• Advertisement

UK Trip 2016--August 16-September 19

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #76  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/07/2018 12:23 pm


.
มาถึง The Glasgow Royal Concert Hall สถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตต่างๆรวมทั้งของศิลปินระดับโลก และเป็นบริเวณจัดงานเทศกาลต่างๆด้วย
.
ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์ของ Donald Dewar (คศ.1937-2000) บิดาแห่งชาติของชาวกลาสโกว์ ผู้เป็น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ และประธานสภาคนแรกของสก็อตแลนด์ ซึ่งเคยกล่าวว่า "คริสต์มาสที่ดีที่สุดของผมก็คือ การนั่งหน้าเตาผิง มีอาหารสำรับหนึ่งและหนังสือกองโต" อันแสดงถึงความสมถะและความเป็นปัญญาชนผู้โดดเดี่ยวยิ่งของท่าน
.
มาเดินชมทั่วๆถนนคนเดิน Buchanan Street กันครับ
.

.
เห็นป้ายที่ติดเสาไฟบอกว่า "แจกถุงใส่ของช้อปฟรี" ชักงงเล็กๆ แต่เมื่อเข้าใกล้บูธจำหน่ายหนังสือพิมพ์ค่อยทราบว่า ต้องเสียค่าหนังสือพิมพ์ (ที่น่าจะแจกฟรี) คนละ 60 เพนนีอ่ะครับ....ศีรษะแหลมเหลือหลาย อิอิ
.

.
ร้านของชำร่วย...ร้านอุปกรณ์มือถือ...ร้านสะดวกซื้อ...โรงภาพยนต์...หอศิลป์ด้านหลังของคอนเสิร์ตฮอลล์...
.

.
เห็นทางลงรถใต้ดินชัดเจนสวยงาม....Tartan House of Scotland จำหน่ายเครื่องแต่งกายชุดสก็อต....ฮาร์ดร็อคคาเฟ่...ร้านขายซีดี....ภัตตาคารของไทยเรา ชื่อ เจ้าพระยา....อาคาร Stock Exchange Court....และอีกด้านของ โบสถ์ St George's Tron Parish Church...
.

.
แท็กซี่ที่นี่ โฆษณาแบบทั้งคันเลย แต่ก็สวยไปอีกแบบ
.
เดินเรื่อยมาจนถึงสถานีรถไฟอีกแห่งหนึ่งคือ Queen Street Station
.
เรื่อยมายังจัตุรัสยอร์ช ที่อยู่ไม่ไกล...
.

.
คุณนายนั่งเล่นชมกิจกรรมต่างๆในจัตุรัส ขณะที่ผมเก็บภาพเรื่อบๆ
.
ที่ประทับใจก็คือ คนเป่าปี่สก็อตผู้มีรายการพ่นไฟออกมาด้วย เยี่ยมมาก
.

.
อนุสาวรีย์ของ....
.
Sir Walter Scott นักประวัติศาสตร์ นักเขียน เจ้าของวรรณกรรมคลาสสิคมากมาย
.
Sir Robert Peel รัฐบุรุษและนายกรัฐมนตรีสองสมัย และรัฐมนตรีต่างประเทศของของเครือจักรภพ
.
Queen Victoria สมเด็จพระราชินีของจักรภพอังกฤษและไอร์แลนด์ รวมทั้งเป็นจักรพรรดินีของอินเดียด้วย
.
Robert Burns กวีเอกและนักประพันธ์เพลงระดับชาติ
.
Sir John Moore นายพลของอังกฤษ ผู้เลื่องชื่อในด้านการฝึกทหารแต่สูญเสียชีวิตในสงคราม
.
Field Marshal Lord Clyde จอมพลของอังกฤษผู้นำทหารเดินเท้าเข้าสู่สงครามฝิ่นและการรบต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอินเดียด้วย
.

.
Thomas Campbell กวีเอกผู้เชียวชาญในการประพันธ์เรื่องราวของความสัมพันธ์อย่างอ่อนช้อย
.
Thomas Graham นักเคมีผู้เชี่ยวชาญในโรคเบาหวานและอื่นๆ และ
.
James Watt นักประดิษฐ์คนสำคัญของอังกฤษ
.

.
ณ ศูนย์ศิลปะนำสมัย แหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของกลาสโกว์ ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์ของ Duke of Wellington ผู้พิชิตสงครามวอเตอร์ลูเหนือ นโปเลียน... เป็นท่านดยุคผู้มีอนุสาวรีย์อยู่มากมายหลายแห่งในเครือจักรภพจนนับไม่ถ้วน
.
อย่างไรก็ตาม อนุสาวรีย์ขี่ม้าจนเป็นสัญลักษณ์ของท่านดยุคนี้ หาได้รับความสนใจจากทั่วโลกตลอดเวลา 140 ปีที่สร้างมาไม่ จนกระทั่งปี คศ.1980 เมื่อหนังสือท่องเที่ยว Lonely Planet เก็บภาพของท่านที่มีกรวยจราจรสีส้มอยู่บนศีรษะไปลงในฐานะสิ่งแปลกปลอมประหลาดทั่วโลก....
.
เท่านั้นแหละ ผู้คนแห่แหนกันมาชมอนุสาวรีย์นี้กันกระหึ่ม ถึงขนาดหากมีคนเอาออก เพียงไม่นานก็จะมีคนมาสวมคืนปานนั้น แม้ทางการจะตามเก็บก็จะถูกประชาชนประท้วงจนถึงขั้นบาดเจ็บกันจึงแสร้งทำไม่รู้ไม่เห็นไป จนมีคำกล่าวว่า
.
เอดินบระ มีปราสาท...ลอนดอนมีหอนาฬิกาบิ๊กเบ็น..กลาสโกว์ก็มีอนุสาวรีย์สวมกรวย เช่นนี้แล
.
ว่ากันว่า กรวยแรกที่นำมาสวมในยามดึก มาจากนิสิตขี้เมาที่เพิ่งกลับจากงานเลี้ยง ยามดึก ซึ่งไม่มีใครยืนยันตำนานนี้ครับ
.

.
ภายในหอศิลป์คือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวครับ...
.
ว่าแล้ว เราก็เดินชมเมืองต่อ...ร้านสะดวกซื้อและขายหนังสือพิมพ์ด้วย....บาร์ Urban ในอาคารเก่า...ผังจำลองของเมืองส่วนหนึ่ง...ร้านขายมือถือ Timpson และ
.
ร้านขายเสื้อผ้า Pink ของ Thomas Pink หรือ Mr.Pink ผู้มีโลโก้เป็นรูปสุนัขสวมเสื้อคลุมสีชมพู ที่ว่ากันว่า ถึงขนาดศาลสั่งให้ร้านดัง Victoria's Secret ห้ามโฆษณาคำว่า Pink ในคอลเล็คชั่น หรือเปลี่ยนไปใช้สีอื่น และ สุรายี่ห้อหนึ่งก็ถูกห้ามไม่ให้ใช้คำว่า Pink นี้ตามคำสั่งศาลเรื่องลิขสิทธิ์ครับ
.
สามล้อที่เห็นทั่วไปในแหล่งท่องเที่ยวยุโรป ซึ่งแพงมากกกก
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #77  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/07/2018 12:26 pm


.
แล้วเราก็มาถึงร้านชากาแฟและอาหารเจ้าดังระดับมิชลิน ที่น้องหยกจากมหาลัยฯแนะนำมาในวันแรกที่เจอ และติดอันดับในหนังสือท่องเที่ยว The Willow Tea Rooms บนถนนบูชานันนี้ ซึ่งเป็นซอกเล็กๆต้องขึ้นชั้นบนไป
.
ซึ่งชั้นสองจะเป็น Mckintish's Gift Shop และโต๊ะกาแฟส่วนหนึ่ง จะเห็นสินค้ากระจุ๋มกระจิ๋มที่จำหน่ายหลายอย่าง
.

.
ก่อนจะขึ้นชั้นสามไปยัง The Willow Tea Rooms ที่ว่ากันว่าต้องโทรจองที่นั่งก่อนมาครับ
.
สรุปได้ว่า ขาทัวร์มิชลินห้ามพลาด แต่ต้องจองล่วงหน้าก่อนละเมียดนะครับ...อิอิ
.
ก่อนจบ ขอลงประวัติของ Jessie M King หญิงสก็อตที่ติดข้างเสาร้าน แด่นักวาดภาพลายเส้นและนิทานสำหรับเด็กผู้โด่ง่ดัง ออกแบบอัญมณีและผ้าและแต้มสีเภาชนะต่างๆด้วยท่านนี้
.

.
ข้างๆคือร้านชากาแฟ Whittard ร้านดังอีกเจ้า
.
ถัดไปหน่อยเป็น อาคาร Princes Square shopping centre ที่มีเหล็กดัดลวดลายด้านหน้าอย่างงดงาม ซึ่งภายในหะรูหะรากว่าอย่างคาดไม่ถึงครับ
.

.
น่าสน น่าเดิน น่าช้อปมากๆเล ใช่ไหมครับ
.

.
แค่รอบนอก ไม่ต้องเข้าร้านต่างๆ ก็ยังชื่นชมแล้ว
.

.
เดินกลับมาที่ ศูนย์อัญมณี Argyll Arcade ที่เราอาศัยรถเมล์ด้านหน้าหลายรอบ วันนี้ขอเข้าชมหน่อยครับ
.

.
หะรูหะราสมศักดิ์ศรีเจ้าดัง โดยเฉพาะคำประกาศข้างร้านที่ว่า...
.
หากท่านใดหลบฝนเข้ามาในอาคารนี้ ขอความกรุณาชิดสองข้าง อย่าขวางทางหรือบังด้านหน้านะจ๊ะ...555
.
ด้านข้างภายนอกเป็นร้านกาแฟครับ
.

.
เดินมาจนถึงสถานีรถไฟ Central Station ก็แสดงว่าอีกเดี๋ยวก็ถึงโฮสเต็ล....
.
จบสิ้นแล้วครับ ก่อนจะค่ำกว่านี้
.
.
.
คิดว่าเพียงพอแล้วสำหรับ กลาสโกว้ใน 2 วันเศษๆ และเอดินบระอีก 3 วัน อย่างน้อยก็เก็บแหล่งดังๆมามากมายและรู้จักคนที่นี่ดีขึ้น และดีใจที่ได้มาเมืองสวย ผู้คนน่ารักเป็นอย่างยิ่ง
.
จนกว่าจะพบกันอีกครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #78  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 23/07/2018 2:20 pm


.
From Glasgow to Belfast-ข้ามน้ำข้ามทะเลไปไอร์แลนด์เหนือ
.
24 กรกฎาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
จากเมืองกลาสโกว์ 3 วัน เช้าวันที่ 31 สิงหาคม 2016 เราก็เดินทางต่อเพื่อไปยังเมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ คือ เบลฟาสต์ ซึ่งเป็นการเดินทางนั่งรถไฟ ไปรถบัส ต่อเรือเฟอร์รี่ ขึ้นรถเมล์ จับแท๊กซี่ สิริรวม 5 ต่อ ประมาณ 6 ชั่วโมงหน่อยๆไปยังที่พัก ซึ่งเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเรา อันทำให้การเดินทางระหกระเหินแบบนี้ ไม่มีปัญหาสำหรับเราเลยในทริปสแกนดิเนียเวียในปีต่อมา (ตั้งหลายครั้งแถมยาวนานกว่า) ด้วย อิอิ
.
แต่เบื้องต้นเมื่อทราบว่าจะต้องเดินทางอย่างนี้ ก็เล่นเอาเรานั่งไม่ติดเหมือนกัน ต้องหาทั้งข้อมูลยานพาหนะต่างๆว่าจะไปที่ไหนอย่างไร ไปต่ออย่างไร และแต่ละต่อราคาเท่าไหร่ ฯลฯ หลายชั่วโมงเลย
.
โชคดีที่เมื่อจะซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้าตั้งแต่ที่ Edinburgh-เอดินบระ ปรากฏว่า มีรายการเดินทางที่สะดวกกว่าที่คิดไว้และหาในเว็บ ก็จึงราบรื่นเกือบ 100% โดยมีรายการฉุกระหุกเพราะความไม่ทราบบ้างเล็กน้อย ที่จะได้เล่าให้ฟังในเนื้อหานะครับ
.
สรุปง่ายๆว่า การเดินทางจาก สก็อตแลนด์ ไปยัง ไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งถือว่าเป็นเครือจักรภพ-UK เดียวกันไม่มีปัญหาใดๆเลย (แม้คนอังกฤษหลายรายที่ไม่ทราบก็ยังเข้าใจผิดว่าจะต้องใช้พาสปอร์ต ซึ่งความจริงเป็นประเทศเดียวกัน คนเครือเดียวกัน เหมือนเจ้าของแผ่นดินเดียวกัน แท้ๆ)
.
ยิ่งเมื่อไปต่อยัง Dublin-ดับบลิน ซึ่งอยู่ในสาธารณรัฐ ไอร์แลนด์-Replublic of Ireland ที่เป็นคนละประเทศ (ใช้เงินยูโรไม่ใช้ปอนด์) อีก ทางสถานทูตอังกฤษที่เราไปขอวีซ่าก็ทำวีซ่าให้เราล่วงหน้ายาวนานถึง 6 เดือนเลย.... เพราะหากมี วีซ่าเข้าออกได้หลายครั้ง-Multi Visa ยาว 6 เดือนขึ้นไปละก็ ไม่ต้องขอวีซ่าสาธารณรัฐไอร์แลนด์ต่างหากครับ..... แถมการเดินทางไปกลับอังกฤษ (ส่วนใหญ่ผ่าน Manchester-Dublin) ก็สะดวกโยธินแบบเดียวกับการมาเบลฟาสต์จากสก็อตแลนด์ด้วย
.
อัลบั้มนี้ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนดาบหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆเหมือนเรา ซึ่งต้องขอเรียนแนะนำจากใจเลยครับว่า ไอร์แลนด์เหนือ และสาธารณะไอร์แลนด์ น่าเที่ยวจริงๆ ไม่เชื่อลองดู 5555
.

.
เมื่อรถไฟจากกลาสโกว์ไปเมือง แอร์ย-Ayr ตามกำหนดในบัตรโดยสารคือ 7.30 น. เราก็ออกจากโฮสเต็ลตั้งแต่ 6 โมงเช้า ค่อยๆลากกระเป๋ามาที่ Central Station ซึ่งด้านหน้าโรงแรม Grand Central Hotel มีหุ่นรูปปั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง-Citizen Firefighter ที่ออกแบบโดยนักปั้นชาวสก็อตชื่อ Kenny Hunter อันเป็นการอุทิศแด่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและบรรเทาภัย-Glasgow's Tribute to the Scottish Fire and Rescue Service อยู่ ในฐานะจุดถ่ายภาพของนักท่องเที่ยว
.
เข้าสู่ภายในสถานี สอบถามข้อมูลต่างๆจากเจ้าหน้าที่รถไฟแล้ว คุณนายก็นั่งพัก ส่วนผมก็ตระเวณเก็บภาพทั่วๆไปก่อน เพราะยังเหลือเวลาอีกนาน
.

.
มีมุมให้จอดจักรยาน...ประชาสัมพันธ์...ร้านโดนัทคริสปี้ครีม...ซุ้มกดเงินเอทีเอ็ม...ร้านเค็กขนมปัง....บูธ เคลื่อนตัวเร็ว-Mobilty Point ของเจ้าหน้าที่พร้อมรถกอล์ฟที่จะให้ความช่วยเหลือนักเดินทาง....ทางเข้าชานชาลา.... และรูปปั้นสิงโตเนื่องในงานกีฬาในช่วงนั้น
.

.
ได้เวลาก็ขึ้นรถไฟด้วยความสะดวกสบาย
.
โปรดสังเกตตั๋วว่า เราจะเดินทางด้วยรถไฟจาก Glasgow ไป Ayr ใช้เวลา 52 นาที...จาก Ayr ไปรถบัสถึงสถานี Cairnryan อีก 1.15 ชั่วโมง....จากท่าเรือ  Cairnryan ไปท่าเรือ Belfast Port ด้วยเฟอร์รี่ อีก 2.15 ชั่วโมง..ตั๋ว 3 ใบราคาคนละ 30 ปอนด์
.
ลงรถที่ Ayr แล้วต้องข้ามชานชลาไปเพื่อขึ้นรถบัสอีกฟากหนึ่ง มีป้ายบอกชัดเจน
.

.
เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟน่ารักมาก ยิ้มต้อนรับและหยุดหลบให้เราถ่ายภาพส่วนต่างๆอย่างดี ก่อนที่เราจะไปต่อด้านนอกเพื่อขึ้นรถบัสที่ป้าย
.

.
เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆในโลก ตามถนนหนทางจะมีอาสาสมัครคอยช่วยคนข้ามถนน ... ที่นี่ถือป้ายวงกลมใหญ่แทนการใช้ธงแดงแบบเรา และเป็นคนแก่จิตอาสาส่วนใหญ่
.
เส้นทางสวยงามมากครับ
.

.
ผ่านเมืองเล็กๆระหว่างทางจนถึง....
.

.
ป้ายตรงวงเวียน Shalloch park Roundabout ในเมือง Girvan มีกำแพงอิฐบอกไว้ว่า Whit's yer Hurry ซึ่งเป็นสแลงของชาวสก็อต และน่าจะหมายถึง "จะรีบไปจากเมืองงดงามนี้ทำไม-what's your hurry to leave this beautiful town"  โดยมีอีกมุมที่ถ่ายภาพไม่ทันว่า "บ้านของเอลซ่าเกร็ก-Home of Ailsa Craig" ซึ่งเป็นชื่อเกาะกลางน้ำ แหล่งท่องเที่ยวของที่นี่อ่ะครับ
.
แล้วรถบัสก็พาเรามาถึงเมือง แคร์ไรอัน-Cairnryan ซึ่งตอนก่อนเข้าไปห้องผู้โดยสาร ผมถ่ายภาพไว้แยะ แต่เมื่อเข้าข้างใน ก็ถูกเจ้าหน้าที่หญิงขอให้ลบภาพออกทั้งหมด เพราะจุดนี้ (ที่เป็นห้องเล็กๆผ่านประตูเข้าไป) คือด่านตรวจคนเข้าเมืองของไอร์แลนด์เหนือ ที่ต้องรักษาความมั่นคง-For security Reason เสียแล้ว ซึ่งผมต้องขอโทษเพราะไม่มีเจตนาเพราะไม่มีป้ายห้าม และเค้าก็เข้าใจยิ้มอธิบายให้ตลอดครับ
.
เรายกกระเป๋าใส่สายพาน ซึ่งจะพากระเป๋าไปบนเรือเลย ส่วนตัวเราก็จะไปรอที่ห้องรับรองผู้โดยสารซึ่งมี WIFI ฟรีให้ก่อนเรียกขึ้นเรือครับ
.

.
และนี่เป็นครั้งแรกที่ขึ้นเฟอร์รี่ระดับเรือสำราญและทราบว่าผู้โดยสารสะดวกสบายเหมือนอยู่บนบกจริงๆ ....มีเล้านจ์งรับแขก...โรงภาพยนต์...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #79  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 23/07/2018 2:22 pm


.
สรรพสิ่งที่จะฆ่าเวลาเราจนไม่รู้สึกเบื่อ....
.

.
จะขึ้นไปบนดาดฟ้าก็ได้..ห้องเกม...ห้องอินเตอร์เน็ต ....หรือจะไปร้านค้าก็ได้...
.
อ้อ..ที่ร้านค้านี้ มีน้ำหอมขายลดราคามโหฬารลึก คุณนายก็เลยเล่นซะหลายขวด ซึ่งแบบเดียวกันนี้ เราหาซื้อเพิ่มเที่ยวจากดับบลินไปยังแมนเชสเตอร์บนเรืออีก 3 วันให้หลังไม่ได้ เพราะแพงกว่าเยอะเลย
.

.
สองชั่วโมงหน่อยๆต่อมา ก็ได้เวลาออกจากเรือ ซึ่งเค้าประกาศว่า...ขอให้ คนเดินเท้า-Foot Passengers รอให้ คนเอารถมา-Passengers with cars และ คนมารถทัวร์-Tour Passengers ออกไปก่อน....เพราะพวกนั้นจะลงนั่งรถที่เข้ามาจอดในรถออกไปเลย
.
มองเห็นรถบัสที่จะเข้าเมือง จอดอยู่หลายคัน และมีรถทัวร์ที่มารับคนที่ท่าเรือด้วย เพราะฉะนั้น ต้องถามให้ดีว่าเป็นรถ ชัตเติ้ลบัสเข้าเมือง-To the city center shuttle ถึงจะใช่คันของเรา ค่ารถคนละ 2 ปอนด์ครับ
.

.
ถึง City Center แถวจัตุรัส Donegall Square West ที่คนขับรถดูที่อยู่โฮสเต็ลเราแล้ว บอกให้นั่งรถเมล์สาย 7A หรือ 7B ไปลง Botanic Garden ก่อนเดินไปแป๊บเดียว
.
ซึ่งผมก็ให้คุณนายรอที่ป้ายรถ ก่อนจะเดินหาป้ายสายที่ว่า และแล้ว ก็เจอรถแท๊กซี่จอดรอก่อน ถามเขาว่า ไปโฮสเต็ลประมาณเท่าไหร่ เค้าบอก 4-5 ปอนด์ ผมก็เลยชี้บอกให้เค้าเลื่อนไปรับคุณนายและกระเป๋าข้างหน้าได้เลย
.
ถึงโฮสเต็ลในไม่กี่นาที มิเตอร์ขึ้นเพียง 4.5 ปอนด์ คุณนายให้แบ็งค์ 5 คนขับที่ช่วยยกกระเป๋าให้ และบอกว่าไม่ต้องทอน
.
Global Village เป็นโฮสเต็ลที่ดีมาก เจ้าหน้าที่ 2 คน ชื่อ Inun อยู่ที่เคาน์เตอร์ และ Mitchelle น่ารักมาก ทั้ง 2 สาวช่วยเรายกกระเป๋าขึ้นไปยังที่พักชั้น 3 ซึ่งเมื่อได้ที่นอนห้อง 4 เตียงแล้ว ก็ออกไปเที่ยวข้างนอกทันที เพราะตอนนี้แค่ บ่าย 2 โมงกว่าเท่านั้น
.

.
และนี่คือที่พักของเรา ที่มีทั้งห้องเอนกประสงค์ ห้องครัว ส่วนรับประทานอาหาร ครบครัน ซึ่งเรามีความสุขมากที่นี่ เพราะสามารถเดินไป City Center ได้ครับ
.


.
เดี๋ยวค่อยไปต่อกันที่ เบลฟาสต์วันแรกนะครับ
.
.
Belfast Day II--เบลฟาสต์ วันแรก
.
29 กรกฎาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
สำหรับอัลบั้มวันแรกนี้ เป็นการเดินเที่ยวภายในตัวเมืองที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร ตั้งแต่ช่วงบ่ายสามโดยประมาณของวันที่ 31 สิงหาคม 2559 ซึ่งรายละเอียดการเดินทางจากสก็อตแลนด์มายังไอร์แลนด์เหนืออยู่ที่ลิงค์ goo.gl/eXnwNY ครับ
.
เบลฟาสต์ก่อนมา นอกจากบทเพลงดังคณะ Boney M แล้ว รู้สึกจะมีคนไทยมากันน้อยมากและไม่มีทัวร์ใดจัดมา (รวมทั้งเมือง Dublin ด้วย) ซึ่งหากไม่มีซีรีย์ดัง Game of Thrones และภาพยนต์รายได้สูงสุดอย่าง Titanic เป็นตัวดึงดูดละก็ เราคงเห็นแต่ภาพสงครามในเมืองอยู่ในจินตนาการเท่านั้น
.
อัลบั้มวันแรกช่วงบ่ายถึงค่ำนี้ จึงเป็นการเดิน เดิน เดิน ในบรรยากาศที่สบายตามสไตล์นักเดินเท้าอย่างเราสอง ได้พบเห็นตึกรามบ้านเรือนอันกระจ่างชัดแบบที่เคยเห็นในภาพยนต์และผู้คนที่พูดจาสำเนียงไอรีช ที่ฟังยากนีสส์แต่น่ารักมากเป็นที่สุดครับ
.

.
จาก Global Village Hostel ที่พัก เราเดินออกมาที่ปากซอยเพื่อดูว่า ถนน Botanic Ave ที่มีป้ายรถบัสซึ่งเราน่าจะใช้บรการตั้งแต่ City Center นั้นอยู่ไกลใกล้มากน้อยเพียงใด
.
แล้วก็พบว่า แค่เลี้ยวขวาออกไปแป๊บเดียว ก็เห็นป้ายรถเมล์เสียแล้ว หากไม่เป็นเพราะค่าแท๊กซี่จากกลางเมืองมาโฮสเต็ลถูกแค่ 4 ปอนด์กว่าอันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับ 2 คนขึ้นไปแล้ว การใช้รถเมล์ประจำทางก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวจริงๆ ทว่า....
.
วันนี้ เราตั้งใจจะใช้สองเท้าที่มีให้เป็นประโยชน์ (ต่อการลดน้ำหนัก อิอิ) ครับ
.
ผ่านร้านอาหาร French Village ของเครือดังที่ว่ากันว่าเจ้าของนามสกุล French ซึ่งไม่เกี่ยวกับความเป็นฝรั่งเศสแต่อย่างใด.....
.
มีป้ายบอกทางไป Queen's Film Theatre ซึ่งอยู่ไม่ไกล
.
ผ่านโรงแรม Dukes at Queens ระดับ 4 ดาว....ทักทายพนักงานเทศบาลที่กำลังซ่อมท่อว่า "Come on, don't work too hard-เอาน่าเพื่อน จะขยันไปทำไม" ซึ่งทั้งคู่หันมายิ้มตอบแทบจะพร้อมกันว่า "Thank you, love-ขอบใจนะเพื่อนยาก" ฟังแล้วปลื้มเป็นที่สุด
.
บนฟุตบาทมีป้ายสีฟ้าตั้งไว้ว่า 中醫-Dr.Yang ที่แปลว่า หมอจีน ด็อกเตอร์หยาง อยู่ตรงหน้าร้าน ที่นอกจากแสดงว่าที่นี่คนจีนแยะแล้ว ยังบ่งบอกว่า นักธุรกิจคนจีนซะอย่าง ไม่ว่าอยู่ในระดับไหนความรู้ใด เรื่องไม่ใช้ที่สาธารณะเป็นที่ทำมาหารับประทานเป็นไม่มีทางยอมแพ้ฝาหรั่งหรือต่างชาติ 555....หน้าร้านยังติดโฆษณาเสียเขรอะทั้ง ฝังเข็ม สมุนไพรจีน นวด และเบอร์โทร.ด้วย
.
ป้ายโฆษณาซ่อมรองเท้าและทำกุญแจ ขอยืมอพาร์ตเม้นท์ใหญ่ติดป้ายบอกทางและมีเบอร์ให้โทรตาม
.

.
.
ของบริษัททัวร์อันนี้สิครับน่าสนใจ ตั๋วเครื่องบินไปกลับเมืองไทยแค่หมื่นห้าเท่านั้น ส่วนทัวร์ขี่ช้างและดำน้ำก็ราคาไม่แพง (มาก) และมีบริการไปก่อนจ่ายทีหลังโดยมัดจำแค่ 2 พันกว่าบาทเท่านั้นด้วย ซึ่งแน่นอนครับว่า น่าจะมีเงื่อนไขอื่นๆอีกมาก
.
ป้ายรถเมล์อยู่นี่เอง ถนนสายที่มีร้านค้ามากมายซึ่งถ้าเป็นในเอเซียคงเห็นผู้คน รถรา และพ่อค้าแม่ขายเต็มไปหมด
.
ร้านอาหารญี่ปุ่นซากุระ..... ร้านดังในตำนาน Ribs & Bibs (ดูรายละเอียดในกรอบภาพต่อไป) ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มีเมนูขนาดยักษ์ติดข้างหน้าร้านบนฟุตบาท ..ร้านซุปเปอร์ขนาดเล็ก Russell's ที่มีธงทิวโฆษณากาแฟ Costa Express พร้อมแก้วกาแฟจำลองใหญ่ ร้านนี้มีไก่อบเครื่องเทศราคาแค่แพ็คละ 2.5 ปอนด์เท่านั้น ซึ่งสามารถเว็บที่โฮสเต็ลแล้วทานได้เลย สุดยอดมาก
.

.
สำหรับร้านดังในตำนาน Ribs & Bibs ที่เพื่อนเบลฟาสต์เมล์บอกมาว่า เมื่อปีที่แล้ว (2017) เป็นข่าวดังขึ้นหน้า 1 เลยทีเดียว เพราะ (เค้าอ้างว่า) พนักงานของร้านคนหนึ่ง (ที่ทำงานแค่ไม่ถึงเดือน) เขียนป้ายโฆษณาอย่าง "รู้เท่าไม่ถึงการณ์" 555
.
ตือตั้งใจจะโปรโมทอาหารกลางวันว่า ศีรษะละ 5 ปอนด์เนี่ย ช่างถูกเหลือหลาย ไม่มีใครทำได้นอกจากที่นี่ โดยใช้สำนวนว่า "Ya can beat the wife but ya can't beat a 5 pound lunch!" ซึ่งความหมายคือ "คุณเอาชนะภรรยาได้แต่คุณจะเอาชนะอาหารชุดกลางวันราคา 5 ปอนด์ไม่ได้หรอกจะบอกให้" ที่ก็เก๋ดี
.
แต่คำว่า "beat the wife" ถ้าแปลเป็นภาษาชาวบ้านตรงๆ ก็คือ "ทุบตีภรรยา" นั่นเอง การบอกว่าใครก็สามารถทำร้ายร่างกายภรรยาได้เนี่ย ออกจะโหดร้ายไปหน่อย...ในที่สุดก็ต้องออกมาขอโทษผู้อ่าน ทั้งๆที่ (เค้าอ้างว่า) เขียนแค่แป๊บเดียว พอมีคนบอกก็ลบออกเลย 5555
.

.
ผ่านโรงแรมขนาดย่อม Madison's Hotel ที่มีหุ่นผู้ชายชะโงกออกมาดูข้างนอกครึ่งตัว....Boojum Mexican Burrito Bar บาร์และของทานเม็กซิกัน......ร้านขายมันฝรั่งทอด-Chip Co. ที่มีป้ายบริการส่งถึงบ้าน แต่ต้องซื้อเท่าไหร่ถึงไปไม่ทราบ.....
.
....A McLean ร้านรับแทงพนันที่อยู่ติดกับร้านเสริมสวย Advanced Waxing Clinic สำหรับชายหญิงที่ปิดไปแล้ว.......
.
และแล้ว ก็มาถึงบาร์ Maggie May's แบบเดียวกับที่มีในกลาสโกว์ goo.gl/mk52HD แต่ไม่ทราบว่า เจ้าของเดียวกันหรือเปล่า
.
อาคารหอแสดงการดนตรี-The Belfast Empire Music Hall ที่โฆษณาว่า วงดนตรีไอร์แลนด์ Mack Fleetwood จะแสดงเพลงที่อุทิศและสดุดี คณะร็อคอังกฤษอเมริกัน Fleetwood Mac ที่ดังมากในเพลง Go Your Own Way  goo.gl/8anfap และ The Chain goo.gl/pjPeJg ครับ
.
ล่างขวาคือร้านกาแฟดัง Cafe Nero
.


.
แล้วเราก็มาถึงสถานีรถไฟระยะสั้น โบทานิค-Botanic Train Station ที่ให้ความสะดวกแก่ชาวบ้านย่านนี้และนิสิตที่ Queen's University เป็นการเฉพาะ......ถัดไปคือร้านสะดวกซื้อ Spar ที่เปิด 24 ชั่วโมง
.
ร้านซักอบแห้ง Globe ที่ชั้นบนเป็นร้านเกมบิงโก ของชอบของชาวฝรั่ง ....โฆษณาเบียร์ของบาร์ฮาร์พว่า "เที่ยวย่านนี้ต้องช่วงราตรีถึงจะดี มองโลกในแง่ดีบ้าง" โดยใช้ชื่อบาร์ Harp แทนคำส่า Half หรือ Bright แทน
.
ร้านกาแฟและของทานเล่นสัญชาติเกาหลี Cafe Arirang....ร้านขายของเก่าที่ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า.....ภัตตาคารต่างๆอาทิ Kurrito....ติดกันเป็นร้านหนังสือเก่า War On Want-ต้องแย่งกันซื้อว่างั้นเถอะ
.
Lee Garden ภัตตาคารจีนแท้ ฉางหมั่นโหลว-常滿樓-หอแขกเต็มบ่อย เขียนว่า เตี่ยนซินเสี่ยวใช่-點心小菜 หมายถึงขายติ่มซำและจานผักต่างๆ....ร้านเงินด่วน The Money Shop.....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #80  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/08/2018 9:16 pm


.
อาคารหัวมุม ที่ร้านของชำ Botanic House เปิดให้เช่าทั้งชั้นล่างและชั้นหนึ่ง ส่วนชั้นบนสุดเป็นห้องเต้นรำ
.
เลยแยกจัตุรัส Shaftesbury Square ไป เห็นร้าน Speranza restaurant เจ้าดังเรื่องพิซซ่าแบะพาสต้า .......
มองย้อนกลับมาข้างภัตตาคารจีนลีการ์เด้น คือร้านสงเคราะห์เด็ก Save the children ที่ติดป้าย Botanic สีแดงบนตึกขาว...
.
อาคารใหญ่ตรงหัวมุมของธนาคาร Halifax UK.....ร้านไก่ทอด KFC ที่ติดโฆษณาชั้นบนของแท๊กซี่ Fona Cab หมายเลขโทร. 9033 33 33 เด่นชัด...ป้ายบอกชื่อจัตุรัส และทางที่มาจากโฮสเต็ลเรา....
.
ป้ายโฆษราของเทศบาลที่ให้ช่วยสร้างสรรค์อนาคตของเบลฟาสต์....อาคารสหภาพยุโรปสาชาไอร์แลนด์เหนือ.....และโบสถ์ Shaftesbury Square Reformed Presbyterian Church.....
.


.
ป้ายโฆษณาร้านตัดผมชายเก๋ดีว่า ช่างที่ร้านได้รางวัลชนะหลายคน....รถร้านรับซักฟอกผ้าคลุมโซฟา...ร้านอาหารจีน ล่าเต้า-辣道-สายเผ็ด หรือ The Chilli House.....ร้านเส้นหมี่ Tao อีกร้านของคนจีน.....
.
ค็อกเทลบาร์ Filthy McNastys ที่มีบางส่วน สกปรก-Filthy น่าชัง-Nastys และมืด เหมาะสำหรับคนชอบของแปลก โดยกำแพงด้านบนวาดเตือนไว้ว่า Filthy Quarter เป็นที่ซกมกจริงๆ
.
เลยร้านฟาสต์ฟู้ด Subway ไปหน่อยเป็นร้านอาหารจีนแบบ Take Away-ซื้อกลับบ้าน The New Emerald ที่มีชื่อจีนว่า หยิ่วลี่เฉิง-有利城-เมืองหาประโยชน์ ...และอีกมุมหนึ่งของ Filthy McNastys ที่เป็นร้าน The Secret Garden
.
Joyinn ที่เป็นร้านอาหาร ไม่ใช่โรงแรม และมีชื่อจีนว่า สี่หมั่นถิง-喜满庭-สุขเต็มห้อง.....ร้านพิซซ่า Opera.....ร้านไก่ทอด-Chicken Lickin'.....ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด Stann and Olly's ที่ปิดไปแล้วเพราะคนแถวนั้นบอกว่าสู้ค่าเช่าไม่ไหว....
.


.
อาคารสีน้ำตาลลวดลายสวยงามมีนาฬิกาด้านบนคือ Bankmore House เป็นอาคารออฟฟิซด้านหน้า Clayton Hotel Belfast.....
.
โรงแรม Holyday Inn ที่เห็นแต่ไกล....ป้ายชื่อเส้นทางและจัตุรัส Shaftesbury Square ที่ผ่านมา....
.
อาคารการแสดงต่างๆและมี Movie House อยู่ด้านในด้วย....ร้านอาหารเจ้าเก่า The Bridge House ที่จำหน่ายไก่ทอดและเครื่องดื่ม.....อาคารสำนักข่าว BBC ที่มีอ่างน้ำดื่ม (แต่มีป้ายว่า WC ข้างหน้า)......
.
สถานแสดงคอนเสิร์ต แกลลอรี่ และคาเฟ่ Ulster Hall ที่สร้างขึ้นเมื่อปี คศ. 1862 โน่น.....อาคารเก่าแก่ของ สำนักงานสงเคราะห์ Bryson Charitable Group ที่มีอายุถึง 100 ปี.....และอาคารสูง Bedford House ที่เป็นทั้งโรงแรมและร้านต่างๆบนที่ดินที่เคยถูกระเบิดในช่วงสงครามกลางเมืองถึง 27 ครั้ง
.
อาคารใหม่ด้านหน้าทรงครึ่งวงกลม คืออาคาร Invest Northern Ireland หรือสำนักงานการลงทุน Northern Ireland's regional economic development agency.....
.


.
อาคาร UK building society ซึ่งมีสำนักงานธนาคาร Nationalwide อยู่ด้วย ซึ่งอยู่ข้างๆ ศาลากลางของเบลฟาสต์-Belfast City Hall  
.
มุมหนึ่งมีร้านกาแฟและขนมปังขนมเค็ก Patisserie Valerie ที่เปิดตั้งแตปี ๕ศ.1926 .....ร้าน Centra ซึ่งเป็นที่จอดรถชัตเติ้ลบัสที่มาจากท่าเรือเฟอร์รี่....บาร์ Zak's Bar .....ธนาคาร First Trust Bank....และตึกขาวๆที่รถเมล์บังคือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือ Visitor Information Welcome Center...
.
ตรงอาคารสูงที่มีหอนาฬิกาก็คือ Donegall Square หรือ Donegall Place  
.


.
เข้าไปในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่เราแวะมาซื้อทัวร์ในวันต่อมา (goo.gl/kVH9tv)....ภายในจำหน่ายสินค้าต่างๆมากมาย ส่วนฝั่งตรงข้ามก็คือ ศาลากลาง
.


.
บริเวณ Donegall Place จะเห็นเสาทรงแหลมสูงที่เป็น เสาสัญลักษณ์ทองเหลือง-Iconic Masts ที่สำนักงานเทศบาล-Belfast City Centre Management จัดทำขึ้นมาเป็นตัวแทนของมรดกอุตสาหกรรม อันประกอบด้วยอุตสาหกรรมทอผ้าและการเดินเรือพาณิชย์ โดยเสาแต่ละต้นหมายถึงพาณิชย์นาวี 8 ลำที่ต่อขึ้นมาในเบลฟาสต์ คือ ...Titanic....Olympic...Oceanic...Britannic...Laurentic...Celtic...Nomadic...และ Traffic....
.
เสาเหล่านี้มีความสูง 16.2 เมตรและสว่างทุกตัวตลอดทั้งวันรวมทั้งติดธงเทศกาลต่างๆได้ด้วย
.
บริเวณนี้มีร้านแมคและเบอร์เกอร์คิง แต่อันหลังถูกกว่าครับ
.
ห้างจำหน่ายเครื่องแต่งกาย TK Maxx ที่มีสาขาในยุโรปถึง 515 แห่ง และในออสเตรเลีย 35 แห่ง.....ร้านรองเท้า Office ...และ Bank of Ireland ซึ่งอยู่ติดกัน
.
ป้ายบอกสถานที่สำคัญต่างๆ...
.


.
ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด Bright's มีป้ายโฆษณาหน้าร้านว่า ร้านนี้ คือ อันดับที่ 5 ของ 10 เหตุผลที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนเบลฟาสต์ และของทอด-Ulster Fry คือแชมเปี้ยนจานเด็ดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของนิตยสารต่างๆ โดยจะทานในร้านหรือซื้อกลับบ้านก็มีหลายอย่าง อาทิ ปลา ไก่ หมู เนื้อ มันฝรั่ง แซนด์วิช เบอร์เกอร์ และสลัดต่างๆครับ
.
ร้านอาหาร The National Grande Cafe เป็นอาคารสูงสวยงามและมีงานศิลป์แบบ Street Art ข้างตึกด้วย
.
ฮั่นแน่...มีซุปเปอร์ Lidl ขวัญใจของเราด้วย ฮิฮิ
.


.
อาคารไปรษณีย์ 4 ชั้นทันสมัย หรือ Post Office of Belfast โดยชั้นบนมีป้ายให้เช่า....
.
แล้าเราก็มาถึง จัตุรัส Queen's Square ซึ่งมี Land Mark ของ เบลฟาสต์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ปี คศ.1869 อยู่ที่นั่น ซึ่งก็คือ หอนาฬิกา Albert Memorial Clock อันเป็นอนุสรณ์สถานแด่ Prince Albert พระสวามีของสมเด็จพระราชินี Queen Victoria ซึ่งประกาศออกแบบในปี คศ. 1865 โดยผู้ชนะเลิศคือ William Joseph Barre ผู้ออกแบบสถานแสดงคอนเสิร์ต แกลลอรี่ และคาเฟ่ Ulster Hall ที่เราผ่านมา
.
มีเรื่องเล่ากันว่า ได้มีการมอบงานดังกล่าวให้แก่สำนักออกแบบ Lanyon, Lynn, and Lanyon ผู้ได้ที่สองอย่างลับๆ แต่ถูกประท้วงโดยประชาชนส่วนใหญ่จึงต้องเลยตามเลย และหอนาฬิกาหินทรายนี้สร้างจากยอดเงินบริจาคโดยสมาชิกมวลชนถึง 2500 ปอนด์ (เท่ากับเกือบ 3 แสนปอนด์ในปัจจุบัน) และมีชื่อเรียกทั่วไปว่า Albert Clock ครับ
.
หอนี้มีรูปปั้นของ Prince Albert ในฉลองพระองค์ชุด อัศวินแห่ง Garter โดยมีระฆังยัหษ์หนัก 2 ตันอยู่ภายใน และก่อนหน้านั้น เป็นที่ชุกชุมและหญิงงามเมืองมักมาออกหาแขกกันรอบๆกระทั่งทางการต้องถอดเครื่องประดับต่างๆอันมีค่าในหอออกไปด้วย
.
ปัจจุบัน ที่นี่เป็นลานกว้างใหญ่ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คนทั่วไป
.
อาคารที่เห็นมีภาพลวดลายด้านหนึ่งคือ Unite Transport House สำนักงานของสหภาพแรงงานต่างๆในไอร์แลนด์เหนือ
.
Pottinger's Entry เป็นซอยเชื่อมระหว่าง Ann Street กับ High Street โดยในซอยมีผับและบาร์ต่างๆซึ่งมีคนเที่ยวราตรีเยอะแต่มีเรื่องบ่อยทีเดียว
.


.
อาคาร Service Apartment มีประติมากรรมคล้ายๆลูกตะกร้อสีแดงภายในปูนแหลมสีขาว.....ภัตตาคาร McHughs ตั้งอยู่ในอาคารที่ว่ากันว่าเก่าที่สุด.....อาคารสูงมีกรอบสีเหลืองตรงกลางของสำนักงานจัดหางาน Grafton Recruitment Belfast......ลานน้ำพุ และอ่างน้ำตรงกลางอันเป็นอนุสรณ์แรงงานเพื่อผู้คนและโคเลี้ยงในอดีต...และอาคารศุลกากร Custom House...
.


.
แล้วเราก็มาถึง Land Mark สำคัญของเบลฟาสต์ นั่นก็คือ รูปปั้นปลาใหญ่-The Big Fish ซึ่งหมายถึง ปลาซัลม่อนแห่งปัญญาญาณ-the Salmon of Knowledge จากนิทานปรัมปราตำนานของ Finn McCool หรือ The Legend of Finn McCoo lฮีโร่จากซีรีย์ เรื่อง Game of Thrones นั่นเอง
.
ตำนานเล่าไว้ว่า Finn ถูกส่งตัวไปร่ำเรียนกับ Finnegas ปัญญาชนผู้มีความรู้ในแทบทุกเรื่องบนโลก แต่หลายครั้งก็ไม่สามารถตอบคำถามความอยากรู้ของ Finn ได้ โดย Finnegas ตระหนักว่า ความรู้ทั้งมวลบนโลกย่อมมาจากปลาใหญ่คือ ซัลม่อนแฟ่งความรู้ และ Finn สมองดีเพราะชอบอยู่ใกล้แม่น้ำ Boyne นั่นเอง
.
Finnegas จึงออกไปตกปลาที่ริมน้ำ แล้ววันหนึ่งเขาก็ตกปลาซัลม่อนยักษ์มาได้ด้วยความดีใจ จับปลากลับมาให้ Finn เฝ้าตอนเผาไฟ เมื่อเขากลับมาที่กองไฟ เห็นตาของ Finn เป็นประกาย จึงถามว่า "เจ้าขโมยกินปลานี่หรือเปล่า"
.
Finn ตอยว่า "เปล่า ข้าเพียงเห็นมีสะเก็ดอะไรซักอย่างอยู่บนตัวปลา ก็เลยเอาลิ้นเลียและถูกลวกเข้า จึงเอานิ้วไปจิ้มที่ลิ้นจนนิ้วพองไปเท่านั้นเอง"
.
Finnegas ได้ยินเช่นนั้นก็บอกว่า "งั้นเจ้าก็เอานิ้วพองนั้นมาดูดสิ"
.
เมื่อ Finn ทำตาม ดูดนิ้วพอง ก็ปรากฏว่า ความรู้จากซัลม่อนทั้งมวลก็หลั่งไหลเข้าตัวเขาทั้งหมด Finnegas จึงบอกว่า "งั้นก็ทานปลาทั้งหมดเถิด ข้าไม่มีอะไรสอนเจ้าอีกแล้ว"
.
ต่อมา Finn ก็กลายเป็นฮีโร่คนหนึ่งของไอร์แลนด์เหนือไป
.
เทศบาลเบลฟาสต์จึงจับตอนในตำนานนี้มาสร้างเป็นรูปปั้นปลาริมน้ำข้างสะพาน Lagan Weir ซึ่งทอดผ่านแม่น้ำ River Lagan ระหว่าง Queen Elizabeth Bridge และ M3 bridge ขึ้นมา จนกลายเป็นจุดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไป
.มีบริการเรือเล็กนำเที่ยวจุดที่เรือไททานิกออกจากท่าด้วยคำขวัญ....She was alright when she left here-เรือยังดีๆอยู่เลยตอนออกจากท่าใหม่ๆ.....ด้วย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #81  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/08/2018 9:19 pm


.
ระหว่างนั้น เราก็เจอกับคณะคนไทยโดยบังเอิญ คือคณาจารย์จากขอนแก่น คือ อาจารย์ปราโมทย์ อาจารย์ณัฐ และ อาจารย์จิ๋ม ซึ่งมาประชุมที่นี่ บอกว่าซื้อทัวร์ไปเที่ยว ไจแอ้นท์ส คอสเวย์มาแล้ว สนุกมาก ต้องขอขอบพระคุณมากๆที่ทักทายสนทนาด้วยโดยไม่ถือนะครับ
สะพานคนเดินและจักรยาน Lagan Weir Pedestrian and Cycle Bridge เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานเพื่อเชื่อมระหว่างท่าเรือ Donegall Quay และท่าเรือ Queen’s Quay ทดแทนสะพานไม้เก่า โดยใช้เงินทุนก่อสร้าง 5 ล้านปอนด์ โดยมีบูธเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นลานและจานโซล่ารับแสงอาทิตย์ข้างๆเพื่อผลิตไฟใช้
.
ตรงอาคาร Royal Mail Post Office จะเห็นอุปกรณ์สีแดงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านนอก
.
ข้างถนนใหญ่มีอาคารจอดรถ Donegall Quay Car Park หลังใหญ่ ด้านหน้ามีป้ายนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาของบริเวณนี้  
.
สะพานเก่าแก่ลายฉลุสีน้ำเงินที่เห็นคือ Queens  (Victoria) Bridge ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปั คศ.1849 เป็น 1 ใน 8 สะพานในเบลฟาสต์ รวมทั้งสะพาน Queen Elizabeth II Bridge ด้วย
.


.
ประติมากรรมเส้นเหล็กสแตนเลสรูปเทพธิดาชูรัศมี คือ งานศิลป์ของจัตุรัส Thanksgiving Square Art Piece ครับ
.
อาคารบ้านเรือนริมน้ำฝั่งโน้นดูสวยงามเด่นชัดไม่แพ้ท่าเรือที่อยู่ข้างๆ...
.
ป้ายโฆษณาบอกว่า "Being Broad-Minded Widens Horisons-จิตใจที่กว้างขวางช่วยขยายขอบฟ้าให้กว้างไกลไปด้วย" แม้จะเป็นของบริษัทการลงทุน แต่กฌ็เข้าท่าดีนะครับ
.
โปสเตอร์โฆษณาเบียร์บอกว่า "เราใกล้ถ้ำน้ำแข็งไอ้ซ์แลนด์แค่นีสส์เดียว อย่าลืมเอาเบียร์แช่เย็นเข้าไปดื่มด้วย"
.
อาคารสร้างใหม่ เป็นทั้งออฟฟิศและที่จอดรถ Lanyon Quay Car Park ด้วย
.
ด้านข้างเป็นภาพการ์ตูน ความฝันของคนรุ่นต่างๆ....
.


.
อาคารทรงกลม Belfast Waterfront ที่เป็นอาคารเอนกประสงค์เพื่อเป็นทั้งศูนย์การประชุมนานาชาติ-International Conference Centre และการบันเทิงต่างๆ
.
อาคารกระจกหลังอลังของสำนักกฎหมาย Pinsent Masons ที่มีเครือข่ายหลายประเทศในยุโรป เครือจักรภพ ตะวันออกกลาง อัฟริกา และเอเซีย
.
อาคารศาลยุติธรรม-Royal Court of Justice....ประติมากรรมไฟส่องสว่าง.....ห้างสรรพสินค้า House of Fraser.....และอาคารทรงกลม First Trust Bank....
.


.
ร้านอาหารดัง ครัวคุณยายแอนนี่-Granny Annies Kitchen ขึ้นชื่อในเรื่องราคาไม่แพงและอาหารจานใหญ่ ที่ขายดีจนต้องมีป้ายรับสมัครคนเพิ่ม....
.


.
อาคารบาร์ The Garrick Bar ที่มีคำขวัญบนกำแพงว่า "ชาติใดที่เปิดตามองอดีตข้างหนึ่ง ถือว่าฉลาดมาก แต่ชาติใดที่เปิดตามองอดีตทั้งสองข้าง ไม่ต่างจากคนตาบอด" 5555
.
ที่ Arthur Street มองเห็นอาคารให้เช่าสำนักงานสีขาว Arthur House แต่ไกล..นอกนั้นเป็นร้านอาหาร บาร์ต่างๆ..
.
อาคารใหญ่ Imperial House ที่มีทั้งธนาคาร Ulster Bank และ ธนาคาร Santander ด้วย...
.
ร้านซ่อมรูปถ่ายเก่า ดูตัวอย่างแล้วเข้าท่าดี
.


.
แล้วเราก็วนกลับมาที่ ศาลากลาง ที่มีป้ายเวลาทำการเปิดปิดละเอียด ...ป้ายบอกทางไปสถานที่ต่างๆเพราะด้านหนึ่งปิดถนน...เวลาเข้าชมศาลากลางตามไกด์ทัวร์ในวันต่างๆ และรูปปั้นของ Queen Victoria อยู่ด้านหน้า...Sir Daniel Dixon นักธุรกิจและนักการเมือง อีกด้านหนึ่ง และ Robert McMordie นักกฎหมาย นักการเมือง และ ผู้ว่าการเทศบาล....
.
รถเวสป้าลายจุดสีแดงของใครไม่ทราบมาจอดแถวนี้...ได้การ ได้การ อิอิ
.


.
สถาบัน Scottish Provident Institution ทีมีศูนย์ฌซนี่อยู่ชั้นล่าง....โปสเตอร์รายการโชว์...โรงแรม Europa.... อาคารโบราณสรรพสินค้า The Spires Shopping Centre และห้องประชุม Presbyterian Assembly Rooms.....
.
บาร์คาราโอเกะ Robinsons ที่เปิดมาตั้งแต่ปี คศ.1895....จำหน่ายอาหารทุกวันและมีดนตรีสดทุกคืน...
.

.
อาคารวิทยาลัยมหานคร-Belfast Metropolitan College ที่มีรูปปั้นของ Henry Cooke ผู้นำด้านศาสนาอยู่ด้านหน้า....อาคารสดสวยของ Grand Opera House ที่กำลังจะมีละคร Romeo & Juliet ในช่วงนั้น....
.
ร้านอาหารต่างๆและ ศูนย์การค้า Great Northern Mall ที่มีรูปปั้น สองคุณป้าเม้าธ์มอยด้านหน้าตรงบันได คนนึงถือกระเป๋าหวาย อีกคนหอบทั้งโทรศัพท์แบบหมุนและเครื่องพิมพ์ดีด....
.
ร้านพิซซ่าหมูป่า Fratelli ที่ไม่เคยเข้าถ้ำหลวงไม่ว่ายุคใด....Blackstaff House ของ BBC ที่จัดโชว์และทัวร์ต่างๆ.......ป้ายโฆษณาโบสถ์ที่กำลังปรับปรุงครั้งใหญ่....
.
โปสเตอร์โฆษณา เบอร์เกอร์ Friday บอกว่า ที่ร้าน ทุกวันคือวันศุกร์....โปสเตอร์ละครตลกและคอนเสิร์ต...ร้านสปาราคาพิเศษ...
.


.
ร้านเฟอร์ริเจอร์ Rankin's Furniture....อาคารสำนักงาน Park House.....โบสถ์ Apostolic Church ติดธงคริสเตียนของ Hope International.....ร้านอาหารจีนที่ติดป้าย ต้าหวั่นเมี่ยน-大碗面-บะหมี่ชามหญ่ายๆ ติดกับร้านขายกรอบรูปและร้านแต่งผมชาย....ทั้ง 3 ร้านปิดประจำวันแล้ว
.
อาคารโบสถ์ Presbyterian บนถนน Victoria Street.....ร้านอาหาร Town SQ....ร้านพิซซ่า...และป้ายชี้บอกทางไปยูธโฮสเต็ล คนละอันกับที่พักเรา...
.


.
ร้านเหล้า The Crown Saloon ที่ขายตั้งแต่ปี คศ.1849....ภัตตาคารจีน Red Panda....ร้านอาหารแขก India Gate.....ร้าน Ribs & Bibs เจ้าเก่าที่เคยมีเรื่องทุบตีภรรยา (ผ่านไปแล้วตอนบ่าย ชักใกล้บ้านเราแล้ว) ....ร้านไก่ทอด Herrons....และโบสถ์ Fitzroy Presbyterian Church....
.
เป็นอันสิ้นสุดการเดินท่องทั่วๆรอบในใจกลางเมืองเบลฟาสต์สำหรับวันแรกนี้
.
สองทุ่มแล้วครับ ดูเหมือนยังเช้าอยู่เลย ขอกลับที่พักเพื่อเตรียมตะลุยหลายแห่งนอกเมืองในเมืองวันพรุ่งนี้ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #82  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/08/2018 9:49 pm


.
Belfast Day II--เบลฟาสต์วันที่สอง
.
31 กรกฎาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
เดินทางและเดินเที่ยวใจกลางเมืองที่นี่มา 1 วันเต็มเมื่อวานนี้ในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 สร้างความรู้สึกที่ดีงามมากๆกับบ้านเมืองที่ทันสมัยงดงามและความน่ารักน่าประทับใจของผู้คนชาวไอรีชเหนือเป็นที่ยิ่ง จนแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า.....
.
ทำไมภาษาอังกฤษที่เรียกอีกฝ่าย....ว่า ที่รัก-Love ว่า สุดที่รัก-Darling ว่า เพื่อน Mate... ฟังเผินๆออกจากลิเก แต่ไม่ก่ออารมณ์สะดุดหูเลยจนมีแต่ความรู้สึกที่ดีๆและอบอุ่นมากๆอย่างนี้...
.
คนอังกฤษ สก็อต หรือ ไอรีชเนี่ย กันเองกับคนอื่นจริงๆครับ ไม่ว่าจะนั่งรถเมล์ก็ดี หรือถามทางระหว่างเดินก็ดี ทุกคนจะเป็ยฝ่ายบอกเราอย่างละเอียด อาทิ "Excuse me, if I'm not wrong, your place is next stop-โทษนะครับ/คะ ถ้าฟังและเข้าใจไม่ผิด ที่ที่คุณจะไปต้องลงป้ายหน้า...."
.
หรือการบอกถนนหนทางก็ดี ไม่ว่าจะติดธุระอะไรอยู่ต่อหน้า เป็นต้องทิ้งงานมายกมือไม้บอกทางเราอย่างดีเสมอ เช่น "you see that red light, from there just turn left and keep walking walk walk ask ask ask and you won't miss it-คุณเห็นไฟแดงโน่นไหม จากตรงนั้นนะครับ เดิน เดิน เดิน แล้วก็ ถาม ถาม ถาม รับรองไม่มีพลาด...."
.
ที่สำคัญก็คือ พวกเค้าจะตอบประโยคคำถามของเราตลอด ดังเช่น คำทักปนแซวของผมที่ว่า "Come on man/lady, don't work too hard, don't you know it's illegal in Thailand-เอาน่าคุณ จะทำงานหนักไปทำไม คุณไม่รู้หรือว่าถ้าเป็นในเมืองไทย แบบนี้ถือว่าผิดกฎหมายนะ.."
.
แทนที่พวกเค้าจะยิ้มอย่างเดียวและหรือยิ้มตอบนิดหน่อย กลับบอกว่า "Well, I've tried not to work so hard-ดีเลย ฉันก็พยายามจะไม่ทำงานหนักเหมือนกัน อิอิ...."
.
เพราะฉะนั้น เบลฟาสต์จึงไม่มีคำว่า เหงา หรือ เงียบเป็นป่าช้า ผู้คนหน้าตาถมึงทึง อย่างเด็ดขาด จึงไม่มีคำว่า เบื่อ เซ็ง ใดๆ เหลือเพียงความปรารถนาที่จะกระตุ้นตัวเรา ให้กลับไปอีกครั้งให้ได้หลายๆวันในเวลาไม่นานเกินรอเท่านั้น
.
ก็ดูแต่หุ่นผู้คนชายหญิง เด็กและสุนัขที่เดินเหินแถวจัตุรัสควีนสิครับ ออกจะกระฉับกระเฉงแต่ผ่อนคลายเพียงใด ฮิฮิ
.

.
1 กันยายน 2559
.
ขออนุญาตเล่าเรื่องอดีตหมาดๆและอนาคตตอนหัวค่ำนิดหน่อยเป็นการประเดิมว่า...
.
ที่เห็นอาหารมื้อเย็นของเรา อันมีไก่อบเครื่องเทศ (ทั้งถาด 2.5 ปอนด์) ผักต้ม ขนมปัง ผลไม้ เบียร์ และ สุราอ่อนๆกับน้ำอัดลมในกระป๋อง ที่เราช้อปมาจากร้านรัสเซลล์ใกล้ๆที่พักตอนขากลับ และ Mc Wrap 1 ชิ้น อย่างที่เห็น ทั้งหมดแค่ 3 ร้อยกว่าบาทไทยเท่านั้น เราก็อิ่มไปจนถึงเที่ยงวันต่อมาทีเดียว...ใช่ครับ เบลฟาสต์ไม่แพงอย่างที่คิดเลย
.
ส่วนหนุ่มน้อยที่นั่งหน้าโต๊ะเกมเตะโกล์ในห้องเอนกประสงค์ของโฮสเต็ลนั้น เป็นคนฮ่องกงที่เที่ยวคนเดียว ได้เจอกันข้างนอกหลายครั้งเพราะไปที่เดียวกันใน 2 วัน.....
.
ปรากฏว่า พี่แกเดินดุ่ยๆ ไม่พูดไม่จาอะไรกับใครเลย เวลาถ่ายรูปก็เซลฟี่ตัวเอง ไม่แม้แต่จะขอให้คนอื่นช่วย (อันจะได้ภาพที่ดีกว่า) บ้างเอาเสียเลย ทั้งๆที่ดูลักษณะก็เป็นนักท่องเที่ยวหาประสบการณ์แท้ๆ
.
หัวค่ำ บังเอิญนั่งอยู่ใกล้กัน ผมก็เลยเลียบๆเคียงๆ จนทราบว่าเรียนเก่ง แต่ค่อนไปทาง Nerd คือ ถนัดเรื่องเครื่องกลไกเครื่องคอมที่ไม่ใช่คนที่มีชีวิตวิญญาณ  ก็เลยจัดการเล็คเช่อร์ซะ ตามประสาคน (เกือบ) แก่ และเคยถือชอล์ค..... เท่านั้นยังไม่พอ ยังลากตัวไปหลบมุม ให้พูดประโยคทักทายขอร้องทั่วๆไป ซ้ำๆ อีกตั้งนาน อาทิ
.
"Hi, I'm from Hong Kong, where do you come from-หวัดดีครับ ผมมาจากฮ่องกง คุณมาจากไหนหรือ".....
.
"Would you please....Would you be so kind to...How come you know so much...since when you've become so nice....Is this the way to....is it hot etc-กรุณา...ขอรบกวนหน่อยได้ไหมว่า...ทำไมคุณถึงมีภูมิรู้มากจัง....นี่คุณเป็นคนน่ารักมาตั้งแต่แต่เมื่อไหร่เนี่ย....ทางนี้ใช่ที่ไป ??? หรือเปล่า...ไม่เผ็ดไปหน่อยหรือ ฯลฯ"....
.
พูดดังๆ วนไปวนมา เป็น 10 รอบหรือกว่านั้น ซึ่ง...
.
ครั้งแรกแทบทั้งหมดที่ผมให้พูดตามยิ้มตาม ก็ทำท่าเขิลล์ อึดอัดนิดหน่อย แต่พอผมบอกว่าตัวเองอายุเท่าไหร่ และเป็นอาจารย์ ก็ทำตามเป็นอย่างดี.... เพราะผมทราบดีจากประสบการณ์ว่า เมื่อเวลาผ่านไป  ไม่ว่าไปไหน จะมีคนที่เราไม่รู้จักหรือจำได้ มาทักทายแนะนำตนเองและเล่าความหลังครั้งเจอเราอย่างโน้นอย่างนี้เสมอ....
.
แต่ ลึกๆภายใน ผมก็ตระหนักดีหรอกนะครับว่า อาจมีคนไม่พอใจที่เหมือนๆถูก สอน-Criticise บ้าง ด้วยไม่ทราบว่า เราโตและได้ดีด้วยเจอผู้ใหญ่แบบเดียวกันนี้ จนอาจเผลอโกรธเรา และมีสิทธิ์ถูกตีศีรษะได้ง่ายๆ.....
.
แต่ก็แบบสำนวนไทยนั่นแหละครับที่ว่า...ก็รัก พี่ถึงยอม..หรือ คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าแผ่นกระดาษรองซาละเปา ไงล่ะครับ....โปรดใช้วิจารณญานและปรึกษาผู้ปกครองก่อนเชื่อ... ฮิฮิ
.
โปรดสังเกต กระดานบนฝาข้างหนุ่มน้อยว่า... ทางโฮสเต็ล เค้ามีรายการแข่งขันเตะโกล์กันด้วย โดยมีเครื่องบอกคะแนนสไตล์ของเค้าต่างหาก 555
.
เช้านี้...ดื่มกาแฟ ทานขนมเสร็จ เราก็ออกสู่โลกภายนอกเบื้องหน้าทันที ผ่าน โรงแรม Ibis และร้านอาหาร Molly's Yard ข้างบ้าน และรถบรรทุกขนแผ่นปูนสำเร็จ จอดริมถนนโดยไต่ฟุตบาทข้างหนึ่งเหมือนบ้านเราเปี๊ยะ...เหอเหอ
.

.
ถามทางคนขับรถเมล์เพื่อไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยวในเมืองก่อน โดยซื้อตั๋ววัน แค่คนละ 3.30 ปอนด์ (เที่ยวละ 1.20 ปอนด์) กับคนขับ ซึ่งเค้าเปลี่ยนคนขับใหม่ตรงหน้าศูนย์พอดี ก็เลยถามทางเผื่อข้างหน้ากับเค้า ได้รับคำอธิบายดีเยี่ยม
.
บนรถมีป้ายบอกว่า ถ้าไม่มีตั๋ว ต้องโดนปรับคนละ 20 ปอนด์+ค่าตั๋วเดินทาง ซึ่งหากขัดขืนมีสิทธิ์ไปโรงพักและเสียค่าปรับสูงสุด 1000 ปอนด์....
.
อีกป้ายเป็นการสงเคราะห์สังคมของโครงการ You are not alone-คุณเปล่าโดดเดี่ยว ของ Lifeline-สายด่วนเพื่อชีวิต 0808 808 8000 ว่า...
.
หากเรามีปัญหาลำบากใจ เจอกรณีแย่ๆจนคิดไม่ออกบอกไม่ถูกและไม่อยากพูดกับคนรู้จัก หรือบังเอิญไปเจอใครอื่นที่มีคุณลักษณะแบบเดียวกันนี้ ขอให้โทรปรึกษานักจิตวิทยาหรือผู้ช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีทั้งโทรทั่วไปหรือมือถือ....
.
ยอดมากครับ...รู้สึกบ้านเราก็มีเหมือนกัน ที่ 1323 สายด่วนสุขภาพจิต goo.gl/A8aYR7 ครับ :-)
.
แวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หาข้อมูลและซื้อทัวร์ไป Giant's Causeway อย่างที่เล่าไว้ในลืงค์ goo.gl/VVZGMr ครับ
.

.
จากนั้น นั่งรถเมล์ต่อไปยังสถานีรถไฟของไอร์แลนด์เหนือ-NI Railways Central Station จองตั๋วที่จะไป Dublin ในวันมะรืน ซึ่งพบว่า เดินทางมาสะดวกมากเพราะอยู่ใกล้ St George's Market ตลาดใหญ่ของที่นี่ด้วย
.
เสร็จแล้ว ข้ามฟากมาที่ป้ายรถเมล์ เพื่อไปยัง Stormont Estate ซึ่งเป็นที่ตั้งของ สภาไอร์แลนด์เหนือ-Northern Ireland Assembly ตามที่เห็นในเว็บท่องเที่ยว โดยคนขับบอกว่า อยู่ระหว่างทางที่สุดสายไปหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โป๊ะเช๊ะพอดี...
ผ่านรถบรรทุกแห่ Dogs 01 โครงการหาบ้านและคนเลี้ยงให้สุนัข Dogs Trust ของไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งมีการฝึกหัด อบรม เลี้ยงดูสุนัขก่อนส่งต่อให้ผู้สนใจคล้ายๆโครงการเด็กกำพร้า...ณ ที่นี่ เค้าขอให้บริจาคคนละ 1 ปอนด์โดย SMS ไปถึงเค้า เท่านั้นก็จบครับ
.
ออฟฟิศของ Andy Allen MIA ทหารพราน สมาชิกสหภาพแรงงาน และ สส. ของสภาไอร์แลนด์เหนือ 2 สมัยถึงปัจจุบัน ซึ่งเคยเป็นทหารผ่านศึกที่อัฟริกานิสถาน และถูกระเบิดของตอลีบันขาด้วน 2 ครั้งและตาแทบบอด ดังภาพยนต์สารคดีของ บีบีซี ดังลิงค์ goo.gl/N5R7U8 นี่...น่าเสียดายที่มีป้าย "ให้เช่า" อยู่ข้างบนครับ
.

.
ผ่านตึกรามบ้านช่องและชุมชนต่างๆ...... เห็นภาพวาดตามผนังอาคาร....ร้านขายรองเท้า ToeSafe ที่จำหน่ายชุดนักเรียน ชุดคนงาน ชุดกีฬา และบริการปักและปริ้นท์สกรีนเสื้อผ้าด้วย....ชนิดตัดปัญหาเรื่องเสื้อผ้าทีมไปทั้งหมด-Total Workwear Solutions ว่างั้น
.
ร้าน Greens Pizza มื้อกลางวันแค่คนละ 5 ปอนด์.....เส้นเครื่องหมายต่างๆสีขาวบนถนน....และร้าน Autoshop ที่เอารถมาติดป้ายโฆษณาขายรถมือสองบนหลังคาบนและริมถนนตั้ง 2 คันซะงั้น....บ้านเราไม่อายก็ให้รู้ไป 555
.
ป้ายโฆษณาขายแก้สฟีนิกซ์ วาดรูปในสนามบอลว่า แจกใบแดงให้ตู้ต้มน้ำร้อนเก่าได้แล้ว ทิ้งซะเหอะประมาณนั้น...อิอิ
.

.
ผ่านร้านไก่ทอด...โบสถ์ของหมู่บ้าน Saint Molua's Parish Church, Stormont..... ร้านแมค 2 แห่ง...ภัตตาคาร The Lewis ที่ตกแต่งสุขุมคัมภีรภาพยังกะสำนักงานกฤหมาย ทั้งป้ายทั้งที่เขียนข้างฝา....โรงเรียนอนุบาล Little Gems.....แล้วฝนก็ตกปรอยๆ
.
จนถึงสุดสาย คนขับที่คุยตลอดทางบอกว่า ถ้าจะกลับไม่ต้องลง แป๊บเดียวรถก็วนกลับ....เราเลยบอกว่า ขอแวะร้านแมคหน่อย..ปรากฏว่า เค้าบอกจะจอดให้ลงข้างร้านก่อนถึงป้ายตั้งไกลเลย น่ารักมากๆ ...เราจึงชวนคุยจนทราบว่า เค้าวิ่งแค่ไปกลับ จากนั้นตอนเย็นขับอย่างเดียวกันอีกรอบ ก็เท่านั้นครับ
.

.
แวะร้านแม๊ค คุณนายไปซื้อ Chicken Wrap แบบบาร์บีคิว 2 ชิ้น ตอนคิดเงินคนขายบอกว่า 5 ปอนด์กว่า ก็เลบบอกว่าไม่ใช่ เคยซื้อแค่ชุดละ 1.99 ปอนด์....ร้อนถึงผู้จัดการต้องออกมาบอกว่า นั่นเป็นราคาโปรโมทของ Wrap of the day ซึ่งของวันนี้เป็นเนื้อไก่ ว่าแล้วก็จัดการเปลี่ยนให้ครับ
.
ทานเสร็จ ฝนยังแหมะๆ แต่เราก็ขึ้นรถต่อ....
.

.
แล้วอีกแป๊บเดียว ก็มาถึงป้าย Stormont Estate-สภาของที่นี่ ซึ่งประกอบด้วย
Stormont Parkrun สนามวิ่ง/เดินฟรี ความยาว 5 กม. บ้านพักประธานสภาฯ และห้องประชุมสภาขนาดใหญ่ ทั้งหมดอยู่ในสวนสวยขนาดยักษ์ น่าชมมากๆครับ
.
ที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรีจนถึงเกือบๆ 2 ทุ่มทุกวัน แต่....ดูระยะทางเข้าไปในระหว่างฝนตกพรำสิครับ หุหุ
.

.
จึงไม่มีอะไรดีไปกว่า เดินชมรอบๆบริเวณ ก่อนกลับไปยังป้ายรถข้างๆโรงเรียนอนุบาลอีกแห่ง และ La Scala Bistro ร้านอาหารหรูของ Stormont ฝั่งตรงข้าม....แล้วจับรถไปยังแหล่งที่หมายตาไว้ต่อไป....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #83  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/08/2018 9:54 pm


.
ขึ้นรถเมล์ นั่งบนชั้นสองเช่นเดิม ผ่านบ้านเรือนอาคารธุรกิจตลอดทาง....
.
ผ่านภาพข้างทางตรงถนน Montrose Street South ตัดกับถนน Albertbridge มีจิตรกรรมฝาผนังของ David Ervine สส. 2 สมัย นักการเมืองหัวหน้าพรรคสหภาพแรงงาน ที่เคยถูกจองจำฐานผลิตวัตถุระเบิดถึง 6 ปี เป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยให้มีการยุติสงครามกลางเมืองตั้งแต่ปี คศ.1994 เพราะเปลี่ยนอุดมการณ์จากต่อต้านมาเป็นลัทธิ Royalism-ฝักใฝ่ราชวงศ์อังกฤษแทน
.
ณ ที่นี่ มีถ้อยคำที่ดัดแปลงมาจากคำคมของ George Santayana นักประพันธ์ นักปรัชญา กวี ของอเมริกันชาวสเปนที่ว่า "Those who forget the past are condemned to repeat it-ใครก็ตามที่ลืมอดีตมักถูกสาปแช่งให้ทำผิดซ้ำๆ" โดยเปลี่ยนคำว่า "cannot remember-ไม่จดจำ" เป็น "forget-ลืม" ไป
.
ภาพฝาผนังบ้านสวนของ Newtownards Road ของลัทธิฝักใฝ่ราชวงศ์อังกฤษที่ดูสวยงามต่างจากของจริงที่ต่อสู้ราวสงครามในอดีตตั้งหลายปี  
.
ภาพของสมาคมฟุตบอลไอรีชที่มีสโลแกน เกียรติภูมิ-ไฟปรารถนา-ความเชื่อมั่น Pride-Passion-Belief...
.
ลดราคาครั้งมโหฬารของร้าน คีนส์เฟอร์นิเจอร์.....ป้ายโฆษณาข้างกำแพงสวน The Bridge Community Garden....
.
นั่งด้านบนนี่ นอกจากหลบฝนได้ ยังเห็นเมืองค่อนข้างชัดครับ
.

.
อาคารศูนย์ประชุมธุรกิจและภัตตาคาร The Mount Business & Conference Centre....อาคารศูนย์วิจัย BT Ireland Innovation Centre หลังกลุ่มตึกสวย.... อาคารใหญ่ Albert Bridge Congregational Church ที่มีคำขวัญ "Jesus Saith Ye Must Be Born Again-พระเยซูเจ้าตรัสว่าเจ้าต้องเกิดใหม่อีกครั้ง"บนปีกตึก...Saith ก็คือ Said นั่นเอง
.
ป้ายโฆษณาและร้านเสื้อผ้า แผ่นเสียงและซีดี ยุคเก๋า Octopus's Garden
.

.
เห็นหลังรถบัสอีกคัน โฆษณาบัตรเดินทาง YLink ของเครือ Translink ในเบลฟาสต์ ...
.
อาคารศูนย์ประมูล Ross's Auctioneers & Valuers.....อาคารทันสมัยของสำนักจัดหางาน JEP Management Service และบริษัทที่ดินและทรัพย์สิน  Land and Poperty Service.....
.
ร้านอาหาร Made In Belfast City Hall...... บาร์เฮอร์คิวลิส...และตึกเก่า Bank of Ireland ที่ติดป้ายว่าขายไปแล้ว
.

.
อาคารแทงพนัน Ladbrokes สีแดงแจ๋....รถเมล์ในเมืองที่โฆษณาว่า วิ่งทุก 10 นาที.....ตึกศูนย์ผ่าตัด Clifton Street Surgery......
.
ร้านกาแฟ Pin Street Cafe ที่มีป้ายโฆษณาบริการส่ง ต้นคริสต์มาส และรับทิ้งด้วย...ภัตตาคาร Ramzy's ที่มีป้ายโฆษณาข้างฝาว่า สนามบินดับบลินมีเครื่องลงกว่าสัปดาห์ละ 1100 ลำ ลดภาระทางหลวงในยุโรปแยะเลย....
.
ภาพใหญ่นอกจากร้านเฟอร์นิเจอร์หรู Regal Furniture แล้ว ร้านที่ติดกันคือ ร้านรับจัดงานรื่นเริงและงานสมรส Party Solutions....
.

.
คุณยายก้มดูอะไรในกระเป๋าถือไม่ทราบที่หน้าร้านขนมปังประตูเตาอบเก่า The Old Oven Door Bakery....ศูนย์ฝึกอบรมต่างๆและศูนย์แท๊กซี่...
.
ร้านอาหารอินเดีย Night of Bengal.....ร้านอาหาร+เนื้อปลา Walker's และรับส่งด้วย....ร้านตัดผมชาวตรุกี Blades....
.
โบสถ์ Fortwilliam And Macrory Presbyterian Church.....อาคารใหญ่สีขาวที่ประกาศขายเสียแล้วของ Trinity College Dublin at Belfast....และตึกโบราณที่เป็นทันตแพทย์คลินิก Dental Surgery.....
.

.
เดินไปหน่อยเดียวก็ถึงป้ายบอก ปราสาทเบลฟาสต์-Belfast Castle ซึ่งอยู่ในอุทยาน Cave Hill Country Park ซึ่งตรงปลายด้านบนเป็นจุดชมวิวที่ดี+หวาดเสียวเล็กๆ
.
ชมวิทยาลัยทรินิตี้ด้านหน้า ซึ่งทำเลดีมาก ไม่น่าถึงกับต้องประกาศขายเลย เพราะอยู่จุดที่ดีที่สุดของหมู่บ้านแถวนี้ทีเดียวล่ะ
.
ไปเรื่อยๆตามทาง ยาวไกลเหมือนกัน อือม์ ฝนตกเหยาะแหยะ...
.

.
เป็นสวนสวย พรรณไม้งดงาม ทุ่งหญ้าเขียวชะอุ่ม ไม้ดอกสีกลมกลืน ไกลกว่าจะถึงทีเดียว
.
แล้วก็มาถึงตัวปราสาทข้างหน้า ซึ่งมีป้ายด้านหน้า พร้อมรูปปั้นเสือปลา 2 ตัว...นักท่องเที่ยวมากพอสมควร และครู่หนึ่งก็มีรถทัศนาจร Hop On Hop Off ตามหลังมา...
.

.


.


.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #84  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/08/2018 10:15 pm


.


.


.


.


.


.


.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #85  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/08/2018 12:26 pm


.


.


.


.


.


.


.


.


.


.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #86  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/08/2018 12:29 pm


.


.


.


.


.


.


.


.


.
rent.InsertSymbol('
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: UK Trip 2016--August 16-September 19

โพสต์ #87  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/08/2018 12:31 pm


.


.


.


.


.


.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3380
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน

  • Advertisement
cron