Scandinavia Trip 2017

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/07/2018 1:43 pm

รูปภาพ
.
ออกจากห้องศิลป์แอสทรัพ มาชมบริเวณและภาพอื่นๆบ้างๆ
.
รูปภาพ
.
ภาพส่วนใหญ่ในชุดยุคทองของนอร์เวย์ ประกอบด้วยฝีมือของ J.C. Dahl, Harriet Backer, Erik Werenskiold, Gerhard Munthe ส่วนภาพสีซีเปียเป็นผลงานของ Theodor Kittelsen ครับ
.
รูปภาพ
.
ลองมาทำความรู้จักกับ เอ็ดเวิร์ด มุนช์-Edvard Munch ยอดศิลปินของสแกนฯ ชาวนอร์เวย์-สวีเดน ดูบ้าง...
.
เกิดเมื่อ 12 ธันวาคม คศ.1863 จนถึง 23 มกราคม คศ.1944 เป็นบุตรชายคนเดียวในหมู่พี่น้องหญิงถึงอีก 4 คนของ Christian บาทหลวงและนายแพทย์กับ Laura ภรรยาที่อายุอ่อนกว่ากันถึงครึ่งหนึ่ง....
.
ว่ากันว่าเอ็ดเวิร์ด มุนช์ได้รับแรงบันดาลใจให้เป็นศิลปินเฉกเช่นศิลปิน Jacob Munch และนักประวัติศาสตร์ Peter Andreas Munch ญาติของเค้าจากคุณแม่ Laura ของเค้านั่นเอง
.
ทั้งครอบครัวย้ายมาอยู่ที่ออสโล คุณแม่และน้องคนหนึ่งของเค้าจากไปด้วยวัณโรค คุณพ่อของเค้าจึงรับหน้าที่เลี้ยงดูทุกคนตลอดมา
.
มุนช์ ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนักโดยเฉพาะในฤดูหนาว เค้าต้องขดตัวอยู่ในบ้านตลอดโดยหัดวาดภาพตั้งแต่นั้นและคุณพ่อของเค้าก็มักเล่าเรื่องผ๊เป็นนิทานก่อนนอนเสมอ
.
มุนช์เคยเล่าว่า.... คุณพ่อของเค้าเป็นคนขี้กลัวและมักรำพึงว่าภรรยาและลูกสาวจ้องมองตัวเองลงมาจากสวรรค์ตลอดเวลา... น้องสาวคนหนึ่งก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคประสาท...ในขณะที่น้องสาวอีกคนซึ่งเป็นคนเดียวในครอบครัวที่ได้แต่งงานสามีก็ถึงแก่กรรมเพียงไม่กี่เดือนต่อมา...เค้าถึงขนาดเคยบอกว่า "ผมได้รับเชื้อโรคบ้ามากมายจากคนสองคนในครอบครัว ซึ่งถือเป็นโรคร้ายของมวลมนุษย์ทีเดียว"
.
ชีวิตศิลปินของมุนช์ไม่ได้ราบรื่นเลย เรียกว่าขรุขระไปตลอดก็ว่าได้ เพราะความที่ไม่ทราบว่าจะตั้งต้นอย่างไร ยุคแรกๆของเค้า ก็จำลองแบบคนอื่นไปเรื่อยๆ กระทั่งภาพวาดหญิงเปลือยก็มี ซึ่งก็ถูกคุณพ่อของเค้าทำลายทิ้งไปด้วย
.
มุนช์ผู้ได้รับอิทธิพลทางความคิดจาก Hans Jæger คนขวางโลกเจ้าของไอเดีย "พลังแห่งการทำลาย ก็ไม่ต่างจากพลังสร้างสรรค์นั่นแหละ...การฆ่าตัวตายคือบั้นท้ายของชีวิต" ถึงขนาดมุนช์เคยบอกว่า "ผมได้รับแนวความคิดการไม่เชื่อใครหรืออะไรที่ดูดี มาจาก Hans Jæger เยอะทีเดียว"
.
Hans Jæger นี่แหละครับ ที่เป็นคนบอกให้มุนช์ หัดเขียนภาพที่บอกเรื่องราวของชีวิตตนเองเสีย นั่นคือที่มาของภาพ The Sick Child ซึ่งเป็นภาพระหว่างน้องสาวใกล้สิ้นลม จนได้รับผลกระทบทางลบจากนักวิจารณ์เป็นจำนวนมาก
.
ภาพหนึ่งในรูปแบบละครของเค้าเรื่อง หญิงสามขั้น-Women in Three Stages คือตั้งแต่ วัยไร้เดียงสาจนถึงวัยชรา-from innocence to old age ก็คือภาพของ Madonna นั่นเอง
.
ครั้งหนึ่งเมื่อมุนช์กลับบ้านหลังจากภาพขายดีและเดินทางต่อไปยังอิตาลี พร้อมกับสาวสังคมชั้นสูง Tulla Larsen ที่เค้าสนิมสนมด้วย... Larsen ได้ขอให้เค้าแต่งงานกันเธอ แต่เค้าปฎิเสธ... ภาพ The Dance of Life คือส่วนหนึ่งของชีวิตในช่วงนั้น
.
สุดท้าย ภาพที่ขึ้นชื่อที่สุดของเค้า The Scream ผลงานโดดเด่นสุดที่กล่าวกันว่าอยู่ในระนาบเดียวกันกับภาพ Mona Lisa ของ ศิลปิน Leonardo da Vinci's นี้มีถึง 4 เวอร์ชั่นด้วยกัน (โมนาลิซ่า มี 2 เวอร์ชั่น)
.
ภาพ The Scream นี้ หลายคนเพ่งไปที่รูปคนกำลังตะโกนหวีดร้อง แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มุนช์บอกว่า ท้องฟ้าในตอนนั้น สีสันจัดจ้านราวกับโกรธเกรี้ยวใครมาและคำรามร้องตะเบ็งตลอดจนคนต้องอุดหูหนีต่างหาก
.
4 ภาพนี้คือส่วนหนึ่งของผลงานของมุนช์ที่เพื่อนๆจะได้ชมต่อไปนี้...ขอเรียนเพียงว่า มาสแกนดิเนเวียเมื่อไหร่ ขืนไม่รู้จัก เอ็ดเวิร์ด มุนช์ ละก็ เหมือนมาเมืองไทยไม่รู้จัก ศิลปินถวัลย์ ดัชนี เอาเสียเลยปานนั้น เพราะพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับมุนช์มีเต็มไปหมดครับ
.
รูปภาพ
.
ชมภาพของ เอ็ดเวิร์ด มุนช์-Edvard Munch ให้เต็มตื้นเลยนะครับ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/07/2018 1:44 pm

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ใช้เวลาไม่น้อยเลย ขอกลับไปที่ Cloakroom เพื่อเก็บกระเป๋าข้าวของกลับออกไปสู่อาคารอื่นๆนะครับ
.
รูปภาพ
.
KODE 1: The Silver Treasure
.
แล้วเราก็มาถึงตอนที่เรามายังอาคาร KODE 1 ของพิพิธภัณฑ์ศิลป์แห่งเบอร์เก้นที่มีถึง 4 อาคารด้วยกัน
.
ก่อนหน้านี้ KODE 1 มีชื่อเรียกว่า Permanenten เหมือนๆจะเป็นอาคารถาวรหนึ่งเดียว แต่สุดท้ายเนื้องานก็ถูกขยายออกไปเรื่อยๆ
.
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีวัตถุประสงค์เด่นชัดเพื่อรวบรวมงานศิลป์และงานออกแบบต่างๆเป็นการเฉพาะ เปิดดำเนินการตั้งแต่ ปี คศ.1896 และในช่วง 2 ปีหลังนี้ได้รับการปรับปรุงเป็นขนานใหญ่ เปิดให้สาธารณชนได้เข้าเยี่ยมชมได้ง่ายขึ้น โดยเปิดใหม่เป็นทางการเมื่อ 23 พฤษภาคม 2017 นี้เอง
.
อาคารนี้เป็นจุดเดียวที่จัดการแสดงศิลปะเครื่องเงินชุด The Silver Treasure อย่างถาวร ประกอบด้วยเครื่องเงินโบราณของยุโรปและเอเซียจำนวนหนึ่ง ส่วนชั้นและห้องอื่นๆจัดนิทรรศการของบรมครูทางศิลปะหมุนเวียนกันไป
.
ภายใน KODE 1 นี้ยังมีร้านจัดจำหน่ายของที่ระลึกซึ่งออกแบบอย่างวิลิศมาหลา ...ภัตตาคาร...ห้องเด็ก...และห้องประชุมใหญ่ด้วย และเร็วๆนี้จะมีห้องจัดแสดงเครื่องภาชนะต่างๆ และห้องนิทรรศการงานศิลป์อีกต่างหากด้วย
.
อาคารนี้ อยู่ในอีกด้านหนึ่งของอุทยานฯและลาน Festplassen ครับ
.
รูปภาพ
.
ก่อนออกจากอาคาร KODE 2 เราแวะชมร้านจำหน่ายของที่ระลึกอย่างละเอียดว่ามีอะไรต่อมือะไรบ้าง
.
จากนั้น เดินต่อมายัง Bergen Kunsthall หรือ Art Hall ซึ่งเป็น Gallery ศิลปะร่วมสมัย ที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับ KODE เลย เป็นของเอกชน ที่มีงานแสดงต่างๆมากมายในช่วงเย็น แต่ช่วงนี้ในส่วนนิทรรศการมีเพียงห้องครึ่ง มีเพียงผลงานของนักศึกษาเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
แม้จะเข้าชมได้ฟรีด้วยบัตรเบ่ง แต่เราก็เลือกที่จะไม่เข้า โดยชมเฉพาะรายการตามโปสเตอร์รอบๆที่ไม่มีโอกาสได้ชมอย่างแน่นอน
.
เก็บภาพกับรูปปั้น Dansk Pige หรือ สาวชาวเดนมาร์ค-Danish Girl โดย Gerhard Henning (1880-1967) ที่อยู่ในสวนหย่อมด้านหน้า...
.
น้ำพุเล็กๆที่มีรูปปั้นเด็กอยู่ตรงกลางโดย Sofus Madsen (1881-1977) ชื่อ Sprøytegutten หรือ Spray Boy....
.
และ ศิลปะสีแดงล้ำยุคอันผมปีนบันไดไม่ถึงความหมาย แล้วก็ต่อไปยังอาคาร KODE 2 ที่น่าเสียดายว่าปิดเตรียมการอะไรซักอย่าง เหลือเพียงส่วนที่เป็นร้านค้าของที่ระลึกเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
ข้ามถนนไปยังอาคาร KODE 1...ระหว่างนั้น มีแม่บ้านคนไทยเดินผ่านและหันมาทักทายเราด้วยอัธยาสัยไมตรีเมื่อได้ยินภาษาไทยของเราสอง...
.
อยู่ร่วมสนทนากับเธอครู่หนึ่ง จึงทราบว่ามาอยู่ที่นี่หลายปีแล้วโดยแต่งงานกับชาวนอร์เวย์ และเชิญชวนเราไปทานอาหารที่บ้านด้วย แต่เราขอบคุณและปฏิเสธเนื่องจากไม่มีเวลา ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี่อีกครั้งหนึ่งด้วย
.
อาคาร KODE 1 ที่เห็น เป็นตึกด้านข้าง โดยตู้โชว์ด้านล่างมีทั้งรูปปั้นศิลปะที่จัดแสดงในตู้และที่เขาเพิ่งใส่ลังมาส่ง แล้วก็ลุยไปภายในทันที
.
เสาเกลียวสีเงินที่สูงชะลูดเกือบทะลุหลังคาอาคาร น่าจะเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอาคารนี้ว่ามีความเป็น เครื่องเงินอันทรงคุณค่า-The Silver Treasure
มากเพียงไร
.
รูปภาพ
.
เราจะเข้าชมส่วนสำคัญของอาคารนี้ คือ Sølvskatten หรือ เครื่องเงินทรงคุณค่า-Silver Treasure ก่อนเลยนะครับ
.
อัน3RW arkitekter คือบริษัทสถาปนิกที่ชนะการประกวดงานตกแต่งภายในของอาคารนี้ด้วยมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท บนเนื้อที่ 5 พันตารางเมตร และประกอบด้วย...ห้องสมุด..ห้องประชุม..ภัตตาคาร...ห้องเด็ก...และเสาเงินสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในรูปแบบ Neo-Renaissance สไตล์อิตาลี อันบ่งบอกถึงความเป็น
Den Permanente Udstillingsbygning หรือ อาคารนิทรรศการถาวร-The Permanent Exhibition Building นี้
.
เชิญชมเครื่องเงินและทอง ผลงานของช่างในนอร์เวย์กว่า 500 ปีที่ผ่านมาได้เลยครับ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ส่วนสำคัญที่ทางบริษัทสถาปนิกบอกว่า จะสามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาชมครั้งแล้วครั้งเล่าก็คือ สิ่งที่เรียกว่า ตู้โชว์สิ่งควรรู้ควรเห็น-Cabinet of Curiosities อันมีอยู่เป็นด้านต่างๆภายในซึ่งทันสมัยกว่าพิพิธภัณฑ์อื่นๆ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/07/2018 9:18 pm

รูปภาพ

.
ในจำนวนของขวัญในวาระต่างๆที่จัดแสดงนั้น กว่า 400 ชิ้นได้รับการบริจาคจาก นักธุรกิจเดินเรือและธนาคารผู้มั่งคั่งของนอร์เวย์ Christian Sundt หรือ C.Sundt ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์มีหุ่นของเขาตั้งแสดงอยู่เป็นที่ระลึกและสดุดี
.
ห้องนิทรรศการงานศิลป์อื่นๆ ก็ค่อนข้างธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นกว่าที่อื่นๆ

.
รูปภาพ
.
แวะชมร้านค้าของที่ระลึกอันกว้างใหญ่ จบด้วยรูปปั้นของผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์นอร์เวย์ Johan Bøgh (1848–1933) ผู้เป็นนักประวัติศาสตร์งานศิลป์ด้วย
.
รูปภาพ
.
บ่ายกว่า เมื่อท้องเริ่มร้อง เราก็จับรถบัสสาย 12 ไปสุดสาย เพื่อทาน Subway อันหมายตาไว้แล้วตั้งแต่วันแรกที่ห้าง Oasen และถือโอกาสถ่ายภาพหินแกะสลัก We Are All In The Same Boat ที่หน้าห้างเอาไว้เสียเลย
.
กลับมาที่กลางเมือง City Center ผ่านร้าน Tobakk Sorensen อายุ 113 ปี เจ้าดังที่จำหน่ายยาเส้น ซิการ์ กล้องสูบยา ยี่ห้อ Mick McQuaid ตัวละครหรรษาขวัญใจแฟนๆของหนังสือพิมพ์ Irishman ในสมัยก่อน และร้านนี้มีกาแฟจำหน่ายด้วย
.
Tobakk Sorensen เป็นชื่อที่ออกปากกันจนคุ้นของ Sigurd Martin Sørensen ผู้จัดจำหน่ายแต่ยาสูบชั้นดีและมีชื่อเสียงของโลก ที่เปิดมาตั้งแต่ปี คศ.1905
.
เดินต่อมาถึงข้างๆ Bryggen เรือนแถวมรดกโลก กดแช๊ะหน้าอนุสาวรีย์ Ludvig Holberg นักประพันธ์-นักประวัติศาสตร์ แห่งนอร์เวย์ เป็นที่ระลึก
.
รูปภาพ
.
อาคารสดสวยสีฟ้า ของร้านแว่นตา Optiker Svabø ที่ด้านหลังเป็นโดมโบสถ์ Korskirken หรือ Holy Cross Church, Bergen
.
อาคารสีเหลืองแก่ ที่จัดแสดงศิลปะร่วมสมัย KRAFT-center for contemporary craft ที่เราไม่มีเวลาแวะเข้าชม
.
ซุ้มขายของชำร่วยที่มีเสื้อทีเชิ๊ตสวยๆมากมาย...
.
อาคาร Gjensidige ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเงิน ประกันภัย ฯลฯ...
.
อาคารร้านจำหน่ายเครื่องใช้ในครัวเรือน Hjem....ในอาคาร bingo
.
รูปภาพ
.
กลางลานกว้างบนถนน Skostreet หน้าห้าง Xhibition เป็นเหมือนแจกันขนาดใหญ่ที่ไม่ได้บ่งบอกว่าคืออะไร ความหมายใด แต่สวยดี
.
ร้านตกแแต่งทรงผมชื่อดังของสตรี Floke ที่มีป้ายบนจักยาน รับรองว่าบาดกระเป๋าแคว๊กๆแน่ครับ......บ้านสวยมีภาพวาดข้างกำแพงขนาดใหญ่ที่กำลังรื้อ.....แกลลอรี่ทันสมัย...
.
รูปภาพ
.
ตรงอาคารสีขาว ของร้าน Italiensk Pizzeria บนถนน Skostreet มีภาพวาดหนุ่มขาข้างเดียวนั่งทอดอารมณ์ ถามใครก็ไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร แต่น่าจะสำคัญ...ข้างร้านมีนักทานมาออกันเต็ม คงจะราคาไม่แพง
.
ร้านอาหารคาเฟ่เยอะแยะ.... เข้าซอยเล็กๆที่เป็นแกลลอรี่...ผ่านลานขนาดย่อมเป็นที่นั่งทานอาหารของร้านละแวกนี้ มีป้ายรับจ้างสัก-Tattoo อยู่ข้างๆ..ด้านหนึ่งเป็นโฆษณารองเท้าร้าน SKO ที่อยู่ข้างๆที่เป็นร้านไอสครีม Hallaisen ด้วย
.
รถเก๋งเหลืองแจ๊ดยุค '60 จอดเป็นที่ทานอาหารของร้าน Roll & Rock Bar and Diner, Bergen ที่หลายแห่งตกแต่งเพื่อหวนอดีตดึงดูดกลุ่มผู้สูงวัย แต่ลูกค้ากลับเป็นวัยรุ่นวัยหนุ่มไป
.
รูปภาพ
.
รถ '60...ดนตรี '60..คนเสิร์ฟแต่งกาย '60 คือ จุดขายของร้านแบบนี้ รวมทั้ง Elvis Presley ขวัญใจของชาว '60 ทั้งมวลด้วยที่ ยังไม่ตายและไม่มีวันตาย-Never Die ครับ
.
รูปภาพ
.
ทะลุมาด้านที่เคยผ่านมาแล้วตอนเที่ยว Bryggen เห็นร้านแม็คสีขาวเด่นแต่ไกล...รวมทั้งสถานีรถรางขึ้นเขา Floybanan ด้วย
.
รูปภาพ
.
ไหนๆก็ไหนๆ ยังไงก็ไม่ได้เห็นกันอีกแล้ว ขอเก็บภาพเรือนแถวมรดกโลกให้จั๋งหนับที อิอิ
.
รูปภาพ
.
เดินเรื่อยริมน้ำไปจนถึง ภัตตาคาร Statsraaden ซึ่งมีชื่อจำลองมาจาก เรือ 3 สำเภา Statsraad ที่รับเหมานำคนออกเที่ยวและเทรนเรื่องการเดินเรือสำเภาในย่านนี้โดยให้ทำหน้าที่แทบทุกอย่าง...
.
เรือสวยงามติดอันดับโลกนี้ มีประวัติมากมายทีเดียว สร้างในปี คศ.1914 เพื่อฝึกนักธุรกิจชาวเยอรมันให้แล่นเรือใบโดยเฉพาะ แต่ถูกอังกฤษยึดไปในสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งถูกซื้อกลับมาในปี คศ.1921 โดยรัฐมนตรีของนอร์เวย์ แต่แล้วก็ถูกยึดโดยทหารเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2 ..ปัจจุบันเป็นสมบัติของ Statsraad Lehmkuhl Foundation เพื่อใช้ฝึกทหารเรือนอร์เวย์ด้วย
.
โน่น..เห็นหอสูง Rosenkrantz Tower ส่วนหนึ่งของป้อมปราการ Bergenhus Fortress หรือ Bergenhus festning แต่ไกลเชียว...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Scandinavia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/07/2018 9:20 pm

รูปภาพ
.
วันนี้มีคนเหมาเช่นเคย ...ดูกลาสีสาวปีนขึ้นเสาใบเรืออย่างกระฉับกระเฉง....
.
ไปกันที่ป้อมปราการฯครับ เพราะวันนี้มีเทศกาลสำคัญ
.
รูปภาพ
.
กำแพงข้างๆป้อมมีป้ายโฆษณาว่า ตอนนี้มี Bergen Ølfestival ที่หมายความว่า Bergen Beer Festival และ Bergen Matfestival ที่ไม่ใช่เทศกาลปูเสื่อ Mat แต่เป็น เทศกาลอาหาร-Bergen Food Festival ครับ
.
ผ่านสวนหย่อมที่มีรูปปั้นของ Sigurd K. Asserson ผู้เป็นกรรมการ ของ สมาคมการประมงชาวนอร์เวย์- Norwegian Directorate of Fisheries ตั้งแต่ปี คศ.1918 ถึง 1937.
.
ทางเข้าประดับประดาเสียสวยงามเชียว...ผู้คนหนาแน่นพอใช้ คนอื่นๆจ่ายค่าเข้ากันตามพิธี แต่เรามีบัตรเบ่ง เพียงยื่น Bergen Card ให้เค้าดู เค้าก็ให้ wristband มาสวมข้อมือคนละอัน ซึ่งฟรีเฉพาะค่าเข้าเท่านั้น อย่างอื่นไม่ฟรีจร้า...
.
รูปภาพ
.
งานยังไม่เริ่ม แต่เห็นวิถีชีวิตนักดื่มนักทานทั้งมวลซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวก คนทำงานออฟฟิซ-White Collar ส่วนคนขายก็น่าจะเจ้าประจำตามงานต่างๆพรรค์นี้ครับ
.
รูปภาพ
.
เดินชมไปทั่วๆ ไม่มีอะไรที่ต้องอรรถรส (เพราะแพงมั้ง อิอิ) เพราะเป็นเครื่องดื่มและไส้กรอกเป็นหลัก เราก็จึงถอยทัพ
.
มีป้ายโฆษณาว่า Bong-เตาบารากุ พร้อมเรื่องดื่มราคาเท่าโน้นเท่านี้ด้วย แสดงว่าคืนนี้สนุกกันเต็มที่แน่ครับ
.
รูปภาพ
.
ก็เป็นอันเสร็จสิ้น เบอร์เก้น 4 วันโดยดี ไม่มีเวลาที่จะไปเที่ยวนอกเมืองเช่นเดียวกับที่แพลนไว้สำหรับโคเปนเฮเก้นเลย เพราะฉะนั้น...
.
รูปภาพ
.
ขออนุญาตต่ออีกวันในวันที่ 2 กันยายน 2560 ว่า....
.
เช้าต่อมา เราตื่น อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ค่อยๆเก็บข้าวของลงเนินจากยูธโฮสเต็ลมาที่ป้ายรถเมล์ โดยผ่านซุปเปอร์ไปอีกช่วงนึง...แสดงว่า แต่ละวันเดินไม่น้อยเลย ใช่ไหมครับ
.
จับรถเมล์มาที่ท่ารถบัสระหว่างประเทศ ที่เดิมที่เราลงรถเมื่อ 4 วันก่อน แล้วก็เดินหาช่อง M ตามใบบอกในตั๋ว
.

รูปภาพ
.
ใช่ครับ เราจองตั๋วจากเบอร์เก้น ถึง สต็อกโฮล์มเอาไว้แล้ว ด้วยสนนราคาคนละ 958.50 โคร์น เกือบ 4 พันบาทไทย เพราะจองก่อนแค่ 5 วัน ซึ่งแน่นอนว่า หากจองล่วงหน้า 2-3 เดือนราคาก็จะตกประมาณไม่เกินครึ่งครับ.....
.
แต่ถึงอย่างไร ก็ยังถูกกว่ารถไฟและเครื่องบินที่เราไม่มีโอกาสขึ้นเพราะสัมภาระมากเกินอย่างที่เคยเรียนอ่ะครับ
.
การเดินทางจากเบอร์เก้นไปสต็อกโฮล์มทางบัสนั้น ใช้เวลาทั้งหมด 21 ชั่วโมง โดยนั่งรถตั้งแต่ 9 โมงเช้าเศษ ไปรอรถคันใหม่เพื่อไปออสโล โดยมีเวลาเที่ยวเมือง Fagernes เมืองท่องเที่ยวขนาดย่อม 3 ชั่วโมงเป็นโบนัส แล้วถึงเปลี่ยนรถไปออสโล
.
จากออสโลไปสต็อกโฮล์มช่วง 5 ทุ่ม ถึง 6 โมงครึ่งเช้าอีกรอบ ซึ่งไม่ยุ่งยากอะไร เพราะแต่ละคันนั่งสบายด้วยมีผู้โยสารไม่ถึงครึ่ง และประหยัดค่าที่พักไป 1 คืน
.
รูปภาพ
.
ท่ารถบัสนานาชาตินี้ ก็สะดวกสบายมาก กว้างใหญ่และมีป้ายบอกชัดเจน พนักงานน่ารักทุกคนรวมทั้งคนขับด้วบ
.
รูปภาพ
.
น่าเสียดายที่ห้องน้ำต้องจ่ายตัง และจำเป็นต้องใช้บัตรเคดิต คนละ 12 โคร์นคือ 50 บาทไทย ซึ่งเราสามารถไปใช้บนรถบัสแทนได้ สะอาดประมาณเครื่องบินครับ
.
รถเที่ยวนี้คือรถของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยว Voss และ Flam ซึ่งค่ารถสำหรับ 2 เมืองนี้ ไปกลับในวันเดียว ก็ตามนี้นะครับ
.
Bergen-Voss 1.35 ชั่วโมง ไปกลับ คนละ 180 โคร์น (ล่วงหน้า 2 เดือน 127 โคร์น)
.
Bergen -Flam 2.48 ชั่วโมง ไปกลับคนละ 341 โคร์น (ล่วงหน้า 2 เดือน 241 โคร์น)
.
จะเห็นได้ว่า มีที่นั่งสำหรับทำงานบนโต๊ะในรถบัสได้ด้วย แต่นั่งนอนไม่สะดวกเท่าไหร่ครับ
.
รูปภาพ
.
รถเที่ยวนี้คือรถของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยว Voss และ Flam ซึ่งค่ารถสำหรับ 2 เมืองนี้ ไปกลับในวันเดียว ก็ตามนี้นะครับ
.
Bergen-Voss 1.35 ชั่วโมง ไปกลับ คนละ 180 โคร์น (ล่วงหน้า 2 เดือน 127 โคร์น)
.
Bergen -Flam 2.48 ชั่วโมง ไปกลับคนละ 341 โคร์น (ล่วงหน้า 2 เดือน 241 โคร์น)
.
จะเห็นได้ว่า มีที่นั่งสำหรับทำงานบนโต๊ะในรถบัสได้ด้วย แต่นั่งนอนไม่สะดวกเท่าไหร่ครับ
.
ก็เป็นอันสิ้นสุดการเที่ยวเมืองเบอร์เก้นอย่างสมบูรณ์แล้ว....
.
สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่เคยไปหมู่บ้านสวยๆในสวีส เหมาะอย่างยิ่งครับที่จะพักเมือง Voss และ/หรือ Flam สักหนึ่งคืน ส่วนจะไปเที่ยวที่อื่นนอกจากออสโลด้วย เพราะเที่ยวนอร์เวย์เมืองเดียวละก็ เรียนเชิญตามสบายครับ เพราะตั๋วไปกลับนอร์เวย์ราคาไม่แพง แถมบินตรงจากบ้านเราไม่ถึง 10 ชั่วโมงก็มีครับ
.
สนใจ โทร. KMT 02-6426865-6 ได้เลย...
.
ในภาพเขียนว่า จนกว่าได้พบกันอีก สำหรับเราแล้ว ดูเหมือนจะเป็นชาติหน้า ข่วงสายๆอ่ะครับ...อิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Majestic-12 [Bot] และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน

cron