Shenyang-Harbin Trip December 2016

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2016 5:45 pm

รูปภาพ


รูปภาพ
.
Shenyang-Harbin Trip-ทริปอีสานเมืองจีน อุณหภูมิติดลบ
.
12 ธันวาคม 2559
.
สวัสดีครับ
.
อย่างที่ได้เรียนไปแล้วนะครับว่า หลังกลับจากทริปพี่สาวพาเที่ยวใต้หวันแล้ว เรายังมีโปรแกรมไปต่อ โดยมีเวลาพักเพียง 5 วัน เพราะเป็นทริปที่จองไว้หลังจองทริปใต้หวันไม่กี่วันครับ
.
ทริปที่ว่า คือทริปที่อยากมานานแล้ว แต่ยังไม่สบโอกาสที่เหมาะเหม็งเลย จำได้ว่าเคยจองตั๋วฮาร์บิ้น ไว้หนนึงซักปีสองปีก่อน แต่พอเจออุณหภูมิติดลบที่พยากรณ์ไว้ว่าประมาณ ติดลบ 28 องศา ก็คิดไม่ออกว่า จะเที่ยวยังไง ดูท่าว่าจะขดตัวอยู่ในโรงแรมตลอดมากกว่า ก็จึงแคนเซ่ลไป
.
มาได้จังหวะเอาปีนี้ เมื่อ NokScoot เปิดรายการโปรโมชั่นให้ ด้วยการบินตรง ดอนเมือง-เสิ่นหยาง ใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมงนิดๆ ก็อดใจไม่ไหวแล้วล่ะครับ....
.
เพราะปรกติเส้นทางนี้ ราคาปรกติของ NokScoot เค้าตั้งแต่เปิดเส้นทางมา เช็คเมื่อไหร่ก็เที่ยวละ (ใช่ครับ เที่ยวละ) 13,000-17,000 ตลอด...
.
ส่วนสายการบินทั่วไปอื่นๆสำหรับ กรุงเทพ-ฮาร์บิ้นนั้น แม้ราคาจะตกไปกลับประมาณ 10,000-12,000 แต่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเครื่อง สิริรวมระยะเวลาเดินทาง 10 กว่าชั่วโมงขึ้นไปทั้งนั้น....
.
...แค่คิดก็แหยงแล้ว ขนาดไปยุโรปยังเบื่อเลยครับ สำมะหาอะไรกับเมืองจีน ที่ไม่ไปก็ไม่แปลกเพราะมีเมืองอื่นๆบินสั้นๆที่ยังไม่เคยไปออกจะถมถืด...5555
.
เพราะฉะนั้น ทริปส่งท้ายปี 2016 นี้ ขอเป็นเมืองจีนที่ชื่นชอบ ด้วยทริป เสิ่นหยาง-ฮาร์บิ้น นี้ละกัน เพราะการเดินทางระหว่างกันด้วยรถไฟหัวกระสุนนั้น ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมงไม่เกินเท่านั้นครับ
.
แต่บรรจงจองตั๋วเสร็จปุ๊บ ปัญหาก็ตามมาตั้งแต่นั้นเลยว่า จะฝ่าฟันอุปสรรคเรื่องความหนาวเย็นอุณหภูมิติดลบได้อย่างไร...
.
เพราะเคยเที่ยว ปักกิ่ง หวงซัน หังโจว เดือนธันวาคมอย่างเดียวกันนี้ แค่ 6 องศา ก็ยังมือแข็งคางสั่นจนเข็ดมาแล้ว...
.
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พอจะประโลมใจได้บ้างไม่มากก็น้อย ก็คือ "เที่ยวจีนนอกจากตั๋วเครื่องบินแล้ว อย่างอื่นจัดว่าไม่แพง" ถ้าสู้ไม่ไหวยังไง จะเที่ยวครึ่งวัน นอนซุกอยู่ในโรงแรมครึ่งวันก็ยังได้.... อย่างน้อยก็พอเก็บข้อมูลมาฝากเพื่อนๆได้ล่ะ ว่าไหมครับ...ฮิฮิ
.
สรุปคือ เรียนเชิญตามหนูตะเภาฟรุ้งฟริ้งน่ารัก 2 คนมาได้เล้ยยยย....อิอิอิ
.
.
.
.
หมายเหตุ : เป็นไปดังคาดครับ 3 วัน (12-13-14 ธ.ค.) ที่ผ่านมา เจอลบ 1-5 เข้าไป เที่ยวได้ไม่เกิน ทุ่ม 2 ทุ่มก็ต้องหนีกลับเข้าที่พัก ซึ่งก็ดีเหมือนกัน ...ได้จังหวะรายงานสดจากพื้นที่มาฝากเพื่อนๆซะเลย :-)
.



รูปภาพ
.
ติดอกติดใจอะไรนักหนากับ เสิ่นหยาง-沈阳 นะหรือครับ เพราะไม่ว่าจะ Search กูเกิ้ล... วิกิ... ทริปแอดไว้ซ์เซ่อร์.. ยังไง ก็ไม่เห็นจะมีที่เที่ยวที่ติดปากผู้คนหรือนักท่องเที่ยวทั่วไปเลย
.
แหะ แหะ สำหรับเรา...มีสิครับ การได้มาเสิ่นหยาง แค่ได้มาสัมผัสบ้านเกิดเมืองนอนของ ซุปตาร์ในดวงใจ ของเรา เท่านี้ก็เกินคุ้มแล้วครับ...
.
ใช่ครับ เราเริ่มรู้จักซุปตาร์ที่ชื่อ น่าอิง-那英 เป็นครั้งแรกจากรายการ The Voice of China-中国好声音-จงกั๋วห่าวเซิงอิน เมือซัก 4-5 ปีที่แล้ว...
.
น่าอิง คือ 1 เดียว ในกรรมการ 4 คน ที่อยู่ยงคงกะพันมาตลอด 5 ซีซั่นที่ผ่านมา (โดยซีซั่น 5 เปลี่ยนชื่อมาเป็น Sing China-中国新歌声-จงกั๋วซินเกอเซิง ซีซั่น 1 แทน)
.
....ด้วยความเด็ดเดี่ยว น่ารัก อ่อนหวาน ตลก และทีมของเธอคว้าแชมป์มาแล้วถึง 3 คน ทำให้เธอเป็นขวัญใจของแฟนๆระดับแม่เหล็กของรายการนี้
.
และนอกจากผมเองจะชื่นชอบมากๆแล้ว เมื่อดูไปด้วยแปลไปด้วยให้คุณนายเคทฟัง คุณท่านก็พลอยเป็นแฟนคลับของ น่าอิง ไปด้วยโดยปริยาย
.
เพราะฉะนั้น แค่บอกว่า จะเที่ยวเสิ่นหยาง บ้านเกิดของ น่าอิง คุณนายเคทก็ร้อง โอเช ไม่แพ้ตอนไปเที่ยว ลิเว่อร์พูล บ้านเกิดของ เดอะบีทเทิ้ลส์ ปานนั้นอ่ะครับ
.
โดยเหตุนี้ ที่เที่ยวกลายเป็นเรื่องรองซะแล้วล่ะครับ...ง่ายๆก็คือ มาด้วยใจผูกพันก่อน ส่วนแหล่งเที่ยวเดี๋ยวค่อยหาเอาตามสไตล์ละกัน...ว่างั้น
.
สำหรับ เพลงเอกเพลงโปรดของ น่าอิง ก็คือเพลง 征服-เจิงฝู-ที่แปลว่า ยอมสยบ (ถูกปราบ) https://www.youtube.com/watch?v=HJ8BOEr4Ggs และ
.
เพลง 白天不懂夜的黑-ไป่เทียนปู๋ต่งเยี่ยจือเฮย ที่แปลว่า ทิวา (กลางวัน) ใยจะตระหนักความมืดดำของราตรี (กลางคืน) https://www.youtube.com/watch?v=KheDK8lO0Qc ครับ
.



รูปภาพ
.
โปรแกรมคร่าวๆของเรา ก็คือ ขอเริ่มต้นที่ เสิ่นหยาง 3 วันก่อน หลังจากนั้น ค่อยๆวางแผนว่าจะไปที่อื่นๆที่ไหนอย่างไรบ้าง อันละแวกนี้ประกอบด้วย ฮาร์บิ้น...ฉางชุน...จิ๊หลิน...ต้าเหลียน..ซึ่งได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ทำแต้ม แต่ทำคะแนนความสุขแบบช้าๆชิลล์ๆครับ
.


รูปภาพ
.
พูดแล้วเหมือนโม้นะครับ แต่ในเมื่อสมรักษ์ ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองโม้เลย เราจะยอมจำนนได้อย่างไร หุหุ
.
...แบบว่า แบบว่า..
.
เที่ยวนี้ มาแบบไฮโซเล็กๆ คือมา Business Class หรือชื่อทางการของนกสกู๊ตว่า ScootBiz เชียวนะครับ
.
ปล่าวเงินถุงเงินถังหรอกครับ แต่เพื่อนๆลองดูราคาของเค้าสิครับ.... ขาไปไม่เท่าไหร่ แต่ขากลับ ตั๋วธรรมดา (ที่ต้องซื้อน้ำหนัก จ่ายค่าที่นั่ง เพิ่มต่างหากพะเรอเกวียน) ราคา 6,546 บาท ตั๋วอื่นๆก็เพิ่มราคามาตามลำดับ ทว่า...
.
ดูราคาตั๋ว ScootBiz สิครับ 4,765 บาท (รวมน้ำหนัก 30 กก. เลือกที่นั่งฟรี มีอาหารให้ต่างหาก) ...เล่นเอาผมขยี้ตาตั้งนานจนตาเหล่ไปเลย...
.
เพราะฉะนั้น..อย่ากระนั้นเลย ขาไป จ่ายแพงขึ้นประมาณพันบาท จัดการบิน ScootBiz ทั้งขาไปขากลับเลยก็แล้วกัน ได้ยืดคอเป็นหงส์ซักที หลังจากที่เป็นเป็ดเป็นห่านมานานแล้ว 555
.


รูปภาพ
.
หวานสุกรเรื่องตั๋วไปแล้ว ก็ยังอดตุ๊มๆต่อมๆไม่ได้ กับอุณหภูมิที่ทำนายไว้สำหรับ เสิ่นหยาง ...แต่ก็ทำใจปล่อยวางหรือปลงล่ะครับ ถือเสียว่าซ้อมๆวอร์มอัพ เอ๊ย โคลด์อัพ ก่อนไป ฮาร์บิ้น ละกัน เหอเหอเหอ
.


รูปภาพ
.
เที่ยวบินทั้งขาไปขากลับทริปนี้ ถือว่าดีมากๆครับ
.
คือขาไป ตี 2.45 ของวันที่ 12 ธันวาคม (หมายถึง ตี 2 ของวันที่ 11 ธันวา) ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเปล่าเลย.... ดูทีวี ทำธุระอื่นๆไปเรื่อยๆตามชีวิตปรกติ จนซัก 5 ทุ่มค่อยออกมาที่ดอนเมือง และเตรียมมานอนบนเครื่องได้เลย
.
แต่...
.
อุแม่เจ้า... แค่เข็นสัมภาระเข้าสนามบิน ก็ถึงกับผวา.... เพราะคิวนักท่องเที่ยวจีนต่อแถวยาวเป็นกิโลแล้ว...แสดงว่าเค้ามาก่อนเวลา 4 ชั่วโมงเชียว
.
โชคดีที่ได้บารมีของตั๋ว Business Class ทำให้เราสามารถแซงคิวมาปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ที่เคาน์เตอร์พิเศษได้เป็นรายแรก
.
ดีจังเลย...นก หรือ สายการบินอื่นๆ ช่วยจัดรายการโปรโมชั่นแบบนี้ให้เราอีกนะ ตัวเอง...
.


รูปภาพ
.
หลับสบายในที่นั่งอันกว้างขวาง ตื่นทานอาหารแล้วก็หลับต่อ จนกระทั่ง 8 โมงเช้า (7 โมงบ้านเรา) ก็มีเสียงประกาศว่า ใกล้จะถึงที่หมาย ตามเวลา คือ 8.45 น.แล้ว
.
ก่อนเครื่องร่อนลง มองลอดหน้าต่างไป...บรื๋อว์..นี่มันนาเกลือชัดๆ เพราะขาวโพลนไปทั่วบริเวณ...
.
คุณนายจัดการหยิบเสื้อหนาวจากถุงออกมาเตรียมพร้อมเหมือนผู้โดยสารชาวจีนอื่นๆ แล้ว 9 โมง ก็ออกจากเครื่องเข้าสนามบินได้
.
ตอนผ่าน ตม. เจ้าหน้าที่เห็นพาสปอร์ตปุ๊บ หันหลังไปตะโกนเรียกหัวหน้าข้างหลังทันทีว่า "ไท่กั๋ว-เมืองไทย" ซึ่งหัวหน้าก็แว่บเข้ามา บอกให้ตีตราผ่าน...
.
แล้วเมื่อพ้นเคาน์เตอร์ไป ก็เชิญเราไปสัมภาษณ์ต่อว่า "มาธุระหรือมาเที่ยว?" "ทำไมถึงมาที่นี่?" "มีตั๋วขากลับไหม?" บลา บลา...ประสา (เดาง่ายๆว่า) คงไม่เคยมีนักท่องเที่ยวไทยมาก่อน
.
เมื่อผมตอบคำถาม และเค้าเปิดดูวีซ่าอื่นๆในเล่มคร่าวๆแล้ว ยังไม่ต้องเปิดมือถือให้ดูตั๋วไปกลับชัดๆเลย ก็ผายมือให้ผ่านไปได้ โดยไม่มีแม้แต่รอยยิ้มหรือคำว่า "ฮวนอิ๋ง-ยินดีต้อนรับ" อย่างที่พบเห็นมา
.
เหตุการณ์อย่างนี้ ถือเป็นเรื่องปรกติครับ สำหรับเมืองที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากัน...สำหรับเพื่อนๆที่อาจจะต่างจากเรา (ที่มีวีซ่าเมืองจีนในเล่มมาหลายรอบแล้ว) ก็กรุณาเตรียมพร้อมในเรื่องคำตอบและเอกสารก็แล้วกันนะครับ..
.
เชื่อว่า...คงอีกสักพัก กว่าเค้าจะรับกระแสคนไทยจนคุ้นเคยเหมือนที่อื่นๆ...... เมื่อนั้น ก็จะเดินเข้าออกเหมือนบ้านตัวเองแน่นอนครับ
.
สนามบินใหญ่ ทันสมัยมาก แต่รอกระเป๋านานบรมเลยครับ..กว่าจะเข็นกระเป๋าสัมภาระออกมาด้านนอกได้ ก็ใกล้ 10 โมงเช้าแล้ว....
.
เลยถือโอกาสถ่ายภาพกับแหล่งท่องเที่ยวเมืองนี้บนจอข้างฝาเสียเลยเป็นการผ่อนคลาย...
.


รูปภาพ
.
ดูข้อมูลมาล่วงหน้าแล้วครับว่า แม้สนามบินจะไม่ไกลจากตัวเมืองเท่าไหร่ แต่ต้องเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
.
เพราะฉะนั้น แอร์พอร์ตบัส คือคำตอบครับ แล้วก็ถูกมากด้วย คือ คนละ 15.50 หยวน หรือ ประมาณ 80 บาทเท่านั้น
.
ถามเจ้าหน้าที่เป็นการคอนเฟิร์มอีกครั้งว่า... ต้องนั่งรถไปที่ ท่ารถทัวร์ SK ซึ่งอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟ เพื่อเดินประมาณ 10 นาที (หรือจับแท๊กซี่...ชัวร์อยู่แล้ว อิอิ) ไปโรงแรมที่จองไว้
.


รูปภาพ
.
.
ซื้อตั๋วที่ทางออก ประตูหมายเลข 8 เข็นรถออกมาหน้าอาคาร..เท่านั้นแหละครับ ลมหนาวกระหน่ำใส่หน้าดังเปี๊ยะๆเลย...ว่ากันว่า อุณหภูมิตอนนั้น คือ ลบ 3 ครับ
.
รถบัสรออยู่แล้วครับ แต่ต้องรอผู้โดยสารอื่นๆที่ทะยอยกันมา
.
มองไปด้านนอก...ขาวโพลนไปทั่ว แถมหิมะยังโปรยปรายตลอดเหมือนสายฝน...
.


รูปภาพ
.
โรงแรมเครือโฮมอินน์ ขาประจำของเรา เป็นระดับ Plus คือมีระดับกว่า โฮมอินน์ตึกสีเหลืองทั่วๆไป ราคาคืนละประมาณ 1200 บาท รวมอาหารเช้า ถือว่าไม่แพงครับ
.


รูปภาพ
.
จองที่พักกับอะโกด้า มีจุดอ่อนไม่เหมือน Hostelworld คือ ไม่ได้บอกรายละเอียดเรื่องวิธีเดินทางจากสนามบิน สถานีรถไฟ รถบัส ฯลฯเลย มีแค่แผนที่ให้เท่านั้น
.
จึงต้องพึ่งเว็บอื่นๆ (ที่เห็นคือของ Ctrip ที่เราไม่ใช้บริการเพราะไม่ค่อยคุ้น เคยมีปัญหามาแล้วคราวไปเซี่ยเหมิน) แล้วก็แค็ปหนาจอมาเพื่อให้แท๊กซี่ดูครับ
.


รูปภาพ
.
กว่ารถบัสจะออก ก็ปาเข้าไป 10.24 น. แล้วเราก็ถึงบางอ้อว่า ระยะทางไม่ไกลก็จริง แต่รถติดน้องๆ กทม.ของเรา ประจวบกับหิมะโปรยปรายตลอด ทำให้พิ่นแฉะแล้วก็เกาะแน่นเป็นก้อน พลอยเสียช่องทางเดินรถไปบางส่วน...
.
ตรงไหนที่เป็นลานกว้าง และยังไม่มีการเกลี่ยการลอก จะเห็นว่าขาวโพลนเป็นลานสะเก๊ตไปเลย...
.
ถึงท่ารถทัวร์ จับรถแท๊กซี่ต่อมาอีก 10 กว่านาที ก็ถึงที่หมาย ค่ารถตามมิเตอร์ 15 หยวน (80 บาท) ครับ
.


รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่น่ารักมากครับ คนกลางมีชื่อภาษาอังกฤษแล้วว่า Golden คนขวาชื่อ จางหนิง-张宁 คนซ้ายชื่อ จางเสียเหวิน-张学文 (แซ่เดียวกับผมทั้งคู่เลย) ก็เลยถือโอกาสตั้งชื่ออังกฤษให้ว่า Nina และ Susan ชอบใจใหญ่เลยครับ
.
ห้องพักดีมาก วิวข้างเตียงมองออกไปด้านนอกเห็นแหล่งชุมชนที่อยู่ไม่ไกล คุณนายใช้เป็นที่นังทานกาแฟ อย่างสดชื่นไปเลย
.
อากาศหนาวๆอย่างนี้ อาคารหลายแห่งใช้ระบบความร้อนแบบไอน้ำ จึงเห็นปล่องไอน้ำพ่นไอเต็มไปหมด ดูเพลินๆก็สวยดีครับ
.


รูปภาพ
.
ซักบ่ายๆ เราก็ออกมาเที่ยวเมืองเสิ่นหยางกัน โดยออกไปทางสถานีรถไฟและถนนคนเดินครับ
.
เรื่องน่ากลัวสำหรับหิมะก็คือ เมื่อจับตัวกันแล้ว บนพื้นจะลื่นเหมือนเดินบนก้อนน้ำแข็งกลายๆ ต้องเดินเกร็งและระมัดระวังตัวมากเพื่อไม่ให้ล้ม...
.
ย่านโรงแรมของเรา อยู่ใกล้สถานีรถไฟ ตลอดเส้นทางจึงมีร้านอาหารเปิดเสียงเทปตะโกนแข่งกันขายกันดังลั่นไปหมด แต่รายการอาหารไม่น่าสนใจเลยครับ คือเป็นก๋วยเตี๋ยว ขนมจีบ ซาละเปา ขนมเปี้ยทอด ..ฯลฯ..เป็นหลัก...
.
แต่ไม่ต้องห่วงครับ แม็คโดนัลด์เต็มไปหมด มองเห็นหัวถนนท้ายถนนเลย...เคเอฟซี หรือร้านอาหารแบบเครือข่ายของจีนก็มีไม่น้อยครับ
.


รูปภาพ
.
เข้าไปสถานีรถไฟ จัดการจองตั๋วรถหัวกระสุนไปฮาร์บิ้นเรียบร้อย
.
ที่นี่มีระบบบริหารเจงมากครับ หลายๆช่องจำหน่ายตั๋ว มีสติ๊กเกอร์สำนวนทีเล่นทีจริงติดเรียกอมยิ้มจากผู้คนได้เลย อาทิ
.
ช่องจำหน่ายตั๋วสำหรับนิสิตมหาลัย ต้าเสียเซิงชวงโข่ว- 大学生窗口...สื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี...แต่เอาเข้าจริงพูดจีนได้เท่านั้น คุณนายบอกภาษาอังกฤษไปก็มึนตั้งนาน จนผมต้องเข้าไปแซม...อิอิ
.
ช่องคนหนุ่มสาวระดับปัญญาชน ชิงเหนียนเหวินหมิงชวงโข่ว-青年文明窗口...แต่คนขายเป็นเจ๊วัยคุณป้า...55
.
ช่องบริการซุปตาร์ ฝูอู้หมิงซิงชวงโข่ว-服务明星窗口....ปัดโธ่ ดาราคนไหนจะมาซื้อตั๋วเอง ไม่ต้องระดับซุปตาร์หรอก...ฮิฮิ
.
ไปเที่ยวถนนคนเดินกันนะครับ
.


รูปภาพ
.
ช่วงนี้ลำบากนิดหน่อยครับ เพราะมือแข็งจนต้องสวมถุงมือข้างซ้าย มือขวากดแช๊ะเสร็จ ต้องรีบซุกกระเป๋าต่อ...
.
ยังเช้าอยู่มาก...(ใกล้ๆ 6 โมงเย็น) ถนนคนเดินจึงยังเตียนโล่ง หรืออาจจะยกเลิกไปเลยก็ไม่ทราบ เพราะรอบๆเป็นห้างต่างๆ คงไม่มีใครมาเดินช้อปกลางแจ้งแน่ๆ...
.


รูปภาพ
.
ห้างดังก็เช่น Parkson.... Walmart...Carrefour ฯลฯ อยากได้อะไรไม่มีขัดสน...
.
ที่เดินไปไหนก็ได้ยิน คือ ไก่ทอดไร้กระดูก-ต้าจีไผ-大鸡排 ของแม๊คโดนัลดิ์ ชินละ 12 หยวน ชิ้นใหญ่ๆเกือบเท่าของใต้หวัน (ประมาณ 3 ใน 4 ส่วน) แต่ซื้อ 1 แถม 1 ครับ
.


รูปภาพ
.
แวะฟู้ดคอร์ททานอาหารเป็น ข้าวราดกับ 3 อย่าง ราคา 13 หยวน (2 คาว 1 เจ) ถ้า 1 คาว 1 เจ ราคา 10 หยวนครับ
.
เดินเที่ยวตลาดด้านข้างพักหนึ่ง หลังจากนั้น ก็แวะซื้อส้ม และขนมกลับมายังที่พัก
.
สิ้นสุดสำหรับวันแรก ณ เวลา 2 ทุ่มครับ
.
คะแนนรวมสำหรับเมืองนี้ 8 เต็ม 10 (ผู้คนน่ารัก บ้านเมืองน่าอยู่) ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/01/2017 3:37 pm

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/01/2017 3:42 pm

รูปภาพ

.
สถานที่-- อุทยานธรรมชาติ ฉีผันซัน เสิ่นหยาง-沈阳棋盘山风景区-เสิ่นหยางฉีผันซันฟงจิ่งชวี
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- วงเวียนพิพิธภัณฑ์ฮาร์บิ้น-哈尔滨博物馆转盘道-ฮาเอ่อร์ปินป๋ออู้ก่วนจ่วนผันเต้า
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- ศาลเจ้าพ่อกวนอู ในพิพิธภัณฑ์บ้านนายพลตระกูลจาง เสิ่นหยาง-沈阳 大帅府 关帝庙-เสิ่นหยางต้าซ่วยฝู่กวนตี้เมี่ยว
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- พิพิธภัณฑ์บ้านนายพลตระกูลจาง เสิ่นหยาง-沈阳 大帅府 -เสิ่นหยางต้าซ่วยฝู่
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- สวนสาธารณะเป่ยหลิง เสิ่นหยาง - 沈阳北陵公园-เสิ่นหยางเป่ยหลิงกงหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่--หมู่บ้านรัสเซีย-哈尔滨俄罗斯风情小镇-ฮาเอ่อร์ปินเอ้อหลัวซือฟงฉิงเสี่ยวเจิ้น
.
รูปภาพ
.
สถานที่----อนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วม ฮาร์บิ้น-哈尔滨防洪纪念塔-ฮาเอ่อร์ปินฝั่งหงจี้เนี่ยนถา
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- ศูนย์นิทรรศการปะติมากรรมน้ำแข็ง-哈尔滨冰雪大世界室内主题乐园-ฮาเอ่อร์ปินปิงเสี่ยต้าซื่อเจี้ยสือเน่ยจู่ถีเล่อหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- ศูนย์นิทรรศการปะติมากรรมน้ำแข็ง-哈尔滨冰雪大世界室内主题乐园-ฮาเอ่อร์ปินปิงเสี่ยต้าซื่อเจี้ยสือเน่ยจู่ถีเล่อหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่---ร้านค้าของที่ระลึกจากรัสเซีย ข้างโบสถ์เซนต์โซเฟีย- 哈尔滨圣索菲亚大教堂 俄罗斯商店-ฮาเอ่อร์ปินเซิ่งสัวเฟยเยียต้าเจี้ยวถัง เอ๋อหลัวซือซังเตี้ยน
.
รูปภาพ
.
สถานที่--หมู่บ้านรัสเซีย-哈尔滨俄罗斯风情小镇-ฮาเอ่อร์ปินเอ้อหลัวซือฟงฉิงเสี่ยวเจิ้น
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- คฤหาสน์โวลการ์ ฮาร์บิ้น-哈尔滨伏尔加庄园-ฮาเอ่อร์ปินฝูเอ่อเจียจวงหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- คฤหาสน์โวลการ์ ฮาร์บิ้น-哈尔滨伏尔加庄园-ฮาเอ่อร์ปินฝูเอ่อเจียจวงหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- คฤหาสน์โวลการ์ ฮาร์บิ้น-哈尔滨伏尔加庄园-ฮาเอ่อร์ปินฝูเอ่อเจียจวงหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- คฤหาสน์โวลการ์ ฮาร์บิ้น-哈尔滨伏尔加庄园-ฮาเอ่อร์ปินฝูเอ่อเจียจวงหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่---สวนสนุกเซ็นจูรี่ซิตี้ฉางอิ่ง ฉางชุน-长春长影世纪城-ฉางชุนฉางอิ๋งซื่อจี้เฉิง
.
รูปภาพ
.
สถานที่---พิพิธภัณฑ์ ช็อกโกเล็ต นิโคย่า เมืองฉางชุน-长春巧克力博物馆-ฉางชุนเฉี่ยวเข่อลิป๋ออู้ก่วน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- ห้างสรรพสินค้า วิลเลจ ถนนฉงชิ่ง ฉางชุน-长春重庆路活力城-ฉางชุนฉงชิ่งลู่หัวลิเฉิง
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/01/2017 3:46 pm

รูปภาพ
.
สถานที่-- ศูนย์การค้า แวนด้า ฉางชุน-长春万达广场-ฉางชุนวั่นต๋ากว่างฉาง
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- อุทยานปะติมากรรมโลก ฉางชุน-长春世界雕塑公园-ฉางชุนซื่อเจี้ยเตียวซู่กงหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- อุทยานปะติมากรรมโลก ฉางชุน-长春世界雕塑公园-ฉางชุนซื่อเจี้ยเตียวซู่กงหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- อุทยานปะติมากรรมโลก ฉางชุน-长春世界雕塑公园-ฉางชุนซื่อเจี้ยเตียวซู่กงหยวน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- เกาะสนหมอก จี้หลิน-吉林雾凇岛-จี้หลินอู้สงเต่า
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- เกาะสนหมอก จี้หลิน-吉林雾凇岛-จี้หลินอู้สงเต่า
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- อุทยานธรรมชาติ ฉีผันซัน เสิ่นหยาง-沈阳棋盘山风景区-เสิ่นหยางฉีผันซันฟงจิ่งชวี
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- เกาะสนหมอก จี้หลิน-吉林雾凇岛-จี้หลินอู้สงเต่า
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/01/2017 3:49 pm

รูปภาพ
.
สถานที่-- ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ฮาร์บิ้น-哈尔滨旅游服务社-ฮาเอ่อร์ปินหลี่หยิวฝูอู้เส้อ
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ฮาร์บิ้น-哈尔滨旅游服务社-ฮาเอ่อร์ปินหลี่หยิวฝูอู้เส้อ
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- พิพิธภัณฑ์ทองคำเสิ่นหยาง-沈阳到黄金博物馆-เสิ่นหยางหวงจินป๋ออู้ก่วน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- อุทยานธรรมชาติ ฉีผันซัน เสิ่นหยาง-沈阳棋盘山风景区-เสิ่นหยางฉีผันซันฟงจิ่งชวี
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เสิ่นหยาง-沈阳科技博物馆-เสิ่นหยางเคอจี้ป๋ออู้ก่วน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เสิ่นหยาง-沈阳科技博物馆-เสิ่นหยางเคอจี้ป๋ออู้ก่วน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เสิ่นหยาง-沈阳科技博物馆-เสิ่นหยางเคอจี้ป๋ออู้ก่วน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- อุทยานธรรมชาติ ฉีผันซัน เสิ่นหยาง-沈阳棋盘山风景区-เสิ่นหยางฉีผันซันฟงจิ่งชวี
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- โรงแรมโฮมอินน์พลัส เสิ่นหยาง-如家精选酒店(沈阳火车站东广场店)-หยูเจียจิงเสวี่ยนจิ่วเตี้ยน เสิ่นหยางหั่วเชอจั้นตงกว่างฉางเตี้ยน
.
รูปภาพ
.
สถานที่-- ศูนย์การค้า วิลเลจ 66 เสิ่นหยาง-沈阳皇城恒隆广场-เสิ่นหยางหวงเฉิงเฮิงหลงกว่างฉาง
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/01/2017 10:57 am

รูปภาพ

.
Travel Informations-รวมข้อมูลเสิ่นหยาง-ฮาร์บิ้น-ฉางชุน-จี้หลิน
.
03 มกราคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
อัลบั้ม "รวมข้อมูลฯ" นี้ อย่างที่เพื่อนๆคงทราบกันแล้วนะครับว่า เป็นข้อมูลของ ทริปอีสานจีน-东北旅游-ตงเป่ยหลี่หยิว 20 วัน 19 คืน ใน 4 เมือง (市-ซื่อ) ใน 3 มณฑล (省-เสิ่ง) คือ
.
เสิ่นหยาง-沈阳-Shenyang--- มณฑล เหลียวหนิง-辽宁 Liaoning เปิดทริปรอบแรก 3 วัน (12-14 ธ.ค.) ปิดทริปรอบหลัง 5 วัน (26-30 ธ.ค.)
.
ฮาร์บิ้น-哈尔滨-Harbin มณฑล เฮยหลงเจียง-黑龙江-Heilongjiang 4 วัน (15-18 ธ.ค.)
.
ฉางชุน-长春-Changchun มณฑล จี้หลิน-吉林-Jilin 34 วัน (19-22 ธ.ค.)
.
เมืองจี้หลิน-吉林市-Jilin มณฑล จี้หลิน-吉林-Jilin 3 วัน (23-25 ธ.ค.)
.

รูปภาพ
.
เพื่อนๆอาจจะอดสงสัยไม่ได้ว่า
.
"อ้าว แผนคร่าวๆก่อนไป มี 5 เมือง รวมเมือง ต้าเหลียน-大连 เอาไว้ด้วยไม่ใช่หรือ?"
.
และ
.
"เสิ่นหยางมีอะไรดีนักหนาหรือ ถึงอยู่ตั้ง 8 วัน?"
.


รูปภาพ
.
คำตอบคือ แม้เสิ่นหยางจะเป็นเมืองที่เราชื่นชอบมากที่สุดในทริปนี้ แต่เรื่องอยู่ถึง 8 วันนั้น ว่าไปก็เกินความจำเป็นอ่ะครับ....
.
ทว่า..ความที่เพื่อนๆคงทราบสไตล์การเที่ยวของเราเป็นอย่างดีแล้วว่า... เราเที่ยวแบบตามมีตามเกิด วางแผนแบบวันต่อวันสองวันสามวันไม่เกิน....
.
เพราะฉะนั้น...
.
เมื่อถึงวันที่ 22 ธ.ค.ซึ่งเรายังอยู่เมือง ฉางชุน ก่อนไป จี้หลิน เราก็ซาบซึ้งว่า..เมืองต้าเหลียน-大连市 ที่เรากำหนดไว้ในโปรแกรม 4 วันก่อนกลับ เสิ่นหยางเพื่อบินกลับบ้านนั้น เป็น "เมืองชายทะเล ที่เหมาะกับหน้าร้อนมากกว่า.... ขืนไปตอนนี้ สภาพก็คงไม่ต่างจากเมืองอื่นๆที่ขาวโพลนไปหมดทั้งผืนดินและแผ่นน้ำ...
.
แล้วจะเสียค่ารถไฟหัวกระสุนไปอีก 3-4 พันบาทไทย เพื่อ?
.
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเพิ่มเวลาให้ เมืองจี้หลิน (ที่เผื่อไว้ 2 วัน) เป็น 3 วัน ด้วยความที่ไหนๆจะย้ายไปพักที่นั่น (เปลี่ยนจากการขึ้นรถไฟไปกลับจากฉางชุนแบบวันต่อวัน เพราะอยู่ใกล้กันมาก ค่ารถหัวกระสุนแค่เที่ยวละ 160-210 บาทไทยเท่านั้น) จะให้พักแค่ 2 วันก็เหนื่อยขนย้ายเปล่าอ่ะครับ
.
และที่เหลืออีก 3 วัน ก็โอนมาให้ เสิ่นหยาง แทน เพราะนอกจากได้ที่พักที่ดีมากแล้ว ก็ยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกไม่น้อย อีกทั้งหน้าหนาวอย่างนี้ ขืนถ่อสังขารฝ่าลมหนาวเที่ยวเกินวันละ 2-3 ที่ก็โหดเหี้ยมเกินมนุษย์แล้ว กระไรจะทรมาณตัวเองปานนั้น ว่าไหมครับ
.
สำหรับเพื่อนๆที่วางแผนจะไปเที่ยวในเวลาที่สั้นกว่าเราเป็นเท่าๆ ก็อย่าตกอกตกใจไปนะครับว่า "จะเที่ยวได้ซักกี่มะน้อยกัน?"
.
เพราะหากตั้งใจเที่ยวจริงๆ วางแผนดีๆ ใช้แท๊กซี่ (ที่ไม่แพง) เป็นหลัก แทนเล่นรถประจำทางเกือบตลอดอย่างเรา ผมว่า 8 วันก็น่าจะเที่ยวได้มากแหล่งพอๆกับเราหรือมากกว่าด้วยซ้ำครับ ยิ่ง...
.
ยิ่งถ้าเป็นหน้าร้อน (หลังเมษาฯ-กลางตุลาฯ) ละก็... 5 วันก็พอทำแต้มได้ครบโดยไม่ยากเย็น คือขนาดกระย่องกระแย่งอย่างเราสองก็คงทำได้ใน 7 วันไม่เกินครับ
.


รูปภาพ
.
.
เรื่องถัดมา ก็น่าจะเป็นเรื่อง "ความหนาว" ล่ะครับ
.
นี่คือ ตารางอุณหภูมิจากเว็บ พยากรณ์อากาศ ก่อนเดินทาง 1 วัน ที่แค่เห็นเราสองก็หวาดหวั่นแล้ว... แต่ของจริงกลับซาดิสถ์ยิ่งกว่านั้นอีก คือ
.
ตลอดทริป (ยกเว้นวันแรกๆแล้ว) ไม่เคยได้เจอะเจอลบน้อยๆอย่างนี้อีกเลย เพราะแค่วันที่ 15 ธ.ค. (วันที่ 4 ของทริป) ที่เราเดินทางไป ฮาร์บิ้น ตัวเลขก็ขึ้นเป็น 2 หลักแล้ว...
.
ยิ่งไปกว่านั้น อุตส่าห์วางแผนเป็นอย่างดีว่า ขึ้นไปเจอหนาวหนักที่ฮาร์บิ้นก่อน แล้วค่อยๆลงล่างมา ฉางชุน จี้หลิน ต้าเหลียน เสิ่นหยาง คงจะอุ่นขึ้นอุ่นขึ้นแน่...
.
ที่ไหนได้ จาก ฮาร์บิ้นที่เจอหนักสุด ลบ 15-18 พอมาถึงฉางชุน กลับย่ำแย่ไปกว่านั้นอีก กระทั่งมีอยู่วันที่หิมะตกทั้งคืน แค่ออกนอกประตูโรงแรม ก็อยากจะวิ่งกลับแล้ว เพราะอุณหภูมิปาเข้าไปตั้ง ลบ 22 อ่ะครับ
.
วันที่ 26 ธ.ค. ที่กลับมา เสิ่นหยาง ก็เจออากาศแปรปรวน คือ ติดลบ 20 อีกตั้ง 3 วัน กว่าจะมาเจอวันสุดท้าย (30 ธ.ค.) ที่จู่ๆก็ลดพรวดเหลือแค่ ลบ 5 อย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่.....
.
ก็เลยได้เก็บความประทับใจบนลานหิมะอย่างชิลล์ๆ และโล่งอกว่า กลับบ้านคงไม่จับไข้เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงจนปรับตัวไม่ทัน อย่างที่เกรงกริ่งไว้อ่ะครับ
.
ว่าแต่...กับคำถามที่ว่า "รับมือกับสภาพหนาวได้อย่างไร?" นั้น ผมขอก้อปคำตอบที่เคยตอบเพื่อนๆตอนอยู่ฮาร์บิ้นมาประกอบดังนี้แล้วกันนะครับว่า
.
---------------------------------------------------------
.
พอดีมีเพื่อนท่านหนึ่งถามมาทางแมสเซ็นเจอร์ ซึ่งผมคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ จึงขออนุญาตก้อปมาแปะที่นี่นะครับ
.
.
พี่คะ ขนเป็ดสองชั้น ยูนิโคล่ light down ด้านใน กับ ขนเป็ดตัวหนาด้านนอกจะเอาหนาวที่ฮาบินอยู่ไหมคะ
.
.
.
แหะ แหะ เราไม่ได้ใช้ผ้าขนเป็ดทั้งคู่ครับ ผมใช้เสื้อที่เป็นฟอยล์ด้านใน และเสื้อหนาวหนามากด้านนอก กางเกงก็เป็นแบบ 2 ชั้น (อย่างที่เห็นในรูป) ซึ่งไม่มีปัญหาในส่วนของร่างกายที่เป็น body เลยครับ
.
แต่ที่หนักก็คือ ใบหน้ากับมือที่เปลือยเมื่อไหร่ หนาวจนชาอ่ะครับ ...ตอนถ่ายรูปลำบากมาก เพราะมือข้างซ้ายที่ถือกล้องสวมถุงมือได้ แต่มือขวาต้องเปลือยเพื่อกดชัตเตอร์..ถ่ายไม่กี่รูปก็ต้องรีบเอามือซุกกระเป๋าและถูไปมาอ่ะครับ
.
เรื่องเสื้อผ้าจึงไม่หนักหนาอะไร แต่หมวกไหมพรมต้องมี ถุงเท้าต้องหนาพอควร และมีถุงมือที่เป็นผ้า (ใช้แบบหนังแล้วเวลาใบหน้าหนาว เอามาอังให้อุ่นไม่ได้ครับ) วันต่อมา พี่เคทเลยให้ผมใช้ผ้าพันคอ เพื่อปิดหน้าได้ด้วย...ต่อมาก็เลยซื้อผ้าไหมพรม ราคา 5 หยวนที่เป็นเหมือนห่วง สวมเป็นที่คลุมคอและปิดหน้า ค่อยยังชั่วครับ
.
ส่วนพี่เคทก็คล้ายๆกัน แต่มากชั้นกว่า และมีไหมพรมที่เป็นเหมือนสนับเข่ารัดน่องอีกชั้น เห็นบอกว่าเท้าเย็นมากจนแข็งและชาบ่อยๆ เลยใช้วิธีวิ่งเข้าห้างเอย ร้านแม็คเอยทุกครั้งที่ทนไม่ไหว ส่วนผมก็ตระเวณเก็บภาพไปเรื่อยเท่าที่จะทนได้ แล้วค่อยมาเจอกันครับ
.
ไม่ได้เข้มแข็งหรือแข็งแรงอะไร พี่เคทบอกว่าเป็นเพราะผมมีไขมันมากกว่าต่างหากอ่ะครับ อิอิ
.
อ้อ..อีกอย่างที่ช่วยได้มากๆก็คือ Vicks ครับ ทาหน้าอก คอ จมูกก่อนนอนและก่อนออกไปเที่ยว ช่วยได้ดีมากครับ
.
อ้อ ถ้าไม่ได้ขึ้นมาทางเหนือ ผมว่า ความหนาวเย็นที่อื่นไม่ค่อยเท่าไหร่นะครับ อย่างมากก็มีลมหนาวพัดกระหน่ำเป็นพักๆ ไม่ได้หนาวทั้งวันแบบทางเหนืออ่ะครับ
.
ตอนไปจางเจียเจี้ย หวงซัน ผมใช้เสื้อกันหนาวผ้าร่มสวมข้างในแล้วเสื้อหนาวทับอีกชั้นชั้นนอก ชะงัดดีทีเดียวครับ
.
สำหรับฮาร์บิ้น เข้าวันที่ 4 วันนี้ (15-18 ธ.ค.) ปรับตัวได้ค่อยยังชั่วแล้วครับ ตัวช่วยก็คือ นอนเยอะมาก เพราะบ่าย 4-5 โมงก็เลิกเที่ยวแล้ว ตอนเช้าก็ออกสายประมาณ 9 โมงกว่า เที่ยววันละไม่เกิน 2-3 ที่ ไปแบบช้าๆ ก็จึงสนุกและประทับใจ...เดี๋ยวคอยดูรีวิวนะครับ เราประทับใจกับเมืองนี้มากทีเดียวครับ
.
---------------------------------------------------------
.
ขอถือโอกาสขอบคุณคุณหลี ที่กรุณาแนะนำให้หา Hand Warmer มาช่วย แต่บังเอิญหาไม่ได้ และหลังๆภูมิต้านทานก็ดีขึ้นมาก ก็จึงใช้เครื่องอุ่นร่างกายเท่าที่มี ซึ่งก็พอไหวครับ
.
วันกลับมาดอนเมือง เจอคณะทัวร์ไทยที่ไปฮาร์บิ้น ช่วง 25-28 ธ.ค. เล่าให้ฟังว่า เจอ ลบ 25 ที่นั่น แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ถ่ายรูปได้น้อยมาก เพราะมือข้างที่เปลือยเพื่อกดชัตเตอร์นั้น กดได้ไม่เกินครั้งละ 3 แช๊ะ ก็ต้องรีบซุกกระเป๋าแล้ว (เหมือนเราเลย อิอิ) ครับ
.
โดยสรุป ผมว่า ไม่ต้องหวั่นหวาดเกินความจำเป็นนะครับ เพราะเอาเข้าจริง ร่างกายเราจะปรับสภาพให้เองอยู่แล้ว (คงเหมือนที่คุณหมอญี่ปุ่นเจ้าของหนังสือ "ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี" บอกว่า ร่างกายของคนเรา ถ้าสุขสบายเกิน จะเป็นโทษมากกว่าคุณ ควรให้โอกาสระบบภายในสร้างภูมิต้านทานและซ่อมแซมส่วนสึกหรอเองบ่อยๆจะดีกว่า...ประมาณนั้นอ่ะครับ)
.
ผมจึงเชื่อว่า ขนาดคุณนายเคทรับไหว (ไม่มีอุปกรณ์แก้ร้อนใดๆเลย นอกจากสวมผ้าหลายชั้น) ใครก็รับไหวครับ ..เสื้อขนเป็ด แผ่นร้อน มีก็ดีแต่ไม่มีก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด...
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รองเท้าที่เราถูกขู่ที่นั่นบ่อยมากว่า ต้องซื้อใหม่แบบกันน้ำ มีร่องพื้นหนากันลื่น (ถูกสุดแบบใช้แล้วทิ้งที่จีน คู่ละ 100 หยวน) เพราะไนกี้ อะดีดาส นิวบาลานซ์ ฯลฯ ที่เราใช้กันนั้น เดินย้ำหิมะหนาๆไม่ได้ และดอกยางไม่หนาพอที่จะกันลื่น มีสิทธิ์ล้มบ่อยนั้น เมื่อระมัดระวังหน่อย ก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดครับ
.
รูปภาพ
.
.
และนี่คือ ภาพเครื่องแต่งกายของเรา ซึ่งพอฝืนสู้อุณหภูมิลบ 4 ถึง ลบ 22 มาแล้วอย่างไม่เป็นอุปสรรคมากนัก (เพราะเราออกเที่ยวแค่ช่วง 9 โมงเศษ ถึง 5 โมงเย็นอย่างช้า...อิอิ) ครับ
.
ของคุณนายเคท เป็นเสื้อหนาว 2 ชั้น ทับเสื้อปรกติอีก 2 ชั้น (ชั้นหนึ่งเป็นเสื้อยืดที่เป็นฟอยล์ด้านใน) กางเกงเป็นแบบ 2 ชั้น บวก สนับน่อง (กลายเป็นเพื่อนลุงโรนัลด์ไปเลย อิอิ) หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ ห่วงไหมพรม (ทับอีกชั้นใช้ดึงปิดหน้าได้ด้วย) ถุงมือ และถุงเท้า 2 ชั้นครับ
.
ส่วนของผม เสื้อชั้นในเป็นเสื้อยืดที่ด้านในเป็นฟอยล์ เสื้อหนาวหนามาก หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ ห่วงไหมพรม (ทับอีกชั้นใช้ดึงปิดหน้าได้ด้วย) กางเกงผ้า 2 ชั้น ถุงมือ และถุงเท้าชั้นเดียวครับ
.

รูปภาพ
.
ส่วนภาพนี้คือ เสื้อยืดแบบด้านในเป็นฟอยล์ ซึ่งกันลมและอบตัวได้ดีเกือบเท่าเสื้อกันหนาวกันฝนแบบผ้าร่มเลยครับ
.
ทั้งของคุณนายเคท (ซ้าย) และของผม (ขวา) ซื้อมาจากร้านเพื่อนที่กรมส่งออก 2-3 ปีแล้ว ยี่ห้อ Columbia ในราคา 480 บาท (ซื้อ 8 ตัว) เห็นว่า ตามห้าง ราคาจะแพงกว่าเท่าตัวครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/01/2017 4:55 pm

รูปภาพ
.
การเดินทาง
.
นอกเหนือจาก การบินไปกลับ ดอนเมือง-เสิ่นหยาง โดยสายการบิน NokScoot แล้ว ทริปนี้เราเล่นรถไฟหัวกระสุนหลายเที่ยวเลยครับ
.
ใช่ครับ เที่ยวจีนมาหลายปี เรายังไม่เคย (และไม่คิดจะ) ขึ้นรถไฟธรรมดาของจีนเลย มักจะใช้รถทัวร์ส่วนใหญ่และรถไฟหัวกระสุนในกรณีที่ราคาแตกต่างกันมากเกินตลอด
.
เพื่อนๆคงทราบดีนะครับว่า ตั๋วรถไฟหัวกระสุน ของจีน แพงน้องๆตั๋วเครื่องบิน (หลายกรณีแพงกว่าด้วย) ในขณะที่รถทัวร์ ค่อนไปทางถูกกว่าเป็นครึ่งถึงครึ่งกว่า ซึ่งสำหรับเราที่มีเวลาเหลือเฟือเสมอไม่เป็นปัญหาเลย
.
นอกจากนั้น ไม่ว่าไปเที่ยวไหน เราก็แทบจะไม่เคยบินภายใน Domestic Flight เอาเสียเลย เพราะรำคาญที่ต้องไปรอก่อนเวลานานๆหนึ่ง กับสัมภาระที่น้ำหนักเกินเป็นอุปสรรคอีกหนึ่งครับ
.
แล้วเที่ยวนี้ ทำไมถึงไม่ใช้รถทัวร์เลย ทั้งๆที่ออกจะเกร่อ นึกอยากไปไหนเวลาไหนไปได้หมดอย่างที่เห็นคนแย่งกันชักชวนผู้คนตามสถานีรถไฟและท่ารถทัวร์มากกว่าพวกรถสามล้อแท๊กซี่เสียอีก?
.
แหะ แหะ...ดูสภาพทางเท้าที่หิมะเกาะนานหน่อยกลายเป็นน้ำแข็งแผ่นๆสิครับ ขนาดเราเดินยังเกร็งตัวกลัวลื่นล้มแทบแย่ ขืนไปรถทัวร์ยามนี้ ก็ยิ่งกว่าชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายล่ะครับ เรื่องใช้เวลามากกว่าปรกติ (เพราะวิ่งเร็วไม่ได้) นั้นแหง๋อยู่แล้ว ทว่าที่น่าห่วงคือ โชคดีอาจเจอแค่รายการค้างเติ่งที่ไหนเป็นชั่วโมงเพราะทางปิดชั่วขณะ แต่เกิดเคราะห์ร้ายล่ะ หูยยย ไม่อยากจะคิด...
.
เพราะฉะนั้น เลือก อันเฉวียน-安全-ปลอดภัยไว้ก่อน อย่างที่มีคนเตือนตลอดเป็นดีครับ
.
นั่นคือ เหตุผลที่ รถไฟหัวกระสุนคือยานพาหนะหลักของเราในทริปนี้ ซึ่งบังเอิญ เทศกาลปะติมากรรมน้ำแข็งนานาชาติเมืองฮาร์บิ้น กว่าจะเริ่มจริงๆก็วันที่ 21 ธันวาคม และเริ่มเป็นทางการวันที่ 5 มกราคม...ช่วงนี้ จึงถือว่าอยู่ในช่วง Low Season-ตั้นจี้-淡季 อยู่ที่ทำให้เราสามารถมีทางเลือกที่ประหยัดขึ้นมาได้
.
ใช่ครับ รถไฟหัวกระสุนเมืองจีนมีด้วยกัน 2 ประเภท คือ แบบรหัสนำหน้าตัว G ซึ่งหมายถึงเร็วด่วน-高快-เกาไขว้ วิ่ง 250-300 กม./ช.ม. และแบบรหัส D ซึ่งหมายถึง เร็วพิเศษ- 动车-ต้งเชอ ซึ่งก็เป็นรถแบบคล้ายกัน (หรือแบบเดียวกันแต่อาจตกรุ่นเพราะเก่ากว่าหน่อย) วิ่งด้วยความเร็ว ไม่เกิน 250 ก.ม./ช.ม. และแวะจอดถี่กว่า
.
โดยปรกติ ตั๋วรถแบบ D เร็วพิเศษ- 动车-ต้งเชอ นั้น ถ้าไม่จองซื้อข้ามอาทิตย์หรือข้ามเดือน หาไม่ค่อยได้หรอกครับ แต่ในช่วงโลว์ซีซั่นอย่างนี้ ซื้อล่วงหน้าวันสองวันยังพอได้อยู่ ซึ่งเราก็เลือก ตั๋วรถแบบ D เร็วพิเศษ- 动车-ต้งเชอ ทุกครั้งที่เลือกได้เสมอ เช่น
.

รูปภาพ

รูปภาพ
.
เสิ่นหยางมี 2 สถานีหลัก คือ 沈阳站-เสิ้นหยางจั้น-สถานีเสิ่นหยาง (ในเมือง) และ 沈阳北站-เสิ่นหยางเป่ยจั้น-สถานีเสิ่นหยางเหนือ

รถหัวกระสุนส่วนใหญ่จะออกจาก 沈阳北站-เสิ่นหยางเป่ยจั้น-สถานีเสิ่นหยางเหนือ
.
แต่ที่พักของเรา อยู่ใกล้ 沈阳站-เสิ่นหยางจั้น-สถานีเสิ่นหยาง (ในเมือง) ระยะทางเดินแค่ 2-300 เมตร
.
ในขณะที่ ถ้าไป 沈阳北站-เสิ่นหยางเป่ยจั้น-สถานีเสิ่นหยางเหนือ ต้องนั่งรถใต้ดินไป 6 สถานี ซึ่งว่าไปก็ไม่หนักหนาอะไร เพราะป้ายก็อยู่ตรงหน้าสถานีรถไฟเสิ่นหยางจั้นอยู่แล้ว...
.
แต่ที่ต้องคิดหนักจนเหนื่อย คือ นั่งไปแค่ 3 ป้ายต้องเปลี่ยนจากสาย 1 ไปสาย 2 ด้วย โดยช่วงที่เปลี่ยนนั้น ไม่มีบันไดเลื่อน (อาจมีลิฟท์ แต่เราไม่เคยสำรวจและไม่เคยใช้ตอนตัวเปล่า) ต้องขึ้นบันได 2 ท่อนท่อนละกว่า 20 ขั้นอ่ะครับ หุหุ
.
.
1. ตั่วชุดแรกของเรา คือ เสิ่นหยาง-ฮาร์บิน
.
สถานีรถไฟหัวกระสุนหลักของฮาร์บิ้น คือ สถานีฮาเอ่อร์ปินซีจั้น-哈尔滨西站-ฮาร์บิ้นตะวันตก ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กม. ส่วนสถานีรถไฟในเมือง คือ 哈尔滨站-ฮาเอ่อร์ปินจั้น ที่เรียกกันสั้นๆว่า 哈站-ฮาจั้น นั้น มีแต่รถไฟธรรมดาครับ
.
หมายเหตุ: ความจริง ยังมีอีกสถานีคือ 哈尔滨南站-ฮาเอ่อร์ปินหนันจั้น-ฮาร์บิ้นใต้ แต่ไม่เกี่ยวกับทริปนี้ จึงขอข้ามไปครับ
.
ค่าตั๋วรถไฟหัวกระสุน เสิ่นหยางจั้น-沈阳站 ไป ฮาเอ่อร์ปินซีจั้น-哈尔滨西站 นั้น รถรหัส D เร็วพิเศษ- 动车-ต้งเชอ ราคาคนละ 166 หยวน (854 บาท) แต่ถ้าเป็นแบบ G เร็วด่วน-高快-เกาไขว้ ค่าตั๋วจะเป็น 245 หยวน (1260 บาท) แพงกว่ากันตั้ง 79 หยวน (406 บาท) ในขณะที่ใช้เวลาน้อยกว่าแค่ ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
.
จากรายการข้างต้น จะเห็นว่า มีตั้งหลายขบวน จึงไม่จำเป็นต้องใช้รถแบบ G เร็วด่วน-高快-เกาไขว้ แต่อย่างใด เซฟได้เหนาะๆ 8 ร้อยบาทไทย (ซึ่งถือว่าเยอะทีเดียว เมื่อคิดถึงว่า บางวันเรา 2 คนยังใช้จ่ายไม่ถึง 3-400 บาทเลย) ครับ
[FONT=Helvetica Neue, Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff][LEFT].
ไฮไล้ท์สีน้ำเงิน คือ รถแบบ D ที่ออกจาก สถานีเสิ่นหยางเหนือ ที่เหลือเป็นรถแบบ G ครับ
.
ไฮไล้ท์สีแดง คือรถแบบ D เที่ยวเดียวที่ออกจาก สถานีเสิ่นหยาง (ในเมือง) ที่เราเลือกเดินทาง ใช้เวลามากกว่ารถแบบ G ประมาณ 30 นาทีครับ
.[/LEFT]
[/HIGHLIGHT]
[/FONT]

รูปภาพ
รูปภาพ

.
2. ฮาร์บิ้น-ฉางชุน...
.
ฉางชุน-长春 (ภาษาแต้จิ๋ว คือ เชี่ยงชุน ชื่อเดียวกับ เหล้าเชี่ยงชุน แปลว่า อมตะ) มี 2 สถานีหลัก คือ ฉางชุนจั้น-长春站-สถานีฉางชุน (ในเมือง) และ ฉางชุนซีจั้น-长春西站-สถานีฉางชุนตะวันตก
.
จากข้อมูลที่เสิร์ชมา ฉางชุนเป็นเมืองที่การคมนาคมสะดวกมาก เพราะนอกจากเป็นเมืองหลวงทางด้านยานยนต์ของจีนแล้ว ยังเป็นเมืองที่ผลิตตัวรถไฟใต้ดิน ส่งออกทั่วโลกอีกด้วย
.
ด้วยเหตุนี้ นอกจากรถบัสที่มีเยอะสายสะดวกมากเหมือนเมืองใหญ่อื่นๆแล้ว ยังมี โมโนเรล หรือ รถรางทั้งลอยฟ้าและบนดินที่เรียกว่า 轻轨-ชิงกุ่ย อีกด้วย
.
เราจึงตัดสินใจถูกมาก ที่เลือกพัก โรงแรม โฮมอินน์ ที่อยู่ใกล้สถานีรถหัวกระสุน ฉางชุนซีจั้น-长春西站-สถานีฉางชุนตะวันตก แค่ค่ารถแท๊กซี่ 10 หยวน แต่ถ้าไปในเมืองคงไม่หนี 3-40 หยวน หรือนั่งรถรางไป 2 ต่ออ่ะครับ
.
ค่ารถ ฮาร์บิ้นซีจั้น-ฉางชุนซีจั้น-สถานีฉางชุนตะวันตก 哈尔滨西站-长春西站 ถ้าเป็นรถแบบ D เร็วพิเศษ- 动车-ต้งเชอ ตกคนละ 73.5 หยวน (380 บาท) แต่ถ้าเป็นรถแบบ G เร็วด่วน-高快-เกาไขว้ ค่าตั๋วจะเป็น 109.5 หยวน (560 บาท) ครับ
.
ส่วนค่ารถ ฮาร์บิ้นซีจั้น-ฉางชุนจั้น-สถานีฉางชุน (ในเมือง) 哈尔滨西站-长春站 ถ้าเป็นรถแบบ D เร็วพิเศษ- 动车-ต้งเชอ ตกคนละ 81 หยวน (420 บาท) แต่ถ้าเป็นรถแบบ G เร็วด่วน-高快-เกาไขว้ ค่าตั๋วจะเป็น 109.5 หยวน (560 บาท) เท่ากันครับ
.
เดี๋ยวถึงตอน ข้อมูลเรื่องที่พัก ผมจะเรียนให้ทราบนะครับว่า เลือกที่พักนอกเมือง ดีกว่า สะดวกกว่า แถมถูกกว่า อย่างไรนะครับ
.
[LEFT][FONT=Helvetica Neue, Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff]
[/HIGHLIGHT]
[/FONT]
[/LEFT]
ไฮไล้ท์สีน้ำเงิน คือ รถแบบ D ที่ไปลง สถานีฉางชุน (ในเมือง)
ส่วนสีแดงคือ ที่ไปลง สถานีฉางชุนตะวันตก ครับ
.
รูปภาพ
รูปภาพ
.
3. ฉางชุน-จี้หลิน
.
จี้หลินมีสถานีรถไฟที่เดียว คือ จี้หลินจั้น-吉林站-สถานีรถไฟจี้หลิน เพราะแปลกแต่จริง คือ แม้จี้หลินเป็นระดับจังหวัด (มณฑล-省-เสิ่ง) ในขณะที่ ฉางชุน เป็นอำเภอ (县-เสี้ยน หรือ 市-ซื่อ) แต่อำเภอเมืองจี้หลิน เล็กกว่าและไม่ทันสมัยเท่าฉางชุนอ่ะครับ (อุปมาง่ายๆ ก็น่าจะคล้าย หาดใหญ่ ที่เจริญกว่า สงขลา นั่นแหละครับ)
.
ค่ารถ ฉางชุนซีจั้น-จี้หลินจั้น 长春西站-吉林站 เส้นทางไกลกว่าไปจาก ฉางชุนจั้น-长春站 และไม่มีรถแบบ D เร็วพิเศษ- 动车-ต้งเชอ ผ่าน จึงต้องใช้รถแบบ G เร็วด่วน-高快-เกาไขว้ ตกคนละ 40 หยวน (205 บาท) แต่ถ้าไปจาก ฉางชุนจั้น-长春站 ละก็ ทั้งรถแบบ D และ G จะราคาเท่ากันคือ 31.5 หยวน (160 บาท) ครับ
.


ไฮไล้ท์สีแดง คือ รถแบบ D ที่ไปจาก สถานีฉางชุนตะวันตก ครับ[FONT=Helvetica Neue, Helvetica, Arial, sans-serif]










[HIGHLIGHT=#ffffff]


[/HIGHLIGHT]
[/FONT]




รูปภาพ
.
4. จี้หลิน-เสิ่นหยาง
.
ค่ารถ จี้หลินจั้น-เสิ่นหยางจั้น (ในเมือง) 吉林站-沈阳站 ปรากฏว่า รถแบบ D ไม่มีเลย จึงต้องเลือกรถแบบ G ค่ารถจึงเป็นคนละ 176 หยวน (900 บาท) ซึ่ง...
.
ถ้าเป็นรถแบบ D เร็วพิเศษ- 动车-ต้งเชอ ซึ่งจะต้องไปลงที่สถานี 沈阳北站-เสิ่นหยางเป่ยจั้น-สถานีเสิ่นหยางเหนือ จะตกคนละแค่ 127.5 หยวน (655 บาท)เท่านั้น แต่ก็มีน้อยเที่ยวมาก รวมทั้งแม้จะสามารถประหยัดได้ 4-500 บาทสำหรับ 2 คน แต่ไม่คุ้มกับการขนถ่ายสัมภาระขึ้นรถใต้ดิน 2 ทอดเลย เราจึงไม่เลือกลำบากโดยใช่เหตุครับ
.
รูปภาพ
.
.
ผมชอบดื่มเบียร์มาก...แต่ก็น้ำหนักขึ้นพุงบวมจนโดนภาคทัณฑ์จากคุณนายบ่อยๆ จึงต้องงดดื่มเป็นระยะๆ
.
และก่อนจะถึงทริปนี้ ก็สัญญากับคุณท่านมาซัก 2 เดือนกว่าแล้วว่า "เลิกแล้ว ถ้าดื่มอีกยอมเป็น...เลย เอ้า.." ซึ่งก็ไม่รู้สึกเปรี้ยวปากเลยซักนิดเดียวแม้จะหนาวจนอยากหาของแก้หนาวใจจะขาดก็ตาม
.
วิธีง่ายๆคือ เวลาไปซุปเปอร์ฯ อย่าเดินเฉียดแผนกเครื่องดื่ม .....ก็เท่านั้น 555
.
ตั้งแต่วันแรก 12 ธันวาคม จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ผมก็ไม่ได้แตะเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ใดๆเลย กระทั่งอยู่ฮาร์บิ้น เจ้าถิ่นของเบียร์ฮาร์บิ้น ก็ไม่ได้ดื่ม...
.
แม้แต่ที่จี้หลิน ที่สุราข้าวโพด-玉米酒-อี้หมี่จิ่ว ขึ้นชื่อมากชนิดใครมาไม่ได้ลิ้มลองถือว่ามาไม่ถึง ก็ยังสอบผ่านทำเมินมาได้
.
กระทั่งเมื่อกลับมา เสิ่นหยาง วันที่ 26 นั่นแหละครับ ขณะหลบลมหนาวเข้าไปในซุปเปอร์ฯของห้างใหญ่ย่าน จงเจีย-中街 ถนนคนเดินยอดนิยมของเสิ่นหยาง พลันคุณนายก็ตะโกนเสียงหลงและชี้ให้ดูป้ายนี้ และถามว่า "ป๋าช่วยดูหน่อย ว่า 2 หยวนแปลว่ากระป๋องละหรือยังไง?"
.
ใช่ครับ เบียร์ฮาร์บิ้น กระป๋องขนาด 500 ML กระป๋องละ 2 หยวนคือ 10.50 บาทจริงๆ
.
เพียงเท่านั้นแหละ คุณนายก็หันมาบอกผมว่า "เอามั้ยล่ะ เคทอนุญาต ไม่ต้องคลานสี่ขาหรอก"
.
รวบรัดตัดความก็แล้วกันนะครับว่า จัดการมาซะ 5 กระป๋อง (วันหลังตามมาอีก 6 กระป๋อง)..
.
ปรากฏว่า โดนดี..
.
เพราะตอนจ่ายเงิน หน้าจอเครื่องคิดเงินดันขึ้นเป็นกระป๋องละ 2.50 หยวน ผมก็เลยโวยตามระเบียบ
.
แต่เจ้แคชเชียร์ส่ายหน้าอย่างระอาว่า "อันนี้เค้ามีโปรโมชั่น เดี๋ยวตอนท้ายก็จะลดให้กระป๋องละ .60 หยวน เหลือกระป๋องละ 1.90 หยวนเท่านั้น ...มีอะไรปล่าว" 555
.

รูปภาพ
.
.
ข้อดีของการเที่ยวหน้าหนาวก็คือ ซื้อเบียร์มาแล้ว ไม่ต้องแช่ตู้เย็นให้ยุ่งยากเลยครับ แค่แง้มเปิดหน้าต่าง วางเบียร์รับลมไม่ถึง 15 นาที ก็เย็นเจี๊ยบจับใจแล้ว...
.
อิอิอิ...เดี๋ยวชวนลูกซื้อตั๋วไปเที่ยวฮาร์บิ้นอีกรอบดีมั้ย ไม่สนเสินเทศกาลปะติมากรรมน้ำขงน้ำแข็งอะไรหรอก..จะไปดื่มเบียร์เป็นการเฉพาะ...5555
.

รูปภาพ
.
31 มกราคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
ว่างเว้นไปเสียหลายวัน ก็ได้เวลาหันมาว่าด้วยเรื่องข้อมูล ทริปอีสานจีน-东北之旅-ตงเป่ยจือหลี่ ต่อแล้วล่ะครับ ซึ่งผมขออนุญาตว่าเพียงคร่าวๆ โดยเน้นข้อมูลการเดินทางเป็นหลัก....
.
เริ่มต้นด้วย เมืองฮาร์บิ้น ก่อนละกันนะครับ
.
แหล่งท่องเที่ยวในฮาร์บิ้นมีมากมายไม่แพ้มหานครอื่นๆ เพราะในภูมิภาคนี้ รู้สึกจะเป็นเมืองหลัก ของ มณฑลแม่น้ำมังกรดำ-เฮยหลงเจียง-黑龙江 ที่มีความเป็น อินเตอร์ฯ สูงมาก คือเป็นเมืองเศรษฐกิจที่เชื่อมต่อกับรัสเซีย และ ญี่ปุ่น รวมทั้งเป็นถิ่นกำเนิดของ เบียร์ฮาร์บิ้น-哈尔滨啤酒-ฮาเอ่อร์ปินผีจิ่ว เบียร์ดังระดับโลก อันเป็นที่รู้จักของนักดื่มนักไม่ดื่มทั่วไป...
.
อย่างที่เคยเรียนแล้วละครับว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่สวยงาม มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ถ้าไม่มาเที่ยวหน้าหนาวละก็ รับรองว่าตื่นตาและสนุกสนานหรรษาไม่แพ้เมืองใหญ่ๆทั้งหลายทีเดียว
.
แต่ความที่ผู้คนมักจะผูกเมืองฮาร์บิ้นไว้กับ เทศกาลปะติมากรรมหิมะ+น้ำแข็งเอาไว้ในจินตนาการ และมุ่งมาที่นี่เฉพาะช่วง Winter เท่านั้น โอกาสที่จะได้เห็นส่วนอื่นๆที่งดงามจับใจก็พลอยมลายไปด้วย...เพราะต่อให้มีสีสัน ลวดลาย ตระการตาเพียงใด ยามนี้ก็ถูกปกคลุมด้วยหิมะจนดูขาวโพลนเหมือนๆกันไปหมด...
.
ณ ที่นี่ จึงขอนำเสนอเฉพาะที่เราได้ผ่านประสบการณ์มา จากการคัดสรรเฉพาะที่แปลกและเด่นกว่าเมืองอื่นๆเท่านั้น ซึ่งเวลาที่มี 3 วันกว่าๆ เที่ยววันละไม่กี่ชั่วโมง ก็คงได้เพียงประมาณนี้ครับ
.

รูปภาพ
.
จากแผนที่ที่ทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแจกมาให้ จะเห็นได้ว่า แหล่งยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจะเป็นวงแคบๆ (หมายเลข 1 ถึง หมายเลข 7) แต่เพียงเท่านี้ ก็คงไม่มีใครสามารถ Cover ได้หมดในเวลา 3 วันเป็นแน่ มิพักจะคิดถึงว่า ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดใหม่ไม่นานอีกแห่ง ที่ หมายเลข 8 ซึ่งอยู่นอกเมืองออกไปคนละด้านเลย...
.
หมายเลข 1 คือแม่น้ำดอกสน-松花江-สงฮัวเจียง ที่หน้าหนาว จับตัวเป็นลานน้ำแข็งหนาตึ๊บ ชนิดลงไปวิ่งเล่นได้สบาย ...ฟากหนึ่งเป็น....
.
หมายเลข 2 อนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วม ฮาร์บิ้น-哈尔滨防洪纪念塔-ฮาเอ่อร์ปินฝั่งหงจี้เนี่ยนถา... ลานหย่อนใจสวนสาธารณะ สตาลิน-斯大林公园-ซือต้าหลินกงหยวน ที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนไม่ว่าฤดูไหน ....
.
และเพียงแค่ย้อนกลับข้ามถนนมาอีกด้าน ก็จะเป็น ถนนคนเดินตลาดศูนย์กลาง-中央大街-จงเอียงต้าเจีย ย่านการค้าที่เนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว อุดมไปด้วยแหล่งบันเทิง ร้านค้าของฝาก และบริษัททัวร์ ฯลฯ
.
หมายเลข 3 โบสถ์เซนต์โซเฟีย ฮาร์บิ้น- 哈尔滨圣索菲亚大教堂 -ฮาเอ่อร์ปินเซิ่งสัวเฟยเยียต้าเจี้ยวถัง โบสถ์รัสเซียที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ประจำเมืองของฮาร์บิ้นไปแล้ว
.
หมายเลข 4 อุทยานเกาะพระอาทิตย์-太阳岛风景区-ไท่เหยียงเต่าเฟิงจิ่งชวี หัวใจของเมืองนี้ เป็นที่ตั้งของ แหล่งท่องเที่ยวดังๆทั้งมวล อาทิ Ice and Snow World-冰雪大世界-ปินเสี่ยต้าซื่อเจี้ย ที่จัดงาน เทศกาลปะติมากรรมหิมะ+น้ำแข็ง....สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ชั้วโลกเหนือ-太阳岛极地馆-ไท่เหยียงเต่าจี๋ตี้ก่วน.....เมืองภาพยนต์อ่าวพระจันทร์-月亮湾电视城-เหยียเลี่ยงอวนเตี้ยนซื่อเฉิง...สวนเสือไซบีเรีย-东北虎林园-ตงเป่ยหู่หลินหยวน ...ฯลฯ รวมทั้ง.....
.
หมายเลข 5 เคเบิ้ลคาร์ข้ามแม่น้ำ จาก อนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วม ฮาร์บิ้น-哈尔滨防洪纪念塔-ฮาเอ่อร์ปินฝั่งหงจี้เนี่ยนถา ไปยัง อุทยานเกาะพระอาทิตย์-太阳岛风景区-ไท่เหยียงเต่าเฟิงจิ่งชวี และ....
.
หมายเลข 6 หมู่บ้านรัสเซีย--哈尔滨俄罗斯风情小镇-ฮาเอ่อร์ปินเอ้อหลัวซือเฟิงฉิงเสี่ยวเจิ้น...
.
หมายเลข 7 วงเวียนพิพิธภัณฑ์ฮาร์บิ้น-哈尔滨博物馆转盘道-ฮาเอ่อร์ปินป๋ออู้ก่วนจ่วนผันเต้า
.
หมายเลข 8 คฤหาสน์โวลการ์ ฮาร์บิ้น-哈尔滨伏尔加庄园-ฮาเอ่อร์ปินฝูเอ่อเจียจวงหยวน
.
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่ไม่มีหมายเลขกำกับนั้น ขอผลัดเป็นเที่ยวหน้าหากมีวาสนาได้ไปเยือนอีกครั้งในฤดูร้อนนะครับ อิอิ
.

รูปภาพ
.
การเดินทางไปยัง อุทยานเกาะพระอาทิตย์-太阳岛风景区-ไท่เหยียงเต่าเฟิงจิ่งชวี-Sun Island
.
วิธีที่ประหยัดและสะดวกพอประมาณ ก็คือ เดินทางไปด้วยรถประจำทาง-公交-กงเจียว นี่แหละครับ
.
เริ่มต้นด้วย ขึ้นรถสายไหนก็ได้ (ของเราขึ้นสาย 8) ที่ไปสู่
อนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วม ถนนมิตรภาพ-防洪纪念塔友谊路-ฝั่งหงจี้เนี่ยนถาหยิ่ว-อวี๋ลู่ ค่ารถคนละ 1 หยวน
.
--------------------------------------------------
หมายเหตุ:แปลกแต่จริง ท่านที่ไม่รู้ภาษาจีน ใช้วิธีถามคน และนับไปว่ากี่ป้ายถึง ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่...แต่ท่านที่รู้ภาษาจีนและฟังออก มีสิทธิ์สับสนเล็กน้อย ถ้าใช้วิธีฟังเสียงประกาศในรถเป็นหลัก ...เพราะอะไร?
.
ก็เพราะในฮาร์บิ้นนั้น ห้างสรรพสินค้าที่ดังที่สุดและมีสาขามากที่สุด น่าจะเป็น ห้างชิวหลิน ซึ่งมีห้างใหญ่อยู่ในย่าน ชิวหลิน-秋林 ย่านที่คึกคักประมาณราชประสงค์-ประตูน้ำของเรา มีป้ายรถเมล์ชื่อ ป้ายชิวหลินหลายจุดบริเวณนั้น
.
ปัญหาก็คือ ก่อนที่เสียงประกาศในรถประจำทางจะบอกว่า ป้ายหน้าที่จะถึงคือป้ายอะไร-前方到站是...-เฉียนฟางเต้าจั้นซื่อ... นั้น จะต้องโฆษณาห้างชิวหลิน ด้วยการย้ำคำว่า "ชิวหลิน" หลายๆครั้ง จนเราอาจจะเผลอไปว่าใกล้ถึงแล้ว (ถ้าต้องผ่านป้ายชิวหลินก่อน) หรือ ขึ้นผิดสาย (ถ้าจุดหมายของเราไม่ได้ผ่านชิวหลินเลย) อ่ะครับ หุหุ
---------------------------------------------------
.
ลงรถที่ป้ายแล้ว เดินตรงไปข้างหน้าจนถึงสี่แยก แล้วลอดอุโมงค์ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม สู่ ถนนคนเดินตลาดศูนย์กลาง-中央大街-จงเอียงต้าเจีย
.
ขึ้นจากอุโมงค์ เลี้ยวซ้ายไปยังท่ารถบัส ที่เห็นเป็นโครงเหล็กสีเขียว
.
ขึ้นสาย 126 คนละ 1 หยวน นั่งไป 6 ป้าย ข้ามฝั่งแม่น้ำไปลงป้าย ปากทางเกาะพระอาทิตย์-太阳岛路口-ไท่เอี๋ยงเต่าลู่โข่ว
.
ลงรถที่ป้าย (ในรูปกรอบเล็ก) เดินเลี้ยวซ้ายไปทางซุ้มประตู เกาะพระอาทิตย์-太阳岛-ไท่เอี๋ยงเต่า
.
จากจุดนี้ ถ้าเดินไป Ice and Snow World-冰雪大世界-ปินเสี่ยต้าซื่อเจี้ย ระยะทางประมาณ 1.5 กม. ไป หมู่บ้านรัสเซีย--哈尔滨俄罗斯风情小镇-ฮาเอ่อร์ปินเอ้อหลัวซือฟงฉิงเสี่ยวเจิ้น ประมาณ 3 กม.
.
เห็นรถเก๋งส่วนบุคคลที่จอดเรียงรายข้างทางไหมครับ...แค่เดินจากป้ายรถไปหน่อยเดียว ก็จะมีคนเดินมาหาเราแล้ว พร้อมชักชวนว่า.... จะไปไหน ซึ่งถ้าไป Ice and Snow World-冰雪大世界-ปิงเสี่ยต้าซื่อเจี้ย ก็ คนละ 5 หยวน ถ้าไป หมู่บ้านรัสเซีย ก็คนละ 5-10 หยวนครับ
.
ระหว่างนั้น เค้าก็จะถามเราว่า เคยไป Ice and Snow World หรือยัง ถ้าเราเคยไปมาแล้ว เค้าก็จะเลิกสนใจเราทันที ทีนี้ก็มีทางเลือกเพียง เดินเอา หรือ รอแท๊กซี่ล่ะครับ .
ซึ่งเรียกแท๊กซี่ได้ ก็จะเข้าอิหรอบเดียวกัน คือ ถ้าเราเคยไป Ice and Snow World มาแล้ว และจะไป หมู่บ้านรัสเซีย เท่านั้น ค่ารถอาจจะประมาณ 10-20 หยวนตามแต่ตกลงกันครับ
.
สงสัยใช่ไหมครับว่า ทำไมถึงมีเงื่อนไขยุ่งยากจัง?
.
คำตอบก็คือ ถ้าเราไป Ice and Snow World ซึ่งต้องเสียค่าบัตรผ่านประตูช่วงก่อนเทศกาล คนละ 150 หยวน เพื่อชมปะติมากรรมน้ำแข็ง-冰灯-ปิงเติง ในห้องนิทรรศการฯ หรือ ไปช่วงเทศกาล-哈尔滨国际冰雪节-ฮาเอ่อร์ปินกั๋วจื้อปิงเสี่ยเจี๋ย คนละ 240-330 หยวนนั้น......เค้าจะขายบัตรให้เราในราคาเดียวกัน (แต่เค้าได้กำไรจากบัตร ซึ่งซื้อเหมามาในราคาถูกกว่ามาก ประมาณ 30% ไงล่ะครับ) ...เป็นรายการ WIN-WIN คือเราได้ขึ้นรถราคาถูก เค้าได้กำไรจากการขายบัตรอ่ะครับ....ส่วนหมู่บ้านรัสเซีย ค่าบัตรคนละแค่ 20 หยวน จึงไม่มีใครเหมาซื้อมาปล่อย เพราะพวกบริษัททัวร์ซื้อหน้างานก็ได้ราคาพิเศษอยู่แล้ว....นี่คือสาเหตุที่ทั้งรถเก๋งและแท๊กซี่ไม่ค่อยมีใครอยากไปกัน หุหุ
.

รูปภาพ
.
ขากลับ นั่งแท๊กซี่มาที่ป้ายรถเมล์ 15 หยวน แล้วเดินข้ามสะพานไปที่ฝั่งตรงข้าม จับรถเมล์สาย 126 กลับเข้าเมือง เพื่อเที่ยว ถนนคนเดินตลาดศูนย์กลาง-中央大街-จงเอียงต้าเจีย ต่อ ...
.
ส่วนเพื่อนๆจะไปเที่ยวที่อื่น ก็เรียนเชิญตามสายที่คุ้นเคยเลยครับ
.

รูปภาพ
.
วิธีที่ 2 ที่ในเว็บแนะนำ แต่เรามิบังอาจลอง ก็คือ ลงรถที่ป้าย อนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วม ฮาร์บิ้น-哈尔滨防洪纪念塔-ฮาเอ่อร์ปินฝั่งหงจี้เนี่ยนถา แล้ว เดินต่อเข้าไปริมแม่น้ำดอกสน-松花江-สงฮัวเจียง แล้วเดินบนลานน้ำแข็งไปยังอาคารทรงปราสาทเหลืองๆที่เห็นข้างหน้า ประมาณ 1 กม. จะถึง หมู่บ้านรัสเซีย
.
ถ้าจากหมู่บ้านรัสเซีย จะไปต่อ Ice and Snow World-冰雪大世界-ปิงเสี่ยต้าซื่อเจี้ย ละก็ เพียงบอกความประสงค์ ผู้คนก็จะกรูกันเข้ามาหาเราราวกับฝูงแร้งก็มิปาน พร้อมบริการนำไปส่งฟรี....เพื่อที่จะขายบัตรให้เราในระหว่างเดินทางไปนั่นเอง 555
.
วิธีที่ 3 ที่สะดวกมากๆ แต่ค่อนข้างแพง คือ ไปขึ้น เคเบิ้ลคาร์ ตรงอาคารทรงปราสาทสีขาวตุ่นที่เห็นนี้ บัตรเที่ยวเดียว คนละ 50 หยวน ไปกลับ 80 หยวน ถึงหมู่บ้านรัสเซียเลย
.
เช่นเดียวกัน ถ้าเราจะไปเที่ยว Ice and Snow World ต่อ ฝูงแร้งก็จะถาโถมเข้ามาหาเราด้วยเงื่อนไขเดียวกันครับ
.

รูปภาพ
.
วิธีที่ 4 สะดวก ราคาเหมาะสม คือ ลงรถที่ป้าย อนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วม ฮาร์บิ้น-哈尔滨防洪纪念塔-ฮาเอ่อร์ปินฝั่งหงจี้เนี่ยนถา แล้วเรียกแท๊กซี่ที่สี่แยก หรือเดินเข้าไปบริเวณอนุสาวรีย์ฯ ตรงหน้าโรงภาพยนต์ไอแม็กซ์ ไป โดยราคาตามมิเตอร์ประมาณ 20-25 หยวน....
.
ซึ่งระหว่างทาง ถ้าเราจะไป Ice and Snow World-冰雪大世界-ปิงเสี่ยต้าซื่อเจี้ย แท๊กซี่ก็จะพาเราไปซื้อบัตรเข้าชม โดยอาจมีรายการลดค่าแท๊กซี่ให้เหลือ 10 หยวนหรือฟรี...แต่ถ้าไปมาแล้ว จะไปหมู่บ้านรัสเซียอย่างเดียว ก็ต้อง
ตามนั้น ซึ่งก็ถูกกว่าเคเบิ้ลคาร์หลายร้อยบาทไทยครับ
.

รูปภาพ
.
หมู่บ้านรัสเซีย ค่าเข้าชมคนละ 20 หยวน บัตรเข้าเป็นเหมือนพาสปอร์ต ให้เราไปแสตมป์ ประทับตราตามบ้านแต่ละหลังเป็นที่ระลึก (เหมือนพาสปอร์ตอุทยานแห่งชาติของเรา) ครับ
.
มีบ้านแบบแปลกตาหลายๆรูปแบบ ส่วนใหญ่จำหน่ายสินค้ารัสเซีย และของที่ระลึกต่างๆ รวมทั้งนิทรรศการประว้ติศาสตร์ต่างๆ
.

รูปภาพ
.
โปรดสังเกตว่า ไม่มีรูปคนรัสเซียในภาพเลย เพราะทุกแห่ง เค้าติดป้ายว่า ถ้าถ่ายภาพเค้า ขอเก็บคนละ 5-10 หยวนครับ 555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/01/2017 10:21 pm

รูปภาพ

.
Accommodations-ว่าด้วยเรื่องที่พัก
.
7 ธันวาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
ก่อนจะลงลึกเรียนให้เพื่อนๆทราบว่า ที่พักของเราในทริปนี้ คือที่ไหนบ้าง ต้องขออนุญาตทำความเข้าใจถึง "เงื่อนไขการเลือกที่พักของเรา" ก่อน เพราะเราน่าจะมี "ข้อจำกัด" มากกว่าเพื่อนๆทั่วไปดังนี้นะครับ
.
1. สัมภาระของเราไม่ว่าจะไปไหน จะออกมาประมาณ 4 ชิ้นดังที่เห็นในภาพเสมอ โดยเฉลี่ยก็ประมาณ 50-60 กิโลกรัม หนักเบาขึ้นอยู่กับจำนวนวัน ซึ่งไม่เคยต่ำกว่า 10 วัน (ยกเว้นในประเทศ หรือใกล้ๆอย่างกัมพูชา ลาว) อ่ะครับ
.
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเราไม่ชอบวางแผนยุ่งยาก จัดของครึ่งวันก็เรียบร้อย เพราะกว่าครึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ประจำ ซึ่งทั้งหมดที่ติดไปอาจมีเกินความจำเป็นสำหรับบางทริป แต่ไม่เคยขาดลืมโน่นลืมนี่ไม่ว่าทริปไหน โดยไม่ต้องมี Checklist ครับ
.
ป.ล. เที่ยวจีนที่มีปัญหาบล็อกเว็บต่างๆ อย่าลืมโหลดคลิปที่ชอบไว้เยอะๆนะครับ ดูฆ่าเวลาได้ดีนัก อาทิ รายการ กิ๊กดู๋สงครามเพลง..คอนเสิร์ตพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ...Club Friday...เดี่ยวไมโครโฟน...เจาะใจ..ต่างคนต่างคิด...น้ำผึ้งพระจันทร์...คดีสีชมพู...ฯลฯ ครับ
.
2. ด้วยเงื่อนไขในข้อ 1 ทำให้เรา ต้องเลือกที่พักที่การเดินทางสะดวก ต่อรถง่าย มีช่วงที่ต้องลากกระเป๋าไม่ไกล หรือถ้าต้องใช้ แท๊กซี่ ก็ต้อง ไม่ไกลจนแพงเกิน....แต่อยู่ติดท่ารถทัวร์หรือสถานีรถไฟ ที่อึกทึกครึกโครม คนร้อยป่าป๊าพันหม่าม๊า ไม่เอานะครับ
.
3. ด้วยเงื่อนไขข้อ 1 และ 2 จึงตามมาด้วยข้อนี้ว่า ที่พักต้องอยู่สบาย สะอาด ได้คะแนนประเมินค่อนไปทางสูงมาก (คำนวณง่ายๆ ต้อง 85% ขึ้น) แม้ราคาอาจจะแพงกว่าเกรดเฉลี่ยเยอะก็ต้องยอม...
.
ที่สำคัญคือ พักอย่างน้อย (กรณีจำเป็น) 2 คืน.... 3 คืนก็พอไหว แต่ส่วนใหญ่จะยืนพื้นที่ 4 คืนเป็นหลัก เพราะไม่ต้องการเสียเวลากับการขนย้าย (ซึ่งผมเคยเรียนแล้วว่า การเปลี่ยนที่พัก ทำให้เสียเวลาเที่ยวไปกว่าครึ่งวัน เมื่อบวกกับการต้องจดจำเส้นทางไปมาอย่างไรโดยใช่เหตุด้วย)
.
เพราะฉะนั้น เพื่อนๆที่มีสัมภาระน้อยกว่าเราแน่ๆ จึงมีทางเลือกมากกว่าตามรสนิยมที่เหมาะสม แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากให้ "มองการณ์ไกล" นิดๆ คือ พยายามเลือกพักใน เครือเดียวกันเสมอถ้าเลือกได้นะครับ เพราะ...
.
เราจะรู้สึกคุ้นเคยกับระบบการทำงาน พนักงาน การติดต่อสอบถาม ทำให้ไม่ต้องเสียเวลา Icebreaker-ทุบน้ำแข็ง (ทำความรู้จักใหม่) ...ลองนึกถึงตอนใช้ ซัมซุง หรือ แอ๊ปเปิ้ล แล้วเปลี่ยนไปใช้ ยี่ห้ออื่น สิครับ กว่าจะหาปุ่มที่ต้องการเจอ เสียเวลาจนโมโห ว่าไหมครับ
.
สำหรับที่พักในจีน เดี๋ยวนี้ง่ายกว่าอดีตแบบฟ้ากับเหว ตอนเที่ยวใหม่ๆเมื่อซัก 10 ปีที่แล้ว ไม่มีหรอกครับที่จะจองทางเน็ตได้ ยกเว้นโรงแรม 4-5 ดาว....... ต้องเดินทางถึงโน่นก่อน แล้วให้คณนายนั่งเฝ้าสัมภาระไว้ที่ท่ารถทัวร์ แล้วผมก็ท่อมๆตระเวณหาไปเรื่อยๆ บางครั้งใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่ง...
.
แถมต้องวางภาพลักษณ์ให้ดี คือต้องเดินตัวเปล่า เพื่อสร้างอำนาจการต่อรองว่า เราไม่ใช่ประเภท แดร็กคิวล่าถึงสุสาน ... เจรจาต้าอ้วยในฐานะผู้ซือที่ควรจะมีพลังการกดราคาสูงกว่าผู้ขาย
.
เมื่อเจอที่พักที่เข้าท่า พนักงานทุกระดับมีทัศนคติที่ดี ก็ค่อยๆประโลมให้เป็นพวก เพื่อส่งต่อความน่าไว้วางใจมายังเพื่อนๆ ที่ตามหลังไปใช้บริการ ให้ได้รับความสะดวก และราคาพิเศษ ไม่ต่างกัน....เป้าหมายมีอย่างเดียว คือ อยากหน้าบานเป็นกระบุงให้คนยอว่าดีว่าเก่ง เท่านั้นพอ...555
.
ต่อมาฉลาดขึ้นนิด ยอมให้พวกขายโรงแรม (ที่ท่าทางน่าสนับสนุน) พาไปตระเวณ ซึ่งประหยัดเวลาได้เยอะ เค้าได้เปอร์เซ็นต์จากโรงแรมไป ในขณะที่เราก็สามารถเลือกโรงแรมที่ถูกใจ ผูกสัมพันธ์ ขอเงื่อนไขพิเศษได้ง่ายขึ้น ด้วยหลังจากนั้น เค้าก็ไม่ต้องเสียค่าน้ำให้ใครอีกแล้ว
.
ทว่า....
.
หลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์ปรับเปลี่ยนไปจนไม่มีภาพอดีตหลงเหลือแล้วครับ โรงแรมที่เหมาะสม (2 ดาว-2 ดาวครึ่ง) สำหรับนักท่องเที่ยวที่อัพเกรดจาก Backpack ขึ้นมาหน่อย คือ โรงแรมประเภทสะดวก ง่าย ที่มีเครือข่าย-Chained Express Hotels-快捷联锁酒店 (ไขว้เจี๋ยเหลียนสั่วจิ่วเตี้ยน) มีมากเป็นดอกเห็ด อยู่ที่เราจะเลือกเจ้าไหน ไม่มีขัดสนแม้ในช่วง High Season ก็ตามครับ
.
หมายเหตุ: คำว่า โรงแรมสะดวกง่าย-快捷-ไขว้เจี๋ย หมายถึง อยู่ง่าย คือ ข้าวของเครื่องใช้มีให้เท่าที่จำเป็น (ไม่มีตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์หรู แต่ยอดมากคือ สบู่เหลว แชมพู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หวี ฯลฯ มีให้ครับ) ผู้เข้าพักต้องช่วยตัวเองพอประมาณ คือไม่มีพนักงานยกกระเป๋า ไม่มีการนำไปส่งถึงห้อง เช็คอินเสร็จรับการ์ดประตูเสร็จ ดูหมายเลขห้องแล้ว ก็ไปขึ้นลิฟท์เอง เข้าห้องเอง (แบบเดียวกับ พักโฮสเต็ล) ครับ
.
โรงแรมสะดวกง่ายที่มีเครือข่าย-Chained Express Hotels-快捷联锁酒店-ไขว้เจี๋ยเหลียนสั่วจิ่วเตี้ยน ที่ขึ้นชื่อในจีนและเราเคยมีประสบการณ์ ก็เช่น
.
- กรีนทรีอินน์-Green Tree Inn-格林豪泰酒店-เก๋อหลินหาวไถ้จิ่วเตี้ยน
.
- ฮั่นถิง-Hunting-汉庭酒店-ฮั่นถิงจิ่วเตี้ยน
.
- จิ่นเจียงอินน์-Jinjiang Inn-锦江酒店-จิ่นเจียงจิ่วเตี้ยน
.
- เซเว่นเดย์-Seven Days Inn-七天酒店-ชิเทียนจิ่วเตี้ยน
.
- โฮมอินน์-Home Inns-如家酒店-หยูเจียจิ่วเตี้ยน
.
ซึ่งทุกแห่ง ก็ไม่เคยมีปัญหาใดๆเลยครับในด้านบริการของพนักงาน...อุปกรณ์เครื่องใช้..ความสะอาด ปลอดภัย (99% เป็นห้องที่มีหน้าต่าง ไม่เหมือนโรงแรมใต้หวันโดยเฉพาะที่ไทเปส่วนมาก) ...ความสะดวกสบาย...(ยกเว้นความแรงของ WIFI ที่ไม่เท่ากัน) ...ทั้งๆที่หลายแห่ง (บางสาขา) ราคาถูกจนไม่น่าเชื่อครับ
.
หลังๆนี้ เรามักจะเลือก เครือ โฮมอินน์ เป็นหลัก เพราะจองง่ายเนื่องจากมีเครือข่าย น่าจะมากที่สุด (น้อยเมืองมากที่ไม่มี) อ่ะครับ
.
แต่การจองจากเมืองไทย ให้ได้สาขาที่เราต้องการ ค่อนข้างลำบาก เพราะต้องจองจากเว็บจีน เช่น Ctrip หรือ Elong ซึ่งก็เห็นใครๆใช้กัน แต่ผมใช้แล้วไม่สะดวกเลย ขั้นตอนยุ่งยาก ทำผิดขึ้นมาล่ะวุ่นโฆษ (อาจจะเป็นเพราะความไม่คุ้นเคย และผมอาวุโสเกินไปที่จะทำเรื่องไอทีที่ยุ่งยากโดยใช่เหตุ ก็เป็นได้) เพราะต้องใช้วิธีโทรไปแก้ไขที่คอลล์เซ็นเตอร์โน่น ฯลฯ
.
ก็เลยต้องหาเอาจาก Agoda ที่ผมคุ้นมากเป็นหลัก ซึ่งบางทีก็มี Homeinn หลงเข้ามาบ้างซึ่งแม้จะไม่ใด้ที่ที่เราพอใจที่สุด แต่ถ้าอยู่ในเกณฑ์ดี ผมก็หยวนๆครับ เพราะจองเฉพาะวันที่เดินทางไป ในเมืองแรก 2-3 วันเท่านั้น
.
รูปภาพ

โรงแรมเครือ โฮมอินน์ ที่เราชื่นชอบที่สุดในทริปนี้ คือที่เสิ่นหยาง เป็นโฮมอินน์แบบพลัส คือพิเศษมีระดับ (หรู) กว่าทั่วไป ราคาคืนละ 1200 บาท....แต่ในภาพจะเห็นว่า ประมาณ (ถ้ารวมภาษีและบริการแล้ว) พันร้อย ซึ่งถูกกว่าที่เราจอง เพราะปัจจุบัน เค้าไม่รวมอาหารเช้า (ราคาคนละ 38 หยวน 2 คน 76 หยวน คือ อีกเกือบ 400 บาท) แล้วอ่ะครับ
.

รูปภาพ

.
หลังจากนั้น ก็จะวานพนักงานฟร้อนท์ ช่วยจองเมืองถัดๆไปให้ ซึ่งมีข้อดีหลายประการดังนี้ครับ
.
1. ไม่ต้องเสียเวลาจองทางเว็บ ไม่ต้องตัดบัตรเครดิต ไม่ต้องทำรายการแคนเซ่ลในกรณีเปลี่ยนใจช้าสุดล่วงหน้าก่อนวันเข้าพัก 1 วัน
.
2. เลือกรายชื่อที่พักที่พอใจจากเว็บหรือแอ๊พแล้ว ให้เค้าจองให้ ซึ่งจะได้ราคา สมาชิกบัตรทอง (ถูกกว่าราคา วอล์กอินหลายร้อย ถูกกว่าราคาสมาชิกทั่วไป และสมาชิกบัตรเงิน) ....โดยพนักงานนำหมายเลขของสมาชิกบัตรทองอื่นๆมาให้ใช้ เพราะเจ้าของบัตรมีแต่ได้ (ได้แต้มสะสมฟรีๆ) ไม่มีข้อเสีย (ยกเว้นเราเป็นมิจฉาชีพ) เลย..แต่
.
แน่นอนครับ ความเต็มใจจัดหารหัสบัตรทองของลูกค้าอื่นมาให้เราใช้ หรือแม้แต่ช่วยจองให้ของพนักงาน ย่อมไม่ใช่หน้าที่ความรับผิดชอบของเค้า จึงอาจไม่มีการบริการให้สำหรับทุกผู้เข้าพัก.... แต่เราสองคงโชคดี ที่ได้รับความนับถือ ด้วยความเป็นแขกที่ (ทั้งคำพูดและกิริยา) สุภาพ ให้เกียรติทุกคน ทักทายพูดคุย มีมนุษยสัมพันธ์ และแทบจะไม่เคยเรียกร้องใดๆ (ยิ่งเรื่องคอมเพลนไม่มีเลย) ทั้งๆที่ผมเป็น "จอมโวยโดยนิสัยอันถาวร" อ่ะครับ แหะ แหะ
.
3. ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า และสามารถยกเลิกเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนเวลา 16.00 น.ของวันที่เข้าพักครับ
.
เมื่อเจ้าหน้าที่จองให้เราแล้ว เราก็แค่ถ่ายภาพจากหน้าจอมือถือของเค้าไว้เป็นหลักฐานเพื่อเช็คอิน เท่านี้ก็สิ้นเรื่องครับ
.
โรงแรมในเครือโฮมอินน์ มีหลายยี่ห้อ ดังที่เห็นในภาพซ้ายมือ ถ้าใช้แอ๊พของเค้า จะเห็นทางเลือกมากล้นรำพันทีเดียวครับ
.
ทริปนี้ นอกจาก เสิ่นหยาง ที่คืนละ 1,200 บาท (รวมอาหารเช้า) แล้ว อีก 3 แห่ง ราคา (ไม่มีอาหารเช้า วันศุกร์-เสาร์แพงกว่าวันธรรมดา) ตามนี้ ครับ
.
ฮาร์บิ้น 4 คืน 830 หยวน (เฉลี่ย คืนละ 1,100 บาท)
.
ฉางชุน 4 คืน 568 หยวน (เฉลี่ย คืนละ 730 บาท)
.
จี้หลิน 3 คืน 481 หยวน (เฉลี่ย คินละ 825 บาท)
.
App.โรงแรมโฮมอินน์ สามารถโหลดได้ที่ m.homeinns.com ครับ
.

รูปภาพ
.
นี่คือ สถานีรถไฟ เสิ่นหยาง-沈阳站-เสิ้นหยางจั้น-สถานีเสิ่นหยาง (ในเมือง)
.
รูปภาพ
.
ข้างหลังคุณนาย คือ โรงแรม โฮมอินน์พลัส ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีแค่ 2-300 เมตร (รายละเอียดอื่นๆรีวิวไปแล้วที่ goo.gl/OoYuVW) ครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือ สถานีรถไฟหัวกระสุนหลักของฮาร์บิ้น ชื่อ สถานีฮาเอ่อร์ปินซีจั้น-哈尔滨西站-ฮาร์บิ้นตะวันตก ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กว่า กม.
.

รูปภาพ
.
ที่พักชื่อโรงแรมโฮมอินน์สาขา ฮาร์บิ้นถนนสายตรงตะวันออกย่านชิวหลิน-哈尔滨东大直街秋林店-ฮาเอ่อร์ปินตงต้าจื๋อเจียชิวหลินเตี้ยน...ซึ่งการเดินทางสะดวกมากเหมือนที่โฆษณา คือ มีรถเมล์ไปแหล่งท่องเที่ยวดังๆในเวลาไม่นาน แทบจะไม่ต้องใช้แท๊กซี่ครับ
.
และจากสถานีรถไฟหัวกระสุน ค่าแท๊กซี่ 23 หยวน (120 บาท) เป๊ะ ...ตรงตามที่เค้าบอกในเว็บนี้เลยครับ
.
คะแนนนิยม 97%
.
ชิวหลิน คือ เครือห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในฮาร์บิ้น โรงแรมนี้อยู่ถนนเส้นตรงเส้นเดียวกับสำนักงานใหญ่ห้างนี้ครับ
.

รูปภาพ
[LEFT][FONT=Helvetica Neue, Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff][FONT=inherit].
และนี่คือ ภาพโรงแรมของจริงครับ
.[/FONT][/HIGHLIGHT]
[/FONT]
[/LEFT]

รูปภาพ
.
นี่คือ สถานีรถไฟฉางชุนตะวันตก-长春西站-ฉางชุนซีจั้น
.


รูปภาพ
.
โรงแรมที่เราพักคือ โรงแรมโฮมอินน์ สาขา ฉางชุนอี๋ชี่เหอเหม่ยฮัวหยวนจั้น-如家长春一汽和美花园站-โฮมอินน์ฉางชุน สาขาสวนสวยสม ย่านอุตสาหกรรมยานยนต์
.
ห่างจากสถานีรถไฟฉางชุนตะวันตก-长春西站-ฉางชุนซีจั้น เพียง 5 กม. ค่าแท๊กซี่ 10 หยวน (8 นาที) ในขณะที่ถ้าลงสถานีรถไฟฉางชุนในเมือง ระยะทาง 10.4 กม. ค่ารถแท๊กซี่ 25 หยวน (24 นาที) ครับ
.
คะแนนนิยม 99%
.


รูปภาพ
.
และนี่คือ ภาพโรงแรมของจริงครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือ สถานีรถไฟจี้หลิน-吉林站-จี้หลินจั้น
.

รูปภาพ
.
โรงแรมที่เราพักคือ โฮมอินน์จี้หลินข้างสถานีรถไฟ-吉林火车站店-จี้หลินหั่วเชอจั้นเตี้ยน อยู่ห่างจากสถานีรถไฟแค่ 200 เมตร ครับ
.
คะแนนนิยม 94% ครับ
.

รูปภาพ
.
และนี่คือ ภาพโรงแรมของจริง ซึ่งมีอีกชื่อว่า Motel 168 ครับ
.
จะเห็นว่าอยู่ไม่ไกลสถานีรถไฟ แต่อยู่นอกรัศมีความอึกทึกครึกโครมครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/01/2017 1:00 pm

รูปภาพ
.
Northeastern China's Attractions--เที่ยวที่ไหนใน อีสานจีน
.
18 มกราคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
อีสานจีน หรือ ตงเป่ย-东北 มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายไม่ต่างจากภาคอื่นๆ...แบบว่า...วัดวาอาราม แม่น้ำ ภูเขา นั่น ไปไหนก็เจอ เป็นของตายอยู่แล้ว....
.
(ที่เที่ยวส่วนหนึ่ง ผมลงไปในอัลบั้ม สวัสดีปีใหม่ goo.gl/0mZIkk แล้วครับ)
.
แต่ที่ดูเหมือนจะเด่นเหนือใครก็คือ หิมะหน้าหนาว ที่มี ฮาร์บิ้น เป็นพระเอกในเรื่อง "เทศกาลน้ำแข็ง+หิมะนานาชาติ-哈尔滨国际冰雪节-ฮาเอ่อร์ปินกั๋วจื้อปิงเสี่ยเจี๋ย-Harbin International Ice and Snow Sculpture Festival" นี่แหละครับ
.
ใช่ครับ อยากเที่ยวของแปลกในภาคนี้ มาที่ฮาร์บิ้น ที่เดียว ใช้เวลา 3-4 วัน (รวมวันเดินทางไปกลับ) ก็น่าจะเกินพอ คือ...หลักๆให้ได้สัมผัสบรรยากาศ Festival ที่ว่านี้เท่านั้น แหล่งเที่ยวอื่นๆเป็นแค่ อาจาด หรือ จานรองๆ ชนิดไปเยือนก็ได้ ไม่ไปก็ไม่แปลกครับ
.
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ค่อยมีใครสังวรณ์ว่า เมืองอื่นรอบๆในอีสานจีนนี้จะน่าสนใจแต่อย่างใดไม่ ยกเว้นประเภท ชอบเมืองจีนเป็นพิเศษ และหรือ มีเวลามากๆ ..ยิ่งจำพวก ตกงาน พ้นวัยเกษียณ เที่ยวทีเป็น 10 กว่าวันขึ้นอย่างเราสองด้วยแล้ว...
.
ก็จำเป็นต้องเสิร์ชหานิดหน่อยว่า จะใช้เวลาที่มีเหลือเฟืออย่างไรให้เป็นชิ้นเป็นอันบ้าง
.
ครับ แผนแรกที่เป็น "แผนเผื่อ" เราเตรียมไว้ถึง 6 เมืองหลักอย่างที่เรียนไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้อง ตัด ฉางไป่ซัน-长白山 และ ต้าเหลียน-大连 ออกไป ทั้งๆที่จะไปก็ได้ไม่ลำบาก เพราะมีทั้งเวลาและแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ...
.
แต่เมื่อผ่านประสบการณ์ไปแล้ว 4 เมือง สติก็ชักนำให้เราได้คิดว่า "พอแล้วล่ะ เห็นหิมะ ปะทะลมหนาว มากเกินพอที่ชาตินี้ไม่ต้องเห็นอีกก็ตาหลับแล้ว..."
.
ทริปนี้โดยสรุป จึงเหลือเพียง 4 เมืองที่เจาะลึกพอประมาณ อันจะได้เขียนเป็นรีวิวภายหลังว่า..เราไปเที่ยวที่ไหนบ้างใน เสิ่นหยาง ฮาร์บิ้น ฉางชุน จี้หลิน...นะครับ
.
อย่างที่เรียนไปแล้วว่า นอกจาก "เทศกาลน้ำแข็ง+หิมะนานาชาติ" แล้ว อย่างอื่นดูเหมือนเป็นแค่ "ตัวประกอบ" แทบทั้งนั้น..... กระทั่งได้อ่านคู่มือของจีนและเสิร์ชเว็บประกอบ จึงตระหนักว่า....
.
รูปภาพ
.
อีสานจีน ยังมีที่เที่ยวที่น้อยคนจะพูดถึงอีก "2 ห้ามพลาด" ด้วยกัน ที่เราสามารถเดินทางไปเก็บมาฝากเพื่อนๆเป็นของขวัญปีใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งก็คือ
.
1. หมู่บ้านหิมะ-雪乡-เสี่ยเซียง-China's Snow Town ซึ่งส่วนใหญ่ไปจาก ฮาร์บิ้นกัน ...
.
ดูภาพในเน็ตแล้ว..แม่จ้าว...งามงดสดสะเด็ดกว่า Shirakawa-go หน้าหนาว ของญี่ปุ่น [LEFT][FONT=Helvetica Neue, Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff]goo.gl/uAKtDI[/HIGHLIGHT][/FONT][/LEFT] ที่เราเคยผ่านประสบการณ์มาแล้วเสียอีก
.
2. เกาะสนหมอก-雾凇岛-อู้สงเต่า-Frosty Pines Island ที่อยู่ในเขตปริมณฑลเมืองจี้หลิน ซึ่ง...
.
แม้ภาพในเน็ตจะแค่ตื่นตาพอสมควร ไม่ถึงเร้าใจขนาดหนัก ทว่า..สร้อยห้อยท้ายเป็น ฉายา ที่ว่าเป็น 1 ใน 4 "อัศจรรย์ทางธรรมชาติของจีน-中国四大自然奇观-จงกั๋วซื่อต้าจื้อหยันฉีกวง-" นี่สิ ยั่วยวนเหลือประมาณ...
.
หมายเหตุ : 4 อัศจรรย์ฯประกอบด้วย ป่าหิน ยูนนาน (คุนหมิง) -云南石林-อวิ๋นหนันเสอหลิน...สายน้ำภูเขา กุ้ยหลิน (หยางซั่ว)-桂林山水-กุ้ยหลินซันสุ่ย....สามโตรกแยงซีเกียง-长江三峡-ฉางเจียงซันเสีย (ฉงชิ่ง)...และ สนหมอกจี้หลิน-吉林雾凇-จี้หลินอู้สง ครับ
.
ก็จึงตั้งปณิธานเอาไว้ก่อนเดินทางว่า อย่างอื่นได้ไม่ได้ไม่สำคัญ แต่ "2 ห้ามพลาด" นี้ ต้องเก็บให้ได้..
.

รูปภาพ
.
ภาพจากเน็ตของ หมู่บ้านหิมะ-雪乡-เสี่ยเซียง ดึงดูดใจจริงๆ ... จนอดไม่ได้ ถึงกับนำมาทำแบนเน่อร์เฟสบุ๊ค บอกกล่าวเพื่อนๆก่อนเดินทาง ทีเดียว...
.
จะเห็นได้ว่า แม้ตัวบ้านจะไม่ประณีตเท่าสไตล์ Gassho ของ Shirakawa-go ก็ตาม แต่บรรยากาศโดยรอบ หมู่บ้านหิมะ นี้ ไม่เป็นสองรองใครหรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำครับ ไม่งั้น......
.

รูปภาพ
.
ไม่งั้น เว็บ mafengwo คงไม่ถึงขนาดต้องทำเป็นคู่มือสำหรับหมู่บ้านนี้โดยเฉพาะต่างหาก
.
และดูจากแผนผังประกอบ อารมณ์น่าจะอยู่ในโทนประมาณกันเลย คือมีการแบ่งเป็นโซนต่างๆ...
.

รูปภาพ

.
ข้อมูลที่คู่มือของ Mafengwo เบื้องต้น สำหรับการเที่ยวเอง จะมีวิธีเดินทางโดยอาศัยรถบัสท้องถิ่นที่ยุ่งยากไม่เบา... คร่าวๆคือ
.
-- จากฮาร์บิ้น ไป อู่ฉางซื่อ-五常市 ใช้เวลา 3 ชั่วโมง (มีรถทุก 20 นาที) ต้องออกจากที่นี่ก่อน 9 โมงครึ่ง
.
-- จาก อู่ฉางซื่อ ไป ซันเหอโข่วเจิ้น-山河口镇 70 นาที (มีรถทุก 20 นาที)
.
-- จากซันเหอโข่วเจิ้น ไป ตงเซินหลินฉาง-东升林场 4 ชั่วโมง 10 นาที (มีรถเพียงวันละเที่ยว ตอนบ่าย 14.40 น.)
.
-- พักที่ ตงเซินหลินฉาง แล้วตัดสินใจเอาเองว่า วันรุ่งขึ้น จะเหมารถไป หมู่บ้านหิมะ เสี่ยเซียง เพื่อเดินท่องกลับมา หรือจะเดินจาก ตงเซินหลินฉาง ไปแล้วนั่งรถกลับมา
.
.
เพียงคร่าวๆ รู้สึกว่าหนักหนาเอาการทีเดียวนะครับ แต่ถ้าเคยนั่งรถทัวร์ไป จิ่วไจ้โกว 10-12 ชั่วโมงมาก่อน ก็ถือว่า ชิลล์ๆ...เพียงแต่ช่วงต่อรถไม่ใช่แค่ชิลล์ๆ แต่ หนาวววโฆษ เพราะอุณหภูมิติดลบ 20 องศาขึ้นเท่านั้น ครับ อิอิ
.
---------------------------------------------------------
.
หมายเหตุ: แต่จากเว็บจีน ก็มีบอกเหมือนกันว่า มีรถเล็ก-拼车-ผิงเชอ (เหมาหรือรอจนครบ 4 คนๆละ 120-150 หยวน) วิ่งตรงจาก ถนนคนเดิน จงเอียงต้าเจีย ฮาร์บิ้น ไป หมู่บ้านหิมะ เสี่ยเซียง เลย ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง และขากลับฮาร์บิ้นออกจาก เสี่ยเซียง เวลา บ่ายโมง....
.
วิธีนี้ ผมมีข้อสังเกตนิดนึง.. เดี๋ยวผมจะเรียนให้ทราบทีหลังนะครับ
.
หมายเหตุ 2: บางรายแนะนำให้ไปรถไฟ โดยไปที่ มู่ตันเจียง-牡丹江 ก่อน (ประมาณ 5 ชั่วโมง ค่ารถไฟ 100 หยวน) แล้วค่อยต่อรถจากนั่นอีกที ซึ่งไม่ค่อยสะดวก เพราะถ้าไม่เหมารถไปก็ต้องซื้อทัวร์ที่นั่นครับ
.
---------------------------------------------------------
.
รูปภาพ
.
ผ่านเรื่องการเดินทางไป ก็มาถึงเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งไม่เบาเลยอ่ะครับ เพราะหมู่บ้านหิมะนี่ ยิ่งกว่า ผีถึงป่าช้า มีเรื่องให้ต้องเปลืองเงินหนุบหนับไปหมด เพราะทุกอย่างขายพร้อมปังตอ คือแพงเว่อร์แพงโฆษ (ทั้งๆที่บอกว่าเป็นราคาควบคุมของทางการเนี่ยนะ หุหุ)....ไม่ว่าจะเป็น...
.
-- ค่าที่พัก ซึ่งถ้าเป็นโฮมสเตย์ก็พอทำเนา แต่ถ้าเป็นระดับโรงแรมละก็ แพงกว่าโรงแรม 4-5 ดาวที่หัวหินพัทยาอีก
.
-- ค่าเข้าชมหมู่บ้าน...
.
-- ค่าเข้าไปแหล่งที่ฮิตถ่ายภาพกันแต่ละจุดละจุด....
.
-- ค่าเครื่องเล่น (มอไซค์หิมะ รถม้า รถสุนัขลาก ห่วงยาง ฯลฯ) ...
.
-- ค่าอาหารเครื่องดื่ม (จ๊ากกก...)...
.
-- ค่าชมการแสดง...
.
....ไม่นับค่ารองเท้าลุยหิมะ (คู่ละ 100 หยวนขึ้น เพื่อใช้ครั้งเดียวแล้วเก็บไว้ในห้องเก็บของเป็นที่ระลึก หรือทิ้งไป) ค่าเครื่องกันหนาว สารพัดสารพัน แล้วแต่ว่าถูกขู่แล้วจะหวาดหวั่นระดับไหน...555
.
.
.
ทั้งหมดนี้ คือข้อมูลเท่าที่ศึกษามาคร่าวๆก่อนตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่ ส่วนประสบการณ์จริงที่มีผลให้เราเปลี่ยนใจไม่ไป มีดังต่อไปนี้ครับ.....
.

รูปภาพ

.
เช้าวันที่สองที่เราออกท่องเมืองฮาร์บิ้น โดยนั่งรถเมล์มาที่ อนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วม-哈尔滨防洪纪念塔-ฮาเอ่อร์ปินฝั่งหงจี้เนี่ยนถา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และอยู่ริมแม่น้ำ 松花江-สงฮัวเจียง ที่กลายเป็นลานน้ำแข็งไปแล้ว
.
ที่ลานกว้างด้านหน้านั้น ไม่เพียงแต่จะมีนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่จำนวนผู้คนที่กระจัดกระจายไปทั่วในจำนวนมากกว่า คือ อาเจ็ก อาซิ่ม ที่เดินขายทัวร์ทั้งหลาย (ในวงสีแดง) ส่วนใหญ่ร้องชวนให้ซื้อทัวร์ไป หมู่บ้านหิมะเสี่ยเซียง 2 วัน 1 คืน-雪乡二日游-เสี่ยงเซียงเอ้อเยอะหยิว เป็นหลัก
.
โบร์ชัวร์ที่แจกให้ ก็เป็นดังภาพประกอบข้างล่าง ค่าทัวร์คนละ 150 หยวน โดยรายละเอียดโปรแกรม (ทุกบริษัทจะคล้ายกันหมด) คือรวม
.
--อาหารเช้า 1 มื้อ อาหารหลักอีก 3 มื้อ
--พักห้องเตาผิงโฮมสเตย์ ห้องละ 4-6 คน (แยกชายหญิง)
--ค่าผ่านประตูจุดแรก
.
วันแรก
.
ออกเดินทางโดยรถไปรับจากที่พัก เวลา ตี 5 (ออกจริงประมาณ 6 โมงครึ่ง) ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมงครึ่ง โดยมีการแวะชมแวะเล่นหมะตามจุดต่างๆตลอดทาง
.
เข้าพักที่ 双峰林场-ซงเฟิงหลินฉาง หรือชื่อใหม่คือ หมู่บ้านหิมะเสี่ยเซียง-China Snow Town...
.
จากนั้น นำเล่นกิจกรรม และรายการบันเทิง
.
วันที่สอง
.
ชมพระอาทิตย์ขึ้น การละเล่นต่างๆ หลังอาหารเที่ยงเดินทางกลับฮาร์บิ้น
.
.
.
เพียงแค่แสดงความสนใจสอบถามข้อมูลเท่านั้นแหละครับ ผมก็ถูกเจ้คนนึงลากจูงไปที่บริษัททัวร์ที่อยู่ข้างๆ เพื่อเป็นการยืนยันความมีตัวตน น่าเชื่อถือ ซึ่งก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า .... หากต้องการแยกนอนกันเองห้อง 2 คน ก็เพิ่มคนละ 50 หยวนเท่านั้น
.
ว่าแล้ว เจ้าหน้าที่ที่นั่น ก็หยิบหนังสือสัญญาออกมาเชิญชวนให้จองไว้ก่อนสำหรับวันรุ่งขึ้นหรือมะรืน เพราะหากช้าที่นั่งเต็มเสียก่อนแปลว่าอดไปละก็ ถือว่ามาฮาร์บิ้นเสียเที่ยวประมาณนั้น....555
.
แน่นอนครับว่า ผมใช้คาถาอาคม หลีกเร้นออกมาได้ในที่สุด โดยรับปากเจ้คนพาไปว่า "เดี๋ยวตัดสินใจว่าไปวันไหนแน่ บ่ายนี้จะโทรมาบอกนะจ๊ะ แต่ตอนนี้ขอไปตามหาไท่ไท่-太太-ผบ.ทบ. (ที่หนีไปหลบหนาวในแม็คโดนัลดิ์) ก่อน อิอิ"
.
บ่ายแก่ๆวันเดียวกัน เมื่อเรามาเที่ยวที่ ถนนคนเดิน จงเอียงต้าเจีย-中央大街.... แค่ลอดอุโมงค์ข้ามถนนโผล่ขึ้นบันไดมาเท่านั้น ก็ถูกรุมทึ้งจากบรรดานักขายทัวร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมือสมัครเล่น (ดูท่าทางการแต่งกาย สันนิษฐานว่าเป็นพวกหารายได้พิเศษ) ทั้งนั้น ซึ่งทุกรายใช้สูตรเดียวกัน คือชวนไป เสี่ยเซียง 2 วัน บอกราคา แล้วก็ขอให้เราแวะที่บริษัททัวร์ของเค้าก่อน เหมือนกันเด๊ะ
.
...คือลูกค้าจะซื้อทัวร์หรือไม่ หน้าที่เค้าคือแค่พาไปก็ได้คอมมิชชั่นบางส่วนแล้ว...
.
แต่ที่น่ากลัวคือ ราคาฟากนี้ (ตรงกันข้ามกับฟาก อนุสารีย์ป้องกันน้ำท่วม) เริ่มต้นที่ 208 หยวน ไปจนถึง 280 หยวน ทั้งๆที่รายการก็ไม่ต่างกันเลย
.
แม้แต่ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่มีเคาน์เตอร์ขายทัวร์เอง (อย่างน้อยก็น่าเชื่อถือ) ซึ่งอยู่ย่านนี้ ก็บอกราคา 280 หยวน แต่เมื่อเราสร้างมนุษยสัมพันธ์กับเค้าและพนักงานในศูนย์ฯทั้งหมดเป็นอย่างดี กลับออกอาการลังเลเหมือนกับไม่ค่อยอยากขายให้เราเท่าไหร่โดยอ้างว่า ให้เราไปเดินเที่ยวก่อน เดี๋ยวจะโทรไปสอบถามว่า วันพรุ่งนี้กับมะรืนจะมีที่ว่างหรือไม่...อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ในที่สุด เมื่อเราแวะบริษัททัวร์เล็กๆ (คูหาเดียว) แห่งหนึ่ง ได้สนทนากับชายหนุ่มเจ้าของกิจการและเพื่อนของเค้าที่มาจากซินเจียง จึงได้ข้อเท็จจริงประสมประเสมาได้ดังนี้ คือ
.
ทัวร์ราคา 150 หยวนนั้น เป็นทัวร์ที่ไม่ได้เอากำไรตรงค่าทัวร์ เพราะค่ารถโดยปรกติก็เที่ยวละ 120-150 หยวนแล้ว ไหนจะค่าอาหาร ค่าที่พักอีก...
.
แต่กำไรของเค้าจะอยู่ที่ ค่าบัตรผ่านประตูต่างๆ ค่าเช่าเครื่องเล่น ค่าชมการแสดง ฯลฯ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะตกประมาณ 700-1000 หยวนต่อคนครับ
.
ซึ่งเราจะไม่ซื้อบริการไหนเลยก็ได้ แต่เชื่อเถิดครับว่า จะต้องถูกล่อหลอกข่มขู่กลายหรือมีสิทธิ์ถูกทิ้งให้แก้ปัญหาต่างๆเองค่อนข้างแน่ในฐานะ ชนชั้นต่ำ ...พูดง่ายๆก็คือ ไม่ต่างจากทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่บ้านเราเพิ่งจะกำจัดไปหยกๆนั่นแหละครับ
.
สองหนุ่มที่เสนอราคา 280 หยวนต่อคนให้เรา และลดให้เหลือ 260 หยวนต่อมานั้น บอกว่า "สำหรับของเรา ไม่มีการบังคับให้ซื้อบริการอื่นๆเด็ดขาด เพราะเรามีหนังสือสัญญารับรองให้..."
.
5555
.
สรุปจากประสบการณ์ของผม (ซึ่งอาจจะผิดก็ได้นะครับ) คือ...ทุกเจ้าก็เหมือนกันนั่นแหละนาย..ไม่ว่าราคาถูกหรือแพง หลงเชื่อเมื่อไหร่ มีสิทธิ์ถูกตามล้างตามผลาญไม่ต่างกัน ไม่มีอะไรที่สามารถรับประกันได้เลยว่า จะไม่เจอลูกไม้ต่างๆ....อันเป็นปรกติวิสัยของทัวร์จีนอยู่แล้ว ซึ่งผมก็เคยมีประสบการณ์พอสู้รบตบมือได้แข็งแกร่งพอประมาณ (เพราะถือว่าถูกทิ้งก็ไม่กลัว) ....เพียงแต่ที่ผ่านมา ไม่มีประเด็น "ความหนาวเย็นยะเยือก" มาเป็นตัวถ่วงให้ ความฮึกเหิมไม่กลัวความลำบาก ลดน้อยลงเหมือนอย่างทัวร์นี้เท่านั้น
.
ด้วยเหตุนี้ เราจึงบ๊ายบายอีกเช่นกัน โดยอ้างว่าขอกลับไปคิดดูก่อนตามสไตล์...
.


รูปภาพ

.
แล้วคืนนั้น เราก็ตัดสินใจ "ไม่ไป" ได้ง่ายมากเหมือนปอกกล้วย เมื่อเสิร์ชข้อมูลจากเว็บจีนต่างๆและได้พบว่า
.
-- ของจริง น่าจะแตกต่างจากภาพโฆษณา เป็นฟ้ากับดิน หรือ ไม่สวยเหมือนอย่างในรูปที่โชว์ๆกันตามเว็บ ของมืออาชีพ หรือพี่ชีพ น้องชีพ...ที่เป็น ภาพ Make ภาพแต่ง ซึ่งใช้เวลานานกว่าจะได้ซักรูปและใช้เทคนิคตกแต่งสารพัน...
.
....แบบเดียวกับ หมู่บ้าน Cinque Terre ในอิตาลี ที่บ้านเรือนของจริงสีซีดๆจางๆ ไม่เคยมีใครได้เห็นความฉูดฉาดจ้าเจิดแดงแจ๊ดเหลืองจ๊าดเหมือนที่โชว์กันตามเว็บเลย.....อิอิ
.
-- แต่ที่รับไม่ได้เลย คือเรื่องที่พักโฮมสเตย์ ที่เป็นแบบตามมีตามเกิดของชาวบ้าน (ซึ่งเราเคยมีประสบการณ์มาแล้วหลายปีก่อนตอนไป หงถู่ตี้-红土地-บ้านดินแดง และตัดสินใจเหมารถกลับมานอนที่คุนหมิงแทน) โดยเฉพาะเมื่ออ่านพบว่า...
.
ปัญหาเรื่องที่พัก ไม่ว่าจะราคาถูกราคาแพงที่หมู่บ้านละแวกนี้ คือ ปัญหาที่โดนประนาม ประจาน ต่อว่าต่อขาน มากเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ว่าเรื่องความสะอาด ความชุลมุนจุนเจของผู้เข้าพัก โดยเฉพาะในเรื่องความไม่แยแสของเจ้าของที่พักทั้งหลาย เพราะผู้เข้าพักตกเป็นเบี้ยล่างที่อำนาจในการต่อรองแทบไม่เหลือเลย (ที่หงถู่ตี้ นั้น ที่พักโฮมสเตย์เกือบทั้งหมด เป็นญาติโยมกัน ไปตืดต่อที่ไหนก็มีการส่งข่าวถึงกันหมด 55) ทางเลือกคือ จะกล้ำกลืนฝนทนหรือยอมใช้ชีวิตเหมือนพวก Homeless เท่านั้น เหอเหอ
.
จริงอยู่ จะขอแยกพักเป็นห้อง 2 คนต่างหากก็อาจจะได้ แต่เป็นห้องสภาพไหน ในราคาเท่าไหร่มิอาจทราบได้เลย ที่แน่ๆคือ ไม่ใช่เพิ่มคนละ 50 หยวนชัวร์ คนละ 100 หยวนจะได้หรือเปล่ายังหวั่นๆ...หุหุ
.
-- เรื่องเครื่องเล่น การละเล่น เห็นสภาพหิมะในฮาร์บิ้นแล้ว ไม่อยู่ในความสนใจของเราเลย.... ยิ่งการแสดง ที่เน้นหนักเรื่อง เอ้อเหยินจ่วน-二人转-เพลงฉ่อย 2 คน (ศิลปะการแสดงของชาวอีสานจีน) ถ้าฟังไม่ออก (เพราะไม่มีตัวอักษรจีนซับบรรยาย เหมือนในยูทู๊ป) ก็คงนั่งหน้าเครียดในขณะที่ทั้งโรงฮากันลั่นกับมุก 2 แง่ 2 ง่าม ที่สาดใส่กันตลอด...อิอิ
.
.
.
ทั้งหมดนี้ คือทัศนคติส่วนตัว (คงมีอคติด้วย) ที่ของจริงอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็เป็นได้นะครับ... จึงขอให้เพื่อนๆใช้ดุลพินิจเอาเองแล้วกันว่า... สนใจที่จะไปลิ้มลองหรือไม่
.
สำหรับเรา คงมิบังอาจแม้แต่คิดไปเยือน จนกว่า จะมีพัฒนาการมากกว่านี้ มีรีวิวในทางบวกมากๆ ซึ่งคิดว่า อีกซีก 2-3 ปีค่อยไป น่าจะประทับใจมากกว่า หรือเซ็งน้อยกว่าอ่ะครับ
.
สำหรับเพื่อนๆ หากสนใจจริงๆ ก็ไปได้ครับ แต่อยากแนะนำให้ใช้วิธีซื้อทัวร์ของไทยเราอ่ะครับ เชื่อว่าน่าจะพอไว้วางใจได้ หรือมีปัญหาอะไร ยังไงก็คงไม่เลวร้ายจนเกินไปอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือ 1 ใน 2 ห้ามพลาดที่เราไม่ได้ไป ส่วนอีก 1 ห้ามพลาด ถือว่าโชคดีมากครับ คือมากกว่านักท่องเที่ยวอื่นๆมากมายในช่วงใกล้เคียงกับที่เราไป ซึ่งก็คือ.....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/01/2017 1:05 pm

รูปภาพ

.
ส่วนอีก 1 ห้ามพลาด ถือว่าโชคดีมากครับ คือมากกว่านักท่องเที่ยวอื่นๆมากมายในช่วงใกล้เคียงกับที่เราไป ซึ่งก็คือ.....
.
สนหมอก บน เกาะสนหมอก จี้หลิน-吉林雾凇岛-จี้หลินอู้สงเต่า... 1 ใน 4 อัศจรรย์ทางธรรมชาติ ของจีน
.
ปรากฏการณ์ที่ว่า ก็คือ บนเกาะที่อุดมไปด้วยต้นสน กลางแม่น้ำดอกสน สงฮัวเจียง-松花江 นั้น ในฤดูหนาว ช่วงระหว่าง กลางเดือนธันวาคม ถึง กลางเดือนมกราคม ที่หิมะตกจนเป็นลานขาวไปทั่วนั้น
.
ในบางวันที่มีหิมะโปรยปรายก่อนหน้าตั้งแต่กลางคืนจนรุ่งสาง บรรยากาศจะอวลคลุ้งประดุจไอหมอก แถมยังเกาะจับกิ่งสน ใบสน บนต้น จนขาวโพลนไปหมดเป็นเวลาหลายชั่วโมง
.
บรรยากาศที่งดงามเกินคำบรรยายนี้ จึงมิใช่ผลงานเสกสรรปั้นแต่งของมือมนุษย์แต่อย่างใด แต่เป็นความอัศจรรย์ที่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติล้วนๆ และ....
.
มีช่วงเวลาให้เราชื่นชมอย่างเต็มอิ่มเพียงระยะเวลาสั้นๆ คือหลังคืนที่มีหิมะตกแรง ก่อนที่หิมะจะละลายจนต้นสนทั้งหมดจะเหลือเพียงใบไม้ (ถ้ามี) และ กิ่งไม้บนต้นที่มีสภาพประหนึ่งไม้ที่ใกล้จะตายซาก
.
เพราะฉะนั้น...
.
การจะได้เห็นประจักษ์สนหมอกเต็มเกาะกับสายตาหรือไม่ มีเรื่อง "ดวง" เข้ามาเกี่ยวข้องไม่น้อยครับ
.
แต่จะอย่างไรก็ตาม เห็นไม่เห็นก็ต้องไป..ที่พอใจชื้นอยู่ก็คือ คืนวันที่ 23 ธันวาคม ก่อนวันเดินทางไปในรุ่งเช้าวันที่ 24 นั้น หิมะกระหน่ำเมืองจี้หลินทั้งคืน
.
จึงพอปลอบใจตัวเองได้บ้างว่า เกาะสนหมอกที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 40 กม. น่าจะเจอสภาพอากาศอย่างเดียวกันเนอะ....:-)
.
รูปภาพ
.
การเดินทางจากตัวเมืองจี้หลินไปยังเกาะสนหมอกนั้น คู่มือของ Mafengwo บอกไว้อย่างละเอียดถึง 2 ทางเลือก คือ ไปต่อรถ 2 ต่อทางนึง กับไปรถแล้วต่อเรือข้ามฟากอีกทางนึง
.
ซึ่งตัดสินใจได้ง่ายมากครับ เพราะแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว เรื่องต่อเรือข้ามฟากจึงลืมไปได้เลย...อิอิ
.

รูปภาพ
.
.
ออกจากโรงแรมประมาณ 8.50 น. เพราะข้อมูลบอกว่า เดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง และช่วงที่สวยงามที่สุดคือ 10.00-11.00 น.
.
ความจริงน่าจะออกเช้ากว่านี้หน่อย แต่...แหะ แหะ ลบ 18 องศาอย่างนี้ สายหน่อยก็ไม่เป็นไรน่า...หุหุ
.
หิมะทับถมไปทั่วเมืองทีเดียว การเดินเลาะไปท่ารถบัสที่อยู่หน้าสถานีรถไฟต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เผลอเมื่อไหรมีสิทธิ์ลื่นล้มง่ายๆ
.
ถึงท่ารถบัส ลงบันไดไปที่ห้องขายตั๋ว เจ้าหน้าที่บอกว่า รอบ 9 โมงไม่ทันแล้วนะ ต้องรอบ ถัดไปคือ 9.15 น. ...บ่เป็นหยังครับ เรื่องจิ๊บๆ
.
ค่าตั๋วคนละ 11 หยวน ได้ข้อมูลมาเพิ่มว่า ขากลับรถเที่ยวสุดท้ายคือ 5 โมงเย็น ถ้าไม่ทันละก็ เหมารถลูกเดียว ฮิฮิ
.
จุดหมายของเราคือ ตลาดอูลา-乌拉街-อูลาเจีย เพื่อต่อรถที่นั่นไป หันถุน-韩屯 อีกที
.


รูปภาพ
.
สำหรับเพื่อนๆที่ไม่รู้ภาษาจีนนั้น ไม่ต้องกังวลนะครับ เพราะรอบนี้ ผมให้คุณนายเคทจัดการทั้งหมดตั้งแต่ต้น โดยจำชื่อออกเสียงสถานที่ให้แม่น ที่เหลือเว้าฝาหรั่งรวด ปรากฏว่าไม่เพียงแต่เจ้าหน้าที่จะสือภาษาอังกฤษได้บ้างเป็นที่เข้าใจ ยังเอาใจบริการเป็นพิเศษอีกด้วย
.
เพราะเมื่อขึ้นรถ ผมหลุดภาษาจีนไปทักทายพูดคุยกับคนขับ เฮียร้อง "อ้าว" เลย บอกว่า "เจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนไม่รู้ภาษาจีน 2 คน ดูแลให้ถึงฝั่งด้วยล่ะ"
.
สุดยอดดน้ำใจครับ ขอคารวะ
.
ภาพที่ 2 ที่เป็นบันไดเลื่อนนั้น ผมอยากชวนเพื่อนๆให้ทำความเข้าใจสังคมคนจีนอ่ะครับว่า ทุกวันนี้ ก็ยังมีคนรุ่นเก่าที่แตกต่างจากคนรุ่นใหม่อีกเยอะ.... Generation Gap-ช่องว่างระหว่างวัย ยังเป็นปัญหาอยู่ไม่น้อย
.
ก็ดูสิครับ มีบันไดเลื่อน แต่ไม่กล้าขึ้น...ยอมถือไม้เท้าให้หลานพยุงขึ้นบันไดหลายสิบขั้นซะงั้น...
.
รถบัสที่จะไป อูลาเจีย นั้น แล้วแต่ดวงแล้วแต่จังหวะจริงๆครับ เพราะตาดีก็ได้รถใหญ่ใหม่เอี่ยมเหมือนที่เราขึ้นตอนขากลับ ตาร้ายก็เจอรอบที่เป็นรถเก่าชาวบ้านที่เป็นรถเสริม ที่สภาพค่อนข้างโทรม แต่สำหรับเราไม่เป็นปัญหาเลยอ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
.
หายสงสัยเลยครับว่า ทำไมแค่ 40 กม.ถึงต้องใช้เวลาตั้งชัวโมงครึ่ง เพราะไม่ว่ารถเก่ารถใหม่ ต้องแวะรับผู้โดยสารตลอดทาง..
.
สำหรับคนท้องถิ่นนั้น เค้าไม่ไปขึ้นที่ท่ารถหรอกครับ เพราะท่ารถมีรายการหักค่าหัวคิวเป็นค่าบริหารจัดการ....ขึ้นนอกท่า คนละ 8 หยวนเท่านั้น ซึ่งขากลับ เราก็เสียแค่คนละ 8 หยวน...แต่ไม่ต้องกระเสือกกระสน ไปยืนตัวสั่นรอรถมาด้านหลังท่ารถหรอกนะครับ ต่างกันแค่ 15 บาท ให้เค้าไปเต๊อะ...
.
เมื่อคืนหิมะตกหนักจริงๆ รถที่ไม่จอดในที่ร่ม ต้องบรรทุกหิมะไปอีกหลายกิโล ซึ่งทางเดียวที่ทำความสะอาดได้ ก็คือรอให้มันละลายเองมั้งครับ
.
ชาวบ้านด้านนอกตัวเมืองก็ยังคงมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบากกว่าคนในเมือง คือ ต้องเดินออกจากบ้านท่ามกลางบรรยากาศขาวโพลน มายืนรอรถข้างทางเหมือนฤดูอื่นๆ
.
เมื่อเข้าเขต ตลาดอูลา-乌拉街-อูลาเจีย สองข้างทางก็อวลคลุ้งไปด้วยไอหิมะที่ปกคลุมไปเหมือนสายหมอกแล้ว มีนักท่องเที่ยวจอดรถข้างทางถ่ายภาพเต็มไปหมด
.
คนขับและกระเป๋า (ภรรยา) ต่างหันมาบอกพวกเราว่า "โชคดีมากจริงๆ สองสามวันที่ผ่านมา ไม่ได้เห็นสภาพนี้หรอก อีกอย่างตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปซึ่งเป็นวันเปิดเทศกาล ค่าเข้าคนละ 60 หยวนเท่ากันก็จริง แต่เข้าชมส่วนอื่นๆต้องซื้อบัตรผ่านต่างหาก ....สำหรับวันนี้ บัตรเดียวเที่ยวชมได้หมด"
.
ถึง อูลาเจีย นึกว่าจะต้องติดต่อ รถกะป้อตามข้อมูล ปรากฎว่า "พี่ไม่ต้อง น้องทำเอง" บรรดารถเก๋งจัดการมารับไปที่รถ แล้วบอกว่า "คนละ 10 หยวน คันละ 4 คน" ...สบายเฉิบ
.
ตลอดทาง โชเฟอร์ก็แจกนามบัตรให้เราทั้ง 4 พร้อมบอกว่าขากลับ โทรเรียกเลย เค้าจะมารับกลับ ค่ารถคนละ 10 หยวนเช่นกัน ...อือม์ ชาวบ้านบ้านนอกแท้ๆ ยังมีระบบจัดการได้เยี่ยมมาก
.
รูปภาพ
.
.
แค่ 10 กว่านาที เข้าเขต หันถุน-韩屯 มีรายการแวะสำนักงาน เพื่อซื้อบัตรผ่านประตู ที่เค้ารับมาในราคาขายส่ง เพื่อขายเราในราคาปลีกเท่ากับซื้อที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว...เจ๋งมากอ่ะครับ
.
รถจอดให้ที่สะพานข้ามแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว ไม่ต้องเดินฝ่าหิมะไปซื้อบัตรที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว...Win-Win ครับ เค้าได้กำไร ส่วนเราก็สบาย
.
ป้ายโฆษณาหน้าทางเข้าบอกราคาห้องพัก ตั้งแต่ 320 หยวน ถึง 1288 หยวน รวมอาหารเช้าอ่ะครับ...หูยยย เลือดซิบๆ
.

รูปภาพ
.
แค่ข้ามสะพาน ก็เจอรถมอไซค์หิมะแล้ว ยังไม่ทันถามราคา เฮียเจ้าของสุนัขลากก็เข้ามาชวนบอกว่า "รอบละ 10 นาที 30 หยวน" ถามว่า "นั่ง 2 คนได้เปล่า" เฮียว่าได้ คุณนายออกอาการ ผมเลยพูดแทน "ทารุณสัตว์ไปหน่อยมั่งเฮีย" เฮียบอก "ไม่ได้ใช้แรงเลย เพราะทางลื่นไหลตลอด.." ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า
.
ผมเลยบอกว่า "นั่งถ่ายรูปเฉยๆได้ไหม " เฮียบอก "10 หยวน" ผมยิ้ม บอกว่า "5 หยวนแล้วกัน" เฮียพยักหน้าบอก "อย่าเสียงดังให้คนอื่นได้ยิน"...คล้ายๆจะมีความรู้สึกที่ดีต่อกันจากการที่เราสุภาพและให้เกียรติเค้า...
.
แช๊ะไป 10 กว่ารูป แล้วก็เดินต่อไปลงเรือรบโบราณ...(ตอนนี้ฟรี วันอื่นไม่แน่ครับ)

รูปภาพ
.
บรรยากาศประทับใจมากๆครับ
.
รูปภาพ
.
สอบถามเฮียสุนัขลาก (แซ่ กวน-关) ว่า ห้องน้ำสาธารณะอยู่ไหน เฮียบอกเลี้ยวขวาไปตามทางที่เห็นผู้คนเดินสวนกันไปมา ซึ่งต้องย่ำหิมะไปตลอดทาง แต่ความหนาวเย็นพอทนทานได้ เพราะร่างกายเริ่มปรับสภาพได้พอสมควร
.
ครู่หนึ่ง ก็เห็นป้ายที่ติดบนต้นไม้ บอกทางไป ภัตตาคาร ที่มีวงเล็บไว้ว่า (มีห้องน้ำสาธารณะบริการ) และป้ายใหญ่ เป็นคำเชิญชวนว่า สามารถเข้าไปพักผ่อนหลบหนาวได้ฟรี มี WIFI ฟรี ห้องน้ำฟรี พร้อมจำหน่ายเครื่องกันหนาวสารพัน เครื่องดื่มร้อน อาหารเช้า ผักตุ๋นในกระทะเหล็ก อาหารชาวแมนจู และ....ยินดีต้อนรับทุกท่าน
.
อ่านแล้ว ได้ความรู้สึกดีมาก แม้ลึกๆจะไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่ แต่ก็เชื่อว่า คงไม่มีเงื่อนไขบังคับยุบยับซ่อนไว้ข้างหลังแน่ เพราะผู้คนเท่าที่พบเจอมา (คนรถ คนขับแท๊กซี่ พนักงานเก็บตั๋ว เฮียสุนัขลาก ...) ก็ดูอัธยาศัยดีมีน้ำใจแบบชาวบ้านทั่วๆไปครับ
.
ผ่านมุมชมวิวที่เป็นลานหิมะข้างล่าง มีครอบครัวคนจีนเสนอตัวขอถ่ายรูปคู่ให้ แล้วก็ผลัดกันถ่ายไปมา รวมทั้งสนทนาปราศัยระหว่างเล่นชิงช้าชั่วครู่
.

รูปภาพ

เดินต่อมาไปไกล ก็ถึงหน้าภัตตาคาร มีป้ายที่ด้านหน้าเป็นแผนที่เกาะสนหมอกนี้ และด้านหลังเป็น บทเพลงพระราชนิพนธ์ "เพลงปล่อยเรือลงแม่น้ำดอกสน-松花江放船歌-สงฮัวเจียงฟั่งฉวนเกอ" ของ สมเด็จพระจักรพรรดิชิงเชิ่งจู่ หรือที่เรารู้จักกันในพระนาม พระเจ้าคังซี-康熙帝-คังซีตี้ ผู้ครองราชย์ถึง 61 ปี ในราชวงศ์ชิง
.
ณ บริเวณนี้ เบื้องหน้าคือดงสนหมอกที่หนาแน่น ทำให้นึกถึง ดงซากุระ ที่เมือง Chichibu ของญี่ปุ่น ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่ายามหิมะตก จะมีสภาพใกล้เคียงกันหรือไม่.... เดี๋ยวหาตั๋วไปดูซักหน่อยดีไหม อิอิ
.

รูปภาพ

เข้าไปในภัตตาคาร ประหลาดในนิดๆที่ไม่เห็นการรุกเร้าชักชวนขายอาหารเครื่องดื่มจากพนักงานหรือเถ้าแก่ร้านเลย และหลายโต๊ะมีนักท่องเที่ยวจับกลุ่มนั่งคุยกันไป เล่นมือถือกันไปตามสบาย
.
ใช้ห้องน้ำเสร็จ อยากอุดหนุนเป็นการตอบแทนเหมือนกัน แต่ราคาอาหารก็เว่อร์ตามประสาภัตตาคารในแหล่งท่องเที่ยว ที่แพงกว่าทั่วไปประมาณ 3-4 เท่า ก็จึงเก็บคุณธรรมใส่กระเป๋าเสื้อไว้ชั่วคราว หุหุ
.
แผนผังข้างฝา บ่งบอกว่า จุดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวมี 2 จุดคือ ที่นี่เรามานี้ คือ หมู่บ้านหันถุน 韩屯村-หันถุนชุน (หมายเลข 1) ซึ่งเรานั่งแท๊กซี่ผ่านเข้ามา และหมู่บ้าน เฉิงทง-曾通村-เฉิงทงชุน (หมายเลข 2) ซึ่งต้องเหมารถไปต่างหาก
.
ส่วนหมายเลข 3 คือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบริเวณลานจอดรถ และ หมายเลข 4 คือ ภัตตาคารที่เราแวะมานี่ (ซึ่งติดกับบริเวณงาน เทศกาลปะติมากรรมน้ำแข็ง+หิมะ ของเกาะนี้) ครับ
.
สำหรับผู้ที่ค้างคืนที่นี่ ยามค่ำก็จะมีรายการบันเทิงหลายอย่างแก้เหงาด้วย
.
ฝักข้าวโพดที่อยู่ในยุ้ง ดูไกลๆนึกว่าเป็นภาพอิงค์เจ็ท ต้องเข้าใกล้ จึงเห็นว่าเป็นข้าวโพดจริงๆที่มีหิมะจับประปราย
.


รูปภาพ
.
ด้านซ้ายมือของภัตตาคาร เป็นทางเข้าสู่บริเวณที่แต่แรกคุณนายบอกว่า น่าจะเป็นวัด ...ที่ไหนได้ กลายเป็นอาคารบ้านพักที่ก่อสร้างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เว้นตรงกลางเป็นลานว่าง สไตล์ บ้านรวม 4 แถว-四合院-ซื่อเหอย่วน และเปิดส่วนหนึ่งเป็นห้องพักแบบโฮมสเตย์ นั่นเอง
.

รูปภาพ
.
ได้โอกาสเก็บภาพในอิริยาบทที่ดูเหมือนชิลล์ๆ แต่ความจริง หนาวสั่นแทบแย่อ่ะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/01/2017 1:09 pm

รูปภาพ
.
ย่ำหิมะออกมาทางด้านหลัง เป็นซุ้มประตูทางเข้า เทศกาลปะติมากรรมน้ำแข็ง+หิมะ พอดี ...วันนี้ชมฟรี พรุ่งนี้ต้องเสียค่าผ่านเป็นร้อยหยวนอ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
น้ำแข็งก้อนมหึมาที่เอามาต่อๆกันเหมือนอิฐบล็อกยักษ์นี้ เจาะทะลวงมาจากแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งนั่นเองครับ เพราะฉะนั้น จึงหายสงสัยว่า ทำไมรถจึงขับบนแม่น้ำที่กลายเป็นลานน้ำแข็งได้อย่างปลอดภัย เพราะหนาเป็นเมตรๆ ไม่มีทางขับไปกลายเป็นหลุมจมเด็ดขาดครับ
.

รูปภาพ
.
สวยงามมากๆครับ...แหะ แหะ หมายถึงบรรยากาศโดยรอบนะครับ อิอิ
.

รูปภาพ
.
ธรรมชาติสร้างสรรค์จริงๆ
.

รูปภาพ
.
แค่บ่ายโมงกว่าๆ หิมะเริ่มละลาย ต้นที่ใบดก ค่อยๆกลายเป็นสีเขียวให้เห็นแล้ว....
.
รูปภาพ
.
เดินชมผลงานของช่างศิลป์ต่างๆ...อาจจะย่อมกว่าเทศกาลฯที่ฮาร์บิ้นพะเรอเกวียน แต่ก็ชื่นชมได้อย่างอิ่มเอมใจ (เพราะที่ฮาร์บิน คนละ 330 หยวนครับ เหอเหอ)
.
รูปภาพ
.
หิมะในเมืองหนาว ก็ไม่ต่างกับ ดินโคลน ในเมืองร้อนครับ ต้องใช้รถแบ็กโฮตักมาทิ้งกองไว้เป็นเนินเขาข้างๆ
.

รูปภาพ
.
ประทับใจมากๆ และโชคดีกว่านักท่องเที่ยวก่อนหน้าและตามหลังเยอะเลยครับ...เพราะบรรยากาศอย่างนี้ในช่วงนี้ มีให้เห็นในวันนี้เท่านั้น
.

รูปภาพ
.
อุปกรณ์ของเหล่าช่างแกะสลักยังวางเกลื่อนกลาดไปทั่ว เพราะต้องติดตั้งไฟภายในแต่ละจุดด้วย
.
รูปภาพ
.
พระสังกัจจายน์...ให้โชค
.
รูปภาพ
.
ส่วนลานกว้างด้านล่าง ครอบครัวนักท่องเที่ยวต่างสนุกสนานกับการนั่งห่วงยางลืนไถล และกระดานลื่น (น้ำแข็ง) ซึ่งตอนไหลลงตามทางก็กรี๊ดกร๊าดกันเต็มที่ แต่ตอนลากห่วงกลับขึ้นข้างบน เซ็งเป็ดมากๆเลย..
.
รูปภาพ
.
สัญลักษณ์ปลา ที่ภาษาจีนคือ อวี๋-鱼 เสียงพ้องกับคำว่า อวี๋-余 ที่แปลว่า มีเหลือกินเหลือใช้ จึงเป็นสัญลักษณ์มงคลที่พบเห็นทั่วไปครับ
.
และแน่นอนว่า ปี 2017 หรือ 2560 คือปีระกา ไก่ทอง ซึ่งจะนำความมั่งคั่งมาสู่ผู้คนคือเพื่อนๆทุกท่านด้วย
.
รูปภาพ
.
ได้เวลากลับ บรรยากาศเจิดจ้า ต่างจากเมื่อเช้าอย่างเห็นได้ชัด หิมะบนกิ่งไม้เริ่มละลายไปเรื่อยๆ
.

รูปภาพ
.
เดินไปหาเฮีย (แซ่) กวน สุนัขลาก เพื่อวานให้โทรเรียกแท๊กซี่ให้หน่อย (ทริปนี้ผมไม่ได้ซื้อซิมเลยครับ ใช้แค่ WIFI ในโรงแรม) เฮียบอก ผมไปส่งให้ก็ได้ คิดแค่ 30 หยวน ฐานรู้จักรักใคร่กัน...
.
ผมบอก อะไรกัน ผม 2 คนกลับแท๊กซี่ก็ 20 หยวนเท่านั้น
.
เฮียส่ายหน้า...แล้วต้องรอให้ครบ 4 คนอีกนานเท่าไหร่รู้เปล่า..
.
อือม์ จริงด้วยแฮะ...คุณนายหันมากระซิบผมว่า ...ไปกับเค้าเถอะ คนรักสุนัขอย่างนี้ จิตใจดี ไม่ซี้ซั้วหรอก....
.
อยากจะสวนกลับไปเหมือนกันว่า...รักสุนัขหรือใช้สุนัขหากินกันแน่อ่ะ... แต่ก็เงียบไว้ดีกว่า เถียงใครเถียงได้ เถียงเจ้าของเงิน มีแต่เจ๊ากับเจ๊ง อย่าเสี่ยงดีกว่า...555
.
แล้วก็มาถึงท่ารถในเวลา ก่อนบ่าย 4 โมงเล็กน้อย...เป็นครึ่งวันที่ประทับใจอย่างยิ่ง และหากเพื่อนๆมีโอกาสมาที่จี้หลิน ในช่วงเดือนธันวา-มกรา ก็เรียนเชิญนะครับ...ค่าใช้จ่ายสำหรับเรา 2 คนทริป ห้ามพลาด นี้ แค่ 213 หยวนเท่านั้น
.
ถึงจี้หลินก่อน 6 โมงเย็น แวะทานข้าวเที่ยง+ดินเน่อร์ที่ฟู้ดคอร์ทในห้าง สบายๆชิลล์ๆ เพราะช่วงเช้าก็ทานเบรคฟาสต์+ลั้นช์ จากโรงแรมเผื่อไว้แล้ว...
.
วันละ 2 มื้อ เดินสะบัดแบบนี้ ไม่หุ่นดียังไงไหว...อิอิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Shenyang-Harbin Trip December 2016

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/02/2017 1:03 pm

รูปภาพ
.
มาว่ากันต่อด้วยแหล่งท่องเที่ยวในฮาร์บิ้น ที่เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่มีสไตล์คล้ายๆเรา คือไม่ชอบเที่ยวหน้าเทศกาล เพราะ "ขี้เกียจไปแย่งอากาศหายใจกับผู้คนที่ล้นหลาม" เป็นหลัก และ "ไม่ได้เห็นสภาพเมืองที่แท้จริงในยามปรกติ" เป็นรอง...
.
ซึ่งก็ไม่ถือว่าแปลกประหลาด หรือพลาดขนานหนักแต่อย่างใด... เพราะคนที่ไปเที่ยวฮาร์บิ้นนอกเทศกาลก็ใช่ว่าจะน้อยซะเมื่อไหร่....ว่าไหมครับ
.
คือ ถึงจะไปฮาร์บิ้นไม่ตรงกับ "เทศกาลปะติมากรรมน้ำแข็ง+หิมะนานาชาติ-Harbin International Ice and Snow Sculpture Festival-哈尔滨冰雪节-ฮาเอ่อร์ปินปิงเสี่ยเจี๋ย" ที่จัดขึ้นทุกต้นเดือนมกราคม (แต่เปิดให้ชมตั้งแต่ 21 ธันวาคม) ถึงปลายเดือนมีนาคม....
.
ก็พอมี งานปะติมากรรมน้ำแข็ง จัดแสดงให้ดูพอหายอยากได้เหมียนกัน...หุหุ
.
นั่นก็คือ "ศูนย์นิทรรศการปะติมากรรมน้ำแข็ง-哈尔滨冰雪大世界室内主题乐园-ฮาเอ่อร์ปินปิงเสี่ยต้าซื่อเจี้ยสือเน่ยจู่ถีเล่อหยวน" ที่อยู่บริเวณเดียวกันกับที่จัดงานนั่นแหละครับ
.
ใช่ครับ สถานที่ที่ว่าก็คือ อุทยานเกาะพระอาทิตย์-太阳岛风景区-ไท่เหยียงเต่าเฟิงจิ่งชวี ซึ่งวิธีเดินทางไปง่ายๆถูกๆสะดวกๆ ก็เช่นที่เรียนไปแล้วว่า....
.
จับรถเมล์สาย 126 ที่อยู่ตรงข้ามป้าย อนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วม ฮาร์บิ้น-哈尔滨防洪纪念塔-ฮาเอ่อร์ปินฝั่งหงจี้เนี่ยนถา ลงรถที่ป้าย ปากทางเกาะพระอาทิตย์-太阳岛路口-ไท่เอี๋ยงเต่าลู่โข่ว แล้วก็...
.
ขึ้นรถเก๋งส่วนบุคคลที่มาเชิญชวนว่า คนละ 5 หยวน ไปเลย
.
ซึ่งแต่แรกผมก็ไม่ทราบว่า พวกนี้เค้าทำงานเป็นทีม คือหลังจากโอ้โลมปฏิโลมจนเราซื้อบัตรจากเค้า 2 ใบ (ใบละ 150 หยวน ราคาเดียวกับหน้าประตู) แล้ว เค้าก็บอกว่า ขากลับโทรเรียกเค้ามารับไปส่งที่ป้ายรถเมล์ได้ คนละ 5 หยวนเหมือนกัน...ว่าแล้วก็โทรติดต่อทีมงานเป็นพัลวัน..
.
ผมจึงจับไอเดียธุรกิจของเค้าได้ว่า น่าจะได้กำไรจากค่าตั๋วไม่น้อย ก็เลยบอกว่า "ปัดโธ่ ซื้อตั้ง 2 ใบ กำไรบานอยู่แล้ว จะเก็บค่ารถไปกลับได้ไง" ซึ่งเฮียก็ยิ้ม ส่งเงินค่ารถ 10 หยวน (ที่จ่ายไปแล้วก่อนซื้อบัตร) คืนมาให้เราแต่โดยดี..อิอิ
.
ถึงบริเวณศูนย์ฯ เด็กหนุ่มสาวบุคลิกมีความรู้เหมือนนิสิต 2-3 คนก็เดินเข้ามาหาที่รถ พร้อมมอบบัตรให้... สาวน้อยชื่อ Lily 1 ในทีมแนะนำตัวและอธิบายเป็นภาษาอังกฤษว่า จะเป็นผู้นำเราไปส่งถึงประตูทางเข้า เพราะตั๋วนี้เป็นตั๋วที่ซื้อเป็นกลุ่มแบบคณะทัวร์ จะฉุยฉายเข้าไปโดดๆไม่ได้...
.
แล้วเราก็ได้ตื่นตากับบรรยากาศในศูนย์ฯที่กว้างใหญ่ทีเดียว และน้ำแข็งสลักที่ตกแต่งก็น่าดูสมราคาครับ...
.

รูปภาพ
.
สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพละก็ สนุกสนานกันมากกกกก
.

รูปภาพ
.
ที่มันส์มากสำหรับคุณนายเคท ก็คือการยกห่วงยางไปนั่งไถลตามรางลงมา แบบเดียวกับ Snow Tube ที่เห็นเค้าเล่นกันบนยอดเขาต่างๆในสวิตเซอร์แลนด์ (ไม่ต้องเสียค่าเช่าห่วง แต่ที่สวีสฯหลายร้อยครับ หุหุ)...เพราะว่าซะ 3 รอบ .......
.
รูปภาพ

.
ในขณะที่ผม แค่รอบเดียวก็อายผู้อายคนเต้มทนแระ...
.

รูปภาพ
.
หลังจากนั้น ก็เก็บภาพไปเรื่อยๆตามใจชอบ สิริรวมเวลาที่อยู่ในศูนย์ฯประมาณ 2 ชั่วโมง
.
ปิดท้ายด้วยการผลัดกันเก็บภาพกับนักท่องเที่ยวอื่นๆ ซึ่งภาพที่นำเสนอที่นี่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นนะครับ
.

รูปภาพ
.
ออกมาด้านนอก เดินชมบริเวณจัดงาน ที่กำลังโหมงานอย่างหนัก เพราะจากวันนี้ (16 ธันวาคม) ไปอีกเพียง 5 วัน (21 ธันวาคม) ก็จะเปิดให้เข้าชมกันแล้ว ซึ่งค่าเข้าก็คนละ 330 หยวน เด็ก-ผู้อาวุโส-นักศึกษา คนละ 200 หยวนครับ
.
ก็จัดได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่แพงมาก พอคุ้มค่าทีเดียว และทางทีมฯก็ขับรถมาส่งเราที่ป้ายรถเมล์ตามสัญญา จึงทิ้งเพียงปริศนาให้เราขบคิดอยู่ไม่หายเพียงข้อเดียวว่า
.
ที่ปัสสาวะในห้องน้ำชายซึ่งเป็นรางสไตล์จีนทั่วไปนั้น เค้าเอาน้ำแข็งไปใส่ไว้ทำไมอ่ะครับ...เง็ง ????
.


รูปภาพ
.
คราวนี้ ก็มาถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ถ้าพลาดถือว่าไม่ถึงฮาร์บิ้นแล้วละครับ นั่นก็คือ โบลถ์เซนต์โซเฟีย โบสถ์รัสเซียซึ่งเป็นประหนึ่งสัญลักษณ์ประจำเมืองฮาร์บิ้นนั่นเอง
.
การเดินทางไปสู่ง่ายมากครับ เพราะโบสถ์นี้อยู่ในย่านคึกคักแถวๆอนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วมเลย
.
จับรถคันไหนก็ได้ที่มา อนุสาวรีย์ฯ (ของเราสาย 8) ก่อนลงรถที่ป้าย ศูนย์การค้าสถาปัตยกรรมศิลป์-建筑艺术广场-เจี้นจู๋อวี้สูกว่างฉาง ก็จะเห็นโบสถ์นี้อยู่ข้างซ้ายหรือขวาชัวร์อยู่แล้วครับ
.
อาคารสีขาวฝั่งตรงข้ามกับโบสถ์ คือ พิพิธภัณฑ์ศิลป์มณฑลเฮยหลงเจียง ครับ
.
โบสถ์รัสเซียนี้ สร้างขึ้นในปี คศ.1097 หลังจากเส้นทางรถไฟสาย ทรานไซบีเรีย ที่เชื่อมระหว่างเมือง Vladivostok รัสเซีย มายัง ภาคอีสานของจีนเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งครั้งกระโน้น เมืองฮาร์บิ้นมีประชากรเพียง 3 แสนคน เป็นคนรัสเซียซะ 1 แสนแล้ว...
.
โบสถ์เดิมเป็นโบสถ์ไม้ กระทั่งปี คศ.1923 จึงวางศิลาฤกษ์สร้างขึ้นใหม่โดยใช้เวลาถึง 9 ปีเต็ม ถือเป็นโบสถ์รัสเซียที่ใหญ่และมีศิลปะงดงามที่สุดในย่านตะวันออกไกล (เอเซียเหนือ) นี้ครับ
.
รูปภาพ
.
ในขณะที่ทุกคนหนาวสั่นในอุณหภูมิลบเลข 2 หลักนั้น สำหรับ "คู่ถ่ายเว็ดดิ้ง" ไม่มีคำว่า "ยั่น" ครับ เปลือยไหล่ท้าทายหิมะอย่างทระนง ที่แม้แต่ทีมงานสาวก็ยังอดอมยิ้มในความก๋ากั่นของคุณเธอไม่ไหว
.
สาเหตุที่ผมใช้คำว่า "คู่ถ่ายเว็ดดิ้ง" แทน "คู่บ่าวสาว" หรือ "ว่าที่บ่าวสาว" ก็เพราะจากการเม้าธ์มอยกับผู้คนที่เป็น จีนมุง ทั้งหลาย ต่างลงความเห็นว่า....
.
ฝ่ายหญิงน่าจะอายุมากกว่าฝ่ายชายเป็นสิบปีอย่างต่ำ และฝ่ายชายก็ไม่ได้มีทีท่าว่าสนิทสนมเหมือนที่เราเคยผ่านตามาเลยแม้แต่น้อย
.
จึงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็น "แฟนรับจ้าง" อย่างที่ฮือฮากัน goo.gl/uDGEBC มากกว่า...ผิดพลาดอย่างไร ขออภัยด้วยครับ
.


รูปภาพ
.
ไหนๆก็เก็บภาพจนพอใจแล้ว จะมาทนยืนหนาวสั่นทำไม ว่าแล้วก็ซื้อบัตรเข้าไปชมภายในโบสถ์ให้อบอุ่นหน่อยจะดีกว่า
.
บัตรผ่านประตูคนละ 15 หยวน บัตรลด ส.ว. 7 หยวน แถมยังสามารถนำไปเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์ได้อีกด้วยครับ
.
จุดเด่นภายในโบสถ์ก็คือ ภาพ The Last Supper ด้านบน และภาพประวัติศาสตร์ทั้งมวล รวมทั้งแบบจำลองสถาปัตยกรรมต่างๆครับ
.
สาวๆกลุ่มนี้ วางนิ้วเป็นรูปดาว แล้วถ่ายจากข้างล่างขึ้นไปยังโดมข้างบน...ไอเดียดีมากๆเลย เสียดายไม่ได้ชมผลงาน แต่วันหลังจะลองทำมั่ง เข้าใจว่าคงประมาณอย่างที่เห็นที่ใต้หวัน http://tinyurl.com/jm32fk6 ครับ
.


รูปภาพ
.
คนเยอะทีเดียว แต่ส่วนใหญ่ถือโอกาสมาหลบหนาวมากกว่า..555
.


รูปภาพ
.
Travel Informations Part II-รวมข้อมูลเสิ่นหยาง-ฮาร์บิ้น-ฉางชุน-จี้หลิน ตอน 2
.
4 กุมภาพันธ์ 2560
.
สวัสดีครับ
.
เรายังอยู่ที่ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองฮาร์บิ้นนะครับ
.
แน่นอนครับว่า แหล่งท่องเที่ยวในเมืองฮาร์บิ้นในด้าน วัดวาอาราม สวนสนุก ดงช้อปปิ้ง ฯลฯ เช่น Grape Kingdom-ไร่องุ่น, Confucius Temple-ศาลขงจื้อ, Deer Flat mountain ski resort-ลานสกี... ก็คงไม่ต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆในจีน ...
.
ที่โดดเด่นน่าจะเป็น สถาปัตยกรรมรัสเซีย ประเภท อาคาร สิ่งก่อสร้าง ที่เป็นสไตล์รัสเซีย อาทิ Russian Buildings, Old Quarter, Jewish New Synagogue, ฯลฯ แต่ในยามอุณหภูมิติดลบเลข 2 หลักอย่างนี้ การจะฉุยฉายเดินกรายถ่ายรูปไปทั่วๆนั้น กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก...
.
เพราะฉะนั้น เสิร์ชหาสถานที่ที่แปลกใหม่นิดดีกว่า.. แม้จะต้องเดินทางไกลสักหน่อย แต่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะในจีน ไม่ว่าเมืองไหน ใกล้ไกล ค่ารถเมล์ก็ไม่เกิน 2 หยวน 5 หยวนอยู่แล้วครับ
.
แหล่งท่องเที่ยวที่เห็นว่าน่าสนใจ ก็คือ คฤหาสน์โวลกา ฮาร์บิ้น-Volga Manor Resort -哈尔滨伏尔加庄园-ฮาเอ่อร์ปินฝูเอ่อเจียจวงหยวน ดังภาพจากเน็ตข้างต้นนี้ครับ
.
ทว่า...ช้าก่อน...
.
ภาพ 2 กรอบนี้ เป็นภาพยามปรกติที่ไม่ใช่หน้าหนาวที่อุณหภูมิติดลบ หิมะขาวโพลนไปทั่วอย่างตอนนี้นะครับ
.
อุปมาง่ายๆ ก็ประมาณ จิ่วไจ้โกว ยามปรกติ กับหน้าหนาว ที่แตกต่างกันราวฟ้าดินนั่นแหละ
.
จึงไม่ต้องคาดหวังให้เสียเวลาว่าจะได้เห็นสีสันตระการตาอย่างนี้หรือไม่ หวั่นใจแต่ว่าจะมีคนไปเที่ยวกันหรือเปล่าเท่านั้น หุหุ
.

รูปภาพ
.
กลับมาดูแผนที่ท่องเที่ยวเมืองฮาร์บิ้นอีกที จะเห็นว่า คฤหาสน์โวลกา นี้ คือ หมายเลข 8 ซึ่งอยู่คนละฟากของเมืองเลยทีเดียว..ใช้เวลาเดินทางด้วยรถเมล์ 3 ต่อเกือบ 2 ชั่วโมงครับ
.
รูปภาพ
.
วิธีเดินทางที่ง่ายที่สุด ก็คือจับรถสาย 2 จาก อนุสาวรีย์ป้องกันน้ำท่วม ฮาร์บิ้น-哈尔滨防洪纪念塔-ฮาเอ่อร์ปินฝั่งหงจี้เนี่ยนถา...
.
ส่วนเราเนื่องจากอยู่ใกล้ วงเวียนพิพิธภัณฑ์ฮาร์บิ้น-哈尔滨博物馆转盘道-ฮาเอ่อร์ปินป๋ออู้ก่วนจ่วนผันเต้า ก็จึงเดินจากที่พักไปที่นั่นแทน
.
บรรยากาศบริเวณนี้ ดูไปก็คล้ายๆอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิของเรา ที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางออกนอกเมืองไปที่ต่างๆ
.
ผ่านห้างสรรพสินค้า...สถานีรถไฟใต้ดินที่ทางขึ้นลงอลังมาก...ร้าน เคเอฟซี ที่ดูขลัง...ถัดไปก็เป็นป้ายรถเมล์ที่อยู่หน้าห้าง นิวเวิร์ลดิ์-新世界-ซินซื่อเจี้ย แล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ตามเส้นทางรถเมล์สาย 2 ที่นี่คือ หมายเลข 12 ป้ายพิพิธภัณฑ์-博物馆-ป๋ออู้ก่วน เราจะนั่งไป 8 ป้าย ลงป้ายหมายเลข 20 ตลาดธงแดง-红旗大街-หงฉีต้าเจีย......(ส่วนป้ายอนุสาวรียป้องกันน้ำท่วม อยู่ที่หมายเลข 2 ครับ)
.
จาก ตลาดธงแดง-红旗大街-หงฉีต้าเจีย เราต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถ หมายเลข 340 หรือ 377
.
ทั้งสาย 340 และ สาย 377 จากป้าย ตลาดธงแดง-红旗大街-หงฉีต้าเจีย (หมายเลข 4) ต้องนั่งไป 27 ป้าย ลงรถที่ป้ายสุดท้าย (หมายเลข 31) คือ ตำบลเฉิงเกาจื่อ-成高子镇-เฉิงเกาจื่อเจิ้น...เหมือนกันครับ
.


รูปภาพ
.
จากนั้นเปลี่ยนรถเป็น สาย 377-3 อีกครั้งที่ป้าย ตำบลเฉิงเกาจื่อ-成高子镇-เฉิงเกาจื่อเจิ้น (หมายเลข 1) เพื่อลงป้าย คฤหาสน์โวลกา-伏尔加庄园-ฝูเอ่อเจียจวงหยวน (หมายเลข 9) ครับ
.



รูปภาพ
.
เอาล่ะครับ เรามาเดินทางตามลายแทงที่ว่ามาเลยนะครับ
.
จากป้ายหน้าวงเวียนพิพิธภัณฑ์ฯ ถัดจากร้าน เคเอฟซี นั่งสาย 2 คนละ 1 หยวน
.
เปลี่ยนเป็นสาย 340 (มาก่อนสาย 377) ที่ ตลาดธงแดง ค่ารถคนละ 2 หยวน
.
โปรดสังเกตว่า ข้างคนขับจะมีกล่องที่มีธนบัตรใบละ 1 หยวนเต็มกล่อง เพื่อคืนให้กับคนที่โดยสารระยะสั้น 1 หยวน...
.
คือแทนที่จะเก็บคนที่ไประยะสั้น 1 หยวน ก็ขอเก็บ 2 หยวนก่อนเลย ถ้าลงป้ายสั้นๆจริงๆ ค่อยคืนให้ 1 หยวน..
.
วิธีง่ายๆนี้ ทำให้ไม่ต้องเสียท่าพวกที่จ่ายหยวนเดียวแต่ทำเนียนนั่งไปไกลๆโดยคนขับจำไม่ได้ว่าจ่ายเท่าไหร่ตอนขึ้นรถ..555...ร้ายจริงๆ
.
พักใหญ่ๆ ก็เห็นป้ายบอกทางไป คฤหาสน์โวลก้า แล้ว...และหลังจากนั้น ก็เป็นเส้นทางชนบทตลอดครับ
.
รูปภาพ
.
ถึงตำบลเฉิงเกาจื่อ-成高子镇-เฉิงเกาจื่อเจิ้น ซึ่งเป็นป้ายสุดท้ายและเป็นท่ารถ ฝั่งตรงข้ามจะเห็นรถเล็กสีแดงจอดรับส่งลูกค้าเต็มไปหมด....
.
แต่เราเห็นรถเมล์ สาย 377-3 รออยู่แล้ว ก็เลยไปรถเมล์ดีกว่า เพราะแค่ไม่กี่ป้ายและราคาแค่คนละหยวนเดียว
.
ครู่หนึ่งก็มาถึงปากทางเข้า คฤหาสน์โวลก้า ที่รอบๆขาวโพลนไปหมด ดูเวิ้งว้างไร้ผู้คน
.

รูปภาพ
.
ซุ้มประตูทางเข้าด้านหน้าปิด มีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาไปที่จำหน่ายบัตร ประมาณ 300 เมตร....ด้านข้างที่ป้ายภาพนักท่องเที่ยวมาเล่นหิมะกันสนุกสนาน...
.
กำลังลังเลว่าจะเดินต่อไปดีไม่ดี หรือจะกลับเลย...ก็เผอิญเจอ 2 สาวจากเฉิงตู กำลังถ่ายรูปกันไปมา หลังจากสอบถามจึงทราบว่า ข้างในน่าสนใจไม่น้อย ไหนๆมาแล้วก็เข้าไปชมเหอะ...
.
ผลัดกันถ่ายรูปให้กันและกันครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจเดินดุ่ยไปที่อาคารจำหน่ายบัตรด้านในครับ
.

รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่สาวออกอาการดีใจที่ทราบว่าเรามาจากเมืองไทย เพราะเคยมาเที่ยวแล้วและชื่นชอบคนไทยมาก พลางแนะนำว่า ค่าเข้าคนละ 100 หยวน ค่าชมโชว์ (ตอนนี้ยังเหลือรอบบ่าย 14.30 น.) คนละ 70 หยวน และถ้าซื้อรวมกัน จะเสียเพียงคนละ 140 หยวนเท่านั้น....โอเช
.
เห็นมีนักท่องเที่ยวหลายคน อุ่นใจขึ้นนิดว่าน่าจะไม่โดนผีหลอก .... ยืนดูแผนผังที่หมวยสาวแนะนำว่า โรงละครอยู่ไหน ตอนนี้ควรไปที่ไหนก่อน บลา บลา บลา..แล้วเราก็ลุยครับ
.

รูปภาพ
.
แค่ผ่านทางเข้าเลี้ยวขวาไปหน่อยเดียว ก็ประทับใจกับบรรยากาศโดยรอบแล้วครับ ขอกดแช๊ะหน่อยน้า...ไม่กี่สิบรูปเอ้ง...อิอิอิ
.
รูปภาพ
.
ถัดไปก็เป็นโรงแรม ราคาคืนละหลายพันบาทไทย ที่อาคารสไตล์รัสเซียดูอลังดี
.

รูปภาพ
.
แวะเข้าไปเยี่ยมห้องน้ำเค้าหน่อยละกัน ไหนๆก็มาถึงแล้ว จะใจจืดใจดำก็ใช่ที่...อิอิ
.

รูปภาพ
.
เลยไปอีกหน่อยก็เป็น ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ที่มีแมวเฝ้าหน้าประตู เลียนแบบ ร้านเซเว่นฯของเราที่เป็นสุนัข...55
.
ป้ายภาพด้านข้าง เหมือนๆจะมี เบียร์การ์เด้นยามค่ำ แต่เป็นบรรยากาศฤดูร้อนอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
เอาอีกแล้ว เป็นคนไทยซะอย่าง ไปไหนก็ได้การต้อนรับเป็นพิเศษ...น้องคนนี้ก็อีกคนที่หลงใหลเมืองไทย ไม่แพ้คนไทยที่ใหลหลงญี่ปุ่น เหอเหอ
.

รูปภาพ
.
เดินต่อไปเรื่อยๆ ผ่านบ้านรูปทรงต่างๆ มายังส่วนที่เป็นสนามเด็กเล่น บ้านหมี 3 ตัว -三只熊乐园-ซันจื่อสงเล่อหยวน...
.

รูปภาพ
.
ถ้าไม่มีหิมะพาหนาวสั่นอย่างนี้ เชื่อว่าคงได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆลั่นแน่เลย
.
รูปภาพ
.
มาถึงโรงละครบ่าย 2.20 พอดี นั่งรอร่วมโซฟากับนักท่องเที่ยวที่มาจาก กว่างตง สักครู่ ก็เริ่มการแสดง...
.

รูปภาพ
.
ใช้เวลาแสดงชุดต่างๆราวชั่วโมงเศษ ซึ่งก็น่าสนใจดี โดยเฉพาะ ระบำหน้าท้อง :-)
.

รูปภาพ
.
เดินบนแม่น้ำที่จับตัวเป็นลานน้ำแข็งไปยังเกาะกลาง...
.

รูปภาพ
.
งดงามมาก..หายหนาวไปเลย
.

รูปภาพ
.
อ้อมไปอีกด้านที่น่าจะเป็นสนามเด็กเล่น...
.

รูปภาพ
.
แล้วก็ฝ่าลมหนาวข้ามสะพานมาถึง โบสถ์เซนต์นิโคลัส-Saint Nicholas Church-圣尼古拉教堂-เซิ่งหนีกู่ลาเจี้ยวถัง ไฮไล้ท์ของรีสอร์ตนี้
.

รูปภาพ
.
ภายในมลังเมลืองยิ่ง...
.

รูปภาพ
.
ชม พิพิธภัณฑ์ปุชกิน-普希金展览馆-Pushkin Museum ....ปราสาท และ ป้อมปราการ ต่อ
.

รูปภาพ
.
ปราสาท พ๊าฝล็อฝ-Pavlov castle-巴甫洛夫城堡-ปาผู่ลั่วฟูเฉิงเป่า...แล้วก็ถึง อาคารอลังการที่เป็น ภัตตาคารชื่อดัง จินหวน ที่มีสาขาหลายแห่ง 金环西餐厅-จินหวนซีชันทิง...
.

รูปภาพ
.
รีสอร์ตที่นี่ ขึ้นชื่อในการจัดงานแต่งงานมาก เพราะมีอาคารสวยๆให้เลือกมากมาย
.

รูปภาพ
.
ใกล้ 5 โมงเย็น ออกมาด้านหน้า ขณะยืนรอรถเมล์ ก็พอดีเจ้คนหนึ่งขับรถแดงเล็กมาถามว่าจะไปไหน พอบอกว่า เฉิงเกาจื่อ เจ๊ก็บอกขึ้นรถเลย..... ตอนนั้นเดาไม่ถูกครับว่า แกอาสาไปส่งด้วยน้ำใจหรือจะเรียกราคามหาโหดกันแน่...จึงชวนคุยยืดยาวเป็นการผูกมิตรไปก่อน
.
ระหว่างทาง รับหญิงสาวชาวบ้านมาคน และลงรถก่อนถึงจุดหมายของเราเล็กน้อย พร้อมจ่ายค่ารถให้ 5 หยวน...
.
เมื่อถึงท่ารถ คุณนายเคทเลยหยิบเงินให้เจ๊ 10 หยวนสำหรับเรา 2 คน ซึ่งเจ๊ก็ยิ้มรับไม่ว่าอะไร
.
สรุปคือ จาก ท่ารถเฉิงเกาจื่อ จะไปกลับคฤหาสน์โวลก้า ด้วยรถเมล์ 377-3 เที่ยวละ 1 หยวนก็ได้ หรือรถแดง เที่ยวละ 5 หยวนก็ได้ครับ
.

รูปภาพ
.
ทานอะไรที่ไหนใน ฮาร์บิ้น
.
เราสองคนไม่ค่อยชอบอาหารจีนตามเมืองต่างๆเลย เพราะ ไม่มันไป ก็เผ็ดไป เค็มไป จืดไป และ ที่พอทานได้ก็ แพงไป อิอิ...เรียกว่า หาที่กลมกล่อมราคาเหมาะสม ไม่ค่อยได้เลย ยกเว้น ร้านฟาสต์ฟู้ดแฟรนไช้ส์เครือนานาชาติกับของจีนเอง และ...
.
อาหารที่เป็นข้าวราดกับ แบบข้าวแกงจานเดียวของเรา (นั่นคือสาเหตุที่เราต้องมีช้อนส้อมติดเป้ไปตลอด)... ซึ่งบางครั้งก็หาไม่ได้ง่ายๆเหมือนกันเว้นแต่เจอเข้าจังๆ ตามตึกแถวหรือศูนย์อาหารต่างๆ ....
.
ทั้งนี้ เป็นเพราะเวลาสอบถามผู้คนว่า มีที่ไหนบ้าง ก็ไม่ค่อยเป็นที่เข้าใจกัน เพราะของพรรค์นี้ ที่ไต้หวัน เรียกว่า อาหารกล่องเบนโตะ-便当-เปี้ยนตัง...แต่ในจีนเรียกไม่ค่อยเหมือนกัน บ้างก็ อาหารด่วน-快餐-ข้วยชัน...บ้างก็เรียก อาหารบริการตัวเอง-自助餐-จื้อจู้ชัน ...สารพัด
.
พอขยายความว่า เป็นแบบมีกับข้าวให้เลือกเองหลายๆอย่าง ก็มักจะพิจารณาจากบุคลิกการแต่งกายของเราเป็นเกณฑ์ว่าเป็นเสี่ยเป็นเถ้าเกเนี้ย และชี้บอกไปที่ ร้านบุฟเฟ่ต์ โน่น..
.
จนในที่สุด ต้องตามใจเค้าว่า บุฟเฟ่ต์ก็ใช่ ใช่ ใช่ แต่เป็นบุฟเฟ่ต์แบบชาวบ้าน (ชาวรากหญ้า) ทานกันนะ ไม่ใช่ภัตตาคาร-老百姓吃的自助餐不是餐厅-เหล่าไป่ซิ่งชือเตอจื้อจู้ชันปู่ซื่อชันทิง...555 ค่อยร้องอ๋อและแนะนำได้ถูก
.
เพราะฉะนั้น หากเพื่อนๆสนใจ ของอร่อยถูกปาก ราคาถูก ไม่เกี่ยงว่าจะต้องเป็นร้านหรูละก็ ผมขออนุญาตแนะนำโดยใช้วิธีอธิบายด้วยภาพก็แล้วกันนะครับว่า
.
สำหรับ ฮาร์บิ้นนั้น ร้านโปรดของเราอยู่ที่ ตลาดศูนย์กลางหรือถนนคนเดิน จงเอียงต้าเจีย-中央大街 คือใน ห้าง Mosaic-悦荟-เยี่ยฮุ่ย ที่อยู่อาคารเดียวกันกับห้าง วอลมาร์ท-Walmart-沃尔玛 ครับ
.
ประตูทางเข้าร้านอาหารที่ว่ามี 2 ด้าน เลือกเอาตามใจชอบครับ
.

รูปภาพ
.
ก้าวพ้นประตูไปปั๊บก็จะเจอ ร้านข้าวราดกับเต็มไปหมด แต่ร้านที่ขอแนะนำคือร้านที่ขายดีกว่าใครเพื่อน ที่อยู่ในรูปใหญ่ ชื่อร้าน 4 ฤดูโภชนา-四季营养餐馆-ซื่อจี้อิ๋งเอียงชันก่วน ครับ
.
ราคาข้าวราดกับ 4 อย่าง จานละ 10 หยวนเหมือนกันทุกร้าน แต่ร้านเจ๊นี่ เหนือกว่าร้านอื่นคือ ทานไม่อิ่มตักเพิ่มได้ ทั้งข้าวและกับ เรียกว่า 10 หยวนทานจนอิ่มว่างั้น
.
และด้วยความที่ร้านเจ๊แกขายดีมาก (ร้านติดกันชิดซ้ายไม่เห็นฝุ่น) ก็จึงมีอาหารใหม่ๆปรุงเสร็จสดๆทะยอยออกมาเพิ่มตลอดเวลา ในขณะที่ร้านขายไม่ดี ก็คงมีเท่าที่ปรุงมาแต่เช้านั่นเอง
.
วันแรกที่เราไปทานและตอบคำถามเจ๊ว่ามาจากเมืองไทย .. ขณะทานอยู่ ลูกชายเจ๊ก็เอาอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆมาเสิร์ฟเพิ่มให้ที่โต๊ะด้วย
.
รูปภาพ
.
ขอเรียนว่า เวลาที่เหมาะสมคือ ก่อน 11 โมงครึ่งนะครับ เพราะใกล้พักเที่ยงเมื่อไหร่ นอกจากไม่มีที่นั่งแล้ว ยังยากที่จะแทรกเหล่าพนักงานบริษัทที่ทั้งนั่งทานและซื้อใส่กล่องกลับไปไม่ได้อ่ะครับ
.
ดูหน้าตาและปริมาณอาหารของเราสิครับ คนละ 50 บาท อิ่มไปทั้งวันเลย...
.
ภาพเล็กที่เห็นเป็นครัว ก็คือครัวของร้านเจ๊ ที่ดูสะอาดน่าชื่นใจครับ
.
เจ๊ยังมีร้านจิ้มจุ่มอยู่ข้างๆด้วยครับ โดยเราสามารถเลือกหยิบอาหารเสียบไม้มาจุ่มหม้อไฟนั่งทานได้ แค่ไม้ละ หยวนเดียวเท่านั้น...ซึ่งก็ไม่ถึงร้อยบาทอิ่มตื้อเหมือนกัน
.

รูปภาพ
.
สำหรับย่านดาวน์ทาวน์ ใกล้ๆวงเวียนพิพิธภัณฑ์นั้น ข้าวราดกับแบบเดียวกัน ก็มีที่ชั้นใต้ดิน ห้างสรรพสินค้า ชิวหลิน ครับ
.
ตอนแรกไม่เห็น ก็เลยสั่งข้าวผัดมา (จานละ 9 หยวน) แล้วค่อยไปซื้อกับข้าว 4 อย่างมาต่างหาก (15 หยวน) ครับ
.
โดยทั่วไปตามศูนย์อาหาร ทั้ง 4 เมืองที่เราผ่านมาในทริปนี้ ข้าวราดกับ 3 อย่าง (2 คาว 1 เจ) ราคาอยู่ที่ 13-15 หยวนครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm


ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Majestic-12 [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน

cron