Hungary-Slovenia-Bosnia-Croatia Trip 2017

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Hungary-Slovenia-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/12/2017 11:37 pm

รูปภาพ

รูปภาพ
.
Hungary-Slovenia-Bosnia-Croatia Trip 2017
November 16-December 12, 2017.
.
---------------------------------------------------------------------------------
.
November 16-Bangkok to Budapest
.
-- Arrived Budapest, check in Flow Hostel, Central Market Hall, Corvin Cinema, Corvin shopping center, Tram tour.
.
November 17-Budapest
.
-- Buda Castle, National Art Gallery, Matthias Church, Fisherman's Bastion, The Hospital in the Rock Nuclear Bunker Museum, Vienna Gate, The Chain Bridge, Central European University, St. Stephen's Basilica, Vörösmarty Square, .
.
November 18-Budapest
.
-- Memento Park, Dohany Synagogue, Tree of Life, House of Parliament, Shoes on the Danube Bank, Statue of Imre Nagy staring at Parliament building, Gellért Hill.
.
November 19-Budapest
.
-- Bálna Budapest (Budapest Whale), CET-Shopping and Cultural Centre, Liberty Bridge, Margaret Bridge, Mammut Shopping Mall, Buda Entertainment & Gastro, Batthyány tér HÉV station, Church of Saint Anne, Szilágyi Dezső Square Reformed Church, Budapest Art Eye Ferris wheel, Elizabeth Square, Vaci Street, Fashion Street.
.
November 20-Budapest
.
-- Day Trip to Szentendre, Heroes Square, City Park, Vajdahunyad Castle, Szechenyi Baths, Astoria, Szimpla Kert-Budapest Ruin Pub, Street Food Karavan.
.
November 21-Budapest to Slovenia
.
-- Bus to Ljubljana, check in Tresor Hostel, dinner at Sokol restuarant, roaming around town.
.
November 22-Ljubljana
.
-- Free Walking Tour--Ljubljana Old Town, Triple Bridge (Tromostovje), Preseren Square, Franciscan Church (Franciskanska cerkev), Cathedral of St. Nicholas (Stolnica Sv. Nikolaja), River Ljubljanica Kanal, Dragon Bridge (Zmajski Most), Town Hall (Magistrat), Central Market, Gornji Trg, Butcher's Bridge, Shoemaker's Bridge (Cevljarski Most), National and University Library, Ursuline Church of the Holy Trinity, University of Ljubljana, Museum of Contemporary Art Metelkova.
.
November 23-Ljubljana
.
-- Day trip to Lake Bled, Bled Castle, Bohinj.
.
November 24-Ljubljana
.
-- City Center, Embassy district, Tivoli Park.
-- Day trip to Trieste, Italy.--Piazza dell'Unita d'Italia, Fontana dei Quattro Continenti, Cattedrale di San Giusto, Museo Revoltella, Chiesa di Sant'Antonio Nuovo, Borsa Vecchia, Le Ragazze di Trieste, Statua di Umberto Saba di Trieste.
.
November 25-Ljubljana to Sarajevo
.
-- Metelkova, Ljubljana Castle.
-- Night Bus to Sarajevo.
.
November 26-Sarajevo
.
-- Check in Hostel East-West, Free Walking Tour--Sarajevo City Hall, Gazi Husrev-beg Mosque, Bascarsija, Sebilj Brunnen (Fountain), Latin Bridge, Ferhadija Pedestrian Street, Old Sarajevo Clock Tower.
.
November 27-Sarajevo
.
-- Avaz Twist Tower, Ferhadija Pedestrian Street, Sarajevo City Center Mall, Bridge Festina Lente, The Academy of Fine Arts, Bosniak Institute, Katedrala Srca Isusova, Serbian Orthodox Cathedral, Alta Shopping Center.
.
November 28-Sarajevo
.
-- Yellow Fortress (Žuta tabija), Park Princeva, Genocide Cemetery, Pijaca Markale.
.
November 29-Sarajevo to Mostar
.
-- Travelled to Mostar, check in Hostel David, City Center, Old Bridge.
.
November 30-Mostar
.
-- One day tour--Hum Mountain, Waterfalls Kravice, Mogorjelo, lunch at Villa Rustica, Pocitelj Rock Castle, Blagaj.
.
December 01-Mostar to Dubrovnik
.
-- Travelled to Dubrovnik, checked in Room Gara House, Konzum Supermarket, bus to Old Town Pile Gate and back.
.
December 02-Dubrovnik
.
-- Green Market, Old Town--Pile Gate, Stradun (Placa), Onofrio's Fountains, Dubrovnik Cathedral, Orlando’s Column, Rector's Palace, St. Blaise Church, Franciscan Monastery, Fort Lovrijenac. Babin Kuk, Valamar Lacroma Dubrovnik, Copacabana Beach, Winter Festival ceremony and Concert.
.
December 03-Dubrovnik
.
-- Explore Old Town and New Town.
.
December 04-Dubrovnik to Montenegro
.
-- Day Trip to Motenegro--Kotor, Perast, Budva.
.
December 05-Dubrovnik to Split
.
-- Travelled to Split, Cheched in Croparadise Hostel, Green Market, Old Town, Riva.
.
December 06-Split
.
-- Explore Old Town, Marjan Hill, Roaming Riva.
.
December 07-Split
.
-- Day Trip to Trogir, Night Bus to Zagreb.
.
December 08-Split to Zagreb
.
-- Arrived Zagreb, Checked in Palmers Lodge Hostel,
.
December 09-Zagreb
.
December 10-Zagreb
.
December 11-Zagreb
.
December 12-Zagreb to Bangkok
.
.
รูปภาพ
รูปภาพ

.
Budapest Travel Tips-ข้อมูลควรรู้ บูดาเปสท์
.
21 พฤศจิกายน 2560
.
สวัสดีครับ
.
ถึงหน้าซากุระและฤดูใบไม้เปลี่ยนสีคราใด คุณนายเป็นต้องรำพึงกับผมว่า "อยากไปญี่ปุ่น" ทุกที แต่เท่าที่ผ่านมา ยังหาโอกาสไม่ค่อยได้ เพราะกว่าจะตัดสินใจได้ ก็จวนเจียนจะ Seasons Change เสียแล้ว เหมือนๆกับทริปตามหาซากุระ อัลบั้ม "มาช้าดีกว่าไม่มา" (goo.gl/ggJLqV)ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้...
.
เที่ยวนี้ก็มาอิหรอบเดิม ทั้งๆที่ผมกราบเรียนคุณท่านตั้งแต่ก่อนไปทริปสแกนดิเนเวียแล้วว่า "จองตั๋วจองที่พักตอนนี้ดีไหมคร้าบ เพราะหลังกลางเดือนพฤศจิกาฯก็ไม่ติดอะไรแล้ว ไปแบบทริปก่อนเลย คือบวกไต้หวันในคราวเดียวกัน" แต่คุณท่านก็ทำตากะหลับกะเหลือก (เด็กๆทำคงน่ารัก แหวะ) เปรยเพียงว่า "รอก่อน รอก่อน..."
.
สุดท้าย ก็ว่างช่วงนี้จริงๆ แล้วมาบอกผมเมื่อวันที่ 8 ว่า "ไปก็ไป"...อ้าว เฮ่ย...ตั๋วแพงไม่ว่า เพราะต้องทำใจอยู่แล้ว แต่...แต่...กระชั้นชิดหลัดๆแค่ไม่กี่วันล่วงหน้าอย่างนี้ จะหาห้องว่างของ Toyoko Inn ได้หรือ...ธ่อ
.
แล้วก็...ด้วยความกรุณาของ KMT โทร.6426865-6 ทำให้ได้ตั๋ววันที่ 16 มาในราคา คนละ 2 หมื่น 3 โดยขากลับแวะเที่ยวไต้หวัน 1 อาทิตย์....
.
รีบจัดการเสิร์ชหาที่พักย่านคันไซ เพราะช่วงเวลานั้น จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีแถวๆเกียวโต อาราชิยาม่า...จ้องหน้าจอไปสลับคีย์ไปจนเหงื่อหยด มาได้ที่เมือง Aioi Hyogo 4 คืน (เดินทางจากโอซาก้าประมาณชั่วโมง) ไม่มีปัญหาใดๆ ชอบอยู่แล้วเมืองเล็กๆเงียบๆ...
.
จากนั้น ก็มาได้ที่ฮิโรชิม่าอีก 4 คืน เพื่อเก็บตกใบไม้ร่วงที่นั่นตามหลัง...จองก่อน 8 วัน ที่เหลืออีก 7 วัน ค่อยดาบหน้าเอา....
.
พูดง่ายๆ เป็นการจัดทริปที่ตัดสินใจตามอารมณ์เนื้อๆ คือรู้ทั้งรู้ ตระหนักทั้งตระหนักว่า แต่ละแห่งยอดนิยม จะต้องผจญกับผู้คนแสนแปดที่กว่าครึ่งเป็น ไทย จีน แขก...แต่ก็จะไปซะอย่าง.. ว่างั้นเหอะ
.
และแล้ว...ผ่านไปแค่วันเดียว สติสตังเริ่มเข้าที่.... "เหตุผล" ค่อยๆถาโถมมาให้ครุ่นคิด เมื่อคำนวณคร่าวๆจากค่าตั๋ว..ค่าที่พัก (คืนละเกือบ 3 พัน)...ค่าเจอาร์พาสส์อีกคนละ หมื่นสาม....เอ๊ะ นี่พอๆกับไปยุโรปแล้วนะเนี่ย...ที่สำคัญคือ จะไปเที่ยวที่ไหนตรงไหนอีก เพราะส่วนใหญ่ก็ผ่านมาแล้วทั้งนั้น...
.
แต่สิ่งที่สะดุดจิตสะกิดใจมากกว่านั้นอีก คือ ...
.
ตอนขอวีซ่าสแกนฯผ่านสถานทูตนอร์เวย์นั้น นอกจากจะอนุมัติเร็วจี๋ใช้เวลาแค่ 3 วันได้แล้ว เค้ายังสมนาคุณให้ฟรีวีซ่าเชงเก้นมา 4 ปีอีกด้วย....ทีนี้ จะไปไหนเมื่อไหร่ก็สะดวกโยธิน ไม่ต้องแพลน ไม่ต้องเรียบเรียงเอกสาร สามารถดาบหน้าไม่ต้องเตรียม แบบเดียวกับการไปญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวันแล้วนี่นา
.
งั้น...ถ้าจะไปยุโรปมากกว่าปีละครั้งอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็ไม่ผิดกติกาแล้วละสิ
.
ว่าแล้ว ก็จัดการเสิร์ชข้อมูลเป็นพัลวัน มองหาที่ๆไม่หนาวมากๆเป็นหลัก...เมื่อแน่ใจแล้ว ก็ตีหน้าเจี๋ยมเจี้ยม โทรขอโทษขอโพย KMT ให้ช่วยเปลี่ยนตั๋วใหม่ ได้ราคาใกล้เคียงตั๋วญี่ปุ่นเป๊ะ...แคนเซ่ลที่พัก Toyoko Inn สบายๆแค่คลิกเดียวจบไม่มีเสียค่าอะไรแม้แต่เยนเดียว แล้วก็...ย้อนกลับไปเริ่มต้นวงจรเดิมคือ หาที่พักใหม่ในยุโรปจาก Hostelworld ซึ่งง่ายกว่าช่วงซัมเม่อร์แยะ เพราะเหลือบานเบอะ ทั้งถูกและดี...
.
แล้วเราก็มานั่งปร๋อ กระย่องกระแย่งปรี๋ ดี๊ด๊าชื่นชมใบไม้ร่วงที่บูดาเปสท์ นี่แหละครับ
.
ผ่านไป 5 วัน มีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นมากมาย...
.
- ความจริงตั้งแต่ตอนจองที่พักแล้ว ต้องขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีก โฮสเต็ลคืนละคนละ 350 บาทจริงหรือเนี่ย หรือฝันไป...ทั้งๆที่สภาพไม่แพ้หรือดีกว่าราคาคืนละคนละ 1700 บาทที่สแกนฯด้วยซ้ำ
.
- บูดาเปสท์ ไม่ใช่เมืองเก่าโบร่ำโบราณอย่างที่คิด เพราะมีความทันสมัยเข้ามาผสานผสมได้อย่างกลมกลืน (รถรางขบวนคร่ำครึแล่นสวนรถรางโมเดิร์นไปมาแบบเดียวกับที่ริก้า ลัตเวีย เมืองในดวงใจของเราทริปที่แล้ว) จนไม่อยากเชื่อว่า ชั่วระยะเวลาสั้นๆหลังสงครามหฤโหด จะปรับเปลี่ยนได้รวดเร็วปานนี้
.
- ตั๋วเดินทาง 5 วัน (ใช้ตั๋ว 7 วัน) แค่ 600 บาท (เท่ากับวันละ 120) ใช้ได้ใช้ดีกับทุกยานขนส่งสาธารณะ..
.
- อาหารจานเบ้อเริ่ม (จานเดียวทาน 2 คนสบาย) แบบที่สแกนฯน่าจะไม่หนี 2 พัน ที่นี่แค่ 150-180 บาทไม่เกิน...เบียร์กระป๋องใหญ่ 22 บาท อิอิ
.
และ...
.
5 วัน 5 คืน เรา 2 คนใช้งบรวมกันทั้งหมด (ที่พัก อาหาร การเดินทาง) แค่ 8 พันบาทบวกลบเท่านั้นเอง ในขณะที่...
.
เที่ยวสะบัด ทานระเบิด (เรื่องน้ำหนักลด คงต้องลืมชั่วคราว อิอิ เพราะถึงเดินเยอะ แต่ทานแยะประมาณกัน)...ในบรรยากาศเย็นชิลล์ๆ 6-8 องศา ไม่ถึงกับหนาว...
.
แหะ แหะ เห็นใครต่อใครมาที่นี่ ส่วนใหญ่ก็วันเดียวสองวันไม่เกิน แต่เรามาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว กลางวันสั้น (บ่าย 3 ใกล้บ่าย 4 ฟ้าเริ่มหลัว 5 โมงเย็นรถต้องเปิดไฟหน้า) อย่างนี้ กระต้วมกระเตี้ยมไปโน่นนี่นั่น นั่งรถรางรอบเมือง รถบัส รถใต้ดิน นับไม่ถ้วนเที่ยว เปิดแอ็พแปลภาษาสนทนากับชาวบ้านร้านถิ่นอร่อยเหาะ...ยังตกหล่นอีกตั้งหลายที่เลยครับ
.
จึงไม่ต้องเสียเวลาถามเราว่า ประทับใจกับ Budapest เมืองสวยติดอันดับโลกนี้หรือไม่ :-)
.
งั้นผมขออนุญาตเป็นฝ่ายถามเพื่อนๆกลับก็แล้วกันนะครับว่า...
.
วันนี้ คุณจองตั๋วขอวีซ่ามาเที่ยวบูดาเปสท์แล้วหรือยัง?
.
.
.
.
หมายเหตุ: เดี๋ยวกลับไปแล้ว ขอลุยรีวิวสแกนดิเนเวียต่อนะครับ ส่วนบูดาเปสท์รีวิวละเอียดคงรอไว้ต่อจากนั้น เพราะตั้งใจแล้วครับว่า จะรีวิว ทริป UK กับทริป Scandinevia++ อย่างสมบูรณ์ที่สุด
.
ขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านที่ติดตาม ราตรีสวัสดิ์ครับ
.
รูปภาพ
.
ว่าด้วยเรื่อง บูดาเปสท์ถูกและดี มาแล้ว จนเชื่อว่า เมืองนี้น่าจะเป็นทางเลือกยอดนิยม เบากระเป๋าสตางค์ ในยุโรปอีกแห่งหนึ่ง ของเพื่อนๆ (ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มองข้ามไปจึงแวะมาเที่ยวแค่วันสองวัน ทั้งๆที่มีอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะที่น่าประทับใจไม่แพ้เมืองอื่นหรือดีกว่าเมืองดังๆทั้งหลายด้วยซ้ำ) ในเวลาข้างหน้าต่อไปนี้
.
รูปภาพ
.
งั้นผมก็ขออนุญาตนำเสนอข้อมูลเพื่อนๆตรงนี้ก็แล้วกันนะครับว่า...
.
นอกจากเรื่องสถานที่เที่ยว ซึ่งเสิร์ชหาได้ง่ายๆจาก Google, Trip Advisor, Wikitravel และตามเว็บภาษาไทยต่างๆแล้ว มีข้อมูลเบื้องต้นที่ต้องทราบ ควรทราบ หรือทราบก็ดี เพียงนิดหน่อยง่ายๆดังต่อไปนี้เท่านั้นครับ คือ...
.
รูปภาพ
.
ประเทศฮังการี เค้ามีเงินตราของตัวเองนะครับ เรียกว่า ฮังกาเรียน โฟรินท์ เงินยูโรปไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง แม้บางร้านจะรับ แต่เวลาทอนก็จะทอนด้วยเงินโฟรินท์เสมอ ที่สำคัญ ค่ารถค่ารา ค่าอาหาร ค่าของกระจุกกระจิก ต้องใช้เงินโฟรินท์เท่านั้น ซึ่งก่อนไป ผมเสิร์ชกูเกิ้ลมาได้ข้อมูลดังนี้ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับของจริงมาก คือ
.
100 โฟรินท์ เท่ากับ 12.50 บาทโดยประมาณ หรือ
1000 โฟรินท์เท่ากับ 3.10 ยูโร (เป็นเรตแลกเปลี่ยนของร้าน Exchange ต่างๆยกเว้นที่สนามบินซึ่งฟันด้วยปังตอโหดมาก)
.
คำนวณง่ายๆ ..ของราคาเท่าไหร่ ก็คูณ .12 หรือ .125 หรือ คูณ 12 หรือ 12.5 ตัดศูนย์ออก 2 ตัว ก็คือราคาเงินไทยครับ
.
อาทิ 800 โฟรินท์ ก็คือ 100 บาทไทย นั่นเอง
.
ครั้งแรกๆอาจจะงงๆนิดๆ แต่แป๊บเดียวก็คล่องคูณในใจได้คล่องปรื๋อ เพราะไม่มีอะไรง่ายเท่ากับการจ่ายเงินแล้วล่ะครับ จริงแม๊ะ...อิอิ
.


รูปภาพ
.
ข้อมูลต่อไปนี้ สำคัญมากครับ คือ ก่อนเดินทาง ขอให้โหลดไฟล์ PDF จากเว็บ Your practical guide to Budapest puBlic transport - BKK ที่ลิงค์ goo.gl/7nqxUo ลงมือถือให้เรียบร้อย เพราะ...
.
เป็นไฟล์เกี่ยวกับการเดินทางในบูดาเปสท์ทั้งหมด ซึ่งมีแผนที่ที่สามารถถ่างกว้างดูได้ชัดเจนกว่าถ่ายเอาจากป้ายหรือในแผนที่ครับ
.
รูปภาพ
.
หน้าที่บอกข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับบัตรเดินทางเอนกประสงค์ต่างๆอยู่ด้านขวามือนะครับ
.
ตั๋ววัน 24 ชั่วโมง 1650 โฟรินท์ ก่อนใช้ครั้งแรก ต้องไปจ๊อบที่ตู้ เพื่อเป็นการ Validate นะครับ ถ้าใช้โดยไม่จ๊อบก่อนละก็ เจอคนตรวจ (ซึ่งชุกชุมมาก เจอเกือบทุกเที่ยว โดยเฉพาะตอนลงรถ) เค้าจะถือว่าเจตนาไม่ดี (เท่ากับไม่ซื้อตั๋ว) ค่าปรับ 16000 โฟรินท์ 2000 บาทไทยเชียวครับ (ทานอาหารบนรถก็เสียค่าปรับราคานี้เช่นกัน มีป้ายเตือนให้เห็นทั่วๆอยู่แล้ว)
.
ตั๋ว 3 วัน 72 ชั่วโมง ก็ 4150 โฟรินท์
.
แล้วก็มาถึงตั๋วแบบ 7 วัน (นับเป็นวันไม่นับชั่วโมง) เลย ราคา 4950 โฟรินท์ คือ 620 บาท ถ้าอยู่เกิน 3 วันก็ต้องใบนี้ครับ ตกวันละเท่าไหร่ก็หารจำนวนวันเอา อย่างเราอยู่ 5 วัน ก็ตก วันละ 124 บาท ซึ่งถือว่าถูกกว่าทุกประเทศที่เคยผ่านมา ทั้งๆที่มียานสาธารณะให้ใช้จนคุ้มยิ่งกว่าคุ้มครับ
.
รูปภาพ



.
ที่ต้องโหลดแผนที่เป็นไฟล์ PDF มาก็เพราะ บูดาเปสท์เป็นเมืองที่มีระบบขนส่งยอดเยี่ยมที่สุดเลยครับ มีทั้ง รถราง-Tram, รถบัส-Bus, รถใต้ดิน-Metro, รถไฟชานเมือง-HEV ซึ่งบัตรเดินทางที่ว่ามาข้างต้นใช้ได้หมด ยกเว้นออกนอกบูดาเปสท์ไป ก็ต้องจ่ายเพิ่มต่างหากนิดหน่อย (ตลอด 5 วัน เราจ่ายเพิ่มครั้งเดียวคือไปเมือง Szentendre ที่อยู่นอกเมือง 19 กม.)
.
ในเมื่อมีทางเลือกที่สามารถใช้เดินทางเยอะแยะอย่างนี้ ก็จำเป็นต้องดูชัดๆว่า ตรงไหนสามารถไปด้วยรถใต้ดิน รถบัส หรือรถรางได้ ถ้าขยายภาพไม่ได้ คงยากที่จะเห็นว่า เส้นทางรถราง (สีเหลือง พร้อมหมายเลข) รถบัส (สีฟ้าพร้อมหมายเลข) รถไฟชานเมือง (สีม่วง) ต่อได้ตรงไหน เพราะรถใต้ดิน (สีน้ำเงิน เขียว แดง เหลือง ทั้ง 4 สาย) ดูง่ายๆอยู่แล้วครับ
.
มีไฟล์ชุดนี้แล้ว ก็จบปริญญาตรีเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวในบูดาเปสท์ ปานนั้น ออกทำมาหากินได้เลย ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
คราวนี้ว่าว่ากันเรื่องประสบการณ์จริงนะครับ
.
ออกจากเครื่องที่สนามบินบูดาเปสท์ รับกระเป๋าแล้ว ออกมาด้านนอก ขอให้เลี้ยวซ้ายไปไปเรื่อยๆ ก่อนถึงบันไดเลื่อนขึ้นชั้น 2 จะเห็นเคาน์เตอร์ Budapest Info Point ที่คุณนายยืนยิ้ม (แหยๆหน้ามันย่องเพราะผ่านการเดินทางมาเกือบ 20 ชั่วโมง) อยู่ข้างหน้า
.
ตรงนี้สามารถให้ข้อมูลทุกอย่างว่าเราจะไปไหนอย่างไร เที่ยวยังไงด้วย เหมือนศูนย์บริการนักท่องเที่ยวทั่วไปครับ
.
รูปภาพ
.
ขอแผนที่ โบรชัวร์ ต่างๆแล้วก็เลือกพิจารณาดูเอาเองนะครับว่า จำเป็นต้องซื้อ Budapest Card เพื่อเข้าชมสถานที่ต่างๆภายในหรือไม่ ซึ่งถ้าเข้าเยอะแห่ง บัตรนี้ก็น่าจะคุ้มเหมือนเมืองอื่นๆ...แต่สำหรับเรา เข้าชมสถานที่ภายในเพียงที่เดียว จึงไม่ซื้อ ยอมจ่ายค่าเข้าคนละ 1500 โฟรินท์ไป ที่อื่นๆ แค่ชมภายนอกก็พอใจแล้ว (ภายในคงเหมือนๆกันกับที่มีประสบการณ์มา เช่น พิพิธภัณฑ์ วิหาร ห้องศิลป์ ฯลฯ) ครับ
.
รูปภาพ

.
เชิญพิจารณาจากข้อมูลเบื้องต้นในเว็บก่อนตามนี้ก็ได้ครับว่า 24 ชั่วโมง 19 ยูโร, 48 ชั่วโมง 29 ยูโร, 72 ชั่วโมง 37 ยูโร คุ้มกับค่าเข้าหรือไม่ (มีบัตรนี้ไม่ต้องซื้อบัตรเดินทางต่างหากเพราะรวมอยู่แล้ว) ถ้าคุ้มก็จัดการเลยครับ...การตัดสินใจเป็นของท่าน การบริการเป็นของเรา 5555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 12:36 am

รูปภาพ
.
ติดๆกับเคาน์เตอร์ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตะกี้ ก็เป็นเคาน์เตอร์ขายตั๋วเดินทางแล้วครับ อยากได้แบบไหน เชิญบอกเค้าตามสบาย แต่....
.
เค้ารับเฉพาะเงิน โฟรินท์ ไม่รับ ยูโร อ่ะครับ (แต่ใช้บัตรเครดิตได้)
.
ทีนี้ เพิ่งลงเครื่องมา ซุปเปอร์ริชก็ไม่มีให้แลก มีแต่ยูโร ทำไงดี
.
หาแลกเอาก็ได้บริเวณนั้น แต่ราคาโหดมาก เค้าคิดให้ในเรตประมาณ ยูโรละ 245 โฟรินท์ เท่านั้นในขณะที่ราคากลางอยู่ที่ 310 หายไปหลายตังเลย
.
วิธีที่ง่ายๆก็คือ ใช้บัตรเอทีเอ็ม (ที่ถอนต่างประเทศได้) ดีกว่าครับ
.

รูปภาพ
.
ตู้เอทีเอ็มอยู่ตรงข้ามบูธขายตั๋วเลย ใช่ง่ายใช้ดี เจอคำว่าให้ใส่ PIN ก็ใส่รหัสของเราไป เท่านั้นก็ได้เงินโฟรินท์ไหลออกมาแล้ว (เสียค่าใช้ครั้งละ 100 บาทนะครับ)... สำหรับเรา เบื้องต้นก็เลยถอนมา 30000 โฟรินท์ ซึ่งเกือบพอใช้... วันหลังมีซื้อของด้วยยูโร ได้ทอนมาอีกต่างหาก 11500 ยูโร พอใช้สำหรับ 5 วันเลย
.

รูปภาพ
.
เนื่องจากค่าถอนแต่ละครั้งคือ 100 บาท ขอให้ถอนเกินเผื่อเหลือไว้ดีกว่านะครับ เพราะถ้าใช้ไม่หมด (อย่าลืมว่าต้องใช้ให้หมดนะครับ ถือกลับบ้านก็คือกระดาษเปล่า) ก็สามารถขายคืนได้ง่าย เพราะร้าน Exchange มีทั่วไปหมดจนลายตา แทบจะทุก 10 คูหามี 1 ร้านประมาณนั้น เช็คราคาร้านไหนดีก็แลกขายร้านนั้นเป็นยูโรได้ครับ
.

รูปภาพ

.
หลังจากนั้นก็ซื้อบัตรเดินทาง ซึ่งถ้าเป็นแบบ 7 วัน เค้าจะขอพาสปอร์ตเราไป พิมพ์ชื่อลงบนตั๋วด้วย (เพราะฉะนั้น ก่อนใช้ไม่ต้องจ๊อบ) โดยระบุวันที่สุดท้ายที่ใช้ได้ลงไปด้วย เจ๋งมากครับ เสียแต่ เป็นบัตรบางๆ อย่าลืมหาซองพลาสติกใส่นะครับ ไม่งั้นเปื่อยแน่...
.

รูปภาพ
.
ออกจากสนามบิน จะเข้าเมืองต้องออกไปข้างนอกประตูเพื่อนั่งรถบัสสาย 200E ไปที่รถเมโทรที่สถานี Kobanya-Kispest ครับ หลังจากนั้นจะไปไหนต่อค่อยเลือกเอา
.
รถบัส 200E จะมาสุดสายที่สถานีเมโทรที่ว่า ซึ่งอยู่ในห้าง Tesco เดินเข้าห้างเดินตามป้ายไป ก่อนเข้าชานชาลา ก็จะเจอชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึง ขอตรวจตั๋วแล้วครับ ถ้ายังไม่มีตั๋วแต่มีสัมภาระ แสดงว่า ขึ้นรถบัสมาฟรี ต้องเสียค่าปรับครับ ถ้ามีก็แล้วไป หลังจากนั้น ก็จะเจอพวกเดียวกันอย่างนี้ทุกวัน ไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะนอกจากพวกตรวจตั๋วบนรถ ตามทางออกแล้ว คนฮังกาเรี่ยนที่เหลือทั้งหมด ยิ้มแย้มแจ่มใสน่ารักเป็นที่สุดครับ
.
รถเมโทร มีทั้งบนดินและใต้ดินนะครับ รถใหม่ทันสมัย มีจอบอกสถานี มีป้ายเห็นชัด ใช้ง่าย นั่งสบายครับ
.
ทั้งหมดก็เท่านี้ ที่เหลือดาบหน้าสบาย ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอยู่แล้วโหลดเครื่องแปล Google Translate แบบ Offline ไว้ในมือถือ ก็คุยกับชาวฮังกาเรียนได้ทุกคนครับ
.

รูปภาพ
.
ขอให้เพื่อนๆมาเที่ยวบูดาเปสท์ด้วยความสุขใจเหมือนหรือมากกว่าเราทุกท่านนะครับ
.
หมายเหตุ: เป็นเพราะเวลาถ่ายภาพให้คู่สามีภรรยาอื่น แล้วผมมักบอกให้เค้า Kiss กันแท้ๆ เวลาเค้าถ่ายคืนให้ ก็เลยบอกผมให้ฝืนใจทำมั่ง โดยบอกว่า "Lesson, lesson-เป็นบทเรียนจากคุณ" กรรมตามสนองเอา 5555
.


รูปภาพ
.
5 Days in Ljubljana-ลยุบเบลียยาน่า 5 วันเหมือนฝันไป
.
26 พฤศจิกายน 2560
.
สวัสดีครับ
.
จาก บูดาเปสท์ เรามุ่งหน้าต่อมาที่เมืองหลวงของประเทศ สโลเวเนีย ชื่อ Ljubljana-ลยุบเบลียยาน่า เมืองเล็กๆที่เดินเที่ยววันเดียวหมด แต่เกือบ 4 คืน 5 วันเต็มที่เราอยู่ที่นี่ ความสุขท่วมล้นเหมือนฝันอย่างคาดไม่ถึงจริงๆครับ
.
สมแล้วกับคำร่ำลือที่ว่า "There's Love inside sLOVEnia-มีรักเต็มล้นในสโลเวเนีย" เพราะอักษร 4 ตัว Love ภายในชื่อ sLOVEnia ไม่ได้เกินเลยความจริงว่า เมืองนี้น่ารัก ผู้คนน่ารัก และบรรยกาศโดยรอบดื่มด่ำด้วยความรักเต็มเปี่ยมจริงๆ แม้ว่า...
.
เราจะลาจาก Mode ถูกและดี จากฮังการี มาสู่ โหมดใช้เงินยูโร ที่ราคาข้าวของบริการสูงขึ้นมาแบบยุโรปเล็กๆก็ตาม
.
จากบูดาเปสท์ รถบัสชั้นดีของ Flixbus ที่เราคุ้นเคยจากทริปสแกนดิเนเวีย นำเราเดินทางมาสู่เมืองหลวงชื่อ Ljubljana-ลยุบ-เบลีย-ยา-น่า ด้วยเวลา 6 ชั่วโมงบนทางหลวงซุปเปอร์ไฮเวย์ ค่ารถเพียงคนละ 15 ยูโร (600 บาท) เท่านั้นเองครับ
.
แล้วเราก็ได้พบกับสัจธรรมของชีวิตที่แสนจะชื่นชอบจาก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวว่า "ไม่ ไม่ค่ะ ไม่ต้องสนใจเรื่องตั๋วเดินทางใดๆทั้งสิ้น เที่ยวเมืองนี้ เดิน เดิน เดิน เท่านั้น...ลืมเรื่องรถราไปให้หมด ถึงเห็นก็ทำเป็นไม่เห็น แล้วรับรองว่าคุณจะมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีแน่นอนค่ะ"
.
ว้าววววว....อะไรจะขนาดนั้น
.
จริงแท้เลยครับ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆอยู่เป็นกระจุกกว้างๆในอาณาบริเวณที่จัดเป็น ถนนคนเดิน ทั้งหมด ห้ามรถราเข้ามายุ่งเกี่ยวใดๆทั้งสิ้น เพราะเค้าเรียนรู้จากประสบการณ์มาแล้วว่า...
.
แม้จะทุบสะพานเก่า มาสร้างสะพานใหม่ขนาดกว้างใหญ่เป็นเท่าตัว และสร้างเพิ่มอีกสองสะพานคู่ขนานกันต่อมา จนกลายเป็น Triple Bridge-สะพานแฝดสาม (จนลือเลื่องไปทั่วโลก และกลายเป็นไฮไล้ท์แห่งหนึ่งของเมืองนี้) แล้วก็ตาม หากยังขืนปล่อยฟรีให้รถราสัญจรไปมาตามอำเภอใจจังหวัดอารมณ์ละก็ จะไม่มีวันแก้ปัญหาความชุลมุนโกลาหลมลภาวะเป็นพิษได้เลย
.
เพราะฉะนั้น ทุบโต๊ะเปรี้ยง ห้าม ห้าม ห้าม ทั้งหมดเท่านั้น คือ Solution-ทางแก้ หนึ่งเดียวที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างแท้จริง
.
นั่นคือการตัดสินใจที่ทำให้เมืองแห่งตำนาน "อภินิหารขนแกะทองคำ" นี้ มีเสน่ห์ขึ้นมาแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
.
ผู้คนมีความสุขมากขึ้น สุขภาพกายสุขภาพจิตดีขึ้น...นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมาเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกแออัดเหมือนหลายๆเมืองดังในยุโรป และ...
.
นักเที่ยวเองไม่เที่ยวกับทัวร์เท่านั้น ที่จะซึมซับความรู้สึกเต็มอิ่มได้ว่า การเดิน เดิน เดิน โดยไม่ขึ้นรถราใดๆเลยทั้งวันนั้น มันช่างเพลินช่างเพลิด ช่างน่าเชิดหน้าท้าทายโลกว่า "ไหวน่า ไหวสิ ยิ่งกว่าไหว" เสียนี่กระไร
.
ในเมื่อ Ljubljana (ออกเสียงว่าอะไร ลืมยังครับ?) เที่ยววันเดียวหมด... แล้ว 5 วัน 4 คืน ไปที่ไหนอื่นบ้างหรือ?
.
อ๋อ ใช่ครับ คนอื่นๆวันเดียวหมด แต่สำหรับเราสอง ขอเพิ่มเป็น 2 วันหน่อยๆแล้วกันนะครับ ประสาอยู่ตรงไหนก็อยากแช่นานๆ กวาดสายตาดื่มด่ำให้เต็มอิ่ม เก็บให้หมดทุกหยดหยาด แต่ 2 วันที่เหลือ...
.
เราไม่ได้ไป เที่ยวถ้ำ Postojna Cave ที่ลึกหลายกิโลต้องนั่งรถรางเข้าไปหรอกนะครับ ไม่นิยมและเห็นมามากแล้ว....แล้วก็เลยไม่ได้ไป Predjama Castle ปราสาทลึกลับที่ดูประหนึ่งทะลวงหน้าผาเข้าไป ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันด้วยครับ เพราะไม่รู้สึกทึ่งแต่ประการใด ...ไม่คุ้มกับเวลาเดินทาง และไม่อยากเสียค่าเข้าชมที่แพงเอาการด้วย...
.
ว่าจะไป Piran-the most beautiful of Slovenia's coastal towns พิรานเมืองชายฝั่งทะเลที่สวยงามที่สุดในสโลเวเนีย เหมือนกัน แต่แล้วก็ตัดทิ้ง เพราะเดินทางไปกลับ 5 ชั่วโมง น่าจะเหลือเวลาชื่นชมไม่กี่มะน้อยโดยเฉพาะฤดูกลางวันสั้นอย่างนี้...
.
แต่เราได้ไป Lake Bled-ทะเลสาบเบล็ด (นั่งบัสเที่ยวละแค่ชั่วโมงครึ่ง) ที่มีเกาะเล็กๆมีโบสถ์สวยอยู่บนนั้น (เหมือน Hallstatt-ไฮสแต็ต ของออสเตรียกลายๆ) ตรงมุมหนึ่งกลางน้ำ และ (นั่งบัสอีก 35 นาที) ต่อไปที่ Lake Bohinj ทะเลสาบที่สดสวยอีกแห่งไม่ไกลกัน หนึ่งวันเต็มๆครับ ...
.
ส่วนอีก 1 วันที่เหลือ ...แตร่น แตร๊นนน
.
เราไปเที่ยวเมือง Trieste-ทรี-เอียส-เต้ เมืองสวยอิสาณเหนือของ อิตาลี ด้วยครับ (กำไรมาอีก 1 ประเทศ อิอิ) เพราะนั่งบัสไปแค่ 1.40 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งประจวบเหมาะกับเป็น Black Friday ที่มีเทศกาล SALE ทั้งเมือง ได้เห็นชาวบ้านเบียดเสียดมะรุมมะตุ้มแย่งกันช้อปปิ้งอย่างสนุกสนานราวกับงานเทกระจาด... เดินชมความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมอันพิไล อย่างเต็มอิ่มอีก 1 วันครับ ซึ่ง..
.
เมื่อกลับไปแล้ว มีช่วงไหนที่พอสอดแทรกรีวิวได้ ก็จะนำเสนอเพื่อนๆไม่นานเกินรอครับ
.
เช่นเคย...ขอบคุณที่ติดตาม ราตรีสวัสดิ์ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 1:53 am

รูปภาพ

รูปภาพ
.
Sarajevo-ฝนชะ หิมะโปรย ณ ซาราเยโว
.
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560
.
สวัสดีครับ
.
จาก Ljubljana ที่เราอยู่ 4 คืน 5 วัน (21-25 พ.ย.).... ครับ 4 คืน 5 วัน เพราะคืนวันที่ 25 เราเดินทางด้วย Night Bus-รถทัวร์กลางคืนตั้งแต่ 2 ทุ่ม ใช้เวลา 11 ชั่วโมง มาสว่าง 7 โมงเช้าที่ Sarajevo เมืองหลวงของประเทศ Bosnia and Herzegovina 1 ใน 6 ประเทศที่แยกออกมาจาก ยูโกสลาเวีย อันประกอบด้วยอีก 5 ประเทศคือ Slovenia, Croatia, Macedonia, Montenegro และ Serbia ครับ
.
การเดินทางข้ามคืนแบบนี้ เราเพิ่งมีประสบการณ์จากทริปสแกนดิเนเวียมาหลัดๆและชื่นชอบไม่น้อย (ว่าไป ก่อนหน้าโน้นก็เคยใช้รถทัวร์ข้ามคืนที่เมืองจีนหลายครั้งเหมือนกัน) เพราะคุณภาพดีกว่าพี่จีนหลายเท่า...แม้ที่ยุโรปตะวันออกนี้ จะไม่ดีเท่าสแกนฯ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ดี คือรถดี ผู้โดยสารน้อย (นั่งคนละ 2 เก้าอี้) คนขับดี ถนนเยี่ยม ค่ารถไม่แพงมากคือ คนละ 45 ยูโร (1800 บาท) เสียอย่างเดียวคือ...
.
ไม่สามารถหลับยาวรวดเดียวได้ เพราะ...
.
ต้องลงรถขึ้นรถไปยื่นพาสปอร์ตผ่าน ตม.ถึง 3 เที่ยวด้วยกัน คือ ตอนผ่านแดนออกจาก สโลเวเนีย...เข้าแดน โครเอเชีย...ออกจากโครเอเชีย...ดีที่ตอนเข้าแดนบอสเนีย เจ้าหน้าที่ ตม. ขึ้นมาตรวจพาสปอร์ตบนรถเอง...แต่ละครั้งใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ถอดเสื้อหนาวเข้าออกเป็นว่าเล่น เพราะในรถมีฮีตเตอร์ แต่ข้างนอกหนาวมากกกก 555
.
คาดไม่ถึงอีกแล้วครับ ตั้งแต่เพื่อนผู้โดยสาร คนขับรถ จนกระทั่งมาถึงท่ารถบัส ซาราเยโว ผู้คนชาวบอสเนีย น่ารักมากๆมีน้ำใจมากๆเลยครับ ทั้งๆที่้เกือบทั้งหมดพูดอังกฤษไม่ได้เลย (แถมเครืองแปลภาษาบอสเนียน ก็ไม่มีให้ดาวน์โหลดใช้ Offline ด้วย) แต่เราก็สื่อสารกันด้วยภาษาสากล (มือไม้) จนเป็นที่เข้าใจได้ด้วยดี ตั้งแต่
.
....ถามทาง..ถามหาตู้เอทีเอ็ม (ต้องแลกเงินเป็น สกุล KM ที่เรียกสั้นๆว่า Mark มูลค่า 1 มาร์คเท่ากับครึ่งยูโร หรือ 20 บาทไทยโดยประมาณ) ....ขอให้คุณป้าคนขับรถรางรอ เพราะตู้เอทีเอ็มไม่ใช่แบบ Inter ถอนไม่ได้ ต้องวิ่งไปขอแลกในร้านกาแฟ ซึ่งประดาลูกค้าในร้านต่างก็กุลีกุจอแลกให้ จากยูโรเป็นแบ้งค์ 10 มาร์ค แล้วแลกอีกคนเป็นเศษเหรียญ เพราะค่ารถรางคนละ 1.80 มาร์ค...ทั้งตื่นเต้นทั้งตื้นตันอ่ะครับ
.
ซาราเยโว ทันสมัยมากๆแม้เป็นเมืองที่เป็นส่วนผสมของเมืองเก่าและเมืองใหม่ แต่ไม่มีอะไรที่เมืองใหญ่อื่นๆไม่มี แถมข้าวของถูกพอๆกับ บูดาเปสท์ ก็เลยสวรรค์เรานะสิครับ แม้ 3 วันที่อยู่ที่นี่จะเจอ 3 บรรยากาศด้วยกันคือ วันแรกฝนพรำฝนชะ...วันที่สอง หิมะโปรยปราย และวันที่สาม..สุดยอด Sunny Day ที่ฟ้าเปิดสว่างจ้า ได้ชื่นชมทิวทัศน์เอมอิ่มเต็มตา ตั้งแต่ในย่านเมืองเก่า เลยเข้าเมืองใหม่ และขึ้นเขาเพื่อเดินลงมาตื่นตากับบรรยากาศขาวโพลนที่งดงามที่ไม่แพ้ เมืองสนหมอกที่เมืองจิหลิน เมืองจีน goo.gl/4dnQbk เมื่อต้นปีที่ผ่านมาซึ่งต้องนั่งรถหลายทอดกว่าจะได้ชื่นชม แต่ที่นี่อยู่กลางใจเมืองเลยครับ
.
น่าเสียดายจริงๆครับ ที่เวลามีไม่มาก จึงขอลงรูปฝากเพื่อนๆเพียงบางส่วนพร้อมคำบรรยายนิดหน่อยเท่านั้น เอาไว้กลับไปแล้ว มีจังหวะดีๆค่อยว่ารายละเอียดอีกทีนะครับ
.
ขอบคุณที่ติดตามและราตรีสวัสดิ์เช่นเคยครับ
.

รูปภาพ
.
ฝนชะที่ถนนคนเดิน Ferhadija Pedestrian Street
.

รูปภาพ
.
หิมะโปรยที่ถนนคนเดิน Ferhadija Pedestrian Street
.

รูปภาพ
.
ชาวบอสเนียที่น่ารักเป็นที่สุด
.

รูปภาพ
.
หิมะโปรยที่น้ำพุ Bascarsija กลางจตุรัสนกพิลาป Pigeon Square
.

รูปภาพ
.
รถรางเก่าใหม่ ทั้ง 5 สาย ไม่ต้องใช้แผนที่ เพราะทุกสายวิ่งเป็นรอบวงกลม ขึ้นซัก 3 เที่ยวก็คล่องว่าจะไปไหนอย่างไร ตั๋ววัน Day Ticket ที่ใช้ได้ทั้งรถบัสรถรางวันละ 5 มาร์ค หรือ 100 บาทไทยครับ...โฆษคุ้ม โฆษดี โฆษสะดวก
.

รูปภาพ
.
ตำรวจหญิงนะครับเนี่ย...
.

รูปภาพ
.
สนุกได้แม้หิมะโปรยปราย
.

รูปภาพ
.
ทิวทัศน์บนยอดเขาที่ขาวโพลนในฤดูหนาวเท่านั้น...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 1:56 am

รูปภาพ
.
5555...ไม่น่าเชื่อนะครับว่าจะน่ารักได้...คนตรวจตั๋วที่ไล่จับไล่ปรับคนบนรถรางทุกเที่ยว ไม่มีทางหนีรอดไปได้ เพราะขึ้นตรวจกันถี่และหลายคณะมาก...
.

รูปภาพ
.
ร้านอาหารข้าวแกงไฮโซ บนห้าง Sarajevo City Center ที่แพงกว่าข้างนอกกว่าเท่าตัว ...ทานแค่ 2 มื้อก็สนิทกันเหมือนญาติมิตรครับ
.

รูปภาพ
.
ที่เห็นนี่คนละ 10 มาร์ค 200 บาทครับ....ของคุณนายเป็นไก่ผัดพริก ไก่ผัดเห็ด ของผมเป็นไก่ผัดพริกและกะหรี่ไก่ ใช่ขนมปังจิ้มทาน กี่ชิ้นก็ได้-ฟรี
.

รูปภาพ

.
นั่งบัสขึ้นยอดเขาเพื่อเดินลงมาผ่าน The Yellow Fortress จนถึง City Center
.
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 1:58 am

รูปภาพ
.
สุสาน Genocide Cemetery อนุสรณ์สถานอันโหดเหี้ยมแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวบอสเนียและโครเอเชียกว่า 8 พันชีวิต (เกือบทั้งหมดเป็นชาย)
.
รูปภาพ
.
ถนนคนเดิน Ferhadija Pedestrian Street ขวัญใจขาช้อป
.
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
.
น้ำพุ Bascarsija กลางจตุรัสนกพิลาป Pigeon Square ยามค่ำ
.
รูปภาพ
.
น้ำพุ Bascarsija กลางจตุรัสนกพิลาป Pigeon Square ยามฟ้าใส
.
รูปภาพ
.
ดื่มน้ำพุเพื่อจะได้กลับมาบอสเนียอีกครั้งหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
ได้กลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน...เพื่อนๆอย่ามาทีหลังเรารอบหน้านะครับ อิอิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 2:23 am

รูปภาพ

.
Mostar-มอสต้าร์..เมืองนี้มีสะพานขาย
.
1 ธันวาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
ประทับใจเต็มอิ่ม 3 วันกับซาราเยโว เมืองหลวงของ Bosnia and Herzegovina (BiH) ซึ่งอยู่ด้าน บอสเนีย...เช้าวันที่ 29 พฤศจิกายน เราก็จับรถบัสต่อมาที่เมือง มอสตาร์ พื้นที่ที่อยู่ทางด้าน เฮอร์เซโกวิน่า เมืองท่องเที่ยวที่ดังมากอีกแห่งหนึ่งของประเทศนี้
.
ค่ารถคนละ 17 มาร์ค (340 บาท) ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงครึ่ง และเข้าที่พัก David Hostel ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับท่ารถบัส ซึ่งเป็นโฮสเต็ลที่สุดยอดเหลือเชื่อได้คะแนนเฉลี่ย 9.7 เต็ม 10 จาก ทั้ง Hostelworld และ Booking.com 3 ปีติดต่อกัน แต่ในหลายเดือนที่ผ่านมา ลูกค้าล้วนให้คะแนนเต็ม 10 ทั้งนั้น ซึ่งจะรวมทั้งเราด้วยที่ใจจริงอยากให้ 12 เต็ม 10 ด้วยซ้ำ (อันจะนำเสนอต่อไปนะครับ)
.
เข้าที่พักแล้ว ฝนเริ่มตกพรำๆ เราก็ออกเที่ยวตามเส้นทางที่เค้าแนะนำ ซึ่งก็คือ City Center ซึ่งสามารถเดินไปถึงสะพาน Old Bridge (หรือ Stari Most ในภาษา บอสเนีย) ได้ในไม่กี่นาที..
.
สะพาน? สะพานอะไรสำคัญขนาดที่ใครมามอสตาร์ต้องไปดูหรือเห็นกันให้ได้หรือ?
.
ใช่ครับ ...เกือบ 2 วันเต็มๆที่เราอยู่ที่ มอสตาร์ ท่องไปทั่วๆย่าน เฮอร์เซโกวิน่า นี้ ขอเรียนว่า นอกจากสะพานสันติภาพ ที่เชื่อมระหว่าง Bosnia และ Herzegovina อันลือลั่นนี้แล้ว ไม่มีอะไรอื่นๆที่น่าสนใจขนาดไม่มาไม่ได้เลยครับ
.
เมืองนี้ทั้งเมืองจึงขายการท่องเที่ยวที่สะพานนี้สะพานเดียวเท่านั้น...
.
และถ้าหากไม่ได้เจอะเจอ David Hostel ที่สุดแสนประทับใจ และซื้อทัวร์คนละ 30 ยูโร (1200 บาท) ให้ Pedja เจ้าของ (เค้าใช้ชื่อลูกชายเป็นชื่อโฮสเต็ล) ขับรถพาเรา 2 คนเที่ยวทั้งวัน (รวมอาหาร ไวน์/เครื่องดื่ม ไม่อั้น) แล้ว เราคงไม่แนะนำให้เพื่อนๆเที่ยวที่นี่ 2 วันเป็นแน่ เพราะจริงๆแล้ว เมืองนี้เพียงแวะผ่านเที่ยวชมสะพานและดูกิจกรรมโดดน้ำ (เมื่อมี) ก็พอแล้วครับ
.
สะพานนี้ ว่าไปก็ไม่ได้สวยโดดเด่นโอ๊พระเจ้าจอร์จ กล้วยทอดอะไรนัก หากไม่มีสายน้ำ Neretva River สีเขียวมรกตสดใสทอดผ่านด้านล่างอย่างลงตัว แต่เมื่อสถาปัตยกรรมอันสะดุดตานี้ผนวกเข้ากับธรรมชาติสร้างสรรค์อย่างเหมาะเหม็ง จึงเป็นความงดงามจับใจที่ชื่นชมเพียงไหนกดแช๊ะเท่าไหร่ก็ไม่รู้เบื่อรู้พอครับ
.
ภาพชุดแรกที่นำเสนอเพื่อนๆเท่าที่เวลามี คือ สะพาน Old Bridge หรือ Stari Most นี้ครับ
.
ไฮไล้ท์ ที่ทุกคนอยากชม ก็คือ การกระโดดน้ำลงมาจากยอดสะพาน ซึ่งจะมีมืออาชีพแสดงให้ชมและเก็บภาพกัน ถ้า...ผู้ชมข้างล่างพร้อมที่จะช่วยเฉลี่ยกันจ่ายรวมกันประมาณ 50 ยูโรครับ
.
ถูกต้องแล้วครับ..."This is our culture, you see!-นี่เป็นวัฒนธรรมของเราครับ" หรือพูดง่ายๆก็คือ มันเป็นอาชีพสุจริตของเราอ่ะครับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ใครๆก็ทำได้นะครับ ต้องมืออาชีพเท่านั้น ....
.
เนื่องจาก สะพานสูงมาก น้ำในแม่น้ำมีความเย็นมากๆ แม้มืออาชีพก็ต้องมีวิธีวอร์มร่างกายก่อนกระโดด ส่วนมือสมัครเล่นเคยสวม wet suits ลงทะเบียนจ่าย 25 ยูโรเพื่อกระโดด (ให้มูลนิธิบำรุงรักษาสะพาน) และผ่านการตรวจร่างกาย ใช้สลิงห้อยตัวขึ้นลงจุ่มน้ำไม่รู้กี่รอบจนคุ้นเคย แล้ว ยังเข็ดมูลอ่อนมูลแก่ไปตามๆกัน เพราะหลายราย ริมฝีปากฉีก และชุด wet suits ฉีกขาด จากแรงปะทะเสียดสี (มีคนเสียชีวิต 5 ราย จากการลงเอาหลังกระแทกแผ่นน้ำ) เลยครับ
.
ช่วงที่เราไป เนื่องจาก คณะทัวร์จากอินโดเนเชีย 20 กว่าคน และนักท่องเที่ยวอีก 4-5 คนไม่ยอมเสียตังกัน เราก็เลยไม่ได้ชมของจริง ได้แต่นำคลิปยูทูปมาฝากดังลิงค์ goo.gl/aAeTHZ นี้ครับ
.
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

.
"This is our culture, you see!-นี่เป็นวัฒนธรรมของเราครับ"
ชมคลิปยูทูปได้โดยคลิกที่ลิงค์ goo.gl/aAeTHZ นี้ครับ
.
รูปภาพ

.
ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตาม เดี๋ยวมีเวลาจะมาต่อนะครับด้วยเรื่อง....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 2:45 am

รูปภาพ
.
Hostel หนึ่งเดียวในปฐพี ที่ไม่มีใครเทียมทัน
.
รูปภาพ
.
ได้เวลาแนะนำ "โฮสเต็ล หนึ่งเดียวในปฐพี ที่ไม่มีใครเทียมทัน" ชนิด "เที่ยวมอสตาร์ต้องถามหาเดวิด" แล้วล่ะครับ
.
Hostel David อยู่ไม่ไกลจาก Mostar Bus Station-ท่ารถบัสมอสตาร์ ครับ เดินตัวเปล่าน่าจะไม่ถึง 3 นาที แต่มีสัมภาระอย่างเราก็ ประมาณ 10 นาที ซึ่งถือว่าสะดวกมากครับ
.
ราคาห้องดอร์ม 4 เตียง คืนละคนละ 10 ยูโร หรือประมาณ 400 บาท...เป็นการดัดแปลงห้องรับรองชั้นล่างเป็นห้องพัก 3-4 ห้อง ห้องละ 4 เตียง ซึ่งในฤดูโลว์ซีซั่นอย่างนี้ ทั้งห้องเป็นของเราเพียง 2 คน (ตอนพักอยู่ที่ Ljubljana ก็เช่นเดียวกันครับ ห้องดอร์ม 6 เตียงมีเราพัก 2 คนทั้ง 4 คืน นี่คือข้อดีของการเที่ยว Off Season) ครับ
.
มีห้องน้ำในตัว...แอร์คอนดิชั่น (เพื่อปรับเป็นฮีตเตอร์)...ชุดรับแขก และมีห้องครัวส่วนกลางด้วยครับ
.
เจ้าของโฮสเต็ลคือ Pedja คุณพ่อเดี่ยว ลูกสาวคน (อายุ 21) ลูกชายคน (18) พักอยู่ชั้นบน ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามได้ตลอดเวลา แต่ไม่ค่อยได้รบกวนเค้าหรอกครับ เพราะแค่ให้กุญแจเข้าบ้านเราก็นับว่าจบแล้ว แต่เค้าต่างหากที่เป็นฝ่ายดูแลเราอย่างเหลือเชื่อเสียอีก คือคอยถามไถ่ เป็นห่วงเป็นใย... อยากได้โน่นได้นี่หรือเปล่า... เสมอครับ ตั้งแต่....
.
เพียงเข้าที่พัก ซึ่งเราไปถึงก่อนเวลาเช็คอินเกือบ 2 ชั่วโมง หนุ่มน้อยเดวิด ก็ต้อนรับและนำเข้าห้องพักพร้อมถามว่า ต้องการเครื่องดื่มอะไร แล้วอยากทานอะไร โดยย้ำว่าฟรี เป็น Welcome Drink และ Welcome Snack ซึ่งเราเกรงใจไม่อยากปฏิเสธ ขอเป็น น้ำส้ม กาแฟ และ พิซซ่า...
.
ถามเรื่องค่าห้อง..เค้าบอกให้จ่ายตอนเช็คเอ้าท์...ประหลาดดีไหมครับ
.
รูปภาพ

.
แล้วดูสิครับ...พิซซ่าเบ้อเริ่มตั้ว 4 ชิ้นใหญ่ ฝีมือของคุณพ่อ คือ Pedja (ลืมไป..ออกเสียงว่า เพ็ดเจอะ นะครับ ไม่ใช่ เพชรจ้า เดี๋ยวจะกลายเป็นแฟนนิวเคลียร์ไป อิอิ) ซึ่งชอบทำอาหารเพราะเคยเปิดร้านอาหารมาก่อน...เล่นเอาแทบจุกเลยครับ
.
เช้าวันต่อมา ก็มาถามอีกว่า "จะทาน Breakfast อะไร" ซึ่งเราปฏิเสธตั้งนานกว่าจะเลิกเซ้าซี้ว่า "ปรกติเราไม่ทานอะไร นอกจากกาแฟ ที่เราเตรียมกันมาเองแล้ว กาแฟที่เค้าทำให้ Too Strong-เข้มข้นเกิน เรารับไม่ไหว เมื่อวานดื่มไปนิดเดียว ตาค้างตั้งหลายชั่วโมง"
.
วันสุดท้ายที่เราจะเดินทางไป Dubrovnik เช็คเอาท์ตอน 9 โมง Pedja ที่บอกเราก่อนหน้าว่าวันนี้ต้องไป ซาราเยโวแต่เช้า ขอแค่แวะมาเซย์เฮลโหล ตอน 8 โมงเช้า... แต่พอถึงเวลาก็บอกว่า รอเดี๋ยว กำลังทำพายผลไม้มาให้...ดูสิครับ 2 จานเบ้อเริ่ม ซึ่งเราแพ็คใส่กล่องไปทานบนรถ อิ่มไปจนถึงบ่ายเลยครับ
.
ทานพิซซ่าเสร็จ เดวิดก็นำแผนที่มาอธิบายว่าที่เที่ยวอะไรอยู่ตรงไหนในตัวเมืองเก่าและเมืองใหม่ จนเป็นที่เข้าใจดีว่าเดินไปได้ทุกย่านสบายๆแล้ว ก็เสริมว่า.... ถ้าอยากไปเที่ยวนอกเมือง ก็สามารถให้คุณพ่อเค้านำเที่ยวได้ ค่าทัวร์ทั้งวันเพียง คนละ 30 ยูโรเท่านั้น รวมอาหารเครื่องดื่มด้วย ที่เที่ยวก็ประกอบด้วย ปราสาทหิน Pocitelj หรือ Rock Castle, หมู่บ้านริมผา Blagaj, ซากเมืองเก่า 2 พันปี Mogorjelo, น้ำตกยักษ์ Waterfalls Kravice, และ จุดชมวิว Hum Mountain ฯลฯ....ซึ่งเราก็ตัดสินใจซื้อทันที เพราะคงไม่สามารถไปเองได้ในราคาที่ว่านี้แน่ๆ
.
รูปภาพ

.
นี่คือ Pedja วัย 50 ต้นๆที่น่ารักที่สุด ใจกว้างเป็นมหาสมุทร รับรองลูกค้าประหนึ่งญาติมิตรผู้มีเกียรติ ถึงไหนถึงกัน เที่ยวจนค่ำก็ไม่ยอมเลิกรา แถมพร้อมจะเลี้ยงเสมอด้วยอุปนิสัยส่วนตัวที่ชอบสังคมมากกว่าความเป็นนักธุรกิจ ทุกอย่างที่เสนอให้จึงเกินคุ้มเกินราคาที่จ่ายไป..ไม่แปลกใจเลยครับที่ได้คะแนนนิยมจากแขกทุกคน ซึ่งเกือบทั้งหมดซื้อทัวร์เค้าทั้งนั้น
.
รูปภาพ

.
เช้าวันที่ 30 พฤศจิกายน เราก็ออกเดินทาง 9 โมงเช้า เริ่มจุดแรกคือ จุดชมวิว Hum Mountain ครับ
.
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

.
ตามมาด้วย น้ำตกยักษ์ Waterfalls Kravice
.
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

.
เจอคณะทัวร์จาก โอมาน หน้าตาเหมือนพวกไอสิส แต่น่ารัก สุภาพทุกคน ครับ...คงได้ไปเยือนประเทศนี้ไม่นานเกินรอ...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 2:52 am

รูปภาพ

.
แล้วก็ไป ซากเมืองเก่า 2 พันปี Mogorjelo
.
รูปภาพ

.
แวะทานอาหารเที่ยงกันที่ ภัตตาคาร Villa Rustica ที่เปิดมาแล้วรุ่นต่อรุ่นกว่า 200 ปี...
.
เจ้าของรุ่นนี้เป็นเพื่อนสนิทของ เพ็ดเจอะ ชื่อ Mahathir-มหาเธร์ ชื่อเดียวกับอดีตนายกนักบู๊ของมาเลเซียเลยครับ
.
เพ็ดเจอะถามเราล่วงหน้าเรื่องอาหารแล้ว เราบอกว่า ไม่ทานเนื้อวัว เนื้อแกะ หรือเนื้อสัตว์บกอื่นๆยกเว้น หมู เป็ด ไก่ และไม่นิยม ชีส...เค้าก็เลยจัด หมูย่าง ไก่ทอดมาให้ เต็มกระบะ ทานแกล้มแป้งนานทอด (คล้ายๆขนมเข่งชุบแป้งทอดที่เราทานตรุษจีน กรอบเหนียวอร่อยมาก)
.
ที่สำคัญ เค้าสั่งไวน์มาเลี้ยงด้วยบอกว่า ร้านนี้ไวน์ดังมาก แพงด้วย... เมื่อผมขอบายว่า หมอห้าม เค้าก็เซ้าซี้สั่งเป็นเบียร์ให้ แล้วก็ทั้งทานทั้งดื่มจนแทบอ๊วกกก...หะแรกผมคิดว่า มีการมาคิดเงินเพิ่มทีหลังชัวร์ แต่ก็ไม่เลยครับ
.
เค้าบอกว่า มาทานร้านนี้เกือบทุกวัน ถ้าลูกค้า 3-5 คนเค้าก็พามาเอง มากกว่านั้นก็ส่งต่อร้านทัวร์ของเพื่อนครับ
.
รูปภาพ

.
นั่งโต๊ะประจำของเค้า ข้างเตาผิง...เฉพาะค่าอาหารเครื่องดื่มที่นี่ ถ้าเรามากันเอง ก็น่าจะไม่ต่ำกว่าคนละ 20 ยูโรแล้วละครับ
.
รูปภาพ

.
เดินทางต่อมาที่ ปราสาทหิน Pocitelj หรือ Rock Castle
.
รูปภาพ


รูปภาพ

.
ซึ่งใช้เวลาชั่วโมงกว่าเดินขึ้นไปชมทั่วๆด้านบน
.
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

.
ตรงนี้ จำชื่อไม่ได้ครับ แต่เป็นที่ที่ แม่น้ำ 2 สายมาบรรจบกัน ซึ่งดูจากรูปไม่เห็นชัดเท่าของจริงครับ
.
รูปภาพ

.
ผ่านย่านเขตเมืองที่คนหลายลัทธิศาสนาอยู่ร่วมกันได้ มีโบสถ์คริสต์..โบสถ์ออโธด็อกซ์ มัสยิก ฯลฯ ในชุมชนเดียวกัน
.
รูปภาพ

.
ปิดท้ายรายการที่ หมู่บ้านริมผา Blagaj ที่อยู่ริมกระแสน้ำเชี่ยว สวยมากครับ
.
มีชาวบ้านนำแยมผลไม้มาขายด้วย ก็เลยอุดหนุน 2 ขวด ทาขนมปังทาน อร่อยบริสุทธิ์ดี ...พ่อค้าเพื่อนของเพ็ดเจอะ มอบให้เค้าเป็นของฝาก 1 ขวด ซึ่งเค้าก็มามอบให้เราทีหลัง
.
เค้าบอกว่า เหล้าสก็อต ที่ร้านอาหารข้างล่างรสชาติเยี่ยมมาก ขอเลี้ยง..แต่เราปฏิเสธอีก ดูท่าทางเค้าผิดหวังเล็กๆ (ที่ไม่มีเพื่อนดื่ม ไม่ใช่โกรธว่าเราไม่ให้เกียรติอ่ะครับ)
.

รูปภาพ

รูปภาพ

.
เป็นทัวร์สุดประทับใจ ที่คงหาที่อื่นไม่ได้อย่างแน่นอนครับ
.
.
เพราะฉะนั้น จึงพูดได้เต็มปากเลยครับว่า "เที่ยวมอสตาร์ต้องถามหาเดวิด" ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 3:26 pm

รูปภาพ

.
ขออนุญาตปิดท้ายด้วย การเดินเที่ยว City Center ซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกันกับ สะพานเก่าอันโด่งดัง....เพื่อแสดงว่า นอกจากสะพาน เมืองนี้ยังมีอย่างอื่นขาย ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบอีกด้วยครับ
.
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

.
เที่ยวย่านนี้ ถ้าเห็นร้านที่ติดโปสเตอร์เกี่ยวกับฟุตบอลเต็มพรืด ซึ่งมีถี่มาก คือร้านรับแทงพนันบอลครับ
.
รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

.
ร้านรับแทงพนันบอล อยู่ติดโฮสเต็ลเลย ใครพักที่นี่ อย่าลืมกันเงิน ค่าที่พัก อาหาร เดินทางไว้ต่างหากเน้อ ถ้าไม่อยากเป็นกรรมกรทำงานหาเงินกลับบ้าน 555
.
รูปภาพ

.
ซุปเปอร์มาร์เก็ต Mercator ที่ราคาถูกและมีอาหารสำเร็จรูปจำหน่ายด้วยครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 3:29 pm

รูปภาพ



รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 3:34 pm

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

.
รากชอนไชอยู่ในกำแพงมองไม่เห็น งั้นวาดภาพประกอบละกัน..เจ๋งอ่ะ
.
รูปภาพ


รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 6:48 pm

รูปภาพ



รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

.
ชาวเมืองมอสตาร์น่ารักและมีน้ำใจให้ความช่วยเหลือบอกทางและข้อมูลทุกคนไม่เกี่ยงแม้ยามฝนพรำเลยครับ
.
Mostar, we love you dearly.
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/12/2017 6:53 pm

รูปภาพ

.
Dubrovnik-เมืองเก่าสุดหรู..ดูบร็อฝนิค
.
3 ธันวาคม 2560
.
จาก 2 วันใน มอสตาร์ เราเดินทางด้วยรถบัสข้ามแดนต่อมายังประเทศ Croatia-โครเอเชีย พักเพื่อเที่ยวเมืองยอดฮิต Dubrovnik-ดูบร็อฝนิค ซึ่งขึ้นชื่อลือลั่นในฐานะเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆของย่าน Adriatic Sea-ทะเลเอเดรียติก นี้
.
แต่แรกก็อดประหลาดใจไม่ได้ว่า... ทำไมระยะทางแค่ 145 กม. ถึงต้องใช้เวลาเดินทางตั้ง 4 ชั่วโมง (คือ ตามตารางเวลาของทางการ ออกจากมอสตาร์ 10.15 น. ถึง ดูบร็อฟนิค 14 15 น.) .....จนกระทั่งได้สัมผัสของจริง จึงทราบว่า...
.
ต้องผ่านด่าน ตม.ถึง 4 ด่านด้วยกัน คือ ด่านแรกออกจากบอสเนียฯ เจ้าหน้าที่มารับพาสปอร์ตบนรถ แล้วเอาไปแสตมป์ข้างล่างและกลับมาส่งคืนให้....
.
แต่ด่านสองสิครับ นอกจากต้องลงรถไปยื่นพาสปอร์ตเองทุกคนแล้ว ยังต้องขนสัมภาระทั้งหมดจากบนรถใต้ท้องรถมาให้เจ้าหน้าที่ชายหญิงหน้าตาท่าทางเอาจริง 3-4 คนพิจารณาสุ่มตรวจอีกด้วย... โชคดีที่เราคงบุคลิกยิ้มแย้มและเค้าดูออกว่าน่าจะไม่มีน้ำยาขนอะไรที่ต้องห้าม (อาทิ ข้าวของเครื่องใช้จากบอสเนียฯซึ่งราคาถูกกว่าที่อื่นย่านนี้เป็นเท่าตัว) กระมัง จึงแค่ขอให้เปิดกระเป๋าผ้าดูเป็นพิธีนิดหน่อยเท่านั้น ขืนให้เปิดกระเป๋าใหญ่ 2 ใบ คงวุ่นวายชุลมุนแน่ เพราะทั้งห่อทั้งรัดสายอย่างหนาแน่นอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งคงเสียเวลาบานตะเกียงเลย...
.
ผลปรากฎว่า พวกเราจากรถบัสทั้งคัน 10 กว่าคนผ่านฉลุย ...แต่เบื้องหน้า พวกขับรถเก๋งข้ามแดนสิครับ โดนค้นกระจุย และหญิงสาวรายหนึ่งต้องขนของที่ห่อเป็นกล่องของขวัญทั้งหมดกว่า 10 ชิ้น เข้าไปแกะกล่องตรวจสอบในห้องเจ้าหน้าที่ ดูหน้าตาแล้ว คงจะต้องถูกยึดหรือจ่ายภาษีอานแน่...
.
ด่านสาม เจ้าหน้าที่มาเก็บพาสปอร์ตไปแสตมป์ข้างล่าง แล้วคืนมาให้ทีหลัง โดยไม่ต้องลงรถ
.
ด่านสี่ ดีกว่าเพื่อน เจ้าหน้าที่เอาเครื่องแสตมป์ขึ้นมาบนรถแล้วประทับตราหนังสือเดินทางของทุกคนบนรถเลยครับ
.
คนขับบอกว่า "นี่ถือว่าเร็วมากนะคุณ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น เพราะในหน้าซัมเม่อร์ ต้องเสียเวลาผ่านด่านเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง ต่อคิวกันยาวเหยียดเลย"
.
เสียดายที่ผมลืมถามว่า "ก็จากบอสเนียฯ เข้า โครเอเซีย ซึ่งข้ามแค่ประเทศเดียว ทำไมถึงมีด่านเข้าออกเพิ่มขึ้นอีกตั้ง 2 ด่านละครับ" ถามใครต่อมาก็ไม่ได้ความ กระทั่งมากระจ่างแต่ไม่เคลียร์คัทนัก จากผู้จัดการสาวร้าน Exchange ที่ Dubrovnik ว่า "ช่วงออกจากบอสเนียฯ ก่อนเข้า โครเอเชียนั้น ต้องผ่านดินแดนรอยต่อระหว่าง 2 ประเทศอีกแห่งหนึ่งต่างหากด้วย ดินแดนนั้นแหละ (ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นประเทศอะไร) ที่ด่าน ตม. ซีเรียสเรื่องตรวจสัมภาระอย่างเอาจริงเอาจัง..."
.
เป็นไงครับ ยังงงๆอยู่เหมือนผมใช่ไหมครับ เดี๋ยวจะค่อยๆหาคำตอบมาให้ทีหลังนะครับ
.
Dubrovnik เที่ยวไม่ยากครับ จุดเด่นอยู่ที่ Old Town หรือ เมืองเก่า เท่านั้น ซึ่งหากใครประสงค์จะเจาะลึก เข้าพิพิธภัณฑ์ต่างๆ และเดินชมวิวรอบกำแพง ก็น่าจะซื้อ Pass เพื่อจะได้ฟรีค่าเข้าเหมือนเมืองอื่นๆในยุโรปทั้งหลาย ซึ่งมีทั้งแบบ 1 วัน 3 วันและ 7 วันครับ...
.
ส่วนการใช้รถบัสเดินทางภายในเขตเมืองซึ่งสะดวกมากเพราะมีหลายสายวิ่งทับกันไปมา ก็มีตั๋ววันให้ซื้อใช้แบบ 24 ชั่วโมง ราคา 30 Kuna (คูน่าละประมาณ 5.15 บาท ก็ราวๆ 160 บาท) หรือจะซื้อแบบเที่ยวต่อเที่ยว ก็เที่ยวละ 12 Kuna (ถ้าซื้อตามบูธจำหน่ายหนังสือพิมพ์ ขนม บุหรี่ เครื่องดื่ม ฯลฯ ที่มีอยู่ทั่วไป) หรือเที่ยวละ 15 คูน่า (ถ้าซื้อจากคนขับบนรถ) ครับ
.
ใช่ครับ เที่ยวโครเอเชีย ต้องแลกเงิน Kuna ของเค้าใช้ครับ เงินยูโรไม่สะดวก .... มีร้าน Exchange อยู่ทั่วๆไป... บางแห่ง (เช่นท่ารถบัส สนามบิน ท่าเรือ และแหล่งท่องเที่ยวเช่นเมืองเก่า) ก็คิดค่าคอมมิชชั่น 1 เปอร์เซ็นต์ บางแห่งก็ไม่คิด ลองสอบถามจากที่พักได้ และแน่นอนครับว่า เข้าสูตรเดิม คือต้องใช้ (หรือแลกคืนเป็นยูโร) ให้หมดก่อนกลับบ้าน เพราะเหลือติดมือถึงบ้านเราเมื่อไหร่ กลายเป็นกระดาษเปล่าค่อนข้างแน่เว้นแต่จะมาอีกครับ
.
ผ่าน Dubrovnik มาแล้ว 2 วัน ไม่มันส์เท่าไหร่ เพราะฝนตกตลอด...ยังเหลืออีก 2 วันที่นี่ ได้ความอย่างไรแล้วจะมาเล่าทีหลังนะครับ
.
ราตรีสวัสดิ์ครับ
.
รูปภาพ

.
Montenegro-มอนเตเนโกร..วันเดียวเที่ยว 3 เมือง
.
4 ธันวาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
อาจเป็นเพราะกิตติศัพท์ร่ำลือเหลือเกินว่า "Dubrovnik ดีอย่างโน้น งามอย่างนี้ ไม่งั้นคงไม่ติดอันดับท้อปเมืองท่องเที่ยวในย่านนี้จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "Pearl Of Adriatic-ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก" เป็นแน่...บลา บลา บลา..." ทำให้ผมจัดเวลาเผื่อเมืองนี้เสีย 4 วันเต็มๆ...
.
แต่เมื่อมาเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่นที่ร้านค้าที่หากินกับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ปิดตัวเสียกว่าครึ่งค่อน ผนวกกับฝนตกพรำตลอดทั้ง 3 วัน ทำให้เมืองนี้ไม่ต่างจากเมืองร้าง ที่นอกจากจะเห็นผู้คนในละแวก Pile Gate-ประตูเมืองหน้า Old Town-เมืองเก่า และภายในเมืองเก่าเพียงประปรายแล้ว ทั่วทั้งเมืองเจอะเจอแต่ชาวบ้านร้านถิ่นที่ใช้ชีวิตประจำวันไปอย่างแกนๆ จนจินตนาการไม่ออกว่า "ความคึกคัก ตื่นตา ประทับใจ" หลบไปอยู่ที่ไหนหมด แม้กระทั่ง...
.
งาน Winter Festival-เทศกาลต้อนรับฤดูหนาว ครั้งที่ 4 (ทางการจัดให้นั่งบัสฟรีทุกสาย หลัง 5 โมงเย็นตลอดเดือนธันวาคม) ที่เปิดงานแสงสีคริสต์มาสในเย็นวันที่ 2 ก็เจอฝนกระหน่ำทั้งวันจนเกือบเลิกรา มาโชคดีที่ฝนหยุดชะงักตอน 2 ทุ่ม ค่อยมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้บ้างด้วย รายการร็อคคอนเสิร์ต ที่ประเดิมโดยนักร้องขวัญใจชาวโครเอเชีย Gibonni แต่ผู้ชมที่ควรจะอัดแน่นยัดทะนาน ก็กลับมีเพียงบางตาอย่างน่าผิดหวังเท่านั้นครับ
.
ว่าที่จริง Dubrovnik ก็สวย เมืองเก่าก็หรูสุดๆ ผู้คนก็น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส ร้านค้าเรียงรายเป็นแถว (ปิดกว่า 4 ใน 5) พอเชื่อได้ว่า หน้าไฮซีซั่นคงโกยเงินน่าดู เพราะ...
.
คุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งของ Dubrovnik ที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่ว ก็คือ "It's a very expensive town-เป็นเมืองที่แพงเอาการนะคุณ" ซึ่งจริงแท้แน่นอนตามนั้นเลยครับ ....คิดดูง่ายๆ แค่ค่าขึ้นไปทอดน่องท่องกำแพงเมืองเก่า ระยะทางสั้นๆแค่ 2 กม. ค่าผ่านประตูยังปาเข้าไป 150 คูน่า หรือเกือบ 800 บาทเลยครับ (เราเคยท่องกำแพงมาแยะ ระยะทางยาวกว่านี้เป็นเท่า ก็ยังฟรีเลย แม้แต่กำแพงเมืองจีน ก็จำได้ว่าคนละไม่กี่สตางค์)
.
ใช่ครับ ใครๆก็อยากขึ้นไปบนกำแพงเพื่อชมวิวเมืองเก่าที่มีหลังคาสีแดงอัดแน่นติดๆกันในกำแพงล้อมรอบเป็นเวิ้งริมอ่าวกันทั้งนั้น ...แต่บังเอิญเราเคยเห็นภาพประมาณกันหรือสวยกว่ามาแล้วแบบฟรีๆ (เช่นที่ Cesky Krumlov ประเทศ Czech) ก็จึงรู้สึกเฉยๆ แม้วันต่อมาช่วงนั่งรถบัสชมเมืองไปทั่วๆ จะได้พบว่า สามารถขึ้นบัสสาย 17 จาก Pile Gate-ประตูเมืองหน้า Old Town (ต้นทางของบัสทุกสาย) ขึ้นเขาไปเพียง 2 ป้าย ก็จะเป็นจุดชมวิวที่สามารถ เห็นภาพอย่างเดียวกันเกือบ 180 องศาที่ดีกว่าด้วยซ้ำ ผมก็ยังแค่นั่งผ่าน2 รอบเก็บภาพจากในรถเท่านั้นอ่ะครับ
.
เมื่อ 3 วันผ่านไป เก็บหมดเท่าๆกับใครอื่นวันเดียวในหน้าซัมเม่อร์ หนึ่งวันที่เหลือ เราจึงตัดสินใจไปเที่ยว มอนเตเนโกร เสียเลย ทั้งๆที่ตั้งใจจะเก็ยไว้รวมกับ Kosovo และ Macedonia รอบหลัง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า วันเดียวสั้นๆ เราสามารถเก็บได้ถึง 3 เมืองยอดนิยมด้วยกัน คือ Kotor, Perast และ Budva ตามรายละเอียดดังนี้ครับ
.
7.15 น. ขึ้นบัสจาก Dubrovnik ถึง Kotor 10.00 น. ค่ารถบัสไปกลับคนละ 226 คูน่า (ประมาณ 1200 บาท) เที่ยวเมืองเก่า (ชมร้านค้าตามซอกซอยที่ตัดไปมาเหมือนเมืองดังๆในอิตาลี ..ส่วนตัวรู้สึกว่าสวยกว่าทุกแห่งที่มีประสบการณ์มา) จนถึง เที่ยงครึ่ง
.
12.30 น. ขึ้นบัส Blue Line หน้าเมืองเก่า ไป Perast เมืองเก่าริมอ่าว ที่มีโบสถ์กลางน้ำ บ้านเรือนตามหน้าผา ค่ารถคนละเที่ยวละ 1 ยูโร เดินทาง 20 นาที..เดินเที่ยวกดแช๊ะจนเมื่อยมือประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งบัสกลับ ท่ารถ
.
14.23 น. นั่งบัสไปเมือง Budva เมืองดังอ่าวสวย เดินทาง 30 นาที ค่ารถคนละ 8 ยูโรไปกลับ เดินชมเมืองและแวะชายหาดนิดหน่อย จับรถเที่ยว 16.25 กลับ Kotor
.
18.00 น. ขึ้นรถบัสเที่ยวสุดท้ายของวัน กลับ ดูบร็อฝนิค
.
ถึงที่พัก 20.30 น. (เพราะท่ารถอยู่ตรงข้ามพอดี อิอิ)
.
นับเป็นทริป 1 วันที่ประทับใจกว่า 3 วันใน Dubrovnik เนื่องจากฟ้าใสไร้ฝนหนึ่ง และนักท่องเที่ยวที่ Kotor เยอะมาก ทั้งจีน เกาหลี และฝาหรั่งอีกหนึ่ง รวมทั้ง ผู้คนชาวท้องถิ่นก็ช่างพูดช่างคุยอีกต่างหาก
.
เพราะแค่บอกหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่นี่ว่าเรามาจากเมืองไทยเท่านั้นแหละ ทุกคนจะยิ้มกว้างแล้วยิงฟันตอบว่า "Ah...Thailand, I like Tony Ja very much-อา มาจากเมืองไทยหรือ ผมชอบจาพนมมากเร้ย..." กันทั้งนั้น 5555
.
ราตรีสวัสดิ์ครับ
.
รูปภาพ

.
Split-สปลิต เมืองสุดสวยที่ถูกมองข้าม
.
06 ธันวาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ ใครอื่นอาจจะไม่ได้มองข้าม Split เหมือนอย่างหัวข้อที่ผมตั้งไว้ข้างบนก็ได้ แต่ผมนี่แหละครับ ที่เลือกแวะเมืองนี้ เพียงเพราะเห็นว่า เส้นทาง จาก Dubrovnik ไป Zagreb เมืองหลวงของ Croatia ที่จะเที่ยวปิดทริปก่อนกลับนั้น มีระยะทางไกลไปหน่อย คือ ต้องนั่งบัสเกือบ 10 ชั่วโมงเต็ม ในขณะที่ระหว่างทาง ยังมีเมืองเล็กๆที่น่าสนใจบ้างเต็มไปหมด
.
แล้วผมก็เลือก เมือง Split นี้ เพราะอยู่ระหว่างครึ่งทางพอดี โดยตั้งใจไว้เป็นที่เดินฆ่าเวลาเล่น 1 วัน ก็เลยจองที่พักไว้ 2 คืน คือ วันที่ 5-6 นี้ (เพราะให้ค้างที่ไหนก็ตามคืนเดียว ขอผ่านดีกว่า แค่เดินทางไปสู่ เปิดกระเป๋าปิดกระเป๋าเดินทางต่อ ก็ไม่ได้เห็นอะไรแล้ว) มีข้อมูลคร่าวๆเพียงว่า เป็นเมืองหย่อนใจชายทะเล ที่มีเมืองเก่าอันมีป้อมปราการและพระราชวังเก่ามรดกตกค้างของจักรพรรดิโรมัน ก็เท่านั้น จนกระทั่ง...
.
วันแรกที่อยู่ Dubrovnik ขณะเดินหาข้าวของในซุปเปอร์มาร์เก็ต Konzum ข้างท่ารถบัส (ตรงข้ามที่พัก) แล้วไปพบ น้องเปรียว Warut Ittisak หนุ่มน้อย (นักเขียนการ์ตูนจากภูเก็ต ที่มาเที่ยวย่านนี้กับคุณแม่อาร์ตติสต์และผ่านสปลิตมาแล้ว) เข้า
.
และน้องเปรียวผู้มีบุคลิกน่าเชื่อถือนี่เอง ที่สร้างแรงบันดาลใจในเวลาสั้นๆให้เราสนใจ สปลิต มากขึ้นจนตัดสินใจ ลดวันเข้าพัก Zagreb 1 คืน เพิ่อเที่ยว Split เต็มวันวันที่ 7 แล้วค่อยนั่ง Night Bus ไปถึงซาเกร็บ เช้าวันที่ 8 แทน ซึ่ง...
.
ต้องขอขอบคุณน้องเปรียวมา ณ ที่นี้ด้วยครับ เพราะแค่บ่ายวันแรกที่มาถึงก็ชื่นชอบ สปลิต มากแล้ว ยิ่งเมื่อได้เดินท่องทั้งเมืองวันนี้อีกทั้งวันเต็มก็ถึงขนาดหลงใหล จนคุณนายเคทเปรยว่า "มีเวลาเมื่อไหร่ แวะมาพักที่นี่ซักอาทิตย์ก็วิเศษไปเลย" ปานนั้น.... ประทับใจจริงๆครับ อิ่มเอมใจจนชดเชยอารมณ์ผิดความคาดหวัง 3 วันใน Dubrovnik ไปจนหมดสิ้น
.
เมือง Split แม้จะเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของ โครเอเชีย แต่ก็ถือว่าเป็นเมืองขนาดไม่ใหญ่ (เมื่อคุยกับคนที่นี่ว่า อยู่ดูบร็อฝนิค 4 คืน ทุกคนอ้าปากกว้างเลยว่า "Dubrovnik's very small, one day is enough-ที่นั่นเเป็นเมืองเล็กมากๆ วันเดียวก็เกินพอแล้ว" ...ผมก็เลยต้องแก้เขินว่า "It's your fault then, to let her gets more publicity than yours-งั้นก็เป็นความผิดของคุณนะสิ ที่ปล่อยให้เค้าโฆษณาประชาสัมพันธ์จนคนรู้จักมากกว่าที่นี่อ่ะ" อิอิ) เดินเที่ยวแบบเร่งๆวันเดียวก็พอจะจบได้ แต่...
.
เมืองที่มีเสน่ห์ ผู้คนโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านในตลาดเช้าน่ารักเป็นที่สุดอย่างนี้ เดินเที่ยวหรือพบปะเพียงรอบเดียวไม่พอหรอกครับ ต้องซ้ำอย่างน้อยก็อีกซักรอบสองรอบ (ขนาดผมใช้มุกธรรมดาๆ คือถ่ายรูปพวกเค้าแล้วเปิดจอให้ดู พอเค้าออกอาการว่า สวย ผมก็บอกว่า "10 คูน่า" เท่านั้นแหละ พรรคพวกหัวร่อตัวงอไปตามๆกัน ประมาณว่า "ใครใช้ให้แกยอมให้เค้าถ่ายล่ะ โดนเรียกเงินเข้าให้แล้ว สมน้ำหน้า" ประมาณนั้น แล้วก็เลยถูกผมจับมาถ่ายกันอีกหลายราย ฮากันทั้งตลาด) ประสาคน "สุขนิยม" ที่มีโอกาสเมื่อไหร่ต้องกอบต้องโกย จะถูกตราหน้าว่า "โลภสุขไปหน่อย" ก็ยอม 5555
.
เขียนเล่าเท่านี้ เพื่อนๆคงเห็นเพียงภาพเลือนลางในจินตนาการ เอาไว้มีเวลา รีวิวประกอบภาพเต็มๆอีกทีดีกว่า น่าจะไม่นานเกินรอครับ....เบื้องต้นนี้ ขอเพียงเพื่อนๆ ติ๊ก ไว้ในใจว่า "เที่ยวโครเอเชีย ห้ามพลาดสปลิตเด็ดขาด" ก็แล้วกันนะครับ
.
ราตรีสวัสดิ์ครับ
.
รูปภาพ


รูปภาพ

.
Zagreb-บ๊ก..โดเบ้อดาล จากซาเกร็บ โครเอเชียครับ
.
09 ธันวาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
3 วันที่ Split (รวมครึ่งวัน ใน Trogir เมืองสวยข้างเคียง) ที่ Feel at home-อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน มากๆ แล้วคืนวันที่ 7 เราก็จับรถบัสเที่ยวดึก (เอ๊ย..เช้า) รอบ ตี 1 หลับปุ๋ย 6-7 ชั่วโมง มาตื่น Good Morning ที่เมืองซาเกร็บอันมีบรรยากาศแตกต่างจากเกือบ 20 วันที่ผ่านเมืองเล็กๆ (ไม่นับ Budapest) มา เพราะได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองใหญ่ระดับ เมืองหลวง อีกครั้งหนึ่ง
.
รูปภาพ

.
ลงรถที่ท่ารถบัสอันใหญ่โต ขอแวะห้องน้ำก่อน ทว่า...ค่าเข้าคนละ 3 kuna ซึ่งเราพร้อมจะเสียอยู่แล้ว (ไม่ถึง 20 บาท) แต่ไม่มีเศษตังน่ะสิ...
.
มุกนี้เล่นไม่ยากครับ....ไม่ว่าที่ไหนถ้าลองควบคุมด้วยการเปิดปิดประตูละก็ แค่รอใครสักคนที่หยอดเหรียญเข้า เราก็ขอโดยสารไปด้วย (แบบเดียวกับ โน้สอุดมทำเนียนตามผู้ใหญ่เข้าไปดูหนังตอนเด็กเลย) ไม่ต้องห่วงว่า ประตูจะงับก่อนนะครับ ทันยิ่งกว่าทัน อิอิ
.
วิธีเดียวกันนี้ ใช้บ่อยที่ร้านแม็คโดนัลดิ์ ซึ่งมี WIFI ให้ต่อใช้ฟรีง่ายๆ แต่ประตูห้องน้ำดันต้องใช้รหัส (ที่จะมีบอกในใบเสร็จ) ..เราก็แค่รอคนที่เข้าไปออกมา แล้วง้างประตูไว้ เท่านั้น...มุกแบบนี้ นักท่องเที่ยวจีนโฆษถนัด เพราะเห็นใช้วิธียื่นเท้าเข้าไปขวางประตูกันคล่องแคล่วยิ่งกว่ามืออาชีพทุกคน 555
.
แต่ถ้ารอนาน ในขณะที่มีห้องอื่นว่างอยู่ล่ะครับ ทำไงดี...ก็ถามคนที่นั่งทานอยู่ข้างๆสิครับว่า "Excuse me, what is the code-โทษค่ะ รหัสคืออะไรคะ?" ประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่เคยเจอใครปฏิเสธซักราย แต่...โปรดสังเกตว่า ผมใช้คำว่า "ค่ะ" "คะ" นะครับ แปลง่ายๆคือ... ขอให้คุณนายเคทจัดการให้อ่ะ ขืนเป็นหน้าเหมือนโจรอย่างผม แค่เดินเข้าใกล้ใครๆก็เบือนหน้าหนีแล้ว เหอ เหอ
.
รูปภาพ

.
เที่ยวยุโรป โดยเฉพาะเมืองที่มีรถรางทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ผสมผเสกัน มีความสุขมากๆเลยครับ เพราะขึ้นลงง่าย เราสามารถนั่งชมวิวไปทั่วๆ ด้วยไปช้าๆและเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างว่าง มีแต่ผู้สูงอายุเดินทางกันในช่วงที่ไม่ใช่ Rush Hours-ชั่วโมงเร่งด่วน เช้าเย็นเข้างานเลิกงาน และส่วนใหญ่จะมีเส้นทางรอบเมืองทับกันไปมา (ต่อสะดวก) รอแป๊บก็มาคัน ไม่เสียเวลา ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แทบจะตรงกันข้ามกับรถบัสรถเมโทรเลย...
.
ข้อดีของระบบรถรางอีกอย่างที่เหมือนกันแทบทุกที่ ก็คือ มีตั๋ววัน ตั๋วสามวัน ฯลฯ (ขึ้นไม่จำกัดเที่ยวทั้งวันหรือ 24 ชั่วโมง) จำหน่าย ซึ่งถูกมาก คือวันละไม่เกิน 200 บาทไทย ในขณะที่ซื้อเป็นเที่ยวเอา ราคาโหดมาก คือตั้งแต่ 25 บาทจนถึง 6-70 บาทเชียวครับ
.
ทริปนี้ เจอเมืองรถรางไม่กี่แห่ง คือที่ Budapest, Sarajevo (ที่คนตรวจตั๋ว เบื่อหน้าเราสองคนเป็นที่สุด เพราะเจอซ้ำเจอซาก หลังๆไม่เคยขอเราตรวจเลย แค่เห็นก็ยกนิ้วโป้งให้แล้วยิ้มเดินผ่านเฉย...ในใจคงนึกว่า "ถ้าคนอื่นเป็นอย่างเอ็งสองคน บริษัทไม่เจ๊งก็ให้รู้ไป" 555) แล้วก็มาที่ ซาเกร็บ นี่แหละครับ เราจึงรู้สึกลิงโลดยิ่งกว่าเจอเพื่อนเก่าเสียอีก
.
ที่ดียอดเยี่ยมยิ่งกว่านั้นก็คือ ที่ซาเกร็บนี้ สามารถซื้อตั๋ววันได้ทุกบูธขายขนมเครื่องดื่มหนังสือพิมพ์ที่เห็นทั่วๆไป โดยเฉพาะที่ท่ารถบัส เพราะปรกติ บูธพรรค์นี้ จะขายเฉพาะแบบเที่ยวต่อเที่ยว ตั๋ววันต้องไปซื้อที่บางจุดเท่านั้น ซึ่งเป็นอุปสรรคของนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึง ทำให้ต้องเสียเที่ยวนึงฟรีๆเสมอ...
.
ซื้อตั๋ววันแบบ 24 ชั่วโมงคนละ 30 kuna (165 บาท) แล้ว เราก็ลากสัมภาระมาขึ้นรถรางที่ป้าย เพื่อเดินทาง 2 ป้ายไปยัง Palmers Lodge Hostel ที่อยู่หน้าป้ายรถราง Branimirova ทันที
.
รูปภาพ

.
แค่ 8 โมงหน่อยๆ (แปลกมากที่ฟ้าเพิ่งสว่าง ขืนเราเลือกเที่ยว 5 ทุ่มที่มาถึงตี 4 ครึ่ง มีหวังต้องนั่งแกร่วรอหลายชั่วโมง คือปลอดภัยแค่ไหน ก็มิบังอาจลากกระเป๋าท่อมๆยามมืดตึ๊ดตื๋อเด็ด) ยังเช้าอยู่มาก ฝากกระเป๋า เข้าห้องน้ำ นั่งดื่มกาแฟ เรียบร้อย เราก็จับรถรางออกชมเมืองทันที
.
น่าปลื้มมากๆครับ ที่เราเลือก ซาเกร็บ เป็นเมืองปิดทริป เพราะช่วงเปิดทริป 16 พฤศจิกายนนั้น เช็คอากาศแล้ว ที่นี่ฝนตกทุกวัน เราจึงเปลี่ยนไปเป็น บูดาเปสท์แทน....และเมื่อมาปิดทริปที่นี่ แม้เพิ่งผ่านมาวันเดียว ก็พบว่าอากาศค่อนข้างจะเป็นใจ คือฟ้าใส แม้จะมีช่วงนึงที่ฝนพรำเล็กๆ ก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะซาเกร็บที่สัมผัส ก็ยังสีสันจัดจ้าน สดใส งดงาม พาเพลินมากๆครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง....
.
รูปภาพ

.
https://www.croatiaweek.com/cnn-names-z ... s-markets/
.
ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน ก็มีข่าวว่า Zagreb was voted The Best Christmas Market in Europe by European Best Destinations’ online poll. Real votes from real people.-ตลาดคริสต์มาสซาเกร็บได้รับการลงคะแนนโดยโพลจากมหาชนให้เป็น ตลาดคริสต์มาสที่ดีที่สุดในยุโรป ครับ
.
เพราะฉะนั้น เราจึงมุ่งไปที่นี่ ทั้งรอบเช้าและรอบค่ำ ที่ผู้คนแห่แหนกันมาสนุกสนานบันเทิงกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ได้ร่วมสนุกสนานกันอย่างชื่นมื่น.....
.
ก่อนจะพบความจริงอันเจ็บปวด....
.
ที่ไม่มีใครบอกและน้อยคนรู้ (คือเกือบ 80 % ก็เซ่อซ่า มืดบอดข่าวประชาสัมพันธ์ประมาณกันกับเรา) ว่า...
.
รูปภาพ

.
ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่หลังเที่ยง และ เสาร์ อาทิตย์ เต็มวัน ตลอดทั้งเดือนธันวาคมนี้ รถสาธารณะในเมืองทุกประเภท ขึ้นฟรีทั้งวันจนถึงเที่ยงคืนก่อนวันจันทร์ครับ
.
อ้าว...เชี่ยเอ๊ย...แล้ว แล้ว แล้ว ตั๋ววันที่เราหลงดีใจซื้อมาใช้ล่ะเพ่...
.
ก็ 330 บาทลอยปุ๋งตกน้ำไปไง เพื่อน 5555
.
แต่อย่าเศร้าเสียใจไปเลยนะ ดูนั่นสิ ...คนที่ขึ้นมาใหม่เกือบทั้งหมด ต่างก็ซื้อตั๋วมาจ๊อบที่เครื่องกันทุกราย แม้แต่ชาวเมืองที่มีบัตรตั๋วเดือนใช้แตะเอา ก็ขึ้นปุ๊บแตะปั๊บกันทั้งนั้น จึง...
.
ไม่ได้น้อยหน้าใครร๊อกกกก ในเรื่อง...."ความเซ่อซ่า" "มืดบอด" อย่างที่อุตส่าห์หาคำมาบรรยายนั่นแหละ ยังดีที่นึกคำว่า "ไม่มีเนื้อวัวปน" มาเขียนทัน....55555 ขำวุ้ย
.
.
.
ขอบคุณที่ติดตามครับ... จะ 10 โมงเช้าแล้ว...เดี๋ยวว่างๆค่อยมาต่อ อรุณสวัสดิ์ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Slovenia-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/12/2017 6:15 am

รูปภาพ

รูปภาพ


.
Eastern Europe--ถูกด้วยดีด้วยต้องยุโรปโซนนี้เลย
.
16 ธันวาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
เพื่อนๆหลายท่านถามมาด้วยความสงสัยว่า "เที่ยวยุโรปฯ 27 วัน 2 คนใช้งบเพียง 110,000 บาทบวกลบเท่านั้น (ถูกกว่างบที่เตรียมไว้ไปญี่ปุ่นใต้หวันในเวลาเท่าๆกันครึ่งนึง) จริงหรือ? ทำไมถึงถูกยังงี้?"...
.
แหะ แหะ จริงสิครับ เรื่องค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถ หมกเม็ด แบบไร้ร่องรอยไปได้หรอกครับ...ที่สำคัญ เที่ยวถูกใช่ว่าจะเป็นเรื่องโก้เก๋ซะเมื่อไหร่ ค่อนไปทางถูกมองหยันว่า "เบี้ยน้อยหอยน้อย..." หรือ "ขี้เหนียวไม่ได้เรื่อง..." เสียด้วยซ้ำ..
.
แต่ที่เราเที่ยวได้ไม่แพง ด้วยไม่สุรุ่ยสุร่ายนั้น ความจริงก็เป็นสไตล์ที่ชื่นชอบส่วนตัวอ่ะครับ เพราะ.....
.
รูปภาพ
.
แม้จะมาย่านที่ที่พักถูกมากๆอย่างเหลือเชื่อ เราก็ยังนิยมที่จะเลือกพัก Hostel อยู่นั่นเอง เพราะความสะดวกในเรื่องข้อมูล (ที่เราขี้เกียจหา ขี้เกียจจำ).... ข้าวของเครื่องใช้ที่มีครบครัน..... ได้สัมผัสเรียนรู้ผู้คนนานาประเภท (เกือบทั้งหมดน่ารัก เข้าใจโลก ถ้อยทีถ้อยอาศัย)... และที่พูดแล้วเหลือเชื่อก็คือ นอนเตียงโฮสเต็ลแล้วหลับสบาย (อาจเพราะเหนื่อย) กว่าเตียงที่บ้าน (กว้างไป) จนบ่อยครั้งที่เดินเที่ยว IKEA ยังนึกอยากซื้อเตียง 2 ชั้นแบบเดียวกันมาใช้เลยครับ หุหุ
.
งบน้อยข้อแรกก็จึงเป็นเรื่อง "ค่าที่พักถูก" นี่เอง
.
ถัดมาก็เรื่อง "ค่าอาหารเครื่องดื่ม" ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่สามารถทานแพงตามร้านหรือภัตตาคารนะครับ แต่เราชอบรสชาติอาหารแบบคนเดินดินกินข้าวแกงมากกว่า ทั้งอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการและไม่เปลืองเวลา..... อีกทั้งกว่าครึ่งค่อน เป็นอาหารเครื่องดื่ม (น้ำประปาดื่มได้) ที่เราช้อปจากซุปเปอร์ฯ มาทำเองในครัวโฮสเต็ล (ซึ่งทาน 2 มื้อต่อวันตามปรกติ) ประเภท ไก่อบ หมูชุบแป้งทอด ผัก ผลไม้ ขนมปัง...แค่ซื้อ Ketchup ส่วนตัว (ทริปนี้ใช้ของซุปเปอร์ฯ Konzum ที่เป็น House Brand 2 ขวด 2 กิโล อร่อยมากกว่าทุกยี่ห้อที่เคยทานมา) ก็อิ่มสะใจไปทุกมื้อเลยครับ
.
งบน้อยข้อสองจึงเป็นเรื่อง "อาหาร" ที่เพื่อนๆท่านใดไม่ถนัด ก็ต้องเผื่อๆ (เฉลี่ยน่าจะไม่ต่ำกว่ามื้อละ 2-300 บาท) ไว้ต่างหากนะครับ
.
งบน้อยอีกข้อ ที่สำหรับเราสบายมาก แต่เพื่อนๆที่มีรสนิยมแตกต่างหรือประสบการณ์ไม่มาก อาจจะต้องเผื่อไว้ต่างหาก ก็คือ "ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ" (ซึ่งไม่ถูกเลย แม้บางแห่งจะมี Pass ช่วยประหยัดก็ตาม) เพราะสำหรับเรา ถ้าเป็น Category-ประเภท ที่ผ่านตามาบ่อย อาทิ พิพิธภัณฑ์.. ปราสาท... โบสถ์.. วิหาร.. ขึ้นหอ.. รถรางขึ้นเขา-Funicular (เราชอบเดินขึ้นลง) .. ฯลฯ ถ้าไม่โดดเด่นจริงๆ เราไม่ยอมเสียค่าตั๋วแม้จะแค่ 2-3 ยูโรก็ตามอ่ะครับ
.
ข้อสุดท้ายที่นึกได้ คือ หลังๆนี้ เราพบว่า การเดินทางในประเทศข้ามประเทศด้วยรถบัสในยุโรป ไม่ได้เสียเวลามากมายอะไรเลย และถูกกว่ารถไฟเยอะ จึงทำให้ค่าเดินทางพลอยลดไปได้เยอะด้วยครับ....
.
สำหรับข้อนี้ เพื่อนๆอาจประหยัดได้ดีกว่าเรา ถ้าเที่ยวหลายคนแล้วเช่ารถขับนะครับ.... แต่เราชอบไปช้าๆ เก็บรายละเอียดเยอะๆ... ขนาดขี่มอไซค์ จักรยาน ก็ยังรู้สึกว่าเร็วไป ทำให้พลาดสิ่งที่น่าสนใจไปเยอะ เพราะขี้เกียจแวะจอดแวะจอด จึงถนัดกับการเที่ยวด้วยรถสาธารณะโดยเฉพาะรถราง และเดินเท้ามากกว่าครับ
.
เมื่อเป็นที่เข้าใจตามนี้แล้ว ผมก็ขออนุญาตนำเสนอ "ถูกด้วยดีด้วย" เรื่องแรก คือเรื่อง "ที่พัก" ก่อนเลยดังนี้ครับ
.
รูปภาพ

.
นี่คือ ที่พักทั้ง 7 แห่งที่เราใช้บริการในทริปนี้ โดยจองจาก Hostelworld.com ซึ่งทุกแห่งให้คะแนน 9 เต็ม 10 ได้ด้วยความสบายใจ เพราะทำเลดี สะอาด บริการเยี่ยม และอย่างที่เรียนแล้วนะครับว่า..... ส่วนใหญ่ถึงจะเป็นห้องหลายเตียงประสาห้องดอร์มของโฮสเต็ล แต่ในฤดูโลว์ซีซั่นอย่างนี้ ไม่เคยมีคนพักครบทุกเตียง จึง....
.
พักรวมคนอื่นเพียง 9 คืนเท่านั้น
.
ด้วยมีถึง 5 คืนที่เราอยู่ลำพังเพียง 2 คนในห้องดอร์ม 4-6 เตียงที่จองไว้
.
พักแบบห้อง 2 คนส่วนตัวอีก 10 คืน
.
และใช้ Night Bus 2 คืนครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Hungary-Slovenia-Bosnia-Croatia Trip 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/12/2017 4:21 pm

รูปภาพ



.
เรามาเริ่มดูข้อมูลกันเลยนะครับว่า ที่พักแต่ละแห่ง ราคาเท่าไหร่ และหน้าตา บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง
.
ขอเรียนว่า เดิมทีเราตั้งใจจะจองที่พักแบบห้องส่วนตัว Twin Beds-สองเตียงทั้งหมด ซึ่งถ้าเลือกได้ก็จะเลือกห้องแบบ Ensuite-มีห้องน้ำในตัว แต่ถ้าไม่ได้ แม้จะเป็นแบบ Shared Bathroom-ใช้ห้องน้ำรวม ก็ไม่ขัดข้อง แต่แล้ว....
.
ด้วยความที่มีเวลาจองล่วงหน้าเพียงไม่กี่วันและจองหลายวันติดต่อกันนั้น ทำให้ห้องส่วนตัวใน Hostels ที่เป็นที่นิยม ได้คะแนนสูงๆ ส่วนใหญ่เต็มไปแล้วหรือมีไม่ครบวัน หรือเป็น Hostel ที่มีแต่ห้องดอร์ม (6 ถึง 12 เตียง) ... หากต้องการใช้แบบห้อง 3 เตียง 4 เตียง เป็นห้องส่วนตัว ก็ต้องเหมาจ่ายทั้งห้องแม้จะอยู่เพียง 2 คนก็ตาม ซึ่งไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปทำอย่างนั้น เพราะการพักรวมกับคนอื่นสำหรับเรา ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพียงแค่ไม่สามารถดูคลิปยูทูปย้อนหลังหรือ Live รายการทีวีบ้านเราเสียงดังๆเพื่อนั่งดูอย่างสบาย (ต้องใช้วิธีไปนั่งห้องส่วนกลางและเสียบหูฟังเอา) เท่านั้น
.
มีบ้างเหมือนกัน ที่มีห้องส่วนตัวแบบที่เราต้องการ แต่เป็นที่พักที่ได้คะแนนรีวิวจากผู้เข้าพักไม่ค่อยดี (ต่ำกว่า 8 เต็ม 10) และบ้างก็เป็นแบบเอาห้องว่างในบ้านพักมาแบ่งให้เช่า ซึ่งถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่เคยอยู่ในสายตาเราเลย (ทริปนี้ ใช้อยู่ 4 คืนที่ Dubrovnik เพราะหาโฮสเต็ลดีพอไม่ได้ และที่อื่นแพงเกินหรือทำเลไกลรถสาธารณะ... ซึ่งก็ใช้ได้เพียงแต่ไม่มีบริการสารพันอย่างมืออาชีพเช่นโฮสเต็ลเท่านั้น)
.
หมายเหตุ: ที่พักแบบบ้านพัก มีเยอะมากในเมืองท่องเที่ยวเล็กๆที่ใต้หวัน เรียกว่า 民宿-หมินซุ-โฮมสเตย์ เราเคยใช้บริการอยู่ 2-3 ครั้ง แม้อุปกรณ์เครื่องใช้จะหรูหราราคาแพง แต่ไม่ประทับใจเลยครับ เพราะขาดความเป็นมืออาชีพ บริหารตามอารมณ์ ไม่มีมาตรฐานหรือความคงเส้นคงวา คือ ถ้าไม่เอาใจเราเกินงาม (จุ้นจ้าน) ก็หาตัวไม่ค่อยเจอ อยากได้อะไรต้องโทรตาม ฯลฯ..... ซึ่งสำหรับผู้ที่พักเพียงคืนเดียวจะไม่รู้สึกอะไร ต่างจากเราที่นิยมพักหลายคืน ต้องการความเป็นส่วนตัว และไม่ชอบตามหาบริการอันพึงจัดให้อย่างครบครันล่วงหน้าอ่ะครับ
.
.
รายการแรก เป็น Hostel ที่ Budapest ชื่อ Flow Hostel ได้ห้องดอร์มแบบ 8 เตียง แต่อยู่จริงเต็มเพียงคืนวันศุกร์และเสาร์ ที่เหลือ 3 วัน แหว่งเหลือแค่ 3-4 เตียงเท่านั้น
.
ที่นี่ไงครับ ที่ผมต้องขยี้ตาจนแสบว่า "ราคาคนละคืนละ 350 บาทนี่ จริงหรือล้อเล่น?" เพราะดูภาพประกอบแล้ว ทันสมัยแบบบูติคทีเดียว ซึ่งปรากฏว่าราคาเฉลี่ยแล้วคืนละคนละ 340 บาทเท่านั้น
.
ผมใช้อัตราเงินยูโรที่ 39 บาทเป็นเกณฑ์เพื่อความสะดวก ทั้งๆที่แลกมาเพียง 38.30 บาทเท่านั้นอ่ะครับ
.
รูปภาพ

.
Flow Hostel อยู่บนชั้นสองของตึกโบราณ ที่มีข้อเสียตรงต้องเดินขึ้นบันไดไป 2 ชั้น ซึ่งก็ไม่หนักหนาอะไร เพราะบันไดกว้างมาก และคนมีสัมภาระเฮฟวี่เวทอย่างเราก็แค่ ขอให้คุณนายไปตามคนในโฮสเต็ลหนุ่มๆ (สต๊าฟฟ์หรือผู้เข้าพักที่น้ำใจกุศล) มาช่วยขนขึ้นไป ส่วนขาลงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด มือจับราวข้างหนึ่งหิ้วลงข้างหนึ่งได้ไม่ยากครับ
.
เพียงเข้าห้องไป ก็หายเหนื่อย เพราะภายในสภาพใหม่ ทันสมัย สะอาด แบบเดียวกับรูปในเว็บ มีห้องเอนกประสงค์ส่วนกลาง... ห้องอาหาร+ครัว... ห้องคอมพิวเตอร์... ที่ชมทีวี...กว้างใหญ่มาก
.
รูปภาพ

.
ห้องน้ำมีหลายห้อง ห้องอาบน้ำทันสมัย น้ำร้อนเร็วและแรง เตียงนอนดีไซน์ได้กะทัดรัด มีชั้นวางของ ปลั๊กไฟ ไฟหัวเตียง และมีม่านไว้ปิดด้วย
.
เจ้าหน้าที่-สต๊าฟฟ์ มีตลอด 24 ชั่วโมง ให้ข้อมูลและความช่วยเหลือต่างๆดีมาก มีล็อคเกอร์เกินพอ หากเดินทางบ่ายหรือค่ำ เช็คเอ้าท์ก่อนตอน 10 โมงเช้าแล้ว สามารถพักอิริยาบทและใช้บริการต่างๆได้ตามอัธยาศัยครับ
.
เราพักที่นี่ด้วยความพึงพอใจยิ่งครับ คือเพื่อนร่วมห้องที่เป็นหนุ่มสาวเป็นนักท่องราตรี แทบไม่เห็นหน้ากัน เพราะกลับมาเกือบเช้า และนอนกลางวันเต็มที่ในช่วงที่เราออกไปเที่ยวครับ
.
มีอยู่คืนนึง สาวสเปนที่มากับเพื่อนชายที่นอนข้างบนเตียงคุณนายเคท สงสัยเมาหนัก ปีนขึ้นแล้วตกลงมาตุ๊บ โชคดีที่เอาบั้นท้ายลง ก็เลยหัวเราะแก้เก้อไป...555
.
รูปภาพ

.
Location-ทำเลโฮสเต็ลนี้ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี (คือแค่ Good ไม่ถึง Excellent) คือจากสถานี Kalvin Ter รถใต้ดินสาย 3 สีน้ำเงิน เดินมา 1 บล็อกตึก เลี้ยวซ้ายไปทาง ร้าน เทสโก้ แล้วเข้าซอยตรงข้าม เทสโก้ ตรงไปเรื่อยๆจนเห็นป้าย Posta-ไปรษณีย์ ถัดไปก็เป็นทางเข้า Flow Hostel แล้วครับ
.
ที่ดีมากๆกคือ จากโฮสเต็ลไปต่ออีกหน่อยเดียว ก็เป็น Central Market-ตลาดสด อาหาร เสื้อผ้า ของฝาก ที่ใหญ่สุดของ บูดาเปสท์ ซึ่งด้านหน้าก็เป็นป้ายรถบัส รถราง หลายสาย และทางลงไปรถใต้ดินอีกสถานี คือ Fovam Ter จึงไปไหนมาไหนสะดวกและท้องอิ่มง่ายมากครับ
.
รูปภาพ

.
รายการต่อมา ที่ลยุบเบลียน่า สโลเวเนีย ราคาขึ้นตามสไตล์เมืองที่ใช้ยูโรเป็นเงินตรา แต่ก็ยังถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ถูก โดยเฉพาะสำหรับ โฮสเต็ล ที่มีคุณภาพใกล้เคียงโรงแรม และอยู่ใจกลางถนนคนเดิน อันเป็นศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยวอย่างนี้
.
คืนละประมาณ 1600 บาทต่อห้อง 2 คน แม้จะต้องใช้ห้องน้ำรวม แต่ก็สะอาด หรู อยู่ในขั้นดีมาก แถมมีคนพักไม่ถึงครึ่ง จึงเงียบ สงบ สะอาด จนอดรู้สึกไม่ได้ว่า ทำไมถึงใช้ไฟเปลืองจัง เพราะสว่างจ้าไปทุกห้องโถงทางเดิน (แม้จะเป็นไฟอัตโนมัติ ที่สว่างเมื่อมีเงาผ่านก็เถอะ) รวมทั้งห้องนอนด้วย
.
รูปภาพ
.

ข้อดีสำหรับโรงแรมนี้ ที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวซึ่งสามารถเดินเที่ยววันเดียวหมดนี้ ก็คือสะดวกไปหมด จะกลับมาทานอะไร เข้าห้องน้ำ กระทั่งพัก ที่ห้องได้ตลอดเวลา คืออยู่ติดร้านสะดวกซื้อ SPAR และจตุรัส Preseren Square ก็แค่ไม่กี่ก้าว
.
แต่ข้อเสีย (อาจจะสำหรับเพื่อนๆบางท่าน ที่สามารถใช้แท๊กซี่แค่ 3-4 ยูโรได้) ก็คือ จตุรัส Preseren Square ใกล้ที่พักนี้ ห่างจากท่ารถบัส (ที่อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ) เกือบกิโล (จริงๆคือ 8-900 เมตร) ซึ่งเราก็ใช้วิธีเดินเท้าไปมาตลอดรวมทั้งวันแรกที่มาถึงพร้อมสัมภาระ 4 ชิ้นกว่า 60 กิโลด้วย เพราะถามใคร ต่างก็บอกว่า "เดินแป๊บเดียวน่า จะนั่งแท๊กซี่ให้คนขำทำไม" ว่าเข้านั่น....แล้วก็เลยคุ้นชิน ไปกลับแทบทุกวัน
.
Tresor Hostel นี้ มี 3 ชั้น+ชั้นใต้ดินอีกชั้นเป็นห้องครัว มีลิฟท์ ตกแต่งภายในด้วยสีขาวสะอาดตา และมีคำคม-Quotes ดังๆเขียนด้วยฟอนท์สวยๆ เต็มไปหมดรวมทั้งในห้องน้ำที่มีมากเกินพอหลายห้องด้วย อาทิ...
.
รูปภาพ
.
A bank is a place where they lend you an umbrella in fair weather and ask for it back when it begins to rain.
-- Robert Frost
.
ธนาคารจะให้เรายืมร่มในวันอากาศสดใส แต่จะทวงคืนทันทีเมื่อฝนตั้งเค้า
.
Anyone who lives within their means suffers from lack of imagination.
-- Oscar Wilde
.
การใช้จ่ายอย่างจำกัดจำเขี่ยไปวันๆทำให้ขาดไร้ซึ่งจินตนาการ
.
(หมายถึง ต้องกล้าเสี่ยง รับความท้าทายของชีวิตบ้าง เพราะทุกปัญหาอุปสรรคจะนำมาซึ่งความคิดแก้ไข)
.
Never invest your money in anything that eats or needs repainting.
-- Billy Rose
.
อย่าลงทุนในสิ่งที่ต้องทาสีใหม่ (จ่ายซ่อมโน่นแซมนี่ เพิ่มตลอดเวลา) อย่างเด็ดขาด
.
The only reason I made a commercial for American Express was to pay for my American Express bill.
-- Peter Ustinov
.
ที่ฉันยอมเล่นหนังโฆษณาให้บัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรส ก็เพื่อจ่ายหนี้ใช้บัตรนี้แท้ๆ
.
(ปีเตอร์ อุสติน็อฟ คือดารารุ่นใหญ่ที่แสดงเป็น เฮอร์คิว ปัวโรต์ นักสืบดังของ อากาธ่า คริสตี้)
.
Certainly there are things in life that money can't buy, but it's very funny - Did you ever try buying them without money?
-- Ogden Nash

.
ไม่อยากเถียงหรอกว่า โลกเราอาจมีของที่เงินซื้อไม่ได้เหมือนกัน แต่คุณว่าตลกไหมล่ะ หรือคุณเคยลองซื้อของนั่นตอนไม่มีเงินมาแล้ว
.
(สำนวนนี้ ทำให้คิดถึง "มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องปัญญาอ่อนด้วย" ขึ้นมาทันที)
.
When shit becomes valuable, the poor will be born without assholes.
-- Henry Miller
.
ถ้าลองขรี้มีราคาขึ้นมาเมื่อไหร่ ลูกคนจนคงเกิดมาไร้รูก้น
.
(เฮนรี่ มิลเล่อร์ นักประพันธ์ชาวมะกัน เขียนประชด นายทุน ความจน ความต่างชั้นวรรณะ ได้แสบสันต์ยิ่งนัก)
.
รูปภาพ

.
ป้ายหน้าห้องครัว เขียนว่า
.
Real Men Wash Dishes
-- ลูกผู้ชายตัวจริงต้องล้างจานเป็นอ่ะ
.
มีอุปกรณ์ ภาชนะให้ยืมใช้ แต่ต้องล้างให้สะอาดตอนคืนนะ เพราะแม่ผมไม่ได้อยู่ที่นี่
.
เรายินดีรับฝากสัมภาระหลังเช็คเอ้าท์ แต่ไม่รับผิดชอบความเสียหายนะจ๊ะ ควรฝากของมีค่าที่รีเซฟชั่น เรามีตู้เซฟรับฝาก
.
Nothing is so strongly fortified that it cannot be taken by money.
-- Marcus Tullius Cicero
.
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่แข็งแกร่งจนเงินง้างไม่ได้
.
If you owe the bank $100 that's your problem. If you owe the bank $100 million, that's the bank's problem.
-- J. Paul Getty
.
ถ้าเป็นหนี้ธนาคาร 100 เหรียญ เราคงกลุ้ม แต่ถ้าเป็นหนี้ธนาคาร 100 ล้านเหรียญ ธนาคารต่างหากเป็นฝ่ายกลุ้ม
.
(เก็ตตี้ คือมหาเศรษฐีระดับโลก)
.
Business is the art of extracting money from another man's pocket without resorting to violence.
-- Max Amsterdam
.
ธุรกิจ คือ ศิลปะในการล้วงเงินจากกระเป๋าคนอื่นโดยไม่ต้องใช้กำลัง
.
(ถูกต้องแล้วครับ คุณนายเคทไม่มีศิลปะในการทำธุรกิจเร้ย...ใช้กำลังกับผมตลอด)
.
รูปภาพ

.
พาสเวิร์ด WIFI เจ๋งมาก จำง่ายเพราะเจ้าของต้องการให้จำ คือ "เช็คเอ้าท์ 11 โมงนะจ๊ะ"
.
ป้ายนี้ตั้งไว้หัวเตียง หัวข้อ "SEX" ทำให้หยิบมาอ่านทุกคน
.
ปรากฏว่าเป็นกฏ กติกา ต่างๆ แล้วขมวดท้ายว่า "อย่าลืมยิ้มบ่อยๆ" และ "ตั้งหัวข้อหวือหวา เพียงเพื่อดึงให้คุณสนใจอ่านเท่านั้น"...สาสสสสส
.
รูปภาพ

.
การเดินจาก ท่ารถบัส (ซึ่งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ) ทาง โฮสเต็ล เขียนบอกให้เดินตรงมา จนถึง แยกแรก แล้วข้ามถนนมาเข้าซอย จากนั้นตรงตลอดทะลุ จตุรัส Preseren-พีเซอรีน แล้วค่อยเลี้ยวขวาเข้าซอยมี่ตั้งโฮสเต็ล
.
แต่วิธีที่ดีกว่า (เพราะพื้นจตุรัส เป็นหินขรุขระ) คือตรงไป แยก 2 แล้วเข้าซอยตรงสำนักงานใหญ่ไปรษณีย์ แล้วตรงไปจนถึงห้าง Nama แล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าซอยที่มีร้าน H&M ปากซอยครับ
.
ท่ารถบัสที่นี่ ไม่มีบูธประชาสัมพันธ์ครับ อยากถามเรื่องอะไร ให้ยกหูถามเอา...ซึ่งก็ดีเหมือนกัน การไม่ต้องเห็นหน้า ทำให้ถามได้สะดวกดีครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Exabot [Bot] และ บุคคลทั่วไป 19 ท่าน

cron