• Advertisement

Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #31  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/06/2018 10:53 pm


.
เก็บภาพใกล้ๆอีกที
.

.
แวะร้านแม็คโดนัลดิ์ แต่สู้ผู้คนไม่ไหว แถมราคาแพงกว่าที่ลิสบอนอีกเท่าตัว คือจาก 1.99 ยูโร (ของเบอร์เกอร์คิง) เป็น 4 ยูโร
.
จึงมาที่ร้าน Estambul Doner Kebap Pizza ที่อยู่ข้างๆ นั่งทาน เคบับ 2 ชิ้นๆละ 4 ยูโร มีคนเสิร์ฟ จนอิ่มตื้อ..
.


.
ขากลับ.....
.
รูปปั้นสาวเปลือย มีก๊อกน้ำ 4 ด้าน หน้า City Town Hall....
.
รูปปั้นของนักสู้พร้อมสาวงามบนหอนาฬิกา....
.
รูปปั้นนายทหารอันเป็นสัญลักษณ์ของท่าเรือเก่า O Porto.....
.
ร้านเสื้อผ้าวัยรุ่น Unic....
.

.
เดินทะลุซอย ผ่าน Hotel Aliados ไปนิดเดียวก็ถึง โฮสเต็ลของเรา จัดการเช็คอิน และขึ้นไปอาบน้ำ...
.
กลับมาแล้ว ในห้องไม่มีใคร ก็เลยดาวน์โหลด "บุพเพสันนิวาส" มาให้คุณนายดู....
.
เป็น 2 ชั่วโมงกว่าๆ.... ท้องชักหิวอีก แต่ฝนเริ่มตก.....ผมจึงกางร่มฝ่าฝนออกไปที่ ร้าน Estambul Doner Kebap Pizza เจ้าเก่า ซื้อพิซซ่าทะเลถาดใหญ่ 6.5 ยูโร และ เคบับแบบม้วน-Wrapped Kebap อีกชิ้น 4.5 ยูโร รวมเป็น 12 ยูโร แล้วอัญเชิญคุณนายมาดูละคร (เสียบหูฟัง) ไป ทานไป ด้วยความสุขสดชื่นในวันแรกของที่นี่ ก่อนจะกลับไปนอนที่ห้องในเวลา 4 ทุ่มหน่อยๆ
.
ราตรีสวัสดิ์ครับ
.

.
Porto Day Two-พอร์โธ่ วันที่สอง
.
13 มิถุนายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
เมื่อคืนอากาศเย็นสบายจนต้องเปิด Heater ที่ 30 องศา แล้วนอนหลับสบายตลอดคืน
.
วันที่สองที่อยู่พอร์โธ่ (29 มีนาคม 2561) และวันพรุ่งนี้อีกวัน จะเป็นการใช้รถสาธารณะ (รถรางเป็นหลัก) ให้คุ้มค่าตั๋ว 2 วัน 10 ยูโรนี้อย่างเต็มที่
.
ตั้งใจแล้วครับว่า จะขึ้นทั้ง 3 สาย สายละกี่เที่ยวไม่จำกัด แต่จะไปทุกทิศตามเส้นทางที่เข้าใจว่าน่าจะครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวดังๆทั้งหลายในพอร์โธ่นี้ครับ
.
ภาพที่เห็น ถ่ายบนบันไดทางขึ้นของ โบสถ์ เซ้นต์ฟรานซีส-The Church of Saint Francis หรือ Igreja de São Francisco ในภาษาโปรตุเกส ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์กลางประวัติศาสตร์พอร์โธ่ และเป็น มรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโก้อีกแห่งหนึ่งด้วย
.
มองไปยังถนนใหญ่ Rua Infante Dom Henrique จะเห็นอาคารสีฟ้าอ่อนอันเป็นโบสถ์คาโธลิค เซ้นต์นิโคลัส ประจำตำบล-Parish Church of St. Nicholas หรือ Igreja Paroquial de Sao Nicolau ในภาษาโปรตุเกส
.
อาคารด้านหน้าที่มีรูปนิ้วคนกำลังง้างปากที่อ้าข้างล่าง คือ ร้านอาหาร กาแฟ ของหวาน Pimms Cafe อีกหนึ่งร้านดังที่ว่ากันว่าไม่แพงครับ
.

.
ขอถือโอกาสแนะนำ Yes Hostel Porto ซึ่งอยู่ในเครือ Yes Hostel ทั้ง 4 แห่งที่มีส่วนต่างๆคล้ายๆกัน
.
ภาพแรก เมื่อเช็คอินแล้ว แต่ละเตียงจะได้รับกำไลข้อมือพลาสติกคล้ายนาฬิกา เป็นชื่อเตียง ชื่อห้อง ที่สามารถใช้เป็นสัญญานเปิดประตูห้องได้-ขึ้นลิฟท์ได้-เปิดประตูหน้าชั้นล่างของโฮสเต็ลได้ ซึ่งสามารถสวมใส่ตลอดเวลาเพราะกันน้ำได้ด้วย.....มีค่ามัดจำชิ้นละ 5 ยูโรที่เค้าคืนให้เมื่อเช็คเอ้าท์ครับ
.
ทุกห้องจะมีข้อความว่า "โปรดเคารพความสงบสุขของเพื่อนร่วมห้อง...พึงเงียบบนชั้นนี้...สังสรรค์เฉพาะที่ห้องชั้นล่างส่วนกลางเท่านั้น...มิฉะนั้น ท่านจะถูกเขวี้ยงออก"..ว่าเข้านั่น แต่นี่เป็นกฏของโฮสเต็ลในเครือทุกแห่งซึ่งไม่ค่อยง้อคนเข้าพักเท่าไหร่ครับ
.
ถัดมาเป็นห้องส่วนกลาง มีเค้านเตอร์ลงทะเบียน/ประชาสัมพันธ์ (ที่เจ้าหน้าที่คือ Bernaldo นั่งอยู่) ซึ่งตอนเช้าเป็นที่วางสรรพบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า ราคา 2 ยูโรทานไม่อั้น
.
ถัดไปหน่อยเป็นห้องครัว ที่มีอุปกรณ์พร้อมมูล พร้อมคำเตือนว่า "ก่อนนำอาหารเข้าตู้เย็น กรุณาหยิบถุงพลาสติคที่เตรียมไว้ให้ ห่อและเขียนชื่อพร้อมวันกลับไว้ด้วย...อาหารที่ไม่ติดตราจะถูกจัดเข้าหมวด [ของฟรี] หรือโยนทิ้ง"
.
อีกป้ายในห้องครัวที่มีโต๊ะยาวเขียนว่า "เราไม่ใช่คุณแม่ของคุณ โปรดล้างจานของตัวเอง (เป็นหลายภาษา)" 5555
.
คำเตือนเรื่องห่อพลาสติกและเขียนอีกครั้งหน้าตู้เย็น พร้อม "ปิดตู้เย็นให้สนิทด้วย คุณ" อิอิอิ
.
เมื่อลงบันไดมาชั้นล่าง แต่ละชั้นจะมีภาพเขียนข้างฝาเพื่อความสุนทรีย์ด้วยครับ
.

.
เปิดประตูออกไปข้างนอกทีไร ต้องตกใจกับภาพข้างๆเพราะนึกว่ามีคนอยู่ทุกที หุหุ
.
ออกจากโฮสเต็ลไม่ถึง 20 ก้าวไปทางซ้ายคือ โบสถ์พระสงฆ์-Church of the Clergymen หรือ Igreja dos Clerigos ในภาษาโปรตุเกส สร้างขึ้นตั้งแต่ปี คศ. 1732 ใช้เวลาทั้งหมดก่อนเปิดทำการ 22 ปี คือ คศ.1754 ครับ
.
ถ่ายภาพโบสถ์นี้ไว้ในมือถือ แล้วเปิดถามคน กลับที่พักได้ง่ายกว่าการจำชื่อครับ อิอิ
.
เดินออกซ้าย ผ่านร้านขายของชำร่วยต่างๆ ซึ่งตกแต่งไม่เหมือนกัน แต่ของขายคล้ายๆกัน
.
ร้านขายรองเท้า Pedantes ตราเท้า... เหอ เหอ
.
ข้างๆร้านเหล่านี้และโบสถ์ เป็นทางรถรางแคบๆด้วยครับ
.

.
ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก...เครื่องประดับ...สังฆภัณฑ์....ของที่ระลึก โดยเฉพาะกระเบื้องเซรามิค.....และร้านขายของชำร่วยที่มีภาพสะพานดัง Dom Luis I Bridge ของพอร์โธ่ อยู่ข้างบน...
.

.
ร้านขายรองเท้าราคาพิเศษ....ร้านขายเครื่องเคลือบ..ผ้าปูโต๊ะ...และกระเบื้องเซรามิคที่สวยงามมากทั้งแบบแผ่นละรูปและ 12 แผ่นรูป .....
.
ร้านขายไวน์ โดยเฉพาะ ไวน์ท่าเรือ-Port Wine ของท้องถิ่น....ร้านขายของชำร่วยที่ตั้งชื่อซะเก๋ว่า "ด้วยการบริการนักท่องเที่ยว" 5555 มีขายบัตรท่องเที่ยวด้วย.....อาคารขายของชำร่วย 2 แห่ง คือ Principal da borracha...และที่ Casa Oriental A tradicao Portuguesa desde 1910 ที่มีปลากระป๋องลวดลายปีต่างๆแบบลิสบอนขายด้วย...
.
หอสูงที่เห็นคือ หอระฆัง Clerigos tower หรือ Torre dos Clérigos ในภาษาโปรตุเกส อันเป็นด้านหลังของ โบสถ์พระสงฆ์-Church of the Clergymen ตะกี้ สร้างขึ้นในปี คศ. 1753 สูง 75.6 เมตร และมีบันไดถายในขึ้นหอ 240 ขั้นด้วยกัน
.
เมื่อข้ามสวนสวยขนาดใหญ่ไปหน่อย ก็มาถึง โบสถ์ฝาแฝดที่ดูเหมือนเป็นโบสถ์เดียว....
.
ขวามือคือ โบสถ์ Carmo Church ที่สร้างในศตวรรษที่ 18 ด้านหนึ่งมีกระเบื้องภาพวาดเซรามิคเต็มกำแพง....ส่วนอีกแห่งทางซ้ายมือคือ โบสถ์ Carmelitas Church อันสร้างก่อนในศตวรรษที่ 17 ซึ่งภายในมีการตกแต่งภายในอย่างงดงาม (แต่เราไม่ได้เข้าไปชม) ครับ
.
ทั้งสองโบสถ์นี้ ถูกคั่นกลางด้วยอาคารเล็กๆกว้างแค่เมตรเดียว ด้วยความเชื่อทางศาสนาที่ว่า ไม่ควรมีโบสถ์สองแห่งใช้กำแพงเดียวกันนั่นเอง
.

.
รูปปั้นของ นักเขียนดังในปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 นาม Jose Duarte Ramalho Ortiga กลางสวนสวย
.
อาคารพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยพอร์โธ่-Museu de Historia Natural e da Ciencia da Universidade do Porto ที่กำลังตกแต่งใหม่
.
อาคารมหาลัยพอร์โธ่หลังใหญ่ที่มีน้ำพุอยู่ด้านหน้า...
.
อาคารโบราณ ชื่อ คลังสินค้ากูนเหยี่ย-Armazens Cunhas ร้านจำหน่ายชุดมงคลสมรสของธุรกิจเครือ กูนเหยี่ย-Cunhas ที่มีอักษรตัวเบ้อเริ่มด้านหน้าว่า
"ของแปลก-Novidade" และ "เราขายถูกที่สุด-Vendemos Mais Barato" 555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #32  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/06/2018 10:54 pm


.
และแล้ว เราก็ได้มาชมกระเบื้องเซรามิคภาพใหญ่เต็มกำแพง โบสถ์ Carmo Church เป็นภาพของการออกคำสั่งในราวศตวรรษที่ 12 ให้สร้างโบสถ์สองแห่งนี้ขึ้นมาโดย คณะผู้นำบาทหลวงโรมันคาโธลิค-The Order of the Brothers of the Blessed Virgin Mary of Mount Carmel หรือ Carmelites .....
.
แล้วเราก็มานั่งรอ รถรางสาย 22 ที่หน้าโบสถ์ฝาแฝดข้างๆลานร้านอาหารครับ
.

.
มีป้ายบอกทางไปโรงแรมต่างๆละแวกนี้ด้วย....
.
ร้านขายของชำร่วยอีก 2 แห่ง....บูธกลางลานก็มาด้วย..และผู้คนเริ่มออกไปทำงานกัน..
.
กว่ารถรางสาย 22 จะมาจอดที่ป้าย Carmo ต้นสาย ก็เลยชั่วโมงไปแล้ว โดยคุณป้าชาวโปรตุเกสยืนรอแต่แรกด้วยความใจเย็น ตั้งแต่ก่อนเราจะเดินดูรอบๆที่ผ่านมาแล้วอีก
.
คนขับจัดการเปลี่ยนและเจาะตั๋วใบใหม่ให้เราเป็นสัญลักษณ์ว่าเริ่มใช้แล้ว....ตั๋วนี้ต้องติดตัวตลอด เป็นตั๋วเวลา 2 วัน (ค่ำหมดสิทธิ์) ไม่ใช่ตั๋ว 48 ชั่วโมงนะครับ
.



.
รถรางในพอร์โธ่ มีอยู่ด้วยกัน 3 สาย คือสาย 1...18...22.....และวิ่งมาตั้งแต่ครั้งกระโน้นนนน คือ ปี คศ.1872 ซึ่งเมื่อก่อนถือว่าป้อบปูล่าร์มาก แต่หลังๆนี้เมื่อมีทั้งรถเมล์ เมโทร (ที่เราไม่เคยใช้เลย) เรือ รถไฟ และอื่นๆที่เร็วกว่า รถรางจึงกลายเป็นยานพาหนะสาธารณะสำหรับ นักท่องเที่ยว ครอบครัวที่มีเด็ก (เป็นการหวนคืนสู่อดีต) และคนแก่เป็นหลัก
.
ทั้งรถเมล์และรถรางในพอร์โธ่ ดำเนินการโดยบริษัท STCP ค่ารถเที่ยวละ 3 ยูโร โดยซื้อจากโชเฟอร์ได้ และมีตั๋ว 2 วันจำหน่ายในราคา 10 ยูโรด้วย...
.
ปัจจุบันนี้...
.
-- สาย 1 วิ่งในช่วงระหว่าง 9.00 น. ถึง 20.35 น.ทุกวัน จาก ริมแม่น้ำ Passeio Alegre...Massarelos.....ถึง Infante แล้วกลับริมแม่น้ำ
.
-- สาย 18 วิ่งในช่วงระหว่าง 8.03 น. ถึง 18.33 น.ทุกๆครึ่งชั่วโมง และ หนึ่งชั่วโมง จาก Massarelos และ Carmo
.
-- สาย 22 วิ่งในช่วงระหว่าง 9.15 น. ถึง 19.15 น.ทุกวัน จาก Carmo บริเวณ Praça de Gomes Teixeira ไปกลับ Batalha  
.
ทั้ง 3 สาย วิ่งในช่วง ทุกครึ่งชั่วโมง หรือ หนึ่งชั่วโมง ซึ่งเอาแน่ไม่ได้เลย เพราะคนเอย รถเอย ขวางทางรถรางตลอด ทั้งการขายตั๋วบนรถรางก็กินเวลามากแบบเอาแน่ไม่ได้ครับ....อย่างไรก็ตาม สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว รถรางก็ยังถือว่าเป็นยานพาหนะสาธารณะที่เหมาะสมมาก
.
โดยปรกติ การตรวจตั๋วจะอยู่ที่ตัวโชเฟอร์เองตอนขึ้นรถ แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะมีสายตรวจนอกเครื่องแบบคอยสุ่มตรวจตามป้ายรถบนรถบ่อนเหมือนกัน หากพบว่าใครไม่มีตั๋ว ก็หนีไม่พ้นที่จะถูกปรับ 100 เท่า คือ 300 ยูโรครับ....จึ๋ยยย์
.
ก่อนอื่น โปรดจำไว้ว่า รถรางจะไม่จอดที่ป้าย จนกว่าจะเห็นผู้โดยสารข้างล่างโบกมือเรียกให้จอด นะครับ...อย่าลืม แหะ แหะ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #33  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/06/2018 6:21 pm


.

นั่งรถรางสาย 22 จาก Carmo กลับทางเดิม ผ่าน หอระฆัง Clerigos tower...ร้านค้าต่างๆ....โบสถ์พระสงฆ์-Church of the Clergymen...ที่เดินผ่านเช้านี้ เมื่อเลย Hostel ที่พักมาหน่อย เห็นศิลปินอัลเบเนียน เตรียมตัวแสดงขอเงินหน้าร้านค้าต่างๆถ้าฝนไม่มี...
.
ร้านที่ปิดอยู่ข้างๆมีภาพพนักงานภัตตาคารเสิร์ฟศีรษะคนบนจาน ทำให้อดนึกถึงบทละครเวทีจาก Musical เรื่อง Sunset Boulevard ไม่ได้..
.
เรื่องมีอยู่ว่า Salome บุตรีของพระนาง Herodias หลงรักบาทหลวงผู้ทำพิธีศีลจุ่ม St. John the Baptist แต่ไม่ได้รับการสนองตอบ...เมื่อเธอเต้นรำถวายพระชนกเลี้ยง Herod Antipas ซึ่งพอพระทัยเป็นที่ยิ่ง จนถึงกับตรัสว่า อยากได้รางวัลอะไรให้ขอมา เธอจึงเรียกร้องศีรษะของ St. John the Baptist  วางบนถาดเงินมาให้นั่นเอง...ว่ากันว่า ที่จริงเป็นแผนกำจัดศัตรูของพระนาง Herodias ต่างหาก....
.
ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า เกี่ยวอะไรกับรูปนี้หรือเปฃ่า..
.
ผ่านสถานีรถไฟ........ผ่านอาคารสีขาวหลังเล็กๆ เป็นโบสถ์ของช่างตัดเย็บ-Chapel of Tailors หรือ Capela dos Alfaiates ในภาษาโปรตุเกส ......โรงละครแห่งชาติ-Teatro Nacional Sao Joao....ก็ถึงป้ายสุดท้าย Batalha ตรงมหาวิทยาลัย Universidade Lusofona do Porto... มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และ ลิฟท์รถรางขึ้นลงเขา-Batalha Funicular dos Guindais คนละ/เที่ยวละ 2.5 ยูโร อยู่ข้างๆ
.

.
ไม่ครับ ...ไม่ลงลิฟท์ครับ แต่ขอเดินไปตรงทางลงเขา ซึ่งเป็นสวนสวยและมีป้อมปราการทอดยาวสุดลูกหูลูกตา....
.
ป้อมนี้คือ ป้อมปราการเฟอร์นันจิน่า-Walls of D. Fernando หรือ Muralha Fernandina ซึ่งก่อสร้างตั้งแต่ ปี คศ.1336 ล้อมรอบอาณาบริเวณเทศบาลพอร์โธ่ในยุคกลาง.....
.
ด้านหน้ามีรูปปั้นของ Arnaldo Gama นักหนังสือพิมพ์ นักเขียนและผู้ประพันธ์นวนิยายอิงประวัติศาสตร์หลายเรื่อง ระหว่าง ปี คศ. 1829-1869
.
มองเห็นทางรถรางลงเขาข้างๆชัดเจน สูงเอาการทีเดียว แต่...
.
เราขอเดินลงพร้อมๆคนอื่นดีกว่า สะพานดังอยู่เบื้องหน้าแล้ว มีฝนนิดหน่อยไม่เป็นไร...555
.

.
ค่อยๆลง ไม่ยากครับ...เมื่อมาได้สักครึ่งทางกว่า ผมหันไปตะโกนบอกคนตามหลังว่า "It's the dead end stairs, nothing to see, please go up back-คุณๆ... ข้างหน้าบันไดนี่เป็นทางตันนะ ไม่มีอะไรให้ดู รีบกลับขึ้นไปคืน.." เล่นเอาพวกนั้นหัวร่อกันใหญ่ เพราะทราบดีว่าผมแซวเล่น...
.
ฝนหยุดแล้ว ฟ้าแจ้งจางปางเลย
.
ถึงแล้วครับ สะพานดัง Dom Luis I Bridge ที่ทุกคนไฝ่ฝันจักได้เห็น
.

.
ถึงตัวสะพาน แหงนมองนิดหน่อยแล้วก็เดินออกซ้ายไป...ผ่านร้านนำเที่ยวด้วยรถ Segway....ผ่านร้านอาหารหลายร้าน แต่ร้านนี้ดูเหมือนจะเข้าท่ากว่าเพื่อน ชื่อร้าน คนรักไวน์-Wine Lover และมีคำขวัญข้างล่างว่า Good Friends, Good Wine, Good Tomes.-มีเพื่อนดีไวน์เยี่ยมซะอย่างทุกอย่างก็แจ๋ว...มีเมนูอาหารหลากหลาย
.
มองเข้าไปข้างใน จัดแต่งดูดีทีเดียว แล้วหนุ่มน้อยคนหนึ่งก็ถลาออกมาต้อนรับ เจื้อยแจ้วว่าอาหารอร่อยอย่างโน้นอย่างนี้...เอาครับ ได้เวลาท้องร้องพอดี
.

.
ในร้านมีของชำร่วยจำหน่ายมากมาย พร้อมไวน์ท่าเรือ และไวน์รสต่างๆ
.
ผมถามถึงว่า ทำไมมีตุ๊กตาไก่เยอะจัง (ไม่น่าจะเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรนะ) พ่อหนุ่มชื่อ Brum (เรียนชั้นปี 10 อายุสิบกว่าเท่านั้นเอง ทางโรงเรียนส่งมาฝึกเป็นบ๋อย) บอกว่า "แหะ แหะ สัญลักษณ์ของโปรตุเกส คือ ไก่ อ่ะครับ" อ้อ อ้อ
.
เราสั่งอาหารชุดที่แพงกว่าใครเพื่อนในเมนูอันดับ 4 หน้าขวา ราคา 12.90 ยูโร แล้วคุณนายก็เลือกให้อีกอย่าง ได้เป็นอันดับแรกหน้าขวา 6.50 ยูโร...ถามว่าทาน 2 คนอิ่มไหม เค้าบอกว่า "ใช้ได้เลย เป็นจานยอดนิยมที่นี่ทั้งสอง..."
.
ในร้านมี WIFI ด้วย ผมนั่งเล่นเน็ต คุณนายขอเดินชมทั่วๆร้านระหว่างรออาหารในฐานะแขกเจ้าแรกก่อนนะครับ
.  

.
อาหารมาแล้วครับ เจ้าหนุ่มถามถึงดริ๊งค์ เราบอกว่า "หมอห้าม" เค้าเลยพยักหน้าเข้าใจแบบงงๆ...555
.
เจ้าบรูมน่ารักดี ขยัน อนาคตคงสดใส...หมอจัดการถ่ายรูปให้เราหลายรูป
.
จานแรกเป็นเนื้อปลาชิ้นใหญ่ราดพริกบนมันฝรั่งและหัวหอม-Portuguese Codfish with chip and onion....จานเบ้อเริ่มเลย
.
อีกชามพร้อมข้าวสวยเป็นหมูตุ๋นถั่ว-Oporto Portuguese Pork Flavor (Accompanied with Rice and White Beans).. รสชาติคล้ายๆผัดเต้าหู้รวมมิตรของเรา...... เอาข้าวมาแบ่งกัน อร่อยดี อิ่มได้การครับ
.    


.
ทานเสร็จ ใบเสร็จตามราคาคือ 19.40 ยูโร คุณนายให้ไป 20 ยูโร แล้วก็ออกมาให้เจ้าบรูมถ่ายภาพคู่สะพานด้านนอก บังเอิญฝนตกพอดี...
.
เสร็จสรรพ คุณนายหยิบแบ้งค์ 5 ยูโร แอบยัดใส่มือเจ้าบรูม เล่นเอาหมอนั่นตกใจระล่ำระลักว่า.... ขอบคุณมากมาก ไม่เคยได้ทิปขนาดนี้เลย เดี๋ยวกลับบ้านจะเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง และเชิญชวนเราแวะมาทานอีกที...
.
อกเดินต่อไปเรื่อยๆ ผ่านบูธขาย ปลาซาร์ดีนย่าง เจ้าของผู้ชายในร้านยกนิ้วบอกว่าอร่อยมากนะ...เราขอผลัดเป็นดินเน่อร์ครับ
.
ฝนชะอย่างนี้ ร้านรวงที่ตั้งโต๊ะขายริมทางไม่ได้ขายเลย น่าเห็นใจนะครับ
.

.
เดินออกซ้ายกลางฝนพรำไปเรื่อยๆ จวบจนจะสุด ชนสะพานธรรมดาอีกหนึ่ง ฝนเริ่มแรงขึ้น...
.
ผ่านบาร์เล็กๆท่าทางมีศิลป์มากๆ ชื่อเหมือนภาษาไทยว่า "ครัวเทค" มีกระดานดำเขียนสีชอล์คเป็นรูปสะพาน Dom Luis I Bridge เสี้ยวหนึ่ง.... เข้าไปสอบถามจึงทราบว่า เป็นร้าน "A Bolina" อ่ะครับ
.
ผ่านร้านขายภาพเขียน Galeria de Arte มีรูปสาวสวยตั้งหรา ข้างร้านคือร้านอาหาร Porto in Art มีรูปม้าเด่นสง่า...
.
มองไปฝั่งตรงข้าม บนยอดเขาปลายสะพานก็คือ อารามเซฮ่าโดพิล่าร์-Monastery of Serra do Pilar หรือ Mosteiro da Serra do Pilar ที่เป็นอาคารสีขาวทรงกลม...
.


.
ซึ่งความจริง จุดนี้มีแหล่งท่องเที่ยว 3 แห่งติดกัน ตั้งแต่ จุดชมวิว มิร่าโดโร เซฮ่าโดพิล่าร์-Miradouro, Serra do Pilar ที่มีหอสูงอยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านเป็นลานกว้างมองข้ามสะพานไปเห็นบ้านเรือนอีกฝั่งและสายน้ำ Douro ได้
.
ถัดมาเป็น อารามเซฮ่าโดพิล่าร์-Monastery of Serra do Pilar ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ให้เหมือนกับ Church of Santa Maria Redonda ที่อยู่ในกรุงโรม อิตาลี แต่เพราะความที่ขาดทุนทรัพย์และตกอยู่ในการครอบครองของ สเปน อยู่ช่วงหนึ่งนั่นเอง จึงต้องใช้เวลาสร้างถึง 72 ปี
.
กระทั่งในปี คศ.1832 รัฐบาลยุคนั้น ได้ปรับเปลี่ยนเป็นป้อมปราการทางการทหาร และที่นี่คือแหล่งที่ Soraia Moreira เจ้าหน้าที่บาร์เซโลน่า บอกว่า พลาดไม่ได้ ในฐานะเคยอยู่โปรตุเกสคนหนึ่งนั่นเอง
.
ส่วนสุดท้ายเป็น ระเบียง-Terrace กว้างใหญ่ มีลานกว้างอยู่ข้างใน
.
ที่นี่เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.ถึง 18.30 น. ค่าเข้าชม 1 ยูโร หรือ 3 ยูโร รวมทั้งการขึ้นหอด้วย และได้รับการสถาปนาเป็นมรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโกในปี คศ.1996 นี่เองครับ
.

.
ย้อนกลับมาที่สะพาน หลบฝนตรงรถรางขึ้นเขาอีกช่วงหนึ่งจนฝนซา จึงค่อยๆไต่บันไดกลับคืนไปข้างบน
.
เซฟเงินคนละ 100 บาทไทย (2.5 ยูโร)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #34  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/06/2018 11:12 pm


.
มาถึงตรงป้าย Batalha ที่มีลิฟท์ รถรางขึ้นลงเขา จนได้ครับ
.
ขึ้นรถรางสาย 22 ผ่านย่านชุมชนกลับคืนมายัง โบสถ์แฝด Carmo และ Carmelitas ต้นทาง เพื่อรอสาย 18 ไปอีกด้านหนึ่ง
.
ช่วงรอรถ เจอร้านขายทาร์ตไข่อยู่ไม่ไกล ตั้งใจจะขอตังคุณนายไปซื้อซักหน่อย เผอิญรถรางมาซะแหล่ว..ธ่อ
.
คนขับรถรางเป็นผู้หญิงน่ารักดี แต่ดุมากมากเลย ฝาหรั่งไปล้อเล่นโดนเหวี่ยงจนตั้งตัวแทบไม่ทัน แต่สำหรับเราไม่มีปัญหาครับ
.

.
ร้านรวงแถวนั้นขายของเยอะแยะ...ร้านขายเสื้อผ้านำโครงกระดูกมาเป็นหุ่นด้วย...
.
มีรถไฟเล็กนำเที่ยวรอบๆนี้ด้วย
.
รถรางสาย 18 คนไม่เยอะ นั่งอยู่บนรถมีคนที่ป้ายโบกมือต้อนรับตลอด
.
เพิ่งจับสังเกตได้ว่า พนักที่นั่งทั้งมวลสามารถผลักเลื่อนกลับได้ตอนรถรางวิ่งกลับ เจ๋งมากเลยครับ
.
ภาพคู่นี้ คนขับหญิงถ่ายให้นะครับ...สุดยอดดดด
.

.
มาถึงบริเวณ จุดรวม-Hub ที่มีสวนสวยอยู่ข้างๆ และ พิพิธภัณฑ์รถราง-Tram Museum ของบริษัท STCP อยู่ไม่ไกล เราจัดการเปลี่ยนสายเป็นสาย 1 มุ่งไป Passeio Alegae ข้างหน้าซึ่งไม่มีอะไร นอกจากอุทยานใหญ่และสะพานธรรมดาอีกแห่ง
.

.
จึงจับรถกลับมาอีกด้านหนึ่งไปยัง Infante...ด่านหลังเป็นส่วนคนขับ ได้เต๊ะท่าถ่ายภาพสบาย
.
ผ่านภัตตาคารเลื่องชื่อ Alfandega Douro ที่ดังเรื่อง แซนวิชยัดไส้ราดน้ำเกรวี่-francesinha และใช้เตาถ่านที่ทำให้อร่อยกว่าที่อื่น.....
.
ผ่านบริเวณใกล้ๆ Infante อันเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่ถนนแคบๆ มีร้านรวงมากมายรวมทั้ง พิพิธภัณฑ์เปิดโลกล่องไพรและสวนสนุก-World of Discoveries-Interactive Museum & Theme Park หรือ Museu Interativo & Parque Temático ในภาษาโปรตุเกส ซึ่ง..
.
ราคาแพงมากคือ คนละ 12 ยูโร หากรวมล่องเรือเที่ยวก็อีก 12 ยูโร ทั้งที่ไม่มีอะไร หลายคนบอกว่าเชือดคอแท้ๆ
.
ผ่าน Shops-Vintage-Bar และร้านรวงอีกมากมาย
.

.
แล้วรถรางก็มาสุดสายที่ป้ายหน้าโบสถ์ เซ้นต์ฟรานซีส-The Church of Saint Francis หรือ Igreja de Sao Francisco ในภาษาโปรตุเกส เพื่อกลับด้านไปอีกฟาก
.
ตรงข้ามโบสถ์คือท่าน้ำ Douro River ที่เห็นบ้านเรือนสวยงามและทางลงไปยังลานเดินเล่นข้างล่าง
.

.
จากท่าน้ำ ขอข้ามฝั่งมาเลี้ยวขึ้นบันใดชมโบสถ์เซ้นต์ฟรานซีส นิดหน่อยนะครับ
.

.
โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ คศ.1223 จนเสร็จสิ้นเมื่อปี คศ.1425....โดยอาคารทางเข้าสร้างขึ้นในปีศตวรรษที่ 18 รวมทั้งชั้นใต้ดินนั้น สร้างใหม่หลังถูกไฟเผาผลาญโดย สถาปนิก Nasoni ในรูปแบบของ Neoclassical เป็นแห่งแรกในพอร์โธ่ครับ
.

.
เข้าชมภายในอันมลังเมลืองกันนะครับ...เพื่อนๆท่านใดมีความรู้ในเรื่องพระสงฆ์องค์เจ้าศาสนาคริสต์ เรียนเชิญตามสบาย.....อิอิ
.

.

.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #35  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/06/2018 11:14 pm


.

.

.
ในชั้นใต้ดิน เป็น สุสาน-Catacombs อันกว้างใหญ่ ฝังศพของผู้มีอันจะกินโดยถมทับกันเป็นชั้นๆและทำเลตามแต่น้ำ "เงิน" จะนำไป
.
ทั้งหมดนี้ ค่าเข้าชมคนละ 6 ยูโรครับ
.

.
ได้เวลากลับที่พักแล้วครับ...เราจับสาย 1 เพื่อมาต่อสาย 18 และ 22 ตามลำดับ
.
ยืนหลังคนขับสาย 1 ที่เป็นชาย เห็นได้ชัดว่า รถรางโบราณถูกควบคุมด้วยเทคโนโลยี่สมัยใหม่แท้ๆ มิฉะนั้น คงไม่ต้องถึงกับใช้ Ipad กัน...อิอิ
.
แวะลงตรงพิพิธภัณฑ์รถราง ซึ่งเลยไปหน่อยเป็นซุปเปอร์ใหญ่ Continente ได้ข้าวของสำหรับทานมามากมาย...
.
แล้วก็จับสาย 18 และ สาย 1 กลับบ้านตามลำดับ เจอคนขับหญิงคนเดียวควบ 2 กะคนเดิม ซึ่้งหล่อนดุมาก เห็นรถจอดขวางทางรางเมื่อไหร่ สั่นกระดิ่งกริ๊งๆรัวๆ แถมโทรเรียกตำรวจมาจัดการทันที หรือมิฉะนั้น ก็ต้องรีบมาขยับเคลื่อนไปที่อื่นก่อนจะโดนปรับหนักอย่างที่เห็น เล่นเอาเรายกนิ้วชมเธอว่า ยอดจริงๆ
.
เข้าเขตเมืองแล้วครับ ขออนุญาตจบวันที่สองในพอร์โธ่แต่เพียงเท่านี้ก่อน
.
สวัสดีครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #36  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/06/2018 11:30 am


.
Porto Day Three-พอร์โธ่ วันที่สาม
.
16 มิถุนายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
มาที่พอร์โธ่สองวันแล้ว ได้เที่ยวแค่นิดๆหน่อยๆ เพราะเจอฝนตลอด เดี๋ยวตกเดี๋ยวหยุด...ดีที่เที่ยวนี้สวมรองเท้าหนัง เลยไม่มีปัญหาเรื่องรองเท้าเปียก แวะเวียนที่อื่นๆสักพัก ก็แห้งทั้งกางเกง-เสื้อ-เป้ เรียบร้อยโรงเรียนท้าวทองกีบม้า..
.
วันที่สาม (30 มีนาคม) หรือเกือบวันสุดท้ายที่พอร์โธ่นี้ จึงไม่สามารถไปไหนไกลได้เลย นอกจากเลาะๆเล็มๆแถวในเมือง เพื่อเก็บแหล่งท่องเที่ยวดังๆทั้งหลายเท่าที่จะสามารถตามและพอบอกคนอื่นว่า...ได้มาพอร์โธ่เหมือนกัน... อิอิ
.
ดีเหลือหลายครับ ที่มีตั๋ววัน (แบบ 2 วัน) ของพอร์โธ่ไว้ในมือ จึงสามารถใช้รถรางได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องขึ้นๆลงๆเนินให้วุ่นวาย ทว่า..ก็ไม่รู้จักหรอกนะครับว่า รถเมล์ประจำทาง-Public Bus และรถไฟฟ้า-Metro ของเค้าเป็นยังไง 5555
.
เที่ยวที่ไหนก็ตาม ร่มและหรือเสื้อฝนจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย โดยเฉพาะมาที่เมืองนี้ครับ
.
ภาพนี้ ถ่ายในสวน Jardim Joao Chagas ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ครับ
.
.
หมายเหตุ: ที่เรียนว่าวันนี้ไม่ใช่วันสุดท้าย เพราะพรุ่งนี้ (วันที่ 31 มีนา) เราเดินทางด้วยรถบัสไปบาร์เซโลน่าตั้งเที่ยงโน่น ช่วงเช้าจึงมีเวลาเป็นชั่วโมงๆ เตร่แถวๆท่ารถบัสใหม่คือ Casa Da Musica (คอนเสิร์ตฮอลล์) เสียชุ่มปอดไปเลยครับ
.
(รีวิวที่นี่ แถวย่านอุทยาน Rotunda da Boavista หรือจัตุรัส Praca de Mouzinho de Albuquerque หนึ่ง..... เมือง Narbonne ของฝรั่งเศส ช่วงรอต่อรถอีกหลายชั่วโมงก่อนเข้าบาร์เซโลน่า สอง.... รวมทั้งเมือง Trieste ของอิตาลี ที่เราได้ไปเยือนแบบแถมฟรี ช่วงไป Ljubljana ของ สโลเวเนีย ปีที่แล้ว สาม... น่าจะต้องรอเป็นอัลบั้ม "ได้มาฟรีๆ เมื่อมีเวลา" ต่างหากครับ)
.

.
เช้าวันนี้ เมื่อลงมาจากโฮสเต็ลแล้ว เราก็เดินออกทางขวามือไปฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นร้านเสื้อผ้ากีฬา จำหน่ายสรรพสิ่งอันมียี่ห้อนักฟุตบอลล์ที่เพิ่งเปิด โดยมีวัวกะทิงสีแดงตัวเบ้อเริ่มยืนเต๊ะอยู่หน้าร้าน (ไม่ทราบจริงๆครับว่า เครื่องหมายอะไร) ...
.
หะแรกผมเข้าใจว่า น่าจะเป็นสาขาหนึ่งของร้าน Ale Hop ที่ขายสินค้าตกแต่งกายแทบทุกชนิดในสเปนและโปรตุเกส และมีวัวที่ถูกนำมาประดับหน้าร้านด้วยดีไซน์แตกต่างกันทุกแห่ง (อย่างที่เห็นในภาพตรงร้านขายหมวก ซึ่งเจอทุกเมืองในทริปนี้) แต่ปรากฏว่า ไม่น่าจะใช่ครับ
.
ผ่านร้านคาเฟ่สวยที่นำโต๊ะเก้าอี้ออกมาวางหน้าร้าน....แวะถ่ายภาพกับรูปพนักงานเสิร์ฟที่มีศีรษะคนอยู่บนถาด...ร้านเครื่องประดับของ Michael Kors...
.

.
เดินไล่ทั้งสองฟากจากโบสถ์พระสงฆ์-Church of the Clergymen มาจนถึง จัตุรัส Praca da Liberdade แล้วก็จับรถรางสาย 22 ด้านหน้าไปยัง Batalha (โดนคนขับชายดุเอาว่า ทีหลังยืนอยู่ที่ป้ายก็ต้องโบกมือ ไม่งั้นไม่จอด ฮิฮิ) เพราะจำได้ว่า ก่อนป้ายสุดท้ายมีอะไรต่อมิอะไรให้เดินชมเยอะไปหมดครับ
.
ลงรถตรงร้านขายของหวาน ร้านคาเฟ่ และลานร้านอาหาร.... เดินกลับมาผ่านจัตุรัส Batalha Square ที่มีอนุสาวรีย์ของกษัตรฺย์ King Pedro V ตั้งเด่นสง่า.....ผ่านโรงแรม Mercure เห็นอักษร M ตัวยักษ์บนตึก....  
.

.
แล้วเราก็เจอ โบสถ์ประจำตำบลที่มีกระเบื้องเซรามิคสีน้ำเงินอ่อนประดับเต็ม Parish Church of Santo Ildefonso หรือ Igreja de Santo Ildefonso ในภาษาโปรตุเกส ที่สร้างขึ้นในปี คศ. 1739 ซึ่งด้านหน้าตกแต่งในปี คศ. 1932 โดยสถาปนิกเอกชาวอิตาลี คือ Nicolau Nasoni ผู้สร้างหน้าโบสถ์เซ้นต์ฟรานซิส ที่ศูนย์ประวัติศาสตร์ ตรงป้ายจอดรถรางสาย 1 นั่นเอง  
.
เราจะไปกันที่ถนนช้อปปิ้งคนเดิน Rua Santa Catarina ที่โด่งดังของพอร์โธ่กัน โดยผ่านร้านช่างทำทอง Ourivesaria ที่ตกแต่งเป็นลายสีดำงดงาม ทว่าปัจจบันถูกซื้อกิจการแปรเปลี่ยนเป็นร้านเสื้อผ้า Reis Filhos แล้ว
.
อ้าว...ฝนพรำอีกแล้ว.....แต่ดูสิครับ ถนนคนเดินสายนี้ยาวลงเนินไปลึกเชียว....เห็นโบสถ์พระสงฆ์ตรงที่พักของเราและหอระฆังแต่ไกล...
.

.
ผ่าน โรงแรมแบบอพาร์ตเม้นท์ O Porto Batalha....ผ่าน Tropical Snack Bar...ฝนตกหนัก ต้องรี่ไปหลบที่ห้างเสื้อผ้ายักษ์ใหญ่ fmc แล้วขึ้นชั้นบนไปเช็ดเนื้อตัวในห้องน้ำ โดยไม่ได้อุดหนุนหรือแม้แต่ชื่นชมข้าวของของเค้าเท่าไหร่ แหะ แหะ
.

.
เมื่อฝนหยุด ก็เดินต่อมายัง Majestic Cafe แหล่งดังของนักท่องเที่ยวนานาชาติ ที่เข้าคิวรอทานของหวาน ชา-กาแฟ กันอย่างขะมักเขม้น แต่..เราขอเข้าไปถ่ายภาพกับกัปตันร้านที่ยืนรอจัดแถวเสียก่อน อิอิ
.
ที่นี่เป็นคาเฟ่ ระดับ Top Ten ที่สวยที่สุดในโลก เปิดมาตั้งแต่ปี คศ.1921 ในชื่อ Elite...
.
ด้านหน้าของคาเฟ่ว่าสลักเสลายิ่งแล้ว แต่ภายในสิครับ วิจิตรพิศดารเหนือคำบรรยายจริงๆ..เป็นจุดนัดพบของเหล่าคนดังทั้งหลาย อาทิ นักเขียน นักการเมือง ศิลปิน นัดวิเคราะห์ ฯลฯ
.
น่าเสียดายที่คาเฟ่แห่งนี้ถูกละเลยจากเจ้าของจนสูญเสียตำแหน่งไป กระทั่งปี คศ.1994 จึงเปิดขึ้นใหม่อีกครั้งหลังการหยุดกิจการเพื่อตกแตงถึง 2 ปีเต็ม ให้กลับคืนมาเรี่ยมเร้เรไรดั่งเดิม...เป็นจุดที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งมวลครับ
.
ภาพภายในร้าน ขอจากเน็ตมาให้เพื่อนๆชมครับ เผื่อสนใจและพร้อมจะรอ...ฮิฮิ
.

.
ฝนตกๆหยุดๆบนถนนคนเดิน เล่นเอา ลุงและป้า คนขายร่มแฮ็ปปี้ไปเลย เพราะร่มทั่วไปรับกระแสพระพายกระหน่ำไม่ไหวจริงๆ เห็นซากอยู่หน้าร้านคันนึง....
.
ไกด์หนุ่มใหญ่ของคณะทัวร์จีน (น่าจะใต้หวัน เพราะไม่โฉ่งฉ่าง) รู้สึกว่าร่มตัวเองใช้ไม่ได้ จัดการซื้อใหม่จากลุง แล้วก็นำของเก่าไปทิ้งถังขยะและเดินจากไปทั้งกลุ่ม ทว่า...
.
แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ ลุงแถวนั้นอีกคนจัดการนำมาเปิดดู เห็นว่าแค่เย็บนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว ยิ้มเกร่ต่อหน้าลุงขายร่มและถือไปเลย 5555
.

.
ถึงห้าง Via Catarina Shopping เครือใหญ่ที่มาเปิดสาขาที่นี่ โดย Tom Capa สถาปนิกหนุ่มแห่งลิสบอน ตกแต่งทันสมัยดีไซน์ฟ้าแล่บจริงๆให้เป็น ปราสาทสีชมพู-Pink Castle จนกลายเป็น Fabrica dos Sonhos หรือ Factory of Dream ไป....เก๋จริงๆ
.
ร้านขนมเจ้าดัง Fabrica de Nata ที่มีในลิสบอนด้วย จำหน่ายของชอบคือ ทาร์ตไข่ และมีบรรจุกล่องสวยงามด้วย สงสัยราคาไม่ต่างจากที่ Belem-เบอเล็ม เท่าไหร่นัก
.

.
ผ่านร้านค้าต่างๆบนถนน Santa Catarina ย่านนี้ ขอเต๊ะกับตู้ไปรษณีย์สีแดง สีน้ำเงินอ่อน ของเมืองนี้หน่อยครับ
.
ตู้สีแดง สำหรับจดหมาย "ธรรมดา" ที่ติดแสตมป์แล้ว (ทั้งในและนอกประเทศ)
.
ตู้สีน้ำเงินอ่อน สำหรับจดหมาย "ด่วน" ที่ติดแสตมป์แล้ว (ทั้งในและนอกประเทศ) ครับ
.

.
ตรงหัวมุมถนนคนเดิน คือ Capela das Almas ซึ่งมีกระเบื้องเซรามิคสีน้ำเงินอ่อนประดับทุกด้าน โดยศิลปินชื่อ Eduardo Leite เป็นผู้วาดภาพของวิถีดำเนินชีวิตของเหล่าเทพทั้งมวล รวมทั้งภาพการมรณภาพของเซ้นต์ฟรานซีส-St. Francis และวีรกรรมของ เซ้นต์แคเธอรีน-St. Catherine ด้วย... วาดในศตวรรษที่ 20 นี้เอง ทั้งๆที่โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ครับ
.
โบสถ์นี้เปิดให้เข้าชมทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 7.30 น. ถึง 19.00 น.....วันเสาร์ปิด 13.00 น. และเปิดอีกช่วง 18.00-19.00 น.ครับ
.
คุณนายขอแวะร้านเสื้อผ้า Stockshop ฝั่งตรงข้าม...เมื่อผมเก็บภาพเสร็จ จึงแวะไปถามถึง ตลาดโบเหย่า-Mercado do Bolhao..คุณพี่บอกว่า "อยู่ฝั่งตรงข้าม ใกล้ๆสถานีรถไฟฟ้าเมโทรไง..." ปัดโธ่....5555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #37  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/06/2018 7:50 am



.
ตลาดสด Bolhao Market หรือ Mercado do Bolhao กินเนื้อที่กว้างมาก ชนิดผู้คนแทนที่จะเข้าทางหน้าที่มีหน้าจั่วเป็นรูปโดม ส่วนใหญ่กลับถือว่าด้านหน้าคือบล็อกที่เห็นสี่เหลี่ยมข้างๆ ทางขึ้นลงสถานีเมโทร โบเหย่า-Bolhao ต่างหากครับ
.
ตลาดสดแห่งนี้ เปิดดำเนินการขึ้นเมื่อปี คศ.1914 โดยเน้นที่เนื้อสัตว์ ปลา ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และสินค้าทั่วไปอีกมากมาย
.
ว่ากันว่า..มาที่ตลาดนี้ เดินชมทั่วๆทั้ง 2 ชั้น จะเห็นวิถีชีวิตชาวพอร์โธ่แท้ๆว่าเป็นอย่างนี้นี่เอง และถือเป็นการหวนอดีตที่มีประโยชน์ยิ่ง
.
เราจะเข้าชมชั้นล่างที่แบ่งเป็นบูธต่างๆในลานกว้างชั้นล่างกัน
.

.
ชั้นแรกที่อยู่ชั้นบน เป็นแผงค้าของเกษตกรแท้ๆ มีผักผลไม้ เสื้อผ้าธรรมดา จำหน่ายแด่ชาวพอร์โธ่เป็นหลัก
.
ตามมุมต่างๆ มีศิลปินข้างทาง ยึดพื้นที่แสดงเพื่อขอเงินทั่วไป
.
ที่ชื่นชอบมากๆของตลาดก็คือ มีภาพและชื่อของคณะกรรมการตลาดซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าในนั้นติดให้เห็นอย่างเด่นชัด เป็นการรับรองความยุติธรรมของสินค้าและบริการในตัว
.
ลงไปชมข้างล่างกันนะครับ
.

.
ชั้นนี้ น่าจะเป็นของพ่อค้าแม่ขายขาประจำที่พอจะมีกะตังหน่อย เกือบทั้งหมดต่อเติมตกแต่งร้านตัวเองอย่างสวยงาม
.
ร้านขนมปัง-Bakery ดูขายดีเชียว
.
ส่วนร้านอาหารที่เห็นร่มโค้กอยู่มุมหนึ่งนั้น ราคาไม่แพง จึงมีนักท่องเที่ยวนั่งกันตรึมเลย
.

.
ส่วนที่เป็นด้านของชำร่วยมีมากมาย แต่กระเบื้องเซรามิกที่น่าสน คงนำกลับไม่ได้เนื่องจากน้ำหนักแต่ละชิ้นนั่นเอง
.
นักดนตรีและลูกน้อยมีเครื่องเล่นมากมายหลายอย่าง ทั้งรับเงินและขายของในขณะที่เด็กน้อยนั่งทำการบ้านไป...
.

.
ส่วนของผักผลไม้และของดองต่างๆที่ขายดิบขายดี...
.
พอแล้วครับ สำหรับตลาดนี้ ที่ว่าไปก็ไม่ต่างจากที่อื่นๆนัก ค่อนไปทางน้อง อตก.ด้วยซ้ำครับ
.
.
.
ออกจากตลาดมาอีกด้านหนึ่ง มีต้นไม้สวย ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านยามากมาย แถมยังมีร้านเครื่องแต่งกายของทีมฟุตบอลพอร์โธ่เสียด้วย
.

.
อ้อมมาอีกด้านคือ สำนักงานใหญ่ของธนาคาร Millennium bcp เครือ Portuguese Commercial Bank ธนาคารที่ใหญ่สุดในโปรตุเกส...
.
ด้านหน้าคือ จัตุรัสกษัตริย์จอห์นที่ 1 หรือ Praca de Dom Joao I ซึ่งเป็นกษัตริย์ของทั้งโปรตุเกสและย่าน Algarve ด้วยในปี คศ.1385–1433
.
ประติมากรรม คนกับม้า ทั้ง 2 ด้านเป็นผลงานของ João Fragoso นักออกแบบและผู้ชนะเหรียญประติมากรรมและกวีแห่งโปรตุเกส น่าเสียดายที่เขาถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 87 ปี ในปี พศ.2543 นี้เอง
.
อาคารข้างๆรูปปั้น คืออาคารธนาคารของรัฐ Caixa Geral de Depositos ซึ่งเทียบกันไม่ได้เลย แม้จะเป็นธนาคารรัฐอันดับสอง รองจาก CGD ก็ตาม
.
ฝนตกไป กางร่มไป ยืนรอรถไป แต่ไม่ยักมาซักที...
.

.
เห็นรถไฟเล็กผ่านไป มีนักท่องเที่ยวนั่งรถชมเมืองเต็ม...ขอเดินดีกว่า ใกล้แค่นี้
.
โดยทะลุซอยออกไปอีกด้าน เห็นโรงละคร Teatro Municipal Rivoli อยู่ติดๆกับอาคารธนาคาร Caixa Geral de Depositos
.
มุมหนึ่งมีโฆษณาเป็นอักษร X ตัวเบ้อเริ่ม เป็นรายการทอล์คโชว์ Tedx Porto ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 14 เมษายนที่ คอนเสิร์ตฮอลล์ Casa da Musica แถวท่ารถบัสใหม่
.
ผ่านร้านอาหาร...
.

.
ร้าน Mundo Mistico Bazar Esoterico ถือเป็นร้านหนึ่งในพอร์โธ่ที่เน้นจำหน่ายสินค้าแปลกๆอันมีผู้ชื่นชอบไม่มากหรือ esotericism จากทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่มีใจรักด้านนี้และสนใจอย่างจริงจัง....ร้านมีหลายสาขาด้วยกัน แค่เฉพาะที่เห็นในตู้โชว์ก็สวยประหลาดดีแล้วครับ
.
ผ่านมาที่ Teatro Sa Da Bandeira ซึ่งมีร้านขายของที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ...
.

.
ร้านขายของเก่าที่ลดราคา 50% และร้านขายเครื่องเสียง Dance Planet
.
แล้วมาจ่อมที่หน้าโรงละครที่มีลายมือภาษาโปรตุเกสบนแผ่นไม้ลายฉลุ...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #38  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/06/2018 7:56 am


.
ร้านเครื่องนอน Lethes Home..โรงแรม Pestana และร้านกาแฟของว่าง Café A Brasileira
.
ป้ายโฆษณาละครที่จะแสดงตั้งแต่วันที่ 5 ถึงวันที่ 22 เมษายน...
.
ร้านที่ติดกับร้านแลกเปลี่ยนเงิน Unicambio Exchange ที่มีโลโก้คล้ายของมหาลัย คือร้านขายของทานรสอร่อยกลิ่นหอมแบบต่างๆในนาม Mosaico de Sabores ครับ
.
อีกร้านหนึ่ง Turismo บริษัทท่องเที่ยว ที่เห็นโบสถ์ข้างที่พักเราชัดเจนทางซ้ายมือ
.
ภาพสุดท้ายคือตั๋วรถ 2 วัน ที่เราแลกเปลี่ยนกับโชเฟอร์รถรางเมื่อวาน ซึ่งเจาะเดือนและวันไว้เรียบร้อย โอกาสโกงเป็นศูนย์ว่าเข้านั่น อิอิ
.

.
แวะโฮสเต็ลของเรา ซึ่งได้เวลาพอดีกับพนักงานรักษาความสะอาดมาคลีนห้องทุกวัน ขอแช๊ะภาพหน่อยนะจ๊ะ
.
ทำความรู้จัก Yes Hostel อีกรอบหนึ่ง...กำไลรหัสและกุญแจที่เป็นของคู่กัน...ป้ายขอความร่วมมือจัดห้องและปิดน้ำไฟก่อนออกจากห้อง และ...
.
ดินเน่อร์พื้นเมืองคนละ 10 ยูโร
.
รายการ ท่องบาร์ราตรี-Pubcrawl คนละ 12 ยูโร ที่จะเริ่ม 11.30 น.ทุกคืนยกเว้นคืนวันอาทิตย์ รวมดินเนอร์ด้วยเพียง 20 ยูโร...
.
เดินท่องทัวร์-Walking Tour ฟรีทุกวัน 10.30 น. และ 15.20 น.
.
ทุกอย่างต้องลงทะเบียนก่อนครับ
.

.
ก่อนออกข้างนอกอีกรอบ ถามหัวหน้าทัวร์วอล์กกิ้งว่า "ห้องสมุดที่ว่าสวยๆนั่นอยู่ที่ไหน" หนุ่มเดินนำชี้ไปข้างนอก บอกว่า "โน่น คุณเห็นแถวต่อคิวยาวๆนั่นไหม นั่นแหละ นั่นแหละ"...อุแม่จ้าว
.
ใช่ครับ...นั่นคือแถวยาวเหยียดที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายแหล่อยากเข้าชม  ริแวริอาเรลโล่-Livraria Lello Bookshop Porto หรือชื่อจริงคือ Lello & Irmao พี่น้องเรลโล่-Lello & Brother Bookstore อันเป็น ห้องสมุด/ร้านหนังสือที่สวยที่สุดในโลก-The most beautiful bookstore in the world? แต่....บ้างก็ว่า สวยแค่อันดับ 3 อ่ะครับ
.
ร้านหนังสือและอาคารทั้งหมดนี้ เปิดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 1906 หน้าตึกออกแบบโดย Xavier Esteves และด้านบนมีภาพวาดเทพธิดา 2 องค์อันเป็นตัวแทนของ วิทย์ และ ศิลป์ ผลงานของ José Bielman ครับ
.
ด้านในดั่งในรูปทั้ง 4 สิครับ วิลิศมาหลาเกินขนาด...... ถึงกับว่ากันว่า  J.K. Rowling’s ผู้ประพันธ์ Harry Potter ได้แรงบันดาลใจจากที่นี่ เพราะเธอพำนักและเป็นครูภาษาอังกฤษอยู่ที่พอร์โธ่นี้ถึง 10 ปี ซึ่งเธอนั่งดื่มกาแฟที่ชั้นสองของร้านนี้....จะเห็นได้ว่า บันไดโค้งที่เห็นนี้ละม้ายบันไดของ Hogwarts ทีเดียว
.
นอกจากนั้น ชุดเครื่องแบบ Hogwarts ชุดสีดำ ยังนำมาจากชุดนักศึกษาในพอร์โธ่อีกด้วย
.
น่าเสียดายที่เราไม่ได้เข้า ไม่ใช่เพราะค่าเข้าชมคนละ 5 ยูโร (เมื่อซื้อหนังสือราคาเกิน 5 ยูโรแล้วจะได้รับเงินนี้คืน) หรอกนะครับ แต่มิอาจสู้รอต่อแถวไหวอ่ะครับ แหะ แหะ....โน่น ฝนจะมาแล้ว
.

.
ผ่านอาคารสีขาวรูปประหลาดมีเส้นตัดไปมา อันเป็นบาร์ค๊อกเทลชื่อดังของพอร์โธ่ STOX Club นั่นเอง.......ผ่านอาคาร Samsonite ร้านกระเป๋าดังที่แพงหูฉี่ ที่เราไม่เคยและไม่บังอาจใช้.......ร้านหนังสือ Fernando Machado ที่นอกจากจำหน่ายเรื่องอ่านแล้ว ยังมีข้าวของที่เกี่ยวข้องจัดจำหน่ายด้วย...
.
เราเข้าไปในสวน จัตุรัสลิสบัว-Praca de Lisboa ที่บนอาคารห้างสรรพสินค้าปลูกหญ้าสีเขียว และบริเวณรอบๆปลูกต้นไม้เตี้ยๆไว้มากมาย เห็นหอระฆังข้างที่พักของเราอยู่ใกล้ๆ
.
ทั้งหมดอยู่รอบๆ ร้านหนังสือ Lello & Irmao ที่ไม่มีทีท่าว่าผู้คนในแถวจะลดน้อยถอยลงไป...
.

.
รถรางยังไม่มา ขอเดินต่อไปเที่ยวสวน Jardim Cordoaria ก่อนนะครับ
.
ผ่านร้านอาหาร Alma Portuense Restaurante......โรงแรมแบบเกสท์เฮ้าส์ Residencial Caldeira ที่อยู่มุมหนึ่งของสวนที่มีศาลาว่างเปล่าอยู่ด้านหน้า
.
ยืนอยู่หน้าอาคารใหญ่ ของโรงพยาบาลของมหาลัยพอร์โธ่-The Neoclassical Building of Hospital de Santo António ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ Meseu do Centro Hospitalar do Porto อยู่ภายในด้วย
.
แล้วเราก็เจอหุ่นทองเหลืองหลายจุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "ทั้งสิบสามคนหัวเราะใส่กัน-Thirteen to laugh each other หรือ Treze a Rir uns dos Outros ในภาษาโปรตุเกส" ของศิลปิน Juan Munoz นักปั้นผู้เชี่ยวชาญทั้ง Paper Mach-งานกระดาษ Resin-เรซิน และ Bronze-ทองเหลือง ที่ถึงแก่กรรมในวัยเพียง 48 ปีที่ พศ. 2001 นี้
.

.
ดูกันชัดๆนะครับ...ขอจัดการกับร่มที่สู้แรงลมฝนไม่ไหวก่อน...555
.

.
มาอยู่ที่หน้าอาคาร ศาลพอร์โธ่ Tribunal da Relacao do Porto หรือ Courthouse ที่มีรูปปั้นของ Lady Justice (Justica) ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี คศ. 1961 โดยศิลปินชาวโปรตุเกสผู้โด่งดัง Leopoldo de Almeida
.
ใกล้ๆกันคือ อาคารนิทรรศการภาพถ่าย-Portuguese Centre of Photography หรือ Centro Português de Fotografia ซึ่งมี...
.
รูปปั้น "รักนรกอันยาวนาน-Long Love of Perdition/ Largo Amor de Perdicao" โดย Francisco Simos เพืออุทิศแด่ Camilo Castelo Branco ผู้ประพันธ์ "ความรักที่แสนเศร้า-Love of Doom/Amor de Perdicao" จากปี คศ. 1862 เรื่องราวของผู้ชายที่เอาชนะไฟปราถนาที่ท่วมท้นตัวได้ในที่สุด
.
ระหว่างสวนสวย ยังมีรูปปั้น "ความปลาบปลื้มของ Ganymede (หนุ่มรูปงามผู้ได้จุดโคมไฟโอลิมปิก) ในสวน-Rapto de Ganimedes" โดย António Fernandes de Sá ในปี คศ.2010
.
และโลโก้ Porto สีน้ำเงินสดสวยที่ตั้งเด่นเป็นสง่าที่นั่น
.

.
ณ บริเวณส่วนหน้าของสวนของจัตุรัสลิสบัว-Praca de Lisboa คือรูปปั้นของพระคุณเจ้าคณะตำบลชาวโปรตุเกส Antonio Ferreira Gomes จาก Vitoria Civil Parish of Porto...
.
แล้วก็เดินไปที่ป้ายรถรางที่มีคนมายืนรอต่อแถวเต็ม เมื่อรถมาถึง ผมก็รี่ขึ้นบนรถก่อนชนชาติอื่น (แบบไทยๆซึ่งเร็วมาก อิอิ) แล้วก็บุกไปจองที่นั่งแถวหลังให้ครอบครัวพ่อแม่ลูกจาก Madrid-มาดดริด ก่อน ซึ่งเมื่อพวกเขาซึ่งขึ้นมาทีหลังมีที่นั่งสบายก็ขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
.
คุณแม่ของหนูน้อยขยับถ่ายภาพลูกชาย คุณนายเลยชี้ให้ไปเต๊ะท่าขับรถรางที่ด้านหลัง สนุกกันใหญ่ และเธอหันมาถามผมว่า "ชอบฟุตบอลหรือเปล่า" พร้อมกับให้ลูกชายยื่นกระเป๋าให้ดูว่า เค้าเป็นแฟนคลับของทีม ราชันสีขาว-Real Madrid นั่นเอง
.
คุณนายเดินไปทักทายคนขับสาวที่รู้จักกันมาก่อน พร้อมบอกว่า "ฝนตกทุกวันเลย" เธอยิ้มตอบว่า "Tomorrow is sunny day-พรุ่งนี้ฟ้าแจ้งจางปางจร้า" 555
.
ถึง Tram Museum เราขอลงเพื่อไปซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อน โดยเจ้าหนุ่มน้อยโบกมือให้เราไปมาตลอดเวลารถออกเลย
.

.
เราแวะไปที่ซุปเปอร์ Continente เจ้าเก่า ซื้อทาร์ตไข่ที่ร้านเบเกอรี่ที่นั่น 1 กล่อง 15 ชิ้นๆละ 24 เซ็นต์ แค่ 3.60 ยูโรเท่านั้น อร่อยไม่ต่างกันจากที่อื่น.....
.
ซุปเปอร์ฯที่ต่างประเทศไม่มีการแจกถุงเหมือนเรานะครับ ส่วนใหญ่ขาประจำจะซื้อถุงที่จัดทำพิเศษทนทานมากของห้างเอง ในราคาเพียงใบละ 60 เซ็นต์ (24 บาท) ซึ่งเราเคยซื้อจากซุปเปอร์ในสเปน ร้าน Mercadona มาแล้ว 10 ใบซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ขายบ้านเราใบละ 5-60 บาทเลยครับ  
.
ต่อรถรางสาย 1 มาจนถึงปลายทางที่โบสถ์เซ้นต์ฟรานซีส ศูนย์ประวัติศาสตร์ตรง Infante..... เดินต่อไปข้างๆที่เป็นลานกว้างใหญ่ มีอาคารสีแดงอยู่ด้านหน้าเห็นแต่ไกล
.
ขอถ่ายภาพกับตู้โทรศัพท์ก่อน...อีกหน่อยจะไม่ได้เห็นกันแล้วครับ
.

.
ด้านข้างเป็นอาคารหลังใหญ่ที่อยู่ติดกับโบสถ์เซ้นต์ฟรานซีส คือ Bolsa Palace หรือ Palácio da Bolsa ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์ฯ.....ปัจจุบันคือ ตลาดหลักทรัพย์-Stock Exchange และสำนักงาน สมาคมธุรกิจแห่งพอร์โธ่-Commercial Association
.
ตรงกลางลานคือ จัตุรัส Infante D. Henrique Square ภายในสวน Jardim do Infante Dom Henrique ซึ่งมีอนุสาวรีย์ของดยุคแห่งวิซิล-Duke of Viseu รัชทายาทพระองค์ที่ 3 ของกษัตริย์จอห์นที่ 1 (ชาตะ 4 มีนาคม 1394-มรณะ 13 พฤศจิกายน 1460) หรือ Infante Dom Henrique หรือ เฮนรี่นักสำรวจ-Henry the Navigator ครับ
.
เราจะเข้าไปในตึกแดง ซึ่งก็คือตลาด Mercado Ferreira Borges ที่เป็นนามของ นักการเมืองผู้สนับสนุนกองทัพเสรีภาพในสงครามการเมืองใน ศตวรรษที่ 19
.
ตลาดนี้สร้างขึ้นในปี คศ.1885 เพื่อแทนที่ตลาดเก่าใน Ribeira ของยุคนั้น แต่กลับถูกนำไปใช้เป็นคลังอาวุธทหาร...ห้องครัวชุมชนสำหรับผู้โหยหิว...จนกระทั่งถูกใช้เป็นที่แสดงสินค้าในวาระต่างๆก่อนจะถูกรื้อไปเป็นที่จอดรถในภายหลัง ซึ่งถูกต่อต้านอย่างแรงจาก Adriano Vasco Rodrigues ประธานกรรมการศาสตร์และศิลป์แห่งเทศบาลพอร์โธ่ จึงยืดเยื้อตลอดมา
.
ต่อมาได้มีการเสนอให้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่-Modern Art Museum ซึ่ง Adriano ก็คัดค้านอีกโดยให้เหตุผลว่า "การทำเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลป์ริมแม่น้ำ รังแต่จะทำให้ภาพเสื่อมสลายโดยง่าย จึงเห็นควรให้ทำเป็นศูนย์นิทรรศการของงานศิลป์... จัดแสดงคอนเสิร์ต.. และกิจกรรมชั่วคราวในวาระต่างๆมากกว่า"
.
ปัจจุบัน จึงเป็นสถานที่แสดงนิทรรศการและจำหน่ายสินค้านานาชนิดในวาระต่างๆไป โดยส่วนหนึ่งให้ บาร์อาหารและคลับแห่งหนึ่งเช่าไป
.
ช่วงนี้เป็นเทศกาลตลาดชาวเมืองโดยคนรักพอร์โธ่-Urban Market by Porto Lovers....ซึ่งมีการจำหน่ายข้าวของต่างๆนานา
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #39  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/06/2018 8:01 am


.
แน่นอนครับว่า คนค้าคนขายฝาหรั่งย่อมสู้คนไทยคนจีนไม่ได้เลย...ไม่มีแม้ช่วงยิ้มต้อนรับ...ช่วงดึงดันลูกค้า..ช่วงไม่ยอมปล่อยไป...มาเอเซียเมื่อไหร่ ตายลูกเดียวครับ
.

.
ของที่เอามาจำหน่าย ก็ไม่ต่างอะไรจากที่อื่นๆ เดินชมได้โดยไม่ต้องซื้อหาอะไร
.

.
ชั้นบนที่เป็นบาร์ส่วนหนึ่งคนแน่นขายดี อีกส่วนว่างเปล่า ด้านล่างคือโปสเตอร์ต่างๆสำหรับงานศิลป์คนรักพอร์โธ่นี้
.
จากระเบียงด้านบน มองไปฝั่งตรงข้าม เห็นโบสถ์สีฟ้า Church of St. Nicholas หรือ Igreja Paroquial de Sao Nicolau ที่สร้างตั้งแต่ปี คศ.1671 แต่ถูกไปเผาผลาญในปี คศ.1758 (ของเก่าโบราณถูกไฟไหม้เยอะมาก) จึงปฎิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในอีก 4 ปีต่อมา ในรูปลักษณ์ของ Neoclassical และ Baroque ครับ
.

.
ออกจากตลาดอาคารสีแดง ลงมานั่งทานขนมแถวจัตุรัสฯ แล้วเดินข้ามฟากไปชมโบสถ์นิดหน่อย พร้อมร้านขายเสื้อผ้าข้างๆที่ติดกระเบื้องเซรามิกบางส่วน...
.

.
อีกร้านข้างๆตกแต่งด้วยกระเบื้องเช่นกันทั้งตึก เป็นร้านขายเครื่องประดับ Fabrica da Filigrana ที่มีโป๊ะใส่ไก่โปรตุเกสเป็นสัญลักษณ์หน้าร้าน ภายในจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำมือส่วนหนึ่งและมีตู้นาฬิกาด้านหน้า
.

.
ได้เวลาเดินเลี้ยวขวาลงเนินไปยัง จัตุรัสริมน้ำ-Ribeira Square (Riverside) อันเป็นศูนย์ประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการสถาปนาเป็น มรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโกแล้วล่ะครับ
.
จัตุรัสแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมน้ำ Douro river ตลอดแนว เป็นร้านค้าจำหน่ายปลา ขนมปังและข้าวของประจำวันต่างๆอย่างแน่นขนัดแต่ถูกไฟเผาผลาญ (อีกแล้ว) ไปในปี คศ.1491 จนเหี้ยนเตียนโล่ง จึงได้มีการสร้างอาคารขึ้นมาทดแทนใหม่ โดยชาวชุมชนเรียกร้องและได้รับการสนองตอบให้มีการสร้างทางเท้ากว้างใหญ่ไว้ด้านหน้าริมแม่น้ำด้วยหินแผ่น จนเป็นถนน Sao Joao Street เลยไปจนถึงเมืองด้านบน-Upper Town ดังปัจจุบัน
.
เชิญชมและชวนชิมบรรยากาศโดยรอบครับ
.

.
เรือท่องนทีมีออกทุกครึ่งชั่วโมง รอบละ 50 นาทีผ่านสะพาน 6 แห่ง คนละ 15 ยูโร หรือแวะทัวร์รถไฟเล็กพร้อมโรงไวน์ ก็คนละ 24 ยูโรครับ
.
ภาพเรือล่องแม่น้ำหลายเจ้าและสะพานดัง Dom Luis I Bridge อันเป็น Landmark ของพอะโธ่สวยงามจับใจ
.
นกนางนวลบินว่อนและเดินเล่นริมน้ำมากมาย
.

.
แหะ แหะ ทาร์ตไข่ยังเหลือเยอะ...อิอิ
.

.
อาคารสามชั้นที่มีตราสัญลักษณ์ทางการของโปรตุเกสประดับอยู่ด้านบน สร้างขึ้นในปี คศ.1780 เดิมมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง แต่ถูกแทนที่ด้วยรูปปั้นของ บาทหลวง St John the Baptist โดยศิลปินชื่อดัง Joao Cutileiro.
.

.
ถัดมาเป็นน้ำพุใหม่ที่มีกล่องสี่เหลี่ยม-Modern Cubic Sculpture โดย José Rodrigues เรียกว่า Cubo da Ribeira แทนน้ำพุเก่าที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โน่น....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #40  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/06/2018 8:05 am


.
ขึ้นบันไดไปเดินชมด้านบนระเบียง...
.

.
มีร้านอาหารหลายแห่ง และเส้นทางนำไปสู่สะพานดังที่ทางเข้าเป็นซุ้มประตูใหญ่...
.

.
เดินข้ามไปได้หน่อยเดียว ก็เจอลมกระหน่ำและผู้คนที่แออัดตรงทางเดิน...
.

.
จึงขอเก็บภาพรอบๆมาให้ดูชมกันครับ
.

.
ก่อนจะกลับคืนสู่ปากทางที่เป็นอุโมงค์รถ...
.

.
และเดินชมร้านค้า ร้านอาหารทั่วไป...
.

.
รถส่งของที่กีดขวางจราจรชั่วขณะแบบไม่ต้องเกรงใจใคร...เหมือนๆบ้านเรา อิอิ
.
ศิลปินข้างถนนเพียบ...
.

.
ก่อนจะกลับคืนมายังต้นทางรถรางสาย 1 หน้าโบสถ์เซ้นต์ฟรานซีส ไปสู่ Tram Museum เพื่อจับรถรางสาย 18 ต่อสาย 22 กลับที่พัก
.
ยืนรอที่ป้ายตั้งนาน ค่อยก้มมองดูนาฬิกา.....ตายอ่า นี่มันเกือบ 2 ทุ่มเข้าไปแล้ว รถรางประจำวันหมดไปแล้วอ่ะ...จ๊ากกก...
.
รอรถเมล์ก็ไม่มาซักที แท๊กซี่ก็ไม่มี จำใจต้องฝ่าลมหนาวเดินกลับ ทว่า....
.
โชคดีเหลือเกิน ที่เมื่อคุณนายโบกมือ ขอไปด้วย-Hitchhike ข้างทางระหว่างเดิน ก็มีรถยนต์ของคุณลุงสุภาพบุรุษจอดให้ และรับเรามาส่งจนถึงหอระฆัง โดยไม่ยอมบอกชื่อแซ่ แค่เปรยว่า "I'm real Porto-ผมเป็นชาวพอร์โธ่แท้ครับ" ต้องขอขอบพระคุณและคารวะท่านจริงๆมา ณ ที่นี่ครับ
.

.
แวะชมร้านทำขนมซึ่งผู้คนหนาแน่นนิดหน่อย
.

.
ก่อนจะกลับที่พัก ขอแช๊ะรูปข้างหอระฆังนิดนึง...
.
จะเห็นได้นะครับว่า เราใช้เวลา 3 วันเต็ม (รวมพรุ่งนี้อีกครึ่งวันด้วย) แต่เก็บเมืองพอร์โธ่ได้เพียงหน่อยเดียว ยังมีอะไรต่อมิอะไรทั้งในเมืองและนอกเมืองให้ชื่นชมตามเก็บอีกกว่า 70 % ....
.
เพราะฉะนั้น อย่าว่าเราเลยนะครับที่อยากจะขออยู่เมืองนี้อีกซักเดือน (เดือนนึงจริงๆ) โดยไม่โทษฝนฟ้าอากาศเลย แค่ประนามเล็กๆตรงนี้ว่า...โธ่เอ๊ย จะตกไปทำไม ช่างตกได้ตกดี ฮึ่ม
.
อรุณสวัสดิ์ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3406
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน

  • Advertisement
cron