Hainan Trip March 21-29, 2017

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 31/03/2017 11:38 pm

รูปภาพ
.
Hainan Island Trip-ไหหลำ กับความทรงจำสีจางจาง
.
สวัสดีครับ
.
ตั้งแต่กลับจากทริปเสิ่นหยาง-ฮาร์บิ้น เรายังไม่ได้ออกเดินทางไปไหนเลย เพราะรู้สึกสนุกกับการอยู่บ้านในห้องแอร์และค้นคว้าติดตามเรื่องราวต่างๆบนเน็ตจนเพลิน ...กระทั่งสิ่งที่ค้างคาใจสะกิดให้ต้องเทพจรลงเท้าจนได้
.
ครับ เรื่องที่ค้างคาใจก็คือ วีซ่าจีน ที่เราขอคราวละ 2 ครั้งใน 6 เดือน (Double Entries Visa)ใช้ไปครั้งนึงแล้ว อีกครั้งที่เหลือมีแนวโน้มว่าอาจหมดอายุเสียก่อน ถ้าเราไม่รีบเที่ยวจีนภายในต้นเดือนพฤษภาคม...
.
ในเมื่อเมษา-พฤษภาคม ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวจีนเมืองไหน ....เพราะเมืองที่ไม่ไกลบ้านเราก็ร้อนตับแตก และช่วงใกล้ๆ 五一黄金周- อู่อิ๊หวงจินโจว-สัปดาห์วันแรงงาน มีปัญหาเรื่องการเดินทางข้ามเมืองด้วยรถไฟหัวกระสุนคือหาตั๋วไม่ค่อยได้...
.
เพราะฉะนั้น ก็ลงเอยเอาช่วงปลายมีนาคมนี่แหละ แม้จะเป็นทริปสั้นๆเพียง 8-9 วันก็ยอม เพราะมีช่วงที่คุณนายเคทปลอดโปร่งจริงๆแค่นั้น คือ 21-29 มีนาคม ครับ
.
นั่งเพ่งแผนที่จีนจนตาลาย เพราะเวลาที่มีสั้นเกินกว่าที่ขึ้นไปด้านบนๆ... ส่วนแถบล่างๆใกล้บ้านย่ำเท้ากวาดมาเกือบเกลี้ยงแล้ว... ในที่สุดก็มาสะดุดอยู่ที่มุมใต้สุดที่เหมือนถูกตัดขาดเป็นส่วนต่างหากจากแผ่นดินใหญ่ไป...
.
นั่นก็คือ... เกาะไหหลำ เกาะใหญ่อันดับสองของจีน (อันดับหนึ่ง หมายถึง ใต้หวัน...ซึ่งเค้ายังถือและนับเป็นดินแดนจีนอยู่) ซึ่งคนไทยที่ไม่มีเชื้อสายไหหลำ น้อยนักที่จะไปเที่ยวกัน....(เช่นเดียวกับ แต้จิ๋ว ซัวเถา เถ่งไฮ้ ที่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานที่ไปเยือนถิ่นบรรพบุรุษ หรือ ฮกเกี้ยน ถิ่นกำเนิดของชนชาวจีนแคะ นั่นแหละครับ)
.
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของคนที่ชื่นชอบเมืองจีนอย่างเราเลย ....ไปที่ไหนก็ได้ ลองได้มีความเป็นจีนที่ผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นไหม่ละก็ เราเป็นสุขสนุกได้ไม่ยาก....
.
แม้โดยสรุปหลังจบทริปแล้ว จะเหลือเพียงความทรงจำสีจางจาง เพราะไม่มีอะไรโดดเด่นประทับใจเป็นพิเศษแถมค่าครองชีพแพงกว่าเมืองอื่นๆอย่างไม่น่าเชื่อก็ตามแต่...
.
สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการเที่ยวจีน หากเริ่มต้นที่เกาะไหหลำนี้ ก็ถือว่าใช้ได้ เชื่อว่าจะตื่นตาตื่นใจไม่แพ้คลิป https://www.youtube.com/watch?v=gnxsMqA8e8c นี้ครับ
.


รูปภาพ
.
รายละเอียดของทริปไหหลำ 9 วัน 8 คืนมีดังนี้ครับ
.
21 มีนาคม
เดินทางถึงสนามบินซันย่าเฟิ่งหวง-三亚凤凰机场-ซันย่าเฟิ่งหวงจีฉาง.....ย่านธุรกิจท่ารถบัส-汽车总站中心-ชี่เชอจ่งจั้นจงซิน....สะพานคู่รัก-情人桥-ฉิงเหยินเฉียว...ชายทะเลตะวันออกใหญ่-大东海海滨-ต้าตงไห่ไห่ปิน...
.
22 มีนาคม
วัดทักษิณาบรรพต-南山寺-หนันซันซื่อ...ถนนคนเดินเจี่ยฟ่าง (ปลดปล่อย)-解放路步行街-เจี่ยฟ่างลู่ปู้สิงเจีย
.
23 มีนาคม
ศูนย์การค้าริมอ่าว ฮาร์เบอร์ซิตี้-一号港湾城-อี๋เห้ากั่งวันเฉิง....สวนสาธารณะกวางเหลียวหลัง-鹿回头公园-ลู่หุยโถวกงหยวน....ถนนคนเดินตลาดที่หนึ่ง-一市场步行街-อิ๊ซื่อฉางปู้สิงเจีย
.
24 มีนาคม
ศูนย์การค้าต้นไม้ใหญ่มงกุฎวิไล-美丽之冠大树公馆-เหม่ยลี่จือกวนต้าสู้กงก่วน.....ชายทะเลตะวันออกใหญ่-大东海海滨-ต้าตงไห่ไห่ปิน (รอบสอง)...
.
25 มีนาคม
เดินทางไป เมืองไหโข่ว-海口市-ไหโข่วซื่อ....สวนสาธารณะหอนาฬิกา-钟楼公园-จงโหลวกงหยวน ...... ตลาดเก่าตึกแถวโบราณ-骑楼老街-ฉีโหลวเหล่าเจีย...ดงอาหารฝูตี้ (แดนสุขาวดี)-福地美食街-ฝูตี้เหม่ยสือเจีย
.
26 มีนาคม
บ้านเก่าขุนนางไห่ซุ่ย-海瑞故居-ไห่ซุ่ยกู่จี....ตลาดเก่าตึกแถวโบราณ-骑楼老街-ฉีโหลวเหล่าเจีย (รอบสอง)....มหาลัยไหหลำ-海南大学-ไห่หนันต้าเสีย
.
27 มีนาคม
อุทยานปล่องภูเขาไฟ-火山口世界地质公园-หั่วซันโข่วซื่อเจี้ยตี้เจ๋อกงหยวน....ดงอาหารตึกแถวโบราณ-海口骑楼小吃风情街-ไหโข่วฉีโหลวเสี่ยวชือเฟิงฉิงเจีย
.
28 มีนาคม
เมืองภาพยนตร์เฝิงเสี่ยวกัง-冯小刚电影公社-เฝิงเสี่ยวกังเตี้ยนอิ่งกงเส้อ...ดงอาหารหมู่บ้านหมื่นสุขใหม่-万福新村小吃街-วั่นฝูซินชุนเสี่ยวชือเจีย
.
29 มีนาคม
ศูนย์การค้าเมาพลาซ่า-海口名门广场-ไหโข่วหมิงเหมินกว่างฉาง.....สนามบินกล้วยไม้วิไล (เหม่ยหลัน)-美兰机场-เหม่ยหลังจีฉาง
.
รูปภาพ
.
เวลาสั้นๆแค่ 8-9 วัน ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะนี้ แค่ดูเพียงคร่าวๆจากคู่มือของ Mafengwo ที่ดาวน์โหลดมา 5 เล่มบางๆก็พอสรุปได้ชั๊วะๆว่า เที่ยวเพียง 2 เมืองหลัก คือ Sanya-ซันย่า และ Haikou-ไหโข่ว ก็เกินพอ ส่วนเมืองอื่นๆที่น่าสนใจอาทิ เหวินชาง-文昌 (หมายเลข 7) และหรือ ป๋ออาว-博鳌 (หมายเลข 6) หากมีเวลาค่อยไปเที่ยวเช้ากลับเย็นจากไหโข่ว โดยรถไฟหรือรถบัสก็ได้
.
และยิ่งทราบว่า บนเกาะนี้ มีรถไฟหัวกระสุน 动车-ต้งเชอ (ความเร็วไม่เกิน 250/กม.) วิ่งรอบเกาะเป็นวงกลมด้วยแล้ว และค่ารถระหว่าง 2 เมือง ซันย่า (หมายเลข 2) และ ไหโข่ว (หมายเลข 4) เพียง 100 หยวน ใช้เวลาประมาณแค่ 2 ชั่วโมง ก็ยิ่งสบายใหญ่ เพราะสามารถบินลงที่หนึ่งและกลับอีกที่หนึ่งได้ ซึ่งเราก็เลือกเป็น ลงซันย่า กลับ ไหโข่วครับ
.
รายละเอียดสถานีต่างๆของรถไฟหัวกระสุนซึ่งมีทั้งวิ่งวนซ้ายและวนขวา (เวลาซื้อตั๋ว พนักงานจะเลือกเที่ยวที่สั้นกว่าให้เอง อาทิ จากสถานีไหโข่ว-海口 หมายเลข 5 จะมาสถานี ซันย่า-三亚 หมายเลข 2 เค้าจะเลือกสายวนซ้าย ซึ่งระยะทางสั้นกว่า ไม่ใช่สายวนขวาที่ไกลกว่าครับ)
.
สถานีอื่นๆที่ลงหมายเลขไว้ คือ หมายเลข 1 สนามบินเฟิ่งหวงซันย่า ..... หมายเลข 3 สนามบินเหม่ยหลันไหโข่ว...หมายเลข 4 สถานีไหโข่วตง (ไหโข่วตะวันออก)...สถานีอื่นๆไม่ค่อยมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมครับ
.
.รูปภาพ
.
พยากรณ์อากาศ ที่ดูไว้ก่อนตัดสินใจไป ค่อนข้างสบายใจว่า ยังไงก็ชิลล์กว่าบ้านเราที่อยู่ประมาณ 32-35 เป็นแน่ แต่....
.
เอาเข้าจริง 4 วันแรกที่อยู่ซันย่า ไม่ยอมแพ้บ้านเราเลย คือ 32-35 ประมาณกัน แต่หนักหนากว่าเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล (แบบพัทยา) จึงมีที่โล่งมาก ยามแดดร้อนจึงเปรี้ยงจนแสบผิว...วิธีที่ดีสไตล์เรา วันที่เที่ยวในเขตตัวเมืองจึงกลับเข้าที่พักช่วงเที่ยงถึงบ่าย 4 โมง ออกตะลุยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงค่ำถึง 3-4 ทุ่มเท่านั้น
.
มาที่ ไหโข่ว ค่อยยังชั่วหน่อย เพราะฝนตกวันแรก และอากาศก็เย็นสบาย จนกระทั่งวันสุดท้ายค่อยร้อนถึงขีด 30 แต่เราก็เตรียมตัวกลับบ้านแล้วครับ
.
สรุปคือ ไหโข่ว และ ซันย่า อุณหภูมิต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถึงขนาด ช่วงนี้ถึงตุลาคม ซันย่า ถือเป็น โลว์ซีซั่น-淡季-ตั้นจี้ ในขณะที่ ไหโข่ว ถือเป็น ไฮซีซั่น-旺季-วั่งจี้ จนถึงเดือนพฤษภาคมครับ
.
.
รูปภาพ
.
จาก กทม. มีเที่ยวบินบินตรง เหมือนกันครับ โดยสายการบิน ไห่หนันแอร์ไลน์ แต่ราคาถือว่าแพงครับ เราจึงเลือกยอมเสียเวลามากขึ้น (แต่ไม่เสียเวลาเที่ยว) แทน โดยเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง..... ซึ่งว่าไปก็ไม่ลำบากลำบนอะไร เพราะขาไปเครื่องออก ตี 3 กว่า ของคืนวันที่ 20 ถึงซันย่าเที่ยงกว่า วันที่ 21 .....และขากลับ เครื่องออกจากไหโข่ว 2 ทุ่มกว่า ถึงบ้านเรา ตี 3 โดยประมาณ
.
และขอขอบพระคุณเพื่อนดีของเราอีกครั้ง คือ KMT 02-6426865 ที่จัดการเลือกเที่ยวบิน เช็คทรูสัมภาระ จองที่นั่งให้ พร้อมประกันฯเบ็ดเสร็จในราคาพิเศษ จนทำให้ค่าใช้จ่ายทั้งทริป 9 วันของเรา 2 คน ถูกกว่าค่าทัวร์ 4-5 วันทั่วไปเยอะถึงเยอะมากครับ
.
ช่วงเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง เจอนักท่องเที่ยวไทยที่เที่ยวเองเปลี่ยนเครื่องไปญี่ปุ่นตรึม จึงมีโอกาสได้รับฟังปัญหาการจองตั๋วให้ฟังเป็นฉากๆ ถึงขนาดเรื่องตั๋วกลายเป็นเรื่องหลักที่สำคัญกว่าโปรแกรมเที่ยวด้วยซ้ำ....... ซึ่งผมก็เข้าใจดีว่า เพราะการขาดประสบการณ์ ยอมเสียเงินล่วงหน้าจ่ายค่าตั๋วกับใครที่ไม่รู้จักมักจี่เป็นการส่วนตัว ย่อมมีความเสี่ยงแฝงอยู่ไม่มากก็น้อย อย่างน้อยหากเกิดปัญหาเฉพาะหน้า ก็ไม่ทราบว่าจะหาตัวตนคนรับผิดชอบอย่างจริงใจมาจากไหนได้
.
การซื้อตั๋วจากเอเย่นต์ที่มีชื่อเสียง วางไว้ใจได้มายาวนาน อย่าง KMT จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้เราอุ่นใจได้ว่า คิดเรื่องเที่ยวเถิด ลืมเรื่องบินเรื่องการเดินทางไปได้เลย เพราะที่นี่เป็น One Stop Service ที่นอกจากตั๋วแล้วยังมีพาสส์ต่างๆ ประกันฯ ฯลฯ บริการให้ด้วย ทั้งความเอาใจใส่ในเรื่องต่างๆผ่าน LINE ก็ช่วยให้เราโล่งอกได้ตลอดเวลา (ส่งข้อความเตือนเรา 2-3 รอบว่า ตั๋วตี 3 วันที่ 21 หมายถึงคืนวันที่ 20 นะพี่) เหล่านี้คือน้ำใจที่สร้างความผูกพันเราและเพื่อนๆเสมอมาอย่างไม่มีการขาดตกบกพร่อง
.
จึงขอขอบคุณ KMT มา ณ ที่นี่อีกครั้งหนึ่งครับ
.

รูปภาพ
.
พูดถึง KMT แล้ว ก็ขอถือโอกาสบอกล่าว เอเย่นต์อีกรายหนึ่ง ซึ่งเพื่อนๆก็ใช้บริการตลอดมาด้วยความประทับใจ เพราะมีคุณสมบัติอย่างเดียวกัน จนฝากความขอบคุณมากถึงเราเป็นประจำ
.
นั่นก็คือ บริษัท TG191 โทร. 6520688 ครับ
.
ซึ่งเพื่อนๆย่อมสามารถใช้เป็นทางเลือกหรือเปรียบเทียบได้ด้วยความสบายใจครับ
.

รูปภาพ
.
ข้อมูลโดยสังเขปทริปไหหลำ 9 วัน
.
เกาะไหหลำ เป็นเมืองจีนเพียงแห่งเดียว ที่ผมขอแนะนำให้ เที่ยวกับทัวร์ เพราะสะดวกกว่า ถูกกว่า และได้เที่ยวแหล่งดังๆมากแห่งกว่าเที่ยวเอง เพราะ....
.
- สามารถบินตรง เพราะเป็นกรุ๊ปใหญ่ ได้ราคาตั๋วไม่แพง
.
- ไม่ต้องทำวีซ่า เพราะคณะทัวร์ที่ไปกับทัวร์จดทะเบียน (หลายประเทศรวมทั้งไทย) ได้รับการยกเว้นวีซ่าจากทางการเกาะไหหลำ
.
- ได้เข้าแหล่งท่องเที่ยว ชมรายการแสดงมากแห่ง เพราะซื้อตั๋วได้ราคาถูก ในขณะที่ตั๋วราคาทั่วไป แพงมากแพงเกิน
.
ในกรณีที่เที่ยวเอง มีข้อมูลมาฝากดังนี้ครับ
.
- สำหรับเพื่อนๆที่เที่ยวเมืองจีนมาพอสมควร จะพบว่า เกาะไหหลำไม่มีแหล่งท่องเที่ยวแบบใดๆที่ที่อื่นไม่มีเลย หลายแห่งบ้านเราสวยกว่าเยอะ เช่น ชายทะเล สวนพฤกษศาสตร์ ดงมะพร้าว ดงต้นหมาก ฯลฯ
.
- ค่าใช้จ่าย การเดินทาง ที่พัก อาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ เมืองซันย่า ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว สูงกว่า ไหโข่วประมาณ 30-40% และสูงกว่าเมืองอื่นๆในจีนมาก
.
- ค่าโรงแรมเครือ Homeinn ไหโข่ว 157 หยวน (หน้าไฮ) แต่ซันย่า 237 หยวน (หน้าโลว์)
.
- อาหารทั่วไป ตามฟู้ดคอร์ท ที่ซันย่า ข้าวราดกับ (เนื้อ 2 อย่าง ผัก 1 อย่าง) 22-28 หยวน ที่ไหโข่ว 18-20 หยวน....ฟาสต์ฟู้ดทั่วไปทั้งแบรนด์อินเตอร์ฯและแบรนด์จีน และตามถนนคนเดิน แพงกว่าเมืองอื่นๆทั้งหมด รวมทั้งในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ กว่างเจา ฯลฯ
.
- เราทานข้าวและกับข้าว 3 อย่าง (1-2 เนื้อ 2 ผัก) จากร้านสไตล์ใต้หวัน-台式快餐-ไถเสอข้วยชัน (ที่กำลังเป็นที่นิยมในจีน) แพงกว่าที่เซินเจิ้นเกือบเท่าตัว คือ มื้อละ 40-70 หยวน
.
- ค่ารถบัสประจำทาง ไหโข่วเริ่มต้น 1 หยวน ออกนอกเมือง 6 หยวน..... ซันย่า เริ่มต้น 2 หยวน ออกนอกเมือง 10-14 หยวน
.
- แท๊กซี่ ซันย่า และ ไหโข่ว เริ่มต้น 10 หยวน
.
- และที่แพงมากๆคือ ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว อย่างวัดเจ้าแม่กวนอิม 3 พระพักตร์ คนละ 145 หยวน และยังต้องเสียค่านั่งรถกอล์ฟ (ขึ้นลงได้รอบเดียว แวะได้ 5-6 จุด ระยะทางไม่เกินครึ่งชั่วโมง ไม่ใช้ก็ไม่ได้เพราะแดดเปรี้ยงๆ) คนละ 30 หยวนอีกต่างหาก
.
- แหล่งท่องประเภทเดียวกัน ประทับใจกว่าในเมืองอื่น จากประสบการณ์ของเรา ราคาไม่เกิน 60-80 หยวน
.

รูปภาพ
.
- ที่เหลือเชื่อก็คือ ชายทะเล ที่มีก้อนหินใหญ่ไม่กี่ก้อนอย่าง ชายหาดสุดขอบฟ้ามหาสมุทร-天涯海角-เทียนเอียไหเจี่ยว ต้องเสียค่าเข้า 90 หยวน เพียงเพราะเคยใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ดังเรื่องหนึ่ง ที่มีประโยคทอง-经典语言-จิงเตี้ยนอวี่เอวี๋ยน "แม้เธอจะหนีไปยังสุดขอบฟ้ามหาสมุทร ฉันก็จะตามหาเธอจนพบ-不管你跑到天涯海角,我都一定要追到你-ปู๋ก่วนหนี่เผ่าเต้าเทียนเอียไหเจี่ยว หว่อโตวอวี๋ติ้งเย่าจุยเต้าหนี่"
.
- เกาะอื่นๆอีกหลายเกาะ อาทิ เกาะตะวันตก-西岛-ซีเต่า... เกาะลิง-猴岛-โหวเต่า..ฯลฯ ก็ต้องเสียค่าเข้าทั้งนั้น ทั้งๆที่ไม่เห็นมีอะไรเหนือกว่าหลายๆแห่งที่เข้าชมฟรีในเมืองอื่นๆ
.
- เช่นเดียวกัน สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสวรรค์บนดิน ที่มีบ้านพักตากอากาศรังนก-亚龙湾热带人间天堂森林公园 鸟巢度假村别墅-ยาหลงวันเยอะใต้เทียนถังเซินหลินกงหยวน เหนี่ยวเฉาตู้เจี่ยชุนเปี๋ยซู่..... ซึ่งอยู่ชายทะเลที่มีสะพานเชือกแขวน- ต้องเสียค่าเข้าและค่าข้ามสะพาน เพียงเพื่อถ่ายภาพให้เหมือนพระเอกนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง ไม่จริงใจอย่ามาเจาะแจ๊ะ-非诚勿扰-เฟยเฉิงอู้เหย่า...ส่วนห้องพักรังนก คืนละกว่า 2000 หยวน ถูกจองเต็มทั้งปีเพียงเพื่อนอนบนเตียงเดียวกับนางเอก (舒淇-ซูฉี) ในเรื่อง
.


รูปภาพ
.
- นอกจากนี้ รายการแสดงเช่น ละคร "รักชั่วนิจนิรันดร์เมืองซ่ง-三亚宋城千古情-ซันย่าซ่งเฉิงเชียนกู่ฉิง" https://www.youtube.com/watch?v=L9lqSatsOzU
.
และ "หมู่บ้านชาวเผ่าหลีแห่งหุบเขาหมาก-槟榔谷黎苗文化旅游区-ปิงหลังกู่หลีเหมียวเหวินฮั่วหลี่หยิวชวี" https://www.youtube.com/watch?v=rltN93H4wMU
.
.....ก็ราคาแพงเกิน คือ 280 หยวนต่อคน จึงไม่อาจเร้าใจให้เราเข้าชมได้
.
แต่ทั้งหมดนี้ หากไปกับทัวร์ก็จะมีโอกาสสัมผัสอย่างแน่นอน แม้หลายๆแห่งจะแค่ผลุบๆโผล่ๆเพียงชั่วโมงสองชั่วโมงก็ตามครับ
.

รูปภาพ
.
Sanya Travel-4 วันในซันย่า บนเกาะไหหลำ
.
ความที่ซันย่าเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่จากข้อมูลดูท่าว่าจะน่าสนใจกว่าเมืองอื่น เบื้องแรกเราจึงจองที่พักไว้ถึง 5 คืนเพื่อเก็บเกี่ยวให้เต็มเหนี่ยว....
.
แต่แค่ช่วง ครึ่งชั่วโมงเศษที่นั่งรถแท๊กซี่จากสนามบินเข้าเมือง ได้เห็นบรรยากาศโดยรอบ เราก็เริ่มตระหนักว่า เวลาที่เผื่อไว้สำหรับเมืองนี้น่าจะมากเกินความจำเป็นเสียแล้ว
.
เพราะฉะนั้น เมื่อถึงที่พัก เราจึงขอลดจำนวนวันพักลงให้เหลือเพียง 4 คืน เพื่อเที่ยว 3 วันกว่าๆแทน โดยบอกเจ้าหน้าที่ว่า ถ้ายังไงหากเปลี่ยนใจจะอยู่ต่อก็จะแจ้งอีกที..
.
ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่น่ารักกว่าที่คิดเสียอีก คือบอกว่า "จะจ่ายค่าห้องวันต่อวันก็ได้นะคะ.." แต่เราบอกว่า "ไม่ต้องหรอกครับ เอา 4 คืนชัวร์" เพื่อแสดงออกถึงความจริงใจและจะได้ไม่ต้องเปลี่ยน การ์ดเข้าห้องใหม่ ทุกวันให้เมื่อยตุ้มอ่ะครับ
.

รูปภาพ

.
อ้อ...เพื่อนๆบางท่านอาจจะสงสัยว่า "จองห้องพักล่วงหน้าโดยไม่ต้องตัดบัตรจ่ายเงินก่อนก็ได้ด้วยหรือ?"
.
คำตอบก็คือ "ได้สิครับ เพราะผมไม่ได้จองออนไลน์ผ่านเว็บขายโรงแรมนี่ครับ แต่ใช้วิธีวานเพื่อนที่จีนช่วยจองผ่านแอ๊พให้ในฐานะสมาชิกบัตรทอง (ที่ราคาถูกกว่าบุคคลทั่วไปหลายสิบหยวน ถูกกว่าสมาชิกทั่วไป และสมาชิกบัตรเงินด้วย) อ่ะครับ"
.
สงสัยต่อไหมครับว่า "อ๋อ ก็เพ่มีเพื่อนที่จีนนี่เอง ก็ได้เปรียบคนอื่นนะสิ?"
.
แหะ แหะ.... เพื่อนใหม่ในจีนเรามีทุกทริปเลยครับ ที่ชัวร์ๆก็เจ้าหน้าที่โรงแรม ที่เราปฎิบัติกับพวกเค้าอย่างให้เกียรตินี่แหละ....
.
ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้พวกเค้าไม่เพียงช่วยให้ข้อมูลต่างๆสารพัดสารพันแล้ว แม้จากกันแล้ว แค่เราส่ง wechat ไป เค้าก็ช่วยเป็นธุระจองห้องวันแรกๆของทริปให้ในเวลาไม่กี่นาที พร้อมจัดการส่งข้อมูลกลับคืนมาให้เราไปใช้ยืนยันกับโรงแรมได้เลย.....
.
ส่วนที่พักในวันต่อๆไป ก็ให้เจ้าหน้าที่ของแต่ละโรงแรมที่เราพัก ช่วยจองต่อให้ ก็เท่านั้นครับ
.
หมายเหตุ: สำหรับเพื่อนๆที่ไม่รู้ภาษาจีน แต่ประสงค์ใช้วิธีการเดียวกันนี้ จะส่งข้อความเป็นภาษาอังกฤษก็ย่อมได้ เพราะยังไงเค้าก็พร้อมจะทำความเข้าใจจนได้ ถ้าสัมพันธภาพระหว่างกันดีพอ (ซึ่งมิตรภาพ เป็นสิ่งที่สร้างได้ไม่ยากเย็นอะไรเลย โดยเฉพาะเมื่อเราเป็นคนไทย ที่พวกเค้าชื่นชอบเป็นพิเศษอยากเป็นเพื่อนอยู่แล้ว) ครับ
.
.
รูปภาพ
.
การเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง
.
เอาล่ะครับ รำป้อออกแขกมาเสียยาวยืด...ได้เวลาเดินทางเสียที อิอิ
.
เมื่อเช็คอินที่สุวรรณภูมิ กราวนด์โฮสเต็สจะให้บอร์ดดิ้งพาสส์เรามา 2 ใบ คือ สุวรรณภูมิ-ฮ่องกง 1 ใบ และ ฮ่องกง-ซันย่าอีก 1 ใบ พร้อม Check Through สัมภาระของเราให้ไปรับที่ซันย่าได้เลย
.
ถึงฮ่องกง เดินตามป้ายบอกทางไป Transfer พอเห็นป้ายชี้บอกทางไป Transfer Information ข้างหน้านี้ ก็ออกขวาไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่มีสัญลักษณ์เครื่องหมายคำถาม ? ได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปยืนอ่านป้ายตารางเที่ยวบินครับ
.
เจ้าหน้าที่ที่นั่นจะบอกเราได้ฉับพลันว่า เข้าห้องตรวจเอ็กซเรย์เป้ กระเป๋า ติดตัวที่ทางไป Gates 201-230 เสร็จ ก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปรอที่เกตท์ของเรา (ซึ่งเที่ยวนี้คือเกตท์ 214) ได้เลย
.
ที่เกตท์ 214 มีที่นั่งสบายๆเยอะมาก แถมมีปลั๊กข้างเก้าอี้ให้ด้วยต่างหาก ส่วน WIFI สนามบินฮ่องกงเค้าขึ้นชื่ออยู่แล้ว ไม่ต้องใส่รหัสใดๆ แค่คลิกยอมรับเงื่อนไขกฏกติกาจึ๊กเดียวก็ ท่องโลกเสมือนจริงได้ทันที
.

รูปภาพ
.
จากฮ่องกง บินแค่ชั่วโมงนีสส์ๆ ก็มาถึง สนามบินเฟิ่งหวงซันย่า ที่มีหุ่นสัปปะรดยักษ์ให้เห็นแต่ไกล ซึ่ง...
.
มีรายการให้เราอมยิ้มเล็กๆ เมื่อต้องนั่งชัตเติ้ลบัสที่ล้อเคลื่อนมาแค่ไม่กี่สิบเมตรก็ลงเดินตามช่องต่อไปได้
.
ใช่ครับ อาจจะดูขำว่า.... โถ ใกล้แค่เนี้ย ทำไมไม่ให้เราเดินไปแต่แรกเลยหนอ สะดวกกว่าเร็วกว่าแยะ...
.
แต่ก็นั่นแหละครับ เค้าคงมีประสบการณ์คน (จีน?) เดินสะเปะสะปะขวางทางรถวิ่งมาแล้ว จึงเลือกใช้วิธีที่ยุ่งยากหน่อยแต่เป็นระเบียบดีอย่างนี้แทน..เพราะที่สนามบินไหโข่วตอนจะขึ้นเครื่องที่เห็นขอดข้างหน้าแท้ๆ ก็ต้องขึ้นชัตเติ้ลบัสไปแบบเดียวกันครับ...555
.
อาคารสนามบินเป็นโครงไม้สวยงามมาก เลยขออนุญาตเจ้าหน้าที่ถ่ายภาพแบบไม่ให้ซูมไปติดด้านในที่เป็นด่าน ตม. ครับ
.
รูปภาพ
.
สนามบินเฟิ่งหวง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กม. มีวิธีเดินทางเข้าเมืองได้หลายวิธี อาทิ
.
รถแอร์พอร์ตบัสแบบจอดไม่กี่ป้าย ไปถึง ชายทะเลตะวันออกใหญ่-大东海-ต้าตงไห่ (ที่พักเราอยู่ย่านนี้) คนละ 15 หยวน
.
รถประจำทางสาย 8 ถึงย่านที่พักเราประมาณ 25 ป้าย ค่ารถคนละ5 หยวน
.
รถประจำทางสาย 27 สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ย่านเดียวกับเรา ค่ารถก็ประมาณ 5-10 หยวนครับ
.
สาย 32 ปัจจุบันยกเลิกไปแล้วครับ
.
ทั้งหมดนี้ ต้องไปขึ้นที่อาคาร Domestic ซึ่งออกนอกประตูไปอยู่ถัดไปทางขวาประมาณ 200 เมตรครับ
.

รูปภาพ
.
ส่วนอีกทางเลือกหนึ่ง ก็คือ รถแท๊กซี่ ที่เราเลือกใช้ครับ เพราะจากข้อมูลโรงแรม บอกว่าประมาณ 50-60 หยวน (250-300 บาท ซึ่งบ้านเราถ้านั่งจากดอนเมืองมาบ้านก็แพงกว่าแล้ว ใยจะต้องนั่งแอร์พอร์ตบัสแล้วไปต่อแท๊กซี่อีกทีเพื่อประหยัดร้อยกว่าบาทให้เหนื่อยเปล่า)
.
ทว่า...แท๊กซี่ที่นี่ไม่เป็นคิวเหมือนเมืองอื่นๆ โชเฟอร์มาเรียกแขกถึงประตูเลย โดยบอกราคา 60-80 หยวน ซึ่งผมก็บอกปัดไปว่า "ข้อมูลโรงแรมบอกว่า 45 หยวนไม่เกิน" ทุกรายก็เปลี่ยนเป็น "งั้นเปิดมิเตอร์ก็ได้" แต่เราไม่เชื่อใจอ่ะครับ ในที่สุดก็ได้คันนึง ต่อรองได้ในราคา 50 หยวน โดยเค้าบอกว่า "เดี๋ยวจะเปิดมิเตอร์ให้ดูเลยว่า ถ้าต่ำกว่า 55 หยวนให้นั่งฟรีเลยเอ้า" 555
.
แล้วเราก็ได้เรียนรู้ด้วยความประหลาดใจเล็กๆว่า ผู้คนชาวไหหลำ เป็นชาวจีนที่พูดจาสุภาพ น้ำเสียงอ่อนนุ่มเหมือนคนไทย (แต่วอลุ่มอาจจะสูงกว่าเล็กน้อย) และมีน้ำใจมากที่สุดเท่าที่เราพบเห็นมาครับ
.
ตลอดเวลา 9 วันที่เราอยู่บนเกาะนี้ ไม่เคยได้ยินได้เห็นคนไหหลำที่ตะโกนโหวกเหวก เดินระเกะระกะแบบวิ่งตามหาควายหาย หรือแม้แต่บ้วนน้ำลาย (มีเหมือนกัน แต่น้อยมาก) ตามสไตล์จีนทั่วไปเลยครับ
.
ไม่อยากเหมาหรอกครับว่า คนไหหลำมีการศึกษาสูงกว่าที่อื่น แต่ที่แน่ๆก็คือ บรรพบุรุษชาวไหหลำต้องอบรมสั่งสอนมารยาทคุณธรรมมาอย่างดีมากๆ ลูกหลานจึงมีพฤติกรรมที่น่านับถืออย่างที่พบเห็นมา ต้องขอคารวะมา ณ ที่นี่ด้วยครับ
.
ผู้คนที่เราติดต่อสัมผัสด้วยนับแต่คนขับแท๊กซี่ที่พาเรามาส่งโรงแรม จนถึงผู้คนตามป้ายรถเมล์... คนขับรถเมล์... กระเป๋ากระปี๋ (รถร่วม)... พ่อค้าแม่ขาย... พนักงานตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ....ทุกคนน่ารักและมีน้ำใจมากๆ
.
....ที่เหลือเชื่อก็คือ พวกขายทัวร์ทั้งประจำเคาน์เตอร์หรือเดินเร่หาแขกตามที่ต่างๆ (ซึ่งโดยปรกติ จะไม่สนใจเรื่องอื่นใดนอกจากเรื่องที่ตัวขาย ขาย ขาย) ที่นี่ ก็สามารถพูดคุยเรื่องทั่วไปรวมทั้งสอบถามข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว วิธีเดินทางด้วยรถเมล์ไปยังที่ต่างๆกับพวกเค้าได้อย่างมีไมตรีครับ
.
คุยกับคนขับจนเพลิน เมื่อรถมาถึงโรงแรมในครึ่งชั่วโมงต่อมา ได้เห็นมิเตอรแสดงว่า 58 หยวน และเห็นเค้าช่วยขนสัมภาระไปส่งถึงประตู คุณนายจึงอดไม่ได้ที่จะจ่ายค่ารถ 50 หยวนตามที่ตกลงให้ แล้วขออนุญาตแถมอีก 10 หยวนเป็นค่าน้ำชาให้เค้าไป ซึ่งเค้าก็ระล่ำระลักขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ (หรืออาจคิดว่า แล้วตะกี้เองต่อข้ายืดยาวทำไมฟ่ะ ก็เป็นได้ 555) เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับคนไทยอีกคำรบหนึ่ง
.


รูปภาพ
.
โรงแรมเครือโฮมอินน์ของเราที่นี่ คือ สาขา ถนนอวี๋ยา ย่านชายทะเลตะวันออกใหญ่ ที่จุดเด่นเหมือนสาขาอื่นๆส่วนใหญ่ทั้งประเทศ คือใกล้ป้ายรถประจำทาง แค่เดินไม่เกิน 10 เมตร ถึง 500 เมตร...
.
สาขานี้ ป้ายใกล้สุดอยู่ฝั่งตรงข้าม และฝั่งเดียวกันก็อยู่เยื้องๆไม่ถึง 200 เมตร แถมรถเมล์สายหลักคือ สาย 2,4,8 ยังสามารถทะลุทะลวงไปแหล่งสำคัญใจกลางเมืองได้เกือบทั่วในราคาตลอดสาย คนละ 2 หยวน (สาย 4 ไปสถานีรถไฟ สาย 8 ไปสนามบินราคา 5 หยวน) ครับ
.
รูปภาพ
.
ห้องพักกว้างขวาง และแอร์เย็นมากๆ และการที่เราขอการ์ดเข้าห้องมา 2 ใบ ทำให้ช่วงที่จะออกไปไหนไม่นาน สามารถเสียบการ์ดเปิดแอร์ทิ้งไว้ ให้กลับมาสัมผัสบรรยากาศฉ่ำเย็นเป็นปลื้มได้อย่างมีความสุขครับ
.

รูปภาพ
.
เก็บสัมภาระเรียบร้อย เราก็ออกเที่ยว โดยนั่งรถสาย 2 ไปที่ย่าน ท่ารถบัส-汽车总站-ชี่เชอจ่งจั้น ก่อน ซึ่งย่านนี้ธุรกิจคึกคักมาก อาคารพาณิย์สองฟากเรียงเป็นแนวสีขาวงามตา สมเป็นเมืองที่ได้รับการร่ำลือว่า เป็นเมืองที่สะอาดมากๆเมืองหนึ่งครับ
.

รูปภาพ
.
อันนี้เป็นของแปลกครับ กำแพงข้างท่ารถบัส เป็นป้ายรับสมัครงานต่างๆที่มีผู้คนมายืนอ่านกันเพียบเลยครับ ไม่น่าเชื่อว่าในยุคไอทีอย่างปัจจุบัน วิธีการนี้ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่เช่นเคย
.
รูปภาพ
.
ถัดจากย่านธุรกิจท่ารถบัสไปหน่อย ก็เป็นซอยเลี้ยวซ้ายทะลุไปยัง ตลาดสันติภาพ-和平街-เหอผิงเจีย ซึ่งบริเวณริมน้ำ มีสะพานคู่รัก-情人桥-ฉิงเหยินเฉียว ที่มีรูปลักษณ์เหมือนกิ้งกือสวยงาม....สะพานนี้ ยามเย็นจะมีหนุ่มสาวจูงมือกันเดินชมวิวย่านนี้อย่างหนาแน่น จนเป็นที่มาของชื่อสะพานนี้
.
รูปภาพ
.
สู้แดดไม่ไหว เราจึงกลับมาพักที่โรงแรม กระทั่งเกือบทุ่ม ค่อยออกเดินไปฝั่งตรงข้าม เรื่อยๆไปจนถึงแถวชายทะเล ที่ประพิมประพายแถวพัทยาของเรามาก.... มีห้างใหญ่ Summer Mall-夏日百货-เซี่ยเยอะไป่ฮั่ว ตั้งตระหงานอย่างท้าทาย
.
ขึ้นลิฟท์แก้วไปบนห้างเพื่อหาอาหารเย็นทาน แต่ปรากฏว่าที่นี่ไม่มีฟู้ดคอร์ท ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารแบบแฟรนไช้ส์ มีภัตตาคารอาหารไทย Banana Leaf เป็นขาใหญ่ที่มีลูกค้าตรึม (จนมีที่นั่งรอ) เด่นสง่าบนชั้น 4
.
ลงมาชั้นล่าง เห็นร้านขายรังนก 君燕阁-จวินยั่นเก๋อ-ศาลานกนางแอ่นพระราชา แต่ไม่ทราบว่าไปเปิดพจนานุกรมเล่มไหนถึงแปลออกมาเป็นภาษาไทยว่า "ศาลยันมิถุนายน" (ไม่รู้แปลว่าอะไร) ซะงั้น....
.
เข้าใจว่า ใช้ผินอินอักษรอังกฤษ แปลทีละคำ คือ ge-阁 yan-燕 jun-君 จน ศาลากลายเป็น ศาล...นกนางแอ่น ถูกทับเสียงเป็น ยัน...และ พระราชาหรือผู้ดี กลายเป็น june เดือนมิถุนายน ไป 5555
.
แต่ไม่แน่นะครับ แปลผิดแปลถูกอย่างนี้ อาจซ้ำรอยร้านขายน้ำมะม่วง 泰芒了-ไท่หมังเลอ ที่แปลเป็น "ฉันยุ่งมาก" จนโด่งดัง มีสาขาไปทั่วประเทศขณะนี้ก็เป็นได้ หุหุ
.

รูปภาพ
.
ทะลุออกไปด้านหลัง เป็นศูนย์อาหารทะเลกลางแจ้ง แบบซื้อของสดมาจ้างปรุงก็ได้-海鲜加工市场-ไห่เซียนเจียกงซื่อฉาง
.
แต่ดูๆไป ก็ไม่น่าสนใจเท่าไหร่
.
ศูนย์อาหารนี้ ใช้วิธีแลกคูปองเหมือนฟู้ดคอร์ททั่วไป มีแบ้งค์ร้อยหยวนเขียนคร่อมว่า "ไม่รับแบ้งค์ปลอม" ติดที่หน้ากระจก ซึ่งไม่ทราบว่าจะโชว์หราทำไม เพราะหากต้องการขจัดปัญหานี้จริงๆ น่าจะเขียน "ใช้แบ้งค์ปลอมจะถูกเรียกตำรวจจับทันที" มากกว่า ว่าไหมครับ
.

รูปภาพ
.
เดินต่อมาอีกด้านหนึ่ง จนที่สุดก็เจอฟู้ดคอร์ทตามต้องการจนได้ แต่อาหารแพงมาก แค่ที่เห็นจิ๊บๆ 3 อย่างนี้ ปาเข้าไปตั้ง 74 หยวน (เกือบ 400 บาท) แน่ะครับ
.
รูปภาพ
.
เดินเล่นต่อไปริมหาด มีร้านอาหารเรียงแถวยาวเกือบกิโล หลายร้านมีดนตรีด้วย แต่นักร้องนักดนตรีที่เล่นเพลงสากล (น่าจะ) ทั้งหมด เป็นฟิลิปปินโน่ ทั้งนั้นครับ
.
ลาก่อนสำหรับวันนี้ ราตรีสวัสดิ์ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 05/04/2017 1:08 pm

รูปภาพ
.
กราบนมัสการ พระแม่กวนอิมสามพระพักตร์
.
สวัสดีครับ
.
ผ่านวันแรกไปอย่างสบายๆ วันที่สองที่เป็นวันออกเที่ยวจริงของเรา ก็เริ่มต้นด้วย แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง (ทั้งของเมือง ซันย่า และแม้แต่เกาะไหหลำ) อย่างไม่ต้องลีลายักท่าให้ป่วยการ นั่นก็คือ
.
วัดทักษิณาบรรพต-南山寺-หนันซันซื่อ ที่แปลตรงตัวว่า วัดเขาใต้ ครับ
.
รูปภาพ
.
.
ใครมาเกาะไหหลำแล้วไม่ได้มาที่นี่ ไม่ได้กราบไหว้พระแม่กวนอิมกลางทะเล-海上观音-ไห่ซั่งกวนอิน ที่เห็นเด่นชัดช่วงเครื่องบินกำลังแลนดิ้ง ละก็ อย่าได้ริอ่านไปบอกใครเชียวว่า ผ่านไหหลำมาแล้ว
.
เพราะนี่คือ องค์พระแม่กวนอิมที่สูงที่สุดในโลก คือ 108 เมตร ทรงยืนบนปทุมมาศ (ดอกบัวทองคำ) สามด้าน หมายถึง ทางทิศตะวันออก ตะวันตก (ส่องพระพักตร์ไปฝั่งไหหลำ และทะเลใต้) เพื่อคุ้มครองชนชาวถิ่นนี้ และ ทิศเหนือ เพื่อแผ่พระเมตตาครอบคลุมแผ่นดินใหญ่ทั้งมวล
.
พระหัตถ์ด้านหนึ่ง ทรงถือพระไตรปิฎก สื่อถึงความมีปรีชาญาน ด้านหนึ่งทรงถือดอกบัว สื่อถึงความมีสันติภาพ และอีกด้านทรงถือลูกประคำ สื่อถึงความมีพระเมตตา
.
องค์พระประกอบด้วยทองคำกว่า 100 กก. เพชรอัฟริกันกว่า 120 กะรัต และอัญมณีอื่นๆอีกกว่า 100 กก. ใช้เวลาก่อสร้าง 6 ปี เสร็จสมบูรณ์ในปี คศ.2005 ด้วยงบ 800 ล้านหยวน (4 พันล้านบาท) ครับ
.

รูปภาพ
.
วัดหนันซัน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กม. สามารถเดินทางไปสู่ง่ายๆด้วยรถประจำทาง คือ สาย 16 จอดทุกป้ายตลอดสาย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงคนละ 10 หยวน และสาย 29 ด่วนทะลุทะลวงแวะแค่ไม่กี่ป้ายใช้เวลาประมาณชั่วโมงหน่อยๆ ตลอดสายคนละ 14 หยวน
.
สำหรับเราซึ่งนิยมไปแบบช้าๆ ดูสภาพบ้านเมืองและวิถีชาวบ้านไปตลอดทาง จึงเลือกสาย 16 แต่ต้องนั่งสาย 2 ไปต่อที่ ป้ายท่ารถบัส-汽车总站-ชี่เชอจ่งจั้น เสียเพิ่มอีกคนละ 1 หยวนก่อนครับ

รูปภาพ
.

ผู้คนชาวเกาะไหหลำยังมีการใช้มอไซค์เป็นหลัก แต่เป็นรถแบ็ตตารี่ไฟฟ้า ปลอดทั้งมลพิษทางเสียงและควัน มีทางมอไซค์แบ่งให้เป็นการเฉพาะ แถมช่วงสี่แยก ยังมีที่จอดรอหลังคาคลุมกันฝนกันแดดให้อย่างดีอีกด้วย
.
เพียงพ้นเขตเมืองไปได้หน่อยเดียว เส้นทางก็ไม่ต่างจากบางกะปิของเรา คือเป็นถิ่นฐานของคนจีนอิสลาม จึงมีชาวมุสลิม (อุยกูร์) อยู่เกือบทั้งหมด...
.
ความน่ารักอยู่ที่เจ้าของรถร่วมซึ่งเป็นสตรีมุสลิม โอภาปราศรัยกับผู้โดยสารศาสนาเดียวกันที่ขึ้นรถมาอย่างสนิทสนม มีการบอกปัดไม่ขอเก็บค่าโดยสารในขณะที่อีกฝ่ายไม่ยอมจนแย่งยื้อกันไปมาอย่างน่ารัก ทำให้...
.
ผมซึ่งนั่งอยู่ข้างประตูหน้าอดยื่นมือไปข้างหน้าไม่ได้และยิ้มบอกว่า "งั้นให้ผมก็แล้วกัน-给我就好了-เก่ยหว่อจิ้วห่าวเลอ" เป็นการ Break the ice และมิตรภาพก็ก่อเกิดมานับแต่นั้น
.
ข้อมูลท่องเที่ยวทั้งแถบเป็นอย่างไร ไปนั่นโน่นนี่ด้วยรถสายไหน ที่ไหนน่าไปที่ไหนน่าผ่าน ฯลฯ ท่วมบ่าผ่านเจ้าถิ่นสู่โสตประสาทของเรามาอย่างต่อเนื่อง รวมกระทั่งแวะจอดให้เราลงใกล้ๆทางเข้าจุดขายบัตร โดยไม่ต้องเลยไปที่ป้ายแล้วเดินย้อนกลับมาให้เหนื่อยเปล่า...
.
ความเหมือนที่ว่าไม่ต่างจากบางกะปิ ก็คือ ยังมีฝูงวัวเดินไปมาบนถนนอยู่เป็นระยะๆ และก่อนเข้าเขต พุทธอุทยานหนันซัน ก็เห็นพ่อค้าแม่ขายตั้งแผงขายธูปเทียนบูชาให้รถเก๋งที่ผ่านมาตลอดทางแบบเดียวกับแผงโรตีสายไหมของเรา..
.

รูปภาพ
.
.
ณ จุดจำหน่ายบัตร นักท่องเที่ยวหนาแน่นทีเดียว เกือบทั้งหมดเป็นคนจีน
.
ค่าเข้าคนละ 145 หยวน (โลว์ซีซั่น 1 พฤษภา ถึง 30 กันยา คนละ 121 หยวน....อ้าว ไหนบอกว่าช่วงนี้เป็นตั้นจี้-ช่วงโลว์ไง) เด็กนักเรียนหรือผู้อาวุโสต่ำกว่า 70 ลดครึ่ง เกิน 70 เข้าฟรีครับ
.

รูปภาพ
.
จากนั้นก็แวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ที่เดาถูกว่าเรามาจากไทย รีบพนมมือ "สวัสดีครับ" อย่างน่ารัก มอบแผนที่และอธิบายวิธีท่องเที่ยวให้เราอย่างละเอียด
.
เมื่ออาเฮียอวดกับเจ้าหน้าที่หญิงสูงวัยที่อยู่ห้องข้างในว่าเป็นเพื่อนคนไทย อาเจ๊ก็ขอขอแลกเปลี่ยนเงินไทยไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งคุณนายก็คิดราคาพิเศษ แบ้งค์ 20 เพียง 4 หยวนเท่านั้น ก็เลยแห่กันมาอีก 2-3 ราย ยิ้มแย้มกันใหญ่
.
พุทธอุทยานหนันซัน มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่มากๆ แต่หากเรามาในช่วงอากาศไม่ร้อนละก็ เราคงเลือกเดินชมไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องเสียค่ารถไฟเล็กอีกคนละ 30 หยวน (150 บาท) ให้เปลืองเงินเปลืองเวลา (ต่อคิวรอรถแต่ละจุด) โดยใช่เหตุเป็นแน่ เพราะพร้อมที่จะอยู่ที่นี่ทั้งวันอยู่แล้ว
.

รูปภาพ
.
.
จุดที่สำคัญภายในอุทยานฯนี้ประกอบด้วย แหล่งเที่ยว-游-หยิว... ช้อปปิ้ง-购-โก้ว ที่พัก-住-จู้ อาหารการกิน-吃-ชือ บันเทิง-娱-อวี่ การท่องเที่ยว-行-สิง.... ซึ่งแหล่งเที่ยวที่เด่นๆ 9 จุดคือ
.
1. ประตูธรรมไม่สอง (ทางหนึ่งเดียวมีทางเลือกอื่น)-不二法门-ปู๋เอ้อฝ่าเหมิน ...หมายถึงเส้นทางสู่ธรรมมะมีเพียงหนึ่งไม่มีทางที่สองให้เลือกอีก อาทิ เลือกดีก็ไม่เลือกชั่ว จะชั่วนิดชั่วหน่อยก็ไม่ได้ ประมาณนั้น
.
2. ศาลาคัมภีร์ลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์-密法归华堂-มี่ฝ่ากุยหัวถัง เป็นศาลาสไตล์วัดญี่ปุ่น ที่เป็นศูนย์นิทรรศการภาพต่างๆในอุทยาน
.
3. องค์พระแม่กวนอิมกลางทะเล
.
4. หุบเขาอายุวัฒนะ-长寿谷-ฉางโซ่วกู่
.
5. หอพระไผ่สวรรค์-天竺胜迹佛陀馆-เทียนจู๋เซิ่งเฉอโฝถัวก่วน
.
6. ศาลาพระโพธิสัตว์ 33 องค์-三十三观音堂-ซันเสอซันกวนอินถัง ประกอบด้วยพระแม่กวนอิมและเทพอื่นๆรวม 33 องค์
.
7. วัดทักษิณาบรรพต (หนันซัน)-南山寺-หนันซันซื่อ...วัดใหญ่แห่งพุทธอุทยานฯ
.
8. สวนระฆังพระพรหม-梵钟苑-ฟั่นจงย่วน
.
9. ตำหนักพระแม่กวนอิมหยกทอง-金玉观世音-จินอวี้กวนซี่อิน
.
รูปภาพ
.
ก่อนจะผ่านประตูเข้าไปด้านใน ขอหาอะไรรองท้องข้างนอกก่อน ซึ่งอาหารเจ้าเดียวที่พอทานได้คือ ข้าวราดกับ แต่ก็แพงทีเดียวคือ เนื้อ 1 ผัก 3 ถาดละ 30 หยวน ดีที่มีปริมาณพอสมควร ก็จึงแบ่งกันทาน 2 คนพอกล้อมแกล้ม และบุญที่มีซุปถั่วเขียวหวานกลมกล่อมให้เติมได้ไม่อั้น ก็จึงไม่รู้สึกเสียดายเท่าไรนัก
.
เพียงเข้าสู่ด้านใน ก็เป็นไปดังคาด คืออาหารภายในราคาโหดกว่าข้างนอกอีก 20-30% ..ไม่มีจานไหนต้องรสนิยมอีกต่างหาก
.
ถึงแล้วครับ ด่านแรก ประตูธรรมไม่สอง
.
รูปภาพ
.
ผ่านพ้นประตูธรรมฯมาก็เป็นลานกว้างใหญ่ มีจุดให้ถ่ายภาพมากมาย บ้างก็ต้องต่อคิวกันตามระเบียบ
.
ได้เป็นคุณชายรำแพน คุณหญิงรำพัด และเป็นเจ้าแม่ฆ้องทองเหลืองนำชัยกับเค้ามั่ง อิอิ
.
ถัดจากศาลาจำหน่ายเครื่องรางของขลังนำโชคไป ก็เห็นคนยืนเรียงยาวแล้วครับ
.
จุดรอขึ้น รถไฟเล็ก-游览车-หยิวหลั่นเชอ นั่นเอง
.

รูปภาพ
.
.
ค่ารถไฟเล็กคนละ 30 หยวน (150 บาท) ราคาเต็มทุกกรณีไม่มีลด ได้ตั๋วแล้วก็ต่อคิวเข้าคอกตามสไตล์
.
ว่าไป เค้าก็จัดระบบได้ดีทีเดียว คือมีรถตามๆกันมาไม่ขาดสาย เพียงแต่ช่วงรอมีโฉมงโฉงเฉงบ้าง ช่วงเปิดประตูให้ขึ้นรถก็เร่งรีบไปแย่งเลือกที่บ้างประสาจีนที่พบเห็นตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
.
เส้นทางเริ่มจากจุดแรก หอพระไผ่สวรรค์-天竺胜迹佛陀馆-เทียนจู๋เซิ่งเฉอโฝถัวก่วน ซึ่งไม่มีใครลง เพราะสามารถเดินมาเองง่ายๆทีหลัง
.
สาวน้อยไกด์บรรยายประจำรถน่ารักมาก เดาจากน้ำเสียงสนทนาระหว่างผมกับคุณนายว่าเป็นคนไทย ก็พูดคุยด้วยอย่างสนิทสนม..... เมื่อผมบอกว่า ประสงค์จะนั่งไปจนจบรอบหนึ่งก่อน แล้วค่อยเลือกว่าจะไปจุดไหนในรอบต่อๆไป เธอก็ยกนิ้วจุ๊ปากและกระซิบว่า "ไม่ได้ค่ะ เพราะเค้าให้ขึ้นได้รอบเดียวเท่านั้น แต่..สำหรับคุณทั้งสอง หนูจะยังไม่ตัดตั๋วก็แล้วกัน.."
.
มาร์คอีกแล้ว...เอ๊ย..อภิสิทธิ์อีกแล้ว จากการมีมนุษยสัมพันธ์และการแสดงออกด้วยการให้เกียรติผู้อื่น ที่แม้ไม่สามารถเรียกความอภิเชษฐ์ได้จากทุกคน แต่ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดก็สนองตอบด้วยน้ำใจไมตรีให้เราเสมอมาครับ
.
สำหรับเพื่อนๆที่ไม่เคยพบเจอกัน และไม่เคนอ่านบทความ "เที่ยวอย่างไรให้สนุกและได้ความรู้สึกดีๆ" หรือ "เที่ยวอย่างไรให้คนรักและนับถือ" มาก่อน ผมขออนุญาตก้อปจากหนังสือมาฝากก็แล้วกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ
.รูปภาพ
.
.รูปภาพ
.
นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคที่คนทั่วไปไม่ค่อยทำกัน แต่เราถือปฎิบัติจนชินเป็นนิสัยและเห็นผลทันตาอีกอย่าง ก็คือ
.
เมื่อทานอาหารตามร้านต่างๆเสร็จแล้ว เราจะเก็บจาน ชาม มาวางซ้อนๆกัน โดยรวบเศษอาหารไว้ในชามหรือจานเดียวที่อยู่บนสุด และใช้สองนิ้วจับทิชชู่ (หรือผ้าเปียกที่เราใช้แล้ว) ไล่เก็บร่องรอยเลอะเทอะจนโต๊ะสะอาดตา ...ด้วยวัตถุประสงค์แรกเพียงเพื่อช่วยให้คนเก็บโต๊ะทำงานง่ายขึ้นเท่านั้น...
.
แต่เชื่อไหมครับว่า ทันทีที่เค้าพบเห็น สีหน้าที่เหนื่อยหน่ายจากโต๊ะอื่นๆจะคลายลง เห็นสังคมโลกงดงามขึ้นในดวงตาดวงใจฉับพลัน..... และไม่ต้องสงสัยเลยว่า เค้าจะอวยชัยให้พรเราตามหลังทั้งๆที่เพิ่งสวดชยันโตโต๊ะอื่นๆในใจมาหยกๆหรือไม่...
.
เอ้อ...อ้า..แหะ แหะ ชักเขียนเป็นคนแก่หรือครูเกษียณเข้าให้แล้ว ขอโทษครับ..ไปเที่ยวต่อดีกว่านะครับ
.รูปภาพ
.
ก่อนอื่น ขอลงภาพจากเน็ตของ หอพระไผ่สวรรค์-天竺胜迹佛陀馆-เทียนจู๋เซิ่งเฉอโฝถัวก่วน ที่เราเลยผ่านมาและตั้งใจจะเดินมาเก็บทีหลัง แต่สุดท้ายก็เหนื่อยร้อนเกินจนขอข้ามไปด้วยความเสียดาย ทั้งๆที่กำหนดแต่แรกไว้แล้วว่าจะไม่พลาดเพราะสวยงามมากมีจุดเก็บภาพเต็มไปหมดทีเดียว..
.
รูปภาพ
.
ผ่านลานกว้างอลังการไป ก็เป็น เฉลียง-Walkway ให้เดินหลบแดดชมร้านค้าไปตามทาง แล้ว "ตุ่มเผือก" ของใครบางคนก็ระเบิด...
.
เห็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าดีไซน์เก๋ไก๋ตรงกลางแล้วนะครับ ภาพถัดไปจะเห็นหญิงสาวสวมชุดลายดอกพื้นดำ..พนักงานขายในยูนิฟอร์ม ยืนกลาง ถัดมาก็อาซิ้ม (คุณแม่) และที่เห็นนั่งบนโซฟาคืออีกคนที่อาจเป็นน้องหรือเพื่อนเธอ
.
ภาพนี้ ผมถ่ายตอนท้ายๆเหตุการณ์แล้วครับ...เรื่องของเรื่องคือ...
.
คุณนายขอแวะชมเสื้อผ้าลินินในร้านนี้ก่อน โดยเมื่อไปถึง ก็เห็นหญิงสาวคนนี้นำเสื้อผ้าในร้านมาลองสวม 2-3 ชุด ซึ่งว่าไปก็เป็นเรื่องปรกติ แต่ที่ไม่ปรกติก็คือ สวมเสร็จแต่ละชุด ก็มาโพสท่าให้อีกคนถ่ายภาพท่าโน้นท่านี้พัลวัน ผมจึงสะกิดคุณนายว่า ขอยืนดูก่อน...
.
หลังจากนั้น ตัวคุณแม่ก็เอามั่งลองเสื้อตัวสองตัว แต่ไม่ได้ถ่ายภาพ สังเกตเห็นได้ว่า ทุกชุดที่ผ่านการลองต้องผ่านการซับเหงื่อไปด้วยอย่างแน่นอน เพราะเสื้อของคุณแม่เห็นเป็นรอยเปียกอย่างชัดเจน
.
ที่ผมชวนคุณนายยืนจับจ้องอยู่ห่างๆ ก็คือ อยากทราบว่า เป็นพวกตีเนียน ลองเล่นแล้วไม่ซื้อหรือเปล่า ซึ่งว่าที่จริงก็เป็นเอกสิทธิ์ของลูกค้าที่จะซื้อไม่ซื้อย่อมได้ แต่ผมเห็นว่า การลองสวมแล้วโพสถ่ายภาพเป็นสิบๆภาพนั้น หากไม่ซื้อก็ออกจะเกินไปซักหน่อย...ซึ่งเธอก็สังเกตเห็นว่าเราเพ่งอยู่ จึงทำลีลาต่อโน่นตินี่โดยไม่ตัดสินใจตั้งพักใหญ่
.
ผมจึงเดินอ้อมไปถามพนักงานอีกคนว่า ตกลงเธอจะซื้อหรือเปล่า..พนักงานตอบว่า.."กำลังตรึกตรอง-考慮-เข่าลี่ อยู่.." ผมถามต่อว่า "ถ้าเค้าไม่ซื้อเลยล่ะ.." เธอทำสีหน้ากระอักกระอ่วน ตอบว่า "ก็ไม่รู้จะว่ายังไงเหมือนกัน เราเป็นแค่ลูกจ้างร้าน...."
.
ตุ่มเผือกระเบิดก็ตรงนี้แหละครับ....
.
ผมหันไปทางสาวเจ้าแล้วถามเสียงเข้มว่า "ตกลงคุณจะซื้อกี่ชุดเหรอ-小姐 请问要买几件呢-เสียวเจี่ย ฉิ่งเวิ่น เย่าใหม่จี่เจี้ยนเนอ"...เธอหันมา สีหน้าไม่ค่อยดี ตอบว่า "ยังตรึกตรองอยู่-还在考慮-ไหใจ้เข่าลี้..."
.
ผมเลยบอกดังแบบโวยเล็กๆว่า "ผมเห็นคุณลองตั้งหลายชุด แล้วก็ยังถ่ายรูปด้วย ยังไงก็ต้องซื้อสักชุดอย่างน้อยนะ อย่าทำให้พนักงานลำบากใจ ถ้าคุณลองเฉยๆ ไม่ถ่ายรูปยังพอกล้อมแกล้มปฎิเสธไปได้..."
.
เธอและแม่หน้าจ๋อย และบอกว่า "ยังตรึกตรองอยู่-还在考慮-ไหใจ้เข่าลี้..." ซ้ำอีก
.
คุณนายสะกิดผมและกระซิบว่า "ไปเถอะ แค่นี้เค้าก็เขิลล์แย่แล้ว อย่าไปยุ่ง (เสื-ก) เลย" แล้วเราก็เดินจากมาโดยไม่ทราบเหมือนกันว่าสุดท้ายจะลงเอยยังไง
.
นี่แหละครับท่านผู้โชม คือสาเหตุที่คุณนายไม่ยอมให้ผมไปช่วยท่านขายของที่ไหนเลย เพราะการขายของสวยๆงามๆไม่ว่าที่ไหน ก็จะมีประเภทตีเนียนมาลองสวมลองใส่เล่นแทรกเป็นยาดำเสมอ ซึ่งหากเป็นประเภทไม่ทะนุถนอมของ คุณนายบอกว่า ผมจะเลือดขึ้นหน้าฉับพลัน จนต้องขอให้ผมไปเที่ยวที่อื่นแทนประจำ... ส่วนผมก็อดสงสัยไม่ได้ถามว่า "ถามจริงๆเหอะ ไม่ทราบว่าเคททนคนพรรค์นี้ได้ยังไง?"
.
คำตอบที่ได้รับ ชัด กระชับ ตรงประเด็น ตรงเป้ายิ่งนัก...
.
คุณท่านตอบเรียบๆว่า "แค่เนี้ยอ่ะ... ทนป๋าหนักกว่านี้ตั้งกี่ร้อยเท่า.."
.
จ๊าก...นิ่มๆ แต่ คม บาดลึกเจงๆ
.
ที่อดอมยิ้มไม่ได้ก็คือ ในช่วงบ่ายต่อมา ตอนนั่งรถไฟเล็กไปยังจุดหนึ่ง เราก็เจอสามแม่ลูกนี่นั่งอยู่ในคันที่เรารอขึ้นโดยบังเอิญ..... ทั้งหมดสะบัดหน้าไม่แม้แต่ชำเลืองตามอง แต่สังเกตเห็นว่า มีถุงเสื้อผ้าจากร้านนั้นวางอยู่ข้างๆด้วย..กี๊บกิ๊ว
.

รูปภาพ
.
เดินมุ่งหน้าต่อไป ผ่านวงเวียน ลงบันไดไปที่สะพาน เป็นทางยาวไปสู่องค์พระ งดงามยิ่งนัก
.
ก่อนถึงองค์พระ จะมีบูธขายตั๋วเรือไป ชายหาดสุดขอบฟ้ามหาสมุทร-天涯海角-เทียนเอียไหเจี่ยว คนละ 50 หยวน (นั่งรถประจำทางไปก็ได้แค่ 4 หยวน แต่ต้องย้อนกลับไปด้านหน้าอีกที) ด้านข้างเป็นทางลงไปที่ท่า มีมุมให้ถ่ายภาพ และโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งพักร้อนหรือทานของว่างที่ติดมาจากบ้านได้
.
หายร้อนแล้ว ก็ไปต่อที่องค์พระครับ
.

รูปภาพ
.
เข้าคอกต่อคิวอีกยาว และเจ้าหน้าที่ตอกย้ำอีกครั้งว่า ห้ามถ่ายภาพทุกกรณี ได้แค่เก็บความทรงจำมาว่า ภายในอาคารใต้ฐานพระเป็นพระตำหนักศักดิ์สิทธิ์หยวนทง ซึ่งเป็นห้องโถงกว้างใหญ่ มีพระรูปพระแม่กวนอิมอยู่ตรงกลาง ด้านข้างโดยรอบแบ่งเป็นซอกเล็กอีกชั้น ที่เมื่อเข้าไปข้างในทำให้เราถึงกับร้อง อ๋อ เลยทีเดียว...
.
นั่นก็คือ ในวงรอบห้องโถงชั้นในนั้น มีองค์พระแม่กวนอิมสีทอง ขนาดสูงประมาณ 8-10 นิ้ว วางเรียงกันเป็นช่องกระจกละลานตา แต่ละช่องมีรายชื่อผู้ทำบุญระบุชัด ทั้งหมดน่าจะมีจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนองค์ เรียงยาวพรืดเป็นหลายๆชั้น สวยงามอร่ามเรืองรอง...
.
แบบเดียวกันนี้ไงครับ ที่วัดดังบ้านเรานำมาบอกบุญสาธุชน โป้งรวย ให้สร้างพระประจำตนหรือครอบครัวจำนวนเป็นแสนเป็นล้านองค์....เหอ เหอ
.
มุมหนึ่งด้านขวาของห้องโถง มีสาธุชนต่อคิวยาว เพื่อขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนฐานดอกบัว กราบนมัสการเบื้องพระบาทของพระแม่ ดูสถานการณ์แล้ว น่าจะต้องรออีกกว่าครึ่งชั่วโมง เราจึงกลับออกมาครับ
.
ช่วงเดินกลับบนสะพาน เจ๊ๆจากอู่ฮั่น 3 นางนี้ยิ้มหวานขอให้ผมช่วยถ่ายภาพหมู่ให้ และเมื่อเสร็จสรรพ ทักทายสนทนาไปครู่หนึ่ง เธอก็ขอถ่ายภาพกับเรา ผมส่งคุณนายเข้าประกวด แต่เธอๆยังไม่พอใจ ขอสลับให้ผมเข้าไปถ่ายด้วย โดยตะโกนบอกคุณนายคนถ่ายว่า "ขอแต๊ะอั๋งครู่เดียวนะ" ว่าแล้วก็คว้ามือผมให้โอบไหล่เธอเป็นการแทะโลมโดยผมไม่ทันตั้งตัวซะงั้น...เฮ่อ
.
นี่ถ้าผมมาตามลำพัง คงไม่แคล้วถูกลากไปรังแกรุมทึ้งโดยไม่สมยอมจนกระทั่งยอมยอมยอมเป็นแน่...อิอิ
.

รูปภาพ
.
ทางกลับขึ้นสู่ด้านบนนั้น คือร้านค้าอัญมณีเครื่องประดับทั้งหลาย ที่คุณนายแค่ปรายตามองก็บอกว่า "ไม่สวยเลย.." แต่ก็มีลูกค้าสนใจไม่น้อยอ่ะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 05/04/2017 1:16 pm

รูปภาพ
.
ก่อนจะเดินย้อนกลับไปทางที่เราลงรถเพื่อขึ้นต่อไปยังจุดถัดๆไปที่หมายปองไว้ ก็มีอันให้เจอป้ายบอกทางลัดไปยังที่รอรถ เป็นพุ่มไม้สวยงาม....แหม่....ซื้อหวยไม่ยักโดนอย่างนี้ เพราะ..
.
แค่เลยผ่านไปหน่อย ก็เห็นคณะทัวร์นั่งเข้าชั้น ฟังคนขายของสาธิตสินค้าอย่างเป็นระเบียบหลายคณะ
.
กว่าจะทะลุออกมาได้ ต้องผ่านชั้นสินค้าและกองทัพพนักงานขายที่เรียงรายเป็นเขาวงกต... สินค้าส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากมะพร้าวและสัปปะรด อันเป็นผลไม้เศรษฐกิจหลักของเกาะไหหลำครับ
.

รูปภาพ
.
จุดที่สองที่เราแค่ผ่าน ไม่ได้แวะเข้าไป คือหุบเขาอายุวัฒนะ-长寿谷-ฉางโซ่วกู่ บ้านพักคนชรา ที่มีป้ายขนาดใหญ่เรียงรูปของผู้สูงอายุระดับ 90 ขึ้นไป และถัดจากนั้นก็มีป้ายเฉพาะคน เป็นภาพอากงอาม่าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสน่าศรัทธา..... ส่วนหน้าซุ้มประตูสู่หุบเขา ก็มีเต่าศีรษะมังกรทองคำตั้งเด่นเป็นสง่าบอกสัญลักษณ์ของอายุวัฒนะอย่างแจ่มชัด
.

รูปภาพ
.
ป้ายถัดไปที่ไม่มีอยู่ในแผ่นประชาสัมพันธ์ คือ สถูปโพธินาถ เนปาลจำลอง อันสวยงามมากๆ เราจึงลงไปแวะชม
.
ป้ายข้างทางเดินสาธยายเรื่องราวของ เครื่องสักการะบูชา 16 ชนิด (อาทิ ดอกไม้ ธูป เทียน โภชนาหาร อัฐบริขาร ฯลฯ).... พระโพธิสัตว์ปางต่างๆ...พระพุทธประวัติ จนเมื่อเข้าไปในอาคาร จึงทราบเหตุผลที่ไม่มีการประชาสัมพันธ์บนแผ่นป้ายทางการ เพราะ...
.
ทั้งบริเวณนี้คือร้านค้าเครื่องประดับ อัญมณีของเอกชน อ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
จากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง พนักงานขายถูกอบรมให้มีบุคลิกที่สุดแสนจะสำรวม พนมมือเชิญชวนลูกค้า และอธิบายจำหน่ายสินค้าด้วยกิริยาที่นอบน้อม นุ่มนวลเป็นที่สุด
.
ข้างฝามีภาพกิจกรรมทำพิธีทางศาสนาคราเปิดทำการ โดยมีเชื้อพระวงศ์ของเนปาลเสด็จมาร่วมพิธีด้วย
.

รูปภาพ
.
สุดท้ายก็มาสู่ชั้นดาดฟ้าเพื่อนมัสการสถูปที่เราเดินวนจงกลมรอบเดียวก็สู้แดดไม่ไหว
.
รูปภาพ
.
จึงหยุดชื่นชมองค์พระแม่กวนอิมที่เห็นเด่นชัดสองพระพักตร์..... และดูหนุ่มสาวที่ท้าตะวันยอมตายถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้งอย่างสวีทหวานแหววตามบทที่ตากล้องตะโกนบอก..
.
นึกๆไปอดอมยิ้มไม่ได้ ทริปที่แล้วฮาร์บิ้น หนาวติดลบจนใบหน้าแทบแตกปริ ก็มีคู่หวานแหววไปเปิดไหล่ถ่ายพรีเว็ดดิ้งอย่างทรหด goo.gl/6RDLEf ....วันนี้ร้อนจนแขนแทบไหม้ ก็ยังยิ้มสู้เพียงเพื่อให้มีภาพเก๋ประดับงานให้แขกเหรื่อ (แสร้ง) ชื่นชม (ตามมารยาท) เท่านั้น
.

รูปภาพ
.
ทะลุออกมาอีกด้าน ซึ่งเป็นด้านหน้า อดชื่นชมไม่ได้ว่า เอกชนเค้าช่างกล้าลงทุนอย่างจริงจัง ด้วยตระหนักจากประสบการณ์เป็นอย่างดีว่า..คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม...
.

รูปภาพ
.
เดินอ้อมไปยังป้ายรอรถถัดไป คุณนายขอนั่งพักรอให้ผมเก็บภาพ พุทธโอวาท-佛法大意-โฝฝ่าต้าอวี้ ทั้งมวลอันประกอบด้วย ...
.
享受-เสี่ยงโซ่ว-รู้สุขโดยพอใจในสิ่งที่ตัวมี เป็น อยู่ คือ..... .
放下-ฟ่างเซี่ย-ปล่อยวาง....
.
修行就是修自己-ซิวสิงจิ้วซื่อซิวจื้อจี่-การถือศีลคือการสร้างตน....
.
自在-จื้อไจ้-ไม่ยึดติด....
.
求人不如求自己-ฉิวเหยินปู๋หยูฉิวจื้อจี่วอนไหว้ผู้อื่นสู้วอนไหว้ตัวเองไม่ได้...
.
ฯลฯ
.
รูปภาพ
.
ป้ายต่อมาคือ ป้าย ศาลาพระโพธิสัตว์ 33 องค์-三十三观音堂-ซันเสอซันกวนอินถัง ที่ลงรถมาก็เจอที่นั่งหินอ่อนอันห้อมล้อมด้วย 18 พระอรหันต์ ให้ปลื้มปีติยิ่งนัก
.
เมื่อเข้าไปในศาลา ก็ได้โอกาสกราบไหว้พระโพธิสัตว์ที่ประทับปางต่างๆจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง
.

รูปภาพ
.
ด้านในมีห้องสมุด ห้าประสาน-五和-อู่เหอ ที่เน้นคำสอนดังนี้
.
人心和善-เหยินซินเหอซั่น-ประสานใจใฝ่กรรมดี
家庭和睦-เจียถิงเหอมู่-ครอบครัวประสานรัก
社会和谐-เซ่อหุ้ยเหอเสีย-ประสานกฎกติกาสังคม
世界和平- ประสานสันติภาพโลก
天人和合- ประสานสามัคคีกับทุกผู้นาม
.

รูปภาพ
.
ห้องโถงถัดไปเป็นที่ประทับพระโพธิสัตว์และเหล่าทวยเทพฯที่ดูขลังชวนเคารพกราบไหว้ยิ่ง
.
รูปภาพ
.
จุดถัดไป.... เป้าหมายหลักของการมาที่พุทธอุทยานฯนี่ นั่นคือ วัดทักษิณาบรรพต (หนันซัน)-南山寺-หนันซันซื่อ ที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่มาก
.
จากทางขึ้นวัด ที่มีบทสวดมนต์แจกฟรี ข้างๆจุดบริจาคปัจจัยซื้อกระเบื้องมุงหลังคาถวายวัด จนถึงทางเข้าที่มีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่แย้มพระพักตร์ให้พรชัยสาธุชนที่มาเยี่ยมเยือนนมัสการ...
.

รูปภาพ
.
จากศาลาชั้นแรกไปสู่ศาลาชั้นที่สอง มีป้ายบอกเล่าโครงการและศาสนกิจต่างๆที่นำเสนอโดยเจ้าอาวาสผู้มีชื่อเสียง
.
ถัดไปก็เป็นศาลาชั้นที่สามขนาดใหญ่เท่าๆกัน โดย...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 05/04/2017 1:23 pm

รูปภาพ
.
สองข้างขนาบด้วย ตำหนักพระแม่กวนอิม-观音殿-กวนอินเตี้ยน...หอพระคัมภีร์โบราณ-地藏殿-ตี้จั้นเตี้ยน...หอปรินิพพาน-得大自在-เต๋อต้าจื้อไจ้...
.
กลับออกมาด้านนอก เป็นบูธทำบุญน้ำมันตะเกียง มีป้ายบอกผลลัพธ์จากการทำบุญดังต่อไปนี้คือ
.
- ชีวิตสว่างใส (รุ่งเรือง)
- ดวงตาเจิดจ้า
- ฟ้าดินเห็น
- สร้างปัญญาแยกดีแยกชั่วได้
- ขจัดภัยมืด
- เสริมปฎิภาณไหวพริบ
- ปลอดแหล่งอโคจร
- อุดมโชคลาภ
- อายุวัฒนะ
.

รูปภาพ
.
ตรงทางออกลงไปสู่ชายหาด มีหินก้อนใหญ่จารึกว่า ลมสลายกลุ่ม-融风圆-หยงเฟิงหยวน หมายถึงเมื่ออยู่ในศาสนจักรนี้ ทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกัน
.
บริเวณรอบๆมีรูปปั้นช้างหลากอิริยาบท น่ารักน่าชังยิ่ง
.
ลงไปที่ชายหาด ถ่ายภาพกับองค์พระแม่กวนอิมกลางทะเล...
.
สาวน้อยคนหนึ่งปีนป่ายไปโพสท่าที่กองหิน เกิดสะดุดล้มขาแพลง ร้อนถึงแฟนหนุ่มต้องทำตัวเป็นฮีโร่แบกขี่หลังมาข้างบน...อดนึกไม่ได้ว่า ถ้าเป็นผม..คุณนายจะยอมแบกผมขึ้นมาหรือเปล่าหนอ..
.

รูปภาพ
.
จุดสุดท้ายที่เราไม่ได้แวะ เพราะเหนื่อยหนึ่งกับต้องซื้อบัตรเข้าต่างหากอีก 20 หยวน คือ ตำหนักพระแม่กวนอิมหยกทอง-金玉观世音-จินอวี้กวนซี่อิน จึงขออนุบาตหยิบภาพจากเน็ตมาฝากแทนนะครับ
.
สิ้นสุดการเยือนพุทธอุทยานหนันซัน ทั้งวัน โดยนั่งรถบัสด่วนสาย 29 คนละ 12 หยวนมาที่ สถานีรถไฟ เพื่อจองตั๋วไป ไหโข่ว อีก 3 วันข้างหน้า (วันที่ 25)...
.
ปรากฏว่า จองไม่ได้ครับ เพราะเส้นทางภายในเกาะ เค้าอนุโลมให้จองแค่ครึ่งวันล่วงหน้าเท่านั้น คือ ต้องมาบ่ายวันที่ 24.. บอกว่า ไม่ต้องจองหรอก ยังไงก็มีรถไปแน่นอนเพราะวิ่งทั้งวันทุกครึ่งชั่วโมง เพียงแต่ขอให้มาก่อนเวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงเป็นได้ไปชัวร์
.
พิลึกดี... ที่เราอยากจองก่อน เพราะขี้เกียจเข้าคิวอ่ะ ....เพื่อนๆที่มีประสบการณ์ ทราบใช่ไหมครับว่า อย่าได้เปรียบเทียบกับ ชินกันเซ็นของญี่ปุ่นเด็ดขาด เพราะห่างชั้นกันประมาณ 10 ต่อ 1....
.
เอาแค่ระบบการต่อคิวซื้อตั๋วนี่ ก็ต้องปลงขนาดหนักแล้ว คือไม่เพียงเยียดยัดอัดแน่นเป็น 10 แถวแล้ว กว่าจะกระดึ๊บๆซื้อได้แต่ละราย อาเฮีย อาเจ๊ อาซิ่ม อาแปะไม่มีหรอกที่จะเตรียมตัวมาก่อน ต้องถามโน่นถามนี่แล้วค่อยตัดสินใจอีกที โดยไม่สนคนต่อหลังที่กระฟัดกระเฟียดอยากจะกินเลือดกินเนื้อเต้มทน...
คิดแล้ว ก็อดเห็นใจคนขายตั๋วไม่ได้ ที่ต้องเก็บกดความรำคาญให้คุกรุ่นภายในหัวอก...คือไม่ทราบจริงๆว่า ทำไมพวกเค้าถึงไม่ไปสอบถามข้อมูลจากโต๊ะประชาสัมพันธ์ให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วให้เค้าเขียนลงกระดาษมายื่นซื้อเอาก็ได้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วไม่เกะกะคนอื่น...
.
...เหมือนอย่างเรา ผมจะเขียนข้อมูล จุดหมาย เวลา เป็นภาษาจีน (หรือเพื่อนๆจะใช้ภาษาอังกฤษก็ได้) ให้คุณนายเป็นฝ่ายซื้อเสมอ.... ซึ่งคุณท่านเพียงแต่ยื่นพาสปอร์ตและใบข้อมูลพร้อมสตางค์ไป เจ้าหน้าที่ก็ยิ้ม คีย์ข้อมูล หันจอให้ดูรายการ พร้อมบอกย้ำเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อสถานี เวลา ราคา จนเป็นที่เข้าใจก็เสร็จสิ้นบริบูรณ์ออกตั๋วให้
.
นี่คือสาเหตุที่เรายอมมาจองอีกครั้งในวันที่ 24 ...... และเมื่ออยู่ ไหโข่ว แม้ขากลับจะสามารถขึ้นรถไฟหัวกระสุน (ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักเรา แค่ 4 ป้าย) ไปสนามบินเพื่อกลับบ้านได้ด้วยราคาถูกแสนถูกคือ เพียง 7 หยวน วิ่งแค่ 6 นาที..... เราก็ตัดสินใจเลือกนั่งรถประจำทางราคา 6 หยวนวิ่งชั่วโมง 10 นาทีแทน เพราะเบื่อการต้องต่อคิวซื้อตั๋ว เข้าสถานีแล้ว ก็ต้องเอ๊กซเรย์กระเป๋า ขึ้นไปห้องพักรอเข้าคิวผ่านประตูไปลงรถไฟ... ยุ่งยากสารพัดสารพัน...
.
สรุป วันนี้ซื้อตั๋วไม่ได้ไม่เป็นไรเลยครับ เพราะสาย 4 ที่นี่สามารถพาเรากลับบ้านได้ โดยผ่านย่านถนนคนเดินเสียด้วย....อิอิอิ
.

รูปภาพ
.
จากสถานีรถไฟ เพิ่งแค่ 6 โมงเย็น แต่ฟ้ามืดไฟแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วย่านถนนเจี่ยฟ่าง (กองทัพปลดปล่อย) ซึ่งเป็นย่านที่คึกคักที่สุดยามราตรีของที่นี่ และทุกเมืองทั้งประเทศ
.
โปรดสังเกต ซุ้มประตูทางเข้าถนนคนเดิน ที่อยู่ข้างร้านแม็คโดนัลดิ์ และทางเข่าขวาสุด อักษรจีนสีแดง 步行街小吃城-ปู้สิงเจียเสี่ยวชือเฉิง แปลว่า เมือง (ดง) อาหารถนนคนเดิน ซึ่งต่อไปผมจะเรียนย้ำว่า ไม่ต้องมาที่นี่นะครับ เพราะยังมีดงอาหารที่เหนือกว่าที่นี่ ทั้งรสชาติ ราคา และสถานที่ อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามครับ
.
รูปภาพ
.
เราไปกันที่ถนนคนเดินก่อนนะครับ
.
ไม่น่าเชื่อครับว่า ที่นี่ไม่ได้เป็นเหมือนถนนคนเดินแบบชาวบ้านทั่วไปอย่างที่เคยพบเห็นกัน แต่กลับเป็นบูธเครื่องประดับต่างๆนับร้อยบูธ ซึ่งถูกใจคุณนายเป็นที่ยิ่ง
.

รูปภาพ
.
ส่วนร้านค้าสองฟากก็ไม่ต่างจากที่อื่น รวมทั้งชั้นบนที่มีร้านอาหารฮ่องกงตั้งป้ายโฆษณานกพิราปย่างน่าสนใจ แต่ขึ้นไปถึงที่กลับซบเซาไม่น่าลิ้มลอง ก็จึงลงมา และ...
.
รูปภาพ
.
เดินถัดมาที่ 步行街小吃城-ปู้สิงเจียเสี่ยวชือเฉิง แปลว่า เมือง (ดง) อาหารถนนคนเดิน-Pedestrian Street Food Center (2 ภาพแรก) อย่างที่อ้างถึงข้างต้น แล้วปรากฎว่า ไม่เอาไหนเลย ทั้งอบอ้าว แออัดและชุลมุน
.
จึงข้ามที่ฝั่งตรงข้าม มีซอกเล็กๆข้างอาคารพาณิชย์ ชื่อ 三亚解放路小吃城-ซันย่าเจี่ยฟ่างลู่เสี่ยวชือเฉิง-เมืองอาหารถนนกองทัพปลดปล่อยเมืองซันย่า (รูป 3)...
.
ที่นี่แหละครับ เป็นสวรรค์ของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทั้งมวล อาหารสารพัดสารพันมีให้เลือกซื้อตามใจ สมศักดิ์ศรีคุณสมบัติศูนย์อาหารอย่างแท้จริง
.
คุณนายเลือกอาหารโดยพิจารณาจากโหงวเฮ้งของคนขายประกอบ เห็นเจ๊คนนี้ยิ้มแย้มจริงใจ และร้าน 湘味小厨-เซี่ยงเว่ยเสี่ยวฉู-ครัวรสชาติเมืองเซี่ยง (มณฑลหูหนัน-ฉางซา จางเจียเจี้ย ฯลฯ) ของเธอก็ดูสะอาดกว่าร้านอื่น ก็เลยเลือกร้านนี้
.
รูปภาพ
.
คุณนายชี้รูปสั่ง เนื้อปลาต้มผักดอง-酸菜鱼-ซวนช่ายอวี๋ ชามเบ้อเริ่มและผัดผักรวมเนื้อหมู ข้าวเปล่า 2 ราคา 67 หยวน พร้อมโค๊กและสไปร้ท์ 2 ขวดอีก 8 หยวน อร่อยพุงกางจนไม่ต้องไปซื้อของปิ้งจากร้านใต้หวันหรือร้านเกาหลีข้างๆมาแกล้มเพิ่ม ปีติจนกลับไปนัดหมายกับเจ๊ว่าจะมาทานอีกวันหลัง
.
จบสิ้นวันที่สองด้วยความชื่นมื่น..... ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตาม พบกันใหม่ตอนต่อไปครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 10/04/2017 10:42 am

รูปภาพ
.
Hainan Island Trip: Day III & Day IV-ไฮไล้ท์ของเมืองท่องเที่ยว
.
สวัสดีครับ
.
ผ่านไป 2 วัน ...เที่ยวต่อวันที่ 3-4 ในเมืองซันย่า เมืองท่องเที่ยวของเกาะไหหลำกันเลยนะครับ
.
ใช่ครับ..ขออนุญาตเลือกเฉพาะที่เป็น ไฮไล้ท์ ของเรา เพราะไฮไล้ท์ยอดนิยมทั่วไปที่ฮิตๆกันนั้น ไม่อยู่ในความสนใจของเราเลย....
.
คือ อย่างที่เรียนไปแล้วไงครับว่า เกาะไหหลำ แทบจะไม่มีอะไรที่เมืองจีนอื่นไม่มี และทั้งหมดที่มีนั้น ในแง่คุณภาพก็สู้ที่อื่นไม่ได้ แถมยังราคาแพงมากๆโดยใช่เหตุอีกด้วย
.
ถึงขนาดวันกลับบ้าน เจอคณะทัวร์จากไต้หวัน แล้วผมถามความเห็นพวกเค้า.. ต่างแย่งกันตอบว่า "มาแล้วรู้สึกรักไต้หวันมากขึ้นแยะเลย 5555"
.
นั่นจึงเป็นความยุ่งยากใจนิดหน่อย ที่ทั้งก่อนนอนและตื่นเช้าขึ้นมาวันนี้ เราแทบนึกไม่ออกเลยครับว่า จะไปเที่ยวที่ไหนดีในอุณหภูมิที่ร้อนไม่แพ้บ้านเราอย่างนี้
.
ชีวิตในเมืองซันย่า 4 วันของเรา จึงอยู่ในห้องพักมากชั่วโมงกว่าที่อื่นเกือบเท่าตัว เพราะแค่นึกจะนั่งรถบัสเที่ยวไปทั่วๆ (ตามแบบฉบับของเรา) ก็ขยาดไอร้อนจนขอเปลี่ยนใจไม่เอาดีกว่า อ่ะครับ
.
10 โมงเช้า ค่อยๆกระย่องกระแย่งออกมาข้างนอก โดยมีแพลนในใจแค่ว่า ...ไหนๆก็ไหนๆ ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ กวางเหลียวหลัง-鹿回头公园-ลู่หุยโถวกงหยวน (ที่อยู่ไม่ไกลเพราะเห็นป้ายชี้ทางเข้าแค่ 1 ป้ายรถเมล์จากที่พักของเราเท่านั้น) ก่อนก็แล้วกัน.... ถ้าไม่มีอะไร หรือร้อนมากก็ไปต่อที่อื่น แล้วค่อยมาใหม่อีกรอบยามค่ำ เพราะเค้าบอกว่า แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี่ โดดเด่นหรือเหมาะกับช่วงค่ำมากกว่า...
.
ไปกันครับ
.
รูปภาพ
.
.
ทักทายพนักงานฟร้อนท์ 2 คนที่ผมช่วยตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ว่า Samuel-แซม และ Joanne-โจน แล้ว ก็เลี้ยวซ้ายจากหน้าโรงแรมไปตามทาง โดนเดาว่า แป๊บเดียวก็น่าจะเห็นป้ายบอกทางเข้า ที่เรานั่งรถผ่านมา 2 วันหลายรอบแล้ว..
.
ผ่านห้าง Summer Mall และ ต้าตงไห่สแควร์ไปตั้งไกล แต่ไม่ยักเห็นป้ายที่ว่าซักที...เอ..หรือลืมเลี้ยวตรงโค้งโน่น..
.
จนกระทั่งถึงป้ายรถเมล์ ถามอาเจ๊ที่รี่มาเสนอขายทัวร์เรา ค่อยได้คำตอบว่า "ต้องนั่งรถจากนี่ไปอีก 2 ป้าย"...เง็ง
.
แล้วก็ได้คุณนายนั่นเอง ที่ค่อยๆดึงสติผมกลับคืนมาว่า "เราเห็นป้ายตอนขากลับจากในเมืองมาไม่ใช่หรือ เรามาผิดทิศแล้วล่ะ..."
.
อ้าว...
.
"มาผิดทิศก็ไม่เป็นไร ป๋าเห็นโน่นไหม......"
.
รูปภาพ
.
ผมมองตามมือที่ชี้ของคุณนายไป ก็เห็นสัปปะรดยักษ์อยู่ข้างหน้า...
.
อ้อ...อยู่นี่เอง
.
เรื่องของเรื่องก็คือ คืนแรกที่เราเดินออกมาหาของทานและปรากฏว่าบนห้าง Summer Mall ไม่มีฟู้ดคอร์ทนั้น พนักงานห้างคนหนึ่งมีน้ำใจบอกเราว่า "จะหาศูนย์อาหารต้องไปที่สัปปะรดใหญ่นั่นถึงจะอุดมสมบูรณ์หน่อย-要小吃的话 去大菠萝那边比较丰富-เย่าเสี่ยวชือเตอฮั่ว ชี่ต้าปอหลัวน่าเปียนปี่เจี้ยวเฟิงฟู่.." แต่เราก็หาไม่เจอเพราะ..แหะ แหะ ไปคนละทางอ่ะ
.
โชคดีจริงๆ วันนี้เดินหลงแท้ๆ กลับมาเจอห้างมหึมาเข้าให้อย่างจัง...
.
ห้างนี้ชื่อว่า ศูนย์การค้าริมอ่าว ฮาร์เบอร์ซิตี้-一号港湾城-อี๋เห้ากั่งวันเฉิง ครับ
.
รูปภาพ
.
เป็นห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าอันดับหนึ่งของเมืองซันย่า ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่และทันสมัยยิ่ง
.
สัปปะรดยักษ์ แสดงถึงราชาแห่งผลไม้เศรษฐกิจหลักที่ทำรายได้ให้กับเกาะนี้ ด้วยความเชื่อของคนจีนที่ว่า สัปปะรดเป็นยาที่ช่วยบำบัดโรคภัยได้หลายชนิด อาทิ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ท้องอืดเฟ้อ ปัสสาวะขัด มึนศีรษะ ตาลาย กระทั่ง ละลายหลอดเลือดเลี้ยงสมองอีกด้วย...
.
คงประมาณ มะพร้าว ราชินีแห่งผลไม้ ทั้งอ่อนและแก่ คนจีนก็ถือเป็นยาเช่นกัน ถึงขนาดตัดเนื้อมะพร้าวแก่เป็นแว่นๆขายเหมือนแตงแคนตาลูป แถมยังมีการคั้นน้ำกะทิสดๆ (แบบที่เราเอาไปทำแกง) ขายให้คนซื้อดื่มเป็นแก้วๆตามศูนย์อาหารให้เห็นบ่อยๆครับ
.
เข้าไปข้างในกันนะครับ
.
รูปภาพ
.
เพียงพ้นประตูหน้า ด้านซ้ายมือก็เป็นดาราของห้างนี้แล้วครับ นั่นก็คือ ศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่นำเเข้าจากต่างประเทศ มีข้าวของที่ดึงดูดสายตาและกระเป๋าสตางค์จัดวางอย่างเย้ายวนใจ
.
รูปภาพ
.
แถมราคาก็ดูเหมือนไม่แพงอีกต่างหาก เช่น เบียร์ Amtel จากฮอลแลนด์ (ซึ่งปรกติจะแพงกว่าเบียร์จีนเป็นเท่า 2 เท่า) 6 กระป๋องเพียง 25.80 หยวน ตกกระป๋องละ 22 บาทเท่านั้น
.
สาหร่ายเถ้าแก่น้อย กล่องละ (10 ชิ้น) 12 หยวน หรือ 60 บาท...
.
ฯลฯ
.
รูปภาพ
.
ดินชมทั่วๆแล้วก็ถามพนักงานจนได้ความว่า Food Court ของที่นี่อยู่ที่ชั้น 4 เรากจึงขึ้นลิฟท์ไป....
.
น่าเสียดายครับ ที่ฟู้ดคอร์ท-美食广场-เหม่ยสือกว่างฉาง ซึ่งตกแต่งสวยงาม ด้วยป้ายสีม่วงแบบเดียวกับ Food Republic ไม่ยักจะมีลูกค้าและบูธอาหารมากมายอย่างที่ควรจะเป็น เราจึงเดินเลี่ยงไปที่ด้านอื่นๆมั่ง...
.
ปรากฎว่า ถัดมาหน่อยเดียว ก็มีทางไปสู่อาคารด้านทิศใต้-南区-หนันชวี ...ทางเข้าเป็นซุ้มโฆษณาด้วยอักษรสลับสีตัวเบ้อเริ่มว่า "มาทานดื่มเล่นสนุกและซื้อให้เต็มที่ไม่มีอั้น-来吃喝玩乐购 应有尽有-ไหลชือเฮ่อหวั่นเล่อโก้ว อิ้งหยิ่วจิ้นหยิ่ว..."
.
เพียงผ่านซุ้มเข้าไป ก็เป็นร้านอาหารสารพัดสารพันแล้วครับ...เกือบทั้งหมดนอกจากแฟรนไช้ส์ญี่ปุ่นเกาหลีแล้ว เป็นแบรนด์จีนที่น่าเชื่อว่าเป็นแฟรนไช้ส์หรืออย่างน้อยก็มีหลายสาขาชัวร์ เพราะล้วนดูทันสมัย มีชีวิตชีวา บ่งบอกว่าไม่แค่อยู่ได้แต่ขายดีค่อนข้างแน่ อาทิ....
.
ร้านไก่ในลูกมะพร้าว รสดั้งเดิม-原味主张椰子鸡-หยวนเว่ยจู่จังเยียจื่อเอีย。。。。ร้านใบเตย-班兰叶-ปันหลันเยี่ย。。。。หม้อไฟห่านฟ้าฉงชิ่ง-重庆小天鵝-ฉงชิ่งเสี่ยวเทียนเอ๋อ...ฯลฯ
.
รูปภาพ
.
แต่ที่น่าสนใจมากๆก็คือ ร้าน ปลาต้มผักดองไห ไท่เอ้อ-太二老坛子酸菜鱼-ไท่เอ้อเหล่าถันจื่อซวนช่ายอวี๋-Chinese Sauerkraut Fish (มีแฟรนไช้ส์ในต่างประเทศด้วย) ป้ายในร้านนอกร้านน่าสนใจมากๆ อาทิ..
.
ผักดองอร่อยกว่าปลาเสียอีกนะ ขอบอก-酸菜比鱼好吃-ซวนช่ายปี่อวี๋ห่าวชือ...
.
ไม่ขายปลาต้มผักดองแบบซื้อกลับบ้านจร้า ก่อนหน้านี้เราไม่มีประตูร้านด้วยซ้ำ-酸菜鱼不外卖 以前连门都没有-ซวนช่ายอวี๋ปู๋ไหว้ม่าย อี่เฉียนเหลียนเหมินโตวเหมยหยิ่ว...คือประมาณว่า แค่ลูกค้าที่นั่งทานในร้านก็ทำไม่ทันแล้ว หุหุ
.
อีกป้ายกวนดี (ภาษาจีนอยู่บนป้ายไว้ท์บอร์ดแล้ว)
.
เตี้ยนจั่งซัว-ผู้จัดการสาขาบอกว่า...
.
1. ร้านนี้ไม่อนุญาตให้เลือกโต๊ะ เสริมโต๊ะ-เปิ่นเตี้ยนปู๋พินจั๋ว ปู๋เจียเว่ย
2. ร้านนี้ไม่ขายปลาต้มผักดองให้ซื้อกลับบ้าน-เปิ่นเตี้ยนซวนช่ายอวี๋ปู๋ไหว้ม่าย
3. ปลาต้มผักดองร้านนี้สั่งให้เพิ่มหรือลดเผ็ดไม่ได้-เปิ่นเตี้ยนซวนช่ายอวี๋ปู๋เจียล่าปู๋เจี่ยนล่า
4. หากรู้สึกร้อน สามารถเรียกผู้จัดการมาเม้าธ์เรื่องตลกเย็น (มุกแป๊ก) ได้-หยูกั่วเจี๋ยเต๋อเยอะ เขออี๋เจี้ยวเตี้ยนจั่งเจี่ยงเหลิ่นเสี่ยวฮั่ว
.
ขายดีก็อย่างนี้แหละครับ วางกฎกติกาปล่อยมุกได้ตามใจ ก็ดูเก้าอี้ยาวที่เรียงหน้าร้านสิครับ ใครมาช้ารอเป็นชั่วโมงเชียว...ขอบอก
.
ขณะเดินชมร้านต่างๆไปเรื่อยๆ คุณนายเคทที่แยกตัวไปเดินสำรวจ ก็กลับมาหา จูงมือผมละล่ำละลั่กบอกว่า "ป๋า มานี่เลย มาดูร้านนี้หน่อยว่าเป็นไง"
.
ก่อนที่จะถึงร้าน บังเอิญเห็นสามีภรรยาคู่นี้ หันมายิ้มให้เราและถามว่า "是从泰国来吗-ซื่อฉงไท่กั๋วไหลมา-มาจากเมืองไทยใช่ไหม" ผมรีบตอบและยิ้มถามกลับว่า "ใช่ครับ ไม่ทราบทำไมถึงทราบครับ"
.
อาเฮียสุภาพอ่อนน้อมมาก ตอบว่า "ฟังจากสำเนียงที่คุณคุยกัน... เราไปเมืองไทย 3-4 รอบแล้ว ชอบมาก"
.
ก็เลยได้ยืนเสวนากัน จนทราบว่า ทั้งคู่เป็นข้าราชการเกษียนมาจากฮาร์บิ้น ทุกฤดูหนาว จะหลบหนาวมาอยู่ที่ไหหลำประมาณครึ่งปี เพราะซื้อคอนโดไว้ที่นี่...บลา...บลา...บลา..
.
เห็นไหมครับว่า คนจีนชนชั้นกลางกลุ่มหนึ่งในยุค 20 กว่าปีให้หลังมานี่ รู้จักหากำไรชีวิตไม่แพ้ชนชาติพัฒนาไหนๆเลย...
.
แล้วเฮียก็บอกว่า "เดี๋ยว 11 โมง ทานบุฟเฟ่ต์-自助餐-จื้อจู้ชัน ร้านนี้เลยนะครับ คุ้มมากๆ เป็นบุฟเฟ่ต์แบบบวกบวก..."
.
"ที่ว่าคุ้ม เพราะตอนนี้เค้ามีโปรโมชั่น จากคนละ 119 หยวนเหลือ 79 หยวน... พิเศษ ส.ว.ลดเหลือ 59 หยวน แถมคนที่ไปด้วยแม้ไม่ใช่ ส.ว.ก็ได้ราคา ส.ว.อีก 1 คน"
.
"ส่วนบวกบวก ก็คือ ราคานี้บวกสเต๊กต่างหากให้ 1 ที่ และอีกบวกคือ ดื่มเบียร์ได้ไม่อั้น...555"
.
โห...ไม่ถึงศีรษะละ 300 บาท เราทานข้าวราดกับเมืองนี้ยังถูกกว่าแค่นีสส์เดีย...ลุยเลยสิครับ จะรออะไร..แต่..
.
ยังไปไม่ได้ครับ ต้องรออีก 20 นาทีให้ถึง 11 โมงก่อน...ระหว่างนั้น มี 2 สาวจากเฉิงตู ได้ยินว่าเรามาจากเมืองไทยก็เข้ามาแจมด้วย กระทั่งร้านเปิดค่อยแยกย้ายก้นไปหาโต๊ะกัน...
.
ร้านนี้ชื่อ Aisimi Steak-爱斯米牛排自助-ไอ้ซือหมี่หนิวไผจื้อจู้...牛排-หนิวไผ แปลตรงตัวว่า สเต๊กเนื้อ...แต่ใครที่ไม่ทานเนื้อ (เหมือนเรา) ก็สั่งสเต๊กปลาแทนได้ครับ
.
เวลาที่ให้ ก็ ชั่วโมงครึ่ง และต้องจ่ายเงินก่อน ซึ่งเค้าจะเก็บมัดจำอีกต่างหากคนละ 10 หยวน ถ้าทานเหลือเกิน 100 กรัม จะไม่คืนมัดจำให้ครับ....(ก็เลยได้เห็นบางคน ทานเหลือ รีบเอาไปเทลงถังที่รถเก็บจานของแม่บ้าน อิอิ)
.
รูปภาพ
.
ร้านนี้ชื่อ Aisimi Steak-爱斯米牛排自助-ไอ้ซือหมี่หนิวไผจื้อจู้...牛排-หนิวไผ แปลตรงตัวว่า สเต๊กเนื้อ...แต่ใครที่ไม่ทานเนื้อ (เหมือนเรา) ก็สั่งสเต๊กปลาแทนได้ครับ
.
เวลาที่ให้ ก็ ชั่วโมงครึ่ง และต้องจ่ายเงินก่อน ซึ่งเค้าจะเก็บมัดจำอีกต่างหากคนละ 10 หยวน ถ้าทานเหลือเกิน 100 กรัม จะไม่คืนมัดจำให้ครับ....(ก็เลยได้เห็นบางคน ทานเหลือ รีบเอาไปเทลงถังที่รถเก็บจานของแม่บ้าน อิอิ)
.
สเต๊กสามารถเลือกเพิ่มเส้นหมี่ หรือไข่ดาวได้
.
มีคำขอประกอบด้วยว่า "กรุณาอย่าย้ายโต๊ะ เดี๋ยวบริกรส่งสเต๊กจะสับสนโดยใช่เหตุ"
.
รูปภาพ
.
อาหารบุฟเฟ่ต์ใช้ได้ทีเดียวครับ มีทั้งไก่ หมู ปลา สลัด ของหวาน ของคาว ไอสครีม ตามสไตล์บุฟเฟ่ต์ทั่วไป รสชาติดี สะอาด อร่อย...ยิ่งแกล้มเบียร์ (3 กระป๋อง อิอิ) ก็อิ่มเอมไปถึงพรุ่งนี้เลย 555
.
รูปภาพ
.
ในเมนู มีสเต๊กนอกด้วยนะครับ แต่ราคาก็ย่อมบวกขึ้นไปอีกเป็นธรรมดา...
.
รูปภาพ
.
พนักงานสองสาวชื่นชอบเรามาก คงเพราะสุภาพให้เกียรติเค้าต่างจากลูกค้าอื่น บอกว่าอยากเที่ยวเมืองไทย ขอถ่ายรูปด้วยและขอ wechat เพื่อติดต่อกัน..น่ารักมากๆเลย
.
อิ่มหนำสำราญแล้ว ก็นำใบเสร็จไปรับมัดจำคืน 20 หยวนครับ
.
รูปภาพ
.
บุฟเฟ่ต์เจ้าที่ว่า ดูเหมือนจะเป็นมื้อเดียวที่เรารู้สึกว่าได้ทานของหลากหลายชนิดมั่ง แต่ก็ไม่ถึงกับถวิลหาหรอกนะครับ เพราะวัยที่สูงขึ้นอย่างเช่นในปัจจุบัน เราทั้งคู่นอกจากทานน้อยแล้ว ยังไม่มีศักยภาพที่จะทานอาหารรสจัดรสเข้มข้นได้เหมือนเดิมอีกแล้ว... อาหารหลักจึงเป็นกับข้าวพื้นๆแบบข้าวราดกับบ้านเรามากกว่า เพราะฉะนั้น ต้องขออภัยด้วยนะครับ ถ้าไม่ได้แนะนำจานเด็ดใดๆเลย..
.
อย่างไรก็ตาม อาหารพื้นเมืองที่ดังๆของคนไหหลำก็มีดังนี้ครับ
.
1. ข้าวมันไก่ไหหลำ-文昌鸡饭-เหวินชางจีฟั่น
2. ก๋วนเตี๋ยวไหหลำ-抱罗粉-เป้าหลัวเฝิ่น
3. เป็ดปรุงพิเศษ-加积鸭-เจียจี๋เยีย
4. ข้าวเหนียวแว่นมะพร้าว-椰子船-เยียจื่อฉวน
5. ปูครื้นเครง-和乐蟹-เหอเล่อเซี่ย
6. โป้ยเกี่ยไหหลำ-清补凉-ชิงปู๋เหลียง
.
ภาพทั้งหมดมาจากเน็ต เพราะเราไม่ได้ลิ้มลองเลยด้วยไม่รู้สึกน่าสนใจใดๆเป็นพิเศษครับ
.
รูปภาพ
.
สำหรับเพื่อนๆที่มีรสนิยมบ้านๆแบบเรา ที่ชื่นชอบทานอาหารประเภทข้าวราดกับ ที่เหมือนร้านข้าวแกงของเรา หรือ ร้านเปี้ยนตัน แบบใต้หวัน (ที่ยังไงก็ต้องมีผักเยอะๆ มีเนื้อบ้าง แป้งน้อยๆ เป็นหลัก) ละก็ มาถูกทางแล้วครับ
.
เพราะร้านข้าวทานกับกับแบบใต้หวันอันเริ่มฮิตในเมืองจีนที่เรียกว่า อาหารเร็วแบบใต้หวัน-台式快餐-ไถเสอข้วยชัน (หรือเปลี่ยนเป็น อาหารเร็วแบบจีน-中式快餐-จงเสอข้วยชัน) ที่ไหหลำก็มีเช่นกัน โดยในเมืองซันย่าคือ ร้านแฟรนไช้ส์ที่ชื่อ Kaicereal-凯禾-ไข่เหอ ครับ
.
ร้านประเภทนี้ในไหหลำ จะให้เราเลือกสั่งอาหารที่เคาน์เตอร์ ยกมาทานที่โต๊ะก่อน แล้วค่อยเดินมาเขียนบิลตามหลัง เพื่อทานเสร็จค่อยไปจ่ายเงินครับ
.
ในซันย่ามีอยู่ 6 สาขาด้วยกัน สาขาที่เราทานคือ สาขา ถนนสันเขาไก่ทอง-金鸡岭路-จินจีหลิงลู่ ซึ่งถ้าขึ้นรถเมล์สาย 4 ก็จะอยู่ตรงป้าย 金鸡岭社区-จินจีหลิงเซ่อชวี พอดี
.
รูปภาพ
.
รสชาติอร่อย ถูกใจ แต่ราคาค่อนข้างแพง (...กว่าเมืองอื่นในจีนมาก) อย่างที่เห็น กับ 3 อย่าง ข้าว 2 ถ้วยที่เห็นนี่ 67 หยวน หรือ 340 บาทครับ
.
รูปภาพ
.
....และสาขาตรงข้าม ท่ารถทัวร์-汽车总站-ชี่เชอจ่งจั้น ซึ่งมีรถผ่านหลายสายอย่างที่เรียนไปแล้วครับ
.
ส่วนมื้อนี้ กับ 2 อย่าง ข้าว 2 ถ้วย 34 หยวน หรือ 175 บาทครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 10/04/2017 10:47 am

รูปภาพ
.
Deer-Turn-Round Park - สวนสาธารณะกวางเหลียวหลัง
.
สวัสดีครับ
.
ยังครับ ยังไม่ต้องดูว่า ชื่ออัลบั้มตอนนี้มีติดเรท 18+หรือเปล่า เพราะไม่ก่งไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เพื่อนๆบางท่านอาจคิดในใจแม้แต่นีสส์เดีย...อิอิ
.
ชื่อสวนสาธารณะแห่งนี้ ตรงกับไฮไล้ท์ที่ อนุสาวรีย์กวางเหลียวหลัง อันมีตำนานหวานฉ่ำดังนี้ครับ....
.
หัวหน้าเผ่าเจ้าอารมณ์ จู่ๆก็อยากได้หูกวางมาทำเครื่องประดับ จึงบัญชาให้ เจ้าดำ-阿黑-อาเฮย หนุ่มน้อยชาวเผ่าหลี-黎族-หลีจู๋ ให้ขึ้นเขาไปล่ากวางมา...
.
มีอยู่วัน อาเฮยเห็นกวางลายสวยงามมากกำลังวิ่งหนีเสือดาวอย่างสุดชีวิต จึงใช้ธนูยิงเสือดาวตายแล้วก็วิ่งตามกวางไปถึง 9 วัน 9 คืนเต็ม... ข้ามเขา 99 ลูกจนถึงยอดเขาริมอ่าวกวางน้อยก็จนมุม อาเฮยรีบเหนี่ยวคันธนู แต่...ก่อนที่อาเฮยปล่อยสายธนู พลันกวางน้อยก็เหลียวหลังกลับมา กลายร่างเป็นหญิงสาวสวยราวเทพธิดา เยื้องย่างเข้ามาหา แล้ว...ทั้งสองก็ผูกรักอยู่กินด้วยกันนับแต่นั้นมา...
.
หลังจากนั้น สาวน้อยก็ชักชวนฝูงกวางญาติพี่น้องแปลงร่างมารวมตัวออกรบกระหน่ำจนกำราบหัวหน้าเผ่าสำเร็จ แตกลูกออกหลานเป็นเผ่าใหญ่ ครอบครองผืนเขาทั้งหมด พร้อมสร้างอนุสาวรีย์เป็นตำนานฝากชนรุ่นหลังสืบแต่นั้น และ...
.
นี่คือที่มาของชื่อสวนสาธารณะแห่งนี้ครับ
.

รูปภาพ
.
กลับจากห้างฯ หลบแดดพักผ่อนในห้องจนถึงช่วงเย็น ค่อยกระวีกระวาดออกมา แล้วเลี้ยวไปทางขวาคนละทิศกับเมื่อเช้า...อิอิ
.
เพื่อนๆคงทราบข่าว goo.gl/beKoSi แล้วนะครับว่า จีนมีโครงการปฎิวัติห้องส้วมสาธารณะเป็นการใหญ่ทั่วประเทศ วิธีหนึ่งที่ทำให้ประสพความสำเร็จง่ายๆคือ จัดเป็นห้องพักดีๆให้แล้วจ้างคนอยู่ประจำ หน้าที่ความรับผิดชอบนอกจากทำความสะอาดตลอดเวลาแล้ว ยังบริการที่สูบลม ร่ม เข็มสอย ฯลฯ ให้ผู้คนฟรีอีกต่างหาก
.
และนี่คือ 1 ในส้วมสาธารณะจำนวนมากมายที่สะอาด และพบเห็นได้ทั่วไปครับ
.
2 ภาพถัดมาคือโรงแรมที่อาจพาให้เราเข้าใจผิดง่ายๆ เพราะชื่อภาษาอังกฤษดันตั้งว่า Guesthouse Hotel อ่ะครับ ทั้งๆที่เป็นโรงแรม 4 ดาว ภาษาจีนคือ 嘉宾-เจียปิน หมายถึงแขกมีระดับแท้ๆ
.
ทางที่ลาดลงด้านหน้า ยามค่ำจะเป็นน้ำไหลที่มีแสงสีประกอบสวยงามมากครับ
.
เลี้ยวซ้ายที่ป้ายบอกทางเข้าสวนสาธารณะ เดินเรื่อยมาจนถึง โรงแรมศักดิ์สิทธิ์อัลลอย..เอ้ย..ศักดิ์สิทธิ์อลังการ-宝宏-เป่าหง ก็มีป้ายรถเมล์บอกว่าสามารถมาที่นี่ได้ด้วย สาย 26, 53, 54...
.
ถัดไปหน่อยก็เป็นป้ายศิลาบ่งบอกว่า อาณาบริเวณนี้คือ "อุทยานท่องเที่ยวทะเลตะวันออกใหญ่-大东海旅游区-ต้าตงไห่หลี่หยิวชวี" ซึ่งขณะยืนถ่ายรูป ก็ได้ยินเสียงตะโกนเป็นภาษาจีนมา...
.
เราหันไปดู เห็นอาเฮียคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถเก๋ง เปิดหน้าต่างมาถามว่า "จะไปสวนกวางเหลียวหลังใช่ไหม-要去鹿回头公园是吗-เย่าชี่ลู่หุยโถวกงหยวนซื่อมา"...อ๋อ พวกขายทัวร์นี่เอง ผมก็เลยทำสีหน้างุนงง ฟังไม่ออก.....
.
เฮียก็พยายามอธิบาย ส่งโบร์ชัวร์ให้ดู แต่เราก็ไม่สนเดินกลับไปถ่ายรูปต่อ..
.
ปรากฎว่า เฮียไม่ยอมไปต่อ เลี้ยวซ้ายมาข้างๆ แล้วยกมือสองข้างไว้บนศีรษะ ทำนิ้วงอๆเป็นหัวกวาง เล่นเอาเราอดขำไม่ได้ อารมณ์ดีขึ้นมาไม่รู้ตัว จึงพยักหน้ารับ...เฮียก็ชี้ให้มานั่งรถได้เลย ..ผมทำนิ้วเป็นท่าว่า "จะเดินไปเอง" อาเฮียกางมือทำนอง "โอ๊ย เดินไกล ขึ้นรถดีกว่า"
.
ผมทำท่าแบมือใช้นิ้วโป้งนิ้วชี้ลูบไปแล้วพูดว่า "How Much?" อาเฮียก็กางมือเป็นสัญญานว่า 5 หยวน..ผมชี้ไปทางคุณนาย ทำนิ้วตัว V ย้ำว่า "two for five yuans?" อาเฮียยิ้มพยักหน้า เราก็เลยขึ้นรถไป...
.
ทันทีที่นั่งในรถ ผมก็ยิ้มบอกว่า "你为什么这样努力啊-หนี่เว่ยเสินเมอเจ้อย่างหนู่ลี่อา-ทำไมคุณถึงขยันปานนี้..." แล้วก็พูดต่อเป็นการแก้งงของเฮียว่า.."คนขายทัวร์เต็มไปหมดเลย เราอุตส่าห์แสร้งทำเป็นไม่รู้ภาษาจีน เอาตัวรอดมาได้ตลอด แต่ก็เสร็จคุณจนได้..."
.
คราวนี้เฮียยิ้มเลย แล้วก็ถามต่อว่า "อยากไปเที่ยวหมู่บ้านชาวเขาเผ่าแม้วไหม?" ซึ่งผมก็อธิบายว่า เราผ่านเมืองจีนจนปรุแล้ว เห็นมาเยอะแล้ว ไม่สนใจ... แล้วก็เสริมว่า "ที่นี่แพงมาก ทุกอย่างขายเกินราคาแบบเหลือเชื่อ...." เฮียก็แก้ว่า "ก็เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว รายได้มาจากทางเดียว ทำไงได้..." ฯลฯ
.
เราโชคดีมากครับ เพราะจากจุดที่ขึ้นรถ เป็นทางขึ้นเนินตลอด ขืนเดินคงไม่หนี 20-25 นาทีเป็นแน่...ก็เลยถามว่า "คุณซื้อตั๋วเข้าสวนฯ ได้ราคาพิเศษใช่ไหม?" เฮียบอกว่า "ปรกติ 42 หยวน ผมซื้อได้ 40 คูณ 2 คน 80 เซฟได้ 4 หยวน จ่ายค่ารถผม 5 หยวน เท่ากับแค่หยวนเดียวไม่ต้องเดิน.."
.
ผมบอกว่า "ม่ายช่าย ของผมได้ลดครึ่งน่ะ ผมเกิน 60 แล้ว..." เฮียอึ้ง แล้วก็บอกว่า "เดี๋ยวผมไปถามให้ละกัน รู้สึกต่างชาติเค้าจะไม่ลดนะ"
.

รูปภาพ
.
นี่คือ เฮียหวู เจ้าถิ่นที่นี่ รอรับคนขึ้นลง แม้เที่ยวละไม่กี่ตังแต่วันละหลายเที่ยวก็เป็นเงินก้อนไม่น้อย แถมอาจขายทัวร์เที่ยวชนเผ่าแม้วได้อีก ก็กำไรเหนาะๆ...
.
ป้ายหน้าห้องขายตั๋วคือ คนละ 42 ส.ว. 25 ผมให้พาสปอร์ตไป แล้วเฮียก็กลับมาบอกว่า 2 คน 65+ค่ารถ 5 หยวน เป็น 70...
.
ความที่เฮียกำไรน้อยหน่อย คุณนายก็จึงบอกให้ผมขอเบอร์โทร.เฮียมา คือ 小吴-เสี่ยวหวู 13807624755 เผื่อเพื่อนๆอยากซื้อทัวร์หรือเหมารถจะได้ติดต่อ ซึ่งเฮียก็แฮ็ปปี้มาก เรียกเรา "เหล่าซือ-อาจารย์" ตลอด..
.
ยังครับ ยังต้องมีค่ารถกอล์ฟขึ้นลงคนละ 15 หยวนอีกต่างหาก ซึ่งความจริงถ้ายังไม่มืด ก็สามารถเดินขึ้นลงได้ ใช้เวลาขาขึ้นประมาณ 25 นาที ขาลง 15 นาทีไม่เกิน....รถวิ่งถึง 4 ทุ่มครับ
.
รูปภาพ
.
ถึงลานจอดรถด้านบน มุมหนึ่งเป็นจุดชมวิว เห็นตึกเก๋ไก๋ 5 ตึกกลางน้ำสวยงามมาก
.
ถัดมาเป็นกระดานลื่นที่รูดลงมาจากบนเขา คนละ 15 หยวน ซึ่งพ่อลูกชาวรัสเซียคู่นี้เพิ่งไถลลงมา หน้าตาสะใจมาก..แล้วก็ถอดกางเกงผ้าหนาที่เค้าให้สวมก่อนลง คืนใส่กล่องไป...
.
เดินขึ้นเนินต่อ แวะจุดชมวิวเป็นระยะๆ...
.
รูปภาพ
.
มีทางขึ้นเนิน "รักนิรันดร์-爱心永恒-ไอ้ซินหย่งเหิง" ซึ่งขึ้นไปหน่อยก็เป็น รูปผู้เฒ่าให้ผู้คนกราบไหว้ขอพร..
.
รูปภาพ
.
นี่คือเทพองค์หนึ่งในความเชื่อของคนจีน ที่เรียกว่า "ผู้เฒ่าใต้เงาจันทร์-月下老人-เหยียเซี่ยเหล่าเหยิน" เทพเจ้าแห่งความรัก ที่เด็ดสาระตี่กว่า เซ้นต์วาเลนไทน์ เสียอีก ตามตำนานที่เล่ากันมาดังนี้...
.
เหวยกู่-韋固 จากตระกูลคหบดีในยุคราชวงศ์ถัง-唐朝-ถังเฉา เดินทางไปท่องเที่ยวเมืองซ่ง-宋城-ซ่งเฉิง และพักที่โรงเตี้ยม เคหาสน์ทักษิณ (ร้านใต้) -南店-หนันเตี้ยน...
.
คืนหนึ่ง ขณะเดินเที่ยวตามตลาด เห็นชายชราคนหนึ่งนั่งเปิดตำราเล่มหนาตึ๊บอ่านอยู่ใต้แสงจันทร์ ข้างๆมีถุงผ้าใส่ด้ายแดงเต็ม จึงสอบถามว่าเป็นตำราอะไร
.
ผู้เฒ่าตอบว่า "เป็นตำราบันทึกคู่ครอง..ส่วนด้ายแดงนี้ ถ้าผูกข้อเท้าหญิงชายคู่ใด ต่อให้อยู่ไกลกันแค่ไหน หรือเป็นศัตรูคู่แค้นกันมาก่อน ก็จะรักใคร่กลมเกลียวกันได้"
.
เหวยกู่คิดจะถามต่อ แต่ชายชราลุกขึ้นยืน หอบตำราและถุงเดินจากไป เหวยกู่จึงรีบตามไปติดๆ
.
ถึงตลาดข้าว เห็นหญิงตาบอดคนหนึ่งอุ้มทารก 2-3 ขวบเดินผ่านมา ชายชราจึงหันไปบอกเหวยกู่ว่า "เด็กคนนี้แหละ คือคู่ครองของเจ้า"
.
เหวยกู่โกรธมากเพราะคิดว่าถูกผู้เฒ่าประชดเข้าแล้ว จึงกลับที่พักเรียกเด็กรับใช้ให้ไปฆ่าทารกหญิงนั้นเสีย ดูซิว่าจะเป็นไง
.
เด็กรับใช้วิ่งไปที่ตลาด เอามีดจ้วงแทงทารกแล้วก็กลับมา
.
14 ปีผ่านไป เหวยกู่ถูกแม่สื่อแนะนำให้จับคู่กับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของผู้ว่าฯเมืองเซี่ยงโจว-相州 และตัดสินใจแต่งงานกัน เมื่อเปิดหน้าในวันสมรส พบว่าเป็นหญิงงดงามยิ่ง เพียงแต่หางคิ้วมีรอยแผลเล็กๆ วันต่อมาจึงถามพ่อตา..
.
ผู้ว่าฯตอบว่า "คิดแล้วก็เจ็บใจนัก ตอนข้าอยู่เมืองซ่ง แม่นมตาบอดอุ้มลูกไปที่ตลาด ถูกเด็กอันธพาลใช้มีดแทงเอา โชคดีที่ถากแค่หางคิ้ว.."
.
เหวยกู่จึงรีบหาด้ายแดงมาให้พ่อตาผูกข้อเท้าของเขาและภรรยาเป็นการคารวะผู้เฒ่าฯ และทั้งคู่ก็ครองรักกันหวานชื่นตลอดมา
.
เมื่อเรื่องราวของเหวยกู่ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเมืองก็เลยเปลี่ยนชื่อโรงเตี้ยม หนันเตี้ยน นั้นว่า "โรงเตี้ยมหมั้นหมาย-订婚店-ติ้งฮุนเตี้ยน" และเรียกพ่อสื่อทั้งมวลว่า "เหยียเหล่า-月老" ซึ่งเป็นคำย่อของ "ผู้เฒ่าใต้เงาจันทร์-月下老人-เหยียเซี่ยเหล่าเหยิน" นั่นเอง
.
ส่วนผมและคุณนายจะถูกเลือกจากตำราของผู้เฒ่าหรือเปล่า ไม่อาจทราบได้ สิ่งเดียวที่อยู่ในห้วงคำนึงของผมคือ "กลับบ้านเมื่อไหร่จะต้องไปค้นหาว่าคุณนายซุกเจ้าด้ายแดงไว้ที่ไหน แล้วจัดการเทำลายทิ้งซะ..." หุหุ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/04/2017 8:29 pm

รูปภาพ
.
ขึ้นเนินต่อไปอีก จนถึงศาลา ป้ายพันธมิตรบรรพต (ป้ายพรรคพวกขุนเขา)-山盟碑-ซันเมิ่งเปย ซึ่งอยู่ใกล้กับ ต้นคู่ครอง-夫妻树-ฟูชีซู่... แต่ขอลงไปจุดชมวิว ที่มีป้ายชื่อ กวางเหลียวหลัง-鹿回头-ลู่หุยโถว ก่อน
.
จากนั้นก็ผ่านบูธ ไปรษณีย์รัก-爱情邮局-ไอ้ฉิงหยิวจี๋ ที่ปิดแล้ว ไปตามทางขึ้นไปสู่ อนุสาวรีย์กวางเหลียวหลัง..
.
รูปภาพ
.
ถึงแล้วครับ อนุสาวรีย์กวางเหลียวหลัง มีผู้คนอออยู่รอบๆไม่น้อยเลย นี่ถ้าขึ้นมาช่วงเช้า สงสัยจะมีเราสู้แดดจนเกรียมตามลำพัง 555
.
ได้เพื่อนใหม่จากรัสเซีย เป็นคู่ฮันนีมูน พอทราบว่าเรามาจากเมืองไทย ตื่นเต้นใหญ่เลยครับ บอกว่ามีลุงมาทำธุรกิจที่พัทยา...
.
รูปภาพ
.
ข้อความบนป้ายบอกตำนานอย่างที่เล่าไปแล้วแต่เรียบเรียงเป็นร้อยกรอง
.
รอบๆอนุสาวรีย์ฯเป็นลานกว้างใหญ่ มีสวนหย่อม ที่นั่งพัก เวทีแสดง และจุดชมวิว
.
รูปภาพ
.
แน่นอนครับ จุดเด่นของวิวราตรีเมืองซันย่า ก็คืออาคารสวยงาม 5 หลังเรียงกัน ซึ่งว่ากันว่าเป็นความภูมิใจของชาวจีน เนื่องจากได้ไอเดียมาจาก ความต้องการข่มรัศมีของ ตึกเบริจ โรงแรม 7 ดาวอันดับหนึ่งของโลก ในดูใบ (Burj Al Arab-迪拜七星级 帆船酒店-ตี๋ไป้ชีซิงจี๋ ฟันฉวนจิ่วเตี้ยน-โรงแรมเรือใบดูไบ 7 ดาว) โดยทำบลั้ฟฟ์เป็น 5 ตึกเลย และส่วนหนึ่งก็เป็นโรงแรมระดับ 7 ดาว ชื่อ Phoenix Island Resort Sanya-凤凰岛度假酒店-เฟิ่งหวงเต่าตู้เจี่ยจิ่วเตี้ยน-รีสอร์ทบนเกาะนกฟินิกซ์ ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ดูภาพจากเน็ตดีกว่านะครับ สวยกว่าของผมแยะ
.
ช่วงค่ำนอกจากเปิดไฟให้สวยงามแล้ว ยังเล่นภาพโฆษณาสินค้าต่างๆเป็นการหารายได้ด้วย เช่นในลิงค์ goo.gl/aW9Kex นี้ครับ
.
รูปภาพ
.
ตรงนี้แหละครับ สำหรับผู้ที่ขี้เกียจเดินลง (หรืออาจจะเข้าใจผิดว่าต้องปีนป่ายกลับทางเดิม แต่ความจริงเดินต่อไปก็เป็นทางราบลงตลอด) สามารถใช้บริการ กระดานลื่น-滑滑乐-หัวหัวเล่อ ได้ โดยจ่าย 15 หยวน สวมกางเกงผ้าหนา แล้วทะรูดลงเลย ...
.
ป้ายบอกว่าเป็นราคา หน้าโลว์-淡季-ตั้นจี้ นะครับ ปรกติคนละ 30 หยวน.... จ๊ากกก
.
รูปภาพ
.
ใช่ครับ ทางเดินด้านนี้เป็นทางราบที่ลงไปลานจอดรถได้ ซึ่งหน้าซุ้มประตูทางเข้า จะมีรถบัสสาย 54 จอดรออยู่ข้างหน้าพอดี
.
รูปภาพ
.
เมื่อคืนไป ถนนคนเดินถนนเจี่ยฟ่างลู่ มีแต่เครื่องประดับ ไม่ยักจะเหมือนถนนคนเดินทั่วไป วันนี้ไปอีกถนนคนเดิน คือ 一市场-อี๋ซื่อฉาง ละกันครับ อยู่ถึงก่อนป้าย ท่ารถบัส-汽车总站-ชี่เชอจ่งจั้น 2 ป้าย
.
ร้านที่มีคนออกันตรึม นึกว่าอะไร ที่แท้ก็ ขนมโป้ยเกี่ย กับ เค็กทุเรียนไหหลำ-海南榴莲糕-ไห่หนันหลิวเหลียนเกา...อือม์..ไหหลำมีทุเรียนด้วยหรือ?
.
เจอป้าถือถาดขายขนมเปี้ยทำเองร้อนๆ ถุงละแค่ 5 หยวน ก็เลยอุดหนุนป้า 2 ห่อ...อร่อยมากและไม่น้ำมันชุ่มเหมือนตามร้านครับ
.
รูปภาพ
.
บูธขายของทั้งหลาย ก็ไม่ต่างจากทั่วไป....
.
รูปภาพ
.
แต่ดูเหมือนพวกเครื่องประดับจะมีมากที่สุด โดยเฉพาะพวกมุก เพราะเป็นเมืองชายทะเลเมืองประมงครับ
.
รูปภาพ
.
ยังมีตลาดเสื้อผ้าที่ชั้นบนด้วยนะครับ
.
รูปภาพ
.
คุณนายลองสอบถามราคาหินประดับดู กลับมาบอกว่า ...แพงมาก แต่ก็ยังดีกว่าที่ถนนคนเดินเจี่ยฟ่างลู่...
.
รูปภาพ
.
ซอยตรงกลาง เป็นดงอาหารทะเล ที่สามารถเลือกซื้อแล้วมาจ้างร้านแถวนั้นปรุงให้ได้...ตามด้วยร้านอาหารพื้นเมืองไหหลำ...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/04/2017 8:34 pm

รูปภาพ
.
Beauty Crown International Mall-ศูนย์อัญมณีวิไลมกุฎ
.
24 มีนาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ...ฟังเหมือนลิเกนิดๆ แต่..จะให้แปลตรงตัวว่า "ห้างมงสวย" ก็จะกระไรไปหน่อย ว่าไหมครับ อิอิ
.
แต่ที่สำคัญ วันนี้เราไม่ได้มีเจตนาที่จะไปศูนย์อัญมณีที่ว่านี้เลยครับ... แต่เป็นการพบเจอโดยบังเอิญแท้ๆต่างหาก
.
ย้อนความไปเมื่อคืนนี้ ที่เราขึ้นยอดเขา "สวนสาธารณะกวางเหลียวหลัง" แล้วชมวิวราตรีเห็น "ตึก ฟีนิกซ์รีสอร์ท 5 หลัง" เรียงกันบนเกาะฟีนิกซ์ อย่างตื่นตานั้น เราก็ตั้งใจว่า วันนี้น่าจะไปสัมผัสของจริงเสียหน่อย
.
แต่เมื่อค้นข้อมูลแล้ว พบว่า การเข้าไปยัง เกาะฟีนิกซ์ (เป็นเกาะที่ถมขึ้นมาเองกลางทะเล ไม่ใช่เกาะตามธรรมชาติ) ต้องซื้อบัตรเสียค่าผ่านประตูเพื่อเข้าไปต่างหาก ก็หมดอารมณ์แล้วละครับ....
.
จึงเปลี่ยนเส้นทาง ขอไปดู "ไฮไล้ท์" อีกแห่งที่ฮือฮาและเป็นความภูมิใจของชาวไหหลำไม่แพ้กัน แทนแล้วกัน นั่นก็คือ...
.
美丽之冠大树公馆-เหม่ยลี่จือกวนต้าซู่กงก่วน หรือ มงกุฎงาม คฤหาสน์ต้นไม้ยักษ์ ที่เห็นจากคลิปวิดีโอ tinyurl.com/k89sx6o นาทีที่ 26.14 ก่อนมาครับ
.
เมื่อไปถึงที่หมาย เราจึงพบว่า ชื่อเต็มที่มีคำว่า 美丽之冠-เหม่ยลี่จือกวน ข้างหน้าคำว่า 大树公馆-ต้าซู่กงก่วน ที่แท้ก็หมายถึง ศูนย์อัญมณีที่ยิ่งใหญ่ของเกาะไหหลำนี้นั่นเอง
.
อีกแล้วครับ ไฮไล้ท์ ที่ได้แถมมาเพราะความบังเอิญแท้ๆ....อิอิ
.
รูปภาพ
.
ลองจะเดินทางด้วยรถเมล์ละก็ ไม่ต้องหาคำว่า 大树公馆-ต้าซู่กงก่วน บนป้ายให้เสียเวลานะครับ ทางที่ถูกที่อาเจ๊ตรงป้ายรถยิ้มเยาะเล็กๆบอกเราคือ "ไปลงป้าย โรงพยาบาลกลาง-中医院-จงอีย่วน... ต้นไม้ยักษ์ก็ตำตาฝั่งตรงข้ามนั่นแหละ" 555
.
สั้นๆ ง่ายๆ กระชับๆ แสบๆ คันๆ สไตล์อาเจ๊ไหหลำ...แป๊บเดียว เราก็มาอยู่หน้าโรงพยาบาลกลางแล้วล่ะครับ
.
โห...ต้นไม้ยักษ์เรียงราย เด่นเป็นสง่ายิ่งนัก...
.
อือม์ ความคิดสร้างสรรค์ หรือ Creativity ของมนุษย์เรานี่ Unlimited-ไร้ขีดจำกัด แบบที่ เฮียเนฯปราสาทสายฟ้า ว่าไว้จริงๆเลย...
.
เห็นเด็กนักเรียนแต่งตัวสวยงามเป็นกลุ่มๆกำลังข้ามถนน...แม่นแล้ว คงมีการแสดงอะไรซักอย่างแน่ ว่าแล้วก็ข้ามถนนตามฉับพลัน
.
ชะอุ๋ย...มัวแต่เก็บภาพด้วยความตื่นตา เผลอแพล๊บเดียว พวกเด็กๆหายไปไหนแล้วม่ะรุ...
.
รูปภาพ
.
ต้นไม้ยักษ์ 9 ต้นนี้ คืออาคารที่พักอาศัยจำนวนมากถึง 8,800 ห้อง โดยมีส่วนหนึ่งเป็นโรงแรม ที่เหลือคือโครงการอสังหาริมทรัพย์ อาคารชุดดีๆนี่เองครับ
.
ว่าแต่...ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆอย่างนี้ ก็ดูประทับใจแหละครับ แต่ตอนคนอยู่เต็ม ถ้านิติบุคคลดูแลไม่ดี ต้นไม้พลาสติกปลอมๆสีเขียวๆที่ประดับตามระเบียงจะอยู่ในสภาพใด.....จะมีการแขวนผ้าตากผ้าประสาจีนๆหรือเปล่าไม่ทราบได้ครับ
.
ลานกว้างที่จัดเป็นการแสดงอะไรซักอย่างที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติจบสิ้นไปแล้ว
.
รูปภาพ
.
เดินตามผู้คนไปเรื่อยๆ เค้าเต๊ะท่ากดแช๊ะกันหน้าน้ำพุ เราก็เลียนแบบตาม แล้วก็ลงบันไดเลื่อนไปข้างล่าง....ใช่ครับ ตามเค้าไปอย่างกระชั้นชิด
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ลงมาชั้นล่าง...ตามติดไปยังห้องโถงข้างใน...ว้าววว
.
จากนี้ ก็เรียนเชิญเพื่อนๆชื่นชมตามสบาย จะไม่ขัดอารมณ์แล้วละครับว่า..... ห้องไหน ส่วนไหนเป็นอย่างไร
.
ขอเรียนเพียงว่า จากประสบการณ์ของเรา ที่นี่ดูเหมือนจะศูนย์รวมของสวยๆแห่งเดียว (ไม่นับ ตามโรงจำนำข้างคาสิโน มาเก๊า เพราะนั่นเป็นของมือสอง) ที่อนุญาตให้ถ่ายภาพกันตามสบาย โดยไม่มีห้ามหรือแม้แต่เหล่ครับ
.
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ



รูปภาพ


รูปภาพ



รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 15/04/2017 1:47 pm

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ยั่วตายั่วใจกันเต็มที่แล้ว ก็มาถึงโรงเชือดมหึมาอลังการ....
.
คราวนี้ปฎิบัติการเชือดก็เริ่มต้น โดยเชือดนิ่มๆ... ค่อยๆเชือด... ซึ่งคนถูกเชือด ก็ประหนึ่งตกอยู่ในภวังค์ขาดไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ สันนิษฐานได้เพียงว่า "ทุกอย่างที่นี่ มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้"....555
.
ขนาดคุณนายเคทยังอดรำพึงไม่ได้ว่า "อยากมาขายของที่นี่จัง" เพราะราคาที่ตั้งแต่ละอย่าง แพงกว่าที่คุณท่านเคยขาย 5-10 เท่าทั้งนั้นเลย...หุหุ
.
รูปภาพ
.
ไปชมกันต่อนะครับ
.
รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ
.
แล้วก็มาสิ้นสุดที่ทางออกอีกทาง ซึ่งยังไม่เปิดบริการ แต่ให้ชมบิ้ลท์อารมณ์ไปก่อนครับ
.
รูปภาพ
.
ออกมาด้านนอก ก็เป็นแผนกขายของอาคารชุดเค้าล่ะครับ...
.
ราคาคงไม่ต้องพูดถึง.... แต่สภาพแออัดแค่ไหน ไม่อยากคิด... เพราะคนที่สนใจมาดูโครงการในห้องโถงแผนกขายนี้ มืดหน้ามัวตาด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่เค้าต้อนรับจนเบลอไปหมดแล้วครับ อิอิ
.
รูปภาพ

รูปภาพ
.
อ้อมออกมาอีกด้าน ซึ่งในอนาคตอันใกล้ ก็จะเป็นโรงละครมหึมา-Grand Theater ที่เอาหุ่นออสการ์มายืนเรียงแถวต้อนรับ พร้อมจะเปิดให้บริการในเร็ววันนี้ครับ
.
ไม่น่าเชื่อนะครับว่า เราใช้เวลาที่นี่เกือบ 3 ชั่วโมงทีเดียว
.
ภาพจากมุมนี้ที่มีสวนไม้ดอกข้างหน้า งดงามตราตรึงจริงๆครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hainan Trip March 21-29, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 15/04/2017 1:51 pm

รูปภาพ
.
จับรถเมล์ไปจองตั๋วรถไฟ แล้วก็กลับโรงแรมเพื่อพักหลบแดด จนกระทั่งบ่ายแก่ๆ ค่อยออกมาเก็บตกชายหาด ต้าตงไห่-大东海 ที่เรามาคืนวันแรกอีกครั้งหนึ่งว่า ยามแดดร่มลมตกงดงามเพียงไร....
.
ภัตตาคารร้านอาหารเยอะมากๆครับ ส่วนใหญ่จะมีภาษารัสเซียกำกับด้วย เพราะเมืองนี้ชาวรัสเซียหลบหนาวมาเที่ยวกันเยอะมาก เนื่องจากฟรีวีซ่าครับ
.
ร้านอาหารพื้นเมืองหมวยน้อยแซ่หลี่-黎妹妹风情餐厅-หลี่เม่ยเม่ยเฟิงฉิงชันทิง น่าสนใจทีเดียว สำหรับใครที่ชื่นชอบใคร่อยากลิ้มลองอาหารไหหลำ
.
ส่วนใครที่รสนิยมอินเตอร์ฯ ก็ พิซซ่าฮัท ได้เลย...
.
รูปภาพ

หลังๆนี้ จีนทุกเมืองได้อิทธิพลจากใต้หวันมาก ก็จำเป็นต้องมีร้านอาหารสไตล์หนุ่มสาวยุคใหม่ อย่างเช่นร้าน "นายแมวแซ่เตีย-Mr.Cat-张猫猫-จังมาวมาว" นี่ ขายดีทีเดียวครับ
.
สำหรับใครที่ชอบอะไรง่ายไม่ยุ่งยาก เช่นข้าวผัด ชุปร้อนๆ ต้องอาหารฮกเกี้ยน "ร้านของว่างอำเภอทราย-沙县小吃-ซาเซี่ยนเสี่ยวชือ" เลยครับ..มีทุกเมือง เมืองละหลายสาขา บางสาขาจะมีโอ่งมังกรตั้งอยู่ให้เห็นหน้าร้านในร้าน ซึ่งข้างในเป็นโถซุปรสต่างๆ ราคาไม่แพงครับ
.
รูปภาพ
.
ซอยถัดมา เป็นโฮสเต็ลสไตล์ใต้หวันสำหรับคนหนุ่มสาวล่ะครับ มีหลายเจ้า ตกแต่งแบบสมัยนิยม น่าสนใจดี
.
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการมีเพื่อนใหม่หรือชอบเที่ยวแต่ขี้เกียจหาข้อมูล โฮสเต็ลเหมาะที่สุดครับ เพราะเค้าเชี่ยวเรื่องข้อมูลสารพัดสารพัน ที่สำคัญราคาถูกมาก น่าจะไม่เกินคืนละคนละ 2-300 บาทไทยเท่านั้นเองครับ
.
ภาพใหญ่สุดท้ายนี่ ผมเดินผ่าน เค้าเห็นถือกล้องก็เลยขอร้องให้ถ่ายหน่อย ก็เลยช่วยๆกันครับ
.
อาเฮียอาซ้อคู่นี้ จองบ้านหรือห้องชุดบริษัทนี้แล้ว ปรากฏว่าเบี้ยวไม่สร้างและไม่ยอมคืนเงิน ก็เลยถือป้ายข้อความว่า "อ้ายบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ผู่หลง คืนเงินที่เราหามาด้วยเลือดเนื้อหยาดเหงื่อซะ"...นี่ ต้องเล่นจะๆหน้าบริษัทเลย...
.
น่าเห็นใจจริงๆ .....ลองปรึกษา ทนายสงกรานต์/เฮียมาร์คพิทบูล/เจ้แหม่มโพดำ และแอดมินเพจดาร์กต่างๆของเมืองจีน (เชื่อว่ามีแน่) ดูนะว่า พอจะช่วยให้ได้ไหม น่าจะได้ผลไม่แพ้กัน แล้วเอาเวลาไปทำมาหากินดีกว่า.....แบบว่า เข้าใจความรู้สึกครับ...
.
รูปภาพ
.
ทุกแยกทุกซอย ร้านอาหารที่ให้คนเชียร์แขกออกมาชักมาชวนเต็มไปหมดครับ
.
รูปภาพ
.
บริเวณรูปปั้นนี้ ดูคล้ายแถวริมหาดหัวหินของเราเลยครับ
.
ถึงแล้วครับ ชายหาดที่วันแรกเรามาตอนค่ำมืด
.
รูปภาพ
.
หาดนี้เข้าออกฟรี ไม่มีค่าผ่านประตูครับ เหอเหอ
.
รูปภาพ
.
กินลมชมวิวไปพลางๆจนสุดทางโค้งนะครับ
.
รูปภาพ
.
ตรงสวนที่มีรูปปั้นท่านเติ้งเสี่ยวผิง คือบูธสอนว่ายน้ำ ดำน้ำ ฯลฯ ราคาไม่ธรรมดาเลย (แพงมาก) แต่ตอนนี้กลับกันหมดแล้ว
.
รูปภาพ
.
มีทางทะลุเข้าไปโรงแรมใหญ่ที่เราผ่านด้านหน้ามา...เข้าไปรับแอร์หน่อยละกัน
.
อาหารบุฟเฟ่ต์ศีรษะละพันบาทหน่อยๆ สำรวจแล้วรู้สึกว่า บ่มิไก๊....เอ..หรือ ตังในกระเป๋าไม่พอแน่หว่า ฮิฮิ
.
ตกลงเลยไม่ไดทานอะไร เพราะตอนบ่ายแวะร้านโปรดของเรา คือ 凯禾-Kaicereal เรียบร้อยแล้ว..
.
รูปภาพ
.
ขอจบรีวิวเมืองซันย่า 4 วันแต่เพียงเท่านี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม พบกันใหม่ตอนหน้า
.
อีก 5 วันที่ ไหโข่ว นะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm


ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน

cron