Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/10/2019 3:13 pm

.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
Third Day In Bratislava-อีกหนึ่งวันอันสุขสันต์
.
27 ตุลาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
เมื่อคืนกลับถึงที่พักเกือบจะ 4 ทุ่ม แต่เช้าวันที่ 14 กันยายนนี้ เราก็ยังคงตื่นเช้าตามปรกติ
.
วันนี้ป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่บราตีสลาวา เพราะฉะนั้น ทานมื้อเช้าไปก็ดูโปรแกรมต่างๆในแผนที่ไป แบบว่า..ต้องเที่ยวให้เต็มที่หน่อย
.
รูปภาพ
.
ลงมาที่ห้องครัว-ห้องอาหาร ก็เจอคุณป้าท่านหนึ่งนั่งง่วนวางแผนและพึมพัมกับตนเองไปมา ทักทายอรุณสวัสดิ์แล้ว ป้าก็บอกว่าเป็น French-ชาวฝรั่งเศส มาจากเมือง Chartres ที่อยู่ใกล้ Paris-ปารีส
.
ผมเปิดมือถือหน้า Map ให้ท่านชี้ว่าอยู่ตรงไหน ปรากฎว่าจากปารีสต้องลงล่างไปเกือบร้อยกิโลเมตร...อือม์
.
แว่บหนึ่ง ทำให้อดนึกถึงครั้งที่ไปเที่ยว ฮัวเหลียน ใต้หวันไม่ได้ ที่ตอนนั้น เจอหนุ่มใหญ่แนะนำตัวเองว่ามาจากฝรั่งเศส ซึ่งผมก็ถาม (เนื่องจากไปมาทั่วแล้ว) ว่า "Which City-เมืองไหนหรือ?" ปรากฏว่าพี่แกตอบว่า "Paris of course-ก็ปารีสนะสิ"...เล่นเอาเง็ง ไม่ทราบว่าเท่ตรงไหนที่บอกว่าเป็นปาริเซียน หรือชาวปารีสน่ะ...แบบเดียวกับเจอแขกที่บอกว่ามาจาก State หรือ London จนต้องถามว่า "Where were you originally-แต่เดิมคุณอยู่ที่ไหนหรือ?" เลย ฮิฮิ
.
ถามคุณป้าว่าจะไปไหนต่อ ท่านบอกว่าจะไปเมือง Gyor ของฮังการี...ถามต่อว่า แล้วไป Budapest เมืองหลวงหรือเปล่า...บอกว่า ไปช้าๆไปเรื่อยๆ เพราะท่านขี่จักรยานเอา....
.
โอ้โฮ..ร้ายจริงๆ ข้าน้อยขอคารวะ เพราะดูท่าป้าน่าจะ 70 ขึ้น แต่ยังแข็งแรงกว่าเราแยะ
.
ขอดูแพลนของท่านในกระดาษโน๊ต ซึ่งมีระบุเลยว่า ส่วนไหนอยู่ตรงไหนของแผนที่ (B5,C7,D1 etc)...ต้องยกนิ้วให้ และบอกท่านว่า ...แล้วค่อยเจอกันที่ Bangkok นะครับ 555
.
3 สาวโต๊ะข้างหลังกำลังเตรียมอาหารกันมาทานอย่างอร่อย ขออนุญาตเราปิดหน้าต่าง เพราะบอกว่าหนาวลม...เราพยักหน้า... ทักทายได้ความว่า มาจาก Ukraine-ยูเครน เป็นเพื่อนร่วมงาน และถือเอาวันสุดสัปดาห์มาฉลองวันเกิดของสาวสวมเสื้อสีน้ำเงินชื่อ Arona...เราก็เลยร้องเพลง Happy Birthday ให้ ดีใจกันใหญ่เลยครับ
.
ตอนออกจากที่พัก เจอกันอีกทีข้างล่าง คุณนายกวักมือเรียก Arona มาหา พร้อมกับมอบแหวนหยกที่มีให้เธอไปเป็นของขวัญวันเกิด เล่นเอาปลื้ม โชคดีไปเลย (คุณนายเลยได้หน้าใหญ่กว่ากระด้ง เพราะไม่เคยจำได้เลยว่า สามีเกิดวันไหน ฮึฮึ)
.
ถามเจ้าหน้าที่โฮสเต็ลมาแล้ว..สถานที่ที่เราจะประเดิมวันนี้ ต้องนั่งรถรางสาย 3 ไปที่ป้ายโบสถ์ Blumental ที่เราไปเมื่อวานนั่นแหละครับ
.
รูปภาพ
.
ลงรถราง ถามหนุ่มเวียตนามคนหนึ่ง เค้าเปิดมือถือดูแป๊บ แล้วก็บอกให้เราเดินย้อนกลับไปนิดหน่อย....พอดีเจอสาวแม่ลูกอ่อนเข็นรถลูกน้อยออกมาเที่ยว เธอบอกว่า ตามเธอมาเลย...ได้ครับ ได้ค่ะ
.
ผ่านป้ายรถราง STU (Slovak University of Technology) สำหรับสาย 1 และสาย 7 ...เดินหน้าหน่อยเดียว ก็เห็นอาคาร Slovak Radio and Television Building-สถานีวิทยุโทรทัศน์สโลวัค ทรงปีระมิดกลับหัว อย่างเดียวกับที่เห็นในโบรชัวร์นำเที่ยวเลยครับ
.
อาคารสูงทันสมัยที่อยู่ตรงกันข้าม คือ ธนาคารชาติ-National Bank of Slovakia ซึ่งมีป้ายปูนจำลองเหรียญกษาปณ์ Biatec ที่ใช้ในอดีตอยู่ข้างหน้า
.
รูปภาพ
.
อาคารสูงทันสมัยที่อยู่ตรงกันข้าม คือ ธนาคารชาติ-National Bank of Slovakia ซึ่งมีป้ายปูนจำลองเหรียญกษาปณ์ Biatec ที่ใช้ในอดีตอยู่ข้างหน้า
อาคารที่ว่านี้ สร้างเสร็จในปี คศ.1983 แต่โครงการเริ่มตั้งแต่ปี คศ. 1967 โน่น มีความสูง 80 เมตร ภายในมีโถงแสดงคอนเสิร์ตที่บรรจุผู้คนได้ 522 ที่นั่ง...
.
ที่น่าทึ่งก็คือ นี่เป็นอาคารหนึ่งใน 30 อาคารทั่วโลกที่ถือว่า ออกแบบได้น่าเกลียดเป็นที่สุด-The building was included in a list of the 30 ugliest buildings in the world ซึ่งทางการสโลวาเกียก็ได้ประท้วงไปแล้วในครานั้น
.
อาคารนี้เป็นฉากหนึ่งในภาพยนต์ปี 2018 เรื่อง Red Sparrow หนังแอ็คชั่น Spy ที่นำแสดงโดย Jennifer Lawrence ด้วยครับ (เดี๋ยวต้องโหลดมาชมซักหน่อย อิอิ)
.
อาคารใหญ่ยาวอีกฟาก เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่ ....มีป้ายโฆษณาภาพยนต์ใหม่เรื่อง Casino.sk ด้วย น่าสนทีเดียวครับ
.
ข้ามมาอีกด้านที่ป้ายรถเมล์ ดูว่าจะไปไหนได้บ้าง คุณพี่คนนี้บอกว่า .....นั่งไปแค่ป้ายเดียวก็ถึง ทำเนียบประธานาธิบดี-Presidential Palace ที่ตอนเที่ยงจะมีรายการ ทหารเปลี่ยนเวรยาม-Changing of the Guards ให้ผู้คนชมด้วย...
.
รูปภาพ
.
อือม์ ....ยังเช้าอยู่ ขี้เกียจรออ่ะครับ ขอจับบัสสาย 203 แบบเมื่อวานไปก่อนดีกว่า เห็นบอกว่า "Slavín-อนุสรณ์สถาน" อยู่เลย Bratislava Castle-ปราสาทบราจีสลาวา ขึ้นเขาไปอีก
.
คุณพี่บนรถบอกว่า ให้ลงป้ายสุดท้าย Budkova แล้วเดินต่อไปหน่อย
.
รูปภาพ
.
ลงรถป้ายสุดท้ายตามคำบอกพร้อมๆกับหนุ่มสาวที่จูงสุนัขมาด้วย สอบถามได้ความว่าต้องย้อนลงไปเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกข้างหน้า...
.
ถามเจ้าของบ้านที่มีแขกมาคุยด้วยอีกที ลุงบอกว่าเลี้ยวซ้ายไปเลย ใกล้นิดเดียว
.
โห...เนี่ยนะ ใกล้ของเค้า.....ฮึ่ม
.
เห็นมีป้ายรถ สาย 147 เด้วย แต่ไม่ทราบว่าต้นทางกลางทางอยู่ตรงไหน เรามาตามใบบอกในโบรชัวร์ น่าจะสะดวกสุดแล้ว
.
รูปภาพ
.
ตอนนี้เดินขึ้นเนินลูกเดียว ผ่านบ้านที่มีป้าย ระวังสุนัขดุ ไปหน่อย เห็นรถทัวร์มากันหลายคัน อิจฉาเค้ามากเลยครับที่นั่งสบายในรถแอร์...
.
ในที่สุดก็ถึงยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์ผู้เสียชีวิต (ทหารรัสเซียที่มาช่วยขับไล่เยอรมันนาซีในสงครามโลกครั้งที่ 2) ที่เป็นทั้งอนุสาวรีย์ผู้กล้าและสุสานกว้างใหญ่-Slavín war memorial and cemetery for fallen Soviet และเป็นจุดชมวิวที่ดีเยี่ยมแห่งหนึ่งในบราตีสลาวาครับ
.
ว่าแต่ ขอนั่งพักก่อนนะครับ โชคดีที่ไม่ร้อน หุหุ
.
รูปภาพ
.
เดินชมบริเวณโดยรอบ พร้อมกับคณะทัวร์อื่นๆ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ไปยังจุดชมวิวด้านข้าง
.
รูปภาพ
.
ด้านหนึ่งมองเห็นหอ UFO บนสะพานแขวน และอีกด้านหนึ่งก็เห็น ปราสาทบราตีสลาวา ที่ไปมาเมื่อวานถนัดตาครับ
.
รูปภาพ
.
เห็นชัดเลยครับว่า เรามาสูงมากไกลมากทีเดียว
.
ลงมาด้านหน้าทางขึ้น เห็นมีป้ายรถเมล์อีกแล้ว แต่ดูตารางมีแค่ชั่วโมงละคัน ขืนรอคงเซ็งแย่
.
ไม่เอาละ ขอเดินลงไปเรื่อยๆแล้วกัน ขาลงไม่หนักหนาเท่าไหร่
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/10/2019 3:17 pm

รูปภาพ
.
ลูกศร Do mesta แปลว่า To the city-ทางไปศูนย์กลางเมือง ไม่หลงแน่นอนครับ
.
รูปภาพ
.
เส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยวลดนิดหน่อย แต่ไม่เป็นปัญหา เดินไปเก็บภาพไป
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ผ่านอาคารอลังการมากหลาย กระทั่งมาโผล่ที่ลานน้ำพุหน้าทำเนียบประธานาธิบดีพอดี
.
นาฬิกาบอกว่าเกือบบ่ายโมงแล้ว ตกลงไม่ได้เห็นทหารเปลี่ยนเวรของที่นี่ แต่ไม่เป็นไรครับ ชมมาเยอะแล้ว...
.
รูปภาพ
.
ออกจากทำเนียบประธานาธิบดี เดินข้ามถนนไปอีกด้านหนึ่งที่เป็นทางเข้าเมืองเก่าอีกด้าน โดยลัดเลาะไปตามอาคารต่างๆที่มีร้านอาหารตั้งโต๊ะบนฟุตบาทตามสไตล์ยุโรป เพราะไม่มีมอไซค์ของวินขับย้อนศร (เหมือนที่ไหนน้า..) แน่นวล
.
ร้าน Pancake: A Jeho Palacinky เจ้าดังที่มีแพนเค็กไส้ต่างๆ หน้าตาเหมือนโรตีสายไหมที่ม้วนแล้วของเรา แต่ข้างในเป็นแยมนานาชนิด (ไอ๊หยา ความหวานเป็น 1000 แคลลอรี่แน่) รีบเดินผ่านก่อนที่คุณนายจะห้ามใจไม่อยู่ อิอิ
.
โบสถ์ที่เห็นตรงหัวมุมซอยข้างหน้าปากทางเข้าเมืองเก่าคือ Trinity Church (Church of Saint John of Matha and Saint Felix of Valois) ซึ่งพอผ่านร้านไวน์ Wine Gallery Trunk ไปก็เป็นทางเข้าซุ้มประตู Micheal's Gate-ประตูเมืองไมเคิ้ล ที่เป็นเพียงหอเดียวที่ยังเหลืออยู่ ณ ปัจจุบัน
.
ลองวาดภาพในอดีตดู จะทราบว่าครั้งกระโน้น บริเวณนี้คือทางเข้าเมือง ที่มีสะพานชักรอกข้ามคูน้ำล้อมรอบเพื่อป้องกันอริศัตรูมากล้ำกรายตามอำเภอใจ ด้านหน้าที่ปัจจุบันเป็นสะพานคอนกรีตและร้านค้านั้น มีรูปปั้นเทพ 2 องค์ที่มีความสำคัญยิ่ง (สำคัญอย่างไรเดี๋ยวบอกนะครับ ฮิฮิ)
.
รูปภาพ
.
ซุ้มขายไม้ฉลุตรงปากทางเข้า.... รูปปั้นเทพ 2 องค์...และแกลลอรี่ภาพถ่ายกิจกรรมนานาชาติของ อาคาร Barbakan ที่เป็นส่วนหนึ่งของทางการ
.

รูปภาพ
.
หอสูง Micheal's Gate-ประตูเมืองไมเคิ้ล ที่สูง 7 ชั้น 51 เมตร สร้างตั้งแต่ปี คศ. 1753-1758 นี้ สามารถจ่าย 7 ยูโรเพื่อขึ้นไปชมวิวโดยรอบบนยอด และชมพิพิธภัณฑ์ศาสตราวุธ-Museum of Arms ได้
.
ด้านล่างเป็นรูปวงกลมสีทอง Zero Kilometer-จุดเริ่มต้นกิโลเมตรที่ 0... ประหนึ่งเข็มทิศที่บอกระยะทางไปเมืองหลวงต่างๆ 29 แห่งบนโลกจาก บราตีสลาวา นี้
.
ข้อสำคัญคือ มีความเชื่อแต่โบราณว่า ขณะลอดซุ้มประตูเมืองนี้ ต้องกลั้นหายใจและห้ามพูดตลอด มิฉะนั้นจะมีผลให้ชีวิตคู่พังสลายได้
.
อย่างไรก็ตาม หากมีใครเผลอไม่ปฎิบัติตามและรู้ตัวละก็ สามารถย้อนกลับไปเอามือลูบรูปปั้นองค์ใดองค์หนึ่งของเทพทั้งสองตรงสะพานที่ผ่านมา พร้อมอธิษฐานให้ยกเลิกคำสาปดังกล่าวได้ครับ 555
.
พ้นซุ้มประตูไปก็เป็น บริเวณที่อุดมไปด้วยร้านค้าร้านอาหารที่มีผู้คนหนาแน่นเฉกเช่นศูนย์กลางเมืองโดยทั่วไปแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ซอยข้างซ้ายมือมีตุ๊กตาปีศาจชั่วร้ายนานาชนิดแขวนระโยงระยางและประดับข้างฝา เพื่อแสดงว่าบริเวณนี้ในอดีตเป็นสถานที่สุดแสนจะหฤโหด เพราะ....
.
รูปภาพ
.
แกลลอรี่ที่ชื่อ Galelia Nova ด้านขวาที่มีรูปศีรษะชายสวมโม่งคลุมสีแดงประดับข้างฝานั้น แต่เดิมเป็นบ้านพักของเพชฆาตที่ใช้ขวานบั่นคอนักโทษประหารนั่นเอง
.
โรงแรมเจ้าหนึ่งถึงขนาดตั้งชื่อว่าเป็น Hotel Devils-โรงแรมปีศาจ ประมาณนั้น และรถทัวร์ก็ไม่พลาดที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาชมในซอยแคบๆนี้พร้อมเล่าเรื่องปรำปราให้ฟังอย่างมีอารมณ์ 55
.
ร้านขนมปล่องไฟ-Chimney Cake เจ้าดังก็เปิดขายแถวนั้นด้วย..ของหวานอีกแล้ว ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
เดินชมร้านขายของชำร่วยและอาหารไปพลางๆก่อนนะครับ เพราะในซอยข้างล่างมีของดังของไทยเราอยู่ด้วย อิอิ
.
รูปภาพ
.
อาคาร Chilantro มีป้ายสีทองแปะข้างๆว่า สถานทูตของจอร์เจีย-Georgia มีออฟฟิซอยู่ข้างในด้วย
.
ในซอยมีร้านอาหารที่มีเรื่องสนุกให้ได้ฮากัน...
.
คือผมเห็นลุงป้าสองคน (ลุงเสื้อยืดป้าชุดลายดอก) นั่งหน้าร้านเครื่องดื่มที่มีป้ายติดไว้ประมาณว่า "จำหน่ายเฉพาะผู้มีอายุสูงกว่า 18 เท่านั้น"
.
ผมก็เลยยิ้มแซวว่า "คุณสองคนแค่อายุ 16-17 มาดื่มได้ไง ไม่เห็นป้ายหรือว่า อายุไม่ถึง 18 เค้าห้ามเด็ดขาด" ซึ่งทั้งสองก็แค่ยิ้มแหยๆ เพราะไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ในขณะที่คุณลุงคุณป้าอีกโต๊ะหัวร่อร่าเพราะเก๊ตมุก...
.
เมื่อทราบว่าเป็นคนเยอรมันที่มาเที่ยวที่นี่ ผมก็เลยเปิดกูเกิ้ลแปลให้ฟัง เล่นเอาฮาลั่นจนเหนียงย่นเลยครับ
.
(แหะ แหะ มุกแบบนี้ หรือประเภท "โอ้โฮ คุณแต่งงานมาหลายสิบปียังเที่ยวด้วยกันรักกันเหนียวแน่น ไม่เหมือนเราทะเลาะกันทุกวันเลย" ใช้เป็นการผูกมิตรกับนักท่องเที่ยวคู่ชาวยุโรปได้สบายเสมอ แต่ถ้าขืนมาใช้กับคนไทยสูงวัย มีสิทธิ์ปากมีสีค่อนข้างแน่ครับ เหอเหอ)
.
ร้านในสุดเป็นร้านอาหารที่ข้างบนเป็น Thai Massage-นวดไทย มีป้ายโฆษณาท่านวดสไตล์วัดโพธิ์ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ร้าน Urban Bistro เป็นร้านดังเจ้าหนึ่งของเมืองนี้ มีลูกค้าเยอะเชียว...บางร้านก็มีคนลากกระเป๋าแวะมาชิมก่อนไปขึ้นรถกลับบ้านด้วย
.
ส่วนร้าน Homemade Burgers นั้นต้องลงชั้นล่างไปอีกครับ..เฮ่อ กว่าจะได้ทาน
.
รูปภาพ
.
ย่านนี้บน Main Square-จัตุรัสเมือง อุดมด้วยร้านเครื่องดื่ม ชากาแฟ อาหารเบาๆอย่างที่ว่า และ...
.
ในอดีต ที่นี่มีร้านกาแฟ Korzo อยู่ด้วย ซึ่งเป็นแหล่งนัดพบของคู่หนุ่มสาวในยุค '50-'60 จนหลายคู่ได้อยู่ร่วมหอลงโรงกันออกลูกออกหลานเป็นพรวน และ ก้อนหินยักษ์นี้คือสัญลักษณ์ที่ทำให้คู่รักในอดีตได้หวนมาฝันหวานกันอีกครั้งหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
ทะลุออกไปอีกซอย ปรากฏว่ามาโผล่ตรง โบสถ์เซ็นต์มาร์ติน อีกด้านหนึ่งพอดี ถนนสายนี้มีร้านค้าตกแต่งแบบเซอร์ๆอาร์ตๆเต็มไปหมด
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/10/2019 3:21 pm

.

รูปภาพ
.
และมีบันได้ที่วาดรูปสวยงามตามขั้นให้ขึ้นไปด้านบนด้วย
.
รูปภาพ
เรียกได้ว่ากดแช๊ะมันส์มือไปเลยครับ
.
ขึ้นมาด้านบน มีป้ายโฆษณาละครดังหลายสิบปีเรื่อง Les Miserables-เลอ มิสเซอราฟส์ (ที่เราสองร้องคลอได้เกือบทุกเพลง เพราะดูดีวิดีเป็นร้อยครั้งมั้ง) กำลังแสดงที่บราตีสลาวานี้ด้วย ....น่าสนมาก แต่ แหะ แหะ เป็นภาษาสโลวัคครับ... บ๊ายบาย
.
รูปภาพ
.
ด้านซ้ายมือเป็นสะพานข้ามถนนที่ผ่านไปถึงกำแพงเมืองเก่า และจุดนี้เองมีป้ายบอกว่า "ที่นี่เคยเป็นที่พักของนักมวยปล้ำแชมป์โลก David Unreich ที่พักอยู่กับบิดามารดาในปี คศ.1939 และหลบรอดเงื้อมมือของนาซีไปได้หวุดหวิด"
.
อากาศไม่ร้อน ก็เดินชมบรรยากาศรอบๆไปเรื่อยนะครับ
.
รูปภาพ
.
ผ่านภัตตาคารอาหารจีน Jasmin-城堡饭店-ร้านมะลิข้างป้อม ไป ก็ชนเข้ากับทางที่เราลงมาจากปราสาทเมื่อวานนี้ เราจึงแยกไปยังปากทางเข้าเมืองเก่าอีกด้านหนึ่งที่มี Holy Trinity Column-อนุสาวรีย์ทางศาสนา ที่เป็นเครื่องหมายแห่งการสิ้นสุดของกาฬโรคในย่านนี้ช่วงปี คศ.1709-1710 (ทั้งที่สโลวาเกียและเช็คฯ)
.
ตรงนี้เป็นอีกทางเข้าเมืองเก่าที่มีร้านอาหารมากมาย
.
รูปภาพ
.
แล้วก็เจอสิ่งที่ตามหาพอดี นั่นคือ ป้ายรถบัสหมายเลข 29 ที่จะนำเราไป ปราสาทเดวิน-Davin Castle ซึ่งอยู่ใต้สะพาน UFO พอดี
.
สังเกตง่ายๆคืออยู่ริมแม่น้ำข้างๆโรงแรม Park Inn ครับ
.
ด้านหนึ่งเป็นที่จอดรถบัสของ Regio Jet ไปยังประเทศต่างๆในย่านนี้ เช่น เช็คฯ ฯลฯ
.
ป้ายนี้ชื่อ Most SNP (Most แปลว่า สะพาน) ที่มีคนรอหลายคนรวมทั้งสาวงามจาก Ukrane-ยูเครน (อีกแล้ว) ด้วยครับ ก็เลยได้ความรู้มาว่าต้องลงป้าย Strbska, Hrad Devin เพราะมีป้ายชื่อ Davin ต่างๆหลายป้าย... ขอบคุณครับ
.

รูปภาพ
.
ดีที่ได้ที่นั่ง เพราะใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง เรียกว่าออกนอกเมืองไปเลย และตั๋ววันยังนั่งฟรีได้อยู่
.
ลงรถที่ป้ายแล้วเดินตามคนอื่นๆไปตามป้ายครับ
.
รูปภาพ
.
โห...ทำไมให้เดินไกลจัง...ไหนอ่ะ ปราสาทเดวิน.....ผ่าน Sokoliaren Minizoo Devín-สวนสัตว์เล็กๆที่มีบริการต่างๆ อาทิ ขี่ม้า และฝึกนกเหยี่ยวด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
เดินต่อไปจนผ่านโรงไวน์ Tradičný Devínsky ríbezlák เจ้าดังของไวน์ท้องถิ่นเดวินไปหน่อย ก็เห็นปราสาทหินที่ตามหากลายๆแต่ไกลแล้วครับ
.
มีรถจอดเพียบ มีร้านจำหน่ายของชำร่วย ร้านอาหารและโรงแรมใหญ่ด้วยครับ แสดงว่าที่นี่ดังไม่เบาสำหรับพักผ่อนหย่อนใจกัน
.
ผ่านทางเข้าไปขึ้นปราสาทก่อน ขอเดินตามผู้คนตรงไปเรื่อยๆ
.
รูปภาพ
.
ปรากฎว่าเบื้องหน้าเป็นประหนึ่งอ่างเก็บน้ำใหญ่คล้ายๆเขื่อนศรีนครินทร์ของเรา (ที่แท้เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำดานูป) ที่มีผู้คนมานั่งพักบนพื้นหญ้าริมตลิ่ง เดินเล่น และตกปลากัน สนุกไปอีกแบบเพราะลมโชยเย็นสบายมาก....
.
มีลุงขายไม้แปลกประหลาด ไม่ทราบว่าเป็นสมุนไพรหรือเปล่า เพราะหน้าตาแกดุเลยไม่ได้ถามครับ
.
รูปภาพ
.
ณ จุดนี้เป็นทางยาวเดินได้ไกล ด้านบนมองเห็นปราสาทบางส่วนกลายๆ..มีเรือท่องเที่ยวแล่นผ่านหลายลำ
.
รูปภาพ
.
พื้นที่ของปราสาทเดวินกว้างขวางทีเดียว แต่บริเวณนี้ไม่มีทางขึ้นต่างหากครับ
.
นั่งพักครู่ใหญ่แล้วกลับออกมา ชักไม่อยากขึ้นไปให้เหนื่อยแล้ว จึงปล่อยให้คุณท่านขึ้นไปคนเดียว ดูก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจไหม
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/10/2019 3:25 pm

รูปภาพ
.
คุณนายกลับมาบอกว่าเป็นลานกว้าง และปราสาทก็อยู่ในสภาพปรักหักพัง มีพิพิธภัณฑ์ที่ต้องเสียตังเข้าไปชม และมีห้องจัดเลี้ยงที่บังเอิญมีบ่าวสาวจัดงานแต่งที่นี่ แขกเหรื่อมากันพอประมาณโดยต้องจอดรถข้างล่างและเดินขึ้นไป.... มิน่า ถึงเห็นคนแต่งตัวหรูหราถือช่อดอกไม้กันมาแยะเลย.....
.
ไม่ไปรบกวนเค้าล่ะครับ ขอกลับไปร่วมงานพาเหรดฉัตรมงคลที่เมืองเก่าดีกว่า เกือบบ่าย 3 แล้ยว
.
ขอนุญาตนำภาพจากในเน็ตเกี่ยวกับปราสาทเดวินมาให้ชมนิดหน่อยครับว่า อยู่ในสภาพยังไง...จ๊ากก เดินเหนื่อยเชียว โชคดีที่ไม่ได้ขึ้น ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
ที่นี่เป็นประหนึ่งอุทยาน ที่มีร้านอาหารหลายร้านและมีคนนำรถพ่วงมาพักค้างคืนกันทีเดียว
.
เดินกลับมารอรถบัสสาย 29 ตางข้ามกับที่เดิม และลงที่สะพานแบบเดียวกับขามา ...
.
แป่ว.....ตรวจดูภาพโปสเตอร์ในมือถืออีกที...อ้าวจำผิดเสียแล้ว เพราะพาเหรดผู้ใหญ่เค้าเริ่มตอนบ่ายโมงที่ Bratislava Castle ไม่ใช่ บ่าย 3 ที่เมืองเก่าซักหน่อย เซ็งไปเลยครับ
.
แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะมีคนใจดีที่ได้ชมและอัดคลิปลงในยูทูปที่ลิงค์ bit.ly/2MRsBax นี้แล้ว ซึ่งเมื่อดูแล้ว ว่าไปก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก (ปลอบใจตัวเอง หึหึ)
.
นั่งรับลมที่ริมแม่น้ำชั่วครู่
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็เข้าเมืองเก่าตรง Holy Trinity Column-อนุสาวรีย์ทางศาสนา ที่ผ่านมา
.
ถ่ายภาพกับรูปปั้นป้อบปูล่าร์ของ Hans Christian Andersen ราชาเทพนิยายของยุโรป ผู้แต่งเรื่อง "พระราชากับเสื้อผ้าล่องหน" ด้วย เพราะครั้งหนึ่งเค้าเคยมาเยือนบราตีสลาวานั่นเอง....
.
โปรดสังเกตนิ้วมือขวาเป็นสีทองเลื่อมเลย เพราะความเชื่อที่ว่า ถูนิ้วเค้าแล้วจะโชคดีอ่ะครับ (คุณนายลองดูเหมือนกัน แต่ไม่ยักเห็นเลขอะไรมาตีหวย อิอิ)
.
ร้านขายไอสครีมแบบโบราณ Traditional ลูกค้าตรึมร้านเลย เพราะนักท่องเที่ยวได้ใช้ห้องน้ำของเค้าฟรีสบาย (แต่รอคิวนาน) อิอิ
.
รูปภาพ
.
มีอ่างน้ำพุสวยงามเป็นการดับร้อนกลายๆ...
.
เข้าไปอีกด้านของเมืองเก่า ชอบใจไกด์สาวคนนี้ ที่ใช้ดอกกุหลาบสีแดงเบ้อเริ่มเป็นสัญลักษณ์ให้ลูกทัวร์เดินตาม ดูดีกว่าการถือร่มถือตุ๊กตาแบบทัวร์จีนเยอะเลยครับ
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านอาหารต่างๆที่ตกแต่งตามสไตล์นานา น่าดูชมมากครับ
.
รูปภาพ
.
รถทัวร์ท่องเที่ยวคันเล็กก็ทะลุทะลวงไปทุกจุดเลย ร้ายมาก
.

รูปภาพ
.
ร้าน Historische Konditorei ที่มีการ์ตูนติดข้างบนเป็นรูปช่างกำลังทาสีนี่ เป็นเจ้าดังเก่าแก่ของเมืองนี้ ข้างในตกแต่งหรูหรามากครับ
.
ส่วนร้าน Hacienda ก็ใช้ตุ๊กตาเป็นรูปคนเม๊กซิกันสูบบุหรี่มีผ้าคลุมไหล่ ตั้งบนหน้าต่างชั้นสองเรียกความสนใจของผู้คนไม่น้อย
.
มีร้าน Bon ขายขนมหวานและมี Candy Show แสดงการทำท๊อฟฟี่ด้วย
.
รูปภาพ
.
มาที่ Town Hall อีกครั้งหนึ่ง ถ่ายภาพกับ 2 หุ่นดังเมืองนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อความโชคดีซ้ำสอง แล้วก็เดินต่อไปที่สวนอีกด้านไม่ไกล
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ Ludovit Stur Statue ผู้นำการประท้วงระดับชาติ และเป็นผู้ปรับปรุงพจนานุกรมภาษาสโลวัคด้วย
.
ผ่านรถถีบขายเบียร์ที่หนุ่มๆนั่งกันเต็ม...กลุ่มนักวิ่งมาราธอน...ซุปเปอร์มาร์เก็ต Billa....
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็กลับมานั่งฟังเพลงแจ๊สบนระเบียง New Slovak National Theatre-โรงละครแห่งชาติใหม่ ที่บรรเลงสดๆด้วยบทเพลงไพเราะเสนาะหูเนื่องในเทศกาลมงคลนี้...
.
ก่อนจะกลับมายังที่พัก แวะชมร้านอาหารเวียตนามข้างๆ ซึ่งไม่น่าสนใจ และเตรียมตัวเพื่อเดินทางไปโปแลนด์วันรุ่งขึ้น
.
เป็นอันสิ้นสุด 3 วันในสโลวาเกีย (บราตีสลาวา) แต่เพียงเท่านี้ครับ
.
รูปภาพ
.
เตรียมพบกับรีวิว เมืองคราคูฟ-Krakow จุดเริ่มต้นของทริปโปแลนด์เร็วๆนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 30/10/2019 5:05 pm

รูปภาพ
.
Poland Travel Guide-ข้อมูลท่องเที่ยวโปแลนด์
.
30 ตุลาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
อย่างที่เรียนเพื่อนๆเอาไว้นั่นแหละครับว่า...
.
ทริป 35 วัน (ตั้งแต่ 12 กันยายน ถึง 16 ตุลาคม) ของเราเที่ยวที่ผ่านมานั้น เป้าหมายหลักอยู่ที่ ประเทศโปแลนด์-Poland เป็นหลัก โดยมีการแถมเมืองหลวง Bratislava ของประเทศ Slovakia และเมือง Leipzig-ไล้พ์สิก และ Hamburg-แฮมบวร์ค ของ Germany-เยอรมัน ที่เราไม่เคยไปอีกต่างหาก ดังแผนที่ในลิงค์ bit.ly/2JwwwHu อ่ะครับ
.
สำหรับโปแลนด์นั้น ผมได้ศึกษาข้อมูลคร่าวๆมาแล้วว่า เมืองสำคัญๆที่ต้องไปอย่างขาดไม่ได้ มีอยู่เพียง 4 แห่งเท่านั้น คือ
.
--Krakow-คราคูฟ อดีตเมืองหลวงที่ผู้คนยกย่องมาก...
--Wroclaw-วร็อซวาฟ เมืองงดงามที่ผู้คนชื่นชม....
--Gdansk-กแด๊งซ์ค เมืองเอกทางชายฝั่งทะเลบอลติค...และ
--Warsaw-วอร์ซอว์ เมืองหลวงปัจจุบัน ที่ตึกรามบ้านช่องแตกต่างจาก 3 เมืองข้างต้น เพราะเพิ่งสร้างใหม่หลังจากโดนถล่มจนแทบจะราบเรียบทั้งที่เคยมีสมญานามว่า "Paris of the North-นครปารีสแห่งภาคเหนือ" เมืองสวยเหลือเชื่อในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โน้น
.
ส่วนเมืองอื่นๆ อาทิ Zakopane, Rzeszow, Kielce, Poznan, Sczzecin, Malbork, Gdynia,Torun, Bailystock, Lodz, และ Lubin ที่เคยคิดไว้ว่าหากมีเวลาก็อาจจะไปนั้น เราตัดทิ้งหมด....
.
เพราะดูข้อมูลและภาพถ่ายต่างๆในเว็บแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรแปลกใหม่ จึงยกเลิกทั้งสิ้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเกินไปโดยใช่เหตุกับการเดินทางไปกลับที่กินเวลา 3-5 ชั่วโมงในแต่ละวัน ซึ่งยามกันยา-ตุลานั้น แค่ทุ่มฟ้าก็มืดมิดแล้วอ่ะครับ
.
เรื่องน่าแปลกสำหรับเราและนักท่องเที่ยวทั่วไปก็คือ...
.
โปแลนด์ เป็นเมืองสวยที่มีมนต์เสน่ห์ ที่ไม่เพียงแต่ถูกราคาเท่านั้น ยังเที่ยวง่ายจนแทบไม่ต้องพึ่งข้อมูลอะไรมากไปกว่าที่บอกไว้ใน Wikitravel และ Tripadvisor ที่เราใช้ค้นหาเลย.... ชนิดไปมือเปล่าขยันถามก็เที่ยวได้มันส์ ประทับใจ โดยไม่ต้องพึ่งทัวร์ในประเทศแม้แต่น้อย เพราะ...
.
ทุกเมืองก็จะมีข้อมูลหลักคล้ายๆกัน คือ อาจขลุกขลักนิดหน่อย ณ แห่งแรกที่ไปถึงเท่านั้น ที่เหลือหลังจากนั้นก็สบายบรื๋อครับ
.
อย่างไรก็ตาม ผมก็พยายามเรียบเรียง Do & Don't ของการเที่ยวโปแลนด์ (ซึ่งอาจไม่จำเป็นเลย) มาฝากเพื่อนๆตามสไตล์ดังต่อไปนี้ครับ
.
1. เมืองต่างๆที่เราได้ไปในทริปนี้
.
2. ข้อควรระวังอันดับ 1-การแลกเปลี่ยนเงินตรา
.
3. ข้อควรระวังอันดับ 2-แท๊กซี่โปแลนด์
.
4. ตัวช่วยในการสนนากับผู้คน
.
5. WIFI ที่ซื้อไปจากเมืองไทย
.
6. คนโปแลนด์น่ารักมาก
.
7. ยานพาหนะสาธารณะในโปแลนด์
.
เพียงแค่ 7 ข้อนี้เท่าที่คิดออกว่าอาจเป็นประโยชน์บ้าง เพราะเรื่องอื่นๆอาทิ.. อาหารการกิน... การเดินทางข้ามเมือง... แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ...ฯลฯ... ผมจะทยอยรีวิวเป็นตอนๆอยู่แล้ว ถ้ามีอะไรที่คาดว่าควรรู้อีก ค่อยเติมข้อ 8,9,10...ทีหลังนะครับ
.
รูปภาพ
.
1. เมืองต่างๆที่เราได้ไปในทริปนี้
.
อย่างที่เห็นในแผนที่ประเทศโปแลนด์นี้ ดูเหมือนเราจะได้ครอบคลุมเมืองหลักที่สำคัญๆของโปแลนด์ไว้ทุกมุมทุกภาคแล้ว โดยความเห็นส่วนตัวคิดว่า....
.
สำหรับเพื่อนๆที่คงไม่มีเวลาถึง 20 วันอย่างเรา และเที่ยวโปแลนด์แค่ 10-12 วันหรือน้อยกว่านี้... 4 เมืองหลักนี้ย่อมขาดไม่ได้เลย... คือ Same same but different มีอะไรต่อมิอะไรที่แตกต่างกันอย่างค่อนข้างชัดเจน.... ในขณะที่เมืองอื่นๆ เข้าทำนอง ไปก็ได้ไม่ไปก็ได้ เพราะคลับคล้ายคลับคลาไปหมด แปลกแยกแค่หน่อยเดียวซึ่งไม่สำคัญอะไร อ่ะครับ
.
เมืองที่จำเป็นต้องให้เวลามากเป็นพิเศษ น่าจะเป็น Krakow-คราคูฟ..... เพราะมาที่นี่แล้ว ไม่ได้ไป Auschwitz-Birkenau-ค่ายกักกันเอ้าช์วิทซ์-เบียร์คาเนา ซึ่งกินเวลา 1 วันเต็มอย่างแน่นอน และ Wieliczka Salt Mine-เหมืองเกลือ เยลิซก้า ที่ใช้เวลาครึ่งวัน (ถ้าไม่ต้องต่อคิวยาว) ก็อาจจะต้องไปอีกครั้ง ด้วยตัวเมือง Krakow-คราคูฟ เอง ที่ว่ากันว่าเป็นศูนย์วัฒนธรรม ก็ต้องใช้เวลาชื่นชมเป็นวันแล้ว
.
ส่วน Wroclaw-วร็อซวาฟ และ Warsaw-วอร์ซอว์ คิดว่าไม่ควรอยู่น้อยกว่าแห่งละ 2 วัน ในขณที่ Gdansk-กแด๊งซ์ค ต้อง 2 วันขึ้นอย่างน้อยแน่ เพื่อที่จะได้มีเวลาไป Sopot-โซ-พต เมืองที่เรารีวิวปูทางไว้ก่อนว่า "คงต้องเสียน้ำตา ถ้าไม่ได้ไปโซ-พต" อ่ะครับ อิอิ
.
หมายเหตุ: เวลาเขียนชื่อเมืองหรืออะไรต่อมิอะไรในภาษาอังกฤษ โปรดทราบว่า อักษรตัว L ในภาษาโปลิช ต้องมีขีดคั่นกลางเป็น ł คล้ายๆอักษร t และออกเสียงเป็น w-ว.แหวน นะครับ
.
รูปภาพ
.
2. ข้อควรระวังอันดับ 1-การแลกเปลี่ยนเงินตรา
.
เงินตราโปแลนด์ เรียกว่า Zloty-ซว็อตตี้ หรือเวลาเขียนจะใช้ PLN นั้น ตกประมาณ 7 บาทไทยกว่าๆ หรือตีง่ายๆว่า 8 บาทไทยต่อ 1 Zloty-ซว็อตตี้ หรือ PLN อ่ะครับ (ณ ยูโร 34.15 บาทที่เราแลกตอนไป)
.
แหล่งแลกเงินในโปแลนด์จะเยอะแยะยุ่มย่าม ให้เราเห็นป้ายคำว่า Kantor-คานเตอร์ เต็มไปหมดไม่ว่าไปไหน แต่ส่วนใหญ่เป็นกับดักที่หลอกล่อนักท่องเที่ยวที่หลวมตัวลืมซักให้ละเอียด เพราะป้ายหน้าร้านของเค้าแม้ส่วนใหญ่จะระบุว่า No Commission-ไม่มีค่าบริการก็ตาม แต่ราคายูโรละ 4 กว่าๆ PLN บนป้ายเกือบทั้งหมด เป็นราคาขายเงินโปแลนด์ออกไปทั้งนั้น เอาเข้าจริงเมื่อเราเอายูโรไปแลก ราคาที่แท้คือ 3.9 กว่าๆ ซึ่งแลกแล้วแลกเลยแก้ไขทีหลังไม่ได้นะครับ
.
เราเองค่อนข้างโชคดีที่แลกครั้งแรกในร้าน Kantor-คานเตอร์ ในช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ Galleria-กาเลอเรีย ข้างสถานีรถไฟ คาร์คูฟ (จากการแนะนำของโฮสเต็ล) ได้อัตรายูโรละ 4.28, 4.26, 4.30 รวม 3 ครั้ง แล้วก็ที่ Warsaw-วอร์ซอว์ อีก 1 ครั้งได้ 4.25 ซึ่งเมื่อแวะสอบถามตามที่ต่างๆหลายแห่ง (รวมทั้งที่ธนาคาร 1 ครั้ง หายไปกว่า 0.10 PLN) ก็ทราบว่าได้ราคาสูงสุดแล้วอ่ะครับ
.
แหล่งที่พึงระวัง หรือหากจำเป็นก็แลกน้อยๆได้ อาทิ สนามบิน สถานีรถไฟ ท่ารถบัส เพราะจะได้ประมาณ 4 PLN หน่อย เป็นอย่างสูงครับ (ว่าที่จริงถ้าต่างกัน .5 ถึง .10 PLN ก็ต่างกันหน่อยเดียวถ้าไม่แลกเป็นหลายๆร้อยยูโรอ่ะครับ)
.
สรุปคือ ถามจากที่พักของเราน่าจะไว้ใจได้ว่าที่ไหนไม่โกง...เคยถามเจ้าหน้าที่ Tourist Information Center-ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ดูว่า "ร้าน Kantor-คานเตอร์ ข้างๆศูนย์ฯไว้ใจได้ไหม" เธอทำหน้าตาบ๊องแบ๊วไม่ตอบ (แปลเป็นรหัสได้ว่า อยากเลือดสาดก็เชิญ อิอิ) อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
3. ข้อควรระวังอันดับ 2-แท๊กซี่โปแลนด์
.
เช่นกับกับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆทั่วไปครับ ที่แท๊กซี่ซึ่งจอดรอนักท่องเที่ยว หรือมาหาเรา (ไม่ใช่ที่เราเป็นฝ่ายเข้าหา) ย่อมโก่งราคาเป็นพิเศษ และมีลูกเล่นลวดลายมากมายก่ายกอง อันควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง....
.
ถ้าไม่มีสัมภาระมากเหมือนเรา และพอแบก (เป้) พอลากไปได้ไม่ยากซัก 300-500 เมตรละก็ ใช้ยานพาหนะสาธารณะแล้วเดินเอาบ้างเถิดครับ จะสะดวกสบายเป็นที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็น บัส เมโทร รถราง ทั้งมาจาก หรือไปถึง สนามบิน สถานีรถไฟ ท่ารถบัส ได้เลยทุกที่
.
แต่เราจำเป็นต้องใช้แท๊กซี่ในการไปมาเมืองหนึ่งๆอ่ะครับ เพราะความที่เป็นบ้าหอบฟางสัมภาระประมาณ 60 กิโลตลอด ก็จึงอาศัย "ลูกใจเย็น" เป็นหลัก เลือกหาคันที่ราคาพอสมควรเอา คือ แพงกว่าปรกติไม่มาก (แต่ก็ถูกกว่าแท๊กซี่มิเตอร์บ้านเราอยู่แล้ว) อ่ะครับ
.
ส่วนขาออกจากที่พักไปท่ารถแต่ละเมือง เราวานโฮสเต็ลเรียกแท๊กซี่ประจำของเค้าให้ในราคาพิเศษ ก็ยิ่งถูกเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จาก สนามบิน Warsaw-วอร์ซอว์ เข้า City Center ศูนย์กลางเมือง ระยะทางแค่ 8 กิโลเมตรเท่านั้นครับ
.
สำหรับเพื่อนๆที่ใช้มือถือเก่ง มี App-แอ๊พ ของ Uber-อูเบอร์ ที่ใช้ได้ ขอให้เรียกใช้เลยครับ มีเกลื่อนมากและไม่โดนข่มขู่จากแท๊กซี่ทั่วไป (เหมือนที่ไหนน้า...หุหุ) เห็นนักท่องเที่ยวใต้หวัน จีน ใช้เรียกกันเกร่อ..... แต่เราชอบเจรจาต่อรองแบบตัวต่อตัว ก็เลยต่างกันนิดหน่อยครับ
.
รูปภาพ
.
4. ตัวช่วยในการสนนากับผู้คน
.
ผมว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเที่ยวโปแลนด์ (เยอรมัน-ลิทัวเนียด้วย) ทริปนี้ได้สนุกไม่ต่างกับการเที่ยวจีนหรือใต้หวัน (ที่ผมพูดจีนกลางและแต้จิ๋วได้) ก็คงเป็นเพราะได้พูดคุยสนทนากับ ชาวโปแลนด์ (ที่ไม่พูดอังกฤษ ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน) ไปมาได้ด้วยมือถือโดย App-แอ๊พ ของ Google Translate นี่แหละครับ
.
เพราะเมื่อก่อนผมมักจะไม่ใช้ Sim WIFI ติดเครื่อง (ใช้ฟรีเฉพาะในที่พักหรือตามแหล่งที่เค้ามีให้เช่น KFC, Mcdonald, ฯลฯ) แต่ไม่ค่อยมีเน็ตใช้ตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน....
.
จึงแทนที่จะเขียนภาษาอังกฤษแล้วแปลเป็นภาษาโปลิซให้เค้าดูหรือฟัง ด้วย App-แอ๊พ Offline ที่โหลดมา....
.
เมื่อมี Sim WIFI Data ติดเครื่องคราวนี้ ก็จึงสามารถใช้ App-แอ๊พ แบบ Conversation-สนทนา พูดคุยโต้ตอบกับผู้คนได้สบาย (โดยพูดภาษาอังกฤษใส่เครื่อง ดูว่าถูกต้อง ก็เปิดเสียงให้เค้าฟัง แล้วให้กดปุ่ม Polski ให้เค้าพูดภาษาโปลิซโต้ตอบ) และสนุกสนานได้เกือบทุกเรื่อง.....
.
โดยเฉพาะการชื่นชม แซว หรือพูดเล่นให้เห็นขำ เช่น ถามแท๊กซี่ว่า "คุณมีภรรยากี่คนกันแน่ ถึงขยันอย่างนี้.." ถามชาวบ้านว่า "ทำไมคนโปแลนด์ถึงมีน้ำใจเหลือครณา..." หรือบอกคุณครูที่พานักเรียนมาทัศนศึกษาว่า "ดูลักษณะการอธิบายของคุณ แสดงว่าตั้งใจและรักเด็กๆมาก พวกเค้าโชคดีจริงๆ ขอขอบคุณในฐานะนักท่องเที่ยวจากไทยที่เคยเป็นครูเหมือนกัน..." นอกเหนือไปจาการถามสารทุกข์สุกดิบและข้อมูลที่เราต้องการทั่วไปอ่ะครับ
.
ขั้นตอนการใช้ก็ง่ายๆครับ คือเลือกปุ่ม Conversation-สนทนา แล้วกด ภาษาที่เราใช้ (เช่น English/ภาษาไทย) พอมีสัญญาน Speak Now ก็พูดใส่เครื่องพร้อมดูอักษรที่ออกมาว่า เขียนตรงถูกต้องหรือไม่ (ถ้าผิดเพราะเราพูดเพี้ยนก็พูดใหม่) แล้วก็กด เครื่องหมายลำโพงให้เค้าฟังกี่รอบก็ได้
.
จากนั้นก็กดปุ่มภาษาของเค้า (เช่น Polski) ให้เค้าคุยตอบ ออกมาเป็นภาษาที่เราเข้าใจอ่ะครับ
.
เป็น App-แอ๊พ ที่ยอดเยี่ยม สามารถทำให้เราอยากพูดสิ่งที่ต้องการได้ดังใจ และได้เพื่อนใหม่นับไม่ถ้วนแบบ Win Win- ชนะทั้งคู่ เพราะอีกฝ่ายก็สุดแสนจะดีใจและยิ้มถ่ายรูปกับเราเสมอครับ
.
รูปภาพ
.
5. Sim WIFI ที่ซื้อไปจากเมืองไทย
.
อ๊ะ อ๊ะ...เกือบลืมเรียนเพื่อนๆไปว่า ตั้งแต่ทริปญี่ปุ่นคราวที่แล้วแล้วล่ะครับ ที่เราซื้อ Sim2Fly จากสนามบินใช้ โดยทริปที่แล้วเป็น ซิม 8 วัน 2 ชิ้น สำหรับทริป 15 วันของเรา จนพูดคุยกับคนญี่ปุ่นสนุกไปเลย.....
.
คราวนี้บินดึกกลัวว่าบูธที่สนามบินไม่เปิด เราเลยซื้อแบบยุโรปจากร้าน AIS มา 2 ชิ้นๆละ 899 บาท พร้อมให้พนักงานเค้า Set เครื่องให้ เพื่อเมื่อหมดซิมแรก ก็เปลี่ยนซิมใหม่ใช้ต่อได้เลยโดยไม่ต้องปรับแต่งอะไร
.
แน่นอนครับว่า เวลาอยู่ข้างนอก เราจะไม่เปิดคลิปหรือภาพเคลื่อนไหวอะไรให้เปลืองและหมดเร็ว (เอาไว้ใช้กับ WIFI ฟรีที่โฮสเต็ล) ทั้ง 2 ซิมจึงพอใช้ยิ่งกว่าพอครับ (แม้ใน Bratislava ที่ไม่อยู่ในลิสต์ที่ใช้ได้ ก็ใช้ได้ครับ)
.
ราคา 1800 บาท ได้ 12 GB สำหรับ 1 เดือน จึงโฆษคุ้มค่าและไม่แพงแม้แต่น้อยครับ เพราะยามที่ WIFI ในโฮสเต็ลหรือตรงไหนเผอิญช้ามากๆในบางครั้งบางคราว เราก็ใช้ มือถือนี้ได้แทนซึ่ง เร็วและแรงทีเดียวทุกที่ครับ
.
รูปภาพ
.
6. คนโปแลนด์น่ารักมาก
.
เคยเล่าแล้วนะครับว่า ผู้คนชาวโปแลนด์น่ารักมากๆ มีน้ำใจให้ความช่วยเหลือตลอด แม้ว่ามีเพียงประมาณ 1 ใน 3 ที่เราพบเท่านั้น จะพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่ชาวโปแลนด์ที่โบกมือเดินหนีด้วยขวยอายเพราะพูดอังกฤษไม่ได้ พอเราใช้ App-แอ๊พสนทนา พูดคุยด้วย ก็เจรจาต้าอ่วยกับเราอย่างมีมิตรจิตมิตรใจเป็นที่สุดครับ จนทำให้เราอดรู้สึกไม่ได้ว่า คนดีๆบนโลกนี้มีเต็มไปหมดในทุกทริปของเราเลยครับ
.
มีเพื่อนๆหลายคน หวั่นเกรงว่าจะมีมิจฉาชีพ นักล้วงอะไร (แบบโปตุเกส สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส) ทำนองนั้น ขอเรียนว่า ทริปนี้และทริปก่อน (โรมาเนีย เซอร์เบีย บุลกาเรีย ฯลฯ) ไม่เคยพบเลยครับ แม้แต่แท๊กซี่ที่ดูเหมือนตั้งใจฟันเรา ก็ไม่มีหน้าตาหรือพูดจากระโชกโฮกฮากเหมือนบางแห่งที่เจอครับ จึงไม่น่าห่วงแต่ประการใด
.
.
หมายเหตุ: ในภาพ ถ่ายร่วมกับคณะครูและนักเรียนที่มาทัศนศึกษา ณ กรุงวอร์ซอว์ ก่อน Changing Guards-การเปลี่ยนเวรยาม ที่เรามารอชม และเค้าขอให้ถ่ายภาพหมู่ให้ รวมทั้งเชิญคุณนายไปร่วมถ่ายด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
7. ยานพาหนะสาธารณะในโปแลนด์
.
แทบทุกเมืองในโปแลนด์ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินเท้าได้สบาย และที่เราไปมา ก็มีทั้งบัสและรถรางทั้งนั้น (ยกเว้น Sopot ที่ไม่มีรถราง และ Gdansk มีแต่เราไม่ได้ใช้ ใช้แค่รถไฟไปโซ-พต )...
.
ส่วนที่ วอร์ซอว์ มีรถใต้ดินเมโทรอีก 2 สายด้วย (สายเก่าสีน้ำเงิน ทางขึ้นลงเป็นครึ่งวงกลม สายใหม่สายสีแดง ทางขึ้นลงเป็นกระจกตัว M) แต่เราไม่ค่อยได้ใช้ เพราะอยากเห็นวิวสองข้างทาง
.
ยานสาธารณะทั้งหมดมีเยอะมาก หาป้ายขึ้นลงรถง่ายทั้งสองฝั่ง (ขาไปขามา) ที่ไม่ไกลกัน และมีจอบอกว่าสายไหนกำลังจะมาในกี่นาทีที่ป้ายเสมอ ป้ายที่ไม่มีจอบอก ก็จะมีป้ายกระดาษติดไว้ข้างในให้ดูว่า สายไหนจะมาเวลาไหนบ้าง สะดวกเป็นที่สุด
.
ตั๋วเที่ยวเดียวส่วนใหญ่ในทุกเมือง ราวๆ 3.5 PLN ใช้ได้ 20 นาที (เปลี่ยนรถได้ในเวลาที่มี) หรือ 4.6 PLN ใช้ได้ 75 นาที ครับ
.
แต่เราซื้อตั๋ววัน 24 ชั่วโมงตลอด ราคาก็ใบละ 13-15 PLN (ร้อยกว่าบาทนิดหน่อย) จึงสบายมาก ใช้วันนี้เผื่อไปถึงพรุ่งนี้ได้เลย
.
ตั๋วทุกประเภทซื้อจากตู้ข้างๆป้ายรถส่วนใหญ่ หรือบนรถได้ มีภาษาอังกฤษให้กดปุ่มเลือกในจอ ทั้งภาษาอังกฤษและโปลิช ถ้าไม่เข้าใจก็วานคนข้างๆซื้อให้ซึ่งไม่มีใครปฎิเสธความช่วยเหลือครับ....
.
แต่เราใช้วิธีซื้อจากลุงหรือป้าในบูธขายหนังสือพิมพ์ บุหรี่ และของเบ็ดเตล็ด ซึ่งสะดวกกว่า.... ในกรณีที่ตั๋ววันเค้าหมด เค้าอาจเปลี่ยนเป็นตั๋วเด็ก 50% คือ 7.5 PLN ให้ 2 ใบแทน ซึ่งก็มีค่าเท่ากัน หรือไม่ก็แนะนำให้ซื้อที่อื่นใกล้ๆครับ
.
ตั๋วทุกประเภทต้องสอดเข้าตู้เหลืองเพื่อ Validate ทุกครั้งเวลาขึ้นรถ แต่ตั๋ววันสอดเฉพาะครั้งแรกครั้งเดียว (ทว่า รถใต้ดินต้องสอดขาเข้าทุกครั้ง ขาออกไม่ต้องครับ)
.
.
.
เบื้องต้นก็เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ เท่าที่นึกออก หากมีอะไรเพิ่มเติมจะเรียนในรีวิว หรือกลับมาเติมที่นี่ครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/11/2019 7:49 am

รูปภาพ
.รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/12/2019 10:39 am

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.


รูปภาพ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/12/2019 10:45 am

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/12/2019 10:49 am

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/12/2019 10:59 am

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/12/2019 11:03 am

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/12/2019 11:07 am

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
Wawel Royal Castle-ปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโปแลนด์
.
27 พฤศจิกายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมอยู่ที่ลิงค์ http://bit.ly/2DjdMb7 ครับ)
.
จาก Kazimierz Jewish Quarter-ชุมชนชาวยิว Kazimierz-คาซิเมียส เราจะไปกันต่อยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคราคูฟอีกแห่งหนึ่งเป็นการส่งท้าย...แบบช้าๆนะครับ
.
รูปภาพ
.
และไม่พลาด.... สำหรับคอหนังดี ที่มีเวลาคัดสรรไม่มากเหมือนเรา ขออนุญาตนำเสนอสุดยอดภาพยนต์ Thriller-เขย่าอารมณ์ ระดับ Must See-ต้องชมให้ได้แบบห้ามพลาดเด็ดขาด ทำนอง The kind of film that restore your faith in the power of both acting and story telling-ภาพยนต์ที่คืนความศรัทธาที่เรามีต่อนักแสดงและการดำเนินเรื่องได้อย่างสมบูรณ์ อีก 2 เรื่อง ที่สุดยอดมหัศจรรย์จริงๆ
.
เสียแต่....ต้องติดตามฟังบทสนทนาในภาพยนต์ให้ละเอียด แล้วจะต้องยกนิ้วให้อย่างแน่นอนครับ
.
1. Locke ภาพยนต์อังกฤษ เจ้าของ 7 รางวัลและ 32 การเสนอชื่อเข้ารับรางวัลต่างๆ ชมลิงค์ตัวอย่างได้ที่ bit.ly/37IEGY0 ครับ
.
2. The Guilty ภาพยนต์เดนมาร์ค เจ้าของ 36 รางวัล และอีก 36 การเสนอชื่อเข้ารับรางวัลต่างๆ ชมลิงค์ตัวอย่างได้ที่
bit.ly/2pSUGW8 ครับ
.
แหะ แหะ ขออภัยจริงๆครับ เล่าอะไรไม่ได้ซักตอนหรือแม้แต่ทำนองเรื่องก็ไม่ได้เลยจริงๆครับ เพราะจะกลายเป็น Spoiler-สปอยเลอร์ ไปโดยไม่รู้ตัว ต้องเรียนเชิญให้เพื่อนๆลองหามาชมเอง รับประกันว่าไม่มีคำว่าผิดหวังครับ
.
รูปภาพ
.
ออกจากชุมชนชาวยิวมาด้านนอก เดินเลียบถนนไปเรื่อยๆเพื่อหาป้ายรถรางที่ถนนใหญ่ ผ่านสาขาธนาคาร...ร้านค้า..ผับ และ โฮสเต็ล 2 แห่งย่านนี้ไป แล้วก็ถึงป้ายรถ...
.
รูปภาพ
.
นั่งรถรางสาย 73 ไปจนสุดสาย ผ่านห้างต่างๆทั้ง คาร์ฟูร์...เทสโก และ โอบิ....และแฟลตชาวบ้านต่างๆ แล้วก็นั่งกลับมาลงใกล้ๆที่เดิม เพื่อจับสาย 1 คืนเข้าสู่ศูนย์กลางเมืองอีกครั้งหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
ลงรถที่โบสถ์ The Basilica of the Holy Trinity Dominican Order แล้วเดินไล่มาจนถึง Centrum Franciszkanskie San Damiano หรือ San Damiano Franciscan Center. Youth Ministry and Vocations-ศูนย์เยาวชนเพื่อการฝึกงานและโบสถ์ฟรานซิสแคน สำหรับเยาวชน
.
ด้านหน้ามีรูปปั้นของ Dr. Jozef Dietl อดีตนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตับและเป็นอธิการบดี ของ Jagiellonian University เมื่อปี คศ. 1861 และรูปปั้นครึ่งตัวของ Mikołaj Zyblikiewicz นายกเทศมนตรี 2 สมัยของคราคูฟ
.
แล้วก็เป็นอาคารหลังใหญ่ของ InfoKraków Wyspiański Pavilion ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของคราคูฟ ที่มีภาพวาดและกระจกสีประดับทั่วภายใน
.
รูปภาพ
.
อีกทั้งส่วนหนึ่งยังเป็นที่เลี้ยงดูเด็กสำหรับผู้ปกครองที่ต้องทำงานทั้งวันด้วย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/12/2019 11:10 am

รูปภาพ
.
ถัดจากศูนย์ฯที่ประดับด้วยหระจดสีรอบๆแล้ว ก็เป็นร้านจำหน่ายของชำร่วยงดงามต่างๆ
.
รูปภาพ
.
เดินทะลุมาหน่อย แค่เห็นรถม้า เราก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Main Market Square-จัตุรัสตลาดกลาง อย่างแน่นอนซึ่งก็ไม่ผิดครับ เพราะ...
.
เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านเบเกอรี่ เครื่องดื่มต่างๆ
.
เห็นป้าย Kantor ร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราอีกแล้ว ชุกชุมจริงๆ
.
รูปภาพ
.
เดินต่อไปหน่อยก็เข้าสู่ถนน Grodzka Street อันมี Kosciol sw Apostolow หรือ Church of the Holy Apostles-โบสถ์อัครสาวก หรืออีกชื่อที่รู้จักกันดีว่า St.Peter and Paul's Church-โบสถ์เซ็นต์ปีเตอร์และพอล
.
ด้านหน้าโบสถ์เต็มไปด้วยรูปปั้นของอัครสาวกทั้งมวล 12 พระองค์ สมชื่อจริงๆ
.

รูปภาพ
.
ภายในโบสถ์ก็สุดยอดมลังเมลือง อลังการระยิบระยับยิ่งนัก
.
รูปภาพ
.
ด้านนอกมีโฆษณา การแสดงคอนเสิร์ต ทุกคืนที่ภายในบริเวณด้วย
.
รูปภาพ
.
ที่อยู่ติดกัน คือ Kosciol sw Andrzeja w Krakowie หรือ St. Andrew's Church-โบสถ์เซ็นต์แอนดรูว์ ครับ
.
ด้านหน้าตรงข้ามโบสถ์เซ็นต์ปีเตอร์และพอล คือ จัตุรัส St. Mary Magdalene Square ซึ่งมีอนุสาวรีย์ของบาทหลวง Piotr Skarga Monument อยู่ตรงกลางที่ว่ากันว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่ไร้ซึ่งความสวยงามอย่างแท้จริง
.
ด้านข้างคือ Institute Cervantes หรือ The Cervantes Institute-สถาบันสอนภาษาสเปน เซอร์วานเตส ซึ่งสำนักงานใหญ่ก่อตั้งเมื่อ คศ.1991 ใน กรุงมาดดริด และสาขาที่ คราคูฟนี้ดำเนินงานเมื่อปี คศ.2004 ครับ
.
รูปภาพ
.
นักดนตรีแอคคอเดี้ยนที่ไม่เพียงรอเงินทิปจากผู้คน ยังต้องขายขนมปังที่ภรรยาทำจากบ้านในตะกร้าข้างๆด้วย
.
ไปกันต่อตามเส้นทาง Royal Route นี้ครับ
.
รูปภาพ
.
ในที่สุด เมื่อเห็นรถม้าจอดรอนักท่องเที่ยวที่เข้าไปชมข้างใน เราก็ทราบว่ามาถึง Wawel Royal Castle-พระราชวังหลวงวาเวล ซึ่งเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโปแลนด์แล้ว
.
รูปภาพ
.
ทางขึ้นเนินสูงมีผู้คนทะยอยกันเดินมากมาย... กำแพงยาวสีน้ำตาลด้านข้างมีป้ายชื่อต่างๆเรียงเป็นพืด ได้ยินไกด์คนหนึ่งบอกคณะของเค้าว่า เป็นรายชื่อของผู้ที่บริจาคเงินต่างๆ ซึ่งก็คงคล้ายๆตามซุ้มตามประตูวัดบ้านเราอ่ะครับ
.
จนถึงป้อมระเบียงโค้งด้านบน มีรูปปั้นทองเหลืองรูปทรงม้าของ Kościuszko วีรบุรุษแห่งชาติโปแลนด์ ลิทัวเนีย และเบราลุส ที่มีชื่อเรียกทางการว่า Tadeusz Kościuszko Monument
.
ด้านข้างเป็นเนินหญ้าสีเขียวสวยงาม
.
รูปภาพ
.
ด้านบนเป็นซุ้มประตูทางขึ้นสู่พระราชวังหลวง ที่มีอาคารหลายจุด ซึ่งอาคารใหญ่ด้านซ้ายมือคือ พิพิธภัณฑ์ John Paul II Cathedral Museum โดยด้านหน้ามีรูปปั้นของท่านสันตปาปา จอห์นพอลที่ 2 ให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/12/2019 11:12 am

รูปภาพ
.
เย็นมากแล้ว แทบทุกส่วนด้านในเข้าไปไม่ได้ นักท่องเที่ยวเหลือเพียงไม่กี่กลุ่ม
.
ด้านหน้าของ Cathedral-มหาวิหารที่ยิ่งใหญ่ และลานหญ้ากว้างขวางที่มีซากอาคารเก่า และอาคารใหม่หลายรูปแบบโดยรอบ บ้างก็ประดับประดาด้วยใบไม้สีเขียวตามธรรมชาติ
.
รูปภาพ
.
ข้ามแม่น้ำไป เป็นลูกบอลลูนใหญ่สีขาว โฆษณาเว็บ Dobra Atmosfera.pl ที่เป็นไน้ท์คลับขนาดใหญ่ และโรงแรม Hotel Poleski...... มองไกลเห็นอาคารโบสถ์ St. Stanislaus Kostka Church ที่เลียนแบบอาคารเด่นสูงตระหง่านในวอร์ซอว์
.
อาคารที่มีหลังคาโค้งสวยงาม คือ Manggha Museum of Japanese Art and Technology-พิพิธภัณฑ์ศิลป์และเทคโนโลยี่ญี่ปุ่นมังงะ
.
พอดีถึงทางลงผ่านซุ้มประตูที่มีใบไม้สีเขียวแซมอย่างงดงาม
.
.รูปภาพ
.
มองดูบรรยากาศโดยรอบทางลงด้านนี้ที่ยิ่งใหญ่และอาคารต่างๆฟากแม่น้ำที่เป็นภาพชัดยิ่งขึ้น
.

รูปภาพ
.
ที่กำแพงสูงด้านล่าง มีกลุ่มผู้ประท้วงมายกป้ายเกี่ยวกับอะไรซักอย่างโดยมีตำรวจยืนกำกับ 2-3 นาย และฝรั่งมุงประปราย
.
เดินย้อนกลับไปทางเดิม ที่มีรถม้าหลายคันนำนักท่องเที่ยวชื่นชมบรรยากาศยามเย็นโดยรอบ
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านค้าอัญมณีและของชำร่วยที่ตกแต่งอย่างสวยงาม แล้วคุณนายก็ขอนั่งพักชั่วครู่ ก่อนเดินต่อกลับที่พักที่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่ไกลกัน
.
เป็นอันเสร็จสิ้นการท่องเที่ยวคราคูฟในวันที่ 18 กันยายนนี้อย่างเรียบร้อยครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/12/2019 11:22 am

รูปภาพ
รูปภาพ.
.
Auschwitz & Birkenau Concentration Camp-ค่ายกักกันนรกนาซี
.
28 พฤศจิกายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
การเที่ยวโปแลนด์ จะหาความสมบูรณ์ไม่ได้เลย หากไม่ได้แวะเยือน Auschwitz & Birkenau Concentration Camp-ค่ายกักกันเอ้าซ์วิชและเบียร์คาเนา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Krakow-คราคูฟ .
เพราะแม้แต่นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ ณ Warsaw-กรุงวอร์ซอว์ หรือ Wrocław-วร็อซวาฟ ที่ต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับ ตั้งแต่ 6-10 ชั่วโมง ก็ยังอดกระเสือกกระสนจะขอไปเช้ากลับค่ำเพื่อประจักษ์กับตาครั้งหนึ่งในชีวิตไม่ได้
.
เพราะฉะนั้น เมื่อเราพักอยู่ที่ Krakow-คราคูฟ .....การไป ค่ายกักกันเอ้าซ์วิชและเบียร์คาเนา ซึ่งใช้เวลาไปกลับแค่ 3 ชั่วโมงหน่อยๆ จึงเป็นโปรแกรมที่พลาดไม่ได้เลย
.
การเดินทางไปเองนั้น แม้ทัวร์ทั่วไปจะคิดราคาคนละ 160-180 PLN (1300-1500 บาทโดยประมาณ) หลายคนแม้แต่เราเองหรือในเว็บก็ไม่เคยมีใครบอกก่อนว่า แสนจะง่ายดาย และ แสนจะง่ายดาย อิอิ......ด้วยที่แท้ เราสามารถเข้าชมค่ายกักกันทั้ง 2 แห่งได้ฟรี โดยเสียเพียงค่ารถบัสไปกลับไม่เกิน 30 PLN (240 บาท) หรือหากใช้ไกด์ทางการก็ไม่เกิน 90 PLN (720 บาท) เท่านั้น
.
ดังเช่นที่ผมเคยเขียนบอกเล่าเอาไว้ก่อน ในลิงค์ bit.ly/339USye แล้วว่า
.
-----------------------------------------
.
อีกวันไป ค่ายกักกันของนาซีอันเลื่องชื่อ ทั้ง Auschwitz-เอ้าช์วิทซ์ ค่ายหลัก และ Birkenau-เบียร์คาเนา ค่ายรอง ซึ่งอันแรกพอทำเนา แต่อันหลัง ขอเรียนว่า ผู้สูงวัยห้ามเด็ดขาด เพราะกว้างใหญ่มาก หลายคนรวมทั้งเรายังเดินตุปัดตุเป๋กลับมา และคนที่ขอยืนดูเฉพาะด้านหน้าๆมีอีกพะเรอเกวียน (ทั้ง 2 แห่งนี้ มีชัตเติ้ลบัสระหว่างกันทุก 10 นาที นั่งฟรีครับ)
.
ใครที่ไม่อยากเสียเงินค่าเข้าคนละ 60 Zloty-สว๊อตตี้ หรือ PLN (1 PLN เท่ากับ 8 บาทไทยโดยประมาณ คือ 480 บาท) ก็ไป Auschwitz-เอ้าช์วิทซ์ ค่ายหลัก ฟรี ตอนเช้า เข้าตอน 7.30-10.00 น. หลังจากนั้น นั่งชัตเติ้ลบัสฟรีไป Birkenau-เบียร์คาเนา ค่ายรอง ซึ่งเข้าฟรี หรือ...
.
ไป Birkenau-เบียร์คาเนา ช่วงบ่ายสองโมง เที่ยวเสร็จนั่งชัตเติ้ลบัสมา Auschwitz-เอ้าช์วิทซ์ ค่ายหลัก ซึ่งเปิดให้เข้าฟรีตอน 16.00-18.00 น.ครับ
.
เพราะช่วง 10.00 น.-16.00 น.เป็นช่วงที่ใน Auschwitz-เอ้าช์วิทซ์ ค่ายหลัก ต้องไปกับไกด์ และมีการจัดเป็นรอบๆ ถ้าคิวยาวต้องรอนาน แม้รอบภาษาอังกฤษจะมีทุกครึ่งชั่วโมงก็ตามครับ
.
การเดินทาง ถ้าใช้รถบัสจะสะดวกมาก เพราะจอดหน้าค่าย Auschwitz-เอ้าช์วิทซ์ ค่ายหลักเลย มีตั้งแต่เช้าถึงทุ่ม ค่ารถเที่ยวละ 15 PLN (120 บาท) แต่หากไปรถไฟไปลงสถานี Oswiecim-ออสวิชิม ค่าตั๋ว 2 คนแค่ 7 PLN (56 บาท) คนเดียวเท่าไหร่ไม่ทราบ ทว่าไม่ควรใช้ครับ เพราะลงรถที่สถานีแล้ว ไม่มีรถบัสไปค่าย ต้องเดินประมาณ 1000 เมตร (กิโลหน่อยๆ) เหนื่อยเปล่า แถมขากลับมีแค่ 4 โมงเย็นอีกต่างหาก
.
-------------------------------------------------------
.
จากบทความข้างต้น ขอสรุปเพียงสั้นๆว่า....
.
ไปรถบัสจากท่านรถบัสในห้างแกลลอเรียกลางเมืองสะดวกสุด เพราะถึงค่าย Auschwitz-เอ้าช์วิทซ์ เลย ใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงครึ่ง ส่วนขากลับก็ออกจาก Auschwitz-เอ้าช์วิทซ์ เช่นกัน ค่ารถเที่ยวละ 15 สว๊อตตี้ หรือ PLN (120 บาท) เท่านั้น และ
.
ห้ามไปทางรถไฟเพื่อลงสถานี Oswiecim-ออสวิชิม ตามที่บอกกันในเว็บเด็ดขาด เพราะทุลักทุเลและหมดแรงก่อนเยี่ยมทั้ง 2 ค่ายแน่นอน
.
รายละเอียดจะได้ว่ากัน ณ ตอนต่อไปนี้ครับ :-)
.
รูปภาพ
.
สำหรับบทความที่ผมพยายามแทรกในแทบทุกรีวิว เป็นภาพยนต์ดีๆ ซึ่งอยากแนะนำเพื่อนๆให้ได้ชมกันหากมีโอกาส (เราะตัวเองชมเรื่องละตั้งแต่ 3 รอบขึ้นไป) เรื่องนี้ เกิดจากเห็นภาพช่อดอกไม้บนหมอนรถไฟค่ายกักกัน Birkenau-เบียร์คาเนา bit.ly/2Y2vw4g แท้ๆ..... หากไม่อยู่ในรสนิยมของท่าน ขอเรียนเชิญพลิกข้ามไปได้เลยนะครับ :-)
.
Flowers/Loreak-แล้วความไม่มีอะไรก็กลายเป็นมีอะไรต่อมิอะไร
.
ชีวิตที่จืดชืดของ แอน เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อมีใครไม่ทราบส่งช่อดอกไม้ให้เธอที่บ้านสัปดาห์ละครั้ง ในฐานะของ Secret Admirer-คนแอบชื่นชม ที่เห็นเธอเป็นเสมือนคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิต
.
เค้าเป็นใครกันหนอ?...
.
ทั้ง แอน และสามีสอบถามจากร้านขายดอกไม้ ก็ไม่ได้ความอะไร และเพื่อไม่ให้สามีเสียอารมณ์โดยใช่เหตุ แอนจึงใช้วิธีรับแล้วแอบซ่อนไว้ ก่อนนำไปประดับที่โต๊ะทำงานในออฟฟิซแทนภายหลัง
.
และแล้ว จู่ๆก็หายไป...ไม่มีการส่งช่อดอกไม้มาให้เธออีก.....
.
จนเธอรับทราบภายหลังว่า เค้าคนนั้นคือคนทำงานที่เดียวกันซึ่งประสพอุบัติเหตุตรงทางโค้งของทางหลวงในคืนหนึ่ง..... และด้วยความศรัทธาลึกๆภายในทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แอนจึงขอเป็นฝ่ายนำช่อดอกไม้ไปวางในบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุนั้นทุกสัปดาห์แทนเพื่อเป็นการระลึกถึงความดีมีน้ำใจอย่างคารวะยิ่ง
.
นั่นคือจุดเริ่มต้นของภาพยนต์แนวครอบครัวที่สุดแสนจะ Beautiful-น่ารัก..... ที่ใครต่อใครต่างคาดไม่ถึงว่า จะเป็นไปได้หรือ ที่ช่อดอกไม้สามารถสร้างสัมพันธภาพอันงดงามให้คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนหลายชีวิตหันมาผูกพันกันแบบลึกซึ้งได้....
.
แต่คุณค่าอันสำคัญสูงสุด คือการทำให้แอนได้ตระหนักว่า ควรจะปฎิบัติตนต่อสามีในฐานะภรรยาที่ดีได้อย่างไร
.
ภาพยนต์สเปน ภาษา Basque (เขตปกครองของตนเองในสเปน) ส่วนหนึ่งถ่ายทำที่ เมือง San Sebastián ที่เราเคยไปพักที่นั่นถึง 4 คืนมาแล้วนี้ มีเครื่องรับประกันเป็น 8 รางวัล และ 16 การเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลต่างๆว่า....Drama เรื่องนี้ ชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างไร
.
เวลา 1 ชั่วโมง 39 นาทีมี่ชม ถึงให้ความรู้สึกว่าคุ้มเหลือคุ้มด้วยการจรรโลงชีวิตอารมณ์ของทุกคนได้อย่างเหลือเชื่อ
.
ชมภาพยนต์ตัวอย่างได้ที่ลิงค์ bit.ly/33xFKKQ ครับ
.
รูปภาพ
.
ไปครับ ไปชมรีวิว Auschwitz & Birkenau Concentration Camp-ค่ายกักกันนรกนาซีฯ กัน
.
และก่อนอื่น สำหรับเพื่อนๆที่อ่านมาแล้วว่า เราไม่แนะนำให้ไป ค่ายกักกันนรกนาซีฯ Auschwitz ด้วยรถไฟกัน ต้องขออภัยอีกครั้งครับว่า ภาพ 4 กรอบต่อไปนี้ เราลงไว้เพราะเราไปที่โน่นทางรถไฟซึ่งเป็นประสบการณ์หนึ่ง เผื่อเพื่อนๆที่แข็งแรงกว่าเราอยากเดินเยอะๆมั่ง จะได้ทราบเป็นข้อมูลไว้.... ส่วนเพื่อนๆที่คิดว่าเสียเวลาเปล่า ก็โปรดรับคำขอโทษและสามารถคลิกข้ามไป 4 กรอบได้เลยครับ
.
รถไฟจาก คราคูฟไป Oswiecim-ออสวิชิม มีตั้งแต่ 6.20 น. และในเว็บบอกว่าขากลับ 18.25 น.นั้น การ์ดรถบนรถไฟบอกว่า ข้อมูลของเค้าคือขากลับแค่ 16.20 น.เป็นเที่ยวสุดท้ายแล้ว (เชื่อเค้าดีกว่านะครับ แหะแหะ)....ทั้งวันมีรถ 12 เที่ยว (ประมาณเที่ยวละทุกๆชั่วโมง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครับ
.
เช้าวันที่ 17 กันยายน ตื่นสายเกือบ 8 โมง ถามนักท่องเที่ยวเยอรมันคนหนึ่งในโฮสเต็ลที่บอกว่า "ไปเอ้าซ์วิชด้วยรถบัสสะดวกสุด แต่ค่ารถเท่าไหร่ลืมไปแล้ว" เราก็จึงตั้งใจว่าจะไปตามนั้น
.
9.30 น. ออกจากโฮสเต็ลเข้าทางห้างแกลลอเรีย ทะลุผ่านจุดขายตั๋วของการรถไฟคราคูฟก่อน (ท่ารถบัสต้องเลยเข้าไปอีก) เห็นป้ายใหญ่ว่ามีเที่ยว 10.18 น. เราก็เลยตัดสินใจว่า "เอาน่า ลองไปด้วยรถไฟดูก็แล้วกัน"
.
ค่าตั๋ว 2 คนแค่ 18 PLN (144 บาท) ถูกกว่ารถบัสที่ตกเที่ยวละคนละ 15 PLN (120 บาท)...ได้ตั๋วแล้ว มุ่งไปขึ้นลิฟท์สู่ชานชาลาที่ 4 ตามคำบอกของเจ้าหน้าที่
.
ครู่เดียวก็ขึ้นรถเที่ยวที่เพิ่งกลับเข้ามาจาก Oswiecim-ออสวิชิม แล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ตารางบนรถบอกว่า ราวๆ 12.07 น. เราก็จะถึง Oswiecim-ออสวิชิม ป้ายสุดท้าย ตามต้องการ
.
ก่อนหน้านั้น เจอ 1 หนุ่ม 3 สาวชาวโปแลนด์บอกว่าจะไปค่ายกักกันฯเหมือนกัน เราเลยบอกว่าเดี๋ยวเจอกันตอนลงรถ
.
ได้ที่นั่งแล้ว หนุ่มใหญ่อาจารย์ที่วอร์ซอว์นั่งอยู่ข้างๆ น่ารักมากเป็นเพื่อนคุยตลอดในฐานะอาจารย์เช่นกัน เค้าจะลงก่อนเราเพื่อทำธุระ และให้เบอร์โทร.ของเค้าที่วอร์ซอว์พร้อมบอกว่า ยินดีเป็นไกด์นำเที่ยวให้เมื่อเราไปที่นั่นตอนจบทริปนี้ ขอบคุณมากๆเลยครับ
.
ลงรถไปแล้ว เดินตามผู้คนไป ผ่านป้ายลูกศรชี้ทาง To Museum เราก็มุ่งหน้าไปยังรถบัสที่เห็นทันที
.
แต่แป่ว...คนขับบอกว่ารถไม่ได้ไปค่ายเอ้าซ์วิช และช่วงนี้ไม่มีรถไปที่นั่นด้วย...ถามว่าแล้วไง..เค้าไม่รู้เรื่อง (ภาษาอังกฤษ) พี่สาวบนรถคนหนึ่งบอกว่า "Walk walk-เดินเอา" อ้าว....
.

รูปภาพ
.
เดินก็เดินครับ...เห็นป้ายแหล่งท่องเที่ยวในเมือง ออสวิชิม ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เราก็เดินออกขวาไปตามทาง ซึ่งก็เจอ 1 หนุ่ม 3 สาว เดินล่วงหน้าไปแล้ว (พวกนี้คงดูข้อมูลมาก่อนแล้วและขอเดินดีกว่าอยากนั่งรถบัสเหมือนเศรษฐีอย่างเรา อิอิ) เราก็เลยค่อยๆเดินตาม
.
อากาศเย็นสบายทั้งๆที่เพิ่งหลังเที่ยง ...ประมาณ 300 เมตรกว่าๆ ก็เจอป้ายเขียนว่า เลี้ยวซ้ายไปค่ายเอ้าซ์วิชทางนี้ได้เหมือนกัน มีร้านอาหารกลางวันอร่อยราคาไม่แพงด้วย แต่เราคิดว่าน่าจะเป็นทางอ้อมให้ไกลขึ้นไปอีก จึงเดินตรงต่อไปเรื่อยๆ
.
จ๊ากกกก...ถึงออฟฟิซของห้างใหญ่ๆหลายห้าง เห็นป้ายบอกว่า ยังต้องเดินต่ออีก 1100 เมตร (กิโลหน่อยๆ) โห...ช่างทรมานเราจริงๆ
.
เดินต่อไปจนเหลืออีกแค่ 800 เมตร...มีป้ายบอกว่าเลี้ยวขวาไป Birkenau-เบียร์คาเนา 1200 เมตร หนุ่มสาวโปแลนด์ 4 คนที่เดินก่อนหน้า เลี้ยวไปที่นั่นก่อน แต่เราไม่อยากทรมานอีก 400 เมตรให้เหนื่อยเปล่า เพราะทราบข้อมูลมาแล้วว่ามีชัตเติ้ลฟรีวิ่งระหว่างกันฟรี จึงตรงลูกเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
เดินไปหน่อย เจอโรงงานอะไรซักอย่าง มีป้ายรถเมล์ข้างหน้า ถามผู้คนที่รออีกก็ไม่ได้ความ งั้นเดินต่อเอาก็ได้ ธ่อ...
.
ระหว่างนั้น ก็เห็นชัตเติ้ลบัสวิ่งไปมาโดยไม่มีการจอดแวะระหว่างทาง...เดินต่อไปจนถึงป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้าย และเมื่อเห็นป้ายรถบัสข้างหน้า ก็มีรถชัตเติ้ลบัสออกมาจากค่าย แสดงว่าถึงแล้วครับ แฮ่กๆๆๆ...
.
เอ...ตรงนี้ก็มีป้ายรถบัสนี่นา แล้วทำไมรถบัสที่สถานีรถไฟตะกี้ ถึงบอกว่าไม่มีก็ไม่ทราบ...ถ้ายังไงเพื่อนๆลองถามดูก็ได้ครับ เผื่อได้คำตอบดีกว่าเรา...แต่ว่าไม่ต้องมาบอกเรานะครับ เพราะคงไม่ได้ไปอีกและ อาย..ที่ตัวเองคงพูดภาษาคนไม่รู้เรื่องอ่ะครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ถึงทางเข้าค่ายกักกันฯแห่งแรกแล้ว ด้านในมีป้ายรถบัส Krakow-Auschwitz-Ktakow ต่างหาก แต่เรายังไม่เข้าไปครับ เพราะเห็นป้ายตะกี้แล้วว่า ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-Tourist Information อยู่ด้านนอกฝั่งตรงข้าม ขอเข้าไปสอบถามข้อมูลก่อน
.
ข้ามถนนผ่านภัตตาคาร Art-Deco ไปหน่อย เห็นป้าย Pizzaria อยู่ตรงข้าม มีเครื่องหมาย i ให้ต้องเลี้ยวไปด้านใน
.
เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯน่ารักมากครับ ให้ข้อมูลว่า...."ถ้าเราอยากเข้าฟรี ก็ขอให้ขิ้นชัตเติ้ลบัสฟรีไปที่ Birkenau-เบียร์คาเนา ก่อน แล้วค่อยกลับมาเข้าฟรีที่นี่ช่วง 16.00-18.00 น.เอา (ช่วงเช้าที่นี่ ตอน 7.30-10.00 น. ก็ฟรีเช่นกัน) แต่ถ้าไม่อยากด้นหาห้องต่างๆเอาเอง เพราะมีห้องเยอะมาก และอยากรู้ข้อมูลดีๆ ก็ไปกับไกด์ทางการตอนนี้ได้เลย ค่าบริการคนละ 60 PLN (480 บาท)..." ขอบคุณมากครับ
.
รูปภาพ
.
ข้ามถนนกลับไปที่ค่ายฯ เดินตรงไปที่บูธขายตั๋ว ปรากฎว่าได้รอบ บ่ายโมงครึ่ง ซึ่งอีกแค่ประเดี๋ยวเดียว... เราจึงตรงไปที่ทางเข้า โดยเจ้าหน้าที่บอกว่า "ต้องเอาเป้ใหญ่ไปฝากไว้ที่ห้องฝากก่อน"
.
ค่าฝากชิ้นละ 4 PLN...กลับมาที่ทางเข้าอีกครั้ง เจ้าหน้าที่บอกว่า "ต้องฝากกระเป๋าเล็กด้วย" ผมก็เซ็งนิดๆว่า "แล้วตะกี้ทำไมไม่บอกก่อน.." จัดการฝากอีกใบ
.
พอกลับมาอีกที ไอ้อ้วนอีกคนบอกว่า "ต้องขอดูพาสปอร์ต..." คราวนี้ ผมระเบิดเลย...
.
"What a shit management is this,why don't you learn to give the requirement properly at one time, you 4-5 young people just take salary for nothing and waste our time-นี่มันการจัดการภาษาอะไรเนี่ย ทำไมพวกนายถึงไม่บอกตั้งแต่แรกรวดเดียวเลยว่าต้องทำยังไง ดูซิ ทั้ง 4-5 คน เป็นหนุ่มเป็นสาวแท้ๆ รู้จักแต่รับเงินเดือนแล้วทำให้เราเสียเวลาเปล่า..."
.
เคราะห์ดีที่บูธฝากของอยู่ใกล้ๆ คุณนายก็เลยจัดการเอาพาสปอร์ตมาให้ดู แต่ผมยังไม่หายกรุ่น โวยต่อไปว่า
.
"All of you should ask your boss to go learn from Wieliczka Salt Mine how they manage people so respectfully and with high standard, this is horrible and spoil good name of Poland you know-พวกคุณน่าจะขออนุญาตนายไปศึกษาวิธีการจัดการอย่างมีมาตรฐานยอดเยี่ยมของเหมืองเกลือเค้านะ แบบอย่างที่นี่น่ะ ห่วยมากๆเลย พลอยทำให้ประเทศโปแลนด์เสียชื่อไปเปล่าๆปลี้ๆ รู้ไหม......"
.
แล้วผมก็ยกกล้องถ่ายรูปเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ดังที่เห็น ซึ่งคุณนายบอกผมว่า "พวกนั้นคุยกันว่าผมถ่ายรูปทั้งกลุ่มไว้.." เข้าใจว่าคงกลัวผมไปโพสต์ประจานพร้อมรูปใน Tripadvisor หรือเขียนไปฟ้องนายเค้าทีหลัง....
.
ซึ่งจริงๆแล้ว แค่ปุ๊บนึงผมก็ลืมและให้อภัยเรียบร้อย ด้วยทัศนคติที่ว่า "อะไรที่ไม่ดี ไม่ต้องลงมือเองหรอก เดี๋ยวก็มีคนจัดการให้ทีหลัง แค่ที่ทำไปก็ยิ่งกว่าส่งผลให้พวกเค้ารู้ตัวกันแล้ว" อ่ะครับ หุหุ
.

รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3575
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน

cron