางการได้ล้อมรั้วไว้ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงพระแท่นและโคนต้นโพธิ์ได้ ซึ่งก็เป็นการดีเพื่อรักษาต้นโพธิ์และพระแท่นให้มีอายุยืนยาว เพื่อกันมิให้มีผู้นำน้ำหรือนมมาราดรดต้นโพธิ์หรือทำให้เกิดความเสียหายได้ ปัจจุบันนี้ทราบว่าทางการอินเดียได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาบำรุงรักษาดูแลต้นโพธิ์อย่างต่อเนื่อง
สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงเสวยวิมุตติสุขภายหลังจากตรัสรู้
พระอาจารย์อธิบายให้ฟังว่า ภายหลังจากตรัสรู้แล้วพระพุทธองค์ทรงเสวยวิมุตติสุข ณ สถานที่ที่เรียกกัน ดังนี้
สัปดาห์ที่ 1 ประทับนั่ง ณ โคนต้นโพธิ์
สัปดาห์ที่ 2 ประทับ ณ อนิมมิสเจดีย์ อยู่ใกล้ๆกับพระมหาเจดีย์พุทธคยา บริเวณเดียวกันนั่นแหล่ะ เดินไม่กี่นาทีก็ถึง
สัปดาห์ที่ 3 ประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ พระองค์ทรงเดินจงกรม ณ บริเวณนี้ จะเห็นชาวพุทธบางท่านมาเดินจงกรม ตรงนี้ ดูสงบงาม เยือกเย็น
สัปดาห์ที่ 4 ประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ อยู่ในบริเวณใกล้กัน
สัปดาห์ที่ 5 ประทับ ณ อาชปาลนิโครธ (อ่านว่า อา-ชะ-ปา-ละ-นิ-โครธ)
สัปดาห์ที่ 6 ประทับ ณ สระมุจลินทร์
สัปดาห์ที่ 7 ประทับ ณ ราชายตนะ
แต่ละสถานที่พระอาจารย์ได้เมตตาอธิบายให้เราฟังพอสังเขป เราฟังแรกๆก็จำชื่อไม่ค่อยจะได้ แม้เคยอ่านผ่านตามาบ้างแล้ว เชื่อว่าแต่ละสถานที่มีความหมายและมีที่มาที่ไปลึกซึ้งเกินกว่าภูมิรู้อย่างผมจะอธิบายได้โดยละเอียด หากข้อมูลผิดพลาดไปบ้าง เป็นเพราะผมเองที่คงจะกระพร่องกระแพร่งโดยแท้ ขออภัยด้วยนะครับ ทราบว่าสถานที่จริงในสัปดาห์ที่ 5-7 อยู่ห่างออกไปจากบริเวณนี้ไม่ไกลนัก อย่างสระมุจลินทร์ที่เห็นนี้เป็นเพียงสถานที่จำลอง หาใช่สถานที่แท้จริงไม่ หากประสงค์จะไปพระอาจารย์จะพาไปดูสถานที่จริง เห็นความเมตตาของท่านแล้ว แน่นอนผมและภรรยาไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เราจึงโชคดีที่ได้ไปสถานที่จริงในวันรุ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะอิ่มบุญแล้วยังสนุกอีกด้วย หากมีโอกาสจะเล่าต่อในภายหลัง
ไฟล์แนป
?????????? 5 ????????????? (?????) copy.jpg
?????????? 5 ????????????? (?????) copy.jpg (118.65 KiB) เปิดดู 4220 ครั้ง
?????????? 4 ???????????? copy.jpg
?????????? 4 ???????????? copy.jpg (152.97 KiB) เปิดดู 4219 ครั้ง
?????????? 3 ??????????????? copy.jpg
?????????? 3 ??????????????? copy.jpg (116.52 KiB) เปิดดู 4222 ครั้ง
?????????? 2 ????????????? copy.jpg
?????????? 2 ????????????? copy.jpg (97.07 KiB) เปิดดู 4225 ครั้ง
IMG_4479_resize.JPG
IMG_4479_resize.JPG (224.96 KiB) เปิดดู 4227 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 01/11/2008 5:07 pm, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 01/11/2008 4:10 pm

ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากโม้ต่อไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ของชาวพุทธในแดนดินถิ่นนี้ วรรณะที่ต่างกันของชาวฮินดู บุคคลผู้สำคัญยิ่งในการทำนุบำรุงและจรรโลงพระศาสนา บรรยากาศการสวดมนต์และเดินทักษิณาวัตรรอบพระมหาเจดีย์ การจิบชาร้อนริมถนนพร้อมกับกินไข่โพสต์บนใบไม้ บรรยากาศงานวัด โอ๊ยเยอะแยะไปหมด เล่าไม่หวาดไม่ไหวไว้คราวหน้านะครับ
ไฟล์แนป
?????????? 6 ???????????? (?????) copy.jpg
?????????? 6 ???????????? (?????) copy.jpg (136.68 KiB) เปิดดู 4217 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 01/11/2008 5:08 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง อินเดีย

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

cron