Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2017 9:01 pm

รูปภาพ

รูปภาพ
.
Noboribetsu, Lake Toya--ขึ้นรถสวนสัตว์ไปหุบเขานรก
.
6 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
พักอยู่ Tomakomai เป็นรอบที่สอง ที่รอบแรกขี่จักรยานทะลุทะลวงทุกซอกทุกมุมของเมืองนี้มาแล้ว แหล่งท่องเที่ยวในย่านใกล้เคียง ก็เหลือเพียง Noboribetsu และ Lake Toya เท่านั้นแหละครับ...
.
วันนี้ เราจึงไปเที่ยว 2 แห่งนี้ โดยแพลนไว้ว่าเริ่มที่ Noboribetsu ก่อน ถ้าเก็บได้เร็วได้มากสมใจ ก็ค่อยไป Lake Toya อีกที่ แต่ถ้าไม่ทัน ค่อยไป ทะเลสาปโทย่า วันหลังก็ได้
.
ก่อนอื่น ขอเรียนเรื่องที่เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่า "Tomakomai มีอะไรดีหรือ ถึงไปพักที่นี่ซะหลายวันเลย ทั้งๆที่เคยพักมาก่อนแล้ว?"
.
คำตอบก็มีดังต่อไปนี้ครับ
.
-- Toyoko-Inn สาขา Tomakomai อยู่ห่างจาก ซัปโปโร แค่เดินทาง 40 นาทีโดยประมาณ มีรถไปกลับวันละหลายเที่ยวตั้งแต่เช้ามืดถึงค่อนดึก จึงไม่ต่างจากการพักที่ซัปโปโรเลย เพราะ...
.
-- ลงจากสถานีรถไฟเดินถึงที่พักใน 3-5 นาที (ในขณะที่ หากพัก ซัปโปโร หาที่ๆใกล้สถานีรถไฟได้ไม่ง่าย ส่วนใหญ่ต้องต่อรถใต้ดินอีกทอด) ...
.
-- บรรยากาศเงียบสงบตั้งแต่สถานี (ใครผ่านสถานีรถไฟ JR Sapporo คงทราบดีนะครับว่า น้องๆโตเกียว เกียวโต ผู้คนขวักไขว่ ร้านค้าหนาแน่น แสนจะชุลมุนชุลเก) ไปจนถึงตัวเมือง (บนถนนทั้งยามกลางวันกลางคืน เดินตอนไหนก็ไม่ค่อยมีคนเดินสวน) จึง Relax-ผ่อนคลายมากๆ
.
-- ที่สำคัญ คือ มีรถบัสหน้าสถานีรถไฟ ไปสนามบิน New Chitose ทุกชั่วโมงตั้งแต่ 6 โมงเช้า เดินทางแค่ 4-50 นาที ในขณะที่ถ้าไปรถไฟ ต้องเปลี่ยนรถ 1 ทอด (พักอยู่ซัปโปโร ถ้าไม่อยู่ติดสถานี ก็ต้องต่อรถ หรือลากกระเป๋าอาน)
.
-- ไป Noboribetsu, Lake Toya หรือแม้แต่ Hakodate ได้ง่ายกว่าไปจากซัปโปโร และที่แน่ๆคือ
.
-- ราคาถูกกว่ากันเยอะ...(ห้อง 2 คนคืนละ 7 พันเยนบวกลบ ส่วนซัปโปโร เป็นหมื่นเหลือทอนนิดๆ 55)
.
เพราะฉะนั้น เที่ยวฮอกไกโดย่านยอดนิยม ที่พักที่ควรใช้เป็นฐานที่เหมาะที่สุด คือ Tomakomai และ Asahikawa (goo.gl/lu7AGW) ครับ
.
(อุ๊บ!!....เผยเคล็ดอย่างนี้ ก็ตายละสิ... ต่อไป 2 แห่งนี้ คงไม่จองง่ายคลิกเมื่อไหร่ก็มีห้องว่างเหมือนเดิมอีกแล้ว....แต่ไม่เป็นไรครับ เพื่อเพื่อน-น้อยกว่านี้ได้อย่างไร...จริงแมะ :-) )
.
คราวนี้ ก็มาถึงเรื่องเจอของดีโดยบังเอิญ (ด้วยไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนเหมือนตอนไป goo.gl/4QtLEJ อ่ะครับ) นั่นก็คือ....
.
การได้นั่ง Beautiful Train ที่มีชื่อว่า Asahiyama Zoo Train-รถไฟสายสวนสัตว์อาราชิยาม่า ครับ
.

รูปภาพ
.
วันนี้ อากาศครึ้มๆแต่เช้า คุณนายเคทบอกว่า อุณหภูมิ 9 องศาและมีแนวโน้มว่า คงเจอฝนค่อนข้างแน่ เราก็เลยตื่นสายหน่อย
.
ทานอาหารเสร็จเดินมาสถานีรถไฟ จองที่นั่งรถ Express เที่ยว 8.39 น. ไป Noboribetsu ซึ่งสุดสายปลายทางที่ Hakodate ครับ
.
แค่เห็นรถเคลื่อนเข้าชานชาลา เราก็ต้องร้อง ว้าว แล้วครับ...เพราะเป็นขบวนรถที่สวยสะดุดตามาก...ขณะเดียวกัน ก็อดโมโหตัวเองในใจไม่ได้ว่า "ไหงเที่ยวนี้ ไม่ได้เฉลียวใจหาข้อมูลเรื่อง Beautiful Train ละแวกนี้มาก่อนเลย..."
.
ก็เลยค่อยๆกดแช๊ะเก็บภาพด้านนอกทั้งขบวน (ทั้งตอนนั้นและเมื่อถึงที่หมายแล้ว) มาบันทึกไว้ในความทรงจำ...
.
แล้วเมื่อมาค้นข้อมูลทีหลัง จึงทราบว่า ขบวนรถเที่ยวพิเศษที่วิ่งเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ (และต้องจองล่วงหน้า) นี้ ออกแบบโดยศิลปินเอกท่านหนึ่งของญี่ปุ่นคือ Hiroshi Abe โดยมี Theme-ธีม ว่า "Let's go with our friends of the world" หรือ "ไป...ไปเที่ยวด้วยกันกับเพื่อนร่วมโลกของเรา" ..
.

รูปภาพ
.
ดูสิครับ เหมือนแทรกตัวเข้าไปในภาพเขียนสีน้ำมันเลย...
.
รูปภาพ
.
ยิ่งมาถึงตู้แรกนี้ เร้าใจใคร่เอกเขนก จนนึกอยากจะเปลี่ยนแผนไป ฮาโกดาเตะ เชียวครับ
.
รูปภาพ
.
แค่ 20 กว่านาที ก็มาถึงสถานี Noboribetsu.... แล้วก็ตามฟอร์ม คือถามเจ้าหน้าที่รถไฟว่า "Where is Tourist Information sir?" คุณลุงตอบห้วนๆว่า "ออนเซ็น...ออนเซ็น"
.
เอ้อ...อ้า...อ้าว...อือม์..การไม่หาข้อมูลมาก่อน (ที่เคยหาไว้ก็ลืมไปแล้ว จำได้แค่ว่าเมืองนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งเท่านั้น) ก็เด๋อด๋า ซ่าเซ่อ แบบนี้แหละครับ...
.
เดี๋ยวค่อยๆเลาะเล็มเสาะหาภายในห้องโถงนี้ก็ได้ว่า ออนเซ็น ที่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนั้น อยู่มุมไหน?.. ตรงไหน? อือม์...น่าจะอยู่นอกสถานี ที่ไม่ทราบว่าไกลหรือเปล่า?
.
ถ่ายภาพไป กระแซะถามผู้คนรอบข้างไป ครู่นึงก็ได้ความว่า ..รอบๆสถานีนี้ ไม่มีที่เที่ยวหรอก นอกจาก Marine Park Nixe ... ผู้คนส่วนใหญ่เค้าไปเที่ยว Noboribetsu Onsen ที่ต้องนั่งรถบัสไป ไปที่ป้ายโน่นนะ.....
.
อ๋อ..ครับ...ครับ..อาริงาโตะ...แหะ แหะ...ใครจะหัวเราะเยาะเราว่าเชยว่าเฉิ่ม บ่เป็นหยังดอก ถึงยังไงก็มีคนที่เข้าใจและยอมรับเราได้เสมอ คือ คุณนายเคท เพราะสติปัญญาประมาณกัน 5555
.
รูปภาพ
.
ยืนรอเป็นคนแรกต้นแถวเลย...เจ๋งมะ...
.
แหะ แหะ ที่เจ๋งได้เพราะคนที่เค้าหาข้อมูลมาก่อน เค้าไปกันหมดก่อนหน้าเราแล้วล่ะ ลุ้ง ล่ะป้า....หุหุ
.
รูปภาพ
.
เอาล่ะครับ...ข้อมูลมาแล้ว โน่น แหงนดูบนป้ายเร้ย...
.
นั่งรถบัสไป 11 ป้าย หลังจากนั้น อยากไปเที่ยวไหน เลือกเอาตามใจ ค่ารถคนละ 340 เยน...วิธีซื้อตั๋วบนรถก็คุ้นอยู่แล้ว...
.
แถมยังมีทางเลือกสำหรับผู้ที่จะไปแท๊กซี่ ก็ 2000 เยนอีกด้วย
.
ยืนรอนานเข้า คนต่อแถวเริ่มเยอะ แต่รถก็ไม่มาซักที...
.
ผมหันไปถามสองสาว (กิมจิ จาก เมืองซูวอน) ที่ต่อแถวถัดไปว่า "เหมาแท๊กซี่ไปด้วยกันไหมครับ ไม่ต้องรอ เสียเพิ่มนิดเดียว" เธอบอกว่า "ซื้อตั๋วแล้ว คุณยังไม่ได้ซื้อเหรอ?"
.
"ว่าจะซื้อบนรถครับ"......"อ้าว ทำไมไม่ซื้อก่อนที่สถานีล่ะคะ ได้ส่วนลดด้วย"...
.
อ๋อ ครับ เหรอครับ...(หน้าแดงอีกแล้ว ผม)
.
รีบจ้ำไปสถานี ซื้อตั๋วไปกลับมา 2 ชุด คนละ 620 เยน เซฟมา 120 เยนแลกกับการเป็นตัวตลกที่ได้ดีเพราะมนุษยสัมพันธ์แท้ๆ...ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
นั่งรถไปแค่ครึ่งทาง ฝนก็กระหน่ำซะแล้ว ถึงที่หมาย วิ่งหลบฝนไปในห้องพัก แล้วก็เก็บข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฯมาได้ว่า ...ควรจะไปเที่ยวที่ไหน? อย่างไร? และ รถเที่ยวกลับสถานีรถไฟมีตอนไหน?..... ซึ่งสะดวกกว่าขามาแยะ เพราะนอกจากสาย "ออนเซ็น-สถานีรถไฟ" (เที่ยวสุดท้าย 18.58 น.) แล้ว ยังมีอีกสายที่ แวะ สถานีรถไฟ ก่อนไปต่อเมือง Higashi-Muroran (เที่ยวสุดท้าย 21.10 น.) ด้วยครับ
.
หลบฝนเกือบครึ่งชั่วโมง ยังไม่มีทีท่าว่าจะซาลง สถานการณ์ท่าจะไม่เหมาะกับการเที่ยวเมืองนี้เสียแล้วล่ะครับ...
.
ปรึกษาคุณนายดูว่า "ไปเที่ยวที่ โทย่า ก่อนดีไหมขอรับ.. เผื่อที่นั่นไม่มีฝน แล้วถ้ายังทัน ค่อยกลับมาที่นี่อีกที หรือไม่ทันก็มาวันหลังละกัน"
.
คุณท่านพยักหน้าอนุมัติเพราะเห็นรถบัสเที่ยวกลับเลี้ยวเข้ามาพอดี
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2017 9:04 pm

รูปภาพ
.
เที่ยวแบบไม่มีแผนตายตัวและมีพาสส์ ก็เปลี่ยนแผนได้ปุบปับฉุบฉับอย่างนี้แหละครับ...ภาษาวิชาการเค้าเรียกว่า Flexible หรือ ยืดหยุ่น ที่ฟังดูดีไม่เบา.....
.
แต่ตามสำนวนจีนสามก๊ก การ 隨機行事-ซุ่ยจีสิงซื่อ คือ จัดการตามสถานการณ์ นั้น ย่อมมีโอกาสแพ้ศึกและเสียเมืองให้ กุนซือ อีกฝ่าย (ไม่ต้องถึงขั้น จูกัดเหลียง จิวยี่) ง่ายๆ....จึงต้องใช้วิจารณญานก่อนเลียนแบบนะครับ...แหะ แหะ
.

รูปภาพ
.
การเที่ยว 2 เมืองในวันเดียว ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ เพราะโทมาโกมัย (1) ไป โนโบริเบทสึ (2) 20 กว่านาที และ โนโบริเบทสึ (2) ไป โทย่า (3) ก็ 40 นาทีเท่านั้น....ส่วน (4) คือ ฮิงาชิมูโรรัน ก็คือเมืองที่รถบัสจาก โนโบริเบทสึออนเซ็น แวะสถานี โนโบริเบทสึ ไงครับ
.
รูปภาพ
.
แค่ป้ายต้อนรับที่หน้าสถานีรถไฟ โทย่า ก็น่าดูชมแล้วครับ แถม..แถม..แถม...ไม่มีฝนอีกด้วยแม้ฟ้าจะไม่แจ่มแจ้งสว่างไสวก็เถอะครับ
.
รูปภาพ
.
อีกแล้วครับ มีข้อมูลในศีรษะเพียงว่า ไฮไล้ท์ที่นี่คือ ทะเลสาปโทย่า แต่ไม่ทราบหรอกครับว่า อยู่ตรงไหนอย่างไร แม้ป้ายที่กดแช๊ะมาภายในสถานีก็ดูเพียงเผินๆ...
.
รูปภาพ
.
ทะลุออกนอกสถานีไป เห็นป้ายรูปทะเลสาปอยู่ตรงนั้น มองไปข้างหน้าไกลๆดูเหมือนจะเป็นทะเล ยังคิดว่าเดี๋ยวคงต้องเดินจากนี่ตรงไปเรื่อยๆ...
.
รูปภาพ
.
ต่อเมื่อดูป้ายใหญ่อีกอัน คำนวณจากสเกลที่ตั้งสถานีรถไฟต่างๆ เริ่มตระหนักว่า น่าจะไม่ใช่ จึงสอบถามผู้คนดู และย้อนกลับไปอ่านป้ายข้างในสถานีอีกที ค่อยเก๊ตว่า...
.
มาเซ็ทเดียวกันกะที่ โนโบริเบทสึ เลย คือต้องนั่งรถบัสไปต่อ ค่าตั๋วไปกลับคนละ 600 เยนครับ
.
รูปภาพ
.
ก็ไปที่ป้ายรถบัสสิครับ จะรออัลไล...555
.
ครู่เดียวก็มาถึง Toyako Onsen Bus Terminal...หยิบแผนที่จากโต๊ะบริการนักท่องเที่ยวได้ ก็ออกมาข้ามถนน (อย่างปลอดภัย เพราะมีอาสาสมัครมาโบกกันรถให้) มุ่งตรงไปยังทะเลสาปเลย..
.
ดูจากป้ายบอกทาง ดูเหมือนจะมีที่เที่ยวเยอะเหมือนกัน แต่ลมเริ่มแรงและบรรยากาศเริ่มขมุกขมัวแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
โชคดีมากเลยครับ ที่ไฮไล้ท์กรอบรูปตามแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ตรงสถานีรถไฟ ซึ่งก็คือ "100th Anniversary Toyako Onsen Monument-ที่ระลึกครบรอบ100 ปี ทะเลสาปโทย่าออนเซ็น" อยู่ตรงนี้นี่เอง....แค่นี้ก็น่าจะคุ้มกับการมาแล้วล่ะ
.
ใครจะล่องเรือชมวิวเชิญตามสบาย เราประสาเบี้ยน้อยหอยน้อยขอสนุกตรงนี้สักพักก่อนน้า...
.
รูปภาพ
.
เสร็จสรรพ เดินต่อไปยังศาลาออนเซ็นเท้าสาธารณะ....ไม่แช่น้ำแร่หรอกครับ เพียงนั่งชมวิวไป ทานสแน็คที่ติดกระเป๋าไปอย่างชื่นอารมณ์ไม่สนใครอื่นที่เข้าออกเลย... .
จนกระทั่งคุณนายสะกิดว่า "ข้างหลังเป็นนักท่องเที่ยวไทยนะ.."
.
ผมค่อยหันไปทักทาย เลยได้ความรู้มาใหม่ว่า...
.
คุณโต้งและแฟนพร้อมลูกๆคือ น้องเขม และ น้องปุณณ์ มาหลายวันแล้วเหมือนกัน แต่คล่องกว่าเราเยอะ คือเช่ารถขับย่านนี้.... เลยได้เที่ยวแบบเจาะลึกตามหมู่บ้านต่างๆมาตลอดเส้นทาง เรียกว่าชื่นมื่นและได้เนื้อหาสาระมากกว่าเราแยะ...ได้เห็น Mount Usu-ภูเขาไฟอึซึงิซัง ที่ประพิมประพายฟูจิซังตอนแจ่มชัดด้วย...
.
เป็นครอบครัวที่น่ารักมากๆ อัธยาศัยไมตรีดี มีน้ำใจ และน้องสองคนก็สุภาพ มีบุคลิกดี และ Mature ชนิดไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่า เรียนเก่งหรือเปล่า
.
ขอบคุณคุณโต้งและแฟน ลูกๆด้วยครับ ที่เปิดโอกาสให้ได้ทำความรู้จักกัน พูดคุยกันอย่างสนิทสนมถูกคอ ขอให้มีความสุขและเที่ยวสนุกในทุกที่นะครับ
.
รูปภาพ
.
เตร็ดเตร่อยู่พักนึง ฝนเริ่มหยดเม็ด เราจึงคิดว่าน่าจะเพียงพอแล้ว เพราะผ่าน Flower Street-ถนนสายดอกไม้ ก็ไม่ค่อยเห็นไม้ดอกอะไร จึงจับรถกลับสถานี เพื่อย้อนไปดูลาดเลาที่ โนโบริเบทสึ อีกครั้งหนึ่งครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2017 9:04 pm

รูปภาพ
.
ดวงดีอีกแล้วครับ ที่นี่ฝนหยุดเกลี้ยงเกลาแล้ว และสมดังสำนวนที่ว่า "ฟ้าหลังฝนย่อมสดสวยเสมอ-Behind every dark cloud, there’s a silver lining" จริงๆ....
.
ผ่านประสบการณ์มาแล้วเมื่อเช้า คราวนี้ไม่มีต้องรีรอ เดินฉับๆขึ้นรถบัสไปเลย เพราะรออยู่ที่ป้ายแล้ว....นับว่า เสียค่าเรียนรู้ เป็นค่าตั๋วไปกลับ 2 คน 1,240 เยน (400 บาท) คุ้มแท้ๆ....หูยยย
.
รูปภาพ
.
ขวามือของป้ายรถเมล์ที่เห็นไม่ไกล ก็คือ Marine Park Nixe ซึ่งนัยหนึ่งก็คือ อะควาเรี่ยม-พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ นั่นเอง ...แหะ แหะ พ้นวัยมาแล้ว ไม่สนใจครับ
.
ฟ้าแจ้งจางปางต่างจากเมื่อเช้า ทำให้เห็นว่า ตลอดสองข้างทาง มีต้นซากุระเรียงรายงามตาไปตลอดจนถึงปลายทางคือ ตัวเมือง Noboribetsu Onsen ทีเดียว
.

รูปภาพ
.
ใบปลิว แผ่นพับ แผนที่ หยิบมาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อเช้า จึงตระหนักว่า ไฮไล้ท์ของที่นี่ก็คือ Jigokudani (Hell Valley) หรือ หุบเขานรก นั่นเอง ส่วนจุดอื่นๆ แล้วแต่เราว่าจะเจาะลึกแค่ไหนอย่างไร
.
หุบเขานรก คือ ปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วแต่ยังคงมีธารลาวาไหลผ่านไปทั่วๆจากแอ่งน้ำแร่กำมะถันในบริเวณที่เรียกว่า Oyunuma ซึ่งเดือดผุดๆ 50 องศา (แถมยังมี บ่อโคลนที่เดือดกว่านั้นอีกในบริเวณข้างเคียง) ทว่า สิ่งนี้แหละครับ คือ ทรัพยากรอันล้ำค่าของเมืองนี้ล่ะ ด้วยเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานออนเซ็น เมืองนี้ได้รับการยอมรับว่า มีน้ำแร่ที่มีคุณประโยชน์บำรุงสุขภาพเหนือกว่าที่อื่น
.
และด้วยความที่ทรัพยากรธรรมชาตินี้ด้านหนึ่งจัดว่าอันตรายมาก จึงต้องมีเทพอสูรปกป้องคุ้มครองให้ชาวเมืองได้รับความปลอดภัย กระทั่งกลายเป็น Demons Town-เมืองแห่งอสูร ไปกลายๆ
.

รูปภาพ

.
การท่องไปทั่วๆสะดวกมากๆเพราะใช้วิธีเดินเท้าได้ไม่ยาก โดยมีเส้นทางตาม Walking Map นี้ ที่หากมีเวลามากพอ สามารถไปได้เกือบทุกจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ
.
รูปภาพ
.
แต่สำหรับเราซึ่งมีเวลา 4-5 ชั่วโมงไม่เกิน แค่ค่อยๆเยื้องย่างยุรยาตรไปกลับเป็นเส้นตรง (สีแดง) ก็สมคะเนรื่นรมย์คุ้มค่าแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
นอกจากแผนที่แผ่นพับต่างๆ สิ่งหนึ่งที่ไม่ลืม คือกดแช๊ะใส่มือถือ ภาพโปสเตอร์หนังไทยแผ่นนี้ (ที่ติดข้างฝาในที่พักผู้โดยสาร) มาด้วย เผื่อจะได้เลียนแบบดารา แบบเดียวกับตอนไป เกาะนามิ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านขายของที่ระลึกตรงต้นทาง ที่ตุ๊กตาหมี กับตุ๊กตาอสูร หน้าร้านแทบจะกลายเป็น Trademark เหมือนๆ กลิโกะ ที่โอซาก้า เพราะใครไปใครมาเป็นต้องแช๊ะภาพนี้ทั้งไทย จีน มาเลย์ อินโดฯ...
.
แวะศูนย์ฯบริการนักท่องเที่ยว เดินผ่านมาหน่อยเป็น ออนเซ็นเจ้าดัง ที่มีอสูรตนแรก (จากทั้งหมด 11 ตน) อยู่ข้างๆ ซึ่งยืนอยู่บนอ่างน้ำแร่คือ The Yukake Demon-อสูรแห่ง อโรคยาปรมาลาภา (ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ อสูรช่วยได้จร้า...)
.

รูปภาพ
.
ถัดไปหน่อยใต้ต้นซากุระใหญ่ คือ อสูรวิชาการ-The Study Demon กำลังคร่ำเคร่งกับตำราเล่มใหญ่ หมายความว่า ใครอยากสอบได้สอบผ่านการคัดเลือกต่างๆ ขอพรที่นี่แล้วได้เฮแน่นอน
.
ใกล้ๆกับที่จอดรถ คือ The Romance Demons-อสูรบุพเพฯ สำหรับคู่รักคู่ชื่นหรือแม้แต่คนโสดที่ประสงค์ความสมรักสมหวังสร้างครอบครัว ซึ่งว่ากันว่า "สัมฤทธิ์ผลกว่า การคล้องกุญแจที่ฮิตๆกันเสียอีกนะ จะบอกให้..." อิอิ
.
นอกจากรูปปั้นอสูรฯแล้ว จะสังเกตเห็นรูปปั้นสัตว์ต่างๆประพิมประพายนักษัตร 12 ราศี กระจัดกระจายไปทั่วๆด้วย
......ส่วนถังสุราหน้าร้านค้านั่นคงไม่เกี่ยวเท่าไหร่อ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึง ศาลยมบาล-King Enma Shrine ซึ่งมี"โปรแกรม พิพากษาดวงวิญญาณ" วันละหลายรอบตามตารางที่เห็น.... โดยช่วงนั้น สีหน้าของท่านจะเปลี่ยนไปมาด้วย ดังลิงค์ goo.gl/VkzwDc นี้ครับ
.

รูปภาพ
.
ก่อนจะถึง Takimoto Inn คือ อสูรแห่งการค้ามั่งคั่ง-Demon of Business Prosperity ที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีผู้คนกราบไหว้ขอพรมากน้อยกว่าตนอื่นๆ
.
ก่อนหน้านั้นนิดนึง ขณะผมยืนดูแผนที่ Walking Map ระหว่างรอคุณนายแวะร้านค้าต่างๆ ก็เจออาเฮียนักท่องเที่ยวไทยที่มากับทัวร์คนหนึ่ง พอได้ยินเสียงผมคุยกับคุณนาย รู้ว่าเป็นคนไทย ก็เลยชี้บอกว่า "เดินตรงไปเรื่อยๆเลย เดี๋ยวผ่านตะบอง 8 ดุ้น ก็เลี้ยวขวาตรงไปตลอด..." ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น คือ...
.

รูปภาพ
.
พอพ้น Takimoto Inn ก็เป็นลาน สวน Sengen Park ที่มีตะบองหลายสีตั้งเรียงรายรอบๆ นับคร่าวๆก็มี 8 ดุ้นดังคำอาเฮียบอก แต่สงสัยอ่ะครับว่า....
.
แล้วทำไมชื่อทางการเค้าถึงเรียกว่า 汤鬼神的九金棒-Yukijin's Nine Clubs with Blessing-9 ตะบองทองของอสูรบ่อน้ำแร่....ชัดๆว่า 9 ดุ้น ไม่ใช่ 8 ดุ้น นี่นา
.
รูปภาพ
.
เปิดข้อมูลในเว็บก็บอกว่า ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มี "ป้ายขอพรตะบองเทพอสูรทั้ง 9" ขายให้นักท่องเที่ยว ไปแขวนขอพรตามรูปปั้นอสูรหรือตะบองดุ้นที่ตนอธิษฐานได้...
.
แถมคำอธิบายความหมายของตะบองแต่ละดุ้น ก็มี 9 คำแปล.... เลข 9 อีกแล้ว ไม่ใช่เลข 8 ซักหน่อย...เดี๋ยวไปสำรวจดูอีกทีให้ชัวร์ๆ
.
รูปภาพ
.
1. ตะบองสีม่วง ของ เทพอสูร ดาวม่วงธาตุไฟ - ประทานพรให้ "คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด" 紫 「出身環境」九紫火星
.
2. ตะบองสีเหลือง ของ เทพอสูร ดาวดำธาตุดิน - ประทานพรให้ "เจริญก้าวหน้า" 黄 「增進成就」二黒土星
.
3. ตะบองสีแดง ของ เทพอสูร ดาวแดงธ่ตุทอง - ประทานพรให้ "ลูกหลานมั่งคั่ง" 赤 「子孫繁榮」七赤金星
.
รูปภาพ
.
4. ตะบองสีขาว ของ เทพอสูร ดาวขาวธาตุทอง - ประทานพรให้ "ครอบครัวกลมเกลียว" 白 「家庭圓滿」六白金星
.
5. ตะบองสีดำ ของ เทพอสูร ดาวดำธาตุน้ำ - ประทานพรให้ "การค้ารุ่งเรือง" 黒 「生意興隆」壹白水星
.
6. ตะบองสีน้ำเงิน ของ เทพอสูร ดาวมรกตธาตุไม้ - ประทานพรให้ "ไร้โศกโรคภัย" 青 「無病無災」三碧木星
.

รูปภาพ
.
7. ตะบองสีชา ของ เทพอสูร ดาวชาธาตุดิน - ประทานพรให้ "การเรียนการงานก้าวหน้า" 茶 「學業成就」八白土星
.
ข้างๆตะบอง เป็นรูปปั้นอสูรอีกตน คือ อสูรประจำสวน Sengen นี้.... ส่วนด้านหลังคือ Gates of Hell-ประตูนรก ซึ่งจะมีไอร้อนจากบ่อแร่พ่นออกมาสูงถึง 8 เมตรทุกๆ 3 ชั่วโมงเป็นเวลาประมาณ 50 นาที
.
8. ตะบองสีเขียว ของ เทพอสูร ดาวเขียวธาตุไม้ - ประทานพรให้ "ทรัพย์สินเพิ่มพูน" 綠 「增進財產」四緑木星
.
สรุปมีแค่ 8 ที่เห็น .... เพราะดุ้นที่ 9 ที่ไม่เจอมองไม่เห็นคือ ตะบองสีทอง ของ เทพอสูร ดาวเหลืองธาตุดิน - ประทานพรให้ "สมหวังดังใจ" 金 「大願成就」五黄土星.....ซึ่งว่ากันว่า.....
.
อยู่ชั้นใต้ดินตรงกลางลาน ที่จะโผล่ขึ้นมาตอนกลางคืน และเมื่อนั้น ตะบองทุกดุ้นจะประดับไฟสว่างเรืองรอง...(แต่ก็แปลกมากครับที่ไม่เคยมีรูปให้เห็นหรือมีคนสังเกตสังกาหรือพูดถึงเลย)
.
สรุป คงเป็นไปตามตำนาน คือมี 9 ดุ้นแล้วกันนะครับ
.
รูปภาพ
.
จากสวน Sengen เลี้ยวขวาไปตามทาง คือ ศาลเจ้ายูซาว่า 汤泽神社-Yuzawa Shrine ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของสาธุชนทั่วไป และในเทศกาล จะมีขบวนแห่อสูรทั้ง 11 ตน ลงบันไดศาลเจ้ามา
.
ณ จุดนี้ คือปากทางสู่ หุบเขานรก-Jigokudani แล้วละครับ
.
รูปภาพ
.
ศาลเล็กๆที่เห็นนี้ คือศาลสาธุการอสูรทั้งมวล-Praying Demon Shrine หรือ Onizo Nembutsu โดยมีอสูร 2 ตนชื่อ Oni กับ Bokora เฝ้าเป็นนายทวารอยู่
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 05/06/2017 12:30 am

รูปภาพ
.
อากาศดี ฟ้าเปิดใสสว่าง เดินชิลล์ๆไปเรื่อยๆนะครับ
.

รูปภาพ
.
จะชมมุมกว้าง มุมสูง ตามใจเราครับ
.
รูปภาพ
.
ตรงนี้คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นฉากในหนัง "แฟนเดย์" แล้วล่ะครับ แต่...
.
ทัวร์ใต้หวันคณะใหญ่กำลังยึดครองพื้นที่อยู่ โดยเฮียไกด์ก็ดูเหมือนกำลังอินกับการเล่าตำนานสนุกติดลม...
.
พอจะแทรกเข้าไปกดแช๊ะก็ได้นิดหน่อย แต่จะถ่ายภาพคู่ ดูเหมือนต้องรออีกนานครับ..อย่ากระนั้นเลย
.
งั้นไปต่อดีกว่า..
.

รูปภาพ
.
กลิ่นกำมะถันโชยมาตามสายลม เพิ่มความเข้าถึงบรรยากาศหุบเขาที่สดสวยเหมือนโลกใหม่ที่ไม่มีความน่ากลัวเหมือนชื่อ "นรก" แม้แต่นิดเดียว
.
รูปภาพ
.
ไปเรื่อยๆนะครับ โชคดีจริงๆที่ไม่เสี่ยงฝ่าฝนมาเมื่อเช้านี้...
.
รูปภาพ
.
เปิดภาพ โปสเตอร์แฟนเดย์ ในมือถือ ให้ 2 หนุ่มจากอินโดฯดูเป็นตัวอย่างและช่วยถ่าย โดยย้ำว่า "เอาแบบที่ว่านี่นะ" เล่นเอาเค้าอมยิ้ม และคงนินทาในใจว่า "ตาแป๊ะยัยป้าเอ๊ย ไม่เจียมบอดี้เร้ยยย..."
.
รูปภาพ
.
เดินไปจนสุดทางที่เป็นบ่อน้ำแร่เล็กๆ แล้วก็เดินกลับ
.

รูปภาพ
.
ไปต่อตามเส้นทางที่ขึ้นเนินไปเรื่อยๆ
.
รูปภาพ
.
ชื่นฉ่ำใจเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปถึงแอ่งน้ำใหญ่ Oyunuma ข้างบนหรอกนะครับ...กลับดีกว่า
.
ขึ้นรถเที่ยว 18.25 กลับ โทมาโกมัย...โดยสถานีรถไฟแถบนี้ (ทั้งโทย่าและที่นี่) จะให้ออกไปที่ชานชาลาก่อนเวลารถเข้าเพียง 5-7 นาทีล่วงหน้าเท่านั้นครับ
.
รูปภาพ
.
หนึ่งวันในสองเมือง แม้จะมีฝนเป็นอุปสรรคบ้าง แต่ก็เต็มอิ่ม ไม่ผิดหวัง รวมทั้งประทับใจที่ได้มาเยือนครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/06/2017 12:21 pm

รูปภาพ
รูปภาพ
.
OBIHIRO-คือ ม้าแข่ง ความรักชาติ ความสุข และ มิตรภาพ
.
7,9 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
จากการที่เราสามารถปรับรายการจองห้อง Toyoko Inn จาก Tomakomai 6 วัน เป็นเหลือแค่ 4 วัน โดยเปลี่ยนไปพัก Obihiro 2 วัน เพื่อเที่ยวทั้ง Obihiro และ Kushiro ด้วย ทำให้เราได้มีโอกาสเที่ยว Hokkaido ไกลขึ้น โดยไม่ลำบากยากเย็นจนเกินไป ทว่า....
.
จากข้อมูล Tripadvisor ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับเมือง Obihiro มากกว่าเว็บอื่นที่แทบจะไม่ลงอะไรนอกจากสวนสวย พิพิธภัณฑ์ศิลป์ โรงไวน์ ฯลฯ ทำให้เราไม่ค่อยคาดหวังอะไรมากนักจากเมืองนี้ คิดว่าคงได้แค่ขี่จักรยานเที่ยวในบรรยากาศแปลกตาเท่านั้น
.
แต่แล้ว เมืองที่ผู้คนมีวิถีชีวิตเรียบง่ายอย่าง โอบิฮิโร่ ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ The True Meaning of Simplicity-การดำเนินชีวิตแบบบ้านๆธรรมดาๆ ไม่หวือหวาไฮโซฯโชว์พาวฯก้าวตามกระแสว่า ก็มีความงดงามที่ให้ความรู้สึกเต็มอิ่มได้ไม่น้อยเลยครับ...
.
รูปภาพ

.
.
คืนวันที่ 6 ก่อนออกเดินทาง เราขอปรึกษากับเจ้าหน้าที่โรงแรม Toyoko Inn ว่า เนื่องจากเราจะกลับมาพักที่นี่อีก 2 วัน จึงขอฝากสัมภาระไว้สัก 2 ชิ้น (กระเป๋า 1 ใบและถุงผ้า 1 ชิ้น) ... เธอทำสีหน้ายุ่งยาก แต่ขอตัวไปปรึกษาผู้จัดการข้างใน
.
ครู่เดียว ผู้จัดการสาวที่คุ้นเคยกันพอสมควร (เพราะเธอเองที่ช่วยจัดการเรื่องเปลี่ยนที่พักให้เราตามที่เล่าไปแล้ว) ก็ออกมา ยื่นเอกสารที่มีข้อความ "อนุญาตให้ฝากสัมภาระได้ภายในวันที่เช็คอินเข้าพักและเช็คเอ้าท์คืนห้องเท่านั้น" ให้เราดู ทว่า....ก่อนที่ผมจะออกอาการวิงวอน เธอก็ยิ้มบอกว่า "แต่สำหรับคุณทั้งสอง...ได้ค่ะ"
.
วัฒนธรรมอะลุ้มอล่วยของคนเอเซียก็ประมาณนี้แหละครับ ถ้าลองมีความรู้จักหรือนับถือผูกพันกันบ้าง ก็พอจะอ้อมแอ้มมองข้ามกฏกติกา Favor ให้ได้ไม่ยากเช่นนี้เอง... โดยเฉพาะกับผู้ที่พยายามสุภาพ มีมนุษยสัมพันธ์ ถ่อมตัว และให้เกียรติผู้อื่นเสมอ
.
การเดินทางย้ายฐานโดยมีสัมภาระน้อยๆเป็นครั้งแรก รู้สึกคล่องตัวดีมากๆเลยครับ
.
ขึ้นรถเที่ยว 7.49 มาเปลี่ยนรถที่ Minami-Chitose แล้ว 10.36 น. เราก็มาถึง Obihiro ...ผมเข้าไปในออฟฟิซศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โดยคุณนายรออยู่ข้างนอก
.
น้องเจ้าหน้าที่ แนะนำดีมาก บอกว่า "วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ที่สนามม้าแข่ง เข้าชมฟรีค่ะ มีตลาดนัด แล้วช่วงนี้ยังมีออกร้านและการแสดงของเด็กๆในบริเวณนั้นด้วย"
.
"เอ้อ...ความจริง เราไม่นิยมไปในแหล่งอบายมุขอ่ะครับ"
.
"อ้อ..สนามม้านี่เป็นคนละเรื่องกันกับการพนันม้าแข่งทั่วไปค่ะ ม้าที่เข้าแข่งต้องลากของด้วย ซึ่งรายการอย่างนี้ มีเฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้นในโลก ห้ามพลาดค่ะ"
.
ว่าแล้วก็มอบใบปลิว แจกแจงรายละเอียด พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมาอีก 2-3 แห่งและตบท้าย.... "อย่าลืมไปทานขนมหวานที่ร้าน Rokkatei-六花亭-โหรกก๊ะเต ด้วยนะคะ เป็นของดังที่ห้ามพลาดค่ะ"
.
ขอบคุณมากๆครับ
.
ออกมาข้างนอก คุณนายกำลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บูธบริการนักท่องเที่ยวอยู่อีกด้าน ได้ข้อมูลมาเหมือนๆกัน...แต่ที่น่าสนใจกว่า คือบูธนี้ออกแบบเหมือนๆกับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองนี้ คือ สถานีรถไฟ โคฟูกุ-Kofuku Station-ที่แปลว่า สถานีรถไฟแห่งความโชคดีมีสุข เลยครับ
.
แล้วเราก็มุ่งน้าไปยัง Toyoko Inn ที่มองจากชานชาลาลงรถ ดูเหมือนใกล้ แต่ปรากฏว่า ต้องเดินอ้อมเยอะ ใช้เวลาเป็น 10 นาที โชคดีที่มักระเป๋าใบเดียว ไม่งั้นต้องปุเลงๆเหนื่อยทีเดียว
.
ฝากข้าวของเสร็จ ก็ออกมาหาเช่าจักรยานตามใบบอกของ เจ้าหน้าที่โรงแรมว่า อยู่ข้างๆท่ารถบัส หน้าสถานีรถไฟ ชื่อร้าน Love Bicycle Station...ค่าเช่าชั่วโมงละ 100 เยน ก็จึงเช่าจาก 11.40 น. ถึง 16.40 น. 5 ชั่วโมง เท่ากับคันละ 500 เยนครับ
.
ถือว่าราคาไม่แพง... แต่จักรยานแบบ Papa-Mama ที่เราชอบเพราะมีตะกร้าข้างหน้านั้น ไม่มีแล้ว เหลือแต่แบบคันเล็กสมัยใหม่ ก็ต้องเลยตามเลยแม้คุณนายจะต้องแบกเป้ใส่หลังไปตลอดก็ตาม
.
รูปภาพ
.
สาวเจ้าของร้านหยิบใบปลิวแหล่งเที่ยวให้เรา ซึ่งก็เหมือนกับที่มีอยู่แล้ว คือ
.
แหล่งยอดนิยมอันดับ 1 -- ม้าแข่งฮาร์ดคอร์ บาเน จึโช-Banei Tokachi Obihiro Horse Race Track
.
อันดับ 2 แหล่งรวมซุ้มแผงลอยอาหารสุรากับแกล้ม 屋台-Yatai-ยาตาอิ
.
รูปภาพ
.
อันดับสาม -- สถานีรถไฟ โชคดีมีสุข-โคฟูกุ-Kofuku และ สถานีรถไฟ รักชาติ-ไอโกกุ-Aikoku ซึ่งเรียกรวมๆว่า From Country of Love to Happiness อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของหนุ่มสาวและคู่ครองทุกวัยในฐานะ Lover's Sacred Place-ปฏิญาณรักสถาน
.
นี่คือ 3 แห่งห้ามพลาดที่ดูๆไปก็ธรรมดาๆ แต่ของจริงที่ได้สัมผัส เหนือค่ากว่านั้นแยะ ไม่เชื่อตามมาครับ :-)
.
รูปภาพ
.
ขอจอดจักรยานไว้ชั่วครู่ เก็บเกี่ยวบรรยากาศรอบๆสถานีรถไฟโอบิฮิโร่ก่อน
.
ชอบที่สุดก็เทอร์โมมิเตอร์ยักษ์นี่แหละครับ เห็นชัดว่า อุณหภูมิตอนนี้ 22 องศา แดดจ้าแต่พาชิลล์ครับ
.
รูปภาพ
.
555...เหมือนขโมยจักรยานเด็กมาขี่เลย...แต่ก็ดีกว่าเดินเท้าหรือใช้รถบัสล่ะครับ
.
อีกหนึ่งปะติมากรรมร่วมสมัยเยื้องหน้าสถานี ดูเตะตามากๆเลย
.
รูปภาพ
.
ขี่ไปถามทางคนไปเรื่อยๆ ซึ่งง่ายมาก แทบไม่ต้องเอ่ยปากบอกชื่อสถานที่ คือใช้แค่คำขอโทษว่า "สุมิมาเซ็น" ตามด้วยยกสองมือทำเป็นท่าควบม้า ทุกคนก็ร้อง "อ๋อ..บาเน" แล้วก็ชี้บอกได้พลัน
.
ประมาณ 20 นาที ก็มาถึงประตูทางเข้าแล้วล่ะครับ...จอดจักรยานแล้วก็เดินเที่ยวชมตลาดนัดพื้นบ้านไปพลางๆ
.
รูปภาพ
.
ก็เพลินดีครับ กับสรรพสิ่งที่พ่อค้าแม่ขายเอามานำเสนอกัน ...เป็นของใหม่ส่วนใหญ่ และมีของเก่ามือสองแซมๆพองาม
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/06/2017 12:26 pm

รูปภาพ
.
ไปที่อัฒจันทร์ข้างหน้าเลย ป้ายทางเข้าบอกว่า "ฟรี ไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู (ปรกติ 100 เยน)"
.
เข้าไปข้างใน สาวน้อยประชาสัมพันธ์พยายามอธิบายให้เราทราบว่า มีรายการอะไรบ้างในวันนี้ และส่วนไหนเป็นอะไรและ..."สำหรับม้าแข่ง จะเริ่มบ่ายโมง..."
.
ผ่านรถม้าจำลองเครื่องลากจูง และข้างๆมีวิดีโอฉายให้ชมว่า การแข่งม้าวิบากหรือฮาร์ดคอร์นั้น จริงๆเป็นอย่างไร ซึ่งก็น่าสนใจ และแปลกดีครับ
.
รูปภาพ
.
มีรายละเอียดว่าม้าต้องมีคุณลักษณะอย่างไร ลานแข่งมีเนินวิบากตรงไหน และน่าสนุกน่าลุ้นประมาณใด...
.
แล้วก็ให้คุณนายลองเต๊ะท่าเป็นจ๊อกกี้พรรค์นี้ซักหน่อย...555
.
รูปภาพ
.
ด้านหนึ่งมีผ้ารองอานสีต่างๆพร้อมหมายเลขโชว์ด้วย ถัดจากนั้น ก็เป็นร้านอาหารต่างๆ ซึ่งไม่ทราบว่าเหมือนที่สนามม้านางเลิ้งของเราหรือเปล่า เพราะไม่เคยเข้าไปดู (แค่เคยเดินผ่าน เห็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมก็หวาดหวั่นแล้ว) อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
เลยไปนิด ก็ถึงโรงเรียนกวดวิชา "หายนะ" สำหรับ "Beginner-ผู้เริ่มต้น" แล้วครับ
.
สาวน้อยอธิบายว่า วันนี้มีม้าแข่งกี่เที่ยว วิธีแทงพนันต้องทำอย่างไร โดยมีบัตรให้ระบายตัวเลขจำนวนเงินแทงว่าเที่ยวไหน เบอร์ไหน ยอดเงินเท่าไหร่ (มีให้เลือกว่า หลักร้อยเยน พันเยน หรือหมื่นเยน ตามหลังตัวเลข 1 2 3 4 5 10 20 30 ...30 หมื่นคือ 3 แสนเยนหรือ แสนบาทไทยครับ)
.
ลองออกสตาร์ทด้วยจำนวนน้อยๆก่อนก็ได้ในฐานะชั้นอนุบาล เมื่อแก่กล้ามีประสบการณ์มากขึ้น ก็จะคล่องปรื๋อ ในวิทยายุทธขายรถ ขายบ้าน ขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มี เหนือกว่าญาติมิตรทั้งมวลเชียว...5555
.
รูปภาพ
.
อ้อ...ม้าแข่งที่เค้าแทงพนันกัน ไม่ได้แข่งที่นี่หรอกครับ แต่ถ่ายทอดการแข่งขันมาจากสนามที่อื่น... มีตารางเที่ยวแข่งขึ้นให้แทงบนจอเห็นทั่วไปหมด.... แล้วก็แทงตามตู้อัตโนมัติที่เรียงรายนั่น...
.
เห็นไหมครับ ขนาดคนสูงอายุ ใช้งานตู้พนันคล่องแคล่วไม่ออกอาการงกๆเงิ่นๆแม้แต่น้อยเลย
.
แทงเสร็จก็มานั่งรอดูผลได้ตามมุมต่างๆ
.
ที่น่าสงสัยก็คือ พวกที่เข็นเปลเด็กเล็กมานี่ หวังว่าคงเข้ามานั่งพักระหว่างเที่ยวงานฯไม่ใช่มานั่งรอคนที่บ้านที่มาแทงม้านะครับ หุหุ
.
รูปภาพ
.
ป้ายประชาสัมพันธ์ สาระความรู้ต่างๆเกี่ยวกับสนามแข่ง...ม้าแข่ง..จ๊อกกี้...ซึ่งคนทีอยู่ในวงการ คง "อิน" ประมาณแฟนฟุตบอลผี.. หงส์.. ปืนใหญ่.. ท๊อฟฟี่..มังครับ
.
รูปภาพ
.
ออกไปนั่งรอชมที่อัฒจันทร์พักใหญ่ เห็นในสนามก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเริ่มอะไร แล้วผู้คนก็ไม่ค่อยมี จึงเข้าใจว่า ที่สาวน้อยประชาสัมพันธ์บอกว่า "ม้าแข่งเริ่มบ่ายโมง" นั้น น่าจะหมายถึงม้าพนันที่ถ่ายทอดผ่านจอมากกว่า
.
เพราะฉะนั้น ออกไปเดินเที่ยวรอบๆก่อนละกัน
.

รูปภาพ
.
ด้านนอกเป็น Little Farm และ Horse Gallery มีอุปกรณ์ปศุสัตว์ คอกม้า ซึ่งมีทั้งม้าแข่งและม้าแคระ..
.
รูปภาพ
.
มีบริการให้ขี่ม้าถ่ายภาพฟรีด้วย...สมใจคุณนายที่ซู้ดด...
.
รูปภาพ
.
ด้านหนึ่งมีขายแคร็อท ให้ซื้อไปเลี้ยงสัตว์ และมีนิทรรศการภาพวาดเกี่ยวกับม้าด้วย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 12/06/2017 12:29 pm

รูปภาพ
.
แวะชมพิพิธภัณฑ์ม้า...มีเรื่องราวและอุปกรณ์เกี่ยวกับม้าธรรมดา และม้าแข่งให้เรียนรู้...
.
รูปภาพ
.
ที่ชอบมากก็คือ มีตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น (แต่เป็นความหมายเดียวกับภาษาจีน) แสดง ตัวอักษรที่สมาสกับคำว่า ม้า ทั้งหลายเท่าที่มีในปทานุกรม.... ตอกย้ำความคิดที่ว่า ภาษาจีนแบบตัวเต็ม 繁體-ฝันถี่ ดีกว่าตัวย่อ 簡體-เจี๋ยนถี่ เยอะ ตรงที่ถึงแม้จะอ่านไม่ออก แต่ก็พอเดาความหมายได้ว่าน่าจะเกี่ยวกับอะไรอ่ะครับ
.
สรรพสิ่งที่อุบัติขึ้นมาจากความว่างเปล่า คือผลงานจากความคิดความมุ่งมั่นของมนุษย์ที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกลกว่าบุคคลทั่วไป ดังเช่น ผู้ก่อตั้งสนามม้าทั้งสองท่านนี้ครับ
.
ทางออกพิพิธภัณฑ์นำสู่ตลาดนัดอีกด้านหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
คราวนี้ เรามุ่งไปทางซ้าย บริเวณจัดงานรื่นเริง ซึ่งมีผู้คนหนาแน่นทีเดียว จัดการซื้อมันทอด ไก่คาราเกะ มานั่งทานที่โต๊ะ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ไปชมการแสดงของเด็กๆ ซึ่งมีผู้ปกครองมาเชียร์ ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอกันกระหึ่ม....อย่างว่าละครับ เรื่องเห่อลูกเห่อหลานนี่ ทุกชาติทุกภาษาไม่แพ้กัน แม้แต่ญี่ปุ่นที่อาจจะสำรวมกว่าที่อื่นบ้างก็เถอะ...อิอิ
.
.รูปภาพ
.
บ่าย 2.40 น. กลับไปที่อัฒจันทร์ รู้สึกรายการกำลังจะเริ่มแล้ว ผู้คนส่วนหนึ่งลงไปที่ขอบลู่ เราก็เลยถลาลงไปด้วยเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ...
.
ครู่หนึ่ง จ๊อกกี้ก็ทยอยกันขี่ม้าโชว์มุ่งไปสู่จุดสตาร์ท...
.
เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งถือป้ายสีหน้าเข้ม อ่านข้อความบนป้ายแล้วจะกดแช๊ะก็ไม่ทัน เลยเดินมาขอถ่ายรูปกับท่านเสียเลย ....
.
ป้ายหนึ่งคือ Please don't run-โปรดอย่าวิ่ง และอีกป้ายคือ No Flash-ห้ามใช้แฟลช เพราะทั้งสองอย่างนี้ จะรบกวนสมาธิของม้าแข่งครับ
.
รูปภาพ
.
ยืนรอสักพัก ก็ได้ยินเสียงสัญญาณเริ่ม...ว้าว...ฝุ่นตระหลบมาเลยโน่น..
.
ของที่ลากมาน่าจะหนักหนาเอาการทีเดียวครับ เพราะม้าแต่ละตัวต้องออกกำลังขามากจนได้ยินเสียงฟืดฟาดตอนกำลังขึ้นเนินวิบาก..
.
ที่น่าชื่นชมก็คือ เหล่าจ๊อกกี้ไม่ได้ลงแส้หรือใช้เชือกฟาดรุนแรงอย่างที่เคยเห็นในคลิปการแข่งม้าทั่วไปเลย
.
รูปภาพ
.
ตอนแรกคิดว่าจ๊อกกี้เสื้อเหลืองคาดแดงจะเข้าเส้นชัยก่อน แต่ปรากฏว่า ผู้ชนะกลับเป็นเสื้อเหลืองคาดเทาไป
.
ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจอย่างหนึ่ง เหมือนๆการแข่งกีฬาบ้านๆของเรา เพราะไม่ได้สู้กันแบบเอาเป็นเอาตาย แต่เต็มไปด้วยสปิริตของการแข่งขันอย่างรู้แพ้รู้ชนะ ที่น่าชื่นชมมากครับ
.
บรรยากาศจริงๆเป็นอย่างไร เชิญชมคลิปได้เลยครับ
.
https://www.facebook.com/wut.kate/videos/a.1514783611905753.1073742253.100001223865802/1514786815238766/?type=2&theater&notif_t=like&notif_id=1497221580123613
.

รูปภาพ
.
เดินชมบรรยากาศข้างนอกไปอีกรอบ แล้วเราก็เดินทางกลับเข้าเมืองเพื่อขี่จักรยานชมไปทั่วๆ...
.
รูปภาพ
.
นี่คือไฮไล้ท์อันดับหนึ่งของ Obihiro ที่หากเพื่อนๆสนใจก็หาโอกาสชมให้ได้ ซึ่งทุกวันเสาร์อาทิตย์จะมีตลาดนัดเช่นเดียวกันนี้..นะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/06/2017 10:41 pm

รูปภาพ
.
Eat & Drink Gallery-เตร็ดชมเตร่ชิมซุ้มแผงลอยทานดื่ม
.
สวัสดีครับ
.
เพื่อนๆที่ติดตามทริปญี่ปุ่นของเรามาหลายทริป คงทราบดีนะครับว่า เรื่องทานดื่มของเราสองนั้น จำกัดอยู่แค่ มื้อเช้าของ Toyoko Inn และ มื้อเย็นเป็นอาหารแพ็คของ Aeon .... ส่วน Drink ก็เป็น(น้ำหวานหรือชา) ขวดใหญ่ เป็น (เบียร์) กระป๋องจาก ซุปเปอร์ฯเป็นหลัก
.
เรื่องแนะนำอาหารตามร้าน เจ้าดังเจ้าเด่น อย่าได้หวังให้ยากส์ เพราะทัศนคติตังเมของเราที่ว่า "ทานยังไง เมื่อไหร่ ก็รสชาติสู้แบบเดียวกันที่บ้านเราไม่ได้หรอก..." และ....แหะ แหะ....ฟุ่มเฟือยโดยไม่ทราบว่าจะทำไปทำไมอ่ะครับ
.
โปรดใช้วิจารณญานและไม่ควรเลียนแบบนะครับ
.
แต่เมื่อมาที่โอบิฮิโร่ เมืองธรรมดาพื้นๆที่เค้าแนะนำแหล่งเที่ยวห้ามพลาดมาแค่ 3 จุดที่ไม่เหมือนที่ไหนอื่น ก็ขอสำรวจหน่อยจะเป็นไรไป จริงไหมครับ?
.

รูปภาพ
.
ยังจำแผ่นพับประชาสัมพันธ์นี้ได้ใช่ไหมครับว่า...
.
นอกจากม้าแข่งวิบากฮาร์ดคอร์แล้ว พลาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวยุ่นปี่ (และต่างชาติพันธุ์) ก็คือ...
.
ย่านซุ้มแผงลอยอาหารทานดื่ม Kita no Yatai-北の屋台-คีตา โน ยาตาอิ ที่ไม่ใช่ซุ้มเปิดที่มีผ้าม่านสั้นๆกั้นประบ่า หรือมีพลาสติคใสล้อมกันลม แต่เป็นห้องๆถาวรเรียงเป็นแถว นั่นเอง เพราะฉะนั้น....
.
เอ้า...ลุย...
.
รูปภาพ
.
.
สำรวจเส้นทางตอนขี่จักรยานเที่ยวชมเมืองมาแล้วว่า จาก Toyoko Inn มีทางไปย่านนี้โดยไม่ต้องผ่านสถานีรถไฟเลย .... แถมร้านขนมของหวานเจ้าดังระเบิด Rokkatei ก็ยังอยู่ละแวกนั้นอีกต่างหาก
.

รูปภาพ
.
กลับถึงโรงแรม นอนพัก 2 ชั่วโมง แล้วทุ่มหน่อยๆเราก็เดินไปยังจุดหมายที่เล็งไว้ ซึ่งต้องผ่านร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ มากมายไปตลอดทาง
.
โปรดสังเกต ด้านหลังของร้านที่มีสัญลักษณ์ว่าอาคารนี้ เปิด 24 ชั่วโมง...
.
ในนั้นมีร้านปิ้งย่าง SUMIBI IZAKAYA EN อยู่ด้วย... ตอนนั้นไม่รู้สึกน่าสนใจเท่าไหร่ครับ ต่อเมื่อขากลับผ่านด้านหน้าร้าน ค่อยตระหนักว่า เป็นเจ้าดังที่มีสาขาหลายแห่งในญี่ปุ่น เพราะเป็นขวัญใจคนหนุ่มสาว...
.
ก็จึงติ๊กไว้ในใจว่า หากมีโอกาสต้องลอง....
.
รูปภาพ
.
หลายร้านน่าสนใจทีเดียวครับ อาทิร้าน Yama no Saru-山の猿-ยามาโนซารึ ที่เมนูข้างฝาดูน่าทาน แถมมีเขียนภาษาไทยไว้ด้วยว่า "มีเมนูของไทย"...ทว่า เค้าน่าจะทำไว้เน้นสาขาเมืองอื่นๆที่คนไทยนิยม มากกว่าที่ Obihiro นี่ ซึ่งไม่ค่อยมีใครมาเที่ยวกันอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
อือม์...ตรงนี้สิครับน่าทึ่งดี....
.
คือเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์ ร้านรวงต่างๆในย่านนี้โดยเฉพาะ .....มีเจ้าหน้าที่เชียร์แขกคอยให้คำแนะนำด้วยว่า ชอบประเภทไหน ขอแนะนำร้านไหน เพื่อให้ตรงกับรสนิยม ทว่า....
.
น่าจะเล็งที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็นหลักมากกว่าครับ เพราะ....พี่เค้าพูดอังกฤษไม่ได้เลย...
.
และโปสเตอร์ส่วนใหญ่ จะเป็นบาร์ที่เน้นรูปสาวๆเป็นหลัก
.
มิน่า...ถึงทำหน้าปูเลี่ยนๆที่เห็นคุณนายเข้ามาสำรวจด้วย 555
.
รูปภาพ
.
แต่โปสเตอร์ข้างฝาชิ้นนี้สิครับ ทำให้เรากระจ่างภายหลังว่า...
.
ที่แท้ย่านแผงลอยทานดื่มนี้ เค้ามีอยู่ 2 โซนด้วยกัน คือ
.
---โซนดั้งเดิม (คลาสสิค ว่างั้น) คือ 北の屋台-Kita no Yatai ส่วนอีกโซนเป็น...
.
-- โซนใหม่ที่สไตล์ทันสมัยกว่า คือ 十勝乃長屋-Tokachi no Nagaya-โตกาชิ โน นางายะ...
.
เชิญเลือกตามสบาย ลางเนื้อชอบลางยา นานาทรรศนะ ครับ
.
รูปภาพ
.
ถึงย่าน ยาตาอิ โซนคลาสสิคก่อน ผมและคุณนายเดินชมไปทีละร้าน เมียงมองบ้างตามวิสัยนักท่องเที่ยวทั่วไป...
.
แต่กล้องของผมสิครับ ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน ก็เลยได้บรรยากาศภายในร้านต่างๆมาเป็นไอเดียแบบผมไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่...อิอิ
.
ซึ่งเท่าที่ดูก็มีทั้งหนุ่มสาวและรุ่นอาเจ็กอาแปะ ...สนุกสุดเหวี่ยงกันเพราะนั่งแน่นๆร้าน เคี้ยวไปซดน้ำทิพย์ไป นี่แหละครับ..
.
รูปภาพ
.
มองเผินๆก็คล้ายๆกล่องไม้ในเรือนพักคนงานตามไซ้ท์ก่อสร้างต่างๆ.... แต่ความอบอุ่นสนุกสนานกันภายใน เรียกว่า เป็นอิจฉามารศรีอย่างมากเลยครับ
.
เดินชมมาจนสุดซอย และเมื่อข้ามถนนในซอยขวางไปอีกก็เป็น....
.
รูปภาพ
.
โซนโมเดิร์นขึ้นมาหน่อย คือ Tokachi no Nagaya ล่ะครับ ทั้งการตกแต่งบริเวณและสภาพของห้อ งดูสดใสทันสมัย น่าแจมเป็นอย่างยิ่ง
.
แต่ยืนดูเมนูตามร้านต่างๆ แล้ว เราก็ตัดสินใจเลือกร้านที่เห็นเนื้อเต็มจานราคาแค่ 1800 นี่.....
.
แต่เอะใจอยู่หน่อย ตรงภาษาญี่ปุ่นตัวเดียวกับภาษาจีนคือ 骏 ที่มีสัญลักษณ์ของ "ม้า-马" สมาสอยู่ในตัวอักษร ก็เลยเปิดประตูเข้าไปถามว่า "Horse Meat-เนื้อม้าเหรอป่าวครับ?"
.
เจ๊เจ้าของร้านฟังไม่รู้เรื่อง แต่ลูกค้าที่นั่งอยู่ในนั้น พยักหน้าแล้วยกนิ้วทำนองว่า "ยอดมาก"....
.
เอ้อ...อ้า.."Thank you bye bye" 555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/06/2017 10:44 pm

รูปภาพ
.
กระทั่งเจอร้านนี้ ที่นอกจากคนน้อยนั่งสบายๆแล้ว ยังเน้น หมูย่าง-豚丼 ซึ่งเป็นจานเด็ดพื้นเมืองห้ามพลาดของโอบิฮิโร่ ด้วย... แล้วก็.... ราคาดูเหมือนไม่แพง ฮิฮิ
.
คุณลุงเจ้าขจองร้านผายมือต้อนรับ ในขณะที่สองลุงหนึ่ง ป้าที่นั่งอยู่ตรงมุมก็ยิ้มทักทายเสียงดังเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยไมตรี..
.
แล้วเราก็สนทนากันไปมาด้วย ภาษาฮูภาษาโปเตโต้ ซึ่งสรุปแล้วน่าจะรู้เรื่องแค่คำเดียวคือ เรามาจาก Thailand 555
.
ผมชี้สั่งหมูย่างราดหน้าข้าวตามรูป 1 ที่ ...เบียร์ ..แล้วก็นึกไม่ออกว่าควรสั่งอะไร ..
.
คุณลุงเจ้าของร้านเยี่ยมมากครับ หยิบอาหารสดแต่ละอย่างออกมาจากตู้เย็นให้ดู.....
.
ซึ่งผมก็โอเคกับ หมูสามชั้น.. ปลา.. โดยยังไม่ทราบเลยว่าแกจะปรุงยังไง (สุดท้ายก็ทอดหนึ่งปิ้งย่างหนึ่ง) อ่ะครับ
.
ลุงชี้ไปที่ตะขอข้างฝา บอกเราทำนองว่า ให้เอาเสื้อคลุมไปแขวนที่โน่นดีกว่า.... แล้วก็นั่งรอไป คุยกับเพื่อนร่วมโต๊ะไปด้วยอย่างสนุกสนานเมื่อยมือ...
.
รูปภาพ
.
ก่อนเบียร์มาเสิร์ฟ ก็มีออเดิร์ฟถ้วยเล็กๆ เป็นเนื้อแดงๆราดครีมหรืออะไรไม่ทราบดูแหยะๆ มาให้สองถ้วยก่อน ....
.
ผมหันไปถามลุงเพื่อนร่วมโต๊ะ แกยิ้มบอกชัด.."ทูน่า"......อ้อ ซาซิมิทูน่าสดๆนี่เอง...ได้เลย พอดีมีไม่เยอะพอฝืนกลั้วลงคอได้ ตามด้วยเบียร์สด...
.
แล้วจานตามสั่งก็มา ซึ่งอร่อยถูกใจทั้งหมูสามชั้นทอด หมูย่างราดข้าว และปลาย่าง เกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เงาและวิญญาณ...
.
บิลมา ผมกดแช๊ะแต่ไม่ได้ขอไว้ แล้วก็จ่ายเงินตามยอดคือ 3800 เยน ก็คิดว่าสมราคาครับ....
.
แต่ระหว่างเดินกลับ ก็พยายามคำนวณกับคุณนายว่า อะไรควรจะราคาเท่าไหร่อย่างไร แล้วก็เดาว่า.... ปลาย่างน่าจะ 1500 มั้ง..หูยยย....แพงกว่า ปลากระพงแดดเดียวยำมะม่วงบ้านเราตัวใหญ่ๆเกือบครึ่งเท่าตัวเลย
.
กระทั่งกลับมาที่พัก โหลดรูปมาดู ค่อยทราบว่า ปลาย่างราคาแค่ 1000 เยน อย่างอื่นก็เดาถูกคือ หมูสามชั้นทอด 450 เบียร์ 500 เมื่อรวมกับหมูย่างราดข้าว 850 ก็เป็น 2800 เยน...
.
เอ๊ะ ลุงคิดผิด คิดเกินไป 1000 เยนหรือเปล่า?
.
เมื่อโหลดรูปใส่มือถือ ไปถามเจ้าหน้าที่โรงแรมทีหลัง ก็โป๊ะเช๊ะ....ลุงคิดถูกแล้ว เรื่องที่แกจะโมเมลืมไปได้เลย เพราะ....
.
ออร์เดิร์ฟทูน่าแยะๆ 2 ที่นั่น ที่ละ 500 เยนจร้า..
.
คือเป็นเหมือนๆค่าชาร์จสถานที่ ที่ต้องคิด ไม่ว่าเราจะสั่งอะไรมากน้อยแค่ไหนอ่ะ ลุ้ง....
.
อ้อ..มันเป็นเช่นนี้เอง...หน้าแตกเล็กๆ... แต่บ่เป็นหยังเด้...เดี๋ยวขึ้นไปทาโลชั่นบนห้องก็พอสมานแผลได้ เหอเหอ
.
ก็คนไม่เคยอ่ะเนอะ...
.
รูปภาพ
.
ขากลับ เดินเลี้ยวไปอีกด้าน ชมร้านอาหารต่างๆจนเพลิน...
.
รูปภาพ
.
เสียดายที่เข้าวัยสังขารรับอาหารได้ไม่เยอะแล้ว ไม่งั้นเป็นได้แวะอีกซักร้านแน่ๆ...
.
เป็นอันจบรายการเตร็ดชมเตร่ชิมแต่เพียงเท่านี้ แต่เดี๋ยวก่อน....
.
รูปภาพ
.
วันถัดมา เมื่อกลับจาก คูชิโร่ เราก็แวะร้านที่หมายตาไว้ นั่นคือ ร้าน SUMIBI IZAKAYA EN-炭火居酒屋 炎-ซูมิบิ อิซาคะยะ อิเอี้ยนจึ ....ซึ่งภาพหน้าร้านมีภาพขาวดำเพื่อเน้นว่า เนื้อไก่ที่ร้านเป็นไก่บ้านที่เลี้ยงเองแบบปลอดสาร ครับ
.

รูปภาพ
.
เข้าไปในร้าน เค้าจัดหุ่นไล่กาและกองไข่ไก่สด ผักสดจากฟาร์มเป็นการยืนยันอีกที
.
เมนูน่าสนใจมากครับ... ขนาดไก่คาราเกะยังแค่ 290 เยนเท่านั้น แทบจะถูกกว่าบ้านเราเชียว แถมด้วย...
.
เบียร์เติมไม่อั้นชั่วโมงครึ่ง 750 เยน หรือ 2 ชั่วโมง 980 เยน...
.
รูปภาพ
.
อะแฮ่ม...มาแล้ว...ออร์เดิร์ฟ..นั่นไง นั่นไง..กี่ตังล่ะ ที่นี่?...เป็นยำถั่วงอกสุกแค่เนี้ย..
.
แต่อย่างอื่นๆถือว่าอร่อยมากครับ แถมมีซุปใส่กระติกน้ำร้อนให้เติมไม่อั้นอีกต่างหาก
.
บรรยากาศโต๊ะข้างๆเป็นหนุ่มสาวทันสมัยเม้าธ์มอยกันอย่างครื้นเครง ...ขายดีมากทีเดียว
.
สรุป 4,950 เยน (ออร์เดิร์ฟ 2 ที่ 600 เยน) แต่อิ้มตื้อเลยครับ เพราะสั่งเบิ้ลไก่คาราเกะมาด้วยแล้วก็..ยังมีไส้กรอกอีกอย่าง ที่รีบทานจนลืมถ่ายมาครับ อิอิ
.
ร้านนี้ และร้านเมื่อคืน ขอแนะนำเลยครับ
.

รูปภาพ
.
ทีนี่ ก็เป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่า มาเมือง Obihiro นี้ ยังไงก็หนี หมูย่าง ไปไม่พ้น เพราะไปไหนก็เจอ ขนาดในสถานีรถไฟก็มี 3 ร้านเข้าไปแล้ว แถม...
.
รูปภาพ
.
อาหารกล่องเบนโตะที่ขายดี ก็มีเมนูเดียว เป็น ข้าวหมูย่าง อีกด้วยครับ...
.
รูปภาพ
.
สุดท้าย..... เราแวะไปชมร้านสาขาของร้านขนมหวาน ซึ่งดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี คศ.1933 และเปลี่ยนชื่อเป็น Rokkatei ในปี คศ.1977 มีสาขาเฉพาะใน ฮอกไกโด กว่า 50 ร้าน แถมยังมีบูธจำหน่ายตามจุดชุมชนต่างๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้า และ สถานีรถไฟ ฯลฯ
.
ขนมที่ขึ้นชื่อที่สุด เป็นขวัญใจมหาชนก็คือ "Marusei butter sand-บิสกิตสอดไส้" อย่างที่เห็นนี้...
.
เชิญนะครับ ของอร่อยซะอย่าง...ห้ามถามราคา...
.
ว่าแต่ อย่าลืมทานเผื่อเราด้วยเน้อ...ฮิฮิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/06/2017 10:48 pm

รูปภาพ
.
From Country of Love to Happiness-สถานีรถไฟสายปรารถนา
.
9 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
ตั้งชื่ออัลบั้มภาษาไทยอย่างนี้ คอวรรณกรรมคลาสสิค คงนึกว่าผมจะชวนไปรีวิวชีวิตของ Blanche DuBois, Stanley Kowalski, Stella กับ Mitch ฯลฯ แห่ง "A Streetcar Named Desire-รถรางสายปรารถนา" (หนังฮิต คศ. 1951 และ ละครดังที่ทำให้รู้จัก อาจารย์ สดใส พันธุมโกมล เป็นครั้งแรก) กระมัง...
.
หามิได้ครับ
.
ผมกำลังชวนไปเที่ยว สถานีรถไฟสองแห่ง ใน โอบิฮิโร่ ที่ดูเผินๆก็เสมือนหนึ่งเป็น Gimmick-ลูกเล่น ของนักโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่พยายาม Make something out of nothing-ปั้นเรื่องจากความว่างเปล่า ด้วย Storyline-เรื่องเล่าหรือตำนาน.... เพื่อเร้าใจให้คนมาท่องเที่ยวเหมือนหลายๆแห่งบนผืนโลกนี้ (อย่างที่เราอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมตำนานพรรค์นี้ถึงคุ้นหูจังหว่า อิอิ) ทว่า...
.
สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว มิได้เป็นเช่นนั้นเลยครับ เพราะ...
.
Nothingness-ความไม่มีอะไร ที่เราเห็นจากบรรยากาศโดยรอบนั้น คือ Simplicity-ความเรียบง่าย ที่เกิดขึ้นจากบางสิ่งบางอย่างลึกซึ้งที่เรียกว่า อารมณ์ Nostalgia-หวลอดีต ต่างหาก....
.
จึงเป็นการ Make something out of something-อุบัติขึ้นมาจากเนื้อหาสาระที่เหมือนไม่มีตัวตนโดยแท้ ซึ่งเราอาจจะงุนงงหรือมึนตึ๊บได้ง่ายๆ แต่ .....
.
เราจะไม่รู้สึกประหลาดใจเลย หากได้อ่านข่าว "รถไฟญี่ปุ่นวิ่งวันละเที่ยว เพื่อรับส่งนักเรียนคนเดียว" (ลิงค์ goo.gl/RiN50r หรือ goo.gl/Lo5v11) หรือทำนองเดียวกันนี้มาก่อน
.
เพราะสำหรับ คนญี่ปุ่น แล้ว เค้าให้เกียรติกับ "คุณค่าทางใจ" อย่างน่ายกย่องยิ่งครับ
.
สถานีรถไฟสายปรารถนา 2 แห่ง คือ สถานีแห่งความสุข-Kofuku Station และ สถานี (แดน) แห่งความรัก-Aikoku Station ก็มีเรื่องราวของ "คุณค่าทางใจ" เช่นกันครับ
.
รูปภาพ
.
ยังจำใบปลิวแผ่นนี้ได้นะครับ...เนื้อความก็คือ
.
นี่คือสถานีรถไฟโชคดีมีสุข-Kofuku-幸福駅 และ สถานี ดินแดนแห่งความรัก-Aikoku-愛国駅 (愛国 แปลได้ทั้งว่า รักชาติ หรือ ชาติแห่งรัก) ซึ่งโด่งดังมากในปี คศ.1973 เมื่อสถานีโทรทัศน์ NHK มาถ่ายทำเป็นสารคดีออกอากาศ และด้วยชื่อสถานีอันเป็นมงคลของทั้งสองสถานีนี่เอง ทำให้มีนักท่องเที่ยวแห่กันมามากมายนับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่า...
.
เส้นทาง Hiroo Line ที่เริ่มวิ่งตั้งแต่ปี คศ. 1956 จะหยุดวิ่งในปี 1987 เนื่องจากมีผู้โดยสารน้อยจนขาดทุน ก็ตาม... แต่....
.
ทั้งสองสถานียังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี โดยสมาคมชาวบ้านในย่านนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ผู้คนรำพึงความหลัง และเป็น...ที่หย่อนใจ มีที่จอดรถและห้องน้ำสะอาดไว้บริการตลอดมา
.
การท่องเที่ยวโอบิฮิโร่เอง ก็ให้ความร่วมมือด้วยการจัดเส้นทางรถบัส วิ่งผ่านทั้งสองสถานีนี้ โดยตั๋วค่ารถไปกลับเพียง 900 เยน (หรือหากต้องการตั๋วรถไฟที่ระลึกราคา 220 เยนด้วย ก็จะคิดรวมเป็น 1000 เยนเท่านั้น) ครับ
.
รูปภาพ
.
ท่ารถบัส อยู่หน้าสถานีรถไฟ Obihiro ซื้อตั๋วแล้วก็รอขึ้นรถสาย 60 ที่ป้าย 11 ตามเวลา คือ....
.
<img style="cursor: pointer;" onclick="self.parent.InsertSymbol('รูปภาพ
.
เที่ยว 9.35 น. ซึ่งจะถึง Aikoku Station ก่อนในเวลา 10.11 น. แต่เราเลือกที่จะไปไกลก่อน คือ Kofuku Station เวลา 10.26 น. แล้วค่อยย้อนกลับมาทีหลัง ซึ่งมีเที่ยว 12.45 น.ครับ
.
รูปภาพ
.
ถึงป้าย Kofuku Station ต้องเดินเข้าซอยขวามือประมาณ 500 เมตร ผ่านทุ่งหญ้าเขียวชะอุ่ม ก็เดินตามป้ายเล็กซ้ายมือ ที่มีรูปตั๋วรถไฟสีชมพูเป็นสัญลักษณ์
.
ถัดไปก็เป็น ระฆังแห่งความรัก เป็นรูปหัวใจ ที่สร้างอุทิศให้โดย สโมสรไลอ้อน เมื่อเดือนมิถุนายน 2014 ในวาระสโมสรครบรอบ 50 ปี
.
รูปภาพ
.
อาคารหลังเล็กข้างหน้า ไม่ใช่สถานีนะครับ แต่เป็นห้องน้ำ...อิอิ
.
รูปภาพ
.
นักท่องเที่ยวสาว 2 คน ยึดพื้นที่หน้าหัวรถจักรดีเซล (ที่ตกแต่งใหม่เมื่อปีที่แล้วในโอกาสครบรอบ 60 ปีของสถานี Kofuku) นี้ .... ต้องรออยู่พักใหญ่กว่าจะเสร็จอารมณ์คุณเธอ.....
.
เราก็เลยล้างแค้นด้วยการโพสต์เลียนแบบน้องๆเค้าเสียเลย แถมยังให้เค้าถ่ายภาพคู่ให้ด้วย หุหุ
.
รูปภาพ
.
สนุกสนานเป็นที่ซู๊ดดด...
.
รูปภาพ
.
ขึ้นไปบนตู้ ที่จัดเป็นเหมือนนิทรรศการของคู่สมรสที่มาถ่ายทำ Pre-wedding-พรีเว็ดดิ้ง-ก่อนแต่ง และ Post wedding-โพสต์เว็ดดิ้ง-หลังแต่ง ณ ที่นี่ด้วยความสุข บางคู่มีพยานรักมาด้วย น่ารักมากกก
.
รูปภาพ
.
คือสถานีนี้ เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รักคู่ชื่นมาอธิษฐานขอพรเพื่อให้ความรักอยู่ยั้งยืนยงคงนิรันดร์
.
รูปภาพ
.
ภาพอดีตตั้งแต่ครั้งเป็นรถจักรไอน้ำจนปรับเปลี่ยนเป็นหัวรถจักรดีเซล ที่มีผู้คนค่อยๆทยอยกันมาเยือน....
.
จากการที่มีผู้นำตั๋วรถไฟเขียนคำอธิษฐานมาติดที่ตัวสถานีนิดหน่อย กระทั่งกลายเป็นประเพณีเลียนแบบกันจนหนาแน่นปกคลุมแทบทุกกระเบียดนิ้ว....
.
รูปภาพ
.
อีกโบกี้หนึ่ง ภายในเป็นตู้โดยสารธรรมดา แต่ด้านหลังพ่วงรถจักรตัดน้ำแข็งเพื่อเกลี่ยหิมะที่ปกคลุมรางในฤดูหนาว
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/06/2017 10:51 pm

รูปภาพ
.
ป้ายสถานี Kofuku แสดงสถานีก่อนหน้า Taisho และสถานีถัดไป Nakasatsunai... ที่ยังคงรักษาไว้ แต่งแต้มสีสันให้ใหม่เอี่ยมอยู่เสมอ
.
ป้ายบอกเล่าตำนานว่า..... เมื่อก่อนสถานีนี้ชื่อ Koshin-幸震-โคชิน (โชคดีระเบิด) แต่เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่อพยพมาจากจังหวัด Fukui-福井-ฟูคูอิ (บ่อแห่งความสุข) จึงนำชื่อตัวแรกของทั้งสอง คือ 幸-Ko กับ 福-Fuku มาผสมกันเป็นชื่อใหม่ที่หมายถึง "โชคดีมีสุข" ในภายหลัง กลายเป็นชื่อมงคลขึ้นมา
.
เมื่อทางสถานีโทรทัศน์ เอ็นเอชเค มาทำสารคดี ผู้คนจึงแห่กันมาที่นี่ และนำตั๋วรถไฟมาเขียนคำอธิษฐานแปะไว้ที่สถานีดังกล่าวเพื่อความเป็นศิริมงคลของชีวิตคู่และครอบครัว
.
ยิ่งเมื่อมีประกาศว่า จะหยุดเดินรถในปี คศ.1987 ตั๋วรถไฟสถานีนี้ ก็กลายเป็นของที่ระลึกที่ผู้คนหาซื้อไปเก็บไว้ แม้ในปัจจุบัน ทางการรถไฟก็ยังต้องพิมพ์ขึ้นมาใหม่เป็นของที่ระลึกจำหน่ายตลอดมา
.
ซุ้มระฆังแห่งความสุข-Happy Bell ที่ต้องต่อคิวกันถ่ายด้วยความชุ่มชื่นใจ เพราะนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเค้ามีมารยาทหลีกหลบไม่ปรากฏตัวในแบ็คกราวนด์เหมือนที่อื่นๆ
.
และ ณ จุดนี้เอง ที่เราได้ยินเสียงทัก "ซาหวักดีคร้าบ" มาจากข้างหลัง ปรากฏว่าเป็นชายหนุ่มที่แนะนำตัวเองว่า ชื่อ อิชิซูกะ เป็นคนขับแท๊กซี่ระหว่างเมือง เคยมาเที่ยวเมืองไทยและมาทักทายด้วยได้ยินเราพูดไทยกัน
.
มิตรภาพเกิดขึ้นในเส้นทางท่องเที่ยวและการเป็นคนไทยก็โชคดีที่ได้รับเกียรติเป็นพิเศษเสมอเช่นนี้แหละครับ
.
คุณอิชิซูกะ อาสาถ่ายภาพคู่ให้เราหลายแช๊ะเลย ผมก็เลยถ่ายภาพให้เค้าด้วยทั้งๆที่เค้าออกอาการเขินๆ คงไม่เคยมีใครแปลกหน้าที่ถ่ายให้มาก่อนอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
จากด้านนอก เข้าไปด้านใน เห็นได้ชัดว่า น่าจะมีการเก็บตั๋วอธิษฐานของเก่าออกไปเพื่อให้ตั๋วที่มีอยู่ใหม่ สะอาดอยู่เสมอ
.
รูปภาพ
.
เปล่าครับ...ทั่วบริเวณไม่ได้มีร้านค้าหนาแน่นเหมือนตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไป คือมีเพียงร้านเดียว ที่คุณป้าดูแลจำหน่ายสินค้าที่ระลึกทั้งมวล และ...
.
ป้ายบอกว่า บริเวณนี้ มี WIFI ฟรี และ พาสเวิร์ดก็มงคลยิ่ง คือ happiness...
.
จึงสันนิษฐานว่า น่าจะไม่ใช่ร้านของป้าหรอก แต่ป้าเป็นเพียงผู้ดูแลร้านของทางการนี้ต่างหาก ผิดถูกขออภัยด้วยนะครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านกาแฟปลอดสารและชาสมุนไพรตกแต่งเหมือนเอาตู้คอนเทนเนอร์มาทำเชียว...
.
เมื่อคุณอิชิซูกะทราบว่าเรามาจาก โอบิฮิโร่ และหลังจากนี้จะไปสถานี ไอโกกุ ก็บอกว่า ยินดีไปส่งเรา แต่เราเกรงใจจึงปฏิเสธไป... ทว่าเค้าก็ยังยืนกราน เราจึงต่อรองขอเป็นแค่ขอติดไปที่ Aikoku ก็พอ หลังจากนั้น จะกลับ Obihiro เอง
.
รูปภาพ
.
ผลพวงจากการที่สถานีโชคดีมีสุข โคฟูกุ ได้รับความนิยมอย่างเหลือเชื่อ พลอยพาให้สถานี ไอโกกุ นี้ได้รับการเพ่งเล็งว่า ชื่อสถานีก็เป็นมงคลเช่นกัน....
.
คือ แปลความหมายว่ารักชาติก็ได้ ชาติแห่งรัก หรือ ดินแดนแห่งความรัก ก็ได้...
.
ทางสมาคมชาวบ้านย่านนี้ ทนคำเรียกร้องของผู้คนไม่ไหว ก็จึงดำรงรักษาไว้และตกแต่งเป็นสถานหย่อนใจ มีห้องน้ำ ที่จอดรถ ไว้บริการอย่างเดียวกัน
.
จนกลายเป็น Lover's Sanctuary-恋人の聖地-สถานศักดิ์สิทธิ์ของคู่สร้างคู่สม ไปด้วย
.
รูปภาพ
.
คุณอิชิซูกะ มาส่งเราที่สถานี Aikoku แล้วก็รอเพื่อส่งเราไป Obihiro แต่เราบอกว่า "อย่าเลย เพราะเราใช้เวลาเป็นชั่วโมงเพื่อถ่ายภาพไปทั่วๆ"
.
เค้าทำหน้างุนงง "อะไรกัน ไม่เห็นมีอะไรเลย ผมว่าไม่เกิน 10-15 นาที ก็ทั่วทุกกระเบียดนิ้วแล้ว" แต่เราก็ยืนกรานและขอบคุณเค้าซ้ำแล้วซ้ำอีก
.
ปรากฏว่า เราถ่ายไปเกือบทั่วแล้ว ยังเห็นรถเค้าติดเครื่องจอดรออยู่ข้างหน้า เราก็เลยกระย่องกระแย่งไปมา ด้วยลีลายืดยาดอีกหลายเท่า ในที่สุดเค้าก็เข้าใจ ยอมแพ้และจากไปในที่สุด
.
ตั๋วรถไฟขนาดใหญ่สำหรับผู้ที่หาซื้อตั๋วที่ระลึกไม่ได้ หวังว่า คนที่ "อิน" จริงๆไม่ถึงกับแอบมางัดไปนะครับ อิอิ
.

รูปภาพ
.
ภายในสถานีมีอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆและภาพถ่ายอดีต และมีผู้นำตั๋วรถไฟมาเขียนคำอธิษฐานขอพรแปะไว้เช่นกัน
.
ด้านหน้าสถานี รถจักรไอน้ำยังตั้งตระหง่านอย่างสง่าผ่าเผย
.
รูปภาพ
.
บริเวณสวนหย่อม และตู้รถสินค้าเก่าที่หมดสภาพไปแล้ว
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็ต้องมานั่งรอรถบัสกลับ โอบิฮิโร่ เกือบครึ่งชั่วโมง เพราะความขี้เกรงใจแท้ๆ..หุหุ
.
รูปภาพ
.
เป็นความประทับใจอีกวันหนึ่งกับสิ่งเรียบง่ายแต่มีความหมายลึกซึ้งว่า....
.
คุณค่าทางจิตใจกับไฟปรารถนาของมนุษย์ก่อเกิดแรงบันดาลใจให้เรามีสิ่งสวยงามประดับโลกได้เสมอทั้งสิ่งที่ยิ่งใหญ่อลังการและสิ่งเล็กๆที่เรียกว่า "ความรักและความสุข" นี้....
.
เช่นเดียวกับความตราตรึงใจที่มีให้กับ Quotes-ข้อคิด 2 ชิ้นนี้ครับ
.
The best feeling of HAPPINESS is when you're happy because you've made somebody else happy.
.
--- เราจะมีความสุขได้มากที่สุดก็เมื่อเราได้ทำให้คนอื่นมีความสุขเท่านั้น
.
Some believe in destiny, some believe in fate, but I believe that happiness is something we create.
.
--- บางคนเชื่อว่าความสุขเกิดจากพรหมลิขิต บางคนเชื่อว่าความสุขมาจากโชคชะตา แต่ฉันเชื่อว่า ความสุขสร้างได้ด้วยตัวเรามากกว่า
.
ขอให้เพื่อนๆมีความรักและความสุขที่ยั่งยืนชั่วนิรันดร์นะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 18/06/2017 11:04 pm

รูปภาพ
รูปภาพ
.
Memorable Kushiro-คูชิโร่..มากกว่านกกระเรียน
.
8 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
เที่ยวญี่ปุ่นแบบ "อยากไปเมื่อไหร่ ไปเมื่อนั้น" อย่างเราที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้านานๆหลายเดือนนั้น ก็มีเรื่องที่พอจะถือได้ว่า "ม่ายล่ายหลั่งจาย" อยู่บ้างเหมือนกัน อย่างน้อยก็ 2 เรื่องครับ คือ
.
1. ฝน....ที่ทำให้มีเวลาเที่ยวไม่มากเท่าที่ใจปรารถนา แม้สามารถเลี่ยงหลบไปในแหล่งท่องเที่ยวในร่มได้ก็ตาม
.
หรือไม่งั้นก็...ต้องฝ่าฝนเอา ....เหมือนตอนขี่จักรยานเส้นทาง Kibi Plain, Bizen Ichinomiya, Sojo. (ดูลิงค์ goo.gl/ZzUaD7 ) ที่สวมเสื้อฝนลุยโลดไปได้แค่ครึ่งทาง ก็เจอกระหน่ำหนักจนยอมแพ้ ต้องแวะพักที่ศาลาวัดเป็นชั่วโมงๆ ก่อนจะหวลกลับต้นทาง เพื่อรอแก้มือใหม่วันหลัง
.
2. นอกฤดูกาล....อาทิ ไปฟูราโน่ ช่วงดอกไม้ยังไม่บาน...ไปโทยาม่า ที่เลยช่วง Snow wall ไปแล้ว ก็เลยไม่ได้เห็นของที่ใครๆเค้าฮิตกัน...
.
ซึ่งหากเมืองที่ไป มีเมืองรอบข้างที่น่าสนใจเยอะๆ ก็พอจะใช้วิธีสับหลีก เหมือน หุบเขานรก กับ ทะเลสาปโทย่า goo.gl/YvRcuC ก็พอทำเนา...
.
แต่ถ้าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่โดดๆ เมืองรอบข้างก็ไม่น่าสนใจนัก ทำได้แค่ท่องจักรยานเพียงเดียว ซึ่งเราก็สนุกได้ไม่ขัดข้องอะไรด้วยเป็นของชอบตามประสาอยู่แล้วอ่ะครับ
.
อย่างไรก็ตาม.... คูชิโร่ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่เราเจอ อุปสรรคแบบ Double Actions-สองต่อ เข้าให้ จนอดคิดไม่ได้ว่า "แย่แล้ว อุตส่าห์มาตั้งไกล" นั่นคือ นอกจากมาผิดฤดู ที่ของ "ห้ามพลาด" ไม่มีให้ชมแล้ว ยังเจอฝนกระหน่ำเต็มๆเป็นชั่วโมง นับแต่รถไฟเข้าสู่ชานชาลาทีเดียว...
.
ทว่า...โชคชะตา ก็นำพาให้เราได้มีประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้ทั้งกับตนเองและชาวคูชิโร่ที่น่ารักอีกจำนวนหนึ่งแบบคาดไม่ถึง...... ได้ลึกซึ้งถึงคำว่า "คูชิโร่-มีมากกว่านกกระเรียน" ดังชื่ออัลบั้มครับ
.
รูปภาพ
.
ทำไมต้องไปคูชิโร่ด้วย?
.
คือ จากแผนผังเส้นทาง JR-เจอาร์ (รถไฟญี่ปุ่น) ฮ็อกไกโด เมื่อเราผ่าน ทุกเมืองดัง ใน กรอบสีแดง หมดแล้ว ก็ดูเหมือนจะเหลือเพียง Kushiro ที่เดียวเท่านั้น ที่ชื่อพอจะคุ้นหูคุ้นตาน่าไปบ้าง ...ส่วนที่อื่นๆอีก 5-6 แห่ง ไกลเกินขนาดคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้ไปเพราะไม่คุ้มกับการเดินทางอ่ะครับ
.
ในเมื่อมาพักอยู่ที่ Obihiro ซึ่งพอจะไป Kushiro แบบไปกลับวันเดียวได้ (แม้จะเหลือเวลาท่องไม่มาก เพราะมีรถน้อยเที่ยว) ก็ถือว่า ฉวยโอกาสไป Explore-สำรวจ ให้หายข้องใจก็แล้วกันครับ
.
รูปภาพ
.

เอ่ยชื่อ คูชิโร่ ขึ้นมา...ไม่ว่าใครได้ยินเป็นต้องถามกลับว่า "จะไปดูนกกระเรียนหงอนแดงหรือ?"
.
ใช่ครับ ใครๆที่มาเที่ยว คูชิโร่ ล้วนมีจุดหมายหลักที่การไปชม นกกระเรียนหงอนแดง ณ 阿寒國際鶴中心-Akan International Crane Centre-ศูนย์นกกระเรียนนานาชาติอาคาน กันทั้งนั้น
.
นกกระเรียนหงอนแดง-丹顶鹤-Red-crowned Crane นี้คนจีนเรียกว่า Manchurian Crane-นกกระเรียนแมนจู และมีเรื่องเล่าเคล้าโศกนาฎกรรมของ วีรสตรีสาวน้อยชื่อ 徐秀娟-อวี๋ซิ่วเจียง ชาวแมนจู.....
.
ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ชำนัญการหญิงคนแรก ที่ได้รับเกียรติบัตรดีเด่น จากศูนย์ฝึกเลี้ยงนกกระเรียนฯเมือง 齐齐哈尔-ฉีฉีฮาร์ (อยู่เหนือฮาร์บิ้นขึ้นไปประมาณ 300 กม.) เพราะมีความผูกพันกับนกมากๆ
.
แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อมีนกตัวหนึ่งบินหายไป เธอและเจ้าหน้าที่หลายคนก็ออกตามหา แต่เธอเคราะห์ร้ายหายจากกลุ่มไป และพบว่าตกน้ำเสียชีวิตในภายหลัง
.
ทางการจีนจึงประกาศสดุดีให้เธอเป็นวีรสตรีสิ่งแวดล้อมและพันธุ์สัตว์ ที่ถือว่ามีอายุน้อยที่สุด คือวัยเพียง 23 ปีเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
หากภาพจากเน็ตนี้ ยังเร้าใจไม่พอ เรียนเชิญชมคลิปจาก BBC ซึ่งมีช่วงให้อาหารนกฯที่เป็นไฮไล้ท์ของ ศูนย์นกกระเรียนนานาชาติอาคาน ในฤดูหนาว (1 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม ทุกวันๆละรอบ เวลา 9.00 น.) ด้วย
.
https://www.youtube.com/watch?v=f-vGpEotSVY
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 8 พฤษภาคม ณ ชานชาลาสถานีรถไฟ Obihiro ที่ออกแบบได้สะดุดตามาก.... ที่น่าทึ่งคือท่อระบายอากาศจากห้องครัวของร้านอาหารในสถานีเป็นช่วงๆ ดูแปลกตามากๆอ่ะครับ
.
เที่ยวรถ 9.26 น. เดินทางสู่ คูชิโร่ ใช้เวลา 94 นาทีครับ
.
รูปภาพ
.
11.00 น. ถึงสถานีคูชิโร่ แวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่สาวส่ายหน้าบอกว่า "หน้านี้ไม่เหมาะแก่การไปชมนกกระเรียนหรอกค่ะ ต้องมาหน้าหนาว ตอนนี้อยากเห็นต้องไปที่ อุทยานธรรมชาติ นกกระเรียนหงอนแดงคูชิโร่-钏路市丹顶鹤自然公园-Kushiroshi Tanchozuru Natural Park ค่ะ"
.
ปล่าวครับ ไม่ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย แค่สลดนีสส์เดีย..."อ๋อ...ถ้าไม่ได้ดูแบบจัดเต็ม เราคงไม่ไปหรอกครับ เอาไว้หน้าหนาวค่อยมาใหม่แล้วกัน"
.
"โอ๋ โอ๋...ไม่ต้องเสียใจนะคะ เดี๋ยวแจกให้สองตัวไปเป็นที่ระลึกแล้วกัน ดึงไม้ตรงนี้นะคะ แล้วปีกจะขยับได้..."
.
อือม์...ประชดดีจริ๊ง....ไม่เป็นไรครับ ขอถามต่อเลยว่า งั้นจะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง...
.
แล้วก็ได้ข้อมูลมา ซึ่งก็ถือว่า พอกล้อมแกล้มไปได้วันอ่ะครับ..
.
โน่น มองออกไปข้างนอก ดูเหมือนวันนี้มีฝนแน่ๆ เพราะฉะนั้น เรื่องเช่าจักรยานเที่ยวเป็นตัดไป เพราะคุณเธอก็บอกว่า เดินเท้าเที่ยวเอาได้ ไม่ลำบากอะไร
.
รูปภาพ
.
ออกนอกจากสถานีมา ฝนเริ่มหยดเม็ด แรงขึ้น แรงขึ้น เริ่มหนาวเย็น ร่มยังสู้แรงลมไหว แต่ดูท่าว่าไม่นาน
.
ถ่ายภาพกับโบสถ์สวยที่อยู่ข้างสถานี และน้ำพุที่เป็นหมู่นกกระเรียนอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้
.
ถ่ายเสร็จฝนเริ่มกระหน่ำ ลมตีจนร่มพลิกลู่ไปอีกทาง ต้องวิ่งกลับไปสงบสติอารมณ์ในสถานีอยู่พักใหญ่
.
รูปภาพ
.
กระทั่งฝนหยุด จึงค่อยๆเดินจากหน้าสถานี เลี้ยวขวา แล้วแยกไปทางถนนซ้ายมือ มุ่งหน้าตรงตลอด...
.
ผ่าน ตลาดสดวาโช-和商市場-Washo Ichiba (วาโชอิชิบะ) ขอข้ามไปก่อนเดี๋ยวค่อยกลับมาแวะ
.
ถึงทางแยก สอบถามทางชาวบ้านว่า "MOO?" ลุงบอกให้เลี้ยวไปทางซ้าย......
.
MOO เป็นชื่อเรียก Fisherman's Wharf-ท่าเรือประมง (ย่อมาจากคำว่า Marine Our Oasis-ทะเลนี้คือโอเอซีสของเรา) แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของเมืองนี้
.
ผ่านร้านชุดเว็ดดิ้ง..โรงแรม Prince Hotel ...ร้านอาหารใหญ่ ก็มีป้ายชี้ไปข้างหน้าที่เห็นเรือสำราญขนาดยักษ์แต่ไกล
.
เรือสำราญ Silver Shadow เป็นเรือท่องเที่ยวระหว่างประเทศเส้นทาง ญี่ปุ่น-รัสเซีย-อเมริกา 15 วันครับ
.
ถ่ายภาพให่กันและกันกับชาวบ้านที่มาท่องเที่ยวบ่ายนี้
.
รูปภาพ
.
บรรยากาศชิลล์ๆมากครับ ทว่า อาคาร Kushiro Century Castle Hotel ที่เห็นแต่ไกลนั้น ออกแบบยังไงไม่ทราบ เพราะดูเหมือนเป็นกล่องมัมมี่สองกล่องเกาะอยู่ด้านบนอ่ะครับ
.
คณะผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ที่ทักทายพูดคุยกับเราพักนึง
.
เดินเที่ยวไปทั่วๆด้วยความดื่มด่ำในบรรยากาศที่ชิลล์ๆมาก
.

รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึงอาคาร MOO หรือ Fisherman's Wharf ที่ดูจากด้านนี้ซึ่งเป็นด้านข้าง ก็ธรรมดาๆพื้นๆ
.
และเมื่อเข้าไปข้างใน ปรากฎว่าเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ทีเดียว และอาคารนี้มีพื้นที่ 5 ชั้นด้วยกัน โดยชั้นแรกเป็นตลาดสด....ชั้นสองเป็นศูนย์อาหารและห้องเอนกประสงค์สำหรับสาธารณชน
.
ชั้นสามเป็นศูนย์พยาบาล และสมาคมต่างๆ...ชั้น 4-5 เป็นห้องประชุมและออฟฟิซให้เช่าครับ
.
รูปภาพ
.
ตู้ปลาขนาดใหญ่ มีปลายักษ์ว่ายไปมา ท่าทางน่ากลัวไม่เบา
.
รูปภาพ
.
เดินเข้าข้างในเรื่อยๆนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 18/06/2017 11:08 pm

รูปภาพ
.
ที่บูธบริการนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่อารมณ์ดี ทักทายสนทนากับเราอย่างกันเอง พร้อมเชิญชวนคุณนายเคท หัดพับนกกระเรียนกระดาษ และแจกขนมพื้นเมืองของคูชิโร่ให้ทานด้วย
.
รูปภาพ
.
ถัดไปเป็นร้านขายของ ซึ่งดูเหมือนนกฮูกจะเป็นสินค้าขายดีกว่าเพื่อน เพราะผู้คนนิยมนำไปไว้ที่บ้านเป็นของมงคล เพราะเชื่อว่าจะทำให้มีสายตากว้างไกล มี Vision-วิชั่น ว่างั้นครับ
.
แล้วก็มีทางขึ้นไปสู่ชั้นสอง
.
รูปภาพ
.
ซึ่งเป็นศูนย์อาหารขนาดใหญ่ มีร้านอาหารเครื่องดื่มนับสิบร้านทีเดียว
.
รูปภาพ
.
ทะลุร้านอาหารไปด้านริมทะเล เป็นพื้นที่เอนกประสงค์ให้ผู้คนมานั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ มี Free WIFI ให้และมี วิดีโอฉายสารคดีความเป็นมาของนกกระเรียนหงอนแดง...
.
ทำให้ทราบว่า แต่เดิมนั้น นกกระเรียนหงอนแดงนี้เชื่อกันว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งปี คศ.1926 ปรากฏว่ามีผู้พบเห็นพวกมันฝูงหนึ่งประมาณ 20 ตัว หาอาหารอยู่ที่หนองน้ำ....
.
ชาวเมืองจึงร่วมใจกันหาวิธีอนุรักษ์ขึ้นมาโดยการหาอาหารมาให้ กระทั่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นและทุกหน้าหนาวก็จะพากันบินมายังพื้นที่รอบๆศูนย์ฯ ....
.
จนเกิดการจัดกิจกรรมชมนกฯ ชวนเยาวชนมาวาดรูปทุกๆฤดูหนาว ด้วย "โครงการส่งเสริมให้มีจำนวนพันตัว-Rebuilding 1000 Cranes Populations" ให้ได้
.
นกกระเรียนหงอนแดง มักจะไปไหนมาไหนกันเป็นคู่ จนเป็นสัญลักษณ์ของความรักความผูกพัน แบบเดียวกับนกเงือก จึงเป็นที่ชื่นชมอย่างยิ่งครับ
.
รูปภาพ
.
อีกแล้วครับ มุมหนึ่งก็มีนกกระเรียนกระดาษ และมีอุปกรณ์ให้คนหัดพับด้วย
.
รูปภาพ
.
นั่งพักในนี้สักครู่นะครับ
.
รูปภาพ
.
ลงไปชั้นล่างอีกด้าน เป็นห้องนิทรรศการ และไปรษณีย์
.
ขณะที่ผมกำลังเก็บภาพไปทั่วๆ คุณนายที่เดินหน้าสำรวจไปก่อนก็รีบมากวักมือเรียกให้เข้ามาอีกอาคารหนึ่ง "เร็ว เร้ว..."
.
รูปภาพ
.
ซึ่งกำลังมีการจัดงาน "International Exchange-แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ" โดย "Kushiro International Friendship Association-สมาคมมิตรภาพนานาชาติแห่งคูชิโร่" ที่มุมหนึ่งมีบริการแต่งชุดญี่ปุ่นฟรี และมุมหนึ่งสาวสวยนั่งเล่นอีเล็คโทน มีป้ายเชิญชวนให้ร่วมร้องเพลงภาษาอังกฤษกัน
.
รูปภาพ
.
คุณนายไม่รอช้า ร่วมรายการแต่งชุดกิโมโน ซึ่งสมาชิกสมาคมให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง และ
.
รูปภาพ
.
ได้เรียนรู้วิธีห่อของขวัญด้วยผ้า และถ่ายภาพร่วมกับสมาชิกและคณะกรรมการ สนทนาพูดคุยอย่างกันเองด้วยไมตรีจิตมิตรภาพอันดียิ่ง
.
รูปภาพ
.
ส่วนผมนั้น ชัวร์อยู่แล้ว แค่เค้าเห็นเมียงๆมองๆ ออกปากคะยั้นคะยอหน่อย ผมก็ใจอ่อนขอเพลง "Hey Jude" ของ The Beatles... ซึ่งพวกเค้าร่วมร้องคลอไปด้วยกัน และแล้ว...
.
พอถึงทีเด็ดของเพลงนี้ คือท่อนสร้อย "Na na na na na na...na na na na Hey Jude" 18 ครั้ง ผมก็ยกมือเชิญชวนให้ทุกคนทั้งบริเวณร้องคลอพร้อมๆกัน ซึ่งทุกคนสนุกกันมากๆ และหัวเราะชอบใจกันใหญ่
.
มุกนี้ ผมเคยใช้ตอนไปทัวร์บ้าน The Beatles ที่ Liverpool มาแล้ว เมื่อเค้าเปิดเพลงนี้ในรถ ผมก็ยกมือไม้เชิญชวนให้ทุกคนในรถคลอท่อน "Na na na na na na...na na na na Hey Jude" 18 ครั้งนี้ พร้อมๆกัน ซึ่งทุกคนแฮ็ปปี้มากๆเพราะล้วนเป็นสาวกของวงนี้และมีความหลังฝังใจกันทั้งนั้นครับ
.
เพื่อนๆลองเอาไปใช้ดูนะครับ มันส์สะใจเพียงไร ดูบรรยากาศจากลิงค์ goo.gl/cfQGRk นี้ได้ครับ
.
แล้วเราก็ร่วมร้องเพลงกันอีกหลายเพลง กระทั่งเพลงโปรดของพวกเค้าคือ เพลง "Edelweiss" จากภาพยนต์เรื่อง "The Sound of Music" goo.gl/p9r4Xe ซึ่งไพเราะเสนาะโสตมาก
.
เมื่อถึงท่อนสุดท้ายที่ว่า "Edelweiss, Edelweiss, Bless my homeland forever" ผมก็ร้องแก้คำเป็น "......Bless Kushiro forever"
.
ผลคือ ปรบมือ จับไม้จับมือกันใหญ่เลยครับ....และกว่าเราจะลาจากกันได้ ก็อ้อยอิ่งเป็นเวลานานเลย....
.
นับเป็นความรู้สึกดีๆและผูกพันของคนสองชาติที่มาพบกัน ร่วมสนุกกันด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกันอันตราตรึงใจยิ่งครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 18/06/2017 11:13 pm

รูปภาพ
.
อาคารส่วนนี้ เป็นอาคารชื่อ GGG-Ever Green Garden ครับ
.
เดินขึ้นสะพานชมบรรยากาศ...
.
รูปภาพ
.
อาคาร Moo และ GGG-Ever Green Garden ยิ่งใหญ่อลังการไหมครับ
.
รูปภาพ
.
จากฟากนี้ ลอดไปอีกฟาก...
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพกับรูปปั้นต่างๆ
.
รูปภาพ
.
ป้ายรถเมล์ ออกแบบโมเดิร์นมาก และ ป้ายบอกทางก็เก๋ไก๋เป็นภาพวาดสีน้ำมัน
.
รูปภาพ
.
ร้านขายเครื่องเขียน....ร้านสังฆภัณฑ์ .....และในที่สุดเราก็กลับมาที่ ตลาดสดวาโช-和商市場-Washo Ichiba (วาโชอิชิบะ) ครับ
.
รูปภาพ
.
เน้นถ่ายภาพปูยักษ์ทั้งหลายแหล่แล้วก็ใจหายว่า..... วันก่อนที่เราไปทานบุฟเฟ่ต์ปูที่ซัปโปโรนั้น แค่ปู (ไม่นับกุ้งใหญ่ 28 ตัว) ราคาถ้าซื้อจากตลาดนี้ ก็น่าจะเกิน 2 หมื่นเยนแล้วล่ะครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วกลับมาที่สถานีรถไฟ
.
รูปภาพ
.
ปิดทริป 1 วันที่คูชิโร่ ที่ดูเผินๆก็ไม่ได้อะไรติดมือ และคุณค่าทางใจและความรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขที่จะคงอยู่ในความทรงจำไปอีกนานครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/06/2017 11:58 pm

รูปภาพ
รูปภาพ
.
Yoichi : From Whisky to Wine-ปิดทริปญี่ปุ่นที่ โยอิจิ
.
10 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
ในที่สุด ก็มาถึงวันสุดท้ายของ ทริปญี่ปุ่น อันเป็นส่วนแรกของ "ทริปญี่ปุ่น-ใต้หวัน goo.gl/9DAtSR ".....นับเป็นอัลบั้มแรกที่รีวิวจบแบบสมบูรณ์...แหะ แหะ อยากรอง เย้.. ไชโย...เหมือนกัน แต่เย้ไม่ออก เพราะรีวิวทุกทริปที่ผ่านมา ล้วนแต่ขาดๆวิ่นๆเป็นส่วนใหญ่.... อายจังเลย...
.
แต่ไม่เป็นไรครับ...ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยาามก็อยู่ที่นั่น..ถ้ายังไง ความตั้งใจที่จะรีวิว "UK Trip 2016 goo.gl/TyfyMC " แบบสมบูรณ์ก็ยังมีอยู่.....
.
เดี๋ยวค่อยๆทำไปพร้อมๆกับ "ใต้หวัน" ภาคหลังของทริปนี้ก็แล้วกัน ด้วยช่วงนี้ยังไม่มีแพลนเดินทางอ่ะครับ
.
วันสุดท้ายที่ญี่ปุ่นทริปนี้ เรายังพักอยู่ที่ Tomakomai และเสิร์ชข้อมูลมาแล้วว่า ละแวกไม่ไกลนี้ ยังมีเมืองเล็กๆที่น่าสนใจอยู่เมืองหนึ่ง ที่วันนี้สามารถขี่จักรยานเที่ยวได้สบายเพราะดูพยากรณ์อากาศแล้วว่า ไม่มีฝน.....ส่วนแหล่งท่องเที่ยว เมืองนี้ก็มีที่ที่พอกล้อมแกล้มหนึ่งวันโดยไม่รู้สึกเสียเวลาเปล่าอยู่บ้าง เพราะฉะนั้น...
.
ลุยสิครับ รออัลไล...555
.

รูปภาพ
.
เมือง Yoichi อยู่เลย Otaru ไปหน่อย ไปรถไฟต้องผ่านไปทาง Sapporo เแล้วปลี่ยนรถไป Otaru จากนั้นก็เปลี่ยนอีกขบวนจาก Otaru สิริรวมใช้เวลา 133 นาที คือ 2 ชั่วโมงนิดๆ จาก Tomakomai ถึง Yoichi โดยไม่รำคาญเลย เพราะจาก Otaru รถแวะจอดทุกสถานี ได้เห็นวิถีชีวิตสภาพแวดล้อมระหว่างทางไปด้วย...
.
รูปภาพ
.
ขึ้นรถ 7.49 น. ผ่านสถานี Ranshima ก็ถึงสถานี โยอิจิ เวลา 10.02 น.ตรงเป๊ะตามตารางเวลา
.
แค่ชานชาลาหน้าสถานี ก็พอเดาออกคร่าวๆแล้วครับว่า ของดีของเด็ดเมืองนี้ ต้องเป็นน้ำเปลี่ยนนิสัย (...ให้สุนทรีย์แบบมีเซหน่อยๆ อิอิ) แน่ๆเลย.... เพราะเน้นจริงเน้นจัง ทั้ง ถังบ่มเหล้า และ โปสเตอร์แผ่นยักษ์
.
.รูปภาพ
จริงดังคาด...แค่เข้าไปในตัวสถานี ก็เห็นป้ายติดกระจกประตูทางออกว่า..... จะไปโรงสุรา Yoichi Distillery Nikka Whisky ได้ไม่ยาก คือแค่เดินตรงจากสถานีไปข้างหน้าแป๊บเดียว...
.
รูปภาพ
.
ผมสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ลุงบอกว่า "ไปทางเดียวกันเลย" คืออยู่หน้าสถานี ตามป้ายข้างๆ ที่เห็นจุดแดงในสัญลักษณ์คำพูดสีเหลืองนั่น
.
ไปที่ศูนย์ฯกันก่อนเลย เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับด้วยดีเช่นทุกแห่ง ได้ข้อมูลมาพอเพียงสำหรับ 1 วันที่นี่ ส่วนจักรยาน สามารถไปเช่าได้ที่ร้านขายของในสถานีรถไฟ...ขอบคุณครับ
.
กลับมาสถานี ผ่านสวนหย่อมเล็กๆตกแต่งสวยงาม ด้านหน้ามีสัญลักษณ์โรงสุราและรูปสามีภรรยาเจ้าของผู้ก่อตั้ง.... แสดงว่า ต้องเป็นเจ้าสัวที่สนับสนุนโครงการต่างๆของเมืองนี้ (รวมทั้งสวนหย่อมนี้ด้วย) แน่นอน
.

รูปภาพ
.
มุมหนึ่งของร้านขายของในสถานี คือบริการให้เช่าจักรยาน วันละ 500 เยน (ต้องวางค่ามัดจำกุญแจและสายล็อคต่างหากอีก 1000 เยน) ใช้ได้ตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 17.00 น.ครับ
.

รูปภาพ
.
แผ่นพับใบปลิวที่ได้มาจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทำให้ได้เปิดโลกทรรศน์ว่า....
.
เมื่องนี้หาใช่เมืองธรรมดาไม่ เพราะนักท่องเที่ยวไทยมาเที่ยวกันเยอะมาก แถมยังเป็น ไฮไล้ท์-รายการเด็ด ของโปรแกรมทัวร์ ฮ็อกไกโด ที่ถูกอกถูกใจลูกทัวร์มาก เพราะ....
.
มีทั้งสวนผลไม้นานาชนิดให้เด็ดทานกันเอง และ โรงงานสุราที่ยังไงก็ต้องมีการแจกให้ดื่มฟรีตามมาตรฐานทั่วไปอยู่แล้ว...หุหุ
.
รูปภาพ
.
ขนาดป้ายประชาสัมพันธ์ยังเน้นแผนที่ไปสู่สวนผลไม้ต่างๆ 10 แห่งว่าสวนไหนอยู่ตรงไหนเลยครับ แต่..
.
น่าเสียดายที่ฤดูนี้ไม่ใช่ฤดู Fruit-Picking-เก็บผลไม้จากต้น.... เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯบอกว่า "ต้องปลายๆเดือนสิงหา ถึงตุลา ถึงจะดกดื่น"...ก็จึงแนะนำที่ที่ควรไปมา 5-6 แห่ง พร้อมตบท้ายว่า "ไปที่ริมน้ำ อาจจะมีซากุระหลงเหลือให้ชมตลอดแนวด้วย"...
.
รูปภาพ
.
เมืองโยอิจิ เที่ยวง่ายมากครับ แม้จะไม่ใช้จักรยาน ก็สามารถเดินเที่ยวจุดไฮไล้ท์ต่างๆอย่างไม่ยากเย็นอะไร ดัง Walking Map แผ่นนี้
.
สังเกตตรงมุมขวาล่างนะครับ จะเห็นได้ว่า มีถนนสายหนึ่งชื่อ Rita Road ซึ่งตั้งอุทิศให้แก่ Mrs. Taketsuru Rita สตรีชาวสก็อตแลนด์ ภริยาของ คุณ Masataka Taketsuru เจ้าของผู้ก่อตั้งโรงสุรา Yoichi Distillery นั่นเอง
.
รูปภาพ
.
จริงด้วยครับ ขี่จักรยานไปแป๊บเดียว ผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไป ก็เห็นประตูทางเข้า โรงสุรา โยอิจิ แล้ว...แต่ยังครับ... เราขอผ่านไปชมเมืองทั่วๆก่อน
.
ฝั่งตรงข้ามเป็น ร้านเกมปาจิงโกะ ที่ดูซอมซ่อ...แต่อีกร้านคือ ร้านขนม ไอสครีม กาแฟ 不二家-ฟูจิยะ ที่สดใส บ่งบอกว่าขายดีชัวร์
.
รูปภาพ
.
มาถึง สถานีดับเพลิง ที่มีอาคารเหมือนป้อมปราการเก่าในยุโรป
.
ใกล้ๆกันก็เป็น Space Dome/Space Museum-หออวกาศ/พิพิธภัณฑ์อวกาศ หรือ ท้องฟ้าจำลอง นั่นเอง
.
แต่ชื่อทางการภาษาญี่ปุ่น (ตัวเดียวกับจีน) 余市宇宙记念堂 แปลว่า หออนุสรณ์จักรวาลโยอิจิ...ด้วยเจตนาที่จะสดุดี นักบินอวกาศคนแรกของญี่ปุ่น Mamoru Mohri ซึ่งเป็นชาวโยอิจิ นั่นเองครับ
.
รูปภาพ
.
ไม่ได้เข้าไปชมข้างในหรอกครับ (ค่าเข้าคนละ 500 เยนเท่านั้น) เพราะไม่รู้สึกแปลกอะไร และเคยชมของบ้านเราและที่เมืองจีนมาแล้วอ่ะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน

cron