Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/02/2019 8:17 pm

.
รูปภาพ
.
รถรางสาย T4 นำเรามายังสถานี Vila Olimpica.....
.
สอบถามชายหนุ่มคนหนึ่งว่า "Where is the big gold fish-ปลาทองตัวใหญ่อยู่ที่ไหนครับ" เค้าหัวเราะทำนองว่า ไม่เห็นมีอะไรเลย จะดูไปทำไม ผมก็เลยพูดต่อว่า "Thailand has many many small fishes you see, but we want to see the big fish-เมืองไทยมีปลาตัวขนาดย่อมๆเต็มไปทั่ว แต่เราอยากเห็นปลาตัวใหญ่ๆอ่ะครับ" ก็เลยฮากันและเป็นเพื่อนร่วมทางตลอดจนใกล้ถึง
.
นี่แหละครับ Frank Gehry’s Golden Fish Sculpture-หุ่นปลาทองยักษ์ ที่สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสที่บาร์เซโลน่าเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคในปี คศ.1992 โดยหุ่นที่เป็นเสมือน Landmark อย่างหนึ่งของเมืองอันสร้างด้วยโครงเหล็กสเตนเลสนี้ มีหลากสีสันที่จะปรับเปลี่ยนตามมุมมอง แสงอาทิตย์และอุณหภูมิต่างๆในแต่ละช่วงเวลาครับ
.
รูปภาพ
.
ออกแบบโดย แฟรงค์ เกห์รี่ จาก โตรอนโต้-Toronto ซึ่งปัจจุบันพำนักอยู่ที่ Los Angelis-ลอสแองเจลลีส ผลงานของเค้าที่โด่งดังก็คือ พิพิธภัณฑ์กูเกิ้นไฮม์ ที่ เมืองบิลบาว-Guggenheim Museum in Bilbao (ซึ่งจะมีรีวิวที่เราไปมา ในไม่นานวันนี้ อิอิ) ครับ
.
ปลาทองยักษ์นี้มีขนาดยาว 50 เมตร มีชื่อทางการว่า เอลเพซ-El Peix ตั้งอยู่บริเวณคาสิโนและภัตตาคารในโรงแรมใหญ่ Hotel Arts ครับ
.
รูปภาพ
.
เดินต่อไปหน่อย เป็นภัตตาคารที่กำลังมีปาร์ตี้จำหน่ายข้าวผัดสเปนราคาไม่แพงให้ผู้คนอยู่ มีดนตรีคลอให้ฟังด้วย แต่เราเพียงแวะใช้ห้องน้ำของเค้าเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
แล้วก็เดินทอดน่องบริเวณชายหาดอันยาวเหยียด ดูชาวต่างชาติผิวดำนำของมาขายบนพื้นมากมาย และขณะนั่งรับลมด้านนอกของร้านอาหารต่างๆ ก็พบคณะนักดนตรี เดินจับกลุ่มร้องเพลงตามแต่ละร้าน... ได้เงินบ้างไม่ได้บ้างตามแต่อารมณ์ของคนที่มารับประทานอาหารแถบนั้น
.
เห็นแล้วน่าชื่นชมมากๆ เลยร่วมสมทบทุนให้พวกเค้าไป 2 ยูโร เล่นเอายิ้มย่องไปตามๆกัน เพราะว่าไป...ก็ยังมากกว่าหลายรายที่พวกเค้าได้รับมาอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็จับรถเมล์ที่ผ่านมา ซึ่งไปถึงสถานีรถไฟ Barcelona-Saints พอดี ก็เลยลงดูลาดเลาก่อน เพราะข้างๆคือท่ารถบัส Euro Lines ที่เราจะนั่งรอบค่ำไปเมือง San Sebastian ในวันมะรืนนี้
.
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ของการรถไฟที่แม้พูดอังกฤษไม่ได้ แต่ก็ชี้ให้เราไปท่ารถทัวร์ได้ถูกต้องและอัธยาสัยดีมากๆครับ..Love you!!
.
เป็นอันจบรีวิวของ วันที่ 4 มีนาคม 2561 แต่เพียงเท่านี้ครับ ส่วนพรุ่งนี้จะไปชมผลงานระดับปรมาจารย์ อันโทนี่ เกาดิ (ของจริง) อีกแห่งที่ไหน ..อุอุ..ขออุบไว้ก่อนครับ 555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/03/2019 9:45 pm

รูปภาพ
.
03 มีนาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
เสร็จสิ้น 2 งานใหญ่คือ งานดอกไม้ ณ ปาร์คนายเลิศ และ งานออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 52 ไปแล้วใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้เวลาเชิญชวนเพื่อนๆกลับไปดูรีวิวประเทศต่างๆของเราอีกครั้งหนึ่ง ซึ่ง...
.
ช่วงนี้ ก็จะขออนุญาตวนเวียนอยู่กับ ทริปเนเธอร์แลนด์-ฝรั่งเศส-เยอรมัน-ลักเซ็มเบิร์ค 25 วันในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2561 goo.gl/Y4t7i8..... และทริป สเปน-โปรตุเกส 35 วัน เดือนมีนาคม-เมษายน 2561 goo.gl/e8y2DA เป็นหลัก
.
ส่วนรีวิว UK ปี 2559 goo.gl/FBmQ5y และ สแกนดิเนเวีย ปี 2560 goo.gl/V686i4 ที่ตั้งใจว่าจะรีวิวอย่างสมบูรณ์แบบนั้น ขอผลัดไปในโอกาสที่เหมาะๆนะครับ
.
พรุ่งนี้ 4 มีนาคม 2562 ก็จะขอรีวิวเมืองบาร์เซโลน่า ของคุณ อันโทนี่ เกาดิ ต่อจากวันที่ 4 มีนาคม 2560 ตามลิงค์ goo.gl/BDncSa เข้าสู่ผลงานสุดแสนประทับใจของ เกาดิ อีกครั้งหนึ่งคือ "พาร์คกูเอ้ลล์...ส่วนที่ไม่ฟรี มีหน่อยเดียว-Park Guell, Barcelona, Catalonia, Spain." แล้วละครับ
.
ขอเวลานีสสเดีย...ตอนนี้เรียนชมแบนเน่อร์นี้เพื่อเรียกน้ำย่อยไปก่อนละกันเน้อ....:-)
.
รูปภาพ
.
Park Guell, Barcelona-พาร์คกูเอ้ลล์...ส่วนที่ไม่ฟรี มีหน่อยเดียว
.
04 มีนาคม 2562
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ goo.gl/BDncSa ครับ)
.
สวัสดีครับ
.
ใช่แล้วครับ ไม่ว่าเราจะเคยรู้จักกับยอดศิลปิน Antoni Gaudi-อันโทนี่ เกาดิ หรือผลงานของเค้ามาบ้างหรือไม่ก็ตาม ขอเพียงแค่คิดที่เปิดเว็บดูว่า "บาร์เซโลน่ามีอะไรน่าเที่ยว?" ละก็ รับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า เป็นได้เห็นรูปภาพของ Park Guell-พาร์คกูเอ้ลล์ เหมือนอย่างที่เราจับมาวางเป็นแบนเน่อร์ goo.gl/vBfT2R ก่อนเดินทางไปทริปนี้เป็นแน่ครับ ซึ่ง...
.
แหะ แหะ เห็นแล้ว ก็ยังไม่เก๊ตหรอกครับว่า ...ที่นี่คืออะไร?... เพียงแต่ได้ดูคร่าวๆเป็นความรู้นิดหน่อยว่า ...น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวดีไซน์แปลกที่เตะตาและสวยงามสไตล์การ์ตูน... ที่เมื่อคลิกหาข้อมูลประกอบนิดหน่อยก็จะตระหนักราวๆว่า...
.
นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่มีใครที่ไปบาร์เซโลน่าแล้วไม่แวะไปที่นี่ และแน่นอนครับว่า มีบริษัททัวร์จัดโปรแกรมนำเที่ยวที่นี่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่ได้อภิสิทธิ์ "Skip the line-ไม่ต้องต่อคิวเข้า" เรียกว่า ดึงดูดใจคนขี้รำคาญ ไม่เบา...
.
แต่สำหรับเรา ซึ่งเคยค้นพบเป็น 10 ปีก่อนตอนไปเยือน นครวาติกัน-Vatican City ที่ อิตาลี-Italy แล้วว่า "ที่แท้คนทั่วไปที่ยอมต่อคิวรอเข้ายาวเหยียดประมาณ 1 ชั่วโมงนั้น หาได้ชักช้าร่ำไรไปกว่าบรรดาที่ซื้อตั๋วกับทัวร์เพื่อ Skip the line-ไม่ต้องต่อคิวเข้า เลยแต่อย่างใดไม่.....
.
เพราะของเค้า ก็ต้องรอไก้ด์ที่มักมาสายกว่า รอการนับศีรษะตรวจตั๋วก่อนแจกให้ครบเพื่อสั่งเสียให้เดินตามเค้าอย่าแตกแถว ก็ไม่ได้เร็วไปกว่าคิวธรรมดาซักกี่มะน้อย...
.
เรื่องซื้อตั๋วพิเศษตามโฆษณาในเว็บ ที่มีคนตามชม (มักไม่เขียน) ตามด่าให้ระวัง (แค้นสุดๆ) ทั้งหลายแหล่ ทั้งสมหวังและผิดหวัง จึงไม่เคยอยู่ในความสนใจของเราเลยครับ...
.
(ดูคำวิจารณ์เช่น "Early Access Tour PARK GUELL is a scam!-ไปกับทัวร์เพื่อเข้าพาร์คกูเอ้ลล์ก่อนเปิด หลอกต้มกันชัดๆ" และอื่นๆได้ที่ลิงค์ goo.gl/umLB3g ครับ)
.
อย่างไรก็ตาม ในวันแรกที่เราไป Walking Tour-ทัวร์เดินเที่ยวตามไก้ด์ กับไก้ดพนักงานโฮสเต็ลนั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวใต้หวันคนหนึ่งก็บอกกับเราว่า "ไปมาแล้วค่า แต่ค่าเข้าพาร์คกูเอ้ลล์นั้น แพงมากเลย" ซึ่งผมก็อดงงไม่ได้....
.
เพราะราคา 8.50 ยูโร (สว.ลดเหลือ 6 ยูโร) ที่ซื้อหน้าประตูทางเข้านั้น หากต้องการถูกลงอีก 1 ยูโร ก็สามารถซื้อทางเน็ตได้อยู่แล้ว (ซึ่งเราพยายามหลีกเลี่ยงโดยยอมซื้อแพงกว่าหน่อยนึงที่หน้างานเสมอ เพราะไม่อยากใช้บัตรเครดิต ที่กว่าถึงตอนตัดเงิน ไม่ทราบว่าค่าแลกเปลี่ยนอัตราเท่าไหร่**) แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรเธอไป
.
และแล้ว เราก็ได้พบว่า "แม่เจ้า...ที่แท้ที่นี่เป็นสวนสาธารณะ-Public Park ที่มีบริเวณที่เราอยากดู อยากถ่ายรูป (ฝูงชนตรึม) นั้น มีคนตรวจบัตรให้เข้าไปแค่หน่อยเดียว เดินแป๊บๆก็จบม้วน...เพราะส่วนภายนอกที่น่าดูชมไม่แพ้ใครอีกยาวเหยียดนั้น สามารถเข้าฟรีได้ทั้งวันอยู่แล้ว...
.
แต่ก็นั่นแหละครับ ถึง "ไข่ขาว" จะมีมากเพียงไรก็ตาม แต่ถ้าไม่ซื้อตั๋วเข้าไป ก็มีโอกาสเห็น "ไข่แดง" แบบรางๆบางส่วนจากที่สูงเท่านั้น เรื่องที่จะมีจุดเร้นลับให้เราได้ประจันหน้าแจ่มๆ หรือถ่ายรูปด้วย (แม้จะต้องรอคนอีกเยอะ) กับฝีมือของเกาดินั้น ก็จะเป็นไปไม่ได้เลย
.
เพราะฉะนั้น กว่า 2 ชั่วโมงที่เราอยู่ที่นั่น ว่าไปก็ไม่แพงหรอกครับกับค่าบัตรประมาณ 3 ร้อยกว่าบาทต่อคน และ...ไหนๆมาถึงที่แล้ว ขืนพลาดจุดนี้ไป จะหาที่อื่นที่ไหนมาชดเชยได้เล่า...จริงไหมครับ ฮิฮิ
.
.
.
.
** เรื่องนี้ทำให้อดนึกถึงเรื่องตลกในอดีตเป็น 10 ปีไม่ได้ คือ...
.
ตอนเราแนะนำเพื่อนๆที่บินลงไซ่ง่อน เวียตนามใต้ ตอนเช้า เพื่อจะรอขึ้นรถค่ำไปเที่ยว ดาลัด ในเช้าถัดมา ให้ติดต่อบริษัทเวียตซี Vietsea Tourist ด้วยค่ารถเพียงคนละ 8 ดอลล่าร์ ก็มีกูรู้ เอ๊ย กูรู คนก่งของบอร์ดดังเขียนแย้งให้ไปซื้อตั๋วจากบริษัทรถเอง ซึ่งจะจ่ายแค่คนละ 7 ดอลล่าร์เท่านั้น (ได้ถูกกว่า 30 กว่าบาทเหนาะๆ ว่างั้น) แล้วก็มีคนหลงเชื่อไปจำนวนหนึ่งที่ลืมไปว่า ท่านกูรูเค้าอยู่ไซ่ง่อนแค่วันสองวัน ขณะที่เราอยู่เป็นอาทิตย์ได้เฝ้าดูพฤติกรรมของบริษัทฯทุกวันเพราะอยู่ชั้นล่างของที่พัก...
.
ผลปรากฎว่า คนที่ซื้อทัวร์จากเวียตซี (แพงกว่า 1 ดอลล่าร์) นั้น นอกจากสามารถฝากสัมภาระไว้ที่บริษัทฯทั้งวัน...ได้รับการต้อนรับอย่างดีฐานะที่เป็นคนไทยจากพนักงานสาวสวยผู้กลายเป็นเพื่อนไปหมด...แจกน้ำโพลารีสให้... เล่นเน็ตฟรีได้ (ยุคที่มือถือยังไม่ฮิต) แล้วที่เหลือเชื่อคือ เค้ายังมีห้องอาบน้ำให้คนไทยเป็นพิเศษอีกต่างหากด้วย... กระทั่ง กลายเป็นขวัญใจของคนไทยจนได้สมญาว่า "เที่ยวเวียตนามต้องเวียตซี" ไปตั้งแต่นั้น....
.
ความดีอย่างเสมอต้นเสมอปลายของเวียตซี ส่งผลตอบแทนอย่างสมใจ (ไม่นับอีเมล์จากบริษัททัวร์อื่นๆที่เขียนมาขอให้เราแนะนำหลายสิบพร้อมข้อเสนอต่างๆนานา แต่เราไม่เคยตอบ) ด้วยธุรกิจนี้สามารถเติบโตจนปัจจุบัน นอกจากมีเพิ่ม 3 สาขาแล้ว ยังมีโรงแรม Kiko Hotel ของตัวเองไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
.
ในขณะเดียวกัน...คนที่หลงเชื่อกูรูไปซื้อตั๋วจากบริษัทรถเอง ได้เซฟมาตั้ง 1 ดอลล่าร์ต่อเที่ยวจริงๆนั้น ต้องเขียนกระทู้ก่อนไปถามเปรอะทั้งกระดานไปว่า "แล้วตั้งแต่เช้าที่เครื่องลง จนถึงรถออกตอนทุ่ม 2 ทุ่มนั้น ต้องแบกเป้ลากกระเป๋าตะลอนไปทั่วหรือมีที่รับฝากสัมภาระหรือไม่?" (ซึ่งไม่มี)...
.
"จากเช้าถึงค่ำ ที่เหงื่อท่วมตัวหัวและหน้า จะไปหาที่เข้าห้องน้ำฟรีเพื่อล้างหน้าก่อนขึ้นรถได้ที่ไหน?" (เรื่องอาบน้ำลืมไปเลย)...
.
ไม่นับว่า จะขึ้นรถคันไหนก็ไม่มีคนบอกอีกต่างหาก... ในขณะที่ของเวียตซี มีคนไปส่ง บอกเบอร์ให้ติดต่อกลับหากมีปัญหา เที่ยวสบายเฉิบจนประชาสัมพันธ์กันปากต่อปากตลอดมา...
.
ถูกต้องแล้วครับ สำนวน"ทุกข์ก่อนเที่ยว ทุกข์ระหว่างเที่ยว และทุกข์หลังเที่ยว" จึงไม่ใช่วาทกรรมเก๋ไก๋ แต่เป็นประสบการณ์จริงที่เราเจอะเจอจนทราบว่า....
.
ประดาคนที่มีปัญหาเวลาเที่ยวทั้งหลายแหล่นั้น ไม่ว่าไปไหนมาไหนก็ไม่เคยมี "เพื่อนใหม่ที่ไว้ใจได้ทั้งในนอก" เอาเสียเลย จึงหนีไม่พ้นคติโบราณ "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" และ "ของเสียไม่ยอมให้โฮ่งๆทาน" ไปตลอด ก่อนจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวว่า ยังมี "Win-Win ชนะทั้งผู้ให้และผู้รับ"อยู่ในโลกนี้ด้วย อ่ะครับ...อิอิอิ!
.

รูปภาพ
.
การเดินทางไปยัง Park Guell ด้วยยานพาหนะสาธารณะที่นิยมกัน มี 2 วิธี คือ...
- โดยรถไฟใต้ดิน Metro สาย L3 สีเขียว ไปลงที่ป้าย Vallcarca ซึ่งเมื่อที่พักของเราอยู่ใกล้ป้าย Diagonal จึงขึ้นจากนั้นไปอีกเพียง 3 ป้าย แต่ข้อเสียคือ ขี้นมาบนดินแล้ว ต้องเดินต่อไปก่อนครู่นึง เพื่อขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นที่อยู่บนเขาอีกเกือบๆ 30 นาที (อันที่จริง ลงแล้วขึ้นบัสสาย 24 ไปต่อก็ได้ครับ)
.
- โดยรถบัส สาย 24 ที่วิ่งจาก ป้ายจตุรัส Catalunya ศูนย์กลางเมืองหรือ ต้นถนนคนเดิน La Rambla... ผ่านป้าย Diagonal แถวที่พักของเรา ไปลงที่ ป้าย Carretera del Carmel ซึ่งจะได้ลงตรงปากทางเข้าสวนฯพอดี
.
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเลือกเดินทางด้วยรถบัสสาย 24 ครับ
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 5 มีนาคม 2561 (หืมม์...ปีนึงแล้วนะครับเนี่ย หุหุ) หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็ออกเดินเลาะตึกแถวไปทางถนน Corsica street ที่จะนำไปสู่ถนน Passeig de Gracia โดยผ่าน...ร้านอาหารไทย Thai Garcia...ร้าน The Outlet Shop...
.
แล้วก็ผ่านอาคารแบบตึกแถวสูงแต่ออกแบบด้วยสไตล์โค้งมนเสมือนผลงาน Casa Battlo ของ อันโทนี่ เกาดิ ทว่าที่นี่ชื่อ La Casa Comalat เป็นอาคารระดับวัฒนธรรมชาติ-Heritage building in Barcelona ที่มีระเบียง หน้าต่างกว้างใหญ่สดสวย ใช้สีสันหลากหลายผิดแปลกจากคูหาทั่วไป และออกแบบโดย Salvador Valeri i Pupurull เพื่อเป็นโปรเจ็คในปี คศ.1906 และสร้างขึ้นในปี คศ.1911 ครับ
.
แล้วก็ถึงถนนใหญ่สายช้อปปิ้ง Passeig de Gracia ที่ด้านหนึ่งเป็นอนุสาวรีย์ Plaza del Cinc d'Oros และอีกมุมเป็นป้ายรถใต้ดินและป้ายรถบัส Diagonal ซึ่งเราก็ได้รับการตอกย้ำจากคุณป้าน่ารักว่า..."รถประจำทางสาย 24 ขึ้นเขาถึงที่เลยไม่ต้องเดิน อย่าไปรถใต้ดิน 555"
.
รูปภาพ
.
เรานั่งรถผ่านป้ายรถใต้ดิน Vallcarca ซึ่งต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปบนเขาอีกที...
.
แล้วเราก็เห็นกำแพงสีน้ำตาลยืดยาว และคนขับตะโกนว่า "พาร์คกูเอลล์ เตรียมตัวลงป้ายที่จะถึงได้" เจ๋งจริงๆครับ
.
ลงรถแล้ว เดินตามผู้คนไปเรื่อยๆ ก็ถึงซุ้มขายตั๋วด้านหน้า ที่มีป้ายบอกราคาคนละ 8.50 ยูโร และวัยเกิน 65 คนละ 6.00 ยูโร ซึ่งคนไใเยอะเลย อาจจะเป็นเพราะมีฝนพรำเล็กๆตั้งแต่เมื่อคืน
.
ถัดไปก็คือ ประตูทางเข้า ที่ไม่มีคนตรวจตั๋วแม้แต่เงา จนได้ทราบภายหลังว่า ทั้งหมดในส่วนด้านนอกนี้ เข้าฟรีทั้งวัน เพราะเป็นสวนสาธารณะ-Public Park อ่ะครับ....
.
รูปภาพ
.
ใช่ครับ ภายในที่มีซุ้มหินตะปุ่มตะป่ำขนาดยาวยืดที่แตกต่างจากซุ้มสวยปูนเรียบเสากลมมนอย่างที่เห็นทั่วไปนี้ สามารถเข้าชม และเดินเที่ยวพักผ่อนฟรี ไม่ต้องเสียเงินได้ตลอดวันครับ
.
รูปภาพ
.
.
เป็นเรื่องน่าประหลาดใจไม่น้อย เมื่อทราบว่า พาร์คกูเอ้ลล์ นี้ แต่เดิมมหาเศรษฐีอุตสาหกรรม ท่าน Count Eusebi Güell สร้างขึ้นเพื่อเป็นบ้านจัดสรรรูปทรงสามเหลี่ยมบนพื่นที่เพียง 60 หลังสำหรับผู้คนมีกะตังค์ที่อยากอาศัยห่างไกลจากมลพิษในเมืองเป็นการเฉพาะ...
.
โดยใช้สถานที่ที่เป็นยอดเขาเกลี้ยงโล้น-Bare Mountain และครอบครัวของท่านเองก็พำนักอยู่หลังหนึ่งที่มีชื่อว่า Muntaner de Dalt House อันแต่แรกวางแผนให้เป็นบ้านตัวอย่าง แต่ในที่สุดกลับขายไม่ได้เลย จึงมีเพียง 2 หลังเท่านั้นที่สร้างเสร็จในปี คศ.1904...
.
ในอีก 2 ปีต่อมา ท่านเค้านท์ กูเอ้ลล์ ก็ขอให้เพื่อนรักคือ อันโทนี่ เกาดิ ซื้ออีกหลังไปโดยใช้เงินเก็บที่มีค่อยๆผ่อนให้ จึงเป็นที่อยู่ของสมาชิกในครอบครัวรวมทั้งผู้เป็นบิดาของเกาดิด้วยในปี คศ.1906 และเค้าอยู่อาศัยจนถึงอีก 20 ปีต่อมา....
.
ปัจจุบัน ที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์บ้านเกาดิ-Gaudi House Museum หรือ Casa Museu Gaudí ที่เก็บสะสมผลงานของเค้าและเพื่อนๆหลายชิ้น
.
พื้นที่แห่งนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นศิลปะสไตล์ธรรมชาติงดงามด้วยฝีมือของ อันโทนี่ เกาดิ โดยความอุปถัมภ์ของท่านเค้านท์ กระทั่งต่อมากลายเป็นสวนสาธารณะของเทศบาลไป ซึ่งถนนด้านหนึ่งถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นซุ้มหินตะปุ่มตะป่ำในลักษณะของต้นปาล์ม และมีทางเข้าส่วนหน้าเป็น บ้านกระโจมการ์ตูน 2 หลังและเสาสูงที่ปกคลุมด้วยโมเสค จนเป็นสิ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยือนชม
.
ซุ้มหินตะปุ่มตะป่ำนี้ยาวยืดไปไกล จนมีคนนำของมาวางขายบนพื้น และมีศิลปินเปิดหมวกแสดงทุกวันเฉกเช่นลานสาธารณะอื่นๆทั่วไป
.
รูปภาพ
.
เพียงเฉพาะเดินกดแช๊ะเล่นในซุ้มหินเหล่านี้ ก็นับว่าคุ้มค่าการมายิ่งเพราะส่วนข้างนอกนี้ ไม่เสียค่าเข้าแต่อย่างใด แม้จะมีฝนพรำก็ตามครับ
.
รูปภาพ
.
มีซุ้มหินยาวยืดตลอด จนผ่านตา พิพิธภัณฑ์บ้านเกาดิ-Gaudi House Museum หรือ Casa Museu Gaudí ด้านข้างอันสวยงาม
.
รูปภาพ
.
พิพิธภัณท์ฯนี้ ต้องเสียค่าเข้าคนละ 5.50 ยูโรด้วย (มีส่วนลด หากซื้อตั๋วเหมาพร้อมเข้าชมภายในโบสถ์ Sagrada Familia) ครับ จึงแน่นอนว่า เราไม่ได้เข้าภายในนอกจากเก็บภาพจากเน็ตมาให้เพื่อนๆชมดังที่เห็นนี้
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/03/2019 9:48 pm

รูปภาพ
.
บนยอดเขานี้ สามารถมองเห็นเมืองบาร์เซโลน่าด้านล่างได้โดยรอบ ซึ่งในวันฟ้าใสอาจเห็นไปไกลถึง โบสถ์ Sagrada Familia และยอดเขา Montjuic เลยทีเดียว
.
แล้วเราก็เจอทางเข้า ส่งตั๋วให้เจ้าหน้าที่และตามผู้คนลงเดินบันไดไปเรื่อยๆ ก่อนจะเจอซุ้มหินตะปุ่มตะป่ำอีกส่วนหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
งดงามมากทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
เป็นทั้งระเบียงและกำแพงยาวในสวนป่า ที่น่าเดิน น่าถ่ายรูป ไปทุกมุมมากๆครับ
.
แล้วก็เจอทางเดินไปยังบ้าน Muntaner de Dalt House ของท่าน Count Eusebi Güell สีชมพูแก่แบบเดียวกับพิพิธภัณฑ์ฯ
.
รูปภาพ
.
และแล้ว เราก็มาถึงทางเข้าประตูหน้า ที่มีอาคารกระโจมการ์ตูน 2 หลังอันแปลกตา และเสาสูงที่ปกคลุมด้วยโมเสค... หลังหนึ่งเป็นโกดังเก็บของ และอีกหลังเป็นโรงรถ...แต่ปัจจุบัน กลายเป็นบริษัททัวร์ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และบาร์เครื่องดื่มของว่าง เพื่อเป็นค่าบริหารจัดการสวนฯนี้ไปแล้ว
.
รูปภาพ
.
มีบันใดกว้างใหญ่ขึ้นไปยังศาลา Hypostyle Hall ข้างบน โดยมีน้ำพุ และตุ๊กแกตัวใหญ่ ซึ่งที่จริงมีชื่อว่า El Drac หรือ Dragon-มังกร อันเป็นผลงานของเกาดิและ Joseph Maria Jujo ที่ผู้คนแห่กันมามากจนกว่าจะได้ถ่ายภาพเดี่ยวๆต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียว
.
บริเวณส่วนใหญ่โดยเฉพาะที่เป็นระเบียงปูนล้วนประดับประดาด้วยโมเสคผลงานของเกาดิทั้งสิ้น
.
รูปภาพ
.
ขึ้นไปบนศาลา Hypostyle Hall ข้างบนที่มีเสาปูนเรียงราย ด้านบนเป็นโมเสคสัญลักษณ์ของเกาดิ
.
ด้านนอกเหมาะอย่างยิ่งกับการถ่ายภาพครับ
.
รูปภาพ
.
5555...กดแช๊ะให้หนำใจ ให้คุ้มค่าบัตร
.
รูปภาพ
.
อีกมุมบนสวนสวย และลานกว้างด้านบนศาลา
.
รูปภาพ
.
แค่นี้จริงๆครับ สำหรับ พาร์คกูเอ้ลล์ ที่หลายคนใฝ่ฝันขอมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งหากไม่รวมซุ้มตะปุ่มตะป่ำที่เข้าฟรีด้านนอกแล้ว คงให้ความรู้สึกอย่างเดียวกัย การขับรถไปเสียไกลเพื่อเจอ เจดีย์สามองค์ ที่ด่านฯอำเภอ สังขละบุรี นั่นแหละครับ อิอิ
.
แต่ก็อย่างว่า...ไม่มาก็ไม่เจอของจริงให้ตะลึงแบบเดียวกัน จริงไหมครับ 555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน

cron