Egvpt(อียิปต์)น่าศึกษาและแปลกประหลาดกับสิ่งที่ได้พบมา

Re: Egvpt(อียิปต์)น่าศึกษาและแปลกประหลาดกับสิ่งที่ได้พบมา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย aniwat charong » 05/10/2009 11:04 am

rajatani เขียน:
Nut เขียน:- คุยกันเรื่องอียิปต์ยาวครับเพราะตามที่บอก [COLOR=#00b050]อียิปต์ตำนานแห่งลุ่มน้ำไนล์ ลีวายตำนานแห่งยีนส์[/COLOR]
เพราะอียิปต์นี่ประวัติศาสตร์ยาวนานจริง ๆ ประวัติพี่เล่น 3 พันกว่าปีก่อนคริสต์ศักราช(พระเยซู
ประสูติ นับ ค.ศ.1 พุทธศักราชนับตั้งแต่พระพุทธองค์เสร็จปรินิพพาน นับ พ.ศ.1)

หลังจากการ Merge กิจการเอ๊ยรวมอียิปต์เหนือ(Red Land) กับ อิยิปต์ใต้(Black Land)ประมาณ
ช่วง 2900 กว่าปีก่อนคริสตกาล จากนั้นก็เริ่มยุคฟาโรห์(ตามที่คุณ Beamer เกริ่นนำไป) ปกครอง
กันมายาวนาถึง 31 ราชวงศ์ พอมาเริ่มยุคประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสต์กาลก็จะเข้าสู่ยุคของกรีก
เรืองอำนาจ และมาจนถึงยุคโรมัน

พอประมาณ 332 - 395 ปีก่อนคริสต์กาล(อย่างงนะครับ เพราะเรากับลังนับถอยหลังเพื่อเริ่ม
ค.ศ.1 ปียิ่งน้อยยิ่งใกล้ ค.ศ.1) ตอนนี้ก็จะมาเข้ายุคที่เราเริ่มคุ้นชื่อ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์
มหาราช(ราชวงศ์ มาซิโดเนีย ราว ๆ ปี 332-305 ก่อน คริสตกาล) สิ้นจากอเล็กซานเดอร์ที่ 4
ก็เข้าสู่ราชวงศ์ปโตเลมี

ราชวงศ์ปโตเลมี ที่เรารู้จักและคุ้นหูก็คือ คลีโอพัตรา ยึดอำนาจจากปโตเลมีที่ 12 ช่วงนี้เป็นช่วงที่
โรมันเรืองอำนาจและปกครองอิยิปต์หลังจากคลีโอพัตรา ฟาโรห์แต่ละองค์ก็เป็นดอมินีของโรมัน)
จนมาสิ้นสุด ที่ปโตเลมีที่ 15 เป็นการสิ้นสุดยุคฟาโรห์ และเริ่ม ยุค ค.ศ. คือพระเยซูประสูติ

***ฟาโรห์ ที่ดัง ๆ ก็คือ ฟาโรห์ ตุตันคาเมนหรือตุตันคามุน(Tutankhamun) เป็นฟาโรห์องค์
ที่ 12 ใน ราชวงศ์ที่ 18 ของอียิปต์(ครองราชระหว่างปี 1325-1334 ปีก่อนคริสตกาล) ทั้ง ๆ
ที่ครองราชเพียง 9ปี แต่พี่แกดังเพราะ หลังพี่แกสิ้นพระชมป์ 200 ปีมีการสร้างสุสานของฟาโรห์
รามเสสที่ 6 ทับสุสานพี่แก.. จึงทำให้สุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน สมบูรณ์ที่สุด และเป็นมรดกของ
อียิปต์ ตกทอดจนปัจจุบัน แฮะ ๆ แต่ ฮอลีวูดพี่แกไม่เกี่ยวเลย แต่เอาไปสร้างหนังรวยไป***

คราวนี้เรามาดูกันว่าที่ว่าเป็นแหล่งกำเนินของ 3 ศาสนานั้นมันเริ่มมายังไง..

รูปภาพ
ต้องรู้จักท่านนี้ก่อนเลย...โมเสส(Moses) ผู้ที่พาชนชาติชาวอิสราเอล คนนี้แหละลูกของ
อับราฮัม และทั้งสามศาสนาล้วนแล้วแต่มีถิ่นกำเนินหรือเป็นลูกหลานอับราฮัมกันทั้งนั้น ประวัติ
โมเสสผมจะไม่ ว่าลึกท่านใดอยากรู้หาอ่านได้ที่ Link ด้านล่าง ครับ

[SIZE=85]http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%AA[/SIZE]

ในศาสนาคริสต์(คาทอลิก) เราจะมีพระคัมภีร์แบ่งเป็นพันธสัญญาใหม่ และพันธสัญญาเดิม
(หนังสือ อบพยบ) โดยโมเสสได้พบพระเจ้าบนภูเขาซีนายและได้รับบัญญัติ 10 ประการ(Ten
Commandments) ได้พาชาวยิวอบพยบมาจากอียิปต์ ระหว่างทางชาวยิวไม่ปฏิบัติตามมกฎ
บัญญัติของพระเจ้า จึงถูกลงโทษให้ หลงอยู่ในทะเลทรายเป็นเวลา 40 ปี(นั่นเป็นเหตุผลทำไม
ชาวยิวมีเทศกาลซับบัต) การอบพยบข้ามทะเลแดง จนมาสู่ประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน และเป็น
ต้นกำเนินของศาสนายูดาหรือ ยิว

[COLOR=#c00000][SIZE=120]ศาสนาคริสต์มีรากฐานมาจากศาสนายิว โดยมีเนื้อหาบางส่วนเหมือนกัน โดยเฉพาะในส่วนของพระธรรมเก่า[/SIZE][/COLOR]
เช่นเดียวกับอิสลาม โดยหลายตอนของพระธรรมเก่ากล่าวถึงการพยากรของประกาศก "อิสยาห์"
โดยมีความ เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า พอเริ่มสมัยตั้งแต่พระเยซูประสูติก็จะเป็นเรื่อง
ราวในพระคัมภีร์ภาคของ พันธสัญญาใหม่ ซึ่งเป็นการบันทึกประวัติของพระเยซูตั้งแต่ทรงพระเยาว์
จนกระทั่งสิ้นพระชมป์บนไม้กางเขน หลังจากนั้นสาวกพระเยซูทั้ง 12 องค์จึงทำการเผยแพร่ศาสนา
ไปในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก

ส่วนศาสนาอิสลามนั้นนับถือองค์อัลลอฮ ซึ่งก็คือพรเจ้า โดยศาสดา คือ นบี มูฮัมมัด เป็นศาสดาที่พระผู้เป็น
เจ้า ประสูติที่มหานครมักกะ ในปี ค.ศ.570 และนบี มูฮัมมัดได้ทรงเป็นศาสดาของอิสลาม และเมื่อ
เผย แพร่ศาสนาถึงปีที่ 11-12 ชวยมะดีนะห ได้เข้าพบท่านศาสดาเพื่อขอรับอิสลาม โดยให้สัตยาบัน
ว่าพวก เขาจะสนับสนุนและช่วยเหลือท่านนบี มูฮัมมัด พร้อมทั้งบรรดาศอฮาบะห์ให้อบพยบไปอยู่ที่
มะดีนะห ระหว่างอพยพจากมักกะหระหว่างทางได้สร้างมัสญิตกุบาอ์ ซึ่งถือเป็นมัสญิดหลังแรก และ
จุดเริ่มของ ศักราชอิสลาม ซึ่งเรียกว่า "ฮิจญเราะหศักราช(ฮ.ศ.) ปีแห่งการอบพยพของท่าน
นบี มูฮัมมัด

อ่านประวัติราชวงศ์ฟาโรห์อียิปต์ แค่สะใจ อ่านราชวงศ์ไทยอยู่ในสายเลือด

ถึงประวัติศาสตร์ไทยจะไม่ยาวนานเท่าอียิปต์ แต่เราก็ภูมิใจโดยประวัติศาสตร์ไทย
เริ่มเป็นรูปร่างในสมัย สุโขทัย โดยพ่อขุนบางกลางหาว(พ่อขุมศรีอินทราทิตย์) และ
พ่อขุนผาเมือง ได้ยึดอำนาจจากขอมและ สถาปนากรุงสุโขทัย นับเป็นปฐมกษัตริย์
แห่ง ราชวงศ์พระร่วง(ตอนเด็ก ๆ ใครเคยอ่านไตรภูมิพระร่วง จะ มีขอมดำดิน นั่งอ่าน
ไปก็สงสัยมาแต่เด็กว่าขอมดำดินได้ไง พอไปเที่ยวเวียตนามได้เห็นอุโมงวินม็อกและ
อุโมงกูจี จึงถึงบางอ้อว่าหลังจากนั้นหลายร้อยปีเวียตนามก็ดำดินได้เหมือนขอม)

หมดจากสมัยสุโขทัยก็มาสู่สมัยกรุงศรีอยุธยา ๆ เองมีหลายราชวงศ์และมีการเปลี่ยน

ราชวงศ์เป็นว่าเล่น มีราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์อู่ทอง และเปลี่ยนมาสู่
ราชวงศ์สุพรรณภูมิ อีกครั้งและกรุงศรีฯ แตกครั้งที่ 1 ในปี พ.ศ. 2112(สมัยพระเจ้า
บุเรงนอง ที่ได้สมญาผู้ชนะสิบทิศ) อ่านประวัติศาสตร์ช่วงนี้ จะงง ๆ (อธิบายแบบไม่งง
คือ มีการแตกความสามัคคีภายในราชวงศ์) และมีการเปลี่ยนราชวงศ์โดยส่ง พระเนศวร
ไปเป็นองค์ประกัน และพระนเรศวรทรงทำยุทธหัตถีชนะ ไทยจึงมีเอกราช(ราชวงศ์สุโขทัย)
และ มาราชวงศ์ปราสาททอง และราชวงศ์สุดท้าย บ้านพลูหลวง(ยึดอำนาจจากสมเด็จ
พระนารายณ์มหาราช) ผมเคยเล่าไปในเรื่อง "เจ้าพระยาวิชาเยนทร์" สิ้นสุดราชวงศ์
บ้านพลูหลวงในรัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ โดยเสียกรุงให้พม่า ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2310
ในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์(สมัยพระเจ้ามังระของพม่า)

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงกอบกู้เอกราชในปี พ.ศ.2313 (7 เดือนหลังจาก

เสียกรุง) และทรง ครองราชอยู่ 12 ปีก็เปลี่ยนราชวงศ์มาเป็นราชวงศ์รัตนโกสินทร์
ในปัจจุบัน
รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

ลำดับราชวงศ์ไทย
สมัยกรุงสุโขทัย

ราชวงศ์พระร่วง

พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
พ.ศ. 1781 - ไม่ทราบแน่นอน
พ่อขุนบาลเมือง
พ.ศ. ไม่ทราบแน่นอน - 1820
พ่อขุนรามคำแหง
พ.ศ. 1820- 1860 (40 ปี)
พญาเลอไท
พ.ศ. 1861-1897 (36 ปี)
พญาลิไท (พระมหาธรรมราชาที่ 1)
พ.ศ. 1897-1919 (22ปี)
พญาไสลือไท (พระมหาธรรมราชาที่ 2)
พ.ศ. 1919- 1920 (1ปี)
พระมหาธรรมราชาที่ 3
(ไม่ทราบระยะเวลาแน่ชัด)
พระมหาธรรมราชาที่ 4
(ไม่ทราบระยะเวลาแน่ชัด)



สมัยกรุงศรีอยุธยา
ราชวงศ์อู่ทอง (หรือราชวงศ์เชียงราย)


สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง)
พ.ศ. 1893-1912 (19 ปี)
สมเด็จพระราเมศวร
ครองราชย์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 1912-1913 (1 ปี)


ราชวงศ์สุพรรณภูมิ

สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (พะงั่ว)
พ.ศ. 1913-1931 (18 ปี)
พระเจ้าทองลั่น
พ.ศ. 1931 (ครองราชย์เพียง 7 วันก็ถูกปลงพระชนม์)

ราชวงศ์อู่ทอง (หรือราชวงศ์เชียงราย)

สมเด็จพระราเมศวร
ครองราชย์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 1931-1938 (7 ปี)
สมเด็จพระรามราชาธิราช (โอรสสมเด็จพระราเมศวร)
พ.ศ. 1938 – 1962 (14 ปี – ถูกถอดจากราชสมบัติ)


ราชวงศ์สุพรรณภูมิ

สมเด็จพระนครอินทราธิราช (พระอินทราชา)
พ.ศ. 1952 –1967 (15ปี)
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา)
พ.ศ. 1967 –19991 (24ปี)
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
พ.ศ. 1991 –2031 (40ปี)
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 (โอรสพระบรมไตรโลกนาถ)
พ.ศ. 2031 –2034 (3ปี)
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (พระเชษฐาธิราช)
พ.ศ. 2034 –2072 (38ปี)
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (หน่อพุทธธางกูร)
พ.ศ. 2072 –2076 (4ปี)
สมเด็จพระรัษฏาธิราชกุมาร
พ.ศ. 2076 (ครองราชย์ 5 เดือน ก็ถูกปลงพระชนม์)
สมเด็จพระไชยราชาธิราช
พ.ศ. 2077 –2089 (12ปี)
สมเด็จพระยอดฟ้า (โอรสพระไชยราชาธิราช)
พ.ศ. 2089 –2091 (2ปี – ถูกปลงพระชนม์)
ขุนวรวงษาธิราช
พ.ศ. 2091 (ครองราชย์ 42 วัน – ถูกปลงพระชนม์)
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พระเจ้าช้างเผือก)
พ.ศ. 2091 –2111 (20 ปี)
สมเด็จพระมหินทราธิราช (โอรสพระมหาจักรพรรดิ)
พ.ศ. 2111 – 2112 (1ปี)

ราชวงศ์สุโขทัย

สมเด็จพระมหาธรรมราชา
พ.ศ. 2112-2133 (21 ปี) [COLOR=#ff0000]เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (โอรสพระมหาธรรมราชา)
พ.ศ. 2133-2148 (15 ปี)
สมเด็จพระเอกาทศรถ (พระอนุชาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช)
พ.ศ. 2148-2153 ( 15 ปี)
พระศรีเสาวมาตย์ (โอรสพระเอกาทศรถ)
พ.ศ. 2153 (ครองราชย์ไม่ถึงปี – ถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทร์)
สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (โอรสพระเอกาทศรถต่างพระมารดาพระศรีเสาวภาคย์)
พ.ศ. 2153-2171 (18 ปี)
สมเด็จพระเชษฐาธิราช (โอรสพระเจ้าทรงธรรม)
พ.ศ. 2171-2172 (ครองราชย์ 1 ปี - ถูกปลงพระชนม์)
สมเด็จพระอาทิตย์วงศ์
พ.ศ. 2172 (ครองราชย์ 28 วัน – ถูกถอดจากราชสมบัติ, ปลงพระชนม์)
[/COLOR]
ราชวงศ์ปราสาททอง

สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
พ.ศ. 2172-2199 (27 ปี)
สมเด็จเจ้าฟ้าไชย (โอรสพระเจ้าปราสาททอง)
พ.ศ. 2199 (ครองราชย์ 4 วัน – ถูกปลงพระชนม์)
สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา
พ.ศ. 2199 (ครองราชย์ 2 เดือน – ถูกปลงพระชนม์)
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
พ.ศ. 2199-2231 (32 ปี)


ราชวงศ์บ้านพลูหลวง

สมเด็จพระเพทราชา
พ.ศ. 2231 –2246 (15ปี)
สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ)
พ.ศ. 2246 –2251 (5ปี)
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ (โอรสพระเจ้าเสือ
พ.ศ. 2251 –2276 (24ปี)
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์
พ.ศ. 2276 –2301 (26ปี)
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด)
พ.ศ. 2301 (ครองราชย์ 2 เดือน – สละราชสมบัติออกผนวช)
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศน์)
พ.ศ. 2301-2310 (9 ปี)


ช่วงปี 2310-2313 ไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน เนื่องจากเป็นช่วงเสียกรุงแก่พม่า

สมัยกรุงธนบุรี

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี)
พ.ศ. 2313-2325 (12 ปี)


[COLOR=#002060]สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

[/COLOR]ราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ทองด้วง)
พ.ศ. 2325-2352 (27ปี)
สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (เจ้าฟ้าฉิม)
พ.ศ. 2352-2367 (15 ปี)
สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (โอรสสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)
พ.ศ. 2367-2394 (27ปี)
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (โอรสสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)
พ.ศ. 2394- 2411 (17 ปี)
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (โอรสสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)
พ.ศ. 2411-2453 (42 ปี)
สมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (โอรสสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)
พ.ศ. 2453-2468 (15 ปี)
สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (โอรสสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)
พ.ศ. 2468-2477 (9 ปี)
สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (โอรสสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์)
พ.ศ. 2477-2489 (12 ปี)
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (โอรสสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงสงขลานครินทร์)
พ.ศ. 2489 – ปัจจุบัน

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ
อ่านประวัติศาสตร์นอกแค่สะใจ อ่านประวัติศาสตร์ไทยอยู่ในสายเลือด
Nutt
[FONT=Times New Roman]http://www.oknation.net/blog/peopletribune[/FONT]
[FONT=Times New Roman][URL=http://www.nuttavut.bloggang.com
http://www.nuttavut.bloggang.com[/FONT][/quote[/URL]]
รูปภาพ

ท่าน Nut

ปราชญ์ ผู้รอบรู้ ร่ายยาว อิยิปต์ แดนไอยคุปต์ ไม่มีคำไหน จะบอกได้ว่า ขอบคุณมากมาย
ตามอ่านเรื่องอิยิปต์ คิดว่าวันหนึ่งคงได้กลับไปเยือน ครั้งหนึ่งเคยแวะพัก แต่ดันไปถูกจับไปเข้าห้องกักโรค ด้วยเหตุอหิวาต์ระบาด (จำปีไม่ได้แล้ว)
มีเพื่อนต่างชาติร่วมชตากรรมหลายคน
และแล้ว เช้าวันรุ่งไปส่งสนามบิน ขึ้นเครื่องกลับบ้านเรา ไม่ทันได้เห็นปิรามิด สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
คาดหวังจะอาศัยน้องอนิวรรต พาไปตุหรัด ตุเหร่อีกครั้ง

รูปภาพ

rajatani


อูฐประเทศจีน มี 2 โหนด อยู่ใกล้ ๆกำแพงเมืองจีนนี้เองอ่ะ (ANIWAT CHARONG) สมัยมีโอกาสทัศนะศึกษา คับรูปภาพ
ไฟล์แนป
scan0008.jpg0012.jpg
อูฐประเทศจีนมี 2 โหนด aniwat charong
scan0008.jpg0012.jpg (112.11 KiB) เปิดดู 3696 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย aniwat charong เมื่อ 05/10/2009 11:15 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ท่องโลกกว้าง ได้สาระ ได้ประโยชน์
ภาพประจำตัวสมาชิก
aniwat charong
 
โพสต์: 183
ลงทะเบียนเมื่อ: 19/08/2009 1:50 pm

Re: Egvpt(อียิปต์)น่าศึกษาและแปลกประหลาดกับสิ่งที่ได้พบมา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 05/10/2009 11:15 am

rajatani เขียน:
ท่าน Nut

ปราชญ์ ผู้รอบรู้ ร่ายยาว อิยิปต์ แดนไอยคุปต์ ไม่มีคำไหน จะบอกได้ว่า ขอบคุณมากมาย
ตามอ่านเรื่องอิยิปต์ คิดว่าวันหนึ่งคงได้กลับไปเยือน ครั้งหนึ่งเคยแวะพัก แต่ดันไปถูกจับไปเข้าห้องกักโรค ด้วยเหตุอหิวาต์ระบาด (จำปีไม่ได้แล้ว)
มีเพื่อนต่างชาติร่วมชตากรรมหลายคน
และแล้ว เช้าวันรุ่งไปส่งสนามบิน ขึ้นเครื่องกลับบ้านเรา ไม่ทันได้เห็นปิรามิด สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
คาดหวังจะอาศัยน้องอนิวรรต พาไปตุหรัด ตุเหร่อีกครั้ง

รูปภาพ

rajatani


พี่ท่าน Rajatani

ขอบคุณพี่..สำหรับ อัษราที่กรุณารังสรรค์ เป็นภาษาสลวย ด้วยขอบคุณ
เสียใจด้วย กับครั้งที่ได้ ไปแวะพัก แต่ถูกกัก บริเวณ เน้นตรวจโรค
ขอบคุณ มากมาย สำหรับใจที่ให้กัน คำตอบนั้น สัมผัสได้ ในสายลม...รูปภาพ
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

Re: Egvpt(อียิปต์)น่าศึกษาและแปลกประหลาดกับสิ่งที่ได้พบมา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย birdchan » 05/10/2009 11:37 am

เอ่อ...พี่นัทครับ....ข้อมูลทั้งหมดที่ลงที่นี่....เป็นลิขสิทธิ์ของ WKC นะครับ รูปภาพ
....ถ้า พี่วุฒิไปอียิปต์ เมื่อไหร่...ผม ขโมย ข้อมูลเสริมเหล่านี้ไปลงหนังสือได้หมดเรยเนาะ????? รูปภาพ

โอ้มายก็อด......มายกู้ดเนส....อะไรมันจะปราชญ์ขนาดนี้อ่ะครับพี่?

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

โจครับ
birdchan
 
โพสต์: 0
ลงทะเบียนเมื่อ: 21/02/2011 12:13 pm

Re: Egvpt(อียิปต์)น่าศึกษาและแปลกประหลาดกับสิ่งที่ได้พบมา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย aniwat charong » 05/10/2009 1:47 pm

จริงๆ พออ่านข้อมูลของคุณ nutt มีอะไรดีๆ อีกมากที่เราต้องเรียนรู้แต่ที่สำคัญ ของชาติไทย ต้องอยู่ในสายเลือด รูปภาพ การท่องโลกกว้างสิ่งที่สำคัญก็คือการที่เราได้เข้าใจในสิ่งที่เราไม่ได้เข้าใจมาในอดีตและ ขอบคุณ Rajatani ที่มาร่ายรำสนุกๆ กับคำคม ที่สนุกๆ รูปภาพ
ท่องโลกกว้าง ได้สาระ ได้ประโยชน์
ภาพประจำตัวสมาชิก
aniwat charong
 
โพสต์: 183
ลงทะเบียนเมื่อ: 19/08/2009 1:50 pm

Re: Egvpt(อียิปต์)น่าศึกษาและแปลกประหลาดกับสิ่งที่ได้พบมา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 05/10/2009 9:37 pm

[FONT=Arial]อูฐ(Camel) หรือชื่อในภาษาอาหรับ คือ ญะมัล จริง ๆ หลายคนเข้าใจว่าอูฐนี้มีถิ่นกำเนิด[/FONT]
[FONT=Arial]ในทะเลทรายในตะวันออกกลาง แต่จริง ๆ แล้วอูฐนั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่แถบอเมริกาเหนือโน่น[/FONT]
[FONT=Arial](เปิดแผ่นที่โลกดู อยู่แถบสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า,แคนาดา,กรีนแลนด์,สหรัฐอเมริกา) เค้าว่า[/FONT]
[FONT=Arial]ในสมัยก่อนยุคเทอเทียรี่ นั้นน้องอูฐตัวเท่ากระต่าย(แฮะ ๆ ไม่ต้องถามผมนะว่ายุคเทอเทียรี่[/FONT]
[FONT=Arial]นี่มันยุคไหน...ยังไม่รู้เลยเพราะต้นตระกูลผมก็คงยังไม่กำเนิดบนพื้นโลก) แต่เท่าที่เปิดหา[/FONT]
[FONT=Arial]ใน google เค้าว่า....[/FONT]
[FONT=Arial][/FONT]
[FONT=Arial]ยุคเทอเทียรี(Tertiary Period) เนี่ยเป็นช่วงอายุตั้งแต่ 66.4-1.6 ล้านปีมาแล้ว บังเอิญผมรู้[/FONT]
[FONT=Arial]แต่จูราซิกปาร์ก(Jurassic Park) เอ๊ย...บ่ช่ายยย ยุคจูราซิก(Jurassic Period) มีช่วงอายุ[/FONT]
[FONT=Arial]ตั้งแต่ 210 ถึง 140 ล้านปีมาแล้ว....อียิปต์ พี่ว่าแน่..ยังแพ้ น้องอูฐ[/FONT]
[FONT=Arial][/FONT]
[FONT=Arial]น้องอูฐได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มีความอดทนสูง อยู่ในทะเลทรายได้โดยไม่ต้องกินอาหารหรือ[/FONT]
[FONT=Arial]น้ำเป็นเวลานาน(2 สัปดาห์พอไหว แฮะๆ ผม 3 วันสิ้นชีพตักษัย) เราจึงเห็นในภาพยนต์จีน[/FONT]
[FONT=Arial]และฝรั่ง ที่ชอบใช้อูฐเดินข้ามทะเลทราย แล้วก็จะต้องไปพบแหล่งน้ำกลางทะเลทราย[/FONT]
[FONT=Arial]ตอนเด็ก ๆ ท่องขึ้นใจว่า "โอเอซิส" ฟังดูชื่อโครตยิ่งใหญ่เข้ามาไทย เป็นได้ 3 อย่าง [/FONT]
[FONT=Arial]ผับ คาราโอเกะ และ อาบ อบ นวด...ยกตัวอย่างเช่น เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ผู้ปกครอง[/FONT]
[FONT=Arial]ดินแดนแห่งท้องน้ำ "โพไซดอน(Poseidon)" บ้านเราเป็น อาบ อบ นวด เฉย...[/FONT]
[FONT=Arial][/FONT]
[FONT=Arial]น้องอูฐ เค้ามี 6 สายพันธ์ หาเหมือนช้างไม่มีเพียง 2 สายพันธุ์เอเซีย และแอฟริกัน(แหม[/FONT]
[FONT=Arial]เหมือนเพลงพี่แอ๊ด คาราบาวร้องเลย) [/FONT]
รูปภาพ
อูฐโหนกเดียว(Arabian Camel) ออสเตรเลียส่งเข้าประกวด เอ๊ย มะช่าย เค้ามีถิ่นกำเนิด
แถวนั้น อ่อบ้างก็พบเห็นแถบอารเบีย

รูปภาพ
อูฐสองโหนก(Bactrian Camel) มีสองโหนก...โธ้ จะบอกทำไม มีถิ่นกำเนิดแถบเอเซีย
เวลาไปจีนที่ด่านป๋าต๋าลิ่ง จึงเห็นจัดตั้งไว้ให้ถ่ายรูป แบบคุณ Aniwat ถ่ายเทห์มา แฮะ ๆ
แต่ผมไม่ขี่ ชอบของฟรีแอบถ่าย(ไม่ใช่ Clip) แอบถ่ายรูป ...เดี๋ยวโชว์ตอนท้าย

รูปภาพ
ส่วนเจ้าพันธุ์นี้ เรียกลามา(llama) พบทางตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ แถบเปรู โบลิเวีย
และตอนเหนือของอาเจนติน่า (ใครอยากเห็นสวนสัตว์เขาเขียวมีให้ชม)

รูปภาพ
น้องตัวนี้เค้าชื่อ อัลปาคา(Alpaca) น่ารักไม่แพ้ ช่วง ช่วง หลินฮุ่ย หลินปิง นะเนี่ย เจ้านี่
พบทางตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ แถบทุ่งหญ้าที่ลาบสูงในเปรู อยากพบเจ้าตัวนี้ไป
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว และสวนสัตว์ชียงใหม่

รูปภาพ
วิคูนา(Vicuna) นี่ก็มีถิ่นพำนักอยู่ในอเมริกาใต้ เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ในประเทศเปรู ขนสวย
มันงาม เมื่อก่อนบรรดาอมาตยาของเผ่าอินคา นิยมใช้ทำเสื้อคลุม อันนี้ใครอยากเห็นไปสวน
สัตว์เขาเขียว เขาดิน เชียงใหม่ ไม่มีรูปภาพ ต้องเปรูสถานเดียว

รูปภาพ
พันธุ์สุดท้าย คือ เจ้ากัวนาโค(guanaco) มีถิ่นที่อยู่ในอเมริกาใต้เหมียนกันเด๊อ บางคน
ไม่เรียกมันว่าอูฐ พบในเขตที่ราบสูงทางตอนใต้ของอาร์เจนติน่า

รูปภาพ
[FONT=Arial]อันนี้อูฐ 2 โหนก(ที่หน้าตาเหยเก เพราะอากาศหนาวมากประมาณ -7 องศา ลมก็แรงโครต[/FONT]
[FONT=Arial]หน้าตาแตกหมด เสื้อกันหนาว 2 ตัวสามตัวอาไม่อยู่ ที่ใส่ over close ตัวนี้หนาหน่อยเพื่อน[/FONT]
[FONT=Arial]ชาวจีนให้มา แบบเดียวกับตำรวจจีนใส่เล้ย..ด้านหลังสกีนภาษาจีนว่าตำรวจ เดินไปไหน[/FONT]
[FONT=Arial]มาไหนบวกกับหน้าตาคนนึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่จีน...เวงกรรม ดีไม่มีคนมาแจ้งความ ได้วิ่งหนี)[/FONT]
[FONT=Arial][/FONT]
[FONT=Arial]เจ้า 2 โหนกนี้ มีถิ่นกำเนินแถบเอเซีย พวกมองโกลชอบใช้เดินทางในทะเลทราย ชาว[/FONT]
[FONT=Arial]มองโกลมีความอดทนพอ ๆ กับอูฐ ฮูกากู(บุตรชายคนหนึ่งของเจงกีสข่าน) พี่แกยกทัพ[/FONT]
[FONT=Arial]สมัยนึงมองโกลเค้าเรืองอำนาจมาก ๆ ไล่ฆ่าชาวมุสลิม(ในยุคสงครามคูเสด) พวกมุสลิม[/FONT]
[FONT=Arial]ซีเรียที่ถูกปราบปรามหนีมาถึงอียิปต์ สมัยราชวงศ์มัมลุก(อัยมัค) ช่วง ค.ศ. 1257 คือเมื่อ[/FONT]
[FONT=Arial]ก่อนหน่ะซีเรียเค้าเป็นรัฐกันชนให้ อียิปต์ (แบบเดียวกับชาวมอญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่คอย[/FONT]
[FONT=Arial]เป็นเสือหมอบ แมวเซา สงข่าวให้กรุงศรีฯ)ซึ่งได้ชื่อว่า "สงครามอัยน์ ญาลู" เป็นสงครามหนึ่ง[/FONT]
[FONT=Arial]ในประวัติศาสตร์ ซึ่งครั้งนั้นอียิปต์มีชัย...จนทำให้มองโกลที่วางตัวเป็นโซ่ข้อกลางระหว่าง[/FONT]
[FONT=Arial]อิสลามกับคริสเตียน มาเป็นเวลาน้านนาน ก็ได้เขาฝ่ายมุสลิมในที่สุด[/FONT]
[FONT=Arial][/FONT]
[FONT=Arial]รูปภาพ [/FONT]
[FONT=Arial]ท้ายสุดขี่อูฐ แค่สะใจ ขี่ควายไทยอยู่ในสายเลือด ควายไทยสร้างชาติมาแล้วนอกจากจะเป็น[/FONT]
[FONT=Arial]สัตว์ที่ใช้ไถ่นา ปลูกข้าวให้คนไทยกิน นายทองเหม็นชาวบางระจัน ยังขี่ควาย ถือขวานออกรบ[/FONT]
[FONT=Arial]อย่างห้าวหาญ เพื่อปกป้องชาติบ้านเมือง จากการรุกรานของข้าศึก[/FONT]
[FONT=Arial][/FONT]
รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ
[FONT=Arial]ขี่อูฐแค่สะใจ ขี่ควายไทยอยู่ในสายเลือด[/FONT]
[FONT=Arial]Nutt[/FONT]
[FONT=Times New Roman]http://www.oknation.net/blog/peopletribune[/FONT]
[FONT=Times New Roman]http://www.nuttavut.bloggang.com[/FONT]
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

Re: Egvpt(อียิปต์)น่าศึกษาและแปลกประหลาดกับสิ่งที่ได้พบมา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Bluehydrangea » 05/10/2009 10:47 pm

ชงเรื่องอูฐหน่อยเดียว ขอบคุณคุณ Nut ที่จัดให้ค่ะ
เห็นด้วยกับคำกล่าว
[FONT=Arial][SIZE=100]ขี่อูฐแค่สะใจ ขี่ควายไทยอยู่ในสายเลือด[/FONT][/SIZE]


อยากรู้อีกนิดได้มั๊ยคะ ว่าคำว่าอูฐที่เข้ามาเป็นภาษาไทยมันมาจากไหนทำไมถึงเรียกว่าอูฐ
ทั้งๆที่ภาษาดั้งเดิมของมันก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Bluehydrangea
 
โพสต์: 83
ลงทะเบียนเมื่อ: 01/08/2009 12:22 pm

Re: Egvpt(อียิปต์)น่าศึกษาและแปลกประหลาดกับสิ่งที่ได้พบมา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 05/10/2009 11:45 pm

Bluehydrangea เขียน:ชงเรื่องอูฐหน่อยเดียว ขอบคุณคุณ Nut ที่จัดให้ค่ะ
เห็นด้วยกับคำกล่าว
[FONT=Arial][SIZE=100]ขี่อูฐแค่สะใจ ขี่ควายไทยอยู่ในสายเลือด[/FONT][/SIZE]


อยากรู้อีกนิดได้มั๊ยคะ ว่าคำว่าอูฐที่เข้ามาเป็นภาษาไทยมันมาจากไหนทำไมถึงเรียกว่าอูฐ
ทั้งๆที่ภาษาดั้งเดิมของมันก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป

รูปภาพ



สวัสดีครับ คุณ [FONT=Arial]Bluehydrangea[/FONT]

เบื้องต้นขอแสดงความยินดีที่ดอก Bluehydrangea ผลิดอกแรกแย้มแล้วนะครับ
เมื่อดอกไม้บานครั้งใด ย่อมนำมาซึ่งความงดงาม สู่โลกเสมอ...ยินดีด้วย ความจริงใจครับ

แหะ ๆ กลับเข้ามาเรื่องอูฐ ต้องออกตัวก่อนนะครับว่าผมไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ ดังนั้น คำตอบ
(ไม่สามารถอ้างอิงทางวิชาการได้นะครับ) เป็นคำตอบที่ถือว่าเป็นของปัจเจกบุคคล เท่านั้น

ภาษาไทยเรามีใช้ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระองค์ทรงประดิษฐ์อักษรไทยใช้ เมื่อ
พ.ศ.1826 (เท่ากับภาษาไทย เรามีมา 726 ปี) พ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นโอรสองค์ที่ 3
ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์(ปฐมกษัตริย์สุโขทัย) กับ นางเสือง

รูปภาพ
พจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้อธิบายเรื่องอูฐไว้ และค่อนข้าง
ที่จะเป็นไปได้ว่าเกิดจากคำสองคำที่ผมทำกรอบสี่เหลี่ยม(สีแดง)ไว้ เป็นภาษาบาลีและ
สันสกฤต ซึ่งสอดคล้องกับ คำว่า อูด(ในความหมายที่ 2) ที่ผมทำสี่เหลี่ยม(สีแดงยาว)
ไว้ อูดหมายถึง นูนขึ้นมา(ซึ่งเหมือนโหนกของ อูฐ)

คนไทยเราเก่งเรื่องการนำภาษาต่างประเทศมาแปลงเป็นภาษาไทย และก็เข้าใจง่าย จน
บางครั้งคนรุ่นหลัง ๆ ต้องมานั่งหา ว่าคนรุ่นทวด รุ่นปู่ ในสมัยนั้นท่านคิดอย่างไร เช่น
เครื่องตะแล็บแก็บ(Telegraph) หรือแบงค์ สยามกัมมาจน(Siam Commercial Bank)
กัมปานี(Company),โนพรอมแพรม(No Problem)
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

Re: Egvpt(อียิปต์)น่าศึกษาและแปลกประหลาดกับสิ่งที่ได้พบมา

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Lovely Planet » 06/10/2009 12:00 am

รูปภาพ

สวัสดีค่ะท่านพี่

ไปขี่อูฐชมพระอาทิตย์ยามเย็นด้วยกันมั้ยคะ

รูปภาพ [SIZE=100]กลิ้ง[/SIZE]ตามแวง ตะแคงตามรุ้ง [COLOR=#76923c]Be [/COLOR]There Feel There

รวมกระทู้ของ [COLOR=#548dd4]Lo[COLOR=#ff0000]vely Planet[/COLOR] เรียนเชิญที่ กระทู้กลิ้งฯ ณ ห้อง แฟนพันธุ์แท้ ค่ะ รูปภาพ [/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lovely Planet
 
โพสต์: 5037
ลงทะเบียนเมื่อ: 13/12/2007 9:26 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง อียิปต์

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

cron