Scandinavia Trip 2017

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/10/2017 11:07 am

รูปภาพ

รูปภาพ
.
ออกมาด้านนอกเพื่อไปชมสวน
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ใช้บัตรเบ่ง (ปรกติคนละ 30 โครน) นั่งเรือล่องทะเลสาปชมวิวรอบๆ เพื่อไปขึ้นอีกด้านหนึ่งของเมือง
.
ผมแซวลุงคนขับว่า "Please stopover at Bangkok Thailand-ช่วยแวะ กทม.เมืองไทยด้วยนะครับ" ลุงหัวเราะร่า บอกว่า "โห..ต้องใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงเชียวนะคุณ" ผมบอก "เยี่ยมไปเลย เพราะเราบินมา ยังเกือบ 20 ชั่วโมงแน่ะ" บรรยากาศก็เลยครึกครื้นกัน
.
ขึ้นฝั่งมา ซึ่งไม่ไกลนัก
.
รูปภาพ
.
เดินชมอาคารโบราณต่างๆไปทั่วๆ...
.
แปลกมากครับว่า ทำไมรูปปั้นช้างไม่ว่าที่ไหน ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเตี้ยๆขาสั้นๆ ไม่ค่อยสมส่วนเท่าไหร่อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
จาก ปราสาท พระราชวัง เฟรเดอริคส์ เราจะไปเที่ยวต่อที่เมือง Helsingør-เฮลซิงเง่อร์ เพื่อชม Kronborg Castle-
ปราสาทครอนบอร์ก อันได้ชื่อว่า Home of Shakespeare’s Hamlet-เมืองต้นแบบ ที่เช็คสเปียร์สร้างสรรค์บทละครเรื่อง แฮมเล็ต ครับ
.

รูปภาพ

.
จาก ปราสาท พระราชวัง เฟรเดอริคส์ เราจะไปเที่ยวต่อที่เมือง Helsingør-เฮลซิงเง่อร์ เพื่อชม Kronborg Castle-
ปราสาทครอนบอร์ก อันได้ชื่อว่า Home of Shakespeare’s Hamlet-เมืองต้นแบบ ที่เช็คสเปียร์รังสรรค์บทละครเรื่อง แฮมเล็ต ครับ
.
จาก เฮลเลอร์ร็อด นั่งรถไฟแค่ 20 กว่านาที เพราะเมือง เฮลซิงเง่อร์ นี้อยู่ห่างออกไปเพียง 23 กม. เท่านั้น
.
ชื่อ Helsingør นี้จำได้แม่นมาก เพราะวันแรกที่เดินทางมาถึงสนามบินโคเปนเฮเก้น แล้วเราจะต้องเดินทางไป Central Station นั้น เค้าบอกให้นั่งรถไฟสายที่ปลายทางไป Helsingør อ่ะครับ
.
ความที่มีป้ายแสดงลูกศรชี้ทางไปปราสาท ทำให้เราลืมถามผู้คนว่า ปราสาทอยู่ไกลไหม เพราะหากสอบถามดีๆ อาจทราบว่า สามารถนั่งรถบัสไป 1 ป้าย ไม่ต้องเดินเสียไกลเปล่า....
.
รูปภาพ

.
แต่เส้นทางเลียบทะเลที่เดินผ่าน ในบรรยากาศที่เย็นสบาย ก็ไม่ทำให้รู้สึกสูญเปล่าแต่อย่างใดครับ เพราะมีเรือสวยงาม อาคารเด่น ให้อิ่มเอมใจไปตลอด จนถึง
Kulturvaerftet หรือ The Culture Yard Library-อาคารหอสมุดท่าเรือวัฒนธรรม อันมีโรงละคร ห้องนิทรรศการ และหอประชุมด้วย
.
<img style="cursor: pointer;" onclick="self.parent.InsertSymbol('รูปภาพ
.
ด้านหน้าหอสมุดฯเป็นที่หย่อนใจ คือ Culture Habour มีอาหารว่างจำหน่ายให้ชิลล์ๆยามเย็นจนถึงค่ำ จนทำให้เรานึกอยากกลับมาอีกครั้งเพื่อสัมผัสให้เต็มอิ่ม แต่แล้วก็ไม่มีเวลาพอในที่สุด น่าเสียดายมากครับ
.
ด้านข้างเป็น The Shipyard Museum-พิพิธภัณฑ์อู่เรือ ที่ต้องลงไปด้านล่าง เพื่อชมเรือแบบต่างๆที่จัดเป็นนิทรรศการให้เรียนรู้ ในฐานะเมืองท่าที่สำคัญยิ่งในอดีต
.
ตรงไปที่ปราสาทเลยดีกว่านะครับ.....
.
เบื้องหน้า เป็นแบบจำลองปราสาทที่หล่อขึ้นมาเป็นเหล็กแผ่นใหญ่
.

รูปภาพ

.
ค่าเข้าชมคนละ 90 โครน (บัตรเบ่งฟรี) มีส่วนต่างๆให้ชมมากมาย แต่ส่วนสำคัญคือ ห้องโถงใหญ่ที่มีการแสดงละครของเช็คสเปียร์เรื่อง แฮมเล็ต ให้ชมสั้นๆ ในวันสุดสัปดาห์...
.
มีทางขึ้นไปดาดฟ้าเพื่อชมวิวรอบๆด้วย
.
รูปภาพ

.
ลานกว้างด้านหน้า มีเครื่องเล่นในยุคอดีตให้สนุกกัน
.
รูปภาพ

.
จุดสำคัญอีกแห่งที่พลาดไม่ได้ ก็คือการลงไปยังอุโมงค์ใต้ปราสาทในบรรยากาศสลัว เพื่อพบกับ....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/10/2017 11:10 am

รูปภาพ
.
Holger the Dane เทพโฮลเกอร์ (จากเทพนิยายของ Hans Christian Andersen) ผู้นั่งหลับอยู่บนแท่นหินอ่อน แต่พร้อมจะลุกขึ้นมาเพื่อต่อสู้ปกปักรักษาเดนมาร์คในยามที่เกิดเภทภัยจนเป็นวีรบุรุษในดวงใจของชาวเดนมาร์คทุกคน
.
รูปภาพ
.
เข้าชมห้องต่างๆในปราสาท....
.
รูปภาพ
.
ห้องนิทรรศการเรื่องราวของละครเวที แฮมเล็ต ในแต่ละยุคสมัย
.
รูปภาพ
.
และที่ร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึก ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าสินค้าที่ขายดีจะไม่ใช่ ตุ๊กตาเช็คสเปียร์ และเครื่องใช้ต่างๆที่มีคำคมจากละครแฮมเล็ต "To be or not to be, that’s the question-จะเอาไงดี?” อันเป็นบทรำพึงถึงสถานการณ์ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เลือกไม่ถูกว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี เพราะทั้งสองทางเลือกต่างก็ ได้อย่างเสียอย่าง ไม่ต่างกัน
.
รูปภาพ
.
ด้านนอกริมทะเล บรรยากาศสวยงามมาก มุมหนึ่งเป็นเวทีละครกลางแจ้ง ซึ่งแสดงละครให้ชมรวมอาหารค่ำ สำหรับผู้ที่จองบัตรมาล่วงหน้า
.
มุมหนึ่ง มีกรอบและหัวกระโหลกให้ลองแสดงตามตัวละครในบทเด่นบทหนึ่งของละครแฮมเล็ตด้วย
.
รูปภาพ
.
ปืนใหญ่ด้านนอกนั้น เล่ากันว่าในอดีต ถ้ามีเรือต่างชาติเข้าน่านน้ำมา จะมีการยิงปืนใหญ่จากเรือเป็นการขออนุญาต และทางปราสาทก็จะยิงสลุดตอบกลับ
.
รูปภาพ
.
ได้เวลากลับ ขอแวะชมปะติมากรรมด้านนอกลานวัฒนธรรมหน่อย
.
อาคารที่มีรูปปั้นหญิงสาวคู่ คือสถานีรถไฟ เฮลซิงเง่อร์ ครับ
.
รูปภาพ

.
17 สิงหาคม 2560
.
วันนี้ กว่าจะได้ออกเที่ยวก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง เพราะความที่ต้องเช็คเอ้าท์ออกจากห้องเดิม เพื่อรอย้ายไปห้องใหม่ซึ่งกว่าจะได้ห้อง ต้องหลัง 11 โมงเช้า....
.
เรื่องของเรื่องก็คือ เราจองห้องไว้ 8 คืนที่โฮสเต็ลนี้ก็จริง แต่จองเป็น 2 ขยักๆละ 4 คืนครับ เพื่อเผื่อไว้ในกรณีที่อาจเปลี่ยนใจไปพักที่อื่นใน 4 คืนหลัง.... ซึ่งหากเป็นโฮสเต็ลทั่วไปที่มีเจ้าหน้าที่บริการก็ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ แต่...
.
อย่างที่เรียนเล่าไปแล้วในรีวิวที่ลิงค์ goo.gl/gPqBP3 ว่า โฮสเต็ลนี้ บริหารด้วยระบบไอที จึงไม่สามารถยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงให้เราอยู่ห้องเดิมได้เลย เพราะการจัดห้องให้ผู้เข้าพักเป็นไปตามระบบ (เหมือนที่เขียนเตือนไว้ว่า มา 2 คนอาจไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ยกเว้นจองห้อง 2 คน) ......
.
เพราะฉะนั้น จึงต้องรอให้เสร็จสิ้นการเช็คเอ้าท์ของวันนี้ ตอนหลัง 10 โมงแล้ว จึงค่อยดูว่า ทางระบบที่สำนักงานใหญ่จัดให้เรานั้น อยู่ห้องไหนแน่ (ยังดีที่ไม่ต้องรอเช็คอินบ่าย 3 โมง) เล่นเอาเซ็งเล็กๆและจดจำไว้เป็นบทเรียนว่า ทีหลังต้องรอบคอบขึ้น อะไรที่ทันสมัยเกินวัยเรา น่าจะหลีกเลี่ยงอ่ะครับ....
.
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากช่วงซัมเม่อร์อย่างนี้ กลางวันยาวมาก กว่าฟ้าจะมืดก็ 3-4 ทุ่มโน่น การออกสายก็จึงไม่ถือว่าเสียเวลาอะไรมากมายครับ
.
วันนี้เราจะออกนอกเมืองไปที่เมือง Roskilde ที่ผมออกเสียงถามไถ่เจ้าหน้าที่รถไฟเมื่อวานว่า "จะไป ร็อสไคลด์ ได้ยังไง" แต่เค้าไม่รู้เรื่อง กระทั่งชี้ชื่อให้ดูในมือถือ เค้าค่อยส่ายหน้าเล็กๆบอกว่า "รอสคิลเด้ ต่างหากค่ะ คุณ"
.
เมือง รอสคิลเด้ ตั้งอยู่บนเกาะทางทิศตะวันตกของโคเปนเฮเก้น เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นภูมิลำเนาของ ไวกิ้ง ในยุคอดีตด้วย
.
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของที่นี่ก็คือ Roskilde Cathedral-มหาวิหารรอสคิลเด้ อันเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์ 20 พระองค์ และ พระราชินี 17 พระองค์
.
ในศตวรรษที่ 10 วิหารนี้เริ่มก่อสร้างเป็นวิหารไม้ จนอีกกว่า 2 ศตวรรษต่อมาจึงก่อสร้างอย่างถาวรเช่นปัจจุบันครับ
.
ค่าเข้าชมภายในวิหาร คนละ 60 โครน และค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์อีกคนละ 45 โครน......แหะ แหะ บัตรเบ่ง ฟรี ครับ
.
รูปภาพ

.
เมืองรอสคิลเด้อยู่ห่างจากโคเปนเฮเก้นไป 30 กม. เดินทางสะดวกด้วยรถไฟสายปลายทางสู่เมือง Nykøbing Falster หรือ Nykøbing F ซึ่งใช้เวลา 20 กว่านาทีก็ถึงสถานี Roskilde ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดสร้างขึ้นในปี คศ.1847 เพื่อเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟโคเปนเฮเก้นครับ
.
ออกจากสถานีจะเห็นแจกันยักษ์ 3 ใบตั้งเด่นเป็นสง่ากลางจัตุรัส ซึ่งคหบดี Elsebeth Stryhn เจ้าของธุรกิจเนื้อบด (สำหรับทาขนมปังทาน) ว่าจ้างปะติมากร Peter Brandes รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อมอบให้เมืองนี้ในวาระฉลองครบรอบ 1 พันปีครับ
.


<img style="cursor: pointer;" onclick="self.parent.InsertSymbol('รูปภาพ
.
อีกด้านหนึ่งของสถานีรถไฟ ก็คือ Gråbrødre Kirkegård หรือ Greyfriars Cemetery-สุสานฟรานซีส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์ ซึ่งบริเวณโดยรอบร่มรื่นเขียวชะอุ่มยิ่งนัก
.
ปากทางเข้าสู่ถนนคนเดินซึ่งเป็นย่านธุรกิจ คือร้านขายยาขนาดใหญ่
.
รูปภาพ
.
ผนังของโรงเรียนประถมข้าง St. Catherine's Priory-วัดเซ้นต์แคทเธอรีน เป็นภาพวาดตัวละครในเทพนิยายต่างๆของ Hans Christian Andersen
.
ร้านค้าเรียงรายมากมายน่าสนใจ และที่หน้าร้านมือถือ You See เป็นหุ่นสำริดของ Lise Nørgaard นักเขียนอารมณ์ดีคนดังของเดนมาร์ค ซึ่งคุณนายเคทต้องขออนุญาตนั่งเคียงข้างด้วย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/10/2017 11:14 am

รูปภาพ

.
เห็นมหาวิหารอยู่ด้านหน้าตรงจัตุรัสแล้ว
.
อาคารสีเหลือง คือ Roskilde Palace-พระตำหนักรอสคิลเด้ ซึ่งสมเด็จพระราชินีและพระบรมวงศานุวงศ์ทรงใช้เป็นที่ประทับ คราเสด็จผ่าน หรือร่วมงานฌาปนกิจสำคัญๆ ณ มหาวิหาร
.
เปิดให้เข้าชม The Museum of Contemporary Art-ห้องนิทรรศการศิลป์ ในวันหยุด และ ด้านซ้ายของตำหนัก เป็นโรงละคร ที่ใช้จัดงานแสดงวัฒนธรรมและคอนเสิร์ตต่างๆครับ
.
รูปภาพ

.
มีช่องทางเดินเข้าด้านหลังของมหาวิหารได้ แต่เราเห็นสัญลักษณ์ตัวอักษร i ซึ่งหมายถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ก็เลยขอแวะก่อนครับ
.
รูปภาพ

.
เป็นออฟฟิซที่อลังทีเดียว ใช้เป็นที่แวะพักหรือเข้าห้องน้ำได้อย่างดี
.
รูปภาพ

.
ไปกันครับ เข้าไปชมภายในมหาวิหารกัน...
.
ยืดอกโชว์บัตรเบ่งแล้วแลกเป็นตั๋วเข้าชมได้อย่างสมเกียรติ....อิอิ
.
คุณป้าเจ้าหน้าที่ท่านนี้ น่ารักมากครับ มีช่วงหนึ่งที่ผมเห็นมีรอยสลักบนพื้นเต็มไปหมด เลยถามท่านด้วยความกังขา แต่ท่านทำท่าจุ๊ปากแล้วบอกว่า "อย่าเอ็ดไป ใต้พื้นนั้นเป็นพวก Unimportant persons who paid the church to get buried here-คนไม่สำคัญอะไรเร้ยแต่จ่ายเงินให้ทางวิหารแพงๆเพื่อจะได้ฝังศพที่นี่อ่ะ"....5555
.
รูปภาพ

.
เข้าไปชมด้านในเลยนะครับ อลังมะลังมะเลืองทีเดียว
.
รูปภาพ

.
ห้องเก็บพระศพ และฐานเก็บพระศพต่างๆ...
.
รูปภาพ

<img style="cursor: pointer;" onclick="self.parent.InsertSymbol('รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.
ชื่นชมด้วยความอิ่มอกอิ่มใจไปชั่วโมงกว่า ก็ออกมาอีกด้านเพื่อไปต่อยัง....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/10/2017 11:17 am

รูปภาพ

.
Vikingeskibsmuseet Roskilde-พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง อีก 1 แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพราะผมจำสับสนกับ พิพิธภัณฑ์ วอซา ที่สต็อกโฮล์ม ว่าเป็นที่เดียวกัน...
.
รูปภาพ

.
เดินตามป้ายบอกทางผ่านเส้นทางที่ร่มรื่นไปประมาณ 1 กม. ก็ถึง
.
รูปภาพ

.
แล้วก็เริ่มเอะใจว่า น่าจะไม่ใช่ซะแหล่ว เพราะไม่ได้ Spectacular-อลังการยิ่งใหญ่ เหมือนที่ดูรูปก่อนมา แถมยัง...
.
ค่าเข้า คนละ 130 โครน และบัตรเบ่งเข้าฟรีไม่ได้ ต้องจ่ายราคาพิเศษได้ลดแค่ 25% อีกต่างหาก
.
จึงไม่ต้องสงสัยเลยครับว่า เราจะตัดใจเข้าหรือเดินชื่นชมรอบนอกเท่านั้น...หุหุ
.
ยังครับ ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะไปแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ (มากกก) อีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ....
.
รูปภาพ

.
RAGNAROCK: Museum for Pop, Rock and Youth Culture
.
ยอมรับเลยครับว่า ตอนเปิดดูลิสต์แหล่งท่องเที่ยวในคู่มือ Copenhagen Card Guide ชื่อนี้เป็นชื่อที่สะดุดตามากที่สุด เพราะเท่าที่จำได้ RAGNAROCK เป็นชื่อเกมที่เด็กๆฮิตกันเมื่อซัก 10 กว่าปีก่อนนี่นา แล้วมากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างไร แถมค่าเข้ายังสูงถึงคนละ 90 โครนอีกด้วย...
.
ต่อเมื่ออ่านรายละเอียดต่อไป จึงค่อยตกผลึกว่า Ragnarok นี้ หมายถึง Rock'n'Roll Museum-พิพิธภัณฑ์ ร็อคแอนด์โรลล์ต่างหาก
.
เพียงเท่านั้น ขาโจ๋หลังวังอย่างผมก็มาร์คเอาไว้ในใจเลยว่า จะต้องไปเยือนให้ได้
.
รูปภาพ

.
ออกจาก พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งด้วยความงุนงงเล็กๆว่า ..นี่จะต้องเดินกลับไปมหาวิหาร แล้วไปต่อรถบัสที่สถานีรถไฟเลยหรือ...
.
โชคดีมากครับ ที่เจอสามีภรรยาชาวท้องถิ่นคู่นี้ ที่แนะนำว่า..."ไม่ต้องถึงขนาดนั้น เดี๋ยวขึ้นรถบัสด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งนี้ ก็ไปสถานีรถไฟได้ แล้วค่อยไปถามเอาข้างหน้าว่า จะไป Ragnarok ได้ยังไง ขอโทษด้วยที่เราไม่รู้จัก..." น่ารักและสุภาพมากครับ
.
ถึงท่ารถบัสข้างสถานีรถไฟ นายตรวจมีน้ำใจมาก ดูรูปในคู่มือแล้ว ก็บอกให้ไปขึ้นรถสาย 202A ไปลงป้าย Musicon พร้อมทั้งตามไปกำชับคนขับให้ช่วยดูแลให้ลงป้ายถูกด้วย ขอบคุณมากๆเลย
.
ประมาณ 10 กว่านาที ผ่านมาเพียง 5 ป้าย ก็ถึงจุดหมายซึ่งเป็นทางแยกที่รถบัสต้องเลี้ยวเข้ามารับส่งผู้คนเป็นการเฉพาะ เห็นอาคาร Music Conferrence (ซึ่งเป็นสำนักงานจัดงาน Roskilde Festival-เทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือ จัดต่อเนื่องมาทุกปีตั้งแต่ ปี คศ.1971 ในช่วงเดิน มิถุนายน ถึง กรกฎาคม) อยู่ข้างๆครับ
.
พื้นที่กว่า 2 แสน 5 หมื่นตารางเมตร ที่อดีตเป็นโรงงานปูนซิเมนต์ขนาดใหญ่นี้ เป็นโครงการที่มุ่งหมายให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมการดนตรี ซึ่งแม้จะตั้งเป้าระยะยาวให้เสร็จสมบูรณ์ในเวลา 15 ปี แต่เพียง 2-3 ปีผ่านมา ก็มีบริษัทธุรกิจดนตรีถึงเกือบ 30 บริษัทมาเปิดสำนักงานในบริเวณนี้แล้วครับ
.
โน่นครับ เห็นอาคาร Ragnarok แบบเดียวกับในคู่มือแล้ว...
.
รูปภาพ

.
เข้าไปข้างในซึ่งเป็นส่วนรีเซฟชั่นและจำหน่ายสินค้าที่ระลึก เจ้าหน้าที่หนุ่มบอกว่า "ขออภัยด้วยที่คุณมีเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเศษๆเท่านั้น ส่วนพิพิธภัณฑ์ดนตรีก็จะปิดบริการแล้ว"
.
ผมบอก "อ้าว เห็นเขียนว่าปิด 4 ทุ่มไม่ใช่หรือ" เค้าตอบว่า "นั่นเฉพาะวันพุธครับ ปรกติปิด 6 โมงเย็น"...
.
"ไม่เป็นไรครับ ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น" ผมยิ้มตอบ ในขณะคุณนายใช้บัตรเบ่งแลกตั๋วมา
.
หนุ่มบอกอีกว่า "ถ้าไม่ซีเรียสมากๆก็เวลาเหลือเฟือครับ เพราะห้องแสดงมีเพียง 2 ชั้นเท่านั้น เดี๋ยวขึ้นลิฟท์ไปชั้น 2 เลยนะครับ แล้วค่อยๆเดินชมลงมาชั้น 1 ทีหลัง"
.
รูปภาพ

.
น่าสนใจทีเดียวครับ เชื่อว่าในวันที่มีการแสดงคอนเสิร์ตบริเวณนี้ คงคึกคักน่าดู...
.
รูปภาพ

.
เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้เราได้เรียนรู้ถึงอิทธิพลของดนตรีในย่านสแกนดิเนเวียนี้อย่างที่ไม่เคยตระหนักมาก่อนครับ
.
รูปภาพ

.
จากห้องหนึ่งไปยังห้องหนึ่ง ตื่นตาไปเรื่อยๆ
.
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/10/2017 11:19 am

รูปภาพ

.
เครื่องเล่นแผ่นเสียงจำลองขนาดยักษ์ทำให้อดตะลึงในความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยไม่ได้...
.
คิดดูสิครับ ...จากยุคแผ่นเสียง มาสู่ เทป มาสู่ซีดี แล้วตอนนี้ซีดีก็ใกล้ถึงจุดจบแล้ว ถัดจากการโหลดจากเน็ตมาฟัง ต่อไปสงสัยแค่ใช้วิธีดีดนิ้ว "เป๊าะ" กลางอากาศ ก็จะมีเสียงเพลงลอยล่องมาตามสายลมกระมัง....
.
เสียดายชะมัด กับแผ่นเสียงที่สะสมไว้เป็นพันแผ่นลองเพลย์...เทปตลับอีกหลายพัน...ไหนจะซีดีอีกล่ะ?....นี่ยังไม่นับวิดีโอ วีซีดี ที่น่าจะกระเป๋าฉีกไปหลายแสน....ความฝันที่จะได้เป็นเศรษฐีย่อยๆกับคอลเล็คชั่นที่มี สูญสลายไปหมดสิ้นกับพัฒนาการของเทคโนโลยี่ ที่คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นไปได้ถึงปานนี้...
.
นี่คือบทเรียนที่สอนเราเป็นอย่างดีว่า สะสมอะไรก็ไม่ทรงคุณค่าเท่ากับการสะสมความดี.......
.
แหะ แหะ ฉวยโอกาสสรุปสร้างภาพได้ไม่แพ้นักการเมืองเธอคนนั้นเจงๆเลยเรา...อิอิ
.
รูปภาพ

.
ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงที่มีได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ ตอนบอกลาหนุ่มรีเซฟชั่นิสต์ เค้าถึงกับยกนิ้วให้เลย
.
เดินทะลุออกไปทางออกอีกด้าน...
.
รูปภาพ

.
ระเบียงภาพทั้งสองด้าน เปิดหูเปิดตาให้ทราบว่า ดนตรีของประเทศฟรีเซ็กซ์ย่านนี้ Extreme-สุดโต่งขนาดไหน...
.
รูปศิลปินหญิงในมุมขวานั้น ต้องเบลอส่วนสำคัญไว้ทีเดียว...แล้วเชื่อไหมครับว่า ไม่เพียงแต่ภาพที่ระเบียงนี้ที่เราได้เจอ เพราะยังมีโอกาสชมการแสดงสดๆของเธอที่งานแสดงดนตรีที่ศาลากลางโคเปนเฮเก้นคืนวันที่ 19 สิงหาคม อีก 2 วันถัดมาด้วย ซึ่งเธอถึงขนาดถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นจนสุดท้ายเปลือยกายโทงๆแสดงเป็นครึ่งชั่วโมงทีเดียวครับ
.
หากมีโอกาสกลับมาที่ Ragnarok นี่อีกครั้งใน 2-3 ปีข้างหน้า เชื่อว่าบริเวณนี้จะไม่เหลือเค้ารางอย่างที่เห็นตอนนี้อีกแล้ว
.
นับเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจอีกครั้งหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
Copenhagen City Centre-เก็บให้หมดทุกหยดหยาด
.
สวัสดีครับ
.
ออกนอกเมืองซะ 2 วัน ...3 วันสุดท้ายนี้ ก็เป็นช่วงสำคัญที่จะต้องไล่เก็บแหล่งท่องเที่ยวในเมืองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนลาจากไปที่อื่นๆครับ
.
ประโยชน์อย่างหนึ่งของการมีเวลาเที่ยวนานๆสำหรับผู้อยู่ในวัยอย่างเราสองที่มีทัศคติในการเที่ยวแบบ "ดาบหน้า (ไม่หาข้อมูลก่อนมาแบบลงลึก)" ก็คือ....
.
การได้มี โอกาส Warm Up-อุ่นเครื่อง พักใหญ่ จนกระทั่งร่างกายจิตใจและสติสตังเข้าที่สมบูรณ์ เครื่องติดเต็มร้อยนั่นเอง
.
คิดดูสิครับว่า จากวันที่ 13 ที่เราเดินทางมาถึงโคเปนเฮเก้นในช่วงดึก ผ่านวันที่ 14-15-16-17 ไปอีก 4 วันเต็มๆ ที่ทั้งเดิน ทั้งขึ้นรถลงเรือ จนถึงวัน 18 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการอยู่ที่นี่ เราเพิ่งรู้สึกว่า ได้ตะลุยเที่ยวตะลุยเก็บเต็มที่อย่างไม่น่าเชื่อว่า กระไรจะมีพละกำลังมากมายถึงปานนั้น เพราะ...
.
วันที่ 18 สิงหาคม เป็นการเริ่มต้นเที่ยวแบบได้เนื้อหาสาระจริงจัง เพราะข้อมูล (จากคู่มือท่องเที่ยว เรื่องเล่า และคลิปต่างๆตามเว็บจากการสืบค้น) ที่เก็บๆสะสมใส่สมองเริ่มตกตะกอน จนส่งผลให้สามารถเรียบเรียงและจำได้เป็นเรื่องเป็นราวว่า แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งที่เราจะไปเยือนนั้น ไฮไล้ท์อยู่ตรงไหนอย่างไร (โดยเฉพาะเรื่องราวของงานศิลป์หลากหลายตามพิพิธภัณฑ์ ปราสาทพระราชวัง และหรือ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ต่างๆ) ไม่ใช่พิเคราะห์แบบเรียลไทม์อย่างที่เป็นมา
.
รีวิว 1 วันของวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ตอนนี้ จึงออกจะเต็มล้นกว่าหลายวันที่ผ่านมามากทีเดียวนะครับ
.
รูปภาพ
.
เริ่มต้นด้วย พระราชวังฤดูร้อน ของ King Christian IV-พระเจ้าคริสเตียนที่ 4 ที่มีชื่อว่า Rosenborg Castle-ปราสาทโรเซนบอร์ก (พระราชวังโรเซน) ที่รู้จักกันว่าเป็น The King's Garden-อุทยานพระราชา หรือ สวนกุหลาบหลวง นั่นเองครับ
.
รูปภาพ
.
ขึ้นรถบัสสาย 6A หน้าโฮสเต็ล ผมถามคนขับว่า "Rosenborg Castle?" เค้ายิ้มตอบว่า "ใช่ครับ เดี๋ยวลงที่ป้าย นอร์พอร์ตนะ" ...
.
นอร์พอร์ต ที่ว่า ก็คือ Nørreport ซึ่งเป็นสถานีรถไฟอีกที่หนึ่ง ห่างจากที่พักเราเพียงไม่กี่ป้าย ...ตอนลงรถ เค้ายังชี้บอกให้เดินเลียบไปทางฝั่งซ้ายมือว่า "แล้วตรงไปได้เลย แต่....สวนพฤกษศาสตร์ ก็สวยมากนะครับ เช้าๆอย่างนี้อากาศดี... ชมสวนแล้วค่อยข้ามไปที่ปราสาทฯก็ได้..." สุดยอดครับ
.
ส่วนหนึ่งของสวนฯเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ซึ่งยังไม่เปิด ก็จึงเดินชมไปทั่วๆประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงทางออกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามปราสาทโรเซนบอร์กพอดี
.
รูปภาพ
.

เพิ่งได้เวลาเปิด.... เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชุดแรกๆ บรรยากาศโดยรอบจึงเป็นของเราอย่างสมบูรณ์... สนามหญ้าเขียวขจี ปราสาทขนาดย่อมที่ดูสง่า เข้ากันได้อย่างงามตาในอุณหภูมิ 17 องศาเช้านี้
.
รูปภาพ
.
คุณป้าเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ยืนต้อนรับ เห็นหน้าคุณนายคงเดาอยู่ในใจว่าเป็น จีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ถามขึ้นด้วยความภูมิใจว่า "Which language do you want-อยากได้แผ่นพับภาษาอะไรคะ?" คุณนายเคทยิ้มบอกว่า "Thailand" คุณป้าเอามือตบอก ระล่ำระลักว่า "ขอโทษจริงๆ...ยังไม่มีค่ะ" ผมบอก "ไม่เป็นไรครับ ภาษาอังกฤษก็ได้ครับ แต่คราวหน้าอย่าลืมพิจารณาภาษาไทยเผื่อหน่อยแล้วกัน"
.
ค่าเข้าชมคนละ 110 โครน ใช้บัตรเบ่งแลกตั๋วฟรีแล้ว ก็นำเป้ไปเก็บยังล็อกเกอร์ที่เค้าจัดให้ จากนั้นก็ตรงไปทางเข้า ซึ่งคุณลุงบุคลิกดีท่านนี้ แนะนำเราอย่างละเอียดว่า ควรเริ่มต้นที่ไหน ไล่เรียงไปอย่างไร....
.
รูปภาพ
.
พระเจ้าคริสเตียนที่ 4 ครองราชย์ตั้งแต่ 8 พระชันษา ในปี คศ.1588 โดยมีสมเด็จพระราชชนนีเป็นผู้สำเร็จราชการ กระทั่งบรมราชาภิเศกในปี คศ.1596
.
พระองค์คือกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานถึง 59 ปี เป็นกษัตริย์นักรบ ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม การดนตรี นักเขียน และเป็นราชาแห่งแฟชั่น ทรงโปรดการฉลองพระกุณฑล (ต่างหู) มาก รวมทั้งนักดื่มด้วย...
.
ในรัชสมัยของพระองค์ พื้นที่นครโคเปนเฮเก้นกว้างขึ้นเป็น 2 เท่าตัว..... อย่างไรก็ตาม แม้พระองค์จะทรงทุ่มเทให้กับการทหารอย่างมโหฬารเพื่อผลักดันให้เดนมาร์คเป็นชาตินำในทะเลบอลติก แต่สงคราม 30 ปีกับสวีเดนก็กลับประสพความพ่ายแพ้ในที่สุด ทั้งทรงสูญเสียพระเนตรขวาไปกับการต่อสู้ทางเรือในปี คศ.1644 ด้วย
.
พระองค์มีพระมเหสี 2 พระองค์ และพระสนม 3 องค์ พระทายาท 25 พระองค์ เสด็จสวรรคต ณ พระราชวังกุหลาบนี้ในปี คศ.1648 พระชนมายุ 70 พระชันษา ...พระศพของพระองค์อยู่ที่ มหาวิหาร Roskilde ที่เราไปเยือนมาแล้วเมื่อวานนี้
.
รูปภาพ
.
เข้าชมพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ยืนยงกว่า 400 ปี และเป็นพระราชวังฤดูร้อนของอีก 3 รัชกาลต่อมานี้กันนะครับ
.
รูปภาพ

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/10/2017 11:28 am

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.
ส่วนสำคัญที่สุดของพระราชวังแห่งนี้ คือห้องใต้ดินที่เก็บรักษา มงกุฏพระบรมราชาภิเศก และเครื่องทรงเครื่องประดับทั้งมวลครับ
.
รูปภาพ

.
ยืนแอบฟัง ไกด์ร่างสูงใหญ่ของลุงป้า 2 คน ที่มีบุคลิกเฉียบขาดมากอย่างชื่นชม และอดไม่ได้ที่ขอถ่ายภาพด้วยเพื่อแสดงความขอบคุณที่เธอเผื่อแผ่ข้อมูลมายังเราด้วยในที
.
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.
มงกุฎของพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระราชินีอัน ที่งดงามที่สุดในยุโรป ประกอบด้วย เพชร พลอย ไข่มุก และมรกต (ซึ่งได้รับการบันทึกว่างดงามที่สุดในโลกชิ้นหนึ่ง) รวมอัญมณีหนักถึง 7 ปอนด์
.
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/10/2017 11:33 am

รูปภาพ

.
ใช้เวลาชื่นชมกว่าชั่วโมงจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งด้วยความอิ่มเอมใจยิ่งนัก เราจึงออกมาที่สวนด้านนอก
.
รูปภาพ

.
เมื่อจบรายการ ก็ปลื้มใจเป็นทวีคูณ เพราะผู้ที่มาทีหลังต้องต่อแถวยาวเหยียดเลยครับ
.

รูปภาพ
.
จาก Rosenborg รายการต่อไปก็คือ The National Gallery of Denmark-พิพิธภัณฑ์ศิลป์แห่งชาติ ที่รู้จักกันในชื่อว่า SMK เพราะเป็นชื่อย่อของ Statens Museum for Kunst ภาษาเดนนิชที่แปลว่า พิพิธภัณฑ์ศิลป์แห่งชาติ เหมือนกัน
.
ที่นี่ คือ พิพิธภัณฑ์ศิลป์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ รวบรวมผลงานศิลป์ทั้งภาพเขียน รูปปั้น ฯลฯ ที่ล้ำค่า ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 (กว่า 700 ปี) จนถึงปัจจุบัน
.
รูปภาพ
.
ออกจากปราสาทโรเซนบอร์ก เจอคนขับรถทัวร์ที่จอดอยู่ด้านหน้า ผมยิ้มถามว่า "SMK ไปทางไหนหรือครับ?" แกส่ายหน้าไปมาบอกว่า "ไกลมากนะคุณ...เดินตรงจากนี้ไปเกือบๆจะ...... เกือบๆจะ 20-30 ก้าวเชียวนะ" โห...เล่นมุกแต่เช้าเลย...
.
ผมหัวเราะ ถลึงตาใส่เค้า ถามต่อว่า "แล้ว Torvehallerne Food Market ล่ะ?" เค้าตอบพร้อมเล่นมุกต่อ "อยู่ไม่ไกลกันแถวนั้นแหละ.....มีคำถามอื่นๆอีกไหมครับ จะได้คิดราคาพร้อมกัน"
.
ผมจับมือเช็คแฮนด์แล้วสะบัดบอกว่า "โห...เมืองนี้หากินง่ายจังแฮะ" ฮากันทั้งกลุ่มเลย อารมณ์ดีจริงๆ
.
อย่างว่าแหละครับ ก็อยู่ดีกินดีเพราะมีสวัสดิการครอบคลุมทุกอย่างนี่เนอะ อาทิ.....
.
ทำงานน้อย (ภรรยาคลอดบุตร สามีได้หยุดดูแลด้วย 16 สัปดาห์เชียวนะครับ เพื่อให้ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกผูกพันอย่างสมบูรณ์ในช่วงแรก)
.
รายได้เยอะ แต่ค่าใช้จ่ายจุ๋มจิ๋ม (ไม่มีค่าเดินทาง ส่วนใหญ่ใช้จักรยาน อาหารก็ซื้อตามซุปเปอร์ฯ ข้าวของเครื่องใช้ก็มีแหล่งที่หากซื้อเป็นถือว่าถูกมาก) เรื่องค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ไม่ต้องพูดถึง...
.
มีเวลาพักผ่อน และสถานที่หย่อนใจสาธารณะเพียบ จะดื่มจะทานก็พกไปเองจากบ้าน (ตามบาร์ตามผับ ส่วนใหญ่จะสังสรรค์กันแค่แก้วเดียวที่แพงโฆษๆ ถ้าคึกติดลมขึ้นมา ก็นัดกันไปต่อตามบ้าน ที่มีตุนเพียบจากซุปเปอร์ฯ แล้ว)
.
ฯลฯ
.
แต่โลกนี้ไม่มี Free Lunch-ของฟรี อย่างที่ทราบๆกัน สวัสดิการสารพันเหล่านี้ต้องแลกมากับ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่สูงถึง 25% (เครื่องดื่มแอลกอฮอล ยิ่งดีกรีสูง ภาษียิ่งสูงตาม).....
.
ทว่า ทุกคนก็ยินดีไม่มีบ่น เมื่อคิดถึงผลตอบแทนที่ได้รับกลับคืนมาในรูปของสวัสดิการต่างๆดังกล่าวข้างต้นครับ
.
เดินไปหน่อยเดียวก็เป็นลานกว้างหน้าพิพิธภัณฑ์ที่เห็นปราสาทโรเซนบอร์กหลัดๆเป็นแบ็คกราวนด์
.
แอ่งน้ำวงกลมขนาดใหญ่ด้านหน้า ไม่แน่ใจว่าเป็นรูปแบบสร้างสรรค์ของสถาปนิก หรือเพราะพึ่งหลักฮวงจุ้ยของชาวเอเซียกันแน่....อิอิ
.
SMK เปิดทุกวัน (เว้นวันจันทร์) 11.00-17.00 น. แต่วันพุธพิเศษหน่อยคือ ปิด 2 ทุ่มครับ (ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า ทำไมวันพุธถึงสำคัญ เพราะพิพิธภัณฑ์บางแห่งเปิดให้เข้าฟรีในวันพุธ และผับบาร์ต่างๆสามารถเปิดได้ถึงตี 4....เดาว่าน่าจะถือว่าเป็นวัน late-night midweek drink-ครึ่งสัปดาห์การทำงาน เพื่อให้แอ๊คถีฝในวันพฤหัส-ศุกร์-เสาร์ กระมัง)
.
ค่าเข้าชม คนละ 110 โครน (บัตรเบ่งฟรี) ครับ
.
รูปภาพ
.
ไม่ว่าใครก็ตาม ที่ตั้งมั่นมาชื่นชมงานศิลป์ ที่ SMK ย่อมตระหนักดีว่า ไฮไล้ท์ที่พลาดไม่ได้ ก็คือ ผลงานภาพเขียนของ Vilhelm Hammershøi ((เกิด คศ. 1864 ในครอบครัวฐานะดี ลาโลก คศ. 1916 ) จิตรกรชาวเดนิช ซึ่งได้รับเกียรติพิมพ์ภาพเค้าลงบนแสตมป์ในปี คศ.1997
.
ความยิ่งใหญ่ของ วิลเฮม แฮมมาซอย ก็คือการเขียนภาพโดยใช้สีเทาสีดำเป็นหลัก หลีกเลี่ยงสีสันฉูดฉาดอย่างสุดความสามารถ ทั้งๆที่เค้าก็ยอมรับว่า ผลงานของตนได้รับอิทธิพลมาจาก ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ Johannes Vermeer (เจ้าของผลงาน The Milkmaid หรือ The Kitchen Maid goo.gl/YdF88D ปัจจุบันแสดงอยู่ที่ Rijksmuseum ในกรุงอัมสเตอร์ดัม และ Girl with a Pearl Earring goo.gl/9UvGmf แสดงอยู่ที่ Mauritshuis Royal Picture Gallery กรุงเฮก ในปัจจุบัน) ซึ่งโดดเด่นเป็นที่สุดในเรื่องการเล่นสีแรงๆได้อย่างลงตัว
.
นอกจากเรื่องสีแล้ว แฮมมาชอยยังนิยมเขียนภาพที่เรียบง่าย และมักจะไม่เขียนภาพบุคคลแบบเห็นหน้าตรงๆ (ยกเว้นภาพแรก ที่เขียนภาพของ Anna น้องสาวของเค้าเอง) ซึ่งเข้ากับบุคลิกส่วนตัวที่เป็นคนที่รักสันโดษและเก็บตัวเป็นพิเศษอยู่ในบ้านพัก
.
ภาพส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด จึงเป็นภาพภายในบ้านมุมต่างๆ ซึ่งนักวิจารณ์งานศิลป์ยกย่องว่า เป็น The Poetry of Silence-บทกวีแห่งความเงียบ ที่ยืนดูรายละเอียดของภาพได้อย่างต้องมนต์
.
เรื่องน่าเศร้าปนขันเกี่ยวกับ ผลงานของแฮมมาชอย ก็คือ Alfred Bramsen หมอฟันผู้เป็นทั้งเพื่อน ผู้สนับสนุนทางการเงิน ของเค้า ได้มอบภาพผลงานของ Vilhelm Hammershoi ในคอลเล็คชั่นส่วนตัวทั้งหมด 28 ภาพให้กับพิพิธภัณฑ์ศิลป์แห่งชาติ SMK นี้ แต่หลังจากจัดแสดงอยู่ช่วงหนึ่ง ทางพิพิธภัณฑ์ก็ส่งคืนไป จนกระทั่งถูกประมูลขายไปหลายชิ้นด้วยมูลค่าชิ้นละกว่า 5 แสนดอลล่าร์ (เกือบ 20 ล้านบาท) เมื่อนั้นแหละ รีบขอกลับมาคืนและจัดห้องแสดงตลอดกาลให้เป็นการเฉพาะตั้งแต่นั้นมา
.
ภาพที่ขึ้นชื่อส่วนหนึ่ง ของ แฮมมาชอย มีดังต่อไปนี้ (เป็นภาพจากเน็ตทั้งหมด) ครับ
.
1. Interior with Ida Playing the Piano-อิด้า ภรรยาเล่นเปียโน คศ. 1910
.
2. Interior in Strandgade, Sunlight on the Floor-แดดส่องพื้นในห้องพัก คศ. 1901
.
3. Interior with Young Woman from Behind-หญิงสาวภายในบ้านพัก คศ. 1904
.
4. A Woman Reading By A Window-ผู้หญิงอ่านหนังสือริมหน้าต่าง (ไม่ทราบวันเวลา)
.
5. Interior with Young Man Reading-ชายหนุ่มยืนอ่านหนังสือ คศ. 1898
.
6. Bedroom-ห้องนอน คศ. 1890
.
รูปภาพ
.
7. Ida Ilsted, the Artist's Wife-อิด้า ภรรยา คศ. 1890
.
8. Interior with a Woman at a Sewing Table ผู้หญิงเย็บสอย คศ. 1897
.
9. Rest-พัก คศ. 1905
.
10. Interior, Strandgade 30-ในบ้านพัก คศ. 1908
.
11. Interior, Frederiksberg Allé-ห้องอาหารในบ้านวัยเด็ก คศ. 1900
.
12. Woman Seen from the Back-ผู้หญิงจากด้านหลัง คศ. 1888
.
13. Portrait of a young woman. The artist's sister Anna Hammershøi-แอนนา น้องสาว เป็นภาพแรกๆ คศ. 1885
.
รูปภาพ
.
ไปกันครับ คิวยาวทีเดียว โชคดีที่เปิดให้ซื้อบัตรแลกบัตรที่บูธฝั่งตรงข้ามอีกแห่ง... เจ้าหน้าที่สาวยิ้มกว้าง บอกว่า "เชิญคุณคนแรกเลยค่ะ...." โชคดีจังเรา
.
แหะ แหะ....แต่ ข่าวดีมาก่อนข่าวร้ายเสมอ เพราะ...
.
เมื่อถามถึงผลงานของ แฮมมาชอย เธอก็บอกว่า "ขอโทษจริงๆ วันนี้ห้องนั้นปิด ต้องมาพรุ่งนี้ค่ะ แต่..อย่าลืมไปรับของปลอบใจที่ห้องโถงใหญ่นะคะ"....เง็ง
.
รูปภาพ
.
แวะนำสัมภาระไปฝากที่ล็อกเกอร์ก่อน ...ที่เห็นบนรถเข็นนั่น คือเก้าอี้พับนะครับ สามารถหยิบติดตัวไปนั่งพักชมงานแสดงห้องต่างๆได้
.
ไปกันครับ ชมทีละห้องละห้อง....เก็บรายละเอียดของภาพต่างๆมาเพียบ แต่....ขอข้ามไปนะครับ ไม่งั้นรีวิวไม่จบซักที
.

รูปภาพ

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 04/11/2017 12:14 pm

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
.
มองลงมาชั้นล่าง...นั่นไงครับ ของปลอบใจ....
.
เป็นภาพโปสเตอร์ ของ แฮมมาชอย จากชุด Chronicles of Solitude-อนุทินแห่งความโดดเดี่ยว ชื่อภาพ
An Interior with the Artist's Easel-ขาตั้งภาพในห้องพัก คศ. 1910
.
ฉีกไปคนละใบได้เลย
.
รูปภาพ
.
ออกไปยังอาคารด้านหลัง เริ่มเป็น ศิลป์ร่วมสมัย-Modern Art แล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ป้ายบอกว่า "นี่คืองานศิลป์นะ" ไม่งั้น คิดว่าเป็นห้องพักธรรมดา
.
ภาพใหญ่ก็งานศิลป์เช่นกัน นั่งชมภาพบนจอ แต่ฟังเสียงทาง เฮดโฟน
.
ห้องอาหารแบบแคนทีน ที่ราคาไม่เหมือนแคนทีนที่เราคุ้นเคย...เพราะฉะนั้น ต้องไปที่....
.
.
Torvehallerne Food Market-ศูนย์อาหาร ที่เล่าไปแล้วที่ลิงค์ goo.gl/ukak18 ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 17/01/2018 7:59 pm

รูปภาพ


.
เพื่อนใหม่ในต่างแดน-Thank you for being a friend
.
20 มกราคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
Thank you for being a friend
Traveled down the road and back again
Your heart is true, you're a pal and a confidant

And if you threw a party
You'd invited everyone you knew
You would see the biggest gift would be from me
And the card attached would say
Thank you for being a friend.....
.
กว่า 30 ปีแล้วครับ ที่ซิทคอม เรื่อง The Golden Girls (goo.gl/1AzvVa) ออกฉายในสหรัฐฯ ซึ่งตอนนั้นผมต้องไปเช่าวิดีโอ จากร้านของ คุณนคร วีระประวัติ ที่ Miracle Mall (ตรงข้ามซอยอารี สุขุมวิท 26 ซึ่งเป็น Community Mall รุ่นแรกๆของไทย) ม้วนละตอนไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ค่าเช่า 40 บาท มาดูทุกอาทิตย์...
.
ใช่ครับ ยุคนั้น คนไทยในอเมริกา ได้ดูรายการทีวีดังๆเช่น คู่สร้างคู่สม สี่ทุ่มสแควร์ ละครช่อง 3 ช่อง 7 ฯลฯ ก็เพราะมีคนอัดไปให้เช่าดูกัน... คุณนคร ก็เลยทำธุรกิจ Reverse-ย้อนศร ในรูปแบบนี้ โดยให้เพื่อนที่อเมริกา อัด ซีรี่ย์ดังๆ มาให้ ...
.
ช่วงนั้น รายการสนุกๆมีแยะมาก อาทิ Cheers...Three's Company...Magnum, P.I....Miami Vice...Murder, she wrote.... Hercule Poirot และ Miss Marple ของ Agatha Christie...รวมทั้งรายการข่าว อย่าง 60 Minutes เป็นต้น เรียกได้ว่า คุณนครรับทรัพย์เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว เพราะลูกค้าแต่ละรายต่างควักเงินจ่ายค่าเช่า 4-500 บาทเป็นอย่างต่ำในแต่ละครั้ง...
.
เพลง Thank you for being a friend (goo.gl/FWm2A4) ดัง Lyric-เนื้อเพลงข้างต้น เป็นเพลงไตเติ้ลของ Situation Comedy-ซิทคอม หรือ ละครสั้นตลก เรื่อง The Golden Girls ที่บอกเล่าประสบการณ์ชีวิตประจำวันของ 4 สาวหม้ายวัยทอง ผู้มาเช่าบ้านอยู่ด้วยกันในไมอามี่ ...เต็มไปด้วยเรื่องราวอันสร้างมุกแสบๆคันๆเรียกเสียงฮาแทบทุกครึ่งนาที ถึง 7 ซีซั่น (7 ปี) เต็มๆ ซึ่ง....เพื่อนๆที่สนใจ สามารถคลิกชม Pilot-ตอนแรก ได้ที่ลิงค์ goo.gl/wAWhZ8 ครับ
.
.
แต่ "Thank you for being a friend-ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนกัน" ที่ผมจะเล่าประกอบอัลบั้มรีวิว "เพื่อนใหม่ในต่างแดน" นี้ เป็น 1 ในประสบการณ์ที่เราพบเจอเพื่อนใหม่ในแทบทุกทริป (แน่นอนว่าหมายถึง...คนที่พอจะนับเป็น Friend-เพื่อนได้... มีการ Keep in touch-ติดต่อกันตลอดมา...ไม่ใช่แค่ acquaintance-รู้จักผิวเผิน) ซึ่งเพื่อนๆจะเห็นผมเล่าถึงเสมอนะครับ
.
เพื่อนใหม่คนนี้ ชื่อ Rania Abul-Rub เป็นคุณหมอผู้เชี่ยวชาญโรคหู ชาวจอร์แดน ที่มาร่วมประชุมสัมนาวิชาการที่นี่ และเจอกันโดยบังเอิญที่ป้ายรถเมล์ตรง พระราชวัง ดรอตต์นิงโฮล์ม ในวันที่ 6 กันยายน 2560 แล้วก็ต้องชะตากัน ชวนกันไปเที่ยวต่อด้วยกันในครึ่งวันที่เหลือ ที่ Skansen, Nobel Center และ Skyview ด้วยความสนุกสนานรู้ใจ ถูกคอกัน และประทับใจยิ่ง ซึ่งรายละเอียดตั้งแต่พบกัน จนต้องมาบอกขอบคุณเป็นพิเศษครั้งนี้ จะได้เรียบเรียงบอกเล่าดังต่อไปนี้ครับ.......
.
.รูปภาพ

.
ใช่ครับ...ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน โดยเฉพาะในต่างแดน เพื่อนใหม่จะมีล้อมรอบตัวเราไปหมด อยู่ที่เราและอีกฝ่ายจะเปิดใจให้กันหรือไม่เท่านั้น เพราะฉะนั้น ...
.
เพื่อนๆที่ชอบหรือจำเป็นต้องไปเที่ยวคนเดียวเป็น Solo Traveler-นักเดินทางเดี่ยว ไม่ว่าหญิงหรือชาย จึงไม่ต้องกลัวเหงาโดยใช่เหตุครับ เนื่องจากมีคนให้เราเลือกที่จะคบหรือไม่คบเรียงรายมาให้พิจารณาตลอดเวลาหากเราต้องการ...
.
ยิ่งคนที่อยู่ในวัยหนุ่มวัยสาว ยุคนี้ยิ่งสบายบรื๋อครับ เพราะนักเที่ยวที่เป็นฝ่ายรุก จ้องจับเพื่อนใหม่ มีทุกเพศในจำนวนใกล้เคียงกัน (เพศหญิงค่อนจะมีมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะห่างไกลสังคมคนรู้จัก อยากทำอะไรก็ย่อมได้ตามใจอยู่แล้ว) ...
.
ยังจำได้เลยครับว่า ตอนอยู่ โคเปนเฮเก้น 8 วัน เราเจอหนุ่มจีนฮ่องกงบุคลิกดีคนหนึ่งทุกเช้าที่ห้องครัว ทักทายพูดคุยได้ความว่า มาอยู่ที่โคเปนเฮเกนและพักโฮสเต็ลนี้ 4 เดือน เพื่อเรียนภาษาดัทช์ ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นภาษาที่ไพเราะถูกใจเค้ามากๆ
.
เค้าเป็นครูที่ฮ่องกง แต่งงานแล้ว มีลูกสาวคน พ่อแม่เปิดร้านค้าอยู่ที่จิมซาโฉ่ย...เค้าซื้อจักรยานใช้ แต่ที่มาพักโฮสเต็ลแทนที่จะเป็นหอพักหรืออพาร์ตเม้นท์ เพราะสะดวกกว่าและราคาไม่ต่างกันมากนั่นเอง...
.
ฟังที่เค้าเล่าก็อดนึกนับถือในความมุ่งมั่นแน่วแน่ของเค้าไม่ได้ จนผมและคุณนายเอ่ยปากชมเชยเค้าตลอดว่า "Your passion is remarkable-แรงบันดาลใจของคุณสูงส่งจริงๆ" เพราะคนที่หลงใหลในภาษาต่างชาติจนเกิดพลังถึงขนาดยอมลงทุนลงแรงมาศึกษาอย่างเอาจริงเอาจังถึงสแกนดิเนเวียเมืองแพงปานนี้ หาได้ยากมากและเค้าจะประสพความสำเร็จในชีวิตดังใจปรารถนาอย่างแน่นอน...
.
เราเจอเค้าทุกเช้าก่อนออกเที่ยว กระทั่งวันที่ 5 ที่เราอยู่ บังเอิญต้องออกสาย (เกือบเที่ยง) เพื่อรอเปลี่ยนห้อง จึงเห็นเค้านั่งหลบมุมอี๋อ๋อพูดจาเสียงอ่อนเสียงหวานกับหนุ่มฝาหรั่งคนหนึ่งอย่างมีความสุข (ไม่ทราบว่าเค้าเห็นเราหรือเปล่า หรือเห็นแล้วแกล้งไม่เห็นก็ไม่ทราบ) ค่อยร้องอ๋อว่า... passion ลึกๆที่ยอมทิ้งลูกเมียชั่วขณะ ที่แท้ก็ต้องการมามีความสุขกับคนที่รู้ใจนั่นเอง.... ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพียงแต่เราอด Guilty-รู้สึกผิด เล็กๆไม่ได้ ที่ไม่น่าไปทำให้เค้าต้องกระอักกระอ่วนใจ (หรือเปล่าไม่ทราบ) ในการตอบเราเรื่องส่วนตัวโดยใช่เหตุเท่านั้นครับ...
.
ครับ...เราชอบพูดคุย และเป็นนักสนทนาที่หาคนคุยด้วยไม่ยากไม่ว่าที่ไหน จนกลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวในต่างแดน เพราะทำให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่น่าสนใจไม่ขาดสายและอยู่ในความทรงจำที่คิดถึงคราใดก็สุขใจเสมอมา
.
ถ้าถามผมว่า อยากเห็นนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวพัฒนาในทางไหนบ้าง นอกจากเรื่องบุคลิกภาพ กิริยามารยาท การแต่งกาย ความสำรวม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศเราแล้ว ผมก็อยากเห็นความกล้าที่จะคบหาเพื่อนใหม่บ้าง (เวลาอ่านรีวิวของใครๆ ส่วนใหญ่จะจับความได้เลยว่า ไม่ค่อยสุงสิงกับใครอื่น ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะพลาดโอกาสที่จะได้เรื่องราวประทับใจ..) โดยแค่เปิดใจ มองคนในแง่ดี ทิ้งความระแวงออกไปบ้าง รับรองว่าทุกประสบการณ์ทั้งดีและอาจไม่ดีจะเป็นความทรงจำและบทเรียนให้ชีวิตอย่างคุ้มค่าขนาดต้อง "Thank you for being a friend-ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนกัน" เหมือนเราแน่นอนครับ
.












.
หมายเหตุ: เทคนิคการสร้างมนุษยสัมพันธ์ หรือการหาเพื่อนใหม่ ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แค่ "เป็นฝ่ายสนใจและถามเรื่องของอีกฝ่าย" เท่านั้นก็ Break the ice-ละลายน้ำแข็งหรือเปิดประตูหัวใจของอีกฝ่ายได้แล้ว เพราะโดยทั่วไป คนเราจะชอบเล่าเรื่องตัวเองมากกว่าฟังเรื่องของคู่สนทนา ดังสำนวนที่ว่า "The irony of being a good conversationalist is that talking isn’t the most important piece; listening is what makes you memorable-แปลกแต่จริง คนที่ใครๆชมว่าเป็นนักสนทนาที่ดี คือคนที่ฟังมากกว่าพูด" อ่ะครับ
.
ส่วนหลังจากเปิดฉาก ความสัมพันธ์จะดีขึ้นได้อย่างไร ศึกษาจากบทความนี้ได้ครับ
.
.
A short course in human relations-หลักสูตรสั้นๆในเรื่องมนุษยสัมพันธ์
.
The six most important words: “I admit I make a mistake”
-- คำพูดที่สำคัญที่สุด 6 คำ คือ "ฉัน ยอม รับ ว่า ฉัน ผิด"
.
The 5 most important words: “You did a good job”
-- คำพูดที่สำคัญที่สุด 5 คำ คือ "คุณ ทำ ได้ สุด ยอด"
.
The 4 most important words: “What is your opinion?”
-- คำพูดที่สำคัญที่สุด 4 คำ คือ "คุณ คิด ว่า ไง"
.
The 3 most important words: “If you please”
-- คำพูดที่สำคัญที่สุด 3 คำ คือ "ขอ รบ กวน"
.
The 2 most important words: “Thank you!”
-- คำพูดที่สำคัญที่สุด 2 คำ คือ "ขอบ คุณ"
.
The 1 most important word: “WE”
-- คำพูดที่สำคัญที่สุด 1 คำ คือ "เรา"
.
The least most important word: “I”
-- คำพูดที่สำคัญน้อยที่สุด คือคำว่า "ฉัน"
.
รูปภาพ

.
เราเดินทางจาก เบอร์เก้น มาถึง สต็อกโฮล์ม ตั้งแต่เช้าวันที่ 3 กันยายน พักโฮสเต็ล 4 คืน และ บ่ายวันที่ 7 ก็เช็คเอ้าท์จับเฟอร์รี่ต่อไปยัง ริก้า ประเทศ ลัตเวีย...
.
"ตัวช่วย" ที่ทำให้เราเที่ยวสะดวก มีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน คือ
.
1. บัตรเดินทางเอนกประสงค์ที่เรียกว่า Travel Card ซึ่งสามารถใช้ได้กับยานพาหนะสาธารณะทุกประเภท ราคา
1 วัน 120 โคร์น....3 วัน 240 โคร์น และ 7 วัน 315 โคร์น... เมื่อเราอยู่ที่นี่ 4 วันกว่าๆ ก็จึงต้องซื้อแบบ 7 วัน โดย Senior-ผู้อาวุโส ได้ลดเหลือ 210 โคร์นครับ
.
2. บัตรบริการแหล่งท่องเที่ยว Stockholm Pass สำหรับเข้าชมสถานที่ดังๆฟรีหรือในราคาพิเศษ และบริการท่องเที่ยวต่างๆ (ไม่รวมยานพาหนะทั่วไปเหมือนที่อื่นๆ) ราคา
1 วัน 595 โคร์น...2 วัน 795 โคร์น...3 วัน 995 โคร์น และ 5 วัน 1295 โคร์น...ซึ่งเราเลือกใช้แบบ 2 วันเพื่อเข้าเฉพาะที่สำคัญๆเท่านั้น...
.
บัตรหลังนี้ เจ้าหน้าที่โฮสเต็ลบอกว่า ถ้าซื้อทางออนไลน์ Senior-ผู้อาวุโส จะได้ส่วนลด 10% แต่ยุ่งยากนิดหน่อย คือต้องนำหลักฐานไปรับบัตรที่สถานีรถไฟ ซึ่งเมื่อผมลองดู ปรากฏว่า ทำไม่ได้ เพราะไม่มีช่องราคาพิเศษที่ว่าให้เลือกติ๊กเลย (ถ้ายังไง เพื่อนๆ สว.ลองเช็คดูก่อนไปละกันนะครับ อาจเซฟได้หลายร้อยบาท) เราก็เลยซื้อราคาเต็มที่โฮสเต็ลทั้ง 2 ใบเลย (ทั้ง 2 บัตร ซื้อ ร้านสะดวกซื้อก็ได้ทุกแห่งครับ)
.
ขอเรียนว่า...2 วันที่ใช้ ถือว่าคุ้มราคาพอสมควร... สาเหตุที่ไม่ถึงขนาด "โฆษคุ้ม" ก็เพราะแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง (เช่น พิพิธภัณฑ์ พระราชวัง ต่างๆ) น่าสนใจจริงๆและต้องใช้เวลามากๆ ไม่สามารถทำใจแวะเวียนแบบผิวเผินได้ อ่ะครับ
.
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ติดไป SEK หรือ โคร์นสวีเดนละ 4.08 บาทครับ
.
รูปภาพ

.
หลังจากที่เราใช้ บัตรบริการแหล่งท่องเที่ยว Stockholm Pass ไปในวันที่ 5 กันยายน ตะลุยพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่ค่าเข้าแพงๆแล้ว วันที่ 6 กันยายน เราก็เลยเลือกรายการแพงที่สุดเป็นโปรแกรมแรก นั่นก็คือ ไปเที่ยว Drottningholm Palace-พระราชวัง ดรอตต์นิงโฮล์ม ซึ่งว่ากันว่า ได้แรงบันดาลใจ (เลียนแบบ) มาจาก Palace of Versailles-พระราชวัง แวร์ซาย ของฝรั่งเศส...ค่าเข้าชมคนละ SEK 340.00 รวมค่าเรือไปกลับครับ
.
สาเหตุที่พระราชวังแห่งนี้ได้สมญาว่าเป็น พระราชวังผีสิง ก็เนื่องจาก สมเด็จพระราชินี ซิลเวียแห่งสวีเดน ได้ทรงเปิดเผยเมื่อต้นปี 2559 ว่า พระราชวังซึ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ คศ.1662 แทนที่ปราสาทเดิมที่สร้างขึ้นในปี คศ.1580 แล้วถูกเพลิงเผาไป แห่งนี้ มีผีจำนวนหนึ่งสิงอยู่ เพราะบ่อยครั้งที่พระองค์ทรงรู้สึกว่า เหมือนไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่พระองค์ก็ตรัสด้วยพระพัตร์แย้มพระสรวลว่า เป็นผีที่มีความเป็นมิตรสูงมาก..:-)
.
รูปภาพ

.

เริ่มต้นด้วยการนั่งรถบัสสาย 3 ไปที่ ท่าเรือ Klara Malarstrand ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก City Hall-ศาลาว่าการสต็อคโฮล์ม โดยลงที่ป้าย Tegelbacken แล้วเดินมุ่งหน้าไปทาง City Hall ต่อไปไม่ถึง 100 เมตร ก็เห็นเรือและป้ายบอกว่ารอบแรกคือ 10 โมงเช้าครับ
.
รูปภาพ

.
สอบถามเจ้าหน้าที่บนเรือ ได้ความว่า ต้องเอา พาสส์ ไปแลกตั๋วที่บูธข้างหน้า คุณนายก็เลยให้ผมยืนต่อคิวโดยคุณท่านจะไปจัดการเอง
.
ได้เวลา เปิดให้ขึ้นเรือ เราก็มุ่งหน้าไปที่หัวเรือก่อนเลย ขืนช้าเป็นไม่ได้การ....อิอิ
.
รูปภาพ

.
ดูสิครับ แป๊บเดียวเท่านั้น ทั้งด้านนอกและด้านในเต็มไปหมด
.
อาคารที่ออกแบบโมเดิร์นมากนี้คือ The Waterfront Building อาคารสำนักงานระดับ เฟิร์สท์คลาสส์ ที่มีโรงแรม Radisson Blu Waterfront Hotel ด้วย
.
รูปภาพ

.
เดินทางประมาณ 45 นาที โดยมีเรื่องสนุกๆประกอบนิดหน่อย คือแขกอินเดียคนหนึ่งที่ทะเร่อทะร่าเดินเบียดคุณนายที่นั่งอยู่เพื่อไปถ่ายรูปอย่างไร้มารยาท แถมยังบอกว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะไปยืนถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ อาตมาก็เลยจัดเทศน์ชุดใหญ่ไปจนต้องขอโทษขอโพย...
.
กับอีก 1 รายการ ที่คู่สามีภรรยานั่งข้างๆ... ตัวสามีขอให้ผมถ่ายภาพคู่ให้ ถ่ายเสร็จผมถามว่า มาจากไหน ดันตอบว่า "อเมริกา" ผมถามต่อว่า "เชื้อชาติอะไร" ก็บอกว่า "อเมริกัน"ผมถามต่อ "หมายถึงคุณพ่อคุณน่ะ" ก็ยัง "อเมริกัน" อีก .. ผมบอก "โน่" เสียงดัง ภรรยาเค้าก็เลยเฉลยว่า "คุณปู่เค้ามาจากเม็กซิโก" ...
.
ผมได้ทีก็เลยบอกว่า "นั่นไง เพราะหน้าตาคุณบอกอยู่แล้ว...ว่าไป รุ่นคุณรุ่นคุณพ่อคุณโชคดีมากนะ เพราะต่อไป เจ้าทรัมป์จะทำกำแพงกั้นไม่ให้เข้าง่ายๆอีกแล้ว..."
.
คราวนี้ ก็เลยหันมาเม้าธ์เรื่องเจ้าทรัมป์กันพัลวัน...555
.
ป้าจีนคนหนึ่งมากับสามีฝาหรั่งเจอกันบนเฟอร์รี่ทีแล้ว แต่ถามอะไรก็ทำอ้ำๆอึ้งๆ ทว่าหลังจากเห็นผมโซ้ยอาบังไปแล้วก็เลยมาญาติดีด้วย เพราะแหม่งๆเจ้าแขกคนนั้นเหมือนกัน แค่ผมบอกเป็นภาษาจีนว่า "พวกนี้ แค่เริ่มมีเงินหน่อย ก็คิดว่าแน่ ไม่เคยเรียนรู้มารยาทสังคมเอาเสียเลย" ก็หันมาจ้อด้วยไม่หยุด แถมได้ลูกคู่เป็นสาวไต้หวันที่นั่งตรงข้าม พลอยมาผสมโรงด้วย..บรรยากาศก็เลยแปลงเป็น จีนครองโลก ไปชั่วขณะ...555
.
โน่น...เห็นพระราชวังอยู่เบื้องหน้าแล้วครับ
.
รูปภาพ

.
ไปกันครับ ลงจากเรือไปชื่นชม พระราชวังที่อลังการที่สุด และได้รับการประกาศเป็นมรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโกกัน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและสำคัญยิ่งหรือไม่
.
เรือเที่ยวกลับมีเหลือ 2 รอบ คือบ่ายโมงและบ่าย 3 โมง มีเวลาเหลือเฟือที่จะชื่นชมทุกสัดส่วนอย่างเต็มที่
.
ผ่านทะเลสาปด้านหน้า เดินเลียบหมู่รูปปั้นต่างๆไปยังพระราชวัง (ชื่อ Drottningholm แปลว่า Queen's islet-เกาะพระราชินี) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ Lovon นี้
.
อาคารทรงโดมตรงมุมขวา คือ The Palace Church-โบสถ์ประจำพระราชวัง ที่มีการประกอบพิธีมิสซาทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนครับ
.
คณะทัวร์ที่มาทางรถก่อนพวกเรา กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณแล้ว
.
รูปภาพ

.
ด้านหน้าพระราชวัง คือรูปปั้นของเทพเนปจูน (หรือมีอีกชื่อว่า เทพโพไซดอน) เทพเจ้าแห่งสมุทร
.
เข้าไปด้านใน เพื่อนำพาสส์ไปแลกบัตรเข้าชมอีกที..
.
ช่วงเวลานี้ (11.00 น.) เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด จน Cloakroom-ห้องฝากของ เต็ม เจ้าหน้าที่บอกว่าให้สะพายเป้ไว้ด้านหน้าอก ก็จึงใช้กล้องใหญ่ไม่สะดวกเอาเสียเลยครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 17/01/2018 8:05 pm

รูปภาพ

.
เดินชมส่วนต่างๆไปพร้อมๆกันเลยนะครับ
.
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

.
ทะลุออกมาด้านหลังไปสู่อุทยาน เห็นอาคาร The Drottningholm Palace Theatre-โรงละครพระราชวัง ที่มีรูปปั้นของเทพอพอลโลสีขาวอยู่ด้านหน้า
.
ไปต่อที่อุทยานเลยนะครับ
.
รูปภาพ

.
ด้านหน้าเป็น Neptune Fountain-น้ำพุเนปจูน ที่เทพเนปจูนกำลัง Slaying a dragon-โรมรันกับมังกรยักษ์ อยู่
.
รูปภาพ

.
กว่าจะไปถึง Chinese Pavilion-ตำหนักจีน ดูท่าจะต้องไปอีกไกล ขอแวะขึ้นไปด้านบนนี้ก่อน ชมบรรยากาศโดยรอบและทานของว่างที่ติดตัวมาไปพลาง...
.
แล้วก็ตัดสินใจว่า กลับดีกว่า..ยังมีที่อื่นๆที่น่าสนใจอีกแยะ ขืนหย่อนใจไปตามสบาย ไม่คุ้มค่าพาสส์แน่ๆ...อิอิ
.
รูปภาพ

.
ว่าแต่...กว่าเรือจะมายังอีกนาน ขอเดินไปทางถนนใหญ่ดูหน่อย เผื่อจะมีรถบัสผ่านมาบ้าง
.
และที่ป้ายรถนี้เองที่เราได้พบสาวสวยท่านหนึ่งนั่งรอรถอยู่ข้างใน
.
ผมสอบถามเธอว่า มีบัสเข้าเมืองหรือเปล่า เธอชี้ให้ดูที่ตารางรถสาย 177, 302, ฯลฯ ข้างฝา ตอบว่า "ขึ้นสายไหนก็ได้ แล้วไปต่อรถเมโทรเอา"
.
แล้วเราก็ได้เป็นเพื่อนกัน ผ่านการทักทายพูดคุยได้ความว่า เธอไม่ใช่คนท้องถิ่นอย่างที่คิด แต่เป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่มาจากจอร์แดน....
.
คราวนี้ก็ บลา-บลา-บลา ไม่หยุดล่ะครับ เพราะเราบอกว่าอยากไปเที่ยวเพตรา ส่วนเธอก็อยากมาเที่ยวเมืองไทย เพราะจอร์แดนอยู่ติดกับอิสราเอล เพื่อนชาวยิวของเธอต่างก็มาเที่ยวเมืองไทยกันแล้วทั้งนั้น
.
ใช่ครับ...ประเทศไทยในสายตาของคนยิว ว่ากันว่า เป็นประหนึ่ง เมกกะ ของพวกเค้าที่เดียว เรียกได้ว่า ผ่านการเกณฑ์ทหาร (ชาย 3 ปี หญิง 2 ปี) เมื่อไหร่เป็นขอมาเที่ยวเมืองไทยเป็นอันดับแรกเกือบทุกคนเลย
.
Rania บอกว่า เธอชื่อเดียวกันกับ Queen Rania of Jordan-พระราชินีแห่งจอร์แดนองค์ปัจจุบัน ผมบอกว่าเคยรู้แต่ว่า กษัตริย์ฮุสเซ็น (พระชนกของกษัตริย์ Abdullah II of Jordan องค์ปัจจุบัน) มีชายาเป็นชาวอังกฤษ... Rania บอกว่า "ใช่เลย เธอคือพระราชชนนีของคิงปัจจุบันนั่นเอง"
.
หลังจากนั้น ผมก็ล้อเธอโดยทักเธอว่า "Your Majesty-ฝ่าบาท" ตลอด เล่นเอาเขิลล์ไปเลย
.
ขึ้นบัสมาต่อเมโทรด้วยกัน และความที่ต้องชะตากันเป็นพิเศษ ก็เลยไปเที่ยวด้วยกัน เพราะพรุ่งนี้เธอก็จะเดินทางกลับแล้ว...
.
จากเมโทร..เราต่อรถรางมายัง....
.
รูปภาพ

.
Skansen พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของโลก....
.
ซึ่งตั้งอยู่ที่ Djurgardsvagen ศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวดังๆทั้งมวลของสต็อกโฮล์ม ประกอบด้วย..Biological Museum-พิพิธภัณฑ์ชีวภาพ....Nordic Museum-พิพิธภัณฑ์ชาวยุโรปเหนือ (สุดยอดดดมาก)....Vasa Museum-พิพิธภัณฑ์ซากเรือรบ วอซา (มหัศจรรย์โลก) ...Museum of Modern Art and Architecture-พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และสถาปัตยกรรม ....Junibacken-พิพิธภัณฑ์เด็ก ....National Museum of Science and Technology-พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ....ABBA museum-พิพิธภัณฑ์คณะดนตรีอับบ้า....Circus-โรงละครสัตว์....Grona Lund-สวนสนุก...ฯลฯ
.
Open-air Museum and Zoo-พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งและสวนสัตว์ Skansen นี้ เปิดมาตั้งแต่ปี คศ.1891 เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมสรรพสิ่งน่ารู้และวิถีชีวิตของผู้คนในภูมิภาคต่างๆของสวีเดนก่อนยุคอุตสาหกรรม โด่งดังมากถึงขนาดคำว่า Skansen ใช้เรียกแทน พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งต่างๆในยุโรปและสหรัฐฯทีเดียว
.
ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวเข้าชมถึงปีละกว่า 1.3 ล้านคนครับ
.
รูปภาพ

.
ลงรถรางผ่าน Circus-โรงละครสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนต่างหากจากพิพิธภัณฑ์ฯ ที่นอกจากมีการแสดงวันละ 2 รอบแล้ว ยังมีโปรแกรมคอนเสิร์ตเป็นค้างคาว เอ๊ย ครั้งคราวด้วย....
.
ถัดไปก็เป็น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแล้วละครับ...เรามี Stockholm Pass เข้าได้ฟรี แต่ Rania ต้องซื้อตั๋วราคา 125 โคร์นครับ
.
ความที่พื้นที่ทั้งหมดของพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งนี้ มีถึง 3 แสนตารางเมตร (0.3 ตารางกิโลเมตร) มีบ้านนานารูปแบบที่ยกมาจากภูมิภาคต่างๆถึง 150 หลัง และยังมีสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วย.... ผู้ที่สนใจจริงๆอาจเลือกซื้อบัตรเข้าชมแบบ 2 วันเพื่อให้เต็มอิ่มถึงใจไปเลย (แบบเดียวกับ ตั๋วเข้าชม อุทยานจิ่วไจ้โกว ที่จีนซึ่งสามารถใช่เข้าชม 2 วันได้) โดยแพงกว่าตั๋ววันเดียวอีกเพียง 50 โคร์นเท่านั้นครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 17/01/2018 8:08 pm

รูปภาพ

.
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง Skansen สร้างขึ้นจากแนวความคิดที่ว่า เพื่อให้ผู้คนในรุ่นหลังสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของชาวสวีเดนใน 5 ศตวรรษที่ผ่านมา โดย Artur Hazelius ผู้ก่อตั้ง Nordic Museum-พิพิธภัณฑ์ชาวยุโรปเหนือ ลงทุนซื้อบ้านจากที่ต่างๆ แล้วถอดออกเป็นชิ้นๆขนใส่เรือมาประกอบใหม่ที่นี่ให้สมบูรณ์เหมือนสภาพเดิมที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนทำให้ทั้งบริเวณนี้ มีอาคารหลังใหม่ที่ไม่ใช่ Original เพียง 3 หลังเท่านั้น
.
เพื่อนดีคือเพื่อนที่รู้ใจกัน ไม่ทำตัวให้เป็นภาระแก่กัน..... เราบอก Rania ว่า.... ผมและคุณนายเป็นคนประเภทชอบดูอะไรแบบช้าๆ ใช้เวลามากกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้น ก็แยกกันตรงนี้เลย เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาอ้อยอิ่งเซ็งเป็ดกับเรา.... ซึ่งเธอก็เข้าใจ แล้วเราก็ลาจากกัน
.
เดินดูรอบๆลานกว้างด้านหน้าแล้วเราสองก็เข้าไปในบริเวณอาคารแรก ขึ้นบันไดเลื่อนไปส่วนนิทรรศการ
.
รูปภาพ

.
ชมข้าวของเครื่องใช้ในแต่ละยุค ถ่ายภาพตัวเองที่กล้องจับไปฉายในกรอบรูป....
.
รูปภาพ

.
แล้วก็เดินชมบ้านแบบต่างๆ ก่อนจะแวะพักทานของว่างที่ติดตัวมา ณ บริเวณที่เค้าจัดไว้ ก่อนลงไปยังส่วนที่เป็นโรงงานต่างๆข้างล่าง อันประกอบด้วย...
.
รูปภาพ

.
โรงงานเป่าแก้ว....
.
รูปภาพ

.
ซึ่งมีเครื่องแก้วจำหน่ายสวยงามลายตา...
.
และต่อด้วย....
.
รูปภาพ

.
โรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้
.
รูปภาพ

.
โรงงานเหล็กในยุค คศ.1920....ซึ่งเป็นช่วงพนักงานหยุดพัก Coffee Break กัน
.
อาคารสีขาวหลังใหญ่คือ....
.
รูปภาพ

.
ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง...ภาชนะเครื่องใช้...เห็นตู้เย็น Elektrolux หน้าตายังกะตู้เซฟด้วย
.
เดินต่อไปยังสวนหย่อม ที่มีรูปปั้นของ Carl Linnaeus นายแพทย์ที่เป็นบิดาของ Modern Taxonomy-อนุกรมวิธานวิทยา (การจำแนกหมวดหมู่ของพันธุ์พืชและสวนสัตว์) อยู่ข้างหน้า
.
รูปภาพ

.
ขึ้นไปชมวิวรอบๆบนป้อม เห็นโบสถ์ ตรงทางรถรางไต่เขา...
.
รูปภาพ

.
ยอมรับครับว่า แต่ละส่วนและบ้านแต่ละหลังประกอบได้เนี๊ยบมาก
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 17/01/2018 8:12 pm

รูปภาพ

.
โรงงานทำขนมปังสวีดิช สาธิตให้ชมและแจกให้ชิมด้วย ผมถามว่า "Where is beer-แล้วเบียร์แกล้มละครับ?" สองสาวส่ายหน้าบอกว่า ม่ายมีอ่ะ...
.
รูปภาพ

.
ส่วนที่เลี้ยงสัตว์บกสัตว์น้ำ...
.
รูปภาพ

.
ถ้ามีเด็กๆมาด้วย คงชื่นชอบน่าดู...
.
รูปภาพ

.
แล้วก็มาจ๊ะเอ๋กับ Rania อีกที ที่บ้านของชาวสวีดิชพร้อมเครื่องแต่งกายในยุคต่างๆ...
.
รูปภาพ

.
แล้วก็แยกกับ Rania อีกครั้ง...
.
รูปภาพ

.
ออกมายังส่วนสุดท้ายที่เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์เล็กและแมลงต่างๆ และ เจอ Rania อีกรอบ ก็เลยชวนกันไปเที่ยวต่อด้วยกัน ที่...
.
รูปภาพ

.
The Nobel Museum หรือ Nobel Center-หอเกียรติประวัติของผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลทั้งมวล
.
รูปภาพ

.
พิพิธภัณฑ์โนเบล นี้ เปิดมาตั้งแต่ปี คศ.2001 ในวาระครบรอบ 100 ปีของการมอบรางวัล โดยใช้อาคารเดิมของตลาดหลักทรัพย์...เพื่อเป็นที่บันทึกประวัติและแสดงผลงานของ ปูชนียบุคคลผู้ได้รับรางวัลอันเกริกไกรทุกท่านตั้งแต่ปี คศ.1901 เป็นต้นมา
.
เราเข้าชมฟรี แต่ Rania ต้องซื้อบัตร 120 โคร์นครับ
.
รูปภาพ

.
ทุกส่วนตกแต่งได้อย่างอลังมาก สำหรับผู้สนใจ ดื่มด่ำได้ทั้งวันเลยทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 17/01/2018 8:17 pm

รูปภาพ

.
มุมหนึ่งเป็นเวทีสัมนาว่างเปล่า ซึ่งค่ำนี้จะมีรายการเชิญ "ผู้รู้" ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาพูดคุยให้ผู้สนใจรับฟัง
.
ก็เลยขออนุญาตเจ้าหน้าที่ เปิดโอกาสให้ "ผู้ไม่รู้" ทั้งสาม ลองแสดงเป็นผู้ทรงภูมิกับเค้ามั่งบนเวทีอันมีเกียรตินี้อย่างหน้าไม่บางเท่าไหร่ ซึ่ง Rania ก็ชอบใจพลอยบ้าไปกับเราด้วย ...อิอิ
.
รูปภาพ

.
แวะร้านจำหน่ายของที่ระลึก...
.
รูปภาพ

.
เก็บภาพหน้าจัตรัส แล้ว The Three Musketeers-ทแกล้วทหารสามเกลอ ก็ไปต่อที่...
.
รูปภาพ

.
เป้าหมายมีอยู่ในใจแล้วครับว่า...จุดสุดท้ายที่จะใช้บัตร Stockholm Pass ให้คุ้ม ก็คือ
.
SkyView จุดชมวิว สต็อกโฮล์ม 360 องศา สุดยอดสถาปัตยกรรม ไฮไล้ท์ชิ้นใหม่ ใน Sport Arena-ศูนย์กีฬา อันประกอบด้วย สนามฟุตบอล และ สนามฮ็อกกี้ ในย่าน Globen....
.
อาคารทรงลูกโลกนี้มีชื่อว่า Ericsson Globe เป็น Office และห้องประชุม+เวทีแสดงคอนเสิร์ต ความจุ 16000 ที่นั่ง...
.
ด้านนอกคือ Gondola-เรือเหาะลิฟท์แก้วทรงกลม 2 ลำ แต่ละลำบรรจุได้ 16 คน จะนำเราขึ้นไปยังยอดลูกโลกนี้ เพื่อชมวิว SkyView ผ่านกระจกโดยรอบชนิดไม่มีมุมไหนบดบังสายตาเลย
.
ค่าเข้าชมคนละ 150 โคร์น ผู้ถือบัตร Stockholm Pass ฟรีเฉพาะช่วง 10.00 น.-12.00 น. หลังจากนั้นต้องเสียคนละ 30 โคร์น ใช้เวลาประมาณ 20-25 นาทีครับ
.
จากภาพที่ผมนำมาจากเน็ต จะเห็นได้ว่า วิวภายนอกงดงามตื่นตาทุกฤดูกาล.... เปิดทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์ 10.00 น.-18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00 น.-16.00 น.เท่านั้นครับ
.
รูปภาพ

.
เรานั่งบัสมาต่อเมโทรที่สถานี Slussen เพียงแค่ 3 ป้ายก็ถึง Globen..... ลงรถแล้ว เดินมุ่งหน้าไปยังตึกรูปตัว H ซึ่งก็คือ ศูนย์การค้า Globen City Shopping อันเป็นทางเชื่อมไปสู่ศูนย์กีฬา มีป้ายชี้บอกทางไป SkyView ชัดเจนครับ
.
รูปภาพ

.
ซื้อบัตรแล้ว เดินชมร้านค้าภายในครู่หนึ่ง เราทั้งสามก็ถูกนำไปยังโรงภาพยนต์ขนาดเล็กเพื่อทำความเข้าใจกับความเป็นมาของศูนย์กีฬาแห่งนี้
.
ส่วนการสร้าง Ericsson Globe และ Gondola ก็ด้วยตรรกะง่ายๆที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะมีวิธีที่ทำให้สามารถเห็นวิว 360 องศาได้ดีกว่าการขึ้นชิงช้าสวรรค์แบบ London Eye ของอังกฤษ.. ซึ่งแน่นอนว่า น่าจะเป็นอะไรที่เป็นรูปลักษณ์ทรงกลมนั่นเอง
.
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ สนามกีฬาฟุตบอลและฮ็อกกี้ ที่ออกแบบได้อย่างทันสมัยและยิ่งใหญ่อลังการมากๆครับ
.
รูปภาพ

.
ได้เวลา.... VIP ทั้งสาม (เพราะไม่มีใครอื่นเลย เนื่องจากเป็นรอบรองสุดท้ายแล้ว อิอิ) ก็ขึ้นเรือเหาะและชื่นชมวิวรอบตัวด้วยความตื่นตา...มีป้ายบอกว่า อาคารไหนคืออะไร โดยรอบด้วยครับ
.
รูปภาพ

.
เก็บภาพไป ยิ้มแย้มให้กันไป แป๊บเดียวเป็นร้อยภาพไม่รู้ตัว...
.
รูปภาพ

.
วิว ณ จุดยอดลูกโลก ทำให้เราอดร้อง ว๊าวว ไม่ได้เลยครับ
.
รูปภาพ
.

คงไม่ต้องบรรยายนะครับว่า คุ้มค่าหรือไม่และเรามีความสุขมากแค่ไหนนะครับ
.
รูปภาพ

.
ขาลง ก็สวนทางกับเรือเหาะอีกลูกซึ่งเป็นรอบสุดท้ายและมีหนุ่มเกาหลีมาเพียงลำพัง...เจ๋งกว่าเราอีกครับ
.
รูปภาพ

.
แล้วก็ถึงเวลาที่เรากับ Rania จะต้องแยกจากกัน โดยไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีก เพราะเราจะเดินเที่ยวรอบๆบริเวณนี้สักพักก่อนไปตะลุยราตรีที่ Gamla Stan-เมืองเก่าต่อ ส่วนเธอก็จะกลับที่พักเพื่อเตรียมข้าวของกลับบ้านในวันรุ่งขึ้นแล้ว
.
รูปภาพ

.
ในสังคมยุคหลังๆที่ "คนหัวร้อน" เต็มไปทั่วทุกหัวระแหง มิจฉาทิฐิที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งจนลุกลามไปสู่ความรุนแรงง่ายๆแม้ในเรื่องที่จิ๊บจ้อยระดับ มูลสุกรรามูลสุนัขแห้ง มีปรากฏให้เห็นตามสื่อต่างๆแทบทุกชั่วโมงนี้.... การได้ออกไปสู่โลกภายนอก และพบเพื่อนใหม่ที่น่ารัก จึงเป็นประดุจพรวิเศษที่สวรรค์ประทานให้แท้ๆ เพราะ...
.
จริงอย่างที่ Christie Brinkley (นางแบบหุ่นเซ็กซี่ และดาราในซีรีย์ National Lampoon's Vacation กับ Mad About You) โควทไว้ครับว่า...
.
"ยิ้มเถิด แจกจ่ายรอยยิ้มไปทั่วทั้งโลก เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสไออุ่นของมิตรภาพและสันติภาพ ได้มีความสุขมากขึ้นในชีวิต"
.
ขอบคุณครับ Rania ที่ได้เป็นเพื่อนกัน เที่ยวด้วยกัน และแบ่งปันความรู้สึกดีๆให้กันและกัน...
.
Thank you Rania, your Majesty, for being a friend who'd shared beautiful thoughts and charming moments with us, we miss you and hope to see you again soon. God Bless you and your family.
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/06/2018 11:15 am

รูปภาพ
รูปภาพ
.
Hike up Mount Ulriken, Bergen.-เพราะรัก "เขา" สุดหัวใจ
.
20 มิถุนายน 2018
.
สวัสดีครับ
.
รีวิวนี้ เป็นทริปท่องเบอร์เก้นโดยเฉพาะ จากโปรแกรมสแกนดิเนเวีย เมื่อปีที่แล้ว 13 สิงหาคม ถึง 20 กันบายน 2560 ครับ
.
ไกด์นำทางของเราในวันที่ 31 สิงหาคม ขึ้นสู่ยอดเขา อูลิเก้น ที่แม้จะสูงเพียง 643 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แต่ก็เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน 7 แห่งด้วยกันของเบอร์เก้นนั้น คือสาวหนุ่มจากสเปน Carmen Guijarro และ Juan Arbizu (สาวเสื้อแดงและหนุ่มเสื้อวอร์มสีน้ำเงินในภาพ) ที่ทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครของ Youth Hostel International Bergen ในเช้าดังกล่าว...และต่อมาเมื่อเราถึงสเปนปีนี้ ก็แมสเส็จมาขอนำเที่ยว Madrid ด้วยนั่นเอง
.
อดรู้สึกกระดากไม่น้อยจริงๆครับ ที่กลับจากสแกนฯมาตั้งนานแล้ว ยังลุยรีวิวอยู่แค่เดนมาร์ค goo.gl/hBd6fX และไม่ได้ไปถึงไหนเลยอ่ะครับ
.
ถูกต้องแล้วครับ คำว่า "เขา" ในหัวข้อ "รักเขาสุดหัวใจ" ข้างต้น หมายถึงเขาที่เป็นภูเขาหรือยอดเขาอัน ไม่สูงเกินไป ลำบากยากเย็นในการไปสู่นัก ที่เรามักจะเจอแทบทุกเที่ยวของการเดินทาง (โดยเฉพาะในจีน) นั่นแหละครับ....ทว่า หลังๆนี้ หลังจาก เขาหวงซัน-黄山-Mount Huangshan ที่ผมต้องถึงขนาดนั่งเสลี่ยงในช่วงท้ายๆ แล้ว goo.gl/iw3CAk อะไรที่สูงเกินไป เรามักจะหลีกเลี่ยงเสมอครับ
.
แต่สำหรับ Mount Ulriken ซึ่งอยู่ด้านข้างของโฮสเต็ลเรา แถมยังมีไกด์นำขึ้นทุกวันด้วย เป็นไปได้อย่างไรที่เราจะไปทางอื่นนอกจากเดินปีนขึ้นไปเอง...จริงไหมครับ
.
อ้อ...วิธีขึ้นทางอื่นที่นักท่องเที่ยวทั่วไปใช้ ก็คือ
.
-- ไปที่ City Center ตรงจัตุรัส Torgallmenningen Suare ที่มีอนุสาวรีย์ลูกเรือ-Seamen's Monument หรือ Sjømannsmonumentet ในภาษานอร์เวย์อยู่ตรงกลาง
.
-- จับรถบัสทัศนาจรเล็ก (ออกทุกชั่วโมตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 18.00 น.เที่ยวสุดท้าย) เดินทาง 12 นาที ต่อด้วย เคเบิ้ลคาร์ อีก 5 นาทีก็ถึงยอด
.
--- ตั๋วไปกลับ บัส+เคเบิ้ลคาร์ 275 Nok
--- ตั๋วบัสเที่ยวละ 60 Nok
--- ตั๋วเคเบิ้ลคาร์เที่ยวละ 115 Nok
--- ตั๋วเคเบิ้ลคาร์ไปกลับ 175 Nok
.
อัตราแลกเปลี่ยน 1 Nok= 4 บาทไทย ณ มิถุนายน 2018 (ตอนเราไป สิงหา 2017 ซื้อ 4.17 ขาย 4.22 บาทครับ)
.
รูปภาพ
.
4 วันในเบอร์เก้น (29-31 สิงหาคม 2017) คือส่วนของทริปสแกนดิเนเวีย ที่อยู่ในช่องสี่เหลี่ยมสีน้ำเงิน อันเป็นช่วงที่เราผ่าน Denmark, Gothenburg, Oslo, Starvanger มาแล้ว 17 วัน หลังจากนั้นอีก 22 วันไปไหนบ้างเรียนชมตามแผนที่ได้เลยนะครับ
.
สำหรับรายการคร่าวๆว่าเราจากไหนไปไหน ดูข้อมูลไดเตามนี้ครับ
.
08-13 Bangkok to Copenhagen
08-21 Bus to Gothenberg
08-24 Bus to Oslo
08-27 Night Bus to Stavanger
08-28 Stavanger
08-29 Bergen
09-02 Bus via Flam to Stockholm
09-03 Stockholm
09-07 Ferry to Riga
09-08 Riga
09-12 Bus to Tallinn
09-16 Ferry to Helsinki
09-20 Flying Bangkok
.
รูปภาพ
.
ข้างล่างนี้ คือข้อเขียนของเราเกี่ยวกับเบอร์เก้นตอนอยู่ที่นั่นครับ
.
"Oh, Bergen rains everyday, there're only 5 Sunny days in a years, you know!--เบอร์เก้นเนี่ย ฝนตกทุกวันเลยนะ ปีนึงจะมีวันฟ้าเปิดแดดจัดๆไม่เกิน 5 วันอ่ะ จะบอกให้"
.
สาวตากาล็อก (ฟิลลิปปินส์) พนักงานร้าน Subway ที่อยู่ออสโลมาสิบกว่าปี บอกเราทันทีที่โอภาปราศรัยกันเสร็จและทราบว่าต่อจากออสโลเราจะไปเที่ยวเบอร์เก้นกัน
.
เพราะฉะนั้น เมื่อเดินทางต่อจาก Stavanger มายังเบอร์เก้น เราก็ต้องทำใจเผื่อไว้ก่อนว่า สถานการณ์ข้างหน้าจะออกมาในรูปไหนบ้าง แต่เราก็เจอโชคสองชั้นในวันแรกอย่างคาดไม่ถึง...
.
โชคชั้นที่หนึ่ง.... เราจองตั๋วรถบัสไว้เที่ยว 11.15 น. ซึ่งเป็นเที่ยวที่ถูกสุด คือ 475 โครน (พ้นชั่วโมงเร่งด่วน-off peak) เพราะเที่ยวก่อนหน้านั้นตั้งแต่เช้ามืด (ชั่วโมงละเที่ยว) ราคาคนละ 600 โครนทั้งนั้น ทว่า...
.
แท๊กซี่ที่เรานัดไว้ให้มารับ 10 โมงเช้านั้น ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น ก็มาถึงท่ารถทัวร์-Bus Terminal เห็น รถบัสเที่ยว 10.15 จอดรอพร้อมล้อหมุนอยู่...เมื่อลงรถลากกระเป๋าไปที่ชานชาลาแล้ว ผมก็ถามคนขับว่า "เราจะขอไปเที่ยวนี้เลยได้ไหม?" คุณลุงคนขับหน้าตาใจดีบอกว่า "Sure, but you have to pay a little extra--ได้เลย แต่ต้องจ่ายเพิ่มนิดหน่อยนะ" ผมถามว่า "เท่าไหร่?" คุณลุงบอกว่า "คนละ 30 สองคน 60"
.
โอ้วววว....แค่สองร้อยกว่าบาทเอง ได้ไปเร็วขึ้นอีกชั่วโมง...ก็พยักหน้าขอบคุณนะสิครับ รออัลไล..555
.
ประสบการณ์อย่างนี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า "ถ้างั้น เรามาตอนไหนก็ได้งั้นสิ เสียค่าเปลี่ยนตั๋วแค่เนี้ย ...แบบนี้ ใครจะบ้าไปซื้อตั๋วแพงกันล่ะ...หรือ หมายความว่า เกิดมาขึ้นรถไม่ทันเที่ยวที่จองไว้ เราก็สามารถเปลี่ยนเที่ยวได้โดยตั๋วไม่เสียทิ้งเปล่างั้นสิ"
.
หลายๆคำถามข้างต้นยังไม่ได้คำตอบหรอกครับ แต่นี่คือความรู้ใหม่ที่ได้เรียนรู้ว่า บัสในนอร์เวย์ต่างจากประเทศอื่นที่ผ่านมาอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ...
.
1. รถจาก โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ค) ข้ามมา เกาเทิ่นแบร์ค (สวีเดน) และประเทศอื่นๆในย่านยุโรปนั้น เราสามารถหาข้อมูลและจองตั๋วได้จาก เว็บ www.goeuro.com แต่ในนอร์เวย์ ต้องดูข้อมูลและจองจาก www.nor-way.no/en เท่านั้น
.
2. การจองซื้อตั๋วรถบัส Swebus ของ สวีเดน นอกจากราคาตั๋วแล้ว พี่แกยังให้เลือกออพชั่นด้วยว่า
.
--- มี Extra Bag-กระเป๋ามากกว่า 1 ชิ้นหรือเปล่า ถ้ามีจะซื้อค่าสัมภาระเพิ่มไหม ชิ้นละ 29 โครน 2 ชิ้น 49 ...ซึ่งเราก็เห็นว่าไม่กี่ตัง เลยซื้อไป ตั้ง 2 เที่ยว ด้วยเกรงว่า จะเกิดปัญหาภายหลัง แล้วอาจเสียแพงโดยใช่เหตุ แต่ปรากฏว่า ตอนโหลดกระเป๋าไม่มีการตรวจสอบหรือซักถามใดๆเลย
.
--- ต้องการซื้อประกันสัมภาระเสียหายไหม คนละเท่านั้นเท่านี้ (แบบเดียวกับบินโลว์คอส์ทเลย อิอิ) ซึ่งเราไม่ซื้ออยู่แล้ว ประเทศที่ปลอดภัยปานนี้ ไม่น่าจะเกิดเรื่องของหายได้...
.
แต่สำหรับ รถบัสนอร์เวย์นั้น ซื้อตั๋วเสร็จจบ ไม่มีค่าโน่นค่านี่ โผล่ขึ้นมาให้รำคาญกระเป๋าตังเลยครับ มีปัญญาขนเท่าไหร่เชิญขนตามสบายว่างั้น...
.
และที่ทุกประเทศ (ในประสบการณ์ที่ผ่านมาทริปนี้) เหมือนกันเด๊ะ ก็คือ มีรถออกถี่มาก ทุกเที่ยวที่เราเดินทาง มีผู้โดยสารไม่ถึงครึ่งคัน บางเที่ยวไม่ถึง 1 ใน 3 ด้วยซ้ำ ทำให้นอกจากนั่ง/นอนสบายแล้ว ห้องสุขายังสะอาดเอี่ยม ใช้ได้ไม่ตะขิดตะขวงใจใดๆด้วยครับ
.
ผ่านโชคชั้นหนึ่งมาแล้ว เจอโชคชั้นสองซ้ำในวันเดียวกัน ก็คือ ตั้งแต่บ่าย 3 โมงครึ่งที่เราลงรถมา เข้าที่พักและออกไปเที่ยวต่อจนถึง 4 ทุ่มโดยประมาณนั้น ท้องฟ้าแจ่มใส ไร้ฝนแม้แต่ละอองก็หมดจด เพราะช่วงเช้าพระพิรุณนอร์เวย์เข้ากะไปแล้ว 3-4 ชั่วโมง ช่วงบ่าย go to sleep-หนีไปนอน...5555
.
ว่าแต่..เราก็โชคดีเพียงวันเดียววันแรกเท่านั้นแหละครับ เพราะทุกวันหลังจากนั้น ฝนตกๆหยุดๆตั้งแต่เช้าตลอด แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเที่ยวแต่อย่างใดหรอกครับ เพราะพระพายนอร์เวย์ไม่ค่อยแอ๊คถีฝเท่าไหร่ จึงมีเพียงสายฝน ละอองฝน ประปราย แต่ลมไม่แรง ถือร่มบอบบางตะลุยท่องแหล่งที่ชื่นชอบได้เกือบจะเต็มที่ครับ
.
รูปภาพ
.
มาชมภาพจริงกันนะครับ
.
เราไปที่ Stavager Pop Up Hostel เพื่อ Trekking หรือ Hiking บนเนินเขา Preikestolen หรือ Pulpit Rock (หรือที่คณะคนไทยกลุ่มหนึ่งที่เราเจอในโคเปนเฮเกน เรียกว่า "ผาหล่มสัก") โดยคิดว่า น่าจะใช้เวลา 6 ชั่วโมงไม่เกิน ก็สามารถพิชิตได้ในวันที่ 29 มีนาคม ตั้งแต่เช้ามืดครับ
.
แต่เมื่อมาถึงสถานที่จริง แม้จะพึงพอใจกับที่พัก ที่ด้านหน้าเป็นเหล็กสนิมเขรอะ (เมื่อก่อนทาสีแดง) แต่ภายในก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น เราจึงได้พบความจริงว่า...
.
--- คนที่จะไปขึ้นเขานั้น ต้องนั่งเฟอร์รี่ไปกลับ (ซึ่งเราทราบดีอยู่แล้ว) แต่ต้องเตรียมน้ำ+อาหารไปเอง เพราะตลอดทางไม่มีอะไรให้ทาน ซึ่ง วัยอย่างเราน่าจะแบกไม่ไหวแล้ว โดยเฉพาะในฤดูที่ฝนตกค่อนข้างแน่ (ปรกติ ตกทุกวันแล้ว)
.
--- เมือง Stavager นี่ไม่มีรถเมล์ประจำทาง ไปไหนต่อไหนในเขตเมืองและท่าเรือเฟอร์รี่ ต้องเดินลูกเดียว....อันสังขารอย่างเราคิดว่าหนักเกินสำหรับตอนเช้ามืด (ถ้าเป็น เมื่อ 10 ปีก่อน ขึ้นเขาพูนฮิลล์ เนปาล 4 วันและตื่นแต่ตี 4 ตี 5 พอไหว อิอิ)
.
เพราะฉะนั้น เราจึงคิดว่า จับบัสเที่ยว 11 โมงกว่า (ราคา 475 Nok ในขณะที่เที่ยวก่อนหน้านั้น 600 Nok) เพื่อเดินทาง 5 ชั่วโมงไปเบอร์เกิ้น ย่อมดีกว่าไปเมื่อเย็นหลังกลับจากลงเขาและต่อเฟอร์รี่แล้ว ซึ่งไม่ทราบว่าจะถึงเบอร์เก้นกี่ทุ่มกี่ยาม และ Youth Hostel ปิดหรือยัง
.
รูปภาพ
.
สรุปคือ ตื่นตามปรกติ ฝากรีเซฟชั่นช่วยเรียกแท๊กซี่ให้มารับตอน 10 โมง เพราะขามานั่งแท๊กซี่ก็ประมาณ 15 นาทีไม่เกินครับ
.
ก่อนหน้านั้น มีหนุ่มญี่ปุ่นที่ไปอยู่อเมริกา (ทราบจากการพูดเร็วผิดวิสัยยุ่นปี่และซักทีหลัง) ถามรีเซฟชั่นว่า มีรถไปแอร์พอร์ตไหม เพราะต้องการไปก่อนเที่ยงและอยากไปเช้าหน่อย
.
ผมจึงบอกเค้าว่า..."ไปแท๊กซี่ด้วยกันไหมล่ะครับ รถไปแอร์พอร์ตที่ท่ารถ มีแยะ" เค้าลังเลนิดนึงแล้วตอบว่า "Thank you, but I want to go earlier--ขอบคุณครับ แต่ผมอยากไปเช้าหน่อยอ่ะครับ"...ซึ่งป่านนี้ยังไม่ทราบเลยครับว่า เค้าหมายความว่ายังไง
.
รถแท๊กซี่ คนขับไนจีเรียชื่อไซม่อน มารับตามเวลา.... นั่งรถมาหน่อยก็ถึงท่ารถบัส จ่ายไป 140 Nok ตามราคา โดยฝนตกตลอดทาง...
.
คืดว่าจะต้องรออีกประมาณชั่วโมงที่ท่ารถ แต่ปรากฏว่า รถเที่ยว 10.15 กำลังจอดรอผู้โดยสารและเตรียมล้อหมุนอยู่ ผมส่งตั๋วให้คนขับและถามเค้าว่าเปลี่ยนไปเที่ยวนี้ได้ไหม เค้าพยักหน้าว่าได้ แต่ต่องจ่ายเพิ่มคนละ 30 Nok...แค่ 120 บาทหน่อยๆได้เร็วขึ้นเป็นชั่วโมง ชัวร์อยู่แล้วครับ
.
รถใหม่และมีคนไม่ถึงครึ่ง สบายไปเลยครับ เมื่อเลือกที่นั่งแถวหลังที่นั่งเด็ก เอาเป้วางแล้ว หลับสบายครับ
.
รูปภาพ
.
รถผ่านทิวทรรศน์ที่สวยงาม เขียวชะอุ่มในฤดูฝน ประมาณ 1.45 ชั่วโมง ก็มาต่อเฟอร์รี่ที่ Aksdal terminal โดยรอเรือและรถออกจากเรือ 20 นาที
.
รูปภาพ
.
คุณนายเจอเพื่อนสาวใหญ่ชาวยุโรป คุยกันมันส์ไปเลย...
.
จากนั้นเดินทางต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมงจนถึง Halhjem kai (Halhjem ferjekai) รอเรือและรถออกจากเรือ 40 นาที...
.
รูปภาพ
.
เลยได้เวลาสำรวจภายใน ซึ่งมีข้าวของขายมากมาย ทั้งเครื่องใช้ อาหาร เครื่องดื่ม
.
ทั้ง 2 รอบต้องออกจากรถไปนั่งรอที่ห้องพักด้านบน ชมวิวรอบๆ....
.
รูปภาพ
.
และเมื่อถึงท่าก็มานั่งรถต่อ ชมวิวเมืองใกล้ๆเบอร์เก้น
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/06/2018 11:18 am

รูปภาพ
.
แล้วก็ใกล้เบอร์เก้นเข้าทุกที มีปั้มน้ำมัน... ป้ายรถเมล์.... รถราง.... บ้านเรือนบนเขาต่อขึ้นเนินไปชั้นๆ และแล้วก็มาถึง ท่ารถเบอร์เก้นในเวลา 15.00 น. เร็วกว่ากำหนด 15 นาที และเร็วกว่าเดิมเที่ยว 11.20 น. ชั่วโมงกว่าครับ
.
รูปภาพ
.
ลากกระเป๋ามาฝั่งตรงข้ามตามข้อมูลของ Youth Hostel ที่จองมา แวะออฟฟิชของ Skyss Customer Center โดยคุณนายรออยู่ด้านหน้า...
.
กดบัตรคิว 2 ชิ้น ทั้งขอซื้อตั๋ว Ticket และขอข้อมูล Information ...ถึงคิวเจ้าหน้าที่เรียกไปจุดเดียวกัน บอกว่า มีตั๋ววันด้วยราคา 95 Nok ใช้ยานพาหนะได้ทุกอย่าง 24 ชั่วโมง แล้วก็ให้ตั๋วใส่ซองมา 2 ชิ้น ลงวันที่ตอนหมดอายุไว้ด้วย
.
ผมถามว่าจะไป Youth Hostel ได้อย่างไร เธอถามกลับ "You want to go to Montana-จะไปที่มอนตาน่าเหรอ" ผมพยักหน้าใช่ เธอบอกให้รอรถบัสสาย 12 ที่ป้าย B ได้เลย แล้วบอกคนขับว่าจะลงมอนตาน่า ....
.
ใช่ครับ ที่พักของเราคือ Youth and Family Hostel Montana อยู่เกือบสุดสายพอดี เมื่อลงรถแล้ว สามีภรรยาคู่หนึ่งชาวแคนาดาซึ่งพักที่เดียวกัน ก็บอกให้เราเดินขึ้นเนินตามเค้าไปประมาณ 200 เมตร...ผ่านซุปเปอร์มาร์เก็ต ขึ้นเนินไปเรื่อย ก็ถึงโฮสเต็ล ซึ่งไกลเหมือนกัน แต่ดีกว่าที่ Zermatt Switzerland กว่าครึ่ง คือที่นั่นเกือบครึ่งโลขึ้นเขา ...5555
.
รูปภาพ
.
Youth Hostel เป็นโฮสเต็ลใหญ่ อยู่นอกเมือง อาคารเบ้อเริ่ม คนพักเป็นร้อยสองร้อย สถานที่กว้างขวาง....เราอยู่แบบห้อง 2 คน (Ensuite-มีห้องน้ำด้วย) ก็สบายไปเลย
.
ที่นี่มีห้องอเนกประสงค์มากมาย มีอาหารเช้าบุฟเฟ่ต์แบบเต็มอิ่มไม่อั้นให้ฟรีด้วย....
.
รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่น่ารักมาก ส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร คือพักด้วย อาหารด้วยฟรี แต่ทำความสะอาด ทำรีเซฟชั่นทดแทน....ชายนอร์เวย์ชื่อ Per หญิงบราซิล ชื่อ Fernanda ยิ้มบอกว่าเคยไปเมืองไทย 3 ครั้งแน่ะ ชอบมาก.....ดีเลยครับ
.
สรรพสิ่งครบครัน ผู้คนไม่หนาแน่น ดีกว่าโฮสเต็ลทั่วไปแต่เหมาะสำหรับผู้ชอบความสงบและเป็นหมู่คณะ ไม่อนุญาตให้ดื่มสุราเมามายกันเหมือนโฮสเต็ลทั่วไป
.
เก็บข้าวของแล้ว เราก็ออกไปข้างนอกอีกรอบเพื่อนั่งรถชมเมือง...
.
รูปภาพ
.
Bunnpris (มีบอกข้างฝาว่า เปิด 9.00 ถึง 21.00 เสาร์อาทิตย์ปิด 2 ทุ่ม) คือซุปเปอร์ฯข้างบ้านที่เราช้อปของนิดหน่อยแล้วก็นำไปเก็บบนห้องก่อน...
.
น้ำอัดลมราคา 23 บาทบ้านเรา ที่นี่ 32 หรือ 130 บาทนะครับ จ้าวนายยยย
.
รูปภาพ
.
ผักผลไม้ราคาไม่แพงมาก แต่ถึงแพงก็ต้องทานครับ เพื่อสุขภาพ อิอิ
.
รูปภาพ
.
โปรดสังเกตที่ป้ายและตัวรถ เพราะรถวิ่งทางเดียว ขามาดูป้าย Til Montana-Mannsverk ส่วนขาเข้าเมืองดูป้าย Til Smiberget-Oasen ...ป้ายสถานีรถบัสคือ Bergen busstasjon I ......มีรถตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 2 ยามกว่าครับ
.
รูปภาพ
.
นั่งรถไปเรื่อยๆจนสุดสาย เป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ชื่อ Oasen....มีข้าวของสารพัน มีฟาสต์ฟู้ด Subway ...Mc และซุปเปอร์ฯใหญ่ 2 แห่ง คือ Meny และ Kiwi ครับ
.
รูปภาพ
.
Mc ร้านใหญ่มาก....ร้านค้าร้านขาย ไม่ต่างจากที่อื่น และคนน้อยจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
มีด้วยกัน 3 ชั้นทั้งชั้นจอดรถใต้ดิน..
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน

cron