Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 11/08/2019 3:00 pm

รูปภาพ
.
ผ่านร้านอาหารใหญ่ รามายานะ ที่มีธงโฆษณาตั้งแต่สถานีรถไฟ....ร้านขนมปล่องไฟ ที่สามารถส่องจากกระจกเข้าไปชมการผลิตด้านในได้
.
รูปภาพ
.
เห็นอาคารใหญ่ๆ ไม่ต้องสงสัย ธนาคารแน่นอนครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มีซุปเปอร์มาร์เก็ต Mega image เจ้าดังของโรมาเนียด้วย....เลยมายังตึกใหญ่ที่มีร้านอาหารจีนอยู่ในนั้น ชื่อร้าน เจดสติ๊ก-Jade Sticks ซึ่งเคยรีวิวไว้แล้วที่ bit.ly/2ZHIWSm ครับ
.

รูปภาพ
.
แล้วก็เดินชมเมืองพร้อมอ้อมกลับมาที่สถานีรถไฟ
.
รูปภาพ
.
มีเวลานิดหน่อย จึงแวะร้านอาหารที่มีรถไฟเล็กให้ชมด้วย เด็กๆนักเรียนสนุกกันใหญ่
.
รูปภาพ
.
และแล้วก็กลับคืนสู่บูคาเรสท์โดยสวัสดิภาพครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 31/08/2019 9:16 pm

รูปภาพ
.
The Devil And The Deep Blue Sea-ทางสองแพร่งที่ยากจะเลือก
.
3 กันยายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
ตามที่เคยเรียนมาแล้วนะครับว่า ช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมา คนไทยได้รู้จักประเทศเซอร์เบีย ผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์และโซเชียลต่างๆมากมาย....
.
แต่เราค่อนข้างโชคดีที่มีโอกาสได้เที่ยวแถบนี้เมื่อทริปที่แล้วหลายวัน จนอยากจะเขียนถึงว่า ในฐานะของนักท่องเที่ยว หลายๆเมืองในเซอร์เบียรอบๆเมืองหลวง Belgrade-เบลเกรด นั้น น่าเที่ยวล้นเหลือ และชาวเซิร์บจัดว่า น่ารักมากๆครับ
.
Schengen visa-วีซ่าเชงเก้นแบบ Multi-entries-เข้าออกได้หลายครั้งนั้น ทำให้การไปเยือนถิ่นฐานเดิมของ Yugoslavia-ยูโกสลาเวีย (อันประกอบด้วย Bosnia and Herzegovina-บอสเนียและเฮอร์โกเซวิน่า...Croatia-โครเอเชีย...Macedonia-มาเซโดเนีย...Montenegro-มอนเตเนโกร...Serbia-เซอร์เบีย...และ Slovenia-สโลเวเนีย) ได้ง่ายขึ้น....
.
รวมทั้ง Kosovo-โคโซโว ...และ Albania-อัลบาเนีย สองประเทศที่เป็น Albanians Serbs-คนมุสลิม มากกว่า แต่ประเทศหลังประกาศตนเป็นเอกราชไปก่อนตั้งแต่ปี คศ.1913 ในขณะที่ประเทศแรก เพิ่งประกาศอิสรภาพ เป็นประเทศเกิดใหม่-New Born เมื่อปี คศ.2008 นี้เองครับ
.
หากไม่ได้ไปเที่ยวโคโซโว ไม่ได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นมากมายและเด็ดสุดกับนักศึกษาตามโรงเรียนต่างๆที่เราได้ไปแวะเยือนละก็ คนไกลปืนเที่ยงอย่างเราแทบจะไม่ตระหนักเลยว่า คนโคโซโว นั้น เกลียดชัง ชาวเซิร์บ (เซอร์เบีย) หนักหนาสาหัสเพียงไร ด้วยกรณีสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ที่เป็นไปอย่างบ้าคลั่งและเลือดเย็นที่ผ่านมาหมาดๆ...(แม้เมื่อเรากลับมาแล้ว แค่เดือนพฤษภาฯ ก็ยังมีการปะทะกันตามชายแดนเนืองๆ)
.
จึงไม่น่าสงสัยว่า การเป็นคนต่างชาติที่ถือพาสปอร์ตของประเทศตนเอง และประทับตราวีซ่าเชงเก้น ย่อมได้รับการต้อนรับ มากกว่า การถือพาสอร์ตเซอร์เบีย ของชาวเซิร์บ อย่างแน่นอนทั้งในที่ลับหรือที่แจ้ง
.
แต่สิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเที่ยวที่ไหน ก็คือการได้อยู่ "บ้านเรา แสนสุขใจ..." ที่มี ส้มตำ ไก่ย่าง ..หมูผัดกระเพรา..ขนมกุยช่าย/เผือก/หน่อไม้/มันแกว...ก๋วยเดี๋ยวต้มยำ/เยนตาโฟ ฯลฯ ที่ต่อให้เอา สเต๊ค ส่วนที่ดีที่สุดมาแลกก็ไม่ย้อม จริงไหมครับ อิอิ
.
.
ภาพประกอบรีวิวภาพนี้ เคยลงมาแล้วครั้งหนึ่ง ผมเห็นว่าเหมาะสมดี จึงขออนุญาตนำมาลงอีกครั้งเป็นกรณีพิเศษ เพราะไหนๆก็จะว่าเรื่องเที่ยวเบลเกรดและเมืองรอบๆ โดยเฉพาะวันที่ 22 มีนาคม ที่เราอยู่เป็นวันสุดท้ายของ 5 คืน 5 วันอยู่แล้วอ่ะครับ
.
ตอนที่รีวิวมาแล้ว เรียนเชิญที่ bit.ly/2kkHkzf และ bit.ly/2lnUcEI ครับ
.
รูปภาพ
.
จากแผนที่หน้านี้ จะเห็นได้ว่า ก่อนหน้านั้น ชาวเซิร์บ ก็ยังถือว่า โคโซโว เป็นดินแดนของเค้า รวมทั้ง มอนเตเนโกรด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยแบบยั้งๆขยักๆ จนทำให้เกิดแผนที่แบ่งแยกชัดเจนดังฉบับข้างล่างอ่ะครับ
.
ครับ สงครามแห่งการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของกับความเป็นอิสรภาพของประเทศที่เกี่ยวข้องนั้นเป็นภาพใหญ่.... แต่ในภาพเล็กลงมาสู่สังคมเล็กๆของผู้คนนั้น ทำให้ผมอดนึกถึงภาพยนต์ในดวงใจ 2 เรื่องขึ้นมาไม่ได้เลย เพราะ...
.
จะจัดการอย่างไรให้ทางสองแพร่งที่ไม่อยากจะเลือก ผ่านพ้นการตัดสินใจไปได้ชนิดไม่มีใครต้องรู้สึกสูญเสียรวมทั้งเจ้าตัวคนตัดสินใจเอง....
.
กับสิ่งที่สำนวนฝาหรั่งเรียกว่า The Devil And The Deep Blue Sea-ปีศาจหรือทะเลน้ำลึก ที่ไม่ต่างจากการ หนีเสือปะจระเข้เลย เพราะหนทางเบื้องหน้าล้วนอยู่ในห้วงเหวแห่งอันตรายทั้งสิ้น
.
รูปภาพ
.
The Other Son หรือ Le fils de l'autre ภาพยนต์ปี คศ.2012 นำแสดงในบทแม่ชาวฝรั่งเศส ที่แต่งงานกับสามีนายทหารชาวอิสราเอลพร้อมครอบครัวลูกชายวัยหนุ่ม ลูกสาววัยประถม ในเมืองหลวง เทล อาวีฟ โดย Emmanuelle Devos นางเอกเจ้าบทบาท ที่ส่วนตัวผมคิดว่าเธอเป็นคนมีเสน่ห์มากแบบที่เรียกกันว่า Charming คือสวยชนิดไม่มีใครเหมือน จนอดติดตามงานแสดงของเธอหลายๆเรื่องไม่ได้
.
เรื่องของเรื่องก็คือ เมื่อลูกชายหนุ่มของเธอสมัครเพื่อเป็นทหารอากาศ ของอิสราเอล แต่ถูกปฎิเสธ เพราะตรวจเลือดแล้วกลับพบว่าไม่ตรงกับกรุ๊ปเลือดของบิดาและมารดาที่เป็นแพทย์หญิงเลย จึงต้องตรวจใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ได้ทราบความจริงว่า....
.
ในคืนที่เธอคลอดลูก ณ โรงพยาบาลเมือง Haifa นั่น สตรีชาวปาเลสไตน์ ซึ่งไปเยี่ยมพี่สาวที่นั่นเกิดคลอดก่อนกำหนด ในเวลาใกล้เคียงกัน และช่วงที่ผู้คนต้องหนีระเบิดอลหม่านนั้น พยาบาลได้สลับตัวเด็กไปโดยบังเอิญ แต่ต่างฝ่ายต่างก็เลี้ยงดูบุตรชายอย่างดี
.
ลูกชายชาวอิสราเอลนั้น มีฐานะค่อนข้างดี สนิทสนมกับพ่อแม่และน้องสาวมาก ในขณะที่ลูกชายชาวปาเลสไตน์ ก็อยู่ในครอบครัวฐานะปานกลางแต่รักกันมากๆ ที่คุณพ่อทำอู่รถยนค์ มีลูกชาย 3 คน คนเล็กเสียเมื่อเด็ก คนกลางซึ่งถูกเลี้ยงดูอย่างดีถึงขนาดไปศึกษาต่อที่ปารีสเพื่อเตรียมสอบเข้าแพทย์ศาสตร์อีก 8 ปีข้างหน้าที่นั่น
.
ยิวกับปาเลสไตน์ ..แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับว่า การได้รับรู้ความจริงและต้องสับเปลี่ยนลูกระหว่างกันในวัยหนุ่มจะสร้างปัญหาขุ่นข้องใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้องได้อย่างไร แต่...
.
ทางเลิอกระหว่างปีศาจกับทะเลน้ำลึกของ 2 หนุ่มใน 2 ครอบครัวข้างต้น ก็จบลงอย่างงดงามด้วยสัมพันธภาพของความเป็นคนดีที่บังเอิญต้องแก้ปัญหาหนักของชีวิตในครั้งนี้ จนเป็นภาพยนต์ Feel Good Movie ในดวงใจอีกเรื่องหนึ่งที่ชมกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ....
.
ส่วนเรื่องราวจะดำเนินไปได้อย่างไร เพื่อนๆก็คงต้องหาหนังเรื่องนี้มาชมกันเองแล้วครับ เพียงแต่ขออนุญาตเรียนว่า นักแสดงทุกคนฝีมือเยี่ยมมากๆ ดูเป็นธรรมชาติอย่างที่สุด รวมทั้ง Emmanuelle Devos ที่สุดเสน่หาน่านับถือยิ่งด้วย
---------------
.
ผ่านเรื่องดีๆชนิด "ฟ้าหลังฝน" ไปแล้ว ก็ต้องหันมาดูภาพยนต์ที่ดัดแปลงมาจากละครเวทีสุดป๊อบปูล่าร์ อีกเรื่องหนึ่ง คือ The Deep Blue Sea ที่ Hester นางเอกของเรื่องคือเจ้าของบทสนทนาต่อไปนี้...
.
-- Landlady: By the way, I don't want a repeat of that nonsense this morning. Do you hear?
.
-- หญิงชราเจ้าของบ้านเช่า: ....ว่าแต่ ฉันไม่อยากเห็นอะไรไร้สาระแบบเมื่อเช้าอีกนะ ขอบอก...เธอได้ยินที่ฉันพูดไหม
.
-- Hester: Sometimes it's difficult to judge......when you're caught between the devil and the deep blue sea.
.
-- เฮสเตอร์: แต่...บางครั้ง...มันก็ไม่ง่ายที่จะตัดสินใจเลือกนะป้าว่า ระหว่างเสือกับจระเข้ จะไปทางไหนดี
.
-- Landlady: A lot of rubbish is talked about love. You know what real love is? It's wiping someone's arse......or changing the sheets when they've wet themselves. And letting them keep their dignity so you can both go on. Suicide? No one's worth it.
.
-- เธอก็ยังคงเพ้อเจ้อเรื่องความรักบ้าๆบอๆอะไรอยู่นั่นแหละ..อยากรู้ไหมว่า "ความรัก" ที่แท้จริงเป็นยังไง...ก็ต้องเช็ดก้นคนที่เธอรักตอนเป็นไข้ยังไงล่ะ...ต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่เพราะเค้าฉี่รด...แถมยังต้องปล่อยให้เค้าทัดหน้าเทียมตาผู้อื่น เพื่อที่เราทั้งสองคนจะดำเนินชีวิตต่อไปได้ในสังคมไงล่ะ...แล้วจะให้ฆ่าตัวตายงั้นหรือ.. ฮึ..ไม่มีใครหรอกที่สมควรตาย...
.
.
ยอมรับครับว่า เฮสเตอร์ซึ่งแสดงโดย Rachel Weisz นางเอกที่สวยสุดสวาทขาดใจที่สุดของวงการ ทั้งสง่าและมีบุคลิกงดงามยิ่ง โดยเฉพาะดวงหน้าเศร้าลึกอันแสนจะตราตรึงใจ จนหลายคนบอกว่า "แค่ดูเธอคนเดียว เรื่องนี้ก็เกินคุ้มแล้ว..."
.
แต่เมื่อเทียบกับนางเอกในละครเวทีที่ครั้งหลังสุดแสดงโดย Helen McCrory ต้องยอมรับว่า นางเอกในละครเวทีนั้นมีความสมจริงกว่า ที่ผู้ชาย 2 คนในชีวิตจะหมดรักจนไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ อันทำให้บทละคร-Play ของ Terence Rattigan ชวนติดตามอย่างเหลือเกิน
.
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ภาพยนต์โดยผู้กำกับที่ปรับเปลี่ยน Script แบบที่เรียกกันว่า Adaptation นั้นจะด้อยไปกว่าละครไม่ ตรงกันข้าม แม้เรื่องจะดำเนินไปอย่างช้าๆ... ตัดต่อวันเวลาสับไปสับมา... ช่วงที่มีเพลงประกอบก็ร้องยาวขนาด Single ที่นอกจากร้องทั้งเพลงแล้วยังมีท่อนซ้ำในช่วงฮุ๊คอีกต่างหาก...
.
ซึ่งหากใครมีเวลาและตั้งใจดู รับรองว่าอารมณ์ก็จะเคลื่อนคล้อยตามภาพยนต์ไปได้โดยตลอดจนอดรู้สึกตอนจบไม่ได้ว่า "...อยากดูต่ออีก..." ประมาณนั้นครับ
.
ระหว่าง "ปีศาจ" กับ "ทะเลน้ำลึก" หรือระหว่าง "เสือ" กับ "จระเข้" ซึ่งหมายถึงการอยู่กับ ผู้พิพากษา ฐานะดี แต่เห็นแม่ดีกว่าภรรยา (ขนาดแม่มาเยี่ยม ต้องจัดห้องนอนใหม่เป็น Twin Bed เพราะแม่ยังหัวโบราณอยู่) จนปล่อยให้พูดข่มเนืองๆ กับผู้ชายกะหลั่ว ขาดไร้เงิน แต่หลงตัวเอง นั้นเป็นใครก็อดทุกข์ระทมฝืนกล้ำไม่ได้....ซึ่งคนเป็นภรรยาก็ต้องจำยอม
.
แต่ในที่สุด เธอก็สุดทนกับการต้องอยู่กับ คนที่สนใจ "ปลายทาง" มากกว่า "ระหว่างทาง" (อย่างที่น้าเน็กว่าไว้ในลิงค์ bit.ly/2lro4jL) กับคนที่ "ดีอย่างเดียวไม่พอ..." (ลิงค์ bit.ly/2krGRLJ) นี้แหละครับ
.
The Deep Blue Sea ดีเยี่ยมและชวนนิยมอย่างไร เรียนเชิญเพื่อนๆหาชมได้เองนะครับ
.
รูปภาพ

.
Skadarlija-ถนนดื่มทานสายวินเทจ เบลเกรด เซอร์เบีย
.
เขียนเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ bit.ly/2UjLDuq ครับ)
.
แหะ แหะ ว่างเว้นทริปนี้มาซะนานเกือบปี ขออนุญาตเล่าต่อเลยนะครับ
.
.
อย่างเคยเรียนแล้วว่า เราอยู่ที่ Belgrade-เบลเกรด เมืองหลวงของ Serbia-เซอร์เบีย 5 วัน 5 คืน โดยเริ่มจากวันที่ 18 มีนาคม ที่นั่งรถตู้จาก ทิมิชัวร่า-Timisoara ประเทศโรมาเนีย ข้ามชายแดนมาถึงที่พักราว 5 โมงเย็น รายการเที่ยวของเราก็เป็นดังนี้ครับ
.
18 มีนาคม ......เที่ยวรอบๆที่พักย่าน Republic Square-จัตุรัสสาธารณรัฐ ซึ่งเป็นถนนคนเดิน ประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยได้พบสาวไทยที่แต่งงานกับฝาหรั่งที่นั่นด้วย
.
19 มีนาคม .....ไป National Museum Belgrade-พิพิธภัณฑ์ เบลเกรด...นั่งรถรางเที่ยวรอบเมืองเบลเกรด...ไปสถานีรถไฟ และ ท่ารถบัส...ชม St. Sava Temple-โบสถ์ออร์โธด็อกซ์ เซ้นต์ซาวา ทั้งภายนอกภายในที่งดงามมาก...ชมโบสถ์เซ้นต์มาร์ก- St. Mark's Church อีกแห่ง....เที่ยวไกลถึงศูนย์การค้าคนจีน-Belgrade's China Town...
.
20 มีนาคม ...ไปเมือง Novi Sad-นอวิเสิด แต่เช้าและกลับค่ำ
.
21 มีนาคม....Serbian Orthodox Church Museum-พิพิธภัณฑ์โบสถ์ออร์โธดอกซ์......เที่ยวสวน Kalemegdan Park และ The Belgrade Fortress--ป้อมปราการเบลเกรด ....Military Museum-พืพิธภัณฑ์การทหาร..... Midieval Torture Instruments Exhibition-ศูนย์แสดงเครื่องมือทรมานอริต่างๆในยุคกลาง..... The National Assembly-รัฐสภาแห่งชาติ...
.
ฯลฯ
.
วันที่ 22 มีนาคม 2562 วันนี้ เป็นวันสุดท้าย ซึ่งขอเริ่มรายการด้วยถนนสายดื่มทานสไตล์วินเทจ เบลเกรด เซอร์เบีย คือ Skadarlija-สกาดาร์ลิจา ซึ่งถือว่าเป็นถนนปูด้วยหินสวย-cobblestone street ที่ประกอบด้วยอาคารแบบโบราณอันงงามคึกคักมาก จนเรียกกันว่าเป็น Bohemian Quarter-อุดมไปด้วยผู้คนที่แต่งกายตี้สๆเซอร์ๆ แบบโบฮีเมียน จึงมีผู้คนแวะมาทานดื่มย่านนี้ที่มีภัตตาคาร ผับ ร้านอาหารชั้นดีเป็นร้อย ยิ่งยามค่ำจะเข้าข่ายหนาแน่นทุกแห่งเลยทีเดียว
.
นักท่องเที่ยวหลายรายถึงกับให้สมญานามที่นี้ว่าเป็น Belgrade's Montmartre-ย่านมองท์มาตร (ฝรั่งเศส) แห่งเบลเกรด ปานนั้นเชียวครับ
.
.
ภาพประกอบคือ คาเฟ่ด้านหน้าของโรงแรม Pension Travelling Actor ที่มีหุ่นไม้หนุ่มเม็กซิกันอยู่ข้างหน้า ซึ่งถัดเลยไปก็เป็น Tavern หรือโรงเตี้ยมชื่อดัง 1 ใน 3 สัญลักษณ์ของย่านนี้ คือ Restaurant Tri sesira (Три сесира/ТРИ ШЕШИРА ) หรือ Three Hats-3หมวก ครับ
.
รูปภาพ
.
กรอบนี้เป็นภาพช่วงที่ผู้คนคึกคักกันในยามกลางวันและราตรี ณ ย่านดังของเมืองเก่า เท่าที่ค้นมาจากเน็ตเป็นตัวอย่างครับ
.
รูปภาพ
.
เช้านี้เริ่มต้นด้วย นำไฟล์ตั๋วรถบัสสำหรับพรุ่งนี้ ไปให้ทาง Hostel Chill House ช่วยปริ้นท์ให้ก่อน แล้วก็เดินชมออฟฟิซต่างๆมาตามทางที่จะไปถนนสายวินเทจซึ่งอยู่ไม่ไกลแค่ 3 บล็อกตึกแถวเท่านั้น
.
ผ่านอาคารเก่าของ Poslovni centar ที่กำลังสร้างเป็นตึกระฟ้าใหม่ด้านหลัง.....ศูนย์วัฒนธรรม Minimals ที่แสดงข้าวของศิลปะต่างๆ ด้านหน้ามีรูปปั้นเด็กข้างถนน มีอักษรไบลด์สำหรับคนตาบอดบอกรายละเอียดไว้....
.
อาคารสวยงามที่เป็นอดีตบ้านพักของ Nikola Pašić นักการเมืองการทูตที่โดดเด่นของเซอร์เบียที่อยู่ในตำแหน่งกว่า 40 ปี
.
รูปภาพ
.
ผ่านโรงเรียนเก่า และอพาร์ตเมนต์สูงสีชมพูที่ชั้นล่างเป็น Roma Cafe ก็เห็นถนนที่ปูด้วยหินสวยและปูนที่เป็นที่ตั้งของ Skadarlija-สกาดาร์ลิจา แล้วครับ
.
ผ่านอพาร์ตเม้นท์ที่มีป้ายสีแดงหน้าประตูทางเข้าว่า Travelling Actors-ศิลปินนักเดินทาง...ชื่อเก๋ทีเดียวและเหมาะกับย่านนี้มาก แหะ แหะ
.
เช้าๆอย่างนี้ เพิ่งได้เวลาร้านค้าของชำร่วยจัดแต่งของในบูธหน้าร้าน ซึ่งจำหน่ายเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน (พฤหัส-ศุกร์-เสาร์) ส่วนภัตตาคารร้านอาหารยังคงอยู่ในสภาพเดิม ก่อนจะเตรียมตัวรับแขกอีกครั้งในรอบเที่ยง
.
รูปภาพ
.
โชคดีอีกแล้ว เจอคุณป้า Milica-เมลิก้า ที่มาออกบูธขายผ้ากับเค้าด้วย ซึ่งเพียงทักทายกัน ท่านก็จำนรรจาต้าอ้วยกับคุณนายอยู่เป็นนานสองนานโดยมีผมยืนอยู่ข้างๆ ทำให้่เราได้รับรู้เรื่องราวของถนนสายนี้มากเหลือคณานับ อาทิ
.
เมื่อต้นศตวรรษที่ 19 ที่นี่เป็นแหล่งมั่วสุมของชาวยิบซี (ที่ส่วนหนึ่งคอยล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวยุโรปตามเมืองต่างๆไงครับ) กระทั่งต่อมา ทางการได้กำหนดเขตแดนนี้เป็นอาคารสูงตามผังเมือง เพื่อให้เป็นที่พำนักของเหล่าศิลปิน พนักงานร้านอาหารเครื่องดื่ม ฯลฯ ที่มีสัมมาชีพอย่างเป็นเรื่องเป็นราวโดยเฉพาะ และไม่ยอมให้เหล่ายิบซีแถมาย่านนี้เด็ดขาด ทั้งๆที่ชื่อเดิมของที่นี่ก็คือ Gypsy Quarter-ชุมชนยิบซี จนผู้คนเรียกติดปากกัน
.
ครั้งหนึ่งย่านนี้เคยถูกเปลี่ยนชื่อเรียกว่า The Rose Street-ถนนสายกุหลาบ แต่ขลังอยู่เพียงครู่เดียวก็หันกลับไปใช้ Skadarlija เช่นเคยตลอดมา
.
ถนนสาย Skadarlija สั้นๆนี้ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนแต่ละปี มากเป็นอันดับที่สอง รองจาก Kalemegdan/Belgrade Fortress ป้อมใหญ่แห่งเบลเกรด และเป็นย่านเศรษฐกิจที่นำเงินตรามาสู่เซอร์เบียแต่ละปีอย่างมากมายมหาศาล
.
เหล่ากวีทั้งมวลที่พำนักในย่านนี้เมื่ออดีตนั้น จะเขียนบnกลอน คำคม ภาพวาดต่างๆลงบนผืนผ้าขนาด Napkin-ผ้าเช็ดปาก และใช้ผ้าเหล่านี้ต่างธนบัตรเป็นการจ่ายแทนค่าอาหาร เครื่องดื่ม ที่พักต่างๆและประดาหนี้ที่มีเลยปานนั้น
.
แหะ แหะ กว่าจะได้เดินชม ก็ต้องรับฟังคุณป้าจนเมื่อยหูเลยทีเดียว แต่ท่านก็มีน้ำใจและเป็นเพื่อนคุยที่ดีคนหนึ่งในยามเช้าที่ไม่ค่อยมีลูกค้าอย่างนี้แหละครับ
.
รูปปั้นทองเหลืองของ Georgije Đura" Jakšić (Георгије "Ђура" Јакшић), คนเก่งของเซอร์เบีย (ชาตะ 1832 มรณะ 1878) ผู้เป็นทั้ง poet-กวี...painter-ศิลปินภาพวาด...writer-นักเขียน...dramatist-นักเขียนละคร และเป็น Bohemian-ชาวโบฮีเมีย นี้ เป็น 1 ใน 3 ของสัญลักษณ์แห่งถนน Skadarlija ที่ใครมาเป็นต้องขอสัมผัสอย่างพลาดไม่ได้
.
รูปภาพ
.
จุดเด่นของย่านนี้อย่าง ก็คือ ร้านรวงต่างๆ (ส่วนมากเป็น Tavern-ร้านสุราหรือโรงเตี้ยม) จะตกแต่งด้วยบุปผชาตินานาชนิด จนดูประหนึ่งเข้ามายังอุทยานย่อมๆทีเดียว
.
ริมอาคารต่างๆ จะมีบทกลอนกวี (ที่ใครอ่านออกและเข้าใจความหมาย คงประทับใจไม่น้อย) ติดข้างกำแพงให้ได้เห็นทั่วไป
.
รูปภาพ
.
แล้วข้างๆตึกกระดำกระด่างอันเป็น Hostel Skadarlija Sunrise... เราก็มาถึงโรงเตี้ยมหรือร้านอาหารเครื่องดื่ม Zlatni Bokal ร้านดังร้านสวยของย่านนี้ที่มีธงแดงของ Skadarlija ปักอยู่หน้าร้าน ภายในธงเป็นรูปไม้เท้า หมวก และดอกคาร์เนชั่น ตรงกลาง อันมีความหมายว่า ที่นี่ได้รับการคุ้มครองจากทางการให้เป็นแหล่งวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของเซอร์เบียทีเดียว
.
รูปภาพ
.
ร้านอาหารที่ตกแต่งภายในอย่างเรียบง่ายแต่จับตาอย่างนี้ เรามักจะเห็นในภาพยนต์ยุโรปเนืองๆว่าไหมครับ...คงไม่ต้องถามเรื่องการบริการและราคาให้เสียเวลา เพราะยามเที่ยงยามเย็นยามค่ำ ถ้าไม่จองโต๊ะมาก่อน ยากนักที่จะได้ลิ้มลองอ่ะครับ
.
เลยไปยังน้ำพุ 3 ชั้น อันเป็นเสมือน Milestone-หลักไมล์ ของย่านนี้ ที่ใครมาเป็นต้องแวะกดแช๊ะเป็นที่ระลึก แม้ยามเช้าจะยังไม่มีสายน้ำพ่นออกจากปากเหล่าเทพทั้งมวลก็ตาม
.
รูปภาพ
.
ร้าน Restoran Crvena Ruza Red Rose ที่มีป้ายกุ๊กเสิร์ฟอาหารจานเบ้อเริ่มข้างๆนี้ ตกแต่งด้วยสีสันฉูดฉาดบาดตามาก จึงมีใครต่อใครรวมทั้งคุณนายขอกดแช๊ะหน้าร้านเยอะแยะเลย... น่าเสียดายที่ในเน็ตให้แค่ 2 ดาวครึ่ง เพราะอาหารอาจจะแค่พื้นๆหรือเป็นเพราะอยู่ใกล้ๆร้านดังก็ไม่ทราบ
.
3 ภาพล่างนี่แหละครับ คือ ร้านดังของที่นี่ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งที่ 2 ที่สำคัญของย่าน ชื่อร้าน Dva jelena (Два јелена) แปลว่า Two Deer-กวางสองตัว ครับ
.
รูปภาพ
.
เยี่ยมไม่เยี่ยม ยอดไม่ยอด ดูแค่ คศ.ที่ก่อตั้งว่าเป็น 1832 เท่านี้ก็เหลือรับประทานแล้วครับ ไม่แน่จริงไม่อร่อยจริงไม่มียืนยงมาเกือบ 200 ปีแน่ๆใช่ไหมครับ
.
ยามเช้าอย่างนี้เท่านั้น ที่จะมีโอกาสเก็บภาพไปทุกมุม เพื่อนๆที่ชื่นชอบอาหารการรับประทาน ห้ามพลาดเชียวนะครับ ขอบอก
.
รูปภาพ
.
ผ่านอาคารหลังใหญ่ที่อยู่ติดกันของ Garni Hotel Le Petit Piaf ตรงข้ามกับห้องภาพ Gallery AS.... เลยบูธขายเสื้อผ้าไปหน่อยก็เป็น Pension Travelling Actor ที่สร้างตั้งแต่ปี คศ.1864 มีหุ่นไม้หนุ่มเม็กซิกันอยู่ด้านหน้า
.
อาคารชั้นเดียวสีฟ้าขอบน้ำเงิน คือ ร้านอาหาร IMA DANA
.
ถัดไปตรงข้ามก็เป็น Tavern หรือโรงเตี้ยมชื่อดัง 1 ใน 3 สัญลักษณ์ของย่านนี้ คือ Restaurant Tri sesira (Три сесира/ТРИ ШЕШИРА ) หรือ Three Hats-3หมวก ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 31/08/2019 9:19 pm

รูปภาพ
.
ภายในอันกว้างขวางของร้านอาหาร IMA DANA ยังร้างไร้ผู้คน เพราะฉะนั้น ก็เป็นโอกาสที่จะได้สำรวจทุกซอกทุกมุมมานำเสนอเพื่อนๆล่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ด้านนอกถัดไป เป็นอาคารพาณิชย์ที่มีการวาดรูปสวยงามตามกำแพงอาคารด้านหน้า
.
รูปภาพ
.
ส่วนใหญ่จะเป็นผับเป็นบาร์ ชนิดถ้าไม่มีโต๊ะที่ร้านดัง ТРИ ШЕШИРА-สามหมวก ก็หาร้านแถวนี้ทานลงท้องได้ว่างั้น
.

รูปภาพ
.
ทะลุออกมาอีกด้านปลายซอย เอ๊ะ ทำไมคุ้นๆ...
.
ปัดโธ่ ที่แท้ก็เป็นที่ที่เราเคยนั่งรถรางมาแล้วลงทานอาหารเซอร์เบียเจ้าดังนั่นเอง ซึ่งผมเคยรีวิวมาแล้วว่า...
.
.รูปภาพ
.
คราวนี้ก็มาถึงอาหารพื้นเมืองเซอร์เบีย (ชาวเซิร์บ) ร้านดังขวัญใจทุกคน ที่อยู่ตรงปลายถนน Skadarlija (ดงผับ) ชื่อร้าน Fast Food Bajlonko ที่คนต่อคิวกันซื้อกลับบ้านทานคนละหนุบละหนับ แต่หลังร้านมีโต๊ะให้นั่งทานด้วย
.
เราโชคดีมากที่มีสาวเซิร์บนักดีไซน์ ที่มากับแฟนชาวมะกัน ช่วยจัดการอธิบายแต่ละอย่างและเลือกให้เราด้วย ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ
.
รูปภาพ
.
คุณนายสำรวจแล้วบอกว่า ข้างหลังมีโต๊ะนั่งทาน ก็เลยสั่งตามสาวดีไซน์บอก ได้ 5-6 อย่าง 735 ดีน่าร์ (235 บาท) ซึ่งถือว่าแพงสำหรับคนที่นี่ แล้วก็ใส่กล่องไปนั่งทานข้างหลัง ที่มีอีกโต๊ะเป็นตำรวจทานกัน
.
ก็อร่อยดีครับ แต่ไม่ถูกปากเราเท่าไหร่ ทานเป็นประสบการณ์และความรู้ พอกล้อมแกล้มไปได้...... พอยกนิ้วให้ แม่ครัวแฮ็ปปี้มากๆ เพราะขายดีมากอยู่แล้วครับ
.

รูปภาพ
.
ร้านดังอีกแห่ง มีหลายสาขาที่ เจมส์ เขียนบอกว่า นักท่องเที่ยวและชาวท้องถิ่นรู้จักดีและอร่อย ไม่แพงมาก คือ ร้าน Walter ซึ่งเราก็ต้องหันไปถามเจ้าของร้านดอกไม้ข้างๆ ซึ่งบอกว่า รู้จักดี ให้เดินข้ามถนนกลับไปที่อีกฟาก แล้วมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ
.
ข้ามถนนไปแล้ว ตรงกันข้ามกับร้านขายของ Souvenir หน้าร้าน Restoran Stadarlija ที่มี Djura Jaksic House พิพิธภัณฑ์ภาษาและวัฒนธรรม (เห็นนาฬิกาบนหอ) แล้วออกขวาไป โดยหลบๆเจ้าหน้าที่ซ่อมสายโทรศัพท์...
.
ซึ่งเราโชคดีเจอหนุ่มจอร์แดนมาซื้อของและกำลังจะกลับร้านอาหารของตัวเอง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันกับร้าน Walter ที่ว่า อาสานำทางให้โดยไม่ชวนให้เปลี่ยนใจไปลองอาหารจอร์แดนเลย น่ารักมากๆ
.
ผ่านร้านอาหาร Duomo Bar-Osteria ที่เป็น Pizzeria ก็มองเห็นร้าน Walter อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือ ร้าน Walter ซึ่งเราแวะไปทานที่สาขาหนึ่ง ใกล้ๆกับ ถนน Skadarlija...
.
ร้านสวย ตกแต่งดี อาหารราคาไม่แพง เสียแต่ส่วนใหญ่เป็นเนื้อ เราก็เลยทานเฉพาะที่เป็นไก่ที่เค้าเลือกให้ครับ
.
รูปภาพ
.
2 จาน 2 แบบแต่รสชาติคล้ายๆกัน ทานกับสลัดและขนมปังร้อนๆ ก็พอไหวครับ ราคา 800 ดีน่าร์ (256 บาท) ถือว่าถูกทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
เดินออกมาทางถนนใหญ่ แวะซื้อตั๋ววันที่บูธข้างป้ายรถราง แล้วจับสาย 2 เพื่อกลับไปทางอุทยาน Kalemegdan Park ประมาณ 3 ป้ายโดยลงที่ป้ายหน้า Cvijeta Zuzoric Art Pavilion หอศิลป์แห่งหนึ่งของเบลเกรด ที่เปิดให้เข้าชมนิทรรศการศิลป์ฟรี
.
รูปภาพ
.
ภาพประดับต่างๆสวยและน่าสนใจดี ทั้ง 2 ชั้นครับ
.
รูปภาพ
.
งานศิลป์หัตถกรรมก็มีไม่น้อย
.
รูปภาพ
.
สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้บอกว่า สามารถไป Belgrade Fortress-ป้อมปราการเบลเกรด ด้านหน้าได้ ซึ่งเป็นส่วนท้ายจากด้านที่เราเคยไปก่อนหน้านั้น (แต่ยังไม่ได้รีวิวละเอียด) และ ที่นี่ก็ขอไม่ลงรายละเอียดยาวเหยียดเช่นกัน ขออภัยล่วงหน้า มีเวลาเมื่อไหร่ไม่พลาดแน่นอนครับ
.
รูปภาพ
.
เดินกลับออกมาทางด้านสวนสัตว์เบลเกรด ตามคำบอกของหญิงสาวที่จูงสุนัขมาออกกำลังกายแถวหน้าร้านอาหาร...
.
ยังมีเวลาอีกกว่าครึ่งวัน เพราะฉะนั้น มุ่งหน้าไปยังเมือง Zemun-เซมุน ซึ่งออกนอกปริมณฑลเบลเกรดไปประมาณสมุทรปราการบ้านเราดีกว่า เพราะมีตั๋ววันเดินทางฟรีทุกยานพาหนะอยู่แล้วครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 31/08/2019 9:23 pm

รูปภาพ
.
Zemun-เมืองริมน้ำดานูปแห่งเบลเกรด เซอร์เบีย
.
เขียน ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ http://bit.ly/2vBoKIj ครับ)
.
เที่ยวเบลเกรดแล้ว หากไม่ได้ไปเซมุนสักวันครึ่งวันละก็ จะเรียกว่าหมดจดเซอร์เบียไม่ได้เลย-No visit to Belgrade is complete without at least half a day spent in Zemun...
.
คงเพราะประโยคนี้ที่เจอในเน็ตกระมังครับ ที่ทำให้เราสองรู้สึกลึกๆในใจว่า นอกจาก Novisad และ Belgrade แล้ว ยังไงก็ต้องหาทางไปเที่ยว Zemun บ้าง...
.
และวันสุดท้าย 22 มีนาคม 2562 ที่อยู่เบลเกรดนี่แหละครับ ที่เราเผื่อเวลาหลังเที่ยว Belgrade Fortress ใน Kalemegdan Park แล้วว่า จะไปเที่ยวเมืองเซมุนที่อยู่นอกปริมณฑลกัน
.
ก่อนหน้านั้น เซมุนเป็นเมืองที่แยกอิสระจากเบลเกรด กระทั่งถึงยุคล่มสลายของยูโกสลาเวีย จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครเอเชียในระยะสั้นๆ 3 ปี ก่อนจะรวมเป็นส่วนหนึ่งของเซอร์เบียนับแต่นั้นมา
.
จุดเด่นของเมืองเซมุนคือ อยู่เลียบแม่น้ำดานูป ส่วนหนึ่งจึงเป็นเมืองชายหาด ที่มีร้านจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มคึกคักเฉกเช่นเมืองชายทะเลชั้นดีทั่วไป
.
รูปภาพ
.
ออกจาก Kalemegdan Park ด้านสวนสัตว์ เราก็มายืนรอทีป้ายรถรางเพื่อนั่งสาย 10 ด้วยคุณนายจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตรงสถานีรถไฟ มีป้ายรถเมล์ที่มีสายรถตัวเลข 3 ตัว (แสดงว่าออกนอกปริมณฑล) ก็จึงขึ้นไปก่อน
.
เมื่อผ่าน Alexander Nevsky Church ไปหน่อย และถามเด็กสาวน่ารักบนรถว่าจะไปยังไง
.
น้องเค้าบอกว่ามาผิดด้านแล้วละ ต้องลงรถป้ายหน้าพร้อมเธอ แล้วไปนั่งที่ฝั่งตรงกันข้าม แล้วค่อยถามคนรอแถวนั้นเอาว่าสายไหนไปเซมุน
.
แต่พอลงรถรางที่มีป้ายรถเมล์อยู่ข้างๆ เห็นมีแผนผังรถเมล์อยู่ เราจึงแถไปที่นั่นก่อน และถามคุณป้ารอรถท่านหนึ่งดู ท่านยิ้มเลยบอกว่า "เดี๋ยวขึ้นสาย 74 ที่นี่แหละ แต่อย่าไปลงสุดสายนะ" พร้อมชี้ป้ายลงที่แผนผังรถเมล์ให้ดู
.
ขึ้นไปได้หลายป้าย ถามคนอื่นในรถดู เค้าตอบเป็นภาษาเซอร์เบียน คล้ายๆให้ลงป้ายหน้าและต่อสายอะไร seven seven นี่แหละ..... แต่ลุงดูเหมือนเข้าใจความกระอักกระอ่วนของเราดีว่าน่าจะไม่รู้เรื่องตัวเลขที่เค้าบอก จัดการเอาปากกาลูกลื่นเขียนบนฝ่ามือว่า 17 และชี้ให้ลงรถไปป้ายหน้า 555
.
ตอนแรกคิดว่าถึงเซมูนแล้ว แต่ที่ไหนได้ ทั้งคุณป้าคุณลุงที่บอกข้อมูลนั้น คือให้ลงไปต่อสาย 17 ที่นี่ (ป้าย Bulevar Umetnosti) ต่างหาก เหอเหอ...
.
ถึงว่า ต่างชาติต่างภาษา ใช่ว่าจะเข้าใจกันไม่ได้ก็เปล่า คนดีมีน้ำใจที่พร้อมจะช่วยเหลือคนต่างถิ่นมีเยอะไปหมดทั่วโลกอ่ะครับ
.
ถามคุณพี่ผู้หญิงอีกคน เธอบอกเลย "จะไป City Center ต้องสาย 17 ลงป้าย Zemun Posta นะ อย่าลงสุดสาย ตามชั้นมา..." 555
.
รูปภาพ
.
ขึ้นรถแล้ว พี่ผู้หญิงคนหนึ่งบนรถที่ได้ยินการสนทนาของเรา บอกเป็นภาษาอังกฤษว่า "เดี๋ยวเราลงรถพร้อมกันค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง"...น่ารักมากๆครับ
.
ลงรถทีป้ายแล้ว ขอถ่ายภาพกับคุณสุภาพสตรีที่ลงพร้อมเรา แล้ว เราก็เดินตามทางเท้าที่มีแผงขายของเต็มข้างทางไปเรื่อย โดยแวะซื้อน้ำดื่มที่ร้าน Maxi เป็นการดับกระหาย
.
พี่ผู้ชายคนหนึ่งบอกว่า "ขวามือเข้าไปคือแม่น้ำดานูป แต่ Gardos Tower แหล่งท่องเที่ยวดังของที่นี่ต้องตรงไปเรื่อยๆ"
.
อาคารใหญ่ภาพล่าง คือ Zemun Posta-ที่ทำการไปรษณีย์ ครับ
.
รูปภาพ
.
พ้นจากตรงนั้นไป ก็กลายเป็นเมืองคึกคักทันสมัยที่มีอาคารร้านค้าเต็มทั้งสองฟากฝั่งแล้วครับ...ป้ายแสดงสถานที่สำคัญเต็มไปหมด
.
อาคารเก่าด้านหนึ่งเป็นตึก 3 หลังติดกัน ตึกกลาง 3 คูหาที่เห็นป้าย Stoktex นั้น คือห้างสรรพสินค้าเก่าของคนจีนชื่อ New Shanghai-新上海-เซี่ยงใฮ้ใหม่ (แหะแหะ ใหม่ของยุคอดีตนะสิ อิอิ)
.
ถัดไปเป็น ซุปเปอร์ฯของ IDEA และมีห้าง C&A อยู่ข้างๆ ...แถวนี้ผู้คนหนาแน่นไปหมด
.
ร้าน MAD & WOOD Drvene Naočare มีสัญลักษณ์คล้ายๆห้างเซ็นทรัลของเรา แต่เป็นร้านขายกรอบแว่นที่ทำด้วยไม้ที่ดังมากร้านหนึ่งในยุโรปครับ bit.ly/2SeZ8IR
.
รูปภาพ
.
เดินผ่านชุมชนคนค้าขายไปจนถึง อาคารใหญ่ของโรงละคร Opera & Theatre Madlenianum ซึงมีสาขามากมายในยุโรป ตกแต่งสวยงามมาก ด้านหน้ามีป้ายโปรแกรมการแสดงต่างๆ ....ขอแวะชมหน่อย
.
รูปภาพ
.
ภายในสวยงามหรูหรามาก มีโปสเตอร์โฆษณาละครดังในอดีตเรื่อง Les Miserables ด้วย
.
รูปภาพ
.
ฝั่งตรงกันข้ามของโรงละคร คือโบสถ์ Church of the Holy Virgin เป็น Serbian Orthodox Church ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองและมีชื่อเสียงมากของเซมุนนี้
.
รูปภาพ
.
ถ่ายรูปรอบนอกเสร็จ กำลังจะเข้าไปข้างใน คุณผู้หญิงท่านนี้ที่เพิ่งกลับจากบริษัทที่ทำงานมา อาสานำเราเข้าไปและอธิบายความเป็นมาให้ฟัง.... และเมื่อทราบว่า เราจะไป Gardos Tower เธอก็ปวารณาจะเป็นไกด์อาสาสมัครของเมืองนี้ให้เรา ยินดีนำทางไปให้...
.
จนเราอดรู้สึกเกรงใจไม่ได้ ต้องพนมมือและขอว่า "พลีซ... ให้เราไปกันเองเถิด เพราะเราค่อนข้างช้า ไม่อยากเสียเวลาคุณเปล่าๆ.." แต่เธอก็บอกว่าไม่เป็นไร บ้านเธออยู่ริมน้ำใกล้ๆ...จนเราต้องอ้อนวอนอีกครั้ง เธอจึงโบกมืออวยพรให้เราและจากไป
.
โธ่ถัง...Gardos Tower ที่เราจะไปนั่น อยู่บนเนินนะครับ แล้วเธอก็สวมส้นสูงด้วย เราจะใจร้ายใจจืดเห็นแก่ตัวได้อย่างไร ในเมื่อเธอออกจะมีน้ำใจ
.
รูปภาพ
.
ด้วยการชี้บอกทางของเธอ ทำให้เรารู้ทางลัดที่จะออกทะลุไปตามซอกซอยต่างๆ เพื่อไปถึงเร็วขึ้น ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วย
.
รูปภาพ
.
พอถึงอาคารชั้นเดียวสีเหลือง ที่เป็นร้านเสริมสวย Beauty and the beast-โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เข้าไปถามทางกับช่างเสริมสวยในร้าน ได้ความว่าแค่เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปอีกทีก็ถึงทางขึ้น
.
รูปภาพ
.
แล้วก็เจอทางขึ้นเนินตรงสุดซอย ซึ่งหากเมื่อก่อนไม่ขึ้นเนินบ่อย เจอเข้าก็เหนื่อยก่อนอย่างแน่นอน ....ไม่เป็นไรครับ มีคนเดินลงมาเป็นเพื่อนด้วยและบอกว่า "แป๊บเดียว คุณ"
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 31/08/2019 9:27 pm

รูปภาพ
.
ครับ แป๊บเดียวของเค้า แต่ไม่ใช่แป๊บเดียวของเราเล้ย...ฮึ่ม
.
ขึ้นบนยอดเนินแล้ว ยังเป็นทางหินให้เลี้ยวซ้ายต่อไปอีกหน่อย
.
รูปภาพ
.
เย้....ในที่สุดก็มาถึงแล้ว หอสูงอิฐแดงการ์ด๊อส Gardoš Tower ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี คศ. 1896 และปัจจุบัน ด้านในมีนิทรรศการภาพศิลป์ให้ชมฟรีตลอด...
.
ว่ากันว่า ภาพวิวเมืองเซอร์เบียยามอาทิตย์อัสดง ชมจากชั้นสูงของหอจัดว่างดงามเป็นที่ยิ่ง คือเห็นทั้งหลังคาบ้านช่องสีแดงเรียงรายตัดกับแม่น้ำดานูปด้านข้างอย่างเหมาะเจาะครับ
.
หอนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า Millennium Tower-หอสหัสวรรษ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 19.00 น. ทุกวันครับ
.
ชื่อ Gardoš คือชื่อของวีรบุรุษชาวฮังกาเรียน ผู้ต่อสู้ปกป้องเบลเกรดจากการยึดครองของจักรวรรดิ์ออโตมานในปี คศ.1456 แต่สร้างขึ้นอีก 440 ปีต่อมาในวโรกาสครบรอบ 1000 ปีที่ชาวฮังการีพำนักอาศัยอยู่ในยุโรปครับ
.
ข้างๆหอ มีร้านกาแฟที่ตกแต่งด้วยจักรยานเก่าที่ติดบนต้นไม้อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
นั่งพักที่ม้านั่งข้างๆจนหายเหนื่อยกับลมเย็นที่โชยมาตลอด ในขณะที่อีก 2-3 กลุ่มก็เป็นคณะนักท่องเที่ยวครอบครัว และคณะถ่ายทำสารคดีวิดิโออย่างเป็นทางการ
.
หลังจากที่ชมวิวข้างล่างรอบๆจากด้านบนเนินนี้โดยทั่วแล้ว ผมก็ขอตัวไปเก็บภาพในหอ ทีมีประดับข้างกำแพงเต็มไปหมด
.
เจ้าหน้าที่บอกว่า ค่าขึ้นหอคนละ 200 RSD (64 บาท) แต่แหงนหน้าขึ้นไปดูแล้ว อย่าดีกว่า จึงขอบคุณและถอยล่าออกมา 555
.
รูปภาพ
.
ได้เวลาลงเนินอีกทาง คราวนี้ง่ายกว่าขามาแยะ เพราะเป็นทางบันไดให้ลงมาอีกด้านเลย
.
รูปภาพ
.
ผ่านบ้านช่องที่ปรับแต่งเป็นร้านอาหารเอย..ขายของชำร่วยเอย... โบสถ์ Church of the Holy Great Martyr Dimitrije Solunski เอย...
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็ออกซ้ายมาเป็นดงร้านอาหารริมแม่น้ำดานูป ที่มีเพียบไปหมด ล้วนเป็นร้านระดับกลางถึงบนทั้งสิ้น
.
รูปภาพ
.
เลยลงไปหน่อย ก็เป็น Zemun Quay-ท่าเรือเซมุน แล้วล่ะครับ
.
บริเวณนี้ยิ่งหนาแน่นไปด้วยร้านอาหารรูปแบบต่างๆ น่าดูชมยิ่งนัก
.
รูปภาพ
.
ชมไปเรื่อยๆอย่างเบิกบานใจนะครับ ไม่ต้องคิดถึงเราที่รับลมเย็นชื่นจากชายหาดข้างๆ ....มีฟามสุขจุงเยย อิอิ
.

รูปภาพ
.
และเมื่อสุดปลายด้านหนึ่ง ก็มีทางเลี้ยวขวาเข้าถนนคนเดินของที่นี่
.
รูปภาพ
.
บริเวณนี้คือจัตุรัสใหญ่ Great Square ที่มี Zemun Market อยู่ด้านหนึ่งด้วย
.
เย็นอย่างนี้ กิจกรรมภาคกลางวันของคนเที่ยวและค้าขายคงหมดสิ้นแล้ว เพราะมีพนักงานเทศบาลฉีดน้ำล้างไปทั่วๆเป็นการใหญ่ เพื่อรองรับผู้คนยามค่ำคืนอีกรอบ
.
แถบนี้ ร้านอาหารเครื่องดื่มยิ่งหนาแน่นกว่าเดิมอีกครับ
.
รูปภาพ
.
มีร้านค้าต่างๆแซมด้วยประปราย
.
รูปภาพ
.
เดินเที่ยวและนั่งพักแถวกลางลานกว้างใหญ่ได้พักหนึ่ง ชมกิจกรรมของชาวท้องถิ่นที่ออกมาเดินเล่นบ้าง ช้อปปิ้งบ้าง รอรับคนกลับจากเบลเกรดบ้าง..และคนหนุ่มสาวที่ตั้งใจมาเที่ยวที่นี่ยามเย็นถึงค่ำบ้าง.....
.
แล้วเราก็จับรถสาย 17 กลับบ้าน เป็นการปิดฉากเมืองเซอร์เบีย5 วันได้อย่างสมบูรณ์ครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 23 ท่าน

cron