Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 21/06/2017 12:02 am

รูปภาพ
.
ขี่จักรยานข้ามสะพานโยอิจิไปต่อ ผ่านไปรษณีย์...สถานออนเซ็น (มียานอวกาศบนตึกด้วย อิอิ)...พอลงสะพานก็มีทางเลี้ยวซ้าายไป ห้องสมุดโยอิจิครับ
.
รูปภาพ
.
ดูโอ่โถง สะอาดสะอ้าน โปร่งโล่งดี...ไม่ทราบว่า หอสมุดแห่งชาติของเราปัจจุบันเป็นอย่างไร เพราะไม่ได้ไปเป็นสิบๆปีแล้วและคงไม่ได้ไปอีก (สมัยก่อนจะดูข่าวเก่าๆ นิยายเก่าๆ ไปที่นั่นได้ ..มีหนังสือพิมพ์ นิตยสารทุกฉบับดูเพลินทั้งวันเลย) ครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าไปที่สวนสาธารณะประจำเมือง นั่งดื่มน้ำทานขนมที่พกติดตัวมาที่บันไดทางขึ้นตลิ่งริมน้ำ ด้วยความลังเลว่าจอดจักรยานทิ้งไว้ข้างล่าง แล้วขึ้นไปเดินเล่นข้างบนดีมั้ย...
.
ก็พอดีเห็นคนขี่จักรยานบนนั้นผ่านไป...อ้าว ใช้จักรยานได้นี่..
.
รูปภาพ
.
เส้นทาง 1 กม.มีต้นซากุระเป็นแนว แต่ไม่ค่อยหลงเหลือดอกเท่าไหร่แล้ว... ทว่า บรรยากาศดี มีเทือกเขาอยู่ด้านหน้า แม่น้ำด้านข้าง ลมพัดเย็นสบาย..
.
ขอให้คุณลุงที่ขี่จักรยานสวนมาช่วยถ่ายภาพคู่ให้ ท่านน่ารักเป็นที่สุด จอดรถรับกล้องเล็กที่เรายื่นให้ด้วยดี...
.
ตอนนั้นเองครับ ที่ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่า มือขวาของท่านมีนิ้วแค่นิ้วเดียวสั้นๆ .... ผมจึงแกล้งทำเป็นไม่เห็นเพื่อไม่ให้ท่านรู้สึกด้อย ซึ่งท่านก็ถ่ายให้เรา 2 ภาพด้วยความปลื้มปิติ ตอนเปิดรูปให้ดูแล้วยกนิ้วให้ว่า "สุโก้อิ..อาริงาโตะ" พร้อมโค้งคำนับด้วยความเคารพ...
.
ขอคารวะท่านมา ณ ที่นี่อีกครั้งหนึ่งด้วยครับ
.
คำบรรยายบนป้ายเดาได้คร่าวๆว่า "ที่นี่ ได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่จัดเทศกาลชื่นชมซากุระและปลาในน้ำมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว" ...ผิดถูกขออภัยด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
พ้นตลิ่งตรงปลาย เมื่อข้ามสะพานไปทางซ้าย ก็กลายเป็นทางเข้าอีกด้านหนึ่งของโรงสุราโยอิจิ หรือ นิกกะวิสกี้ แล้วครับ
.
โปสเตอร์สองแผ่นนี้ ติดอยู่ที่ห้องสมุดโยอิจิ ที่เราผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ แต่แรกคิดว่าเป็นโปสเตอร์ละครซีรีย์ทั่วๆไป...
.
ที่ไหนได้ กลับกลายเป็น ละครดังระเบิด ของเมืองนี้ เพราะเป็นประวัติการสร้างชีวิตของครอบครัวเจ้าของและผู้ก่อตั้ง โรงสุราโยอิจิ นี่เอง
.
ละครซีรี่ย์เรื่องนี้ คือ "Massan" ซึ่งออกอากาศทุกเช้าตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2014 จนถึง 28 มีนาคม 2015 เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม
.
Massan เป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อย Masataka Taketsuru ทายาทโรงทำสาเกหลายชั่วคน ซึ่งเดินทางไปศึกษาการทำเหล้าวิสกี้ ที่สก็อตแลนด์เป็นเวลา 2 ปี และกลับคืนบ้านเกิดพร้อมภรรยาชาวสก็อตต์ Jessie Roberta Cowan หรือ Rita (ในละครแปลงชื่อเป็น Masaharu หรือ Massan และ Ellie) ท่ามกลางความไม่พอใจของแม่ คือ Sanae ที่อยากได้สะใภ้ญี่ปุ่นมากกว่า
.
อย่างไรก็ตาม พ่อของเค้าเข้าใจลูกดี และสนับสนุนให้เค้าทำความฝันให้เป็นจริง โดยให้ไปเรียนรู้ธุรกิจวิสกี้ของเพื่อนคือ Daisaku ที่โอซาก้า.....
.
ทว่า... Daisaku กลับมี Hidden Agenda-วาระซ่อนเร้น ที่อยากให้ Massan แต่งงานกับ Yuko ลูกสาวตัวมากกว่า จึงส่ง Massan ไปเรียนเพิ่มที่สก็อตแลนด์อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ห่าง Ellie ไป
.
แต่ด้วยความดีของ Ellie ทำให้ Yuko หันมาให้ความสนิทสนมด้วยและสอนเธอให้เรียนรู้วัฒนธรรมของญี่ปุ่นรวมทั้งการทำอาหารญี่ปุ่น
.
ช่วงหนึ่งที่เกิดวิกฤติธุรกิจไวน์ ที่ผลิตออกมาอย่างไร้คุณภาพ จนส่งผลกระทบให้โครงการผลิตสุราของ Massan ต้องผลัดไปเรื่อยๆ จนต้องพับไปในที่สุด แถมยังตกงานอีกต่างหาก
.
ช่วงนั้นแหละครับ ที่ Ellie ช่วยแบ่งเยาภาระด้วยการสอนภาษาอังกฤษและขับร้อง จนมีลูกศิษย์ลูกหามากมายและเป็นที่รักของชาวโยอิจิเป็นอย่างยิ่ง
.
เรื่องราวนอกเหนือจากนั้น ก็ไม่ต่างจากละครไทย ละครเกาหลีทั่วๆไป ที่....ในที่สุด ทั้งสองก็ฝ่าฟันอุปสรรคสร้างโรงงานสุราได้สำเร็จ จนเป็นคหบดีที่มีชื่อเสียงของประเทศนับแต่นั้นมาครับ
.
คลิปตัวอย่างของละครเรื่องนี้ อยู่ที่ลิงค์ goo.gl/Dqr2UE นี้ครับ
.
รูปภาพ
.
ตอนอยู่บนสะพาน เห็นอาคารทรงประหลาดสีอิฐก็ยังไม่เฉลียวใจหรอกครับว่าเป็นโรงงานสุรา เพราะผ่านทางเข้าที่อยู่หน้าสถานีรถไฟมาแล้ว...จึงคิดว่า น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอะไรซักอย่างมากกว่า...อิอิ
.
รถโรงเรียนที่แล่นผ่านมา สวยน่ารักจริงๆครับ
.
จนเมื่อไปตามทางจนเข้าใกล้ซุ้มประตูทางเข้า จึงค่อยถึง บางอ้อ ครับ
.
นักท่องเที่ยวมากันแยะครับ โดยเฉพาะที่เป็นคณะทัวร์...มีทัวร์ไทยด้วย แต่ไม่ได้ทักทายพูดคุยกัน
.
North Land Distillery Shop ด้านข้าง คือ ร้านจำหน่ายสุรา ในราคาพิเศษและของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าไปด้านใน เดินตามลูกศรไปชั้นสอง ก็เป็นห้องโถงใหญ่ที่มีบริการสุราและน้ำผลไม้ให้ดื่มฟรี แต่...
.
เพื่อรักษากฏกติกาของทางการมิให้ก่อเกิดรายการ "เมาแล้วขับ ไม่กลับบ้าน" หรือ "เมาอาละวาด ขนาดใหญ่เกินตัว" ผู้ที่ประสงค์จะทดลองรสชาติของสุราฟรีๆ ต้องลงทะเบียน เพื่อนำคูปองมารับที่เคาน์เตอร์ ซึ่ง.....
.
แน่นอนว่า ผู้ที่เป็นสารถี ขับรถทัวร์ รถเก๋ง หรือแม้แต่จักรยาน เค้าไม่ยอมให้ดื่มเด็ดขาด และ....
.
ทุกคนที่ลงทะเบียนก็ได้ดื่มเพียง 3 รสๆละนิดหน่อยเท่านั้น
.
ป้ายสีดำอักษรขาวอธิบายยาวเหยียด เพื่อสื่อความเข้าใจว่า "ปล่าวขี้เหนียวนะตัวเอง ไม่อยากให้มีปัญหาภายหลังต่างหากจร้า"...
.
รูปภาพ
.
แน่นอนครับว่า เราสองได้ดื่มเพียง น้ำผลไม้ ซึ่งมีให้ไม่อั้น เท่านั้น พร้อมกับอ่านโบร์ชัวร์ที่ได้รับแจกมาไปพลางๆ
.
รูปภาพ
.
รายละเอียดของสุราโยอิจิที่มีชื่อเสียงและขายดีในญี่ปุ่น พร้อมประวัติตำนานของสองสามีภรรยาตระกูล Taketsuru ครับ
.
รูปภาพ
.
สุราที่ได้รับมาคนละ 3 แก้ว คือ Taketsuru Pure Malt แอลกอฮอลล์ 43 ดีกรี ที่เค้าแนะนำให้ผสมน้ำปริมาณเท่าๆกัน.....
.
Super Nikka แอลกอฮอลล์ 43 ดีกรี เช่นกัน ที่แนะนำให้ผสมน้ำ 2 ส่วน และน้ำแข็ง 3 ส่วน และ.....
.
Apple Wine แอลกอฮอลล์ 22 ดีกรี ที่แนะนำให้ผสมน้ำแข็ง 2 ส่วน แบบที่เรียกว่า On the Rock ครับ
.
หรือจะดื่มแบบ Highball-ซาบซ่าถึงใจ ก็ได้ โดยใช้ วิสกี้ 1 ส่วน น้ำแข็ง 3 ก้อน ผสมด้วยโซดาหรือน้ำอัดลม 8 ส่วน คนให้เคล้ากัน....
.
แหม เขียนไปชักเปรี้ยวปากขึ้นมาตระหงิดๆ...ฮิฮิ
.
เดินตามลูกศรชี้สู่ทางออก ลงมาข้างล่างอีกด้าน...
.
รูปภาพ
.
เป็นลานอุทยานกว้างใหญ่มีเรือนชั้นเดียวเรียงไปเป็นแนวสองฟาก....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 21/06/2017 12:06 am

รูปภาพ
.
จุดหนึ่ง คือ Whisky Museum-พิพิธภัณฑ์สุราครับ
.
รูปภาพ
.
บรรยากาศเย้ายวนชวนให้เมาเป็นอย่างยิ่ง อิอิ
.
รูปภาพ
.
ทางเดินไปสู่อีกโถงหนึ่ง มีภาพสถานที่ บรรยากาศของ สก็อตแลนด์ และ บทกวี "Scotch Drink" ที่ผู้คนรู้จักกันดีของ Robert Burns หรืออีกนามหนึ่งคือ Rabbie Burns กวีเอกชาวสก็อตแลนด์
.
มุมหนึ่งโชว์หุ่นจำลองที่เกี่ยวเนื่องกับโรงงานสุราครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึงห้องแสดงเครื่องใช้ไม้สอย ของ คู่สามีภรรยา ผู้ก่อตั้งนี้ [FONT=Roboto, Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#eeeeee]goo.gl/sRR1iV [/HIGHLIGHT][/FONT]และผลิตภัณฑ์สุราต่างๆ
.
รูปภาพ
.
เดินชมด้วยความเพลิดเพลิน ห่อนจะทะลุทางออกไปอีกด้านหนึ่ง
.

รูปภาพ
.
โรงบ่มสุรา มีป้ายคำเตือนว่า มีแอลกอฮอลล์ระเหยอยู่ในบรรยากาศ ซึ่งอาจทำให้บางคนที่จิตอ่อน ไม่เคยผ่านคอร์สอบรม จิตใต้สำนึกค่าเรียนหลายหมื่นที่ฮิตๆกัน (อิอิ) รู้สึกวิงเวียนโดยไม่รู้ตัวได้
.
มาถึงบ้านพักของ Masataka & Rita Taketsuru ซึ่งก่อสร้างในปี คศ.1935 และบูรณะใหม่ในช่วงปี คศ.1946-1946
.
Rita ลาโลกไปในปี คศ.1961 ด้วยโรคตับ ส่วน Masataka ถึงแก่กรรมอีก 18 ปีต่อมา ในปี คศ.1979
.
ภายในบ้านเปิดให้ชมเฉพาะส่วนที่เป็นโถงแรกเท่านั้นครับ
.
รูปภาพ
.
รูปปั้นของ Masataka กลางสวนหย่อม
.
บ้านอีกหลังที่ติดชื่อว่า Rita House.....
.
รูปภาพ
.
กลับออกมาเดินชมข้าวของในร้านจำหน่ายสุรา ที่มีคนซื้อสุราที่ระลึกกันใหญ่เลยครับ
.
รูปภาพ
.
บ๊าย บาย โรงงานสุรา มุ่งหน้าไปสู่เส้นทางริมอ่าว....
.
ซึ่งขี่จักรยานสนุกไปเลย... แต่ทั้งบริเวณไม่มีอะไรแปลกใหม่ นอกจาก ห้องอาบน้ำสวยงาม และบ้านพักฟื้นผู้ป่วยที่ออกแบบเหมือนออฟฟิซทันสมัยครับ
.
รูปภาพ
.
มาถึงแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่ง เป็นบ้านพักของเจ้าเมืองในอดีตยุคเอโดะ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี คศ.1853 ต่อมาปรับปรุงเป็นสำนักงานการค้าหลายๆบริษัท (ส่วนใหญ่ทำธุรกิจเกี่ยวการประมงและขนส่ง) ในอาคารเดียวกัน โดยส่วนหนึ่งเป็นโรงแรมสำหรับพ่อค้าต่างถิ่นด้วย
.
อาคารเรือนไม้นี้ ถูกรื้อในปี คศ. 1976 และประกอบขึ้นใหม่ให้อยู่ในสภาพดั้งเดิมในอีก 3 ปีต่อมา
.
ค่าเข้าชม คนละ 300 เยน (หรือบัตรรวมคนละ 880 เยน เพื่อชมอาคารประวัติศาสตร์อื่นๆอีก 3 แห่ง) เปิด 9.00-16.30 น.ครับ
.

รูปภาพ
.
กลับออกมาอีกด้าน ทานลมชมวิวไปเรื่อยๆ...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 21/06/2017 12:08 am

รูปภาพ
.
ย้อนคืนสู่ย่านสถานีรถไฟ ....ผ่านทางเข้าโรงงานสุราอีกรอบ ซึ่งหากเริ่มต้นจากที่นี่ จะมีบริการไกด์นำเที่ยวด้วย..
.
ดูห้องน้ำสาธารณะสิครับ ยังกะศูนย์ประชาสัมพันธ์เลย
.
แวะถ่ายภาพหน้าร้าน ฟูจิยะ..ไม่ได้เข้าไปทานไอสครีมหรือ เค็ก ชา กาแฟ หรอกครับ...ไม่ชอบของหวานพรรค์นั้น ชอบ "ตังเม" มากกว่า 555
.
รูปภาพ
.
ยังมีเวลาอีกเยอะ ไปต่อยังแหล่งสุดท้าย คือ โรงงานไวน์โยอิจิ ดีกว่า...
.
ดูในแผนที่เหมือนไม่ไกล แต่ที่ไหนได้ ยอกย้อนวกวนขี่จนเมื่อยเลย และต้องถามคนไปตลอดทางด้วย
.
กว่าจะมาถึง เล่นเอาหอบ ปรากฏว่า ผู้คนไม่ค่อยมาเที่ยวกัน น่าจะเป็นเพราะไม่ใช่ฤดูองุ่น จึงไม่มีการนำชมโรงงานนอกจากให้เข้าไปชมเองผ่านตู้กระจกครับ
.
รูปภาพ
.
ส่วนที่เป็นภัตตาคาร มีลูกค้าบ้าง
.
รูปภาพ
.
แต่ส่วนโรงงานมีเท่านี้เองครับ
.
รูปภาพ
.
โปสเตอร์ข้างฝาแนะนำกรรมวิธีและองุ่นพันธุ์ต่างๆ
.

รูปภาพ
.
ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง ค่อยมาถึงสถานีรถไฟ....ผ่านร้านขายสุรา ที่ธุรกิจไปได้ดีไม่เบาครับ
.
รูปภาพ
.
นำจักรยานไปคืน และรอรถกลับเที่ยว 4 โมงครึ่ง
.
6 ชั่วโมงเศษๆที่อยู่เมืองเล็กๆแห่งนี้ มีความสุขจากการขี่จักรยานมาก และประทับใจกับการสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนเมืองนี้พอสมควร...
.
นับเป็นการปิดทริปที่จะคงอยู่ในความทรงจำไปนานวันเชียว
.
ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตาม พบกันใหม่ตอนหน้าที่ว่าด้วยเรื่อง "ใต้หวันรอบที่ 5" เพียวๆครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/06/2017 7:59 am

รูปภาพ
รูปภาพ
.
Taiwan 5th Round-ตามหาแหลมหมายเลข 7
.
11 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
เพื่อนๆที่ติดตามทริปนี้ของเรา คงทราบดีแล้วนะครับว่า เป็น "ทริปญี่ปุ่น+ใต้หวัน 27 วัน" คืออยู่ญี่ปุ่น 27 เมษาฯ ถึง 10 พฤษภาฯ แล้ว 11 พฤษภาฯ ก็เดินทางมาใต้หวัน อยู่จนถึงวันที่ 23 พฤษภาฯ ค่อยกลับบ้าน...
.
คือเป็นทริปยาวพอๆกับทริปยุโรป แต่ราคาแตกต่างมาก คือถูกกว่าเป็นครึ่ง ในขณะที่สนุก อิ่มอร่อย พักสบายกว่ากันแยะ แถม...
.
การเที่ยว 2 ประเทศโดยสายการบิน EVA ทำให้จ่ายค่าตั๋วเท่ากับ ค่าตั๋วไปกลับญี่ปุ่น เท่านั้น โดย Via ใต้หวันฟรีๆว่างั้น..
.
ถ้าเพื่อนๆพอมีเวลา ก็ลองดูได้นะครับ จะเที่ยว ไทย-ใต้หวัน-ญี่ปุ่น-ไทย หรือ ไทย-ญี่ปุ่น-ใต้หวัน-ไทย ก็ตามสะดวกครับ ความรู้สึกไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ก็.....
.
เหมือนอย่างที่ผมตั้งชื่ออัลบั้มใต้หวันรอบแรกเมื่อ 7 ปีก่อนว่า "ใต้หวันฉันรักเธอ.. เผลอๆนึกว่าเที่ยวอยู่ญี่ปุ่น goo.gl/6giCLZ " นั่นแหละครับ
.
คราวนี้ ก็ขอตอบข้อกังขาของชื่ออัลบั้มนี้ว่า ทำไมถึงต้องตามหา "แหลมหมายเลข 7" และ "แหลมหมายเลข 7" คืออะไร...
.
เปล่าครับ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นนักดูหนังตัวยงจนหนังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (ยุคก่อนซื้อดีวีดีพันธ์ทิพย์จนมีสต็อคหลายพันเรื่อง...เปลืองโฆษๆ... เดี๋ยวนี้โหลดเอาเก็บไว้เกือบ 5 TB) ก็ตาม.... แต่ไม่ค่อยทราบหรือจำไม่ได้หรอกครับว่า แหล่งท่องเที่ยวที่เราไปนั้น เคยเป็น Location-สถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ มาก่อนหรือไม่...
.
(แหะ แหะ เขียนไปก็เขิลล์ไป เพราะยังไม่ได้รีวิว หมู่บ้านชายทะเลชื่อ Howth ในเมือง Dublin ที่เป็น Location ของภาพยนต์สุดสนุกเรื่อง Sing Street goo.gl/SF75Zb ซักที ขอเวลาหน่อยนะครับ)
.
ที่ได้รับรู้ว่า เมือง เขิ่นติง-垦丁-ที่เรากำลังจะไปนั้น อยู่ใกล้กับ หมู่บ้าน เหิงชุน-恒春 อันเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Cape No. 7-海角七号-แหลมหมายเลข 7 ก็ตอนหาข้อมูลในเว็บจีนแล้วพบว่า มีคนพูดถึงหนังเรื่องนี้มากมาย แถมจำได้คลับคลาคลับคลาว่า เคยดูมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน....
.
และเมื่อคลิกยูทูปดูที่ goo.gl/NAUAKT ก็ปรากฏว่า ใช่เลย ยังทันสมัยและเป็นหนัง Feel Good Movie-ดูแล้วรู้สึกดี อีกเรื่องหนึ่งที่วิวสวยมากๆทีเดียว
.
เพราะฉะนั้น แทนที่จะดิ่งไปพักที่ เขิ่นติง-垦丁เราก็จึงเปลี่ยนไปเป็น เหิงชุน-恒春 ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกัน (ประมาณ 10 กม.) แต่บรรยากาศดีกว่ากันแยะ เพื่อสัมผัสอารมณ์ Nostalgia-หวนอดีต ให้เต็มที่ประสาหนุ่มสาววัยโรแมนติกเหมือนกัน ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... (แหวะ..) 555
.
หมายเหตุ: ภาพนี้ คือ บ้านของพระเอก-阿嘉之家-Aga's House ที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครไปใครมาเป็นต้องแวะเยือนเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหรืออวดญาติมิตรไปแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
เรามักถูกถามเสมอไม่ว่าจากเพื่อนๆคนไทยหรือต่างชาติที่พบกันเวลาเดินทางว่า "ประเทศไหนที่คุณทั้งสองชอบที่สุด?"
.
ง่ายมากครับ.... 3 ประเทศในดวงใจ ที่ไปได้ไปบ่อย ไปแล้วไปอีกได้โดยไม่ซ้ำที่เดิมก็นี่เลยครับ
.
อันดับ 1....ใต้หวัน
.
ตั้งแต่ไปครั้งแรกเมื่อ 7 ปีก่อน เราก็อยากไปอีก แต่ติดขัดตรงเรื่อง วีซ่า ซึ่งขี้เกียจทำเรื่องทำเอกสารขอซึ่งเสียเวลามาก และก่อนหน้านั้น ใต้หวันยังไม่ค่อยฮิตก็เลยไม่มีนายหน้ารับบริการทำให้ (เหมือนวีซ่าจีนแผ่นดินใหญ่) พอมีการยกเว้นไม่ต้องขอ แถมค่าตั๋วถูกลงถูกลงอีกต่างหาก ก็โป๊ะเช๊ะ เลยสิครับ
.
ใต้หวันมีอะไรดี?
.
ง่ายมากครับ ถามใครก็ได้คำตอบประมาณนี้ คือ
.
-- ใช้งบน้อย ในบรรยากาศเหมือนๆญี่ปุ่น แต่ถูกกว่าเป็นครึ่งต่อครึ่ง
.
-- ผู้คนสุภาพ น่ารัก มีน้ำใจ มีวินัย ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวดีมาก บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบ
.
-- อาหาร ของทาน หลากหลายละลานตา โดยเฉพาะ Street Food... อร่อยมากในราคาที่พอๆกับบ้านเรา (เดี๋ยวนี้ ค่อนไปทางถูกกว่าแล้ว)
.
-- ทันสมัย ช่างสร้างสรรค์ มีจุดให้เก็บภาพสวยๆเต็มไปหมด ทั้งธรรมชาติ-Nature และ ฝีมือมนุษย์-Man made
.
-- การเดินทางสะดวก (สะดวกกว่าญี่ปุ่น คือผู้คนที่เดินทางไม่หนาแน่นเหมือนญี่ปุ่น)
.
และสำหรับเรา ต้องเพิ่มอีก 2 ข้อ คือ
.
-- ผมชอบสนทนาภาษาจีนมาก และภาษาจีนใต้หวัน (เขียนแบบ ฝันถี่-繁体-ตัวเต็ม...สะกดแบบ จู้อิน-注音-รหัส เปอเพอเมอเฟอ) เป็นแบบที่ผมเรียนมา ซึ่งจริงจัง ลึกซึ้งได้อารมณ์สุนทรีย์กว่า แบบจีนแผ่นดินใหญ่ (ที่เขียนแบบ เจี๋ยนถี่-简体 สะกดแบบ ผินอิน-拼音) ...อุปมาก็ประมาณการพูดว่า "สวัสดีครับ" กับ "หวัดดีคับ" นั่นแหละครับ ฟีลต่างกัน
.
-- ได้ขี่มอไซค์ ซึ่งหาเช่าได้ง่ายๆแทบทุกเมืองที่ไป (แต่ที่ ไทเป ยังไม่ได้ลอง) ในราคาวันละ 4-500 หยวน (คิดเป็นเงินไทย ก็บวก 20% โดยประมาณ) ต่อ 24 ชั่วโมง...ซึ่งขี่ง่าย ปลอดภัยกว่า เวียตนาม บาหลี ลาว ส่วนปลอดภัยกว่าบ้านเราหรือไม่....จ๊ากกก
.
ด้วยเหตุนี้ นึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน ก็ใต้หวันเลยครับ ไม่มีคำว่าผิดหวัง แม้เป็นเกาะเล็กๆ แต่ยังมีที่เที่ยวให้ Explore-ค้นคว้า อีกเยอะ... ขนาดเรายังไปได้อีก 2-3 รอบโดยไม่ต้องซ้ำที่เดิมสบายๆ อิอิ
.
.
อันดับ 2 จีนแผ่นดินใหญ่
.
ข้อดีของการเที่ยวจีน สำหรับคนส่วนใหญ่ น่าจะเป็น...
.
-- แหล่งท่องเที่ยวอลังการ พื้นที่กว้างใหญ่ เที่ยวทั้งชาติก็ไม่หมด แถมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้หวือหวาตลอดเวลา ผ่านไปไม่กี่ปี ไปซ้ำที่เดิมก็จำไม่ได้แล้ว
.
-- ใช้งบไม่มาก ค่าเดินทางภายในแต่ละเมือง ไม่แพง (รถไฟฟ้าหรือรถบัส แท๊กซี่) แต่ระหว่างเมืองถ้าเป็นรถไฟหัวกระสุนก็ไม่เบาแล้ว
.
-- ที่พักราคาไม่แพง หาง่าย
.
-- แหล่งช้อปปิ้งถูกใจนักช้อปทุกระดับ
.
และสำหรับเรา ต้องเพิ่มอีก 2 ข้อ คือ
.
-- ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและสนทนาพูดคุยกับผู้คนหลายระดับ ที่มีความแตกต่างกันมาก ระหว่าง ชาวบ้าน ชาวเมือง และ คนมีระดับ (การศึกษา) ซึ่งมีทัศนคติ การดำเนินชีวิตแบบคนรุ่นเก่า ที่ยังคงความเป็นจีนแบบเดียวกับคนรุ่นพ่อของเรา คือ รู้จักถ่อมตัว ขี้เกรงใจ มีน้ำใจ ให้เกียรติผู้อาวุโสกว่า และเอ็นดูผู้เยาว์ ฯลฯ..... จึงทำให้เกิดความคุ้นเคย ได้เรียนรู้ จากความจริงใจและไว้วางใจได้ดีพอสมควร แม้คุณนายเคทที่พูดจีนไม่ได้ (แต่พอเดาเนื้อหาจากการฟังได้บ้าง) ก็ชื่นชอบนิยมเจรจาปราศัยด้วย
.
แน่นอนครับว่า ต้องยกเว้น พวกไฮเฮีย ไฮซ้อ ประเภทเศรษฐีใหม่ สามล้อถูกหวย หรือ รสนิยมวิไล ไร้สาระชีวิต ซึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ข้องเกี่ยวอยู่แล้ว ไม่ว่าในจีนหรือบ้านเราอ่ะครับ
.
-- ได้ข้อคิดดีๆตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งมักจะมีบทกลอน กวี คำคม จารึกไว้ตามที่ต่างๆ ที่ทำให้ได้บทเรียนชีวิตดีๆ ที่แปลให้คุณนายฟัง ก็ใฝ่รู้พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย
.
จีนแผ่นดินใหญ่ จึงเป็นที่ที่เรานึกอยากไปเมื่อไหร่ก็ได้ ด้วยค่าตั๋วซึ่งไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และสามารถจ้างคนทำวีซ่าได้ง่ายๆโดยแค่มีรูป 2 ใบกับพาสปอร์ตเท่านั้น ซึ่งเราจะทำเป็นแบบ Double Entries-เข้า 2 ครั้งใน 6 เดือน เสมอ (เซฟค่าบริการและเป็นตัวบังคับให้ต้องไปในทางอ้อม อิอิ)
.
อันดับ 3 ญี่ปุ่น
.
คงไม่ต้องบรรยายนะครับว่า ญี่ปุ่นน่าเที่ยวยังไง และการยกเว้นวีซ่า ทำให้นึกอยากไปเมื่อไหร่ก็ไปได้ตลอดเวลา ค่าใช้จ่ายยังอยู่ในขั้น "ไม่มาก" แม้จะแพงกว่า จีน และใต้หวันเป็นเท่า (ซึ่งเป็นเหตุให้ตกลงมาเป็นอันดับ 3) ก็ตาม
.
ข้อเสียของญี่ปุ่น (สำหรับเรา) มีเพียง บางครั้งตั๋วแพงเกิน และ ให้อยู่ได้แค่ 15+1 วัน (ไม่นับวันเดินทาง) เท่านั้น... ทำให้ขลุกขลักนิดหน่อย เพราะบางครั้งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งไกลกันใช้เวลาเดินทางมาก... หากอนุญาตให้ 30 วันละก็ เราสามารถซื้อพาสส์ 21 วัน ซึ่งทำให้ถูกลงเยอะและคล่องตัวขึ้นแยะครับ
.
.
ทั้ง 3 ประเทศในดวงใจนี้ เที่ยวง่าย เพราะไม่ต้องเตรียมตัวอะไร นอกจาก มีตั๋ว จองที่พัก 3 วันแรก (หรือวันต่อๆไปจองแบบเปลี่ยนแปลงได้) เท่านั้นก็จบ... พอถึงที่จะนึกออก หรือมีคนบอกเองว่า จะต้องไปเที่ยวที่ไหนอย่างไร (ญี่ปุ่น ใต้หวัน มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้สอบถาม ส่วนในจีนเปิดเว็บแป๊บเดียวก็กระจ่าง) ซึ่งยังไงก็สนุกและคุ้มค่าคุ้มเวลาแน่นอน เพราะฉะนั้น...
.
นึกอะไรไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน เปิดแผนที่ 3 แผ่นนี้แล้วจิ้มๆเอาก็ได้ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
.
ไปกันครับ ไปเที่ยวใต้หวันรอบที่ 5 นี้พร้อมๆกันนะครับ
.
รูปภาพ
.
การเดินทางจาก สนามบินเถาหยวน-桃園國際機場 เพื่อเข้าเมือง-Main Station หรือไป สถานีรถไฟความเร็วสูง-Taoyuan HSR Station ปัจจุบันสะดวกกว่าเดิมมาก เพราะมีรถไฟฟ้า MRT หรือ เจี๋ยอวิ่น-捷运 บริการเป็นพิเศษแล้ว ในราคาใกล้เคียงกับรถบัสครับ
.
จากอาคารสนามบิน Terminal 1 รหัส A12 หรือ Terminal 2 รหัส A13 ไปยัง Taoyuan HSR Station-สถานีรถไฟไฮสปีด รหัส A18 ใช้เวลาเดินทาง 5-6 สถานี แป๊บเดียวเท่านั้น และทางขึ้นรถลงรถสะดวกมาก ค่ารถเพียงคนละ 35 หยวนครับ
.

รูปภาพ
.
ส่วนราคาตลอดสายปลายทาง Main Station-ไทเป เมนสเตชั่น ก็คนละ 160 หยวนครับ
.
อย่างไรก็ตาม ผู้คนจำนวนหนึ่งก็ยังนิยมใช้รถบัสอยู่นั่นเอง อย่างเราขากลับจาก เมนสเตชั่น มาสนามบิน เราก็ใช้รถบัส ....เพราะ สว. เช่นผม (เกิน 60) ได้ลดราคาครึ่งหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
ออกจาก New Chitose Airport ที่ญี่ปุ่น บ่ายโมง ถึงใต้หวัน 16.20 น. ออกจาก ตม. รับสัมภาระแล้ว...
.
ขึ้น MRT มา 5 ป้าย ถึงสถานีรถไฟไฮสปิด ซื้อตั๋วเพื่อไป ไถหนัน-台南 พอดีเป็นช่วงเลิกงาน เลยได้เที่ยว 18.10 เป็นสาย 0669 ที่ไป จั่วอิ๋ง-左营 (เกาสง-高雄) ครับ
.
เจ้าหน้าที่บอกว่า ตั๋วแบบมีหมายเลขที่นั่ง คนละ 1190 หยวนนั้น ไม่ได้นั่งด้วยกัน ถ้าไปตู้ที่นั่งอิสระ-Non-Reserve-自由席-จื่อหยิวสี คนละ 1150 อาจมีสิทธิ์
.
ผมบอก "โอ้ย ตั้ง 2 ชั่วโมง ถ้าไม่มีที่นั่งล่ะ ยืนเมื่อยขาแย่เลย" เค้าหัวเราะ บอก "2 ชั่วโมงที่ไหนคุณ เที่ยวนี้แค่ชั่วโมง 20 นาทีเท่านั้นแหละ... ช่วงต้นๆอาจต้องยืนซัก 1-2 ป้าย พอพวกมาทำงานไทเปลง ก็ว่างเยอะแล้ว ได้เซฟ 80 หยวนฟรีๆไม่ดีเหรอ"
.
อือม์...ได้มาเกือบร้อยบาท ก็น่าสนเนอะ...เอาก็เอาครับ เซี่ยเซี่ย
.
มีเวลานั่งรอรถเกือบครึ่งชั่วโมง
.
รูปภาพ
.
โห...ชอบใจรถไฟใต้หวันมากเลย เค้าทำที่วางกระเป๋าไว้ด้านหลังเบาะแถวหลังสุดไว้เฉพาะ...ไม่เหมือนที่ญี่ปุ่น ไว้หลังเบาะแถวสุดท้ายได้เหมือนกัน แต่ทำให้คนที่นั่งแถวนั้นเอนได้ไม่เต็มที่ ค่อนข้างเห็นแก่ตัวแบบรู้สึก Guilty-ละอาย เหมือนกัน
.
ยืนแค่ป้ายเดียว สองสาวที่จะลงป้ายต่อไปก็ลุกให้เรานั่งแล้วครับ สบาย สบาย...
.
รูปภาพ
.
ภาพนี้เป็นป้ายโฆษณา ที่แสดงว่า เค้าส่งเสริมสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวออกเดินทางท่องเที่ยวมาก โดย จองตั๋วรถไฟไฮสปิดนี้ทางแอ๊พ ได้ลดมากกว่า 50% ขึ้นไป....เยี่ยมจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
นั่งได้ครู่เดียวซักครึ่งชั่วโมงหน่อยๆ ผู้คนก็เตรียมตัวลงกันตรึม มองเห็นบ้านเมืองสองข้างทางสว่างไสว ปรากฏว่า ถึง ไถจง-台中แล้ว โห...เร็วดีจริง
.
และพอผ่าน เจียอี้-嘉义 ตอนทุ่ม 14 นาที... ป้ายต่อไป ทุ่มครึ่ง ก็เป็น ไถหนัน-台南 แล้วครับ
.
ออกมาที่ทางออก ยื่นที่อยู่ของโรงแรมถามเจ้าหน้าที่ว่า จะไปยังไง แท๊กซี่ประมาณเท่าไหร่
.
เค้าน่ารักมากครับ บอกว่า "โห..ค่อนข้างไกล หลายร้อยเชียวนะครับ....ที่เว็บโรงแรมบอกว่า ใกล้สถานีรถไฟแค่เดิน 10-15 นาทีนั่น หมายถึงจากสถานีรถไฟทั่วไปในเมือง... แต่ที่นี่เป็นสถานี เกาเถี่ย-高铁-รถไฟไฮสปิด อยู่นอกเมืองอ่ะครับ...
เอางี้ดีกว่ามั้ย เดี๋ยวคุณออกไปทางประตู 2 แล้วขึ้นชัตเติ้ลบัสฟรีไปถึงในเมือง ลงป้าย ซื่อเจิ้งฝู่-市政府-ศาลากลาง แล้วค่อยต่อแท๊กซี่ที่นั่น ก็ไม่เสียเวลาเท่าไหร่"
.
โอ้ววว์...ขอบคุณมากๆครับ...
.
รถบัสรออยู่แล้ว มีรถออกทุกๆ 20-25 นาที ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง เที่ยงคืนครับ
.
รูปภาพ
.
ครึ่งชั่วโมงหน่อยๆ เราก็มาถึงป้าย ซื่อเจิ้งฝู่-市政府-ศาลากลาง (วงกลมสีเหลือง จากต้นสายถึงปลายสายพอดี)
.
รูปภาพ
.
เรียกแท๊กซี่ต่ออีกแป๊บเดียว (จ่ายไป 100 หยวนรวมทิปเพราะช่วยยกสัมภาระขึ้นลง....สตาร์ทที่ 70 หยวน) ก็มาถึงโรงแรม ECFA (ที่เรียกชื่อจีนว่า อ้ายเขอฝา-爱客发 คนจะรู้จักมากกว่า) แล้วครับ
.
ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 8 ก็เป็น รีเซฟชั่น พนักงานทุกคนสุภาพ น่ารัก ให้การต้อนรับ และให้ความช่วยเหลือมากๆ
.
บริเวณรีเซฟชั่น มีเครื่องดื่ม ชา-กาแฟ-น้ำส้ม-น้ำหล่อฮั่งก้วย-น้ำเย็น บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
.
สำหรับเพื่อนๆที่คุ้นเคยกับสไตล์ใต้หวัน คงทราบดีนะครับว่า ห้องพักโรงแรมส่วนใหญ่เป็นแบบไม่มีหน้าต่าง แต่ก็ระบบแอร์ถ่ายเทดี จึงไม่มีความรู้สึกแตกต่างแต่อย่างใด เพียงแต่.....ตอนเช้าอาจนอนเพลินไปหน่อยเพราะไม่รู้เดือนรู้ตะวันอ่ะครับ
.
ห้องกว้างพอใช้ (กว้่างกว่าในไทเปที่เราเคยพักมา) เราจองมาคืนละ 1400 บาท เพราะตรงศุกร์เสาร์ 2 วัน แต่เมื่อเราอยู่ต่ออีกคืนในวันอาทิตย์ ปรากฏว่าเหลือแค่ 780 หยวน หรือ 900 บาท (เท่ากับในเว็บ) เท่านั้นครับ
.
รูปภาพ
.
ถามเจ้าหน้าที่โรงแรมว่า ตลาดกลางคืนอยู่ไกลไหม...เค้าบอกว่า "ต้องนั่งแท๊กซี่ไปประมาณครึ่งชั่วโมง...ถ้ายังไง ไม่ลองทานข้าวต้มเจ้าดังดูล่ะ ขึ้นชื่อมากนะครับ เดินไปแป๊บเดียวก็ถึง"
.
ได้สิ..ชัวร์อยู่แล้ว จะให้นั่งแท๊กซี่ไปกลับทำพรื้อ...อิอิ
.
ใช้ได้เลยครับ ข้าวต้มทะเลรถกระบะเจ้านี้ ขายช่วง 6 โมงเย็นถึงตี 3 เท่านั้น ข้าวต้ม/บะหมี่ ชามเบ้อเริ่ม 2 ชาม... สลัดไข่ปลา... ไข่ผสมเหล้าน้ำมันงา..อิ้มตื้อ แค่ 310 หยวนครับ
.
รูปภาพ
.
อาหารเช้าโรงแรม ถือว่าใช้ได้เลยครับนอกจากที่เห็น ยังมี ข้าวราดหมูสับพะโล้ ที่เรียกว่า โย่วเจ้าฟั่น-肉燥饭 ที่อร่อยถูกปากมาก คล้ายๆกับ หลู่ฟั่น-鲁饭 แต่อันหลังนี้จะเป็นหมูสามชั้นพะโล้...ทั้ง 2 อย่างนี้ เป็นอาหารสิ้นคิด (เหมือนข้าวกะเพราเรา) ของใต้หวันเค้าอ่ะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/06/2017 8:03 am

รูปภาพ
.
โรงแรมนี้ เอาใจนักท่องเที่ยวมากๆครับ มีแผนที่แจกให้ (หยิบเพิ่มตามสบาย) เพื่อไว้ดูทางถามทาง
.
จะเห็นได้ว่า ใกล้สถานีรถไฟ (แถบสีแดง) จริงๆ ไม่ได้โม้...แค่หมกเม็ดนิดๆสำหรับพวกชอบไฮสปิดเท่านั้น 555
.
รูปภาพ
.
ด้านหลังบอกรายละเอียดว่า แหล่งท่องเที่ยวดังๆอยู่แถวไหน และที่สำคัญ ตลาดกลางคืน มีทุกวันโดยสลับที่กัน 3 แห่ง ครับ
.
ขอโทษครับ ยังไม่แปลนะครับ เดี๋ยวติดตามไปเรื่อยๆก็จะเข้าใจเองครับ
.
รูปภาพ
.
ชุดนี้ ไม่ได้แจกแต่มีอัดพลาสติกร้อยเป็นชุดให้ดูที่เคาน์เตอร์ครับ...แผ่นนี้ แนะนำ ของอร่อยว่ามีที่ไหนบ้าง
.
รูปภาพ
.
แน่นอนครับ...มาไถหนันแล้ว ต้องไป ย่านเมืองเก่าอันผิง (สุขสงบ) -安平老街-อันผิงเหล่าเจีย เพราะที่ดังๆนอกเมืองอยู่ที่นี่เป็นหลัก
.
รูปภาพ
.
จะไปด้วยรถบัสก็ได้ ไม่ยากครับ เพราะประมาณ ปากน้ำ (สมุทรปราการ) นั่นแหละครับ
.
รูปภาพ
.
แผ่นนี้เป็นที่เที่ยวในเมืองย่านตะวันออก
.
รูปภาพ
.
แผ่นนี้ ย่านตะวันตกในเมือง ใกล้ๆที่พักครับ
.
รูปภาพ
.
แผ่นนี้ ย่านเหนือในเมือง
.
รูปภาพ
.
ย่านเหนือก็มีที่น่าสนใจเยอะเหมือนกัน
.
รูปภาพ
.
นี่ก็ใช่ครับ ...เสียดายเรามีเวลาไม่พอ...รอบหน้าค่อยตะลุยอีกที เหอ เหอ
.
รูปภาพ
.
ได้ข้อมูลอัดแน่น บอกเจ้าหน้าที่โรงแรมช่วยจัดการเช่ามอไซค์ให้หน่อย ...น้องเค้าโทรแป๊บเดียว ทางร้าน (ชื่อร้าน Alibaba แต่คงไม่ใช่ของแจ๊คหม่า) ก็ให้พนักงานนำมาส่ง คันใหม่เอี่ยม ค่าเช่าวันละ 400 หยวน ครับ
.
เติมน้ำมันเต็มถัง 95 หยวน แล้วเราก็ไปที่สถานีรถไฟก่อนเลย
.
สอบถามเจ้าหน้าที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่นั่นว่า จะไป เขิ่นติง-垦丁เมืองต่อไปอย่างไร ได้ความว่า ต้องขึ้นรถไฟ15 นาที ไปต่อรถบัสที่ เกาสง-高雄 อีกประมาณ 2 ชั่วโมง...
.
ตามด้วยคอนเฟิร์มอีกทีว่า ที่พลาดไม่ได้ คือต้องไปย่านเมืองเก่า อันผิง...
.
เอ้า...ลุย...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/08/2017 10:29 am

รูปภาพ
.
Tainan Travel-ไถหนัน..มันส์กระจาย
.
4 สิงหาคม 2560
.
(ความเดิมตอนที่แล้ว อยู่ที่ลิงค์ goo.gl/noLzRP นี้ครับ)
.
ก็อย่างที่เรียนในตอนที่แล้วว่า เราเดินทางจากญี่ปุ่นมาใต้หวันในวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ลงเครื่องแล้วต่อรถมาไถหนันเลย ....
.
เมื่อผ่านคืนแรกไปแล้ว เช้าวันต่อมาคือ 12 พฤษภาคม เราก็ให้ทางโรงแรมติดต่อเช่ามอไซค์ให้ ได้ของบริษัท 阿里巴巴-อาลีบาบา ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ในเมืองไถหนัน วันละ (24 ชั่วโมง) 400 หยวน (ประมาณ 480 บาทไทย).... .
เมื่อเติมน้ำมันเต็มถัง แวะจุดแรกเพื่อเช็คข้อมูลที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สาขาสถานีรถไฟแล้ว เราก็ออกลุยทันที....
.
จุดหมายแรกก็คือ ตลาดเก่าอันผิง-安平老街-อันผิงเหล่าเจีย แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดของไถหนัน ซึ่งห่างจากตัวเมืองไปเพียงแค่ 7-8 กม.เท่านั้น
.
อัลบั้มนี้ จะเป็นการร่อนมอไซค์ไปแบบชิลล์ๆ (แต่แดดร้อนเปรี้ยงๆ...55) เจออะไรน่าสนก็แวะไปเรื่อย ซึ่งเป็นสไตล์สัมผัสวิถีชีวิตผู้คนแบบใกล้ชิดที่เราชื่นชอบ เรียกง่ายๆก็ Means justify the ends-เป้าหมายดีซะอย่าง วิธีการไปสู่ก็ใช่ย่อยหรอก หรือ จุดหมายมีอยู่แล้ว ก็เก็บตกระหว่างทางไปเรื่อยๆ ยังไงก็ไม่เสียเปล่า อ่ะครับ
.
ไปครับ ไปเที่ยวด้วยกัน....
.
หมายเหตุ: ภาพปกนี้ เป็น เอี๋ยนเถียน-鹽田-นาเกลือ ที่ปรับแต่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่เมือง 七股-ชิกู่ อยู่เลยตลาดเก่าอันผิงไป ซึ่งรีวิวและภาพจะตามมาในอัลบั้มนี้ครับ
.

รูปภาพ
.
.
การขี่มอไซค์ในใต้หวัน เป็นเรื่องที่รื่นรมย์มากๆ เพราะนอกจากมีเส้นทางของตัวเองแล้ว เพื่อนร่วมทางที่จอดรอไฟแดงก็ล้วนมีมิตรไมตรียิ่ง.... นอกจากทักทายด้วยการยิ้มให้กันแล้ว หากถามทางก็พร้อมจะอธิบายจนเข้าใจแม้อาจจะต้องเสียเวลารอไฟเขียวอีกรอบก็ตาม
.
เคยมีเพื่อนๆถามเหมือนกันว่า ทำไมไม่เคยเห็นผมเช่ารถยนต์ขับในเมืองนอกบ้างเลย?...
.
แหะ แหะ .....เหตุผลหลัก ไม่ใช่เรื่องกลัวเสียค่าปรับซึ่งหน้า หรือ (หักบัตรเครดิต) ตามหลัง เพราะขับรถถูกกฎไม่ค่อยเป็น หรอกครับ ข้อนี้เป็นเหตุผลรองต่างหาก
.
เหตุผลสำคัญที่เป็นอุปสรรคของเราก็คือ
.
-- ขับรถยนต์แล้วเราจะไปเร็วเกินควร.. ขับไปมองสรรพสิ่งสองข้างทางไปได้ไม่ดีและไม่เหมาะ ...ทำให้ไม่สามารถเก็บรายละเอียดที่น่าสนใจระหว่างทางได้ดีพอ
.
(ก็ขนาดขี่มอไซค์ หลายครั้งก็ยังข้ามสิ่งที่น่าสนใจไปเพราะขี่เลยมาแล้วขี้เกียจย้อนกลับเลยนี่ครับ)
.
แถมยัง...จอดแวะบ่อยๆไม่ได้ คือนอกจากไม่อยากเสียเวลาหาที่จอดแล้ว การลงจากรถแอร์มาสัมผัสอากาศร้อนภายนอกบ่อยๆ ทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดได้ง่ายๆอ่ะครับ
.
-- เราชอบเดินมาก (ยิ่งต้องเดินด้วยความจำเป็นเพราะไม่มีรถ เดินนานแล้วไม่หอบ ยิ่งรู้สึกดีต่อสุขภาพ แม้หลายครั้งจะเหนื่อย เมื่อยขาแทบแย่ก็ตาม)....
.
ขนาดขี่มอไซค์ไปเที่ยว โทโรโกะ 2 วันแล้ว เรายังอยากไปอีกรอบโดยนั่งรถบัสนำเที่ยวเลยครับ...
.
และเรื่องชอบเดินนี่แหละครับ คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ต้องหาเรื่องไปเที่ยวยุโรปปีละทริป เพราะได้เดินมาก ทานน้อย ไปเดือนนึงน้ำหนักลง 4-5 โล กระชุ่มกระชวยมาก
.
(ที่จีนไม่ค่อยได้ผล เพราะเดินไม่มากเท่า เนื่องจากรถประจำทางสะดวก แถมทานไม่น้อยเนื่องจากอาหารไม่แพง อิอิ)
.
เป็นอันเคลียร์แล้วนะครับว่า ที่ไม่ชอบขับรถเมืองนอก เพราะค่าเช่าแพง...อ้าว...555
.
ขี่รถตามคำบอกทางมาเรื่อยๆ ขวามือมีร้านอาหารไทย เก๋ไก๋ด้วยช้างเผือกด้านหน้าชื่อร้าน Sky Elephant แต่ชื่อภาษาจีนกลับแปลเป็น 云象-อวิ๋นเซี่ยง-ช้างในม่านเมฆ ซะนี่
.
ถัดมา สะดุดตาผ้าบังแดดปึ๊บ กลืนน้ำยายเอื้อกเลย...筍肉包-ซุ่นโย่วเปา-ซาละเปาไส้หน่อไม้หมูสับ และ 素筍包-ซู่ซุ่นเปา-ซาละเปาไส้หน่อไม้เจ..
.
แวะเข้าใกล้อาตี๋ ปรากฏว่ามีแต่ซาละเปาไส้หวานและหมั่นโถว ตี๋บอกต้อง 11 โมงถึงมีไส้คาว...เซี่ยดายจัง
.
ผ่านป้ายรถเมล์ เห็นเส้นทางสีแดง ก็ทราบว่า รถสายท่องเที่ยว 台湾好行-ไถวันเฮ่าสิง ผ่านมาทางนี้ เพราะฉะนั้น เพื่อนๆที่ไม่ถนัดขี่มอไซค์ ก็เที่ยวตลาดเก่าอันผิงและย่านนี้ไม่ยากเลยครับ
.
ผ่านย่านหย่อนใจชมวิวชายทะเลหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้)-云嘉南滨海国家风景区-หวินเจียหนันปินไห่กั๋วเจียเฟิงจิ่งชวี มองป้ายตรงเกาะกลางถนน ชี้ทางไป 四草大众庙-ซื่อเฉ่าต้าจ้งเมี่ยว-วัดชุมชนบ้านซื่อเฉ่า (หญ้า 4 ชนิด) และ 绿色隧道-ลี่เสอซุยเต้า-อุโมงเขียวขจี...อือม์ น่าสนมาก
.
รูปภาพ
.
ทั้งย่านนี้เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติ ไถเจียง-台江国家公园-ไถเจียงกั๋วเจียกงเอี๋ยน-Taijiang National Park ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก
.
จอดรถที่หน้าศูนย์อาหารแล้วก็เดินไปไหว้พระขอพรในวัดชุมชนบ้านซื่อเฉ่า ซึ่งเป็นวัดใหญ่ทีเดียวครับ แต่ที่น่าสนใจมากกว่า คือ...
.

รูปภาพ
.
ด้านหลัง คือสุสานของท่านขุนพล เจิ้งเฉิงกง-郑成功 ที่เราเคยไปเยือนบ้านเกิดของท่านมาแล้วที่ เซี่ยเหมิน-厦门 บนเกาะ 鼓浪屿-Gulangyu Islet และทำรีวิวมาแล้ว ในอัลบั้ม "เกาะนี้ชื่อ คลื่นสนั่นดั่งลั่นกลอง" ที่ลิงค์ goo.gl/fNFJ18 ครับ
.
ท่านขุนพล เจิ้งเฉิงกง คือวีรบุรุษสงครามที่นำทัพขึ้นเกาะใต้หวันมาสู้รบกับทัพชาวดัทช์และสังหารข้าศึกไปกว่า 300 คน ณ จุดนี้เอง
.
สวนหย่อมนี้มีป้ายคำคมภาษิตสอนใจมากมาย ยังคิดว่าว่างๆจะนำมาแปลฝากเพื่อนๆหน่อย ...แต่เมื่อไหร่ตอบไม่ได้อ่ะครับ อิอิ
.
คลองข้างๆนี้เองที่เป็น อุโมงเขียวขจี ที่นักท่องเที่ยวมานั่งเรือชมวิวและสถานที่ตั้งป้อมปราการในอดีตกัน แต่อากาศร้อนเปรี้ยงอย่างนี้ เราขอบายดีกว่า
.
ยืนชมบนสะพานที่เรียกชื่อซะเก๋ว่า 情人桥-ฉิงเหยินเฉียว-สะพานคู่รัก...ด้านขวาเป็นนาเกลือครับ
.

รูปภาพ
.
ขี่อ้อมมาด้านหน้า เพิ่งเห็นว่า กิจกรรมล่องเรือชมวิวนี่ป้อบปูล่าร์ไม่เบา มีเรือจอดที่ท่าหลายลำเลย วันเสาร์อาทิตย์ผู้คนคงตรึม...
.
ขี่ไปอีกหน่อย เห็นบ้านพักชาวนาเกลือ ระบายภาพสดสวย ช่วยคลายร้อนได้หน่อยนึง... ไม่ทราบว่าทางการ (อบต.) ออกเงินให้หรือเจ้าของนาเกลือลงทุนค่าสีค่าช่างศิลป์เอง
.

รูปภาพ
.
แวะ "ศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติ" หน่อย มีคณะครูพาเด็กนักเรียนมาทำกิจกรรมกัน..ทั้งชมห้องนิทรรศการปลาวาฬ...นกนานาชนิด..และ นาเกลือ
.

รูปภาพ
.
แต่บรรยากาศรอบๆค่อนข้างเงียบเหงา เพราะไม่น่าจะเป็นที่นิยมแล้ว...
.
รูปภาพ
.
ขี่มาทางถนน 盐安路-เอี๋ยนอันลู่ เป็นย่านโรงงานใหญ่คล้ายนิคมอุตสาหกรรมของเรา แล้วก็....
.
สะดุดตากับป้ายธงหน้าร้านอาหารที่เขียน 泰式打抛猪肉饭-ไถ้เสอต่าเพาจูโย่วฟั่น-ข้าวกระเพราหมูสไตล์ไทยๆ...
.
ฮั่นแน่ แสดงว่า คนไทยมาทำงานโรงงานแถวนี้เพียบ...
.
แล้วก็เจออีกหลายร้าน...อือม์ พม่า เขมร มาทำงานบ้านเรา แต่คนของเราก็ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานที่นี่..ความสมดุลอยู่ที่ไหนหนอ...
.
ผ่านศาลเจ้าแห่งหนึ่ง...ใต้หวันเนี่ย ศาลเจ้าเยอะมากๆครับ
.

รูปภาพ
.
ไปต่อกันที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ไถเจียง-台江国家公园遊客中心-ไถเจียงกั๋วเจียกงเอี๋ยน-Taijiang National Park ที่ออกแบบ "อาคารบ้านพัก 高腳屋-เกาเจี่ยวอู-บ้านขายาว (ยกพื้นเหนือน้ำ) แห่งเดียวในใต้หวัน" ได้สวยแปลกตาดีมาก
.

รูปภาพ
.
รั้วเปลือกหอย ดูดีจัง
.
เพื่อนๆที่สนใจ สามารถติดต่อเช่าบ้านพักนี้ได้ที่ http://www.tjnp.gov.tw ครับ
.
.รูปภาพ
.
เข้าย่านตลาดเก่าอันผิง ที่มีสัญลักษณ์ "สิงโตคาบดาบ" แล้วครับ ขวามือเป็นจุดชมวิว wetland-พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีสวนหย่อมให้ผู้คนมาพักผ่อนยามเย็น
.
อาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้ามเป็น ร้าน 茂记黑豆花大王-เม่าจี้เฮยโต้วฮัวต้าหวาง-ราชาเต้าฮวยดำเม่าจี้ มีรถส่งของด้วย แสดงว่ามีหลายสาขาและขายดี
.
เรายังไม่ได้แวะ เพราะยังรู้สึกเฉยๆอยู่ ...
.
กระทั่งมาพบทีหลังว่า ภาคใต้ย่าน ไถหนัน และ เขิ่นติง นี่ เต้าฮวยขึ้นชื่อมากและมีเจ้าดังๆหลายเจ้า...มาย่านนี้ ไม่ได้ทานเต้าฮวยก็เหมือนไปสุราษฎร์แล้วไม่ได้ชิมหอยใหญ่ ประมาณนั้น...(อุปมาได้ห่างเป็นโยชน์เลย..ก็ยังไม่ทันนึกถึง โรตีสายไหม อยุธยา อ่ะครับ อิอิ)
.
เข้าไปตลาดเก่าอันผิงก่อนครับ
.
รูปภาพ
.
เจอร้านนี้..同记安平豆花-ถงจี้อันผิงโต้วฮัว-ร้านเต้าฮวยถงจี้แห่งอันผิง ลูกค้าเพียบ แถมป้ายในร้านก็เก๋าโบราณสมศักดิ์ศรี เต้าฮวยในตำนาน-传统豆花-ฉวนถ่งโต้วฮัว...
.
อดใจไม่ไหวแย้ววววว
.
เต้าฮวยน้ำแข็งไส ใส่ถั่วเขียวถั่วแดงถ้วยละ 35 หยวน ชื่นใจเป็นที่สุด ขอยกนิ้วให้เลย
.
ทานไปอ่าน "ตำนานอาแปะที่เริ่มต้นตั้งแต่เข็นรถขายครั้งกระโน้น" ไป เพลินมากครับ
.

รูปภาพ
.
ภาพถ่ายคนดัง บุคคลสำคัญ ที่มาลิ้มลองเต็มข้างฝาเลย
.
ออกจากร้านมา ค่อยสังเกตเห็นว่า ร้านเดิมเป็นคูหาเดียวอยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นที่ผลิตและจัดใส่กล่องให้นักท่องเที่ยวซื้อไปเป็นของฝากครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/08/2017 10:35 am

รูปภาพ
.
ได้เต้าฮวยรองท้องแล้ว ยังไม่เข้าไปในตลาด แต่ไปต่อที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้ก่อน นั่นก็คือ 安平樹屋-อันผิงซู่อู-บ้านต้นไม้แห่งอันผิง

ผ่านอนุสาวรีย์ของท่านขุนพล เจิ้งเฉิงกง ไป ก็เป็นประตูทางเข้า บ้านเดิมของ ศิลปินพู่กันจีนชื่อดัง จูจิ่วอิ๋ง-書法家朱玖瑩故居-ซูฝ่าเจียจูจิ่วอิ๋งกู้จี ที่มีป้ายตรงกำแพงอิฐบล็อกเป็นอักษร 4 ตัวว่า 因盐玖定-อินเอี๋ยนจิ่วติ้ง-ตั้งตัวได้เพราะเกลือ...
.
ซึ่งเป็นการที่ ท่าน จูจิ่วอิ๋ง เอาชื่อตัวคือ "玖-จิ่ว-เก้า" มาสมาสกับ ชีวิตตนในอดีตที่เป็นข้าราชการในจีนแผ่นดินใหญ่ตำแหน่งต่างๆ รวมทั้งสำนักอุตสาหกรรมเกลือด้วย ก่อนจะเกษียณมาอยู่ที่นี่ นั่นเอง
.
บ้านเกิดของท่านจูจิ่วอิ๋ง ซึ่งสะสมผลงานพู่กันจีนของท่านนี้ เข้าชมฟรี แต่บ้านต้นไม้ และ 德記洋行-เต๋อจี้เอี๋ยนหัง-Old Tait & Co. Merchant House-อาคารห้างสรรพสินค้าชื่อดังในอดีต ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันนั้น ต้องซื้อบัตรรวม คนละ 50 หยวน สว.ลดครึ่งเหลือ 25 หยวน (เฉพาะคนใต้หวัน..ธ่อ) ครับ
.
บ้านต้นไม้นี้ ความจริงเป็นโกดังเก็บสินค้าของห้างสรรพสินค้าเต๋อจี้ แต่ถูกทหารญี่ปุ่นยึดมาเป็นโกดังเกลือ ในช่วงสงคราม..... หลังจากนั้นก็กลายเป็นโกดังเกลือของ บริษัท ไถเอี๋ยน-台盐-โรงเกลือใต้หวัน และถูกปล่อยทิ้งร้างเมื่อเลิกกิจการต่อมา จนถูกต้นไทร ยึดครองกลายเป็นบ้านต้นไม้อย่างที่เห็นนี้
.
ดูแล้วก็คล้ายๆกับ โบสถ์ปรกโพธิ์ วัดบางกุ้ง ที่สมุทรสงครามของเรา แต่พื้นที่กว้างใหญ่กว่า
.
ต่อมาทางการไถหนัน ได้เข้ามาปรับปรุงสถานที่บริเวณนี้ และสร้างบันไดเหล็กและทางเดินชมวิวขึ้น จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งนี้ไปโดยปริยาย
.

รูปภาพ
.
เข้าไปชมทั่วๆนะครับ
.
แผนผังบ่งบอกส่วนที่เป็น 1. บ้านต้นไม้ 2. ห้างสรรพสินค้าเดิม 3. บ้านเกิดท่านจูจิ่วอิ๋ง 4. คาเฟ่ 5. ห้องขายตั๋ว 6. ห้องน้ำ 7. ร้านขายของ 8. ร้านจำหน่ายของที่ระลึก 9. สะพานข้ามแอ่งน้ำ 10. แอ่งน้ำ 11. ระหัดวิดน้ำ 12. ทางเข้า 13. ทางออก
.

รูปภาพ
.
ป้ายตำนานของต้นไทร บอกเล่าว่า...
.
ต้นไทรเป็นต้นไม้ที่ขึ้นง่ายแต่ไม่คุ้มค่าพอที่จะออกแรงตัดทิ้ง จึงลุกลามปกคลุมไปทั่วจนกลายเป็นร่มเงาให้ผู้คนหลบแดดได้ สมดังคำกล่าวที่ว่า "天生我材必有用-เทียนเซิงหว่อไฉปี๋หยิ่วย่ง-สรรพสิ่งที่สวรรค์สร้างมา (ธรรมชาติ) ย่อมมีประโยชน์" หรือ "无用之用 是为大用-อู๋ย่งจือย่ง ซื่อเหวยต้าย่ง-ของที่ไร้ประโยชน์หากนำมาใช้ประโยชน์ได้ ย่อมเป็นประโยชน์ยิ่ง"
.
ความที่ต้นไทรให้ร่มเงาแก่ผู้คน คนโบราณจึงมักนำทารกมาบนบานฝากฝังให้เทพแห่งไทรช่วยปกปักดูแล ให้เติบใหญ่แก่กล้าเฉกเช่นต้นไทรนี้
.
เพราะฉะนั้น ขอให้มองต้นไทรอย่างของสูงค่าเสมอ
.

รูปภาพ
.
ชมภาพต่างๆแล้วก็ขึ้นบันไดเหล็กไปชมบรรยากาศด้านบน
.
ใช่ครับ ค่อนข้างรก....แต่ รกอย่างสูงค่า คร้าบบบ
.
รูปภาพ
.
มุมนี้ค่อยดูดีหน่อย
.
รูปภาพ
.
ชม Wetland-พื้นที่ชุ่มน้ำไปทั่วๆ
.

รูปภาพ
.
กลับมาออกกำลังขาด้วยระหัดวิดน้ำ......กระจุ๋งกระจิ๋งเป็นพิเศษ...แหวะ
.

รูปภาพ
.
เดินอ้อมมาที่ คาเฟ่...ที่ติดป้ายว่า At least one drink or one meal-ขั้นต่ำต้องสั่งเครื่องดื่ม หรืออาหาร 1 ที่ และ No outside food-ห้ามนำอาหารข้างนอกมาทาน....พาลให้เสียอารมณ์เล็กๆ
.
ก็เลยแทบไม่มีลูกค้าเลย ทั้งๆที่มากันเยอะแยะ และอากาศก็ร้อนชวนกระหายไม่น้อย...
.
ข้างหน้าประตูทางเข้าเขียนว่า "เนื่องในเดือนวันแม่ (พฤษภาคม) หากซื้อสินค้าจากร้านขายของและจำหน่ายของที่ระลึก ครบ 1500 หยวนจะได้ส่วนลด 10% ครบ 2000 หยวน ได้ลด 15%.....
.
อือม์... เรียกแขกหรือไล่แขกกันแน่จ๊ะ...ใครจะซื้อของชำร่วยมากปานนั้นหรือเธอว์...
.
ที่ร้ายสุดก็นี่เลยครับ..."ไอสครีมแท่งละ 80 หยวน โปรดชำระเงินที่ช่องหน้าต่างและรอรับข้างเสานี้" ....คือ ซื้อแค่นี้ โปรดอย่าเข้าข้างในว่างั้น...เฮ่อ
.

รูปภาพ
.
เข้าไปชมนิทรรศการพู่กันจีนดีกว่าครับ
.
บทกลอนที่สลักบนแผ่นกระจก เป็นคำสอนของ ท่านปราชญ์ เม่งจื้อ-孟子 ที่รจนาไว้ว่า
.
“君子有三乐,而王天下不与存焉。
父母俱存,兄弟无故,一乐也;
仰不愧于天,俯不怍于人,二乐也;
得天下英才而教育之,三乐也”
.
แปลว่า
.
วิญญูชนย่อมสุขสันต์ด้วยเหตุผล 3 ประการ
1. บุพการีมีชีวิตอยู่ พี่น้องไร้เหตุเพทภัย
2. แหงนหน้ามิอายฟ้า ก้มหน้ามิละอายใคร
3. ศึกษาจากผู้รู้และถ่ายทอดสอนสั่งคนให้ดีขึ้น
.

รูปภาพ
.
เดินต่อมาที่ ห้างสรรพสินค้าเดิม ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นศูนย์นิทรรศการประวัติศาสตร์ช่วงการพาณิชย์ไปแล้ว
.
มีการแสดงสถานที่ทำงานและอุปกรณ์การค้าในยุคนั้น และ..
.
วิญญาณของท่านประธานบริษัท หลังอภิปรายเสร็จก็กลับมานั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่งและกำลังลงนามในคำสั่งต่างๆอยู่อย่างขมีขมัน...บรื๋อว์ว์ว์ กัว กัว
.

รูปภาพ
.
เรือสำเภาในยุคโบราณ ครั้งพ่อค้าวานิชชาวดัทช์แห่กันมาขึ้นท่าที่นี่
.
นับเป็นช่วงที่การค้าการขายระหว่างประเทศฟูเฟื่องมาก
.
รูปภาพ
.
แต่แล้ว ทหารดัทช์ก็พ่ายแพ้แก่กองทัพญี่ปุ่น
.
รูปภาพ
.
2 ภาพแรกเป็นโปสเตอร์ภาพยนต์เรื่อง "เพลงล่าฝันแห่งอันผิง" ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในปี คศ.1978 แทนต้นฉบับที่สร้างขึ้นในปี คศ.1951....
.
เป็นนิยายโศกนาฎกรรมรักระหว่างนางเอกลูกสาวพ่อค้าอ่าวอันผิง พบรักกับหมอหนุ่มชาวดัทช์และทิ้งเธอไไป เหลือลูกสาวผมบลอนด์ ซึ่งต่อมาก็ถูกแฟนทิ้งเช่นเดียวกัน..
.
เป็นภาพยนต์ที่ดังมากเพราะมีเพลงประกอบหลายเพลงที่กลายเป็นเพลงฮิตติดปากในยุคนั้น (อุปมา หนังเรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ของเราไงครับ)
.
ภาพถัดมาเป็นภาพคนงานคัดเลือกใบชา ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่ทำเงินมหาศาล และ...
.
ห้องรับรองขนาดใหญ่
.
รูปภาพ
.
บ้านพักของเจ้าของห้างชาวอังกฤษที่ถูกชาวดัทช์ยึดครองหลายปี
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/08/2017 9:01 pm

รูปภาพ
.
ภาพแรกคือด้านหน้าของห้างสรรพสินค้า เต๋อจี้ ที่ติดป้ายหน้าประตูว่า ณ แห่งนี้คือจุดกำเนิดของการ Connecting with the world-ติดต่อกับโลกกว้าง อย่างเป็นทางการ
.
ขี่รถไปเที่ยวต่อ ผ่านวงเวียนหน้าสำนักงานเทศบาล..โบสถ์..ที่ตั้งป้อมปืนเก่า
.

รูปภาพ
.
ทางขึ้นชมวิว พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่สมาคมชาวไห่โถว-海头-หัวทะเล จัดทำขึ้นพร้อมแผงแสดง สิงโตคาบดาบแบบต่างๆ เพราะย่านนี้เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรม สิงโตคาบดาบ ยันต์ปกป้องเพทภัยนั่นเอง
.
ตู้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่วาดภาพสวยงามแทนการเป็นสีเขียวหม่นๆแบบที่เห็นทั่วไป
.
ลานกิจกรรม และ ร้านไอสครีมเจลาโต้ June 30th ที่ตกแต่งน่ารัก สงสัยเจ้าของร้านเอาวันเกิดตัวเองมาตั้งชื่อร้าน
.

รูปภาพ
.
ริมอ่าวด้านหนึ่ง คือ 林默娘公园-หลินม่อเหนียงกงเอี๋ยน-สวนสาธารณะหลินม่อเหนียง (เจ้าแม่ทับทิม/ม๋าจู่)....
.
รูปภาพ
.
เป็นสถานที่หย่อนใจที่มีชาวบ้านพาครอบครัวมาหย่อนใจกันมาก...
.
รูปภาพ
.
กลับเข้าตลาดเก่าอันผิง มุมหนึ่งเป็น "พิพิธภัณฑ์เตาเผาที่ทำจากเปลือกหอยผง" ซึ่งปิดแล้ว จึงเก็บภาพบริเวณด้านหน้าที่ตกแต่งเป็นกำแพงต้นไม้สวยงาม
.

รูปภาพ
.
ข้างๆเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวซัวเถา... ร้านไส้กรอกหมูป่าปิ้ง และ ร้านคัสตาร์ด ซึ่งล้วนเป็นร้านดังทั้งนั้น
.

รูปภาพ
.
ศาลเจ้าแม่กวนอิม....ศาลเจ้าสิงโตคาบดาบ....ร้านชาแตงกวา และ ร้านหอยทอดเจ้าดัง
.

รูปภาพ
.
แวะทานอาหารค่ำที่ร้าน 周氏蝦捲-โจวซื่อเซียจ่วน-ปอเปี้ยกุ้ง ร้านดังประวัติ 50 ปี
.
รายการอาหารประกอบด้วย ปอเปี้ยกุ้ง ไส้กรอก ผัดผัก บะหมี่น้ำ และข้าวหน้าพะโล้หมูหยอง...รวม 320 หยวน (380 บาทไทย)
.
ความที่เป็นคนไทย ก็จึงได้รับการต้อนรับจากพนักงานเป็นพิเศษ หยอกล้อกันไปมาด้วยมิตรไมตรี
.
รูปภาพ
.
ใกล้ 2 ทุ่มแล้ว ร้านค้าส่วนใหญ่เริ่มปิด เหลือเพียงร้านอาหารต่างๆ ...
.
อาเฮียขายหัวน้ำส้มผสมน้ำผึ้ง (ข้นเหมือนแยม) ใช้ผสมน้ำดื่ม รสชาติดีมาก ก็เลยอุดหนุนมา 1 ขวด 200 หยวน (ผสมน้ำดื่มได้หลายวัน) เฮียแถมขวดผสมน้ำเย็นแล้วให้เรา 1 ขวดไปดื่มระหว่างทาง น่ารักจริงๆ
.
รูปภาพ
.
ปิดท้ายรายการวันนี้ที่ ตลาดกลางคืน ต้าตง-大东夜市-ต้าตงเยี่ยซื่อ ที่เหมือนตลาดกลางคืนทั่วไป แต่...
.
รูปภาพ
.
ผู้คนหนาแน่นเกิน เดินเตร่ได้เดี๋ยวเดียวก็ขอ ราตรีสวัสดิ์ ครับ
.

รูปภาพ
.
ภาพสุดท้าย น่าจะดึงดูดให้อาซิ่มอาม่าแถวเยาวราชแห่กันมารับจ้าง ถอนขนใบหน้า มังหมิ่ง-挽面-หวั่นเมี่ยน จน ตม.ตามจับไม่ทันแน่ เพราะค่าจ้างครั้งละตั้ง 250 หยวน (300 บาท) แน่ะ...
.
ยิ่งบริการนวดบ่ายิ่งน่าสนใหญ่ แค่ 10 นาที 100 หยวน เท่ากับชั่วโมงละ 600 หยวน (720 บาท) โน่น หุหุ
.

รูปภาพ
.
สรุป วันนี้เที่ยวรอบๆจนเพลีย แต่ก็ยังไม่สามารถเก็บย่านนี้ได้หมด เดี๋ยวพรุ่งนี้ขอต่ออีกวันนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/12/2019 2:04 pm

รูปภาพ.
รูปภาพ
.
Hengchun-Kenting Taiwan-ทริปไต้หวัน 2017 เหิงชุน-เขิ่นติ้ง
.
15 ธันวาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
(รีวิวชุดก่อนอยู่ที่ลิงค์ bit.ly/33W3yZ5 ครับ)
.
แหะ แหะ เห็นเพื่อนๆอย่าง คุณฮงคุณหลี @thanachporn anakkasela ไปเที่ยว 高雄-เกาสง อย่างสนุกสนานชื่นมื่น ก็เลยอดนึกถึงทริปเมือง 台南-ไถหนัน ที่เราเคยไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ขึ้นมาไม่ได้ (เผื่อช่วงปีใหม่ 2563 ปิดหลายวัน เพื่อนๆจะได้มีทางเลือกละลายทรัพย์เพิ่มขึ้นอีกแห่ง อิอิ) เพราะ...
.
เป็นการลงใต้สุดของใต้หวัน เพื่อเป็นการเก็บสถานที่ให้หมดสิ้นทั้งประเทศเอาเสียเลย (แต่ ณ ปัจจุบัน ก็ยังเหลือ 新竹-ซินจู๋ และ จินเหมิน-金门 ซึ่งค่อนข้างป้อบปูล่าร์ในหมู่นักเที่ยวที่ยังไม่ได้ไป) ที่สำคัญคือ...
.
เมือง 恒春-เหิงชุน ทีมีขนาดเล็กๆระดับ Township-ตำบล นี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้ขี่จักรยานไปโน่นมานี่ในเมืองอย่างสะดวกสบาย และสามารถร่อนมอไซค์ไปยังเมืองอื่นๆรอบๆได้อย่างง่ายดายอีกด้วย คือ จุดหมายอยู่ที่ใดแทบไม่ต้องคิด สตาร์ทเสร็จเข้าเกียร์ออโต้ก็เร่งเครื่องไปข้างหน้าได้เลย
.
ที่สำคัญสุดคือ เมือง 恒春-เหิงชุนนี้ มีของอร่อยมากมายนับไม่ถ้วนประสาคนใต้หวันที่ไม่แพ้ไทยเรา เราจึงสมบูรณ์พูนสุขกับอาหารคาวหวานตามร้านดังๆและตามตลาดชนิดหลายแห่งไป 2 รอบขึ้นอ่ะครับ
.
ความชื่นชอบที่นี่ ทำให้เราตัดสินใจอยู่ต่อตั้งแต่วันแรกที่มาถึง จาก 4 คืน เป็น 5 คืนด้วยกัน โดยใช้มอไซค์ขี่ไปรอบๆรวมทั้ง 垦丁-เขิ่นติ้ง ด้วย ที่เรายังไม่มีเวลาและจังหวะรีวิวเลย
.
อัลบั้มนี้ จึงเป็นการรีวิวรวดเดียวว่า 5 วันในถิ่นใต้สุดของเราไปที่ไหนมาบ้าง ซึ่งเพื่อนๆที่ไม่นิยมขี่มอไซค์ก็สามารถใช้รถประจำทางได้ไม่ยากครับ
.
มากันครับ มาชมรีวิวต่อจาก 台南-ไถหนัน (ใต้หวันภาคใต้) กันเลย....
.
ภาพประกอบ เป็นรีสอร์ททันสมัยย่านชายทะเลเขิ่นติ้งชื่อ Wonderful Kenting Hostel หรือ 美好垦丁-เหมยห่าวเขิ่นติ้ง ที่อยู่ห่างจากเมือง 恒春-เหิงชุน เพียง 4-5 กิโลเท่านั้น ชมรายละเอียดการจองที่พักได้ที่ bit.ly/2RU1mik ครับ
.
ส่วนรีวิวฉบับเต็มอยู่ที่ลิงค์ข้างล่างครับ
.
รูปภาพ
.
บทความต่อไป ขอนุญาตก้อปมาจากลิงค์ bit.ly/3541dN8 นะครับ เพื่อเรียนว่า ประเทศที่เราเที่ยวได้บ่อยนอกจากยุโรปก็คือ 3 ประเทศต่อไปนี้....ส่วนเพื่อนๆที่อาจเป็นห่วงว่า ใต้หวันจะวุ่นวายไม่น่าเที่ยวเหมือนฮ่องกงหรือไม่ เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่เช่นกัน คำตอบของนักวิชาการท่านหนึ่งที่ว่า "....เทียบกับจีนแล้ว ทั้งสองแห่งนี้เล็กมากๆเล็กกะจิ๋วหลิว......" และคำเปรียบเปรยของนักการเมือง (พรรคเชียร์จีน) จากใต้หวันในลิงค์ bit.ly/35iXtHu น่าจะให้ไอเดียส่วนหนึ่งได้นะครับ
.
.
เรามักถูกถามเสมอไม่ว่าจากเพื่อนๆคนไทยหรือต่างชาติที่พบกันเวลาเดินทางว่า "ประเทศไหนที่คุณทั้งสองชอบที่สุด?"
.
ง่ายมากครับ.... 3 ประเทศในดวงใจ ที่ไปได้ไปบ่อย ไปแล้วไปอีกได้โดยไม่ซ้ำที่เดิมก็นี่เลยครับ
.
อันดับ 1....ใต้หวัน
.
ตั้งแต่ไปครั้งแรกเมื่อ 7 ปีก่อน เราก็อยากไปอีก แต่ติดขัดตรงเรื่อง วีซ่า ซึ่งขี้เกียจทำเรื่องทำเอกสารขออันเสียเวลามาก และก่อนหน้านั้น ใต้หวันยังไม่ค่อยฮิตก็เลยไม่มีนายหน้ารับบริการทำให้ (เหมือนวีซ่าจีนแผ่นดินใหญ่) พอมีการยกเว้นไม่ต้องขอ แถมค่าตั๋วถูกลงถูกลงอีกต่างหาก ก็โป๊ะเช๊ะ เลยสิครับ
.
ใต้หวันมีอะไรดี?
.
ง่ายมากครับ ถามใครก็ได้คำตอบประมาณนี้ คือ
.
-- ใช้งบน้อย ในบรรยากาศเหมือนๆญี่ปุ่น แต่ถูกกว่าเป็นครึ่งต่อครึ่ง
.
-- ผู้คนสุภาพ น่ารัก มีน้ำใจ มีวินัย ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวดีมาก บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบ
.
-- อาหาร ของทาน หลากหลายละลานตา โดยเฉพาะ Street Food... อร่อยมากในราคาที่พอๆกับบ้านเรา (เดี๋ยวนี้ ค่อนไปทางถูกกว่าแล้ว)
.
-- ทันสมัย ช่างสร้างสรรค์ มีจุดให้เก็บภาพสวยๆเต็มไปหมด ทั้งธรรมชาติ-Nature และ ฝีมือมนุษย์-Man made ด้วยความที่เค้ามีคนรุ่นใหม่ที่มี Creativity-พลังสร้างสรรค์-创意-ช่วงอี้ สูงมากๆ
.
-- การเดินทางสะดวก (สะดวกกว่าญี่ปุ่น คือผู้คนที่เดินทางไม่หนาแน่นเหมือนญี่ปุ่น)
.
และสำหรับเรา ต้องเพิ่มอีก 2 ข้อ คือ
.
-- ผมชอบสนทนาภาษาจีนมาก และภาษาจีนใต้หวัน (เขียนแบบ ฝันถี่-繁体-ตัวเต็ม...สะกดแบบ จู้อิน-注音-รหัส ㄅㄆㄇㄈ-เปอเพอเมอเฟอ) เป็นแบบที่ผมเรียนมา ซึ่งจริงจัง ลึกซึ้งได้อารมณ์สุนทรีย์กว่า แบบจีนแผ่นดินใหญ่ (ที่เขียนแบบ เจี๋ยนถี่-简体 สะกดแบบ ผินอิน-拼音) ...อุปมาก็ประมาณการพูดว่า "สวัสดีครับ" กับ "หวัดดีคับ" นั่นแหละครับ ได้ฟีลต่างกันมาก
.
-- ได้ขี่มอไซค์ ซึ่งหาเช่าได้ง่ายๆแทบทุกเมืองที่ไป (แต่ที่ ไทเป ยังไม่ได้ลอง เพราะกลัวรถราที่เยอะกว่าที่อื่นหลายเท่า) ในราคาวันละ 4-500 หยวน (คิดเป็นเงินไทย ก็บวก 20% โดยประมาณ) ต่อ 24 ชั่วโมง...ซึ่งขี่ง่าย ปลอดภัยกว่า เวียตนาม บาหลี ลาว ส่วนปลอดภัยกว่าบ้านเราหรือไม่....จ๊ากกก
.
ด้วยเหตุนี้ นึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน ก็ใต้หวันเลยครับ ไม่มีคำว่าผิดหวัง แม้เป็นเกาะเล็กๆ แต่ยังมีที่เที่ยวให้ Explore-ค้นคว้า อีกเยอะ... ขนาดเรายังไปได้อีก 2-3 รอบโดยไม่ต้องซ้ำที่เดิมสบายๆ อิอิ
.
.
อันดับ 2 จีนแผ่นดินใหญ่
.
ข้อดีของการเที่ยวจีน สำหรับคนส่วนใหญ่ น่าจะเป็น...
.
-- แหล่งท่องเที่ยวอลังการ พื้นที่กว้างใหญ่ เที่ยวทั้งชาติก็ไม่หมด แถมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้หวือหวาตลอดเวลา ผ่านไปไม่กี่ปี ไปซ้ำที่เดิมก็จำไม่ได้แล้ว
.
-- ใช้งบไม่มาก ค่าเดินทางภายในแต่ละเมือง ไม่แพง (รถไฟฟ้าหรือรถบัส แท๊กซี่) แต่ระหว่างเมืองถ้าเป็นรถไฟหัวกระสุนก็ไม่เบาแล้ว
.
-- ที่พักราคาไม่แพง หาง่าย
.
-- แหล่งช้อปปิ้งถูกใจนักช้อปทุกระดับ
.
และสำหรับเรา ต้องเพิ่มอีก 2 ข้อ คือ
.
-- ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและสนทนาพูดคุยกับผู้คนหลายระดับ ที่มีความแตกต่างกันมาก ระหว่าง ชาวบ้าน ชาวเมือง และ คนมีระดับ (การศึกษา) ซึ่งมีทัศนคติ การดำเนินชีวิตแบบคนรุ่นเก่า ที่ยังคงความเป็นจีนแบบเดียวกับคนรุ่นพ่อของเรา คือ รู้จักถ่อมตัว ขี้เกรงใจ มีน้ำใจ 敬老爱幼-จิ้งเหล่าอ้ายหยิ่ว-ให้เกียรติผู้อาวุโสกว่า และเอ็นดูผู้เยาว์ ฯลฯ..... จึงทำให้เกิดความคุ้นเคย ได้เรียนรู้ จากความจริงใจและไว้วางใจได้ดีพอสมควร แม้คุณนายเคทที่พูดจีนไม่ได้ (แต่พอเดาเนื้อหาจากการฟังได้บ้าง) ก็ชื่นชอบนิยมเจรจาปราศัยด้วย
.
แน่นอนครับว่า ต้องยกเว้น พวกไฮเฮีย ไฮซ้อ ประเภทเศรษฐีใหม่ สามล้อถูกหวย หรือ รสนิยมวิไล ไร้สาระชีวิต ซึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ข้องเกี่ยวอยู่แล้ว ไม่ว่าในจีนหรือบ้านเราอ่ะครับ
.
-- ได้ข้อคิดดีๆตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งมักจะมีบทกลอน กวี คำคม จารึกไว้ตามที่ต่างๆ ที่ทำให้ได้บทเรียนชีวิตดีๆ ที่แปลให้คุณนายฟัง ก็ใฝ่รู้พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย
.
จีนแผ่นดินใหญ่ จึงเป็นที่ที่เรานึกอยากไปเมื่อไหร่ก็ได้ ด้วยค่าตั๋วซึ่งไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และสามารถจ้างคนทำวีซ่าได้ง่ายๆโดยแค่มีรูป 2 ใบกับพาสปอร์ตเท่านั้น ซึ่งเราจะทำเป็นแบบ Double Entries-เข้า 2 ครั้งใน 6 เดือน เสมอ (เซฟค่าบริการและเป็นตัวบังคับให้ต้องไปในทางอ้อม อิอิ)
.
อันดับ 3 ญี่ปุ่น
.
คงไม่ต้องบรรยายนะครับว่า ญี่ปุ่นน่าเที่ยวยังไง และการยกเว้นวีซ่า ทำให้นึกอยากไปเมื่อไหร่ก็ไปได้ตลอดเวลา ค่าใช้จ่ายยังอยู่ในขั้น "ไม่มาก" แม้จะแพงกว่า จีน และใต้หวันเป็นเท่า (ซึ่งเป็นเหตุให้ตกลงมาเป็นอันดับ 3) ก็ตาม
.
ข้อเสียของญี่ปุ่น (สำหรับเรา) มีเพียง บางครั้งตั๋วแพงเกิน และ ให้อยู่ได้แค่ 15+1 วัน (ไม่นับวันเดินทาง) เท่านั้น... ทำให้ขลุกขลักนิดหน่อย เพราะบางครั้งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งไกลกันใช้เวลาเดินทางมาก... หากอนุญาตให้ 30 วันละก็ เราสามารถซื้อพาสส์ 21 วัน ซึ่งทำให้ถูกลงเยอะและคล่องตัวขึ้นแยะครับ
.
.
ทั้ง 3 ประเทศในดวงใจนี้ เที่ยวง่าย เพราะไม่ต้องเตรียมตัวอะไร นอกจาก มีตั๋ว จองที่พัก 3 วันแรก (หรือวันต่อๆไปจองแบบเปลี่ยนแปลงได้) เท่านั้นก็จบ... พอถึงที่จะนึกออก หรือมีคนบอกเองว่า จะต้องไปเที่ยวที่ไหนอย่างไร (ญี่ปุ่น ใต้หวัน มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้สอบถาม ส่วนในจีนเปิดเว็บแป๊บเดียวก็กระจ่าง) ซึ่งยังไงก็สนุกและคุ้มค่าคุ้มเวลาแน่นอน เพราะฉะนั้น...
.
นึกอะไรไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน เปิดแผนที่ 3 แผ่นนี้แล้วจิ้มๆเอาก็ได้ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
.
ไปกันครับ ไปเที่ยวใต้หวันรอบที่ 5 นี้พร้อมๆกันนะครับ
.
รูปภาพ
.
อย่างที่เรียนแล้วนะครับว่า ช่วงอยู่ 台南-ไถหนัน ก่อนหน้านั้น เราพักที่โรงแรม ECFA หรือ 愛客發-อ้ายเขอฝา 4 คืน พอเช้าวันที่ 5 คือ 15 พฤษภาคม 2560 เราก็เช็คเอ้าท์กับ Keith-คีท พนักงานโรงแรม ซึ่งเค้าบอกว่าเดี๋ยวจะเรียกแท๊กซี่ให้ ครู่เดียวก็ส่งโน๊ตว่า แท๊กซี่หมายเลข 3588 จะมารับภายใน 6 นาที เราจึงลงมารอข้างล่าง
.
อาเฮียคนขับพอทราบว่าเราจะไปแค่สถานีรถไฟก็ออกท่าผิดหวังเล็กๆ แต่เมื่อถึงที่มิเตอร์ขึ้น 85 NT คุณนายให้ไป 100 NT และบอกว่าไม่ต้องทอนก็ยิ้มแฉ่ง ช่วยยกข้าวของให้เลย
.
จากสถานีรถไฟไถหนันซึ่งมีภาษาไทยกำกับหลายแห่ง เราจับรถไฟเที่ยว 9.57 น. ถึงสถานี 新左营-ซินจั่วอิ๋ง 10.40 น. ค่าตั๋วขบวนรถชื่อ 區間- ชีเจียน คนละ 56 NT
.
รูปภาพ
.
ไม่ถึง 2 ชั่วโมงดี เราก็มาถึงสถานี 新左营-ซินจั่วอิ๋ง สอบถามเจ้าหน้าที่ดู เค้าบอก "ไปเหิงชุน ลงไปขึ้นรถบัสชั้นล่างที่ป้ายเบอร์ 1 เลย"
.
สบายมากครับ ก่อนทางลงเห็นบูธขายตั๋วอยู่พอดี เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นรถของทางการ (ดีมาก) ค่ารถคนละเที่ยวละ 358 ไปกลับ 600 เราก็จึงซื้อตั๋วไปกลับ ได้เที่ยว 11.00 น. (มีรถทุก 15 นาที ส่วนเที่ยวกลับมีทุกครึ่งชั่วโมง เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) แล้วก็ลงไปที่ชานชาลาเลยครับ สะดวกและง่ายจริงๆ
.
ที่ชานชาลา มีเจ้าหน้าที่มายกเก็บสัมภาระให้ ทั้งคันมีผู้โดยสารแค่ 5-6 คน มี WIFI ให้ใช้ฟรี และแจกน้ำขวด พร้อมประกันชีวิต อีกคนละ 1 ล้าน 5 แสน NT เยี่ยมมากๆครับ ไม่ทราบว่ารถเอกชนเจ้าอื่นราคาเท่าไหร่ แต่ผมว่า ของทางการนี่เหมาะที่สุดแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
เราจองโรงแรม Riverside-ริเวอร์ไซด์-河堤-เหอตี เอาไว้แล้ว 4 คืน ราคาคืนละประมาณ 2000 NT รวมอาหารเช้า
.
ไม่ถึง 2 ชั่วโมง รถก็เข้าเทียบท่าซึ่งอยู่ใกล้ๆกัยสถานีตำรวจเหิงชุน บริเวณตลาดกลางเมือง
.
ถามเฮียคนนึงว่า ไปโรงแรมริเวอร์ไซด์ได้ไง เฮียบอกเดินตรงเลี้ยวซ้ายโน่นนี่ ผมเลยถามว่า จะหาแท๊กซี่ได้ที่ไหน เฮียบอก เอารถเค้าไหมล่ะ ขอร้อยนึง ผมรีบบอก ปัดโธ่ แล้วก็ชี้ให้เค้าช่วยขนกระเป๋าไปใส่ท้ายรถ...คือเฮียขับรถเหมาสำหรับไปต่างเมือง ได้จังหวะก็เลยมีรายได้พิเศษสบาย 555
.
รูปภาพ
.
โรงแรมที่พักอยู่ในขั้นดีมากทีเดียว เราชอบใจตั้งแต่เดินเข้าและเจอพนักงานสาวน่ารักมารยาทงามแล้ว เพราะเธออัพเกรดให้เป็นห้องสำหรับ 4 คน ก็เลยถามว่า ว่างอีก 2 คืนไหม อยากอยู่ต่อจาก 4 คืนที่จองมา เธอตรวจดูแล้ว ว่างแค่คืนที่ 19 คืนเดียว เราก็เลยตกลง แต่เธอบอกว่า จองทาง Agoda ได้ราคาถูกกว่า ซึ่งก็จริงคือแค่ 1900 บาทเท่านั้น
.
นอกจากมีอาหารเช้าให้ฟรีแล้ว ที่นี่ยังมีจักรยานให้ใช้ฟรีอีกด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
เก็บสัมภาระเสร็จ เราก็ออกลุยเลยครับด้วย....จักรยานฟรี 555
.
ผ่านตลาดสด เจ๊ขายสัปปะรสถุงเบ้อเริ่มแค่ 50 NT เราก็เลยซื้อมา 2 ถุง ปรากฎว่า หอมหวานมากๆไม่เหมือนที่ไหน คือมีกลิ่นของมะม่วงอกร่องผสมด้วย ชื่นใจมากๆ วันหลังๆไปทานที่ไทเป สู่ไม่ได้เลยครับ...รายการนี้ เพื่อนๆอย่าลืมลอง และไม่ต้องเอาของบ้านเราไปเปรียบนะครับ เขิลลล์สุดๆ
.
เหิงชุนเป็นเมืองเก่าที่มีประตูกำแพงเมือง 4 ด้านคือ 东门-ตงเหมิน-ประตูตะวันออก, 西门-ซีเหมิน-ประตูตะวันตก, 南门-หนันเหมิน-ประตูใต้, และ 北门-เป่ยเหมิน-ประตูเหนือ ครับ
.
ร้านขายน้ำแข็งไสเยอะมาก เครื่องเคราก็เขียนโฆษณาจนแทบล้นป้าย ....เราจะไปกันที่ 中山老街-จงซันเหล่าเจีย-ตลาดเก่าจงซัน ตามป้ายบอกทางก่อนนะครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านขายของทานเยอะจริงๆ เห็นแล้วน้ำยายไหยเลยครับ ทั้งข้าวหน้าเนื้อ หน้าปลา...ขนมเปี้ยหัวหอม...ร้านผลไม้...ผักร่ำสุรา...อาหาร 8 ทิศ....หมี่ลูกชิ้น ชื่อร้าน 懒得煮-หลั่นเต๋อจู่-ขี้เกียจปรุง (ชื่อร้านกวนโอ๊ยมาก)...ไก่ย่างไม่มีชื่อร้าน น้ำจิ้มสูตรพิเศษเจ้าเดียว...ไก่ย่างอบนม...น้ำแข็งไสเมืองเก่า...ฯลฯ และตรงนี้เองที่เป็นสถานีตำรวจที่รถบัสนำเรามาลงอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านกาแฟ...เบเกอรี่...ขนมเปี้ยสารพัดไส้เมืองเก่า...ร้านเต้าส่วนเจ้าดัง (ขอผ่านไปก่อน พอกลับมาขายหมดแล้ว ฮ่วย) ร้านทำเกี๊ยะเจ้าดัง (แต่เจ้าของไม่อยู่ เดี๋ยวค่อยมา) ...ร้านซูชิ....กบต้มเค็ม (จึ๋ยย์)
.
ป้ายบอกทางไป 石牌公園- เสอไผกงเอี๋ยน-Shipai Park-สวนสาธารณะป้ายหิน
.
รูปภาพ
.
ที่นี่มีชื่อเต็มว่า 恆春鎮石牌公園-เหิงชุนเจิ้นเสอไผกงเอี๋ยน-สวนสาธารณะป้ายหินตำบลเหิงชุน มีชื่อเดิมว่า 猴洞山公園-หูต้งซันกงเอี๋ยน-สวนสาธารณะเขาถ้ำวานร มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปี แต่เดิมเป็นสถานที่ที่ผู้คนเคารพสักการะบรรพบุรุษกันในเทศกาลต่างๆครับ
.
ป้ายหินบนบีนไดไม้ ไม่ปรากฎว่ามีการสลักข้อความใดๆ ปัจจุบันเป็นเพียงสถานที่ให้ผู้คนได้พักผ่อนกันในที่สูงอ่ะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/12/2019 2:06 pm

รูปภาพ
.
ลงมาข้างล่าง ผ่านไปเจอศาลเจ้า 天后宫-เทียนโฮ่วกง-ศาลเจ้าแม่เบื้องบนสวรรค์...ใต้หวันมีศาลเจ้ามากมาย ไปไหนก็เจอครับ
.
รูปภาพ
.
และบริเวณริมกำแพง เราก็จ๊ะเอ์เข้าอย่างจังกับป้ายชี้ทางไป 阿嘉之家-อาเจียจือเจีย-Aga's House ซึ่งเป็นบ้านของพระเอก ในภาพยนต์เรื่อง Cape No. 7-海角七号-แหลมหมายเลข 7 ที่สร้างขึ้นปี คศ.2008 ได้รับ 15 รางวัล และเป็นภาพยนต์ใต้หวันที่เข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนต์ต่างชาติครั้งที่ 81 เรื่องหนึ่งด้วย แม้จะไม่ได้รับการเสนอชื่อก็ตาม
.
บ้านของพระเอก-阿嘉之家-Aga's House นี้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครไปใครมาเป็นต้องแวะเยือนเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหรืออวดญาติมิตร ตั้งแต่ออกฉายไปแล้วครับ ซึ่งเพื่อนๆจะหาชมภาพยนต์ตัวอย่างเรื่อง Cape No. 7-海角七号-แหลมหมายเลข 7 ได้ที่ bit.ly/2DQvint ครับ
.
ชั้นล่างชมฟรี มีของชำร่วยจำหน่ายมากมาย แต่ค่าขึ้นชมห้องพักของพระเอกข้างบนบ้านคนละ 50 NT ครับ
.

รูปภาพ
.
ภาพยนต์ Cape No. 7 เป็นเรื่องราวปี คศ.1940 ของครูหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่มีความรักกับสาวใต้หวันและเมื่อจบสงครามที่ญี่ปุ่นปราชัยลง โดยใต้หวันตกเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ เขาก็ถูกบังคับให้เดินทางกลับญี่ปุ่น แต่สาวใต้หวันที่เคยสัญญาว่าจะหนีไปด้วยกันไม่ยอมไปด้วย หลังจากนั้น เค้าได้เขียนจดหมายรักส่งมาใต้หวัน 7 ฉบับ แต่ไม่มีผู้รับ
.
60 ปีต่อมา ฝ่ายอาก้าซึ่งกลับจากไทเปมาบ้านที่เหิงชุน และคุณพ่อ (เลี้ยง) ของเค้า ซึ่งเป็นเทศมนตรีฝากเข้าทำงานเป็นบุรุษไปรษณีย์ เป็นผู้ค้นพบจดหมายทั้ง 7 ฉบับนั้น และอาสาส่งจดหมายคืนไปยังหลานสาวของครูคนนั้น (ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว) แต่ก็ไม่มีผู้รับตามที่อยู่เช่นเคย
.
และความที่เป็นนักดนตรีที่จะต้องแสดงโชว์พร้อมกับเพื่อนอีก 6 คนในคอนเสิร์ตที่จัดโดยโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในเขิ่นติ้ง และที่นั่นเอง อาก้าก็ได้เจอทายาทของคู่รักเก่าโน้นโดยบังเอิญและมอบจดหมายทั้งหมดให้ไป
.
แน่นอนครับ พล็อดสั้นๆนี้ไม่ได้บ่งบอกว่า ตลอดทั้งเรื่องหวานมันส์สนุกอย่างไร แต่อย่าลืมว่า ฉากเด็ดๆจนกลายเป็นภาพยนต์ในดวงใจเรื่องหนึ่งของชาวใต้หวันและชาวโลกนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน เพื่อนๆที่มีโอกาสต้องหามาชมให้ได้ครับ
.
รูปภาพ
.
จากบ้านของอาก้า ผมสอบถามไกด์ทัวร์รถตู้ที่นำผู้คนมาเที่ยวที่นี่ว่า แถวนี้อาหารร้านไหนอร่อย ใช่ร้านข้างๆป้ายใหญ่ๆ 2 ร้านนี้หรือเปล่า คุณไกด์บอกว่า "โน่นเลยครับ กลับไปที่ตลาดหน้า สน. ตรงกันข้ามมีร้านเป็ดย่างอร่อยมากๆ ผมพาคนไปทานทุกรอบ และติดใจยกนิ้วกันใหญ่เลย"
.
โอเคครับ ไปก็ไป....
.
ร้านที่ว่านี้ หาง่ายมาก เพราะป้ายยาวใหญ่เชียว ชื่อร้าน 夥计鸭肉冬粉-หั่วจี้เอียโย่วตงเฝิ่น-เนื้อเป็ดวุ้นเส้นแบบบ้านๆ
.
ป้ายแดงหน้าร้านเขียนว่า "กรุณาสั่งอาหารที่เคาน์เตอร์ก่อน เมื่อชำระเงินเสร็จแล้ว เราจะนำท่านไปที่โต๊ะ..." เปิด 5 โมงเย็นถึง 5 ทุ่มครึ่งครับ
.
ว่าแต่...สั่งยังไงหว่า?
.
อ๋อ ไม่ยากครับ พนักงานเอากาละมังให้ แล้วบอกให้เลือกหยิบของที่ชอบใส่มาชั่งเลย ส่วนซุปวุ้นเส้นชามละ 45 จร้า.....
.
ลูกค้าเยอะทีเดียวครับ ของเรา 260 NT ...จัดว่าไม่แพง เพราะอร่อยมากๆ ไม่หวานไม่เค็มเหมือนของบ้านเรา และเนื้อเป็ดนุ่มปากเหลือเกินครับ สมราคา สมชื่อจริงๆ
.
รูปภาพ
.
ข้างฝาบรรยายประวัติความเป็นมาของร้านว่า เมื่อก่อนก็เป็นแค่รถเข็นแบบเจ้าของ "อบอร่อย" นั่นแหละ (แหะ แหะ ผมเล่าเพิ่มเอง) แต่ตอนนี้แม้เป็นทายาทรุ่นที่ 3 แล้ว ก็ยังเป็นยอดนิยมของผู้คนอยู่
.
ซุปวุ้นเส้น 2 ถ้วย ก็ 90 เข้าไปแล้ว เป็ดจานนี้จึงแค่ 170 เท่านั้นครับ
.
รูปภาพ
.
ทานอิ่มอร่อย ฟ้าเริ่มมืด ขอตระเวนดูประดาอาหารกลางคืนของคนท้องถิ่นเค้าหน่อย....ร้านหม้อไฟ....ร้านก๋วยจั๊บ ซูชิ...ร้านอาหารเกาหลี....ข้าวหน้าไก่ย่าง...ชาแดงเย็น....ทงคัทสึ...ร้าน milk shop โฆษณาว่า "เพื่อคุณๆ เรายอมเลี้ยงแม่วัวตั้งฝูง" หนอยแน่....ร้านก๋วยเตี๋ยวบะหมี่....ร้านซี่โครงหมู...เนื้อแพะ....เนื้อห่าน...ร้านเกี๊ยว...ร้านสเต๊ก...ร้านหมี่หาบเร่เจ้าเก่า.....
.
รูปภาพ
.
ร้านสุรา....น้ำแข็งไสน้ำตาลแดง....ร้านพะโล้ กบเค็ม....ร้านปลาหมึก ปลาไหล....ร้านอาหารผัดกะทะเหล็ก....ร้านอาหารท้องถิ่น....
.
โรงแรม 海的颜色-ไห่เตอเอี๋ยนเสอ-สีสันแห่งท้องทะเล....Aloha อาหารมะกัน...รถบะหมี่เหลาเหลา....อาหารตามสั่ง...ร้านเค็ก....ร้านไอสครีม เต้าส่วน...
.
รูปภาพ
.
ทางประตูตะวันตกก็มีศาลเจ้าอีกแห่ง ในบริเวณย่านวัฒนธรรมนี้....
.
รูปภาพ
.
ร้านเบ็นโตะ ข้าวกล่องราดหน้า....ร้านข้าวต้มกบ...ร้านเนื้อปลาแผ่น...ร้านน้ำแข็งไส...โฮสเต็ล Traveler....ร้านข้าวหน้าไก่....ร้านราชาไก่ทอด...ร้านอาหารไทยคุณภรรยา-老婆-เล่าผอ หรือ เหล่าพั้ว 555...ร้านข้าวต้ม...
.
เสียดาย ร้านเต้าส่วนที่ตั้งใจไปทาน ปิดร้านแล้ว เพราะฉะนั้น ขอปิดท้ายด้วย 豆豆-โต้วๆ-ถั่วๆ เต้าฮวยร้านข้างๆโรงแรมที่พักก็แล้วกัน...พอใช้ได้ แต่ให้ทานอีก อั้วหม่ายครับ
.
เดี๋ยวต่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 นะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/12/2019 2:10 pm

รูปภาพ
.
Kenting-สู่ภาคใต้ของใต้หวัน
.
16 ธันวาคม 2562
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ bit.ly/2LXMKLe ครับ)
.
เช้าวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 นี้ เป็นวันที่เราจะขอเช่ามอไซค์ขี่ไปรอบๆบริเวณเมืองเหิงชุนนี้ โดยจุดแรกจะไปตัวเมือง 垦丁-เขิ่นติ้งก่อน เพราะในเว็บของจีน ต่างคุยนักคุยหนาว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล ที่มีบรรยากาศดีมากๆ ประมาณบางแสนพัทยาของเรา ที่สำคัญคือ ห่างจาก 恒春-เหิงชุน เพียง 7 กิโลเมตรเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
ดูแผนที่ที่ทางโรงแรมริเวอร์ไซด์แจกให้แล้ว ก็พอเข้าใจได้ว่า อย่างไรเสีย การขี่มอไซค์เที่ยวของเราในย่านนี้จะไม่มีเหงาแน่ๆ ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัว คิดว่า ตลอดเส้นทางมีที่ให้แวะจอดบ่อย ซึ่งไม่เหมาะกับการขับรถยนต์เที่ยวอย่างแน่นอน
.
แผนที่รูปขวามือ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขึ้นรถบัสเที่ยวและเดินเอาบ้าง เนื่องจากมีจุดให้แวะเยอะแยะ และค่ารถบัสประจำทางข้ามเมืองข้ามตำบลก็ไม่แพงครับ
.
รูปภาพ
.
เช้านี้ ไม่ค่อยได้ทานอาหารเช้าของโรงแรมเท่าไหร่ คือทานแค่ขนมปังปิ้ง น้ำส้มคั้น และ ผัดหมี่ สลัด ราดด้วยหมูหยอง (แบบใต้หวัน ที่บดละเอียดและไม่ถูกปากเหมือนของไทย แต่ก็) พอกล้อมแกล้มไปได้
.
ดูป้ายที่ติดแล้ว ค่อนข้างมั่นใจว่า เค้าทำเพื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่เป็นการเฉพาะ โดยน่าจะเน้นไปที่กลุ่มทัวร์เป็นพิเศษ ซึ่งบังเอิญโชคดีที่ตลอด 5 วันที่เราอยู่ ไม่มี อ่ะครับ...ลองอ่านป้ายดูสิครับ...
.
--จะดื่มจะทานเท่าไหร่ไม่ว่า ขอแค่ 请勿外带-ฉิ่งอู้ไหว้ไต้-กรุณาอย่านำอาหารติดมือไปข้างนอก....โปรดอย่านำอาหารติดมือไป...โปรดอย่าติดมือไปข้างนอก..ระบุถึง 3 ครั้ง 3 ประโยคเลย แสดงว่ามักมีคนจัดเก็บไปเป็นอาหารกลางวันของตัวเองด้วย..
.
(สำหรับเรา เจอเป็นประจำเวลาพักโฮสเต็ลร่วมกับทัวร์จีนในยุโรป เพราะพวกทัวร์แย่งทานอาหารส่วนกลางแบบไม่มีเผื่อแผ่คนอื่นเลย แถมบางครั้งที่คุณนายต้มไข่ที่ซื้อหามาเองไว้ในหม้อครั้งละ 4 ฟอง ยังโดนแฮ็ปไปดื้อๆด้วยคิดว่าเป็นของโฮสเต็ลจัดไว้ จะทวงคืนก็ไม่อยากให้เค้าหน้าแตก...
.
มีอยู่หนนึงที่ Tallinn-ทัลลินน์ ประเทศ Estonia-เอสโตเนีย มีพวกทัวร์จีนประมาณ 10 คนมาพักตั้ง 2 คืน เช้าวันแรกหลังทานอาหารเช้าเสร็จ ก็พากันลงบันไดไปข้างนอกก่อน พอคุณนายและผมจะออกข้างนอก ปรากฏว่า รองเท้าสีแดงของคุณนายหายไปเสียแล้ว (เป็นโฮสเต็ลที่ไม่อนุญาตให้สวมรองเท้าเข้าข้างใน ต้องถอดวางบนชั้นข้างนอก) ผมรีบวิ่งลงบันไดไปตามจนเจอ ทั้งกลุ่มต่างล้อมวงให้ดูรองเท้าว่าไม่มีใครสวมของคุณนายไป เล่นเอาผมหน้าแตกเล็กๆ คิดใหม่ว่าน่าจะโดนคนอื่นขโมยเสียแล้ว กลับขึ้นมาอย่างหมดท่า
.
แต่เพียงแป๊บเดียวเท่านั้น หนุ่มจากพวกทัวร์จีนกลุ่มนั้นคนนึงก็แอบขึ้นมาแบบเงียบๆ เข้าห้องตัวเองไปหยิบรองเท้าสีแดงคู่นึงออกมาให้คุณนาย พร้อมยกมือไหว้ขอโทษว่า หยิบสลับไป...เฮ่อ
.
ก็อย่างนี้แหละครับ ไม่ทราบคงมีใครไปโพนทะนากันว่า ค่าห้องโฮสเต็ลถูกกว่าโรงแรม ก็เลยมีทัวร์จีนแบบเที่ยวเองเป็นกลุ่มฉวยโอกาสพักโฮสเต็ลกัน จนบรรยากาศเสียหมด เพราะทั้งโฉมงโฉงเฉงหนวกหูและแย่งที่นั่งแย่งทานอาหารกันจนเป็นที่เอือมระอาของคนทั่วไป ซึ่งผมคิดว่า พักโฮสเต็ลย่อมได้ แต่ควรรู้กติกามารยาทของสังคมการอยู่ร่วมกับคนอื่นบ้างและไม่ควรเกิน 3-4 คนครับ ไม่งั้นก็น่าจะพักอพาร์ตเม้นท์แทนซึ่งไม่แพงเลยดีกว่า)
.
--เมื่อต้องการขนมปังปิ้ง โปรดปิ้งขนมปังที่เครื่องก่อน เสร็จแล้วจึงทาเนยหรือแยมทีหลัง ขอบคุณ (ไม่น่าเชื่อว่ายังมีคนทาเนยทาแยมขนมปังก่อนปิ้งที่เครื่องอีก แต่ก็เป็นไปแล้ว คนชาติไหนเอ่ย ฮิฮิ)
.
--ระวังร้อนลวกมือ (ฮ่าฮ่า ที่คีบก็มี ยังมีคนเอามือหยิบขนมปังไปปิ้งอีก แม่จ้าว)
.
และมีเฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่และจีนใต้หวันนี่แหละครับ ที่มื้อเช้ามี น้ำเต้าหู้ให้ทานด้วย
.
ทานอาหารเสร็จ ลงมาข้างล่าง บอกพนักงานว่าจะเช่ามอไซค์ ครู่เดียวก็มีเจ๊คนนึงขี่รถมาให้ บอกว่า วันละ 600 ผมบอกว่า "อะไรกัน ที่ซันมูนเลคยังแค่ 300" เป็นภาษาจีน เจ๊รีบบอก "นึกว่าเป็นต่างชาติ ว่าแต่คุณมีใบขับขี่สากลหรือเปล่า" ผมบอกว่า "มี" (พอดีทำแบบใบขับขี่รถยนต์ไป เผื่อขับที่ญี่ปุ่น) เจ๊บอก "งั้นขอวันละ 500 แล้วกัน" พอดีคุณนายสังเกตเห็นว่าเจ๊กำลังมีครรภ์ เลยถามว่า "ผู้ชายหรือผู้หญิง?" เจ๊ยิ้มร่าเป็นมิตรขึ้นฉับพลัน...
.
รูปภาพ
.
ตกลงก็เลย 4 วัน 1500 NT ครับ (แต่ดูใบสัญญาทีหลัง แกเขียนแค่ 1200 อ่ะครับ ที่เหลือคงแฮ็ปสามีหรือแบ่งกับทางโรงแรม 555)
.
ร้านของเจ๊อยู่ตรงข้ามโรงแรมเลย เราจึงขี่รถไปเอาหมวกกันน๊อคที่นั่น..... ก่อนออกเดินทาง ไถ่ถามได้ความว่าเป็นคนฮกเกี้ยน (จีนแคะ) มาจากเหมยโจว (พวก 土樓-ถู่โหลว-บ้านดิน นี่เอง เลยบอกว่า บรรพบุรุษผมอยู่ 廣東-กวางตุ้งใกล้ๆกัน 555) มีลูกตั้ง 3 คนแล้ว คนโตอายุ 19 แน่ะ
.
รูปภาพ
.
...เจ๊มอบแผนที่ให้อีกใบ ซึ่งเหมาะสำหรับพวกมอไซค์ไฟฟ้ามาก เพราะมีรายละเอียดจุดชาร์จไฟระหว่างทางเพียบเลยครับ แถมมีกฏกติกาด้านซ้ายบนด้วยว่า...
.
---สวมหมวกกันน๊อคเสมอ
---ใช้ช่องทางมอไซค์ขวามือเท่านั้น
---เวลาเลี้ยวต้องปฎิบัติตามไฟจราจร
---หากต้องการเลี้ยวซ้ายตรงสี่แยก ต้องเลี้ยวขวาไปจอดรออีกด้านอีกขยักก่อน แล้วค่อยวิ่งตรงแทน
.
แหะ แหะ กฎอย่างนี้ ใช้ได้เฉพาะที่ใต้หวันมั้ง อิอิ
.
รูปภาพ
.
เริ่มต้นด้วยการเติมน้ำมันเต็มถัง 95 NT ....(ที่ปั้มใต้หวันหลายแห่ง มีที่สำหรับมอไซค์โดยเฉพาะอยู่ด้านในสุด ไม่ปนเปเกะกะรถเก๋งเหมือนบ้านเราครับ)
.
ออกเดินทางสู่เส้นทางไปเขิ่นติ้งแค่ 7 กิโล.... ผ่านสวนสนุกที่เป็น 惡靈鬼堡 密室逃脫-เอ้อหลิงกุ๋ยเป่า มี่เสอเถาถัว-ป้อมวิญญาณปีศาจร้ายแห่งอาคารทางหนีเร้นในห้องลี้ลับ (ในยุโรปมีแบบนี้เยอะ เรียกว่า Escape Room เป็นที่นิยมมากครับ) แต่ดูเหมือนเหมาะสำหรับเด็กๆเลยไม่ได้เข้าไป....
.
ผ่านศาลเจ้าตามทางไปเรื่อยๆครับ
.
รูปภาพ
.
ขี่ไปได้หน่อย ก็เป็นทางสู่ อุทยานแห่งชาติเขิ่นติ้ง-Kenting National Forest Recreation Area มีหินก้อนใหญ่สลักว่า "เขตเมืองเขิ่นติ้ง" ตั้งประจันอยู่ก่อนถึง แต่เราขี่ผ่านๆเข้าจนขึ้นเขา ก็ไม่เห็นมีอะไร จึงกลับออกมาก่อน
.
แวะพักชมวิวท่ามกลางอากาศเย็นสบายๆ
.
รูปภาพ
.
ครู่หนึ่ง ก็มาถึงทางไป 船帆石會館-ฉวนฝันเสอฮุ่ยก่วน-ศูนย์ประชุมหินเรือใบ มองดูรอบๆ เป็นรีสอร์ทสวยงามสีสันจับตา จึงขอแวะเข้าไปชมหน่อย
.
ที่นี่เป็นรีสอร์ททันสมัยย่านชายทะเลเขิ่นติ้งชื่อ Wonderful Kenting Hostel หรือ 美好垦丁-เหมยห่าวเขิ่นติ้ง ที่อยู่ห่างจากเมือง 恒春-เหิงชุน เพียง 4-5 กิโลเท่านั้น ชมรายละเอียดการจองที่พักได้ที่ bit.ly/2RU1mik ครับ
.
รูปภาพ
.
สีเหมือนลูกกวาดอย่างที่คุณหลี Thanachporn Anakkasela เม้นท์เลยครับ
.

รูปภาพ
.
มีอยู่หลายหลังด้วยกัน สนใจเรียนเชิญนะครับ
.

รูปภาพ
.
ถัดไปอีกหน่อย เป็นโรงแรมแบบทันสมัย ชื่อ 香格-เซียนเขอ ซึ่งมีชื่อทางการว่า 船帆石會館-ฉวนฝันเสอฮุ่ยก่วน-ศูนย์ประชุมหินเรือใบ ทั้งๆที่เป็นโรงแรมแท้ๆ จนเราเข้าใจผิดว่าเป็นชมรมของพ่อค้าวาณิชย์ละแวกนั้น ...เมื่อเข้าไปขอชม ซึ่งเค้าก็นำชมอย่างดี สนใจพักที่นี่เรียนเชิญที่ bit.ly/2POaemX นะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/12/2019 2:13 pm

รูปภาพ
.
ย่านนี้มีบ้านพักแบบรีสอร์ทสวยๆสีหวานๆมากมาย จนศาลเจ้ากลายเป็นห้องสังกะสีเล็กๆไปเลย
.
แล้วก็มาถึงทางเข้าสวนสนุก 水世界-สุ่ยซื่อเจี้ย-จักรวาลน้ำ
.
รูปภาพ
.
ขี่แวะเข้าไป มีพนักงานแต่งตัวชุดการ์ตูนถือป้ายต้อนรับ ถามดูเห็นว่าเป็นทะเลเทียมน้ำวน คงแบบหัวหินพัทยา อันเกินวัยที่เราจะสนใจแล้ว จึงขี่ออกมาเข้าถนนใหญ่ต่อ
.
โห...มีทั้งร้านอาหารไทย อาหารพม่า...อาหารตามสั่งใต้หวัน....ร้านอาหารไทยมีแยะเลย และมากสุดติดๆกันก็คือโรงแรมแบบอาคารพาณิชย์ คล้ายๆที่ชะอำของเราครับ
.

รูปภาพ
.
ร้านอาหารไทย แมมโบ้ เปิดมาตั้งแต่ปี คศ.2000 โน่น เกือบ 20 ปีแล้ว
.
โบสถ์คาโธลิคประจำเขิ่นติ้ง
.
รูปภาพ
.
ร้านค้าหนาแน่นสมเป็นเมืองท่องเที่ยวชายหาดเลย
.
มาที่นี่ ไม่มีจนแต้มเรื่องท้องร้องหรือหาที่พักไม่ได้ครับ แต่...
.
เราขอแวะทานขนมกล่อง น้ำชาเขียวง่ายๆ ที่ 7-11 ดีกว่า เค้ามีโต๊ะนั่ง ห้องน้ำ เหมือนที่ญี่ปุ่นเลยครับ
.
ใครจะนั่งรถประจำทางสาย 9117 (มีรถทุก 20 นาที ตั้งแต่ ตี 5 ถึง 5 ทุ่มครึ่ง) และ 9188 (มีรถทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 6 โมงถึง 3 ทุ่มครึ่ง) จากต้นทาง 高雄-เกาสง ก็สะดวกดี เพราะรถจอดป้ายหน้า 7-11 เลยครับ
.
รูปภาพ
.
ชมความคึกคักของเมืองเขิ่นติ้งไปทั่วๆอีกทีนะครับ
.
รูปภาพ
.
ก่อนทางไปชายหาด มีจุดชมวิวหญ้าเขียวๆน่าดูชม
.
มีห้าง Plaza Kenting อยู่แถวชายหาดที่เรียกว่า 小灣-เสี่ยวอวน-อ่าวเล็ก ประมาณหาดวอนนภา บางแสน หรือ จอมเทียน พัทยา ด้วย
.
แดดร้อนมาก ขอกลับไปที่เหิงชุน เพื่อหาอะไรแบบบ้านๆทานดีกว่า
.
รูปภาพ
.
และแน่นอนครับว่า เปิดเว็บดูแล้ว ปรากฎว่า ร้านเนื้อเป็ดซุปวุ้นเส้นร้านหั่วจี้ที่เราทานเมื่อวานว่าอร่อยนักอร่อยหนานั้น ได้แค่ที่ 2 ของเมืองนี้ เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะไปลองชิมร้านที่ได้ที่ 1 หน่อยนะครับ
.
ร้านนี้ชื่อ 鄉村冬粉鴨-เซียงชุนตงเฝิ่นเอีย-เป็ดวุ้นเส้นชนบท อยู่ในตลาดเทศบาล ที่ยามบ่ายๆยังมีของทานขายเพียบครับ
.
แถวนั้น นอกจากมีร้านเต้าส่วนอีกเจ้าตรงหัวมุมแล้ว ยังมีร้านสแน๊คประเภทกะหรี่ปั๊บยัดไส้สารพันอีกด้วย ร้านนี้มีป้ายเขียนว่า "โปรดสั่งตามคิวก่อนหลัง" ทีเดียวครับ
.
ถัดมาเป็นแผงเด็ด อาแป๊ะขายยำกุ้งฝอยผสมวุ้นเส้นและถั่ว อร่อยมาก (มีหอยต้มเค็มด้วย แต่เราไม่กล้าทาน) กล่องละ 50 NT รสแซ่บแบบนวลๆดีครับ
.
แล้วก็มาถึงร้านเป็ดวุ้นเส้นที่เราตามหาแล้วครับ ราคาประมาณกัน ขายดีร่ำรวยขนาดลูกหลานมีเวลาเต้นลีลาศจนเป็นแชมป์อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
เราสั่งอย่างเดียวกันกับร้านหั่วจี้วันก่อน แต่มีเนื้อเป็ดมากหน่อย วันนี้จ่ายไป 300 NT รสชาติพอใช้ได้ แต่เราว่า ร้านหั่วจี้อร่อยกว่าครับ
.
ร้านนี้ ป่านนี้คงย้ายไปที่ใหม่แล้วตามแผนที่ข้างห้องที่บอกไว้ครับ
.


รูปภาพ
.
ทานเสร็จ ฟ้ายังสว่างอยู่ งั้นไปต่อที่ตำบล 車城-เชอเฉิง-เมืองรถ ซึ่งความจริงเพื้ยนมาจากชื่อเดิม柴城-ฉาเฉิง ที่แปลว่า เมืองไม้ฟืน มากกว่า เพราะสมัยสงครามในอดีตใช้เป็นที่ขนย้ายถ่านฟืนให้ค่ายทหารต่างๆครับ...ไม่ไกลครับ แค่ 8.2 กิโลเท่านั้นเอง
.
เข้าตลาดไปหน่อย ก็เป็นศูนย์วัฒนธรรมและมีศาลเจ้าใหญ่หะรูหะราอยู่ที่นั่น ขอแวะกราบพระข้างในหน่อยนะครับ
.
ที่ลานด้านนอก กำลังเตรียมตั้งโต๊ะรถเข็นขายอาหารกลางคืนกัน
.
รูปภาพ
.
ส่วนด้านนอก เป็นตลาดกลายๆ พ่อค้าแม่ค้าขายไข่สด ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า ฯลฯ เป็นหลัก เข้าใจว่าเป็นสินค้าดังของที่นี่ แต่เราไม่ได้อุดหนุนครับ
.
สรุปคือ วันนี้ร่อนมอไซค์ไปทั่วๆ จากเช้าถึงเย็นย่ำหัวค่ำพอดี โดยทางโรงแรมมีที่จอดรถให้อย่างดีครับ
.
แล้วค่อยต่อตอนต่อไปของวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 นะครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/12/2019 2:16 pm

รูปภาพ
.
Fangliao Township--ฟางเหลียว แป๊บเดียวถึง
.
22 ธันวาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ bit.ly/2SePUho ครับ)
.
พูดถึงใต้หวันแล้ว เรื่องสร้างสรรค์โน่นนี่นั่น ให้เป็นจุดเด่นน่าสนใจ จนดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาถ่ายรูปโชว์เพื่อนๆแล้วละก็ เห็นจะไม่มีที่ใดเกินเลยไปได้...
.
กระทั่งแทบทุกเมืองบนเกาะเล็กๆแห่งนี้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีรูปปั้นโชว์หราตามจุดต่างๆบนเว็บมากมายเหลือคณานับ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ก็แค่สิ่งประดิษฐ์แบบ Man Made-คนทำ ทั้งนั้น
.
ก็ดูง่ายๆ....แค่ สถานีรถไฟต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรางรถไฟเก่า... สำนักงานเก่า... ฯลฯ เค้าช่างมีจินตนาการแต่งเรื่องเล่า เน้นจุดเด่น จนของธรรมด๊าธรรมดากลายเป็นน่าดูชมบอกเล่ากันแบบปากต่อปากไปไม่รู้จบ
.
สถานีรถไฟเก่าที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะที่เราเคยไปมาในใต้หวัน ก็เช่น ที่ bit.ly/2M1IeLH 台中-ไถจง (ภาคกลาง). ....และ bit.ly/36IGqPI 台东-ไถตง (ภาคตะวันออก) ฯลฯ ซึ่งว่าไปก็ไม่มีอะไรเลย แต่เค้าก็มีวิธีตกแต่ง จัดการ ส่งเสริม จนนักท่องเที่ยวแห่กันไปกดแช๊ะไม่เพียงชาวใต้หวันเองเท่านั้น...
.
ด้วยเหตุนี้ เมื่อย่างเข้าเขต 台南-ไถหนัน... ชื่อต้นๆแห่งหนึ่งที่เปิดเว็บท่องเที่ยวเป็นเจอ ก็คือ 枋寮火车站- สถานีรถไฟฟางเหลียว ที่เป็นหมู่บ้านย่อมๆแห่งหนึ่งในภาคใต้ ที่เราจะไปเยี่ยมชมนี่เองครับ
.
จะว่าไกลก็ไกล (สำหรับมอไซค์ และวัยอย่างเราสอง) จะว่าใกล้ก็ใกล้ (สำหรับรถยนต์รถไฟ) ครับ เพราะห่างจาก 恒春-เหิงชุน เพียงแค่ 51.3 กิโลเมตรเท่านั้นเอง จนอดรู้สึกไม่ได้ว่า แป๊บเดียวถึง จริงๆ อิอิ
.
.
ภาพประกอบคือภายในห้องโถงสถานีรถไฟฟางเหลียว ที่เก้าอี้นั่งทั้งมวลทำเป็นรูป 蓮霧-เหลียนอู่-ผลชมพู่ ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของเมืองนี้ครับ
.
รูปภาพ
.
ดูจากแผนที่ใต้หวันแล้ว คล้ายๆกับเป็นการเดินทางไม่ไกลเลย (คือ จาก 恒春-เหิงชุน ไป 枋寮-ฟางเหลียว เป็นระยะทางอีกเท่าตัว จาก 枋寮-ฟางเหลียว ถึง 高雄-เกาสง) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออากาศไม่ร้อนนักและเราขับขี่แบบสบายๆ มีแวะ มีจอดเดินเล่น ตลอดทาง เมื่อเจอสิ่งที่น่าสนใจใฝ่เผือก เอ๊ย ใฝ่รู้
.
ไปตามเส้นทางเมื่อวานนี้ คือเลย 车城-เชอเฉิง (7 กม.) ไปอีกครับ
.
รูปภาพ
.
ออกจากโรงแรมที่พัก (17 พฤษภาคม 2560) ไปตามทางเมื่อเย็นวาน ผ่าน 驛站加油站-อี้จั้นเจียหยิวจั้น-ที่พักรถและเติมน้ำมันจงหยิว มีร้านผลไม้มากมาย (หลายแห่งยังไม่เปิด) อาทิ -蓮霧-เหลียนอู่-ชมพู่.... 黑珍珠-เฮยเจินจู-ชมพู่สีแก่ไข่มุกดำ... 釋迦-เสอเจีย-น้อยหน่า... 芒果-หมังกั่ว-มะม่วง... แถมมีขาย 咸蛋-เสียนตั้น-ไข่เค็ม... 皮蛋-ผีตั้น-ไข่เยี่ยวม้า... ด้วย
.
凱登水果城-ไข่เติงสุยกว่าเฉิง-เมืองผลไม้ไข่เติง.......峰億紅龍果農場-เฟิงอี้หงหลงกว่าหนงฉาง-สวนเกษตรแก้วมังกรเฟิงอี้.....屏東牛-ผิงตงหนิว-ก๋วยเตี๋ยวเนื้อผิงตง....ร้าน 台灣牛-ไถอวนหนิว-ก๋วยเตี๋ยวเนื้อใต้หวัน....
.
รูปภาพ
.
萬巒豬腳-วั่นหลวงจูเจี่ยว-ขาหมูวั่นหลวง มีรายการซื้อคากิ 5 แถม 1 ด้วย....陳家峰蜜-เฉินเจียเฟิงมี่-น้ำผึ้งบ้านตระกูลเฉิง ซึ่งน่าจะปิดร้านแล้ว.....鬍鬚源池上飯包-หูซูเอี๋ยนฉือซั่งฟั่นเปา-ข้าวห่อเมืองฉือซั่งร้านนายหนวดเครา ขายดีมีที่จอดรถด้านหน้าด้วย....
.
ข้างๆมีศาลเจ้าใหญ่ ชื่อ 八卦祖師廟-ป๋ากั้วจู่ซือเมี่ยว-ศาลเจ้าหลวงปู่แปดเหลี่ยม มีรถทัวร์จอดและมีนักท่องเที่ยวลงไปเยอะ ขอแวะเป็นไทยมุงหน่อยครับ
.
รูปภาพ
.
เมื่อเข้าไปข้างใน ก็เดาได้ว่า เป็นทัวร์ทำบุญที่พาลูกทัวร์มาร่วมบริจาคเงินสงเคราะห์สร้างขยาย 屏東福德宮-ผิงตงฝูเต๋อกง-ตำหนักโชคทวีคุณธรรม ออกไปให้เต็มพื้นที่ ซึ่งแต่ละสาธุชนต้องบริจาครายละ 2 หมื่น NT โดยจะจ่ายงวดเดียวหรือผ่อนชำระเป็นหลายๆงวดก็ได้ (เอ เหมือนๆที่ไหนน้า..) เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ทั้งแก้วแหวนเงินทอง และสรรพสิ่งที่พึงปรารถนา
.
เท่าที่ดู ก็ไม่ค่อยประสพผลสำเร็จเท่าไหร่นักทั้งๆที่มีการบรรยายโน้มน้าว มีโต๊ะบริจาค และไกด์หัวหน้าคณะคอยเชียร์อยู่ก็ตาม
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ผ่าน 獅子鄉 ซือจื่อเซียง-ตำบลบ้านสิงโต ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นหอสูงมีสิงโตอยู่ด้านบนเป็นการอวยพรให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย
.
ผ่านร้าน 七里香甕仔雞-ชิหลี่เซียงเวิ่นใจ่จี-ไก่โอ่งหอมไกลเจ็ดลี้.....ภัตตาคาร 觀海樓-หอชมทะเล....硬漢會所-ชมรมบุรุษทรงพลัง ขายอาหารปิ้งย่างแบบญี่ปุ่น.....แล้วก็ถึงสถานีรถไฟ ฟางเหลียว พอดี
.
รูปภาพ
.
ป้ายหน้าสถานีบ่งบอกชัดเจนว่า วันๆมีนักท่องเที่ยวมาเช่าจักรยานขี่รอบๆตัวเมืองฟางเหลียวเยอะมากๆ เพราะมีเส้นทางจักรยานเป็นสี่เหลี่ยมชัดเจน จากสถานีไปอ่าวประมงก็ได้ ไปศูนย์ศิลปะฯ ก็ได้ รวมทั้งศาลเจ้าใหญ่ด้วย ที่าคัญคือ ร้านค้าพาณิชย์ตามรายทางน่าสนใจเป็นพิเศษครับ
.
ภายในอาคารสถานี นอกจากสะอาดงดงามอุดมด้วยที่นั่งผลชมพู่แล้ว ยังมีภาพหัวรถจักรแบบต่างๆให้ชมแบบของ JR ที่ญี่ปุ่นด้วย...เส้นทางทางรถไฟจากเกาสงมาที่นี่ก็มีสถานีย่อยที่ป้อบปูล่าร์ไม่น้อยครับ
.
ส่วนท่านที่จะไปเหิงชุน เขิ่นติ้ง ลงรถไฟที่นี่แล้วต่อรถบัสไปก็สะดวกมากๆเช่นกัน
.
รูปภาพ
.
แผนผังประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเทียวต่างๆโดยรอบชัดเจน...เดี๋ยว... ขอเข้าห้องน้ำก่อน อิอิ
.
อือม์ ....ห้องน้ำนอกจากสะอาดแล้ว ยังตกแต่งภายในเรียบง่ายน่าสนใจอีกต่างหาก อาทิ รูปภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆในฟางเหลียว...ป้ายขอความร่วมมือคุณสุภาพบุรุษ "ได้โปรดเขยิบเข้าไปใกล้ๆโถสักนิด จักได้ไม่มีหยดน้ำบนพื้นให้น่ารังเกียจและอุจาดตานะจ๊ะ" 555
.
ยังไม่ย้อนกลับเข้าไปในเมือง โดยจะขอเข้าชมรอบๆสถานีก่อน เจ้าหน้าที่บอกว่า จะไปที่ชานชาลาก็ได้ แต่ต้องเอาพาสปอร์ตมาแลกบัตรเข้า เพราะปรกติให้เข้าเฉพาะผู้โดยสารที่มีตั๋วรถไฟจร้า
.
รูปภาพ
.
ใครแข็งแรงก็เดินลงอุโมงค์ข้ามรางรถไฟไป ส่วนท่านที่สูงวัยหน่อย ก็มีลิฟท์อัตโนมัติแบบง่ายๆไว้บริการครับ
.
วิวด้านหลังเป็นภูเขาสีเขียวและบ้านเรือนสวยงาม
.
กลับมาด้านนอก มีจักรยานให้ยืมใช้ด้วย แต่เรามีมอไซค์นั่งสบายกว่าครับ
.
รูปภาพ
.
ด้านหน้าสถานี มีบูธขายอาหารทะเลของอาต๋า-阿達海產-อาต๋าไห่ฉั่น....ถัดไปข้างๆเป็นร้านซาละเปาแบบมีน้ำซุปข้างในที่มีชื่อว่า 尤家湯包-หยิวเจียทังเปา-ร้านซาละเปาซุปตระกูลหยิว.....
.
มีป้ายบอกเล่าตำนานว่า เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่อง 蓮霧-เหลียนอู่-ผลชมพู่ โดยเฉพาะแบบสีแก่ที่เรียกว่า 黑珍珠-เฮยเจินจู- ชมพู่ไข่มุกดำ...ด้านการประมง ที่นี่ก็มี 鱼港-อวี๋กั่ง-อ่าวประมงจำหน่ายอาหารทะเลสดๆไปทั่วประเทศ
.
ป้ายร้านอาหารตามสั่งของ 大摳中仔-ต้าโควจงไจ๋-เจ้าหนูผู้ซื่อสัตย์ หุหุ
.
แป๊บเดียวก็มายัง F3 藝文特區-อี้เหวินเถอชู-ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรม เอฟ 3...มีร้านค้าบ้านเรือนตกแต่งแนวศิลปะมากมาย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/12/2019 2:18 pm

รูปภาพ
.
ไม่ค่อยงามตาแต่เห็นความตั้งใจพยายามของทุกๆร้านเป็นอย่างดี อาทิ ร้าน 藝之門-อี้จือเหมิน-ซุ้มประตูสู่ศิลปะ...ร้าน 彩墨創作-ไฉ่ม้อช่วงจั๋ว-ลาดลายพู่กันสร้างสรรค์ (บนพัด)....นกบินเรียงแถวบนกำแพง...ฟักทองครึ่งซีก ฯลฯ
.

รูปภาพ
.
รถไฟล้อซุง...ร้านน้ำแข็งไสแบบบิงซู...ร้านขนมเค็ก 非嘗不可-เฟยฉังปู๋เข่อ-ไม่ทานไม่ได้...ร้าน 咸肉飯-เสียนโย่วฟั่น-ข้าวกล่องเนื้อเค็ม....ร้านขายหมากปูน (เคี้ยว) -檳榔-ปินหลัง ซึ่งมีอยู่ทั่วเกาะอยู่แล้ว....ร้านชาร้อนชาเย็น 神奇傑克-เสินฉีเจี๋ยเขอ-แจ๊คพิสดาร....ร้าน 餃子館-เจียวจื่อก่วน-ขนมจีบ....
.
รูปภาพ
.
ร้าน ซาละเปา หมั่นโถว 無尾熊-อู๋เหว่ยสง-หมีไร้หาง (โคอาล่า) ....ร้าน 担仔面-ตันใจ๋เมี่ยน-บะหมี่หาบเร่เจ้าเก่า....ร้านขนมหวานเย็น....ร้าน 牛肉汤-หนิวโย่วทัง-ซุปเนื้อวัว...แล้วก็...
.
เข้าเขต 渔港-อวี๋กั่ง-อ่าวประมง..
.
รูปภาพ
.
มีศาลเจ้า 德興宮-เต๋อซิงกง-ตำหนักรุ่งเรืองคุณธรรม....สำนักทะเบียนฟางเหลียว....มีสะพานปลาและซุ้มขายอาหารทะเลต่างๆ...
.
บนแทังค์น้ำเขียนว่าที่นี่คือ 魩之鄉-ม่อจือเซียง-หมู่บ้านปลาเล็กปลาน้อย


รูปภาพ

ผ่านอีกศาลเจ้า 北玄宫-เป่ยสวนกง-ตำหนักลึกลับเหนือ นั่งพักครู่หนึ่งแล้วก็ทานเต้าส่วนกระป๋องพาสติกที่ซื้อติดมือมา แล้วมุ่งหน้าไป สถานีรถไฟ 東海車站-ตงไห่เชอจั้น ที่ว่ากันว่าเป็น 適合放空發呆的無人小車站-เสอเหอฟั่นคงฟาไตเตออู๋เหบินเสี่ยวเชอจั้น-สถานีเล็กๆที่เหมาะสำหรับคนว่างฟุ้งซ่าน...
.
เพราะที่นี่ไม่มีเจ้าหน้าที่รถไฟหรือขายตั๋วบริการใดๆ เพราะรถจอดเพียงครั้งสองครั้งต่อวัน ที่ถ้าไม่มีป้ายบอกคงไม่มีใครทราบว่าเป็นสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง แต่วิวโดยรอบเป็นธรรมชาติงามตายิ่ง ...
.
รูปภาพ
.
เลี้ยวเข้าไปชมรอบๆหน่อย ถามไปรษณีย์ว่า ศูนย์ศิลปะตงไห่อยู่ไหน เค้าบอกว่า เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว ส่วนใหญ่ไปทำนาทำไร่กันหมด อ้าว...
.
แล้วก็กลับมาที่ข้างๆสถานีรถไฟฟางเหลียวอีกครั้งเพื่อชมศูนย์ศิลปะที่นั่น แหะแหะ ฟรีครับ
.

รูปภาพ
.
เดินชมภายในและรอบนอกครู่หนึ่ง ก็เดินทางกลับ ผ่านหมู่บ้านสวนมะม่วง...ป้ายร้านขาย 龜苓膏-กุยหลิงเกา-ยาดำเฉาก้วย...ร้านล้างรถ 勁好洗-ล้างจริงล้างจัง...แวะชมร้านไก่โอ่งที่ผ่านตอนเช้า....เมืองผลไม้ 满福-หมั่นฝู ที่เห็นรถทัวร์เข้าจอดเป็นพรวน...
.
รูปภาพ
.
ข้างในขายผลไม้ถุงพลาสติกหลากหลายชนิด ชิ้นละ 150 NT ซื้อ 5 แถม 1 ..ซื้อ 10 แถม 3...ซื้อ 30 แถม 10...มีฟิชโช่ ปลาแผ่น ของไทยเราด้วย โห...แพงมาก เพราะฟิชโช่ของเราขายแค่ถุงละ 30 บาทไม่เกินอ่ะครับ
.
มีลูกทัวร์ซื้อเป็นของฝากเยอะแยะถึงขนาดต้องจัดกระเป๋าใหม่ข้างรถบัสเลยทีเดียว...ไกด์รถคงเปรมน่าดู
.
ผ่านป้ายขายหมาก...ลานจอดรถ 傻瓜天堂-ซ่ากวาเทียนถัง-สวรรค์ของนายทึ่ม มีแอ่งน้ำให้หยอนใจแก้กลุ้ม ไม่ทราบว่ามีตกปลาหรือเปล่า...
.
โรงเรียนประจำตำบล 獅子鄉 ซือจื่อเซียง-บ้านสิงโต....ผ่านที่พักรถ 奇木-ฉีมู่-ไม้ประหลาด....มีศูนย์ร้านค้าย่อมๆชื่อ 别有同天-เปี๋ยหยิ่วถงเทียน-สวรรค์ในแดนมนุษย์....
.

รูปภาพ
.
ส่วนใหญ่จำหน่ายอาหารที่ห้ามนำของข้างนอกมาทาน และนั่งโต๊ะต้องสั่งอย่างต่ำคนละ 100 NT เพราะเป็นจุดพักผ่อนชมวิวที่ดีแห่งหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
ขับกลับไปตามทางเดิมเรื่อยๆ ผ่านร้านขายของเยอะเลย จนถึงอาคารชุมชน 枋山-ฝางซัน มีร้านเซเว่นข้างหน้า ขอแวะนั่งพักและดื่มน้ำส้มจากในร้านหน่อย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/12/2019 2:21 pm

รูปภาพ
.
ไม่ไกลจากนั้นก็มีจุดชมวิวทะเลอีกแห่งหนึ่ง ชื่อร้าน 樂-เล่อ-สนุก บนกระดานเขียนว่ามีทั้งวิว Green Wave...Hawaii Love...Southern Love...Summer Breeze...Sunset Romantic...ฯลฯ แบ่งเป็นโซนๆ มีกะลามะพร้าวเจาะรูเป็นโคมไฟระโยงระยาง
.
เข้าท่าดีเหมือนกัน ทุกคนให้การต้อนรับดี เราพูดภาษาอังกฤษ ตัวคุณพ่อรีบเรียกลูกหลานให้ออกมา 翻譯-ฟันอี้-แปล หน่อย แล้วก็สั่งให้บอกเราว่า เชิญถ่ายรูปตามสบาย....มีป้ายเขียนว่า สั่งอาหารเครื่องดื่มขั้นต่ำ 100 NT เช่นกัน
.
รูปภาพ
.
ชอบใจความคิดสร้างสรรค์ที่เค้าเอากิ่งไม้ชุบปลายสีขาวมาห้อยรวมๆกันเป็นเพดานน่าทึ่ง
.
มีป้ายนึงเขียนว่า Don't underestimate the mark you can leave on the world with gentle Footprint-อย่าปรามาสรอยเท้าอันอ่อนนุ่มที่คุณทิ้งไว้บนผืนโลกนี้.... (จงแวะพักที่นี่เถิด ว่างั้น.....เข้าท่ามากครับ)
.
กลับบ้านต่อ ผ่านตำบล 枋山-ฝางซัน มีป้าย Love 獅子鄉-ซือจื่อเซียง-รักบ้านสิงโต ที่มีป้ายตรงสะพานทางข้ามถนนว่า "ที่นี่คือบ้านเดิมของประธานาธิบดีหญิงคนปัจจุบัน 蔡英文-ใช่อิงเหวิน ครับ ยินดีต้อนรับ"
.
ข้างๆมีป้ายร้าน 中山羊肉爐-จงซันเอี๋ยนโย่วหลู-เนื้อแพะจงซันเตาไฟ...
.

รูปภาพ
.
蔡英文-ใช่อิงเหวิน ผู้นี้แหละครับ ที่ว่ากันว่าจะเป็นประธานาธิบดีของใต้หวันอีก 1 สมัย ไม่ว่าสภาที่นั่นจะพะบู๊ดุเดือดร้ายกาจเพียงใดก็ตาม
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านขาหมูเจ้าดัง ไม่ยักจะมีรถจอดเลย ดูท่าบ่อเซ็งลี้....
.
ดูทรงผมของเจ้าของโรงแรม 椰林會館-เอี่ยหลินฮุ่ยก่วน-ที่พักดงมะพร้าว สิครับ เหมือนตัวตลกคณะเชิญยิ้มเลย 555
.
แล้วก็เข้าเขตเมืองเก่าเหิงชุนของเรา...มีป้ายเชิญชวนให้ไปเที่ยวกันที่ 關山-กวนซัน-เขาปิด เพื่อชมพระอาทิตย์อัสดงกัน ซึ่งเป็น 1 ใน 12 แห่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในโลก...ตึกสีเหลืองข้างๆคือ ร้านเกมส์ครับ
.
แล้วเราก็ได้มาทานอาหารตามสั่งที่ร้านดังอีกแห่งของเหิงชุน ใกล้ๆร้านเป็ดวุ้นเส้นหั่วจี้วันแรก ชื่อร้าน 秋香面店-ชิวเซียงเมี่ยนเตี้ยน-ร้านบะหมี่ชิวเซียง นอกจากคนพื้นเมืองต่างแนะนำแล้ว ยังติดอันดับในเว็บเช่นกัน
.
ร้านเล็กๆห้องเดียว ครัวอยู่ด้านนอก ห้องแอร์อยู่ด้านในครับ
.
รูปภาพ
.
เราไม่ทราบว่าจะสั่งยังไง ครอบครัวคนไถจงโต๊ะนึง จึงบอกว่าเดี๋ยวสั่งให้ตามป้ายที่บอกคือ...皮蛋豆腐-ผีตั้นโต้วฝู่-ไข่เยี่ยวม้าและเต้าหู้ขาว...燙青菜-ทังชิงช่าย-ผักเขียวผัด...豬肉豆芽-จูโย่วโต้วเหยีย-เนื้อหมูถั่วงอก และ 乾面-กังเมี่ยน-บะหมี่แห้ง 1 ชาม....ขอบคุณมากๆครับ
.
อร่อยจริงๆครับ รสชาติสุดกลมกล่อม แถมทั้งหมดแค่ 170 NT เท่านั้นเอง
.
จากนั้น ก็ขี่รถออกไปทางประตูเมือง 西门-ซีเหมิน-ประตูตะวันตก เดินเต๊ะท่าแถวนั้นครู่หนึ่ง บริเวณที่ อาก้า พระเอกหนังเคยมาส่งไปรษณีย์ อิอิ...
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็กลับไปในตลาด จอดรถที่หน้าร้าน 錫安木屐王-เสออันมู่จี๋หวัง-ราชารองเท้าไม้แห่งเสออัน ที่มีป้าย 現雕木屐-เสี้ยนเตีวมู่จี๋-รองเท้าไม้แกะชื่อให้สดๆ อ้อ...ร้านขายเกี๊ยะ ของชอบคุณนายที่เมื่อวานมานั่นเอง
.
ข้างฝามีโคลงกลอนต่างๆมากมาย เพราะเจ้าของเป็นอาจารย์โรงเรียนจีนและกรรมการสมาคมวัฒนธรรมด้วย ชื่อ 王明堂-หวังหมินถัง อาจารย์แซ่หวังครับ
.
รูปภาพ
.
ท่านให้เลือกเกี๊ยะที่ชอบ เลือกสายหูที่ปรารถนา แล้วก็ให้เราเขียนชื่อในกระดาษว่า อยากให้สลักว่าอะไร
.
คุณนายขอชื่อจีนของคุณท่านว่า 楚君-ฉู่จิน อันนึง และชื่อ Kate อีกสองอัน (หนักอันเบาอัน) แบบหนัก 650 แบบเบา 500 รวม 3 ชิ้นลดเหลือ 1500 NT.... แบบนี้เวลาถอดไว้หน้าระเบียงวัด ไม่มีการหายแน่ 5555
.
อาจารย์ยังเตรียมเปิดบ้านพักที่เมือง 满洲-หมั่นโจว ไม่ไกลอีกด้วยพร้อมเรียนเชิญให้เราไปเยี่ยมได้
.
สรุปคือ จบสิ้นวันนี้อย่างมีความสุขแม้จะปวดเมื่อยไปทั้งตัวก็ตาม อิอิ
.
รูปภาพ
.
Guanshan Temple--มอไซค์เที่ยวสะบั้น
.
23 ธันวาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ bit.ly/2Qa9xoq ครับ)
.
ตอนนี้เป็นรีวิวของวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 อันเป็นวันที่ 4 ที่เราพักที่ 恒春-เหิงชุน ครับ
.
วันนี้เราจะย้อนลงใต้ไปทาง 墾丁-เขิ่นติ้ง เพื่อเที่ยว 關山-กวนซัน-ภูเขาปิด (แต่ชื่อ)....貓鼻頭-เมาปี้โถว-ศีรษะจมูกแมว...ชายหาด 南灣-หนันอวน..และรอบๆบริเวณครับ
.
.
ภาพประกอบคือ ซุ้มประตูหนึ่งของ ศาลเจ้า 福德宫-ฝูเต๋อกง-ตำหนักโชคทวีคุณธรรม ซึ่งอยู่บนเขาสูง 關山-กวนซัน-ภูเขาปิด (แต่ชื่อ) ครับ
.
รูปภาพ
.
ภาคใต้ของใต้หวันนี่ เที่ยวยังไงก็ไม่หมดจริงๆ ต้องใช้วิธีสุ่มเลือกตามทางไปเรื่อยๆแบบ 隨機行事-สุยจีสิงซื่อ-ดำเนินงานตามแต่สถานการณ์พาไป..คือเจออะไรเข้าท่าก็แวะจอดไปเป็นไทยมุงว่างั้น 555
.
รูปภาพ
.
อาหารเช้าของโรงแรมประจำวันพฤหัสบดีนี้ ดูเหมือนจะมากหลายเป็นพิเศษ เข้าใจว่าน่าจะมีผู้เข้าพักเยอะขึ้น เราก็เลยทานโน่นนี่นั่นจนอิ่มเปรมไปเลย ก่อนจะออกเดินทางไปอย่างที่เรียนครับ
.
ถามสาวที่ขี่มอไซค์ข้างๆว่า "กวนซันไปทางไหน?" เธอบอก "ผ่านเซเว่นแล้วเลี้ยวขวาก็ใช่เลย ว่าแต่ จะไปตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ?" คือส่วนใหญ่ไปชมพระอาตย์ตกดินกันยามเย็น ผมเลยบอก "ไปดูสถานที่ไว้ก่อนอ่ะครับ เดี๋ยวขากลับค่อยแวะอีกที เรามาจากไถ้กั๋ว (เมืองไทย)" แล้วก็รีบบ๊ายบายขี่ล่วงหน้าไปก่อนที่จะต้องสาธยายเรื่องเมืองไทยยาวยืดประสาเจอผู้มีน้ำใจไมตรี แหะแหะ
.
ครู่หนึ่งก็เจอป้ายบอกทางไปแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง แต่ป้ายข้างล่างคือ 龍鑾潭自然中心-หลงหลวนทันจื้อหยันจงซิน-Longluan Lake Nature Center-ศูนย์ธรรมชาติ แอ่งเก็บน้ำหลงหลวน น่าสนใจดี งั้นขอแวะชมหน่อย
.
ผ่านอาคาร 潛荘-เฉียนจวง-Dive Village-บ้านดำน้ำ คงเป็นสถาบันสอนการดำน้ำแบบต่างๆย่านทะเลนี้.... อื้อหือ หรูขนาดเนี้ย น่าจะมีคนมาเรียนแยะนะครับ
.
มีป้ายบอกทางไปศูนย์ประวัติศาสตร์ แต่เราไม่สน มุ่งหน้าไปจนเข้าย่าน 龍水社區-หลงสุ่ยเซ่อชวี-หมู่บ้านมังกรน้ำ เลยไปหน่อยก็ถึงทางเข้าศูนย์ธรรมชาติฯแล้วครับ
.

รูปภาพ
.
ที่นี่เหมาะแก่การเดินออกกำลังมากครับ บางคนจึงจอดรถไว้ด้านนอกแล้วค่อยๆเดินเข้าไป แต่เราไม่สู้ ขอขี่เข้าไปภายในแถวตัวอาคารเลย.....
.
ซึ่งที่นั่น เป็นศูนย์สำหรับส่องดูนกประเภทต่างๆ มีภาพประกอบให้สาระความรู้มากมาย แต่เนื่องด้วยไม่ใช่ฤดูที่นกชุม นักส่องนกจึงแทบจะไม่มี เพราะ ไฮซีซั่น ของที่นี่คือเดือนสิงหาคมเป็นต้นไปครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 19 ท่าน

cron