Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 21/06/2017 12:02 am

รูปภาพ
.
ขี่จักรยานข้ามสะพานโยอิจิไปต่อ ผ่านไปรษณีย์...สถานออนเซ็น (มียานอวกาศบนตึกด้วย อิอิ)...พอลงสะพานก็มีทางเลี้ยวซ้าายไป ห้องสมุดโยอิจิครับ
.
รูปภาพ
.
ดูโอ่โถง สะอาดสะอ้าน โปร่งโล่งดี...ไม่ทราบว่า หอสมุดแห่งชาติของเราปัจจุบันเป็นอย่างไร เพราะไม่ได้ไปเป็นสิบๆปีแล้วและคงไม่ได้ไปอีก (สมัยก่อนจะดูข่าวเก่าๆ นิยายเก่าๆ ไปที่นั่นได้ ..มีหนังสือพิมพ์ นิตยสารทุกฉบับดูเพลินทั้งวันเลย) ครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าไปที่สวนสาธารณะประจำเมือง นั่งดื่มน้ำทานขนมที่พกติดตัวมาที่บันไดทางขึ้นตลิ่งริมน้ำ ด้วยความลังเลว่าจอดจักรยานทิ้งไว้ข้างล่าง แล้วขึ้นไปเดินเล่นข้างบนดีมั้ย...
.
ก็พอดีเห็นคนขี่จักรยานบนนั้นผ่านไป...อ้าว ใช้จักรยานได้นี่..
.
รูปภาพ
.
เส้นทาง 1 กม.มีต้นซากุระเป็นแนว แต่ไม่ค่อยหลงเหลือดอกเท่าไหร่แล้ว... ทว่า บรรยากาศดี มีเทือกเขาอยู่ด้านหน้า แม่น้ำด้านข้าง ลมพัดเย็นสบาย..
.
ขอให้คุณลุงที่ขี่จักรยานสวนมาช่วยถ่ายภาพคู่ให้ ท่านน่ารักเป็นที่สุด จอดรถรับกล้องเล็กที่เรายื่นให้ด้วยดี...
.
ตอนนั้นเองครับ ที่ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่า มือขวาของท่านมีนิ้วแค่นิ้วเดียวสั้นๆ .... ผมจึงแกล้งทำเป็นไม่เห็นเพื่อไม่ให้ท่านรู้สึกด้อย ซึ่งท่านก็ถ่ายให้เรา 2 ภาพด้วยความปลื้มปิติ ตอนเปิดรูปให้ดูแล้วยกนิ้วให้ว่า "สุโก้อิ..อาริงาโตะ" พร้อมโค้งคำนับด้วยความเคารพ...
.
ขอคารวะท่านมา ณ ที่นี่อีกครั้งหนึ่งด้วยครับ
.
คำบรรยายบนป้ายเดาได้คร่าวๆว่า "ที่นี่ ได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่จัดเทศกาลชื่นชมซากุระและปลาในน้ำมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว" ...ผิดถูกขออภัยด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
พ้นตลิ่งตรงปลาย เมื่อข้ามสะพานไปทางซ้าย ก็กลายเป็นทางเข้าอีกด้านหนึ่งของโรงสุราโยอิจิ หรือ นิกกะวิสกี้ แล้วครับ
.
โปสเตอร์สองแผ่นนี้ ติดอยู่ที่ห้องสมุดโยอิจิ ที่เราผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ แต่แรกคิดว่าเป็นโปสเตอร์ละครซีรีย์ทั่วๆไป...
.
ที่ไหนได้ กลับกลายเป็น ละครดังระเบิด ของเมืองนี้ เพราะเป็นประวัติการสร้างชีวิตของครอบครัวเจ้าของและผู้ก่อตั้ง โรงสุราโยอิจิ นี่เอง
.
ละครซีรี่ย์เรื่องนี้ คือ "Massan" ซึ่งออกอากาศทุกเช้าตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2014 จนถึง 28 มีนาคม 2015 เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม
.
Massan เป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อย Masataka Taketsuru ทายาทโรงทำสาเกหลายชั่วคน ซึ่งเดินทางไปศึกษาการทำเหล้าวิสกี้ ที่สก็อตแลนด์เป็นเวลา 2 ปี และกลับคืนบ้านเกิดพร้อมภรรยาชาวสก็อตต์ Jessie Roberta Cowan หรือ Rita (ในละครแปลงชื่อเป็น Masaharu หรือ Massan และ Ellie) ท่ามกลางความไม่พอใจของแม่ คือ Sanae ที่อยากได้สะใภ้ญี่ปุ่นมากกว่า
.
อย่างไรก็ตาม พ่อของเค้าเข้าใจลูกดี และสนับสนุนให้เค้าทำความฝันให้เป็นจริง โดยให้ไปเรียนรู้ธุรกิจวิสกี้ของเพื่อนคือ Daisaku ที่โอซาก้า.....
.
ทว่า... Daisaku กลับมี Hidden Agenda-วาระซ่อนเร้น ที่อยากให้ Massan แต่งงานกับ Yuko ลูกสาวตัวมากกว่า จึงส่ง Massan ไปเรียนเพิ่มที่สก็อตแลนด์อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ห่าง Ellie ไป
.
แต่ด้วยความดีของ Ellie ทำให้ Yuko หันมาให้ความสนิทสนมด้วยและสอนเธอให้เรียนรู้วัฒนธรรมของญี่ปุ่นรวมทั้งการทำอาหารญี่ปุ่น
.
ช่วงหนึ่งที่เกิดวิกฤติธุรกิจไวน์ ที่ผลิตออกมาอย่างไร้คุณภาพ จนส่งผลกระทบให้โครงการผลิตสุราของ Massan ต้องผลัดไปเรื่อยๆ จนต้องพับไปในที่สุด แถมยังตกงานอีกต่างหาก
.
ช่วงนั้นแหละครับ ที่ Ellie ช่วยแบ่งเยาภาระด้วยการสอนภาษาอังกฤษและขับร้อง จนมีลูกศิษย์ลูกหามากมายและเป็นที่รักของชาวโยอิจิเป็นอย่างยิ่ง
.
เรื่องราวนอกเหนือจากนั้น ก็ไม่ต่างจากละครไทย ละครเกาหลีทั่วๆไป ที่....ในที่สุด ทั้งสองก็ฝ่าฟันอุปสรรคสร้างโรงงานสุราได้สำเร็จ จนเป็นคหบดีที่มีชื่อเสียงของประเทศนับแต่นั้นมาครับ
.
คลิปตัวอย่างของละครเรื่องนี้ อยู่ที่ลิงค์ goo.gl/Dqr2UE นี้ครับ
.
รูปภาพ
.
ตอนอยู่บนสะพาน เห็นอาคารทรงประหลาดสีอิฐก็ยังไม่เฉลียวใจหรอกครับว่าเป็นโรงงานสุรา เพราะผ่านทางเข้าที่อยู่หน้าสถานีรถไฟมาแล้ว...จึงคิดว่า น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอะไรซักอย่างมากกว่า...อิอิ
.
รถโรงเรียนที่แล่นผ่านมา สวยน่ารักจริงๆครับ
.
จนเมื่อไปตามทางจนเข้าใกล้ซุ้มประตูทางเข้า จึงค่อยถึง บางอ้อ ครับ
.
นักท่องเที่ยวมากันแยะครับ โดยเฉพาะที่เป็นคณะทัวร์...มีทัวร์ไทยด้วย แต่ไม่ได้ทักทายพูดคุยกัน
.
North Land Distillery Shop ด้านข้าง คือ ร้านจำหน่ายสุรา ในราคาพิเศษและของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าไปด้านใน เดินตามลูกศรไปชั้นสอง ก็เป็นห้องโถงใหญ่ที่มีบริการสุราและน้ำผลไม้ให้ดื่มฟรี แต่...
.
เพื่อรักษากฏกติกาของทางการมิให้ก่อเกิดรายการ "เมาแล้วขับ ไม่กลับบ้าน" หรือ "เมาอาละวาด ขนาดใหญ่เกินตัว" ผู้ที่ประสงค์จะทดลองรสชาติของสุราฟรีๆ ต้องลงทะเบียน เพื่อนำคูปองมารับที่เคาน์เตอร์ ซึ่ง.....
.
แน่นอนว่า ผู้ที่เป็นสารถี ขับรถทัวร์ รถเก๋ง หรือแม้แต่จักรยาน เค้าไม่ยอมให้ดื่มเด็ดขาด และ....
.
ทุกคนที่ลงทะเบียนก็ได้ดื่มเพียง 3 รสๆละนิดหน่อยเท่านั้น
.
ป้ายสีดำอักษรขาวอธิบายยาวเหยียด เพื่อสื่อความเข้าใจว่า "ปล่าวขี้เหนียวนะตัวเอง ไม่อยากให้มีปัญหาภายหลังต่างหากจร้า"...
.
รูปภาพ
.
แน่นอนครับว่า เราสองได้ดื่มเพียง น้ำผลไม้ ซึ่งมีให้ไม่อั้น เท่านั้น พร้อมกับอ่านโบร์ชัวร์ที่ได้รับแจกมาไปพลางๆ
.
รูปภาพ
.
รายละเอียดของสุราโยอิจิที่มีชื่อเสียงและขายดีในญี่ปุ่น พร้อมประวัติตำนานของสองสามีภรรยาตระกูล Taketsuru ครับ
.
รูปภาพ
.
สุราที่ได้รับมาคนละ 3 แก้ว คือ Taketsuru Pure Malt แอลกอฮอลล์ 43 ดีกรี ที่เค้าแนะนำให้ผสมน้ำปริมาณเท่าๆกัน.....
.
Super Nikka แอลกอฮอลล์ 43 ดีกรี เช่นกัน ที่แนะนำให้ผสมน้ำ 2 ส่วน และน้ำแข็ง 3 ส่วน และ.....
.
Apple Wine แอลกอฮอลล์ 22 ดีกรี ที่แนะนำให้ผสมน้ำแข็ง 2 ส่วน แบบที่เรียกว่า On the Rock ครับ
.
หรือจะดื่มแบบ Highball-ซาบซ่าถึงใจ ก็ได้ โดยใช้ วิสกี้ 1 ส่วน น้ำแข็ง 3 ก้อน ผสมด้วยโซดาหรือน้ำอัดลม 8 ส่วน คนให้เคล้ากัน....
.
แหม เขียนไปชักเปรี้ยวปากขึ้นมาตระหงิดๆ...ฮิฮิ
.
เดินตามลูกศรชี้สู่ทางออก ลงมาข้างล่างอีกด้าน...
.
รูปภาพ
.
เป็นลานอุทยานกว้างใหญ่มีเรือนชั้นเดียวเรียงไปเป็นแนวสองฟาก....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3564
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 21/06/2017 12:06 am

รูปภาพ
.
จุดหนึ่ง คือ Whisky Museum-พิพิธภัณฑ์สุราครับ
.
รูปภาพ
.
บรรยากาศเย้ายวนชวนให้เมาเป็นอย่างยิ่ง อิอิ
.
รูปภาพ
.
ทางเดินไปสู่อีกโถงหนึ่ง มีภาพสถานที่ บรรยากาศของ สก็อตแลนด์ และ บทกวี "Scotch Drink" ที่ผู้คนรู้จักกันดีของ Robert Burns หรืออีกนามหนึ่งคือ Rabbie Burns กวีเอกชาวสก็อตแลนด์
.
มุมหนึ่งโชว์หุ่นจำลองที่เกี่ยวเนื่องกับโรงงานสุราครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึงห้องแสดงเครื่องใช้ไม้สอย ของ คู่สามีภรรยา ผู้ก่อตั้งนี้ [FONT=Roboto, Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#eeeeee]goo.gl/sRR1iV [/HIGHLIGHT][/FONT]และผลิตภัณฑ์สุราต่างๆ
.
รูปภาพ
.
เดินชมด้วยความเพลิดเพลิน ห่อนจะทะลุทางออกไปอีกด้านหนึ่ง
.

รูปภาพ
.
โรงบ่มสุรา มีป้ายคำเตือนว่า มีแอลกอฮอลล์ระเหยอยู่ในบรรยากาศ ซึ่งอาจทำให้บางคนที่จิตอ่อน ไม่เคยผ่านคอร์สอบรม จิตใต้สำนึกค่าเรียนหลายหมื่นที่ฮิตๆกัน (อิอิ) รู้สึกวิงเวียนโดยไม่รู้ตัวได้
.
มาถึงบ้านพักของ Masataka & Rita Taketsuru ซึ่งก่อสร้างในปี คศ.1935 และบูรณะใหม่ในช่วงปี คศ.1946-1946
.
Rita ลาโลกไปในปี คศ.1961 ด้วยโรคตับ ส่วน Masataka ถึงแก่กรรมอีก 18 ปีต่อมา ในปี คศ.1979
.
ภายในบ้านเปิดให้ชมเฉพาะส่วนที่เป็นโถงแรกเท่านั้นครับ
.
รูปภาพ
.
รูปปั้นของ Masataka กลางสวนหย่อม
.
บ้านอีกหลังที่ติดชื่อว่า Rita House.....
.
รูปภาพ
.
กลับออกมาเดินชมข้าวของในร้านจำหน่ายสุรา ที่มีคนซื้อสุราที่ระลึกกันใหญ่เลยครับ
.
รูปภาพ
.
บ๊าย บาย โรงงานสุรา มุ่งหน้าไปสู่เส้นทางริมอ่าว....
.
ซึ่งขี่จักรยานสนุกไปเลย... แต่ทั้งบริเวณไม่มีอะไรแปลกใหม่ นอกจาก ห้องอาบน้ำสวยงาม และบ้านพักฟื้นผู้ป่วยที่ออกแบบเหมือนออฟฟิซทันสมัยครับ
.
รูปภาพ
.
มาถึงแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่ง เป็นบ้านพักของเจ้าเมืองในอดีตยุคเอโดะ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี คศ.1853 ต่อมาปรับปรุงเป็นสำนักงานการค้าหลายๆบริษัท (ส่วนใหญ่ทำธุรกิจเกี่ยวการประมงและขนส่ง) ในอาคารเดียวกัน โดยส่วนหนึ่งเป็นโรงแรมสำหรับพ่อค้าต่างถิ่นด้วย
.
อาคารเรือนไม้นี้ ถูกรื้อในปี คศ. 1976 และประกอบขึ้นใหม่ให้อยู่ในสภาพดั้งเดิมในอีก 3 ปีต่อมา
.
ค่าเข้าชม คนละ 300 เยน (หรือบัตรรวมคนละ 880 เยน เพื่อชมอาคารประวัติศาสตร์อื่นๆอีก 3 แห่ง) เปิด 9.00-16.30 น.ครับ
.

รูปภาพ
.
กลับออกมาอีกด้าน ทานลมชมวิวไปเรื่อยๆ...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3564
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 21/06/2017 12:08 am

รูปภาพ
.
ย้อนคืนสู่ย่านสถานีรถไฟ ....ผ่านทางเข้าโรงงานสุราอีกรอบ ซึ่งหากเริ่มต้นจากที่นี่ จะมีบริการไกด์นำเที่ยวด้วย..
.
ดูห้องน้ำสาธารณะสิครับ ยังกะศูนย์ประชาสัมพันธ์เลย
.
แวะถ่ายภาพหน้าร้าน ฟูจิยะ..ไม่ได้เข้าไปทานไอสครีมหรือ เค็ก ชา กาแฟ หรอกครับ...ไม่ชอบของหวานพรรค์นั้น ชอบ "ตังเม" มากกว่า 555
.
รูปภาพ
.
ยังมีเวลาอีกเยอะ ไปต่อยังแหล่งสุดท้าย คือ โรงงานไวน์โยอิจิ ดีกว่า...
.
ดูในแผนที่เหมือนไม่ไกล แต่ที่ไหนได้ ยอกย้อนวกวนขี่จนเมื่อยเลย และต้องถามคนไปตลอดทางด้วย
.
กว่าจะมาถึง เล่นเอาหอบ ปรากฏว่า ผู้คนไม่ค่อยมาเที่ยวกัน น่าจะเป็นเพราะไม่ใช่ฤดูองุ่น จึงไม่มีการนำชมโรงงานนอกจากให้เข้าไปชมเองผ่านตู้กระจกครับ
.
รูปภาพ
.
ส่วนที่เป็นภัตตาคาร มีลูกค้าบ้าง
.
รูปภาพ
.
แต่ส่วนโรงงานมีเท่านี้เองครับ
.
รูปภาพ
.
โปสเตอร์ข้างฝาแนะนำกรรมวิธีและองุ่นพันธุ์ต่างๆ
.

รูปภาพ
.
ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง ค่อยมาถึงสถานีรถไฟ....ผ่านร้านขายสุรา ที่ธุรกิจไปได้ดีไม่เบาครับ
.
รูปภาพ
.
นำจักรยานไปคืน และรอรถกลับเที่ยว 4 โมงครึ่ง
.
6 ชั่วโมงเศษๆที่อยู่เมืองเล็กๆแห่งนี้ มีความสุขจากการขี่จักรยานมาก และประทับใจกับการสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนเมืองนี้พอสมควร...
.
นับเป็นการปิดทริปที่จะคงอยู่ในความทรงจำไปนานวันเชียว
.
ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตาม พบกันใหม่ตอนหน้าที่ว่าด้วยเรื่อง "ใต้หวันรอบที่ 5" เพียวๆครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3564
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/06/2017 7:59 am

รูปภาพ
รูปภาพ
.
Taiwan 5th Round-ตามหาแหลมหมายเลข 7
.
11 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
เพื่อนๆที่ติดตามทริปนี้ของเรา คงทราบดีแล้วนะครับว่า เป็น "ทริปญี่ปุ่น+ใต้หวัน 27 วัน" คืออยู่ญี่ปุ่น 27 เมษาฯ ถึง 10 พฤษภาฯ แล้ว 11 พฤษภาฯ ก็เดินทางมาใต้หวัน อยู่จนถึงวันที่ 23 พฤษภาฯ ค่อยกลับบ้าน...
.
คือเป็นทริปยาวพอๆกับทริปยุโรป แต่ราคาแตกต่างมาก คือถูกกว่าเป็นครึ่ง ในขณะที่สนุก อิ่มอร่อย พักสบายกว่ากันแยะ แถม...
.
การเที่ยว 2 ประเทศโดยสายการบิน EVA ทำให้จ่ายค่าตั๋วเท่ากับ ค่าตั๋วไปกลับญี่ปุ่น เท่านั้น โดย Via ใต้หวันฟรีๆว่างั้น..
.
ถ้าเพื่อนๆพอมีเวลา ก็ลองดูได้นะครับ จะเที่ยว ไทย-ใต้หวัน-ญี่ปุ่น-ไทย หรือ ไทย-ญี่ปุ่น-ใต้หวัน-ไทย ก็ตามสะดวกครับ ความรู้สึกไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ก็.....
.
เหมือนอย่างที่ผมตั้งชื่ออัลบั้มใต้หวันรอบแรกเมื่อ 7 ปีก่อนว่า "ใต้หวันฉันรักเธอ.. เผลอๆนึกว่าเที่ยวอยู่ญี่ปุ่น goo.gl/6giCLZ " นั่นแหละครับ
.
คราวนี้ ก็ขอตอบข้อกังขาของชื่ออัลบั้มนี้ว่า ทำไมถึงต้องตามหา "แหลมหมายเลข 7" และ "แหลมหมายเลข 7" คืออะไร...
.
เปล่าครับ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นนักดูหนังตัวยงจนหนังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (ยุคก่อนซื้อดีวีดีพันธ์ทิพย์จนมีสต็อคหลายพันเรื่อง...เปลืองโฆษๆ... เดี๋ยวนี้โหลดเอาเก็บไว้เกือบ 5 TB) ก็ตาม.... แต่ไม่ค่อยทราบหรือจำไม่ได้หรอกครับว่า แหล่งท่องเที่ยวที่เราไปนั้น เคยเป็น Location-สถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ มาก่อนหรือไม่...
.
(แหะ แหะ เขียนไปก็เขิลล์ไป เพราะยังไม่ได้รีวิว หมู่บ้านชายทะเลชื่อ Howth ในเมือง Dublin ที่เป็น Location ของภาพยนต์สุดสนุกเรื่อง Sing Street goo.gl/SF75Zb ซักที ขอเวลาหน่อยนะครับ)
.
ที่ได้รับรู้ว่า เมือง เขิ่นติง-垦丁-ที่เรากำลังจะไปนั้น อยู่ใกล้กับ หมู่บ้าน เหิงชุน-恒春 อันเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Cape No. 7-海角七号-แหลมหมายเลข 7 ก็ตอนหาข้อมูลในเว็บจีนแล้วพบว่า มีคนพูดถึงหนังเรื่องนี้มากมาย แถมจำได้คลับคลาคลับคลาว่า เคยดูมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน....
.
และเมื่อคลิกยูทูปดูที่ goo.gl/NAUAKT ก็ปรากฏว่า ใช่เลย ยังทันสมัยและเป็นหนัง Feel Good Movie-ดูแล้วรู้สึกดี อีกเรื่องหนึ่งที่วิวสวยมากๆทีเดียว
.
เพราะฉะนั้น แทนที่จะดิ่งไปพักที่ เขิ่นติง-垦丁เราก็จึงเปลี่ยนไปเป็น เหิงชุน-恒春 ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกัน (ประมาณ 10 กม.) แต่บรรยากาศดีกว่ากันแยะ เพื่อสัมผัสอารมณ์ Nostalgia-หวนอดีต ให้เต็มที่ประสาหนุ่มสาววัยโรแมนติกเหมือนกัน ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... (แหวะ..) 555
.
หมายเหตุ: ภาพนี้ คือ บ้านของพระเอก-阿嘉之家-Aga's House ที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครไปใครมาเป็นต้องแวะเยือนเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหรืออวดญาติมิตรไปแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
เรามักถูกถามเสมอไม่ว่าจากเพื่อนๆคนไทยหรือต่างชาติที่พบกันเวลาเดินทางว่า "ประเทศไหนที่คุณทั้งสองชอบที่สุด?"
.
ง่ายมากครับ.... 3 ประเทศในดวงใจ ที่ไปได้ไปบ่อย ไปแล้วไปอีกได้โดยไม่ซ้ำที่เดิมก็นี่เลยครับ
.
อันดับ 1....ใต้หวัน
.
ตั้งแต่ไปครั้งแรกเมื่อ 7 ปีก่อน เราก็อยากไปอีก แต่ติดขัดตรงเรื่อง วีซ่า ซึ่งขี้เกียจทำเรื่องทำเอกสารขอซึ่งเสียเวลามาก และก่อนหน้านั้น ใต้หวันยังไม่ค่อยฮิตก็เลยไม่มีนายหน้ารับบริการทำให้ (เหมือนวีซ่าจีนแผ่นดินใหญ่) พอมีการยกเว้นไม่ต้องขอ แถมค่าตั๋วถูกลงถูกลงอีกต่างหาก ก็โป๊ะเช๊ะ เลยสิครับ
.
ใต้หวันมีอะไรดี?
.
ง่ายมากครับ ถามใครก็ได้คำตอบประมาณนี้ คือ
.
-- ใช้งบน้อย ในบรรยากาศเหมือนๆญี่ปุ่น แต่ถูกกว่าเป็นครึ่งต่อครึ่ง
.
-- ผู้คนสุภาพ น่ารัก มีน้ำใจ มีวินัย ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวดีมาก บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบ
.
-- อาหาร ของทาน หลากหลายละลานตา โดยเฉพาะ Street Food... อร่อยมากในราคาที่พอๆกับบ้านเรา (เดี๋ยวนี้ ค่อนไปทางถูกกว่าแล้ว)
.
-- ทันสมัย ช่างสร้างสรรค์ มีจุดให้เก็บภาพสวยๆเต็มไปหมด ทั้งธรรมชาติ-Nature และ ฝีมือมนุษย์-Man made
.
-- การเดินทางสะดวก (สะดวกกว่าญี่ปุ่น คือผู้คนที่เดินทางไม่หนาแน่นเหมือนญี่ปุ่น)
.
และสำหรับเรา ต้องเพิ่มอีก 2 ข้อ คือ
.
-- ผมชอบสนทนาภาษาจีนมาก และภาษาจีนใต้หวัน (เขียนแบบ ฝันถี่-繁体-ตัวเต็ม...สะกดแบบ จู้อิน-注音-รหัส เปอเพอเมอเฟอ) เป็นแบบที่ผมเรียนมา ซึ่งจริงจัง ลึกซึ้งได้อารมณ์สุนทรีย์กว่า แบบจีนแผ่นดินใหญ่ (ที่เขียนแบบ เจี๋ยนถี่-简体 สะกดแบบ ผินอิน-拼音) ...อุปมาก็ประมาณการพูดว่า "สวัสดีครับ" กับ "หวัดดีคับ" นั่นแหละครับ ฟีลต่างกัน
.
-- ได้ขี่มอไซค์ ซึ่งหาเช่าได้ง่ายๆแทบทุกเมืองที่ไป (แต่ที่ ไทเป ยังไม่ได้ลอง) ในราคาวันละ 4-500 หยวน (คิดเป็นเงินไทย ก็บวก 20% โดยประมาณ) ต่อ 24 ชั่วโมง...ซึ่งขี่ง่าย ปลอดภัยกว่า เวียตนาม บาหลี ลาว ส่วนปลอดภัยกว่าบ้านเราหรือไม่....จ๊ากกก
.
ด้วยเหตุนี้ นึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน ก็ใต้หวันเลยครับ ไม่มีคำว่าผิดหวัง แม้เป็นเกาะเล็กๆ แต่ยังมีที่เที่ยวให้ Explore-ค้นคว้า อีกเยอะ... ขนาดเรายังไปได้อีก 2-3 รอบโดยไม่ต้องซ้ำที่เดิมสบายๆ อิอิ
.
.
อันดับ 2 จีนแผ่นดินใหญ่
.
ข้อดีของการเที่ยวจีน สำหรับคนส่วนใหญ่ น่าจะเป็น...
.
-- แหล่งท่องเที่ยวอลังการ พื้นที่กว้างใหญ่ เที่ยวทั้งชาติก็ไม่หมด แถมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้หวือหวาตลอดเวลา ผ่านไปไม่กี่ปี ไปซ้ำที่เดิมก็จำไม่ได้แล้ว
.
-- ใช้งบไม่มาก ค่าเดินทางภายในแต่ละเมือง ไม่แพง (รถไฟฟ้าหรือรถบัส แท๊กซี่) แต่ระหว่างเมืองถ้าเป็นรถไฟหัวกระสุนก็ไม่เบาแล้ว
.
-- ที่พักราคาไม่แพง หาง่าย
.
-- แหล่งช้อปปิ้งถูกใจนักช้อปทุกระดับ
.
และสำหรับเรา ต้องเพิ่มอีก 2 ข้อ คือ
.
-- ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและสนทนาพูดคุยกับผู้คนหลายระดับ ที่มีความแตกต่างกันมาก ระหว่าง ชาวบ้าน ชาวเมือง และ คนมีระดับ (การศึกษา) ซึ่งมีทัศนคติ การดำเนินชีวิตแบบคนรุ่นเก่า ที่ยังคงความเป็นจีนแบบเดียวกับคนรุ่นพ่อของเรา คือ รู้จักถ่อมตัว ขี้เกรงใจ มีน้ำใจ ให้เกียรติผู้อาวุโสกว่า และเอ็นดูผู้เยาว์ ฯลฯ..... จึงทำให้เกิดความคุ้นเคย ได้เรียนรู้ จากความจริงใจและไว้วางใจได้ดีพอสมควร แม้คุณนายเคทที่พูดจีนไม่ได้ (แต่พอเดาเนื้อหาจากการฟังได้บ้าง) ก็ชื่นชอบนิยมเจรจาปราศัยด้วย
.
แน่นอนครับว่า ต้องยกเว้น พวกไฮเฮีย ไฮซ้อ ประเภทเศรษฐีใหม่ สามล้อถูกหวย หรือ รสนิยมวิไล ไร้สาระชีวิต ซึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ข้องเกี่ยวอยู่แล้ว ไม่ว่าในจีนหรือบ้านเราอ่ะครับ
.
-- ได้ข้อคิดดีๆตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งมักจะมีบทกลอน กวี คำคม จารึกไว้ตามที่ต่างๆ ที่ทำให้ได้บทเรียนชีวิตดีๆ ที่แปลให้คุณนายฟัง ก็ใฝ่รู้พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย
.
จีนแผ่นดินใหญ่ จึงเป็นที่ที่เรานึกอยากไปเมื่อไหร่ก็ได้ ด้วยค่าตั๋วซึ่งไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และสามารถจ้างคนทำวีซ่าได้ง่ายๆโดยแค่มีรูป 2 ใบกับพาสปอร์ตเท่านั้น ซึ่งเราจะทำเป็นแบบ Double Entries-เข้า 2 ครั้งใน 6 เดือน เสมอ (เซฟค่าบริการและเป็นตัวบังคับให้ต้องไปในทางอ้อม อิอิ)
.
อันดับ 3 ญี่ปุ่น
.
คงไม่ต้องบรรยายนะครับว่า ญี่ปุ่นน่าเที่ยวยังไง และการยกเว้นวีซ่า ทำให้นึกอยากไปเมื่อไหร่ก็ไปได้ตลอดเวลา ค่าใช้จ่ายยังอยู่ในขั้น "ไม่มาก" แม้จะแพงกว่า จีน และใต้หวันเป็นเท่า (ซึ่งเป็นเหตุให้ตกลงมาเป็นอันดับ 3) ก็ตาม
.
ข้อเสียของญี่ปุ่น (สำหรับเรา) มีเพียง บางครั้งตั๋วแพงเกิน และ ให้อยู่ได้แค่ 15+1 วัน (ไม่นับวันเดินทาง) เท่านั้น... ทำให้ขลุกขลักนิดหน่อย เพราะบางครั้งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งไกลกันใช้เวลาเดินทางมาก... หากอนุญาตให้ 30 วันละก็ เราสามารถซื้อพาสส์ 21 วัน ซึ่งทำให้ถูกลงเยอะและคล่องตัวขึ้นแยะครับ
.
.
ทั้ง 3 ประเทศในดวงใจนี้ เที่ยวง่าย เพราะไม่ต้องเตรียมตัวอะไร นอกจาก มีตั๋ว จองที่พัก 3 วันแรก (หรือวันต่อๆไปจองแบบเปลี่ยนแปลงได้) เท่านั้นก็จบ... พอถึงที่จะนึกออก หรือมีคนบอกเองว่า จะต้องไปเที่ยวที่ไหนอย่างไร (ญี่ปุ่น ใต้หวัน มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้สอบถาม ส่วนในจีนเปิดเว็บแป๊บเดียวก็กระจ่าง) ซึ่งยังไงก็สนุกและคุ้มค่าคุ้มเวลาแน่นอน เพราะฉะนั้น...
.
นึกอะไรไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน เปิดแผนที่ 3 แผ่นนี้แล้วจิ้มๆเอาก็ได้ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
.
ไปกันครับ ไปเที่ยวใต้หวันรอบที่ 5 นี้พร้อมๆกันนะครับ
.
รูปภาพ
.
การเดินทางจาก สนามบินเถาหยวน-桃園國際機場 เพื่อเข้าเมือง-Main Station หรือไป สถานีรถไฟความเร็วสูง-Taoyuan HSR Station ปัจจุบันสะดวกกว่าเดิมมาก เพราะมีรถไฟฟ้า MRT หรือ เจี๋ยอวิ่น-捷运 บริการเป็นพิเศษแล้ว ในราคาใกล้เคียงกับรถบัสครับ
.
จากอาคารสนามบิน Terminal 1 รหัส A12 หรือ Terminal 2 รหัส A13 ไปยัง Taoyuan HSR Station-สถานีรถไฟไฮสปีด รหัส A18 ใช้เวลาเดินทาง 5-6 สถานี แป๊บเดียวเท่านั้น และทางขึ้นรถลงรถสะดวกมาก ค่ารถเพียงคนละ 35 หยวนครับ
.

รูปภาพ
.
ส่วนราคาตลอดสายปลายทาง Main Station-ไทเป เมนสเตชั่น ก็คนละ 160 หยวนครับ
.
อย่างไรก็ตาม ผู้คนจำนวนหนึ่งก็ยังนิยมใช้รถบัสอยู่นั่นเอง อย่างเราขากลับจาก เมนสเตชั่น มาสนามบิน เราก็ใช้รถบัส ....เพราะ สว. เช่นผม (เกิน 60) ได้ลดราคาครึ่งหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
ออกจาก New Chitose Airport ที่ญี่ปุ่น บ่ายโมง ถึงใต้หวัน 16.20 น. ออกจาก ตม. รับสัมภาระแล้ว...
.
ขึ้น MRT มา 5 ป้าย ถึงสถานีรถไฟไฮสปิด ซื้อตั๋วเพื่อไป ไถหนัน-台南 พอดีเป็นช่วงเลิกงาน เลยได้เที่ยว 18.10 เป็นสาย 0669 ที่ไป จั่วอิ๋ง-左营 (เกาสง-高雄) ครับ
.
เจ้าหน้าที่บอกว่า ตั๋วแบบมีหมายเลขที่นั่ง คนละ 1190 หยวนนั้น ไม่ได้นั่งด้วยกัน ถ้าไปตู้ที่นั่งอิสระ-Non-Reserve-自由席-จื่อหยิวสี คนละ 1150 อาจมีสิทธิ์
.
ผมบอก "โอ้ย ตั้ง 2 ชั่วโมง ถ้าไม่มีที่นั่งล่ะ ยืนเมื่อยขาแย่เลย" เค้าหัวเราะ บอก "2 ชั่วโมงที่ไหนคุณ เที่ยวนี้แค่ชั่วโมง 20 นาทีเท่านั้นแหละ... ช่วงต้นๆอาจต้องยืนซัก 1-2 ป้าย พอพวกมาทำงานไทเปลง ก็ว่างเยอะแล้ว ได้เซฟ 80 หยวนฟรีๆไม่ดีเหรอ"
.
อือม์...ได้มาเกือบร้อยบาท ก็น่าสนเนอะ...เอาก็เอาครับ เซี่ยเซี่ย
.
มีเวลานั่งรอรถเกือบครึ่งชั่วโมง
.
รูปภาพ
.
โห...ชอบใจรถไฟใต้หวันมากเลย เค้าทำที่วางกระเป๋าไว้ด้านหลังเบาะแถวหลังสุดไว้เฉพาะ...ไม่เหมือนที่ญี่ปุ่น ไว้หลังเบาะแถวสุดท้ายได้เหมือนกัน แต่ทำให้คนที่นั่งแถวนั้นเอนได้ไม่เต็มที่ ค่อนข้างเห็นแก่ตัวแบบรู้สึก Guilty-ละอาย เหมือนกัน
.
ยืนแค่ป้ายเดียว สองสาวที่จะลงป้ายต่อไปก็ลุกให้เรานั่งแล้วครับ สบาย สบาย...
.
รูปภาพ
.
ภาพนี้เป็นป้ายโฆษณา ที่แสดงว่า เค้าส่งเสริมสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวออกเดินทางท่องเที่ยวมาก โดย จองตั๋วรถไฟไฮสปิดนี้ทางแอ๊พ ได้ลดมากกว่า 50% ขึ้นไป....เยี่ยมจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
นั่งได้ครู่เดียวซักครึ่งชั่วโมงหน่อยๆ ผู้คนก็เตรียมตัวลงกันตรึม มองเห็นบ้านเมืองสองข้างทางสว่างไสว ปรากฏว่า ถึง ไถจง-台中แล้ว โห...เร็วดีจริง
.
และพอผ่าน เจียอี้-嘉义 ตอนทุ่ม 14 นาที... ป้ายต่อไป ทุ่มครึ่ง ก็เป็น ไถหนัน-台南 แล้วครับ
.
ออกมาที่ทางออก ยื่นที่อยู่ของโรงแรมถามเจ้าหน้าที่ว่า จะไปยังไง แท๊กซี่ประมาณเท่าไหร่
.
เค้าน่ารักมากครับ บอกว่า "โห..ค่อนข้างไกล หลายร้อยเชียวนะครับ....ที่เว็บโรงแรมบอกว่า ใกล้สถานีรถไฟแค่เดิน 10-15 นาทีนั่น หมายถึงจากสถานีรถไฟทั่วไปในเมือง... แต่ที่นี่เป็นสถานี เกาเถี่ย-高铁-รถไฟไฮสปิด อยู่นอกเมืองอ่ะครับ...
เอางี้ดีกว่ามั้ย เดี๋ยวคุณออกไปทางประตู 2 แล้วขึ้นชัตเติ้ลบัสฟรีไปถึงในเมือง ลงป้าย ซื่อเจิ้งฝู่-市政府-ศาลากลาง แล้วค่อยต่อแท๊กซี่ที่นั่น ก็ไม่เสียเวลาเท่าไหร่"
.
โอ้ววว์...ขอบคุณมากๆครับ...
.
รถบัสรออยู่แล้ว มีรถออกทุกๆ 20-25 นาที ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง เที่ยงคืนครับ
.
รูปภาพ
.
ครึ่งชั่วโมงหน่อยๆ เราก็มาถึงป้าย ซื่อเจิ้งฝู่-市政府-ศาลากลาง (วงกลมสีเหลือง จากต้นสายถึงปลายสายพอดี)
.
รูปภาพ
.
เรียกแท๊กซี่ต่ออีกแป๊บเดียว (จ่ายไป 100 หยวนรวมทิปเพราะช่วยยกสัมภาระขึ้นลง....สตาร์ทที่ 70 หยวน) ก็มาถึงโรงแรม ECFA (ที่เรียกชื่อจีนว่า อ้ายเขอฝา-爱客发 คนจะรู้จักมากกว่า) แล้วครับ
.
ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 8 ก็เป็น รีเซฟชั่น พนักงานทุกคนสุภาพ น่ารัก ให้การต้อนรับ และให้ความช่วยเหลือมากๆ
.
บริเวณรีเซฟชั่น มีเครื่องดื่ม ชา-กาแฟ-น้ำส้ม-น้ำหล่อฮั่งก้วย-น้ำเย็น บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
.
สำหรับเพื่อนๆที่คุ้นเคยกับสไตล์ใต้หวัน คงทราบดีนะครับว่า ห้องพักโรงแรมส่วนใหญ่เป็นแบบไม่มีหน้าต่าง แต่ก็ระบบแอร์ถ่ายเทดี จึงไม่มีความรู้สึกแตกต่างแต่อย่างใด เพียงแต่.....ตอนเช้าอาจนอนเพลินไปหน่อยเพราะไม่รู้เดือนรู้ตะวันอ่ะครับ
.
ห้องกว้างพอใช้ (กว้่างกว่าในไทเปที่เราเคยพักมา) เราจองมาคืนละ 1400 บาท เพราะตรงศุกร์เสาร์ 2 วัน แต่เมื่อเราอยู่ต่ออีกคืนในวันอาทิตย์ ปรากฏว่าเหลือแค่ 780 หยวน หรือ 900 บาท (เท่ากับในเว็บ) เท่านั้นครับ
.
รูปภาพ
.
ถามเจ้าหน้าที่โรงแรมว่า ตลาดกลางคืนอยู่ไกลไหม...เค้าบอกว่า "ต้องนั่งแท๊กซี่ไปประมาณครึ่งชั่วโมง...ถ้ายังไง ไม่ลองทานข้าวต้มเจ้าดังดูล่ะ ขึ้นชื่อมากนะครับ เดินไปแป๊บเดียวก็ถึง"
.
ได้สิ..ชัวร์อยู่แล้ว จะให้นั่งแท๊กซี่ไปกลับทำพรื้อ...อิอิ
.
ใช้ได้เลยครับ ข้าวต้มทะเลรถกระบะเจ้านี้ ขายช่วง 6 โมงเย็นถึงตี 3 เท่านั้น ข้าวต้ม/บะหมี่ ชามเบ้อเริ่ม 2 ชาม... สลัดไข่ปลา... ไข่ผสมเหล้าน้ำมันงา..อิ้มตื้อ แค่ 310 หยวนครับ
.
รูปภาพ
.
อาหารเช้าโรงแรม ถือว่าใช้ได้เลยครับนอกจากที่เห็น ยังมี ข้าวราดหมูสับพะโล้ ที่เรียกว่า โย่วเจ้าฟั่น-肉燥饭 ที่อร่อยถูกปากมาก คล้ายๆกับ หลู่ฟั่น-鲁饭 แต่อันหลังนี้จะเป็นหมูสามชั้นพะโล้...ทั้ง 2 อย่างนี้ เป็นอาหารสิ้นคิด (เหมือนข้าวกะเพราเรา) ของใต้หวันเค้าอ่ะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3564
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/06/2017 8:03 am

รูปภาพ
.
โรงแรมนี้ เอาใจนักท่องเที่ยวมากๆครับ มีแผนที่แจกให้ (หยิบเพิ่มตามสบาย) เพื่อไว้ดูทางถามทาง
.
จะเห็นได้ว่า ใกล้สถานีรถไฟ (แถบสีแดง) จริงๆ ไม่ได้โม้...แค่หมกเม็ดนิดๆสำหรับพวกชอบไฮสปิดเท่านั้น 555
.
รูปภาพ
.
ด้านหลังบอกรายละเอียดว่า แหล่งท่องเที่ยวดังๆอยู่แถวไหน และที่สำคัญ ตลาดกลางคืน มีทุกวันโดยสลับที่กัน 3 แห่ง ครับ
.
ขอโทษครับ ยังไม่แปลนะครับ เดี๋ยวติดตามไปเรื่อยๆก็จะเข้าใจเองครับ
.
รูปภาพ
.
ชุดนี้ ไม่ได้แจกแต่มีอัดพลาสติกร้อยเป็นชุดให้ดูที่เคาน์เตอร์ครับ...แผ่นนี้ แนะนำ ของอร่อยว่ามีที่ไหนบ้าง
.
รูปภาพ
.
แน่นอนครับ...มาไถหนันแล้ว ต้องไป ย่านเมืองเก่าอันผิง (สุขสงบ) -安平老街-อันผิงเหล่าเจีย เพราะที่ดังๆนอกเมืองอยู่ที่นี่เป็นหลัก
.
รูปภาพ
.
จะไปด้วยรถบัสก็ได้ ไม่ยากครับ เพราะประมาณ ปากน้ำ (สมุทรปราการ) นั่นแหละครับ
.
รูปภาพ
.
แผ่นนี้เป็นที่เที่ยวในเมืองย่านตะวันออก
.
รูปภาพ
.
แผ่นนี้ ย่านตะวันตกในเมือง ใกล้ๆที่พักครับ
.
รูปภาพ
.
แผ่นนี้ ย่านเหนือในเมือง
.
รูปภาพ
.
ย่านเหนือก็มีที่น่าสนใจเยอะเหมือนกัน
.
รูปภาพ
.
นี่ก็ใช่ครับ ...เสียดายเรามีเวลาไม่พอ...รอบหน้าค่อยตะลุยอีกที เหอ เหอ
.
รูปภาพ
.
ได้ข้อมูลอัดแน่น บอกเจ้าหน้าที่โรงแรมช่วยจัดการเช่ามอไซค์ให้หน่อย ...น้องเค้าโทรแป๊บเดียว ทางร้าน (ชื่อร้าน Alibaba แต่คงไม่ใช่ของแจ๊คหม่า) ก็ให้พนักงานนำมาส่ง คันใหม่เอี่ยม ค่าเช่าวันละ 400 หยวน ครับ
.
เติมน้ำมันเต็มถัง 95 หยวน แล้วเราก็ไปที่สถานีรถไฟก่อนเลย
.
สอบถามเจ้าหน้าที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่นั่นว่า จะไป เขิ่นติง-垦丁เมืองต่อไปอย่างไร ได้ความว่า ต้องขึ้นรถไฟ15 นาที ไปต่อรถบัสที่ เกาสง-高雄 อีกประมาณ 2 ชั่วโมง...
.
ตามด้วยคอนเฟิร์มอีกทีว่า ที่พลาดไม่ได้ คือต้องไปย่านเมืองเก่า อันผิง...
.
เอ้า...ลุย...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3564
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/08/2017 10:29 am

รูปภาพ
.
Tainan Travel-ไถหนัน..มันส์กระจาย
.
4 สิงหาคม 2560
.
(ความเดิมตอนที่แล้ว อยู่ที่ลิงค์ goo.gl/noLzRP นี้ครับ)
.
ก็อย่างที่เรียนในตอนที่แล้วว่า เราเดินทางจากญี่ปุ่นมาใต้หวันในวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ลงเครื่องแล้วต่อรถมาไถหนันเลย ....
.
เมื่อผ่านคืนแรกไปแล้ว เช้าวันต่อมาคือ 12 พฤษภาคม เราก็ให้ทางโรงแรมติดต่อเช่ามอไซค์ให้ ได้ของบริษัท 阿里巴巴-อาลีบาบา ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ในเมืองไถหนัน วันละ (24 ชั่วโมง) 400 หยวน (ประมาณ 480 บาทไทย).... .
เมื่อเติมน้ำมันเต็มถัง แวะจุดแรกเพื่อเช็คข้อมูลที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สาขาสถานีรถไฟแล้ว เราก็ออกลุยทันที....
.
จุดหมายแรกก็คือ ตลาดเก่าอันผิง-安平老街-อันผิงเหล่าเจีย แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดของไถหนัน ซึ่งห่างจากตัวเมืองไปเพียงแค่ 7-8 กม.เท่านั้น
.
อัลบั้มนี้ จะเป็นการร่อนมอไซค์ไปแบบชิลล์ๆ (แต่แดดร้อนเปรี้ยงๆ...55) เจออะไรน่าสนก็แวะไปเรื่อย ซึ่งเป็นสไตล์สัมผัสวิถีชีวิตผู้คนแบบใกล้ชิดที่เราชื่นชอบ เรียกง่ายๆก็ Means justify the ends-เป้าหมายดีซะอย่าง วิธีการไปสู่ก็ใช่ย่อยหรอก หรือ จุดหมายมีอยู่แล้ว ก็เก็บตกระหว่างทางไปเรื่อยๆ ยังไงก็ไม่เสียเปล่า อ่ะครับ
.
ไปครับ ไปเที่ยวด้วยกัน....
.
หมายเหตุ: ภาพปกนี้ เป็น เอี๋ยนเถียน-鹽田-นาเกลือ ที่ปรับแต่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่เมือง 七股-ชิกู่ อยู่เลยตลาดเก่าอันผิงไป ซึ่งรีวิวและภาพจะตามมาในอัลบั้มนี้ครับ
.

รูปภาพ
.
.
การขี่มอไซค์ในใต้หวัน เป็นเรื่องที่รื่นรมย์มากๆ เพราะนอกจากมีเส้นทางของตัวเองแล้ว เพื่อนร่วมทางที่จอดรอไฟแดงก็ล้วนมีมิตรไมตรียิ่ง.... นอกจากทักทายด้วยการยิ้มให้กันแล้ว หากถามทางก็พร้อมจะอธิบายจนเข้าใจแม้อาจจะต้องเสียเวลารอไฟเขียวอีกรอบก็ตาม
.
เคยมีเพื่อนๆถามเหมือนกันว่า ทำไมไม่เคยเห็นผมเช่ารถยนต์ขับในเมืองนอกบ้างเลย?...
.
แหะ แหะ .....เหตุผลหลัก ไม่ใช่เรื่องกลัวเสียค่าปรับซึ่งหน้า หรือ (หักบัตรเครดิต) ตามหลัง เพราะขับรถถูกกฎไม่ค่อยเป็น หรอกครับ ข้อนี้เป็นเหตุผลรองต่างหาก
.
เหตุผลสำคัญที่เป็นอุปสรรคของเราก็คือ
.
-- ขับรถยนต์แล้วเราจะไปเร็วเกินควร.. ขับไปมองสรรพสิ่งสองข้างทางไปได้ไม่ดีและไม่เหมาะ ...ทำให้ไม่สามารถเก็บรายละเอียดที่น่าสนใจระหว่างทางได้ดีพอ
.
(ก็ขนาดขี่มอไซค์ หลายครั้งก็ยังข้ามสิ่งที่น่าสนใจไปเพราะขี่เลยมาแล้วขี้เกียจย้อนกลับเลยนี่ครับ)
.
แถมยัง...จอดแวะบ่อยๆไม่ได้ คือนอกจากไม่อยากเสียเวลาหาที่จอดแล้ว การลงจากรถแอร์มาสัมผัสอากาศร้อนภายนอกบ่อยๆ ทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดได้ง่ายๆอ่ะครับ
.
-- เราชอบเดินมาก (ยิ่งต้องเดินด้วยความจำเป็นเพราะไม่มีรถ เดินนานแล้วไม่หอบ ยิ่งรู้สึกดีต่อสุขภาพ แม้หลายครั้งจะเหนื่อย เมื่อยขาแทบแย่ก็ตาม)....
.
ขนาดขี่มอไซค์ไปเที่ยว โทโรโกะ 2 วันแล้ว เรายังอยากไปอีกรอบโดยนั่งรถบัสนำเที่ยวเลยครับ...
.
และเรื่องชอบเดินนี่แหละครับ คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ต้องหาเรื่องไปเที่ยวยุโรปปีละทริป เพราะได้เดินมาก ทานน้อย ไปเดือนนึงน้ำหนักลง 4-5 โล กระชุ่มกระชวยมาก
.
(ที่จีนไม่ค่อยได้ผล เพราะเดินไม่มากเท่า เนื่องจากรถประจำทางสะดวก แถมทานไม่น้อยเนื่องจากอาหารไม่แพง อิอิ)
.
เป็นอันเคลียร์แล้วนะครับว่า ที่ไม่ชอบขับรถเมืองนอก เพราะค่าเช่าแพง...อ้าว...555
.
ขี่รถตามคำบอกทางมาเรื่อยๆ ขวามือมีร้านอาหารไทย เก๋ไก๋ด้วยช้างเผือกด้านหน้าชื่อร้าน Sky Elephant แต่ชื่อภาษาจีนกลับแปลเป็น 云象-อวิ๋นเซี่ยง-ช้างในม่านเมฆ ซะนี่
.
ถัดมา สะดุดตาผ้าบังแดดปึ๊บ กลืนน้ำยายเอื้อกเลย...筍肉包-ซุ่นโย่วเปา-ซาละเปาไส้หน่อไม้หมูสับ และ 素筍包-ซู่ซุ่นเปา-ซาละเปาไส้หน่อไม้เจ..
.
แวะเข้าใกล้อาตี๋ ปรากฏว่ามีแต่ซาละเปาไส้หวานและหมั่นโถว ตี๋บอกต้อง 11 โมงถึงมีไส้คาว...เซี่ยดายจัง
.
ผ่านป้ายรถเมล์ เห็นเส้นทางสีแดง ก็ทราบว่า รถสายท่องเที่ยว 台湾好行-ไถวันเฮ่าสิง ผ่านมาทางนี้ เพราะฉะนั้น เพื่อนๆที่ไม่ถนัดขี่มอไซค์ ก็เที่ยวตลาดเก่าอันผิงและย่านนี้ไม่ยากเลยครับ
.
ผ่านย่านหย่อนใจชมวิวชายทะเลหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้)-云嘉南滨海国家风景区-หวินเจียหนันปินไห่กั๋วเจียเฟิงจิ่งชวี มองป้ายตรงเกาะกลางถนน ชี้ทางไป 四草大众庙-ซื่อเฉ่าต้าจ้งเมี่ยว-วัดชุมชนบ้านซื่อเฉ่า (หญ้า 4 ชนิด) และ 绿色隧道-ลี่เสอซุยเต้า-อุโมงเขียวขจี...อือม์ น่าสนมาก
.
รูปภาพ
.
ทั้งย่านนี้เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติ ไถเจียง-台江国家公园-ไถเจียงกั๋วเจียกงเอี๋ยน-Taijiang National Park ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก
.
จอดรถที่หน้าศูนย์อาหารแล้วก็เดินไปไหว้พระขอพรในวัดชุมชนบ้านซื่อเฉ่า ซึ่งเป็นวัดใหญ่ทีเดียวครับ แต่ที่น่าสนใจมากกว่า คือ...
.

รูปภาพ
.
ด้านหลัง คือสุสานของท่านขุนพล เจิ้งเฉิงกง-郑成功 ที่เราเคยไปเยือนบ้านเกิดของท่านมาแล้วที่ เซี่ยเหมิน-厦门 บนเกาะ 鼓浪屿-Gulangyu Islet และทำรีวิวมาแล้ว ในอัลบั้ม "เกาะนี้ชื่อ คลื่นสนั่นดั่งลั่นกลอง" ที่ลิงค์ goo.gl/fNFJ18 ครับ
.
ท่านขุนพล เจิ้งเฉิงกง คือวีรบุรุษสงครามที่นำทัพขึ้นเกาะใต้หวันมาสู้รบกับทัพชาวดัทช์และสังหารข้าศึกไปกว่า 300 คน ณ จุดนี้เอง
.
สวนหย่อมนี้มีป้ายคำคมภาษิตสอนใจมากมาย ยังคิดว่าว่างๆจะนำมาแปลฝากเพื่อนๆหน่อย ...แต่เมื่อไหร่ตอบไม่ได้อ่ะครับ อิอิ
.
คลองข้างๆนี้เองที่เป็น อุโมงเขียวขจี ที่นักท่องเที่ยวมานั่งเรือชมวิวและสถานที่ตั้งป้อมปราการในอดีตกัน แต่อากาศร้อนเปรี้ยงอย่างนี้ เราขอบายดีกว่า
.
ยืนชมบนสะพานที่เรียกชื่อซะเก๋ว่า 情人桥-ฉิงเหยินเฉียว-สะพานคู่รัก...ด้านขวาเป็นนาเกลือครับ
.

รูปภาพ
.
ขี่อ้อมมาด้านหน้า เพิ่งเห็นว่า กิจกรรมล่องเรือชมวิวนี่ป้อบปูล่าร์ไม่เบา มีเรือจอดที่ท่าหลายลำเลย วันเสาร์อาทิตย์ผู้คนคงตรึม...
.
ขี่ไปอีกหน่อย เห็นบ้านพักชาวนาเกลือ ระบายภาพสดสวย ช่วยคลายร้อนได้หน่อยนึง... ไม่ทราบว่าทางการ (อบต.) ออกเงินให้หรือเจ้าของนาเกลือลงทุนค่าสีค่าช่างศิลป์เอง
.

รูปภาพ
.
แวะ "ศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติ" หน่อย มีคณะครูพาเด็กนักเรียนมาทำกิจกรรมกัน..ทั้งชมห้องนิทรรศการปลาวาฬ...นกนานาชนิด..และ นาเกลือ
.

รูปภาพ
.
แต่บรรยากาศรอบๆค่อนข้างเงียบเหงา เพราะไม่น่าจะเป็นที่นิยมแล้ว...
.
รูปภาพ
.
ขี่มาทางถนน 盐安路-เอี๋ยนอันลู่ เป็นย่านโรงงานใหญ่คล้ายนิคมอุตสาหกรรมของเรา แล้วก็....
.
สะดุดตากับป้ายธงหน้าร้านอาหารที่เขียน 泰式打抛猪肉饭-ไถ้เสอต่าเพาจูโย่วฟั่น-ข้าวกระเพราหมูสไตล์ไทยๆ...
.
ฮั่นแน่ แสดงว่า คนไทยมาทำงานโรงงานแถวนี้เพียบ...
.
แล้วก็เจออีกหลายร้าน...อือม์ พม่า เขมร มาทำงานบ้านเรา แต่คนของเราก็ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานที่นี่..ความสมดุลอยู่ที่ไหนหนอ...
.
ผ่านศาลเจ้าแห่งหนึ่ง...ใต้หวันเนี่ย ศาลเจ้าเยอะมากๆครับ
.

รูปภาพ
.
ไปต่อกันที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ไถเจียง-台江国家公园遊客中心-ไถเจียงกั๋วเจียกงเอี๋ยน-Taijiang National Park ที่ออกแบบ "อาคารบ้านพัก 高腳屋-เกาเจี่ยวอู-บ้านขายาว (ยกพื้นเหนือน้ำ) แห่งเดียวในใต้หวัน" ได้สวยแปลกตาดีมาก
.

รูปภาพ
.
รั้วเปลือกหอย ดูดีจัง
.
เพื่อนๆที่สนใจ สามารถติดต่อเช่าบ้านพักนี้ได้ที่ http://www.tjnp.gov.tw ครับ
.
.รูปภาพ
.
เข้าย่านตลาดเก่าอันผิง ที่มีสัญลักษณ์ "สิงโตคาบดาบ" แล้วครับ ขวามือเป็นจุดชมวิว wetland-พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีสวนหย่อมให้ผู้คนมาพักผ่อนยามเย็น
.
อาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้ามเป็น ร้าน 茂记黑豆花大王-เม่าจี้เฮยโต้วฮัวต้าหวาง-ราชาเต้าฮวยดำเม่าจี้ มีรถส่งของด้วย แสดงว่ามีหลายสาขาและขายดี
.
เรายังไม่ได้แวะ เพราะยังรู้สึกเฉยๆอยู่ ...
.
กระทั่งมาพบทีหลังว่า ภาคใต้ย่าน ไถหนัน และ เขิ่นติง นี่ เต้าฮวยขึ้นชื่อมากและมีเจ้าดังๆหลายเจ้า...มาย่านนี้ ไม่ได้ทานเต้าฮวยก็เหมือนไปสุราษฎร์แล้วไม่ได้ชิมหอยใหญ่ ประมาณนั้น...(อุปมาได้ห่างเป็นโยชน์เลย..ก็ยังไม่ทันนึกถึง โรตีสายไหม อยุธยา อ่ะครับ อิอิ)
.
เข้าไปตลาดเก่าอันผิงก่อนครับ
.
รูปภาพ
.
เจอร้านนี้..同记安平豆花-ถงจี้อันผิงโต้วฮัว-ร้านเต้าฮวยถงจี้แห่งอันผิง ลูกค้าเพียบ แถมป้ายในร้านก็เก๋าโบราณสมศักดิ์ศรี เต้าฮวยในตำนาน-传统豆花-ฉวนถ่งโต้วฮัว...
.
อดใจไม่ไหวแย้ววววว
.
เต้าฮวยน้ำแข็งไส ใส่ถั่วเขียวถั่วแดงถ้วยละ 35 หยวน ชื่นใจเป็นที่สุด ขอยกนิ้วให้เลย
.
ทานไปอ่าน "ตำนานอาแปะที่เริ่มต้นตั้งแต่เข็นรถขายครั้งกระโน้น" ไป เพลินมากครับ
.

รูปภาพ
.
ภาพถ่ายคนดัง บุคคลสำคัญ ที่มาลิ้มลองเต็มข้างฝาเลย
.
ออกจากร้านมา ค่อยสังเกตเห็นว่า ร้านเดิมเป็นคูหาเดียวอยู่ฝั่งตรงข้าม เป็นที่ผลิตและจัดใส่กล่องให้นักท่องเที่ยวซื้อไปเป็นของฝากครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3564
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/08/2017 10:35 am

รูปภาพ
.
ได้เต้าฮวยรองท้องแล้ว ยังไม่เข้าไปในตลาด แต่ไปต่อที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้ก่อน นั่นก็คือ 安平樹屋-อันผิงซู่อู-บ้านต้นไม้แห่งอันผิง

ผ่านอนุสาวรีย์ของท่านขุนพล เจิ้งเฉิงกง ไป ก็เป็นประตูทางเข้า บ้านเดิมของ ศิลปินพู่กันจีนชื่อดัง จูจิ่วอิ๋ง-書法家朱玖瑩故居-ซูฝ่าเจียจูจิ่วอิ๋งกู้จี ที่มีป้ายตรงกำแพงอิฐบล็อกเป็นอักษร 4 ตัวว่า 因盐玖定-อินเอี๋ยนจิ่วติ้ง-ตั้งตัวได้เพราะเกลือ...
.
ซึ่งเป็นการที่ ท่าน จูจิ่วอิ๋ง เอาชื่อตัวคือ "玖-จิ่ว-เก้า" มาสมาสกับ ชีวิตตนในอดีตที่เป็นข้าราชการในจีนแผ่นดินใหญ่ตำแหน่งต่างๆ รวมทั้งสำนักอุตสาหกรรมเกลือด้วย ก่อนจะเกษียณมาอยู่ที่นี่ นั่นเอง
.
บ้านเกิดของท่านจูจิ่วอิ๋ง ซึ่งสะสมผลงานพู่กันจีนของท่านนี้ เข้าชมฟรี แต่บ้านต้นไม้ และ 德記洋行-เต๋อจี้เอี๋ยนหัง-Old Tait & Co. Merchant House-อาคารห้างสรรพสินค้าชื่อดังในอดีต ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันนั้น ต้องซื้อบัตรรวม คนละ 50 หยวน สว.ลดครึ่งเหลือ 25 หยวน (เฉพาะคนใต้หวัน..ธ่อ) ครับ
.
บ้านต้นไม้นี้ ความจริงเป็นโกดังเก็บสินค้าของห้างสรรพสินค้าเต๋อจี้ แต่ถูกทหารญี่ปุ่นยึดมาเป็นโกดังเกลือ ในช่วงสงคราม..... หลังจากนั้นก็กลายเป็นโกดังเกลือของ บริษัท ไถเอี๋ยน-台盐-โรงเกลือใต้หวัน และถูกปล่อยทิ้งร้างเมื่อเลิกกิจการต่อมา จนถูกต้นไทร ยึดครองกลายเป็นบ้านต้นไม้อย่างที่เห็นนี้
.
ดูแล้วก็คล้ายๆกับ โบสถ์ปรกโพธิ์ วัดบางกุ้ง ที่สมุทรสงครามของเรา แต่พื้นที่กว้างใหญ่กว่า
.
ต่อมาทางการไถหนัน ได้เข้ามาปรับปรุงสถานที่บริเวณนี้ และสร้างบันไดเหล็กและทางเดินชมวิวขึ้น จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งนี้ไปโดยปริยาย
.

รูปภาพ
.
เข้าไปชมทั่วๆนะครับ
.
แผนผังบ่งบอกส่วนที่เป็น 1. บ้านต้นไม้ 2. ห้างสรรพสินค้าเดิม 3. บ้านเกิดท่านจูจิ่วอิ๋ง 4. คาเฟ่ 5. ห้องขายตั๋ว 6. ห้องน้ำ 7. ร้านขายของ 8. ร้านจำหน่ายของที่ระลึก 9. สะพานข้ามแอ่งน้ำ 10. แอ่งน้ำ 11. ระหัดวิดน้ำ 12. ทางเข้า 13. ทางออก
.

รูปภาพ
.
ป้ายตำนานของต้นไทร บอกเล่าว่า...
.
ต้นไทรเป็นต้นไม้ที่ขึ้นง่ายแต่ไม่คุ้มค่าพอที่จะออกแรงตัดทิ้ง จึงลุกลามปกคลุมไปทั่วจนกลายเป็นร่มเงาให้ผู้คนหลบแดดได้ สมดังคำกล่าวที่ว่า "天生我材必有用-เทียนเซิงหว่อไฉปี๋หยิ่วย่ง-สรรพสิ่งที่สวรรค์สร้างมา (ธรรมชาติ) ย่อมมีประโยชน์" หรือ "无用之用 是为大用-อู๋ย่งจือย่ง ซื่อเหวยต้าย่ง-ของที่ไร้ประโยชน์หากนำมาใช้ประโยชน์ได้ ย่อมเป็นประโยชน์ยิ่ง"
.
ความที่ต้นไทรให้ร่มเงาแก่ผู้คน คนโบราณจึงมักนำทารกมาบนบานฝากฝังให้เทพแห่งไทรช่วยปกปักดูแล ให้เติบใหญ่แก่กล้าเฉกเช่นต้นไทรนี้
.
เพราะฉะนั้น ขอให้มองต้นไทรอย่างของสูงค่าเสมอ
.

รูปภาพ
.
ชมภาพต่างๆแล้วก็ขึ้นบันไดเหล็กไปชมบรรยากาศด้านบน
.
ใช่ครับ ค่อนข้างรก....แต่ รกอย่างสูงค่า คร้าบบบ
.
รูปภาพ
.
มุมนี้ค่อยดูดีหน่อย
.
รูปภาพ
.
ชม Wetland-พื้นที่ชุ่มน้ำไปทั่วๆ
.

รูปภาพ
.
กลับมาออกกำลังขาด้วยระหัดวิดน้ำ......กระจุ๋งกระจิ๋งเป็นพิเศษ...แหวะ
.

รูปภาพ
.
เดินอ้อมมาที่ คาเฟ่...ที่ติดป้ายว่า At least one drink or one meal-ขั้นต่ำต้องสั่งเครื่องดื่ม หรืออาหาร 1 ที่ และ No outside food-ห้ามนำอาหารข้างนอกมาทาน....พาลให้เสียอารมณ์เล็กๆ
.
ก็เลยแทบไม่มีลูกค้าเลย ทั้งๆที่มากันเยอะแยะ และอากาศก็ร้อนชวนกระหายไม่น้อย...
.
ข้างหน้าประตูทางเข้าเขียนว่า "เนื่องในเดือนวันแม่ (พฤษภาคม) หากซื้อสินค้าจากร้านขายของและจำหน่ายของที่ระลึก ครบ 1500 หยวนจะได้ส่วนลด 10% ครบ 2000 หยวน ได้ลด 15%.....
.
อือม์... เรียกแขกหรือไล่แขกกันแน่จ๊ะ...ใครจะซื้อของชำร่วยมากปานนั้นหรือเธอว์...
.
ที่ร้ายสุดก็นี่เลยครับ..."ไอสครีมแท่งละ 80 หยวน โปรดชำระเงินที่ช่องหน้าต่างและรอรับข้างเสานี้" ....คือ ซื้อแค่นี้ โปรดอย่าเข้าข้างในว่างั้น...เฮ่อ
.

รูปภาพ
.
เข้าไปชมนิทรรศการพู่กันจีนดีกว่าครับ
.
บทกลอนที่สลักบนแผ่นกระจก เป็นคำสอนของ ท่านปราชญ์ เม่งจื้อ-孟子 ที่รจนาไว้ว่า
.
“君子有三乐,而王天下不与存焉。
父母俱存,兄弟无故,一乐也;
仰不愧于天,俯不怍于人,二乐也;
得天下英才而教育之,三乐也”
.
แปลว่า
.
วิญญูชนย่อมสุขสันต์ด้วยเหตุผล 3 ประการ
1. บุพการีมีชีวิตอยู่ พี่น้องไร้เหตุเพทภัย
2. แหงนหน้ามิอายฟ้า ก้มหน้ามิละอายใคร
3. ศึกษาจากผู้รู้และถ่ายทอดสอนสั่งคนให้ดีขึ้น
.

รูปภาพ
.
เดินต่อมาที่ ห้างสรรพสินค้าเดิม ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นศูนย์นิทรรศการประวัติศาสตร์ช่วงการพาณิชย์ไปแล้ว
.
มีการแสดงสถานที่ทำงานและอุปกรณ์การค้าในยุคนั้น และ..
.
วิญญาณของท่านประธานบริษัท หลังอภิปรายเสร็จก็กลับมานั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่งและกำลังลงนามในคำสั่งต่างๆอยู่อย่างขมีขมัน...บรื๋อว์ว์ว์ กัว กัว
.

รูปภาพ
.
เรือสำเภาในยุคโบราณ ครั้งพ่อค้าวานิชชาวดัทช์แห่กันมาขึ้นท่าที่นี่
.
นับเป็นช่วงที่การค้าการขายระหว่างประเทศฟูเฟื่องมาก
.
รูปภาพ
.
แต่แล้ว ทหารดัทช์ก็พ่ายแพ้แก่กองทัพญี่ปุ่น
.
รูปภาพ
.
2 ภาพแรกเป็นโปสเตอร์ภาพยนต์เรื่อง "เพลงล่าฝันแห่งอันผิง" ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในปี คศ.1978 แทนต้นฉบับที่สร้างขึ้นในปี คศ.1951....
.
เป็นนิยายโศกนาฎกรรมรักระหว่างนางเอกลูกสาวพ่อค้าอ่าวอันผิง พบรักกับหมอหนุ่มชาวดัทช์และทิ้งเธอไไป เหลือลูกสาวผมบลอนด์ ซึ่งต่อมาก็ถูกแฟนทิ้งเช่นเดียวกัน..
.
เป็นภาพยนต์ที่ดังมากเพราะมีเพลงประกอบหลายเพลงที่กลายเป็นเพลงฮิตติดปากในยุคนั้น (อุปมา หนังเรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ของเราไงครับ)
.
ภาพถัดมาเป็นภาพคนงานคัดเลือกใบชา ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่ทำเงินมหาศาล และ...
.
ห้องรับรองขนาดใหญ่
.
รูปภาพ
.
บ้านพักของเจ้าของห้างชาวอังกฤษที่ถูกชาวดัทช์ยึดครองหลายปี
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3564
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/08/2017 9:01 pm

รูปภาพ
.
ภาพแรกคือด้านหน้าของห้างสรรพสินค้า เต๋อจี้ ที่ติดป้ายหน้าประตูว่า ณ แห่งนี้คือจุดกำเนิดของการ Connecting with the world-ติดต่อกับโลกกว้าง อย่างเป็นทางการ
.
ขี่รถไปเที่ยวต่อ ผ่านวงเวียนหน้าสำนักงานเทศบาล..โบสถ์..ที่ตั้งป้อมปืนเก่า
.

รูปภาพ
.
ทางขึ้นชมวิว พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่สมาคมชาวไห่โถว-海头-หัวทะเล จัดทำขึ้นพร้อมแผงแสดง สิงโตคาบดาบแบบต่างๆ เพราะย่านนี้เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรม สิงโตคาบดาบ ยันต์ปกป้องเพทภัยนั่นเอง
.
ตู้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่วาดภาพสวยงามแทนการเป็นสีเขียวหม่นๆแบบที่เห็นทั่วไป
.
ลานกิจกรรม และ ร้านไอสครีมเจลาโต้ June 30th ที่ตกแต่งน่ารัก สงสัยเจ้าของร้านเอาวันเกิดตัวเองมาตั้งชื่อร้าน
.

รูปภาพ
.
ริมอ่าวด้านหนึ่ง คือ 林默娘公园-หลินม่อเหนียงกงเอี๋ยน-สวนสาธารณะหลินม่อเหนียง (เจ้าแม่ทับทิม/ม๋าจู่)....
.
รูปภาพ
.
เป็นสถานที่หย่อนใจที่มีชาวบ้านพาครอบครัวมาหย่อนใจกันมาก...
.
รูปภาพ
.
กลับเข้าตลาดเก่าอันผิง มุมหนึ่งเป็น "พิพิธภัณฑ์เตาเผาที่ทำจากเปลือกหอยผง" ซึ่งปิดแล้ว จึงเก็บภาพบริเวณด้านหน้าที่ตกแต่งเป็นกำแพงต้นไม้สวยงาม
.

รูปภาพ
.
ข้างๆเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวซัวเถา... ร้านไส้กรอกหมูป่าปิ้ง และ ร้านคัสตาร์ด ซึ่งล้วนเป็นร้านดังทั้งนั้น
.

รูปภาพ
.
ศาลเจ้าแม่กวนอิม....ศาลเจ้าสิงโตคาบดาบ....ร้านชาแตงกวา และ ร้านหอยทอดเจ้าดัง
.

รูปภาพ
.
แวะทานอาหารค่ำที่ร้าน 周氏蝦捲-โจวซื่อเซียจ่วน-ปอเปี้ยกุ้ง ร้านดังประวัติ 50 ปี
.
รายการอาหารประกอบด้วย ปอเปี้ยกุ้ง ไส้กรอก ผัดผัก บะหมี่น้ำ และข้าวหน้าพะโล้หมูหยอง...รวม 320 หยวน (380 บาทไทย)
.
ความที่เป็นคนไทย ก็จึงได้รับการต้อนรับจากพนักงานเป็นพิเศษ หยอกล้อกันไปมาด้วยมิตรไมตรี
.
รูปภาพ
.
ใกล้ 2 ทุ่มแล้ว ร้านค้าส่วนใหญ่เริ่มปิด เหลือเพียงร้านอาหารต่างๆ ...
.
อาเฮียขายหัวน้ำส้มผสมน้ำผึ้ง (ข้นเหมือนแยม) ใช้ผสมน้ำดื่ม รสชาติดีมาก ก็เลยอุดหนุนมา 1 ขวด 200 หยวน (ผสมน้ำดื่มได้หลายวัน) เฮียแถมขวดผสมน้ำเย็นแล้วให้เรา 1 ขวดไปดื่มระหว่างทาง น่ารักจริงๆ
.
รูปภาพ
.
ปิดท้ายรายการวันนี้ที่ ตลาดกลางคืน ต้าตง-大东夜市-ต้าตงเยี่ยซื่อ ที่เหมือนตลาดกลางคืนทั่วไป แต่...
.
รูปภาพ
.
ผู้คนหนาแน่นเกิน เดินเตร่ได้เดี๋ยวเดียวก็ขอ ราตรีสวัสดิ์ ครับ
.

รูปภาพ
.
ภาพสุดท้าย น่าจะดึงดูดให้อาซิ่มอาม่าแถวเยาวราชแห่กันมารับจ้าง ถอนขนใบหน้า มังหมิ่ง-挽面-หวั่นเมี่ยน จน ตม.ตามจับไม่ทันแน่ เพราะค่าจ้างครั้งละตั้ง 250 หยวน (300 บาท) แน่ะ...
.
ยิ่งบริการนวดบ่ายิ่งน่าสนใหญ่ แค่ 10 นาที 100 หยวน เท่ากับชั่วโมงละ 600 หยวน (720 บาท) โน่น หุหุ
.

รูปภาพ
.
สรุป วันนี้เที่ยวรอบๆจนเพลีย แต่ก็ยังไม่สามารถเก็บย่านนี้ได้หมด เดี๋ยวพรุ่งนี้ขอต่ออีกวันนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3564
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน

cron