พาราณสี...อมตะนคร

Taj Mahal-Agra Fort-Konark Sun Temple-Kaziranga National Park-Manas Wildlife Sanctuary-Churches of Goa-Valley of Flowers-Punjab-Agra-Lucknow-etc...

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/04/2009 8:40 am

ธัมเมกขสถูป เป็นสถูปทรงบาตรคว่ำ มองเห็นมาแต่ไกล เดิมทีผมจินตนาการไปเองว่าน่าจะไม่ใหญ่โตอะไรนัก แต่พอมาเห็นแล้วต้องบอกว่าใหญ่กว่าที่นึกไว้ สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญคือเป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา (แสดงธรรมกัณฑ์แรกที่มีชื่อว่าธัมมจักกัปปวัตนสูตร) โปรดปัญจวัคคีย์ทั้งห้า จนท่านอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม และพระพุทธองค์ทรงอุปสมบทให้(เป็นเอหิภิกขุอุปปสัมปทา) จึงกล่าวได้ว่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก่อเกิดพระรัตนตรัยครบองค์สามประการ คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 (อาสาฬหปุรณมี) ผมอิ่มเอิบใจยิ่งที่ได้มาสักการบูชา บรรยากาศโดยรอบสงบเย็นดีจริง เราเพ่งมองไปที่สถูปทำใจให้สงบเบิกบาน บอกกับตนเองว่าขณะนี้ได้มาถึงยังสถานที่ที่พระบรมศาสดา ได้แสดงปฐมเทศนาแล้ว พระอาจารย์ที่เรานิมนต์ท่านมาเป็นพระวิทยากรจากวัดไทยสารนาถ ท่านได้กรุณาเลือกทำเลที่เหมาะสม คือที่สนามหญ้าภายใต้ร่มเงาที่ทอดยาวมาจากองค์พระสถูป ท่านนำเราสวดมนต์ในบทสวดที่บูชาสถานที่แสดงปฐมเทศนา ลมพัดเย็นรวยรื่น เสียงนกร้องขับขานแว่วมา แม้เป็นสถานที่กลางแจ้ง วันนี้อากาศดี ไม่ร้อนเกินไป และไม่มีฝน ฟ้าใสกระจ่างตา ฝูงนกบินเล่นลมอยู่บนฟ้า ส่งเสียงขับขานแว่วมา ชาวพุทธจากหลายเชื้อชาติต่างพากันมากราบบูชา ไม่ขาดสาย บางพวกก็เดินประทักษิณเวียนรอบพระสถูป บางหมู่ก็นั่งสมาธิภาวนา บ้างก็สวดมนต์ตามสำเนียงภาษาของหมู่ตน แม้ผู้คนจะมาก แต่ดูสงบเย็น ไม่วุ่นวายสับสน เราสองสวดมนต์อย่างตั้งอกตั้งใจ จากนั้นก็เดินประทักษิณรอบองค์พระสถูปเช่นเดียวกัน อิ่มอกอิ่มใจก่อนจะเดินทางไปสักการะที่แห่งอื่นๆต่อไปภายในอุทยาน และเมื่อกลับมาถึงวัดพี่ที่วัดไทยบอกว่า ณ บริเวณธัมเมกขสถูปนี้เป็นที่ๆมีพลังมาก มากราบบูชาจะได้อานิสงส์มาก ก็ถือว่าเล่าสู่กันฟังครับผม อ้อ...ลืมบอกไปเราได้ปิดทองที่พระสถูปด้วยครับ
ไฟล์แนป
mod3.jpg
mod3.jpg (97.52 KiB) เปิดดู 2526 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/04/2009 8:46 am

สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรดพระยสะกุลบุตร คุณเพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย (ชื่อเก๋ไก๋จริงๆ และผมชอบเธอมากครับ เสียแต่เธอเป็นฝ่ายให้ผมชอบเธออยู่ฝ่ายเดียว โฮ โฮ...) คุณเพลงดาบเรียกสถานที่นี้ว่า ยสเจดีสถาน ว่ากันว่าเป็นสถานที่ที่ยสกุลบุตร (ยส อ่านว่ายะสะ) ได้พบพระพุทธองค์ที่นี่ และได้ฟังธรรมจากพระโอษฐ์ จำได้เลาๆว่าตอนเรียนสมัยเด็กๆคุณครูบอกว่าลูกเศรษฐีเกิดความเบื่อหน่าย จึงเดินทางออกจากบ้านพร้อมบ่นว่า ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ และพระพุทธองค์ได้ตรัสตอบว่า “ ที่นี่ ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง ” และได้แสดงธรรมเทศนาชื่อ “ อนุปุพพิกถา ” หมายถึง ธรรมที่แสดงจากเรื่องง่ายไปหายาก ในที่สุดยสกุลบุตรก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ผมนึกในใจว่าบางทีความวุ่นวายนี่มันติดตัวไปได้ตลอดแฮะ ภรรยาผมแม้ตัวอยู่ไกลถึงอินเดียแต่ความห่วงกังวลเรื่องงานก็ตามมารบกวนเธอได้อยู่เนืองๆ (นี่ขนาดห่วงงานนะนี่ แต่อย่าได้ปริปากชวนเที่ยวเชียว ดี๊ด๊าทุกที) มาถึงนี่แล้วก็ต้องทิ้งความวุ่นวายความขัดข้องออกไปให้หมดสิ้น แม้ชั่วขณะหนึ่งก็ตาม เรื่องราวของพระยสกุลบุตรนี่น่าสนใจนะครับ หากมีโอกาสได้อ่านได้ฟังก็สนุกดีนะครับ
ไฟล์แนป
mod10.jpg
mod10.jpg (95.65 KiB) เปิดดู 2499 ครั้ง
IMG_6256.JPG
IMG_6256.JPG (145.86 KiB) เปิดดู 2525 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 20/04/2009 4:18 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/04/2009 8:51 am

ธรรมราชิกสถูป เป็นสถานที่ที่ต้องบอกว่าถ้าไม่มีป้ายบอกไว้ เราก็ไม่ทราบหรอก เพราะเราก็มีความฉลาดเฉลียวอยู่ประมาณนึง (ฉลาดพอสังเขป อิอิ) ความสำคัญคือเป็นที่ที่ทรงแสดงธรรมชื่อว่า อนัตตลักขณสูตรแก่ปัญจวัคคีย์ จนทำให้ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ทราบว่ามีการต่อเติมบูรณะหลายครั้ง และที่น่าสลดใจคือ มีบางยุคที่กษัตริย์ได้สั่งรื้อพระสถูปเพื่อนำอิฐหินไปถมที่สร้างสะพานและท่าน้ำของเมืองพาราณสีด้วย ก็ฟังไว้และท่องไว้ว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเป็นธรรมดา จะได้ไม่รุ่มร้อน ศาสนาก็เช่นกันเคยรุ่งเรืองเป็นที่นับถือกันแพร่หลาย แต่ก็เสื่อมความนิยมได้เช่นกันเมื่อถึงเวลาหนึ่ง แม้ตัวพระศาสนาจะดีงามสูงส่งปานใดก็ตาม
ไฟล์แนป
IMG_6353.JPG
IMG_6353.JPG (122.98 KiB) เปิดดู 2523 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/04/2009 8:53 am

มูลคันธกุฎี ว่ากันแบบภาษาชาวบ้านก็คือ เป็นกุฏิหลังแรกที่พระพุทธองค์ทรงจำพรรษาภายหลังจากตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เคยดูภาพก่อนมาที่สารนาถ ซึ่งคงจะถ่ายไว้นานแล้ว ในภาพมองเห็นชาวพุทธนั่งกราบไหว้บูชาบนพื้นหญ้า แต่ตอนเราไปนี่ทางการอินเดียได้จัดกระทำให้มีการเทปูน ทำบันไดเตี้ยๆให้ขึ้นไปไหว้บูชา ดูสะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบดี ที่แห่งนี้เราพบชาวไทยอีสานแต่งขาวแบบชีพราหมณ์ด้วย ภรรยาผมเห็นเป็นคนไทยด้วยกัน ก็เลยชวนกันคุย จนดูสนิทสนมกลมเกลียวราวกับมาด้วยกัน มาทราบทีหลังว่าเป็นคุณแม่ของนักร้องดังท่านหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมาก ดีครับมาไหว้พระกัน มีอัธยาศัยไมตรีต่อกัน ที่นี่ผมแอบขำภรรยาไม่ได้ นึกทีไรขำทีนั้น เธอตั้งอกตั้งใจเอามากๆ สวดเสียงดังฟังชัด ไม่สนใจใยดีกับอะไรทั้งนั้น ก้มหน้าก้มตาดูหนังสือและออกเสียงสวดมนต์ ไม่สนแม้แต่ผมที่นั่งข้างๆ เธอยังไม่ชำเลืองแลเลยครับ นานๆจะเห็นทำอะไรแบบตั้งมั่นอย่างนี้ซักที ขอโมทนา ซ้าธุ ตอนหลังเธอมาดุผมว่าขำอะไรอยู่ได้ คนจะสวดมนต์ ไม่รู้จักมีมารยาทเอาซะบ้างเลย โฮ โฮ เมียดุ...
ไฟล์แนป
IMG_6241.JPG
IMG_6241.JPG (150.84 KiB) เปิดดู 2520 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/04/2009 8:55 am

เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช ลืมบอกไปตั้งแต่แรกว่าสถานที่แต่ละแห่งที่เล่าผ่านมานั้น เป็นผลงานการสร้างของพระเจ้าอโศกมหาราชทั้งนั้น ท่านมีศรัทธาปสาทะในพระศาสนามากๆ การที่ท่านได้ทรงสร้างเสาหินและพุทธสถานแห่งต่างๆไว้ นับเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงของชาวพุทธ เป็นเสมือน landmark และเป็นเสมือนการ confirm ว่าสิ่งที่เราเคารพนับถือนั้นมีที่มา ที่ไปอย่างชัดเจน พิสูจน์ได้ เสาหินพระเจ้าอโศกนี้เดิมทีคงจะสูงไม่เบา แต่ส่วนยอดได้หักโค่นลงมาตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป ยอดเสาเป็นหินแกะสลักรูปสิงห์สี่ตัวหันหลังชนกัน มีพระธรรมจักรอยู่ด้านบน ใต้สิงห์มีรูปธรรมจักรและสัตว์สี่ชนิด (ช้าง โค ม้า และราชสีห์ ซึ่งให้ความหมายแตกต่างกันไป) ปัจจุบันทางการอินเดียได้นำมาทำเป็นตราแผ่นดิน และหัวเสาของแท้ที่หักโค่นมานั้นเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของเมืองสารนาถนั่นเอง (พิพิธภัณฑ์ที่ว่าเป็นสถานที่อีกแห่งที่ไม่น่าจะพลาดเช่นกันครับ) ตัวเสาหินได้สลักเป็นอักษรพราหมี ให้ความหมายว่า “ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก ขอให้ภิกษุสงฆ์ในอารามแห่งนี้จงสามัคคีกัน อย่าแตกแยกกัน ” ข้อความนี้ผมลอกมาจาก นิตยสารคนชอบเที่ยว ปีที่ 2 ฉบับที่16 ฉบับเดือนธันวาคม 2548 หน้า 112 ครับผม
ไฟล์แนป
IMG_6312.JPG
IMG_6312.JPG (141.4 KiB) เปิดดู 2517 ครั้ง
IMG_6309.JPG
IMG_6309.JPG (138.33 KiB) เปิดดู 2520 ครั้ง
IMG_6307.JPG
IMG_6307.JPG (138.07 KiB) เปิดดู 2519 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/04/2009 9:02 am

สถานที่อื่นๆที่ไม่น่าพลาด
วัดไทยสารนาถ วัดไทยสารนาถอยู่ห่างจากบริเวณธัมเมกขสถูป (หรือบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ดังกล่าว) แค่เดินราว 10 นาทีก็ถึง หากไม่ได้พักที่วัดนี้ ก็อยากเชิญชวนให้มาเที่ยวชมและไหว้พระกัน ท่านเจ้าอาวาสเป็นชาวอินเดียที่พูดไทยชัดมาก ท่านพูดได้ 7 ภาษา อายุ 80 กว่าแล้ว แม่ชีถามว่าเราเตรียมโจ๊กซองมาบ้างหรือเปล่า เพราะท่านฉันได้แต่ของนิ่มๆ เราเสียดายจริงๆที่ไม่ได้เตรียมไป หากท่านใดไปวัดไทยสารนาถจะตระเตรียมโจ๊กซองไปถวายท่านด้วยก็จะขอโมทนาบุญด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ บริเวณด้านหน้าของวัดไทยมีโรงเรียนและสนามเด็กเล่น ของลูกชาวบ้านแถวนั้น สร้างและบริจาคโดยชาวไทย ดูแล้วก็อิ่มเอิบใจไปด้วย ความศรัทธาและแรงบุญนี่สร้างกันได้แม้จะห่างไกลแค่ไหนก็ตาม ขอโมทนาบุญด้วยครับ ขณะนี้วัดกำลังก่อสร้างพระพุทธรูปปางประธานพร ซึ่งในส่วนของพระเศียรคงใกล้เสร็จแล้วเห็นชัดเป็นรูปเป็นร่างแล้ว พระพักตร์ท่านงามมาก เป็นพระพุทธรูปที่เราได้เคยเห็นรูปมาก่อนแล้ว เห็นแล้วก็เกิดศรัทธาจึงร่วมบุญด้วยอย่างอิ่มใจยิ่ง ความจริงยังมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ ครั้นจะเล่าละเอียดก็อาจจะน่ายาวเกินไป เลยขอพักไว้แค่นี้
ไฟล์แนป
IMG_5836.JPG
IMG_5836.JPG (171.92 KiB) เปิดดู 2516 ครั้ง
IMG_5833.JPG
IMG_5833.JPG (156.44 KiB) เปิดดู 2516 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/04/2009 9:07 am

พิพิธภัณฑ์แห่งสารนาถ จริงๆแล้วผมก็ห่างไกลกับวิชาประวัติศาสตร์มากๆไม่ค่อยรู้เรื่องราวกับใครเขาหรอก แต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้น่าสนใจตรงที่มีหัวเสาของพระเจ้าอโศกมหาราชแสดงไว้ให้ชมด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับการกล่าวขานกันทั่วไป เราจะเห็นร้านขายของที่ระลึกขายเสาหิน(ทำด้วยไม้แกะสลัก)วางขายอยู่ทั่วไป ทำด้วยหินก็มี แต่เราซื้อชนิดที่ทำด้วยไม้ น่ารักน่าสนใจดี ไม่แพงอีกด้วยครับ นอกจากเสาหินแล้ว ในพิพิธภัณฑ์ยังมีพระพุทธรูปแกะสลัก ปางปฐมเทศนาเป็นศิลปะยุคคุปตะที่สง่างามโดดเด่นที่สุด ในวงการพุทธศิลป์ถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุด เข้าไปในโถงของอาคารสุดทางเดินก็จะเห็นท่าน เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง พระพักตร์แย้ม พระหัตถ์อยู่ในท่าแสดงธรรม มือซ้ายทำเป็นวงจีบเข้าหาตัวเป็นวงกลม ซึ่งเป็นเครื่องหมายของธรรมจักร ได้ยินว่ายุคคุปตะเป็นยุคที่รุ่งเรืองในศิลปะของอินเดีย นอกจากนี้เรายังเห็นพระพุทธรูปมากมายที่ตั้งแสดงไว้ภายในดูงดงามมาก ค่าเข้าชมก็ไม่แพงครับคนละไม่น่าจะเกิน 10 รูปี จำไม่ได้แน่ คุณอาจจะถามว่า ทำไมจำไม่ได้แน่แล้วยังจะบอกอีก เหตุผลคือบอกเพื่อให้ประมาณการได้น่ะครับว่า ไอ้ที่ว่าไม่แพงน่ะ ราคามันประมาณไหน และพิพิธภัณฑ์อยู่ใกล้กับอุทยานประวัติศาสตร์ (ธัมเมกขสถูป) นิดเดียวแค่เดินข้ามมาอีกฝั่งก็ถึงแล้วครับ เช็คให้ดีก่อนไปนะครับเพราะทราบมาว่าพิพิธภัณฑ์ปิดวันศุกร์ และไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพภายในครับ
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/04/2009 9:14 am

เจาคันธีสถูป เป็นสถูป 8 เหลี่ยม ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ เป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงพบปัญจวัคคีย์ที่นี่ (พระพุทธองค์เสด็จจากพุทธคยา ภายหลังตรัสรู้แล้วมาที่สารนาถ และพบปัญจวัคคีย์ที่นี่) มาที่นี่ก็คงต้องใช้รถอาจเหมาสามล้อถีบก็ได้ ซึ่งมีเยอะแยะหาได้ทั่วไป
ไฟล์แนป
IMG_5849.JPG
IMG_5849.JPG (121.03 KiB) เปิดดู 2512 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 20/04/2009 9:17 am

มูลคันธกุฎีวิหารหลังใหม่ วิหารนี้อยู่นอกอุทยานประวัติศาสตร์ตอนแรก ผมสับสนว่าเป็นที่เดียวกับมูลคันธกุฎีในอุทยาน แต่ที่จริงแล้วเป็นคนละแห่งกัน วิหารหลังใหม่นี้สร้างโดยท่านอนาคาริกธรรมปาละ ภิกษุชาวศรีลังกา ท่านมีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพบูชามาก เพราะท่านเป็นผู้มีส่วนสำคัญยิ่งการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้ฟื้นคืนมาอีกครั้งในอินเดีย จุดเด่นของวิหารนี้คือมีพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งขุดได้ที่เมืองตักศิลา และมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา (ปางเดียวกับในพิพิธภัณฑ์ที่กล่าวแล้ว) เราได้รับมงคลอย่างสูงยิ่งคือ พระอาจารย์ที่เรานิมนต์ท่านจากวัดไทย ท่านได้เจรจากับพระภิกษุศรีลังกา ขอให้เราได้เข้าไปภายใน โดยพระภิกษุศรีลังกาได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุในผอบเทินไว้บนศีรษะของเรา นับเป็นมงคลแก่เราอย่างสูงที่สุด เรารู้สึกตื่นเต้นประทับใจมาก กราบขอบพระคุณพระอาจารย์ทองเชิดและพระภิกษุชาวศรีลังกาด้วยครับ สาธุ
ก่อนจากสารนาถไปกุสินารา (สถานที่ปรินิพพาน) ก็อยากส่งท้ายว่าสารนาถเป็นสถานที่สำคัญในทางพระพุทธศาสนาถ้าท่านใดแวะมาเที่ยวพาราณสี อย่าลืมไปไหว้พระที่สารนาถด้วยนะครับ ตอนหน้าจะพาไปกุสินาราครับ สวัสดีครับ
ไฟล์แนป
IMG_6331.JPG
IMG_6331.JPG (146.14 KiB) เปิดดู 2509 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย gaseng » 04/05/2009 4:43 pm


ขอบคุณ คุณ Mr. poon สำหรับข้อมูลและเรื่องเล่าสนุกๆ สมกับชื่อกระทู้เลยครับ เชื่อแล้วหละว่าเมืองโบราณมีชีวิตจริงๆ :P

ตอนนี้ผมท่องคำว่า No ในภาษาฮินดีได้ขึ้นใจแล้ว (แต่ stress ผิดถูกก็ช่างมัน) พาราณสี กับสี่สถาน มีโอกาสคงได้เจอกันแน่นอน :lol:

gaseng
 
โพสต์: 735
ลงทะเบียนเมื่อ: 20/12/2007 11:30 am

Re: พาราณสี...อมตะนคร

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 12/05/2009 8:09 am

[FONT=Angsana New]สวัสดีครับ คุณ Gaseng ขอบคุณสำหรับการติดตามครับผม มาต่อที่.....[/FONT]
[FONT=Angsana New]มุ่งสู่กุสินารา แดนปรินิพพาน[/FONT]
[FONT=Angsana New] เราออกเดินทางแต่เช้าคือ [/FONT][FONT=Times New Roman]6.oo [/FONT][FONT=Angsana New]น. พี่หนานผู้อารีย์จัดอาหารมื้อเช้าอย่างแจ๋วแหววไปเลย คือเป็นข้าวต้ม มีกับข้าวหลายอย่าง ทั้งปลาสลิดทอดกรอบ ไข่เค็ม ผักกาดดองยำ เติมได้อีกต่างหาก เหมือนอยู่เมืองไทยเลยล่ะ ตบท้ายด้วยกล้วยน้ำว้า แถมแพ้คมื้อกลางวันให้เราเรียบร้อย สำหรับกินระหว่างทาง เห็นมั้ยล่ะ พักวัดไทยเนี่ย ดีสุดๆแล้วนะผมว่า... เราออกหกโมงถึงกุสินาราในราวบ่ายโมงกว่า เดินทางประมาณเจ็ดชั่วโมง ผู้แสวงบุญที่ไม่ได้เหมารถอย่างเรา ก็ต้องไปต่อรถหลายทอดเหมือนกัน (ต้องต่อรถที่โกรักขปูร์) และคงใช้เวลานานกว่านี้แน่ๆ แต่อาจสนุกไปอีกแบบก็ได้นะ[/FONT]
ไฟล์แนป
IMG_5929_exposure.JPG
IMG_5929_exposure.JPG (84.31 KiB) เปิดดู 2463 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย Mr. poon เมื่อ 12/05/2009 10:52 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

Re: พาราณสี...อมตะนคร

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 12/05/2009 9:15 am

[FONT=Angsana New]ระหว่างทางก็เพลิดเพลินเจริญใจดี ได้เห็นท้องทุ่งท้องนาอย่างเคย สบายตาสบายใจ เด็กหนุ่มที่พี่ซานโตส(คนขับ) ขอนำมาเป็นเพื่อนร่วมทาง ก็ช่วยดูทางด้วยและเป็นเพื่อนคุยด้วย เห็นคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ตอนหน้ารถล่อกันเป็นภาษาฮินดี ส่วนตอนหลังคือผมกับภรรยาก็คุยภาษาไทยกันสนุกดีไม่มีเม้ม เพราะพูดอะไรไปต่างฝ่ายก็ไม่รู้เรื่องกันอยู่ดี สบายใจไปอีกแบบ[/FONT][FONT=Angsana New] ก่อนเดินทางพี่หนานจากวัดไทยสารนาถ ก็ได้กรุณาโทร.ประสานทางวัดไทยกุสินาราเรื่องที่พักและอาหารการกินให้เราเรียบร้อยแล้ว สบายไปแปดอย่าง ถึงเมือง กุสินารา พระอาจารย์ท่านทราบอยู่แล้ว และท่านได้ดูแลเราเป็นอย่างดียิ่ง กราบขอบคุณอีกครั้งครับ(ทั้งพี่หนานและพระอาจารย์) ที่นี่อาคารสถานที่ ห้องพัก ทางเดิน ฯลฯ ล้วนสะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบมาก ขอชื่นชมด้วยใจจริง พอรถถึงที่หมายเด็กหนุ่มพื้นเมืองชาวอินเดียกุลีกุจอมารับกระเป๋า นำพาส่งห้องพัก เอากระดาษทิชชู่ กุญแจ ฯลฯ มาให้ แถมกล่าวสวัสดีครับชัดเจน อย่างกับเป็นคนไทย ผมละประทับใจในการบริหารจัดการจริงๆ ที่นี่มีน้ำอุ่น มีอาหารการกิน อุดมสมบูรณ์ แต่ไม่มีทีวี ซึ่งไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ชอบด้วยซ้ำ เพราะเรารู้จุดหมายดีว่าเดินทางมาถึงนี่เพื่ออะไร ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา นึกถึงตอนอยู่เมืองไทยเวลาไปพักต่างจังหวัด พนักงานโรงแรมเอากระเป๋ามาส่งที่ห้องพัก พร้อมกุลีกุจอเปิดแอร์ เปิดทีวีให้อย่างเอาใจ (ซึ่งไม่ตรงกับใจเรา) บางทีไม่อยากได้แอร์ อยากได้ลมจากท้องทุ่ง ไม่อยากดูทีวี อยากอยู่สงบๆสบายๆ สิ่งที่น้องพยายามเอาใจน่ะ พี่ไม่ได้อยากได้เล้ย พี่คงผิดปกติน่ะน้องเอ๋ย อ้ะ...เอาไป [/FONT][FONT=Times New Roman]20[/FONT][FONT=Angsana New] บาทนะ ขอบคุณสำหรับความปรารถนาดี พี่เข้าใจทุกอย่าง คนเพี้ยนอย่างพี่มีไม่มากหรอกน้องเอ๋ย...[/FONT]
ไฟล์แนป
IMG_5913.JPG
IMG_5913.JPG (175.97 KiB) เปิดดู 2459 ครั้ง
IMG_5914.JPG
IMG_5914.JPG (162.28 KiB) เปิดดู 2460 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

Re: พาราณสี...อมตะนคร

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 12/05/2009 9:37 am

[FONT=Angsana New]วัดไทยที่นี่ชื่อเต็มๆว่า [/FONT][FONT=Times New Roman]“ [/FONT][FONT=Angsana New]วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ [/FONT][FONT=Times New Roman] [/FONT][FONT=Angsana New]ขอแสดงความชื่นชมยินดีอย่างจริงใจที่สุด กับคณะสงฆ์ไทยและญาติโยมที่ช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนา ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์และดีงามกับสังคม และชุมชนแถวนั้น กิจกรรมของวัดมีหลายอย่างมากทั้ง โรงเรียนต้นกล้าพระศาสนา ซึ่งเปิดสอนให้แก่เด็กๆลูกหลานชาวบ้าน มีกุสินาราคลินิก เปิดให้บริการแก่ชุมชนและชาวบ้านโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ แล้วผู้คนแถวนั้นจะไม่รักเคารพพระสงฆ์ไทย และญาติโยมทั้งหลายที่ช่วยเหลือได้อย่างไร ทราบมาว่ามีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และอาสาสมัครมาช่วยกิจการของคลินิกโดยตลอด ขอร่วมชื่นชม และโมทนา พร้อมทำบุญกับทางวัดด้วยครับผม[/FONT][FONT=Angsana New] นอกจากมีกิจกรรมดังว่าแล้ว วัดไทยฯน่าจะเป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวัดพุทธนานาชาติที่อยู่รายรอบนี้ เห็นมั้ยล่ะ... ว่าคนไทยนี่ถ้าจะทำอะไรให้ดีแล้ว เราทำได้ ขอบอก... ขอโม้ต่อเรื่องวัดไทยกุสินาราฯอีกหน่อย คือ มีพระอุโบสถที่งดงามมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามของพระประธานภายในพระอุโบสถแห่งนี้ว่า [/FONT][FONT=Times New Roman]“[/FONT][FONT=Angsana New]พระพุทธสยัมภูญาณ[/FONT][FONT=Times New Roman]”[/FONT][FONT=Angsana New] ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะสร้างหรือหล่อที่อินเดียนี่แหละครับ แต่ไม่ขอยืนยันครับ นอกจากนี้ยังมีพระมหาเจดีย์ที่งดงามโดดเด่นมาก ทราบมาว่าออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติ ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุด้วย ถ้ามากุสินาราแล้ว อย่าลืมมาวัดไทยให้ได้นะครับ ได้ทั้งอิ่มบุญและความภาคภูมิกลับไป [/FONT]
ไฟล์แนป
IMG_5899.JPG
IMG_5899.JPG (118.92 KiB) เปิดดู 2456 ครั้ง
IMG_5900.JPG
IMG_5900.JPG (140.81 KiB) เปิดดู 2454 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

Re: พาราณสี...อมตะนคร

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 12/05/2009 9:42 am

[FONT=Angsana New]ดวงตาเห็นธรรม[/FONT]
[FONT=Angsana New] บรรทัดนี้ขอมอบเป็นความเทิดทูนบูชาแด่ พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์และเป็นประธานคณะสงฆ์ไทย หากเอ่ยนามหรือตำแหน่งของท่านไม่ถูกต้องต้องขออภัย แต่สิ่งที่อยู่ในใจคือความศรัทธาในตัวท่าน ได้เห็นและสัมผัสผลงานของท่าน จึงไม่อาจละเลยที่จะกล่าวถึงได้ พระที่อยู่ในวัดแอบกระซิบให้ฟังถึงการมุ่งมั่นในการทำงานของท่าน เล่นเอาเราอึ้งไปเลย ที่กุสินาราเราไม่ได้พบท่าน มาพบอย่างโชคดีที่สุดที่ลุมพินี ได้สนทนากับท่านแล้วยิ่งปลื้มขึ้นไปอีก ท่านเป็นผู้ที่ทุ่มเทกับงานในพระศาสนาจริงๆ พระที่กุสินาราเล่าแบบแทรกอารมณ์ขันว่า เข้าใจแล้วละว่าดวงตาเห็นธรรม หมายถึงอะไร ความหมายก็คือ ถ้าดวงตาเห็นอะไรแล้วต้องรีบทำทันที คือถ้าเห็นเป็นต้องทำ จะมาอืดฉืด เฉื่อยชา ไม่ได้ ทำนองนี้เอง สรุปว่าต้องขยันและรีบทำงานทำนองนี้แหละ อือม์ ...เพิ่งเข้าใจ นั่นซีนะสิ่งที่เราพบทั้งที่วัดไทยกุสินาราฯและที่วัดไทยลุมพินี ถึงได้มีการบริหารจัดการที่ดีอย่างนี้นี่เอง เพราะทุกท่านทุกคน ล้วนแต่ดวงตาเห็นทำกันทั้งนั้น เอาไว้จะเล่าตอนพบท่านที่ลุมพินีอีกครั้งครับ[/FONT]
ไฟล์แนป
IMG_6120md.jpg
IMG_6120md.jpg (75.39 KiB) เปิดดู 2447 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

Re: พาราณสี...อมตะนคร

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Mr. poon » 12/05/2009 9:56 am

[FONT=Angsana New]มหาปรินิพพานสถูป และ วิหารปรินิพพาน[/FONT][FONT=Times New Roman] [/FONT]
[FONT=Times New Roman] [/FONT][FONT=Angsana New]แล้วเราก็เดินทางจากวัดมาสู่สาลวโนทยานสมความตั้งใจ พบเห็นชาวพุทธหลากหลายเชื้อชาติ เป็นลักษณะคล้ายอุทยาน เด็กๆพื้นเมืองนำของมาขายอย่างเคย มักจะเสนอขายเมล็ดต้นสาละ โปสการ์ด และพระพุทธรูปปางปรินิพพาน เด็กๆดูจะคุ้นเคยกับคนไทย พระอาจารย์อรรถาธิบาย สถานที่ในบริเวณนี้ดังนี้ พระมหาปรินิพพานสถูป ซึ่งเป็นสถูปทรงกลมรูปบาตรคว่ำอยู่ด้านหลังติดต่อกันกับ วิหารปรินิพพาน เราได้กราบสักการะแด่องค์พระปฏิมา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ผู้คนมากมายทำให้โถงของพระวิหารดูคับแคบไปถนัดตา แต่ก็สามารถเดินเวียนขวาได้รอบองค์พระ เราได้กราบแทบพระบาทพระศาสดาแล้ว อิ่มเอิบใจยิ่งนักในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง ชาวพุทธบางหมู่ก็ได้ถวายผ้าห่มแด่องค์พระ เราร่วมโมทนาสาธุด้วย พระอาจารย์จากวัดไทยกุสินาราฯได้นำเราสวดมนต์และเดินเวียนขวารอบองค์พระ ว่ากันว่าการยืนในแต่ละด้านแต่ละมุมขององค์พระ แล้วมองไปที่องค์ท่านจะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน วันนี้ผู้คนออกจะมากสักหน่อย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีที่แสดงว่าชาวพุทธได้ให้ความสำคัญกับสังเวชนียสถานแห่งนี้ พระอาจารย์ได้ชี้ให้ดูจุดที่แสดงให้เห็นถึงสังฆาราม เป็นร่องรอยของความใหญ่โตในอดีตกาล และได้ชี้ให้ดูจุดที่เชื่อกันว่าพระอานนท์ได้ไปยืนร้องไห้เสียใจที่พระพุทธองค์จะเสด็จปรินิพพาน นอกจากนี้แล้วพระอาจารย์ยังได้เล่าให้ฟังถึงเกร็ดต่างๆที่เพลิดเพลินเป็นอันมาก[/FONT]
ไฟล์แนป
IMG_5942_exposure.JPG
IMG_5942_exposure.JPG (93.89 KiB) เปิดดู 2441 ครั้ง
IMG_5941.JPG
IMG_5941.JPG (146.85 KiB) เปิดดู 2443 ครั้ง
IMG_5921_exposure.JPG
IMG_5921_exposure.JPG (94.12 KiB) เปิดดู 2442 ครั้ง
Sometimes see buildings and Sometimes mountains
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mr. poon
 
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: 12/03/2008 2:54 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง อินเดีย

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron