Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/12/2019 10:30 pm

รูปภาพ
.
ไปกันต่อที่อาคารหมายเลข 6 ซึ่งเป็นอีกส่วนของค่ายที่นักโทษอาศัย อาคารละ 700 ถึง 1000 คน ด้านนอกคือภาพถ่ายนักโทษที่หลงเหลือจากเอกสารต่างๆ
.
ในห้องนอนช่วงย้ายมาใหม่ๆมีเพียงกองฟางให้แก้หนาว
.
ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นเบาะผ้าสวม และทุกคนต้องนอนเบียดๆกัน โดยช่วงเช้าต้องเก็บพับเบาะทั้งหมดไว้มุมห้อง
.
รูปภาพ
.
โถส้วมที่มีไว้ภายหลัง แต่ก็ไม่เพียงพอ ด้วยตอนแรกต้องใช้พุ่มไม้ข้างๆเป็นสุขาแทน
.
ส่วนห้องอาบน้ำที่สร้างขึ้นภายหลังเพื่อทดแทนการอาบข้างบ่อในค่าย
.
ห้องพักของผู้คุมซึ่งแต่แรกเป็นทหารนาซีทั้งหมด ต่อเมื่อมีการขยายค่ายให้ใหญ่ขึ้น ชนชาติอื่นๆจำนวนหนึ่งก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้คุมบ้าง โดยส่วนหนึ่งในนั้น เป็นพวกต่อต้านนาซีที่คอยแอบช่วยเหลือนักโทษอยู่ลับๆ
.
นักโทษจำนวนหนึ่งได้นอนบนเตียง 3 ชั้น เตียงละ 2 คน ซึ่งต้องรักษาความเรียบร้อยหลังตื่นนอนในมาตรฐานเดียวกันกับทหารนาซีทั้งมวล
.
ถึงช่วงนี้ ไกด์สาวอนุญาตให้พวกเราพัก 20 นาที เพื่อใช้ห้องน้ำในอาคารที่ 18

รูปภาพ
.
ลานข้างอาคารที่ 10 และ 11 คือแดนประหาร ที่นักโทษถูกพามายิงทิ้ง ประกอบด้วยนักโทษการเมือง สมาชิกและครอบครัวทั้งเด็กสตรีคนชราของกลุ่มต่อต้านนาซีในที่ลับที่แจ้งและถูกจับได้ รวมทั้งกลุ่มที่มีส่วนช่วยให้นักโทษหลบหนีจากค่ายด้วย
.
ลานประหารนี้ถูกรื้อทิ้งในปี คศ.1944 เพื่อใช้ที่อื่นแทน และถูกบูรณะขึ้นใหม่เป็นเพียงอนุสรณ์สถานส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์นี้หลังสงครามสิ้นสุดลงครับ
.
รูปภาพ
.
อาคารหมายเลข 11 คือ Death Block-อาคารแห่งความตาย เพราะนักโทษที่มีพฤติกรรมส่อไปทางต่อต้านนาซีในที่ลับและที่แจ้งจากที่ต่างๆถูกจับตัวมาสอบสวนอย่างหนักที่นี่ และรอฟังคำพิพากษาคดีจากศาลทหารซึ่งท้ายสุดก็คือถูกประหารชีวิตทั้งหมดโดยการยิงทิ้งที่ลานระหว่างอาคารนั่นเอง
.
รูปภาพ
.
สภาพภายในอาคารที่เต็มไปด้วยห้องสอบสวน และหลังสงคราม มีการพบศพมากมายในห้องใต้ถุนโดยทหารรัสเซีย
.
ต่อไปเป็นห้องใต้ดินที่นักโทษหญิงถูกผู้คุม 2 คน นำไปถอดเสื้อผ้าก่อนถูกยิงเป้า
.
ไปยังอีกห้องใต้ถุนหนึ่ง ซึ่งนักโทษถูกใช้เป็นหนูลองยา รมแก้สก่อน ด้วยมีนาซีเหี้ยมหัวแหลมเสนอยุทธวิธีทำลายล้างนักโทษทีละหลายๆคนในเวลาสั้นที่สุดและไม่ต้องใช้ทรัพยากรมาก คือจับนักโทษเหล่านั้นมาถอดเสื้อผ้าและนำเข้าสู่ห้องที่เหมือนตู้เซฟนั้น
.
หนูตะเภากลุ่มนี้ประกอบด้วย เชลยศึกรัสเซีย 600 นาย และชาวโปแลนด์ที่ป่วยไข้อีก 250 คน
.
ไกด์บอกว่า..ห้องรมแก้สมีอยู่ 4 ห้องด้วยกัน สามารถสังหารนักโทษได้คราวละ 2000 คน เท่ากับ วันละ 8000 คนครับ
.
ส่วนอื่นๆก็เป็นห้องทรมานนักโทษให้ถูกอดอาหาร ขาดอากาศหายใจ และซอกที่ต้องคลานเข้าไปขังรวมกัน
.
รูปภาพ
.
ทั้งกลุ่มกลับเข้าคารวะวิญญานของผู้สูญเสียอีกครั้งหนึ่ง ก่อนเดินออกไปด้านข้างที่มีบาร์ยาวสำหรับเป็นที่แขวนคอประจานกลุ่มต่อต้านให้เป็นที่ประจักษ์แก่นักโทษอื่นๆ
.
ข้างฝามีภาพนักโทษที่ถูกแขวนคอต่อหน้านักโทษอื่นๆจำนวนมากสุดในวันที่ 19 กรกฎาคม คศ.1943 ด้วย
.
ส่วนลับเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่เท่านั้น
.
รูปภาพ
.
นักโทษที่ปฎิเสธการถูกใช้ทำแรงงานหนัก จะถูกนำมาเปลือยกายยืนเป็นแถวข้างรั้วในหน้าหนาวจนตาย
.
คำกล่าวของนักโทษชาวกรีกว่า "จงจดจำฉัน เฉกเช่นที่ฉันจดจำคุณ"
.
ห้องเจ้าหน้าชั้นสูงของนาซีในค่าย ที่มีทางเข้าสวยงาม แต่ข้างๆเป็นลานประหารด้วยการแขวนคออีกแห่งหนึ่ง
.
เราจะเข้าชมห้องรมแก้สที่นี่ ซึ่งแต่เดิมเป็นห้องเผาศพและถูกดัดแปลงเป็นห้องรมแก้สแทนต่อมา
.
รูปภาพ
.
"โปรดรักษาความสงบในห้องที่มีผู้สูญเสียชีวิตนับไม่ถ้วนนี้ และเก็บทุกอย่างไว้ในความทรงจำ"
นรกในห้องโล่งๆนี้ ยังมีเตาเผาศพหลงเหลืออยู่
.
ที่นี่ถูกใช้เป็นห้องประหารนักโทษจำนวนมหาศาล โดยจำนวนหนึ่งเพิ่งถูกขนย้ายมาที่ค่ายนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเท่านั้น
.
เศร้า เศร้า เศร้า เกินสุดจะบรรยายอารมณ์ความรู้สึกที่จุกอยู่ในลำคอออกมาได้
.
รูปภาพ
.
เคราะห์ดีที่การเยี่ยมชมโดยไกด์สาวในค่ายนี้เกือบ 2 ชั่วโมงสิ้นสุดลง
.
มีเวลาให้เราเป็นการส่วนตัว 20 นาที ก่อนจะเดินทางไปต่อที่อีกค่ายคือค่าย เบียคาเนาครับ
.
คืนหูฟังเครื่องเสียงแล้วเราก็ออกมาด้านนอกที่มีบูธอาหารหลายแห่ง ส่วนใครที่อยากชมนิทรรศการด้านนอกก็เลี้ยวไปอีกด้าน
.
รูปภาพ
.
ประวัติของนักโทษที่รอดตายพร้อมคำพูดบรรยายความในใจของพวกเค้าทั้งชายหญิง บอกล่าวบนป้ายกระจก ซึ่งมองทะลุไปยังรูปภาพที่ใส่ไว้ด้านหลังด้วย...(ชมยูทูปบอกเล่าของผู้รอดตายจำนวนมากอาทิที่ลิงค์ bit.ly/2Y3ychY ได้ครับ)
.
นอกจากนั้น ยังมีภาพการเดินและสัมนาเป็นการระลึกถึงความหฤโหดของค่ายนาซีที่นี่จากที่ต่างๆในยุโรปด้วย
.
เดี๋ยวค่อยไปต่อกันที่อีกค่ายนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 29/12/2019 11:33 pm

รูปภาพ
.
Birkenau Concentration Camp-ค่ายรอง เบียร์คาเนา
.
เขียน ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้ว "ค่ายกักกันนรกนาซี" อยู่ที่ลิงค์ bit.ly/2UlebUi ครับ)
.
จากค่ายเอ้าช์วิทช์ 1 ที่ใช้เวลาข่มอกข่มใจตามน้ำเสียงเรียบง่ายแต่จริงจังของ Adita ไกด์สาวใหญ่ และภาพสลดใจที่ประจักษ์แก่สายตาทีละภาพทีละจุด เราก็มาถึงหน้าประตูทางออก ที่ไกด์บอกว่า เดี๋ยวอีก 15 นาที เราจะไปต่อกันที่ค่ายรองของเอ้าช์วิทช์ อันขยายพื้นที่ออกไปไม่ไกลและเรียกว่า ค่ายเอาช์วิทช์ 2 หรือ Birkenau Concentration Camp-เบียร์คาเนา ครับ
.
ขอเรียนอีกครั้งนะครับว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาถึงเมือง Oswiecim-ออสวิชิม อันเป็นที่ตั้งของ ค่ายกักกันนรกเอ้าช์วิทช์ หลัง 10 โมงเช้า ขอให้จับรถชัตเติ้ลบัสฟรีไปเที่ยวที่ เบียร์คาเนา ก่อน ซึ่งมีทุกๆ 15 นาที และหลังจากนั้น ค่อยกลับมาเข้าที่เอ้าช์วิทช์ฟรีทีหลังในช่วง 16.00 ถึง 18.00 น.แทนนะครับ
.
แต่หากประสงค์จะเข้าค่ายโดยมีไกด์นำและบรรยายตลอดรายการ ก็ซื้อบัตรเอาคนละ 60 PLN (480 บาท) ตอนไหนก็ได้ครับ
.
รูปภาพ
.
เริ่มต้นด้วยการรอรถบัสพร้อมคณะและไกด์ที่กำลังตามมา หลังเธอแยกตัวเข้าไปลงทะเบียนตามระเบียบ
.
ป้ายตารางเวลาบอกว่า รถบัสชัตเติ้ลระหว่างค่ายหลักค่ายรองนี้มีทุกๆ 15 นาทีครับ
.
แล้วเราก็ขึ้นรถพร้อมๆกัน ซึ่งใช้เวลาสั้นๆแค่ 10 นาที ก็มาถึงค่ายเบียร์คาเนาแล้ว
.
รูปภาพ
.
บริเวณด้านหน้า มีโปสเตอร์ภาพถ่ายต่างๆในอดีตติดให้ชมกันด้วยความหดหูใจ
.
แผ่นแรกบรรยายความว่า "ค่ายกักกันขนาดใหญ่นี้ ใช่จะมีเพียง 2 ค่ายเท่านั้นไม่ แต่ยังมีค่ายที่ 3 ชื่อ Monowitz อีกแห่งหนึ่งที่ไกลออกไปอีก 12 กม.ด้วย แล้วก็ยังมี ค่ายย่อมๆ-Subcamp รอบๆอีกมากกว่า 40 ค่าย
.
นักโทษคนแรกที่เสียชีวิตในค่าย 1 เป็นชาวโปแลนด์ ตามมาด้วยนักโทษจากรัสเซีย...ยิบซี และชนชาติอื่นๆ... หลังจากนั้น ค่ายนรกเหล่านี้ก็เป็นยิ่งกว่าโรงฆ่าสัตว์ เมื่อทหารเยอรมันได้รับคำสั่งให้จัดการกับชาวยิวให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยการอพยพผู้คน เด็ก สตรี คนชรา มายังเอ้าช์วิทช์นี้อย่างไม่ขาดสาย และสุดท้ายก็จากโลกนี้ไปในโรงบ่มแก้สพิษอย่างที่ทราบๆกันเป็นล้านๆชีวิต
.
ยิ่งสงครามใกล้สิ้นสุดมากเท่าไหร่ ทหาร SS ของเยอรมันก็ยิ่งทำลายหลักฐานประดามีให้หมดจดที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะห้องรมแก้ส เตาเผาศพ อาคารสำคัญ และเอกสารทั้งมวล..... สุดท้าย นักโทษที่เหลือรอดชีวิตมาได้จนถึงวันนั้น ก็ได้รับการปลดปล่อยโดยทหารแดงแห่งรัสเซียในวันที่ 27 มกราคม คศ.1945
.
วันที่ 2 กรกฎาคม คศ.1947 ทางการโปแลนด์ได้ปรับเปลี่ยนค่ายนรกเหล่านี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่ง Oswiecim-Brzezinka (หรือ Auschwitz-Birkenau ในภาษาสากล).... ต่อมาในปี คศ. 1979 ค่ายกักกันเอ้าช์วิทช์-เบียร์คาเนา นี้ ก็ได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกไป"
.
โปสเตอร์แผ่นที่ 2 และ 3 คือ แผนผังที่ตั้งทางอากาศและแผนผังของค่ายต่างๆในเบียร์คาเนานี้
.
ภาพถ่ายภาพใหญ่คือ ภาพ "ผู้อพยพที่ถูกจับตัวมายังที่นี่ซึ่งมีทั้งเด็กสตรีคนชรา ทั้งหมดเข้ากลุ่มเพื่อรับการคัดเลือกจากทหาร SS ก่อนว่า ใครที่แข็งแรงทำงานได้ ควรจะอยู่ค่ายไหน แต่....
.
กว่า 70 % ที่ป่วย อ่อนแอ หรือ แก่ชรา จะถูกถือว่า ไร้ประโยชน์ และถูกนำตัวไปโรงบ่มแก้ส โดยถูกหลอกว่าไปชำระร่างกาย และจากโลกนี้ไปทันที"
.
ตารางเวลาอีกป้ายบอกว่า "ที่นี่ ตามค่ายส่วนใหญ่เปิดให้ชมตั้งแต่ 7.30 น. และปิดตั้งแต่ 14.00 น. ถึง 19.00 น. ส่วนด้านนอกปิดตั้งแต่ 15.30 น. ถึง 20.30 น. แล้วแต่ส่วนไหนส่วนไหน" ครับ
.

รูปภาพ
.
ก่อนจะเห็นพื้นที่เปล่าๆที่มีเสียงไกด์แซมบรรยาย ขออนุญาตนำเพื่อนๆไปดูความจริงด้านหนึ่งจากคลิป One Day In Auschwitz
bit.ly/31qjZgG หน่อย เพราะมีภาพถ่ายและภาพวาดระลึกอดีตให้หวนคำนึงมากมาย ดังนี้...
.
-เมื่อเยอรมันเข้ายึดครองโปแลนด์ ชีวิตปรกติของผู้คนที่ส่วนใหญ่เป็นชาวยิวก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปในฐานะนักโทษ ที่ต้องถูกจับตัว ทำหนังสือเดินทางใหม่ และถูกขนย้ายไปที่เอ้าช์วิทช์ 2 หรือ เบียร์คาเนา ภายใต้การควบคุมของทหาร SS เยอรมันอย่างเข้มงวด โหดร้าย และปราศจากมนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง
.
ผู้คนทุกเพศทุกวัยที่ถูกอัดแน่นในโบกี้ขนของ ตู้ละกว่า 80 คนที่ต้องเบียดกันยืนอย่างเดียว เป็นหลายๆชั่วโมง เมื่อประตูถูกเปิดออก ก็ยิ่งกว่ากระแสน้ำไหลบ่าจากที่สูงสู่ที่ต่ำ
.
รูปภาพ
.
เรื่องน่าเศร้าอันเป็นที่หวาดกลัวของผู้คนนอกจากการถูกแปะสัญลักษณ์ ชาย-หญิง บนเสื้อ และการถูกตวาดใส่ของทหาร SS ก็คือ ต้องคอยหลบสุนัขที่จ้องกระโจนกัดอีกด้วย
.
รูปภาพ
.
ทุกคนจะไม่มีชื่อเรียก นอกจาก หมายเลขประจำตัว ที่ถูกสักใส่ท่อนแขน (ในภาพยนต์เรื่อง Denial อีกฝ่ายกล่าวหาว่า เป็นการสร้างละคร...ไม่ทราบว่าคิดได้ยังไง) จับแยกไปอยู่ตามบล็อกต่างๆ นอนบนชั้นไม้ที่สภาพแย่กว่าตามโกดัง ช่องละ 8 คน
.
รูปภาพ
.
ทุกขั้นตอนจะถูกบังคับควบคุม...สตรีถูกกล้อนผม..เข้าคิวรับอาหารแต่ละมื้อที่หลายครั้งสุนัขทหารได้ลิ้มเลียก่อน....ห้องน้ำที่ต้องต่อคิวเข้าครั้งละหลายสิบ แบบปุ๊บปั๊บ เพราะข้างนอกยังยืนต่อคิวรอพะเรอเกวียน...พื้นห้องนอนสกปรกด้วยขยะสารพัดสิ่งรวมทั้งเศษศพคนตาย....
.
รูปภาพ
.
ทุกคนต้องทำงาน และถูกปฎิบัติเช่นสัตว์ จนหน้าตาบูดเบี้ยว ถูกเปลี่ยนใช้รองเท้าไม้ กระทั่งนิ้วเท้างอแกรน และตายไปจากความหิวโหยและงานหนัก
.
วิธีที่คนอ่อนแออ่อนโลกตระหนักกันว่า "อย่าทนทุกข์ทรมาณต่อไปเลย ตายไปง่ายกว่า" ก็คือการโผเข้าใส่ลวดน้ำที่สื่อกระแสไฟแรงสูง เกิดขึ้นตลอด ซึ่งว่าที่จริง แค่เดินเฉียดๆก็โดนกระสุนสังหารจากป้อมยามบนหอแล้ว...
.
รูปภาพ
.
หลายคนสู้อุตส่าห์กักเก็บเพชรหินจินดา เงินทองธนบัตร และสิ่งมีค่าทั้งมวลเป็นเครื่องประกันอนคต โดยหารู้ไม่ว่า...ทันทีที่ลงรถไม่นาน ทุกอย่างก็ถูกถอดทิ้งหมด โดยเหล่านักโทษหญิงที่มิบังอาจแม้แต่จะยักยอกอะไรไป เพราะถูกจับได้เมื่อไหร่ ตายลูกเดียว
.
หลายร้อยชีวิตต้องตายไปจากความเยือกเย็นในหน้าหนาว แม้จะพยายามใช้ชีวิตแบบนกเพนกวิน คือโอบกอดกันไว้ให้ไออุ่นจากตัวสื่อกันก็ตาม
.
รูปภาพ
.
และที่ร้ายแรงจนเกินกว่าจะคิดว่าเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ก็คือ การถูกหลอกให้เปลือยกายเข้าห้องเซาว์น่าเพื่อชำระเชื้อโรค แล้วตายทั้งหมดด้วยแก้สพิษในห้องรมแก้สนั้น...
.
ซากที่มีถูกลากลงหลุมเผาไฟให้หมดไหม้เป็นเถ้า กระดูกที่ไม่ย่อยสลายถูกนำมาบด และสุดท้ายหลุมเป็นร้อยนั้นก็แปรสภาพเป็นพื้นดินเปล่าๆ
.
น่าเศร้าและหดหู่สะท้อนใจเป็นอย่างยิ่งครับ
.
รูปภาพ
.
คราวนี้มาชมสภาพจริง ที่คณะเราเดินตามรางรถไฟที่ยาวทอดจากปากทางไปเรื่อยๆ..... ฝั่งซ้ายขวาคือค่ายกักกันต่างๆเป็นร้อย...หูคอยรับฟังอดีตอันสะเทือนใจจากปากของไกด์สาวใหญ่ที่แม้จะบอกเล่าเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้ว ก็ยังแฝงสะอื้นเล็กๆอยู่ในลำคอ
.

รูปภาพ
.
ตู้สินค้า หนึ่งในจำนวนพาหนะคร่าชีวิตผู้คนในอดีตที่ครอบครัวผู้รอดตายรายหนึ่งอุทิศให้แก่พิพิธภัณฑ์เป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นอีกบนโลก
.
รูปภาพ
.
เส้นทางยาวไกลประมาณ 2 กม.นั้น การเยี่ยมชมค่ายต่างๆจึงเป็นการพักเท้าที่ดีที่สุด ....เจ้าหน้าที่หลายคนใช้วิธียืนตรวจสอบบนรถ Segway ด้วยต้องทำหน้าที่ตลอดทั้งวัน
.
รูปภาพ
.
ณ ปลายทางสิ้นสุดรางรถไฟ คืออนุสาวรีย์ ที่มีแผ่นป้ายหลากหลายภาษาเป็นเครื่องรับรู้และเตือนใจแด่คนรุ่นหลัง
.

รูปภาพ
.
สภาพของโรงรมแก้สหรือเซาว์น่าที่ถูกทำลายได้เพียงบางส่วนหลังเยอรมันแพ้สงคราม คือประจักษ์พยานว่า สิ่งเลวร้ายและความโหดเหี้ยมมีจริงเป็นบทเรียนอันสุดระทม
.
รูปภาพ
.
น่าเศร้ายิ่งครับ
.
รูปภาพ
.
สุดท้ายก็ได้เยี่ยมชมค่ายกักกันแห่งหนึ่งที่เค้าเปิดให้ชม...บางค่ายไม่น่าเชื่อว่า คือ "สถานที่เหล่าแพทย์พยาบาลทำลายทารกที่เกิดใหม่และมารดาคนคลอดด้วยเข็มฉีดยามรณะ" อย่างที่ป้ายบอก
.
'รูปภาพ
.
ค่ายนี้มีสำหรับสตรีที่ทำงานได้เพียงเล็กน้อยและถูกส่งตัวมารอ ก่อนนำไปห้องรมแก้ส ทุกคนต้องรอคอย น้ำ อาหาร และความตาย จนหลายรายจากโลกไปในค่ายนี้ก่อน
.
คณะนักเรียนที่มาทัศนศึกษามากที่สุดก็คือกลุ่มชาวอิสราเอล หรือยิว ที่ทางโรงเรียนมหาลัยสนับสนุน
.
รูปภาพ
.
ในที่สุด ก็ได้เวลากลับด้วยรถชัตเติ้ลบัสไปยังค่ายหลักและจับบัสจากที่นั่นกลับเข้าเมืองครับ
.
เป็นหนึ่งวันที่ทานอะไรก็ไม่อร่อย และกว่าจะเข้านอนได้ก็มีเรื่องรังควานใจตลอดทั้งคืนว่า...
.
“Those who cannot remember the past are condemned to repeat it”
.
ใช่ครับ.... ใครก็ตามที่ไม่จดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต จักถูกสาปแช่งให้ต้องถูกผจญในสิ่งเดียวกัน....
.
ช่างจริงแท้แน่นอนเสียนี่กระไร
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 06/02/2020 2:17 pm

รูปภาพ
.
The Market Square-จัตุรัสกลางเมืองเก่า คราคูฟ
.
เขียน ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้ว เดินทางสู่คราคูฟ อยู่ที่ลิงค์ bit.ly/2u4e1WI ครับ)
.
ภาพประกอบเป็นสวน Planty Park​ บริเวณป้อม Barbican ก่อนไปยังประตูเข้าจัตุรัสกลางเมืองเก่าของคราคูฟ
.
อนุสาวรีย์ ญัน มาเทสโก-Jan Matejko Monument ที่เป็นรูปปั้นของเค้านั่งมุมซ้ายของกรอบรูปศิลป์นี้ เพิ่งเปิดเป็นทางการเมื่อปี คศ. 2013 นี้เอง เพื่อเป็นการสดุดีศิลปินนักวาดผู้ยิ่งใหญ่ชาวคราคูฟท่านนี้ นอกจากเนื่องในวาระครบรอบ 175 ปีของการจากไปของเค้าแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่เค้าถึงแก่กรรมครบ 120 ปีบริเวณนี่ อันเค้าเดินออกจากบ้านไปสู่สำนักงาน Fine Art Academy-สถาบันวิจิตรศิลป์ มี่เค้าเคยเป็นอาจารย์ใหญ่ในเมืองเก่าอีกด้วย
.
ผลงานของ ญัน มาเทสโก สามารถพบเห็นได้ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆต่างๆทั่วเมือง อาทิ Czartoryski Princes Museum-พิพิธภัณฑ์เจ้าชายชาตโตริสกี้....19th Century Polish Art Gallery-หอศิลป์โปแลนด์ ณ ศตวรรษที่ 19....และ Cloth Hall-อาคารผ้าอันโด่งดังผ่านสายตานักท่องเที่ยวทุกคน... รวมทั้งสีสันอันเรืองรองภายใน St. Mary's Basilica-มหาวิหารเซ้นต์แมรี่ ครับ
.
รูปภาพ
.
เย็นวันที่ 15 กันยายน 2560 นับจากกลับเข้าที่พักหลังจากแลกเงินที่ศูนย์สรรพสินค้าแกลเลอเรียแล้ว พอรีเฟรชเสร็จ เราก็ออกเดินเล่นรอบๆที่พักในยามค่ำเลย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารหลังใหญ่เป็นบล็อกๆด้วยความที่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองเก่า
.
ถามทางผู้คนว่าร้านอาหารดีๆอยู่ที่ไหน เป็นข้อมูลให้สาวเท้าไปเรื่อยๆเป็นมุมสี่เหลี่ยม ผ่านทั้งร้านอาหารท้องถิ่น และอาหารจีน (โดยชาวเวียตนาม) ทะลุเลยออกมายังป้ายรถเมล์ริมถนนใหญ่อีกด้านหนึ่ง ก็ยังไม่เจอร้านใดที่ถูกใจ...
.
รูปภาพ
.
และข้างๆป้ายรถเมล์นั่นเอง เราก็ประจันเข้ากับร้านที่เราใช้แก้ขัดเสมอยามอยู่ยุโรป นั่นก็คือ ร้าน EFES Kebab ซึ่งมีของชอบคือ Doner หรือ Kebab (ที่มีทั้งเนื้อและผักม้วนในแผ่นโรตี) ตามเมนูข้างร้านหลายรายการ
.
รูปภาพ
.
และข้างๆป้ายรถเมล์นั่นเอง เราก็ประจันเข้ากับร้านที่เราใช้แก้ขัดเสมอยามอยู่ยุโรป นั่นก็คือ ร้าน EFES Kebab ซึ่งมีของชอบคือ Doner หรือ Kebab (ที่มีทั้งเนื้อและผักม้วนในแผ่นโรตี) ตามเมนูข้างร้านหลายรายการ
.
แวะสั่ง Kebab W Bulce ราคา 9.50 PLN และ Frytkiz Posypka ราคา 9.50 PLN แบบเนื้อไก่ อย่างละที่ แล้วก็นั่นรอที่โต๊ะ
.
จะเห็นได้ว่า พนักงานมาส่งพร้อมซ้อสพริกศรีราชา (ที่ดูเหมือนไม่ใช่มาจากไทย แต่มาจากเวียตนามมากกว่า) แสดงว่าเป็นของฮิตที่นี่.....ทั้ง 2 ชิ้น ขนาดใหญ่มาก จนทานแทบไม่หมด .... รวม 19 PLN คิดเปนเงินไทยก็แค่ 152 บาทเท่านั้น
.
แล้วเราก็เดินกลับที่พักผ่านทาง อนุสาวรีย์ กษัตริย์ Władysław II Jagiełło ทรงม้า หรือ Grunwald Monument อนุสาวรีย์อนุสรณ์แห่งการสู้ศึกที่เมือง กรุนวัลดิ์ ครบรอบ 500 ปี
.
จบวันแรก 15 พฤษภาคม 2562 ในคราคูฟ ยามค่ำคืนแค่ 2 ทุ่มแต่ดูเหมือน 4 ทุ่มอย่างที่เห็นครับ
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 16 ฤษภาคม 2562 หลังจากเดินเที่ยว Old Market ตลาดสดเก่าหลายร้อยปีที่ชื่อ Stary Kleparz ที่อยู่ตรงข้ามโฮสเต็ลที่พัก ตามลิงค์ bit.ly/31sTVBv ที่เราเคยรีวิวมาแล้วดังนี้...
.
.
ตรงข้ามโฮสเต็ล เป็น Old Market ตลาดสดเก่าหลายร้อยปีที่ชื่อ Stary Kleparz มีเครื่องอัดกล่องกระดาษอยู่ด้านข้าง เปิดแต่เช้ามืดยันบ่ายสามโมงกว่า ....
.
ซึ่งที่นี่ นอกจากมีร้านเบเกอรี่ ขนมปัง คุ๊กกี้ พิซซ่า อร่อยมาก-ไม่หวานมาก (ราคาถูกกว่าในห้างและ Yamasaki หรือ Bread Talk บ้านเราครึ่งนึงถึงครึ่งกว่า ทั้งๆที่คุณภาพประมาณกัน) หลายร้าน และผลไม้สารพัดอย่างด้วย....
.
รูปภาพ
.
จนทำให้ 5 วันใน คราคูฟ ของเรา แทบไม่ได้ทานอาหารที่ร้านไหนเลย ด้วยมี หมูแผ่นหมูหยองเจ้าดังสามย่าน ติดตัวไป 3-4 กิโล ทานควบขนมปัง พิซซ่า กับ กล้วย องุ่น แอ๊ปเปิ้ล ลูกพลับ เปรมไปเลยอ่ะครับ
.
สาเหตุที่แวะตอนเช้าเกือบทุกวันอีกอย่าง ก็คือการได้คุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่น่ารักและได้เห็นชาวบ้านซื้อขายของด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเองแบบต่างจังหวัดบ้านเราอ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
ก่อนจะตะลุยเมืองเก่าคราคูฟ ซึ่งอยู่ไม่ไกลเลยจากที่พัก เรามาดูแผนผังเมืองเก่าที่โหลดมาจากเว็บก่อนว่า มีพื้นที่กว้างขวางเพียงไรและอะไรอยู่ตรงไหนนะครับ
.
รูปภาพ
.
พ้นจากตลาดเก่า ไปทางขามาจากสถานีรถไฟเมื่อวาน ก็เป็น St. Florian's Church โบสถ์สวย.... ถัดจากนั้นไปทางขวามือก็คือ ลานกว้างที่ยาวนำไปสู่ Grunwald Monument อนุสาวรีย์อนุสรณ์แห่งการสู้ศึกที่เมือง กรุนวัลดิ์ โดยหัวมุมมีแผนผังจำลองที่หล่อด้วยทองแดงวางตั้งอยู่
.
อีกด้านหนึ่งของ อนุสาวรีย์กรุนวัลดิ์ ก็คือ อาคารใหญ่ Fine Art Academy-สถาบันวิจิตรศิลป์ แห่งคราคูฟ
.

รูปภาพ
.
ก่อนถึงอนุสาวรีย์ เป็นลานนิรรศการประวัติตำนานของเมืองนี้ในอดีต.... กล่องสี่เหลี่ยมที่เป็นผนังอิฐนั้น มีช่องให้มองทะลุเข้าไปเห็นจอภาพยนต์วิดีโอข้างใน เป็นคลิปต่างๆในอดีต
.
ผ่านข้ามถนนไป เป็น Barbican ป้อมปราการเก่าที่เมื่อก่อนอยู่ติดกับกำแพงเมือง เสมือนทางเข้าสู่เมืองเก่าของคราคูฟนี้
.
ขวามือเป็นสวน Planty Park​ ที่มีอนุสาวรีย์ ญัน มาเทสโก-Jan Matejko Monument อยู่ด้านหน้า
.
เดี๋ยวเราจะลอดผ่านหอสูง St. Florian's Gate เพื่อเจ้าสู่ถนนคนเดินเมืองเก่ากัน
.
ถ่ายภาพกับป้อม Barbican ที่มีไกด์นำนักท่องเที่ยวเข้าชม 2 กลุ่ม
.
รูปภาพ
..
นักดนตรีแต่งกายแบบโปลิชโบราณ เล่นเพลงอยู่หน้า St. Florian's Gate ทางเข้า ซึ่งมองเข้าไปเห็นเมืองเก่าอันงดงาม...
.
ยืนฟังทั้งสองเล่นจนจบเพลง คุณนายนึกครึ้มเช่นเคย ทิปให้ 2 ยูโร (พอวันหลังๆ เห็นคนอื่นส่วนใหญ่ให้แค่ 2 PLN หรือ ครึ่งยูโรอย่างมาก อือม์) เล่นเอายิ้มแป้นเลย โค้งให้แล้วเอ่ยปาก "อริกาโตะ" ...
.
หนอยแน่ แทนที่จะซาบซึ้งน้ำใจของคนสยามเมืองยิ้ม ดันหันไปชื่นชมขอบคุณญี่ปุ่นซะดื้อๆ เดี๋ยวก็หยิบคืนหรอก ชิช่ะ
.
คนขายภาพศิลป์ต่างๆที่นำภาพติดกับกำแพง St. Florian's Gate เต็มไปด้วยรูปภาพสวยงามละลานตา.....ช่วงติดตอนเช้าและช่วงเก็บตอนค่ำคงกินเวลาไม่น้อยเลย แล้วถ้าฝนมาเค้าจะทำอย่างไรหนอ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 06/02/2020 2:21 pm

รูปภาพ
.
แผนผังจำลองทองเหลืองเมืองเก่าช่วยให้ดูง่าย ถัดไปก็เป็นร้านอาหารที่ตกแต่งสวยงาม
.
มองเข้าไปจะเห็น Czartoryski Princes Museum-พิพิธภัณฑ์เจ้าชายชาตโตริสกี้ ชัดเจน...ถัดไปก็เป็นร้านอาหารที่ตกแต่งสวยงาม
.
กลับออกมาด้านหน้า มีเด็กสาวเดินประชาสัมพันธ์โปรแกรมทัวร์ต่างๆ ก็ขอชมเป็นข้อมูลนิดหน่อย
.
โน่น เห็นแล้วครับ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-Tourist Information ขอแวะหน่อย
.
เจ้าหน้าที่หญิงสาววัยรุ่นชื่อ Lena น่ารักมาก แนะนำวิธีไปค่ายกักกันฯและเหมืองเกลืออย่างละเอียด...เมื่อผมถามว่า ร้านแลกเปลี่ยนเงิน Kantor ที่อยู่ข้างๆไว้ใจได้หรือเปล่า เธอไม่ขอตอบให้เราไปคิดเอาเอง 555
.
รูปภาพ
.
ถัดไปเป็นร้านหุ่นขี้ผึ้ง-Wax Museum... มีหุ่น วิล สมิทธิ์ (ไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่) ...ไอน์สไตน์ และ มารีลิน มอนโร โชว์อยู่ข้างหน้าและในร้าน....ค่าเข้าชมภายในคนละ 7 ยูโร รู้สึกแพงไปแถมคนขายตั๋วหน้าตาบอกบุญไม่รับด้วย ก็เลยไม่เห็นมีใครซื้อบัตรซักราย
.
ติดๆกัน เป็นคาเฟ่ชั้นนำที่มีตำนานมากกว่า 100 ปี ชื่อ Jama Michalika ซึ่งปรกติจะเป็นที่สิงสถิตย์ของเหล่าศิลปินชื่อดังทั้งมวล เพราะหรูหราและโด่งดังมาก
.
รูปภาพ
.
ร้านอาหารและไวน์ในห้องใต้ดิน บรรยากาศเลิศล้ำชื่อ Piwnica pod Złotą Pipą เป็นป้ายรูปผู้สูงศักดิ์ในเครื่องแบบ สะดุดตามากๆ ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง เท่าที่ดูในเว็บ เป็นอาหารยุโรปและท้องถิ่น ราคาไม่แพงเท่าไหร่ครับ
.
ใกล้ๆกับร้าน I Love Krakow คือ ร้านคาร์ฟูรร์สาขาคูหาเดียวจำหน่ายสารพัดสินค้า...ด้านหน้า ชายหนุ่มถือแผ่นโฆษณา เชิญชวนให่นั่งรถม้าเที่ยว โดยไปเส้นทาง จาก The Market Square-จัตุรัสตลาดเก่า ถึง Wawel Hill-เนินเขาพระราชวังวาเวล ราคาเที่ยวละ 200-300 PLN (1600-2400 บาท) ต่อคันละ 4-5 คน
.
ในซอยหนึ่งอุดมไปด้วย ...หอศิลป์..ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ และ บริการให้เช่าจักรยาน....ขายทัวร์ ค่ายกักกัน 110 PLN-- เหมืองเกลือ 130 PLN ด้วยครับ
.
แผ่นป้ายที่เห็น เป็นสดุดี Feliks Nowowiejski นักประพันธ์เพลงออเครสต้าชาวโปแลนด์ ผู้เป็น Director of The Krakow Music Society
.
รูปภาพ
.
ร้านเคบับ...ร้านขายของชำร่วย...ร้านขายเครื่องประดับ..และร้านตุ๊กตา รูปแบบต่างๆที่น่าซื้อมาตั้งโชว์ในบ้านมาก
.
.รูปภาพ
.
บาร์สุราท้องถิ่นโปแลนด์โดยเฉพาะ เชิญชวนให้เข้าลิ้มลอง...ร้านของชำร่วย...ร้านอาหาร...
.
แล้วเราก็เห็นคณะทัวร์ที่ยืนจ้องไปข้างหน้าตามคำแนะนำของไกด์อย่างใจจดใจจ่อ
.
แต่แรกคิดว่า คงบอกเล่าประวัติตำนานเกี่ยวกับยอดหอของ มหาวิหารเซ้นต์แมรี่-St. Mary's Basilica กลางจัตุรัสเมืองเก่านั่นเอง....
.
รูปภาพ
.
แต่ความจริงคือ เค้าชี้ให้คอยดูว่าทุกๆชั่วโมง จะมีประเพณี Hejnał ที่ออกเสียงว่า Hey Now ที่เจ้าหน้าที่มหาวิหารโผล่ออกมาเป่าทรัมเป็ตเพลงชาติโปแลนด์ ซึ่งมีโน๊ตเพียง 5 ตัวเท่านั้น....
.
แต่เดิม เจ้าหน้าที่ของโบสถ์คนหนึ่งจะเป่าแตรเตือนภัยให้ชาวบ้านรับรู้ แล้วก็พัฒนาเป็นวันละ 2 ครั้งตอนประตูเมืองเปิดหรือปิด จนปัจจุบันกลายเป็นทุกๆชั่วโมงไป
.
บริเวณหอสูงจะเห็นกระจกสีโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดที่แสงสว่างจากภายนอกสามารถส่องลอดเข้าไปได้เพียงแหล่งเดียว
.
ก่อนถึงกลางจัตุรัส เป็นที่ตั้งของ Hostel ชื่อ Hey Now ด้วย น่าอยู่เพราะใกล้แหล่งท่องเที่ยวมาก แต่คะแนนที่ได้รับจากรีวิวนั้นแค่ 7.5 เท่านั้นเอง ในขณะที่ของเราได้ถึง 9 คะแนนครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือ อาคารผ้า-The Cloth Hall อันเป็นประหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองคราคูฟที่ใครไหนไปมาเป็นต้องแวะต้องเห็น ความหรูหราของการออกแบบเป็นที่ยิ่ง ชื่อในภาษาโปลิชก็คือ Sukiennice
.
ที่นี่ในอดีต เป็นแหล่งสำคํญของการค้าขายระหว่างประเทศ ที่พ่อค้าต่างนำสินค้าประเภท เครื่องเทศ...ผ้าไหม...เครื่องหนัง และขี้ผื้ง มาซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกันกับ เสื้อผ้า ตะกั่ว และเกลือจากโปแลนด์
.
แน่นอนครับว่า เดอะโคลธฮอลล์นี้ ออกแบบโดยศิลปินเอก ญัน มาเทสโก ที่มีรูปปั้นของเค้านั่งมุมซ้ายของกรอบรูปศิลป์ตรงสวนด้านหน้านั่นเอง
.
ตู้ร้านขายขนมปังแบบ Bagel Pretzel นี้ มีเห็นอยู่ทั่วไปจนกลายเป็นขนม (ทานอิ่ม) ของชาวโปแลนด์อย่างหนึ่ง
.
และอีกสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของคราคูฟ ก็คือ รถม้าที่ตกแต่งอย่างสวยงาม อันเป็นความใฝ่ฝันของหญิงสาวทั้งมวลที่อยากให้มีหนุ่มๆจูงขึ้นนั่งข้างๆตระเวนชมเมืองไปรอบๆ ถึงขนาดมีการเขียนเตือนไว้ในเว็บว่า ชายใดขืนพาหญิงมาให้ได้เห็นรถม้าคราคูฟเมื่อไหร่ เป็นกระเป๋าฉีกชัวร์ 555
.
แต่ผมรอดแฮะ เพราะคุณนายขอถ่ายภาพข้างๆเฉยๆ ทว่า....
.
รูปภาพ
.
ทีละคันละคันจนหมดแถวครับ 5555
.
รูปภาพ
.
เราเข้าไปเยือน The Cloth Hall ที่อยู่ตรงกลางจัตุรัสข้างๆ มหาวิหารเซ้นต์แมรี่-St. Mary's Basilica กันนะครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านค้าเต็มเรียงรายทั้งสองฟาก แต่เกือบทั้งหมดเป็นร้านเครื่องประดับและของชำร่วยทั้งสิ้น (ให้มีรายได้สมราคาค่าเช่าว่างั้น อิอิอิ) นักท่องเที่ยวจึงตรึมไม่แพ้ร้านอาหารเครื่องดื่มกลางลานเลย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 06/02/2020 2:27 pm

รูปภาพ
.
ละลานตาทีเดียว และที่นี่เองที่คุณนายเคทได้รับทราบว่า เครื่องประดับอำพันทั้งหลาย ล้วนมาจากเมือง กแดงส์-Gdansk เป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น ก็เอาไว้ไปดูที่นั่นแล้วกัน ไหนๆก็อยู่ในโปรแกรมที่จะไปวันหลังแล้ว
.
รูปภาพ
.
ลายตาและแสบตาไปหมดเลย
.
รูปภาพ
.
บนเพดานก็จะมี ตราสัญลักษณ์ของเมืองต่างๆประดับไว้เป็นความรู้
.
รูปภาพ
.
ชั้นบนของอาคารผ้านี้ คือ พิพิธภัณฑ์ Sukiennice Museum หรือ 19th Century Polish Art Gallery-หอศิลป์โปแลนด์ ซึ่งมีภาพวาดงานศิลป์มากมายให้ได้เสียเงินเข้าไปชมกัน และภาพเด่นหนึ่งในนั้นคือภาพ Prussian Homage-สักการะชาวปรัสเชี่ยน หรือ Hold Pruski 1525 ที่มีรอยจารึกบนพื้นที่เห็นนั่นเอง
.
หอสูงที่เห็นคือ Town Hall Tower หรือภาษาโปลิช เรียกว่า Wieza Ratuszowa เป็นหอสูงส่วนที่หลงเหลือจากศาลาว่าการเดิมที่ถูกรื้อทิ้งไปในปี คศ.1820 เพื่อให้จัตุรัสกลาง-Main Square นี้มีพื้นที่กว้างใหญ่พอ
.
รูปภาพ
.
โบสถ์เล็กๆที่มีโดมสีเขียวมุมหนึ่ง คือ โบสถ์เซ้นต์อดาลเบิร์ต-Church of St. Adalbert ครับ
.
รูปภาพ
.
อาคารบ้านเรือนล้วนมีลวดลายที่สวยงาม เป็นภาพวาดเอย ระเบียงสลักเอย และอักษรลวดลายเอย....วันนี้มีคณะนักศึกษามาทัศนศึกษากันหลายกลุ่มเลย
.
รูปภาพ
.
รถม้าเก่าล้อใหญ่ที่เห็น คือ ที่ทำการไปรษณีย์สาขาย่อย-Polish Post Office ที่มาให้บริการตรงจัตุรัสนี้
.
ส่วนอนุสาวรีย์ที่อยู่ตรงกลางจัตุรัสหน้าอาคารผ้าก็คือ Adam Mickiewicz Monument ที่สร้างขึ้นเพื่อสดุดี อดัม มิกเควิคซ์ กวีเอกท่านหนึ่งของคราคูฟ (แต่พำนักอยู่ในปารีสจนถึงแก่กรรม) ที่เปิดในปี คศ.1898 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 100 ปีของวันเกิดเค้าพอดี
.
ที่นี่เป็นประหนึ่งจุดนัดพบของผู้คนที่จะมาเจอกันในจัตุรัสนี้ครับ
.
รูปภาพ
.
วันนี้บังเอิญมีรายการพิเศษ ที่สุภาพสตรีชาวอิตาลีท่านหนึ่งซึ่งขี่ม้าท่องเที่ยวไปทั่วๆประเทศต่างๆและมาคราคูฟปีที่แล้ว...เธอประทับใจประเพณีเป่าทรัมเป็ตหรือ The legend of Bugle call ที่นี่มาก จึงถือเป็นวโรกาศที่จะมอบเกาทัณฑ์อันเป็นสัญลักษณ์แห่ง สันติสุข ที่ได้รับมาจากมองโกเลีย มามอบให้นายกเทศมนตรีเมืองคราคูฟด้วยในอีกเพียง 1 ปีต่อมา
.
และทางเทศบาลคราคูฟก็จัดพิธีการนี้ขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีคณะแสดงละคร The Lajkonik (Krakow Pony)-ลูกม้าคราคูฟ มาร่วมโชว์ในการนี้ด้วย bit.ly/2UxNCev
.
รูปภาพ
.
พิธีมอบเกาทัณฑ์แต่นายกเทศมนตรี ของ Mrs. Paola Giacomini ที่เป็น Unusual Event-วโรกาศพิเศษเพียงครั้งเดียว และ ประเพณีเป่าทรัมเป็ตหรือ The legend of Bugle call ที่สามารถชมคลิปได้ที่ลิงค์ bit.ly/3bcnXho ครับ
.
รูปภาพ
.
มองดูนาฬิการู้สึกจะเที่ยงแล้ว เราตัดสินใจว่า เดี๋ยวไปเที่ยวเหมืองเกลือที่ใช้เวลาไม่นานและอยู่ไม่ไกลจากคราคูฟก่อนดีกว่า เพราะที่พักเราใกล้เมืองเก่าแค่นี้ ยังไงก็มีโอกาสมาเที่ยวอีกเป็นแน่
.
เราจึงเดินทะลุออกมาทางด้านหลังของ มหาวิหารเซ้นต์แมรี่-St. Mary's Basilica เพื่อมุ่งหน้าไปที่ท่ารถบัสที่อยู่บริเวณเดียวกันกับสถานีรถไฟ
.

รูปภาพ
.
ผ่านอาคารเก่าที่ติดโปสเตอร์สวยงามเป็นภาพวิถีชาวเมืองแถบนี้
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 06/02/2020 2:29 pm

รูปภาพ
.
ทะลุออกมาทางสวนที่เห็นอาคาร Juliusz Słowacki Theatre โรงละครที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโก
.
รูปภาพ
.
ซึ่งมีทางเดินตามลูกศรไปยังอาคารร้านค้าใกล้ๆกับลานกว้างใหญ่
.
รูปภาพ
.
ที่มีอาคารใหญ่เขียนว่า Krakow Glowny ที่แปลว่าสถานีรถไฟคราคูฟ แต่ไม่ใช่ เพราะกลับเป็นอาคาร History Land ที่จัดแสดงหุ่นต่างๆจากภาพยนต์ ให้คนซื้อบัตรไปชมและถ่ายรูปได้
.
รูปภาพ
.
สถานีรถไฟ ต้องเดินออกซ้ายไปอีก เฉกเช่นขาเรามาจาก บราตีสลาวา เพื่อไปยังท่ารถที่อยู่ติดกัน เดินทางไปยัง เหมืองเกลือ เวลลิกซก้า-Wieliczka สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโปแลนด์ ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/02/2020 2:38 pm

รูปภาพ
.
Chill & Flow in Sopot-เรื่อยๆมาเรียงๆ ณ โซ-พต
.
เขียน ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563
.
สว้สดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้ว "คงต้องเสียน้ำตา ถ้าไม่ได้มาโซ-พต" อยู่ที่ลิงค์ bit.ly/31CSZut ครับ)
.
แหะ แหะ ก็อย่างที่เรียนในรีวิว "ทริป สโลวาเกีย-โปแลนด์-เยอรมัน-ลิทธัวเนีย" แล้วว่า การได้เที่ยว 1 วันที่โซ-พต นั้น นับว่า "...เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดอีกครั้งหนึ่งของเรา" ชนิด "คงต้องเสียน้ำตา ถ้าไม่ได้มา โซ-พต" ปานนั้น จนอดไม่ได้ที่จะต้องรีวิว Part I ไปก่อน และ...
.
วันนี้ขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศ มารีวิวเต็มสตรีมว่า วันที่ 4 ตุลาคม 2019 ตั้งแต่เช้าถึงเย็น เราทำอะไรบ้าง และโซ-พต เที่ยวได้ง่าย ถูก และ สดใสชื่นบาน เดินเพลินเพียงไร นะครับ
.
ภาพประกอบคือเรือโจรสลัดที่วิ่งระหว่าง Gdansk-กแด๊งซ์ค และ Sopot-โซ-พต ที่ท่าเทียบเรือ The Sopot Pier-สะพานไม้ท่าเรือ ที่เป็น The Longest Wooden Pier In Europe-ยาวที่สุดในยุโรป ครับ
.
รูปภาพ
.
เริ่มจากช่วงเช้า ที่เราเดินเท้าจากที่พักประมาณ 2-300 เมตร
มายังสถานีรถราง (ที่เหมือนรถไฟ) ณ ป้าย Akademia Muzyczna-สถาบันดนตรี เพื่อนั่งรถไปที่ สถานีรถไฟกลาง Central Station หรือ Gdańsk Glowny คำหลังแปลว่า สถานีรถไฟ ที่ชานชาลาหนึ่ง....
.
ขอรวบลัดตัดตอนมาที่ ตอนลงรถจากสถานีรถไฟ Sopot แล้วออกมาด้านหน้าที่มีทั้ง ป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยวต่างๆละอียดชัดเจน และ
.
ร้านขายดอกไม้ผลไม้ที่มีลูกค้ามากมายและจีดร้านได้ดีมากก่อน เค้ามีฟักทองขายเผื่อวันฮาโลวีนด้วย
.
คุณนายขอซื้อ Raspberry หน้าตาน่าทานมากมากระทงหนึ่ง ราคาแค่ 11.5 PLN (ไม่ถึง 100 บาท) อร่อยไปเลย
.
เดินต่อไปเรื่อยๆ เห็นฝาท่อเป็นรูปนกกินปลา เหมาะสมกับเมืองนี้ดี....ผ่าน ศาลาว่าการ-Sopot City Hall หรือในชื่อภาษาโปลิชว่า Urzad Miasta Sopotu เป็นอาคารอลังการราวปราสาทในยุโรปแห่งหนึ่ง
.
จนกระทั่งมาถึงสี่แยก
.
รูปภาพ
.
เป็นอาคาร Sopot Centrum-ศูนย์กลางโซ-พต ห้างสรรพสินค้าที่มีส่วนบริการของการรถไฟอยู่ที่นั่น และเป็น More than a Train Station-มากกว่าสถานีรถไฟ เพราะมีร้านค้ามากมายครับ
.
ด้านในกว้างขวางมากและขึ้นรถไฟจากที่นี่ได้ ส่วนด้านนอกแถวร้านอาหารเครื่องดื่ม มีการวางม้านั่งนอนบริการลูกค้าที่ชอบตากแดด ตามสไตล์ของชาวโปแลนด์โดยเฉพาะ อิอิ
.
รูปภาพ
.
เดินออกมาอีกด้านหนึ่ง มีร้านอาหารสภาพดีหรูหลายร้าน และมีฟักทองฉลองฮาโลวีนล่วงหน้าเช่นกัน
.
รูปภาพ
.
แถวนี้ น่านั่งทั้งวันเลย จริงไหมครับ
.

รูปภาพ
.
เดินต่อไปเรื่อย ผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและแวะรับเอกสารคู่มือท่องเที่ยวโซ-พต มาคนละเล่ม ....ผ่านโรงแรม 4-5 ดาวชื่อ Molo (แปลว่า Pier in Sopot-ท่าเรือ) และด้านข้าง.....เลยมานิดเดียวเป็นโรงแรม Rezydent 5 ดาว และด้านหน้า ก็เป็นอาคารพาณิชย์ต่างๆ แสดงว่าบริเวณนี้คือต้นทางสู่ถนนคนเดินแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ภัตตาคารหรู A Modo Mio....ร้าน Mcdonald... และสวนหย่อมเขียวสดใส ก็ถึงปากทางที่มี โบสถ์ St. Garrison Church George in Sopot อยู่ทางขวามือ
.
รูปภาพ
.
โบสถ์นี้ ในอดีตยุค คศ.1901 เคยเป็น Protestant temple-วัดโปเตสแต้นท์ มาก่อน เพิ่งเปลี่ยนเป็น โบสถ์ Catholic-คาโธลิค ตั้งแต่ปี คศ.1945 เป็นต้นมา
.
สิ่งที่กล่าวขวัญกันมาอย่างน่าปลื้มก็คือ สถาปนิก Wilhelm Lippke ผู้ออกแบบไม่ขอคิดค่าใช้จ่ายใดๆ และจักรพรรดินี Empress Augustus และจักรพรรดิ Emperor Wilhelm II รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์ว่า ยอดหอสูงของโบสถ์นี้ จะต้องมองเห็นจากเรือที่แล่นในอ่าวกแด๊งซค์-Bay of Gdansk ได้
.
เข้าไปชมด้านหน้าและภายในโบสถ์กันนะครับ
.
รูปภาพ
.
ภาพวาดบนกำแพง...กระจกสี และ โคมไฟต่างๆ
.
รูปภาพ
.
บนถนนคนเดิน Monte Cassino street หรือในชื่อโปลิชว่า Monciak ที่ยาวทอดไปจนถึงอ่าวนี้ มีชื่อเต็มๆว่า Bohaterów Monte Cassino-The Heroes of Monte Cassino-วีรบุรุษแห่ง มอนเต คาสิโน....
.
ถนนสายนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 1 ตามแผนผังที่ได้รับจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ ด้วยเป็นสถานที่กองกำลังทหารพันธมิตร โดยเฉพาะทหารอิตาเลี่ยน เอาชนะเยอรมันได้หลังจากทำสงครามกันมานาน ถึงขนาดคนที่นี่เรียกย่านนี้ว่า Italian Town เลยทีเดียวครับ
.
ในซอยตรงกันข้ามกับโบสถ์ที่มีร้านขายยาปากซอยนั้น เราจะเข้าไปชมแหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 2 คือ
.
Sierakowski Manor-คฤหาสน์ เชียราสก้อสกี้ หรือในภาษาโปลิชคือ Dworek Sierakowskich ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Society of Friends of Sopot-ชมรมเพื่อนชาวโซ-พต และชั้นล่างเป็นคาเฟ่ศิลป์-Art Cafe ดังมากแห่งหนึ่งของที่นี่
.
ที่นี่เป็นอาคารที่เก่าแที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการงานศิลป์เป็นประจำครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/02/2020 2:44 pm

รูปภาพ
.
ป้ายชื่อคาเฟ่ Młody Byron และภาพศิลปินเจ้าของผลงานต่างๆที่เรียงรอบไปจนถึงด้านหลังคฤหาสน์
.
รูปภาพ
.
ผ่านอาคารสวยงามโบราณมากมายขณะเดินออกมายังถนนคนเดิน ที่มีบูธจำหน่ายของฝากของชำร่วยต่างๆ
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านค้ารวมทั้ง คาร์ฟูรร์ คูหาเดียว จนถึง Teatr Wybrzeże โรงละครสำคัญของที่นี่ อันมีโปรแกรมดีๆนำเสนอตลอด
.
รูปภาพ
.
แล้วก็เป็น Apartament Trzy Gracje-อพาร์ตเม้นท์หรูที่เป็นที่ที่พักอาศัยและสำนักงานธุรกิจ ซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามโดยเฉพาะลานกลางมีที่ให่นั่งชมไม้ดอกนานาชนิดด้วย
.
รูปภาพ
.
ด้านนอกเป็นร้านอาหาร ผับ และร้านค้าต่างๆ พร้อมป้ายบอกทางไปอ่าวโซ-พต ตรงไปข้างหน้าลูกเดียว
.
รูปภาพ
.
แหล่งท่องเที่ยวอันดับ 3 คือ Crooked House-บ้านบิดเบี้ยว ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากที่สุดในโซ-พต จนเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ใครไปใครมาเป็นต้องถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงครับ
.
ด้านในส่วนหนึ่งเป็นร้านอาหารเครื่องดื่ม และลึกเข้าไปเป็นสำนักงานหลายบริษัทครับ
.
รูปภาพ
.
บนกำแพงอีกด้านเป็นลายเซ็นผู้คนต่างๆมากมาย แต่มีรูปห้ามไม่ให้เขียนเพิ่มด้วย ....แหม..คันมือ
.
ออกมาด้านนอก มีผู้คนจับกลุ่มกันเตรียมจะเข้าชมเยอะแยะ
.
รูปภาพ
.
ฝั่งตรงข้ามเป็นซอยแคบๆ ที่นอกจากมีพุ่มไม้เรียงรายแล้ว ด้านบนยังมีหุ่นไต่ลวดระหว่างอาคาร น่าสนใจมาก
.
รูปภาพ
.
หุ่นทองเหลือง Figura หรือ Figure-ทรวดทรง ที่ออกแบบโดย Adam Myjak อธิการบดีของ Academy of Fine Arts in Warsaw-สถาบันศิลปกรรมแห่งวอร์ซอว์ หน้าร้านสะดวกซื้อ Rossman
.
มาถึง Piekarnia Szydłowski ร้านเบเกอรี่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี คศ.1945 มีขนมปังเด่นทรงหรีด Wianek ติดป้ายว่าลดจากชิ้นละ 9.00 PLN เหลือ 7.50 PLN (60 บาท) น่าสนมากครับ
.
แต่ร้านข้างๆเป็นห้างสรรพสินค้า Walter เปิดมาตั้งแต่ คศ.1907 เกทับบลั๊ฟแหลก ว่างั้น อิอิ
.
เดี๋ยวเข้าไปชมร้านเบเกอรี่ก่อนครับ โห...น่าทานทุกอย่างเลย
.
รูปภาพ
.
ซื้อขนมปังทรงหรีดมา 2 ชิ้น ..มายก๊อด ชิ้นเบ้อเริ่มมาก อิ่มไปได้ทั้งวันเลยครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/02/2020 2:49 pm

รูปภาพ
.
เลยไปหน่อยเป็นร้าน Gofry ขายแซนวิชหน้าเดียวหลายรส....ร้านอาหาร The Mexican...ร้านอาหารพื้นเมือง Prosty Temat .
ห้างสรรพสินค้า Walter เป็นอาคารใหญ่หรูเชียว
.
ใกล้ๆกัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 5 Dom Zdrojowy หรือ ร้านสปาแห่งหนึ่ง
.
ริมกำแพงติดรูป คุณลุงเคราเฟิ้มที่แต่งกายถือร่มห้อยกระเป๋าสวมรองเท้าส้นสูงประมาณแต่งหญิง ตลกดีเพราะเป็นภาพจากนิทรรศการภาพถ่ายครั้งสำคัญภาพหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
ตึกแรกที่เห็นคือ Teatr i Baroteka BOTO-โรงละครศิลปการแสดง หรือ Performing arts theater ครับ
.
ที่นี่คือ แหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 4 จัตุรัสชาวประมง-Johnny the Fishermen's Square ที่มีร้านอาหารกลางลาน Chanti และเก้าอี้ผ้าใบวางให้ลูกค้าชื่นชมบรรยากาศ
.
รูปภาพ
.
รูปปั้นชายชาวประมงตรงน้ำพุคลาสสิกดีมาก
.
รูปภาพ
.
เดินตรงไปยังสะพานไม้ตรงอ่าวกแด๊งซค์....ถ่ายภาพกับนักท่องเที่ยวที่สวมศีรษะเป็นอินเดียนแดงและนั่งรอเพื่อน
.
ป้ายโฆษณา Muzeum Sopotu
.
อาคารอลังการสีเหลืองอ่อนหลังคาแดง คือ Historic Balneology Building-อาคารศึกษาพืชและสัตว์ดึกดำบรรพ์ แหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 7 ที่ด้านหลังมองเห็นหอสูงของประภาคาร Sopot Lighthouse แหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 9 ด้วย
.
รูปภาพ
.
โรงแรม Dom Pod Różą และ
.
Sopot Brine ศาลาหน้าทางเข้าสวนสวย แหล่งเที่ยวหมายเลข 8 ที่มี Sopot Mineral Spring-น้ำพุน้ำแร่อยู่ตรงกลาง
.
ฝั่งตรงข้าม ประภาคารคือ อาคารที่มี หอศิลป์ State Gallery of Art หรือ Państwowa Galeria Sztuki แหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 6 ....มีป้ายบอกว่าเข้าชมฟรีด้วย...บ๊ะ แบบนี้ต้องลองครับ
.
มีโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ผลงานของ ญัน มาเทสโก-Jan Matejko ด้วย เจ้าหน้าที่บอกว่า เสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการเปิดฟรีสำหรับนักศึกษาและนักท่องเที่ยว
.
รูปภาพ
.
ภาพแสดงขาวดำ ที่ผมตัดกรอบออก...
.
แหม รปภ ท่านนี้คอยเดินตามและจ้องดูเราตลอดเลย จนกระทั่งขอถ่ายรูปด้วยค่อยเป็นมิตรหน่อย
.
รูปภาพ
.
แต่ละภาพงดงามคลาสสิกมาก
.
รูปภาพ
.
ถ้าดูศิลป์เป็น เราคงลึกซึ้งมาก
.
รูปภาพ
.
ขึ้นไปชั้นสอง เป็นศิลปะสร้างสรรค์-Creative Arts
.
รูปภาพ
.
โปสเตอร์ภาพทั้งสีและขาวดำมีให้ชมมากมาย
.
ขึ้นไปอีกชั้น เป็นภาพวาดที่สวยงาม
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/02/2020 2:53 pm

รูปภาพ
.
ส่วนหนึ่งเป็นผลงานของ Jan Matejko ครับ
.
รูปภาพ
.
รูปซ้ายล่างคือภาพเดียวกับในโปสเตอร์โฆษณาด้านหน้า
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอย่างดี....และกับกลุ่มนักศึกษาที่อาจารย์พามา ผมก็เลยเขียนใน Google Translate ของมือถือส่งให้เธอดูว่า "ดูวิธีการอาจารย์ อธิบายได้อย่างน่าสนใจมาก งานดูแลนักศึกษาสมัยนี้ไม่ง่ายเลย ขอขอบคุณที่ตั้งใจทำหน้าที่แม่พิมพ์ที่ทรงคุณค่า...เรามาจากประเทศไทย" ซึ่งทุกคนรวมทั้งอาจารย์ซาบซึ้งใจมาก
.
รูปภาพ
.
ภาพลายเส้นก็มี
.
รูปภาพ
.
ภาพแอ๊บสแทร็คต่างๆ
.
รูปภาพ
.
เห็นคุณลุงที่เฝ้าห้องหน้าตาเคร่งขรึม ผมเลยเขียนในมือถือให้เค้าชมว่า "คนที่เป็นศิลปินนี่ ช่างคิดช่างมีมุมมองต่างจากคนทั่วไปจนเกิดผลงานของตัวเองเหล่านี้นะครับ... แต่คุณรู้ไหมว่า ถ้าคุณพ่อผมเห็นศิลปะสร้างสรรค์ในนี้แบบนี้ที่บ้าน ท่านคงเอาไปโยนทิ้งแน่ ใช่ไหมครับ" เล่นเอาแกหัวเราะร่วนเลย
.
รูปภาพ
.
ด้านหน้าของ Historic Balneology Building-อาคารศึกษาพืชและสัตว์ดึกดำบรรพ์...
.
ส่วนภาพล่างคือ Spa House แหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 5 ที่ด้านหน้าเป็นจัตุรัสน้ำพุสวยงาม อยู่ตรงข้ามอ่าวพอดี
.
รูปภาพ
.
Spa House นี้ คือสปาแห่งแรกที่เริ่มตั้งแต่ปี คศ. 1824 แล้วก็ทั้งรื้อทั้งขยายทั้งถูกทำลายจนสร้างใหม่เรื่อยมาจนเป็นอาคารใหญ่กว้างยาวติดกับโรงแรม Sheraton-เชอราตัน..มีทั้งภัตตาคาร บอลรูม หอศิลป์ แต่ส่วนของสปา เพิ่งเปิดบริการอีกครั้งเมื่อปี คศ.2009 นี้เอง
.
รูปภาพ('
.
เดินตรงเข้าไปตรงสะพานไม้ ท่าเรือและท่าจอดเรือ-Molo Marina หรือ Pier and Marina เป็นแหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 11
.
นี่คือสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในยุโรป คือ 511 เมตร สร้างตั้งแต่ปี คศ. 1820 นอกจากเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนทุกเพศทุกวัยแล้ว ยังมีการจัดรายการประเพณีแข่งเรือ-Regatta อีกปีละหลายรายการด้วย .....ปรกติ การเข้าสะพานนี้ ต้องซื้อตั๋วผ่านเข้าไป แต่วันหยุดฟรีครับ
.
มีป้ายโฆษณาเรือสลัดท่องเที่ยว โซ-พต-กแด๊งซค์ วันละ 7 รอบตั้งแต่ 11.00 น. ถึง 18.00 น. เที่ยวสุดท้าย (กแด๊งซค์-โซ-พต อีกวันละ 7 เที่ยวในเวลาเดียวกัน) ค่าบัตรคนละ 40 PLN ใช้เวลาเดินเรือ 40 นาที
.
มีกรอบรูปให้กดแช๊ะตรงปากทางสะพานด้วย...งั้นเอาซะหน่อย 555
.
รูปภาพ
.
เดินรับลมไป... นั่งพักตามเก้าอี้ที่เค้าจัดไว้...ชมนักท่องเที่ยวที่เดินตามชายหาด ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 10 มีการถ่ายภาพกับนกหาปลาด้วย
.
เห็น Grand Hotel หรือ Sofitel Grand Sopot แหล่งท่องเที่ยวหมายเลข 13
.
โรงแรมนี้ สร้างในปี คศ.1924-1927 มีคนดังในวงสังคม การเมืองและบันเทิงเคยมาพักที่นี่แบบนับไม่ถ้วน ทั้งกษัตริย์แห่งสเปน ประธานธิบดีเดอโกลล์จากฝรั่งเศส และของอีกหลายๆประเทศ รวมทั้งบรรดาศิลปินดังตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน
.
ถัดไปคือ อาคารโรงแรมเชอราตัน
.
ข้างๆคือ Scena Events Sopot หรือ Club Scene Sopot ที่มีห้องโถงใหญ่สำหรับการจัดคอนเสิร์ต นิทรรศการต่างๆและการประชุมใหญ่
.
ถัดจากนั้นคือ โรงแรม Zatoka Sztuki Centrum Art ที่ดูเหมือนห้องแถวยาว แต่ดีที่อยู่บริเวณชายหาด
.
เห็นเรือโจรสลัดลอยล่องอยู่กลางทะเล และผู้คนบริเวณชายหาด
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/02/2020 2:57 pm

รูปภาพ
.
ถ่ายภาพกับสาวน้อยจากเซี่ยงไฮ้ ที่กดแช๊ะภาพคู่ให้เราหลายรูป...เดินต่อไปจนถึงปลายด้านนี้
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพกับลุงป้าที่มาเดินเล่นคลอเคลียกันแบบ รักเราไม่เก่าเลย...เฮ่อ..แก่ตัวคู่เราจะเป็นเช่นนี้ไหมหนอ
.
รูปภาพ
.
มีลุงป้าอีกคู่ ที่ตอนแรกคุณป้าเขินมากไม่ยอมถ่าย กระทั่งคุณลุงปลอบว่า "ไม่เอาน่า ไม่ต้องกลัว โพสท่าสวยๆ"....555
.
มีแท่นจ่ายไฟฟ้าของ Energa สำหรับเรือที่ใช้ไฟฟ้าด้วย แบบเดียวกับที่ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าเลย
.
โน่น เรือโจรสลัด Statek Pirat กำลังจะเทียบท่า มองเห็นกะลาสีเรือถือปืนและดาบตรงหัวเรือชัดเจน
.
รูปภาพ
.
อือม์...ผู้ชายหายไปไหนหมดเอ่ย ต้องให้น้องมาลากเชือกกับเสาจอดเรือบนท่าด้วย
.
บนเรือมีห้องอาหาร บาร์เครื่องดื่มด้วยครับ
.
มีการปรับปรุงส่วนที่เป็นท่าเรือโจรสลัดด้วย
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็ย้อนกลับมาที่ด้านหน้า ที่ด้านข้างเป็นระเบียงยาว ให้พ่อค้าแม่ขายจำหน่ายสินค้าต่างๆ....ที่เห็นคือ แผงขนมท๊อฟฟี่ เยลลี่ยี่ห้อ Haribo มีป้าย I Love Haribo ด้วย
.
รูปภาพ
.
เดินผ่านไปทางประภาคารก่อน เพื่อไปยัง Park Poludnlowy หรือ South Park แหล่งท่องเที่ยว หมายเลข 12 ที่มีโบสถ์ Kościół Ewangelicko-Lutheran Church-หลังใหญ่สวยงามอยู่ที่นั่น
.
รูปภาพ
.
เดินออกมาทางประภาคาร สำหรับใครที่ต้องการขึ้นหอไปชมวิวรอบๆ ก็ต้องเสียค่าตั๋วคนละ 6 PLN ครับ
.
รูปภาพ
.
กลับคืนไปยังระเบียงยาวสำหรับพ่อค้าแม่ขายด้วย บริเวณนี้จะมีแผงขายเครื่องประดับยาวพรืด สะใจคุณนายเป็นที่สุด
.
รูปภาพ
.
ซื้อง่ายๆจ่ายคล่องๆ แบบนี้คนขายปลื้มแย่เลยครับ
.
รูปภาพ
.
ย้อนกลับไปที่ถนนคนเดินอีกครั้ง ในด้านที่เรายังไม่ได้ไป
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/02/2020 3:00 pm

รูปภาพ
.
แถวนี้มีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งด้วย
.
รูปภาพ
.
ขอแวะโบสถ์สวย St. Andrew Bobola Church ด้วย
.
รูปภาพ
.
เดินชมภาพประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆที่ตั้งป้ายหน้าชายหาดด้วย
.
รูปภาพ
.
ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆของชาวโปแลนด์มากมาย
.
รูปภาพ
.
ย้อนกลับมาด้านหน้า ผ่านร้านอาหารและโรงละครอีกครั้งหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
ผ่านรูปปั้นหมีตัวเบ้อเริ่ม ....ผ่านอาคารสีน้ำตาลของ Polish Post-ไปรษณีย์ หรือ Poczta Polska ที่อยู่ข้างๆ โรงแรม Rezydent ....
.
แวะซื้อตั๋วรถไฟเที่ยวกลับที่ อาคาร Centrum เพื่อคืนกลับเมืองกแด๊งซค์-Gdansk
.
รูปภาพ
.
ท้องฟ้ายังแจ่มแจ้งอยู่ เราจึงขอลงที่สถานี Gdańsk Wrzeszcz ก่อนถึงสถานีที่เรามา Gdańsk Główny ประมาณ 3 สถานี เพราะที่นี่นับว่าอยู่ในเขตปริมณฑลเมืองแล้ว กลับที่พักโดยรถรางได้สบาย
.
ตรงสถานีก็คือ ห้างสรรพสินค้า Metropolia ที่ปากทางเข้าห้างมีป้ายโฆษณา ตั๋วหนังที่โรงในห้างคือ Helios Cinema City แค่คนละ 14.50 PLN (116 บาท) เท่านั้น
.
ลานในห้างขายทั้งของเล่นและรถยนต์ เฟียต ด้วย
.
รูปภาพ
.
แวะร้านขายเสื้อผ้า และบริเวณร้านอาหาร แต่ไม่น่าสนใจซักร้าน
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านของเล่น และร้านแลกเปลี่ยนเงิน ลองถามดู ปรากฎว่าได้เรท ยูโรละ 4.25 ก็เลยจัดการแลกอีก 400 ยูโรได้มา 1700 PLN
.
ลงอุโมงค์ข้ามไปอีกฝั่ง
.
รูปภาพ
.
บริเวณนี้มีห้างสรรพสินค้า Baltyka อีกแห่ง ท่าทางดีกว่า โดยเฉพาะที่ศูนย์อาหารฯ
.
รูปภาพ
.
จบลงง่ายๆด้วยเคบับจากร้าน Alanya แล้วก็เตรียมตัวกลับ
.
ด้านล่างข้างบันไดเลื่อน มีลังแอปเปิ้ลให้หยิบฟรีด้วย ก็เลยแฮ็ปมา 4 ผล 555
.
โปสเตอร์ร้าน Reserved และร้านเสื้อผ้า Sinsay ที่ดังมากในโปแลนด์
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็จับรถรางสาย 9 ข้างๆห้างกลับ
.
ปรากฎว่าไปคนละทิศ ต้องลงเพื่อต่อสาย 9 อีกฟากหนึ่ง
.
ผ่านอาคาร สะพานสวยๆมากมาย
.
รูปภาพ
.
ผ่านอาคารสรรพสินค้าที่มี Cinema City ซึ่งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟกลาง Gdańsk Główny และอีก 6 ป้ายเราก็มาถึงป้าย Akademia Muzyczna-สถาบันดนตรี เพื่อเดินกลับบ้านด้วยความสุขใจว่า..
.
วันนี้ได้อารมณ์เที่ยวที่เกินค่ามากๆ และแน่นอนว่า คงต้องเสียน้ำตาถ้าไม่ได้ไปโซ-พตจริงๆ...แบบว่าชอบเหลือหลายอ่ะครับ ใครมากแด๊งซค์ เรียนได้คำเดียวว่า ห้ามพลาดโซ-พตเด็ดขาดครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/05/2020 2:19 pm

รูปภาพ
.
Vilnius-วีลนิอุส เมืองหลวงของ ลิทัวเนีย
.
เขียน ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2563
.
สวัสดีครับ
.
ดังรีวิวตามลิงค์ bit.ly/2Wy3nmD ที่ผมเคยเล่าแล้วว่า.....
.
--------------------
เพราะ Gdansk-กแด๊งซ์ค ไม่มีรถวิ่งมาที่ Vilnius-วิลนีอุส แท้ๆ เราก็เลยต้องนั่งบัสลงล่างไปที่ Warsaw-วอร์ซอว์ ก่อน.. เที่ยวรอบแรก 3 คืน 4 วันแล้วก็ค่อยนั่งบัสกลางคืน 24.00 น.ขึ้นบนมาเช้า 8.30 น. ที่เมืองหลวงของประเทศ Lithuania- ลิทัวเนีย ในวันที่ 10 ตุลาคมนี่ เพื่อให้เป็นประเทศสุดท้ายของวีซ่าเชงเก้นในแถบบอลติคเสียที
.
อ๊ะ อ๊ะ ตาวิเศษในมือถือบอก....เวลาที่ ลิทัวเนียนี่ เร็วกว่า โปแลนด์ 1 ชั่วโมงครับ คือต่างจาก (ช้ากว่า) บ้านเราแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น ในขณะที่โปแลนด์ ต่างจาก (ช้ากว่า) บ้านเรา 5 ชั่วโมง... ขืนลืมปรับนาฬิกาข้อมือตามมือถือ ขามาไม่เป็นไร ขากลับไป วอร์ซอว์ (ขึ้นรถ เที่ยงคืนเหมือนกัน) มีหวังตกรถ และลามไปถึงตกเครื่องบินไม่ได้กลับบ้านเอาง่ายๆ..
.
วิลนีอุส เนี่ย ข้าวของแพงกว่า โปแลนด์เป็นธรรมดา เพราะใช้เงินยูโรครับ.... KFC ขนาดใกล้เคียงกับที่ วอร์ซอว์ พร้อมเครื่องดื่ม 2 แก้ว (โดยไม่มีรีฟิล) เหมือนโปแลนด์ ปาเข้าไป 15 ยูโร เกือบ 550 บาทไทย แพงขึ้นมาเกือบ 2 ร้อย แถมเป๊บซี่เติมเพิ่มไม่ได้ด้วย และไม่มี Ketchup- ซ้อสมะเขือเทศอีกต่างหาก แต่ซื้อเป็นซองได้นะครับ ซองละ .40 ยูโร (ที่ขนาดเราทานที่บ้านเรา คงต้องใช้ ประมาณ 20 ซองมั้งยังไม่ทราบว่าจะพอหรือเปล่า ฮ่าฮ่า) ก็เลยไม่เอา ทานเค็มๆ (ครับ เค็มกว่าบ้านเรา) ไปอย่างงั้นแหละ ใช้น้ำเป๊บซี่หวานๆไม่มีน้ำแข็งแกล้มเอา โถ...ชีวิตเรา เศร้าสุดๆ
.
เมืองนี้เที่ยวยากกว่าที่อื่นนิดหน่อย คือไม่มีตั๋ววัน 24 ชั่วโมงเหมือนที่ Riga-ริก้า หรือ Tallinn-ทัลลินน์ ต้องเดินลูกเดียว ดีที่ทุกจุดแหล่งท่องเที่ยวอยู่ไม่ไกลกัน จึงเดินสบายแต่เมื่อยยยยเรือหาย เหอเหอ
.
--------------------
.
.
ภาพประกอบ คือกลุ่มสมาชิกของ www.donoras.lt ที่นำตะเกียงสีแดงมาเรียงเป็นรูปหัวใจ พร้อมป้าย Uz organu donorus หรือ To organ donors-แด่ผู้บริจาคอวัยวะเป็นกุศล ณ ลานกว้างด้านหน้าของ Vilnius Cathedral-มหาวิหารวีลนิอุส ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเมืองหลวงแห่ง Lithuania-ลิทัวเนีย นี้ โดยคุณนายเคทถูกชวนให้ไปร่วมรูปหมู่ด้วย
.

รูปภาพ
.
Vilniua-วิลนีอุส ลิทัวเนีย อีกประเทศในย่านบอลติก
.
เขียน ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2563
.
สวัสดีครับ
.
ลิทัวเนีย คือ 1 ใน 3 ประเทศย่านทะเลบอลติก อย่างที่เห็นในแผนที่นั่นแหละครับ ประกอบด้วย ลิทัวเนีย ลัตเวีย และ เอสโทเนีย ซึ่งใกล้กับ ฟินแลนด์ มากที่สุด แต่ก็ต้องข้ามทะเลด้วยเรือเฟอร์รี่กัน
.
โดยปรกติ ผู้คนจะบินไปทีฟินแลนด์ คือ เฮลซิงกิ เสมอ จากนั้น เมื่อข้ามมายัง เมืองหลวง ทัลลินน์ ของเอสโทเนียแล้ว จึงค่อยจับบัส หรือรถไฟไปยัง ริก้า เมืองหลวงของลัตเวีย และ วิลนีอุส เมืองหลวงของ ลิทัวเนีย อีกที ส่วนจะไปไหนก่อนหลังค่อยว่ากัน เพราะเดินทางด้วยรถบัสก็ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงพอๆกันครับ
.
(ดูจากแผนที่แล้ว จะเห็นได้ว่า เดนมาร์ค ที่เราอยู่ถึง 8 คืน เป็นประเทศเล็กนิดเดียว จนทำให้เราเที่ยวท่องไปเกือบครบแหล่งท่องเที่ยวดังๆเลย....แสดงว่า สแกนดิเนเวีย ยังมีที่ให้ Explore-สำรวจ อีกเยอะ ทั้งนอร์เวย์ สวีเดน และ ฟินแลนด์เลยครับ)
.
อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเราใช้มากับทริปสแกนดิเนเวีย ก็คือ จาก สต็อกโฮล์ม เราจับเฟอร์รี่ข้ามมาที่ ริก้าก่อน ซึ่งก็ไม่ต่างกัน เพียงแค่ทำให้เราไม่ได้ลงไป ลิทัวเนีย แต่ขึ้นไป ทัลลินน์เลย กระทั่งต้องตามมาเก็บในอีก 2 ปีกว่าต่อมานี่แหละครับ
.
การเดินทางจาก กรุงวอร์ซอว์ เมืองหลวงของโปแลนด์ ก็เป็นวิธีที่ดีมากๆ เพราะใช้เวลา 8-9 ชั่วโมงกับ Night Bus-รถบัสราตรี จะสะดวกกว่าไปจากเมือง Gdank-กแด้งซ์ค์ เพราะหาบัสไปไม่ค่อยได้ ถึงมีก็ต้องใช้เวลา 11-12 ชั่วโมงข้ามคืนไปจนเที่ยงประมาณนั้น
.
(การจัดทริปไปจากโปแลนด์ หากจะเที่ยวหลายเมืองในโปแลนด์ด้วย น่าจะเป็น บินลงวอร์ซอว์ กลับ เฮลซิงกิ ตามเส้นทาง Warsaw-Gdansk-Wroclaw-Krakow-Warsaw-Vilnius-Riga-Tallinn-Helsinki ซึ่งแจ๋วมากต่อเมื่อกลับมาแล้วฉลาดขึ้น และมีเวลามากพอ (ไม่เอาแบบประเทศละวันเพื่อทำแต้ม) อ่ะครับ
.
ทริปที่มา วิลนีอุส รอบนี้ เป็นช่วงกำลังดี เพราะเพิ่งจะเริ่มๆหนาว สถานที่ต่างๆยังงดงามน่าเที่ยวไม่ต่างจากฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเดินสบายและไม่มีหิมะปกคลุมจนมองไม่เห็นสภาพจริงอ่ะครับ
.
.
ภาพประกอบ คือลานหญ้าเขียวขจีและใบไม้ต้นไม้ที่มีสีสันงดงามระหว่างทางขึ้นเนิน Mount Altan เพื่อไปยัง The Gediminas Tower บนยอด บรรยากาศดีจริงๆครับ
.

รูปภาพ
.
เราเดินทางด้วยรถบัสราตรีจากกรุงวอร์ซอว์ เพื่อไปยัง วิลนีอุส ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ใช้บริการของ Lux Express ด้วยใจตุ๋มๆต่อมๆ เพราะชินกับ Flixbus มากกว่า แต่เมื่อดูรูปรถบัสในเว็บแล้ว ก็พอจะใจชื้นขึ้นมาได้ว่า มีมาตรฐานที่น่าจะไม่เลวไปกว่ากันหรอก ถ้ายังไงไม่ถูกอารมณ์อย่างมากก็แค่ 2 เที่ยวไปกลับ เพราะเทียบกับรถบัสกลางคืนในแถบเอเซีย (จีนเอย เวียตนามเอย) ถือว่า เหนือกว่ากันหลายขุมครับ ก็จึงจองไป
.
แล้วเราก็เจอปัญหา เมื่อออกสำรวจเส้นทางและท่ารถก่อนเดินทาง 2 วันในราวเที่ยงวันหนึ่ง ก็พบว่าท่ารถที่แจ้งไว้ในตั๋วว่าเป็น Central Station 04 นั้น ถามใครก็ไม่มีรู้จักเลย แม้ว่าจะอยู่ใกล้ๆ Central Station-สถานีรถไฟกลาง ก็ตาม
.
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่า ผลของการเดินสำรวจไปด้วยเที่ยวไปด้วย ทำให้เราสุดแสนจะคุ้นเคยย่าน Palace of Culture and Science และสถานีรถไฟ ที่มีห้างใหญ่ และผับ Hard Rock Cafe บริเวณนั้นจนแทบหลับตาเดินท่องได้เลย
.
สุดท้ายกว่าจะเจอว่า Lux Express หาได้มีท่ารถและที่ขายตั๋วไม่ แต่ใช้ป้ายรถประจำทางข้างสถานีรถไฟนั่นแหละ ก็ต่อเมื่อเห็นชื่อ Dw.Centralny 04 และเจอนิโกรคนหนึ่ง ที่กระหืดกระหอบมา เพื่อจะอารมณ์เสียว่า รถเที่ยวของตัวที่จะขึ้นนั้น ออกไปได้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว....
.
"I was asking everyone around and no one seem to know this damn Lux Express bus stop over here, what the heck of wasting my 2 hours time-ผมเฝ้าถามใครต่อใครมั่วไปหมด แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ท่ารถบัสของ ลุกซ์เอ็กซเพรส ห่ะนี้อยู่ไหน กว่าจะได้คนชี้บอกทาง ก็เลยเวลาไปแล้ว" พี่มืดบอก
.
แหะแหะ คิดอย่างเดียวกับเราเลยครับว่า..... จำฝังศีรษะแน่นว่า จบทริปเมื่อไหร่ จะต้องเขียนเพลงยาวไปถล่มบริษัทนี้ให้จ๋ำหนับ จนไม่ได้ผุดได้เกิดเลยทีเดียว...หุหุ
.
แถมอีกข้อที่น่าโมโหที่สุดสำหรับเรา ก็คือ ตอนเราอีเมล์ไปแจ้งโฮสเต็ลใน วิลนีอุส ชื่อ Mikalo House เพื่อลดวันพักลงจาก 4 คืนเหลือ 3 คืน (เพราะคืนสุดท้ายก็ไปขึ้นรถบัสราตรีแล้ว คือได้อยู่ 4 วันเต็มเช่นกำหนด) นั้น Valdas เจ้าของบอกเราว่า...
.
Then you will arrive on Thursday morning please don't get off the bus at Panorama Shopping Center. You have to go all the way to the bus station. Bus station is much closer to the city centre, from the bus station to our hostel is just 10 min walking distance.
- ในเมื่อคุณจะมาถึงวิลนีอุสเช้าวันพฤหัส เพราะฉะนั้น อย่าลงที่ป้าย Panorama Shopping Center (เพราะเราคิดว่าเช้าๆ เลือกที่สว่างๆหน่อยดีกว่า) เด็ดขาด ให้นั่งต่อมาลงที่ ท่ารถบัสเลย เพราะใกล้กับโฮสเต็ลเรา ใช้เวลาเดินเท้าแค่ 10 นาทีเท่านั้น
.
โห...ถ้าไม่ได้เค้าบอกล่วงหน้า นึกไม่ออกเลยครับว่าจะแกร่วหน้าแห้งอยู่ที่ห้างดังนานแค่ไหน แถมยังต้องต่อรถมาอีกไกลด้วย....(มรึงงง..เดี๋ยวต้องเขียนไปถล่ม ชิช่ะ)
.
เรารีบตอบ วัลดัส ไปว่า "Thank you so very much, now we know why the hostel gets so high mark. Really appreciated and see you-ขอบคุณมากที่ทำให้เราเข้าใจเลยว่าทำไมโฮสเต็ลคุณถึงได้คะแนนรีวิวสูงมาก ซาบซึ้งและเดี๋ยวพบกัน..."
.
ค่าห้องส่วนตัว (2 คน) คืนละเพียง 982.85 บาท จึงถือว่าถูกมากทีเดียว โดยเฉพาะมีอาหารเช้า (เบาๆ) ให้ฟรีด้วยครับ
.

รูปภาพ
.
ภาพข้างบนคือ สถานีรถไฟวอร์ซอว์ และด้านข้างคือ ป้ายรถที่เรามาสำรวจก่อน (ไม่งั้นตาย ตกรถแน่ๆ และในเว็บก็มีคนตกรถไม่น้อยที่บ่นพรึมว่า ไม่เหมาะสำหรับ Going in the rush-อย่าคิดเอาเองว่า "เดี๋ยวทันน่า" แล้วไปนาทีเกือบสุดท้าย แบบเดียวกับพวกที่ตกเครื่องบิน เพราะเลยเวลาบอร์ดดิ้งทั้งหลาย นั่นแหละครับ)
.
คืนวันที่ 9 ตุลาคม 2562 หลังจากท่องวอร์ซอว์จนเต็มอิ่ม ซัก 4 ทุ่มครึ่ง เราก็ฝาก Sofia เจ้าหน้าที่โฮสเต็ล Chill Out ในวอร์ซอว์ ช่วยเรียกแท๊กซี่ให้ ซึ่งแค่ 10 นาทีต่อมา เราก็ลงข้างล่างจับรถไปสถานีรถไฟกลางฝนพรำทันที
.
คนขับช่วยยกกระเป๋าขึ้นลงให้อย่างดี ค่ารถ 12 ซว็อตตี้ (คูณ 8 บาท) คุณนายเลยให้ไป 15 และหมอนี่โชคดีมาก เพราะมีสาวสูงวัยคนหนึ่งมาขึ้นต่อทันที เล่นเอาแท๊กซี่แถวนั้นอ้าปากหวอไปตามๆกันเลย
.
(แท๊กซี่ในโปแลนด์ และ วิลนีอุสนี่ แปลกกว่าที่อื่นมาก คือถึงที่แล้ว จะขอเก็บเงินก่อน ค่อยลงมาเปิดฝากระโปรงรถไปยกกระเป๋าลง...งงเหมือนกันว่า เพราะอะไร ในเมื่อเก็บเงินทีหลังจะโดนชิ่งหนีไปอย่างงั้นหรือ...ส่วนแท๊กซี่ที่รอตรงท่ารถ หรือสถานีรถไฟ แน่นอนอยู่แล้วว่าเรียกแพงเป็นพิเศษ)
.
นั่งรอในส่วนที่พักของสถานีอันกว้างขวาง จนอีกซัก 25 นาทีได้เวลารถมาที่ป้าย จึงค่อยๆเคลื่อนสัมภาระออกไปข้างนอก เลี้ยวขวาลงเนินไปที่ป้าย Dw.Centralny 04 ตามที่สำรวจไว้ครับ
.

รูปภาพ
.
ครู่เดียวผู้โดยสารก็มาจนเต็ม ทั้งฝาหรั่งหนุ่มสาว และชาวใต้หวันกลุ่มหนึ่ง... สาวชาวลิทัวเนียคนหนึ่งที่มาทำงานโปแลนด์ จะกลับบ้าน นั่งรออยู่ที่ป้ายจะไป วิลนีอุส เหมือนกัน เล่าให้ฟังว่า "ครั้งแรกที่มาที่นี่ ไปไหนไม่ถูก ต้องนั่งแท๊กซี่ ปรากฏว่าโดนเรียก 300 ซว็อตตี้ แถมล็อคประตูไม่ให้ลงด้วย ก็เลยจำใจให้ไป.."
.
คุณนายจึงปลอบขวัญเธอไปว่า "เรื่องร้ายๆมักจะส่งผลดีให้เราในเวลาต่อมาเสมอ..You are getting better now, right-ตอนนี้ คุณก็ดีขึ้นกว่าเดิมมากไม่ใช่หรือ...." แล้วก็เม้าธ์กันอร่อยเชียว เพราะเธอคุยเก่งมาก
.
เธอบอกว่า "อยากเที่ยวเมืองไทย แต่กลัวตุ๊กแกกับแมงมุม..." ผมก็เลยบอกว่า "แมงมุมไม่มีหรอก แต่ตุ๊กแกตามบ้านคนจนๆทั้งหลายอาจจะมีบ้าง...เอ้อ..คุณรู้ไหมว่า คนจนเมืองไทย ขึ้นรถประจำทางกับรถไฟฟรีนะ แต่ฝาหรั่งนักท่องเที่ยวไปใช้เยอะเลย.." เธออ้าปากค้าง ผมเลยแถมสำนวนที่คุ้นหูของเราไปว่า "ไม่ต้องกลัวนะ เหมือนที่เค้าว่านั่นแหละ คือ แม้แต่สุนัขในเมืองไทยก็ไม่อดตาย"...555 ได้โอกาสประชาสัมพันธ์
.
สำหรับกลุ่มหนุ่มสาวใต้หวัน 4 คนนั้น เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่โปแลนด์และจะไปเที่ยวลิทัวเนียและริก้า ก็คุยกันดี แต่ผมไม่ใช้ภาษาจีนนะครับ เพื่อคุณนายจะได้แจมสบาย และเวลาเค้าพูดถึงเรา จะได้พลอยรู้เรื่องไปด้วย อิอิ
.
ได้เวลาที่รถมาถึง คนขับช่วยเก็บสัมภาระโหลดใต้ท้องรถ (มีสายรัดกระเป๋าให้อยู่กับที่ด้วย เจ๋งมาก) แล้วก็ขอตรวจตั๋วและพาสปอร์ตทีละคน.... ตอนจองเราได้ที่นั่งแยกกัน โดยคุณนายไปนั่งกับ เด็กสาวเปรู ซึ่งนั่งริมหน้าต่าง
.
แต่ครู่หนึ่ง คุณนายก็ถามเธอว่า "จะรังเกียจไหม ถ้าให้เธอไปนั่งกับคนอื่นข้างหน้าที่ว่างอยู่ เพื่อเราสองจะได้นั่งด้วยกัน" เธอบอกว่า "ฉันชอบนั่งข้างหน้าต่างมากกว่า" แต่ก็ยอมย้ายไปให้....
.

รูปภาพ
.
เมื่อรถออกไปหน่อย คุณนายก็ตาดีเห็นที่นั่งข้างหลังยังว่างเยอะ จึงจัดการย้ายไปเพื่อเราจะได้นั่งคนละ 2 ที่นั่งสบายเฉิบ โดยไม่ลืมสั่งให้ผมไปสะกิดสาวเปรูข้างหน้า ให้มานั่งที่เดิมคนเดียว 2 เก้าอี้ชิลล์ไปเลย เพราะผมช่วยขนกระเป๋าให้เธอด้วย
.
ไม่น่าเชื่อ แปลว่าไม่น่าเชื่อครับ เพราะ Lux Express เนี่ย ที่นั่งดีกว่าและช่องว่างกว้างกว่า Flixbus อีก ห้องน้ำก็ดีกว่า และนอกจากมีกาแฟใส่กระติกให้เติมเองตามสบายแล้ว ยังมีจอภาพยนต์และเรื่องดีๆให้เลือกชมอีกด้วย
.
ผมก็เลยชม Notting Hill และ Up in the air (imdb.to/2Wwo5TD) อย่างสุขใจมาก เป็นรอบที่เท่าไหร่จำไม่ได้ ก่อนจะปรับนาฬิกาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง และหลับปุ๋ยไปจนเช้าเลย
.
ถึง วิลนีอุส เกือบ 9 โมงเช้าของวันที่ 10 ตุลาคม ที่ลิทัวเนีย (ไม่ลงห้างและนั่งต่อมาป้ายสุดท้ายตามคำแนะนำโดยไม่เสียค่าอะไรเพิ่มเลย) ลาจากพวกใต้หวัน เข้ามาในสถานีและเจอ ใต้หวัน ครูกับลูกศิษย์ มาเที่ยวอีก 2 คน ทักทายกันนิดหน่อย แล้วก็ไปที่ Information ครับ
.

รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่น่ารักมาก บอกว่านั่งรถประจำทางสายโน้นสายนี้ไปไม่ไกล เดินเอาก็แค่ 3-400 เมตร แถมไม่มี One Day Pass ด้วย
.
แล้วเราก็มาด้านนอก ปรากฏว่าฝนก็ยังพรำๆ เด็กสาวเปรูก็ยืนรออยู่....ถามแล้วเธอบอกว่า พักที่เดียวกัน ผมเลยบอกว่า "งั้นรอลงนี้นะ เดี๋ยวมา" แล้วผมก็กางร่มไปหาพวกแท๊กซี่ที่จอดอยู่
.
คนแรกบอก 10 ยูโร..ผมเลยบอกว่า "ทางโรงแรมบอกว่าแค่ 4-5 ยูโรไม่เกิน" หมอไม่ยอม ถามอีกคัน ลุงนี่เรียก 15 ยูโรเลย ...ผมกลับมาที่คันแรก ต่อเหลือ 5 ยูโร และบอกว่า "อย่าทำให้เสียชื่อคนลิทัวเนียว่าโกงต่างชาติซี่..." แต่เค้าไม่ยอม ขอเป็น 7 ยูโร....โอเคครับ แล้วก็นั่งให้เค้าขับมารับคุณนายและเด็กสาวเปรูไปพร้อมกัน โดยบุคลิกของเรา เธอก็ทราบแล้วว่า ฟรีครับฟรี เพราะไม่ต้องแชร์แน่นอน
.

รูปภาพ
.
รถขับไปพักใหญ่ พอเข้าซอย คนขับค่อยๆไล่ดูบ้านเลขที่ แล้วเด็กเปรูก็บอกว่า "นั่นไง เลขที่ 3/1" แล้วเราก็ลง โดยเธอตรงไปกดรหัส 4555 หน้าประตู เปิดออกอย่างคุ้นเคย (แสดงว่า เธอคงพักแบบ AirBnB บ่อย) แล้วพอขึ้นบันไดไป เธอก็หยิบกุญแจในกล่องบนประตู เปิดเข้าไปสบาย คล่องมากจริงๆ
.
เธอเป็นนักแปล ภาษาฝรั่งเศสเป็นสเปน แสดงว่าไปมาหลายประเทศแล้ว และคุณนายก็ชื่นชอบเธอราวกับเป็นลูกสาวคนหนึ่ง (ปอกแอ็ปเปิ้ลให้ทานเสมอ จนเธอบอกว่า คุณนายเหมือนคุณแม่เธอเลยที่ชอบบังคับให้ทาน eat eat...)
.
ยังเช้าอยู่ เด็กเปรูชื่อ Hema-เฮม่า บอกว่า เราอยากออกไปไหนก็ได้นะ เธอจะดูแลสัมภาระให้ ....เราบอกไม่เป็นไร อีกครู่คงเข้าห้องได้ เพราะเป็นห้องส่วนตัว ซึ่งแป๊บเดียวก็มีพี่สาวเจ้าของมาทำความสะอาดและให้เด็กเปรูพูดโทรศัพท์กับเจ้าของ พูดครู่หนึ่งก็ยื่นโทรศัพท์ให้เรา บอกให้เปิดห้องเอาของไปเก็บได้เลย
.
มาที่ห้องครัว เจอสาวมาเลย์คนหนึ่งออกมาหากาแฟทานพอดี ทักทายกันนิดหน่อย
.

รูปภาพ
.
ที่พักของเราใช้ได้ แม้จะต้องใช้ห้องน้ำแบบรวม แต่ก็มีหลายห้องและสะอาดมาก...กว้างพอประมาณ มีฮีทเตอร์ด้วย นอนสบายมากครับ
.
เจ้าหน้าที่เข้ามาแล้ว เป็นหนุ่มใหญ่คนหนึ่งชื่อ Malcom-มัลคอม และบอกว่า เค้าจะทำครัวซองค์ให้ทาน (อ่านรีวิวมาแล้วว่า อร่อยมาก) ผมขอถ่ายรูปเค้า เค้าบอกว่า "แล้วผมต้องติดป้ายหมายเลขแบบนักโทษหรือเปล่า" เราเลยหัวเราะ และบอกว่า "แบบนี้ไปเที่ยวเมืองไทยได้สบาย เพราะคนไทยชอบพูดเล่น รักสนุก"
.
มัลคอม เป็นนักเที่ยวคนหนึ่ง ไปมาหลายประเทศมาก และอาศัยช่วยทำงานตามที่พักเพื่อไม่ต้องเสียค่าเตียงนอนตลอด แบบหนุ่มสาวหลายๆคน..... ให้ความช่วยเหลือทุกอย่างดีมาก
.
ภาพสุดท้ายเจอวันต่อมา คือ วัลดัส เจ้าของที่คุยเก่ง บริการดีมากครับ
.

รูปภาพ
.
นอนพักในห้องครู่ใหญ่ เสร็จสรรพเราก็ออกมาข้างนอก ซึ่งไม่ไกลจากศาลากลางเลย แต่ฝนก็กระหน่ำหนักทีเดียว จึงไปไม่ได้ไกล
.
เจอร้านเกี้ยวซ่า เห็นราคาข้างตู้กระจกบอกว่า 6 ชิ้น 4.5 ยูโร เกือบสองร้อยบาท ก็เดินผ่านไป ชิชิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/05/2020 2:20 pm

รูปภาพ
.
เลยแวะที่ร้าน Hesburger สั่งพายไก่และเบอร์เกอร์ไก่พร้อมเฟร้นช์ฟรายมาทาน ประมาณ 8 ยูโร อิ่มดี เพราะตอนเช้าฟาดครัวซองค์มา 4-5 ชิ้นแล้ว อิอิ
.
เดินไปได้หน่อยฝนก็กระหน่ำ พอผ่านบาร์ชื่อ Keema แปลว่า มูลสุนัข (ฮิฮิ มุกครับมุก) เราก็รู้สึกดวงไม่ดี อ้อมกลับมาอีกด้านหนึ่ง
.
ผ่านรูปปั้นหญิงสาวที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "Talking Statues of Vilnius-คุยกับชาววิลนีอุสผ่านรูปปั้น" ซึ่งสามารถใช้มือถือส่องบาร์โค๊ดและพูดคุยภาษาแถบนี้กับเจ้าหน้าที่ได้ ข่าวว่าหลายประเทศนำไปใช้เลียนแบบเลยครับ
.

รูปภาพ
.
ภาพข้างหลังคือ ศาลากลางหรือ Town Hall ของที่นี่ที่เราเดินไปไม่ถึงเพราะหนีฝน และกลับมาที่รูปปั้นหญิงสาว ก่อนเข้าซอยกลับโฮสเต็ล
.
แล้ววันแรกนี้ก็ไม่ได้ออกมาอีกเลยครับ...คุยกับเพื่อนๆในโฮสเต็ลและนอนเต็มอิ่ม
.

รูปภาพ
.
Vilnius-วิลนีอุสวันแรก เดินสุดๆไม่เหนื่อยจร้าไม่เหนื่อย
.
เขียน ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2563
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ bit.ly/2T5ugvVครับ)
.
เมื่อคืน ฝนตกตลอดจนแทบไม่ได้ไปไหน นั่งคุยกับเพื่อนๆในโฮสเต็ลและนอนตลอด ถึงขนาดต้องปิดม่านกว่าจะหลับได้ ทำให้ไม่รับทราบเลยว่า สว่างเช้าตอนไหน
.
11 ตุลาคม 2562 ตื่นขึ้นมาตอนคุณนายปลุก ดูนาฬิกาข้อมือแล้วตกใจ เพราะเลย 8 โมงไปแล้ว รีบจัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกมาข้างนอก
.
เจอ "วัลดัส" เจ้าของพอดี คุยสนุกมาก ชมเค้าว่า "ห้องน้ำที่นี่ดีกว่าที่อื่นเพราะใหญ่กว่าไม่ได้เป็นตู้เหมือนทั่วๆไป" เค้าบอกว่า "กำลังจะเพิมห้องนอนและห้องน้ำใหม่อีก" คงขายดีทีเดียว ถ้ารักษาการบริการแบบดีๆนี้ได้ตลอด
.
ถึงห้องอาหาร เจอสาวมาเลเซียอีกคนชื่อ "เป๊กกี้" (คนนี้กลายเป็นเพื่อนรักของคุณนายไปจนอยากมาเมืองไทย เผอิญเจอโควิดเล่นงานก่อน) เป็นศิลปินนักวาด อาชีพครูสอนศิลปะให้กับเด็กๆ น่ารักดีแล้วยังโสดด้วย แถมมีสิ่งที่ผมบอกเธอว่า เป็น "Investigative Eyes-สายตาชอบจับผิดคน..."
.
ก็เลยแนะนำแบบพ่อสอนลูกสาวทั้งๆที่มีแต่ลูกชายไปว่า "อย่าแสดงตนว่าฉลาดมากนักสิ ผู้ชายไม่ชอบคนที่ฉลาดกว่าหรอก แบบว่าถ้าชอบ ก็แสดงว่าไม่มีความเป็นผู้นำและไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ อยู่ด้วยเบื่อตายนะ"..... พร้อมยกตัวอย่างเซเลปสาวโสดที่เรารู้จักให้ฟังประกอบด้วย
.
ครู่หนึ่งก็มีสาวเกาหลีชื่อ "ยอง" มาร่วมวงอีกคน เราเลยได้โอกาสเล่าเรื่องเที่ยวเกาหลีกับเธออย่างสนุกสนานเป็นการหวลอดีตที่อร่อยปากทั้งการพูดคุยและทานกาแฟแกล้มครัวซองค์
.
"ยอง" ถามเราว่า "มีหลานหรือยัง" คุณนายถามกลับว่า "อยากรู้เหมือนกันว่า ทำไมหนุ่มสาวสมัยนี้ถึงไม่อยากมีลูกก็ไม่ทราบ ทั้งๆที่ยุคก่อน ขนาดคุณแม่จนๆยังส่งลูกจบปริญญาได้ทั้ง 7-8 คนเลย"....
.
และผมเสริมว่า "ขอให้เชื่อเถอะว่า การเลี้ยงลูกนั้นลำบากมากๆ แต่รู้ไหม เผลอแพล่บเดียวลูกก็เรียนจบมีครอบครัวกันแล้ว.... ที่สำคัญสำหรับการเป็นพ่อแม่ คือการถอนตัวไม่ไปยุ่มย่ามชีวิตพวกเค้าต่างหาก".... .
แล้วคุณนายก็เล่าเรื่อง "ความรักของแม่ที่แท้จริง" ซึ่งเป็นข้อเขียนจีนที่ผมแปลมาในลิงค์ bit.ly/2WxMiZJ ให้ฟัง
.
เมื่อวานฟาล์วไปวันนึง วันนี้ต้องชดเชยเต็มที่ สนทนาเสร็จเราก็ขอตัว และออกไปข้างนอกทันที
.
ภาพประกอบที่เห็นคือ โบสถ์ Orthodox-ออร์โทด๊อกซ์ (สไตล์รัสเซีย) ที่มี 2 ชื่อ คือ Cathedral of the Theotokos หรือ Church of the Holy Mother of God ซึ่งในช่วงปี คศ.1415 ถึง 1795 ปกครองด้วยคณะบาทหลวงจากกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนในปัจจุบันครับ
.

รูปภาพ
.
เดินตามเรามาพร้อมๆกันนะครับ รับประกันว่า เหมือนยิ่งกว่าเที่ยวเองประมาณนั้น คือจักได้เห็นทุกส่วนทุกย่านในวิลนีอุสเหมือนเราแทบจะเด๊ะเลย (ถึงกระย่องกระแย่ง 3 ก้าว 1 รูปสมฉายา ก็ไม่บอก ฮิฮิ)
.
วันนี้ท้องฟ้าสว่างสดใส น่าจะไร้ฝนค่อนข้างแน่ จัดการเรียกหนุ่มน้อยมาช่วยถ่ายภาพคู่ให้ตรงหน้ารูปปั้นหญิงสาว แล้วก็ขอภาพเค้าด้วย จากนั้นก็เดินสำรวจร้านค้ารอบๆ จนเห็น ศาลากลาง-Town Hall อยู่ด้านหน้า
.
แต่ก่อนอื่น เจอรถท่องเที่ยว City Tour เข้าให้ คุณนายรีบไปขอโบรชัวร์ซึ่งเป็นแผนที่ในนั้นไว้ดู ซึ่งเป็นเช่นป้ายที่เห็นเป็นรายการคร่าวๆว่า....
.
ทั้งหมดมี 4 สาย ราคาต่างกัน เช่นสายเดียว 9 ยูโร.... 2 สาย 12 ยูโร และ 4 สาย 15 ยูโร ให้นักท่องเที่ยวเลือกเอง ตั้งแต่เช้า 10 โมง ถึงบ่าย 5 โมงครึ่ง...หรือจะเอาแบบ 24 ชั่วโมง (ถ้าไม่ได้ขึ้นเช้า ก็เลยไปถึงอีก 24 ชั่วโมงพรุ่งนี้) คนละ 15 ยูโรครับ
.
ในนั้นยังมีทัวร์ไป เมืองตราไก-Trakai ที่คุณหมู เพียงจิตเคยแนะนำไว้ด้วย bit.ly/2Sj3S0q ไปกลับ 4 ชั่วโมง คนละ 35 ยูโรเชียว
.
บริเวณลานหน้าศาลากลางนี้ เหมือนๆจะเป็นจุดเริ่มต้นไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆได้สบายตามป้ายบอกทางครับ
.

รูปภาพ
.
The Town Hall หรือศาลากลางนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 โดยเป็นที่ว่าการศาลประจำเมือง และห้องแสดงดนตรีการบันเทิงด้วย... ในขณะเดียวกัน ชั้นล่างยังเป็นเรือนจำอีกต่างหาก.... จนกระทั่งมีการบูรณะขึ้นมาใหม่ในอีก 2 ศตวรรษสืบมา และโถงใหญ่ใช้สำหรับจัดนิทรรศการและรายการบันเทิงต่างๆด้วย
.
โปรดสังเกต ตราประจำเมืองรูป เซ้นต์คริสโตเฟอร์ ที่เคารพนับถือของชาวลิทัวเนียทั่วไป
.
ที่นี่ ยามเช้า 9 โมงกว่า 10 โมง คือจุดนัดหมายสำหรับ Walking Tour-ทัวร์เดินท่องเมือง ของคณะต่างๆ และแต่ละกลุ่มก็มีลูกทัวร์ (ทัวร์ฟรี แต่ไกด์จะขอทิปตอนจบประมาณ 2 ชั่วโมง ราวๆคนละ 5 ยูโร) ไม่น้อยเลย แต่วันนี้เราขอไปเองครับ โดย....
.
แวะเข้าไปในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลดีมากๆ...
.

รูปภาพ
.
ศูนย์ฯนี้จัดว่าใหญ่ทีเดียว มีแผนที่และโบร์ชัว์สารพันแจกฟรี แล้วเราก็ออกมาข้างนอก มองไปเบื้องขวาเห็นมีโบสถ์สีชมพูเรื่อของ Church of St. Catherine ตรงกันข้ามกับอาคารสวยงามของโรงแรม Radisson Blu Royal Astorija ครับ
.
เห็นรถเก๋งของสำนัก "นวดไทย-Nuad Thai" ที่คุณนายเผลออ่านเป็น "หวดไทย" ดีไซน์เก๋ไก๋มาก (เป็นการโฆษณาได้อย่างดี แค่จอดก็มีคนเห็นเยอะ) แสดงว่า ขายดีฝีมือเจ๋งและราคาไม่เบาครับ
.

รูปภาพ
.
เลยไปอีกตรงด้านหน้าของ ศาลากลาง เราก็เจอที่จอดจักรยานริมถนนที่มีกรอบรูปรถสรเขียวขวางกั้นไว้ แสดงว่ามีคนจอดแล้ว....อือม์ ลูกเล่นดีจัง
.
บาร์ชื่อแปลกว่า "Who Hit John-ใครซัดจอห์นฟร่ะ" ซึ่งเป็นบาร์เปิดเพลงร็อกแอนด์โรลที่มีขนาดเล็กที่สุดแต่ลูกค้าแน่นหนามากในยามค่ำครับ
.
หลังคาเต้นท์ด้านนอก มีโฆษณาเบียร์ดัง Svyturys 1784 ซึ่งเป็นเครือของเบียร์ Carlsberg ด้วย...ส่วนรูปปั้นชายชรานั่งซึมกระทือบนหลังเต้นท์ น่าจะเป็นจอห์นที่โดนผลักโดนเบียดจนเข้าบาร์ไม่ได้เพราะคนอัดทะนานในร้านกระมังครับ อิอิ
.

รูปภาพ
.
มองเห็นยอดหอแหลมเปี๊ยบของ โบสถ์ออร์โธด็อกซ์ เซ้นต์นิโครัส-Orthodox Church of St. Nicolas ด้านหน้าไม่ไกล
.
อาคารสวยงามด้านนี้ เป็นห้องศิลป์ จำหน่ายงานศิลปะมากหลาย ร้านหนึ่งกำลังโชว์ภาพเกี่ยวกับทหารหญิงและเรื่องราวของคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง
.
มีอ่างน้ำพุอยู่กลางลานด้วย
.

รูปภาพ
.
ร้านค้าทันสมัย (แปลว่าแพง อิอิ) ส่วนใหญ่จะขายเครื่องประดับ อัมพัน-Amber ทั้งนั้นครับ
.

รูปภาพ
.
ร้านค้าและมีร้านอาหารแซมอยู่ประปราย มีทางไปยัง
Chodkiewicz Palace-พระราชวังเก่า ที่ต่อมาถูกปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยและห้องศิลป์ด้วย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Slovakia-Poland-German-Lithuania Sept12 to Oct 16

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 15/05/2020 1:26 pm

รูปภาพ
.
ป้ายข้างฝาบ่งบอกรายการวิชาการต่างๆ และป้ายชื่ออดีตคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงทั้งมวล
.
แล้วเราก็มาถึง โบสถ์ออร์โธด็อกซ์ เซ้นต์นิโครัส ซึ่งผ่านไปหน่อยเป็น Old Town Market-ตลาดเมืองเก่า ที่ด้านหน้าเป็นตลาดย่อมๆตั้งขายภาพศิลป์ต่างๆ เรียงรายไปทั่วบริเวณหน้าโบสถ์ออร์โธด๊อกซ์อีกแห่งชิ่อ Church of St. Paraskeva
.

รูปภาพ
.
เลยไปเป็นลานกว้างที่มีบูธขายเครื่องประดับ ของชำร่วย ที่มีแม่ค้าออกร้านมากมาย โดยทางเทศบาลนำกรอบรูปภาพโบราณต่างๆมาประดับด้วย
.
แหะ แหะ เป็นธรรมดาที่ต้องให้เวลาคุณนายท่านหน่อย เหอเหอ
.

รูปภาพ
.
ถ่ายรูปหน้าโบสถ์เป็นที่ระลึก แล้วเราก็ไปต่อโดยผ่านพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งด้วย แต่เราไม่ได้เข้าไปนะครับ
.

รูปภาพ
.
บริเวณทางเดินหน้าร้านค้าต่างๆใต้อาคาร มีลุงๆป้าๆนำสินค้าออกมาตั้งแผงจำหน่ายไม่น้อย
.
ร้านจำหน่ายเครื่องประดับเยอะมากครับ
.

รูปภาพ
.
ผ่านหน้าโรงแรมหรู ตรงไปทางโบสถ์ Church of St. Johns ที่มีหอสูง ทั้งริมกำแพงมีการนำรูปศิลป์มาแขวนจำหน่ายมากมาย
.
เดินชมร้านค้าไปเรื่อยๆนะครับ
.

รูปภาพ
.
ร้านอาหารว่างรสนิยมวิไล ที่ติดป้ายสาวเสิร์ฟเค็ก Pilies Kepyklėlė มีป้ายบอกว่า Extravaganza-หะรูหะรา แสดงว่า ราคาไม่เบา
.
ติดกันเป็น ร้านเครื่องประดับ Suvenyrai...ร้านสะดวกซื้อ AIBE ....ร้านเสื้อผ้า Lino Kambarys...และฝาครอบท่อน้ำสี่เหลี่ยมที่แปลกตากว่าที่อื่น
.

รูปภาพ
.
เค้าขายอะไรบ้าง เรียนชมครับ
.

รูปภาพ
.
คำว่า Gintaras หมายถึง Amber นะครับ หลงนึกว่า เป็นชื่อร้านที่มีเครือข่ายสาขามากมาย (แบบร้าน ซาเล่-SALE) ซะตั้งนาน
.
แล้วก็เจอศิลปินข้างถนน ที่เล่นแอคคอเดี้ยนอย่างเหงาหงอย คุณนายก็เลยเห็นใจ ขอ cheer up ให้มีชีวิตชีวาหน่อยด้วยการโค้งให้และทิป 2 ยูโร ผมเลยขอให้เล่นเพลง Speak Softly Love จากหนังดังเรื่อง The Godgather โดยฮัมทำนองนำให้ ซึ่งลุงก็เล่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ
.
.
จุ๊จุ๊...มา วีสนีอุส อย่าพูดเสียงดังนะครับ อิอิ....
.
ใช่ครับ Speak Softly Love-กระซิบบอกรักเบาๆหวานๆซึ้งๆ จากภาพยนต์เรื่อง The Godfather โดยศิลปินเปิดหมวกของ ลิทัวเนีย ครับ
.
Speak softly, love and hold me warm against your heart
I feel your words, the tender trembling moments start
We're in a world, our very own
Sharing a love that only few have ever known
.
Wine-colored days warmed by the sun
Deep velvet nights when we are one
.
Speak softly, love so no one hears us but the sky
The vows of love we make will live until we die
My life is yours and all because
You came into my world with love so softly love
.
กระซิบเบาๆ กระชับร่างเข้าให้กลมกลืน
ถ้อยคำเสนาะหู กังวานทุกห้วงที่เราสั่นเทา
นี่คือโลกของเราแท้ๆ มาแบ่งปันความรักชนิดยากหาใครเทียมทันกันเถิด
เหล้าองุ่นกรุ่นบาง แสงแดดที่แผ่วผ่อง
ราตรีจักนุ่มนวล คราเราผนึกเป็นหนึ่งเดียว
กระซิบเบาๆ ให้เพียงฟ้าครามได้รับรู้
ถึงคำสาบานรักตราบเท่าชีวาวาย
ชีวิตฉันนี้เป็นของเธอ เมื่อเธอก้าวมาสู่โลกส่วนตัวนี้
และมอบความรักอันอ่อนโยนให้
.

รูปภาพ
.
ผ่านภัตตาคาร El Gaucho Sano และ ร้านกาแฟที่ตั้งโต๊ะเก้าอี้บนทางเท้าหน้าตึกไป ก็เป็นร้านที่มีป้าย Chocolate Room ที่ตอนแรกว่าจะเข้าชมนิดเดียว แต่เจอเจ้าของร้านมีไมตรี เชิญชวนให้เข้าไปชม "ห้องช็อกโกแล็ต" ภายใน ก็จึงใช้เวลาพอสมควร
.
บริเวณรับประทานชากาแฟ และขนมที่ทำจากช็อกโกแล็ตกว้างขวางทั้งด้านนอกด้านในเลยทีเดียว มีรูปศิลปะข้างฝาให้ชมไปด้วย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 26 ท่าน

cron