• Advertisement

Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #1  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/03/2018 4:47 am


.
.
28 กุมภาพันธ์ 2561
.
สวัสดีครับ
.
กลับจาก ทริป ฮังการี-สโลเวเนีย-บอสเนียฯ-โครเอเชีย มาตั้งแต่ 13 ธันวาคม แล้วก็ติดโน่นติดนี่ (ส่วนใหญ่เป็นธุระของคุณนายเคท) จนผ่านปีใหม่ ตรุษจีน ไปแล้ว จะ 3 เดือนรอมร่อ เราก็ยังหาโอกาสที่จะเที่ยวไหนไม่ได้เลย...
.
เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่นึกไม่ออก บอกไม่ถูก มาเป็นเดือนแล้วว่าควรจะไปไหน...
.
แบบเดียวกับช่วงเวลาก่อนหน้าทริปที่แล้วเลยครับ ที่เราเตรียมเผื่อจนถึงขนาดไปทำวีซ่าจีนไว้ล่วงหน้า....แต่แล้วก็หาที่ไปสัมผัสใบไม้แดง+ลุยหิมะในจีนเหมาะๆไม่ได้.......
.
ครั้นเปลี่ยนมาเป็น ญี่ปุ่น+ไต้หวัน (โดยทำใจเรียบร้อยว่า มีสิทธิ์เจอสภาพไม่ต่าง ไทยเที่ยวไทย) ถึงขนาดจองตั๋วจองที่พักไว้แล้ว แต่เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งทริป ปรากฏว่าสูงกว่าไปยุโรปอีก ในที่สุด ก็ยกธงขาว เพราะไม่ไหว และ เพราะ....
.
เรามีเพื่อนดีอย่าง เคเอ็มที 02-6426865 เป็นที่ปรึกษาฯ ที่กรุณา ทั้งคุ้ยลิ้นชัก...เทตะกร้า...ควานกระจาด และร่อนตะกอน เสิร์ชของอร่อยออกมาจนได้ เป็น ตั๋ว Bangkok-Budapest-Zagreb-Bangkok ราคาพิเศษ ให้เราได้ ทริปสุดประทับใจอีกทริปหนึ่ง ซึ่งทั้งถูกและดี มาอย่างที่เรียนเล่าไปแล้ว...
.
คราวนี้ ก็ไม่ต่างกัน...ตั้งใจเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า หลัง "งาน ออกร้านภริยาทูตฯ" จะต้องไปจีน ก่อนวีซ่าจะหมดในเดือนพฤษภาคม แต่.....
.
ลองพล็อตเส้นทาง จีนตอนบน แถบ 石家庄-เสอเจียจวง.... 保定-เป่าติ้ง.... 太原-ไท่หยวน.... 大同-ต้าถง... 承德-เฉิงเต๋อ...ก็รู้สึกลำบากลำบนกับการวิ่งรอกไม่เบา...
.
ครั้นลองมาดูจีนตอนล่างมั่ง ซึ่งก็น่าสนใจ คือ 南宁-หนานหนิง.... 贵州-กุ้ยโจว แต่เมื่อดูดินฟ้าอากาศแล้ว อพิโธ่ อพิถัง มีนาคมแท้ๆ ไหงฝนตกเกือบทุกวันไปได้...
.
อีกโปรแกรมหนึ่ง ซึ่งแก้ปัญหาคาใจได้หมดจด ด้วยทริปเดียวสำเร็จโทษวีซ่า 2 ครั้งที่เรามีไปได้เกลี้ยงเกลาเลย ก็คือ ไป 福州-ฝูโจว กลับ 福州-ฝูโจว เพื่อเที่ยวเมืองอื่นๆแถบนั้นด้วย แล้วระหว่างนั้น ก็จับเรือเฟอร์รี่ไป เมือง 新竹-ซินจู๋ ไต้หวัน (ไปกลับฝูโจว ใช้วีซ่า Double Entries-เข้าจีน 2 รอบพอดี) ได้เที่ยวเมืองจีนฮกเกี้ยนแบบเจาะลึก แถมเก็บตกไต้หวันที่ยังไม่เคยผ่านมือในคราวเดียวกัน ทว่า...ลึกๆอยากเก็บไต้หวันไว้รวมกับญี่ปุ่นมากกว่า...
.
ในที่สุด รจนาก็ลังเล นึกไม่ออกว่าจะเสี่ยงพวงมาลัยไปให้ใครดี ที่เห็นไหวๆรางๆทัดดอกไม้แดงแจ๋ยิ้มแป้นเป็นเจ้าเงาะมาแต่ไกล ก็ไม่แคล้ว "ยุโรป" นั่นแหละ ส่วนจะลงตัวที่แถบไหน ก็ต้องแล้วแต่วาสนาละครับ
.
คุณอมรเทพคร้าบบบ ช่วยเราด้วยคร้าบบบ....เคเอ็มทีคร้าบบบ....ช่วยแนะนำหน่อยคร้าบบบบบ.... :-)
.



.
.
Besame Mucho-ขอหอมหน่อยน้า..บาร์ซาโลน่า
.
6 มีนาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
หลังจากขอความช่วยเหลือจากคุณอมรเทพ KMT โทร.02-6426865 ว่าน่าจะไปเที่ยวยุโรปที่ไหนดี ดังลิงค์ goo.gl/XMUvwE ที่เรียนแล้ว ในที่สุด หวยก็มาออกที่ ครูปรีชา เอ๊ย หมวดจรูญ เอ๊ย...Spain-สเปน ครับ โดยมีช้อยส์ให้เลือกเอาว่า
.
ไปกลับ Barcelona แบบ แวะต่อเดียว ราคา 39,000/คน หรือ แวะ 2 ต่อ ราคา 22,000/คน อย่างหลังใช้เวลาเดินทาง+รอเปลี่ยนเครื่องมากกว่ากันราว 6-7 ชั่วโมง...
.
555...สำหรับใครอื่นที่เวลาเป็นเงินเป็นทอง อาจจะครุ่นคิดนิดหน่อย แต่สำหรับเราสองนั้น คำตอบผุดขึ้นไวปานสายฟ้าแลบ ...โถ แค่ไม่กี่ชั่วโมง เซฟมา 2 คนตั้ง 34,000 ให้ Transit-เปลี่ยนเครื่องเพิ่มอีกซัก 2 ต่อยัง บ่มีพรั่น เลยจร้า...555
.
แล้วเราก็เทพจรลงเท้าวันที่ 1 มีนาคม จากสุวรรณภูมิ มา อาบูดาบี้ มาแมดริด มาบาร์เซโล่า ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึงจุดหมายเกือบ 5 โมงเย็น (ของที่นี่ หรือ 5 ทุ่มบ้านเรา) ของวันที่ 2 มีนาคม สิริรวม 29 ชั่วโมงกว่าๆด้วยความหน้าชืนอกตรมเป็นที่สุด ก่อนจะได้รางวัลงดงามอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า
.
ทำไมสเปนถึงดีงามปานนี้....... รู้งี้มาเที่ยวตั้งนมนานแล้ว ไม่รอไม่รั้งนานนมอย่างนี้หรอก ตัวเอง
.
และนั่นคิอที่มาของของชื่ออัลบั้มแรกนี้ว่า "ขอหอมหน่อยน้า...บาร์เซโลน่า" ยังไงละครับ
.
เพราะเพลงภาษาสเปน (คุ้นหูที่ฮิตติดลมไปทั้งโลกเกือบ 80 ปี) เพลงแรกที่ดังก้องในภวังค์ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ตั๋วก็คือ Besame Mucho หรือ Kiss me now- จูบฉันเลย ซึ่งมีเนื้อร้องว่า...
.
Bésame, bésame mucho, como si fuera esta noche la última vez
Bésame, bésame mucho, que tengo miedo a perderte, perderte después
Bésame, bésame mucho, como si fuera esta noche la última vez
Bésame, bésame mucho, que tengo miedo a perderte, perderte después
Quiero tenerte muy cerca, mirarme en tus ojos, verte junto a mí
Piensa que tal vez mañana yo ya estaré lejos, muy lejos de ti
Bésame, bésame mucho, como si fuera esta noche la última vez
Bésame, bésame, bésame mucho, que tengo miedo a perderte, perderte después
Bésame, bésame mucho, que tengo miedo a perderte, perderte después
Que tengo miedo a perderte, a perderte después
.
อันมีความหมายว่า
.
Kiss me now, kiss me with passion
kiss me as if this were to be our very last night.
Kiss me now, kiss me with passion
for you I may never-more see once past early light.
I want to hold you so closely,
look into your eyes to find you mirroring me.
I’m sure dawn will find me lonely cast away so far behind where you then will be.
Kiss me now, kiss me with passion
kiss me as if this were to be our very last night.
Kiss me now, kiss me with passion
for you I may nevermore see once past early light.
Kiss me now kiss me with passion
fearing tomorrow I’ll lose you past dawn’s early light;
and I may forever lose you, — forever lose you.
.
(ฟังเพลง Bésame mucho ได้ที่ goo.gl/t3rGyJ ) ครับ
.
4 วัน 4 คืนกว่าๆที่ บาร์เซโลน่า ต่างจากภาพในจินตนาการแบบหน้ามือเป็นหลังมือจริงๆครับ เพราะที่นี่ไม่ใช่เมืองวุ่นวายไร้ระเบียบผู้คนโหวกเหวกตามใจฉันแบบที่เคยเห็นในภาพยนต์เลย แต่เป็นเมืองยุโรปทันสมัยไม่ต่างจากเมืองดังๆอื่นๆเช่น อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี (ดูดีกว่า 2 ประเทศหลังด้วยซ้ำ) จนกระทั่งนึกไม่ออกว่า นี่หรือคือประเทศที่เจอมรสุมเศรษฐกิจจนย่ำแย่มาหลายปีนี้ แถมยังมีปัญหาทางการเมืองเรื่องแบ่งแยกประเทศอย่างร้อนระอุอีกต่างหาก เพราะ...
.
ช้อมูลจากนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่เราเจอะเจอ 2 ปีหลังนี้ที่บอกว่า Very cheap-ค่าครองชีพถูกมาก นั้น สตอบอรี่ผลแดงๆใหญ่ๆเลยครับ....แบบว่าเมืองอื่นยังไม่ทราบ แต่ที่บาร์เซโลน่านี่ ไล่หลังสแกนดิเนเวียมาติดๆ โดยเฉพาะค่าที่พัก อาหาร และค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ
.
เดี๋ยวมีเวลาจะมาสาธยายให้เพื่อนๆฟังเต็มๆนะครับว่า ...4 วันกว่าๆนี้ เราไปที่ไหนมาบ้าง และสดชื่นในบรรยากาศชิลล์ๆ 15-16 องศา (แม้มีฝนบ้าง 2 วัน) ผู้คนแย้มยิ้มไม่ต่างจากคนไทยอย่างไร ในประเทศที่แซงอเมริกามาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 2 (รองจากฝรั่งเศส) ของโลกในปีนี้
.
ขอรายงานตัวแต่เพียงเท่านี้ก่อน และขอขอบคุณที่ติดตามตลอดมาครับ
.
:-)
.
**不好意思, 上面写错了,巴塞罗那不是首都, 西班牙首都是马德里, 请原谅.
.



.
.
San Sebastian--เมืองมหาเสน่ห์ ซาน เซบาสเตียน
.
11 มีนาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
เผลอแพล๊บเดียว เราก็มาท่อง สเปน เข้าไปวันที่ 10 แล้วครับ โดยจุดหมายแรก 4 วันกว่าๆ (2-3-4-5-6 มีนาคม) ตะลุยเมืองยอดนิยม บาร์เซโลน่า เสียชุ่มปอด แล้วคืนวันที่ 6 เราก็จับ Night Bus-รถบัสรอบค่ำ 4 ทุ่มครึ่ง มาถึง San Sebastian-ซาน เซบาสเตียน 6 โมงเช้า...
.
ใช่ครับ เที่ยวสเปน ที่แหล่งท่องเที่ยวดังๆแต่ละแห่ง ห่างกันไกลโฆษเป็น กทม.-เชียงใหม่ หลายร้อยกิโลเมตร วิธีเดียวที่จะเที่ยวให้เปลืองเวลาน้อยๆ ก็คงจะเป็นการเดินทางระหว่างเมืองด้วยเครื่องบินภายใน (ซึ่งเราสองไม่มีสิทธิ์ เพราะสัมภาระหนักเกินอย่างที่ทราบๆกัน) หรือ ด้วยรถบัส (ที่สะดวกกว่าถูกกว่ารถไฟ) ซึ่งขืนเดินทางกลางวัน ก็หมดเวลาไปวันเต็มๆฟรีๆ....
.
Night Bus จึงเป็นทางเลือกที่ลงตัวยิ่ง เพราะนอกจากไม่ต้องเสียเวลาเปล่าแล้ว ยังเซฟค่าที่พักมาอีกคืนนึง หลายตังทีเดียวครับ...แหะ แหะ อย่างที่เรียนแล้วนะครับว่า สเปน เท่าที่สัมผัสมานั้น ค่าครองชีพน้องๆสแกนดิเนเวียทีเดียว (เผลอๆบางอย่างแพงกว่าอีก)..ค่าที่พัก อาหาร ค่ารถบัส ควักจ่ายทีหน้ามืดไปเลย...เพื่อนๆห้ามดูเบาเป็นอันขาดนะครับ โดยเฉพาะหากคิดจะมาเที่ยวประเทศนี้ในช่วง High Season-ซัมเม่อร์ละก็ เตรียมงบเผื่อไว้หน่อยเน้อ เด๋วจะว่าไม่เตือน เหอ เหอ...
.
แต่ เที่ยวสเปน เท่าที่ผ่านมา แม้ว่าจะแพงโหด แต่ว่าไปก็คุ้มค่าสมราคาครับ เพราะทุกอย่างผิดคาดมากๆอย่างที่เรียนไปแล้วว่า.... 9 วัน 4 เมือง (Barcelona-San Sebastian-Bilbao-Vitoria Gasteiz...3 เมืองหลังนี้อยู่ใน Autonomous Community-ดินแดนเอกราชที่เรียกว่า Basque Country คืออยู่ระหว่างสเปนกับฝรั่งเศส) และ 1 วันใน Madrid-มาดดริด ที่ท่องมา ทุกเมืองทันสมัยวิไลผ่อง เทียบชั้นเยอรมัน สบายๆ ทั้งเรื่อง....ผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างเสพสุข แต่งกายสะอาดทันสมัย... บ้านเมืองที่อุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมสะดุดตา... Infrastructure-ระบบสาธารณูปโภค ชั้นเยี่ยม....การคมนาคมที่พร้อมเพียบทั้ง รถบัส รถไฟ เมโทร และรถราง ขวัญใจของเรา (ที่มีบางย่านในบาร์เซโลน่า... เมือง บิลบาว และ เมือง บิโตเรีย กาสเตซ ...แหะ แหะ ที่นี่ ตัว V ออกเสียงเป็น บ.ใบไม้ครับ) ที่ทุกขบวน ทุกคัน ใหม่เอี่ยมถอดด้าม (น่าจะเปลี่ยนทุก 3 ปี 5 ปี) สะอาด โล่งโปร่ง นั่งสบาย เดินทางสะดวกสมราคาครับ
.
ตัวช่วยในการเดินทางท่องเที่ยว สเปนมีให้เหมือนกันครับ แต่ต้องเปลืองสมองในการคำนวณนิดหน่อยถ้าประสงค์จะเรียนรู้ว่า แบบไหนถึงจะคุ้มค่า และสะดวกสมราคา (ซึ่งขอผลัดไปลงรายละเอียดในภาคข้อมูลทีหลังนะครับ) เพราะการซื้อต่อเที่ยว แพงมาก เช่นที่ บาร์เซโลน่า 2.20 ยูโร (เกือบ 90 บาทไทย) ซาน เซบาสเตียน บิลบาว บิโตเรีย กาสเตซ 1.70 ยูโร (65 บาทไทย) โดยประมาณ หรือแม้แต่การซื้อชุดชุดละ 10 เที่ยว ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปครับ
.
แต่ก่อนที่เพื่อนๆจะต๊กกะใจ และตัดสเปนออกจากเส้นทางในฝัน และหันไปเลือกประเทศดังๆอื่นๆ ก็ขอเรียนครับว่า...
.
แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่ง งามตา น่าประทับใจ ชวนให้เที่ยวซ้ำทุกแห่งเลย และที่มันส์มากก็คือ คนที่นี่พูดอังกฤษได้น้อยคนมาก เลยสื่อสารด้วยภาษามือไม้และ Google Translate (ที่โหลดมาเพื่อใช้ Offline ได้) อร่อยผุดๆ ได้สัมผัสความน่ารักของเค้าที่มีต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ (โดยเฉพาะ from Thailand) ด้วยน้ำใจไมตรีสูงส่งยิ่ง ซึ่ง....
.
ขอเวลาหน่อยนะครับ จะเล่าให้เพื่อนๆฟังเต็มๆพร้อมภาพประกอบตามสไตล์ แต่....
.
ตอนนี้ ขอตัวก่อนครับ เพราะใกล้ 5 ทุ่มครึ่งเต็มทนแล้ว...พรุ่งนี้ต้องไปนอกเมือง Madrid-มาดดริด (เมืองหลวงของสเปน) ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่า จะเลือกที่ไหนก่อนดีระหว่าง Toledo-โตเหล่โด่ กับ Segovia-เสะโก้เบี่ย...แล้วจะรายงานให้ทราบนะครับ
.
เช่นเคยครับ ชอบคุณที่ติดตามตลอดมา จุ๊บๆๆ
.
:-)
.











.
Valencia Las Fallas Festival-กว่าจะมาเทศกาลแห่งปี บาเลนเซีย
.
17 มีนาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
Hola Spain-ยังเพลิดเพลินอยู่ในสเปน
.
4 วันใน Madrid-มาดดริด ได้อยู่เมืองหลวง 2 วันเต็มๆ..ทำ Day trip-ไปเช้าเย็นกลับ Toledo-โตเหล่โด่ 1 วัน... Day trip-ไปเช้าเย็นกลับ-Segovia-เสะโก้เบี่ย 1 วัน แล้วเที่ยงวันที่ 15 มีนาคม เราก็เดินทางด้วยรถบัส 4 ชั่วโมงครึ่ง มายังเมืองที่มีส่วนทำให้เราทำโปรแกรมยุ่งยากนิดหน่อย คือ Valencia-บาเลนเซีย เพราะ....
.
ทุกปีในกลางเดือนมีนาคม เมืองนี้เค้ามีเทศกาลที่ฮือฮาไปทั่วยุโรปหรือทั่วโลก นั่นก็คือ Las Fallas Festival-เทศกาลเผาหุ่นเล่นไฟ ลาส ฟายาส ซึ่งปี 2018 นี้ ตกวันที่ 15-16-17-18-19 มีนาคม 5 วันเต็มๆ ซึ่ง....
.
โฮสเต็ลประดามี ต้อนรับแขกเมืองด้วยเงื่อนไขพิเศษคือ ต้องพักอย่างต่ำ 4 คืนรวด ต่ำกว่านั้นไม่รับ แฮ่...ส่วนโรงแรมก็อัพราคาเป็นเท่าสองเท่าตามใจชอบ ด้วยยังไงไม่โกยหน้านี้ก็ไม่ทราบว่าจะนั่งเป่าสากไปทำไม ว่างั้น...เราก็เลยประจวบเหมาะ ได้โอกาสพักโรงแรม 3-4 ดาวเสียที...
.
ความยิ่งใหญ่สนุกสนานของเทศกาลเผาหุ่นเล่นไฟนี้ ก็เช่นในคลิป goo.gl/a34gj2 นี้แหละครับ คือมีการให้ชุมชนทั้งหลายเป็นจำนวนร้อยทำ Paper Mache-หุ่นกระดาษเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองและประกวดประขันกัน (แนวความคิดคล้ายๆเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาของเราครับ ผมว่า) แล้วก็มีการแต่งกายแบบโบราณตระการตา ทั้งชาย หญิง เด็ก คนชรา เดินพาเหรดไปตามท้องถนน.... ตลอดวันมีการโยนประทัดเล่น.. ปัง ปัง ปัง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง...จนได้รับการขนานนามว่า เป็นเทศกาลที่หนวกหูที่สุด และกลางคืนมีการจุดพลุสวยงามในตอนเที่ยงคืนด้วย
.
แต่ที่เป็นไคลแม๊กซ์ของเทศกาล นั่นก็คือ ในคืนสุดท้าย หุ่นทั้งหมดที่อุตส่าห์ประดิดประดอยมาอย่างพิถีพิถัน จะถูกเผาทิ้งหมดเพื่อเป็นพิธีกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ของตำนานทางศาสนาอย่างหนึ่ง...
.
คำบอกเล่าของกรรมการชุมชนท่านหนึ่งที่บอกเราก็คือ... ณ คืนที่มีการเผาหุ่นทิ้ง ก็คือจุดสตาร์ทของการคิดงานใหม่สำหรับปีหน้า...น่านับถือจริงๆครับ
.
อ้อ...ที่เทศกาลนี้สร้างความยุ่งยากในการจัดเส้นทางของเราในทริปนี้ ก็คือ จะจัดวางอย่างไรให้มาถึงเมืองนี้ในช่วงเทศกาลพอดี จึงทำให้ต้องมีการเดินทางทางซิกแซกนิดหน่อย เพื่อให้ได้ร่วมงานซัก 3 วัน คือ 15-16-17 โดยพัก 2 คืน แล้วคืนวันที่ 17 ก็เดินทางด้วย Night Bus-รถทัวร์เที่ยวค่ำ เพื่อไปเช้าที่เมือง Granada อีกเมืองยอดนิยมของสเปนครับ
.
3 วันในบาเลนเซีย ยังมีสิ่งสวยงามประทับใจเรานอกเหนือจากเทศกาลอีกแยะจนรู้สึกคุ้มค่าคุ้มราคา แต่....เวลามีเพียงเท่านี้ ก็ขออนุญาตนำเสนอเพื่อนๆคร่าวๆแต่เพียงเท่านี้ก่อน และขอขอบคุณที่ติดตามเสมอ จนกว่าจะมีเวลาหาเรื่องสนุกๆมาเล่าให้ฟังอีก หรือรอ ภาคละเอียดยิบเมื่อกลับบ้านแล้วนะครับ
.
:-)

























ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #2  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/03/2018 4:53 am









.
From Granada to Seville--แล้วก็ถึงเมืองสุดท้ายในสเปน
.
22 มีนาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
เผลอแพล๊บเดียว เราก็มาเที่ยวสเปนได้ 20 วันเข้าไปแล้ว...ขออนุญาตรายงานตัวเพื่อนๆ ณ เมือง Seville-เซ่บี่ยา เมืองยอดนิยมและเมืองใหญ่อันดับ 4 ของสเปน รองลงมาจาก 1.บาร์เซโลน่า..2.มาดดริด...3.บาเลนเซีย และเป็นเมืองสุดท้ายในสเปนของเราในทริปนี้ครับ
.

.
จาก 3 วันใน Valencia-บาเลนเซีย ที่นอกจากร่วมฉลองเทศกาล Las Fallas-เผาหุ่นเล่นไฟ และท่องแหล่งยอดนิยมต่างๆจนหนำใจแล้ว....คืนวันที่ 17 มีนาคม เราก็จับรถทัวร์เที่ยวค่ำ มารับอรุณที่เมือง Granada-กรึหน่าด่า....ที่เราออกเสียงเป็น กรานาด้า มาตลอด แม้แต่ชื่อเพลง Granada อันคุ้นหูจากเสียงสวรรค์ของ นักร้องอุปรากรเสียงเทเนอร์และผู้อำนวยเพลงชาวสเปน Plácido Domingo-เพลียสิโด โดมิงโก้ (ฟังเพลง Granada จากลิงค์ goo.gl/dIvIQn ได้) อ่ะครับ
.

.
3 วันใน Granada-กรึหน่าด่า อิ่มอกอิ่มใจจนหอบแฮ่กๆ กับ Alhambra-พระราชวังและป้อมปราการ อาลัมบ้า ที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่บนเนินเขาเสีย 1 วันในบรรยากาศฝนตกๆหยุดๆ และท่องเมืองอันสวยงามทั้งย่านเมืองเก่าเมืองใหม่อีก 1 วัน แล้วก็....
.

.
ทำ Day Trip-ไปเช้าเย็นกลับ เมือง Cordoba-กอโด่บ่า เมืองศิลป์อีก 1 วัน แล้ว....
.

.
เช้าวันที่ 21 มีนาคม เราก็จับรถบัสเที่ยว 9 โมงเช้า ย้ายข้าวของสัมภาระมาพักที่เมือง Seville-เซ่บี่ยา ซึ่งเป็นเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่แพ้บาร์เซโลน่าและ มาดดริด...เป็นเมืองสุดท้ายในสเปนของเราทริปนี้ ก่อนจะกลับไปค้าง บาร์เซโลน่าอีก 2 คืนก่อนบินกลับบ้านครับ
.
เกือบ 20 วันที่เราไม่เคยออกจากที่พักเช้าๆอย่างนี้...... Old Town Hostel ที่เราพักนั้น วันมาเจอฝนจึงจับแท๊กซี่จากท่ารถบัสมา เสียค่ารถไป 13 ยูโร (500 บาทไทย)...
.
แต่วันลาจากเพื่อขึ้นรถที่ท่ารถเดียวกันไป Seville-เซ่บี่ยา ท้องฟ้าสดใสไร้ฝน แม้จะหนาวสั่นด้วยอุณหภูมิต่ำยามเช้ามืด แต่ไปด้วยรถบัสเที่ยวละคนละ 1.40 ยูโร 2 คน 2.80 ยูโร (110 บาท) ไม่ยากเย็นอะไรเลย เพราะ....
.
กระเป๋า Ricardo คู่ใจ จาก VS Trading ที่ใช้งานมาเกือบ 10 ทริปแล้ว ยังนำพาเราทั้งสองฝ่าพื้นขรุขระและราบเรียบไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่ห่างออกไป 300 เมตรอย่างสบายไม่เหนื่อยแรง แถมยัง....
.


.
แย้มยิ้มยักไหล่ใส่คิวรถแท๊กซี่อย่างไม่ใยดี....อิอิ
.

.
ใช้เวลา 20 นาที รถสาย SN1 ก็นำเรามาส่งหน้าท่ารถโดยสวัสดิภาพ...ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกหนาวเหน็บหนักหนาอะไรนัก แค่สวมหมวกเพราะรู้สึกเย็นศีรษะเกรงจะเป็นหวัดเท่านั้น แต่พอเห็นที่ป้ายตารางรถว่า อุณหภูมิ 3 องศา ก็รู้สึกตัวสั่นขึ้นมาทันที 555
.
สเปนเป็นประเทศที่ล็อตเตอรี่ขายดีที่สุด ไม่ว่ามุมไหนส่วนใหน เป็นได้เห็นบูธขายล็อตเตอรี่ คนขายล็อตเตอรี่ ทุกหัวระแหง เพราะฉะนั้น ที่ท่ารถ ก็ต้องไม่พลาดเช่นกัน ลุงจรญมาซื้อที่นี่ ยิ่งกว่าจำหน้าแม่ค้าไม่ได้ เผลอๆซื้อที่ไหนยังเลือนลางเต็มทนด้วยครับ...หุหุ
.

.
8.50 น. รถทัวร์ที่กลับมาจาก Seville-เซ่บี่ยา ก็พร้อมจะรับผู้โดยสารจาก Granada-กรึหน่าด่า ไปยัง Seville-เซ่บี่ยา อีกรอบ....
.
อยู่สเปน ไม่ว่าเมืองไหน สิ่งที่เห็นชินตาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ไปไหนไม่มีพลาดการสัมผัสทางประสาทการมองเห็น ก็คือ 1. บูธขายล็อตเตอรี่...2. รถทัวร์ของ ALSA ที่วิ่งผ่านไปมาตามท้องถนน และตามท่ารถเห็นจอดเรียงพรืดเป็นแถว พร้อมรับส่งผู้คนไปทั่วทุกเมืองในประเทศ
.

.
และ 3. ห้างสรรพสินค้า El Corte Ingles-ออกเสียงว่า คอร์-ทิ่ง-เลส (ไม่ใช่ เอล คอร์เต้ อิงเครส อย่างที่คิดแต่ประการใด) เพราะไม่ว่าเมืองไหน อย่างน้อยก็มี 2 สาขาขึ้นไป ส่วนเมืองใหญ่หน่อยอย่าง Granada ก็มีตั้ง 4-5 สาขาทีเดียวครับ
.

.
ถึง Seville-เซ่บี่ยา....เช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อย เราก็ออกเดินไปตามเส้นทางรอบๆ โดยเฉพาะเลียบแม่น้ำ ที่มีศูนย์อาหารระดับหรูคือ Mercado Lonja del Barranco.....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #3  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 30/03/2018 8:16 pm






.
แล้วก็เลยเดินเลียบริมน้ำไปชิลล์ๆ
.



.
จนมาถึง Plaza de Toros de la Maestranza สนามสู้วัวกระทิง ซึ่งน่าจะเป็นที่เดียวที่ยังมีโปรแกรมสู้วัวกระทิงเป็นครั้งคราว (เพราะที่อื่นยกเลิกหมดแล้ว) ด้วยชาวสเปนยังคงมีความเชื่อว่า Bullfighting is Art-การสู้วัวกระทิงเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง หาใช่ Cruelty to Animal-การกระทำทารุณโหดร้ายต่อสัตว์แต่อย่างใดไม่ครับ
.

.
เจ้าหน้าที่บอกว่า "วันที่ 1 เมษายน ก็จะมีรายการสู้วัวกระทิงโปรแกรมทอง ที่เห็นคนมาซื้อบัตรกันก็เป็นบัตรวันนั้นแหละคุณ"....
.
ร้านขายของที่ระลึกรอบๆ มีเสื้อยืดลวดลายเกี่ยวกับการสู้วัวกระทิงน่าซื้อมากมาย...
.

.
แล้วก็เดินเที่ยวไปเรื่อยจนถึงมหาวิหาร และบริเวณจัตุรัสที่ผู้คนชุกชุมยิ่งโดยเฉพาะในยามค่ำ...เจ๋งมากครับ มีรถรางด้วย แม้จะวิ่งเพียง 4 ป้ายเท่านั้น ก็ได้รับความนิยมมากทีเดียวครับ
.

.
เพลิดเพลินกระทั่งฟ้ามืด ก็ได้เวลากลับไปพักผ่อนแล้ว....ซึ่งก็ขอกล่าวคำ "ราตรีสวัสดิ์" กับเพื่อนๆ ณ ที่นี่แล้วกันนะครับ
.
ขอบคุณที่ติดตาม จนกว่าจะมีเวลามากกว่านี้ครับ :-)
.

.
Lisbon, Portugal--เอ๊ะ งง..เหมือนหลงมาเที่ยวมาเก๊า
.
28 มีนาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
ใช่ครับ ไม่ว่าใคร ถ้าลองได้มาอยู่เที่ยวเมือง Seville-เซ่บี่ยา เมืองเอกตอนใต้ของสเปนแล้ว ยังมีเวลาเหลืออยู่บ้างละก็ คงมีทางเลือกที่จะไปต่ออีกซัก 1 ประเทศอยู่ 2 ทางเลือกด้วยกัน คือ ไม่ไป Morocco-โมร็อคโค ก็ต้องเป็น Portugal-โปรตุเกส (หรืออาจไปทั้ง 2 ประเทศ ถ้ามีเวลาเหลือเฟือ หรือนิยมสไตล์แว่บๆเน้นแต้มมากกว่าเนื้อหา) เพราะเป็นประเทศติดชายแดนสเปนครับ
.
สำหรับเรา ถ้าเลือกได้ แน่นอนครับว่า ต้องเป็น.. Morocco-โมร็อคโค เพื่อหวนภาพอดีตจากภาพยนต์ดัง Casablanca-คาซาบลังก้า (ที่ผู้คนรู้จักมากกว่า Rabat-รึบัต ที่เป็นเมืองหลวงเสียอีก) อย่างแน่นอน เพราะแค่นึกถึง เสียงเพลง As time goes by ก็ล่องลอยเข้ามายังประสาทสัมผัสเสียแล้ว....
.
You must remember this
A kiss is just a kiss, a sigh is just a sigh.
The fundamental things apply
As time goes by.
And when two lovers woo
They still say, "I love you."
On that you can rely
No matter what the future brings
As time goes by.
.
* ฉากตราตรึงใจ goo.gl/rYWKo จากภาพยนต์อมตะ ปี 1942 ซึ่งส่วนตัวผมว่า ฉบับต่อมาในปี 1990 ในชื่อ Havana โดย โรเบิร์ต เร็ดฝอร์ด goo.gl/7xejo6 ก็ซาบซึ้งใจไม่แพ้กันครับ
.
แต่...
.
คิดได้ หวังได้.... ทว่า จะทำให้เป็นจริงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโมร็อคโค สำหรับคนไทยต้องทำเรื่องขอวีซ่าต่างหาก (ส่วนนักท่องเที่ยวมาเลย์ที่เราเจอใน Cordoba บอกว่า เพิ่งฟรีวีซ่าสำหรับเค้าปีนี้ เลยไปเที่ยวมา 18 วัน ก่อนเข้าสเปน...หวังว่า ไทยเราคงได้อานิสงส์อย่างเดียวกันเร็วๆนี้เนอะ) ในขณะที่เรามีวีซ่าเชงเก้นเหลืออยู่อีกตั้ง 3 ปี เพราะฉะนั้น ก็หนีไม่พ้นที่จะผนวกเอาเมืองที่ วีซ่าเชงเก้นอนุญาตให้เข้าได้ ซึ่งก็คือโปรตุเกส นี่แหละ....
.
จาก 3 วันใน Seville-เซ่บี่ยา คืนวันที่ 27 มีนาคม เราจึงจับรถบัสเที่ยวค่ำ-Night Bus มาเช้าเอาที่เมือง Lisbon-ลิสบอน หรือ Lisboa-ลิสบัว ในภาษาโปรตุเกส...แหะ แหะ...ฟังดูคุ้นๆไหมครับ ชื่อหลังนี่...
.
ถูกต้องแล้วครับ ภาพคาสิโนใหญ่อลังการในมาเก๊า แว่บขึ้นมาในสมองฉับพลัน...โปรตุเกส นี่แหละครับ ที่เคยปกครองมาเก๊ามานานนม กระทั่งคืนให้กับจีนเมื่อ 21 ปีที่แล้ว (คศ.1999) นี้เอง ด้วยเหตุนี้ ชื่อถนนและทำเล จึงมีสภาพไม่ต่างจากลิสบอนเลย คือมีส่วนที่เป็นเนินขึ้นลง ซอกซอยแยกแยะแคบๆ และป้ายชื่อถนนเป็นกระเบื้องเซรามิกแบบเดียวกัน รวมทั้ง...
.
ลวดลายกระเบื้องบนลานกว้าง Senado Square-จัตุรัส เซนาโด ก็เป็นลายคลื่นแบบเดียวกันกับบนลาน Rossio Square-จัตุรัส ฮอสสิโอ้ หรือ Praca Dom Pedro IV เลย จึงทำให้อดงงเล็กๆไม่ได้ว่า นี่เราอยู่ที่มาเก๊าหรือไร...อิอิ
.
4 วันในลิสบอน ใช้บัส... เมโทร... รถรางทั้งรุ่นดึกดำบรรพ์และรุ่นใหม่ทันสมัย ท่องไปทั่วทุกย่านจนทะลุ Belem-เบเล็ม..ใช้รถไฟ รถบัสเที่ยว Cascais-คาสไคส์... Sintra-ซินทร้า อย่างเต็มตื้น ถ่ายภาพสนุกมือ แล้วเราก็เดินทางต่อมายังอีกเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยว คือ Porto-พอร์โท่ เพื่อเตร็ดเตร่ไปทั่วๆอีก 3 วัน (28-29-30 มีนาฯ) ก่อนกลับ บาร์เซโลน่า เพื่อบินกลับบ้านเป็นการปิดทริปครับ
.
ทริปสเปน-โปรตุเกส มีเรื่องเล่าและภาพประกอบมากมาย ทั้งประทับใจและน่าจดจำ ซึ่งหลังจากกลับบ้านแล้วจะค่อยทยอยเขียนเล่าเพื่อนๆนะครับ ระหว่างนี้ อย่าว่าแต่เขียนเรื่องข้อมูลเลย แค่รูปที่ถ่ายมาในแต่ละวัน โหลดเข้าโน๊ตบุ๊คเสร็จก็ตาปิดพอดิบพอดี ยังไม่มีเวลาดูด้วยซ้ำครับ แหะ แหะ
.
ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #4  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/04/2018 7:44 am


.
Spain-Portugal Trip--ปิดทริปที่บาร์เซโลน่า
.
03 เมษายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
ในที่สุด ทริปยาว สเปน-โปรตุเกส 33 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ก็มาถึงวันสุดท้ายที่บาร์เซโลน่า เพื่อเตรียมตัวบินกลับในเวลาเช้ามืดพรุ่งนี้แล้วครับ
.
ทริปนี้ใช้เวลาในสเปน 25 วัน โปรตุเกส 7 วัน เดินทางข้ามวันข้ามคืน 1 วัน (ไม่นับเดินทางรอบดึกเพื่อถึงเช้าต่างหากอีก 4 ครั้ง) ซึ่งเป็นการเดินทางจาก Porto ตั้งแต่ เที่ยงครึ่งของวันที่ 31 มีนา มาถึง Barcelona ทุ่มนึงของวันที่ 1 เมษาฯ สิริรวมเวลาเดินทางถึง 30 ชั่วโมงเต็ม โดยอยู่บนรถประมาณ 20 กว่าชั่วโมง (มีแวะพักอิริยาบท ครั้งละ 15 นาที ทุกๆ 2 ชั่วโมงโดยประมาณ และพักยาวเพื่อเปลี่ยนรถที่เมือง Narbonne ประเทศฝรั่งเศส 5 ชั่วโมง ก็เลยได้เที่ยวเมืองท่องเที่ยวมีชื่อแห่งนี้ฟรีๆเป็นของแถม) ซึ่งว่าไปก็ไม่ลำบากลำบนอย่างที่คิด เพราะเคยมีประสบการณ์จากทริปสแกนดิเนเวียมาแล้ว อีกทั้งเมื่อเทียบกับบริการรถบัสนอนของจีนของเวียตนามแล้ว ถือว่าสุขสบายกว่ากันเยอะครับ
.
โดยภาพรวม ต้องถือว่าทริปนี้เราจัดเวลาได้ดีทีเดียวครับ ได้เยือนทุกเมืองที่น่าเที่ยวของสเปน และ 2 เมืองใหญ่ของโปรตุเกสอย่างชิลล์ๆและเต็มอิ่ม ซึ่งทั้ง 2 ประเทศบรรยากาศต่างกันพอสมควร คือ โปรตุเกส นักท่องเที่ยวหนาแน่นมากๆทั้ง Lisbon และ Porto จนทำให้เป็นสวรรค์ของนักล้วงกระเป๋าที่ทำงานเป็นทีมอย่างโจ๋งครึ่ม ชนิดมิจฉาชีพเดียวกันใน บาร์เซโลน่า ที่เราเจอะเจอมาแล้ว กลายเป็นเด็กๆไปเลย......
.
ใช่ครับ เราโดนอย่างจังใน ลิสบอนอีก 2 ครั้ง ทั้งๆที่ซื้อห่วงมาคล้องซิปแล้ว แต่พวกนี้ก็ยังมือเบาปลดออกได้อย่างง่ายๆ โชคดีที่เราสองไม่ได้เดินตีคู่กัน แต่เดินห่างตามกันมาตลอด
.
ครั้งแรก คุณนายเคทเจอ 2 สาวเดินตามและรูดซิปเป้ได้ แต่บังเอิญรู้ตัวตะโกนบอกผม ผมจึงหันกลับไปประกบ และตามไปด่าและถ่ายรูปไว้ได้ แต่ 2 เจ้าหล่อนไม่มีทีท่ายี่หระหรือแคร์แม้แต่น้อย ลอยหน้าลอยตาให้ถ่ายอย่างท้าทาย...
.
ส่วนอีกครั้งผมเดินนำหน้าเช่นเคย และคุณนายเคทที่เดินตามหลังเห็น 3 หนุ่มประกบหลังรูดซิปเป้แล้วกำลังจะล้วง (โดยที่ผมไม่รู้ตัวเลย) ก็เลยตะโกนใส่ ทั้งสามก็จึงทำเนียนเดินหนีไป (เดี๋ยวค่อยเล่ารายละเอียดทีหลังนะครับ รวมทั้งแก้งค์มิจฉาชีพที่หลอกล่อว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบขอดูพาสปอร์ตอีก 1 ครั้งที่ Madrid ด้วย แต่ผมตีจากมาได้).....
.
แต่นอกจากประสบการณ์เลวร้าย (ที่มีคนในโฮสเต็ลเล่าว่าโดนกันเยอะ รวมทั้งน้องคนไทยที่เรียนอยู่ปารีส ก็โดนล้วงที่บาร์เซโลน่า) อย่างที่เจอะเจอ (เพื่อความเป็นธรรม ต้องขอทำความเข้าใจก่อนครับว่า พวกนี้ไม่ใช่คนสเปนหรือโปรตุเกสนะครับ แต่เป็นคนจากที่อื่น มีทั้งคนดำและพวกยิปซี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เราพูดคุยด้วย ก็สารภาพว่าสู้รบตบมือไม่ไหว เพราะเยอะเหลือเกิน) แล้ว ประสบการณ์ที่เหลือล้วนเป็นความประทับใจ ทั้งจากสถานที่ท่องเที่ยวและผู้คนชาวสเปนและโปรตุเกส ที่น่ารักมากๆ ให้ความช่วยเหลือ เป็นกันเองกับนักท่องเที่ยวอย่างที่สุดแม้ส่วนใหญ่จะพูดอังกฤษไม่ได้ก็ตามครับ
.
เพราะฉะนั้น จึงสามารถเรียนแนะนำเพื่อนๆเต็มปากเต็มคำได้เลยครับว่า เที่ยวสเปนและโปรตุเกส ไม่มีคำว่าผิดหวังอย่างแน่นอน เพียงแต่ระมัดระวังเงินทองพาสปอร์ตให้มากกว่าเที่ยวอิตาลีสัก 2-3 เท่าเป็นดี...เรื่องอื่นๆไม่ว่า ที่พัก การเดินทาง อาหารการกินดื่ม ได้มาตรฐานยุโรปชนิดไม่ตกหล่นหรืออายใครเลยครับ เพราะค่าใช้จ่ายก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกันอยู่แล้ว
.
ส่วนจะเลือกเที่ยวเมืองไหนดี ถ้ามีเวลาไม่มากนั้น ผมว่า...น่าจะต้องแบ่งโซนเที่ยวเป็น 2 รอบ 3 รอบแบบเดียวกับที่ทัวร์จัดๆกันละครับ รอบแรกอาจจะเป็น บาร์เซโลน่า มาดดริด ลิสบอน พอร์โธ่ อย่างละไม่น้อยกว่า 3 วัน แล้วรอบสองค่อยตะลุยเมืองอื่นๆของสเปน ไม่ว่าทางเหนือ หรือทางใต้อีกที ซึ่งเดี๋ยวกลับไป จะว่าข้อมูลที่จำเป็นอย่างละเอียดนะครับ
.
ขออนุญาตเล่าเพียงเท่านี้ก่อน ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามเสมอทุกๆท่านครับ
.
:-)
.


.
สวัสดีครับ
.
เที่ยวสเปน-โปรตุเกส ที่ภาษาสเปนใช้ได้ดีเหมือนกัน (คงประมาณ ไทย-ลาว) .... นอกจากนึกถึงเพลง Besame Mucho หรือ Kiss me now-จูบฉันเลย อย่างที่ผมเกริ่นในลิงค์ goo.gl/HmyRpP แล้ว....
.
เพลงภาษาสเปนอีกเพลงที่ติดหูผู้คนทั่วโลก ก็คือ Cucurrucucú Paloma-พิลาปครวญ หรือ Crying of the dove-ยามพิลาปร่ำไห้ นี่แหละครับ
.
ซึ่งเพื่อนๆสามารถดูเนื้อได้จากลิงค์ goo.gl/zgc6vk และรับฟังได้ทางยูทูปที่ goo.gl/QuEjPV ซึ่งเป็นฉากประทับใจจากภาพยนต์เรื่อง Talk to Her หรือ Hable con ella ตามลิงค์ goo.gl/urZXWv โดยศิลปินระดับปรมาจารย์ Caetano Veloso ครับ
.
อุ๊บ...เกือบลืมไป...ผมตั้งใจเรียนว่า ได้เริ่มต้นเขียน "ว่าด้วยเรื่องข้อมูล ทริปสเปน-โปรตุเกส" ไว้แล้วที่ goo.gl/GEkb2v นะครับ
.
ภาพประกอบ เป็น Walking Tour ย่าน Gothic Quarter, Barcelona กับเพื่อนๆใน Yeah Hostel เช้าวันที่ 3 มีนาคม วันรุ่งขึ้นที่เรามาถึงสเปนครับ
.


.
Spain-Portugal Trip--ว่าด้วยเรื่องข้อมูล ทริป สเปน-โปรตุเกส
.
8 เมษายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
เหมือนๆจะเข้าวงจรเดิมของ ทริป ฮังการี-โครเอเชียฯอีกแล้วครับสำหรับเราสองคน คือ เที่ยวอยู่ที่โน่น ผ่านฝนผ่านหนาวผ่านหิมะ ผ่านการเดินทางบนท้องถนนครั้งละหลายๆชั่วโมง ร่างกายสู้ไหวรับได้สบายมาก.... แต่พอกลับมาถึงบ้านเท่านั้น รอบที่แล้วหวัดรับประทานจนซมไปเกือบอาทิตย์...
.
คราวนี้ ถึงสุวรรณภูมิทุ่มนึงวันที่ 5 เมษาฯ ออกจากสนามบินปะทะไอร้อนเข้าอย่างจังก่อนขึ้นแท๊กซี่ เริ่มสังหรณ์ใจว่าจะเข้าอิหรอบเดิม...
.
ทันทีที่ถึงบ้าน ชำระร่างกายเรียบร้อย ก็รีบทา "วิค" ทั้งหน้าอก ลำคอ จมูก (เหมือนตอนอยู่ที่โน่น พกไป 3 ขวด ทาทุกเช้าค่ำ ) พร้อม "ฟ้าทะลายโจร" (อยู่โน่น ทานทุกเช้า 2 แคปซูน) ตามด้วย...
.
บรรเลงอาหารชุดใหญ่ ประกอบด้วยข้าวสวยร้อนๆคนละจานกว่าสองจาน กับ มัสหมั่นไก่...แพนงหมู..คากิ อาหารทิพย์จากตลาดนนท์ฯที่ฟรีซไว้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันเต็มที่ ซึ่งโชคดีมากที่รอดหวัดแกมบรรจงมาได้หวุดหวิด ทว่า...
.
เข้านอนตึหนึ่ง (หลังจากชม บุพเพสันนิวาส ตอน 14 จากเว็บ mello.me จบอย่างไม่สะใจนัก**) ตื่นเอาเที่ยงครึ่งวันที่ 6 ไม่พอ ลุกมาดื่มกาแฟและทำอะไรนิดหน่อย แล้วก็สลบต่อจนถึงบ่ายแก่ๆ ค่อยออกไปทานอาหารโปรด (กระเพาะปลา...เกาเหลาโฟ...สุกี้แห้ง...เต้าทึง...พิเศษทุกอย่าง 3 ร้อยกว่าบาท ซึ่งปริมาณและคุณภาพอย่างเดียวกันถ้าเลือกสั่งได้ในสเปน คงไม่หนี 3 พัน) ที่ศูนย์อาหารซีค่อน กลับมานอน 4 ทุ่ม ตื่นเที่ยงวัน 7.......5555
.
จะเรียกว่า Jet Lag ก็น่าจะใช่ แต่ผมว่าค่อนไปทางเรื่องวัยและสังขารมากกว่า.... คราวนี้เพื่อนๆคงเข้าใจนะครับว่า ทำไมเที่ยวยุโรปต้องไปทีละนานๆ...ก็เพราะปัญหาการปรับตัวช่วงเดินทางหัวท้ายนี่แหละครับ ซึ่งคนหนุ่มคนสาวน่าจะไม่เจอเหมือนเรา.....ด้วยเหตุนี้ มีกำลังวังชา อย่าลืมรีบเที่ยวเอาไว้ก่อนเน้อ ขอบอก...อิอิ
.


.
** อยู่ที่โน่น ชมออเจ้าแม่หญิงการะเกดได้สบายกว่าเมืองไทยครับ คือวันพุธวันพฤหัส เที่ยวกลับมา ซัก 6 โมง 1 ทุ่ม (เท่ากับ เที่ยงคืน ตี 1 บ้านเรา) ก็โหลดยูทูปย้อนหลังดูได้เลย....ในขณะที่เมืองไทยต้องรออีก 2 วันถึงโหลดได้.....เดี๋ยวภาค 2 มาเมื่อไหร่ หาเรื่องไปเที่ยวยุโรปได้เลยครับ อิอิ
.
เอาล่ะครับ เข้าเรื่องข้อมูลทริปสเปน-โปรตุเกสเสียที
.

.
1. สเปน กับ โปรตุเกส เที่ยวที่ไหนดี?
.
ขึ้นอยู่กับเวลาครับ เพราะบรรยากาศทั้ง 2 ประเทศแม้จะคล้ายๆกัน แต่ก็ Same same but different คือต่างกันในแง่ความรู้สึกมากทีเดียว หากจะให้ผมอุปมาง่ายๆ
.
เที่ยวสเปน เหมือนหนังโรแมนติก-คอมมิดี้ คือบรรยากาศสดใส ผู้คนผ่อนคลาย บ้านเมืองสวยงาม เหมาะอย่างยิ่งกับเดือนมีนาฯ ต้นเมษาฯ เดินชิลล์ๆ แม้มีฝน มีหิมะบ้างแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคใดๆ....
.
(ไม่อยากคิดเลยครับว่า หลังเมษาฯ ซึ่งเป็นช่วงไฮ ช่วงซัมเม่อร์ จะอยู่ในสภาพอุตลุดชุลมุนแค่ไหน เพราะแหล่งดังๆ เช่น San Sebastian เค้าจองที่พักกันข้ามปีเลยทีเดียว)
.
ส่วนโปรตุเกส ค่อนไปทางหนัง แอดเวนเจอร์... นักท่องเที่ยวและมิจฉาชีพเต็มไปหมด.... ตามแหล่งดังๆ มีสิทธิ์ต่อแถวรอรถบัส รถราง หรือรอซื้อขนมเจ้าเฟื่องเป็นชั่วโมงๆ.... ส่วนถนนหนทางก็เป็นเนินให้ขึ้นๆลงๆคดเคี้ยวเลี้ยวลดไปทั่วเมือง....แถมที่เที่ยวหนาแน่นชวนตามหา ยั่วให้ล่าลายแทงเป็นที่ยิ่ง
.
สรุปถ้ามีเวลาแค่ 7-8 วัน (ไม่นับวันเดินทาง) ...เที่ยวโปรตุเกสประเทศเดียว.... แต่ถ้ามี 10-15 วัน ลดโปรตุเกสเหลือ 6 วัน ที่เหลือเป็นสเปน 7-9 วันก็เยี่ยมไปเลย (หมายถึงมีเวลาน้อย ต้องอาศัยบินภายในซัก 2 เที่ยวนะ) ครับ
.


.
2. เชื่ออะไรเชื่อได้ แต่อย่าเชื่อเรื่อง Weather Forcast-พยากรณ์อากาศมากเกินไป.....ไม่ใช่ว่ามาตรฐานหลักการทำนายของเค้าไม่ดีพอจนไม่แม่นไม่ใกล้เคียงนะครับ เพียงแต่ว่าสภาพอากาศของโลกเราทุกวันนี้มัน Climate Change เพี้ยนไปหมดแล้วต่างหากครับ...
.
ทริปเนเธอร์แลนด์-เบลเยี่ยม-สวีส ของเราเดือน มิถุนา กรกฏา ปี 2015.... ก่อนไป พยากรณ์อากาศประมณ 20-25 แต่เอาเข้าจริงเจอ 35 แดดเปรี้ยงๆ ผู้คนอาบน้ำเล่นน้ำตามน้ำพุกันเป็นที่สนุกสนาน พอหันมาเห็นสภาพกระปลกกระเปลี้ยของเรา ก็ปลอบใจแค่ว่า "It's crazy..never before-อุณหภูมิปั่นป่วนไปแล้วคุณ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย จริงจริ้ง"....
.
ทริปนี้ เจอประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแบบย้อนศรจนได้ เพราะก่อนไป เช็คแล้วเช็คอีก อุณหภูมิอยู่ที่ 20-28.... ก็เลยพกเสื้อหนาวแบบเป็นเสื้อคลุมกันฝนได้ไป คุณนาย 2 ตัว ของผมตัวเดียว กับเสื้อผ้าร่มอีกตัวเท่านั้น....
.
ผลคือ... ของจริงเกิน 16-18 น้อยวันมาก บางวันลดลงไปเหลือแค่ 4-6 องศาด้วยซ้ำ รูปเราสองทั้งทริปก็จึงเหมือนเที่ยวด้วยเสื้อตัวเดียวเป็นหลัก โชคดีที่หน้าตาดีหุ่นดี จึงไม่เป็นปัญหามากนัก (แหวะ)...
.
มีอยู่วันที่ทนหนาวศีรษะไม่ไหว ลงรถบัสแล้ว ต้องรี่เข้าไปร้านข้างๆ ซื้อหมวกขนๆมาใช้ ไม่งั้นแย่ครับ
.
หมายเหตุ: ภาพประกอบเป็นของปัจจุบัน (เดือนเมษายน) นะครับ เพราะลืมก้อปของเดือนมีนาคมไว้อ่ะครับ
.

.
3. อาหารเป็นปัญหาหลัก (ของเรา)
.
เพื่อนๆที่คุ้นเคย คงทราบดีว่า เราไม่ทานเนื้อ ไม่ชอบชีส หลีกเลี่ยงอาหารฝาหรั่ง ซึ่งปรกติเวลาเที่ยวยุโรป เราไม่ค่อยลำบากลำบนเรื่องอาหารการกินเลยครับ เพราะทุกที่มีร้าน Kebab/Doner สไตล์ตรุกี ขายเต็มไปหมด และตามซุปเปอร์ฯ ก็มีไก่อบ ไก่หรือหมูชุบแป้งทอด ให้ช้อปมาทานกับผักสดผักต้ม ขนมปัง แต่...
.
ที่สเปน ร้าน Kebab/Doner หายากมากครับ แถมคนสเปน เหมือนๆจะไม่ทานไก่กัน ทานหมูอบรมควัน ที่เฉือนออกมาเป็นแผ่นบางๆ เรียกว่า Jamon-ฮาม่อน เป็นหลัก...ตามซุปเปอร์ ถามหาไก่ ก็เจอแต่ชนิดที่หมักไว้ให้เราไปอบเอง.....เคยเจอครั้งหนึ่งในซุปเปอร์ที่ มาดดริด ก็แพงมากๆ (แต่ก็จำใจซื้อ เพราะอยากเต้มทน) ครับ
.
ที่โปรตุเกส ร้าน Kebab/Doner ที่มี พิซซ่าขายด้วย พอหาได้ แต่ก็รสชาติไม่ดี (เพราะขายไม่ดี) และราคาแพงกว่าที่สวีสฯเสียอีก
.
โชคดีที่เราได้บทเรียนจากทริป สแกนดิเนเวีย ที่เขกศีรษะตัวเองว่าทำไมไม่พก มาม่า ไป เพราะของทานแพงมาก เมื่อทริปนี้ทราบแต่แรกว่า น่าจะไม่ถูกปากกับอาหารสเปน ก็เลยติดมือไป 20 ห่อ หมูหยอง 2 โล พอแก้เลี่ยนจาก เบอร์เกอร์ไปได้มั่ง อิอิ
.       
หมายเหตุ 1 : สำหรับเพื่อนๆที่ชื่นชอบอาหารฝาหรั่ง ประเภทเนื้อ ชีส เส้นมักกะโรนี หรือพอทานได้ คงไม่มีปัญหาใดๆ แม้ราคาต่อจานจะแพง ก็อยู่ในระดับมาตรฐานยุโรป คือ 12-20 ยูโรครับ
.
เคยบ่นให้หนุ่มสาวไต้หวันคู่หนึ่งฟังว่า อาหารแพงมาก เค้าบอกว่า ที่อังกฤษแพงกว่า ตอนแรกผมก็งง เพราะเที่ยว UK เราทาน Chicken Wrap (เหมือน Kebab) ที่ Mc ชิ้นละ 2 ปอนด์อิ่ม แต่สเปนแบบเดียวกันชิ้นเล็กกว่า ตั้ง 6 ยูโร.... Kebab ที่ยุโรปเมืองอื่น 3.5 ยูโร ที่สเปน 4.5 ชิ้นเล็กกว่า.....มานึกได้ทีหลังว่า เค้าคงทานอาหารตามร้านกันเป็นหลัก (ไม่กระจอกเหมือนเรา) นั่นเอง
.
หมายเหตุ 2 : เมื่อเราแก้ปัญหาเรื่องอาหารได้ งบประมาณค่าใช้จ่ายก็ลดลงเยอะมากครับ ทำให้ทริปนี้ เราสองคน ใช้ไปเพียงแค่ 170,000.00 บาท บวกลบเท่านั้นเอง เหลือยูโรไว้เที่ยวทริปอนาคตพอสมควร แม้จะขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนบ้างก็ตามครับ
.

.
3. Burger King คือที่พึ่งของเรา แต่....
.
โชคดีสำหรับเรา ที่ฟ้าประทาน Burger King (เวลาถามหา ต้องออกเสียงว่า บูเกอร์คิง) มาให้ที่สเปน เพราะมีเยอะไม่แพ้ Mc แต่ขายดีไม่เท่า Mc ทำให้เราสามารถซื้อเบอร์เกอร์ไก่ ติดกระเป๋าครั้งละ 4 ชิ้นแก้ขัดไปได้ในหลายวัน เพราะ...
.
KFC หายากครับ มีตามแหล่งท่องเที่ยวมั่ง แต่ก็ต้องต่อคิวยาวเป็นชั่วโมง (นักท่องเที่ยวชอบ) เช่นเดียวกับ Mc..... ในขณะที่ Burger King มีจำนวนสาขาพอๆกัน แต่คนหลวมกว่าครับ
.
แล้วคำว่า "แต่...." บนหัวข้อหมายถึงอะไรนะหรือครับ?
.
ก็หมายความว่า ร้านอาหาร Fast food/Junk Food อินเตอร์ฯ มียี่ห้อทั้งหลายแหล่ ก็ชอบหมกเม็ดคล้ายๆกันนั่นแหละครับ คือมีใบปลิวราคาโปรโมชั่นไว้ล่อลูกค้า แต่ไปที่เคาน์เตอร์ ราคาอย่างที่ว่าไม่มีหรอกครับ เว้นแต่เราจะมีใบปลิวเป็นหลักฐานไปโชว์ จึงจะสั่งได้...
.
เบอร์เกอร์ไก่ ที่เราทานแทบทุกวันเว้นวันช่วงแรกๆนั้น ที่เคาน์เตอร์ชิ้นละ 4.5 ยูโรครับ แต่แบบเดียวกันในใบปลิว ตกชิ้นละ 1.99 ยูโร เท่านั้น..... เราซื้อครั้งละ 4 ชิ้น ถ้าไม่มีใบปลิว ตังหล่นหายไป 10 ยูโร (400 บาท) เลยครับ
.
วิธีให้ได้ใบปลิวที่ว่ามา (เค้าไม่ยืนแจกตามถนนเหมือนเรา) ก็คือมองหาตามโต๊ะลูกค้าอื่นๆ หรือสั่งแบบ อาหารเซ็ท (ซึ่งไม่แพงมาก คือ เบอร์เกอร์ 2 ชิ้น เครื่องดื่ม 2 แก้ว เฟรนซ์ฟราย 1 ห่อเล็ก...7 ยูโร) เค้าจะมีใบปลิวใส่ถาดมาให้ เราก็เก็บไว้เป็นคูปองได้ตลอดกาล (ใช้ได้ทั้ง สเปน และ โปรตุเกส) ครับ
.
สาเหตุ ที่อาหารเซ็ทตามร้านฟาสต์ฟู้ด ไม่รู้สึกแพงมาก ก็เพราะ เครื่องดื่มที่อยู่ในชุดนั้น เค้าให้แก้วเปล่ามาเท่านั้น แล้วให้เราไปกดเติมเอง แบบ รีฟิล-เติมได้ไม่อั้น..(หายสงสัยยังครับว่า ทำไมสาวน้อยสาวใหญ่ฝาหรั่งถึงเชพเบ๊อะทั้งนั้น อิอิ) ซึ่งเกือบทั้งหมด เติมกันหลายรอบราวกับน้ำประปาข้างถนนเชียว (เห็นแล้วกลัวแทน น้ำตาลมื้อละเป็น 100 ช้อนอย่างนั้น)....แถมทานอิ่มแล้ว ยังไปเติมเต็มแก้ว หยิบฝาปิดเอง เดินออกไปดื่มตามทางได้ด้วย...
.
เคยเห็นด้วยความอเน็จอนาถใจครั้งนึง ที่สาวน้อยดื่มโค้กไปแล้ว อยากเปลี่ยนเป็นแฟนต้า เธอก็กดน้ำแฟนต้าใส่ถ้วย แล้วเททิ้งเป็นการล้าง รสโค้ก ออกก่อนกดใหม่ด้วย...
.
ส่วนการทานทิ้งทานขว้าง ทานแล้วทิ้งเรี่ยราดบนโต๊ะให้พนักงานมาเก็บเอง เป็นภาพปรกติ (ของลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือทำตามพ่อแม่ต่ำตม) จนอดสงสารพนักงานไม่ได้เลยครับ
.

.
4. เวลาในสเปนและโปรตุเกส ไม่เท่ากัน
.
แหะ แหะ เรื่องนี้ทำเอาขายหน้ามาแล้วอ่ะครับ เพราะไม่เฉลียวใจมาก่อนเลย...
.
กระทั่งเดินทางจาก Seville-เซ่บี่ยา มาถึง Lisbon-ลิสบอน ตอนเช้า ฝากกระเป๋าเพื่อออกเที่ยวก่อนกลับมาเช็คอินตามเวลาที่เค้ากำหนดไว้ คือ บ่าย 3 โมง
.
พอใกล้ๆบ่าย 3 เราก็มารอ แต่เลยไปตั้ง 10 นาทีแล้ว ก็ไม่เห็นเรียกเราไปลงทะเบียนซักที เมื่อลุกไปทักท้วง เค้าค่อยชี้นาฬิกาให้ดูว่า แค่บ่าย 2.10 เท่านั้นเอง....
.
ตอนนี้แหละครับ เพิ่งทราบว่า เวลาในโปรตุเกส ช้ากว่า สเปน 1 ชั่วโมง รีบปรับนาฬิกาแทบไม่ทัน
.
นอกจากนั้น ในวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศยังมีการปรับเวลา Daylight saving time-เวลาออมแสง เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมงด้วย
.
เพราะฉะนั้น เที่ยว 2 ประเทศนี้ หรือเที่ยวยุโรป อย่าลืมตระหนักเรื่องนี้ และเช็คเวลาบ่อยๆนะครับ ไม่งั้นมีสิทธิ์ตกรถ ตกเครื่องเอาง่ายๆไม่รู้ตัวนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #5  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/04/2018 7:59 am


.
Great Trip Begins With YEAH--ที่พักดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
.
อย่างที่เคยเรียนแล้วว่า ทริปนี้ค่อนข้างกระทันหัน การหาที่พักดีๆในช่วงวันแรกๆ คือที่ Barcelona จึงมีความสำคัญยิ่ง
.
และแล้ว ผมก็พบด้วยความประหลาดใจว่า Hostel ในสเปน ยังมีเหลือให้เลือกมากมาย (คงเพราะยังอยู่ในช่วงโลว์) แถมยัง...อดตะลึงจนต้องขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีกไม่ได้ เพราะ...
.
ส่วนใหญ่ได้คะแนนประเมินจากผู้เข้าพักสูงๆ ระดับ 8.5 เต็ม 10 ถึง 9.7 เต็ม 10 ทีเดียว จึงน่าจะถือได้ว่า...
.
Hostels ในสเปน น่าจะดีที่สุด ถูกใจนักท่องเที่ยวที่สุด เท่าที่ผมเคยประสพมาก็ว่าได้ คือ...
.
แทบทุกแห่งได้รับคำชมเชยเรื่อง ความสะอาด...สะดวก...เจ้าหน้าที่บริการดีเยี่ยม...และ ทำเล ดีเพราะใกล้แหล่งท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่...แม้เรื่องราคาอาจจะสูงระดับมาตรฐานเมืองดังในยุโรป (บางแห่งเกือบเท่าสแกนดิเนเวีย) ก็ตามครับ
.
หลังจากนั้น เมื่อหาจองโฮสเต็ลเมืองอื่นๆต่อไป เราก็พบด้วยความอุ่นใจอีกเช่นกันว่า ส่วนใหญ่ก็ได้คะแนนดีงามกันทั้งนั้น
.
เรื่องที่พักที่ได้เรียนรู้นี้ ทำให้เบาใจเยอะเลยครับว่า น่าจะตัดสินใจไม่ผิด ที่เลือกมาเที่ยวสเปน ประเทศที่เรามีความรู้แทบเป็นศูนย์นี้
.
และเมื่อเข้าพักจริง ก็ยิ่งทำให้เรามีความสุขมากขึ้นไปอีก เพราะที่พักแห่งแรกในสเปนของเรา คือที่พักที่จัดอยู่ในขั้น "ดีมาก" อีกด้วย คือ YEAH Hostel Barcelona ครับ
.
จริงอยู่ ประสบการณ์ก็ส่วนหนึ่ง แต่ผมว่า โชค ก็เป็นปัจจัยสำคัญเหมือนกัน เพราะ YEAH Hostel Barcelona ที่เราจองผ่าน Hostelworld นั้น ไม่ใช่ที่พักที่ได้คะแนนสูงสุดในระดับราคาใกล้เคียงกันหรอกครับ
.
แต่จากการคลิกดูรูปประกอบ และอ่านรีวิวของผู้เข้าพักที่ผ่านมา ก็ทำให้มั่นใจว่า โอกาสเลือกผิดมีน้อยมาก...
.

.
ก็ดูสิครับ... สภาพของเตียงไม้ที่หนักแน่นแข็งแรง มีสไตล์... ฟูกที่หนาเป็นศอก... ผ้าห่มนวมใหญ่สะอาด... มีม่านประจำเตียงอีกต่างหาก....
.



.
พื้นที่ภายในห้อง 6 เตียงที่เราเลือก** กว้างพอสมควร และดูสะอาด (ของจริงก็สะอาดมาก) ระบบถ่ายเทอากาศดี ห้องน้ำห้องสุขาดูดี ใช้ได้ด้วยความสบายใจไม่แพ้โรงแรม 3-4 ดาว
.
ห้องอาหาร และห้องส่วนกลาง โอ่โถง สะอาด มีระดับ และ...
.
อั้ยยะ...มีส่วน Roof Top-ดาดฟ้า ที่มีสระน้ำขนาดย่อมด้วย
.
.
.
**เทคนิคในการเลือกห้องพักรวม
.
-- ไม่ควรพักห้องเกิน 6 เตียง ยกเว้นกรณีจำเป็นจริงๆ
.
-- ห้อง 6 เตียง มีโอกาสผู้เข้าพักไม่เต็มมากกว่า ห้อง 4 เตียง ทำให้มีโอกาสเลือก Lower Bunk Bed-เตียงล่าง ได้ง่าย ถ้าเช็คอินช่วงต้นๆ
.
-- หากจำเป็นเลือกห้อง 8-10-12 เตียง หลีกเลี่ยงห้องที่ Ensuite-มีห้องน้ำในตัว... ใช้ Share Bathrooms-ห้องน้ำรวมที่อยู่นอกห้องนอนดีกว่า เพราะใหญ่กว่า สะอาดกว่า และไม่มีใครเอา Toiletries-เครื่องอาบน้ำไปไว้ในห้องให้รกตา (ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่า คนที่พักรวมกับคนอื่น ไม่ตระหนักหรือไงว่า เครื่องอาบน้ำเป็นข้าวของส่วนตัวที่อาจจะเป็นที่รังเกียจของผู้อื่นได้ บางคนแย่ถึงขนาดแขวนผ้าเช็ดตัวไว้ด้วย)  
.
-- Mixed Dorm-ห้องรวมชายหญิง ดีกว่าห้อง Male Dorm-ชายล้วน หรือ Female Dorm-หญิงล้วน  เพราะการมีเพื่อนต่างเพศ ทำให้คนค่อนข้างเกรงใจกันมากกว่า
.

.
เรื่องทำเลของ YEAH Hostel Barcelona ก็จัดว่าเหมาะสมมาก ดูจากการอธิบายที่ละเอียดมาก ...มีทางเลือกให้เดินทางจากสนามบินไปอย่างสะดวกหลายทาง รวมทั้งหากประสงค์จะใช้แท๊กซี่ ก็ประมาณราคาให้ทราบด้วย
.
ความที่เรานิยมนอนเตียงล่าง (ทั้งๆที่ปืนขึ้นเตียงบนก็พอไหว แค่ตกเตียงไม่เกิน 2-3 ครั้ง... 555) มีประสบการณ์อยู่ครั้ง ที่เจ้าหน้าที่โฮสเต็ลแห่งหนึ่งบอกเราตอนไปขอเตียงล่างว่า "ทำไมคุณไม่จองมาก่อนล่ะ" เราก็เลยสว่างแว่บขึ้นมาว่า...จริงสิ เมล์ขอเค้าล่วงหน้าก็ได้....หลังจากนั้น ผมก็มักจะส่งเมล์ Request ไปล่วงหน้าเสมอ แต่...
.
เชื่อไหมครับว่า กว่าครึ่งไม่มีการตอบกลับ ที่ตอบก็ใช้เวลาตั้งหลายวันกว่าจะตอบได้ และไม่เคยมีที่ไหนตกปากรับคำเลย ล้วนบอกเพียงว่า "แล้วแต่ Availability-มีว่างพอดีหรือเปล่า..." ซึ่งเป็นทำนองขอไปทีแบบคาดหวังอะไรไม่ได้เลย
.
แต่....ที่ YEAH Hostel Barcelona นี่แหละครับ ที่ Mr.Guido ตอบกลับภายในไม่กี่นาที และรับปากรับคำแบบให้ความหวังเกือบเต็มร้อยว่า "Don't worry-อย่าห่วง" ซึ่งทำให้รู้สึกดีมาก แม้จะยังไม่อาจมั่นใจชัวร์ก็ตาม
.



.
เรื่องการเดินทางจากสนามบินไปยังที่พัก สำหรับเราสองที่มีสัมภาระกว่า 60 โล มีความสำคัญมาก เพราะฉะนั้น ต้องขอเสิร์ชดูว่า ระบบ Metro-รถใต้ดิน ของบาร์เซโลน่าเป็นไง และใกล้ไกลแค่ไหน ซึ่ง...
.
สิ่งที่เราทำเป็นประจำ คือ หา PDF Metro Map ใส่มือถือล่วงหน้า เพราะสามารถถ่างขยายดูได้ ซึ่งกรณีนี้ สามารถโหลดได้ที่ goo.gl/7nwi9e ครับ
.


.
จะเห็นได้ว่า การต่อเมโทร 2 สายจากสนามบิน (ดาวแดงในภาพ) ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย...สะดวกกว่า นั่ง Airport Bus ไปลงที่ Plaza Catalunya-จัตุรัส คาตาลุนเนีย แล้วต่อเมโทร หรือ แท๊กซี่ที่นั่นอีกทีเยอะ
.
มีข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ก็พร้อมออกเดินทางได้ครับ
.
หมายเหตุ:
.
เมโทรที่บาร์เซโลน่า ค่อนข้างใหม่ แต่ต้องภาวนาว่า ขอให้สถานีที่เราต้องใช้มีลิฟท์ด้วยเถิด ถ้าไม่มีก็ขออย่าให้มีบันไดเลื่อนเสียในช่วงไหนๆเลย เพราะส่วนใหญ่ลึกมาก (ลึกกว่ารัสเซียเสียอีก) บางสถานีลงบันไดเลื่อนถึง 6-7 ชั้น (แบบท่าเรือเฟอร์รี่ฮ่องกงเลย) แต่....
.
แต่เมโทรที่มาดดริด สิครับ โบราณคร่ำครึ และส่วนใหญ่ไม่มีบันไดเลื่อนครับ จึงถือว่า ต้องห้ามเด็ดขาด สำหรับผู้ที่มีข้าวของสัมภาระ ขนาดตัวเปล่าก็ยังหอบเลยอ่ะครับ
.

.
คืนวันที่ 1 มีนาคม เราก็มาเตร็ดเตร่อยู่ที่สุวรรณภูมิ ผมถือโอกาสสอบถาม กราวนด์ฯ ตอนเช็คอินว่า "ความที่ต้องรอต่อเครื่องที่ Madrid เพื่อไป Barcelona ตั้งเกือบ 7 ชั่วโมง ถ้าเราจะขอลงที่ Madrid โดยไม่ไป Barcelona ได้หรือไม่"....
.
ได้คำตอบว่า "ได้ค่ะ แต่รายการหลังจากนั้น รวมถึงเที่ยวกลับต้องพลอยถูกยกเลิกไปหมดนะคะ"...จ๊ากกก
.
บิน 6 ชั่วโมงครึ่ง สู่ Abu Dhabi ปรับเวลาถอยหลัง 3 ชั่วโมง แล้วก็นั่งรอที่สนามบิน 2 ชั่วโมงครึ่ง คุณนายเคทฆ่าเวลาก่อนต่อเครื่องไป Madrid (บินอีกเกือบ 8 ชั่วโมง) ด้วยคลิปละคร "บุพเพสันนิวาส" อย่างกระดี๊กระด๊า....
.
ช่วงบินนี้ มีหนุ่มสเปนเดินทางกับครอบครัวไปเที่ยวอินเดียมา นั่งเก้าอี้แถวเดียวกัน เม้าธ์เรื่องเมืองแขกให้คุณนายเคทฟังอย่างอร่อยปาก แล้วก็ชวนเราสองให้ไปเที่ยวบ้านเค้าที่เมือง Benidorm (ซึ่งนั่งรถบัสจาก Valencia ไปชั่วโมงเดียว) พร้อมเปิดรูปในมือถือให้ชม บอกว่าเป็นเมืองชายหาดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก ผมก็เลยใช้มือถือถ่ายไว้ เผื่อมีเวลาเหลือ ก็อาจจะแว่บไปเยือนสักหน่อย...
.
ถึง มาดดริด..ลังเลอยู่ว่า มีเวลาตั้ง 6-7 ชั่วโมง เข้าไปเที่ยวในเมืองสักหน่อยดีไหม เพราะอยู่ห่างสนามบินแค่ 11 กม. แต่ในที่สุดก็คล้อยตามคุณนาย อยู่ดูละครในยูทูปที่สนามบินดีกว่า...555
.


.
นั่งเครื่อง Domestic ชั่วโมงหน่อยๆ มาถึงบาร์เซโลน่า รับสัมภาระแล้วเดินตามป้ายไป สถานีเมโทร โดยผ่านป้ายรถ Airport Bus ที่มีผู้ใช้บริการมากทีเดียว...
.
ซื้อตั๋วแล้วก็มารอขึ้น เมโทรครับ
.


.
การซื้อตั๋วเมโทร (ที่ใช้ได้กับยานสาธารณะอื่นๆ เช่น รถบัส รถราง รถไฟได้ด้วย) มีรายละเอียดที่ต้องศึกษาพอสมควร แต่อ่านดูครู่หนึ่ง ก็พอเข้าใจว่า ตั๋วแบบไหนที่จะเหมาะกับเราที่สุด และกดเลือกซื้อจากตู้ได้เลยครับ..
.

.
หน้าแรก เมื่อเลือกเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ก็จะเห็นว่า มีตั๋วให้เลือก 8 แบบด้วยกัน คือ
.
ตั๋ว 2 วัน 15 ยูโร...ตั๋ว 3 วัน 22 ยูโร...ตั๋ว 4 วัน 28.50 ยูโร...และตั๋ว 5 วัน 35.00 ยูโร ที่เรียกว่า Hola BCN Card-บัตร สวัสดี บาร์เซโลน่า
.
(ตั๋ว 2 วัน 3 วัน ต้องใช้เหรียญหยอดเท่านั้น แต่ ตั๋ว 4 วัน 5 วัน ใช้ธนบัตรแบ้งค์ 5-10-20 ยูโรได้ แต่ใช้แบ้งค์ 50-100 ยูโรไม่ได้)
.
ตั๋วเที่ยวเดียวเฉพาะโซนในเมือง ราคา 2.20 ยูโร
.
ตั๋ว 10 เที่ยวเฉพาะโซนในเมือง ราคา 10.20 ยูโร
.
ตั๋วเที่ยวเดียวเฉพาะโซนในเมือง+สนามบิน ราคา 4.60 ยูโร
.
(ทั้ง 3 แบบ ใช้เหรียญและแบ้งค์ 5-10-20 ยูโรได้)
.
ตั๋ว 50 เที่ยวเฉพาะโซนในเมือง ราคา 43.50 ยูโร
.
(ใช้เหรียญและแบ้งค์ 5-10-20-50 ยูโร ได้)
.
.                         
สำหรับเราซึ่งอยู่บาร์เซโลน่าและต้องเริ่มใช้ตั๋วขึ้นเมโทรตั้งแต่ 6 โมงเย็นวันที่ 2 จนถึง เที่ยงคืนวันที่ 6 ก่อนขึ้นรถบัสไป ซานเซบาสเตียน ถ้าซื้อแบบ 4 วันก็อาจจะหวุดหวิดนิดหน่อย ก็เลยซื้อแบบ 5 วัน 2 ใบ 70 ยูโร....เท่ากับคนละ 1350 บาทเพื่อขึ้นรถสาธารณะทุกชนิด 5 วันเต็ม (120 ชั่วโมง) ซึ่งก็ถือว่าไม่แพง คุ้มกว่า และมีอิสระกว่า บัตรแบบอื่นแน่นอนครับ
.
ส่วนเพื่อนๆที่อาจมีสไตล์ท่องเที่ยวต่างจากเรา (ที่ชอบนั่งรถชมเมือง) ก็เลือกเอาเองแล้วกันนะครับว่า แบบไหนถึงจะดีและคุ้มกว่ากัน
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #6  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/04/2018 8:01 am


.
อย่างที่เรียนแล้วนะครับว่า เมโทรบาร์เซโลน่านี่ ใหม่ทันสมัยใช้ได้...เพียง 40 นาทีต่อมา เราก็มาถึง YEAH Hostel Barcelona ซึ่งทุกอย่างเหมือนรูปที่ลงในเว็บ Hostelworld ไม่ผิดเพี้ยน รวมทั้ง ห้องครัว ที่ไม่มีรูปในเว็บด้วย
.

.
ถัดจากห้องครัว ก็คือห้องอาหาร ที่มีป้ายคำคมขำๆ
.
-- รายการอาหารวันนี้ : ทาน หรือ อด
-- อยากทานอาหารบนเตียง (เสิร์ฟถึงเตียง) ก็ นอนในห้องครัวสิ (ง่ายนิดเดีย...)
.
ห้องนอนของเราอยู่ชั้น 6 ส่วนชั้น 7 คือ Rooftop-ชั้นดาดฟ้า ที่หน้าร้อนคงมีคนเต็ม แต่ช่วงนี้หนาวเกินครับ
.

.
ชั้นลอยคือ Common Room-ห้องส่วนกลางเอนกประสงค์ และ...
.
ผนังตรงทางเข้า คือแผนที่แหล่งท่องเที่ยว ที่อยู่ไม่ไกลจาก โฮสเต็ล และ....
.

.
แผนที่รถเมโทรข้างล่างจะบอกด้วยว่า แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั้ง 49 แห่งในบาร์เซโลน่า อยู่ในเส้นทางเมโทรสายไหนบ้าง
.


.
เห็นไหมครับว่า ทำไมเราจึงไม่เคยหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวก่อนมาเลย...ที่ดาบหน้าได้สบาย เพราะทุกอย่างมีพร้อมสรรพ์ในโฮสเต็ลอย่างนี้แหละ แค่ถ่ายลงมือถือก็ยิ่งกว่ามีคู่มือท่องเที่ยวไว้ใช้แล้วครับ
.

.
นอกจากนั้น ข้างกำแพงด้านใน ยังมีข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวดังๆ พร้อมรายละเอียด... เส้นทางไปสู่...เวลาเปิดปิด...ค่าเข้าชม.. ฯลฯ รวมทั้งการไปสนามบิน ท่ารถทัวร์ ต่างๆด้วยครับ
.


.
จุดเด่นอีกอย่างของ YEAH Hostel Barcelona ก็คือ บริการอาหารให้ผู้เข้าพักในราคาที่ถูกมาก คือ
.
Breakfast-บุฟเฟ่ต์อาหารเช้า ราคาเพียง 3 ยูโร และ
.
Dinner-อาหารค่ำชุด (เปลี่ยนเมนูทุกวัน และต้องลงชื่อจองล่วงหน้า) เพียง 12 ยูโร ในเวลา 3 ทุ่ม (เวลาดินเน่อร์ปรกติของชาวสเปน) อีกด้วย
.
อย่างในภาพ คือ เซ็ท ซุป...ไก่ย่าง..ของหวาน ซึ่งอย่างเดียวกันนี้ตามร้าน ไม่ต่ำกว่า 20 ยูโรครับ
.

.
และที่สุดยอดจริงๆ ก็คือ Hostel ในเครือ YEAH Hostel Barcelona ยังมีอีก 3 แห่ง คือ
.
OK Hostel ใน Madrid,
.
Yes Hostel ใน Lisbon และ
.
Yes Hostel ใน Porto
.
ซึ่งหากจองโดยตรงกับทาง Hostel ก็จะได้รับส่วนลด 10%
.
แจ๊คพ็อตสิครับ...ผมก็จึงวานสต๊าฟฟ์ผู้น่ารัก Ms. Soraia-โศรยา (ชื่อเดียวกับนางเอกในละคร จำเลยรัก) ช่วยจองให้ทั้ง 3 ที่ 11 คืน รวมทั้งที่ Barcelona นี่อีก 2 คืนก่อนกลับบ้านอีกด้วย    
.
Ms. Soraia ดีต่อเรามากครับ นอกจากจองให้ฉับพลัน ทำให้เราเซฟเงินมาอีกหลายพันบาทแล้ว ยังจัดการให้ทุกแห่ง สำรอง Lower Bunk Bed-เตียงล่าง ให้ และดูแลเราเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย เพราะเธอเป็นชาวโปรตุเกส และเคยดูแลโฮสเต็ลที่นั่นมาก่อนครับ
.
ขอขอบคุณ Ms. Soraia เพื่อนใหม่และเพื่อนรักของเรา มา ณ ที่นี่ด้วยครับ Thanks a million Dear Soraia, for your immense hospitality, we love you and miss you already. See you in Bangkok soon.
.
เห็นด้วยใช่ไหมครับว่า Great Trip Begins With YEAH--ที่พักดี มีชัยไปกว่าครึ่ง...เพราะเรามีความสุขและประทับใจกับ Hostels  ทุกแห่งในเครือนี้มากๆครับ  :-)
.
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #7  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/04/2018 11:38 pm


.
Gaudi's Masterpieces--ว่ากันว่า ที่นี่คือ เมืองเกาดิ
.
14 เมษายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
"Going to see Gaudi's?--จะไปชมผลงานของเกาดิล่ะสิ คุณ?"
.
สองสามีภรรยาชาวฝรั่งเศส จาก Marseille ที่เราสนทนาด้วยระหว่างรอต่อเครื่องที่อะบูดาบี้ ยิ้มกว้างและถามเชิงบอกเล่าด้วยประโยคข้างต้น เมื่อเราบอกว่าจะไป Barcelona...
.
เกาดิ? มันคืออะไรหรือ? ผมคลำดูทุกรอยหยักในในสมองแล้วไม่ปรากฏร่องรอยข้อมูลใดๆเลย แต่ความเก๋าก็ช่วยให้เอาตัวรอดไปได้ด้วยการยิ้มเก้อๆและพยักหน้าไปงั้นๆ
.
แล้วเวลาต่อมา เมื่อนั่งเสิร์ชอากู๋ดูระหว่างรอเครื่องที่มาดดริด ผมก็ค่อยถึงบางอ้อว่า Attraction-แหล่งท่องเที่ยว อันดับ 1 และอันดับต้นๆต่อมาใน Barcelona ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งโลกให้มาชื่นชม ล้วนเป็นสถาปัตยกรรมผลงานของ สถาปนิก+ศิลปืนนามกระเดื่อง Antoni Gaudí-อันโทนิ เกาดิ ทั้งสิ้น...
.
การไปเที่ยว Barcelona ของผู้เสพย์งานศิลป์จึงเป็นเสมือนการไปลิ้มรส Gaudi's-ผลงานของเกาดิ เช่นเดียวกันแฟนบอลที่ไปเที่ยว Barcelona ก็เพื่อสัมผัสบ้านเกิดของทีม บาร์ซา ประมาณนั้นครับ  
.
ภาพประกอบ: อาคารด้านหลังคุณนายเคท คือ Casa Milà หรือ La Pedrera ซึ่งหมายถึง The stone quarry-บ้านถ้ำหิน ผลงานระบือชื่อของ Antoni Gaudí ในย่าน Passeig de Gràcia ครับ
.

.
Antoni Gaudí-อันโทนิ เกาดิ เป็นบุตรของช่างทำวัตถุทองแดง เกิดเมื่อ 25 มิถุนายน 1852 ย่าน Tarragona เขต Reus เมือง Barcelona
.
เกาดิในวัยเด็ก สุขภาพไม่ค่อยดี จนทำให้เขาเก็บตัวเงียบไม่ค่อยกล้าเข้ากลุ่มเด็กอื่น จึงหมกมุ่นเรียนรู้งานศิลป์ต่างๆทุกด้านจากครอบครัวแบบเต็มๆ
.
ระหว่างเรียนชั้นมัธยมในวัย 15 ปี เกาดิเริ่มมีผลงานวาดภาพลายเส้นตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ และช่วงเตรียมเข้าเรียนที่ Escola Tècnica Superior d'Arquitectura-คณะสถาปัตย์ฯในบาร์เซโลน่า เขาก็ทำงานเป็นผู้ช่วยสถาปนิกชื่อดังหลายคนและเข้าร่วมโครงการบูรณะ มหาวิหาร Sagrada Família ด้วย
.
ในวันมอบปริญญาบัตรให้ เกาดิ ท่านคณบดี Elies Rogent กล่าวว่า "Qui sap si hem donat el diploma a un boig o a un geni. El temps ens ho dirà-นี่เราไม่รู้หรอกว่ากำลังมอบปริญญาให้กับคนบ้าหรืออัจฉริยะกันแน่ กาลเวลาเท่านั้นจะให้คำตอบเราได้" ."
.
สถาปัตยกรรมของเกาดิแตกต่างจากผลงานทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยจินตนาการที่เกิดจากความหลงใหลในธรรมชาติและศาสนาอย่างลุ่มลึก ซึ่งนอกจากลบเหลี่ยมมุมที่แข็งกระด้างออกอย่างกลมกลืนแล้ว ยังใช้ กระเบื้องเซรามิก กระจกสี เหล็กดัดและงานไม้มาเป็นส่วนประกอบด้วย ทำให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นทั้งสถาปนิกและศิลปินในตัวตนเดียวกัน
.
ผลงานของเกาดิมีให้เห็นมากมายในบาร์เซโลน่า และที่อลังการที่สุดก็เห็นจะเป็น มหาวิหาร Sagrada Família ที่ใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างตกแต่งถึงกว่า 40 ปี ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แม้เขาจะทิ้งงานอื่นเพื่อจดจ่อกับงานสร้างมหาวิหารแห่งนี้แต่เพียงอย่างเดียวถึง 12 ปี ตั้งแต่ปี คศ.1914 กระทั่งลาจากโลกไปในปี คศ.1926 ในวัย 74 ปีด้วย...
.
อุบัติเหตุถูกรถรางชนที่บริเวณหน้ามหาวิหาร และถูกทิ้งให้ได้รับบาดเจ็บโดยไม่มีใครสนใจ เนื่องจากเขานิยมแต่งกายซอมซ่อจนไม่มีใครคิดว่าเป็นเขานั่นเอง
.
ระหว่างปี คศ.1984 ถึงปี 2005  ผลงานของเกาดิได้รับการประกาศให้เป็น มรดกโลกถึง 7 แห่งด้วยกัน
.
หมายเหตุ: ผลงานของเกาดิ ดูได้จาก List of Gaudí buildings ที่ลิงค์ goo.gl/3irGWR ครับ
.

.
แต่ก่อนที่จะไปเยี่ยมชมผลงานของเกาดิ ขออนุญาตนำเพื่อนๆไป Walking Tour ซึ่งเป็นกิจกรรมในเช้าวันรุ่งขึ้นที่เราถึงบาร์เซโลน่าครับ
.
Free Walking Tour (ซึ่งจริงๆไม่ฟรี เพราะควรจะต้องทิปเค้าตอนจบตามมารยาท) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางด้วย Night Bus-รถบัสข้ามคืน เพราะถึงเช้าแล้ว ได้พักผ่อนนิดหน่อย 10 โมงเช้าก็เข้าร่วมวงไปเลย เพื่อกลับมาบ่ายโมงหน่อยๆ แล้วเช็คอินเข้าห้อง (ตามกติกาคือ บ่าย 2 บ่าย 3) ได้
.
ทัวร์เดินเที่ยวแบบนี้ มีบริการทุก Hostel ครับ (ที่ไม่มีก็แนะนำให้ไป จุดที่มี ซึ่งจะมีทุกเมืองท่องเที่ยวในยุโรป) เพราะไกด์นำทัวร์ก็คือ สต๊าฟฟ์คนใดคนหนึ่งที่มีความรู้และประสบการณ์เป็นการให้บริการและเปิดโอกาสให้พวกเขาหารายได้พิเศษด้วย
.
ที่ YEAH Hostel มีวอล์กกิ้งทัวร์อยู่ 2 แบบ คือ Gaudi's Casa Tour-ทัวร์ชมผลงานเกาดิ และ Gothic Quarter Tour-ทัวร์ย่านเมืองเก่า....  
.
ซึ่งวันที่ 3 มีนาฯ (วันอาทิตย์) เป็นรอบ Gothic Quarter ของไกด์นำทัวร์ชื่อ Alberto Velasquez ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้ดาราภาพยนต์ แถมยังความรู้แน่น คารมดี เพราะเรียนแพทย์ศาสตร์แล้วมาทำงาน Part Time ที่ Hostel ครับ
.
กรุ๊ปของเราเช้านี้ มี 1 โหลคนพอดี มาจากประเทศต่างๆในยุโรป และมีสาวไต้หวัน 2 คน ที่ทำงานนอกประเทศทั้งคู่ คือคนนึงทำงานที่บูดาเปสท์ อีกคน (มีผ้าคลุมไหล่) ทำงานที่ ฮิโรชิม่า ญี่ปุ่นครับ
.

.
รวมพลกันหน้าโฮสเต็ลแล้ว อัลแบร์โต ก็บรี๊ฟเราสั้นๆว่า เส้นทางในวันนี้จะครอบคลุมบริเวณใดบ้าง.... แล้วก็นำพวกเราเดินไปที่สถานีรถเมโทร Verdaguer เพื่อต่อสายสีเหลือง 4 ป้ายไปที่สถานี Jaume ซึ่ง..
.
เขาซื้อตั๋วแบบ 50 ใบไว้แล้ว ก็แจกและเก็บพวกเราคนละ 1 ยูโร (ปรกติ 2.20 ยูโร) ส่วนเรามีตั๋ว BCN ก็ไม่ต้องครับ
.
สถานีเมโทรของ Barcelona นี้ ขาเข้าต้องใช้ตั๋วแตะหรือเสียบ แต่ขาออกเป็นประตูเหล็กดัดที่ผลักออกได้เลยครับ
.
ขึ้นมายังบริเวณ Placa de Ramon Berenquer El Gran-จัตุรัสท่านขุนนาง เรอมอนต์ แบริงเกอร์ ที่ 3 แห่งบาร์เซโลน่า แล้วอัลแบร์โตก็เลือกมุมประจำข้าง Roman Wall and defence Tower-กำแพงโรมันและหอรักษาการณ์ ให้พวกเรานั่งแล้วก็บรรเลงประวัติตำนานความเป็นมาของ Gothic Quarter-ย่านเมืองเก่า ให้พวกเราฟังอย่างมีรสชาติ ถึงพริกถึงขิง...
.

.
จากนั้น ก็นำพวกเราผ่านอาคาร The Gaudí Exhibition Center-ศูนย์นิทรรศการผลงานเกาดิ ..ไปยัง Barcelona Cathedral-มหาวิหาร บาร์เซโลน่า....
.

.
ซึ่งอัลแบร์โต บอกว่า.... ก่อน 11 โมงเช้า สามารถเข้าชมได้ฟรี.... และให้เวลาพวกเรา 10 นาทีเข้าชมภายในแล้วออกมาเจอกันด้านนอกตรงทางออก...
.
แน่นอนครับว่า ข้อมูลนี้เป็นที่ทราบโดยทั่วไปในกลุ่มไกด์ ฉะนั้นจึงมีนักท่องเที่ยวแห่กันมาชุมนุมแต่เช้า เพื่อต่อคิวเข้าชมภายในมหาวิหาร เช่นเดียวกับ...
.
เหล่าขอทาน..ศิลปินริมถนน-Street Performers ที่เห็นเยอะกว่าประเภทอื่นคือ แต่งตัวเป็นหุ่นต่างๆครับ
.
กดแช๊ะไป 2-3 ภาพ เจ้าหน้าที่ก็มาส่งสัญญาณมือว่า ห้ามใช้แฟลช ซึ่งแต่ก่อนผมเคยเข้าใจผิดว่า แสงแฟลชจะส่งผลให้วัสดุ หรือภาพวาด จางสีได้ แต่ต่อมาได้รับข้อมูลใหม่ว่า ที่ต้องห้าม เพราะแสงแฟลชสร้างความรำคาญให้กับผู้อื่นต่างหากครับ
.

.
อลังการมะลังมะเลืองมากครับ
.

.
เดินไล่ชมไปอย่างรีบๆก่อนจะทะลุมาทางออกเพื่อสมทบกับ อัลแบร์โตที่หน้า Monument to the heroes of 1809-อนุสาวรีย์ 5 วีรชน ผู้ถูกทหารฝรั่งเศสประหารชีวิตโทษฐานประท้วง ครั้งกองทัพฝรั่งเศสยึดครองในปี คศ.1808
.
อีกมุมหนึ่ง ศิลปินริมถนน-Street Performer ที่แสดงความสามารถในการขับร้องโอเปร่าอย่างไพเราะกังวาน ด้วยประสบการณ์ที่มีมายาวนาน ดังลิงค์ goo.gl/QTsSZn นี้ครับ
.

.
ศพของวีรชนทั้งหมดถูกฝัง ณ ที่นี่และมีกระเบื้องบอกเล่าวีรกรรมครั้งกระโน้นให้เยาวชนรุ่นหลังได้เรียนรู้และจดจำเป็นตำนานของความกล้าหาญชาญชัย
.

.
ถัดไปอีกนิดจาก ลานแสดงการขับร้องโอเปร่า... ตรงด้านหลังของมหาวิหาร จะเป็นประตูนำไปสู่ Casa de l'Ardiaca-ลานบ้านของผู้ช่วยบาทหลวง Lluís Desplà ผู้บูรณะบ้านที่สร้างมาตั้งแต่ คศ.1400 นี้ให้เป็นสถานหย่อนใจของผู้คน ประกอบด้วยน้ำพุ และสวนหย่อมอันร่มเย็นและงดงาม
.
สาวใหญ่กลุ่มนี้ ขอให้ผมช่วยถ่ายภาพหมู่ให้ และเมื่อพูดคุยกันและได้ทราบว่า พวกเธอมาจาก Bilbao และเราก็กำลังจะไปเที่ยว บิลบาว ด้วย ก็เลยกรี๊ดกร๊าดกลายเป็นเพื่อนกันไปชั่วขณะ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #8  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/04/2018 11:41 pm


.
จากนั้น อัลแบร์โต ก็นำเรามาสู่จัตุรัสเล็กๆ ชื่อ Placa Sant Felip Neri แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่มีทัวร์ไหนพลาดเมื่อมาเยือนย่านเมืองเก่า Gothic Quarter นี้
.
น้ำพุสวย และบรรยากาศกลางลาน ให้ความรู้สึกร่มรื่นอย่างประหลาด....ด้านหนึ่งเป็น The Baroque Church of Sant Felip Neri-โบสถ์เซนต์ฟิลิปเนริ... อีกด้านเป็นโรงเรียน Sant Felip Neri ที่ช่วงพักจะมีเด็กนักเรียนมาเล่นกัน โดยลืมไปว่า.....
.
ณ สถานที่แห่งนี้ในปี คศ.1938 เกิดโศกนาฏกรรมเมื่อทหารฟาสซีสต์ถล่มสเปนด้วยระเบิดและปืนกลจนคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 42 ชีวิตที่หนีภัยมาเพื่อหลบในหลุมนิรภัยใต้โบสถ์.... ซึ่งร่องรอยกระสุนยังมีอยู่ให้เห็นชัดตามกำแพงโบสถ์ในปัจจุบัน.....
.
แล้ว อัลแบร์โต้ ก็ผ่อนคลายความเครียดของเราด้วยการแนะนำโรงแรมเนริ ที่อยู่ข้างๆว่า....
.
ห้องอาหารของโรงแรมนี้ คือสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ดังเรื่อง Vicky Cristina Barcelona โดย Woody Allen (ที่ออกฉายเมื่อ 10 ปีที่แล้ว กวาดรางวัลไปกว่า 30 รางวัลรวมทั้งภาพยนต์ยอดเยี่ยมลูกโลกทองคำ และออสการ์ดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยม คือ Penélope Cruz ด้วย) จนทำให้ผู้คนแห่แหนกันมาห้องอาหารของโรงแรมนี้ไม่ขาดสาย...
.



.
เพื่อนๆที่หากบังเอิญชื่นชอบภาพยนต์เรื่องนี้ หรือแม้แต่เป็นแฟนผลงานของ Woody Allen สามารถมาพักที่นี่เพื่อเสพย์ความละเมียดละไมของสถานที่และตกผลึกจินตนาการของเขาได้ครับ
.

.
สำหรับภาพยนต์เรื่อง Vicky Cristina Barcelona ขอเรียนว่า บทสนทนาอันเฉียบคมจนเป็นซิกเนเจอร์ของ Woody Allen เรื่องนี้ เร้าใจเหลือประมาณ ดังเช่นฉากหนึ่งที่ผมยกมาเป็นตัวอย่างนี้....
.
-- นี่เธอ...เธอกำลังมองหาอะไรหรือ?
-- เธอว่า ผู้ชายคนนั้น ใช่ศิลปินวาดภาพที่เราเจอในแกลเลอรี่หรือเปล่า?
-- อือม์ ใช่เสียด้วยสิ พ่อนักแต้มสีที่หย่าเมียจนอื้อฉาวคนนั้นแหละ....เค้ากำลังมองมาทางเราด้วยล่ะ...เธอคงแสดงทีท่าอะไรมั้ง..เห็นเปล่าว่า เค้ากะลังเดินมาหาเรา
-- คุณทั้งสองเป็นอเมริกันหรือครับ?
-- ใช่ค่ะ ชั้นคริสติน่า และนี่เพื่อนชั้นชื่อวิคกี้...
-- ผมอยากจะเชิญคุณทั้งสองไปเที่ยวเมือง โอวิโด้
-- เราจะออกเดินทางใน 1 ชั่วโมงข้างหน้า...เป็นเส้นทางบินสั้นๆ
-- บินไปเหรอ?
-- ผมจะพาคุณไปชมรูปปั้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมาก
-- งั้นหรือคะ? คุณจะชวนเราไปชมแล้วก็บินกลับมางั้นเหรอ?
.

.
-- อ๋อ ปล่าวครับ เราจะไปพักผ่อนสุดสัปดาห์ด้วยกัน... คือ..ผมหมายความว่า ผมจะเป็นคนนำเที่ยว ทานอาหารเยี่ยมๆ...ดื่มไวน์ดีๆ แล้วก็นอนด้วยกันอ่ะครับ
-- งั้นเหรอ...แล้วคุณจะนอนกับใครล่ะ?
-- ก็เราสามคนไง
-- เอ้อ...ขอโทษนะคะ ซินยอร์ (คุณผู้ชาย)...คงต้องรอชาติหน้าตอนบ่ายๆแล้วล่ะคุณ
-- ทำไมถึงคิดว่าไม่ดีล่ะครับ ในเมื่อ...ชีวิตคนเรานี้แสนจะสั้น เต็มไปด้วยเรื่องน่าเบื่อ ความเจ็บปวด... และนี่เป็นโอกาสทองที่จะทำอะไรแปลกใหม่เป็นพิเศษมั่ง...คุณทั้งสองก็น่ารักและสดสวย...
-- เอ้อ ขอบคุณนะคะ...แต่เราคงไม่มีอารมณ์รุนแรงถึงขนาดบินไปนอนกับใครที่จู่ก็มาชวนเราไปเที่ยวเมืองสเปนเล็กๆที่แสนงามหรอกนะ....ขอบอกคุณตรงๆแล้วกันว่า ชั้นไม่มีความรู้สึกลังเล....
.

.
-- หรือแม้แต่ต้อง คิด วิเคราะห์ แยกแยะ เพื่อบอกปัดคุณเลย....ว่าที่จริง ถ้าคุณอยากร่วมวงกับเรา แบบคนที่รู้กาลเทศะ มารยาทสังคมบ้าง เราก็ยินดีจะดื่มกับคุณนะ...ไม่อย่างงั้น ชั้นว่า เชิญคุณไปชวนโต๊ะอื่นไกลๆเลยจะดีกว่า
-- ผมเพียงแต่มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดให้คุณทั้งสองโดยปราศจากเล่ห์กระเท่ใดๆนะครับ...ผมหวังเพียงว่า คุณจะปรึกษากันและลองไตร่ตรองดู ซึ่งอาจจะลงเอยด้วยให้เกียรติผมนำคุณเที่ยวโอวิโดก็เป็นได้...ลองคิดทบทวนดูหลายๆรอบนะครับ....
.
.
แหะ แหะ...ผลจะลงเอยอย่างไร ก็คงต้องหาภาพยนต์เรื่องนี้มาชมแหละครับ..ตัวอย่างข้างต้น เป็นเพียงแค่ตอนเปิดฉากเท่านั้น....บางที่เพื่อนๆอาจจะมีความสุขจากการชมไม่ด้อยไปกว่า ขุ่นหมื่นแม่การะเกดก็เป็นได้น้า.....อิอิ :-)
.

.
เอาล่ะครับ ก่อนจินตนาการจะล่องลอยเตลิดไปไกลโพ้น ขอดึงเพื่อนๆกลับมายังโลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งครับว่า...
.
ณ บริเวณนี้ เห็นไหมครับว่า ร่องรอยกระสุนยังเกลื่อนเต็มกำแพงทั่วๆเลยครับ จะมีอะไรที่หฤโหดและไร้ศีลธรรมมนุษยธรรมเท่าสงครามเป็นไม่มีล่ะครับ....เศร้า!
.

.
จาก จัตุรัส Placa Sant Felip Neri เราไปกันต่อที่ซอยเล็กๆบนถนน Carrer de Sant Sever ที่ตัดกับ Baixada de santa eulalia ซึ่ง....
.
ณ จุดนี้ จะเห็นเป็นเสมือนศาลเพียงตาบนกำแพงตึก เป็นภาพของ St. Eulalia แม่พระวัย 13 ผู้มีพรหมจารีบริสุทธิ์ ซึ่งถูกทหารโรมันลงโทษเนื่องจากไม่ยอมสละความเป็นคริสต์ชน ถึง 13 รูปแบบด้วยกัน อาทิ...
.
--- จับท่านใส่ถังไม้ที่มีมีดและเศษแก้วเสียบรอบๆและลากกลิ้งไปตามท้องถนน
-- ถูกเปลื้องผ้า
-- ตัดทรวงอกทิ้ง
-- ตรึงกางเขน และ
-- ตัดศีรษะในที่สุด
.
ตำนานบอกเล่าว่า เมื่อศีรษะของท่านถูกตัดขาด ก็ปรากฏว่ามีนกพิลาฟบินขึ้นมาจากลำคอเป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก
.
พระแม่ ยูลาลิเอีย คือสัญลักษณ์ของการยึดมั่นในศาสนาอย่างมั่นคงโดยมิได้หวั่นเกรงหรือย่อท้อต่อภยันตภัยใดๆ.... ศพของท่านถูกนำไปฝังไว้ที่โบสถ์ Santa Maria del Mar และพระนาม St. Eulalia จะมีปรากฏเป็นชื่อถนนต่างๆในบาร์เซโลน่า เพื่อเป็นการสักการะคุณงามความดีของท่าน และ....
.
ทุกๆปี ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะเป็นเทศกาลสักการะพระแม่ ยูลาลิเอีย ในบาร์เซโลน่า 1 สัปดาห์เต็มครับ
.
และตรงข้ามศาลพระแม่ฯนี้เอง อัลแบร์โตก็แนะนำให้เราได้รู้จัก โรงงานน้ำหอมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของสเปน นั่นก็คือ The Perfumery (น่าเสียดายที่ปิดวันอาทิตย์) ซึ่งจะมีน้ำหอมสารพัดสารพันชนิดให้เราทดลอง พร้อมบอกเล่าว่า......
.
"น้ำหอมนี่ ไม่มีการแบ่งเพศ หรือแยกออกมาเป็นน้ำหอมสำหรับผู้หญิง น้ำหอมสำหรับผู้ชายอย่างที่ถูกเข้าใจผิดเสมอมาหรอกนะครับ.... กลิ่นที่จรุงใจจะขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคนมากกว่าว่าจะเข้ากับกลิ่นใด.... ทว่า บางครั้งก็เป็นการยากเหมือนกันที่จะปรับความเข้าใจในเรื่องนี้....เปรียบเทียบง่ายๆก็เช่น...ถ้าผู้ชายสวมกระโปรง ก็คงไม่พ้นถูกมองว่าแปลก ทั้งๆที่ผู้หญิงนุ่งกางเกงกันออกเกร่อโดยไม่มีใครรู้สึกต่อต้านแม้แต่น้อย..."
.

.
แล้วด้วยความเป็นศิลปินในจิตวิญญาณ อัลแบร์โตก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงภาพยนต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ Perfume: The Story of A Murderer ภาพยนต์ที่ลงทุนสร้างสูงที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ คือราว 50 ล้านยูโร (2 พันล้านบาท) แต่ก็ได้รับรางวัลมากมายพร้อมรายได้เป็นกอบกำตามความคาดหมายครับ
.

.
Perfume: The Story of A Murderer บอกเล่าเรื่องราวของเด็กกำพร้าผู้มีพรสวรรค์ในการดมกลิ่น จนสามารถแยกแยะว่ากลิ่นต่างๆรอบตัวนั้นประกอบด้วยกลิ่นของอะไรได้อย่างลุ่มลึก.....
.
แต่ในที่สุด เขาก็ค้นพบว่า กลิ่นที่เร้าใจที่สุดก็คือกลิ่นกายของหญิงสาวนั่นเอง
.
น้ำหอมที่เขาแอบผลิตออกมา ตราตรึงดึงดูดให้ไฟปรารถนาของผู้คนลุกโชนได้อย่างไม่รู้ตัว มีเสน่ห์รัดรึงใจเหนือกว่าน้ำหอมทั้งปวงมที่มีอยู่บนโลก.....
.
และในที่สุด เมื่อสูตรลับถูกเปิดเผย แม้เขาจะถูกกำหนดโทษขั้นรุนแรงที่สุดต่อหน้ามวลชนที่ปลุกเร้าอย่างฮึกเหิม แต่น้ำหอมขวดพิเศษที่เขามีก็ทำให้สถานการณ์แปรเปลี่ยนไปอย่างบ้าคลั่งเหลือพรรณนา...
.
แหะ แหะ....สั้นๆแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นรีวิวหนังแทนรีวิวท่องเที่ยวไปซะ..นะครับ
.

.
ไกด์รูปหล่อพาเราตะลุยไปตามซอกซอยต่างๆที่คดเคี้ยวไปมาอย่างเพลิดเพลิน...
.
บนอาคารหลายแห่ง จะปรากฏธงชาติแบบใหม่ของชาวคาตาลุนญ่า ที่ขอแบ่งแยกประเทศเป็นเอกราชต่างหาก จากสเปนแต่ทำการไม่สำเร็จ และข้อความเรียกร้องขออิสรภาพและให้ปล่อยนักโทษการเมือง ทั่วไปหมด
.
มุมนี้เป็นมุมเครื่องเทศ ที่เราเดินตามกลิ่นหอมของกำยานเข้าไปในร้านน้ำชา Caj Chai Tea House ซึ่งเป็นร้านดังแห่งหนึ่งของ บาร์เซโลน่าครับ
.

.
คณะของเราทะลุมาถึง Carrer de Marlet-ถนนมาร์เล็ท  ตรงประตูที่อัลแบร์โตยืนอยู่ข้างหน้า คือชุมชนชาวยิวในอดีต ที่ช่วงหนึ่งต้องพำนักกันอย่างหลบๆซ่อนๆก่อนที่จะถูกขับไล่ออกจากสเปนในที่สุด
.
ณ มุมหนึ่งของตึกที่มีปูนสัญลักษณ์เป็นปริศนาชวนกังขา  อัลแบร์โตก็เล่นเกมถามพวกเราว่า แต่ละส่วนหมายถึงอะไร ซึ่งพวกเราก็ตอบถูกเพียง 3 อย่างคือ
.
-- กากะบาด หมายถึงร้านยาหรือคลินิก
-- ช้อนไขว์ หมายถึงร้านอาหาร
-- ถ้วยกาแฟมีไอร้อน หมายถึง ร้านกาแฟ
.
แล้วเขาก็เฉลยว่า ที่เห็นเป็นเส้นๆ คือ ธงชาติ และ...
.
ปุ่มกลมๆข้างบนที่เป็นสีลวดลาย คือรูปทรวงอก อันหมายถึงย่านนี้เป็นแหล่งนางโลม (โสเภณี)....
.
และอาคารที่ปัจจุบันเป็นร้านรองเท้า Calcats Soriano   ในอดีตก็คือสำนักนางโลม (ซ่อง) นั่นเอง
.
ป้ายอักษร P บนพื้นสีฟ้าที่เห็น ไม่ใช่ที่จอดรถนะครับ แต่เป็นสัญลักษณ์ว่า ยามราตรีจะมีหญิงงามยืนเรียงรอรอลูกค้า ต่างหาก
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #9  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/04/2018 11:44 pm


.
มัวชมของโบราณปรำปราจนไม่ได้เห็นอะไรสวยๆงามๆเอาเสียเลย จึงขอนำเสนอร้านค้าร้านอาหารที่สะดุดตาเพื่อเป็นการผ่อนคลายบ้างนะครับ
.

.
บริเวณด้านหลังของ จัตุรัส Placa de Sant Jaume มีงานศิลป์ที่ดูธรรมดาอยู่ชิ้นหนึ่ง คล้ายๆโครงลวดที่ถูกนำมาบิดเป็นเครื่องเล่น แต่มีขนาดใหญ่ มั่นคงแข็งแรงมาก...
.
อัลแบร์โตบอกว่า จุดนี้คือที่แสดงการต่อตัวที่ผู้คนมารอชมกันอย่างหนาแน่นในฤดูเทศกาลต่างๆ พร้อมกับ..
.

.
สาธิตวิธีการต่อตัวให้พวกเรามีส่วนร่วมในกิจกรรมว่า ทำอย่างไร
.
ซึ่งก็เหมือนกับภาพวาดข้างฝาผนังใน YEAH Hostel ของเรานั่นแหละครับ
.
ใช่ครับ การละเล่นนี้อาจเร้าใจและตื่นเต้นสำหรับชาวบ้านชาวช่องแถบนี้ แต่สำหรับคนไทย ซึ่งคุ้นชินมากๆกับการต่อตัวในเทศกาลเชิดสิงโต และการแข่งขันเชียร์ลีดเดอร์ ทำได้แค่รำพึงในใจว่า "เด็กๆมากเลยอ่ะ...ฮิฮิ"
.

.
แล้วก็มาถึง ลานกว้างของ จัตุรัส Placa de Sant Jaume ส่วนราชการของเมือง ที่มีกลุ่มสตรีมาถือป้ายเรียกร้อง.... อ่านข้อความแล้วเดาได้คร่าวๆ (จากคำว่า dignidad คงมาจากคำว่า Dignity-ศักดิ์ศรี.... servicio จากคำว่า Service-การบริการ และ ayuda คำนี้เห็นบ่อยและทราบว่าหมายถึง Help-ขอความช่วยเหลือ) ว่าคงเรียกร้องความเสมอภาคในการทำงานอะไรซักอย่าง
.
นี่คือ การประท้วงมที่ถูกกฏหมาย คือทำเรื่องขออนุญาตจากทางการก่อน และได้รับการกำหนดวันเวลาให้มาแสดงออก ณ บริเวณนี้ ซึ่งจะมีการประท้วงโน่นนี่นั่นเป็นประจำครับ
.

.
ร้านจำหน่ายของที่ระลึกมีมากจริงๆครับ หันไปซ้ายขวาหน้าหลังเป็นเจอ และที่น่าทึ่งแต่ไม่แปลกคือ ส่วนใหญ่เจ้าของและพนักงานเป็นแขกอินเดีย ปากีฯ หรือ เนปาล บังคลาเทศ ทั้งนั้นครับ
.

.
วนกลับมาที่ Pont del Bisbe (Bishop's Bridge) -สะพานบาทหลวง ซึ่งประพิมประพายกับ สะพานถอนหายใจ ในนครเวนีส อิตาลี จนได้รับสมญาว่าเป็น The Spanish version of the Venetian Bridge of Sighs...
.
รอบด้านประดิดประดอยอย่างสวยงามยิ่งนัก
.

.
ในที่สุด เราก็ทะลุมาถึงด้านหลังของ มหาวิหารบาร์เซโลน่า ซึ่งมีรูปลักษณ์เป็นเหลี่ยมตัดแท่งๆอย่างสะดุดตา
.

.
รูปปั้นสัตว์ตัวหนึ่งทางมุมขวา มองข้างหนึ่งเป็นม้า แต่มองอีกข้างกลับกลายเป็นวัวครับ
.
ใกล้ๆกันคือทางเข้าไปสู่ ซากโบสถ์โรมันโบราณ ชื่อ Temple Roma D'August ซึ่ง...
.

.
เหลือเพียงเสาโรมันเท่านั้นที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์อยู่
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #10  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/04/2018 11:46 pm


.
สถานที่ต่อมา คือ Archivo de la Corona de Aragón-หอเอกสารของสำนักงานทรัพย์สิน ซึ่งอยู่ในบริเวณ
Palau del lloctinent (Viceroy's Palace) -พระราชวังมหาอุปราช อันมีสวนสวยงามกลางลาน
.
ด้านหนึ่งเป็นสำนักงาน กระทรวงวัฒนธรรม
.

.
ส่วนชั้นบน ที่มีนักท่องเที่ยวต่อคิวเข้าชมทีละกรุ๊ป คือ ห้องเพดานชั้นบนรูปเรือคว่ำ อันเป็นระเบียงที่ท่านอุปราชใช้สอดส่องลงมาดูความเป็นไปข้างล่าง โดยคนข้างล่างมองไม่เห็นท่านเลย
.
ประตูทางเข้าที่เป็นรูปรอยฝ่ามือนั้น หมายถึงทหารยามหน้าประตูจะยืนหันหลังให้ประตู แล้วใช้ฝ่ามือดันประตูให้เปิดออก เพื่อให้ท่านอุปราชเดินออกมาโดยไม่มีการมองหน้าท่านอย่างเด็ดขาด
.
แผนที่ด้านบน บอกเล่าถึงตำนานที่โคลัมบัสมาขอทุนเพื่อเดินเรือไปแสวงหาแผ่นดินใหม่ โดยท่านอุปราชบัญชาให้ไปสำรวจประเทศอินเดียมา แต่โคลัมบัสกลับไปค้นพบอเมริกาแทน.....
.
เมื่อกลับมา ก็เพ็ดทูลว่า เป็นประเทศอินเดียตามบัญชา  ครั้นถูกพบภายหลังว่า ผู้คนที่นั่นหาได้มีผิวดำเช่นชาวอินเดียไม่ แต่ออกจะเป็นผิวสีแดงต่างหาก โคลัมบัสก็ศรีธนญชัยว่า "เป็น Red Indian-แขกผิวสีแดง" ซึ่งก็คือ อินเดียนแดง บรรพบุรุษของชาวอเมริกันนั่นเอง
.

.
อัลแบร์โตปิดท้ายรายการด้วยการนำพวกเรามาที่ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ซึ่งมีตุ๊กตายอดนิยมเรียกว่า  Caganer-คากังเน่ หรือ ตุ๊กตานั่งส้วม ที่ทำเป็นรูปคนดังต่างๆ เพื่อสื่อสัจธรรมของชีวิตว่า
.
ไม่ว่าเศรษฐีหรือยาจก... คนดี-คนเลว.... คนงาม-คนขี้เหร่.... คนมีเกียรติ-ซ่อมซ่อ ....คนดังหรือคนด้อย...เวลานั่งส้วมก็ต่างอยู่ในอิริยาบทเดียวกันนี้ทั้งนั้น ไม่ได้ต่างกันเล้ย....
.
เพราะฉะนั้น อย่าได้ยึดติดในตัวตนให้มากไป มิฉะนั้น ยากที่จะหาความสุขใจในชีวิตอย่างแท้จริงได้ไม่
.
เข้าท่ามากทีเดียวครับ
.

.
และนี่คืออีกร้านที่เราเจอในวันต่อๆมาครับ
.

.
สุดท้าย เราก็มาลาจากกันที่ Placa del Angel ซึ่งอัลแบร์โต กล่าวปิดท้ายรายการว่า...
.
"ขอให้ปรบมือให้พวกเรากันเอง ที่ไม่มีใครตกหล่นหายไปเลย....ขอบคุณที่เป็นเพื่อนที่ดีด้วยกันตลอดทาง...หากมีความเห็นว่า ทัวร์นี้ดีสมใจ ก็ขอความกรุณาให้บอกกล่าวต่อๆไป หรือให้ทิปผมตามความสมัครใจ...
.
แต่หากรู้สึกผิดหวัง ด้วยผมทำหน้าที่ไม่ดีพอ เวลาถูกใครถาม ก็ขอได้โปรดตอบเลี่ยงๆไปว่า...อากาศวันนี้ดีมาก...ท้องฟ้าแจ่มใส...อาหารอร่อยทีเดียว ก็แล้วกันนะครับ"
.
ไม่ต้องสงสัยครับว่า ทุกคนประทับใจหรือไม่หรือมากน้อยเพียงไร dy[เพราะต่างเปิดกระเป๋าควักเงินให้เขาเป็นสินน้ำใจคนละ 5-10 ยูโรทุกคน
.
Thank you so much Alberto for your great job, we've learned a lot from you and you are one of the best walking tour guides that we are so fortunate to have come across in so little short but  enlightened time. Wishing you all the success and happiness in life. God Bless.
.
BTW The sun was shining on that day, the weather was very very fine too. Ha ha.
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #11  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 24/05/2018 3:53 pm




.
Lisbon, Portugal-ผจญภัยในลิสบอน
.
25 พฤษภาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
ผจญภัย?
.
ใช่ครับ การผจญภัย เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวโปรตุเกสโดยแท้....ไหนจะต้องวางแผนเรื่องเวลา....ไหนจะต้องระแวงสุดฤทธิ์กับประดานักล้วงกระเป๋าทั้งชายหญิง (ส่นใหญ่เป็นหญิง หุหุ)....ไหนจะต้องเบียดเสียดผู้คนบนรถรางสายยอดนิยม....ฯลฯ ฯลฯ
.
เวลา 4 วันใน Lisbon-ลิสบอน และ 3 วันใน Porto-พอร์โธ่ ดูเหมือนสั้นเกินไปสำหรับเราจริงๆ เพราะเราได้ท่องเมืองลิสบอนเพียงแค่ 2 วัน...1 วันใน Belem-เบอเล็ม (โอเคร) และ 1 วันใน Sintra-ซินทร้า (น้อยไปนีสส์นึง)...ส่วน 3 วันใน พอร์โธ่ แม้จะอยู่ที่เดียว แต่ก็เจอฝนเสียครึ่งวัน เจอถ่ายหนัง (ปิดถนนบางช่วง) เสียครึ่งวัน ก็จึงไม่ค่อยได้น้ำได้เนื้อเท่าไหร่
.
แต่รักจะเที่ยวเสียอย่าง เราก็สามารถทำให้ โปรตุเกส เป็นประเทศที่เราประทับใจจนอยากไปซ้ำสองได้โดยไม่ยาก...
.
และเชื่อว่า เพื่อนๆเอง ก็จะหลงรักโปรตุเกส ไม่แพ้กันเช่นกันครับ
.


.
เราออกเดินทางจาก Seville-เซบี่ย่า มายัง กรุง Lisbon-ลิสบอน คืนวันที่ 23 มีนาคม 2561 เพื่อให้ถึงเช้าวันที่ 24 มีนาคมครับ
.
เส้นทางส่วนที่เป็น Spain-สเปน ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ถึงวันที่ 23 มีนาคมนั้น ขออนุญาตละไว้ก่อนนะครับ แม้สเปนจะเป็นประเทศโรแมนติกที่เราชื่นชอบมากๆก็ตาม...
.
รีวิวต่อไปนี้ จะเป็นเรื่องราวและประสบการณ์ของเราใน 1 สัปดาห์ที่อยู่ Portugal-โปรตุเกส ตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 30 มีนาคม 2561 โดยเฉพาะครับ
.

.
เมื่อเราจองรถทัวร์จาก Seville-เซบี่ย่า มายัง กรุง Lisbon-ลิสบอน นั้น เที่ยวถึงไม่เช้าเกินไปนักที่มีก็คือ โดยรถ Iberocoach ซึ่งเป็นรถรวมท้้งของ Euroline ด้วยนั้น รถออกเวลา 23.00 น. โดยจะถึงลิสบอน ซิตี้เซ็นเตอร์ เวลา 6.45 น. ราคาคนละ 45 ยูโร หรือ 1,750.00 บาทครับ
.
สักใกล้ๆ 3 ทุ่ม เราก็จับแท๊กซี่จากโรงแรม For You Hostel (โรงแรมใหม่สุดของทริปนี้ เพิ่งเปิดได้เดือนกว่าๆเท่านั้น) มายังท่ารถทัวร์ที่อยู่ไกลออกห่างไปที่ Estacion De Autobuses, Prado De San Sebastian. ด้วยสนนราคา 12 ยูโร
.
ท่ารถทัวร์นี้ เรามาสำรวจเส้นทางแล้วก่อนหน้านี้ โดยได้พบกับเจ้าหน้าที่ผู้น่ารักท่านนี้ ที่ให้ความรู้ความช่วยเหลือเราเป็นอย่างดีโดยบอกว่า "There won't be any problem at all, please don't worry-ไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น อย่าได้กังวลเลยครับ" เพราะ "I will be on the platform tomorrow night-ผมจะอยู่ที่ชานชาลาตลอดคืนแหล่ะครับ" 5555
.
ที่นี่แม้จะดูใหม่ ทันสมัย แต่ก็ประดับไว้ด้วยภาพประวัติศาสตร์ต่างๆนานา ...ความที่อากาศข้างนอกหนาวมาก เราก็จึงขดรออยู่ภายในท่ารถเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งอีก 15 นาทีก่อนรถเข้า เราจึงออกไปข้างนอกกัน...
.
ซึ่งด้านนอกนั้น ก็มีห้องพักผู้โดยสารอีกแห่งหนึ่ง มีทีวีให้ดูและมีคนนอกมานั่งชมพอสมควร ดูท่าไม่ค่อยเรียบร้อยนัก ...แต่มีจอมอนิเตอร์บอกเวลารถเข้าออกอย่างชัดเจน
.
รถเที่ยว 23.00 น.ของเรานั้น เมื่อส่งเราที่ลิสบอนแล้ว ยังเดินทางต่อไปยังเมือง Porto-พอร์โธ่ ด้วย ซึ่งก็คงจะถึงที่นั้นประมาณ 11.00 น.ครับ
.
เมื่อรถมาเทียบชานชาลา แม้จะเป็นรถของ Iberocoach ก็ตาม แต่มีสติ๊คเกอร์ของ Euroline ติดไว้ที่หน้ากระจกหน้าด้วย จึงเป็นรถรวมโดยอัตโนมัติ และเลือกที่นั่งตามสบายครับ
.
ความที่เราเป็นผู้โดยสารรายแรกๆ หลังจากนำสัมภาระไปไว้ใต้ท้องรถแล้ว ผมก็มาสมทบกับคุณนายซึ่งอยู่กับคนขับบนรถ ซึ่งปรากฎว่า ชื่อของเราสองไม่มีในลิสต์ คนขับจึงต้องเพิ่มชื่อและหมายเลขจองตั๋วจากอีเมล์ของเรา (ที่เราก้อปมาไว้ในมือถือ) ต่อท้าย แล้วก็เลือกหาที่นั่งไป ได้คนละ 2 เก้าอี้ เพราะมีผู้โดยสารเพียงครึ่งรถครับ
.

.
ทันทีที่ขึ้นรถ ซึ่งเปิดเครื่อง Router WIFI ให้ผู้โดยสารได้ใช้ตลอดเส้นทางนั้น เมื่อผมเปิดอีเมล์ที่มี Notifications ขึ้นให้ดู ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า มีเมล์จาก Iberocoach แจ้งให้ทราบว่า เที่ยวรถที่เราจองนั้น Overbooked-จองเกินจำนวนผู้โดยสาร ต้องขอเลื่อนไปในบ่ายสองวันถัดมา หากไม่พอใจยินดีคืนเงิน....ว่าเข้านั่น
.
นับว่าโชคดีของเราจริงๆ ที่ไม่เพียงแต่ไม่มี WIFI ใช้ และตอนเย็นไม่ได้แวะดูเน็ตที่โรงแรมแล้ว ยังสร้างมนุษยสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ต่างๆไว้เป็นอย่างดีด้วย ซึ่งหากมีปัญหาใดๆเค้าคงช่วยได้ทั้งเจ้าหน้าที่ท่ารถทัวร์และคนขับรถ....
.
แต่ก็อดนึกดีใจเล็กๆไม่ได้ว่า ถ้าเราเปิดอีเมล์ก่อนหน้านั้นละก็ คงได้วิ่งเต้นกันจ้าละหวั่นทีเดียว....
.
ปรากฏว่า รถออกมาหน่อย ก็มาแวะรับผู้โดยสารที่สถานีรถทัวร์ทั่วไป (ซึ่งอยู่ใกล้ที่พัก) มีคนขึ้นรถจนเต็ม ทำให้เราต้องย้อนมานั่งด้วยกันจนได้...นับว่าโชคดีจริงๆ ที่มีการเพิ่มชื่อไว้ก่อน มิเช่นนั้น อาจถูกระเห็ดออกมาจากรถก็เป็นได้ อิอิ
.
ถึงลิสบอนเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ฝนตกพรำๆ แต่เห็นทางลงไปรถใต้ดินอยู่ข้างหน้า ทั่วบริเวณมองหาแท๊กซี่ไม่เจอเลย ก็จึงตัดสินใจไปรถใต้ดิน ซึ่งอาจจะต้องเดินเข็นสัมภาระตอนออกจากสถานีปลายทางไปยังโฮสเต็ลนิดหน่อย ก็คงไม่หนักหนากระไรนัก....
.
ข้างหน้าทางเข้ารถใต้ดิน มีตู้ขายตั๋วอยู่เพียงตู้เดียว ซึ่งคนอื่นที่ลงมาก่อนต่อคิวกันใช้ยาว...ผมเดินเลี้ยวไปอีกด้านนึง ปรากฏว่ามีตู้ขายตั๋วอีก 2 ใบ จึงซื้อตั๋ววันมา 2 ใบโดยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ที่นั่น จ่ายไป 13.60 ยูโร เป็นค่าบัตรคนละ 50 เซ็นต์ และค่าตั๋วคนละ 6.30 ยูโร/หนึ่งวัน 24 ชั่วโมง....
.
แล้วก็รีบเรียกคนอื่นๆที่ต่อแถวอยู่ให้มาซื้อที่ตู้นี้โดยพลัน
.
ขึ้นรถใต้ดินต่อสายสีน้ำเงิน Azul-Blue มายังสถานี Baixa-Chiado ก่อนขึ้นลิฟต์ไปชั้นถนน และเข็นสัมภาระไปประมาณ 300 เมตร ถึงโรงแรม Yes Lisbon Hostel โดยสวัสดิภาพครับ
.  
สำหรับรถใต้ดินในลิสบอนนั้น มีอยู่ 4 สายด้วยกัน ซึ่งนอกจากดูสี เขียว เหลือง แดง น้ำเงิน ที่ป้ายรถในรถใต้ดินแล้ว เวลาอยู่ที่ตัวสถานี ค่อนข้างดูยากพอสมควร เพราะมีเพียงสัญลักษณ์เป็นภาษาอังกฤษลิสบอน บอกไว้เท่านั้น จึงต้องเรียนรู้ภาษาโปรตุเกสเบื้องต้น ณ บัดนี้ว่า Verde, Azul, Amarela, Vermelha คืออะไร
.
Linha Verde = Line Green
Linha Azul = Line Blue
Linha Amarela = Line Yellow
Linha Vermelha = Line Red
.
ซึ่งอักษร 4 ตัวแรกคือตัวไขปริศนาทั้งหมด มิฉะนั้นอาจจะต้องมะงุมมะงาหลานีสส์หน่อยครับ อิอิ
.

.
.
สำหรับการซื้อตั๋ว Lisbao VIVA ซึ่งมีทั้งตั๋วเที่ยวเดียว ตั๋ววัน ตั๋วเติมเงินนั้น เมื่อมาที่ตู้ จะเห็นหน้าจอดังต่อไปนี้
.
1. เป็นภาษาโปรตุเกส ต้องกดปุ่มข้างล่างเป็นภาษาอังกฤษ
.
2. ถ้ายังไม่มีการ์ด ก็เสียค่าการ์ด 50 เซ็นต์ ถ้ามีแล้วก็สอดการ์ดเข้าไป ไม่ต้องเสีย (แต่หลังจากครั้งแรก เราใช้วิธีซื้อจากบูธเจ้าหน้าที่ตลอดครับ)
.
3. เลือกจำนวนการ์ดที่ต้องการ
.
4. การ์ดมี 5 แบบด้วยกัน คือ
---เที่ยวเดียว 1.45 ยูโร
---ใส่จำนวนเงินไว้ใช้ตลอด ตั้งแต่ 3 ยูโร ถึง 40 ยูโร ซึ่งจะมีการหักออกทุกครั้ง
---ตั๋ววัน 24 ชั่วโมง รถบัสและใต้ดิน 6.30 ยูโร (ในความเป็นจริงคือ ยังใช่เป็นตั๋ววันได้สำหรับ Tram-รถรางด้วยครับ)
---ตั๋ววัน 24 ชั่วโมง รถบัสรถใต้ดินและเฟอร์รี่ 9.35 ยูโร
--- ตั๋ววัน 24 ชั่วโมง รถบัสรถใต้ดินและรถไฟในเขตปริมณฑล 10.40 ยูโร
.
5. หากต้องการซื้อตั๋วเที่ยวเดียว ให้เลือกที่นี่
.
6. หากต้องการตั๋ววัน ให้เลือกที่นี่
.
7. หากต้องการตั๋ววันแถมใช้เฟอร์รี่ได้ ให้เลือกที่นี่
.
8. หากต้องการตั๋ววัน รถบัสรถใต้ดินและรถไฟในเขตปริมณฑล ให้เลือกที่นี่
.
9. เมื่อเราเลือกตั๋ววันโดยยังไม่มีการ์ด ก็ต้องจ่ายต่อคน 6.80 ยูโรครับ
.
10. เมื่อซื้ออีกใบ ก็อีก 6.80 ยูโร หรือ ซื้อ 2 ใบพร้อมกันก็ได้ครับ
.
11. แล้วก็สอดธนบัตรหรือเหรียญเข้าไป โดยตู้นี้รับได้ทั้ง 5,10,20,50 ยูโร แต่เงินทอนจะไม่เกิน 10 ยูโรนะครับ ต้องระวังให้ดี ....ส่วนเหรียญก็ใช้ได้ตามที่มีครับ
.
12. ตู้แบบนี้ มีอยู่หลายตู้ทุกสถานีครับ
.


.
.
เมื่อทราบจากตั๋วของเราว่า สถานีปลายทางคือ Sete Rios และสามารถไปด้วยรถใต้ดินเพียงไม่กี่ป้าย บวกการเดินขนสัมภาระนิดหน่อยจากอีเมล์ของโฮสเต็ลแล้ว เราก็ไม่รอช้าจัดการนั่งรถสายสีน้ำเงิน ไปทางที่ไปสู่ปลายทาง Santa Apolonia ทันที
.


.
จากสถานี Sete Rios จะเห็นได้จากแผนที่ที่เราก้อปมาก่อนว่า สามารถไปโดยรถสาย Azul-สีน้ำเงิน สู่สถานี Baixa-Chiado เพียงแค่ 7 ป้ายเท่านั้น
.
สำหรับรถใต้ดินของกรุงลิสบอนนั้น ค่อนข้างเป็นที่นิยม แม้จะมีเพียง 4 สายด้วยกันคือ แดง เหลือง เขียว น้ำเงินเท่านั้น (สายสีน้ำเงิน ผู้คนใช้มากที่สุด)....ส่วนสายสีเทาดำที่เห็นค่อนข้างจางนั้น เป็นเส้นทางรถไฟในเขตปริมณฑลครับ
.


.
.
วิธีสังเกตว่า รถสายไหน สีอะไร นอกจากอักษร Vermelha=Red, Amarela=Yellow, Verdi=Green และ Azul=Blue แล้ว วิธีที่ง่ายๆอีกอย่างก็คือ ดูจากสัญลัษณ์ ซึ่ง
.
สีแดง เป็นรูป เข็มทิศ,
สีเหลืองเป็นรูป ดอกไม้,
สีเขียวเป็นรูปเรือใบ และ
สีน้ำเงินเป็นรูป นกนางนวล
.
อีกด้วยครับ
.


.
นอนหลับพักผ่อนอย่างสบาย ที่ห้องรับแขกของ Yes Lisbon Hostel ตั้งแต่เลย 8 โมงเช้าหน่อยๆ เพราะยังเช็คอินไม่ได้ (ตามกฎกติกาคือ บ่าย 3 โมง) จึงฝากสัมภาระไว้ และหลับไปจนกระทั่ง 11 โมงกว่า ถึงตื่นด้วยความสดชื่นไปยังท่ารถทัวร์ซึ่งเราลงรถเมื่อเช้า เพื่อซื้อตั๋วไป Porto-พอร์โธ่ หนี่ง และซื้อตั๋วจาก พอร์โธ่ ไป Barcelona-บาร์เซโลน่า ก่อนกลับบ้านอีกหนึ่งครับ
.
ตั๋วไปพอร์โธ่นั้นไม่กระไรนัก เพราะมีรถออกวันละหลายเที่ยว แต่ตั๋วจากพอร์โธ่ไปยังบาร์เซโลน่าสิครับ แม้จะจองจากเน็ตทางออนไลน์ได้ แต่ก็ต้องเสียค่าบริการถึง 10 ยูโร (เกือบ 400 บาท) เพราะฉะนั้น มาซื้อเองที่ท่ารถย่อมสะดวกกว่าและถูกกว่าด้วยประการทั้งปวง
.
สัญลักษณ์ของโฮสเต็ลเครือ Yes ที่มีทั้งหมด 4 แห่งนั้น ก็คือ นอกจากจะมีส่วนรับประทานอาหารที่มีภาพการ์ตูนอยู่เป็นฉากหลังแล้ว ยังมีเตียงใหญ่โชว์อยู่กลางห้องเอนกประสงค์ ซึ่งหลายครั้งเราพบว่า มีคนขึ้นไปใช้นอนเป็นประจำ ทั้งๆที่เค้ามีเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงขนาดของเตียงในห้องดับเบิ้ลเท่านั้น
.
เฉกเช่นเอกลักษณ์ของโฮสเต็ลทั่วไป จะต้องมีคอมพิวเตอร์ส่วนกลางให้ใช้ด้วย แต่ปัจจุบัน หาคนใช้น้อยลงทุกที เพราะต่างก็มีมือถือของตัวเองใช้เป็นประจำอยู่แล้ว อนาคตสิ่งนี้อาจจะเกินความจำเป็นไป เพราะแทบไม่มีใครแตะต้องเลยครับ
.
นอกจากจดหมายและกระดาษโน๊ตชมเชยทีมีอยู่มากมายเหลือคณานับแล้ว ยังมีธนบัตรเงินสกุลชาติต่างๆติดไว้ให้ดูชมรวมทั้งแบ้งค์ไทยใบละ 20 ด้วย
.

.
ออกจากโฮสเต็ล เดินเลาะอาคารพาณิชย์บนฟุตบาทที่เป็นกระเบื้องโมเสคไปประมาณ 3 ล็อต ผ่านอาคารสำนักงานธนาคารของ Banco Totta & Acores ซึ่งกลางคืนประดับสีสวยงามไปหน่อย ก็เลี้ยวซ้ายขึ้นไปทางเข้า สถานีรถใต้ดิน Baixa-Chiado แล้ว
.
ลงบันไดเลื่อนสูงชันไป 2 ขยัก ก็เข้าสู่บริเวณชานชาลา
.
นั่งต่อมาเพียงไม่กี่สถานี ก็ถึงสถานีเป้าหมายของเรา นั่นคือ Jardim Zoologico อันเป็นสถานีไปสู่สวนสัตว์ ซึ่งเป็นที่เดียวกันกับป้ายท่ารถทัวร์ Sete Rios ที่เรามาเมื่อเช้านี้
.
โปรดสังเกตห่วงมือจับ เป็นเหล็กกันสนิม มั่นคงและทนทานมากครับ
.

.
ออกจากโฮสเต็ล เดินเลาะอาคารพาณิชย์บนฟุตบาทที่เป็นกระเบื้องโมเสคไปประมาณ 3 ล็อต ผ่านอาคารสำนักงานธนาคารของ Banco Totta & Acores ซึ่งกลางคืนประดับสีสวยงามไปหน่อย ก็เลี้ยวซ้ายขึ้นไปทางเข้า สถานีรถใต้ดิน Baixa-Chiado แล้ว
.
ลงบันไดเลื่อนสูงชันไป 2 ขยัก ก็เข้าสู่บริเวณชานชาลา
.
นั่งต่อมาเพียงไม่กี่สถานี ก็ถึงสถานีเป้าหมายของเรา นั่นคือ Jardim Zoologico อันเป็นสถานีไปสู่สวนสัตว์ ซึ่งเป็นที่เดียวกันกับป้ายท่ารถทัวร์ Sete Rios ที่เรามาเมื่อเช้านี้
.
โปรดสังเกตห่วงมือจับ เป็นเหล็กกันสนิม มั่นคงและทนทานมากครับ
.
ภาพสถานีรถทัวร์ Sete Rios แตกต่างจากที่เห็นเมื่อเช้ามืดมาก โดยเฉพาะเมื่อฝนไม่ตกและท้องฟ้าสว่างแจ่มใส
.
เมื่อเดินเลาะออกจากสถานีรถใต้ดินและขึ้นบันไดไปสู่ชานชาลานั้น บรรยากาศช่างแตกต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะยามนี้เต็มไปด้วยสีสันของรถบัสและผู้คนเดินทาง
.
เราจัดการซื้อตั๋วไปพอร์โธ่เรียบร้อย เมื่อสอบถามเกี่ยวกับตั๋วไปบาร์เซโลน่าจากพอร์โธ่ ก็ได้รับคำแนะนำให้ไปที่บูธขายตั๋วของ Alsa ซึ่งเราชื่นชอบมากในความมีมาตรฐานของเค้า
.
เจ้าหน้าที่ซึ่งเคยมาเมืองไทยและชื่นชอบ ต้มยำกุ้ง ยิ่ง มีไมตรีกับเรามากเป็นพิเศษ ....เช็คดูคืนวันที่ 31 มีนาคมที่เราจะเดินทาง พบว่าสามารถไปต่อรถที่ Madrid-มาดดริด ได้ โดยใช้เวลาถึงบาร์เซโลน่าประมาณ 20 ชั่วโมง ค่ารถคนละ 80 กว่ายูโร ซึ่งเกินความคาดหมายของเรามาก เพราะเท่าที่หาในเน็ต ตั๋วอย่างนี้ไม่มีแล้ว จึงรีบขอให้เค้าจองทันที แต่...
.
ปรากฏว่า ตั๋วที่ว่านั้น จองไม่ได้ เพราะเต็มไปก่อนหน้านั้นแล้ว....
.
จึงต้องหันมาใช้ระบบเดิม คือต่อรถ 2 ขยัก ขยักแรกมีเวลาเปลี่ยนรถ 15 นาทีที่ Palencia ของ Spain จากนั้นนั่งไป Narbonne ของ France รอรถ 5 ชั่วโมง แล้วจึงไป บาร์เซโลน่า ต่อ โดยถึงตอนค่ำๆ ใช้เวลาทั้งสิ้น 29 ชั่วโมงครับ
.
รถเที่ยวนี้ เป็นเที่ยวสุดท้ายของวันดังกล่าว จะไปหลังจากนั้นวันที่ 1-2 เมษาฯ ลองแล้วก็เกรงว่าจะไม่สะดวกกับวันกลับเมืองไทย เราจึงโอเควันที่ 31 และจ่ายไป 196 ยูโร (ของคุณนาย 102.80 และของผม (สว.ลด 10%) 93.20 ยูโร โดยเสียค่าบริการผ่าน Alsa 10.00 ยูโรครับ
.
เจ้าหน้าที่น่ารักมาก ใช้เวลากับเรากว่าชั่วโมง ขอถ่ายภาพด้วยก็ไม่ยอมท่าเดียว ได้แต่โค้งแล้วโค้งอีก เป็นที่ประทับใจมากครับ สำหรับการเกิดมาเป็นคนไทย
.

.
กลับออกมาจากท่ารถ สิ่งสำคัญคือ หาดูว่า รถบัสสามารถมายังท่ารถนี้ได้หรือเปล่า (เผื่อในกรณีที่บันไดเลื่อนรถใต้ดินเสีย ต้องยกกระเป๋าชิ้นละ 30 กิโลลงบันได) ปรากฏว่าไม่สะดวก เพราะต้องต่อรถ 2 ต่อ และจากโฮสเต็ลไปท่ารถบัสไกลมาก จึงจับรถเมล์สาย 746 ไปสุดสายที่อนุสาวรีย์ชัยฯของลิสบอน นั่นคือ อนุสาวรีย์ Praca Marques de Pombal ซึ่งสร้างเป็นอนุสรณ์แด่วีรชนผู้สร้างเมืองใหม่ให้กับกรุงลิสบอนนี้ในปีต่อมา หลังจากเกิดอุทกภัยแผ่นดินไหวเมื่อปี คศ.1755 ครับ
.
ชื่นชมความอลังการ์มหึมาของอนุสาวรีย์เพียงครู่เดียว ก็เกิดฝนห่าใหญ่ จนต้องวิ่งลงไปหลบ ณ สถานีรถใต้ดิน Marques de Pombal แล้วก็เลยกลับบ้านดีกว่า โดยจับรถเพียง 3 ป้ายมายังสถานี Baixa-Chiado ครับ
.
โปรดสังเกตตัวเลขของลิฟท์ที่สถานีว่า 0 หมายถึง ลงไป ในขณะที่ -1 หมายถึง ขึ้นไป นะครับว่า สร้างความสับสนให้ผู้คนจนถึงขนาดต้องใช้เมจิกเขียนกำกับไว้ (แบบเดียวกับเหรียญ 5 บาทของเรา) เพียงไร....อิอิ
.

.
ออกจากตัวสถานี เดินเลาะอาคารพาณิชย์เพื่อกลับโฮสเต็ล ปรากฏว่าขณะผมเดินอยู่ข้างหน้า ก็ได้ยินเสียงคุณนายร้องว่า "ป๋า...เคทถูกล้วงกระเป๋า"
.
ผมหันกลับมาที่คุณนาย ซึ่งยืนอยู่กับผู้หญิง 2 คน เป้ของคุณนายเปิดกว้าง ส่วนมือคุณนายถือกระเป๋าใส่พาสปอร์ตอยู่ และเล่าว่า "สงสัยว่าถูกล้วงกระเป๋า..บังเอิญคุณ 2 คนนี้เห็นเข้า จึงหยิบกระเป๋าพาสปอร์ตที่หล่นบนพื้นมายื่นให้..." ว่าแล้วก็หันไป "Thank you so much..." กับหญิง 2 คนนั้นด้วยความซาบซึ้งหลังจากตรวจดูแล้ว ไม่มีอะไรหายไป
.
ผมรีบหันไปขอบคุณหญิงทั้งสองอีกครั้ง พร้อมคว้ากล้องมาเพื่อขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก แต่ปรากฏว่า ทั้งสองเบือนหน้าหนี และวิ่งรี่ไปข้างหน้า...
.
ผมพิจารณาดูแล้ว ไม่เห็นมีคนอื่น นอกจากชายแก่ที่นั่งตามฟุตบาททำไม่รู้ไม่ชี้ จึงมั่นใจว่า 2 สาวนี้คือ นักล้วงกระเป๋าที่ทำงานไม่สำเร็จนั่นเอง รีบตะโกนตามไปว่า "Where are you going, Pickpocket...Pickpocket...-อ้าว จะหนีไปไหนหรือ นักล้วงกระเป๋า..."
.
แต่ทั้งคู่ไม่หันมามอง กระโดดขึ้นรถแท๊กซี่ที่ปรี่เข้ามา แต่...ปรากฏว่า แท๊กซี่ไม่ไป ต้องเปิดประตูลงมา หันไปขึ้นอีกคัน...ผมรีบรี่ไปที่แท๊กซี่คันนั้น บอกให้หยุด "They are pickpocket-นี่นักล้วงกระเป๋านะ" แล้วยื่นกล้องไปถ่ายภาพทั้งคู่ แต่ดูเหมือนคนที่อายุสูงกว่าจะไม่ครณาเลย ผมจึงบอกแท๊กซี่ว่า "Take them to police station-พาคู่นี้ไปโรงพักนะ" ซึ่งก็ไม่ได้สังเกตว่าโชเฟอร์แท๊กซี่เฉลียวใจก่อนเคลื่อนรถออกไปหรือไม่อย่างไร...
.
น่าเสียดายมากๆครับ ที่ตอนนั้นไม่รู้ภาษาโปรตุเกสว่า "Pickpocket =Punguista/ปุงกีสเต้อ" ไม่งั้นอาจจะได้เรื่องมากกว่านี้ ทว่า ตอนนี้....
.
คิดแล้ว ใจหายแว่บจนหมดสนุกไปเลย เพราะถ้าพาสปอร์ตหายละก็ คงยุ่งน่าดู แถมยังขาดทุนอีกบานเบอะ เพราะวีซ่าเชงเก้นที่เรามีอยู่อีกเป็น 3 ปี อย่างมูลสุนัขก็คิดเป็นเงินหลายหมื่นบาทแล้ว ไหนจะวีซ่าจีนที่มีอยู่อีกล่ะ..โอ๊ย...ปวดหมองเลยครับ
.
แต่การผจญภัยนักล้วงกระเป๋าในโปรตุเกสยังไม่หมดไปนะครับ แม้เราจะซื้อห่วงมาใส่กระเป๋าทุกซิบที่มี และนำพาสปอร์ตไปไว้ในที่ที่หยิยยากหยิบเย็นแล้วก็ตาม (ต้องใช้พาสปอร์ตเวลาซื้อตั๋วต่างๆได้ลดราคาสำหรับผม) ก็ยังมีเหตุการณ์เหลือเชื่อมาให้พบเจออีกจนได้ ซื่งจะเล่าให้เพื่อนๆฟังอีกที่ครับ
.

.
เดินแยกจากสองสาวนักล้วงและแท๊กซี่กลับมาหาคุณนาย แล้วเราก็มุ่งหน้าไปที่โฮสเต็ล ซึ่งขณะนี้นาฬิกาข้อมือบอกเวลาใกล้บ่ายสามโมงเต็มที...
.
เรื่องเตียงล่างเราไม่ห่วงครับ เพราะเจ้าหน้าที่ชื่อ Elber บอกล่วงหน้าแล้วว่า Ms. Soraia Moreira ได้จองจากบาร์เซโลน่าไว้ให้แล้วเช่นเดียวกับที่ Madrid-มาดดริด.... เพียงแต่เราอยากจะเก็บสัมภาระเข้าห้องเท่านั้น
.
แต่นั่งรอร้อรอกระทั่ง บ่าย 3.10 น.เจ้าหน้าที่ นิโกรที่ชื่อ Fabio ก็ไม่เห็นเรียกเราที่นั่งรออยู่ในห้องอาหารเสียที เมื่อลุกไปทักท้วง เค้าค่อยชี้นาฬิกาให้ดูว่า แค่บ่าย 2.10 เท่านั้นเอง....
.
ตอนนี้แหละครับ เพิ่งทราบว่า เวลาในโปรตุเกส ช้ากว่า สเปน 1 ชั่วโมง รีบปรับนาฬิกาแทบไม่ทัน
.
นอกจากนั้น ในวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศยังมีการปรับเวลา Daylight saving time-เวลาออมแสง เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมงด้วย
.
เพราะฉะนั้น เที่ยว 2 ประเทศนี้ หรือเที่ยวยุโรป อย่าลืมตระหนักเรื่องนี้ และเช็คเวลาบ่อยๆนะครับ ไม่งั้นมีสิทธิ์ตกรถ ตกเครื่องเอาง่ายๆไม่รู้ตัวนะครับ
.

.
.
รอจนกระทั่งบ่าย 2.50 น.(ตามเวลาแท้ อิอิ) เราก็ออกจากโฮสเต็ล เดินมุ่งหน้าไปทางทะเล Tagus river ผ่านตึกแค่บล็อกเดียวเท่านั้น ก็มาถึงจตุรัสการพาณิย์-Praca do Comercio (Commerce Square) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนามของ Terreiro do Paço (Palace Yard) เพราะในอดีตก่อนปี คศ. 1755 ที่เกิดแผ่นดินไหวนั้น เป็นที่ตั้งของ Paços da Ribeira (Royal Ribeira Palace) ครับ
.
อนุสาวรัย์ที่อยู่ตรงกลาง..ถูกต้องแล้วครับ..เป็นอนุสาวรีย์ของ Marques de Pombal ผู้สร้างเมืองใหม่ในช่วงนั้น ซึ่งที่ตั้งอีกแห่งคือที่ จตุรัสวีรชน Praca Marques de Pombal-อนุสาวรีย์ชัยฯของเค้าอ่ะครับ
.
ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่า รถตุ๊กๆที่เป็นยอดนิยมของนักท่องเที่ยวนี้ จะถูกสั่งต่อมาจากเมืองไทยหรือเปล่า แต่ที่นี่เค้าใช้เครื่องไฟฟ้าไม่มีทั้งมลพิษทางเสียงและทางอากาศ....
.
แต่เป็นที่น่าสีงเกตว่า แม้พวกเค้าจะเรียกรถแบบนี้ว่า "Tul Tuk-ตุ๊กๆ" แต่ไม่เคยเข้าใจที่มาของชื่อเลย จนกระทั่งผมอธิบายว่า "ตุ๊กๆ" คือเสียงเครื่องสต้าร์ทของรถสามล้อบ้านเราต่างหาก จึงค่อยพยักหน้าเรียนรู้กันครับ
.
บริเวณตึกสีเหลืองที่เรียกกันว่า ศูนย์วัฒนธรรม Cultural Center และศูนย์เรื่องเล่า Lisbao Story Center นั้น ทางด้านขวามือยังเป็น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย จตุรัสนี้จึงกลายเป็นที่ตั้งของ ที่จอดรถรางและรถบัสหลายสายด้วยครับ
.
ร้าค้าของพ่อค้าแผงลอย ลามเลียมาถึง อาคารพิพิธภัณฑ์ ลิสบอน-Museu de Lisbao-Terreao Poente ด้วยครับ
.

.
.
บริเวณซุ้มประตู คือ เส้นทางไปสู่ถนนคนเดินหลายสายในลิสบอน...
.
อาคารสีขาว คือ อาคารพิพิธภัณฑ์ ลิสบอน-Museu de Lisbao-Terreao Poente ส่วนด้านหลังคือ ศูนย์ราชการ-Govenment Office ครับ
.
ตรงที่เห็นเป็นไม้กางเขนรางๆนั้น ที่ถูกคือรูปปั้นพระเยซู ซึ่งอยู่ระหว่างทางไป เบอเล็ม-Belem
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #12  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 24/05/2018 3:57 pm


.
ขอแวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหน่อย ทำให้ทราบว่า นอกจาก เมือง ซินทร้า-Sintra ที่ต้องนั่งรถไฟไปไกลแล้ว ยังมีเมือง เบอเล็ม-Belem ที่ "ต้อง" ไปเที่ยว เพราะอยู่ใกล้ลิสบอนแค่ 10 กว่า กม. และสามารถไปได้โดยทั้งรถบัสและรถรางด้วย
.
เดินชมร้านค้า ร้านอาหาร แผงลอยแล้วก็ทะลุกลับมาทางที่จะไปโฮสเต็ล เพราะดูท่าฝนฟ้าจะไม่เป็นใจแล้ว
.

.
ไม่เป็นไรครับ..ฝนตกหยิมๆ...กางร่มเที่ยวไปได้...
.
สงสารศิลปินข้างถนนจังครับที่ต้องหยุดการแสดงชั่วคราว..ในขณะที่เป็นโอกาสทองของผองตุ๊กๆทุกประเภท..ซึ่งสนนราคาไม่ถูกเลย
.
เดินชมร้าค้าแถบนี้ไปเรื่อยๆ....
.

.
ไม่เป็นไรครับ..ฝนตกหยิมๆ...กางร่มเที่ยวไปได้...
.
สงสารศิลปินข้างถนนจังครับที่ต้องหยุดการแสดงชั่วคราว..ในขณะที่เป็นโอกาสทองของผองตุ๊กๆทุกประเภท..ซึ่งสนนราคาไม่ถูกเลย
.
เดินชมร้าค้าแถบนี้ไปเรื่อยๆ....
.
ระหว่างทางไปสู่ สถานีเมโทร Rossio นั้น เราจะผ่านจุดชมวิวที่เป็นลิฟท์ขึ้นไป คือ Elevador de Santa Justa ซึงต้องเสียค่าขึ้นลง 5.15 ยูโรเพื่อชม Carman Hill (หรือ Largo do Carmo) และ Convento do Carmo โบสถ์เก่าที่ถูกทำลายด้วยวิกฤติการณ์แผ่นดินไหว แต่...
.
สามารถขึ้นบันไดเลื่อนหลายตอนที่ สถานีรถไฟฟ้า Rossio ไปได้ เพียงแต่ต้องเสียค่าเข้าชม 1.50 ยูโรครับ (น่าเสียดายมากครับ ที่มาทราบภายหลังว่า สามารถใช้ตั๋ววันขึ้นลงฟรีได้..งั้นรอรอบหน้าละกัน อิอิ)
.
แน่นอนครับว่า ร้านอาหารกลางทางเดินย่อมแพงอยู่แล้ว.....
.

.
แต่ที่แพงกว่า คือร้านที่มีบริกรออกมายืนต้อนรับ (เชือด) นักท่องเที่ยวเป็นการเฉพาะ...
.
แล้วเราก็มาถึงจุดที่ คนไทยยุคบุพเพสันนิวาสไม่ควรพลาดกัน เพราะท่านท้าวทองกีบม้า ได้ประยุกต์ของหวานโปรตุเกสมายังเมืองไทย (และมาเก๊า?) หลากหลายแขนง ที่เห็นๆก็คือ ทาร์ตไข่ ราคา 6 ชิ้น 5 ยูโร และ ฝอยทองที่ถูกนำไปประกบกับขนมเค็กครับ
.
มีมากมายหลายร้านเลย รวมทั้งในซุปเปอร์มาร์เก็ตราคาไม่กี่บาทด้วยครับ
.

.
เดินต่อมาจนถึง น้ำพุ Fontana Poludniowa ซึ่งมีอยู่ 2 ข้างบน Rossio Square หรือชื่อทางการคือ จัตุรัสพระเจ้าเปดรูที่ 4-Praca Dom Pedro IV ครับ
.

.
เบื้องหลังคืออาคาร โรงละครแห่งชาติ-Teatro Nacional D. Maria II (เป็นชื่อของสมเด็จพระราชินี ผู้ให้การสนับสนุและเป็นแฟนละครพระองค์ยง) ซึ่งหน้าอาคารเป็นน้ำพุ Fontana Poludniowa อีกจุดหนึ่ง
.
เห็นลายกระเบื้องเป็นลูกคลื่นอย่างนี้ มองเผินๆนึกว่าอยู่ที่มาเก้านะครับ อิอิ
.

.
ร้านค้าที่ตกแต่งราวกับร้านทองหรือร้านเล่นเกมส์ คือ Mundo Fantastico Da Sardinha Portuguesa ร้านค้าจำหน่ายปลากระป๋องชื่อดังของโปรตุเกสนี่เอง
.
ลองแวะเข้าไปชมสิครับ...มีทั้งเสียงเพลงและบรรยากาศเหมือนดิสนี่ย์แลนด์ เจ้าหน้าที่ในชุดคอสทูมต่างๆน่ารักยิ่งนัก พวกเธอจำหน่ายปลากระป๋องสดๆ (ทานได้และเป็นผลิตผลของชาวโปรตุเกส) ในราคากระป๋องละ 7 ยูโร เกือบ 200 บาท เพราะ...
.
ทุกกระป๋องลง คริสตศักราชที่สำคัญ พร้อมคนดังที่เกิดในเดือนปีนั้นๆ 3 คน เพื่อที่เราจะได้ชื้อไปเป็นของที่ระลึกไงครับ....ถามว่าแพงไหม...แพง...แต่การมีปลากระป๋องในปีเกิดของเราติดข้างฝาบ้านหรือในตู้โชว์นั้น เบาซะเมื่อไหร่ล่ะ...หัวมาร์เก็ตติ้งดีจริง..
.

.
ทั้งอาคารสามห้อง ขายปลากระป๋องอย่างเดียวล้วนๆครับ
.

.
เดินถัดมาหน่อย เป็นบูธขายหนังสือพิมพ์ และมีตั๋วรถทัศนาจร Hop on-Hop off จำหน่ายด้วย เลยเข้าไปขอข้อมูลและแผ่นที่ เพราะแผนที่ของเค้ามีประโยชน์จริงๆ ได้ทราบว่าควรไปที่ไหนบ้างอย่างไรครับ
.
ช่วงนี้น่าจะเป็นเทศกาลอะไรซักอย่าง เพราะมีบูธเคลื่อนที่ขายของสารพัดเยอะเลย
.

.
ทะลุออกมาอีกด้าน เดินชมร้านค้า และแวะซื้อ เบอร์เกอร์คิง (ราคาชิ้นละ 1.99 ยูโรแบบเดียวกับที่สเปน เมื่อมีคูปอง) มา 4 ชิ้่น จากนั้นก็อ้อมไปอีกถนนหนึ่ง
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #13  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 24/05/2018 4:00 pm


.
บริเวณนี้ คือ สถานีรถเมโทร Rossio (ห่างจากสถานี Baixa-Chiado ของเราป้ายเดียว) ซึ่งมีบันไดเลื่อนขึ้นไปชั้นบนส่วนหนึ่งอันเป็นรถไฟไปสู่เมืองซินทร้า ส่วนชั้นบนขึ้นไปสู่ Carman Hill ได้ครับ
.
เห็นร้านขนมทาร์ตไข่เยอะแยะเลย
.

.
ผ่านสถานีรถไฟ ฮอสสิโอ-Rossio Train Station.... ผ่านโบสถ์ Sao Domingos Church....และร้านค้าต่างๆ ไปยัง จัตุรัส Praca do Martim Moniz ยืนชมเด็กหนุ่มและผู้สูงวัยเล่นสเก๊ตบอร์ดอย่างสนุกสนานกันครู่หนึ่ง...
.

.
แล้วก็มาเข้าคิวรอรถรางสาย 28 ซึ่งเป็นเส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ที่ป้ายรถรางต้นทาง ณ Lisbon Lounge หรือ Salao Lisboa ทว่า...
.
หลังจากรอหลายขยัก (เพราะรถรางมีเพียงตู้เดียว) เป็นเวลากว่าชั่วโมง และรับทราบว่า ตั๋ววันของเราขึ้นฟรีได้ เราจึงเปลี่ยนแผนเดินไปข้างหน้าขอขึ้นรถรางสาย 12 ที่มีคนขับเป็นหญิงผ่านมาแทน
.
รถสาย 12 นี้ ช่วงหนึ่งซ้อนกับรถรางสาย 28 ผ่านแหล่งท่องเที่ยวดังๆ แต่ไม่ได้ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวเล็กๆ จึงใช้เวลาน้อยกว่า.....
.
รถติดอยู่ตั้งนานเพราะมีรายการถ่ายหนังอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เราก็นั่งต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งขึ้นเขามายังจุดปลายทาง....
.
คนขับหญิงผู้น่ารักมากๆ ลงมาเปลี่ยนขั้วไฟฟ้าสำหรับเดินทางกลับ แต่เรารออยู่ตั้งเป็นครึ่งชั่วโมง รถรางก็แช่อยู่กับที่ เมื่อสอบถามจึงได้ความว่า ข้างล่างติดถ่ายหนังไม่อนุญาตให้รถรางลงจนกว่าจะได้รับคำสั่ง...โธ่ โธ่ โธ่...
.

.
เราจึงตัดสินใจค่อยๆเดินลง ซึ่งโชคดีมากที่แค่ลงมาประมาณป้ายเดียว ก็เห็นซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ตรงหน้า จึงถือโอกาสช้อปเสียเลย ซึ่งตรงจุดขนมปังและอาหารสำเร็จ มีสะโพกใก่ น่องไก่ ขายอยู่พอดี ราคาไม่แพง ก็จึงสั่งซื้อทั้งหมด โดยต้องไปรับบัตรคิวก่อน
.

.
แล้วก็ค่อยๆเดินไปยังจุดที่มีรถเมล์ผ่าน เลยคอนโดที่มีภาพวาดติดผนังสวยงาม มายังป้ายรถบริเวณใกล้ๆร้านขายขนมโปรตุเกส (คล้ายๆขนมเกลียวชุบแป้งผงช็อคโกแล็ต ที่ขายตามตลาดกลางคืนทันสมัยในบ้านเรา)....
.
สอบถามสาวๆที่อยู่ตรงป้าย แล้วก็มีสาวร่างใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่า.."มา ไปด้วยกัน แป๊บเดียวก็ถึงสถานีเมโทร แล้วคุณค่อยต่อไปเองละกัน"
.
ชื่นใจมากครับ เพราะท้ายที่สุด รถเมล์ก็พาเรามาที่สถานีเมโทร Santa Apollonia สายสีน้ำเงิน ซึ่งเดินทางเพียงแค่ 3 ป้าย ก็มาถึง สถานี Baixa Chaido ของเราครับ
.
เป็นอันเสร็จสิ้นการท่องเที่ยววันแรก 24 มีนาคม ของเราอย่างสมบูรณ์ยิ่งในเวลา 3 ทุ่มครึ่งครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #14  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 24/05/2018 4:03 pm


.
Welcome to Belem-เวลคัมทูเบอเล็ม
.
3 มิถุนายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
เที่ยวโปรตุเกสวันแรกด้วยความสุขใจ แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อวานเป็นวันเสาร์นั่นเอง จึงมีนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ เพราะฉะน้้น รถรางสาย 28 ดูน่าจะเหมาะกับวันธรรมดาของสัปดาห์มากกว่า...
.
เช้านี้ ทานอาหารเช้าที่โฮสเต็ล เป็นบุฟเฟต์ราคา 2 ยูโร.... มีแฮม มีผัก มีขนมปัง ชา-กาแฟ-น้ำส้ม... และทุกอย่างที่บุฟเฟ่ต์ควรมี ราคานี้จึงถือว่าถูกมาก ด้วยเหตุผลของโฮสเต็ลเครือนี้อย่างที่ว่าคือ ไม่ต้องการให้ผู้เข้าพักไปใช้ห้องครัวมากเกินไปนั่นเอง
.
วันนี้ เราจะไปเที่ยวที่ Belem-เบอเล็มกัน โดยคาดว่า น่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งวันกว่าๆ
.
เราจึงออกเดินทางตั้งแต่เช้าเลยครับ โดยซื้อตั๋ววันจากเจ้าหน้าที่ที่สถานีเมโทร Baixa-Chiado และใช้เลยรอบแรกเพื่อไปสถานีเมโทร Rossio ที่อยู่ห่างออกไปเพียงกิโลเดียว (ทั้งๆที่เดินไปก็ได้) ครับ
.
เมืองเบอเล็ม อยู่ห่างออกจากลิสบอนเลียบแม่น้ำ Tagus River ข้างๆโฮสเต็ลไปทางทิศตะวันตก เป็นเมืองคึกคัก อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สามารถเดินทางไปถึงด้วยรถเมล์ และรถรางสาย 15 แต่รถรางน่าสนุกว่ามากครับ...
.

.
ก่อนขึ้นรถใต้ดิน เจอคณะศิลปินจากโรงเรียนเตรียมตัวไปแสดง ณ แหล่งสาธารณะอะไรสักแห่ง ไม่ทราบว่าฟรีหรือเก็บเงิน...วันนี้ขอไม่ตามครับ อิอิ
.
ลงรถที่สถานี Rossio ที่จัตุรัส Figueira Square ซึ่งมีอนุสาวรีย์ของ  King John I (1357-1433) ผู้เป็นที่รักและ "ความทรงจำที่ดี" ของชาวโปรตุเกสทั้งมวลอยู่ตรงกลาง
.
บริเวณนี้ มีบูธออกร้านสินค้าต่างๆมากมาย...เดี๋ยวค่อยแวะมาชมนะครับ
.
ใครซื้อตั๋วรถทัศนาจรไว้ ก็ไปตามนั้น แต่เราขอขึ้นรถรางดีกว่า เพราะใหม่เอี่ยมถอดด้ามและมาถี่มาก แม้นักท่องเที่ยวจะเยอะเกิ้นก็ตาม
.
เราบุกเข้าไปนั่งตอนหลัง เห็นมีเบาะที่นั่งเหลืออยู่ 2 ที่...เด็กสาวคนหนึ่งรี่เข้ามาจอง และร้องเรียกให้คุณแม่ที่ตามหลังมานั่ง เล่นเอาคุณนายอดชมไม่ได้ว่า "What's a wonderful daughter you have-ลูกสาวคุณน่ารักจัง"
.
สักพัก ก็มีผู้โดยสารขอลง ทั้งครอบครัวทั้ง 4 จึงได่นั่งรวมกัน...น่าชื่นใจมากเลยครับ
.
<img style="cursor: pointer;" onclick="self.parent.InsertSymbol('
.
ก่อนเดินทางมา เราได้รับการแนะนำล่วงหน้าจาก Ms. Soraia Moreira ที่ Yeah Hostel, Barcelona. แล้วว่า เราสามารถเข้าไปชมโบสถ์ Jeronimos Monastery ที่เบอเล็มได้ฟรีจนถึงบ่าย 2 โมง นับว่าเป็นประโยชน์ยิ่ง
.

.
นั่งรถรางได้พักหนึ่ง รถก็มาจอดอยู่ข้างๆโบสถ์พอดี แต่...เห็นคิวคนต่อแถวข้างหน้าแล้วก็ต้องถอดใจ เพราะไม่แน่ว่าอีกชั่วโมงสองชั่วโมงจะได้เข้าชมหรือเปล่า จึงขอบายเป็นเที่ยวหลัง โดยไม่ได้ขึ้นไปยัง กุฎี- Cloister ซึ่งสามารถซื้อบัตรขึ้นชมวิวโดยรอบได้ด้วย....
.

โดยขอเดินชมสวนฝั่งตรงข้าม ก่อนจะข้ามกลับมาที่บริเวณโบสถ์เก่าส่วนหนึ่ง  ก่อนจะมานั่งจ่อมข้างๆเพื่อรับประทานผลไม้กัน    
.

.
ชั้นล่างของส่วนโบสถ์เก่านี้ คือ Museu De Marinha หรือ Maritime History Museum ซึ่งภายในมีรูปปั้นของ Henry the Navigator ซึ่งเป็นผู้สร้างโบสถ์ Jeronimos Monastery นี้ พร้อมคณะผู้บุกเบิกโลกภายนอกทางเรือ และเริ่มต้นการเดินทางที่นี่
.
ซื้อบัตรที่นี่แล้ว สามารถชมโดยรอบพิพิธภัณฑ์ Maritime History Museum ได้  
.

.
บริเวณด้านนอกตอนนี้ มีการแสดงรถโฟล์คสวาเก้นของประดาผู้สูงอายุในโปรตุเกสกัน...... รถทุกคันยังอยู่ในสภาพดีมาก ขับเคลื่อนไปโน่นนี่นั่นได้สบาย และพวกเค้าล้วนภูมิใจยานพาพนะของตนเป็นที่ยิ่ง
.
เมื่อคุณนายชื่นชมส่วนต่างๆ คุณลุงเจ้าของรถก็เปิดไฟเลี้ยวเป็นก้านยื่นออกจากตัวรถให้ดูด้วยความปลาบปลื้ม...ทำให้ผมอดนึกถึง รถแท๊กซี่ออสตินสมัยเด็กไม่ได้ ที่ไฟเลี้ยวมีก้านอย่างเดียวกัน ไปไหนมาไหนเรียกเกิน 5 บาทโดยด่าเปิง....5555
.
น่าเสียดายที่เดี๋ยวนี้ คนเลิกนิยมรถเต่ากันแล้ว ทั้งๆที่เมื่อก่อนเคยดูโฆษณาว่า มีการขุดรถเต่าออกมาจากหลุมทรายหลายเดือน แล้วปรากฏว่าติดเครื่องได้ในเวลาไม่นานและใช้ได้ตลอดกาล...
.

.
เดินถัดมาอีกด้าน ที่ข้างนอกมีเรือแบบต่างๆจอดเต็มไปหมด...
.

.
เราไม่ได้เข้าไปชมภายในหรอกครับ แต่เยือนร้านค้าขายของที่ระลึกตรงนั้นแทน
.

.
ก่อนจะเดินออกเลี้ยวซ้ายไปทาง Museu Colecao Berardo หรือ Contempolary Art Museum แทน ซึ่งข้างๆเป็นการนำของเสีย/ของใช่ไม่ได้/ของทิ้งขว้าง มาประดับเป็นรูปสุนัขแทน ชือ "Panic, Drama, Terror.- ความตระหนก ความตื่นเกินจริง ความหวาดกลัว" โดย ศิลปิน Bordalo II ในเดือนพฤษภาคม ปี คศ.2015 นี้เองครับ
.

.
ไหนๆมาถึงพิพิธภัณฑ์ศิลป์แล้ว ก็ขอขึ้นบันไดสูงไปชมเสียหน่อย...
.
ยุโรปเนี่ย ต่างจากเอเซียอยู่อย่าง คือมีพื้นที่ทำโน่นทำนี่เยอะมากแล้วประชากรก็น้อยเหลือเกิ้น...
.
ขอเข้าไปชม (รอบๆ อิอิ) หน่อยนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #15  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 24/05/2018 9:28 pm


.
ภาพกลาง ทำให้อดคิดถึง ฮาโกดาเตะ ที่ญี่ปุ่นไม่ได้เลย..
.
อ้าว...ต้องเสียค่าชมแฮะ ขอบายไปชมสวนรอบๆดีกว่า...แค่บนดาดฟ้า ก็เดินเมื่อยแล้วครับ
.

.
โน่น...เห็นอนุสาวรีย์ Padrão dos Descobrimentos หรือ Monument to the Discoveries ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามแต่ไกล
.
นั่น ประภาคารสีน้ำตาล-Old Brick Lighthouse In Belem เด่นสง่าอยู่ข้างๆ
.
ขอเดินลงข้างล่างริมถนน เพื่อข้ามสะพานไปฝั่งขะโน้นกันนะครับ
.
แถบนี้ มีอาคารสวยๆแยะเลย โดยเฉพาะอาคารสีน้ำทะเลอ่อน อันเป็นที่ตั้งของ ศูนย์แสดงของเก่าทางทะเล-Centro de Arqueologia de Lisboa, ซุปเปอร์เล็กๆ GC Mart และ ศูนย์นิทรรศการ-Galeria Av.da India ครับ
.

.
การขึ้นลงบันไดสำหรับฝาหรั่ง คงเหนื่อยเอาการทีเดียว ถึงมีแผงขายน้ำอยู่ทั้งสองด้าน
.
แล้วเราก็มาถึง Torre de Belém หรือ Belém Tower หรือ Tower of St Vincent อันเป็นมรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโก้....เป็นหอตรวจการณ์ริมฝั่งแม่น้ำ Tagus river สร้างโดย King John II of Portugal ผู้ครองราชย์ในปี คศ.1477/1481-1495 เป็นกษัตริย์วีรชนพระองค์หนึ่งของโปรตุเกส ซึ่งเฟื่องฟูทางด้านการทหารและเศรษฐกิจยุคนั้นจนแผ่อาณาจักรมายัง แอฟริกาและตะวันออกไกล
.
สำหรับใครที่มาคนเดียวและเบื่อที่จะขอให้ใครถ่ายรูปให้ ก็เซลฟี่เอาเองบนสนามหญ้าเนี่ยแหละ 555
.
หุ่นจำลองของหอเบอเล็มที่จัดสร้างโดยสโมสรโนตารีลิสบอนเหนือยุคที่รับเฉพาะสมาชิกชายครับ
.

.
เก็บภาพมุมโน้นมุมนี้จนหนำใจ
.

.
สาวน้อยคนนี้มากับคุณแม่ ทำลายความเบื่อ (อันเป็นความสุขของผู้ใหญ่) โดยการลากขอนไม้มาขีดเขียนบนกองดินทรายข้างหอ
.
คิดดูก็แปลกนะครับ ที่คนศีรษะโบราณในต่างจังหวัดจำนวนหนึ่ง ยังนิยมให้ลูกๆเรียนหนังสือน้อยๆมาหัดทำธุรกิจแต่เล็กและแต่งสามีภรรยาแบบ Match Maker ให้มีลูกหลานเต็มแมือง โดยมุ่งหวังให้มีชีวิตอุดมสมบูรณ์ด้วยเงินทอง.... ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น....
.
ทว่า...ทำลายความคิดสร้างสรรค์ของลูกๆไปนักต่อนักหรือเปล่า ขาดไร้ซึ่งอุปสรรคอันเป็นประสบการณ์ชีวิตหรือเปล่า...กลับมองไม่เห็น...
.
ใช่ครับ การมีเงินทองท่วมท้น ทำให้มีหน้าตาและมีเกียรติในสังคม แต่มองดูพฤติกรรมคนรอบข้าง ทั้งครู เพื่อนๆ พนักงาน ฯลฯ ให้ชัดๆสิครับว่า การได้รับการศึกษาด้อยกว่าคนอื่นนั้น คนอื่นชื่นชมเขาที่สมองหรือกระเป๋าสตางค์กันแน่...
.
อ้าว...เขียนเห็นใจเด็กๆที่ต้องตามคุณพ่อคุณแม่ไปในที่ๆตัวเองไม่ชอบแท้ๆ กลับพล่ามนอกเรื่องไปเสียได้ โถโถโถ
.
ไปต่อข้างหน้าดีกว่าครับว่า ยังมีอะไรให้ชมบ้าง
.

.
ที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์ทางการทหาร Museu do combatente ซึ่งหากเข้าไปข้างใน จะเห็นกองทัพย่อมๆทั้งทางนาวีและอากาศ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ประสงค์หลบหนีจากฝูงชนที่หอสูงครับ
.
ภาพหน้าจั่วสามเหลี่ยมและทหารยามผิวขาวผิวดำดูตัดกันดีเหลือเกินครับ
.

.
อ้อมออกมาอีกด้าน และยืนชมคณะศิลปินพเนจร 3 นาย เล่นเพลงของ Santana คือ Oye Como Va (goo.gl/DFtBAV) อย่างเมามัน
.
เรื่อยมาจนถึง อนุสาวรีย์เครื่องบินเล็กที่ขับโดย Sacadura Cabral และ Gago Coutinho อันเป็นการบินข้ามมหาสมุทรจาก ลิสบอน ไปยัง ริโอ เดอ จาเนโร เป็นครั้งแรก
.

บริเวณนี้ มีการจัดงานโอท้อปพอดิบพอดี คุณท่านจึงขอเดินชมครู่ใหญ่
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน

  • Advertisement
cron