เรื่องเล่าจากคยา GAYA

Taj Mahal-Agra Fort-Konark Sun Temple-Kaziranga National Park-Manas Wildlife Sanctuary-Churches of Goa-Valley of Flowers-Punjab-Agra-Lucknow-etc...

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 15/12/2008 9:40 am

สถานที่เก็บตกจากคยา
ความจริงผมน่าจะจบได้แล้ว เมื่อกลับจากราชคฤห์ แต่ยังจบไม่ได้ครับหากไม่ได้กล่าวถึง สถานที่สำคัญที่เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม ซึ่งเป็นสถานที่จริง มิใช่สถานที่จำลอง ซึ่งบริษัททัวร์คงไม่จัดหรือพาไปเยี่ยมชมแน่นอน เพราะถนนหนทางไม่ดี ไปค่อนข้างยาก ผู้คนไม่นิยมไปกันครับ
เราเหมาออร์โตริกชอร์จากคยาไปในราวครึ่งวัน ไปเที่ยวชม สถานที่จริง ได้แก่สระมุจลินทร์ อชปาลนิโครธ ที่ของชฏิล 3 พี่น้อง ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของชาวฮินดูซะละมาก เราหัวสั่นหัวคลอนกันมาในรถ สภาพถนนเขย่าเราไว้เกือบตลอดเวลาให้สนุกตื่นเต้นดี อาบังน้อยผู้เป็นสารถีขับได้ไม่เลวเลย พี่แกซิ่งตลอด ทางดีไม่ดีไม่รู้ละอาบังจะซิ่งท่าเดียว ก็ดีเหมือนกัน ถึงเร็วดี ว่าแต่เตรียมผ้าปิดปากปิดจมูกไปด้วยก็จะดี
ไฟล์แนป
IMG_5044.JPG
IMG_5044.JPG (195.67 KiB) เปิดดู 1790 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 15/12/2008 9:42 am

สระมุจลินทร์ นั้นว่ากันว่า อยู่ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ประมาณ 2 กิโลเมตร และที่มหัศจรรย์คือ ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้ยังใช้ชื่อเดิม!!! สระยังมีน้ำอยู่แม้ไม่สะอาดตาน่าอภิรมย์นัก แต่ก็เป็นประวัติศาสตร์ที่เราชาวพุทธทราบไว้บ้างก็จะดี สถานที่แห่งนี้เป็นที่ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุติสุข ในสัปดาห์ที่ 6 ภายหลังการตรัสรู้ ตามตำรากล่าวว่า ขณะที่ประทับอยู่ริมสระ เกิดพายุหนัก พญานาคชื่อมุจลินทร์เกรงพระองค์จะได้รับอันตราย จึงออกจากสระแผ่พังพานใหญ่ ป้องกันลมและพายุฝนมิให้ต้องพระวรกายของพระองค์ จึงได้ชื่อสระนี้ว่าสระมุจลินทร์นั่นเอง สระที่เราเห็นที่ใกล้พระมหาเจดีย์พุทธคยา นั่นเป็นของจำลองนะครับ ของจริงว่ากันว่าอยู่ที่นี่เองครับ
เมื่อมาถึงสระ ชาวบ้านต่างมามุงดูเราเหมือนตัวประหลาด คงคิดว่าใครกันวะ มาทำไมกันวะ? เราเห็นชาวบ้านทำความสะอาดช่องปาก หรือแปรงฟันด้วยการเคี้ยวกิ่งไม้ด้วย อือม์...เข้าที พี่แกเห็นเรา แกก็ไม่สนตั้งหน้าตั้งตาเคี้ยวเอาเคี้ยวเอา เพื่อปากสะอาดและฟันที่แข็งแรง เราใช้เวลาประมาณสิบนาทีได้ก็ออกเดินทางต่อ
ไฟล์แนป
IMG_5053.JPG
IMG_5053.JPG (184.75 KiB) เปิดดู 1787 ครั้ง
IMG_5047.JPG
IMG_5047.JPG (187.95 KiB) เปิดดู 1788 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 15/12/2008 9:46 am

ต้นอาชปาลนิโครธ
อ่านว่า อะ-ชะ-ปา-ละ-นิ-โครธ ซึ่งก็คือต้นไทรใบหนานั่นเอง เป็นต้นไทรที่เด็กเลี้ยงแพะชอบมาพัก สถานที่แห่งนี้ได้ชื่อว่าพระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุติสุข ในสัปดาห์ที่ 5 ภายหลังการตรัสรู้ ปัจจุบันเป็นสถานที่หรือวิหารเล็กๆของชาวฮินดู เราหลงทางกันเล็กน้อย เพราะไม่มีป้ายบอกทางต้องอาศัยถามชาวบ้านเอา แต่ในที่สุดเราก็มาถึงจนได้ ด้วยแรงศรัทธาอันยิ่งใหญ่ ปากทางเข้าเราพบถนนสภาพเหมือนรอยเกวียนโบราณที่เราพบที่กรุงราชคฤห์เลย รูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกันมากจนนึกขำ เพียงแต่รอยที่เห็นนี้คงประมาณ 2-3 วัน ไม่ใช่ 2 พันกว่าปีอย่างที่ราชคฤห์ และคงไม่ใช่รอยเกวียนอีกต่างหาก
ไฟล์แนป
IMG_5067.JPG
IMG_5067.JPG (206.71 KiB) เปิดดู 1784 ครั้ง
IMG_5092.JPG
IMG_5092.JPG (192.82 KiB) เปิดดู 1785 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 15/12/2008 9:52 am

นอกจากนี้เรายังได้ไปยังที่ที่ชฏิลสามพี่น้อง (อุรุเวลกัสสะปะ นทีกัสสปะ และคยากัสสปะ) ซึ่งภายหลังได้มาเป็นสาวกของพระพุทธองค์พร้อมบริวารจำนวนมาก มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับชฏิลเหล่านี้ พระอาจารย์ชี้ให้ดูบ่อซึ่งเชื่อว่าเป็นบ่อพญานาคของชฏิลผู้พี่ ซึ่งตอนนั้นชฏิลเชื่อว่าพระพุทธองค์คงถูกพญานาคทำร้ายสิ้นชีพไปเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ไหนได้พญานาคกลับมาสงบเสงี่ยมขดอยู่ในบาตรที่พระองค์ถือเสียนี่ ชฏิลก็เลยเกิดศรัทธายอมตัวเป็นศิษย์แต่โดยดี
เราเดินตัดตรงมาที่หาดทราย ซึ่งถ้าเป็นหน้าน้ำคงมีน้ำเต็มไปหมด ระหว่างทางพระอาจารย์ชี้ให้ดูต้นอินทผาลัมที่ลำต้นมีความหวาน ชาวอินเดียจึงเซาะลำต้นเพื่อรองรับน้ำหวาน เราจึงเห็นต้นไม้ ที่ถูกเจาะเซาะเป็นขั้นบันไดอยู่บ่อยๆ แปลกตาดีไปอย่าง
เราได้ไปยัง Sujata Temple ที่นี่เราได้เห็นวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นผู้มีศรัทธามากราบไหว้ด้วย ดีใจจัง มีรูปปั้นของนางสุชาดาขณะถวายข้าวมธุปายาสแก่พระองค์ก่อนการตรัสรู้ด้วย
เราไปหลายแห่งจนสับสนที่ไหนเป็นที่ไหน (วะ?) เพราะศึกษาไปน้อยด้วยอย่างหนึ่ง แต่เอาเถอะใจมันอยาก ใครชี้ชวนให้ไปไหนไปมันหมดทุกที่แหล่ะครับ
ไฟล์แนป
IMG_5082.JPG
IMG_5082.JPG (211.36 KiB) เปิดดู 1783 ครั้ง
IMG_5071.JPG
IMG_5071.JPG (151.88 KiB) เปิดดู 1782 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 15/12/2008 9:54 am

วัดมหันต์
ช่วงบ่ายเรามีเวลาพระอาจารย์ชวนเราไปเที่ยววัดมหันต์ซึ่งอยู่ภายในคยานี่ แหล่ะ เดินไปก็ได้ ขึ้นสามล้อไปก็ดี ที่หน้าวัด เอ๊...จะเรียกวัดหรือวังดีนะ เอาเป็นวัดละกันนะ ที่หน้าวัดเราเห็นรูปปั้นพระพุทธรูปฝังอยู่ที่กำแพงหน้าวัด พระอาจารย์บอกเขาไม่นับถือของเราก็เอามาทำเป็นยามซะอย่างนั้นแหล่ะ เฮ้อ...ก่อนเข้าไปในตัวอาคารเรามองเห็นที่ตักน้ำหรือสาวน้ำจากบ่อแบบโบราณที่มีหินถ่วงอยู่ด้านหลัง เราลองตักน้ำดูใช้แรงไม่ใช่เล่น ตอนโยกถังลงไปด้านล่าง แต่พอน้ำเต็มถังแล้วน้ำจะถูกแรงส่งดันขึ้นมาโดยเราไม่ต้องออกแรงแค่ประคองไว้เท่านั้น
พอเข้าไปในอาคารเรารู้ได้ทันทีว่า ไม่ใช่พุทธ เห็นมีที่เคารพ เราเดินอย่างไม่ค่อยสบายใจผ่อนคลายเท่าไหร่ รู้สึกต่างที่อย่างไงไม่รู้ มองเห็นรูปปั้นพระพุทธรูปวางเรียงรายอยู่ด้านหนึ่งของอาคาร พระอาจารย์บอกว่าแม้เขาจะไม่ใช่ชาวพุทธแต่ชาวพุทธมาขอซื้อ แม้ในราคาสูง เขาก็ยอมไม่ขายให้ ไม่ทราบทำไมเหมือนกัน เราเห็นรูปปั้นเทพองค์ต่างๆ ซึ่งเราไม่มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้หรอก เฉพาะพระพุทธศาสนาก็ยังไม่ค่อยจะรู้เลย จะไปรู้ศาสนาอื่นก็ดูจะเกินเหตุไปหน่อย จำได้แต่รูปปั้นเจ้าแม่กาลีนี่แหละ อาบังที่เฝ้าสถานที่ทำเป็นกระมิดกระเมี้ยนว่าถ้าอยากถ่ายภาพต่อรองราคากันได้ เป็นเจ้าหน้าที่ภาษาอะไรวะ (ภาษาแขก- ภรรยาตอบ) แทนที่จะเข้มงวดว่าไม่ให้ถ่ายกลับจะมาซูเอี๋ยกับเรา แต่บังเอิญเราไม่เล่นด้วย ไม่ทราบจะถ่ายไปทำไม บางอารมณ์รู้สึกลึกลับ ไม่ผ่อนคลายด้วยซ้ำ ไม่ถ่ายหรอกครับผม
ใกล้ๆวัดมหันต์ สามารถเดินทะลุลอดประตูออกมาเป็นท่าน้ำ มองเห็นแม่น้ำเนรัญชราจากท่าน้ำที่ว่าได้อย่างสบาย แต่หน้านี้หน้าแล้งเราจึงพบแต่แนวทรายกว้างไกลแทน
ไฟล์แนป
IMG_5183.JPG
IMG_5183.JPG (85.64 KiB) เปิดดู 1781 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 15/12/2008 9:57 am

ตุหรัดตุเหร่...ที่ตลาดคยา
พระอาจารย์ถามว่าโยมอยากลองนั่งรถประจำทางไปเที่ยวตลาดคยามั้ยล่ะ คำถามของท่านเปรียบเป็นลูกบอลลอยมาเข้าทาง ภรรยาโดดโหม่งทันที มิรอช้า เรื่องเที่ยวขอให้บอกมิเคยปฎิเสธใครให้เสียน้ำใจ ว่าแล้วเราก็มาชวนกันมาขึ้นรถบริเวณโคนโพธิ์ ซึ่งเป็นคิวรถประจำทาง อยู่ไม่ไกลกับบริเวณพระมหาเจดีย์พุทธคยา ลักษณะคล้ายรถสองแถวก็ไม่ใช่ รถตุ๊กๆก็ไม่เชิง มันผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เป็นการเดินทางที่ใกล้ชิดสนิทแนบมากๆ ใกล้ชิดประดุจญาติ หรือยิ่งกว่านั้นก็ว่าได้ ใกล้ชิดขนาดผู้โดยสารนั่งบนตักคนขับ เรื่องจริงมิได้โม้!!! ภรรยาถามว่าคนขับอยู่ข้างบน หรือข้างล่าง ผมว่าคนขับอยู่ล่าง เผลอๆคงต้องช่วยกันเหยียบคันเร่ง เหยียบเบรกด้วย เออ...สนุกดีจริงโว้ย...เป็นรถขนาดเล็ก แต่จุคนได้เยอะอย่างไม่น่าเชื่อ พระอาจารย์บอกโยมรีบนั่งอย่าชักช้า ขืนลีลามากอาจต้องนั่งบนตักบัง โฮ โฮ...ค่ารถก็ถูกมากๆเรานั่งไปตลาดคยา คนละสิบรูปี นั่งไปไกลทีเดียวแหล่ะ ครึ่งค่อนชั่วโมงเห็นจะได้ ระหว่างทางเจอสาวน้อยชาวอินเดีย หน้าตาน่าเอ็นดู เห็นแต่งกายดี คงจะอยู่วรรณะสูง เราส่งยิ้มให้กันด้วย ภรรยาเห็นไม่ว่าอะไร พลอยยิ้มไปด้วยกัน มีการจับมือร่ำลากันด้วย
ไฟล์แนป
IMG_5133.JPG
IMG_5133.JPG (119.12 KiB) เปิดดู 1780 ครั้ง
IMG_5130.JPG
IMG_5130.JPG (168.04 KiB) เปิดดู 1780 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 15/12/2008 10:04 am

ตลาดคยาเป็นตลาดเล็กๆ อุดมไปด้วยฝุ่น ฝุ่น และฝุ่น เราเห็นร้านขายชา (ที่ยังไม่ได้ชง) ร้านขายอีรีจี (เป็นพืชชนิดหนึ่งเม็ดกลมๆรีๆ ใช้ผสมในชาร้อน นัยว่าบำรุงหัวใจ มีกลิ่นหอมแบบแขกๆ ร้านกะรำใจ บางร้านใส่อีรีจีด้วย) ซึ่งเราชอบทั้งกลิ่นและรส จึงซื้อมาทั้งชาและอีรีจี เราเห็นร้านขายถั่วหลากชนิด ยืนยันความเป็นแขกแท้ๆ
นอกจากนี้เรายังเห็น วัวผู้ยิ่งใหญ่นอนประกาศศักดาเดชเต็มถนน แถมประกาศศักดาเพิ่มด้วยมูลของมันเต็มถนนอีกเช่นกัน เชื่อในศักดาแล้วครับท่าน เราเดินเที่ยวเล่นสักพักก็กลับวัดอย่างสบายอารมณ์ โชคดีที่ขากลับรถไม่แน่นเท่าไหร่ ไม่ได้ใกล้ชิดดุจญาติเช่นขามา
ไฟล์แนป
IMG_5149.JPG
IMG_5149.JPG (230.19 KiB) เปิดดู 1766 ครั้ง
IMG_5157.JPG
IMG_5157.JPG (189.65 KiB) เปิดดู 1779 ครั้ง
IMG_5165.JPG
IMG_5165.JPG (180.73 KiB) เปิดดู 1779 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 15/12/2008 12:30 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 15/12/2008 10:06 am

ถึงเวลากลับบ้าน
จะสนุกอย่างไร ซาบซึ้งอย่างไร เมื่อถึงเวลาเราก็ต้องกลับบ้าน เราไปลาท่านเจ้าอาวาส พระอาจารย์ แม่ชี ที่ให้ความกรุณาเราดียิ่งขณะอยู่ที่คยา ขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาที่อยู่ ที่กิน ความรู้ และประสบการณ์ ฯลฯ เราไม่ลืมที่จะใส่ซองทำบุญถวายวัดตามสมควร ถวายพระวิทยากร ทำบุญกับแม่ชี ฯลฯ
เราเรียกสองแถวเล็กมารับที่วัด ในราคาประมาณสองร้อยรูปี เพราะเป็นรถเล็กๆ ไม่ใช่จิ๊ปหรูหรา แต่ก็พามาถึงอย่างปลอดภัย ราคาจึงถูกกว่าขามา
ที่สนามบินเราถูกตรวจตราอย่างละเอียด ทำราวกับว่าเราจะแอบขนวัตถุโบราณกลับมาด้วย ให้เราแสดงเงินที่เราเอากลับบ้าน ภรรยาผมก็คนซื่อ (แค่ซื่อไม่ถึงขั้นบื้อ) ก็เอาเงินรูปีอินเดียให้ดู คือเราแพลนว่าจะมาอินเดียอีกเร็วๆนี้ เพื่อสักการะสังเวชนียสถานให้ครบทั้งสี่แห่ง จึงเก็บเงินอินเดียไว้ ไม่คิดจะแลกคืนแต่อย่างใด ปรากฏว่าพี่บังบอกว่าเงินแบงค์พันไม่อนุญาตให้นำออกไป ถ้าเป็นแบงค์ห้าร้อยสองใบละก้อได้ โอ๊ย...ตูละปวดกบาลจริง จริ๊ง ก็แล้วมันต่างกันตรงไหนฟะ พี่คนไทยที่ผมเคยบอกเมื่อตอนต้นว่ามาเยือนอินเดีย 16 ครั้งแล้ว ปราดเข้ามาช่วยอย่างมีน้ำใจ ช่วยเจรจาก็แล้ว ไม่เป็นผล คุณพี่จึงเดินนำผมลิ่วๆมาหาที่แลกเงินด้านนอก โชคดีพบพระไทยจากวัดไทยพุทธคยานั่นแหละ ท่านมีไม่ครบพัน ส่วนที่ขาดผมจึงถวายท่านไป ถวายพระกับให้พี่บังนั้น มันให้ความรู้สึกดีต่างกันเยอะเลย ขอบคุณคุณพี่ 16 ครั้งมากนะครับ
แล้วผมก็มาเจอเข้าอีกดอกจนจุกเลยครับ เจ้าหน้าที่ยึดถ่าน (แบตเตอรี่)เป็นถ่านชนิด rechargeable ขนาด 2700 mAh ราคาตกก้อนละ 100 บาท จำนวน 7 ก้อน รวมแล้วก็ตก 700 บาทน่ะครับ ที่ผมก็เผลอใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ แทนที่จะlaod ไปใต้ท้องเครื่อง (ภรรยาบอกซื่อก็เหมาะดีกับบื้อแล้วละ แง แง เมียกัด)เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัย ว่าจะขอเก็บแยกไว้ต่างหาก และจะส่งไปพร้อมกับเครื่อง ถามชื่อนามสกุล เราดิบดี ภรรยาบอกว่าขอเอกสารตอนไปยื่นรับของด้วย เจ้าหน้าที่บอกไม่มี ก็เขียนชื่อยูไว้หน้าซองแล้วนี่นา ไม่น่ามีปัญหา เราจึงต้องยอมจำนน แต่พอขึ้นเครื่องเราคุยกับเพอเซ่อร์ และ อินไฟลท์เมเนเย่อร์ จึงทราบว่าไม่มีผู้ใดฝากอะไรมากับเครื่องเลย แหม... ขามาเรารู้สึกดี๊ดี ขากลับเรารู้สึกตรงข้าม แต่ช่างเถอะเสียดายไปก็แค่นั้น เราไม่เข็ดหรอกขอบอก เราจะมาอินเดียอีกในไม่ช้านี้ ภรรยาบอกสงสัยชอบแนวตบจูบ ยิ่งโดนกลายเป็นยิ่งชอบ คิดว่าเป็นประสบการณ์ไปเสียนี่
อย่างไรก็ตามขอขอบคุณ คุณ Lovely Planet ที่ให้การติดตามเสมอมา กำลังใจส่วนนึงได้จากคุณด้วยครับ ขอบอก และขอเชียร์ให้ได้ไปเยือนแดนพุทธภูมิสมตามความตั้งใจนะครับ ข้อเขียนใดหากผิดพลาดพลั้งไป ต้องขออภัยเป็นอย่างสูง ประสงค์เดียวที่ตั้งใจคือชี้ชวน ชาวไทยพุทธให้ไปกราบสักการะสังเวชนียสถานเท่านั้นครับ ซึ่งชุดเรื่องเล่าจากคยาก็ยังไม่ครบสี่แห่ง จึงขอเชิญอ่านต่อใน “พาราณสี...อมตะนคร” จึงจะครบสมบูรณ์ พบกันใหม่ตอนหน้า ขอบคุณและสวัสดีครับ
ไฟล์แนป
a2.JPG
a2.JPG (106.97 KiB) เปิดดู 1771 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Lovely Planet » 16/12/2008 7:17 pm





:D จบซะแระ...ขอขอบคุณ คุณMr. Poon & Madame มากๆ นะคะ ที่กรุณาเล่าประสบการณ์ให้ได้ทราบ อ่านเพลินดีค่ะ ไว้จะพรินท์ไว้อ่านเพื่อจะได้ค่อยๆ เปลี่ยนจากความกล้าๆ กลัวๆ เป็นกล้าๆ กล้าๆ ที่จะสัมผัส อินตะระเดีย.. ดึ่มดึ๋ยๆๆ :oops: :lol:

ส่วนสังเวชนียสถานช่วงปลายปีหน้าค่ะ รอให้เย็นๆหน่อย :wink:

เรื่องถ่านกล้องไม่ยักเคยเห็นที่ไหนยึดหรือให้โหลดใต้เครื่องนะคะ ...โห...มายเฟรนด์ ทำพิษซะแล้ว.. เง้อ... :oops: :( ถ้าเป็นเราจะทำไงดีน้อ.. :roll:

มารอชมพาราณสีตามเคยเจ้าค่ะ :wink:
รูปภาพ [SIZE=100]กลิ้ง[/SIZE]ตามแวง ตะแคงตามรุ้ง [COLOR=#76923c]Be [/COLOR]There Feel There

รวมกระทู้ของ [COLOR=#548dd4]Lo[COLOR=#ff0000]vely Planet[/COLOR] เรียนเชิญที่ กระทู้กลิ้งฯ ณ ห้อง แฟนพันธุ์แท้ ค่ะ รูปภาพ [/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lovely Planet
 
โพสต์: 5037
ลงทะเบียนเมื่อ: 13/12/2007 9:26 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง อินเดีย

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron