Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 23/11/2018 10:08 am

รูปภาพ
.
ถึงมาสทริชท์ ถามเจ้าหน้าที่รถไฟที่ยืนบอกทาง เค้าตอบอย่างเคยชินว่า ขึ้นลิฟท์ข้ามทางข้ามชานชาลาไปปลายทางอีกด้าน ลงล่างผ่านที่จอดรถจักรยานไปก็ถึงป้ายแล้ว
.
โปรดสังเกตนะครับว่า ป้ายจอดรถบัสส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ในท่ารถแต่อย่างใด มีเพียงเสาริมทางเหมือนป้ายรถประจำทาง...ป้ายบนเสาสีเขียวคือสัญลักษณ์ของ Flixbus และบนพื้นตีเส้นและเขียนอักษรว่า BUS ชัดเจนครับ..
.
รอประมาณครึ่งชั่วโมงตามเวลา รถก็มาถึง.... คุณนายเคทยื่น QR Code ในมือถือให้คนขับแล้วขึ้นรถไปล่วงหน้า ส่วนผมรอนำสัมภาระใส่ใต้ท้องรถก่อน แล้วอีกซัก 10 นาทีเมื่อตรวจตั๋วครบทุกคนแล้ว ฟลิ๊กบัสก็เคลื่อนตัวออก....ให้เรานั่งสบายบนเก้าอี้คนละ 2 ตัวตลอดแม้จะมีผู้โดยสารขึ้นเพิ่มระหว่างทางก็ตาม
.
รูปภาพ
.
เส้นทางนี้ แวะจอดรับผู้คนและให้เข้าห้องน้ำ 2 ครั้ง ที่สถานีรถไฟ Liege ซึ่งใหญ่โตมโหฬารมาก และ สถานีรุ่นเดอะ Bushalte ของประเทศ Belgium ทั้งสองแห่ง..... แล้วประมาณ 3 ชั่วโมงให้หลัง ก็จอดในที่ที่ค่อนข้างร้าง ไม่มีวี่แววของเมืองให้เห็นอย่างที่อื่นเลย
.
คนขับยิ้มเจื่อนๆ และบอกพวกเราว่าเพิ่งมาครั้งแรก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย และเที่ยวนี้ต้องจอดที่นี่คือ P+R Bouillon 1 (มีระบุในตารางเวลาและตั๋วข้างต้น) ในขณะที่ เที่ยวอื่นๆไปจอดที่สถานีรถไฟ Gare Centrale หรือ Central Station ในศูนย์กลางเมือง-Center เลย
.
ไหงโชคดีปานนี้เล่า ธ่อ.... ไอ้เราก็ลืมดูรายละเอียดเสียด้วย แต่ไม่เป็นไร มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันเยอะ อิอิ....
.
เอาละสิ คราวนี้จะเข้าเมืองได้อย่างไรล่ะ แล้ววันอาทิตย์อย่างนี้ นอกจากวิญญานสัมภเวสีแล้วหาใครให้ถามไถ่ไม่ได้เลย ทั้งหมดจึงลากสัมภาระมาที่ตึกข้างหน้าและมีป้ายรถที่นั่น บนป้ายบอกว่า รถบัสสายต่างๆจะมาเวลานั่นเวลานี่..
.
หนุ่มคนหนึ่งรีบเปิดมือถือหาข้อมูล...ส่วนผมก็เดินว่อนไปทั่ว ในที่สุดก็เจอรถบัสคันหนึ่งที่จอดอยู่และเพิ่งมีคนขับ ก็เลยถามเค้า แล้วได้ความรู้มาว่า "เดี๋ยวรอนั่งรถบัสสาย 1 ไปที่สถานีรถไฟ จากนั้นค่อยต่อสาย 9 หรือ 14 ไป Youth Hostel ของคุณ ที่ป้าย Plateau Altmunster ตามข้อมูลที่คุณมีแล้วนะ"
.
ผมถามต่อว่า "จะต้องซื้อตั๋วรถเมล์ที่ไหน...ราคาเท่าหร่...ตั่ววันมีไหม..บลาห์ บลาห์.." เค้ารีบตอบว่า "ช้าๆหน่อย..รีบถามทำไมก็ไม่ทราบ เอางี้...ตั๋วซื้อบนรถกับคนขับได้ แต่ที่ลักซ์เซมเบิร์กนี่ วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ Public Transportation-ยานเดินทางสาธารณะ ฟรีทุกประเภท..."
.
โห...ขอบคุณเ8hาแทบไม่ทัน แล้วผมก็ดุ่ยไปที่ป้าย บอกกล่าวข้อมูลให้ทุกคนที่รออยู่รับทราบ (มีคู่สามีภรรยาชาวมะกันที่คุยกับเราบนรถตลอดตั้งแต่เมือง Bushalte ที่เค้าขึ้น) ซึ่งทุกคนต่างดีใจ .....ผมก็เลยหันไปทางพ่อหนุ่มที่ยังค้นข้อมูลบนมือถืออยู่ว่า "เป็นไงล่ะ ไม่มีอินเตอร์เน็ตอย่างเรา ก็ไม่แพ้คุณหรอกนะ" แล้วก็ตบต้นแขนเค้าเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เค้ารู้ว่า..... ขอให้พยายามถามผู้คนเอา การพึงกูเกิ้ลก็สะดวกอยู่หรอก แต่อย่าลืมเรื่อง เรียลไทม์ และการได้มนุษยสัมพันธ์ด้วยนะ....
.
รถมาถึง ได้ที่นั่งแล้ว ก็เห็นบนจอว่า อีกสักครู่จะรถคันนี้จะไปจอดในช่อง 12 ที่สถานีรถไฟ...
.
รูปภาพ
.
จากแผนที่เส้นทางเดินรถ จะเห็นได้ว่า เราขึ้นรถสาย 1 ที่ P+R Bouiilon อักษร A ไปยังสถานีรถไฟ Central Station หรือ Gare Centrale อักษร B แล้วตรงชานชาลาที่ 2 ...ค่อยต่อรถบัสสาย 9 หรือ 14 ไปยัง Plateau Altmunster อีกทีครับ
.
ลงรถที่ป้าย Plateau Altmunster ซึ่งออกนอกเมือง ต้องข้ามถนนมาอีกฝั่งตรงป้ายที่จะเข้าในเมือง ซึ่งตรงนั้นจะเห็นทางลอดรถไฟเด่นชัด
.
ผ่านทางลอดรถไฟปุ๊บ ให้เลี้ยวขวาปั๊บ (ตามใบบอกของโฮสเต็ล) จะเจอเส้นทาง 3 แบบ คือหมายเลข 1 Road-ถนน...หมายเลข 2 Footpath-ทางเท้า ....และหมายเลข 3 ขวาสุดเป็นทางลงขรุขระ มีราวสีเขียว....
.
ซึ่งจุดนี้ ส่วนใหญ่ไปผิด คือไปตาม Footpath-ทางเท้า หมายเลข 2 เพราะในใบบอกของโฮสเต็ลเขียนว่า "...walking down the footpath rather than the road. We are the building at the bottom of the footpath-อย่าเดินตามถนน แต่ไปตามฟุตบาทแทน เราอยู่ตรงปลายทางฟุตบาทพอดี".... ไม่ทราบ นึกยังไงถึงเรียกทางขรุขระว่าฟุตบาท โดยไม่กล่าวถึงฟุตบาทที่อยู่ติดถนนเลย...
.
เมื่อลงตามทางขรุขระไปนิดเดียว ก็เจอโฮสเต็ลอยู่ประจันหน้าพอดีครับ
.
รูปภาพ
.
.
Luxembourg City Hostel หรือที่คนขับรถบัสเรียกว่า Youth Hostel เป็นอาคารที่อยู่ข้างล่างติดกับ ท่อส่งน้ำโบราณขนาดใหญ่ แบบเดียวกับที่เคยเห็นใน Segovia ประเทศสเปน และหรือ Pont du Gard ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเดินลงง่ายมาก แต่ขาขึ้นมีหอบเล็กๆจนถือเป็นทางปฎิบัติให้ออกโฮสเต็ลเข้าเมืองเพียงวันละครั้ง แต่หลังจากขึ้นบนได้แล้ว การเดินทางสบายบรื๋อเลยครับ
.
พนักงานที่ประทับใจเรามากๆ คือคนผมเกรียนชื่อ Tom ซึ่งตอนแรกผมออกรำคาญเล็กๆที่เค้าใช้เวลามาก ไม่ทำอะไรคล่องปรื๋ออย่างพนักงานรีเซฟชั่นอื่นที่เคยเจอ จนอยากติดต่อกับหนุ่มหล่อมีเครางามอีกคนที่นั่งข้างๆชื่อ Daniel แทน....
.
ต่อเมื่อภายหลัง ได้พบประสบการณ์ที่ แดเนียล พูดตะกุกตะกักแบบคนติดอ่าง ค่อยตระหนักว่า... โฮสเต็ลแห่งนี้ช่างมีน้ำใจกับคนเหล่านี้เสียเหลือเกิน จึงพลอยอดชื่นชมพวกเค้าไม่ได้เลย ที่สามารถจัดการสารพัดเรื่องและปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง จึงได้เป็นเพื่อนรักกันแต่นั้นมาครับ
.
เพือ่นร่วมห้องของเราน่ารักมากๆ....คนหนึ่งเป็นชาวอินโดฯที่ชื่อ Kiki ที่ทำงานที่ฮังการี่ และ Nicholas อีกคนชาวเบลเยี่ยม ที่เรียนกฤหทายระหว่างประเทศ พูดเก่งและตลกมากๆจนฮากันตลอด แล้ววันสุดท้ายก่อนเช็คเอ้าท์ เราก็เห็นเค้าแต่งตัวเสียเท่ผิดกับเมื่อวาน..... เค้าบอกว่า "ผมจะไปสัมภาษณ์งานวันนี้"
.
พวกเราจึงบอกว่า..."มิน่าล่ะถึงแต่งตัวซะแทบจำไม่ได้ ว่าแต่ อย่าไปบอกเค้าว่าพักโฮสเต็ลเสียล่ะ เดี๋ยวราคาตกหมด" ซึ่งนิโคลัสก็กลั้วหัวเราะบอกว่า "เดี๋ยวผมจะบอกว่า พัก Marriott Hotel ก็แล้วกัน แถมทานอาหารมื้อละเป็นพันด้วย" 5555
.
ไม่น่าเชื่อครับ เมื่อผ่านมาไม่ถึงครึ่งเดือน เราก็ได้แมสเส็จจากนิโคลัสว่า ได้งานเรียบร้อยแล้ว น่ายินดีจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
โฮสเต็ลนี้ ลดราคาให้สมาชิก Hostelling Intermnational อีก 10% และแถมอาหารเช้าบุฟเฟต์ซึ่งสุดยอดอุดม ด้วย ทำให้ประหยัดไปอีกวันละหลาบยูโรทีเดียว แถมเจ้าหน้าที่ก็น่ารักมากทุกคน ...ส่วนอาหารค่ำ เป็นแบบตามสั่งจานละ 8-9 ยูโร แต่แถมสลัดและซุปฟรีแบบคล้ายๆ ซิซเล่อร์ ซึ่งถือว่าถูกมากอร่อยมากอีกเช่นกันครับ
.
ส่วนรถเมล์ไปกลับศูนย์กลางเมือง สุดสายสถานีรถไฟ ก็มีสาย 9 และ 14 ซึ่งมาถี่มากตั้งแต่เช้าถึงเกือย 2 ยาม วันหยุดและเสาร์อาทิตย์ฟรี แต่วันธรรมดา มีตั๋ววันซื้อจากคนขับได้ วันละ 4 ยูโรเท่านั้น (ควรซื้อ เพราะแม้คนท้องถิ่นหลายคนจะบอกว่า ซื้อทำไม ไม่มีคนตรวจ และไม่ต้องแตะเลยแท้ๆ) ตั๋ววันนี้ ไม่ใช่ 24 ชั่วโมงนะครับ แต่ใช้ได้ถึง ตี 4 วันรุ่งขึ้น (ซึ่งคงมีสายอื่นวิ่งถึงเช้ามืด แต่ไม่เคยใช้) ครับ
.
รูปภาพ
.
ลักซ์เซมเบิร์ก มีรถราง 1 สาย ที่วิ่งตามสถานที่ดังๆหลายแห่ง อาทิ ห้องสมุดใหญ่...มหาลัย...สำนักงานยูเอ็น...โรงละคร....สถานีรถรางขึ้นเขา (Funicular) ... และ ซุปเปอร์ ออเชิ่น-Auchan ที่ป้าย Alphonse Weicker ครับ
.
มีตั๋ววันขึ้นฟรี และวันหยุดก็ฟรีอีกเช่นกันครับ
.
บัตรเอนกประสงค์ที่ควรมีไว้อีกชิ้นก็คือ Luxembourg Card วันละ 13 ยูโร 2 วัน 20 ยูโร ซึ่งรวมค่าเดินทาง (4 ยูโร) ไว้เรียบร้อยแล้ว เท่ากับเพิ่มขึ้นอีกนิดเดียว แต่สามารถเข้าแหล่งท่องเที่ยวต่างๆได้กว่า 60 แห่ง คุ้มยอดคุ้มเลยครับ
.
รูปภาพ
.
และนี่คือ เข็มทิศไปสู่ ที่พักที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งที่เรามีประสบการณ์มา จองผ่าน Hostelworld สามารถยกเลิกได้ก่อนวันเข้าพัก 2 วัน
.
และด้านล่างคือ...รีวิวประเมินผลจากเราที่ให้ถึง 9.7 คะแนนเต็ม 10 โดยหักค่าขึ้นทางชันวันละครั้งนิดหน่อย..... Highly Recommended ครับ
.

รูปภาพ
.
.
แผนที่ของ Luxembourg City ที่อ่านไม่ยากและมีแจกหลายที่ แล้วผมจะเรียนรายละเอียดภายหลังครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3426
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/11/2018 9:21 am

รูปภาพ
รูปภาพ

.
Strasbourg, Colmar, Riquewihr - รวมข้อมูล เมืองสวยบ้านงามในถิ่นไวน์
.
26 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
จาก ลักซ์เซมเบิร์ก เราเดินทางมาต่อที่สตราสบรู็กเลย หลังจากการเปลี่ยนโปรแกรมเล็กๆ คือ จากอูเทร็ชท์ไม่ได้ไปมาสทริชท์ก่อน เป็นแบบใช้วิธีย้อนกลับเล็กๆ เพราะจากมาสทริชท์ไปโคโลญจ์นั้น สะดวกกว่ามาก แถมจากสตราสบรู็กไปมาสทริชท์โดยข้ามลักซ์เซมเบิร์กไป ยังสะดวกสบายด้วยรถบัสเที่ยวค่ำถึงมาสทริชท์เช้าอีกต่างหาก ทำให้ได้เที่ยว สตราสบรู็กเป็นอีก 1 วันเต็ม แถมประหยัดค่าที่พักไปอีก 1 คืนโดยไม่ลำบากลำบนอะไรด้วย
.
เที่ยวยุโรป เมื่อมองไปย้อนหลังยุคที่อินเตอร์เน็ตยังไม่เฟื่องฟู จองตั๋วออนไลน์ไม่ง่ายเช่นปัจจุบัน ยุคนั้นทำให้เราต้องเสียค่าเดินทางมากทีเดียว ทั้งๆที่ไม่ค่อยรีบร้อนเท่าไหร่ มีเวลามากมายที่จะผลาญตั้งแต่ 6 โมงเช้ายัน 3-4 ทุ่มว่างั้น เพราะ...
.
ทุกวันนี้ เราสามารถเลือกเดินทางด้วยเครื่องบิน รถไฟ รถบัส เฟอร์รี่ ตามความสะดวกทั้งราคาและเวลาชนิดไม่ต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆ คือแค่ 2-4 วันล่วงหน้าแม้จะแพงขึ้นเล็กน้อย แต่เราก็สามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อเมืองที่อยู่เที่ยวนั้น หากสนุกก็เพิ่มวันเวลาอยู่ต่อ หากไม่ได้เรื่องก็ลดจำนวนวันลงเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่นแทน โดยไม่มีปัญหาใดๆ
.
ยิ่งเรื่องที่พัก ยิ่ง หมูบ่ะช่อ กว่าเดิมหลายเท่า เช่น การจองไม่ว่าจาก Hostelworld ที่เมื่อก่อนต้องซื้อ Cancellation Protection ออร์เดอร์ละ 2 เหรียญดอลล่าร์เผื่อกรณีเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวนี้ก็ไม่ต้อง ด้วยเจ้านี่หรือแม้แต่ Agoda, Booking, ต่างใช้เกณฑ์ Free Cancellation ล่วงหน้า 2-3 วันทั้งสิ้น ไม่งั้นลูกค้าหายหมด เพราะการแข่งขันสูงมากๆ โดยเฉพาะกับ Airbnb ที่เราไม่เคยใช้บริการเลย เช่นเดียวกับการเช่ารถขับในต่างประเทศ(โดยเฉพาะญี่ปุ่น) เป็นต้น
.
ก็อย่างที่เคยเรียนนั่นแหละครับว่า ที่พักของ Airbnb นั้น ไม่เหมาะสำหรับเราที่ต้องการ ดูราคาและคะแนนให้พิจารณาจองปุ๊บได้ปั๊บ...เจอเพื่อนร่วมเดินทางตามแต่จะเลือกคบ...เจ้าหน้าที่รู้เรื่องของเมืองมีให้พูดคุยสอบถามตลอดเวลา...สรรพสิ่งและอุปกรณ์ ตั้งแต่ สถานที่ รีเซฟชั่น สไตล์ ล้วนได้ติดต่อกับคนเป็นๆ และเป็นรูปแบบที่เราคุ้นเคยทั้งสิ้น....
.
ที่สำคัญ เดี๋ยวนี้ Hostel ต่างๆ แข่งขันกันมาก เรื่องพนักงานน่ารักจึงเป็นปัจจัยที่เจ้าของไม่กล้าทอดทิ้ง แม้บางส่วนจะเป็นพนักงานชั่วคราวแลกกับการพักและทานอาหารฟรีก็ตาม (สังเกตได้จากคะแนนรีวิวที่สูงกว่าเดิมเยอะ) ..เราจึงไม่เคยเจอกรณี เข้าบ้านไม่ได้ หากุญแจไม่เจอ แบบที่เคยพบตามเว็บทั่วไปเลย...
.
ส่วนเรื่องขับรถเที่ยว เราก็เข้าใจผู้ที่นิยมด้านนี้ และกลุ่มที่เดินทางมากกว่า 4 คนขึ้นไปนะครับ เพราะอย่างหลังสามารถประหยัดค่าพาสส์ ค่าตั๋วรถ มากมหาศาล แต่เผอิญไม่ต้องรสนิยม "ช้าๆ เชื่องๆ ค่อยเยื้องย่าง กดแช๊ะวันละหลายร้อย" อย่างเราเลย.... ก็ขนาดเคยขี่มอไซค์และจักรยาน ยังพลาดรูปสวยๆที่น่าจะมีตั้งแยะ เพราะขี้เกียจจอดรถขับรถกลับ และขยันเดินเป็นหลัก.....
.
ยิ่งเรื่องหาที่จอดรถ...ขับตามกฎ (อยู่เมืองไทยยังเจอท่านจราจรประจำ)...หาสถานที่ ฯลฯ ยิ่งเป็นเรื่องที่เราไม่มีความสามารถจริงๆ เพราะแค่ใช้ Public Transportations-ยานสาธารณะ ยังขึ้นผิดขึ้นถูกฝั่งตลอด แล้วก็เป็นสิ่งเลือกได้ (ยิ่งมีรถรางยิ่งเจ๋ง) จึงไม่อยากแพลนเรื่องไปยังไง...จอดรถตรงไหน...แพงหรือเปล่า... เลยจริงๆครับ
.
ส่วนเรื่องเครื่องบินภายในหรือประเทศใกล้เคียง กราบลาล่ะครับ.... เฉพาะเรื่องน้ำหนักสัมภาระหนึ่ง และเวลาก่อนหลังเดินทางหลายชั่วโมงอีกต่างหากก็ยอมแพ้แล้ว มิพักต้องห่วงเรื่องราคาค่าบินที่แพงขึ้นเป็นธรรมดา
.
ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่เคยมีแผนท่องเที่ยวชนิดละเอียดยิบสไตล์ทำแต้ม (นึกถึงเวลาจัดทำแล้วหนาวว่า เที่ยวผ่อนคลายหรือไปทำวิทยานิพนธ์กันแน่ อิอิ) เพราะมีเจ้าหน้าที่จากที่พักและ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวค่อยชี้แนะด้วยทุกที่ หากเกิดกรณีหลงทางหรือกลับไม่ถูก ชาวท้องถิ่นก็มีน้ำใจช่วยเหลืออยู่แล้ว จึงไม่เคยประสพปัญหาใดๆแม้ยังใช้ GPS ไม่เป็นก็ตาม
.
10 กว่าปีให้หลังมานี้ เราจึงใช้บริการทัวร์น้อยครั้งมากๆ ยิ่งทัวร์ตั้งแต่ออกจากเมืองไทย ขอยอมแพ้เลยครับ เพราะขนาดได้ไปฟรีกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเกาหลี ที่อนุโลมให้เราไป 2 คนด้วยกันเป็นกรณีพิเศษ เพิ่มวันจากที่กำหนด 4 วัน เป็น 10 กว่าวัน (ส่วนที่เหลือออกค่าใช้จ่ายเอง) ยังเหนื่อยเสียจนไม่สามารถบรรยายได้ นอนก็ไม่พอ ที่ที่อยากชมก็ไม่ได้ชม ที่ที่ไม่อยากชมก็ต้องไปซ้ำ จึงเป็นความทรมานมากกว่าสนุก และพลอยให้เราปฎิเสธ "ของฟรี" เหล่านี้เป็นนิจ ด้วยรู้ตัวว่า ในเมื่อสังขารไม่เที่ยง อย่างไรเสีย ก็ขอไปที่ที่ไม่เคยไปดีกว่า...อิอิ
.
ยิ่งการออกทริปไปกับคนอื่นในต่างประเทศ (ในประเทศไม่มีปัญหา เพราะไปใหม่ได้เรื่อยๆ) แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ คือแค่เจอคำถามจากเพื่อนร่วมทางว่า...เยอะวันไปไหม... พรุ่งนี้จะไปไหน... ไปยังไง... พร้อมเล่าเรื่องเก่าซ้ำๆเป็น 10-20 รอบ... เราก็จุกแล้ว มิพักต้องพรรณนาต่อไปว่า ใครขืนไปกับเรา มีหวังเข็ดจริงๆให้ดิ้นตาย 5555
.
ก็เราเหมือนเทียนไขไส้สั้นๆแล้วนี่ครับ จึงขอทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบเป็นหลัก อะไรที่สร้างความสัมพันธ์ได้มากแต่ไม่ค่อยมีสารประโยชน์ เช่นการ Happy Birthday... Happy New Year..ฯลฯ จึงไม่ค่อยและไม่เคยทำอ่ะครับ หากอีกฝ่ายเข้าใจก็ถือเป็นพระคุณและโล่งอกมาก แต่จะโกรธเราในกรณีอย่างนี้ ก็ยินดีรับกรรมครับ
.
เขียนเสียยืดยาว เพื่อเป็นการตอบคำถามค้างคาใจของเพื่อนๆทั้งที่อึกอักถามส่วนตัวบ้างและเขียนบอกกลายๆนะครับว่า หากเพื่อนๆนิยมในเรื่องที่คนทั่วไปชื่นชอบแต่บังเอิญไม่ได้รับการสนองตอบจากเรา ก็ขอได้โปรดเว้นเราไว้ซักคู่เน้อ อย่าได้ถือสาหาความให้เสียเวลาเปล่าเลยครับ ฮี่ฮี่
.
ว่าแล้ว เราก็ไปดูกันว่า เที่ยวสตราสบรู็กย่าน Alsace ควรรู้ในเรื่องใดบ้างนะครับ
.
รูปภาพ
.
พัก ลักซ์เซมเบิร์ก วันที่ 21-24 แล้วเช้าวันที่ 25 ตุลาคม เราก็ทานอาหารเช้าฟรีแต่ต้น และเช็คเอ้าท์หลัง 10 โมงเล็กน้อย....วานให้รีเซฟชั่นช่วยเรียกแท๊กซี่ให้ เพราะไม่อยากลากกระเป๋าขึ้นทางขรุขระให้ล้อเสีย (ทั้งหากขึ้นรถบัส 2 คนก็ 4 ยูโรแล้วสำหรับเที่ยวเดียว) เจ้าหน้าที่บอกว่าประมาณ 15 ยูโร
.
ภาพที่เห็น คือเจ้าหน้าที่ชายห้องอาหาร พนักงานหญิงห้องอาหาร และพนักงานทำความสะอาด ที่ดีใจมากที่เราให้เกียรติพวกเค้าต่างจากคนอื่นเสมอ
.
แป๊บเดียวแท๊กซี่ที่รู้ทางลัดดี ก็มาส่งเราที่สถานีรถไฟใกล้ๆป้ายที่ 16 ของรถบัส ค่ารถแค่ 11.40 ยูโร คุณนายเคทให้ไป 12 ยูโร เค้าขอบคุณยกใหญ่.... ยังมีเวลาเหลือเป็นชั่วโมง จึงเข้าไปนั่งรอให้ห้องพักของสถานีรถไฟก่อน ดู Thailand's Got Talents ที่อัดมาไปพลางๆ
.
รูปภาพ
.
เราไปกับ ฟลิ๊กบัส เที่ยว 11.50 เดินทาง 3.15 ชั่วโมง ค่ารถเพียงคนละ 13 ยูโรครับ
.
รูปภาพ
.
อีก 10 นาทีได้เวลา เราขยับไปที่ป้ายรถพร้อมคนอื่น พอถึงเวลา ปรากฎว่า ไม่ยักมีรถสีเขียวของ Flixbus อย่างที่เคยขึ้น แต่กลับมีคันสีเลือดหมูมาแทน พร้อมบอกว่า "สตราสบรู็กเที่ยว 11.50 น. ขึ้นคันนี้เลย" ผมหันไปดูข้างรถ เห็นแปะสติ๊กเกอร์ฟลิ๊กบัสค่อยเบาใจหน่อยและแน่ใจเมื่อเค้าตรวจ QR Code ที่ตั๋วผ่านสบายๆครับ
.
15.15 น. รถบัสเลี้ยวเข้าท่ารถของสตราสบรู็ก (เป็นป้ายรถราง Étoile Bourse ที่แปลว่า Stck Exchange-ตลาดหุ้น) ผมเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ของ Ecolines ที่มีสำนักงานที่นั่นพร้อมที่อยู่ของโรงแรมว่า "จะไปที่นั่นได้อย่างไร" เค้าบอกว่า "ขึ้นรถรางสาย A หรือ D ไปก่อน ถึง สถานีรถไฟ Gare Centrale ค่อยลงแล้วเดินต่อ..."
.
ดูแผนที่ที่ป้ายรถราง ก็ทราบว่าต้องไปอีก 5 ป้าย แล้วซื้อตั๋วบนรถได้หรือเปล่าหนอ...
.
คำตอบจากคนข้างๆคือ ต้องซื้อตั๋วที่ตู้ที่มีอยู่ข้างๆ (แทบทุกป้ายที่สำคัญ)...ผมตรงรี่ไปทันที
.
รูปภาพ
.
การซื้อตั๋วรถราง-รถบัส (ใช้ได้ทั้งคู่) มีขั้นตอนดังนี้ครับ
.
1. ดูที่ตู้ก่อน ใช้บัตรเครดิตได้ แต่ใช้ธนบัตรไม่ได้ (ผมก็เลยเข้าไปแลกเหรียญอีกทีที่สำนักงาน Ecolines แล้วมีหนุ่มใจดีที่ต่อแถวอยู่แลกให้ ขอบคุณจริงๆครับ)
.
* (รูปเครื่องหมายดาว) โปรดสังเกตว่า ปุ่มกดเพื่อเลื่อนข้อความบนจอนั้น ต้องใช้วิธีหมุนทวนเอาเหมือนเข็มนาฬิกาข้อมือนะครับ
.
2. เลือกภาษาตามสัญลัษณ์ธงก่อน
.
3. ต้องการซื้อตั๋ว-Achat หรือ เติมเงิน- Rechargement
.
4. เลือก Tickets Urbans-ตั๋วใช้ในปริมณฑล
.
5. ต้องการตั๋วแบบไหน Billet Aller Simple หมายถึงตั๋วปรกติเที่ยวเดียว 1.80 ยูโร..... แต่เราต้องการตั๋ววัน-Day Tickets ก็มีให้เลือก 2 แบบ คือ 24H Solo 4.50 ยูโร และ หากซื้อใช้สำหรับ 2-3 คน ก็แค่ 6.90 ยูโร เป็น Billet TRIO 24H Solo ครับ.....ดีจังเลย
.
6. ถ้าคนเดียว เลือกแบบ 4.50 ยูโร
.
7. ถ้า 2-3 คนเลือก 6.90 ยูโร
.
8. เลือกแล้ว เค้าจะมีรายละเอียดให้ดู ชอบใจและถูกประสงค์ก็หยอดเหรียญหรือจ่ายบัตรเครดิตเลยครับ
.
ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ผมทำครั้งเดียวก็เป็น ถึงขนาดบอก 2 สาวจีน ที่มา 2 คนแล้วจะซื้อตั๋ว 4.50 ยูโร 2 ใบด้วยบัตรเครดิต ให้แคนเซ่ลทิ้งแล้วเลือกใหม่ก่อนจ่ายมาซื้อแบบ 6.90 ยูโรแทน จนได้รับการค้อนแต่แรกและ เซี่ยเซี่ย ทีหลังอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
แผนที่เดินรถของ สตราสบรู็กดูง่ายครับ เดี๋ยวขอนุญาตรีเฟอร์ทีหลังอีกทีนะครับ ตอนนี้ชมเล่นๆไปก่อนครับว่า สะดวกโยธินต่อการไปไหนมาไหนเพียงไร
.
รูปภาพ
.
รถรางมาแล้วครับ ตอนแรกอยู่บนดิน สักพักก็มุดอุโมงค์ใต้ดินไปสถานีรถไฟเลยครับ ... 5 ป้ายชัวร์ๆ
.
ออกมาข้างนอก โห...สถานีสวยงามมากทีเดียว แจ่มกว่าสนามบินหลายแห่งนะครับผมว่า...
.
สอบถามผู้คน เค้าบอกให้เดินไป เราก็ใช้เวลาหน่อยสำหรับ 600 เมตรที่เป็นทางตรงด้านซ้ายมือ ต่อเมื่ออยู่ที่นี่แล้ว จึงทราบว่า ไปด้วยรถบัสสาย 1 ป้าย Wilson หรือ สาย 10 ไป 2 ป้ายที่ป้าย Travail ง่ายกว่ากันแยะโดยเฉพาะเมื่อมีสัมภาระครับ
.
สาย G คือ เส้นสีน้ำเงินในแผนที่ครับ อยู่แค่ป้ายแรก Wilson จากสถานีรถไฟ Gare Centrale ครับ
.
รูปภาพ
.
ถึงป้ายแรก ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับที่พักผู้โดยสาร (ซึ่งเป็นขาไปสถานีรถไฟ) เป็นป้ายโล่งๆ ....ลงรถแล้ว เดินย้อนหลังไปถนนใหญ่ เห็นตัวอักษร ES อยู่บนตึกฝั่งตรงข้าม เดินชิดซ้ายไป 1 บล็อก มองทะลุซอยแยกซ้ายมือ ก็จะเห็นโรงแรม City Residence Access 1 เป็นตึกรูปครึ่งวงกลม....ถ้าพักที่ City Residence Access 2 ให้เดินเลียบตึกไปอีก 200 เมตรก็ถึงตึกสูงที่เห็นครับ
.
โรงแรม City Residence Access 2 ยังมาถึงได้ด้วยรถบัสสาย 10 จากสถานีรถไฟ คือ 2 ป้าย ลงที่ป้าย Travail ใกล้ๆร้าน Fit Store ที่มี 4-5 คูหาด้วยกันครับ
.
รูปภาพ
.
ที่พักเป็นแบบอพาร์ตเม้นท์ มีครัวในห้องด้วย แต่ไม่มีแอร์นะครับ เพราะกลางคืนหนาวทีเดียว
.
เจ้าหน้าที่รีเซฟชั่นชื่อ พอลลีน่า น่ารักมากๆ ยิ้มทักทายและช่วยเหลือเสมอเวลาเจอ....ที่นี่รีเซฟชั่นปิด 3 ทุ่มครึ่ง ฝากกระเป๋าเลยเวลานี้ไม่ได้ ต้องไปนั่งที่ City Residence Access 1 ซึ่งเปิด 24 ชั่วโมงมีโจ๊ะเก้าอี้เยอะ มีห้องน้ำ และเครื่องดื่มจำหน่าย สามารถเสียบปลั๊กมือถือได้มากจุดครับ
.
จากโรงแรม City Residence Access 2 เดินตรงออกไปถนนใหญ่ แป๊บเดียวก็ถึงป้ายรถบัส Travail ใกล้ๆร้าน Fit Store แล้วครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือที่พักราคาคืนละ 1850 บาท ที่เราต่ออีก 1 คืนรวมเป็น 3 คืน โดยไม่ไปพักที่ Colmar ซึ่งนับว่าตัดสินใจถูกแล้วครับ ดังรีวิวที่เขียนให้กัย อะโกด้าด้านล่าง
.
รูปภาพ
.
สำหรับอาหารการกิน เราใช้ที่ซุปเปอร์ฯขนาดยักษ์ของ Auchan-ออเชิ่น สาขา Baggersee และที่สาขา Graffenstaden ซึ่งสามารถไปถึงได้ด้วยรถรางสาย A ...ข้าวของราคาไม่แพงเลยครับ
.
และอย่างที่เรียนแล้วนะครับว่า การทานอาหารตามร้านดีๆ นอกจากเราจะไม่ชอบ (เหมือนทานร้านดีๆในเมืองไทยที่มีทุกสไตล์) แล้ว ยังเสียเวลาโดยใช่เหตุด้วย จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเราเลยครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3426
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/11/2018 9:23 am

รูปภาพ
.
.
Day Trip to Colmar and Riquewihr-บ้านสวยไปเช้าเย็นกลับ
.
30 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
ก่อนจะว่ากันเรื่องเที่ยว Day Trip ของเราในวันนี้ ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับ เมืองสวยบ้านงามในย่าน Alsace-อัลสาส อยู่ 2-3 เรื่องด้วยกันครับ คือ
.
1. สำหรับเพื่อนๆที่ติดตาม Feeds ใน Facebook บ่อยๆ ย่อมทราบดีว่า มีบริษัททัวร์ที่โฆษณาทัวร์ยุโรปเป็นหลัก จะประชาสัมพันธ์ "ทัวร์อัลสาส" ด้วยรูปบ้านสไตล์ทิวดอร์สวยๆ ริมน้ำเงียบสงบ พร้อมไม้ดอกพุ่มชะอุ่มนานาพันธุ์ มากและบ่อยเป็นอันดับหนึ่งทีเดียว แม้แต่เมืองไร้ถนนอย่าง Giethoorn-กีธฮอร์น ก็ยังมีไม่ถึงครึ่ง....
.
2. ระยะหลังๆนี้ มีการจัดเที่ยวโดยนักท่องโลกที่กลายเป็นนักจัดทัวร์โดยอัตโนมัติ อาสานำคณะเที่ยวอัลสาส มากๆเลย ซึ่งเท่าที่ติดตามดู ก็มีคุณภาพเป็นที่ชื่นชมของกลุ่มไม่น้อย จนแทบจะหรือกลายเป็นอาชีพหลักไปแล้ว ซึ่งเห็นแล้วอดดีใจแทนในพัฒนาการของพวกเค้าไม่ได้เลย......
.
หวังแต่เพียงว่า คำชื่นคำชมจากลูกทัวร์จะเป็น "กำลังใจ" ให้ "ขยันพูดดี ทำดีต่อผู้อื่นอย่างเสมอต้นเสมอปลาย" โดยไม่หลงใหลได้ปลื้มกับคำเยินยอจนเกิด Ego-ตัวตน แบบ Larger than life-ยิ่งใหญ่เกินตัว ชนิด "ฉันแน่-I'm the greatest" ท่วมตัว กระทั่ง "เขียนยกตนเอง กระหน่ำลงรูปตัวเองในทัวร์" จนกระสุนเริ่มๆด้านในที่สุดด้วยกลับตัวไม่ทันนะครับ
.
เพราะใครก็ตามที่ยอมจ่ายเงินให้เราเพิ่มเป็น "กำไร" ไม่ว่ามากหรือน้อย ก็เพราะไม่ต้องการคร่ำหาข้อมูลต่างๆเอง โดยยอม "จ้างเรา" แบบเสียสละความชอบส่วนตนเพื่อที่จะตื่นเช้า นอนดึก เดินเยอะ บ้าง.... ทานของไม่ชอบบ้าง... ไปที่ที่ไม่อยากไปบ้าง... ฯลฯ ทั้งๆที่อยากเที่ยวสบายๆสไตล์ตนเอง และต้องการผู้นำที่มี Service Minded-จิตใฝ่บริการ มากเป็นพิเศษกันทั้งนั้น น้อยหรือมากหรือเยอะแล้วแต่บุคคล เช่นเดียวกับ... นอกจากชื่นชอบแล้ว ยังมีที่ไม่ชอบ ที่อยากตำหนิ ด้วยดังที่เห็นในรีวิวบริการต่างๆ ขึ้นอยู่กับว่า จะพูดหรือไม่พูด (ที่ไม่พูดสิครับ น่ากลัว) รีวิว หรือไม่รีวิว อ่ะครับ
.
3. กลุ่มเที่ยวเองที่เจอในเว็บและพบเจอกับตัวส่วนใหญ่ จะมีเวลาเที่ยว Strasbourg และ Colmar ในเวลา 1 วันที่แพลนไว้เท่านั้น โดยทิ้ง Riquewihr, Eguishem, Kaysersberg, Selestat, Obenai ฯลฯ ที่เป็นประเภทคล้ายคลึงกัน คืออยู่ในถิ่นไวน์ ปลูกไร่ต้นองุ่นเป็นว่าเล่น ไปเสียเลย.....ในขณะที่เราให้เวลากับ Strasbourg ถึงเกือบ 3 วันเต็ม และเหลือ โคลม่าร์ และ ริคเวียร์ เพียงอีก 1 วันเต็มๆเท่านั้น...กลุ่มนี้ แน่นอนว่า มีเวลาไม่มากพอ...
4. กลุ่มที่ท่องไปเกือบทั่วย่านอัลสาส คือขับรถไปเอง ค่อยๆตะลอนๆไปทีละจุดละจุด เหมือนกับการขับรถไปเที่ยว บางปะอิน... บ้านผักไห่... ตลาดโก้งโค้ง.. สารพัดวัดอยุธยา....ทานก๋วยเตี๋ยวไก่วัดเจ้าเจ็ดใน... อ่างทอง... วิเศษไชยชาญ.... ซื้อหมูทบ ขนมเปี้ยที่สิงห์บุรี...ฯลฯ ได้ตามใจชอบ ซึ่ง.....
.
เราในฐานะคนเดินทางด้วย Public Transportation-ยานพาหนะสาธารณะ มิอาจทำได้หนึ่ง และความที่ผ่านไร่องุ่นมาแยะ (ทั้ง Vevey ที่ Switzerland มาแล้วด้วย) อีกหนึ่ง ก็จึงสรุปเข้าข้างตัวเองว่า "ทุกที่ เกือบทั้งหมดคงจะเหมือนๆกันแหละน่า ไม่มีอะไรแปลก..." ทั้งๆที่กำหนดในใจว่า "วันข้างหน้า นักท่องเที่ยวเยอะขึ้น คงมีรถวิ่งเยอะ และไปได้หลายแห่งในวันเดียวกันแน่ ถ้าไม่เด๊ดสะมอเร่เสียก่อน..." 55555
.
ผ่านเรื่องที่คิดค้างไว้เพียงเท่านี้ก่อน ว่าแล้ว..เราก็ตะลุยเที่ยว "ริคเวียร์ ไข่มุกงามในฝรั่งเศส-Riquewihr: The Pearl of France" และ "โคลม่าร์ เมืองดุจเทพนิยาย-Colmar: The Fairlytale Village in Alsace" ใน 1 วันจาก สตราสบรู็ก ด้วยกันดังต่อไปนี้นะครับ
.
รูปภาพ
.
ดูจากแผนที่นี้ เพื่อนๆคงทราบแล้วนะครับว่า ย่านอัลสาส มิได้มีเพียงไร่องุ่น และไวน์มีชื่อ (ที่ผมไม่มีความรู้เลยแม้แต่น้อย เพราะงด Vino มาตั้งแต่กลับจากอิตาลี และ เวียตนามใต้ ที่เคยดื่มทุกวันๆละเกินขวดมาแล้ว จนน้ำหนักกระฉูด) เท่านั้น ยังมีหมู่บ้านสวยๆ ทิวทัศน์งามๆประกอบอีกต่างหาก
.
แต่การจะเยี่ยมเยียนให้ครบทุกแห่งหรือแม้แต่เพียงบางส่วน หากไม่ขับรถเองและมีเวลามากๆเพื่อเที่ยวแบบเจาะลึกละก็ สู้จับวางไว้บนหิ้งรอวันไปซ้ำในอนาคตแบบเราน่าจะเหมาะกว่าครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
จากสตราสบรู็ก ไปยัง โคลมาร์ มีทั้งรถบัสและรถไฟ ซึ่งรถบัสราคาถูกกว่าเป็นครึ่งโดยใช้เวลาต่างกันแค่ 20 นาทีโดยประมาณ แต่ไปรถไฟสะดวกกว่า เพราะการจองในเว็บแบบออน์ไลน์ แม้จะไปด้วยรถเร็ว TGV ที่ใช้เวลาแค่ 25 นาที แต่จะกลับเร็วกว่าเวลาที่จองเที่ยวกลับไว้ โดยรถธรรมดา Ter ที่มีชั่วโมงละหลายขบวน ใช้เวลา 40 กว่านาทีขบวนไหนก็ได้...... ราคาที่เราจ่ายไป 2 คน 18 ยูโร จึงถือได้ว่า ถูกมากทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 27 ตุลาคม 2561 เรามาถึงสถานีรถไฟก่อน 9 โมงเช้าเล็กน้อย ดูป้ายสีน้ำเงินสำหรับรถที่จะไป (สีเขียวคือรถที่มาและจะมา) ยังมีเวลาอีกพอสมควร จึงใช้ลิฟต์แทนบันไดเลื่อนอย่างสบายๆ ไปยืนรอที่ชานชาลา ได้เห็นรถไฟไฮสปีดจุมพิตกันแบบเดียวกับ ชิงคันเซ็น ที่ ญี่ปุ่น เลยครับ
.
แป๊บเดียวก็ถึง Colmar....เดินตามผู้คนลงอุโมงค์ไปโผล่ที่สถานีด้านหน้า
.
รูปภาพ
.
คราวนี้ ก็ถึงเวลาหาทางไปหมู่บ้านต่างๆประดามี ซึ่งข้อมูลในเว็บนั้น ไม่มีที่ใดฟันธงได้เลยว่า จะมีรถไปกลับที่ใดหรือเปล่า.... บ้างก็เกริ่นแต่เพียงว่า ไปด้วยรถบัสสาย 106 แต่จะมีหรือไม่มีในช่วงไหนก็ไม่ทราบและไม่ยืนยัน...
.
ในเมื่อ อินเตอร์เน็ตช่วยอะไรเราไม่ได้เลย วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ ไปถามผู้คนเอาดาบหน้านี่แหละครับ โดยไม่หวั่นแม้วันมามาก เพราะตั้งใจเป็นประจำแล้วว่า 隨機行事-สุยจีสิงซื่อ-Play it by ear หรือ จัดการตามสถานการณ์ คือ ได้ไปก็ไป ไม่ได้ไปก็ที่ยวแค่ โคลมาร์ นี่แหละ ไงๆก็มาถึงและทราบว่ากลับยังไงแล้ว อิอิอิ
.
ถามเจ้าหน้าที่ในสถานีรถไฟแล้ว เค้าบอกว่าสำนักงาน Tourist Infromation ในสถานีไม่มี ต้องไปที่ Center ซึ่งออกจากตัวสถานีไปอยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นการบอกเพียงคร่าวๆ แต่เราก็หลงเชื่อ กระทั่งออกมาแล้วถึงพบว่าไม่เจออะไรที่ประพิมประพายเลย....
.
รูปภาพ
.
แต่อาคารที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้า คือโรงแรม Best Western....อย่ากระนั้นเลย หาที่เข้าห้องน้ำแบบไม่ต้องเสียสตางค์กันดีกว่า...
.
ไม่น่าเชื่อครับว่า เราจะดวงดีกว่านั้นอีก........
.
เพราะคุณสุภาพสตรีที่นั่งตรงเคาน์เตอร์รีเซฟชั่นข้างหน้าประตู นอกจากไม่ห้ามมิให้ใครไปใช้ห้องน้ำด้านในอย่างที่เคยเจอแล้ว เมื่อผมสอบถามข้อมูลต่างๆ เธอยังให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีอีกต่างหาก..... โดยหยิบเอกสารออกมาให้ดูแผ่นนึง พร้อมขีดฆ่าส่วนที่ใช้ไม่ได้ออกให้เรา จนเรากระจ่างว่า....
.
ขึ้นรถบัสสาย 106 ไปตอน 11.10 น. แล้ว หากเที่ยวเฉพาะ ริคเวียร์ สามารถกลับมา โคลมาร์ ได้ในตอน 13.15 น. เพราะขาไปและขากลับใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ....ซึ่งก็ตรงกับใจเราที่อยากเที่ยว โคลมาร์ เยอะๆพอดี
.
เข้าห้องน้ำเรียบร้อย ออกมาหน้าโรงแรม เจอรถบัสจอดอยู่พอดี จึงขึ้นไปถาม...
.
เจ๊สาวใหญ่คนขับ ยิ้มตอบว่า "สาย 106 ต้องไปที่ท่ารถข้างๆ (ขวามือตอนออกสถานีมา) โน่น แต่ต้องรอจนกระทั่ง 11 โมงกว่าแน่ะคุณ"
.
ขอบคุณมากครับ แค่รู้ว่าได้ไป ก็ชื่นใจหาที่เปรียบมิได้แล้ว ส่วนเวลาที่มี ก็ขอเที่ยวศูนย์กลางเมือง-Center ของโคลมาร์ก่อนก็แล้วกัน 5555
.
โปรดสังเกตนะครับว่า ท่ารถบัสอยู่ด้านขวามือของสถานี.... มีหลายจุด.... แต่จุดหนึ่งตรงตึก Gare Bleyle Parc de Stationnement-ที่จอดรถของการรถไฟ จะมีป้ายรถบัสสาย 106 อยู่ พร้อมตารางเดินรถ 2 แผ่นขาไปและขากลับดังนี้ครับ
.
รูปภาพ
.
จากโคลมาร์ ไป ริคเวียร์นั้น บังเอิญช่วงนี้เป็นช่วงโรงเรียนปิดเทอม ตารางส่วนที่เป็น Scol หรือสำรับโรงเรียน จึงถูกขีดฆ่าโดยเจ๊โรงแรม เบสท์เวสเทิร์น ไปตามเส้นสีแดงที่ผมขีดไว้ ....... เพราะฉะนั้น หากพลาดจากเที่ยว 11.10 น. แล้วละก็ ต้องรอไปอีก 1 ชั่วโมง คือรอบ 12.10 น. ซึ่งน่าจะไม่เหลือเวลาให้ทำอะไรมาก (เว้นแต่จะกลับรอบเย็นๆเท่านั้น) และไม่ได้เที่ยวเมืองนี้แน่นอน...
.
ส่วนอีก 2 รอบที่มีแต่เช้าคือ 7.00 น. และ 7.40 น. นั้น ถึงสถานที่ต่างๆเช้าเกินไป คงไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ใดเปิด เพราะกว่าคนยุโรปจะสตาร์ททำงานการกันก็จะ 10 โมงไปแล้วโน่นแหละครับ
.
รูปภาพ
.
ขากลับจากริคเวียร์ มาโคลมาร์นั้น ก็เช่นกันครับ ถ้าพลาดเที่ยว 13.15 น.แล้วละก็ ต้องกลับ 18.04 น.เลยทีเดียว...จ๊ากกกก
.
ส่วนเพื่อนๆที่จะไปที่อื่นๆด้วยตามตาราง ก็กรุณาตรวจดูเอาเองนะครับ....สำหรับเรา ขอเรียนว่า จากประสบการณ์ เวลาที่เค้ามีให้เราสำหรับริคเวียร์ ตั้งแต่ 11.40 ที่รถถึงที่นั่น จนกลับ 13.15 น. นั้น เหลือเฟือเกินพอสำหรับคนชักช้ากระย่องกระแย่งอย่างเราเต็มทนแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ในเมื่อมีเวลาเป็นชั่วโมง เราก็เลยย่ามใจเที่ยวบริเวณรอบๆเสียก่อน โดยไปที่อาคาร Cour d'appel de Colmar-Court of Appeal of Colmar-ศาลอุทธรณ์ ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างถึง 4 ปีตั้งแต่ปี คศ.1902 ครู่หนึ่ง และ.......
.
Parc du Château d'eau-Water Castle Park-ปราสาทกลางน้ำ (ที่สร้างขึ้นในปี คศ. 1884 มีไร่องุ่นเพื่อการทดลองอยู่ด้วย) อยู่ใกล้ๆ.... แบบแว่บๆก่อนเพราะฝนตกพรำๆครับ
.
รูปภาพ
.
จากนั้น จึงเดินกลับย้อนไปเลี้ยวขวา เข้าสู่เส้นทางไป Center โดยการถามทางไปตลอด ไม่เว้นแม้แต่ คณะที่ออกมาดื่มกาแฟหน้าร้าน และสาวนักท่องเที่ยวฝรั่งเศสปารีสที่พูดอังกฤษได้น้อย แต่ถือแผนที่ติดมือมา.... โดยต่างบอกว่า "ตรงไปข้างหน้าเลย...."
.
กว่า 10 นาทีเชียวครับ เราจึงเห็นศูนย์กลางเมืองอยู่รอมร่อ...
.
ณ ที่นี่ ขอเรียนเพื่อนๆว่า หากมีเวลาไม่มากเหมือนเรา ท่านสามารถนั่งรถบัสเข้า Center ได้เลยจากสถานีรถไฟ (คงเที่ยวละไม่กี่ยูโร หรือซื้อตั๋ววันก็ได้ ขอโทษที่ไม่ได้ถามมาครับ) เพราะใน Center ก็ยังมีป้ายรถอีกแห่งหนึ่งคือที่ Place Scheurer Kestner หรือ Scheurer Kestner Square-จัตรัส ชูเออร์ เครสเนอร์ ข้างๆโรงภาพยนต์ 12 Cinemas ซึ่งจะออกช้ากว่าสถานีรถไฟ 6 นาที คือ 11.16 น. ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
เราเดินฉิวไปตามถนน Avenue de la Republique ผ่านตึกหัวมุม Espirit....พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน Le Village Hansi Colmar..... ร้านอาหารสองพี่น้อง Aux Deua Freres Charcuteie Fincker Freres.....เท่านั้น ก็เริ่มงง เพราะหาป้าย Tourist Information ไม่เจอเลย.....
.
ต้องถามคุณลุงใจดีที่พาหลานๆออกมาเที่ยว จึงชี้ให้ไปหลัง Unterlinden Museum ซึ่งเป็นทั้งคอนเวนต์ของแม่ชี ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 และสถานอาบน้ำโบราณในอดีตยุค คศ.1906 และปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นเครือของ Musée de France ด้วย
.
แล้วเราก็ไปตามคำบอก ผ่านจุดจอด Le Petit Train de Colmar-รถไฟเล็ก บริเวณสวนหย่อม ทะลุไปด้านหลัง ซึ่งมีอาคาร Musee Unterlinden Nouveau Batiment-พิพิธภัณฑ์แห่งที่สอง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับแห่งแรก... ด้านหน้ามีรางน้ำขนาดใหญ่ที่ออกแบบอย่างสวยงาม....
.
ตรงกลางอาคารค่อนข้างเก่าแต่ภูมิฐาน มีป้าย Office de Tourisme ด้านหน้ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวออกันอยู่.....ใช่แล้วครับ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ที่นี่เอง
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3426
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/11/2018 7:34 pm

รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่น่ารักมาก เมื่อทราบวัตถุประสงค์และมองออกว่าเรากระหืดกระหอบเล็กๆเพราะกลัวว่าจะกลับไปขึ้นรถบัส 106 ไม่ทัน ก็รีบบอกว่า "ไม่ต้องห่วงค่ะ อีกป้ายที่จตุรัส ชูเออร์ เครสเนอร์ ซึ่งรถบัสจะมาจอดตอน 11.16 น. อยู่ข้างหลัง ข้างโรงหนังนี้เอง 3 นาทีก็ถึงค่ะ"
.
โห...ค่อยยังชั่ว เพราะถ้าต้องกลับไปสถานีรถไฟ เห็นท่าจะดูไม่จืดแน่....
.
สอบถามข้อมูลต่างๆ..... เข้าห้องน้ำฟรี.... เล่น WIFI นิดหน่อยแล้ว... เราก็ค่อยๆอ้อมไปด้านหลังตามที่เธอบอก โดยมีการสื่อความผิดพลาดเล็กๆ เพราะโรงหนังดันมีถึง 2 แห่งใกล้ๆกันเสียด้วย คือที่ Le Colisée Cinema และ 12 Cinemas ในเครือ Cinema CGR Colmar อ่ะครับ
.
ข้างๆ 12 Cinemas โรงภาพยนต์โมเดิร์นทันสมัยใหญ่โต ก็คือป้ายรถสาย 106 ที่ว่านั่นเอง ตึกขาวๆตรงข้ามป้ายรถ คือ Brasserie La Marine มีเครื่องหมาย Fischer ติดไว้ด้วยครับ
.
ดูที่ป้ายรถ เห็นมีตารางแบบเดียวกันของสาย 106 ติดอยู่ข้างใน ก็แน่ใจและยืนรอ.....
.
รูปภาพ
.
จน 11.16 น. รถบัสสาย 106 ก็เคลื่อนตัวเข้ามา มีครอบครัวชาวญี่ปุ่นพ่อแม่ลูกชายวัยเด็กโต 3 คนนั่งมาก่อน เข้าใจว่าคงมาจากสถานีรถไฟ ผู้ภรรยาทักทายเราเป็นอย่างดีเพราะจะไปที่เดียวกัน กลับที่เดียวกันครับ
.
รถขับน่ารักมาก ถามว่า "ไม่ไป Ribeauville ด้วยหรือ" เราบอก "แค่ Riquewihr ก็พอครับ" เค้าบอก "ตั๋วไปกลับคนละ 12.60 ยูโร ถ้าเที่ยวเดียว 7.60 ยูโร" เราก็เลยซื้อตั๋วไปกลับคนละใบ
.
รถบัสขับผ่าน Le 152e Régiment d'infanterie de Colmar ที่มีรูปซาตานตัวแดงถือหอกอยู่ตรงกลาง คนขับเล่าว่า........เป็นหน่วยทหารราบ 152 ที่ออกมาปราบผู้ก่อการร้ายที่วางระเบิดก่อนหน้านี้....เหมือนประเทศไหนน้า นึกไม่ออกแฮะ
.
แป๊บหนึ่งก็ผ่านอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ-Statue of Liberty ตรงกลางวงเวียน ซึ่งทางการจำลองแบบมาจาก รูปปั้นเดียวกันในพิพิธภัณฑ์ที่ทางการสร้างให้เป็นเกียรติ แด่ ประติมากร Auguste Bartholdi ชาวโคลมาร์ผู้คลั่งใคล้ในแนวความคิดเสรีแบบมะกัน จนไปพำนักอยู่ที่สหรัฐหลายปี
.
สงสัยเหมือนกันว่า.... ทำไมผมถ่ายภาพรูปปั้นนี้ได้ตั้งหลายมุม.... ต่อเมื่อได้ยินเสียงผู้คนหัวเราะพร้อมคุณนายเคท จึงทราบว่า.... คนขับใจดีของเรา ได้ขับรถวนรอบวงเวียนให้ผมถ่ายภาพถึง 2 -3 รอบนั่นเอง....ร้ายจริงๆและน่ารักเป็นที่สุดครับ
.
รูปภาพ
.
รถขับผ่านหลายหมู่บ้าน...โฆษณาบ้านพัก Appartements Zimmer Chambres Rooms บนถังไวน์.... โรงผลิตไวน์และบ้านพัก Heimberger Caves de Hoen Au Chateau....
และไร่องุ่นริมทางสองฟากฝั่งมากมาย..... โรงงานผลิตไวน์ Domanines Dopff Au Moulin ที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวชิม....
.
จนในที่สุดก็มาจอดให้ผู้คนลงรถที่ La Poste-อาคารที่ทำการไปรษณีย์ของ ริคเวียร์ ซึ่งมีลวดลายสวยงามตามแบบฉบับของบ้านกึ่งไม้แบบ ทิวดอร์-Tudor อันเป็นประดุจสัญลักษณ์ของอัลสาสไปแล้ว
.

รูปภาพ
.
Quizás, quizás, quizás-ก็ไม่รู้สินะ
.
14 ธันวาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
การเดินทางจากสตราสบรู็ก มาที่ โคลมาร์นั้น เราไม่ทราบหรอกครับว่า จะได้ไปยังหมู่บ้านสวยๆอย่าง ริคเวียร์ หรือไม่ ว่าไปก็ไม่ต่างอะไรจากเพลงคุ้นหูอย่าง Quizás, Quizás, Quizás (goo.gl/UuxK5w) ที่แปลว่า Perhaps perhaps Perhaps.....เลยนะครับ
.
คือไม่ว่าชายหนุ่มจะครวญถามหญิงสาวมากครั้งสักเพียงไรว่า “ตกลงจะเอายังไงแน่” เธอก็เอาแต่ตอบว่า “ก็ไม่รู้สินะ” อันมีความหมายให้เลือกเอาเองว่าเป็น ..."บางที".."อาจจะ"..."แล้วแต่"...อะไรทำนองนี้แหละ
.
คือ เราไม่มีความรู้มาก่อนเลยว่า จะได้ไป ริคเวียร์ หรือเปล่า?...หรือจะได้ไปแค่ โคลมาร์ เท่านั้น ....ในที่สุดก็ไม่มีอะไรดีไปกว่า.... ปล่อยเลยตามเลย ดาบหน้าเอาก็แล้วกัน เหอ เหอ
.
ยิ่งเมื่อรถบัสแล่นผ่านหมู่บ้านต่างๆ และไร่องุ่นเป็นทิวยาวนั้น เรายิ่งนึกไม่ออกว่า จะเที่ยวยังไง? เดินไปที่ไหนก่อน? แล้วจะจบสวยหรือไม่?อย่างไร? กับชั่วโมงกว่าๆที่มี....
.
เพราะแค่คิดว่า...ท่าจะต้องเดินเอา เท้าทั้งสองข้างก็เริ่มจะประท้วงเล็กๆแล้ว...
.
ครั้นพอรถจอดที่สำนักงานไปรษณีย์-Le Poste แล้วคนขับบอกว่า "ไปที่ Hotel De Ville (ที่เราทราบดีว่าหมายถึง City Hall) และเดินเข้าไปเลย แล้วอย่าลืมกลับมาตรงนี้เวลาบ่าย 15 ล่ะ"....เราก็ยิ่งมึนตึ๊บใหญ่
.
อะไรกัน ยังจะต้องหาข้อมูลท่องเที่ยวในสำนักงานศาลากลางด้วยหรือไง กับเวลาที่มีแค่นี้เนี่ยนะ
.
ตอนนั้น เราไม่ทราบจริงๆครับว่า ในเว็บจะมีไฟล์ PDF ที่บอกกล่าวเรื่องราวของหมู่บ้านริคเวียร์นี้ พร้อมแผนผังอย่างละเอียดว่า บ้านหลังไหน? หอใด? และ สถานที่ใด? มีความสำคัญแค่ไหน? อย่างไร?
.
เพราะฉะนั้น เพื่อนๆที่หากบังเอิญมีเวลามากกว่าเรา ก็ขอความกรุณาไปโหลดไฟล์ที่ว่านี้ ที่ลิงค์ goo.gl/gmYEKM ดังตัวอย่างข้างต้นก่อนไป เพื่อใช้สอบถามคน......
.
รูปภาพ

.
หรือจะเป็นฉบับภาษาอังกฤษที่ goo.gl/pbSRh9 เพื่อเข้าใจความหมายดีขึ้นก็ได้นะครับ
.
ในศตวรรษที่ 8 ชาวโรมันในอดีตผู้เป็นเจ้าของพื้นที่แห่งนี้ชื่อ Richo ทำงานอยู่ในไร่องุ่นและตั้งชื่อที่นี่ว่า "Richo Villa" จนเพี้ยนในเวลาต่อมากระทั่งกลายเป็น Riquewihr-ริคเวียร์ เช่นปัจจุบัน
.
วิลล่าแห่งนี้ ถูกครอบครองโดย Counts of Eguisheim-Dabo ในช่วงศตวรรษที่ 5 และ 6 กระทั่งตกเป็นมรดกของ Count of Horbourg ผู้ที่นอกจากยึดครองบริเวณพื้นที่โดยรอบแล้ว ยังสร้างกำแพงป้อมล้อมรอบอีกต่างหาก จนได้รับการขนานนามว่า "เมือง ริคเวียร์" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
.
ต่อมาได้ขายต่อพื้นที่ทั้งเมืองให้กับ Count Ulrich of Wurttembourg ซึ่งตกทอดเป็นมรดกแก่ Count of Eberhard II of Montbeliard และ ภริยาของท่านคือ Henriette de Montbeliasd และได้รับการสืบทอดแก่ทายาทต่อมาจนถึงปี คศ. 1618 ริคเวียร์ก็ประสพกับความหายนะหนักจากสงคราม 30 ปีระหว่างการเมืองและศาสนา ด้วยภัยพิบัติต่างๆ...
.
ต่อมา ทางการฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครองและริคเวียร์ จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Alsace แห่งฝรั่งเศสแต่นั้นมา
.
ที่นี่คือ อัญมณีแห่งไร่องุ่น จนถูกรวมเป็น "ไข่มุกงามแห่งฝรั่งเศส" เพราะความที่หมู่บ้านนี้ประกอบด้วย บ้านของชาวไร่ชาวเมืองที่สร้างด้วยอิฐชั้นล่างและต่อเติมด้วยไม้อีก 2-3 ชั้นตามแต่ฐานะของเจ้าของ..ส่วนบ้านที่เป็นอิฐทั้งหลังนั้น ต้องจัดว่าฐานะดีมากจริงๆ.....
.
บ้านอิฐกึ่งไม้ที่เป็นกรอบๆของริคเวียร์นั้น มีความเชื่อทางภูมิศาสตร์ว่า จะมีความมั่นคงเหนือกาลเวลา เพราะประกอบด้วย....
.
- กางเขนของเซนต์แอนดรูว์ อันหมายถึงการปกป้องจากภยันตรายนานา
.
- รูปตัวคูณเสมือนเก้าอี้ไขว้ หรือ Sella Curulus ที่ประดับข้างฝาหน้าบ้าน แสดงว่าเป็นบ้านของผู้ที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ และ
.
.- ตัวบ้านที่เป็นทรงสูงเดี่ยวแบ่งแยกจากบ้านหลังอื่น เปรียบเสมือนชายที่ยืนนิ่งตามลำพัง แสดงถึงความแข็งแรงคงทน
.
ฯลฯ
.
ไปกันครับ ไปชมความงามของบ้านสวยให้ประจักษ์กับสายตาเลย อุตส่าห์เดินทางมาซะตั้งไกล 555
.

รูปภาพ
.
ต่อเมื่อเราเดินไปจนถึงทางเข้าประตูซิตี้ฮอลล์ แลเห็นนักท่องเที่ยวตรึมเป็นแถวยาวในซอกซอยนั้น ไม่ต่างจากถนนคนเดินในเมืองจีนทั้งหลายแหล่ นั่นแหละครับ เราจึงตระหนักว่า "ที่แท้เค้าก็ให้เรามาเที่ยวหมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันมีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็น 1 ในหมู่บ้านสวยฝรั่งเศส ตามทำเนียบ Les plus beaux villages de France หรือ One of the most beautiful villages in France โดยไม่ต้องจรลีไปไหนอีกนั่นเอง"
.
เพราแค่มองทะลุเข้าไปด้านใน เราก็ทราบแล้วครับว่า ภาพบ้านสวยๆอย่างที่เห็นตามเว็บแทบทั้งหมด ก็ล้วนมาจากบริเวณนี้ทั้งสิ้น
.
เพราะฉะนั้น ขอไถลเถลกดแช๊ะตรงด้านหน้า Hotel De Ville นี้ก่อนเป็นการอารัมภบทก็แล้วกัน อิอิ
.
รูปภาพ
.
เมื่อเข้าซุ้มประตู City Hall หรือ Hotel de Ville เข้าไป....
.
กลางถนนคือ รถไฟเล็กนำเที่ยวรอบๆสีขาวตัดน้ำตาลสวยงาม
.
ซ้ายมือที่เดินออกไปที่ทำการไปรษณีย์ได้นั้น มีป้ายประชาสัมพันธ์ 2 ชิ้นประกอบด้วยรายละเอียดบ้านที่สำคัญๆ และภาพเมืองริคเวียร์ท่ามกลางถูเขาและไร่องุ่นที่ห้อมล้อม...
.
ตรงกลางเป็นบ่อน้ำที่มีไม้ดอกตรงกลาง..
.
ขอแช๊ะสักครู่ ก่อนจะมุ่งหน้าไปกันเลยครับ
.
รูปภาพ
.
ขวามือคือ Winemaker's house-บ้านผู้ผลิตไวน์ ที่มีชื่อเรียกว่า Gratte-Ciel ซึ่งสมัยโน้น ได้ชื่อว่าเป็น Skyscraper-ตึกระฟ้า เลยทีเดียว
.
โปรดสังเกต สัญลักษณ์ รูปตัวคูณเสมือนเก้าอี้ไขว้ หรือ Sella Curulus ที่ประดับข้างฝาหน้าบ้าน แสดงว่าเป็นบ้านของผู้ที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่
.
ไม่ต้องสนใจกับป้ายบอกทางที่เรียงยาวเป็นพรืดหรอกครับ เดินตรงไปเลย
.
รูปภาพ
.
สองข้างทางที่เราเดินต่อไปเรื่อยๆ ขวามือจะเป็นร้านค้าที่ส่วนใหญ่มีสัญลักษณ์ของ นกกระสาขาวแห่งอัลสาส-The White Stork of Alsace ซึ่งเป็นนกที่หายจากเมืองนี้ไปนานแสนนาน กระทั่งชาวบ้านรวมตัวสร้างรังเข้าล่ออีกเป็นครั้งใหญ่ และจัดรูปนกนี้ให้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ต่อมาจึงมีนกกระสาขาวถึง 800 คู่ผัวตัวเมียบินมาหลบตัวที่แถบนี้ตอนปลายฤดูร้อนจนเป็นที่พบเห็นได้โดยไม่ยาก
.
อาคาร Dopff & Irion คือเครื่องหมายของโรงผลิตไวน์ขาวชั้นดี...
.
อาคารกรอบหน้าต่างแดงที่มีบ่อน้ำโบราณอยู่ด้านหน้า ข้างๆอาคารสีเหลือง คือ อาคารของ Hotel Restaurant du Cerf Riquewihr (Reichenweier) ที่ชั้นล่างจำหน่ายไวน์ให้ลองชิมครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านค้าต่างๆ และร้านจำหน่ายของที่ระลึก Le Passage ที่ชั้นบนมีตุ๊กตาหมีคู่บนหน้าต่าง....
.
หน้าภัตตาคาร Au Relais de Riquewihr มีซุ้มอาหารจานร้อนในกระทะใบใหญ่ ประกอบด้วยไส้กรอกแและมันฝรั่ง ที่ดูจะเหมาะสำหรับชาวยุโรปเป็นการเฉพาะ...
.
ร้านขนมมาคารอง-Macarons และขนมอื่นๆ...
.
รูปภาพ
.
ชมไปเรื่อยๆทั้งสองฟาก ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม พร้อมป้ายเหล็กดัดที่ยื่นออกนอกอาคารชั้นบน....
.
ร้านค้า ร้านอาหารที่มีเครื่องหมายนกกระสาเป็นสัญลักษณ์...
.
รูปภาพ
.
บ้าน Le Gratte-Ciel หรือ The Skyscraper-ตึกระฟ้า ที่ก่อสร้างตั้งแต่ คศ.1561 สูง 25 เมตร และมี 5 ชั้น ด้วยกัน ชั้นล่างเป็นภัตตาคารและร้านค้าครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3426
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/11/2018 7:37 pm

รูปภาพ
.
อาคารสีแดงเลือดหมูอ่อนที่มีป้าย Winstub Au Cep de Vigne และ Vins Berbard Schwach-สถาบันสอนการชิมไวน์ คืออาคาร Historical Monument ที่ได้รับการคุ้มครองสภาพอาคารจากทางการครับ
.
บ้านที่มีรูปหัวใจแขวนเป็นริ้วยาวคือ ที่พักแบบอพาร์ตเม้นท์ Le Comptoir des Authentics...ฝั่งตรงข้ามตกแต่งแบบเครื่องใช้ของเกษตกร และมีฝักข้าวโพดเก่าแขวนอยู่บนราวครับ
.

รูปภาพ
.
มุมมองอีกด้านนะครับ
.
รูปภาพ
.
หอนาฬิกาสูง คืออาคารโบสถ์โปรเตสแตนต์ Sainte-Marguerite
.
Hugel et Fils เป็นร้านจำหน่ายและให้ชิมไวน์ชื่อดังแห่งหนึ่งของที่นี่
.
รูปภาพ
.
เยอะที่สุดก็ร้านจำหน่ายและชิมไวน์นี่แหละครับ สมเป็นดงไร่องุ่นจริงๆ
.
รูปภาพ
.
มีร้านจำหน่ายภาพวาดทั่วไปอยู่บ้างเช่นกัน
.
La nougaterie de Riquewihr เป็นร้านจำหน่ายขนมชื่อดัง
.
ถัดไปก็คือ หอคอย Dolder ซึ่งอยู่ปลายถนน Rue du Générre ralde Gaulle เป็น หอระฆัง และหอนาฬิกา ที่เปรียบเสมือนซุ้มประตูเมืองและอนุสาวรีย์ สูง 25 เมตร สร้างขึ้นในปีพ. ศ. 1291 ครับ
.
รูปภาพ
.
อาคารร้านของชำ Au Petit Délice-Riquewihr Grocery Store มีรถและพาหนะรุ่นปีต่างๆโชว์บนหน้าต่าง ทั้งรถเก๋ง...รถแข่ง...รถเข็นเด็ก...รถมอเตอร์ไซค์เวสป้า...
.
รูปภาพ
.
รถแทร็คเตอร์ และหน้าร้าน.... เข้าท่ามากทีเดียว
.
เหล็กดัดโลโก้ Coutelier หรือ Cutler ร้านทำมีดแบบต่างๆ...
.
รูปภาพ
.
ของสวยๆตามกรอบหน้าต่างร้านต่างๆ...
.
Féerie de Noël หรือ All things Christmas ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะแต่มีวางโชว์ทั้งปีประดุจพิพิธภัณฑ์
.
รูปภาพ
.
ร้านอาหารและเหล็กดัดโลโก้ของร้านอาหาร Restaurant La Dime....
.
แกลลอรี่ ที่แสดงภาพและจำหน่ายผลงานของศิลปิน V.Ziminski หรือ Veronique Ziminski ชาวฝรั่งเศสที่เกิดในปี คศ. 1958 ครับ
.
รูปภาพ
.
ภาพแรก เป็นวิถีชีวิตของผู้คนและไม้ดอกบนถนนคนเดิน ลา รัมบลา ที่ บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน-Barcelone, La Rambla des fleurs....
.
ภาพที่สอง เป็นภาพเต้นรำ-A Dance...
.
ส่วนภาพที่สาม เป็นภาพวาดในเทพนิยาย โฉมงามกับเจ้าชายอสูร-Beauty and The Beast ที่ติดบนฝาผนังหน้าร้านอาหารแห่งนี้ เพราะความที่ริคเวียร์ คือสถานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับ บริษัทวอล์ท ดิสนีย์ ในการรจนาเรื่องราวของ Belle-สาวงาม....Beast-อสูร และตัวร้าย เกสตอง-Gaston ออกมาเป็นภาพยนต์การ์ตูนที่ลือลั่นไปทั่ววงการนั่นเอง
.
ในภาพจะเห็น เบลล์ ถือแก้วเบียร์ร่วมขบวนแห่ด้วยครับ
.
สำหรับหอคอย Dolder ที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นภาพฝันในภาพยนต์การ์ตูน อันเป็นที่คุมขังของเจ้าชายอสูรนี้ ยังคงรูปลักษณ์ยุคกลางไว้กับด้านนอกที่แข็งขัน ออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีของผู้บุกรุกและภายในอาคารที่ตกแต่งด้วยโครงสร้างโครงไม้ที่ฉาบด้วยซุ้ม....
.
จากด้านบนของ Dolder ผู้เข้าชมจะเพลิดเพลินไปกับมุมมองที่กว้างขวางของหลังคาในเมืองเก่าแห่งอัลสาสทั้งหมด
.
รูปภาพ
.
มุมมองร้านอาหารและร้านค้าต่างๆรอบบริเวณ
.
รูปภาพ
.
บ่อน้ำพุ The fountain of gauging หรือ Fontaine de la Sinne ที่อยู่ข้างๆ มีป้ายลูกศรบอกทางไปยัง Musée de la Tour des Voleurs-The Thieves Tower พิพิธภัณท์หอคอยโจร ด้วย
.
ตรงบันไดทางขึ้นสู่หอ Dolder เป็นร้านของว่างที่มีหน่อไม้ฝรั่งเป็นส่วนประกอบ L' Asperge d' Alsace
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3426
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/12/2018 11:45 am

รูปภาพ
.
ทะลุออกไปด้านหลัง จะเห็นไร่องุ่นบนเนินสูงแต่ไกล ในขณะที่ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นร้านไวน์ทั้งนั้นครับ
.
รูปภาพ
.
บริเวณนี้มีรถบรรทุกถังไวน์ และรูปปั้นทองเหลืองสาวงามบนหลังอาชา ที่บริจาคโดย แกลลอรี่ดังแห่งย่านนี้ Rikia Ferrer ครับ
.
รูปภาพ
.
ด้านหลังของหอ Dolderคือ หอ La porte haute de Bergheim ประตูเมืองที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 อันเป็นส่วนหนึ่งของป้อมโบราณ เพื่อรักษาทางเข้าด้านตะวันตกของเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ
.
ที่นี่ ได้รับการบูรณะในปี 2018 นี้เอง ให้มีที่จอดรถจำนวนมากพร้อมห้องสุขาและสวนสาธารณะก่อนเข้าไปในหมู่บ้านด้านนี้
.
บานหน้าต่างด้านหลังของบ้านแต่ละแห่งนี้สวยงามด้วยวีสันงามตา
.
ป้ายขอบคุณแกลลอรี่ที่อุทิศหุ่นทองเหลืองให้เป็นของสาธารณะดึงดูดนักท่องเที่ยว
.
รูปภาพ
.
ทางเข้าสู่ พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณท์หอคอยโจร หรือ Musée de la Tour des Voleurs-The Thieves Tower ครับ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3426
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/12/2018 11:49 am

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3426
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 29 ท่าน

cron