เรื่องเล่าจากคยา GAYA

Taj Mahal-Agra Fort-Konark Sun Temple-Kaziranga National Park-Manas Wildlife Sanctuary-Churches of Goa-Valley of Flowers-Punjab-Agra-Lucknow-etc...

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Lovely Planet » 01/11/2008 4:13 pm





สวัสดีค่ะ ดีใจที่มาเล่าต่อขอรับ ชอบอ่านจริงๆ แล้วก็บรรยายดีมั่กๆ เลยค่ะ ได้ทั้งสาระ และฮาๆ ส่วนกรอบนอกนุ่มในอ่ะ นึกถึงหนังสืออินเดียที่เคยอ่านนานมาแล้ว อาจารย์ชัยชนะ โพธิวาระ เขียนไว้ ท่านบอกเห็นคนนั่งผลิตปุ๋ยสดบนกำแพงอ่ะ ฮามั่กๆ :lol: :lol:

แล้วยิ่งกว่านั้นนะคะ มีวันนึง หนึ่งในบรรดาคนที่นั่งเปิดก้นผลิตปุ๋ยอยู่ ตกลงมาจากกำแพง ไปเลยค่ะเพ่..ไปเกิดใหม่เลย...สักวันจะไปให้เห็นกะตาเรยไ้อ้กรอบนอกนุ่มในเนี่ยะ ว่าแต่ทันพี่วุฒิจะยอมอนุญาตให้ข้าน้อยโพสต์ในว็บอ๊ะเปล่าอันนี้ ยังข้องใจขอรับ... ขอบคุณค่ะ
รูปภาพ [SIZE=100]กลิ้ง[/SIZE]ตามแวง ตะแคงตามรุ้ง [COLOR=#76923c]Be [/COLOR]There Feel There

รวมกระทู้ของ [COLOR=#548dd4]Lo[COLOR=#ff0000]vely Planet[/COLOR] เรียนเชิญที่ กระทู้กลิ้งฯ ณ ห้อง แฟนพันธุ์แท้ ค่ะ รูปภาพ [/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lovely Planet
 
โพสต์: 5037
ลงทะเบียนเมื่อ: 13/12/2007 9:26 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Lovely Planet » 01/11/2008 7:43 pm

Mr. poon เขียน:พระอาจารย์บอกว่าคนไทยมีส่วนสำคัญมากในการประดับตกแต่งพระฉัพพรรณรังษี โดยรอบพระเศียรของพระพุทธเมตตา (ขออภัยถ้าใช้ศัพท์ไม่ถูกต้อง)


ขออนุญาตคลายกังวล คุณ Mr.Poon เรื่องการสะกดคำนะคะ
คำฉัพพรรณรังสี (ฉับ-พัน-นะ-รัง-สี ) เป็นคำที่ไพเราะจริงๆค่ะ เพียงแต่ ใช้ ส.เสือ แทน ษ. ฤๅษี ดังที่ว่าไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานค่ะ...นี่ค่ะ แอบก้อปปี้มาจากหน้าแรกที่พี่วุฒิกรุณาลิงค์ไว้ให้ค่ะ อิอิ :D
ขอบคุณค่ะ http://www.royin.go.th/th/home/

:wink:



รูปภาพ [SIZE=100]กลิ้ง[/SIZE]ตามแวง ตะแคงตามรุ้ง [COLOR=#76923c]Be [/COLOR]There Feel There

รวมกระทู้ของ [COLOR=#548dd4]Lo[COLOR=#ff0000]vely Planet[/COLOR] เรียนเชิญที่ กระทู้กลิ้งฯ ณ ห้อง แฟนพันธุ์แท้ ค่ะ รูปภาพ [/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lovely Planet
 
โพสต์: 5037
ลงทะเบียนเมื่อ: 13/12/2007 9:26 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Lovely Planet » 02/11/2008 8:40 am





มาอีกแระ ขอรับ.. ขอถามหน่อยค่ะ

1. ไปช่วงเดือนอะไรดีคะ - อากาศสบายๆ ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาก
2. ไปกี่วันกำลังดีคะ - ไม่เร่งรีบ หรือ เหลือเวลามากเกินไป
3. นั่งเรือบินอะไรดีคะ - ราคาพอควร / ไม่ดีเลย์
ตกลงทั้งสองท่านใช้ตังค์ไปกี่มากน้อยคะ..เว็บของวัดที่ลิงค์อยู่ เข้าไม่ได้ค่ะ ... ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ
:wink: :wink: รออ่านต่อค่ะ อิอิ..
รูปภาพ [SIZE=100]กลิ้ง[/SIZE]ตามแวง ตะแคงตามรุ้ง [COLOR=#76923c]Be [/COLOR]There Feel There

รวมกระทู้ของ [COLOR=#548dd4]Lo[COLOR=#ff0000]vely Planet[/COLOR] เรียนเชิญที่ กระทู้กลิ้งฯ ณ ห้อง แฟนพันธุ์แท้ ค่ะ รูปภาพ [/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lovely Planet
 
โพสต์: 5037
ลงทะเบียนเมื่อ: 13/12/2007 9:26 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 05/11/2008 9:10 am

ขอบคุณมากครับคุณ Lovely Planet สำหรับการคลายกังวล เรื่องตัวสะกด เพราะบางทีจะไม่ค่อยได้มีเวลาไปเปิดดูคำที่ถูกต้องน่ะครับ และผมจะเก่งมากๆในเรื่องที่เขียนผิดๆ แต่จะไม่เก่งในเรื่องเขียนให้ถูกๆ และขอร่วมฮาด้วยครับกับการผลิตปุ๋ยที่กำแพง แหมลีลาคงจะเหลือร้าย อยากให้ไปสัมผัส เอ๊ย...ไปดูกรอบนอกนุ่มในที่อินเดีย แค่ดูก็คงพอไม่ถึงขั้นต้องสัมผัสนะครับ
ที่คุณ Lovely Planet ถามมาผมมีความเห็นดังนี้ ครับ
1. ช่วงที่อากาศดีน่าจะเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคมนะครับ เดือนนี้(พฤศจิกายน) อากาศเริ่มเย็นแล้ว ฤดูหนาวน่าจะยาวไปถึงกุมภาพันธ์ มีนาคมน่ะครับ คงดีกว่าไปหน้าร้อนนะครับ แล้วหนาวที่คยาก็ไม่น่าจะหนาวจัดมากนะ
2. จำนวนวันที่เหมาะสม ถ้าไม่ขนาดเอ้อระเหย ลอยชายแบบผม ก็น่าจะซักสิบวันเพราะสังเวชนียสถานแต่ละแห่งอยู่ห่างกันมาก และถ้าไม่เหมารถ แต่จะขึ้นรถไฟก็ต้องเผื่อเวลาด้วย เผื่อทั้งการเดินทางไปสถานี การรอรถ และที่สำคัญทราบมาว่ารถไฟเลื่อนเวลาอยู่บ่อยๆ บางคราวก็หลายชั่วโมง ฉะนั้นถ้าจะขึ้นรถไฟต้องเผื่อตรงนี้ด้วย ขอสารภาพว่าผมเองยังไม่เคยใช้บริการรถไฟมาก่อน ที่เล่าสู่กันฟังนี่ จำเค้าเอามาเล่าต่อครับ พระหลายรูปกล่าวตรงกันว่าถ้าใช้วิธีเหมารถจะสะดวกกว่าถ้าจะไปให้ครบทั้งสี่แห่งในคราวเดียวกัน ซึ่งอาจไม่ใช่แนวสะพายเป้ของหลายคนก็ได้
3. เครื่องบินที่ไป คยา มีการบินไทยและ ดรุกแอร์ การบินไทยตั๋วไป-กลับ ราคาประมาณ 25,000 บาท และไม่ได้บินตลอดปี จะเริ่มบินช่วงเดือน Oct-Mar ส่วนดรุกแอร์นั้นราคาถูกกว่าเยอะครับ คือประมาณ 14,000-15,000 บาท ไม่แน่ใจว่าบินวันไหนบ้าง และลองเช็คอีกทีนะครับว่า อินเดียน แอร์ไลน์ไปลงคยาหรือเปล่า
4. ค่าใช้จ่าย ผมใช้เงินไม่มากครับ (แม้อยากจะใช้มากๆใจจะขาด แต่มันก็ไม่มีให้ใช้ครับ เลยจำเป็นต้องใช้น้อยๆ) คือนอกจากค่าเครื่องบินแล้ว ผมนอนวัดครับ ทานที่วัด หลายมื้ออยู่ ที่วัดไม่ได้กำหนดว่าต้องทำบุญเท่าไหร่ สำหรับการพักค้างและค่าอาหาร แต่เป็นที่ทราบกันว่าเราก็ควรทำบุญให้วัดอยู่ได้ (คือไม่ขาดทุน แต่จะทำเท่าไหร่ คงต้องประมาณการกันเอง) สำหรับผม ผมแยกเป็นสองส่วนเลยว่าส่วนนี้นะเป็นการบำรุงวัดในส่วนที่ผมพักค้างและค่าอาหาร อีกส่วนนะเป็นส่วนที่ผมตั้งใจทำบุญจริงๆเราก็ทำต่างหาก บังเอิญผมได้มีโอกาสทำบุญเลี้ยงพระอีกด้วย ซึ่งให้ความรู้สึกดีมากๆ นอกจากนี้ผมก็ถวายพระอาจารย์วิทยากรด้วย และยังทำบุญกับแม่ชีที่อยู่ในครัวดูแลเราเรื่องอาหารการกินซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ศรัทธาของเรา แถมเพื่อนภรรยาก็ฝากมาทำบุญด้วยอีกต่างหาก ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆก็เป็นค่ารถตุ๊กๆ หรือรถสามล้อ ซึ่งราคาไม่แพง เช่น จากวัดถ้านั่งสามล้อถีบก็ 10 รูปี ไปถึงพระมหาเจดีย์ ถ้านั่งรถเมล์ไปตลาดคยา ก็ตกคนละสิบรูปี คือค่ารถประจำทางจะไม่แพง แต่ถ้าเราเหมารถทั้งวัน เช่นวันที่ไปราชคฤห์ ค่าเหมารถก็จะแพงหน่อย ประมาณ 2000 รูปี เหมารถไปดงคสิริประมาณครึ่งวันราคาประมาณ 800 รูปีทั้งนี้ก็ขึ้นกับสภาพของรถด้วยว่าเป็นรถท้องถิ่น หรือรถญี่ปุ่น ราคาก็ต่างกันอีกครับ ส่วนค่ากินถ้ากินที่โรงแรมเช่นโรงแรมสุชาดา ก็ไม่แพงมาก ราคาพอรับได้ครับ ไม่ทราบจะเป็นข้อมูลที่พอจะใช้ได้มั้ยครับ ลองดูนะครับ เชียร์ครับเชียร์ให้ไปไหว้พระครับ (1000 รูปี ประมาณ 795 บาท ref. bank rate วันที่ 05/11/2008 เวลา 08:03:36 น.)
5. Website ของวัดไทยนะครับ Web site: www.watthaibuddhagaya.com
E-mail: watthai_b@yahoo.com
ไฟล์แนป
IMG_4656.JPG
IMG_4656.JPG (152.04 KiB) เปิดดู 3487 ครั้ง
IMG_4655suchada.jpg
IMG_4655suchada.jpg (69.71 KiB) เปิดดู 3489 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 05/11/2008 10:11 am, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 05/11/2008 9:15 am

บรรยากาศการสวดมนต์
หลายคนอาจมีความเห็นว่า แหม...กะอีแค่การสวดมนต์แค่เนี้ยะ ก็ต้องมาเล่าด้วย สำหรับผมและคู่ชีวิตแล้ว เรายอมรับว่าเป็นการสวดมนต์ครั้งสำคัญของเราทั้งสอง เพราะ ณ. สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธองค์ เราจึงสงบสำรวมและตั้งอกตั้งใจเป็นพิเศษ (แม้ปกติเราจะเป็นลิงเป็นค่างในบางเวลา) บรรยากาศรายรอบมันเป็นบรรยากาศของความสงบงาม ลึกซึ้ง เสียงสวดมนต์ของต่างชาติต่างภาษาแว่วมาไม่ขาดระยะ แต่ทุกเสียงเป็นเสียงแห่งการบูชาพระพุทธองค์ บทสวดบางบทเราฟังไม่ออกแต่รู้สึกว่าไพเราะ จับใจ จุดที่เรานั่งสวดมนต์เป็นจุดที่ใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เราเพิ่งทราบเองว่า สังเวชนียสถานแต่ละแห่งจะมีบทสวดเฉพาะของแต่ละที่ เช่น คาถานมัสการพระศรีมหาโพธิตรัสรู้ คำบูชาพระพุทธเมตตา ฯลฯ พระอาจารย์ได้กรุณาให้หนังสือสวดมนต์แก่เราคนละเล่ม ชื่อว่า พระพุทธมนต์ ฉบับ ตามรอยบาทพระศาสดา อินเดีย-เนปาล โดยพระวิเทศโพธิคุณ (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) (พระอาจารย์ได้ให้ความกรุณาเราโดยตลอด แม้บางคราวเราไม่ค่อยหน้าจะได้รับความกรุณาเท่าไหร่) บทที่เราสวดจะเป็นบทบูชาพระรัตนตรัย สวดทำวัตรเย็น บทสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย (อิติปิโสฯ) สวดชะยะสิทธิคาถา (พาหุง) สวดบารมี 10 ทัศ ฯลฯ ขณะที่เราสวดมนต์นั้น รับรู้ได้ว่าเป็นความสุขสงบเย็นจริงๆ ยิ่งตอนสวดทำนองสรภัญญะ นั้น ภรรยามาบอกภายหลังว่าซาบซึ้ง ไพเราะจริงๆ ส่วนผมจะชอบบทพาหุงมากกว่า เราตระหนักรู้ว่าเราตัดสินใจถูกแล้วที่มา พุทธคยาถึงห้าวัน หากมากับทัวร์คงต้องเร่งรัดตามเวลาที่กำหนด แต่นี่เราได้มาสวดมนต์ทุกเย็น โดยตอนเช้าเราไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆทางพระศาสนา ไปเที่ยวตลาด ฯลฯ ตกบ่ายเย็นก็มาสวดมนต์ไหว้พระ ได้เดินทักษินาวัตร ได้กราบต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระแท่นวัชรอาสน์ และพระพุทธเมตตา ไม่ต้องเร่งรีบแบบที่ว่ามาครั้งเดียวให้ครบทั้งสี่สังเวชนียสถาน ซึ่งแต่ละแห่งอยู่ห่างกันมาก ถ้าจะไปให้ครบต้องใช้เวลาน่าจะไม่ต่ำกว่าเจ็ดวันเป็นอย่างน้อย(แบบชะโงก) เพราะเชื่อว่าแต่ละแห่งต้องใช้เวลาจำกัด มันเป็นข้อจำกัดจริงๆ แต่ถ้าแบ่งเป็นสองทริป (ถ้าโอกาสอำนวย) ก็จะไม่ต้องเร่งรีบอย่างเรา เป็นไปได้ว่าผมและภรรยาอาจเป็นประเภทเต่ากัดยางก็ได้ครับ ประมาณว่าขับรถช้ามากๆช้าจนเต่าซึ่งเดินช้ามากๆยังเดินมากัดยางได้เลย ไม่รู้ว่าชีวิตจะต้องเร่งรีบไปถึงไหน สรุปคือเราชอบ และดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างนี้ มันลึกซึ้ง มิใช่อะไรที่ลวกๆ คร่าวๆ ไม่แน่ใจว่าจะได้มีโอกาสไปอีกหรือไม่ แต่เราก็เข้าใจนะที่ไปแบบม้วนเดียวจบก็ดีไปอีกแบบ มันขึ้นกับเวลาด้วย ถ้ามีเวลามากก็ไม่ต้องเร่งร้อน เราพบคนไทยบ่อยครั้ง มีอยู่รายนึงได้คุยกัน คุณพี่บอกว่ามาที่นี่ไม่กี่ครั้งหรอกค่ะ แค่ 16 ครั้งเอง ฮัดช่า!!! เล่นเอาเราอึ้ง เหวอ เซ่อ ไปเลย โถ คุณพี่ครับผมจะมาซักครั้งยังยากและยุ่งพอควร แต่ก็โมทนากับคุณพี่นะครับผม และคุณพี่คนนี้เธอใจดีกับเราอีกต่างหาก เธอช่วยเราตอนเรามีปัญหาขาออกด้วย หากมีโอกาสจะโม้ให้ฟัง
ไฟล์แนป
IMG_4485.JPG
IMG_4485.JPG (143.78 KiB) เปิดดู 3497 ครั้ง
IMG_4480.JPG
IMG_4480.JPG (106.81 KiB) เปิดดู 3498 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 05/11/2008 9:26 am

สวดมนต์ไหว้พระเสร็จแล้ว เรามาเดินเล่นแถวๆหน้าวัด เป็นบริเวณที่พลุกพล่าน ผู้คนมากมาย วันแรกที่เราไปถึงคนเยอะมาก บรรยากาศงานวัดเลยล่ะ เสียแต่ไม่มีสาวน้อยตกน้ำ หรือเมียงูแบบบ้านเรา เราเดินฝ่าฝูงชนมา พระอาจารย์อธิบายให้ฟังว่าช่วงนี้เป็นเทศกาลบูชาเจ้าแม่กาลี (ทุรคา) ของชาวอินเดีย เราจะเห็นคล้ายโรงปลูกสร้างชั่วคราว และมีรูปปั้นเจ้าแม่กาลี ให้ผู้คนได้บูชา มีสินค้าวางขายเต็มไปหมด ทั้งของกิน ของเล่น ขอทาน ผู้พิการ บรรยากาศงานวัดยังไง ยังงั้น เราเพลิดเพลินกันพักหนึ่งก็มีขบวนแห่ผ่านมา เสียงเครื่องดนตรี อึกทึก ครึกโครม มองเห็นสองหนุ่มบนรถแต่งหน้าแต่งตาอย่างหล่อ (เอ๊ะ...หรือว่าอย่างสวย อันนี้ชักไม่แน่ใจแฮะ) ไม่ทราบว่าสมมติให้เป็นเทพองค์ใด ขออภัยพระอาจารย์ด้วยดูเหมือนพระอาจารย์จะบอกว่าเป็นพระรามหรือไงนี่แหละ พระอาจารย์อภัยศิษย์ด้วยครับ (จำไม่ค่อยแม่นครับ) เห็นมีการแผลงศรด้วย เด็กๆวิ่งตามรถกันจ้าละหวั่น เราพลอยสนุก ครึกครื้น ไปด้วย
ไฟล์แนป
IMG_4569.JPG
IMG_4569.JPG (192.46 KiB) เปิดดู 3480 ครั้ง
IMG_4580.JPG
IMG_4580.JPG (197.29 KiB) เปิดดู 3496 ครั้ง
IMG_4576.JPG
IMG_4576.JPG (178.83 KiB) เปิดดู 3498 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 05/11/2008 10:27 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 05/11/2008 9:36 am

พระอาจารย์ภูมิใจเสนอ กะรำใจ แก่เราให้ลิ้มลอง กะรำ แปลว่า ร้อน ใจ แปลว่า ชา ซึ่งก็คือชาร้อนนั่นเอง ได้บรรยากาศสุดๆ กราบขอบพระคุณพระอาจารย์จริงๆ ที่ช่วยให้เราได้สัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิด เพราะลำพังเราเองคงปอดๆเหมือนกัน ถ้ามาเดินท่อมๆกันสองคน เราคงไม่รู้จักและไม่ได้ลิ้มลอง แต่พระอาจารย์เป็นเหมือนคนพื้นที่ แถมสื่อสารภาษาถิ่นกันรู้เรื่อง เลยสบายเรา ไม่ต้องกังวล ตอนแรกผมไม่ค่อยกล้าจิบเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าแก้วจะสะอาดหรือเปล่า กำลังพยายามเอียงถ้วยเพื่อให้ชาร้อนๆ ไหลไปชนกับปากแก้ว เพื่ออาศัยความร้อนให้ล้างปากแก้วไปด้วยในตัว หันไปทางคุณภรรยา เห็นเธอซดโฮกๆ ไม่เห็นจะเกรงกลัวอะไร แถมหัวเราะฮ่า ฮ่า แบบถูกใจกับรสชาติมากๆ เธอบอกว่าเชื้อโรคน่าจะเป็นฝ่ายกลัวเธอมากกว่า อือม์ เอาเข้าไป... มันเป็นชานมที่หอมอร่อยมากๆแก้วละสองรูปีมั้ง เป็นแก้วเล็กๆ จิบพอได้ชื่นใจ เชื่อมั้ย เรามาดื่มกะรำใจ กันทุกเย็นเลย จนเชี่ยวชาญแทบจะกระโดดไปชงเองได้อยู่แล้ว ร้านนี้ขายดีมากๆผู้คนมายืนออดื่มชากันหน้าร้านอย่างสบายอารมณ์ จิบไปมองดูผู้คนผ่านมาผ่านไป ดูส่าหรีหลากสีสรร มีความสุขแบบพื้นๆ ง่ายๆดี ไม่ต้องจิบชาในโรงแรมหรูก็มีสุขได้นะ ขอบอก...
ไฟล์แนป
IMG_5175.JPG
IMG_5175.JPG (182.91 KiB) เปิดดู 3488 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 05/11/2008 9:54 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 05/11/2008 9:42 am

ข้างๆร้านกะรำใจ มีรถเข็นขายอัณฑะ ครับอ่านไม่ผิดหรอก อินเดียเรียกไข่ว่าอันดะ มาจากคำว่าอัณฑะนั่นแหล่ะ ไม่รู้อันไหนเอามาจากอันไหน แต่สรุปว่าร้านนี้ขายไข่ มีทั้งไข่ออมเล็ต ไข่โพสต์ ที่เก๋ไก๋ไปกว่านั้น คือเมื่อปรุงสุกแล้วจะวางไข่บนใบไม้ แทนการใช้จาน กินเสร็จทิ้งใบไม้ได้เลย เห็นมั้ยว่าอินเดียมีอะไรที่น่ารัก มีเสน่ห์ปานไหน ผมลังเล(ประสาคนที่ภรรยาเหน็บแนมอยู่เสมอว่าเป็นประธานชมรมคนปอดแหกแห่งประเทศไทย) กลัวว่าใบไม้จะไม่สะอาดมีเชื้อโรคอะไรทำนองนี้ หันไปอีกที เช่นเคย ภรรยางั่มๆไม่เกรงใจใคร ซู้ดปากบอก ฮัดช่า อร่อยจริงๆเลย พระอาจารย์เห็นเราเอนจอยกันใหญ่ ท่านบอกว่าไข่โพสต์ (เราคงสะกดไม่ถูก) แต่อ่านประมาณนี้แหละ ที่พี่บังทำขายนี้ใช้น้ำมันมัสตาดในการทอด แล้วโรยด้วยเครื่องเทศหลากหลาย มีเกลือดำ (black salt) พริกไทย และอะไรซักอย่างคล้ายๆมัซซาร่า ปิดท้ายด้วยหอมแดง ทั้งกลิ่นและรสเป็นเครื่องเทศแบบแขกๆ เรากินกันอย่างอร่อย มีอยู่วันผมกินตั้งสามฟอง หายกลัวเชื้อโรคแล้วครับ เชื้อโรคเป็นฝ่ายกลัวผมแทน (โฮ โฮ) เลยเป็นกิจวัตรของเรา ที่สวดมนต์เสร็จ ก็มาจิบชาร้อน และกินไข่โพสต์ ภรรยาบอกกระดากปากนะถ้าสั่งกินแล้วพูดว่า ซื้ออัณฑะฟองนึง คงจะกระเดือกไม่ลงเป็นแน่ แหม...แต่พอเรียกเป็นอื่นเห็นเคี้ยวตุ้ยๆ และตลอดทริปเราไม่มีการท้องเดินเลยครับ แหร่มมากๆ
ไฟล์แนป
IMG_4605.JPG
IMG_4605.JPG (107.96 KiB) เปิดดู 3483 ครั้ง
IMG_4599.JPG
IMG_4599.JPG (132.52 KiB) เปิดดู 3485 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Lovely Planet » 05/11/2008 7:22 pm





ฮัจจ๊า... สวัสดีค่ะ คุณ Mr. Poon

ขอบคุณมากๆๆๆๆ สำหรับคำตอบ และรายละเอียดเกี่ยวกับ คยาทริปนะจ๊า นายจ๋า ซาบซึ้ง ซาบซึ้ง ข้อมูลตรึมๆๆ :lol: :lol:

เรื่องลีลาของคนทำปุ๋ยสดบนกำแพง...ผู้เขียนเล่าว่า คนแถวนั้นบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก อินเดียคนเยอะ....การที่มีคนพิเรนทร์ไปปล่อยปุ๋ยจากกำแพงแล้วตกลงมากลายเป็นศพ
ไปต่อหน้าต่อตาประชาชีนั้นก็ไม่กระทบกระเทือนอะไรนัก..ยังมีอีกเพียบ..คนน่ะ...

ว่าแต่...นี่รึเปล่านะ ที่เป็นต้นกำเนิดของคำสำนวนที่ว่า... ..ี้แตกตาย ...อ่ะ..


เรื่องยานพาหานะ คงจะเช่ารถค่ะ มีทีม 4 คนแล้ว สัญญาเกี่ยวก้อยกันไว้แล้วค่ะ ว่าจะลุยอินเดียด้วยกันแบบกึ่งแบ็กแพ็คเพื่อจะได้เที่ยวสถานที่ต่างๆ ได้ครบตามเวลาที่มีอยู่ค่ะ

...อัณฑะ ..เอ๊ย ไข่ อินเดียนี่ทั้งขาวทั้งโตนะคะ... ถ้าเราไปจะตามรอยคุณMr.Poon
ด้วยการหม่ำไข่ๆๆ ตามประสาไข่เิลิฟเวอร์ให้สำราญไปเลยละขอรับ :lol: :lol:
http://www.youtube.com/watch?v=ZUfL4WC5Hsk

รูปภาพ [SIZE=100]กลิ้ง[/SIZE]ตามแวง ตะแคงตามรุ้ง [COLOR=#76923c]Be [/COLOR]There Feel There

รวมกระทู้ของ [COLOR=#548dd4]Lo[COLOR=#ff0000]vely Planet[/COLOR] เรียนเชิญที่ กระทู้กลิ้งฯ ณ ห้อง แฟนพันธุ์แท้ ค่ะ รูปภาพ [/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lovely Planet
 
โพสต์: 5037
ลงทะเบียนเมื่อ: 13/12/2007 9:26 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Princess » 09/11/2008 9:09 pm

เฮ....เข้าได้แล้ว รออยู่หลายวัน ติดตามอ่านเวบนี้มานานหลายปี แต่ไม่กล้าเขียนมาแจมซักครั้ง สนใจไปอินเดีย นะค่ะ ตั้งใจว่าเป็นประเทศ ที่ต้องไปให้ได้ก่อนแก่ตาย
รอตามอ่านอยู่ นะค่ะ ช่วยเล่าให้ละเอียดด้วย จะได้เก็บไว้เป็นข้อมูล ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ :lol:
My life is in my hand...Your life are in your hand...
ภาพประจำตัวสมาชิก
Princess
 
โพสต์: 2248
ลงทะเบียนเมื่อ: 03/11/2008 9:53 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Lovely Planet » 13/11/2008 9:34 pm





ท่านพี่ขอรับ...แฟนๆ เค้ามารออ่านอ่ะขอรับ เง้อๆๆ มาดามขอรับ..คราวนี้ไม่กระทุ้งพี่ทั่นแล้วฤๅขอรับ....

ปีหน้าตั้งใจแน่วแน่ อินเดียเยียร์ ง่ะ ตอนนี้ตามอ่านตามเก็บข้อมูลให้ฉ่ำอุราก่อนขอรับกะป๋ม...
:wink: :wink:
รูปภาพ [SIZE=100]กลิ้ง[/SIZE]ตามแวง ตะแคงตามรุ้ง [COLOR=#76923c]Be [/COLOR]There Feel There

รวมกระทู้ของ [COLOR=#548dd4]Lo[COLOR=#ff0000]vely Planet[/COLOR] เรียนเชิญที่ กระทู้กลิ้งฯ ณ ห้อง แฟนพันธุ์แท้ ค่ะ รูปภาพ [/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lovely Planet
 
โพสต์: 5037
ลงทะเบียนเมื่อ: 13/12/2007 9:26 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 14/11/2008 10:13 pm

หวัดดีคร้าบ คุณ Princess และ คุณ Lovely Planet ยินดีอย่างยิ่งที่ติดตามครับผม ขออภัยอย่างแรงที่หายไป ภารกิจมันรัดตัวน่ะครับ แถมพรุ่งนี้ชีพจรลงเท้า ต้องจรลีไปพาราณสี และ ฯลฯ ต้องไปสังเวชนียสถานให้ครบทั้งสี่แห่งตามที่ตั้งใจไว้ครับ กลับมาสัญญาว่าจะเล่าให้ฟังแน่นอน อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ มาดามของผมพอทราบว่าคุณ Lovely Planet เขียนมาถามถึง ได้สั่งการโดย stamp ด่วนที่สุด ให้ตอบคุณก่อนที่จะเดินทาง เกรงคุณจะรอน่ะครับ ผมเป็นประเภทคนดีเสียด้วย เลยต้องบอกคุณก่อนเดินทางนี่ล่ะครับ (ภรรยาบอกว่าอย่างนี้เค้าเรียกว่ากลัวเมีย แต่ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ แค่สั่งให้ทำอะไรผมก็ทำตามทุกอย่างน่ะครับ โฮ โฮ)
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 24/11/2008 10:33 am

กลับมาแล้วครับ มาเล่าต่อนะครับ
วัดพุทธนานาชาติ
อย่างที่บอกตั้งแต่แรกว่าเฉพาะที่คยานั้น มีอะไรน่าสนใจมากเราจึงเอ้อระเหยอยู่ได้ตั้งสี่ห้าวัน ที่นี่มี “อะไร” ที่น่าสนใจไม่น้อย อือม์...แล้วมันมีอะไรล่ะ เสียงภรรยาถามอยู่ข้างหลัง มัวลีลาอยู่ได้จะบอกก็บอกไปเหอะ แงแง (เมียดุ) สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือ วัดพุทธนานาชาติ บริเวณโดยรอบพุทธคยามีวัดพุทธนานาชาติอยู่หลายแห่ง เฉพาะวัดไทยเองเท่าที่เห็นก็มีไม่ต่ำกว่าสองวัด (เชื่อว่ามีมากกว่านี้ แต่ไม่มีเวลาไปหาข้อมูล) ที่จะกล่าวถึงคือวัดไทยพุทธคยา ส่วนวัดป่าพุทธคยา ซึ่งอยู่ในซอยข้างวัดพระศรีมหาโพธิ์นั่นเอง แต่เราไม่ได้แวะเข้าไปเสียดายอยู่เหมือนกัน
เราจึงภูมิใจเสนอวัดไทยพุทธคยาให้ได้รู้จักกัน วัดป่าพุทธคยาเราก็ภูมิใจแต่ไม่ได้เสนอ เพราะเราไม่ค่อยทราบอะไรเลย ทราบแต่ว่าโยมอุปัฏฐากวัดนี้เป็นชาวไทยรวยสุดๆ ตอนเราไปสวดมนต์ลูกหญิง ชายของโยมท่านนี้ก็นั่งสวดมนต์ข้างหน้าเรานี่แหล่ะ เราก็ชื่นชมนะรวยแล้วฝักใฝ่ในทางธรรม มีจิตเป็นกุศล ขอโมทนา...มาพูดถึงวัดไทยพุทธคยาก่อนดีกว่า ก่อนที่จะโม้นอกเรื่องออกทะเลไปมากกว่านี้ วัดไทยพุทธคยาเป็นวัดไทยแห่งแรกภายใต้การอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทย สร้างขึ้นในปีที่ฉลอง 25 พุทธศตวรรษ (พ.ศ. 2500) ตามคำเชิญของรัฐบาลอินเดีย นับอายุได้ในราว 51 ปี นับเป็นการประกาศเกียรติภูมิ ของประเทศและคณะสงฆ์ไทย ผู้เป็นกำลังสำคัญยิ่งในการฟื้นฟูพระศาสนาในแดนพุทธภูมิ แม้พุทธศาสนาจะถือกำเนิด ณ ประเทศอินเดีย แต่ปัจจุบันประชากรชาวอินเดียเป็นพันล้าน นับถือศาสนาพุทธไม่ถึงสองเปอร์เซ็นต์มั้ง (อ้างอิงจากความจำของผมเองครับ หากผิดพลาดบ้าง โปรดอภัย) แต่เชื่อว่าไม่ผิดมากหรอกครับ ดังนั้นงานในการเผยแพร่พระศาสนาในแดนพุทธภูมินั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญและท้าทายยิ่ง พระธรรมทูตไทยท่านเสียสละ บากบั่น และวิริยะมาก ขอกราบสรรเสริญบูชาพระคุณของท่านด้วย เพราะเป็นความยากลำบากมาก ทั้งในเรื่องภาษา วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ การเดินทาง ฯลฯ ซึ่งสมัยก่อนไม่ได้สะดวกอย่างนี้ พระอุโบสถของวัดไทยงามสง่ายิ่งนัก จำลองแบบมาจากอุโบสถของวัดเบญจมบพิตร ภายในประดิษฐานพระประธานซึ่งมีพุทธลักษณะตามแบบของพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก งดงามมาก เสียดายเรามีเวลาน้อยและห่วงเที่ยวจนเกินเหตุ จึงเข้าไปกราบพระประธานเพียงวันเดียว ทั้งๆที่เราพักอยู่หลายคืน และอยากนำเสนออีกอย่างคือ ภาพจิตรกรรมที่ผนังพระอุโบสถซึ่งงดงามมาก ผมและภรรยาเป็นประเภทอ่อนด้อยเรื่องงานศิลป์ ประมาณว่าภาพที่มีชื่อเสียงก้องโลก และผู้คนต่างชื่นชม แซ่ซ้อง ภาพบางภาพผมมองไม่ออกว่ามันสวยตรงไหน(วะ) เหมือนเอาสีไปละเลงให้มันเลอะๆ ซึ่งผมว่าผมก็น่าจะละเลงได้นะ แถมให้เลอะกว่าก็น่าจะทำได้ด้วย เพียงแต่ไม่มีใครเชื้อเชิญให้ทำเท่านั้นเอง แต่ภาพที่ผนังนี้นอกจากสวยงามแล้วยังแฝงปรัชญา คำสอนที่ลึกซึ้งอีกด้วย กล่าวคือ เป็นภาพของพระมหาชนก โดยภาพแสดงให้เห็น ต้นมะม่วงสองต้น ต้นหนึ่งงอกงามดี มีผลดก แต่อีกต้นไม่มีผล ต้นที่ผลดกนั้นใครๆก็มารุมเด็ด มาแย่งเก็บ จนที่สุดมะม่วงนั้นก็โค่นลงมา ทุกคนชอบผลมะม่วงแต่ร่วมกันทำลายต้นมะม่วง ไม่ใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างสร้างสรรค์ ในที่สุดก็จะไม่เหลือทรัพยากรให้ใช้ แหม...วันนี้ออกแนวนักวิชาการ เปล่าครับไม่ได้เขียนขึ้นเองครับ ผมตัดตอนคัดลอกมาจากหนังสือ 50 ปี วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดียครับ และประมวลรวมกับที่พระอาจารย์ได้กรุณาอรรถาธิบายให้ฟังครับ แต่จะอย่างไรก็ตาม ถ้ามาถึงคยาแล้ว ไม่แวะวัดไทยพุทธคยา ก็เสียชื่อคนไทยหมดนะครับ
ไฟล์แนป
New Imageaaaa.JPG
New Imageaaaa.JPG (287.89 KiB) เปิดดู 3310 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 24/11/2008 2:04 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 24/11/2008 10:40 am

นอกจากวัดไทยแล้ว ยังมีวัดจีน วัดญี่ปุ่น วัดสิกขิม วัดทิเบต วัดภูฎาน ฯลฯ น่าสนใจทั้งนั้น เราคิดว่าจะเที่ยววัดให้ทั่วๆต้องครึ่งวันเป็นอย่างน้อย แต่ละวัดก็น่าสนใจไปคนละแบบ ลักษณะเด่นต่างกันไป บางวัดเดินติดต่อถึงกันได้ หรือจะนั่งสามล้อไปก็ได้ไม่แพงหรอก และแต่ละแห่งไม่ไกลกัน วัดภูฎานเป็นวัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังสวยงามมาก พระอาจารย์ให้เราสังเกตว่ามีพระพุทธเจ้าสามพระองค์ และที่ประทับของพระมหากษัตริย์ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เรามองเห็นภาพท่านจิกมี เคเซล นัมเกล วังชุกด้วย ตอนท่านมาเมืองไทย ภรรยาผมก็แอบกรี๊ดท่านด้วยเหมือนกัน เค้าเรียกว่าคลั่งไคล้แบบไม่ดูวัยตัวเอง อิอิ (ตอนนี้ภรรยาไม่อยู่ใกล้ๆ ขอกัดซะหน่อย) พระอาจารย์บอกว่าของที่นำมาบูชาพระนั้นบางส่วนเป็นแป้ง แบบแป้งที่นำมาทำขนมนี่แหละ เป็นแผ่นกลมๆทาสีสวยงาม ลืมถามท่านไปว่าสามารถนำมาทานได้จริงหรือเปล่า เข้ามาในอาคารแล้วมีเจ้าหน้าที่ยืนดูแลอยู่ เรามองเห็นรั้วเตี้ยๆกั้นไว้ เรามองออกว่าห้ามเข้า เราคงต้องสักการะพระท่านห่างออกมาหน่อยหนึ่ง แต่พอเราเดินเข้าไปใกล้เจ้าหน้าที่เปิดรั้วออกให้เราเข้าไปได้ เรามองพระอาจารย์เป็นเชิงถาม ท่านบอกว่าเค้าเปิดให้ก็เข้าไปเถิดโยม พอเราเดินเข้าไป เจ้าหน้าที่ปิดรั้วกันคนอื่นไม่ให้เข้า ไอ้เราก็ไม่เข้าใจว่าเราเป็นอภิสิทธิชนไปได้อย่างไร หน้าตาก็ไม่ได้ดูดีมีชาติตระกูลเด่นเด้งแต่ประการใด แต่งกายหรือก็พื้นๆ อาจเป็นเพราะความงามจากภายในคงโดนใจเป็นแน่แท้ อือม์...ว่าเข้าไปนั่น แต่เราก็จำต้องจ่ายค่าความเป็นอภิสิทธิ์ชนและความงามจากภายในนี้ด้วย แม้เจ้าหน้าที่จะไม่ได้เรียกเก็บแต่อย่างใด แต่เราก็เข้าใจ และบังเอิญเค้าก็เข้าใจตรงกับเราด้วย
ไฟล์แนป
IMG_4667.JPG
IMG_4667.JPG (188.38 KiB) เปิดดู 3320 ครั้ง
IMG_4660.JPG
IMG_4660.JPG (142.92 KiB) เปิดดู 3322 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 24/11/2008 10:49 am, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 24/11/2008 10:41 am

วัดญี่ปุ่น เป็นอีกวัดหนึ่งที่ห้ามพลาด จริงๆแล้ววัดญี่ปุ่นมีมากกว่าหนึ่งวัด แต่วัดที่เราชี้ชวนนี้เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะแบบญี่ปุ่น ก็ถูกแล้วไง วัดญี่ปุ่นจะให้มีพระพุทธรูปแบบชาติอื่นก็ออกจะแปลกๆอยู่จริงมั้ย วัดนี้อยู่เส้นทางเดียวกับวัดภูฎานและวัดจีน เราเดินตลอดทางนะไม่ได้นั่งรถหรอกครับ ไม่ไกลสำหรับเรานะครับ จากทางเข้าวัดเราจะเห็นพระพุทธรูปดังกล่าวมาแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปที่จำลองมาจากพระที่เมืองคามาคูระ ประเทศญี่ปุ่น เรียกกันว่า ไดบุทสุ บางแห่งเรียกว่า ไดโจบุทสุ ไม่แน่ใจว่าต่างกันอย่างไร ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ เห็นว่าพระพักตร์ที่จำลองมานั้นไม่เหมือนเปี๊ยบ ก็จำลองนี่นาจะเหมือนเปี๊ยบได้ไง องค์จริงที่ญี่ปุ่นนั้น มีช่องเจาะไว้ให้เดินเข้าไปในองค์พระท่านได้ ไม่ทราบเป็นการสมควรหรือไม่ ไม่แน่ใจ(อีกแล้วครับท่าน ชีวิตนี้มีแต่อะไรที่ไม่แน่ใจอยู่ตลอด) แต่เค้าเจาะให้เดินเข้าไปในองค์ท่านได้ เราก็เดินไปกะเค้าด้วย ที่นี่ไม่ทันได้สังเกตว่าเดินเข้าไปในองค์พระได้หรือไม่ และด้านหลังขององค์พระเจาะเป็นช่องหน้าต่าง สำหรับระบายอากาศเช่นเดียวกับที่ญี่ปุ่น เราชอบที่วัดนี้กันมาก เพราะด้านข้างขององค์พระสองด้าน มีรูปปั้นของพระมหาสาวกเรียงรายอยู่ ฝั่งละห้าองค์ รวมเป็นสิบองค์ ส่วนใหญ่จะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ได้แก่ พระAnanda นั่นไงเสร็จเราแล้วใช่มั้ย ทราบมั้ยเอ่ยว่าเป็นพระรูปใด คำตอบคือพระอานนท์ครับผม พระอาจารย์คอยกำกับตลอดว่า ภาษาอังกฤษแบบนี้ (คงจะเป็นอังกฤษแบบญี่ปุ่น) ว่าหมายถึงรูปใด แต่ละองค์เป็นอัครสาวกที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยพุทธกาล เฉพาะพระอานนท์ท่านเดียวเราฟังเรื่องราวของท่านจากพระอาจารย์ก็ซาบซึ้งประทับใจเป็นนักหนา เล่นเอาภรรยาถึงกับเอ่ยว่ากลับมาจะมาหาอ่านเรื่องของท่านประดับสติปัญญาดูบ้าง (ผมคาดว่าคงมีสติปัญญาน้อยนิดเต็มทีถึงต้องประดับเพิ่มเติม) นอกจากนี้ก็มี พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร พระมหากัสสปะ ฯลฯ แต่เราจำได้ไม่หมดนะว่ามีองค์ใดบ้าง ถ้าได้พระวิทยากรที่เล่าเรื่องเก่งๆละก้อ ฟังเพลินไม่รู้เบื่อเลยครับ
ไฟล์แนป
IMG_4687.JPG
IMG_4687.JPG (147.66 KiB) เปิดดู 3313 ครั้ง
IMG_4685.JPG
IMG_4685.JPG (150.83 KiB) เปิดดู 3316 ครั้ง
New Imageaaaa.JPG
New Imageaaaa.JPG (239.98 KiB) เปิดดู 3317 ครั้ง
aaaa.JPG
aaaa.JPG (148.46 KiB) เปิดดู 3322 ครั้ง
IMG_4676.JPG
IMG_4676.JPG (135.37 KiB) เปิดดู 3322 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 24/11/2008 10:59 am, แก้ไขแล้ว 5 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง อินเดีย

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน

cron