Scandinavia Trip 2017

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/07/2018 1:43 pm

รูปภาพ
.
ออกจากห้องศิลป์แอสทรัพ มาชมบริเวณและภาพอื่นๆบ้างๆ
.
รูปภาพ
.
ภาพส่วนใหญ่ในชุดยุคทองของนอร์เวย์ ประกอบด้วยฝีมือของ J.C. Dahl, Harriet Backer, Erik Werenskiold, Gerhard Munthe ส่วนภาพสีซีเปียเป็นผลงานของ Theodor Kittelsen ครับ
.
รูปภาพ
.
ลองมาทำความรู้จักกับ เอ็ดเวิร์ด มุนช์-Edvard Munch ยอดศิลปินของสแกนฯ ชาวนอร์เวย์-สวีเดน ดูบ้าง...
.
เกิดเมื่อ 12 ธันวาคม คศ.1863 จนถึง 23 มกราคม คศ.1944 เป็นบุตรชายคนเดียวในหมู่พี่น้องหญิงถึงอีก 4 คนของ Christian บาทหลวงและนายแพทย์กับ Laura ภรรยาที่อายุอ่อนกว่ากันถึงครึ่งหนึ่ง....
.
ว่ากันว่าเอ็ดเวิร์ด มุนช์ได้รับแรงบันดาลใจให้เป็นศิลปินเฉกเช่นศิลปิน Jacob Munch และนักประวัติศาสตร์ Peter Andreas Munch ญาติของเค้าจากคุณแม่ Laura ของเค้านั่นเอง
.
ทั้งครอบครัวย้ายมาอยู่ที่ออสโล คุณแม่และน้องคนหนึ่งของเค้าจากไปด้วยวัณโรค คุณพ่อของเค้าจึงรับหน้าที่เลี้ยงดูทุกคนตลอดมา
.
มุนช์ ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนักโดยเฉพาะในฤดูหนาว เค้าต้องขดตัวอยู่ในบ้านตลอดโดยหัดวาดภาพตั้งแต่นั้นและคุณพ่อของเค้าก็มักเล่าเรื่องผ๊เป็นนิทานก่อนนอนเสมอ
.
มุนช์เคยเล่าว่า.... คุณพ่อของเค้าเป็นคนขี้กลัวและมักรำพึงว่าภรรยาและลูกสาวจ้องมองตัวเองลงมาจากสวรรค์ตลอดเวลา... น้องสาวคนหนึ่งก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคประสาท...ในขณะที่น้องสาวอีกคนซึ่งเป็นคนเดียวในครอบครัวที่ได้แต่งงานสามีก็ถึงแก่กรรมเพียงไม่กี่เดือนต่อมา...เค้าถึงขนาดเคยบอกว่า "ผมได้รับเชื้อโรคบ้ามากมายจากคนสองคนในครอบครัว ซึ่งถือเป็นโรคร้ายของมวลมนุษย์ทีเดียว"
.
ชีวิตศิลปินของมุนช์ไม่ได้ราบรื่นเลย เรียกว่าขรุขระไปตลอดก็ว่าได้ เพราะความที่ไม่ทราบว่าจะตั้งต้นอย่างไร ยุคแรกๆของเค้า ก็จำลองแบบคนอื่นไปเรื่อยๆ กระทั่งภาพวาดหญิงเปลือยก็มี ซึ่งก็ถูกคุณพ่อของเค้าทำลายทิ้งไปด้วย
.
มุนช์ผู้ได้รับอิทธิพลทางความคิดจาก Hans Jæger คนขวางโลกเจ้าของไอเดีย "พลังแห่งการทำลาย ก็ไม่ต่างจากพลังสร้างสรรค์นั่นแหละ...การฆ่าตัวตายคือบั้นท้ายของชีวิต" ถึงขนาดมุนช์เคยบอกว่า "ผมได้รับแนวความคิดการไม่เชื่อใครหรืออะไรที่ดูดี มาจาก Hans Jæger เยอะทีเดียว"
.
Hans Jæger นี่แหละครับ ที่เป็นคนบอกให้มุนช์ หัดเขียนภาพที่บอกเรื่องราวของชีวิตตนเองเสีย นั่นคือที่มาของภาพ The Sick Child ซึ่งเป็นภาพระหว่างน้องสาวใกล้สิ้นลม จนได้รับผลกระทบทางลบจากนักวิจารณ์เป็นจำนวนมาก
.
ภาพหนึ่งในรูปแบบละครของเค้าเรื่อง หญิงสามขั้น-Women in Three Stages คือตั้งแต่ วัยไร้เดียงสาจนถึงวัยชรา-from innocence to old age ก็คือภาพของ Madonna นั่นเอง
.
ครั้งหนึ่งเมื่อมุนช์กลับบ้านหลังจากภาพขายดีและเดินทางต่อไปยังอิตาลี พร้อมกับสาวสังคมชั้นสูง Tulla Larsen ที่เค้าสนิมสนมด้วย... Larsen ได้ขอให้เค้าแต่งงานกันเธอ แต่เค้าปฎิเสธ... ภาพ The Dance of Life คือส่วนหนึ่งของชีวิตในช่วงนั้น
.
สุดท้าย ภาพที่ขึ้นชื่อที่สุดของเค้า The Scream ผลงานโดดเด่นสุดที่กล่าวกันว่าอยู่ในระนาบเดียวกันกับภาพ Mona Lisa ของ ศิลปิน Leonardo da Vinci's นี้มีถึง 4 เวอร์ชั่นด้วยกัน (โมนาลิซ่า มี 2 เวอร์ชั่น)
.
ภาพ The Scream นี้ หลายคนเพ่งไปที่รูปคนกำลังตะโกนหวีดร้อง แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มุนช์บอกว่า ท้องฟ้าในตอนนั้น สีสันจัดจ้านราวกับโกรธเกรี้ยวใครมาและคำรามร้องตะเบ็งตลอดจนคนต้องอุดหูหนีต่างหาก
.
4 ภาพนี้คือส่วนหนึ่งของผลงานของมุนช์ที่เพื่อนๆจะได้ชมต่อไปนี้...ขอเรียนเพียงว่า มาสแกนดิเนเวียเมื่อไหร่ ขืนไม่รู้จัก เอ็ดเวิร์ด มุนช์ ละก็ เหมือนมาเมืองไทยไม่รู้จัก ศิลปินถวัลย์ ดัชนี เอาเสียเลยปานนั้น เพราะพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับมุนช์มีเต็มไปหมดครับ
.
รูปภาพ
.
ชมภาพของ เอ็ดเวิร์ด มุนช์-Edvard Munch ให้เต็มตื้นเลยนะครับ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/07/2018 1:44 pm

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ใช้เวลาไม่น้อยเลย ขอกลับไปที่ Cloakroom เพื่อเก็บกระเป๋าข้าวของกลับออกไปสู่อาคารอื่นๆนะครับ
.
รูปภาพ
.
KODE 1: The Silver Treasure
.
แล้วเราก็มาถึงตอนที่เรามายังอาคาร KODE 1 ของพิพิธภัณฑ์ศิลป์แห่งเบอร์เก้นที่มีถึง 4 อาคารด้วยกัน
.
ก่อนหน้านี้ KODE 1 มีชื่อเรียกว่า Permanenten เหมือนๆจะเป็นอาคารถาวรหนึ่งเดียว แต่สุดท้ายเนื้องานก็ถูกขยายออกไปเรื่อยๆ
.
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีวัตถุประสงค์เด่นชัดเพื่อรวบรวมงานศิลป์และงานออกแบบต่างๆเป็นการเฉพาะ เปิดดำเนินการตั้งแต่ ปี คศ.1896 และในช่วง 2 ปีหลังนี้ได้รับการปรับปรุงเป็นขนานใหญ่ เปิดให้สาธารณชนได้เข้าเยี่ยมชมได้ง่ายขึ้น โดยเปิดใหม่เป็นทางการเมื่อ 23 พฤษภาคม 2017 นี้เอง
.
อาคารนี้เป็นจุดเดียวที่จัดการแสดงศิลปะเครื่องเงินชุด The Silver Treasure อย่างถาวร ประกอบด้วยเครื่องเงินโบราณของยุโรปและเอเซียจำนวนหนึ่ง ส่วนชั้นและห้องอื่นๆจัดนิทรรศการของบรมครูทางศิลปะหมุนเวียนกันไป
.
ภายใน KODE 1 นี้ยังมีร้านจัดจำหน่ายของที่ระลึกซึ่งออกแบบอย่างวิลิศมาหลา ...ภัตตาคาร...ห้องเด็ก...และห้องประชุมใหญ่ด้วย และเร็วๆนี้จะมีห้องจัดแสดงเครื่องภาชนะต่างๆ และห้องนิทรรศการงานศิลป์อีกต่างหากด้วย
.
อาคารนี้ อยู่ในอีกด้านหนึ่งของอุทยานฯและลาน Festplassen ครับ
.
รูปภาพ
.
ก่อนออกจากอาคาร KODE 2 เราแวะชมร้านจำหน่ายของที่ระลึกอย่างละเอียดว่ามีอะไรต่อมือะไรบ้าง
.
จากนั้น เดินต่อมายัง Bergen Kunsthall หรือ Art Hall ซึ่งเป็น Gallery ศิลปะร่วมสมัย ที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับ KODE เลย เป็นของเอกชน ที่มีงานแสดงต่างๆมากมายในช่วงเย็น แต่ช่วงนี้ในส่วนนิทรรศการมีเพียงห้องครึ่ง มีเพียงผลงานของนักศึกษาเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
แม้จะเข้าชมได้ฟรีด้วยบัตรเบ่ง แต่เราก็เลือกที่จะไม่เข้า โดยชมเฉพาะรายการตามโปสเตอร์รอบๆที่ไม่มีโอกาสได้ชมอย่างแน่นอน
.
เก็บภาพกับรูปปั้น Dansk Pige หรือ สาวชาวเดนมาร์ค-Danish Girl โดย Gerhard Henning (1880-1967) ที่อยู่ในสวนหย่อมด้านหน้า...
.
น้ำพุเล็กๆที่มีรูปปั้นเด็กอยู่ตรงกลางโดย Sofus Madsen (1881-1977) ชื่อ Sprøytegutten หรือ Spray Boy....
.
และ ศิลปะสีแดงล้ำยุคอันผมปีนบันไดไม่ถึงความหมาย แล้วก็ต่อไปยังอาคาร KODE 2 ที่น่าเสียดายว่าปิดเตรียมการอะไรซักอย่าง เหลือเพียงส่วนที่เป็นร้านค้าของที่ระลึกเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
ข้ามถนนไปยังอาคาร KODE 1...ระหว่างนั้น มีแม่บ้านคนไทยเดินผ่านและหันมาทักทายเราด้วยอัธยาสัยไมตรีเมื่อได้ยินภาษาไทยของเราสอง...
.
อยู่ร่วมสนทนากับเธอครู่หนึ่ง จึงทราบว่ามาอยู่ที่นี่หลายปีแล้วโดยแต่งงานกับชาวนอร์เวย์ และเชิญชวนเราไปทานอาหารที่บ้านด้วย แต่เราขอบคุณและปฏิเสธเนื่องจากไม่มีเวลา ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี่อีกครั้งหนึ่งด้วย
.
อาคาร KODE 1 ที่เห็น เป็นตึกด้านข้าง โดยตู้โชว์ด้านล่างมีทั้งรูปปั้นศิลปะที่จัดแสดงในตู้และที่เขาเพิ่งใส่ลังมาส่ง แล้วก็ลุยไปภายในทันที
.
เสาเกลียวสีเงินที่สูงชะลูดเกือบทะลุหลังคาอาคาร น่าจะเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอาคารนี้ว่ามีความเป็น เครื่องเงินอันทรงคุณค่า-The Silver Treasure
มากเพียงไร
.
รูปภาพ
.
เราจะเข้าชมส่วนสำคัญของอาคารนี้ คือ Sølvskatten หรือ เครื่องเงินทรงคุณค่า-Silver Treasure ก่อนเลยนะครับ
.
อัน3RW arkitekter คือบริษัทสถาปนิกที่ชนะการประกวดงานตกแต่งภายในของอาคารนี้ด้วยมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท บนเนื้อที่ 5 พันตารางเมตร และประกอบด้วย...ห้องสมุด..ห้องประชุม..ภัตตาคาร...ห้องเด็ก...และเสาเงินสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในรูปแบบ Neo-Renaissance สไตล์อิตาลี อันบ่งบอกถึงความเป็น
Den Permanente Udstillingsbygning หรือ อาคารนิทรรศการถาวร-The Permanent Exhibition Building นี้
.
เชิญชมเครื่องเงินและทอง ผลงานของช่างในนอร์เวย์กว่า 500 ปีที่ผ่านมาได้เลยครับ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ส่วนสำคัญที่ทางบริษัทสถาปนิกบอกว่า จะสามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาชมครั้งแล้วครั้งเล่าก็คือ สิ่งที่เรียกว่า ตู้โชว์สิ่งควรรู้ควรเห็น-Cabinet of Curiosities อันมีอยู่เป็นด้านต่างๆภายในซึ่งทันสมัยกว่าพิพิธภัณฑ์อื่นๆ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/07/2018 9:18 pm

รูปภาพ

.
ในจำนวนของขวัญในวาระต่างๆที่จัดแสดงนั้น กว่า 400 ชิ้นได้รับการบริจาคจาก นักธุรกิจเดินเรือและธนาคารผู้มั่งคั่งของนอร์เวย์ Christian Sundt หรือ C.Sundt ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์มีหุ่นของเขาตั้งแสดงอยู่เป็นที่ระลึกและสดุดี
.
ห้องนิทรรศการงานศิลป์อื่นๆ ก็ค่อนข้างธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นกว่าที่อื่นๆ

.
รูปภาพ
.
แวะชมร้านค้าของที่ระลึกอันกว้างใหญ่ จบด้วยรูปปั้นของผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์นอร์เวย์ Johan Bøgh (1848–1933) ผู้เป็นนักประวัติศาสตร์งานศิลป์ด้วย
.
รูปภาพ
.
บ่ายกว่า เมื่อท้องเริ่มร้อง เราก็จับรถบัสสาย 12 ไปสุดสาย เพื่อทาน Subway อันหมายตาไว้แล้วตั้งแต่วันแรกที่ห้าง Oasen และถือโอกาสถ่ายภาพหินแกะสลัก We Are All In The Same Boat ที่หน้าห้างเอาไว้เสียเลย
.
กลับมาที่กลางเมือง City Center ผ่านร้าน Tobakk Sorensen อายุ 113 ปี เจ้าดังที่จำหน่ายยาเส้น ซิการ์ กล้องสูบยา ยี่ห้อ Mick McQuaid ตัวละครหรรษาขวัญใจแฟนๆของหนังสือพิมพ์ Irishman ในสมัยก่อน และร้านนี้มีกาแฟจำหน่ายด้วย
.
Tobakk Sorensen เป็นชื่อที่ออกปากกันจนคุ้นของ Sigurd Martin Sørensen ผู้จัดจำหน่ายแต่ยาสูบชั้นดีและมีชื่อเสียงของโลก ที่เปิดมาตั้งแต่ปี คศ.1905
.
เดินต่อมาถึงข้างๆ Bryggen เรือนแถวมรดกโลก กดแช๊ะหน้าอนุสาวรีย์ Ludvig Holberg นักประพันธ์-นักประวัติศาสตร์ แห่งนอร์เวย์ เป็นที่ระลึก
.
รูปภาพ
.
อาคารสดสวยสีฟ้า ของร้านแว่นตา Optiker Svabø ที่ด้านหลังเป็นโดมโบสถ์ Korskirken หรือ Holy Cross Church, Bergen
.
อาคารสีเหลืองแก่ ที่จัดแสดงศิลปะร่วมสมัย KRAFT-center for contemporary craft ที่เราไม่มีเวลาแวะเข้าชม
.
ซุ้มขายของชำร่วยที่มีเสื้อทีเชิ๊ตสวยๆมากมาย...
.
อาคาร Gjensidige ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเงิน ประกันภัย ฯลฯ...
.
อาคารร้านจำหน่ายเครื่องใช้ในครัวเรือน Hjem....ในอาคาร bingo
.
รูปภาพ
.
กลางลานกว้างบนถนน Skostreet หน้าห้าง Xhibition เป็นเหมือนแจกันขนาดใหญ่ที่ไม่ได้บ่งบอกว่าคืออะไร ความหมายใด แต่สวยดี
.
ร้านตกแแต่งทรงผมชื่อดังของสตรี Floke ที่มีป้ายบนจักยาน รับรองว่าบาดกระเป๋าแคว๊กๆแน่ครับ......บ้านสวยมีภาพวาดข้างกำแพงขนาดใหญ่ที่กำลังรื้อ.....แกลลอรี่ทันสมัย...
.
รูปภาพ
.
ตรงอาคารสีขาว ของร้าน Italiensk Pizzeria บนถนน Skostreet มีภาพวาดหนุ่มขาข้างเดียวนั่งทอดอารมณ์ ถามใครก็ไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร แต่น่าจะสำคัญ...ข้างร้านมีนักทานมาออกันเต็ม คงจะราคาไม่แพง
.
ร้านอาหารคาเฟ่เยอะแยะ.... เข้าซอยเล็กๆที่เป็นแกลลอรี่...ผ่านลานขนาดย่อมเป็นที่นั่งทานอาหารของร้านละแวกนี้ มีป้ายรับจ้างสัก-Tattoo อยู่ข้างๆ..ด้านหนึ่งเป็นโฆษณารองเท้าร้าน SKO ที่อยู่ข้างๆที่เป็นร้านไอสครีม Hallaisen ด้วย
.
รถเก๋งเหลืองแจ๊ดยุค '60 จอดเป็นที่ทานอาหารของร้าน Roll & Rock Bar and Diner, Bergen ที่หลายแห่งตกแต่งเพื่อหวนอดีตดึงดูดกลุ่มผู้สูงวัย แต่ลูกค้ากลับเป็นวัยรุ่นวัยหนุ่มไป
.
รูปภาพ
.
รถ '60...ดนตรี '60..คนเสิร์ฟแต่งกาย '60 คือ จุดขายของร้านแบบนี้ รวมทั้ง Elvis Presley ขวัญใจของชาว '60 ทั้งมวลด้วยที่ ยังไม่ตายและไม่มีวันตาย-Never Die ครับ
.
รูปภาพ
.
ทะลุมาด้านที่เคยผ่านมาแล้วตอนเที่ยว Bryggen เห็นร้านแม็คสีขาวเด่นแต่ไกล...รวมทั้งสถานีรถรางขึ้นเขา Floybanan ด้วย
.
รูปภาพ
.
ไหนๆก็ไหนๆ ยังไงก็ไม่ได้เห็นกันอีกแล้ว ขอเก็บภาพเรือนแถวมรดกโลกให้จั๋งหนับที อิอิ
.
รูปภาพ
.
เดินเรื่อยริมน้ำไปจนถึง ภัตตาคาร Statsraaden ซึ่งมีชื่อจำลองมาจาก เรือ 3 สำเภา Statsraad ที่รับเหมานำคนออกเที่ยวและเทรนเรื่องการเดินเรือสำเภาในย่านนี้โดยให้ทำหน้าที่แทบทุกอย่าง...
.
เรือสวยงามติดอันดับโลกนี้ มีประวัติมากมายทีเดียว สร้างในปี คศ.1914 เพื่อฝึกนักธุรกิจชาวเยอรมันให้แล่นเรือใบโดยเฉพาะ แต่ถูกอังกฤษยึดไปในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งถูกซื้อกลับมาในปี คศ.1921 โดยรัฐมนตรีของนอร์เวย์ แต่แล้วก็ถูกยึดโดยทหารเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2 ..ปัจจุบันเป็นสมบัติของ Statsraad Lehmkuhl Foundation เพื่อใช้ฝึกทหารเรือนอร์เวย์ด้วย
.
โน่น..เห็นหอสูง Rosenkrantz Tower ส่วนหนึ่งของป้อมปราการ Bergenhus Fortress หรือ Bergenhus festning แต่ไกลเชียว...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/07/2018 9:20 pm

รูปภาพ
.
วันนี้มีคนเหมาเช่นเคย ...ดูกลาสีสาวปีนขึ้นเสาใบเรืออย่างกระฉับกระเฉง....
.
ไปกันที่ป้อมปราการฯครับ เพราะวันนี้มีเทศกาลสำคัญ
.
รูปภาพ
.
กำแพงข้างๆป้อมมีป้ายโฆษณาว่า ตอนนี้มี Bergen Ølfestival ที่หมายความว่า Bergen Beer Festival และ Bergen Matfestival ที่ไม่ใช่เทศกาลปูเสื่อ Mat แต่เป็น เทศกาลอาหาร-Bergen Food Festival ครับ
.
ผ่านสวนหย่อมที่มีรูปปั้นของ Sigurd K. Asserson ผู้เป็นกรรมการ ของ สมาคมการประมงชาวนอร์เวย์- Norwegian Directorate of Fisheries ตั้งแต่ปี คศ.1918 ถึง 1937.
.
ทางเข้าประดับประดาเสียสวยงามเชียว...ผู้คนหนาแน่นพอใช้ คนอื่นๆจ่ายค่าเข้ากันตามพิธี แต่เรามีบัตรเบ่ง เพียงยื่น Bergen Card ให้เค้าดู เค้าก็ให้ wristband มาสวมข้อมือคนละอัน ซึ่งฟรีเฉพาะค่าเข้าเท่านั้น อย่างอื่นไม่ฟรีจร้า...
.
รูปภาพ
.
งานยังไม่เริ่ม แต่เห็นวิถีชีวิตนักดื่มนักทานทั้งมวลซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวก คนทำงานออฟฟิซ-White Collar ส่วนคนขายก็น่าจะเจ้าประจำตามงานต่างๆพรรค์นี้ครับ
.
รูปภาพ
.
เดินชมไปทั่วๆ ไม่มีอะไรที่ต้องอรรถรส (เพราะแพงมั้ง อิอิ) เพราะเป็นเครื่องดื่มและไส้กรอกเป็นหลัก เราก็จึงถอยทัพ
.
มีป้ายโฆษณาว่า Bong-เตาบารากุ พร้อมเรื่องดื่มราคาเท่าโน้นเท่านี้ด้วย แสดงว่าคืนนี้สนุกกันเต็มที่แน่ครับ
.
รูปภาพ
.
ก็เป็นอันเสร็จสิ้น เบอร์เก้น 4 วันโดยดี ไม่มีเวลาที่จะไปเที่ยวนอกเมืองเช่นเดียวกับที่แพลนไว้สำหรับโคเปนเฮเก้นเลย เพราะฉะนั้น...
.
รูปภาพ
.
ขออนุญาตต่ออีกวันในวันที่ 2 กันยายน 2560 ว่า....
.
เช้าต่อมา เราตื่น อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ค่อยๆเก็บข้าวของลงเนินจากยูธโฮสเต็ลมาที่ป้ายรถเมล์ โดยผ่านซุปเปอร์ไปอีกช่วงนึง...แสดงว่า แต่ละวันเดินไม่น้อยเลย ใช่ไหมครับ
.
จับรถเมล์มาที่ท่ารถบัสระหว่างประเทศ ที่เดิมที่เราลงรถเมื่อ 4 วันก่อน แล้วก็เดินหาช่อง M ตามใบบอกในตั๋ว
.

รูปภาพ
.
ใช่ครับ เราจองตั๋วจากเบอร์เก้น ถึง สต็อกโฮล์มเอาไว้แล้ว ด้วยสนนราคาคนละ 958.50 โคร์น เกือบ 4 พันบาทไทย เพราะจองก่อนแค่ 5 วัน ซึ่งแน่นอนว่า หากจองล่วงหน้า 2-3 เดือนราคาก็จะตกประมาณไม่เกินครึ่งครับ.....
.
แต่ถึงอย่างไร ก็ยังถูกกว่ารถไฟและเครื่องบินที่เราไม่มีโอกาสขึ้นเพราะสัมภาระมากเกินอย่างที่เคยเรียนอ่ะครับ
.
การเดินทางจากเบอร์เก้นไปสต็อกโฮล์มทางบัสนั้น ใช้เวลาทั้งหมด 21 ชั่วโมง โดยนั่งรถตั้งแต่ 9 โมงเช้าเศษ ไปรอรถคันใหม่เพื่อไปออสโล โดยมีเวลาเที่ยวเมือง Fagernes เมืองท่องเที่ยวขนาดย่อม 3 ชั่วโมงเป็นโบนัส แล้วถึงเปลี่ยนรถไปออสโล
.
จากออสโลไปสต็อกโฮล์มช่วง 5 ทุ่ม ถึง 6 โมงครึ่งเช้าอีกรอบ ซึ่งไม่ยุ่งยากอะไร เพราะแต่ละคันนั่งสบายด้วยมีผู้โยสารไม่ถึงครึ่ง และประหยัดค่าที่พักไป 1 คืน
.
รูปภาพ
.
ท่ารถบัสนานาชาตินี้ ก็สะดวกสบายมาก กว้างใหญ่และมีป้ายบอกชัดเจน พนักงานน่ารักทุกคนรวมทั้งคนขับด้วบ
.
รูปภาพ
.
น่าเสียดายที่ห้องน้ำต้องจ่ายตัง และจำเป็นต้องใช้บัตรเคดิต คนละ 12 โคร์นคือ 50 บาทไทย ซึ่งเราสามารถไปใช้บนรถบัสแทนได้ สะอาดประมาณเครื่องบินครับ
.
รถเที่ยวนี้คือรถของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยว Voss และ Flam ซึ่งค่ารถสำหรับ 2 เมืองนี้ ไปกลับในวันเดียว ก็ตามนี้นะครับ
.
Bergen-Voss 1.35 ชั่วโมง ไปกลับ คนละ 180 โคร์น (ล่วงหน้า 2 เดือน 127 โคร์น)
.
Bergen -Flam 2.48 ชั่วโมง ไปกลับคนละ 341 โคร์น (ล่วงหน้า 2 เดือน 241 โคร์น)
.
จะเห็นได้ว่า มีที่นั่งสำหรับทำงานบนโต๊ะในรถบัสได้ด้วย แต่นั่งนอนไม่สะดวกเท่าไหร่ครับ
.
รูปภาพ
.
รถเที่ยวนี้คือรถของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยว Voss และ Flam ซึ่งค่ารถสำหรับ 2 เมืองนี้ ไปกลับในวันเดียว ก็ตามนี้นะครับ
.
Bergen-Voss 1.35 ชั่วโมง ไปกลับ คนละ 180 โคร์น (ล่วงหน้า 2 เดือน 127 โคร์น)
.
Bergen -Flam 2.48 ชั่วโมง ไปกลับคนละ 341 โคร์น (ล่วงหน้า 2 เดือน 241 โคร์น)
.
จะเห็นได้ว่า มีที่นั่งสำหรับทำงานบนโต๊ะในรถบัสได้ด้วย แต่นั่งนอนไม่สะดวกเท่าไหร่ครับ
.
ก็เป็นอันสิ้นสุดการเที่ยวเมืองเบอร์เก้นอย่างสมบูรณ์แล้ว....
.
สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่เคยไปหมู่บ้านสวยๆในสวีส เหมาะอย่างยิ่งครับที่จะพักเมือง Voss และ/หรือ Flam สักหนึ่งคืน ส่วนจะไปเที่ยวที่อื่นนอกจากออสโลด้วย เพราะเที่ยวนอร์เวย์เมืองเดียวละก็ เรียนเชิญตามสบายครับ เพราะตั๋วไปกลับนอร์เวย์ราคาไม่แพง แถมบินตรงจากบ้านเราไม่ถึง 10 ชั่วโมงก็มีครับ
.
สนใจ โทร. KMT 02-6426865-6 ได้เลย...
.
ในภาพเขียนว่า จนกว่าได้พบกันอีก สำหรับเราแล้ว ดูเหมือนจะเป็นชาติหน้า ข่วงสายๆอ่ะครับ...อิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/04/2020 2:38 pm

รูปภาพ.
รูปภาพ
.
Scandinavian Trip Warm Up Infos-อุ่นเครื่องทริป สแกนดิเนเวีย++ 39 วัน
.
เขียน ณ วันที่ 29 มีนาคม 2563
.
สวัสดีครับ
..
เมื่อได้ไปเที่ยว Vilnius-วิลนีอุส เมืองหลวงของ Lithuania-ลิทัวเนีย มาแล้ว ในวันที่ 10-11-12-13 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้โอกาสที่จะรีวิว 3 ประเทศแห่ง Baltic-บอลติค อันประกอบด้วย Riga-ริก้า เมืองหลวงของ Latvia-ลัตเวีย และ Tallinn-ทัลลินน์ เมืองหลวงของ Estonia-เอสโทเนีย อีก 2 ประเทศเสียที
.
โดยจะเริ่มจาก Riga-ริก้า เมืองหลวงของ Latvia-ลัตเวีย ที่เราไปมาเมื่อ 8-9-10-11 กันยายน 2560 (ไม่นับรวมนั่งเรือเฟอร์รี่ 1 คืน) เกือบ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมาก่อน ก็แล้วกันนะครับ
.
ทั้ง 3 เมืองที่ว่านี้ แม้ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะต้องผนวกกับ สแกนดิเนเวีย เข้าไปด้วย คืออย่างน้อยก็ต้องไปขึ้นลงเครื่องที่ Helsinki Finland-เฮลซิงกิ ฟินแลนด์ (เพราะบินตรงไม่มี) แต่ ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง (อ่านว่า ทุกอย่าง แปลว่า ทุกอย่าง) ถูกมากๆ อย่างเบาะๆก็ครึ่งต่อครึ่งละครับ จึงน่าไปเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง
.
ก่อนอื่น เรียนรบกวนเพื่อนๆ คลิกอ่านรีวิว "ข้อมูลทริปสแกนดิเนเวีย++ 39 วัน" ก่อน ที่ลิงค์ bit.ly/3akaSSd นะครับ เมื่อให้มีไอเดียบ้างคร่าวๆ เพราะตอนนั้น เฉพาะ อัตราแลกเปลี่ยนก็แพงกว่าตอนนี้จมเลย คือ
.
Euro-ยูโร 39.50 ยาท
DKK-เดนมาร์ค 5.27 บาท
NOK-นอร์เวย์ 4.21 บาท
SEK-สวีเดน 4.12 บาท
ส่วน Riga, Tallinn และ Helsinki นั้นใช้เงิน Euro-ยูโร ครับ
.
เมื่อเข้าใจเรื่องนี้แล้ว เรื่องอื่นๆทั้งในรีวิวที่ผ่านมาและที่จะเขียนต่อไปนี้ก็คงต่างกันไม่มาก คือปรับเปลี่ยนตามกาลเวลาครับ
.
ระหว่างนี้ ดูลิงค์อารัมภบท bit.ly/2WP2Tsr ไปพลางๆก่อนก็ได้ครับ
.
.
.
รีวิว ทริป สแกนดิเนเวีย++ 39 วัน ที่เขียนแล้ว มีดังต่อไปนี้ครับ
.
.
1. 8 Days in Copenhagen-โคเปนเฮเกน เย็นเย้นเย็นสบาย bit.ly/2QIS1Zm
.
2. Gothenburg-สามวันเบาๆ เกาเทิ่นแบร์ค bit.ly/39g3jut
.
3. Oslo-ออสโลโอ้โฮเฮะ...จะแพงไปถึงไหน!! bit.ly/39g3jut
.
4. Bergen: ฉันรักเธอ...เบอร์เก้น bit.ly/2WMiAAK
.
5. Stockholm--ได้ยินเสียงกลองรัวไหมนั่น..เฟอร์นันโด้ bit.ly/3am0t8M
.
6. It's now or never--ริก้า น่าเที่ยวม๊วกกกกก bit.ly/3duTcoV
.
7. Tallinn-ทัลลินน์ ฟินเว่อร์ bit.ly/2Ji6O9m
.
8. Heading to Helsinki--จะไปเฮลซิงกิลำไหนดี bit.ly/2yaRnxr
.
9. Sibelius Park and Monument--เก็บไว้ในตวามทรงจำ bit.ly/39mMq1n
.
10. Stavanger-พลาด..แต่ไม่ผิด bit.ly/2UxAKDC
.
11. Amazing Scandinavia Plus Holidays--ข้อมูลทริป สแกนดิเนเวีย++ โคเปนเฮเกน bit.ly/3apCsxy
.
12. Roof of Linnahall-ใกล้วันกลับบ้านแว้วววว bit.ly/39g2KAR
.
13. Helsinki--เก็บไว้ในความทรงจำ bit.ly/2JiFx6w
.
14. Scandinavia--ข้อมูลทริป สแกนดิเนเวีย++ bit.ly/3akaSSd
.
15. ข้อมูลทริปสแกนดิเนเวีย++ โคเปนเฮเก้น bit.ly/3bwxIWT
.
16. Copenhagen Walk-เดินท่องโคเปนเฮเก้นกับหน้ากากนกอินทรี bit.ly/2UGV3yo
.
17. With a Copenhagen Card in Hand--บัตรเบ่ง..เจ๋งจุงเบย bit.ly/39mIgGN
.
18. Copenhagen City Centre-เก็บให้หมดทุกหยดหยาด bit.ly/3bvIpcz
.
19. เพื่อนใหม่ในต่างแดน-Thank you for being a friend bit.ly/2UGWvkB
.
20. Hike up Mount Ulriken, Bergen.-เพราะรัก "เขา" สุดหัวใจ bit.ly/3bktKki
.
21. Bergen: Day Two-เบอร์เก้นวันที่สอง bit.ly/3bktSAi
.
22. Bergen Day Three-กว่าจะรักเขาได้ (เบอร์เก้นวันที่สาม) bit.ly/2UF5B10
.
23. Bergen: The Fourth Day-เบอร์เก้นวันที่สี่ bit.ly/2xvJRN5

.
:-)
.
รูปภาพ
.
เรือสำราญ Isabelle Ferry ที่จะนำเราจาก Stockholm ตอน 5 โมงเย็นวันที่ 7 กันยายน 2560 ไปสู่เมือง Riga ในเวลา 11.00 น. ของอีกวัน (โดย ริก้า ลัตเวีย เวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง) ครับ
.
ที่เรียกว่า เป็นเรือสำราญนั้น เพราะข้างในมีทุกอย่างที่เรือสำราญมีครับ ไม่ว่า จะเป็นโรงภาพยนต์ คาสิโน ภัตตาคาร เวทีการแสดง ฯลฯ แต่....
.
ช่วงนั้น เรือนี้อยากจะแวะจอดท่าไหนก็ไม่มีใครว่าตามหลักมาตรฐานสากล ไม่เหมือนเรือสำราญ Diamond Princess ปีนี้ อย่างที่รู็ๆกันครับ
.
ดูข่าวแล้ว ในอนาคตอันใกล้ ไม่ใช่กลัวการเที่ยวนอกอย่างเดียว ว่าจะูกกัก 14-28 วันหรือเปล่าเสียแล้ว เผลอๆอาจจะ กลับมาได้เมื่อไหร่ไม่รู้ อ่ะครับ..... จึ๋ยยยย์ :-(
.
รูปภาพ
.
เขียน ณ 4 มีนาคม 2563
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ bit.ly/39Gcxk5 ครับ)
.
ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตเรียนว่า เราไม่เคยรู้จักเมือง Riga นี้หรอกนะครับ แม้ตอนเที่ยว Moscow-มอสโคว์ ประเทศรัสเซีย จะมีเพื่อนร่วมห้องเอนกประสงค์ในโฮสเต็ล ที่เป็นนักธุรกิจนิสัยดีมาจาก Latvia-ลัตเวีย ก็ตาม ด้วยทักทายพูดคุยกันเพียงวันละนิดหน่อย.....
.
แต่ตอนเสิร์ชหาวิธีเดินทางจาก Stockholm-สต็อคโฮล์ม มายัง Helsinki-เฮลซิงกิ ประเทศ Finland ซึ่งเป็นประเทศสุดท้ายใน 4 ประเทศ Scandinavia นั้น ผมก็พบโดยบังเอิญว่า.....
.
การเดินทางด้วย Ferry-เรือสำราญ ยังมีเส้นทางจาก Stockholm สู่ Riga-ริก้า อันเป็นเส้นทางที่ Popular-ยอดนิยม ไม่แพ้กันแถมยังถูกกว่าไป Helsinki อีกด้วย
.
งั้น....ก็ต้องขอรบกวนปรึกษา อากู๋-Google หน่อย..... ซึ่งแค่เปิดหน้า Images-รวมรูปภาพ เมือง Riga ดูเท่านั้น ก็ต้องมนต์เสน่ห์โดยพลัน....
.
หูยยย..... เมืองอะไรช่างสวยงามจับตาปานนี้...
.
เพราะฉะนั้น ก็เลยต้องเพิ่มเวลาทริปนี้ ให้กับเมืองหลวงของ Latvia นี้ 4 วันเต็มๆ คือ 07-08-09-10-11 (ไม่นับวันแรกที่ใช้เดินทางข้ามคืนตั้งแต่ช่วงเย็น) เพื่อเที่ยวไปพักไป ทดแทนเวลาเดินทางด้วยเรือเดินสมุทรที่ต้องใช้เวลาบนนั้นถึง 17 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งไม่ผิดหวังเลยครับ แม้วันแรกที่มาถึงจะมีฝนตกปรอยๆก็ตาม...
.
เช้าวันที่ 7 กันยายน 2560 เป็นวันที่ต้องออกเดินทางจาก สต็อกโฮล์ม ไปยัง ริก้า และตามประสานักเที่ยวเองสังขารพ้นวัยหนุ่มสาวอย่างเรา ที่แม้ตารางเวลาเรือจะออกคือ 17.10 น. ก็ตาม แต่เราก็ไม่ขอใช้เวลาที่มีก่อนบ่าย 3 โมง (ที่ควรไปเที่ยวอีกก่อน) ไปเตร็ดเตร่ที่ไหนอีก ขอนอนให้เต็มที่จนตื่นเอาก่อน 10 โมงเช้าเล็กน้อย
.
ชำระร่างกายเต็มที่ส่งท้ายและลากกระเป๋าออกมาที่ห้องครัว แล้วก็นั่งเปิด Laptop ดูข้อมูลและเขียนรีวิวเล็กๆส่งเฟสบุ๊คตามระเบียบ...... แล้วก็พบอีกว่า มีรถบัสไปท่าเรือจาก Central Station เที่ยว 14.40 น. ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องรออีก 1 ชั่วโมงเที่ยวถัดไป เพราะการนั่งรอที่ท่าเรือหลายชั่วโมงหน่อยย่อมดีกว่าการรอที่นี่แน่
.
งั้นก็ไปกันตอนบ่าย 2 โมงนี่แหละ
.
แล้วเราก็ลากกระเป๋าออกมาที่ห้องรีเซฟชั่นของ City Hostel - Central Station, Stockholm โฮสเต็ลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ที่อยู่คูหาหนึ่งของตึกใหญ่ดังภาพแรก....
.
บอกลาและขอบคุณเจ้าหน้าที่โฮสเต็ลชื่อ Sara ที่ช่วยเราทุกอย่างขั้นดีมากว่า "Sorry, we won't miss you, cos we could see Zara shops everywhere-ขอโทษด้วยนะที่คงไม่จำเป็นต้องคิดถึงคุณหรอก แค่เห็นชื่อร้านเสื้อผ้า Zara ที่เมืองไหนๆก็เหมือนเห็นหน้าคุณนั่นแหละ" เธอหัวเราะชอบใจตอบว่า "You two are always most welcome here and everywhere- คุณสองคนไม่ว่าไปไหนก็จะได้รับการต้อนรับที่ดีเสมอ"
.
ขึ้นรถสาย 1 ที่ข้างหน้าโฮสเต็ล เพียง ป้ายเดียวก็มาถึง สถานีรถไฟ ด้วยยังมีตั๋วเดินทาง 72 ชั่วโมงที่ใช้ได้อยู่
.
เดินเข้าห้องโถงภายในที่คุ้นเคย (เพราะเคยเลี๊ยะผะกับพนักงาน ร้านสะดวกซื้อ เรื่องตั๋วเดินทางประจำวันที่ซื้อจากเค้ามาก่อนจนกระทั่งสอบถามข้อมูลที่นี่จึงเข้าใจ-เดี๋ยวค่อยเล่านะครับ) กว้างใหญ่ โอ่โถงมาก ผู้คนส่วนใหญ่นั่งกันที่ร้านคาเฟ่ตรงกลาง
.
รูปภาพ
.
เรื่องที่เราพลาดไป ก็คือ ทั้งๆที่ยืนรอตรงประตูทางออกไปรถบัส และมีฝาหรั่งหลายคนยืนเรียงอยู่ข้างๆ เราก็ลืมไปซื้อตั๋วรถบัสที่ "บูธจำหน่ายบัตรรถบัส ไปท่าเรือไปแอร์พอร์ต" ที่นั่นก่อน เพราะที่ผ่านมาสามารถซื้อตั๋วจากโชเฟอร์ได้เลย
.
แต่รถบัสสายนี้ โชเฟอร์ไม่รับเงินสด ต้องใช้บัตรเครดิตเท่านั้น...โชคนี้ที่มีบัตรเครดิตติดตัว (แต่พยายามไม่ใช้เลยนอกจากจำเป็นถึงกว่า 95 %) ไม่งั้น คงต้องไหว้วอนคนอื่นช่วยรูดของเค้าแล้วจ่ายเงินสดให้แทน วุ่นวายเปล่าๆ
.
ค่ารถบัสคนละ 60 SEK (คูณด้วย 4.12=247 บาท) ไม่เบาเลย แต่ก็ต้องยอมครับ....เพราะเคยนั่งรถบัสธรรมดาไปสำรวจเส้นทางมาแล้วว่า ต้องลากกระเป๋าแทบลากเลือด
.
แค่ 20 นาทีนิดๆ ถึงท่าเรืออันอลังการไม่แพ้สนามบิน ซื้อตั๋วเรือพร้อมห้องพักแบบ 2 คน ในราคาที่ (น่าจะ) ถูกกว่าเครื่องบิน..... เพราะสำหรับเรา ซึ่งพักห้อง 2 เตียง ตกเพียงคนละ 3,010 บาทเท่านั้น (แพงกว่าค่าโฮสเต็ลหน่อยเดียว และอาจจะพอๆกับค่าโรงแรมในสต็อกโฮล์ม)
.

รูปภาพ
.
และก่อนเวลาเรือออกประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ลากกระเป๋าไปลงเรือได้โดยไปที่ห้องตามป้ายลูกศรบอก
.
ปรากฎว่า ห้องที่ได้ดันเป็น 2 เตียงแบบ 2 ชั้น เตียงบนต้องขึ้นลงเอา เราก็เลยไปที่บูธบริการ ขอเปลี่ยนเป็นเตียงราบทั้ง 2 เตียง โดยพร้อมจะจ่ายเพิ่ม
.
เจ้าหน้าที่บอกว่า ตอนนี้ยังชุลมันอยู่ ให้เรือออกสัก 10 กว่านาที ค่อยมาใหม่ พร้อมขอให้เรานั่งพักรอที่เก้าอี้รับแขกด้านข้าง
.
รูปภาพ
.
แค่เรือออกได้แป๊บเดียว เจ้าหน้าที่ก็พร้อม เปลี่ยนห้องและออกตั๋วใหม่ให้เราโดยไม่ต้องเสียค่าใช่จ่ายใดๆอีก ดีเยี่ยมจริงๆครับ
.
แน่ะ แน่ะ...ไม่ใช่ธรรมดานะเรา เป็นห้องที่มีม่านหน้าต่างด้วย.... เสียแต่ เปิดม่านออกเห็นเป็นฝาผนังเท่านั้น.... แป่ว
.
รูปภาพ
.
ครู่หนึ่ง เราก็ออกมาสำรวจทั่วๆ ซึ่งเรือสำราญนี้มีถึง 9 ชั้นทีเดียว ส่วนใหญ่เป็นห้องอาหาร มีห้องประกอบการแสดงที่มีเวทีใหญ่ด้วย อย่างที่ผมเคยเขียนเล่าว่า
.
"....สภาพแวดล้อมที่น่าจะไม่ต่างจากโรงแรม 4-5 ดาว เพราะมีทั้ง ห้องอาหาร ผับ บาร์ คาราโอเกะ ดีสโก้ ซาวน่า และ คลับที่มีการแสดงโชว์ระดับนานาชาติ... เรียกว่าไม่มีคำว่าเหงา..... แม้จะแค่นั่งเล่น ก็มีมุมให้พักอย่างเหลือเฟือพร้อมฟรี WIFI ที่แรงใช้ได้..." นั่นแหละครับ
.
รูปภาพ
.
รายการแสดงก็ดูได้ทั้งบริเวณติดป้ายโฆษณาทั่วๆไปและที่เว็บของเค้าครับ
.
รูปภาพ
.
บนดาดฟ้าสิครับ น่าอภิรมย์มาก ลมโชยเย็นสบายเป็นที่สุด
.
รูปภาพ
.
ที่พักผ่อนมีเยอะมากๆ ไม่ได้แออัดเหมือนเรือใหญ่ที่เห็นในหนังอย่างเรื่อง Titanic เล้ย... อิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/04/2020 2:48 pm

รูปภาพ
.
ห้องอาหารมีทั้งแบบเสิร์ฟและบุฟเฟต์ (บุฟเฟ่ต์บนเรือ ก็ราคาไม่แพงครับ คือคนละ 400 กว่าบาท เป็น Grand Buffet ที่ไม่แพ้บุฟเฟ่ต์ตามโรงแรมบ้านเราเลย)...
.
ห้องคาสิโน เพื่อการหายนะย่อมๆก็มี และตู้สล๊อตข้างทางให้หายนะเล็กๆเต็มไปหมด อยากผลาญเงินเหรียญ เรียนเชิญเลยครับ 55
.
รูปภาพ
.
ส่วนที่เราชอบมาก ก็ตรงโต๊ะเก้าอี้โซฟาด้านหนึ่ง ที่นั่งผ่อนคลายชมวิวสบาย ทานสแน็คได้ และ WIFI แรงมากๆ ให้คุณนายคุยกับลูกทางไลน์พร้อมแช๊ะรูปไปฝากด้วย เห็นคุณท่านเล่าว่า "ลูกบอกว่า เหมือนในหนังเลย...." ครับ ฮี่ฮี่ฮี่
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึงตอนสำคัญในซุปเปอร์ฯในเรือ ที่ผมเคยเขียนเล่าอีกเช่นกันว่า
.
"......และที่เยี่ยมยุทธมั่กๆ ก็คือ มีซุปเปอร์มาร์เก็ต ขนาดย่อม จำหน่ายสินค้าอาหารเครื่องดื่มในราคาที่ไม่แพงกว่า ซุปเปอร์ฯในสต็อคโฮล์มอีกต่างหาก...ด้วยเจตนาที่มีให้เพื่อความสะดวกมากกว่าจะคิดหาเอากำไรจากทางนี้จริงๆ
.
ซึ่งผมเจอเรื่องประทับใจเข้าอย่างจัง เมื่อเลือกเบียร์พรีเมี่ยมมา 2 กระป๋องๆละ 3.50 ยูโร แล้วตอนจ่ายเงินที่แคชเชียร์ พนักงานหนุ่มหยิบขึ้นมาถามย้ำผมว่า "คุณทราบใช่ไหมครับว่า กระป๋องละ 3.50 ยูโร?" ตั้ง 2 ครั้ง 2 ครา จนผมเอะใจ ถามกลับไปว่า "ทำไมหรือ มันแพงหรือไง"
.
หนุ่มเครางามตอบว่า "ใช่ครับ ...2 กระป๋อง 7.00 ยูโร..แสดงว่าคุณไม่เห็นมุมโปรโมชั่น 6 กระป๋อง 6.90 ยูโรใช่ไหมครับ?"
.
"หา....จริงหรือ" ผมร้อง....น้องเคราพยักหน้า ผมก็เลยเดินกลับไปที่มุมเบียร์อีกที เมื่อควานหาทั้งซ้ายขวา ก็พบว่า มีอีกป้ายที่อยู่ถัดไปเมตรกว่าๆ ราคา 6 กระป๋อง 6.90 ยูโรจริงๆ
.
จากกระป๋องละ 140 บาท ก็เลยกลายเป็นเหลือกระป๋องละ 46 บาทเท่านั้น..."
.
.มีอีกตอนคือ ตอนออกไปซื้อ คุณนายเคทจะให้เงินผมเป็นเศษเหรียญใส่กระเป๋าเล็กๆไป พอผมบอกว่า "Sorry, I have to pay in coins-ขอโทษที่ต้องจ่ายคุณเป็นเหรียญนะ" เค้าบอกว่า "That's great, we are coins collecter...in the cash register machine-เยี่ยมเลยครับ พอดีเราเป็นนักสะสมเหรียญด้วย.....ในเครื่องรับเงินสดอ่ะครับ อิอิ" น่ารักมากๆครับ
.
รูปภาพ
.
คืนวันที่ 7 กันยายน เราก็เลยเปรมกัน 2 คนในห้อง กับเบียร์ 6 กระป๋อง โค๊กลิตร 3.5 ยูโร พร้อมอาหารที่คุณนายเตรียมมา และ คลิปละคร "บุพเพสันนิวาส" บน Tablet ที่ผมจัดให้......อย่างมีฟามสุขที่สุด อย่าอิจฉาคนจนๆเจียมๆอย่างเราเล้ย 55555
.
เช้าวันต่อมา เดินรับโอโซน บนดาดฟ้าอีกรอบใหญ่ กระทั่งมองไกลๆเห็นฝั่งเมืองต่างๆที่เรือแล่นผ่านกำลังเลื่อนเข้ามาหาทีละนิด
.
รูปภาพ
.
9 โมงเช้า แต่บุฟเฟ่ต์ยังพอมีเหลือ จึงเดินชมพลางๆ
.
บนเรือมีกิจกรรมที่ฝาหรั่งนิยมด้วย คือ Escape Room-ห้องลึบลับ ค่าเข้าราคาหลายตังเหมือนกัน
.
รูปภาพ
.
ที่สำคัญคือ มีบูธให้เราเลือกรูปได้ด้วยว่าจะเอาหรือไม่ เป็นรูปของเราที่เค้าแอบบถ่ายตอนขึ้นเรือ...ลืมถามว่าฟรีหรือเปล่า แต่น่าจะไม่ครับ
.
แล้วเราก็ได้ทราบว่า เวลาที่ ลัตเวีย นั้นเร็วกว่า สแกนดิเนเวีย 1 ชั่วโมง 10 โมงที่นี่ คือ 11 โมงของ ริก้าครับ....
.
อาบน้ำอุ่นในห้องบนเรือจนหนำใจ แล้วเราก็เก็บสัมภาระออกมายืนรอพร้อมคนอื่นๆ
.
รูปภาพ
.
ออกจากเรือ ผ่านด่าน ตม.ลัตเวีย แต่ไม่มีการตรวจอะไร เดินตามคนอื่นออกมายังโถงทางออก จัดการซื้อตั๋วรถบัสจากร้านสะดวกซื้อ คนละ 2.30 ยูโร (x39.50=91บาท) สำหรับ 1 ชั่วโมงเที่ยวเดียว เพราะตั๋วอย่างอื่น (เช่นตั๋ว 24 ชั่วโมง 5 ยูโร 3 วัน 10 ยูโร) ไม่มี ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะวันนี้อาจเดินเล่นทั่วๆหรือค่อยซื้อในเมืองทีหลังได้
.
ห้องนี้เป็นห้องพักผู้โดยสารเรือที่จะออกจากที่นี่ด้วย บูธขายตั๋วก็อยู่ข้างหน้าครับ
.
รูปภาพ
.
ออกมาด้านนอก ถามผู้คนแถวนั้นดู เค้าบอกว่า รถรางอยู่ไม่ไกล งั้นก็เข็นเอย ลากกระเป๋าเอย ไปตามคนอื่นๆก็แล้วกัน
.
เกือบหอบตายทีเดียวครับ.... เพราะไม่แค่ไกลเป็นกิโลแล้วทางยังขรุขระไม่เรียบด้วย โชคดีที่อากาศหนาวเย็น ขืนร้อนอย่างบ้านเรา เห็นทีจะสลบกลางทาง เฮ่อเฮ่อ
.
ถึงป้ายรถจนได้ รถรางมี 2 แบบ แบบใหม่ทางขึ้นลงติดดิน ลากของขึ้นลงสบาย แต่แบบเก่าที่มีประมาณ 30-40% ต้องยกขึ้นบันไดหลายขั้นเลยครับ
.
รูปภาพ
.
สอบถามหนุ่มๆคนท้องถิ่นว่า ที่พักของเราตามที่อยู่ที่ให้เค้าดูว่า ต้องลงป้ายไหน....พวกเค้าบอกว่า "ขึ้นสาย 5 แล้วลงป้าย Opera เลย" ป้ายที่เราขึ้นคือ "Kronalda bulvaris" ครับ
.
และแล้ว เมื่อหนุ่มๆจากไป ก็เจอคุณป้าที่มากับลูกสาวเข้าพอดี เธอลงเรือมาพร้อมๆกับเรา ต้องการมา ริก้า เพื่อซื้อของกลับไปสวีเดน ด้วยถูกกว่าเป็นครึ่ง....
.
เมื่อทักทายพูดคุยกันอย่างสนิทสนมแล้ว เธอก็บอกว่า "ลงที่ป้าย 13 January ใกล้ๆ Central Market-ตลาดกลางใหญ่ ดีกว่า เดี๋ยวลงพร้อมกัน ไม่ต้องอ้อมไกล" ได้ครับ ได้ค่ะ
.
มาแล้วสาย 5 เป็นรถรางแบบเก่า โหย...ยกกระเป๋าขึ้นแทบแย่ เพราะประตูแคบมากๆ.....
.
ระหว่างทาง คุณป้าก็ใจดี ชี้แนะนำสถานที่ต่างๆว่าตรงไหนคืออะไรน่าสนใจยังไง จนกระทั่งถึงป้าย 13 Janvara iela เห็นตึกตลาดกลาง คล้ายๆอาคารหัวลำโพงหลายๆอัน ก็ลงพร้อมกัน..... แล้วเธอก็ชี้ให้ดูว่า ตึกที่เห็นข้างหน้าโน้น ก็ใช่เลย และรับคำขอบคุณจากเราก่อนลาไป
.
ตามธรรมเนียมครับ ผมให้คุณนายรอ เพื่อเดินไปสำรวจเส้่นทางก่อน...
.
ไอ๊หยา....ทางที่คุณป้าบอก ต้องลงอุโมงค์บันไดหลายขั้น เพื่อขึ้นอีกหลายขั้นก่อนไปอีกด้าน ตั้ง 2 บล็อก.... อั้วหม่าย...ไม่เอาครับ
.
ส่วนทางตรงที่ถามคนแถวนั้นว่าตรงไปนู้นเลย ไปไม่ได้ครับ เพราะเค้าทำรั้วกั้นไว้ ซึ่งผมต้องเดินอ้อมไปจนถึงปลายตั้งไกล จนทะลุไปอีกสี่แยก ถามใครก็ไม่มีคนบอกถูก บางรายก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน รีบเดินหนีไป (เข้าใจว่าพูดอังกฤษไม่ได้เลยขี้เกัยจ) ครั้นจะกลับไปด้านที่ตรงกีบตลาดกลาง ก็ต้องเดินไปอ้อมกลับมาอีกที.....สุดท้ายก็ได้ความว่า น่าจะลงรถรางที่ป้าย Opera ตามคำบอกของหนุ่มๆ ก็จะพอดีเลย
.
ชัดช่า.... ผมก็เลยได้วิธีสบถแช่งชักหักกระดูกคุณป้าใจดีคนนั้นยกใหญ่ เป็นคู่เวรคู่กรรมมาแต่ชาติไหนหรือ ไม่น่ามาแนะนำให้ต้องลำบากลำบนเล้ย.....
.
กัดฟันเดินกลับมายังคุณนายหลังจากที่หายไปครึ่งชั่วโมงกว่าว่า "นั่งรถรางกลับไป 1 ป้ายดีกว่าครับ ถ้าตั๋วเกินเวลาค่อยแก้ไขปัญหาทีหลัง".....
.
แล้วเราก็ลากกระเป๋าขึ้นสาย 5 อีกฟากไป คราวนี้โชคดีที่เป็นรถรางแบบใหม่ ลากขึ้นลงง่ายหน่อย
.
เจ้ารถรางเนี่ยก็ช่างกระไร..... ยิ่งรู้ว่าเราใจตุ๊มๆต่อมๆว่าเลยเวลา 1 ชั่วโมงที่มีในตั๋วหรือเปล่า ก็ยิ่งค่อยๆเลื่อนค่อยๆเลี้ยวอีก.... แค่ป้ายเดียวทำไมมันนานจังว่ะ.... เล่นเอาเราเหงื่อไหลโดยใช่เหตุ
.
แล้วเราก็มาถึงป้ายโดยสวัสดิภาพ ลากระเป๋ามาแค่ 100 กว่าเมตร ก็ถึงสี่แยกใหญ่ เห็นห้าง Origo อยู่ข้างหน้า
.
รูปภาพ
.
Yellow Hostel ที่เราจองไว้อยู่ชั้นบน ต้องขึ้นลิฟท์ที่เข้าทางร้าน Mcdonald ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/04/2020 2:50 pm

รูปภาพ
.
ขึ้นลืฟท์มาแล้ว ก็เจอรีเซฟชั่นน่ารักชื่อ Nicky ผู้กำลังเซ้งคนอื่นซึ่งร่ำรี่ร่ำไรไม่ได้เรื่อง เมื่อว่างลง บอกว่าเรามาจากไหน เธอก็ดีใจมากเพราะเคยมาเที่ยวเมืองไทยแล้ว..... จัดการพนมมือ "สวัสดีค่ะ" และให้เราได้ห้องดีที่สุด พร้อมลดราคาให้อีกต่างหาก ตกคืนละแค่ 7-800 บาท (พร้อมอาหารเช้า) เท่านั้นสำหรับห้อง Twin Private ของเรา 2 คน
.
รูปภาพ
.
เป็นโฮสเต็ลที่น่ารักมาก ติดป้ายกระจุ๋มกระจิ๋มต่างๆเช่น..."อย่าลืมบีบขวดพลาสติคเปล่าก่อนทิ้ง"...."อย่าลืมเขียนชื่อบนของที่เก็บในตู้เย็น ไม่งั้นถือว่าใครก็ใช้ได้"....."อย่าลืมเขียนรีวิวให้เราในเว็บด้วยนะ ไม่งั้น.."......"หลัง 23.00 น. โปรดเงียบ"....."ถ้าล้างจานและทิ้งเศษอาหารลงถัง ลิโอนาโด้ ยกแก้วให้เลย"....และ "โน๊ตขอบคุณจากผู้เข้าพักทั้งหลาย" ฯลฯ
.
และห้องของเราพร้อมภาพการ์ตูนบนกำแพงครับ
.
รูปภาพ
.
ห้องของเราอยู่ตรงมุมตึกเลย ช่วงเช้า ณ บริเวณหน้าต่าง เป็นมุมเห็นวิวสวยงามข้างล่าง ที่นั่งเปิด Laptop และเขียนโน่นนี่นั่นสบายเลยครับ
.
เดี๋ยวออกไปเที่ยวกันนะครับว่า...ริก้ามีอะไรบ้าง
.
:-)
.

รูปภาพ
.
Beautiful Old City Riga-ริก้าวันแรก แม้ฝนพรำก็ย่ำได้
.
เขียน ณ วันที่ 6 เมษายน 2563
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ bit.ly/39Gcxk5 นะครับ)
.
เมื่อเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เราก็ลงจาก Yellow Hostel ชั้น 5 มาที่ร้านแมคชั้นล่าง แล้วเลี้ยวขวาออกไปเรื่อยๆทันที โดยไม่มีการเตรียมดูข้อมูลใดๆมาก่อน นอกจากที่ะอจำๆได้ตอนหาข้อมูลแล้ว ทุกอย่างตามใจเท้าทั้งหมด
.
.
ภาพประกอบ คือหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองเก่าริก้า ซึ่งสวยงามน่าเที่ยวเป็นที่สุดครับ
.
รูปภาพ
.
ออกขวาตรงสี่แยกผ่านด้านข้างของร้านแมคไป ง่ายๆก็คือ ต้องการทราบว่า หากเราเดินผ่านอุโมงค์ข้ามถนน ไปตลาดกลาง-Central Market อย่างที่คุณป้าแนะนำ จะเป็นอย่างไร
.
ซึ่งก่อนถึงทางลงอุโมงค์ ก็เป็นบูธขายของเบ็ดเตล็ดแบบเซเว่นฯของเรา คือ Narvesen ที่มีโลโก้ N อยู่ด้านหน้า ให้คนซื้อของเบ็ดเล็ดและตั๋วรถรางรถบัสได้
.
ภายในอุโมงค์ ก็เช่นที่อื่นๆที่เราเคยเจอ มีร้านค้าประปรายชนิดเดินผ่านได้อย่างปลอดภัย
.
ทะลุออกมาชั้นพื้นถนน ผ่านอาคารห้าง Stockmann ที่มีส่วน Kino Citadele ถัดไป ในนั้นมีโรงภาพยนต์ของ Forum Cinema ด้วย
.
ยังครับ...ออกอุโมงค์ขึ้นไปทางป้ายรถรางที่เราลง โดยข้ามถนนไปช่วงหนึ่ง... อือม์ ก็ไม่ไกลมาก แต่ไปตลาดกลางไม่ได้ ก็เลยต้อง...
.
รูปภาพ
.
ลงอีกอุโมงค์ไป ...ข้างล่างมีตู้เอทีเอ็มให้ถอนจากบัตรทุกประเภทได้ด้วยตามโลโก้ต่างๆที่เห็น...ก็ในเมื่อจะไปตลาดนี่เนอะ ไม่ละลายทรัพย์ก็ให้รู้ไป ว่างั้น อิอิ
.
เดินลอดผ่านห้างเสื้อผ้าชาวบ้านแต่ชื่อเก๋ Titaniks Shopping Mall ไป ก็เห็นอาคารโดมแบบโรงงานเก่าหรือหัวลำโพงของเรา ซึ่งก็คือ Central Market ตลาดกลาง อันเป็นแหล่งสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป-Europe's largest market and bazaar เเล้วล่ะครับ
.
ใกล้ๆห้างนั่นเอง มีโต๊ะขายตั๋ว Boat Tour-เรือไม้ขนาดเล็กนำเที่ยวคลองริก้าด้วย สาวคนขายหน้าตาจิ้มลิ้มเลยทีเดียว
.
รูปภาพ
.
เห็นน้ำคลองแล้วสยิวเลย ไม่ใช่ Charming Riga Canal and Daugava River Cruise อย่างที่เห็นในโปสเตอร์ซะแล้ว หนักกว่าคลองแสนแสบของเราอีกครับ เลยปฎิเสธเธอไปว่ายังไม่มีเวลา..หุหุ
.
โน่น สะพานเหล็กโค้งคร่อมทางรถไฟ คล้ายๆแบบที่เคยเห็นบ้านเรา แต่น่าจะสวยกว่า เพราะคนกดแช๊ะกันเยอะ ประมาณเป็นแหล่งเจ๋งที่หนึ่งของริก้าทีเดียว
.
แล้วเราก็ถึงอาคารต่างๆของ Central Market ที่คงมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า จตุจักรของเรา แต่ภายในโอ่โถงโล่งเดินสบายกว่าแยะ
.
เดินชมเรื่อยๆว่า ชาวบ้านท้องถิ่นเค้าชอบทานอะไรกัน แล้วก็เห็นว่า "เห็ด" คืออาหารหลักอย่างหนึ่งของที่นี่ทีเดียว ด้วยมีหลากหลายชนิดมาก
.
รูปภาพ
.
ส่วยภายในอาคารหัวลำโพง ก็เป็นร้านค้าอาหารส่วนใหญ่ ที่หากเป็นเมืองยุโรปที่ของทานราคาแพง เราคงยิ้มกว้างด้วยทราบว่า จะหาไก่ทอดได้จากที่ไหน แต่บังเอิญค่าใช้จ่ายที่นี่ถูกเหมือนบ้านเราอยู่แล้วก็เลยทำเมินได้ ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
มาที่นี่เรียกว่า อยากได้อะไร เค้ามีหมดอ่ะครับ โดยเฉพาะขนมปังบิสกิต มีเยอะมาก
.
ออกมาอีกด้านหนึ่ง ก็เป็นตลาดของกระจุกกระจิกต่างๆและเสื้อผ้าหลากแบบ
.
รูปภาพ
.
ดูสารพัดเห็ด ของเค้าสิครับ ไม่ต้องพึ่งยายฉิม อย่างในคลิป bit.ly/3bWLTVo เลย อิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 05/04/2020 10:47 pm

รูปภาพ
.
แล้วก็เจอส่วนของชอบของคุณนายเคทที่มีเป็นดงเลย...
.
ก็จะอะไรเสียอีกครับ ถ้าไม่ใช่ Amber-อำพัน ที่คุณสุภาพสตรีนิยมไม่แพไข่มุก แต่...
.
ช้าก่อน ผู้ชำนัญการ-Professional ท่านดูแล้ว หันมามุ่ยหน้าว่า "ของปลอมเยอะเลย ตาดีได้ตาร้ายเสียของนักท่องเที่ยวแท้ๆ"...
.
แต่ข้อดีอย่างหนึ่งจากแถบนี้ ก็คือชายหนุ่มเจ้าของแผงคนหนึ่งที่ตอบคำถามของเราว่า "อ๋อ อาหารอร่อยนะหรือ โน่นตรงดงขายดอกไม้เลยคุณ มาที่นี่ไม่ทานร้าน Cepelins ที่ใครๆก็บอกว่า Damn tasty-อร่อยโฆษๆละก็ ถือว่าเสียเที่ยวเลยครับ” ขอบคุณหลายๆ โจ่ยเสี่ยเด้อ....
.
เดี๋ยวเดินชมไปเรื่อยๆก่อน...อือม์ ที่นั่งส่วนกลางเยอะดี ไม่แออัดเหมือนของเรา
.
รูปภาพ
.
และเมื่อถึงดงขายดอกไม้ ก็เจอร้าน Cepelins ที่ออกเสียงว่า เซ่-เพ-ลิส แปลว่า เรือเหาะ (แบบเดียวกับวงดนตรีเฮฟวี่เมทัล Red Zeppelin-เรด เซพพลิ้น เจ้าของบทเพลงอมตะ Stairway To Heaven ที่เสียงกีตาร์ไฟฟ้ามันส์เร้าใจมาก จนคนฟังลืมไปว่า ความหมายแท้ๆของเพลงนี้คืออะไร) อ่ะครับ
.
บ่ายๆอย่างนี้ คนไม่เยอะ ดีเยี่ยมไปเลย ...เจ้เจ้าของร้านนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์คอยรับใบสั่งอาหารและเก็บเงินล่วงหน้า คล้ายๆคาเฟทีเรียบ้านเราครับ
.
รูปภาพ
.
ข้างฝามีภาพถ่ายโบราณที่บอกกลายๆว่า ร้านนี้มีตำนานเป็นหลายสิบหรือร้อยๆปีทีเดียว
.
ชอบมากก็คือ เมนูรายการอาหารเครื่องดื่มที่ดูราคาแล้ว สบายมาก จึงถามเธอว่า "Special-พิเศษ ของวันนี้คืออะไร" และเธอก็บอกว่า "Chicken and Pork Chop Mushroom-ไก่ปั้นทอดและเนื้อหมูสันติดกระดูกกับเห็ด" นึกแล้วว่าต้องมีเห็ด 555...
.
คุณนายรีบบอกว่า "Yes, take both-ใช่เลย เอาอย่างละจาน" เธอถามต่อ "Side Dish-เครื่องเคียงล่ะ" เราก็เลือกเฟร้นช์ฟราย กับ ข้าว...สองอย่าง 7.20 ยูโร ไม่ถึง 300 บาท
.
รอครู่หนึ่ง เธอก็พยักหน้าให้ไปรับอาหารได้
.
โอโฮ...การไม่ได้ทานข้าวสวยมานานๆเนี่ย ทานแล้วสุดแสนจะชื่นใจ แถมอาหารก็สุดแสนจะเลิศรส บอกตัวเองตอนนั้นเลยครับว่า "ต้องมีมื้อหลังอีกแน่นวล" 555
.
ไปเดินเที่ยวต่อครับ
.
รูปภาพ
.
ผลไม้เค้าเยอะมากๆ จนต้องกวนเป็นแยมใส่ขวดเล็กใหญ่ยักษ์ตั้งขายเต็มไปหมด
.
รูปภาพ
.
มาอีกอาคารหนึ่ง เจอร้านโดนัท ที่มีคนเรียงคิวรอเป็นแถว ก็ขอลองหน่อย...... 6 ชิ้นแค่ 0.90 ไม่ถึง 1 ยูโร ชิ้นละ 6 บาท รสกลมกล่อมดีมาก
.
รูปภาพ
.
ไปอีกอาคาร คราวนี้ได้ยินเสียงภาษาไทยจ้อกแจ้กจอแจ เลย ชำเลืองไปดู..... เป็นคณะทัวร์ไทย ประมาณ 10 กว่าคน แต่ไม่ได้เข้าไปแสดงตนนะครับ เพราะพวกเค้ากำลังวุ่นอยู่.... คงมีเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง 45 นาที ในขณะที่เราเวลาไม่อั้นอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ราว 2 ชั่วโมงผ่านไปคล้ายติดปีกบิน จากอาคารโน้นมาอาคารนี้ แล้วเราก็ขอพัก.... คุณนายคุยกับคุณป้าชาวบ้านด้วยภาษามืออย่างสนุกสนาน
.
รูปภาพ
.
ได้จังหวะกลับในทางเดิม คราวนี้เห็นเรือนำเที่ยวคลองฯเลย โห...ช่างมีนักท่องเที่ยวจนได้ 555
.
รูปภาพ
.
แวะเข้าไปในร้าน Titaniks หน่อย...อือม์..ใบหยกขนาดย่อมดีๆนี่เอง
.
ลงอุโมงค์ตรงห้าง Stockmann ไปที่ด้านป้ายรถราง เห็นคนเพียบ... กลับมาที่ร้านแมค แต่ยังไม่ขึ้นไปโฮสเต็ล
.
รูปภาพ
.
เดินข้ามถนนต่อ เจอร้านค้ามากมาย ทั้งบริการแลกเงิน และ...ฮ่าฮ่า..ร้านไก่ทอดของชอบเรา
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 05/04/2020 10:50 pm

รูปภาพ
.
ข้ามกลับมาไปตามทางที่เราผ่านมาตอนมาถึง เห็นตึก Jazeps Vitols Latvian Academy of Music 1873 -สถาบันการดนตรี หลังเบ้อเริ่ม ขอเข้าไปชมหน่อย
.
รูปภาพ
.
หะรูหะราทีเดียว แต่พนักงานขายตั๋วสั่นหน้าบอกว่า "ละครเล่นไปนานแล้ว มาใหม่พรุ่งนี้"..
.
ฮิฮิ รู้จักเราน้อยไปซะแล้ว ทำยังกะถ้ามีตั๋วเราจะชมงั้นแหละ..... เชอะ ช่างไม่ทราบเลยว่า ฉายา "จอมตังเม" อย่างคุณนายหรือเราหาใช่ได้มาเปล่าๆหรือง่ายๆไม่ 555
.
ที่นี่ แค่เดิมเคยเป็น ยิมเนเซี่ยมมาก่อน ตกแต่งทีหลังจนจำไม่ได้เลย
.
รูปภาพ
.
ไม่น่าเชื่อว่า 6 โมงเย็นกว่าแล้ว ยังแจ้งจางปางอยู่เลยครับ
.
เดินต่อไปเรื่อยๆ ผ่านสวนใหญ่ ผ่านอาคารใหญ่อีกด้านของ National Opera-โรงละครแห่งชาติ... เห็นรถรางทั้งแบบเก่าแบบใหม่วิ่งไปมา
.
รูปภาพ
.
มาถึงอีกสี่แยก เห็นร้าน Wok to Walk ขายอาหารผัดแบบต่างๆ... ขอเข้าไปดูหน่อย
.
พนักงานบอกว่า ดูเมนูแล้วก็เลือกเอาว่า ชอบแบบไหน คือ
1. เลือกเส้นสารพัดแบบ
2. เลือกผักสารพันชนิด และ
3. เลือกว่าจะผัดรสชาติอะไร ฮ่องกง ไทย เซี่ยงไฮ้ ไซ่ง่อน ฯลฯ
แล้วก็จ่ายเงินสั่งได้ประมาณ 3.70 ยูโร เค้าจะใส่กล่องแถมตะเกียบให้ (ซึ่งส่วนใหญ่แม้แต่ในหนังก็คีบทานจากกล่อง ด้วยอาจไม่ทราบว่ากล่องนั้นสามารถแบะออกเป็นจานได้) อ่ะครับ .
ส่วนซุปเอย เครื่องดื่มเอย ท้อปปิ้งเอย ต้องจ่ายต่างหาก ราคาไม่เบาครับ
.
อัสดงยังอีกยาวนาน เดี๋ยวค่อยมาต่อนะครับ :-)
.
รูปภาพ
.
ร้านดังๆอินเตอร์ฯทั้งหลาย หายห่วงอยู่แล้วว่าเพียบ ทั้ง KFC...Pizza Hut...ห้าง Douglas...ฯลฯ ไม่ขาดตกบกพร่องเด็ด
.
ร้านอาหารหน้าตึกร้าน Salamander ขายรองเท้า มีภาพเขียนโฆษณา นาฬิกาโบราณ Pulksteni Kas Skaita Gadsimtus ที่สีสันเลือนรางไปเกือบหมดแล้ว
.
ภัตตาคาร Melna Bite ระดับ 4.5 ดาว มีรูปผึ้งอยู่ตรงกลาง....ร้านขนมปัง Baker Berry...และร้านอาหารและบาร์ Omas Briljants ที่ตกแต่งหะรูหะรามาก ต้องขอเข้าไปชมซักหน่อยแล้วก็ต้องร้อง ว๊าว เลย เพราะเปิดประตูก็เจอเคาน์เตอร์บาร์โฆษเท่..
.
ชอบมากก็ร้าน Easy Beer ที่อยู่ถัดไปนี่แหละครับ เหมาะกับหนุ่มสาวโดยเฉพาะ มีก๊อกเบียร์นานาชนิดให้เติมแก้วเองเล้ย...เยี่ยม
.
รูปภาพ
.
ร้านขายของชำร่วย Love Riga คงมาสไตล์เดียวกับ ร้าน I Love.....เมืองโน้นเมืองนี้ ที่เป็นร้านเขื่องขายของฝากตามถนนคนเดินในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ
.
ห้องศิลป์ Lumas...ร้าน Gift Shop..และ
.
Arts & Crafts Store-ร้านจำหน่ายผลงานศิลปะต่างๆ ชื่อ Latvju Lietas-แบบบ้านๆลัตเวีย ที่มี รถถีบสามล้อเหล็กโบราณตั้งอยู่หน้าร้าน (เทศบาลของเค้าคงอนุญาตพิเศษให้ตั้งเด่นเป็นสง่าบนทางเดิน เพราะกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองเก่าริก้าไปแล้ว)....
.
คุณนายเคทได้โอกาส ต้องขอลองซักหน่อย ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
ผ่านไปก็เป็น ร้านสะดวกซื้อ Alko Market...ร้านอาหารที่ตั้งโต๊ะข้างทางแบบที่เห็นทุกที่ในยุโรป ณ จุดนี้ มองไกลไปเห็น โบสถ์เซ้นต์ปีเตอร์-St. Peter's Church โน่น
.
รูปภาพ
.
ร้านอาหารสำหรับขาร็อค Latvijas 1. Rokkafejnica / Reiterna Nams โชว์กีตาร์ตัวยักษ์หน้าร้าน แบบไม่ต้องบรรยายคุณลักษณะให้เปลืองวินาที 555
.
ร้าน เคบับ...บาร์ Irish Pub-ผับไอริช ชื่อ Paddy Whelars....ร้านเบอร์เกอร์ฮ็อตด็อก Nathan's....
อาคารรูปแปลกมีร้าน Golden Coffee ข้างหน้า...ถัดจากอีกด้านของ โบสถ์เซ้นต์ปีเตอร์-St. Peter's Church อีกมุมเป็นร้าน Double Coffee.......บริเวณนี้เป็นลานกว้างที่ผู้คนน่าจะออกันหนาแน่นทีเดียว ถ้าฟ้าไม่ครึ้มจนฝนหยดเม็ดเปาะแปะ
.
รูปภาพ
.
เยอะที่สุดเห็นจะเป็นร้านอาหารตั้งกันติดๆเป็นวงล้อม สาวสวยบริการหน้าตาไม่ต่างจากนางเอกขวัญใจ Scarlett Johansson ถือเมนูออกมาเชื้อเชิญ....ฮึ่ม ถ้ามาคนเดียวและเป็นสายเปย์ละก็ ขออยู่โยงที่ร้านจนเช้าตรูเล้ย...ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
ร้านนี้น่าสนจริงๆ มีวงดนตรีแสดงสด และมีโปรแกรมศิลปินต่างๆติดไว้ให้ดูล่วงหน้าด้วย....
.
ร้าน 琥珀精品-หู่ป้อจิงผิ่น-อัมพันบริสุทธิ์ หายห่วงเลยครับว่า ประสงค์ต้อนลูกค้าจีนเป็นการเฉพาะ....ร้าน S&A ก็ขายอัมพันเหมือนกัน
.
ภัตตาคาร Tokyo City มาเที่ยวย่านนี้เห็นเยอะมาก ค่าเช่าคงไม่หนักหนาอะไร...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 05/04/2020 10:53 pm

รูปภาพ
.
ร้านอาหาร Rozengrals ที่ได้รับการโหวตเป็น The best medieval restaurant-ร้านอาหารยุคโบราณกลางยอดเยี่ยม ตกแต่งหน้าตาและภายในราวกับจะต้อนรับพวกไวกิ้งค์โดยเฉพาะเลย อิอิ
.
ถึงแล้วครับ ภัตตาคารที่มีชื่อเลื่องระบือในหมู่ผู้คนชั้นสูง เพราะที่นี่เรียกตัวเองว่าเป็น ร้านระดับ Hi-Class ที่อาหารล้ำเลิศทุกเมนู แตกต่างจากภัตตาคารอื่นอย่างสิ้นเชิง "อย่าลืมจองโต๊ะล่วงหน้า" ว่าเข้านั่น
.
รูปภาพ
.
ร้าน Cuba Cafe....อาคารสีขาวหลังใหญ่ของ Latvia Radio-สถานีวิทยุลัตเวีย....อาคารสลักสลวย Art Museum Riga Bourse-พิพิธภัณฑ์ศิลป์ริก้า และ...
.
ด้านข้างของ Dome Church-โบสถ์ยอดกลม หรือชื่อทางการว่า Riga Cathedral-มหาวิหารแห่งริก้า มีหุ่นทองเหลืองรูปสัตว์ในวรรณคดีโบราณ ตั้งเรียงราย
.
รูปภาพ
.
รถที่เห็นคือรถบาร์เบียร์-First Beerbike in Riga ที่ให้คนนั่งดื่มเบียร์ เอาเท้าช่วยกันถีบ และเคลื่อนไปรอบๆ แต่ยามนี้หาลูกค้ายากสสส์
.
ร้านอาหารอื่นๆตกแต่งแบบทันสมัยน่านั่งในยามปรกติจริงๆ
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพมหาวิหารแห่งริก้า แล้วก็เดินมุ่งหน้าไปทางยอดหอโบสถ์สีเขียวอ่อนของ St. John's Church โบลถ์ที่สร้างในศตวรรษ13 โน่น
.
รูปภาพ
.
อาคารอลังของ สถานกงสุลออสเตรีย...ร้านอาหาร Lasite ตกแต่งแบบโบราณอีกแล้ว โดยเอารถขนของในอดีตมาประดับหน้าร้าน...
.
แล้วก็เห็น โบสถ์เซ้นต์จอห์น แบบเต็มๆ
.
รูปภาพ
.
ร้านอาหารเม็กซิกัน El Santo X ที่มี ทาโก้อร่อยมาก....อยู่ข้างๆ โบสถ์ Our Lady of Sorrows Church....
.
ร้านอาหาร Vecmeita Ar Kaki-Maiden with a cat-สาวสวยกับน้องแมว...
.
หอสีขาวเป็นป้อมคือ Presidential Residence & National Museum-ทำเนียบประธานาธิบดี และ พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ
.
ชักมืดแล้ว ขอเดินทะลุออกไปทางแม่น้ำดีกว่า
.
รูปภาพ
.
ผ่านคาสิโนใหญ่ มองไปเห็นสะพานเหล็กโค้งไม่ไกล...อาคารระฟ้าต่างๆ...อาคารห้องสมุดแห่งริก้า....
.
แล้วก็มาถึง Latvian Riflemen Monument-อนุสาวรีย์นักปืนไรเฟิลของลัตเวีย ซึ่งค่อนข้างอื้อฉาว เพราะฝ่ายหนึ่งเห็นว่า เป็นการแสดงถึงอิทธิพลเลนิน โซเวียตในอดีต สมควรรื้อทิ้ง....ในขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นสัญลักษณ์ของการโค่นล้มระบอบคอมมิวนีสต์ที่น่าคงไว้เป็นอนุสรณ์
.
บริเวณนี้ คือ มหาลัยเทคนิคริก้า ที่เป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวทั้งมวล...
.
รูปภาพ
.
ไม่ไหวแล้วครับ ขอกลับก่อนดีกว่า ย่ำคืนไปยังทางเดิม ที่มีร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร มากมายตามรายทาง จนเป็นเส้นรถราง ก็ทราบว่าเดินไปต่ออีกไม่ไกลแล้ว
.
3 ทุ่มหน่อยๆ สำรวจเพียงคร่าวๆไม่ได้เจาะลึกอะไร..ขอเข้าห้องนอนก่อน ราตรีสวัสดิ์ครับ
.
:-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/04/2020 3:48 pm

รูปภาพ
รูปภาพ
.
Riga Day II-ริก้าวันที่สอง
.
เขียน ณ วันที่ 9 เมษายน 2563
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ bit.ly/2wpquFy ครับ)
.
รุ่งอรุณวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2560.... ตื่นสายหน่อยคือจวนๆ 9 โมงเช้า เพราะเมื่อคืนอากาศหนาวมาก ซุกผ้าห่มหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องเลยครับ
.
ออกไปห้องน้ำ ผ่านห้องรวม 6 เตียงที่เปิดประตูแง้มอยู่ อดประหลาดใจเล็กๆไม่ได้ ด้วยมีฟูกกางอยู่ข้างเตียง 2 ชั้นบนพื้นทางเดินรกรุงรัง...
.
สอบถามนิกกี้ดู เธอแบะมือเบ้ปากเล่าว่า....พวกสเปน-Spanish นี้ มากันชายหญิง 10 คน อยู่ 2 ห้องไม่ชอบๆอยูห้องเดียวเบียดๆอย่างที่เห็น แบบอยากจะนอนด้วยกัน..."They want to do like that, what to do, I let them do-ก็พวกเค้าอยากได้อย่างนี้ แล้วฉันจะทำไงได้ ก็เชิญตามสบาย.."
.
5555 อัดกันเป็นปลากระป๋องเลย ถ้าอากาศไม่หนาวเย็นอย่างว่า คงหายใจไม่ออก...แต่อยู่ห้องเดียวกันอย่างนี้ ข้อดีคือไม่เหงา เม้าธ์กันระเบิดเลยทั้งชายหญิง...
.
ชำระร่างกายเรียบร้อย เดินไปที่ห้องส่วนกลาง เพื่ออาหารเช้า ปรากฎว่าคนเยอะเลย ต่างพากันแย่งทานขนมปังปิ้ง ชา-กาแฟ และผักสด ผลไม้.. ที่เค้าจัดไว้ให้ เราสองก็เลยยกกาแฟคนละแก้ว กลับมาทานที่ห้องเท่านั้น
.
คนจำพวกหนึ่ง ที่ส่วนมากเป็นฝาหรั่งแบกเป้เที่ยวทั้งชายหญิงนี่ แปลกหน่อยครับในเรื่องการใช้เงิน... คือมักจะขี้เหนียวในบางเรื่อง (เช่นเรื่องทิป ถ้าไม่บังคับ อย่าหวัง) แต่ซื้อเบียร์เป็นว่าเล่นไม่เสียดายตัง และถ้าอะไรที่เป็นของฟรีในโฮสเต็ลละก็ ต่อให้โกลาหลเพียงไร ก็ยอมแย่งยอมแซงไม่ปล่อยทิ้งโอกาสเด็ดขาด จึงไม่ต้องถามว่า มีการแอบหยิบของทาน เช่นไข่ต้ม ครัวซอง ผลไม้ ออกไปด้วยหรือเปล่า (โดยไม่แคร์ว่าเหลือพอสำหรับคนหลังไหม) เพราะเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาไปและเจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากพูดให้เสียไมตรีครับ
.
วันนี้ ดูข้อมูลคร่าวๆแล้ว เราก็ออกลุยเลย โดยมุ่งไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-Tourtist Information Center ตรง จัตุรัสศาลากลาง-City/Town Hall Square ที่เราผ่านตอนขากลับเมื่อคืน ซึ่งไม่ไกลมาก
.
.
ภาพประกอบ คือรายการแสดงที่ Kalnciema Quarter Market ในงาน Local Food & Craft-อาหารและงานศิลปะท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในทำเล "มรดกสถาปัตยกรรมบ้านไม้เก่าแห่งยุโรป-European wooden architecture heritage" ที่มีทุกวันเสาร์ครับ
.
รูปภาพ
.
วันนี้ออกซ้ายจากหน้าห้าง McDonald ไปเรื่อยตามเส้นทางที่ไปเมื่อวาน.... ผ่านอาคารใหญ่ Merkela Pasaza-Mark's arcade ที่มีโรงเรียนสอนขับรถยนต์อยู่ในนั้นด้วย
.
อาคารสีเทาแก่ คือ โรงละครสัตว์ริก้า ที่เงียบเหงาเหลือเกิน
.
ถูกต้องแล้วครับ ริก้ามีระบบขนส่งมวลชนที่ยอดเยี่ยมมากๆ จะรถบัส รถราง รถนำเที่ยวแบบ Hop on hop off มีเยอะมาก...... แม้กระทั่งแท๊กซี่ที่อัธยาศัยดี น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ใช้เลยอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
เดินต่อไปก็คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งมีโรงละครแห่งชาติ-Latvian National Opera โดดเด่นอลังการอยู่มุมหนึ่ง ด้านหน้าจัดเป็นลานไม้ดอกอย่างงดงามสะดุดตายิ่ง
.
นอกจากรายการละครแล้ว ยัวมีการแสดงบัลเล่ต์เนืองๆด้วย
.
รูปภาพ
.
เลยอาคารที่หัวมุมเป็น ร้านแม็ค อีกสาขาหนึ่ง คือ The Freedom Monument-อนุสาวรีย์เสรีภาพ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีเหล่าทหารกล้า ในสงครามลัตเวียเพื่อประกาศอิสรภาพ แบบเดียวกับ อนุสาวรียชัยสมรภูมิของเราอ่ะครับ
.
สร้างขึ้นและเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน คศ. 1935 โดยการระดมทุนจากประชาชนทั่วไป
.
ล้อมรอบบนฐานคือ รูปปั้นเหล่าทหารในอิริยาบทต่างๆ ส่วนยอดสูงคือ Mother Latvia-พระแม่แห่งชาติ ยื่นสองมือยกดาว 3 ดวง (อันหมายถึงดาว Kurzeme, Latgale, Vidzeme อันเป็นสัญลักษณ์ของอิสรภาพเสรี) สุดแขนเหนือศีรษะ
.
ส่วนเสานาฬิกา Laima Clock นี้สร้างขึ้นในวาระครบรอบ 100 ปีของสาธารณรัฐลัตเวีย ด้วยงบไม่เบาเลยคือ 106,000 ยูโร หรือประมาณ 4 ล้านบาทไทย.....
.
ที่นี่เป็นจุดรวมตัวทางการเมือง เวลามีเหตุการณ์สำคัญต่างๆครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าเขตเมืองเก่าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมีร้านสะดวกซื้อ Circle K ที่มีเยอะในเกาหลี ฮ่องกงด้วย
.
ร้านอาหารใหญ่ระดับ 4 ดาว Kalku Varti....อีกร้านหนึ่งติดภาพวาดสรรพาหารริมน้ำ บนกำแพงตึก และ....
.
ป้ายโฆษณาขนาดยักษ์บนกำแพงตึกของ ห้างสรรพสินค้า Galerija Centrs ซึ่งเป็นห้างที่ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี คศ.1938
.
ร้านเสื้อผ้า NewYorker ที่กินเนื้อที่หลายคูหาเลย
.
รูปภาพ
.
บริเวณลานกว้างมีบูธขายสินค้าเครื่องประดับมากหลาย ที่ต้องให้เวลาคุณนายครู่ใหญ่
.
รูปภาพ
.
สวนดอกไม้ตรงกลางที่ทำเอาร้านอาหารแถวนั้นพลอยดีไซน์หน้าร้านให้อยู่ในเฉดเดียวกันด้วย
.
โว้ว..ร้าน Moon Shine ที่แปลได้ทั้ง จันทร์ฉาย หรือเหล้าเถื่อน เป็นร็อคคาเฟ่อีกแห่งที่มีรถเก๋งรุ่นโบราณให้เราโผล่หน้าในช่องเพื่อถ่ายรูปด้วย ...เสียดายมี 2 ช่อง แต่ไม่มีใครอื่นแถวนั้นให้วานกดแช๊ะให้เรา ก็เลยได้รูปผมคนเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
ผับแห่งหนึ่ง มีหุ่นลุงยกแก้วเบียร์ตรงมุมตึกชั้น 2 ด้วย....เมนูอาหารของร้านแถวนี้ ยั่วยวนใจชะมัด อิอิ
.
รูปภาพ
.
ถึงแล้วครับ...อาคารโบราณ House of the Blackheads-Melngalvju nams-บ้านชาวศีรษะดำ ที่วันนี้ไม่ได้เห็นของจริงๆ บน Town Hall Square-จัตุรัสศาลากลาง เพราะกำลังบูรณะอยู่ แต่เค้าก็เอาผ้าภาพวาดบังไว้จนดูไกลๆไม่ออกทีเดียว เยี่ยมมากๆ
.
อนุสาวรีย์ตรงกลางเป็น Knight Roland-อัศวินโรแลนด์ ที่ชักดาบตั้งท่าพร้อม บ่งบอกว่า บริเวณรอบๆนี้ จะได้รับการดูแลปกป้องอย่างดีที่สุด
.
House of the Blackheads-Melngalvju nams-บ้านชาวศีรษะดำ เป็นสมาคมของชายโสดที่เป็นพ่อค้าวาณิช เจ้าของเรือ หรือชาวต่างชาติในยุคหนึ่ง
.
ปัจจุบัน ที่นี่นอกจากเป็นพิพิธภัณฑ์อีกแห่งหนึ่งแล้ว ยังมีโถงจัดงานพิธีการต่างๆ ทั้งการเต้นรำบอลรูม พิธีต้อนรับผู้นำนานาประเทศ และกิจกรรมเอนกประสงค์ต่างๆที่ ล้วนหะรูหะราสำหรับผู้คนในแวดวงสังคมชั้นสูง...รวมทั้งเป็นสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ต ละคร โอเปร่า ฯลฯ ด้วย
.
ชั้นบนของอาคารเคยเป็นทั้งทำเนียบประธานาธิบดี และห้องทำงานของคณะรัฐมนตรี....
.
อาคารสมาคมฯนี้ เคยถูกบอมพ์ครั้งแรกโดยเยอรมันในช่วงสงครามโลก คศ.1941 แถมซากที่เหลือยังถูกทำลายโดยทหารรัสเซียอีกครั้งในอีก 7 ปีต่อมา กระทั่งได้รับการปฎิสังขรณ์ขึ้นมาอีกครั้งโดยเงินส่วนหนึ่งมาจากการบริจาคของมวลชน และมีการให้พวกเค้าเหล่านั้นกว่า 5 พันคน วางอิฐกำแพงคนละก้อนเป็นสัญลักษณ์ ในวันที่ 9 ธันวาคม คศ.1999 ด้วย
.

รูปภาพ
.
ภาพจากเน็ตที่เห็นนี้ คือสมาชิกสมาคมฯ และอาคาร ศาลากลาง-Ratslaukums และอนุสาวรีย์ของ Knight Roland-อัศวินโรแลนด์
.
รูปภาพ
.
เข้าไปในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่กว้างใหญ่ มีเอกสารแจกมากมาย
.
เจอคุณป้าหัวหน้าทัวร์ที่ปล่อยลูกทัวร์อิสระและท่านเข้ามาหลบหนีความชุลมุนในนี้ด้วย
.
ได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่อย่างอบอุ่น และรับแผนที่เอย เอกสารเอย มามากมาย
.
ด้านนอกศาลากลาง คืออาคารสีน้ำตาลของมหาลัยเทคนิค...ส่วนอาคารสีดำทะมึนเป็นห้างสรรพสินค้า Rates pasaza และสำนักงานธุรกิจต่างๆ
.
จักรยาน 3 ล้อขายตั๋ว Sight Seeing Bus-รถทัวร์นำเที่ยว ซึ่งแผนที่ที่เค้าแจกเป็นประโยชน์ยิ่ง
.
รูปภาพ
.
แผนที่เมืองริก้าที่ได้รับแจกมา เป็นประโยชน์ยิ่ง มองปราดเดียวก็ทราบว่าอะไรเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและอยู่ตรงไหนบ้าง
.
รูปภาพ
.
สำหรับใครอยากเข้าพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ก็สามารถซื้อ Riga Pass-บัตรอภิสิทธิ์ริก้า ได้ ในราคา 24 ชั่วโมง 25 ยูโร....48 ชั่วโมง 30 ยูโร...72 ชั่วโมง 35 ยูโร ก็จะเข้าแหล่งท่องเที่ยวตามลิสต์ และใช้รถบัสรถราง ได้ฟรีตามเวลาครับ
.
รูปภาพ
.
ส่วนบัตรเดินทางด้วยขนส่งมวลชน อาทิ รถราง รถบัส ก็มีตารางเวลาบอกอย่างละเอียดว่าแต่ละอย่างราคาเท่าไหร่..... แต่เรานิยมตั๋ววัน (ไม่ใช่ 24 ชั่วโมง) มากกว่า จึงซื้อแบบ 3 วันคนละใบๆละ 10 ยูโรครับ
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพกับหนุ่มขายรถทัวร์นำเที่ยวอีกเจ้าหนึ่ง และได้รับแจกแผนที่มาดูซึ่งก็คล้ายๆกัน
.
บริเวณลานจัตุรัสศาลากลางนี้ คือที่ที่เรามาแล้วเมื่อคืน ซึ่งจะเห็น อนุสาวรีย์นักปืนไรเฟิล อยู่ข้างๆ
.
ไปกันครับ เดินเที่ยวซอกซอนไปได้กว้างไกลเลย เพราะดูแผนที่แล้ว ทุกแหล่งท่องเที่ยวจะอยู่เป็นกระจุกครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/04/2020 9:59 am

รูปภาพ
.
คุณนายบอกว่า "ไปกันต่อตามคณะทัวร์ที่รวมกลุ่มล่วงหน้าไปก่อนดีที่สุด".... แล้วเราก็พบว่า ทุกคนมากันที่ Riga Cathedral-มหาวิหารริก้า หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า Riga Dome นั่นเอง เพื่อจะมาดูคอนเสิร์ตคลาสสิคในตอนเที่ยง ตามโปรแกรมที่เห็นมีจัดทุกวัน
.
รูปภาพ
.
ขอแวะเข้าไปชมหน่อยนะครับ....อือม์ หะรูหะราอลังการเอาเรื่อง ทำเอาบริเวณห้องขายตั๋วคราคร่ำไปเลย ซึ่งยังไงเราก็ไม่ชมอยู่แล้ว ยิ่งทราบว่า ตั๋วคนละ 10 ยูโร เพื่อดูการแสดงแค่ 20 นาที ยิ่งตัดสินใจได้เกลี้ยงเกลายิ่งขึ้น แหะแหะ
.
รูปภาพ
.
ตึกสีน้ำตาลข้างๆนี่สิครับ น่าสนใจ เพราะเป็น พิพิธภัณฑ์ศิลป์ หรือ Art Museum Riga Bourse ซึ่งหากมีบัตรริก้าพาสส์ ก็สามารถเข้าชมฟรีได้
.
ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่า งานศิลป์ที่ห้อยระโยงระยางกลางโถงนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่คุณนายเดินนำมุ่งลงชั้นล่างไป Cloakroom-ห้องเก็บเสื้อคลุม+กระเป๋าเป้ ตามป้ายบอกเลย เพราะทราบว่า ที่นั่นมีห้องน้ำอ่ะครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพมหาวิหารเต็มๆอีกครั้ง...ภาพโปสเตอร์โฆษณารูปรถม้าของพิพิธภัณฑ์ศิลป์ดูโบราณขลังดี....อาคารสถานีวิทยุลัตเวีย...แล้วก็เดินออกไปทางร้านอาหารริมทาง
.
ภาพวาดบนกำแพงตึก มีคำขวัญเป็นภาษาลัตเวียว่า Kads kurs saka "Tas nav izdarams" nekad nedriksteitu partraukt kadu kurs to dara
.
โห..กว่าจะคีย์ได้ ใช้เวลาเยอะทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อใช้การแปลแบบ Off Line แต่ความหมายดีมากครับ คือ
.
Someone who says "It can't be done" should never stop someone who does it
--ใครก็ตามที่ชอบพูดติดปากว่า "ทำไม่ได้หรอก" นั้น ก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าให้เป็นการตำหนิจนคนอื่นไม่กล้าทำไปด้วยก็แล้วกัน
.
แหม...แบบนี้เจอบ่อย ประเภท "ตัวเองทำไม่ได้ แล้วเพ้อเองว่า คนอื่นก็น่าจะทำไม่ได้ด้วย เลยยืนเป็นจระเข้ขวางคลอง (หนักกว่า มือไม่พายเอาเท้าราน้ำอีก) ซะงั้น" จริงไหมครับ
.
รูปภาพ
.
อันนี้สิครับ น่าสนใจมาก เพราะเป็นคาเฟ่ Parunāsim kafe'teeka ที่ติดป้ายหราว่า บรรยากาศโรแมนติกที่สุดในเมืองเก่า-The most romantic cafe in old town ว่าเข้านั่น
.
ข้างนอกตกแต่งได้สะดุดตาดี มีรถกอล์ฟทัวร์มาคนมาเที่ยวชมด้วย แถมหน้าประตูติดไว้ว่า "Free Hugs at the bar-เข้าไปสิ ได้กอดหรือถูกกอดฟรีด้วยนะ"
.
เท่าที่ดูภายใน ก็ไม่น่าทึ่งอะไรมากนัก คือเหมือนๆจะตกแต่งเลิศล้ำ แต่เป็นไปแบบ รกๆ นีสส์นึงครับ...ไม่แน่ ข้างบนอาจจะน่าทึ่งก็เป็นได้ แต่เราไม่ได้ขึ้นไปชมนะครับ
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพบริเวณนั้นได้หน่อย พลันได้ยินเสียงแตรดังมาตามลม หันไปดูก็เจอ 2 ลุงกำลังเป่าโหยหวนอยู่ที่หน้า ตึก 3 หลังพอดี มีคนยืนมุงดูเยอะ
.
ฮ่าฮ่า...นี่ไงครับ The Three Brothers-สามพี่น้อง นั่นเอง
.
อย่าได้ดูเบานะครับ ที่นี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆของริก้าเลยทีเดียว ประกอบด้วยตึก 3 หลัง ที่สร้างขึ้นคนละช่วง แต่เป็นตึกเก่าแก่ที่สุดในเมืองเก่าริก้า ด้วยสร้างในยุคศตวรรษที่ 15 โน่น
.
แต่ละตึกจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน คือหลังหนึ่งบ้านเลขที่ 17 เป็นสไตล์โกธิค ข้างในเป็นเพียงห้องพักใหญ่และใช้เป็นโกดังเก็บของในยุคโน้นมากกว่า
.
หลังหนึ่ง บ้านเลขที่ 19 เป็นแบบดัชท์
.
ส่วนหลังสุดท้ายบ้านเลขที่ 21 นั้น เป็นแบบ บาร็อค ครับ มาสร้างเอาอีกศตวรรษต่อมาเลย
.
อาคารทั้ง 3 หลังในนาม สามพี่น้อง นี้ เพิ่งได้รับการประกาศเป็น European Heritage Label-ตราสัญลักษณ์มรดกแห่งยุโรป ในวันที่ 1 เมษายน คศ.2020 นี้เอง
.
แหะแหะ สำหรับคนศีรษะทื่ออย่างเราสอง ก็คงคิดในใจว่า "เฮ่อ ดูโกดังเก่าที่ฮาโกดาเตะ หรือ ล้ง 1919 บ้านเราน่าสนกว่าแยะเนอะ" อิอิอิ
.
รูปภาพ
.
พลันก็มีรถแต่งงานของบ่าวสาวคู่หนึ่ง บีบแตรยาวขับเลื้อยเข้ามาพอดี ผู้คนปรบมือกันใหญ่ เล่นเอาสองลุงเป่าแตร งอลล์ไปเลย
.
เดินชมไปเรื่อยๆนะครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านอาหาร The Good Father เมนูหลากหลายดี แต่เค้าว่าขึ้นชื่อเรื่อง พิซซ่า อ่ะครับ
.
บางร้านมีเก้าอี้นั่งด้านหน้าคล้ายๆเก้าอี้ของโรงหนังในสมัยเก่าเลย
.
ถึงตรงนี้ ได้เห็นความแปลกประหลาดของคนยุโรปอยู่อย่าง คือ...
.
ลุงคนนึง เอาภาพวาดศิลปะหลากหลายขนาดออกมาตั้งโต๊ะเล็กๆขาย เห็นแล้วอยากอุดหนุนเป็นการช่วยเหลือมั่ง...แต่ทราบไหมครับว่า
.
แกหันมามองแบบมึนตึงเล็กๆและเปรยว่า "Where do you from, Chinese?-คุณมาจากไหน เป็นคนจีนเหรอ?"
.
ผมก็เลยชะงัก แล้วแกล้งซักต่อทีละรูปละรูปว่า ราคาเท่าไหร่ ที่ไหน หมายความว่าอะไร ให้แกเซ็งเล่น แล้วก็เดินจากไป
.
คนยุโรปก็ประมาณนี้แหละครับ นึกอยากจะทำมาหารับประทานบ้าง แต่ก็ติดนิสัยเย่อหยิ่งแบบเก่าๆมาโดยหารู้ไม่ว่า โลกเปลี่ยนไปมากเพียงไรแล้ว ไม่ได้สำเหนียกเลยว่า คนที่เค้าร่ำรวยจากการค้าขายนั้น ต้องเอาอกเอาใจเป็น ทั้งคนผิวดำเอย แขกซาอุฯเอย และคนจีนที่โล้งเล้งโช้งเช๊งเอย มากน้อยเพียงไร...
.
อดนึกถึงครั้งหนึ่ง ที่ Český Krumlov ไม่ได้ คือตรงบริเวณลานกว้างที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายภาพ เมืองเก่าในมุมโค้งนั้น มีนักดนตรีหนุ่ม 2 คน คนนึงเล่นออร์แกน อีกคนสีไวโอลิน บรรเลงเพลงขอค่าทิปแบบศิลปินเปิดหมวกทั่วไป
.
ด้วยความนิยมและชอบช่วยเหลือประดาศิลปินอยู่แล้ว ผมจึงเดินไปกระซิบว่า "เล่นเพลง Edelweiss ให้หน่อยสิคุณ รู้จักใช่ไหม" ว่าแล้วก็ฮัมทำนองให้ฟัง
.
ปรากฏว่า เจ้าคนดีดออร์แกนตอบว่า "ได้สิ ปีหน้าเดือนกรกฎาคม แวะมาฟังนะ" ...โอ้ แม่เจ้า
.
ผมเลยรับประทานกลับไปชั๊วะๆว่า "Right, I'm sure you both will be around here for a very long time-ได้เลย ผมมั่นใจว่าคุณทั้งสองคงบรรเลงอยู่แถวนี้อีกนานเลยแหละ"
.
พวกนี้ต่างจาก คนผิวดำ ผิวเหลืองเอเซีย ที่มาจากจาไมก้าเอย ตรุกีเอย แขกเอย ที่ฟังเราขอเพลงปุ๊บก็เข้าใจเลยว่า เราอยากจะให้ตัง (ปรกติก็ 2 ยูโร ต่างจากฝาหรั่งที่เห็นให้แค่เศษเหรียญเซ็นต์) ค้อมศีรษะอย่างนอบน้อมและบรรเลงทันที
.
อีกครั้งที่สวน มิราเบล ในซาลเบิร์ค แขกหนุ่มซอมซ่อคนนึงยืนสีไวโอลินอยู่ข้างรั้ว ผมก็กระซิบว่า "เล่นเพลง You are 16 going on 17" เพลงในหนัง The sound of music ให้หน่อยสิ" ปรากฏว่า เค้าสั่นหน้าเศร้าแบบน่าสงสารทำนองขอโทษที่เล่นไม่ได้ทั้งๆที่ผมฮัมทำนองให้แล้ว (คงเพิ่งมาใหม่ถึงไม่ทราบว่าตรงนี้ต้องเล่นเพลงอะไร) ผมเลยต้องบอกว่า "งั้นเพลงอินเดียอะไรที่คุณชอบก็ได้"
.
ครานั้น จำไม่ผิดว่า เรายืนฟังตั้งนานสองนาน ปรบมือ ให้ทิปแเค้าไป 2 รอบเลย และเห็นชัดว่า หมอนั่นน้ำตาซึมทีเดียว ด้วยแก้หิวไปได้มื้อใหญ่ๆ
.
เทียบกับยุต COVID-19 นี้ ยิ่งเห็นชัดว่า ตัวเลขของผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตของคนซึกตะวันตกทำไมถึงขึ้นสูงเอาสูงเอาเป็นกร๊าฟหอไอเฟล แต่ก็ยังไม่ยอมเลียนแบบ สวมหน้ากาก เลิกจับกลุ่ม ทิ้งระยะห่าง หรือ อยู่บ้านไม่ออกไปไหน แบบคนจีนหรือคนเอเซีย อยู่นั่นแหละ ฮิฮิ
.
เอ้อ...ว่าเสียยาวเลย สาวใหญ่คนหนึ่งกำลังดีดขิมฝรั่ง เล่นเพลงยอดนิยม คือ O Sole Mio (My wn sunshine) bit.ly/3ccybOp หรือเพลง It's Now or Never ของ เอลวิส-
Elvis Presley ตรงซุ้มพอดี
.
ยืนฟังจนจบ แล้วก็ทิปไป 2 ยูโร ...แพงกว่าค่าโปสการ์ดของตาลุงให้เห็นจะๆอีกต่างหาก 5555
.
บริเวณนี้คือ Swedish Gate ที่สร้างขึ้นหลายช่องในปี คศ.1698 ครั้งที่ยึดครองเมืองนี้ใหม่ๆ เพื่อเป็นทางออกให้กับป้อมปราการที่เป็นกำแพงยาวไปรอบๆ
.
รูปภาพ
.
เจอร้านขาย อำพัน-Amber พอดี ก็เลยให้เวลาคุณนายเต็มที่โดยมารวมกลุ่มยืนฟังขิมของสาวใหญ่กับคนอื่นไป
.
รูปภาพ
.
กำลังยืนชมและกดแช๊ะกำแพงยาวไปพลางๆ พี่คนหนึ่งแถวนั้นเข้ามาหาและชี้บอกว่า "เข้าไปในร้านนี้สิ ถ่ายรูปกับปีกสวยดีนะ" ขอบคุณมากครับ
.
แช๊ะซะหลายรูป แล้วก็มาแช๊ะต่อที่โต๊ะเก้าอี้ร้านอาหารริมทางหลายเจ้า
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/04/2020 10:03 am

รูปภาพ
.
ตรงนี้มีรูปปั้น The Ghost-ปีศาจ ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Art in the public space ของทางการพอดี...กลางวันอย่างนี้ ไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้ายามค่ำ บรรยากาศสลัวๆแล้วเจอรูปปั้นนี้ละก็...ปรื๋อวว์
.
การเที่ยวเมืองเก่าด้วยรถ Segway ก็ไม่เลวนะครับ แต่ที่นี่เค้าขายเป็นทัวร์ชั่วโมง ชั่วโมงครึ่ง และสองชั่วโมง อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ถัดไปเป็น Latvian War Museum ซึ่งมี ป้ายรายละเอียดเยอะให้ชม แถมหอกลมด้านหน้าตรงทางเข้า ก็เป็นที่นั่งสบาย
.
อาคารที่มีตราสัญลักษณ์ต่างๆบนตึกเหลืองอ่อน คือ The 1991 barricade square-จัตุรัสสิ่งกีดขวางปี คศ.1991 ตั้งอยู่ตรงลานให้เป็นที่สังเกตง่ายๆ ข้างๆซุ้มกาแฟ และ ห้องศิลป์
.
รูปภาพ
.
เดินต่อมาตรงๆ ปรากฎว่าเป็นทางตรงกลับไป อนุสาวรีย์เสรีภาพ และ โรงละครโอเปร่า พอดี
.
รีบถามผู้คนว่า "จะไป ตลาดวันเสาร์ที่ Kalnciema Quarter-Farmer's Market-ตลาดเกษตกร ชุมชนบ้านไม้เก่า ที่ข้ามแม่น้ำ (ได้คู่มือมาจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว)" ได้อย่างไร
.
สาวน้อยคนนี้รีบอธิบาย และถามป้าข้างๆเป็นภาษาท้องถิ่นทันที ครู่เดียวก็ได้รายละเอียดว่า ขึ้นรถรางสาย 11 หรือ 7 ได้เลย ป้ายชื่อนี้พอดี
.
ป้าไปก่อน แล้วหันมาโบกมือให้จากรถรางด้วย น่ารักจริงๆ
.
รูปภาพ
.
ชมรถรางแบบต่างๆ แล้วก็เห็นสาย 7 แบบเก่ามาพอดี..ครู่เดียวก็มาถึงป้าย คาลน์ซึม่า ตามต้องการ
.
เดืนต่อไปเรื่อยๆจากสี่แยก ก็พบว่า.....
.
รูปภาพ
.
สองข้างทางเป็นบ้านไม้แบบโบราณทั้งแถบ แปลกตาไม่น้อยในข้อมูลบอกว่า เป็นการบูรณะบ้านเก่าขึ้นมาใหม่ จนได้รับการประกาศเป็น มรดกวัฒนธรรมโลก โดย ยูเนสโก ครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึวปากทางเข้าตลาด ที่วันเสาร์เป็น Local Food and Craft-อาหารพื้นบ้านและงานฝีมือต่างๆ
.
มีป้ายบอกด้วยว่า รายการอื่นๆก็มีนะ วันไหน เมื่อไหร่
.
รูปภาพ
.
เข้าไปชมกันครับ ชอบมากๆตลาดทำนองนี้
.
รูปภาพ
.
คล้ายๆกับตลาดนัดของเรา แต่ดูทันสมัยและโล่งกว่า
.
รูปภาพ
.
คราวนี้ก็มาถึงตอน ซื้อขนมปังจากหนุ่มใหญ่หน้าซื่อ (ซึ่งแม่บ้านคงเป็นคนทำขนมมาให้สามีขาย) ที่เราดูขนมพายของเค้า หน้าตาท้องถิ่นมากๆ เลยขอซื้อชิ้นหนึ่ง ราคา 2 ยูโร...
.
เดินไปชิมไป.. อือม์... อร่อยดีแฮะ เพราะไม่หวานมาก...ก็เลยเดินย้อนกลับไป บอกพี่หนุ่มใหญ่ว่า "ขอโทษทีนะ รสชาติมันแปลกๆ ไม่ถูกปากเลย"..แล้วก็ทำหน้าแสยะเล็กๆ
.
หนุ่มใหญ่หน้าซีด พึมพัมว่า "Not good?" คุณนายรีบบอกว่า "But we want more-แต่จะเอาอีก" และยิ้มหวาน...
.
คราวนี้พี่เค้ายิ้มกว้างเลย หยิบชิ้นใหญ่ให้ ผมเลยบอกว่า เอาชิ้นใหญ่กว่านั้นอีก.... ราคา 3 ยูโร แหม ไหว้สวัสดีเลยเมื่อทราบว่าเรามาจากเมืองไทย .....เฮฮากันใหญ่ เข้าใจว่าเย็นนั้นคงกลับไปเล่าให้ภรรยาฟังแน่
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึงวงดนตรีกลางลาน ที่มีนักร้องสาวหน้าหวานร้องเพลงกับวงอยู่ เสียดายจริงๆที่ลืมถามชื่อเสียงเรียงนามมา เพราะไพเราะมาก
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/04/2020 10:06 am

รูปภาพ
.
ยืนฟังด้วยความชื่นชมตั้งหลายเพลง
.
รูปภาพ
.
จนกระทั่งจบรายการของเธอ คุณนายจึงขอแช๊ะภาพคู่ ซึ่งเธอปลื้มมากเพราะเรามาไกลไม่ใช่คนท้องถิ่น อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ถามแม่บ้านแถวนั้นว่า จะไปตลาดกลางได้อย่างไร เธอบอกนั่งรถบัสสาย 22 ข้ามแม่น้ำ ต่อรถรางกลับไปได้เลย
.
ข้ามแม่น้ำ ยืนกดแช๊ะตรงที่มองไปเห็นสะพานเหล็กโค้ง ก็ทราบแล้วว่าตลาดอยู่ตรงไหน...ส่วนอีกอาคารที่เป็นรูปจั่วทันสมัยก็คือ ห้องสมุดสาธารณะครับ
.
ข้ามถนนไปขึ้นรถอีกด้านนะครับ
.
รูปภาพ
.
จับรถรางไป Central Market ที่ป้าย 13 January ไปทาง 1905 Revolution monument-อนุสาวรีย์ปฎิวัติ คศ.1905... แวะร้านอาหาร Cepelins ที่ออกเสียงว่า เซ่-เพ-ลิส ตรงมุมดอกไม้ทันที
.
วันนี้ทานอาหารอีกคนละจาน หมูทอด และไก่ทอด จ่ายไป 7.5 ยูโร รสชาติยกนิ้วให้เลยครับ
.

รูปภาพ
.
ที่สนุกและประทับใจมาก คือผมอยากทราบว่า เบียร์ขวดละเท่าไหร่ เลยถามหนุ่มโต๊ะข้างๆที่มากับภรรยาดู แกบอกว่า 1.70 ยูโร... ผมหันไปบอกคุณนาย ท่านสั่นหน้าบอกว่า "ไม่เอา หมอไม่ให้ทานเบียร์"
.
หนุ่มคนนั้น คงนึกถึงว่า น่าจะแพงสำหรับเรา หรือสงสารหัวอกลูกผู้ชายที่ถูกภรรยาสับเรื่องดื่มเหล้าเป็นอย่างดี จัดการไปซื้อเบียร์อีกขวดมาให้ผม... ต้องขอบคุณและปฎิเสธแทบแย่... น่ารักจริงๆครับ
.
แวะซื้อผลไม้ แล้วก็กลับมาโฮสเต็ล โดยลงรถป้ายเดียวกับตอนเรามาที่นี่ ซึ่งฝั่งตรงข้ามถนนเป็นสวนสาธารณะใหญ่
.
รูปภาพ
.
ที่นี่ กำลังจัดงานประจำปี Teva Diena หรือ Father's Day-วันพ่อ พอดี เข้าไปชมกันหน่อยนะครับ
.
ข้างในมีอนุสาวรีย์ของ Krišjānis Barons ศิลปินพื้นบ้าน-Folk Song ของลัตเวีย ซึ่งถือกันว่า เป็น พ่อแห่งชาติ ด้วย
.
รูปภาพ
.
เลยมาเรื่อยๆ เป็น Riga Regional Court-ศาลภูมิภาคริก้า และฝั่งตรงข้ามคือ Riga Russian Orthodox Church-โบสถ์ออร์โธด็อกรัสเซีย ที่มีรูปแบบอันคุ้นตาดี
.
รูปภาพ
.
ผ่านอานุสาวรีย์ Prince Michael Andreas Barclay de Tolly จอมทัพ และรัฐมนตรีสงครามของรัสเซีย ผู้ลื่อชื่อในการต่อสู้กับทัพของนโปเลียน
.
ผ่านทำเนียบรัฐบาล Latvija republikas Ministru Kabinets แล้วก็จับรถรางต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งพามายัง ห้างใหญ่ Alfa โดยไม่รู้ตัว ถูกใจเหลือหลาย เพราะข้างในมีซุปเปอร์ฯของ Rimi ด้วย
.
รูปภาพ
.
ได้เวลาจ่ายตลาดอีกรอบหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
จับบัตรคิวเพื่อชั่งไก่ทอดที่ซื้อมา ส่วนพ่อบ้านแม่บ้านอื่นๆก็เข้าช่องคิดราคาและจ่ายเงินเองด้วยบัตรเครดิตในช่องที่เค้าจัดให้
.
ได้เวลากลับแล้วครับ...นั่งรถรางที่มีภาพบนจอดูผู้โดยสารทั้งหมด ชมบ้านไม้ตามทาง จนเห็นซุปเปอร์ฯใหญ่ Elkor อีกแห่งหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
ผ่านบ้านเก่าอีกมากมาย จนกระทั่งมาถึงสี่แยกที่อยู่ตรงข้ามกับโฮสเต็ลของเรา
.
เป็นอันว่าริก้าวันที่สองก็จบสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบชิลล์ๆ ราตรีสวัสดิ์ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/04/2020 8:33 pm

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
Art Nouveau in Riga-สุนทรียะแห่ง นวศิลป์
.
เขียน ณ วันที่ 14 เมษายน 2563
.
สวัสดีครับ
.
อย่างที่เคยเรียนไว้แล้วว่า...
.
---------------------------------
....ริก้า เป็นเมืองขนาดย่อม อุดมด้วยงานศิลป์เต็มแหล่งท่องเที่ยวอันอัดแน่น ที่ตื่นตามากๆก็คืออาคารบ้านเรือนที่สวยงามหลากหลาย ทั้งแบบอิฐ ปูน บ้านไม้โบราณ และที่โดดเด่นมากๆก็คือ
.
ประมาณ 1 ใน 3 ของอาคารทั้งหมดเป็นแบบ Art Nouveau-นวศิลป์ ที่มีความสลักเสลา ประดิดประดอยอย่างประณีตบรรจง สมศักดิ์ศรี รางวัลมรดกวัฒนธรรมโลก อย่างแท้จริง.....
----------------------------------
.
ยิ่งเที่ยวเลย 2 วันเต็มๆอย่างทะลุปรุโปร่งมาแล้ว เราก็ยิ่งได้ทราบว่า "ทำไมความรู้สึกของเราสอง จึงดื่มด่ำประทับใจกับริก้าเมืองนี้เสียเหลือเกิน"
.
เที่ยวริก้า ว่าไปก็เหมือนเที่ยวบ้านตัวเองจริงๆครับ ตือ นึกอยากจะไปไหนไปได้หมด จะขึ้นรถบัส รถรางก็แสนสะดวกด้วยตั๋วเดินทางเอนกประสงค์ (ขึ้นลงไม่จำกัดเที่ยว) แบบ 3 วันแค่ 10 ยูโร หรือจะเดินเท้าไปเรื่อยๆ ก็ไม่รู้สึกเมื่อย รู้สึก เหนื่อยแต่อย่างใด จนซ้ำไปซ้ำมา วนเวียนไปวนเวียนมาอยู่แถวๆเมื่องเก่าเป็นส่วนใหญ่ เพราะใกล้ City Center-ศูนย์กลางเมือง เสียเหลือเกิน
.
เรื่องที่จะพลาดแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ จึงเป็นไปไม่ได้เลย สำคัญอยู่ที่...ทำอย่างไรให้ได้เจอะเจอแต่ละแห่งแบบละเอียดยิบ หรือสมบูรณ์เท่าใจอยาก...เท่านั้น ซึ่งคำตอบง่ายๆก็คือ..
.
...ก็เที่ยวแบบผ่อนคลาย ดูคู่มือเพียงคร่าวๆ และทำตัวเหมือนอยู่บ้าน....ก็แค่นั้นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า
.
.
ภาพประกอบ คือ หนึ่งในอาคารแบบนวศิลป์ หรือ Art Nouveau ซึ่งยังไม่ใช่ผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของริก้า แต่ก็สังเกตเห็นความสุนทรียะของศิลปินผู้สรรค์สร้างได้เป็นอย่างดีว่า มีความตั้งใจและเจตนาที่อ่อนพลิ้วเพียงใด นะครับ
.

รูปภาพ
.
เพื่อนๆบางท่านที่ไม่คุ้ยเคย อาจจะสงสัยว่า.... เวลาถามทางถามหาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของเรานั้นทำอย่างไร? ในเมื่อผู้คนชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ แล้วภาษามือไม้จะช่วยได้จริงหรือ?
.
ฮิฮิ...ช่วยได้สิครับ โดยเฉพาะเมื่อมีคู่มือฉบับเล็กๆบางๆที่ได้มาฟรีจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวติดตัวคนละฉบับ นึกอยากไปไหนก็แค่ชี้รูปถามคนดู แล้วผู้คนที่สุดแสนจะน่ารักทุกเพศทุกวัย ก็จะชี้โบ้ยชี้บ้ายแนะนำเราด้วยน้ำใจและไมตรีจิตอันดียิ่งว่า "...เดินเอาเถิดไม่ไกล.." หรือ "...ขึ้นสายนี้ลงป้ายนั้นนะ..." ซาบซึ้งจริงๆครับ
.
แหะ แหะ ดูแค่หน้าปกคู่มือฯ ก็ได้ไอเดียแล้วครับว่า... สิ่งที่ปัญญาชนคนชาวริก้า อยากให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เยือนยล...ความศิวิไลซ์ของริก้า คืออะไร ถ้าไม่ใช่อาคารในรูปแบบ นวศิลป์ หรือ Art Nouveau..นั่นเอง
.
ส่วน แหล่งท่องเที่ยว-Attractions ตั้งแต่หมายเลข 1 ถึงหมายเลข 21 มีที่ใดบ้างนั้น ....เห็นบอกว่ามีเวลาเยอะและเดินเก่งไงล่ะ ไหนลองกวาดมาให้หมดทีซิ แม่สยามเมืองยิ้ม พ่อสยามไหว้สวย 555
.

รูปภาพ
.
หมายเลช 4 ถึง หมายเลข 9
.

รูปภาพ
.
หมายเลข 10 ถึง หมายเลข 15
.

รูปภาพ
.
หมายเลข 16 ถึง หมายเลข 21
.

รูปภาพ
.
ยังครับ ยังไม่หมด เพราะในแผนที่ใบใหญ่ ก็ยังมีที่น่าเที่ยวอีกแยะ....
.
งั้นไปกันเลยครับ :-)
.

รูปภาพ
.
(ความเดิมตอนที่แล้ว อยู่ที่ลิงค์ bit.ly/3b5wXV1 ครับ)
.
เช้าวันที่ 10 กันยายน 2560 ตั้งใจแต่แรกแล้วว่า โปรแกรมช่วงก่อน 10 โมงเช้า คือจะไปชมตึกแถวที่เป็น Art Nouveau-นวศิลป์ ตรงถนน Elizabetes และ ถนน Alberta กัน ซึ่งดูตามแผนที่ถือว่าไม่ไกลเลย
.
เดินมาที่ป้ายรถราง สอบถามเด็กสาวคนหนึ่ง เธอบอกให้ขึ้นรถรางสาย 24 ตามเธอไปได้เลย เป็นอันได้ไกด์นำทางอย่างสบาย 555
.
พอถึงสวนสาธารณะขนาดใหญ่ Kronvalda Park เธอก็ส่งสัญญาณให้ลงได้..
.
แต่เมื่อลงไปแล้ว มองดูรอบๆ ไม่ยักเจออาคารใดๆแถวนั้นที่เป็นงานสลักเสลาอย่างวิลิศมาหราเลย จึงข้ามไปที่รถทัศนาจรซึ่งจอดรอลูกค้าแถวนั้น ยื่นรูปในคู่มือให้โชเฟอร์ดู เค้าก็ชี้โน่นชี้นี่ว่าเลี้ยวนิดนึงก็ถึงแล้ว
.
แต่ช้าก่อน....
.
เอ๊ะ สวนสาธารณะอะไรเนี่ย ถึงมีหุ่นยักษ์น่าดูชมชวนให้กดแช๊ะเสียนี่กระไร...จึงขอเดินเข้าไปในสวนฯก่อน
.
สวนฯ Kronvalda นี้ สร้างสรรค์เพื่อเป็นการสดุดีนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของลัตเวีย คือ Atis Kronvalds ครับ
.
เดินเข้าไปตามทาง เจอผนังปูนเก่าๆ สองข้างเป็นสาวงาม แต่ตรงกลางเป็นหญิงชราหน้าตาอัปลักษณ์ซึ่งไม่ทราบเลยครับว่าเป็นสัญลักษณ์ของอะไร
.
แต่หุ่นที่เห็นเด่นเป็นสง่านี่สิครับ เป็นรูปปั้นของลิงชิมแปนซีในชุดอวกาศ อันศิลปิน Denis Prasolov ออกแบบสร้างเพื่อเป็นการอุทิศให้กับสัตว์ทดลองทั้งปวงที่มีคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ต่อมวลมนุษย์ตลอดมา
.
รูปภาพ
.
เลยไปไกลหน่อย เป็น Old Brick Pavilion-ศาลาอิฐโบราณ ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นหุ่นอีกหลายตัว แต่เมื่อเข้าใกล้ จึงพบว่าเป็นกลุ่มลุงป้าเค้าออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายแบบ ชี่กง กัน
.
ถึงที่นั่น คุณลุงคนหนึ่งออกมาต้อนรับคุณนายเคท และมอบโบร์ชัวร์ให้ พร้อมเชิญชวนให้ร่วมวงด้วยไมตรี
.
เมื่อผมดูโบร์ชัวร์ จึงทราบว่า เป็นเหล่าสาวกของ ฝ่าหลุนกง-法輪功 ที่คนจีนแผ่นดินใหญ่ต่อต้านนั่นเอง แถมข้อมูลในนั้น ก็บอกเล่าความเลวร้ายของทางการจีน (เช่นจับพวกเค้าไปเฉือนอวัยวะเพื่อปลูกถ่ายให้ผู้อื่น ฯลฯ) ซึ่งโฆษณาประมาณนี้ ก็เจอบ่อยเหมือนกัน โดยเฉพาะจากชาวจีนใต้หวันครับ
.
วืดวาดครู่หนึ่ง คุณนายก็ปลีกตัวออกมา และโค้งขอบคุณในน้ำใจไมตรีของทุกๆคน
.
รูปภาพ
.
ทะลุออกมาด้านหนึ่ง เป็นสี่แยกที่เห็นอาคาร Monika Hotel สีน้ำตาลอ่อนสวยงาม อีกด้านเป็นอาคารสีน้ำตาลแก่แบบโบราณที่นึกว่าเป็นโบสถ์หรือพืพิธภัณฑ์ แต่ไม่ใช่ครับ... เป็นเพียง Office Building และ อพาร์ทเม้นท์ ที่ออกแบบด้านหน้าแนว Art Nouveau-นวศิลป์ เท่านั้น
.
ทางอีกมุมที่เป็นซุ้มขายผลไม้ดอกไม้ มีรูปปั้นของ Andrejs Upīts ผู้เป็นนักประพันธ์เรื่องสั้น กวี นักอภิปรายและถือว่าเป็นครูของชาวลัตเวียท่านหนึ่ง
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3671
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 18 ท่าน

cron