Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/05/2018 2:50 pm

รูปภาพ
.
มาจนถึงท่าเรือ มองเห็นอาคารสีน้ำทะเลอ่อนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ส่วนตรงข้ามทะเลนั้น มีท่าเรือและโรงกลั่นขนาดใหญ่ซึ่งรอบหน้าต้องขอแวะเที่ยวซักหน่อย
.
ร้านจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มเพียบ...
.
เห็นรถ Segway ที่พัฒนาให้มีที่นั่งป้องกันความเมื่อยแล้ว น่าสนใจดี แต่ดูเหมือนผู้คนจะนิยมเดินชิลล์ๆมากกว่า
.
ตู้เคบินรับทำหน้าที่ถ่ายภาพคู่กับ Monument to the Discoveries ให้ด้วยสนนราคาไม่กี่เฟื้องของเค้าแต่ของเราเท่ากับ 200 บาทแน่น อิอิ
.
รูปภาพ
.
ก่อนถึง อนุสาวรีย์แห่งการค้นพบ Monument to the Discoveries...บนเส้นทางนั้นมีอักษรโปรตุเกส เขียนบทกลอนท่อนหนึ่งของ Alberto Caeiro ที่ว่า...
.
Pelo Tejo vai-se para o mundo.
Para além do Tejo há a América
E a fortuna daqueles que a encontram.
Ninguém nunca pensou no que há para além
Do rio da minha aldeia.
.
ซึ่งหมายความว่า
.
The Tagus leads to the world.
Beyond the Tagus there is America
And the fortune of those who find it.
No one ever thought about what's beyond
The river of my village.
.
สายน้ำ ตากู้ส นี่แหละที่นำเราไปสู่โลกกว้าง
จุดไกลโพ้นของ ตากู้ส คือประเทศอเมริกา
ดินแดนแห่งความมั่งคั่งของผู้ค้นพบ
ผู้ลืมไปว่า....เบื้องหลังของโชคลาภนั้น
คือแม่น้ำ ตากู้ส ที่ไหลผ่านหมู่บ้านเดิม
.
อย่างไรก็ตาม บทกลอน "สรรเสริญตากู้ส-Ode to the Tagus." นั้น มีเนื้อความที่กินใจผู้คนมากในท่อนแรก คือ
.
O Tejo é mais belo que o rio que corre pela minha aldeia,
Mas o Tejo não é mais belo que o rio que corre pela minha aldeia.
Porque o Tejo não é o rio que corre pela minha aldeia.
.
ซึ่งหมายความว่า...
.
The Tagus is more beautiful than the river that flows through my village,
But the Tagus is not more beautiful than the river that flows through my village
Because the Tagus is not the river that flows through my village.
.
แม่น้ำตากู้ส งดงามยิ่งกว่าสายน้ำที่ทอดผ่านหมู่บ้านฉัน
แต่ลึกๆแล้ว แม่น้ำนี้หาได้งดงามไปกว่าสายน้ำที่ทอดผ่านหมู่บ้านฉันไม่
เพราะแม่น้ำตากู้สนี้ หาใช่สายน้ำตากู้สที่เคยไหลผ่านหมู่บ้านของฉันไม่
.
ลึกซึ้งและประทับใจมากจริงๆครับ
.
ชมฉบับเต็มได้ที่ goo.gl/pC9fVg ครับ
.
ผ่าน พิพิธภัณฑ์ศิลป์ยอดนิยม-Museu de Arte Popular ที่สร้างขึ้นเพื่อรักษาผลงานของ Veloso Reis และ João Simões เป็นการเฉพาะ
.
ผ่านประภาคาร....ผ่านเบียร์ฮอลล์ที่โด่งดังที่สุดในโปรตุเกส Portugália Cervejaria Belem...ผ่านร้านฮ็อตด็อก....ผ่านบริการรถเช่า Segway ครึ่งชั่วโมง 10 ยูโร และ 15 ยูโรต่อชั่วโมง หรือ ไปตามไกด์ 25 ยูโร....
.

รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึง อนุสาวรีย์แห่งการค้นพบ หรือ Padrao dos Descobrimentos ตั้งอยู่ริมแม่น้ำตากู้ส เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการค้าทางเรือในน่านน้ำนี้ตั้งแต่ปี คศ.1960 อันเป็นอนุสรณ์สถานของ วีรชน 34 นาย โดยการนำของ เฮนรี่-Henry the Navigator นักเดินเรือ... และกวีเอก... นักบุกเบิก... นักเขียนแผนที่...ฯลฯ ผู้มีชื่อเสียงในด้านต่างๆของยุคสมัยนั้น
.
ผ่านเรือทัศนาจรในรูปแบบต่างๆ...ศิลปินข้างถนน...รถนำเที่ยว....ลานกว้างกระเบื้องลายคลื่น....มองเห็นโบสถ์ Jeronimos Monastery อยู่ฝั่งตรงข้ามชัดเจน
.
รูปภาพ
.
ขอเก็บภาพให้ครบทุกมุมก่อนนะครับ
.
รูปภาพ
.
ข้ามถนนโดยลอดอุโมงคนเดินมาที่สวน ผ่านศิลปินและคนขายของหลายรูปแบบ
.
กลางสวนสวยมีรูปปั้นม้าคู่สองด้านระหว่างสระ....
.
ร้านแม็คโดนัลดิ์ที่ดูแสนจะธรมดา...
.
และศาลาไทยสมเด็จพระเทพฯ กลางสวนสวย Pavillion Princess Maha chakri on Belem ที่จัดสร้างขึ้นเนื่องในการเยือนประเทศโปรตุเกสในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ คศ.2012 ครับ
.
รูปภาพ
.
พยายามรอขึ้นรถรางสาย 15 กลับบ้าน แต่ผู้คนที่เข้าแถวรอนั้นยาวเหยียด จึงตัดสินใจขึ้นรถเมล์ สาย 15E แทน ซึ่งก็หนาแน่นไม่แพ้กัน
.
ระหว่างนั้น เห็นป้ายิบซีคนนึง มือถือผ้าคลุมไว้ ผมหันไปหลิ่วตาให้หญิงสาวข้างหลังเธอว่า "Beware Pickpocket-ระวัง พวกนักล้วง"...ป้ายิบซีปะหลับปะเหลือกมองผมครู่หนึ่ง แล้วก็รี่ลงรถไปเหมือนรู้ตัว....
.
ใช่ครับ ที่ลิสบอน ดีทุกอย่าง เยี่ยมทุกสิ่ง ยกเว้นพวกนักล้วง ที่เป็นชนชาติอื่น ไม่ใช่คนโปรตุเกส..ที่นี่หากินง่าย เพราะนักท่องเที่ยวเยอะ (ชาวเอเซียคือเหยื่อชั้นดี) ตำรวจน้อย มีเหตุตลอดวัน (เหมือนข่าวอุบัติเหตุ จส.100 บ้านเรา ที่คนชาติอื่นเห็นประหลาด แต่เราแสนจะธรรมดา)..ต้องระวังให้ดี โดยเฉพาะพวกมือถือผ้าคลุม และพวกที่เดินตามหลังเรามา 2-3 คน จะได้ไม่เป็นเช่น goo.gl/vx5P11 นี้ครับ
.
นั่งรถเมล์มาครู่หนึ่ง เพิ่งได้ที่นั่ง ปรากฏว่าถึง พิพิธภัณฑ์เทศกาลตะวันออกไกล-Museu do Oriente em festa ที่มีการแสดงของไทยเราด้วยเท่านั้น รถก็เครื่องดับ โชเฟอร์สตาร์ทหลายครั้ง...
.
ผมนั่งข้างๆหนุ่มน้อยจากจาไมก้าที่มาเรียนที่นี่ หันไปบอกว่า "คุณรู้ไหม เวลาเรือรั่วนั้น หลายคนเลือกที่จะกระโดดน้ำหนีตายกัน แทนที่จะรอให้กัปดันเรือปะรอยรั่วก่อน....." และก็บอกเค้าว่า "รอเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ไม่ตายหรอก"
.
ทว่า..คนเริ่มทะยอยลงรถกัน และแล้ว เจ้าหนุ่มก็ขอตัวผมลงรถไปก่อน...อ้าว..ชิช่ะ..ขวัญอ่อนจริง..
.
ทันใดนั้น โชเฟอร์ก็ลงมั่งพร้อมโบกมือบอกว่า ไม่ไหวแล้ว ไปไม่ได้..เราจึงต้องลงรถตามกันไป โดยหลายคนเลือกที่จะรอคันต่อมา...
.
แต่เราบังเอิญมองไปฝั่งตรงข้าม เห็นอาคารหรูแห่งหนึ่ง จึงขอไปเที่ยวที่โน่นก่อน....
.
ปรากฏว่า เป็นแหล่งการค้าใหญ่ มีร้านค้าสารพัน คือ Mercado da Ribeira at Cais do Sodre นั่นเอง โดยขอเข้าไปชมส่วนที่เป็น ศูนย์อาหาร Timeout Market โดยเฉพาะ
.
รูปภาพ
.
ยิ่งใหญ่อลังการและเป็นที่นิยมมากทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
อยากทานอะไรแบบฝาหรั่งๆเป็นมีหมด
.
ร้านอาหารทะเลก็ไม่เบา (ในเรื่องราคา) ด้วย อิอิ
.
รูปภาพ
.
เดินทะลุออกมาที่บริเวณ จัตุรัส Jardim Dom Luis ซึ่งมีอนุสาวรีย์ของ General Marquis of Sá da Bandeira นายกรัฐมนตรี 5 สมัย ผู้นำในการเลิกทาสและนักปราชญ์ชาวโปรตุเกส
.
เห็นมอไซค์บิ๊กไบด์ของญี่ปุ่นจอดรออยู่ 2 คัน ทะมัดทะแมงดีมาก
.
บริเวณโดยรอบ มีทั้งร้านอาหารและร้าค้าเก่าๆครับ
.
รูปภาพ
.
ออกทางขวาไปตามถนนใหญ่ มีอาคารหลังเบ้อเริ่มอยู่ข้างหน้า ทันสมัยและดีไซน์หรูยิ่ง คือ New EDP Headquarters ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทแก้สธรรมชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตและพลังงาน สร้างขึ้นโดยการถมทะเลส่วนที่เป็นแม่น้ำ Tagus River บนถนน Avenida 24 de Julho 12 แทน
.
รูปภาพ
.
ด้านข้างเป็นกำแพงวาดภาพสวยงามพร้อมที่นั่งเล่นแบบ ชาวการไฟฟ้าทั้งมวล
.
เข้าไปชมข้างใน ซึ่งวิลิศมาหลามาก โดยเฉพาะ ร้านกาแฟอาหารที่ชื่อ 0 Watt Lisbon หรูหรายิ่งนัก
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 29/05/2018 9:28 pm

รูปภาพ
.
ฝั่งตรงข้าม คือภัตตาคารที่โด่งดังของลิสบอน Restaurante Meninos do Rio ข้างๆคือ ไน้ทคลับกลางแจ้งฤดูร้อน-Lust in Rio
.
ข้างๆตึก EDP คือ โรงละครบ้านผีที่น่ากลัวยิ่งของลิสบอน-Haunted House Labirinto Lisboa ซึ่งต้องซื้อบัตรเข้าชมครับ
.
ณ บ้านร้างบริเวณนี้ มีการวาดรูปสุนัข คล้ายๆที่เห็นตรงพิพิธภัณฑ์ศิลป์ Contempolary Art Museum ในเบอเล็ม ที่ต้องขอแช๊ะซักหน่อย
.
ส่วนนี้ อนาคตดีแน่ๆ ตั้งแต่ EDP ย้ายเข้ามาอยู่และจะเจริญแน่นอน
.
รูปภาพ
.
กลับมาที่สถานีรถไฟฟ้า ขึ้นสายสีเขียวต้นทาง สถานี Telheiras เพื่อย้อนกลับมาสายสีน้ำเงิน ลงรถที่สถานีเมโทร Rossio...
.
รูปภาพ
.
ได้จังหวะนั่งรถรางสาย 28 ที่รอคอยซะที....ปรากฏว่าเป็น Classic Lisbon Tram Journey ผ่านเส้นทางคดเคี้ยว (จึงมีหลายตู้ไม่ได้) เสียงเอี๊ยดๆตอนเลี้ยวเกือบตลอดทางที่ผ่านจุดสำคัญต่างๆถึง 30 ป้าย อาทิ Graca, Alfama, Baixa และ Estrela กระทั่งปลายทางที่ Campo Ourique (Prazeres) ใช้เวลาเกือบชั่วโมง
.
นักท่องเที่ยวหลายราย ควักเงินสดซื้อตั๋วกับโชเฟอร์เที่ยวละ 2.85 ยูโร โดยไม่ทราบว่า ตั๋ววันราคา 6.30 ยูโรสามารถใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยว น่าเสียดายแทนจริงๆกับเงินจิ๊บจ๊อยสำหรับเค้า แต่ร้อยกว่าบาทสำหรับเรา...
.
ไม่น่าเชื่อว่า รถรางนี้เปิดใช้มาตั้งแต่ปี คศ.1930 เกือบร้อยปีเข้าให้แล้ว แต่ทุกอย่างยังคงสภาพดีเยี่ยมเช่นเดิม
.
สาย 28 นี้ เป็นสายที่ถือว่า มีนักล้วงกระเป๋ามากที่สุด สำหรับผู้ที่ประสงค์ไปเร็ว ให้ใช้รถเมล์เล็ก สาย 28 แทน ซึ่งมีถี่กว่าและมีที่นั่งแน่นอนครับ
.
ปลายทางที่ สุสาน Cemitério dos Prazeres หรือ สุสานแห่งความรื่นรมย์-Pleasures Cemetery อันถือว่า โรแมนติกมาก (บรื๋อวว์) แต่บังเอิญปิดเสียแล้ว (ไชโย)
.
รูปภาพ
.
เดินชมรอบๆครู่หนึ่ง ก็จับสาย 28 กลับมาที่มหาวิหาร Estrela Basilica ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ตามพระประสงค์ของ Queen Maria I
.
ฝั่งตรงข้ามคืออุทยาน Estrela Park หรือ Jardim Da Estrela ที่มีร้านอาหารให้เข้าไปใช้สุขาได้ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ที่นี่เป็นจุดจอดของรถรางหลายสาย คือ 25 หรือ 28 รวมทั้งรถเมล์สายต่างๆด้วย
.
รูปภาพ
.
ที่นี่เป็นจุดจอดของรถรางหลายสาย คือ 25 หรือ 28 รวมทั้งรถเมล์สายต่างๆด้วย
.
คุณนายสอบถามสาวโปรตุเกสหน้าหวานว่า "มีรถเมล์ไปตรงโฮสเต็ลเราหรือไม่" เธอบอกว่า "ขึ้นสาย 77 พร้อมกันเลย รถเมล์จะไปถึงแม่น้ำตรงจัตุรัสพอดี" น่ารักผุดๆ...แล้วก็นั่งคุยกับคุณนายมาตลอดทาง
.
เราขอลงก่อนถึงที่หมาย 2 ป้าย แล้วเดินดูร้านค้าแถวนั้น เจอร้านขายปลากระป๋องซาร์ดีน อีกจนได้ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ขออนุญาตหนุ่มถ่ายภาพ แล้วก็เดินชมด้วยความสนใจ
.
รูปภาพ
.
แวะที่จัตุรัสแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรูปปั้นน่ารักสีแดง.....Saba หมายถึงที่จอดรถใต้ดินครับ
.
แล้วก็เดินต่อมายังจัตุรัสของเราจนได้...
.
รูปภาพ
.
ขอชักภาพก่อนกลับบ้านอีกคำรบหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
โฮสเต็ลของเราก็เฉกเช่นที่อื่น มีรายการ Pubcrawl นำนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งสุราต่างๆช่วง 4 ทุ่มทุกคืน ใครสนใจก็ลงทะเบียนได้ (รายการนี้ เราเคยลองที่รัสเซีย [FONT=Roboto, Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#eeeeee]goo.gl/d3AsfA [/HIGHLIGHT][/FONT]กลับก่อนเวลาเกือบตีหนึ่ง)
.
ดินเน่อร์ราคาถูกแค่ 10 ยูโร มีทุกคืนเวลา 3 ทุ่ม แต่ต้องลงทะเบียนก่อน
.
จากที่นี่ นั่งรถไปแอร์พอร์ตได้โดยการเหมาแท็กซี่ ไปพร้อมกันเสียคนละ 5 ยูโรเท่านั้น
.
สุดท้าย...มีใบกัญชา (ปลอม) จำหน่ายด้วยนะ ตัวเอง...อิอิ
.
สิ้นสุดวันที่สองของลิสบอนไปอย่างสดใสอีกวัน ทั้งๆที่ยังเก็บเบอเล็มไม่หมดแต่หมดแรงข้าวต้มก่อนครับ หุหุ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 31/05/2018 9:12 am

รูปภาพ
.
One Day in Sintra-1 วันในซินทร้า
.
5 มิถุนายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
วันนี้ (จันทร์ที่ 26 มีนาคม 2561) เราจะไปเที่ยว Sintra-ซินทร้า เมืองเอกของลิสบอนกัน
.
เมืองนี้ ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวนานาชาติไม่ควรพลาดแล้ว สำหรับเรายิ่งไม่ควรพลาดใหญ่ เพราะทั้ง มิสโซราย่า ที่บาร์เซโลน่า และ เพื่อนอื่นๆในโฮสเต็ลต่างพากัน ยืนยัน-Insist ว่า "มาลิสบอนแล้ว ต้องไปซินทร้าให่ได้ ที่อื่นไม่ได้ไปชั่งศีรษะโปเตโต้" 5555
.
รูปภาพ
.
เส้นทางนี้ ทางโฮสเต็ลก็มีจัดเช่นกัน โดนใช้รถเก๋งใหญ่ รับคน 6-7 คนไปทั้งวันตั้งแต่บ่ายโมงถึง 3 ทุ่ม มีแวะ คาสไคส์-Cascais, คาโบดาโฮค่า-Cabo da Roca ด้วย ซึ่งแต่แรกผมคิดว่าเค้าไปโดยรถไฟเหมือนกัน จึงนึกไม่ออกว่าทั้งหมดจะไปถ้วนทั่วทุกแห่งได้อย่างไร
.
อย่างไรก็ตาม ความที่เราเป็นประเภทเยื้องย่าง กระเดิบ กระเถิบ จึงเกรงว่าจะเป็นตัวถ่วงของกลุ่ม (เพราะเวลาไป WalkingTour-ทัวร์เดินเที่ยว ผมเป็นฝ่ายเดินตามหลังตลอด โดยมีคุณนายที่ไปกับกลุ่มคอยตามตัวให้) จึงไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง
.
รูปภาพ
.
วันนี้ออกแต่เช้า 6 โมงหน่อยๆ ขึ้นรถใต้ดินไป 1 ป้าย (เพราะตั๋ววันเมื่อวานยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง) ลงที่สถานี Rossio ซึ่งเราขึ้นบันไดต่อไปซื้อตั๋วชั้นสองด้วยความกระฉับกระเฉงราวกับเป็นคนโปรตุเกส (เพราะมาก่อนแล้วครั้งหนึ่งนั่นเอง ฮิฮิ)
.
คนขายตั๋วคนเดิมไม่อยู่ ซื้อกับคนใหม่ว่าไปเที่ยวซินทร้า เค้าบอกว่า "คนละ 16.00 ยูโร (ค่าบตร 50 เซ็นต์)"...ผมบอก "เมื่อวานอีกคนบอกว่า 10.40 ยูโรเท่านั้น" เค้าบอก "เชื่อผมซี...บัตรนั้นรวมค่ารถในลิสบอนด้วยที่คุณไม่ได้ใช้หรอก เพราะไปทั้งวัน อันนี้รวมค่ายานพาหนะในซินทร้าด้วย"....ว๊าว เจ๋งอ่ะ ...รีบขอบคุณเค้าอย่างเร็ว
.
ต้องลงไปข้างล่าง อ้อมไปขึ้นรถที่สถานีรถไฟ-Train Station ที่อยู่ข้างๆครับ
.
ได้ตั๋วเที่ยว 7.20 น. ขึ้นรถตรงท้ายๆขบวน ซึ่งแทบไม่มีคนเลย รู้สึกเสียวๆเหมือนกัน เพราะทั้งคันมีชายผิวดำอยู่ข้างหลัง 3-4 คน (อ่านเว็บมาก่อนว่า ถ้าคนน้อยให้ย้ายไปนั่งที่ตู้อื่นๆ) แต่ก็ทำเป็นใจดีสู้เสือ ยิ้มให้พวกเค้า แล้วพวกเค้าก็ยิ้มตอบมา
.
ปรากฏว่า เมื่อถึง Portela De Sintra ก่อนสถานีเราลง 1 ป้าย พวกเค้าซึ่งเป็นคนงานทั้งหมดลงรถกัน และหันมายิ้มบอกเราว่า "Your stop is next, the last stop, don't worry-ของคุณป้ายหน้า เป็นป้ายสุดท้าย ไม่ต้องห่วงครับ"
.
ใช่ครับ ไม่ต้องห่วงเลย เพราะ Lisbon-Sintra-Lisbon นั้น มีรถไฟออก (ไปกลับ) ทุกครึ่งชั่วโมงตั้งแต่เช้า ใช้เวลาเพียง 35 นาทีเท่านั้น แต่ถือว่าอยู่นอกเขตปริมณฑลของลิสบอนแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือตั๋ววันที่ใช้ได้กับทุกยานพาหนะในซินทร้า ซึ่งต้องถือติดตัวตลอดเวลา ตอนขึ้นรถบัสรถไฟครับ
.
รูปภาพ
.
สถานีรถไฟซินทร้าใหญ่โตราวๆกับสถานีรถไฟสามเสน บางซื่อ... มีรถเข้าออกไปที่ต่างๆตลอดเพราะผู้คนใช้รถไฟเป็นพาหนะไปกลับที่ทำงานแบบเดียวกับคนกรุงบางแหล่ง
.
หัวรถจักรเล็กชนต่อกัน น่าดูไม่แพ้ชินกันเซ็นที่ญี่ปุ่นเลยครับ อิอิ
.
ทางออกทางเข้าทันสมัย มีตู้เอทีเอ็มให้ถอนตั้งตระหง่าน....มีป้ายบอกทางเข้าเมือง และเราก็มาหยุดที่ป้ายรถเมล์ที่อยู่แค่ 100 กว่าเมตรครับ
.
รูปภาพ
.
ป้ายบอกเส้นทาง ทำให้เรารู้ว่า สามารถไปได้ทั้ง ซินทร้า-คาสไคส์-คาโบดาโฮค่า-โบค่าอินเฟอร์โน่ (ไม่ทราบหรอกครับว่า แต่ละแห่งคืออะไร) และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ....ดูเหมือนรถเมล์สาย 417, 418 จะป้อบปูล่าร์ที่สุด เพราะผ่านจุดดังๆหลายที่
.
แต่เราก็ใช่วิธีให้จิตสัมผัสเป็นตัวนำ...คือ รถสายไหนมาก่อนก็ไปที่นั่นแหละ..ซึ่งปรากฎว่า สาย 403 สู่ คาสไคส์ มาก่อนใครเพื่อน อิอิ
.
รูปภาพ
.
นั่งรถตั้งแต่ใกล้ๆ 8 โมงไปเกือบชั่วโมงเต็มพร้อมๆกับเหล่าพนักงานสถานที่ต่างๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่า คิดผิดเสียแล้วซี....แต่ปรากฏเมื่อตอนสิ้นวันว่า วิธีนี้ คือวิธีที่ดีที่สุดครับ
.
ถึงท่ารถบัส Cascais Bus Terminal ซึ่งมีรถสายต่างๆมากมาย แล้วความที่อยากเข้าห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงบอกให้ไปรอเข้าที่ห้างสรรพสินค้า Cascais Villa ตอน 9 โมงแทน
.
อีกตั้ง 10 นาที แต่มีเพื่อนๆสูงวัยมารออยู่แล้ว
.
เมื่อห้างเปิด รีบขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสอง แล้วต่อด้วยชั้น 3 ซึ่งเป็นศูนย์อาหาร มีเพียงร้านกาแฟเปิดเพียงร้านสองสามร้านครับ
.
รูปภาพ
.
ข้างบนมีเพียงหนุ่มสาววัย 6-70 ปีนั่งกระจายทั่วๆ สั่งโอยัวะ (ของเค้า) มาทานและดูหนังสือพิมพ์แก้เซ็ง...ส่วนเราออกไปเดินชมข้างนอก ที่มีซุปเปอร์จัมโบ้อยู่ข้างหลัง และกลับมาโซ้ยอาหารเช้าที่ถือติดตัวมา โดยใช้ถุงมือ (ที่ได้ฟรีเยอะแยะจากซุปเปอร์) อย่างคุ้มค่า (ค่าอะไร? อิอิ)
.
รูปภาพ
.
ทานเสร็จ ออกไปที่ระเบียง เมียงมองรอบด้านอีกครั้งหนึ่ง...เป็นเมืองน่ารักผุดๆเลย
.
รูปภาพ
.
เดินไปรอบๆ เห็นภาพโปสเตอร์ยักษ์ 3 รูปตามห้างฯ ถามผู้คนว่า "เป็นที่ไหนบ้าง" เค้าบอกว่า "อันแรกเป็นหุบนรก นั่งรถไปไม่ไกล ..ส่วนบันไดเคลือบหญ้า ไม่ทราบตอนนี้มีตะไคร้อย่างที่เห็นหรือเปล่า และอาคารมุมหาดอยู่แถวนี้เอง...." ได้การแล้วล่ะครับ
.
ถ่ายภาพกับโปสเตอร์เมืองคาสไคส์ขนาดใหญ่ แล้วก็เดินชมร้านอาหารที่เปิดนิดหน่อยไม่กี่ร้าน...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 31/05/2018 3:17 pm

รูปภาพ
.
ห้างสรรพสินค้านี้ มีภาพยนต์ดังๆฉายบ่อยที่โรงหนัง Cinema Da Villa...อยู่ตรงกันข้ามกับท่ารถเมล์ ที่เราเดินกลับไปบริเวณขายตั๋ว
.
เจอสองสาวจากสำนักงานการท่องเที่ยวเร่ขายบัตรอเนกประสงค์ ซินทร้า เป็นตั๋ววันพอดี แต่เรามีตั๋วแล้ว....
.
รูปภาพ
.
แบบว่า เราจะนั่ง BusCas ไป หุบนรก-Boca Do Inferno ก่อน (จำคำว่า Inferno ได้จากหนังเรื่อง ไฟนรก-Towering Inferno goo.gl/Ap79qR ที่สตีฟ แมคควีนแสดงนำ)
.
เจอคนเร่ขายบัตรอเนกประสงค์อีกคน เป็นการย้ำว่า เราซื้อตั๋วถูกแล้ว เพราะถ้าซื้อแบบ 10.40 ยูโร (ที่ใช้ยานพาหนะในลิสบอนได้ด้วย) ก็ต้องซื้อบัตร 24 ชั่วโมงนี้อีกต่างหาก (รวมค่ารถไฟ 12.50 ยูโร) ซึ่งไม่ทราบว่า ไม่เอารถไฟจะราคาเท่าไหร่กันแน่...
.
เพราะฉะนั้น เชื่อคนขายตั๋ว (ให้ถูกคน) ดีที่ซู้ตครับ
.
BusCas ไป หุบนรก-Boca Do Inferno นั้นระยะทางไม่ถึง 2 กม.ครับ แป๊บเดียวก็มาถึงป้ายแล้วครับ
.

รูปภาพ
.
ใช่ครับ หุบนรกโบค่า-Boca do Inferno คือสถานที่ที่เราตั้งใจมา (โดยบังเอิญ) หลังจากชมภาพสวยงามในห้างสรรพสินค้า และทราบว่า ที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของคาสไคส์...
.
หุบนรกแห่งนี้ คือการรวมตัวของหินที่แหลกกระจายไปตามกาลเวลา กระทั่งแปลงโฉมมาเป็นปล่องน้ำเชี่ยวที่ในฤดูซัมเม่อร์ จะมีการเดินเรือฝ่าคลื่นลมกระแสแรงเข้ามาในบริเวณนี้ ทว่า ในยามฤดูหนาว กลับเงียบสงบราวกับแฝงความน่ากลัวของ ปากนรก-Hell Mouth ไว้ภายใน
.
ในปี คศ.1930 Aleister Crowley นักมายากล/โหร/นักไสยศาสตร์ ชื่อดังคนหนึ่งเคยแสดงการสูญเสียชีวิตตนเองที่หุบนรกนี้ จนเป็นข่าวดังตามหนังสือพิมพ์ แต่เพียง 3 สัปดาห์ต่อมา เขาก็ปรากฎตัวในงานนิทรรศการผลงานของเขาเองที่เบอร์ลินอีกครั้งหนึ่ง เล่นเอาฮือฮาไปพักใหญ่
.
รูปภาพ
.
พื้นที่กว้างทีเดียวครับ เห็นร้านค้าแล้วก็ทราบว่า วันหนึ่งๆมีนักท่องเที่ยวมาแวะจำนวนไม่น้อยเลย...ส่วนคนท้องถิ่นคาสไคล์นั้น ใช้เป็นที่เดินหรือจ๊อกกิ้งไปกลับรับลมทะเลโดยง่ายครับ
.
ลงรถแล้ว มุ่งหน้าไปทางทะเล ผ่านร้านกาแฟ อาหารหลายแห่ง ก่อนขึ้นบันไดไปยังหอสีขาวด้านบน
.
หอนี้ จำหน่ายสินค้าที่ระลึกมากรูปแบบ แต่ในราคาที่ค่อนข้างเว่อร์ จึงเหมาะกับการเข้าชมชั่วครั้งคราว...
.
รูปภาพ
.
ลัดเลาะไปตามโขดหินด้วยความระมัดระวัง จนถึงจุดที่มองลงไปข้างล่าง เห็นหุบนรกชื่อดังอย่างจัง
.
รูปภาพ
.
ค่อยๆผ่านไปยังจุดที่หวาดเสียวมากขึ้น...ลมแรงมากกกก
.
รูปภาพ
.
นึกว่าจะเจอกุหลาบหิน แต่เป็นดอกอะไรไม่ทราบ
.
ลดเลี้ยวไปยังอีกด้าน ลงบันไดไม่ยังจุดที่นักท่องเที่ยวรวมตัวกัน
.
รูปภาพ
.
ก่อนจะเดินรอบๆและกลับมายังจุดเดิม เพื่อ....
.
รูปภาพ
.
เดินทางต่อไปยังชายหาดคาสไคส์ อีกแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวถึงขนาดหนาแน่นเลยทีเดียวในฤดูซัมเม่อร์...
.
รูปภาพ
.
แวะชมร้านค้าที่ หุบนรกโบค่า-Boca do Inferno ซึ่งมีของโปรด ทาร์ตไข่ จำหน่ายด้วย
.
แล้วเราก็จับรถคันเดิมมาลงที่ Cidadela de Cascais อันเป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ถึง 17 เพื่อป้องกันชายฝั่งทะเลคาสไคส์นี้
.
ฝั่งตรงข้ามนอกจาก ปะติมากรรมต่างๆแล้ว ยังมี อนุสาวรีย์ของ พระสันตะปาปา จอห์นพอล ที่ 2-Monument to Pope John Paul II กลางสวนสวย ด้วย
.
รูปภาพ
.
บริเวณป้อมปราการส่วนหนึ่ง คือ หอกลมพระสันตะปาปาจอห์นพอลที่ 2 (ปี 1988 ถึง ปีพ. ศ.2548)-Rotunda Joao Paulo II Papa 1978 a 2005...
.
เราขอเข้าไปในมุมที่เป็นอาคาร ศูนย์ศิลป์ป้อมปราการ-Cidadela Art District อีนเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม Cidadela Cascais อันอุดมไปด้วยปะติมากรรมรูปลักษณ์ต่างๆ
.
รูปภาพ
.
ยืนแช๊ะด้วยความสุขใจ...แดดจ้าแต่ไม่ร้อนเลยครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 31/05/2018 3:22 pm

รูปภาพ
.
เข้าไปในส่วนของโรงแรม (ราคาแพง)
.
รูปภาพ
.
การนำรูปสลักนกนางแอ่นมาเรียงร้อยเป็นปีกนกอย่างนี้ ดูดีมากทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
ขอแวะที่บริเวณป้อมหน่อย แล้วก็ทะลุออกไปยังชายหาด
.
รูปภาพ
.
รูปปั้นมองทะเลกว้างไกลของกษัตริย์พระองค์แรกที่ถูกสังหารในสงคราม King of Portugal and the Algarves ปี คศ. 1578 ผู้เป็นนักการทูตและวีรชนอันเป็นที่รักของผู้คนชาวคาสไคส์.....รูปปั้นนี้สร้างขึ้นในปี พศ.2008 ครับ
.
เห็นตึกทันสมัยหลายแฉกของ โครงการอสังหาริมทรัพย์ของเครือ Christie ใกล้ๆอาคารเดิมของ Hotel Cascais Miragem....
.
รูปภาพ
.
หอสูงที่เห็นแต่ไกล คือ Palacio Seixas รีสอร์ตสูงราคาอีกแห่งของ Cascais ครับ
.
ได้เวลาจับรถบัสไปอีก 2 ป้าย ก็ถึงท่ารถเมล์ที่ขึ้นแต่เช้า
.
รูปภาพ
.
ถามไถ่ผู้คน เค้าบอกให้ออกขวาไปเรื่อยๆ
.
ผ่านอนุสาวรีย์ กษัตริย์ D.Predo I ใกล้ๆ Cascais Church และตึกสวยงามแถว Cascais Old Town จนถึงใกล้ๆ "บ้านหลังคาเหลือง" ที่มีศิลปะอิตาเลียนมากมาย ชื่อ Casa L. Perestrelo de Vasconcelos แต่เข้าไม่ได่เพราะไม่ได้ขอมาก่อน
.
อาคารเหลืองนี้ อยู่ข้างๆ The Albatroz Hotel, ซึ่งเป็นภาพบนห้างฯ สร้างทับป้อมเก่าในอดีต
.
รูปภาพ
.
เดินเรื่อยมาทาง หาด Duquesa Beach ไปทางตึกแฉก ผ่าน ภัตตาคารในบ้านหลังเก่า Barraca da Praia Restuarant และอาคารทันสมัย
Capricciosa Pizza....สวยงามจนหยุดถ่ายภาพหลายครั้ง
.
รูปภาพ
.
มาถึง Palácio do Duque de Palmela พระราชวังเก่าที่สร้างทับ Fortress of Our Lady of Conceição ขึ้นในปี คศ.1868 เพื่อเป็นตำหนักฤดูร้อนของ Duques of Palmela ครับ
.
หน้าโรงแรม Hotel Cascais Miragem นี่เอง เป็นที่ตั้งของบันได ที่รูปภาพในห้างมีตะไคร้สีเขียวเกาะเต็มแต่ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ
.
ขึ้นบนถนนตรง Duche Bar เป็นอันเสร็จสิ้นย่านชายหาดนี้
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 31/05/2018 10:29 pm

รูปภาพ
.
แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งคือ Cabo De Roca หรือ Cape Roca-แหลมหิน ซึ่งเป็นดินแดนสุดขอบตะวันตกของโปรตุเกส นับเป็นจุดที่มีวิวทิวทรรศน์งดงามมาก
.
รูปภาพ
.
จากชายหาด ผ่านบาร์ Trem Velho ไปท่ารถเมล์ ขึ้นรถสาย 403 เดิม ครู่หนึ่งเราก็มาถึงป้ายที่มีรถเข้าออก คาสไคส์ และ ซินทร้า ทุกๆ 30 นาที
.
รูปภาพ
.
แวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่บอกเราว่า "ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละ วิว วิว และ วิว"
.
ข้างฝามีกลอนทำนอง "ณ จุดนั้นในยุโรป คุณอาจมองกลับมาเห็นพื้นแผ่นดินปลายสุดอันเป็นจุดเริ่มต้นของสายน้ำ นี่คือเมืองอันเป็นที่รักของเรา"
.
ผ่านประภาคาร ไปจนถึง อนุสาวรีย์ที่มีไม้กางเขนอยู่มุมหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
ลมแรงมากกก...นักท่องเที่ยวก็แยะด้วย...
.
รูปภาพ
.
มุมสวยงามอย่างนี้ เป็นภาพจาก Wikipedia ครับ
.
รูปภาพ
.
โต๋เต๋อยู่ 30 นาที เราก็จับรถ 403 กลับคืนไปยังตัวเมืองซินทร้าครับ
.
รูปภาพ
.
สาย 403 จากท่ารถเมล์คาสไคส์ นำเรามาสู่เมืองซินทร้า ในเวลาที่ดูเหมือนจะเร็วกว่าเดิมช่วงต้น แต่กลางๆท้ายๆรถติดน่าดู...
.
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายเรายังมีอีกแยะ ตั้งใจจะไปที่ไกลก่อน แล้วค่อยๆย้อนกลับมาที่พระราชวังเปน่า-Pena Palace ทีหลัง ทว่า...พ่อคนขับ (เชื้อชาติ) ชาวอินเดีย ที่เห็นความสุภาพของเราน่ะสิครับ เป็นฝ่ายบอกว่า "Why don't you go to Pena first, then decide later-ทำไมคุณไม่ลองไปที่เปน่าก่อนละ แล้วค่อยตัดสินใจอีกที..."
.
เอาก็เอาครับ นั่งมาแค่ไม่กี่ป้าย ลงซะแล้ว...ชื่อใครก็สู้เชื่อคนท้องถิ่นไม่ได้หรอกครับ....ลุงบังหันมาตบบ่าผมก่อนลงด้วยความชอบใจเสียด้วย
.
พระราชวังเปน่านี้ เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นในยุคของ โรแมนติก-Romanticism ซึ่งหมายความว่า...อยู่ตอนปลายๆศตวรรษที่ 18... มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "พระราชวังเทพนิยาย-Fairytale Palace" เพราะแต่แรกนั้น เป็นเพียงโบสถ์บนเขาแห่งหนึ่ง ต่อเมื่อพระเจ้าจอห์นที่ 2-King John II และ Queen Leonor-พระราชินี เลโอนอร์ เสด็จมาประกอบพิธีตามคำสาบาน...และต่อมา รัชทายาทของท่าน พระเจ้ามานูเอลที่ 1-King Manuel I ผู้ชื่นชอชทำเลนี้ยิ่ง เริ่มต้นสร้างวิหารล้อมรอบ แต่ก็มีเพียงพระคุณเจ้าเพียง 18 องค์เท่านั้น
.
ผ่านมาอีกหลายทศวรรษ พระเจ้าเฟอร์ดินันด์ที่ 2 ได้ครอบครองและซื้อหาที่ดินบริเวณนั้นทั้งหมด (รวมทั้ง ปราสาทชาวมัวร์-Castle of the Moors) มาเป็นราชสมบัติ และเสด็จมอบหมายให้ นายทหาร แอชวิจ-Eschwege ชาวเยอรมันผู้เป็นวิศวกรเหมืองแร่ ผ่านประเทศต่างๆมามากกมาย เป็นสถาปนิกสมัครเล่น ออกแบบและก่อสร้างขึ้นมาในปี คศ.1842-1854 โดยพระเจ้า พระเจ้าเฟอร์ดินันด์ที่ 2 และพระราชินี มาเรียที่ 2- Queen Maria II ทรงควบคุมการตกแต่งภายในทั้งหมด บลา บลา......
.
ขออนุญาต Spoiler-ไขปริศนา ให้เพื่อนๆทราบ ณ ที่นี่ก่อนนะครับว่า.... ของจริงกับของที่เห็นในรูป ไม่ค่อยงดงามอย่างเดียวกันเท่าไหร่ โดยเฉพาะเรื่องสี ที่ไม่ต่างจากสีพื้นๆตามวัดทั่วๆไปเลย (ซึ่งก็คงเฉกเช่น ชิงกัวแตเร่-Cinque Terre ห้าหมู่บ้านใน อิตาลี ฯลฯ) ที่เราเห็นๆตามเน็ตนั้น จำนวนหนึ่งถูกเร่งสี แต่งแต้มจนเกินจริงไปแยะครับ
.
อย่างไรก็ดี ความอลังการและทำเลอันยิ่งใหญ่ ก็ยังดึงดูดให้ผู้คนแวะมาเยือนอย่างหนาแน่น ....เป็น มรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโก และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโปรตุเกสไปได้...
.
รูปภาพ
.
จากถนนรอบเขาในคาสไคล์ เรากลับมายังหน้าสถานีรถไฟซินทร้า ผ่านตึกรามบ้านช่องทั้งแบบเก่าและทันสมัย จนถึง อาคาร Casa das Queijadas ตรงข้ามสถานี ที่กลายเป็นบาร์ คาเฟ่ ของว่างไปแล้ว
.
รูปภาพ
.
เราเตรียมจะนั่งรถเมล์สายสีเหลืองที่ 434 ตรงป้ายเดิม แต่เจ้าหน้าที่สาวแห่ง ททท.ซินทร้า ที่เข้ามาช่วยจัดแถว บอกเราว่า "จะไปพาเลซ ต้องเดินไปข้างหน้า ตรงนี้ให้จอดเฉพาะสาย 403 ที่จะไปคาสไคส์เท่านั้นค่ะ"....
.
ซึ่งเราก็เจอ 4 สาวจากมาเลย์สวนมาอีกครั้งหนึ่ง (พบกันครั้งแรกที่ ท่ารถประเทศสเปน ณ Granada ตอนจะไป Cordoba) พวกเธอบอกว่า "ทัวร์รอบ พระราชวังเปน่าแล้ว จะไปคาสไคล์...."
.
แสดงว่า ใช้เวลาที่พระราชวังนานโขเลย เพราะมาซินทร้าตั้งแต่เช้าเหมือนกัน (โชคดีของเรา ที่ไม่แวะพาเลซก่อน) กำลังจะไปเที่ยวย่านคาสไคส์ อีกไกล.... เราก็เลยบอกว่า "ไม่ต้องไปที่ Cabo de Roca เลย เพราะไม่มีอะไร ขาไปจ้องดีๆ นั่งรถผ่านก็เห็นหมดแล้ว"...
.
ผ่านร้านค้าต่างๆแล้วก็จับรถเมล์ไป โดยคนขับเป็นคน (เชื้อชาติ) อินเดีย บอกเราว่า "ขึ้นแค่ 2 ป้ายไปเปน่าก่อนดีกว่า เชื่อบังเซ่..." 5555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 06/06/2018 1:10 pm

รูปภาพ
.
จากแผนที่ที่เห็นนี้ เพื่อนๆคงทราบดีว่า เราไม่มีเวลามากพอที่จะแวะ Quinta da Regaleria ซึ่งมีบ่อน้ำโบราณ....Palacio de Seteals...Palacio de Maonserrate...เอาเสียเลย นะครับ
.
รูปภาพ
.
ถึงพระราชวังเปน่า...ใครเอารถมาก็หาที่จอดยากหน่อย ส่วนเราลงรถเมล์แล้ว ไปที่บูธขายตั๋วทันที และพบว่า....
.
ตั๋วเข้าพระราชวังมี 2 ประเภท คือเข้าทั้งวังและสวน 14 ยูโร...เข้าสวนอย่างเดียว 7.5 ยูโร....เราถามคนขายว่า "ตั๋วเข้าสวนได้เห็นพระราชวังหรือเปล่า"...
.
เธอตอบว่า "Of course, you can see it, touch it, feel it but cannot enter inside, that's all-แน่นอน คุณชมได้ สัมผัสได้ รู็สึกได้ แต่เข้าไปข้างในไม่ได้..." 555
.
แน่นอน..เราไม่อยากเข้าข้างในอยู่แล้ว (ของพรรค์นี้เห็นมาแยะ) จัดการซื้อตั๋ว 2 คน 15 ยูโร..สว.ก็ไม่ได้ลด แหะ แหะ
.
อ้อ...มีตั๋วรถบัสเล็กขึ้นเขาด้วย ไปกลับ 3 ยูโร (เดินขึ้นใช้เวลา 15 นาที) แต่เราแข็งแรงพอ แฮ่ก แฮ่ก
.
ผ่านเข้าประตูสีเหลืองไปแล้ว ก็ขึ้นเขาไปเลย..(เพิ่งทราบว่า ทางนี้เหมาะเป็นขาลง เพราะชันมาก..ทางขึ้นต้องไปอีกไกลหน่อย..ไม่ชันมาก) ครับ
.
รูปภาพ
.
ในที่สุด ก็มาถึงทางขึ้นพระราชวัง พอๆกับรถเมล์เล็กซึ่งต้องรอคนจนเต็มเสียก่อน...นั่งพักเหนื่อยทานส้มครู่นึง ก็เข้าชมโดยไม่มีการตรวจตั๋วอีกเลยครับ
.
รูปภาพ
.
เดินชมเรื่อยๆ โดยแวะร้านจำหน่ายของที่ระลึกก่อน...
.
รูปภาพ
.
เดินต่อไปยังระเบียงที่คนนั่งเต็ม คุณนายชี้ให้ดูว่า "ข้างล่างมี ตะเข้ อยู่ด้วย" ก็จึงกดแช๊ะ และเรียกคนอื่นๆมาดูพร้อมโพสท่ากันใหญ่ อิอิ
.
ฝาหรั่งคู่หนึ่งพาลูกชายมาด้วย ดูเหมือนจะติดเรามากตั้งแต่ตอนนั่งแจกขนมแล้ว จึงเรียกมาถ่ายภาพด้วย คุณพ่อคุณแม่ชอบใจใหญ่
.
รูปภาพ
.
นี่ก็อีกราย ที่ถูกเราลากมาถ่ายภาพด้วย ก่อนจะขึ้นไปยังทางเข้าพระราชวัง...
.
รูปภาพ
.
ชมภาพไปเรื่อยๆก่อนที่เราจะแว่บเข้าชมหอพระและห้องสมุดเล็กๆนะครับ
.
รูปภาพ
.
น่าแปลกครับ ที่หอพระนี้ เป็นบริเวณที่มีประตูเปิดออกมาจากข้างในพอดี แต่เราไม่มีเวลาลองเข้าไปดู จึงเก็บภาพรอบๆพร้อมกระจกสีเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
ด้านหนึ่งมีตู้ภาพบอกเรื่องราวของที่นี่มากพอสมควรครับ
.
รูปภาพ
.
ทางเข้าด้านนี้ มีมุมสวยๆเยอะครับ
.
รูปภาพ
.
ที่ถูกก็คือ เข้าได้เกือบทุกมุม ยกเว้นภายในครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 06/06/2018 1:13 pm

รูปภาพ
.
มองลงเขาไปได้ด้วย
.
รูปภาพ
.
นี่คือ ปราสาทชาวมัวร์- Castle of the Moors ที่อยู่ไม่ไกล ก่อสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 8-9 และถูกควบคุมครอบครองโดยชาวคริสเตียน ครั้งลิสบอนล่มสลายในปี คศ.1147 .....เป็นมรดกวัฒนธรรมโลกอีกแห่งของ ยูเนสโก (ที่เราไม่ได้ไป) ครับ
.
รูปภาพ
.
เดินอ้อมออกมาด้านนอก...
.
รูปภาพ
.
ผ่านรูปปั้นทางเข้าและซุ้มต่างๆครั้งขามา
.

รูปภาพ
.
ภาพชุดนี้มาจากเน็ตครับ ...6 ภาพแรกเป็นห้องภายในพระราชวังที่ต้องถือบัตรเข้าอีก 6.5 ยูโร ซึ่งเราเดาถูกว่าจะเจออะไรบ้างอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
นี่แหละครับ คือ พระราชวังเปน่า ที่แม้เราไม่ได้เข้าไปข้างใน ยังใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเลยครับ
.
รูปภาพ
.
จากพระราชวังเปน่า เราจับรถกลับมาที่ใกล้ๆตัวเมือง เพราะเลยเวลา 5 โมงเย็น เกินกว่าที่จะไปแหล่งท่องเที่ยวใดๆได้อีก
.
จุดนี้เป็นจุดสำคัญของซินทร้าครับ เพราะเป็นสถานที่ตั้ง ศูนย์ประวัติศาสตร์-Historic Centre และเป็นดงช้อปปิ้งที่โด่งดังไม่น้อย
.
ทางเดินสู่แหล่งช้อปปิ้งนี้ เป็นเนินขึ้นบนไปเรื่อยๆ ประมาณเดียวกับ ที่ถนนช้อปปิ้งเมือง โคโม่-Como แห่ง อิตาลี-Italy ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชมกัน
.
รูปภาพ
.
ลงรถแล้ว ก็ขึ้นบันไดไปยังซอยที่เป็นทางขึ้นสู่ Restaurante Taverna ผ่านร้านค้าตามขั้นบันไดไปตลอดทาง ส่วนใหญ่จะจำหน่ายผ้าลูกไม้และของที่ระลึกกัน
.
รูปภาพ
.
ที่เป็นร้านอาหาร มีมากพอๆกับร้านจำหน่ายกระเบื้องสีลวดลายต่างๆ น่าสนแต่หนักมากครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านขายของฝากชื่อ Lila Acessorios Criativos มีหลายร้านมาก และล้วนแล้วแต่เป็นของสวยๆที่ชาวต่างชาติกลับบ้านแล้วยังถวิลหาซื้อทางเน็ตอีก..สม (แทนคุณนายนักขายอัญมณี) ..ตอนอยู่หาว่าแพง ตอนจากค่อยคิดถึง อิอิ
.
มุมหนึ่งเป็นโต๊ะเก้าอี้ของร้าน Mateus ส่วนอีกด้าน คู่แข่งอย่าง Bellami ก็ไม่ยอมน้อยหน้า
.
ร้านอาหาร Tasca do Xico, Sintra ที่ริมผนังมีเซรามิคชื่อร้านและรูปการ์ตูน เป็นร้านอาหารพื้นเมืองที่ส่วนใหญ่บอกว่าดี ราคาพอใช้
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 06/06/2018 1:17 pm

รูปภาพ
.
อ้อ...ไม้สลักรูปนกนางแอ่นที่เห็นในโรงแรมคาสไคส์มีขายที่นี่เอง...
.
ร้านอาหารย่าน Rua Do Arco Do Teixeria มีเยอะจริงๆ
.
รูปภาพ
.
นี่ก็ร้านขายเสื้อผ้าเครื่องประดับ และร้านอาหาร
.
รูปภาพ
.
สิ่งละอันพันละน้อย ถูกนำมาเป็นของประดับร้านแบบคนมีศิลป์ในหัวใจ
.
รูปภาพ
.
เข้าร้านโน้นออกร้านนี้เป็นว่าเล่น
.
รูปภาพ
.
เพลินจนไม่รู้สึกเมื่อยที่ต้องขึ้นๆลงๆเลย
.
รูปภาพ
.
สุดท้ายก็ลงมาข้างล่างเพื่อดูว่า ควรไปที่ใดอีกบ้าง
.
รูปภาพ
.
อาคารสีขาวสูงตระหงาน คือ พระราชวังซินทร้า-Sintra National Palace ที่ปัจจุบัน กลายเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์-Historic House Museum หรือ Museu de Historia Natural de Sintra ซึ่งขณะนี้ปิดเสียแล้ว ทำได้แค่เดินชมรอบๆ
.
ก่อนจะเดินกลับไปยังสถานีรถไฟ เพราะขณะนั่งรถเมล์ผ่านมา เห็นของสวยๆเยอะ
.
รูปภาพ
.
นั่นไงครับ ของที่ระลึกเรียงเป็นแถว พร้อมแผนที่และเสาหลักเฉลิมฉลองครบ 20 ปีแห่งการได้รับตราตั้ง มรดกวัฒนธรรมโลกจากยูเนสโก (เมื่อหลายปีมาแล้ว)
.
รูปภาพ
.
หินแกะสลักเรียงรายไปตลอดทาง
.
รูปภาพ
.
ดูน่าสนใจดี
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 06/06/2018 1:19 pm

รูปภาพ
.
เดินลงมาถึง ศูนย์ราชการ-City Town Hall หรือ Camara Municipal de Sintra อาคารสวยแต่มีจักรยานทำเท่เป็นสัญลักษณ์ยุคใหม่
.
รูปภาพ
.
ร้านค้าน่าแวะชม แต่ส่วนใหญ่ปิดเสียแล้ว...
.
รูปภาพ
.
ถึงสถานีรถไฟ ที่เป็นอาคารสวยงามและห้องโถงประดับประดาด้วยโมเสคลวดลายต่างๆ จนแทบดูไม่ออกว่ามีห้องขายตั๋วแทรกอยู่ในนั้น
.
ได้เวลากลับบ้านลิสบอนตอน 2 ทุ่มเศษ ซึ่งผู้คนยังหนาแน่นไม่น้อย
.
รูปภาพ
.
ถึงสถานี Rossio ยังไม่ 3 ทุ่มดี เดินกลับโฮสเต็ลสบายเพราะอยู่แค่ป้ายเดียว...เอ้า เดิน
.
ร้านขนมยังเปิดขายอยู่....
.
รูปภาพ
.
ตอนนี้ ลดราคากันใหญ่
.
สำหรับเพื่อนๆที่จะไปเที่ยวซินทร้าเหมือนเรา คงทราบดีนะครับว่า จากจุดที่หนึ่ง Rossio ไปยังจุดที่ 2 Sintra และจุดที่ 3 Cascais ด้วยรถไฟ และหรือรถบัสอย่างไรและ....
.
ถึงจะยังหนุ่มสาว แข็งแรง ก็ยังต้องใช้เวลา 1 วันเต็มแต่เช้า ทว่า...สำหรับเรา เวลามีน้อยไปหน่อย ที่เหลือคงรอรอบหลังครับ
.
รูปภาพ
.
กลับถึงหอพัก เลย 3 ทุ่มหน่อย ครัว Yes Hostel ยังเปิด จึงขอพ่วงทาน ดินเน่อร์กันสองศรี คนละ 10 ยูโร จนอิ่มท้อง และเป็นครั้งแรกที่ทานซุปผักโขมชนิดเติมแล้วเติมอิ่มหลายรอบครับ
.
ภาพล่างคือ Quinta da Regaleria ที่เราไปไม่ถึง ถ้าไงฝากเพื่อนๆช่วยแวะด้วยครับ เพราะ...
.
สำหรับเรา ตื่นตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง ทานอาหารเย็นเสร็จเกือบ 4 ทุ่ม ได้เวลาเรียนทุกท่านแล้วครับว่า.....เรียบร้อยโรงเรียนซินทร้าแล้ว และ...
.
ราตรีสวัสดิ์ครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/06/2018 12:57 pm

รูปภาพ
.
Lisbon Chill-Out: The Last Day-เก็บตกลิสบอนแบบชิลล์ๆ
.
8 มิถุนายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
กลับดึกเมื่อคืน เช้านี้ (27 มีนาคม) ตื่นเอาซะ 8 โมงครึ่ง ทานอาหารเช้าคนละ 2 ยูโรเสร็จ เจอเด็กหนุ่มบราซิล เพื่อนร่วมห้องที่ขออยู่คืนเดียว กำลังจะเช็คเอ้าท์ ผมรีบบอกพนักงานว่า "Fabio, please tell him one night is not allowed-ฟาบิโอ บอกเค้าหน่อยว่า พักคืนเดียวไม่ได้"...ทั้งคู่หันมายิ้มเพราะทราบว่า ผมพูดแซว
.
ขึ้นห้องแล้ว คุณนายเก็บข้าวของ แต่งตัว...ส่วนผมนั่งเขียนบทความ ทำรูปลงเฟส...จากนั้น เกือบจะเที่ยง เราจึงออกมาขึ้นรถไฟฟ้ากัน..
.
รูปภาพ
.
ตำรวจประจำสถานี เห็นผมถ่ายจอซื้อขายตั๋วตั้งนาน ก็ยิ้มให้ และบอกว่า "คุณเป็นนักเขียนใช่ไหม..ระวังกล้องด้วยนะ อันตราย" ผมพยักหน้า หันไปขอบคุณ แล้วชี้ไปที่คุณนายซึ่งกำลังซื้อตั๋ววันกับบูธเจ้าหน้าที่อยู่ ทำนองว่ามาด้วยกัน
.
เค้าก็พูดต่อ "คุณรู้ไหมว่า Sangria-ซังเกรีย หรือไวน์แดงโปรตุเกส (ค๊อกเทลยอดนิยมของคนที่นี่ และที่โฮสเต็ลก็เสิร์ฟช่วงดินเน่อร์ไม่อั้น โดยใครไม่ชอบก็เปลี่ยนเป็นเบียร์ได้) ทำยังไง" เค้าถามเมื่อทราบว่าเรามาหลายวันแล้ว ผมสั่นศีรษะ..
.
เค้ายิ้มบอก "เวลาไปที่บาร์นะ บาร์เทนเดอร์ก็หยิบไวน์แดงเทใส่แก้ว แล้วที่เหลือก็คือประดาขวดๆทั้งหลายบนหิ้งโดยไม่ต้องมองนั่นแหละผสมกัน คุณถึงเมาไม่ยอมสร่างไง..." ว่าแล้วก็หัวเราะใหญ่
.
ก็ไม่เชิงหรอกครับ เพราะ Sangria-ซังเกรีย ที่แท้ต้องใช้สูตรนี้ครับ คือ
.
-- นำแอ๊ปเปิ้ลซีก ส้มซีก เยอะๆ เติมน้ำตาลใส่เหยือกแล้วคน 45 วินาที
-- เทน้ำส้ม และบรั่นดีเข้าไปปั่นอีก 30 วินาที
-- เติมไวน์แดงปริมาณมากจนกว่าจะพอใจ
-- ใส่น้ำแข็งแล้วคน
.
นั่นแหละครับ ของแท้ (เดี๋ยวค่อยชมภาพทีหลังนะครับ) เมา หรือไม่เมา อยู่ที่จำนวนบรั่นดีและแอลกอฮอลล์ของประเภทไวน์ต่างหากครับ
.
ขึ้นมาจากรถไฟฟ้า มุมหนึ่งเป็นอนุสาวรีย์เล็กๆของ กวีโปรตุเกส นาม António Ribeiro ผู้มีชื่อเล่นว่า Chiado ซึ่งหมายความว่า ผู้สูดลมหายใจเข้าท้องแล้วผิวปาก
.
ถัดมาฝั่งตรงข้าม เป็นรูปปั้น กวีเอก Fernando Pessoa นั่งอยู่หน้า ค็อฟฟี่ช้อป Casa Havanaza
.
เดินทะลุไปถึง จัตุรัส Luis de Camoes ยอดกวีที่มีผู้นำผลงานของเค้าไปเปรียบกับผลงานของ Shakespeare, Vondel, Homer, Virgil และ Dante.
.
มีศิลปินนักวาดภาพ และนักร้องอยู่รอบๆบริเวณ...
.
จุดนี้ไม่ไกลจากศูนย์รวม รถราง รถบัส ครับ
.
รูปภาพ
.
บริเวณ จัตุรัส Luis de Camoes ขณะนี้ กำลังจัดงาน อีสเตอร์ ขนานใหญ่ คุณนายถือโอกาสไปเก็บภาพด้วย
.
ผ่านศูนย์ศิลป์ Galeria De Arte Chiado 8 Grupo Fidelidade แทนที่จะขึ้นรถรางสาย 28 เราเปลี่ยนเป็นบัสเล็กสาย 28E แทน เพราะไปจุดเดียวกันแต่คนน้อยกว่ากันแยะ
.
รูปภาพ
.
มาถึง Miradouro das Portas do Sol ซึ่งรถรางสาย 28 และ 12 มาจอด เป็นจุดชมวิวที่ผู้คนหนาแน่นที่สุดในลิสบอน เพราะเป็นดาดฟ้า-Terrace ที่มีความสูงระดับตึก 2 ชั้นบนเนินเขาเขต Alfama
.
จากจุดนี้ สามารถมองเห็น วิหารเซ้นต์วินเซ็นต์-Monastery of Sao Vicente, โบสถ์แห่งชาติ-National Pantheon, แม่น้ำตากู้ส-the Tagus river และ ท่าเรือลิสบอน-Lisbon harbour, หลังคาบ้านช่องสีแดงพรืดได้ รวมทั้ง อนุสาวรีย์ของ St. Vincent ด้วย
.
ว่ากันว่า...จุดชมวิวที่นี่คือความใฝ่ฝันของชาวโปรตุเกสที่ปราถนาจะเป็นเจ้าของทีเดียว....
.
รูปภาพ
.
ภาพวิหารเซ้นต์วินเซ็นต์-Monastery of Sao Vicente และ โบสถ์แห่งชาติ-National Pantheon
.
รูปภาพ
.
ส่วนภาพนี้คือ โบสถ์แห่งชาติ-National Pantheon เห็นชัดๆ
.
ทั้งสองภาพนี้ เป็นของ Wikipedia ครับ
.
รูปภาพ
.
มีนักท่องเที่ยวมากมาย รวมทั้งคนถ่ายเซลฟี่ทั้งที่มาคนเดียว หิ้วกระเป๋าแวะแหล่งนี้ก่อนกลับ และ กลุ่มครอบครัวขี้อายแต่ขอเท่ดีกว่า (ที่ไม่กล้าพอจะขอให้ผู้อื่นถ่ายให้ ต้องอมยิ้มใช้ไม้เซลฟี่ถ่ายเองตลอด โอกาสจะได้ภาพแจ่มๆจึงไม่มีเลย)
.
เฉกเช่นนักร้องที่ใช้คีย์ต่างจากเจ้าอื่นคนนี้ ที่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเลย นอกจากคุณนายที่ขอเพลง Besame Mucho ซึ่งพี่แกก็เล่นคีย์สูงจนฟังไม่ได้ศัพท์ แต่เราก็นั่งฟังและดูความพยายามของเค้า ณ ฝั่งตรงข้ามจนจบ ทำเอาพี่แกปลื้มปลาบเป็นที่สุด พร่ำพูดออกไมค์เป็นอะไรอะไร Thailand ภาษาโปรตุเกสเต็มไปหมดด้วยจิตคารวะจริงๆ
.
อนุสาวรีย์ท่านเซ้นต์วินเซ็นต์ที่อ้างถึงตะครู่นี้ และรถเบ้นซ์ที่แสนจะธรรมดาเหมือนสตาร์บั๊คที่นี่ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ขอเก็บภาพโดยรอบอีกครั้งหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
เดินข้ามไปฝั่งตรงข้าม ปรากฏว่าเป็นร้านกาแฟธรรมดา...ทว่า สีฉีดบนกำแพง"ให้ระวังนักล้วง" มีเต็มไปทั่วอย่างนี้ เพราะ..จุดนี้คือจุดที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ไงครับ
.
นักศึกษาหรือนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น อาสาเป็นศิลปินเขียนชื่อต่างๆเป็นภาษา คันจิซึ่งก็เหมือนภาษาจีนให้...ป้ายบอกว่าฟรี แต่เชื่อเถอะครับว่า ไม่ฟรีหรอก...แถวนี้หากินง่ายจัง
.
จุดขายของชำร่วยมีเพียบ
.
แล้วเราก็มาถึง โบสถ์ Church of Santa Luzia หรือ Igreja de Santa Luzia จุดที่มี....
.
รูปภาพ
.
กำแพงโมเสคสไตล์โปรตุเกสเต็มไปหมด...
.
ก่อนจะมาจ๊ะเอ๋เข้ากับกลุ่มศิลปินที่เราเจอที่ Belem-เบอเล่มวันก่อน..วันนี้มาหากินไกลแฮะ...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 08/06/2018 1:21 pm

รูปภาพ
.
ทั้ง 3 คนเล่นหนักมากจนเสียงแหบไปหมด แสดงว่าวิ่งรอกไปทั่วทุกวัน...
.
อย่างไรก็ดี เพลงของซานตาน่าเล่นยังไงก็สนุก ขนาดหนูน้อยคนนี้ ยังรู้สึกมันส์ไปด้วย...
.
น่าเสียดายที่ศิลปินข้างถนนเหล่านี้ ปัจจุบันใช้วิธีขาย ซีดี เพลงของตัวเองไปด้วยราคาตั้งแต่ 10 ถึง 15 ยูโร ซึ่งแพงเกิ้น เพราะคนส่วนใหญ่บริจาคกันแค่ 50 เซ็นต์ถึง 2 ยูโรเท่านั้น
.
แต่ถ้าอยากทราบว่า คนที่สนุกสนานกว่าคนอื่นคือใคร ต้องคลิกวิดีโอ goo.gl/axcToQ นี้ดูเอาครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
อีกด้านหนึ่งของ Miradouro das Portas do Sol หรือ The Sun's Gate เป็นสระน้ำตรงกำแพงข้างๆ ที่ว่าการศาล-Centro de Estudos Judiciários ที่เข้าใจว่า คนคงใช้แช่เท้าเล่นตอนแดดร่ม มากกว่าจะไปว่ายกัน
.
กำแพงที่ผงาดไปด้วยเซรามิคภาพวาดเป็นทางกว้างของ Tagus River อย่างที่เห็นๆของจริงกันอยู่
.
น้า-อา สามีภรรยาชาวโรมกำลังนอนเล่นอย่างสบาย ดูโรแมนติกเหลือเกิน ผมก็เลยร้องเพลงขึ้น "I love you for sentimental reason...." ของ Nat King Cole (goo.gl/sVk7dw)...ทั้งคู่หันมายิ้มให้แบบเขินๆ
.
ถ่ายภาพคุณนายตรง ร้านอาหาร Restaurante Miradouro Santa Luzia ในขณะที่ผมเดินลงมาจาก Church of Santa Luzia ที่มีภาพเขียนโมเสคกลางสวนสวย ตะกี้แถวศิลปินร้องเพลง
.
รูปภาพ
.
บริเวณระเบียงมีช่องหน้าต่างมองเห็นวิวเบื้องหน้าเป็นหลังคาแดงส่วนใหญ่
.
เดินลงเขาไปเรื่อยๆ ผ่านต้นไม่ใหญ่อายุหลายร้อยปีข้างทาง ป้ายบอกว่ามีถิ่นกำเนิดมีมากแถว อาร์เจนติน่า..บราซิล อุรอุกวัย และ เปรู....
.
รูปภาพ
.
ลงเนินเรื่อยๆ ผ่านร้านขายของที่ระลึก หลายร้าน...
.
รูปภาพ
.
มีร้านขายเสื้อผ้าประเภทต่างๆ เอากลุ่มด้ายทำเป็นลูกไก่แม่ไก่มาโชว์ด้วย
.
แล้วก็มาถึง พิพิธภัณฑ์ Museu Tesouro da Sé Patriarcal de Lisboa และส่วนมหาวิหาร Patriarchal Cathedral of St. Mary Major หรือ Santa Maria Maior de Lisboa
.
ขอเข้าไปชมหน่อย เพราะฟรีครับ
.
รูปภาพ
.
ซึ่งก็คล้ายๆกับมหาวิหารทั่วไป
.
รูปภาพ
.
มี กระจกสี..ภาพเขียน..และจุดล้างบาปครือๆกัน
.
รูปภาพ
.
ชมภาพด้านหน้าที่มีตุ๊กๆเพียบอีกรอบ
.
รูปภาพ
.
เลยมาที่ Lisbon Catholic Santo António Church หรือ Igreja de Santo António de Lisbo ที่สร้างขึ้น ณ สถานที่เกิดของเซ้นต์แอนโทนี่.... ขอชมเพียงด้านหน้าที่มีรูปปั้นของท่านอุ้มเด็กอยู่
.
ลุงป้าจากออสเตรียนั่งอี๋อ๋อกันอยู่ ผมถามว่าแต่งงานกันมากี่ปีแล้ว ลุงอึกอักทำเป็นคิดแล้วบอกว่า "36 ปี" จนคุณป้าที่เหลียวลุ้นบอกว่า "ค่อยยังชั่ว ตอบถูก" 5555....ทั้งคู่บอกว่าขับรถเที่ยวบ่อยๆตั้งแต่เกษียณแล้ว.... น่าเลียนแบบจัง
.
ผ่านร้านค้าต่างๆบริเวณนั้น แล้วเราก็จับรถกลับมาที่ จัตุรัส Rossio เพื่อชมร้านค้าที่มาออกบูธตั้งแต่เช้า...
.
รูปภาพ
.
อาหารเด่นที่เห็นบ่อย ก็คือ ขนมปังที่สอดไส้ Jamon-ฮาร์ม่อน หรือเนื้อโคนขาสุกรหมัก เป็นแผ่นบางๆ...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/06/2018 11:28 am

รูปภาพ
.
ในขวดโหลที่มีน้ำสีแดงๆ 2-3 อย่างนั่นแหละครับ คือ Sangria-ซังเกรีย ไวน์โปรตุเกสที่มีจำหน่ายทั่วไป....เห็นเหมือนน้ำสละอย่างนี้ อย่าเผลอซดหลายแก้วเชียว รับรองยืนเซไปเซมาแน่นอน
.
ที่น่ากลัว ก็คือลูกหมูหันนี่แหละครับ บรื๋อวว์...แต่เค้าคงคิดว่าไม่ต่างอะไรกับไก่ย่างบ้านเราเนอะ...
.

รูปภาพ
.
ข้ามถนนมาอีกด้าน เป็นสินค้านานาพรรณ และ นานาพันธุ์...
.

รูปภาพ
.
จับรถรางสาย 25 ชมเมืองช้าๆ...เห็นแม่ลูกถ่ายภาพให้กัน ก็เลยขอเลียนแบบบ้าง...
.
ในขณะที่สาวจีนข้างนอกตั้งท่าถ่ายรถรางเรา โดยมีรถรางเล็กในมือประกบข้างหน้ากล้อง...อยากเห็นภาพเค้าจังว่า คงน่าสนไม่น้อย
.
ลงรถที่มหาวิหาร Estrela Basilica ซึ่งวันนั้นปิดแล้ว...
.

รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่เดินออกมาจากข้างในแล้วถามว่า "จะขึ้นไปบนหอเพื่อชมวิวไหม คนละ 3 ยูโรเท่านั้น" ผมบอกขอบคุณและชี้ไปที่ขาว่า "ไม่ครับ เดินไม่ไหว ขอบคุณมาก"
.
จึงขอเก็บภาพรอบๆ
.

รูปภาพ
.
ออกมาข้างนอก เห็นรถเมล์สาย 713 มาพอดี เลยขึ้นไปและบอกเค้าให้ช่วยพาไปต่อสายที่ไป Belem-เบอเล็ม ให้หน่อย เค้าบอก "ขึ้นมาเล้ย"
.
ปรากฏว่า พาเรามาจนสุดสายที่ Estação De Campolide ซึ่งเป็นสถานีรถไฟ Campolide train station และมีท่อส่งน้ำลากผ่านข้างบนเหมือนในเมือง Segovia ใน Spain หรือ Pont du Gard ใน France...
.
แล้วหนุ่มใญ่โชเฟอร์ก็บอกให้เราต่อรถ 751 ที่ป้ายข้างๆบริเวณขุดถนนก่อสร้างไปได้เลย
.
ระหว่างรอรถ เค้าก็แช๊ะภาพตัวเองกับรถ จนผมต้องขอถ่ายให้ และเค้าก็ขอเก็บภาพ Thailanders อย่างเราด้วย
.
ภาพล่างคือสถานีรถไฟ Campolide ครับ
.

รูปภาพ
.
กลับมาที่เบอเล็ม หวังจะทานทาร์ตไข่เจ้าดัง Pasteis de Belem ที่อยู่ข้างป้ายรถเมล์ซักหน่อย ปรากฏว่ามีผู้คนต่อแถวราวล้านแปด
.
จึงขอเพียงแค่แซะๆเข้าไปถ่ายรูปบริเวณซื้อขายกัน ซึ่งไม่ยักกะเหมือนในคลิป goo.gl/R7K3Nx เอาเสียเลย จนต้องถอยทัพกลับออกมาที่ป้ายรถเมล์ ซึ่ง...
.

รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่ของ Carris ที่ครอบครองควบคุมยานพาหนะส่วนใหญ่ในลิสบอน เจ๋งมากครับ เดินขายตั๋วให้ผู้โดยสาร เพื่อจะได้ไม่ต้องซื้อบนรถก่อนให้เสียเวลาเลย
.
ครอบครัวนี้ แย่งซื้อ ทาร์ตไข่ จากร้านดังจนได้ และโชว์ให้เราดูแพ็คเก็จสวยงามตามราคา 6 ชิ้น 12 ยูโร (ชุดใส่กล่องสวยชิ้นละ 2 ยูโร แต่เราทานตามร้านลิสลอน 1 ยูโร และในซุปเปอร์ที่พอร์โธ่ 24 เซนต์เท่านั้น)...
.
นั่งรถบัสสายที่ผ่านมาเพื่อหา สถานีเมโทร. ก่อนกลับบ้าน...
.

รูปภาพ
.
ผมนั่งมากับชาวปัญจาบที่มาอยู่ลิสบอน เค้าบอกว่าซุปเปอร์ฯใกล้ๆมี 2 แห่ง คือ Lidl และ Colombo แต่อันหลังใหญ่กว่าและมีเมโทรด้วย....
.
เราจึงลงทั้งสองที่ ซึ่งอยู่ห่างกันแค่ 2 ป้าย (มีตั๋ววันซะอย่าง เชอะ) ปรากฏว่าที่ Lidl ไม่มีอะไร จึงกลับมาที่ Colombo และมุ่งตรงไปที่ซุปเปอร์ Continente ซึ่งหญ่ายมากกกก
.

รูปภาพ
.
เลือกซื้อผักสด บร็อกโคลี่ ไข่ไก่ และที่สำคัญ ได้กุ้งที่ปอกเปลือกแล้ว และเนื้อปลาแช่แข็งกลับมาบ้าน ซึ่งแค่ 6-7 ยูโร ไม่แพงกว่าไก่เลย พร้อมเครื่องดื่ม....
.
คืนนั้น เราเลยฉลองวันสุดท้ายด้วย ซุปมาม่า (จากบ้าน) Ketup (ที่ซื้อใช้ส่วนตัวตลอดทริป) ชนิดคนอื่นมองตาเขียวปัดไปเล้ย 5555
.

รูปภาพ
.
และแล้วก็ออกตระเวณราตรีให้คุ้มค่าตั๋ววัน....จนกว่าจะได้พบกันอีกครับ ลิสบอนที่รัก
.
สวัสดี!!
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/06/2018 10:45 pm

รูปภาพ
.
Three Days in Porto, Portugal-สามวันในพอร์โธ่
.
10 มิถุนายน 2561
.
จากลิสบอน หรือ ลิสบัวในภาษาโปรตุเกส 4 วัน (24-27 มีนาคม) สายๆวันที่ 28 เราก็ออกเดินทางมายังเมืองที่อยู่ห่างแค่ 3 ชั่วโมง นั่นคือ Porto-พอร์โธ่ (ภาษาโปรตุเกส) ที่แปลว่า Port/ท่าเรือ หรือ Oporto ในภาษาอังกฤษซึ่งไม่เป็นที่นิยมกันนัก
.
พอร์โธ่ เป็นเมืองชายทะเล ที่ขึ้นชื่อในเรื่อง สะพาน Dom Luis I Bridge....สถานีรถไฟ Sao Bento Railway Station.....ตลาด Bolhao Market... ร้านหนังสือ Lello & Irmao Bookstore.....และ ไวน์ท่าเรือ-Port Wine ที่พลาดไม่ได้เลย รวมทั้ง ฯลฯ ด้วย
.
อ้อ...อ้อ...อ้อ...ต้องไม่ลืม รถราง-Tram และกฏกติกาของรถรางของพอร์โธ่ ที่ไม่เหมือนใครนี้ด้วย แหะ แหะ
.
รูปภาพ
.
เรามาถึง พอร์โธ่ วันแรกเมื่อเลยเที่ยงของวันที่ 28 มีนาคมไปแล้ว จึงใช้วันที่เหลือนี้ด้วยการเดินและนั่งรถรางเป็นหลัก ซึ่งที่นี่ ศูนย์กลางไม่ต่างจากมาเก๊าเอาเสียเลย เพราะเป็นทางขึ้นเนินลงเนินตลอด ใครแข้งขาไม่ดี ไม้เท้าจึงจำเป็นยิ่ง ทว่า...ถึงนำไปด้วยแต่เราก็ไม่ได้ใช้เลย เพราะชอบเดินอยู่แล้ว ไชโย (ที่ไม่มีรายการไต่เขา) ...5555
.
รูปภาพ
.
8 โมงเช้ากว่าๆของวันที่ 28 มีนาคม เราจับแท๊กซี่หน้าโฮสเต็ล ไปยัง Sete Rios Bus Station ที่เราเคยมาในวันแรก ราคา 10 ยูโร ซึ่งเป็นวิธีที่ดีกว่านั่งรถไฟฟ้าลากกระเป๋าขึ้นลงบันไดในช่วงที่ไม่มีบันไดเลื่อน หรือรถเมล์ 2 ต่อแน่นอน
.
ที่สถานี มีรถไปพอร์โธ่ทุกครึ่งชั่วโมง แต่รอต่อคิวซื้อตั๋วแค่ 2 รายตั้งนาน เพราะเจ้าแรกเป็นคุณลุงคุณป้าแก่ๆซึ่งช้ามากมาก แต่รายหลังเป็นหนุ่มนิโกรที่แย่กว่านั้นอีก ซื้อตั๋วไปโทรมือถือไป ชนิดคนขายตั๋วจ้องเขม็งก็ไม่แคร์ ช้ากว่าคนแก่จม แต่ไม่ทราบจะทำอย่างไร ถ้าทำอย่างนี้ที่บ้านเราคงโดน...
.
ได้เที่ยว 9 โมงเช้า ถึงเที่ยงหน่อยๆ ราคาคนละ 20 ยูโร ของผม สว.ได้ลดเหลือ 16 ยูโร เพราะมีบัตรเบ่ง คือ พาสปอร์ต อิอิ
.
ป้ายในท่ารถบอกว่า อยู่ชานชาลาที่ 50...แต่เชื่อเถอะครับ หาไปจนตายก็ไม่เจอ เพราะตัวเลขนั้น เค้าเปลี่ยนแปลงไปตามชานชาลาที่ด้านหนึ่งมีไม่ถึง 15 จนอดนึกไม่ได้ว่า 50 หรือ 15 กันแน่หว่า ...... ต้องไล่ดูเอาเองหรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่ จึงทราบว่า ตัวเลข 50 อยู่ชานชาลาที่ 7 ครับ
.
บัสของบริษัท Rede Expressos ขาใหญ่ของที่นี่ สภาพเยี่ยมมากครับ แต่ห้องน้ำปิดตายใช้ไม่ได้ อยากใช้ต้องเสียเหรียญหยอดที่ประตู 1 ยูโร ก็เลยแล้วไปเพราะแค่แป๊บเดียว...ที่นั่งกว้างและที่สำคัญ คนมีครึ่งเดียว...อิอิ...ชอบ ชอบ
.
ลงรถที่สถานีพร้อมสัมภาระตรึม ง่ายสุดคือเรียกแท๊กซี่ ยื่นที่อยู่ของโฮสเต็ลให้ดู คุณลุงก็จัดการเลี้ยวซอยโน่นกระโจนซอยนี่มาส่งหน้าโฮสเต็ลตามบ้านเลขที่ซึ่งอยู่บนเนินทันที...นึกแล้วใจหาย ถ้าลากกระเป๋าขึ้นรถรางมา น่าจะตายลูกเดียวกว่าจะหาพบ
.
ค่ารถ 8.40 ยูโร คุณนายบอกโชเฟอร์เก็บ 10 ยูโรไปเลย ก่อนที่จะเจอด่านหิน....
.
แบบว่า...พอร์โธ่ทั้งเมือง เป็นมรดกวัฒนธรรมโลกครับ อาคารเก่าทั้งมวลจึงไม่อาจติดตั้งลิฟท์ได้ และโฮสเต็ลอยู่ชั้น 3....จ๊ากกก
.
รูปภาพ
.
คุณนายขึ้นข้างบนก่อน เจ้าหน้าที่สาวบอกว่า บังเอิญพนักงานชายไม่อยู่ จึงขอร้อง เกสท์-Guest ชาวจีนให้มาช่วยยกกระเป๋าชนิดหิ้ว 2 มือขึ้นไปชั้น 3 เลย เยี่ยมจริงๆ
.
คนที่ช่วยเราเป็นจีนแต่มาอยู่ลอนดอนนานแล้ว พักที่นี่ 2 คืนเพิ่งกลับมาจากข้างนอกเลบซวยเลย ฮิฮิ....เจ้าหน้าที่หญิง ชื่อ Reta บอกว่า "คุณโซราย่าที่บาร์ซา โทรจองเตียงชั้นล่างไว้แล้ว ไม่ต้องห่วง แต่เช็คอินได้บ่าย 3 เพราะฉะนั้น ช่วงนี้ต้องตระเวณรอบๆก่อน...."
.
เราถามถึงซุปเปอร์ฯ... แหล่งท่องเที่ยวย่านนี้..ก่อน เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ก็ออกจากเคาน์เตอร์ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับห้องอาหารที่แลดูคล้ายกันทุกแห่งในเครือ Yes, Yeah, Ok.. ลงมาด้านล่าง...
.
ลงเนินตามหา ร้านอาหารเหมาะๆและซุปเปอร์ก่อน....
.
รูปภาพ
.
มาเจอตรงด้านล่าง คนเกรียว ชื่อร้าน Sandeira ลื่อชื่อในเรื่อง Sandes do Porto หรือ แซนด์วิชแบบพอร์โธ่ มีป้ายบอกราคา อาหารกลางวัน-Lunch แค่ 6 ยูโร และ ไวน์ซังเกรีย แค่ 2 ยูโร น่าสนมากกกกกก
.
รูปภาพ
.
ภาพแรกเป็นร้านตัดผม..อีกภาพเป็นร้านอาหาร ที่เห็นหนุ่มหน้าร้านแล้ว นิ้วก้อยผมงอโค้งเชียว เอิ๊ก....เดินไปเรื่อยๆเพื่อจะดูว่า แล้วจะหาทางขึ้นที่ชันน้อยกว่านี้ได้เปล่าหนอ
.
รูปภาพ
.
มาเจอซุปเปอร์เล็กๆอยู่ตรงมุม ข้าวของน้อย ไม่ค่อยมีอาหารสำเร็จ...
.
ร้านอาหารน่าสนอีกร้าน ราคาไม่แพง จดใส่สมองอีกราย...
.
รูปภาพ
.
ออกถนนไปด้านขวา เจอตึกสูงบอกว่า ชั้นสองเป็น Tourism Point แต่ต้องเดินขึ้นเนินไปข้างบนตรงทางข้างๆ...ไม่มีปัญหาครับ
.
รูปภาพ
.
ปรากฏว่าเป็นบริษัทนำเที่ยวของเอกชน ที่ขายทัวร์หลายรูปแบบ..... และ
.
อาหาร+ดนตรี Fado Show ซึ่งเป็นวงเล็กๆสไตล์พอร์โธ่ ที่มีกีตาร์ 2 ตัวและนักร้องหญิง/ชาย 1 คน รวมเป็น 3 เล่นเพลงพื้นเมืองทำนองถวิลหาเป็นหลัก 2 ชั่วโมง....(ดูดีกว่า Flamenco Show ที่สเปนเยอะ เพราะของสเปนมีแต่สาวแก่ หน้าตาสู้พวกศิลปินเปิดหมวกตามที่สาธารณะและดูฟรีไม่ได้เลย)
.
แต่ก็มีตั๋ววันรถรางจำหน่ายด้วย เราก็เลยอุดหนุนแบบ 2 วัน 48 ชั่วโมงใบละ 10 ยูโรมา 2 ใบ
.
ได้แผนที่พอร์โธ่อันบอกรายละเอียดที่เที่ยวมา 1 ใบ เยี่ยมไปเลย
.
รูปภาพ
.
เดินเรื่อยมาจนถึง น้ำพุเดิม Fonte Mouzinho da Silveira ซึ่งด้านหลังกลายเป็นที่จอดรถไปแล้ว
.
เลียบเคียงตามร้านอาหารต่างๆ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Spain-Portugal Trip March 02-April 05, 2018

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/06/2018 10:49 pm

รูปภาพ
.
ผ่านร้านอาหารหลายร้าน จนถึงร้านขายสินค้าของชาวคริสต์ Casa Coracao De Jesus ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี คศ.1885 และว่ากันว่า ที่นี่จะไม่จำหน่ายสินค้าจากจีนเลย (อาจเพราะความเชื่อว่าคุณภาพไม่ดีก็ว่าได้)
.
เรื่อยเปื่อยมาจนถึงถนนใหญ่ เห็นอาคารขนาดยักษ์อยู่เบื้องหน้า....
.
ใช่แล้วครับ ที่นั่นคือ สถานีรถไฟประจำเมือง 1 ใน 2 ของพอร์โธ่ Sao Bento Railway Station
.
รูปภาพ
.
เข้าใกล้อาคารขนาดยักษ์ที่ว่าไปทุกที....มีหินก้อนใหญ่ 2 ก้อนประดับอยู่ข้างๆด้วยลวดลายสวยงามบนนั้น....
.
มองไปด้านหนึ่งเป็นถนนแยกต่างๆมี มหาวิหาร Porto Cathedral และอนุสาวรีย์บนหลังอาชาไนยของ Vimara Perez ในศตวรรษที่ 9 ผู้เป็นนักปราชญ์และข้าราชบริพารของ กษัตริย์ King of Asturias, Alfonso III, ที่ถูกส่งไปปราบปรามชาวมัวร์และยึดดินแดนคืนได้สำเร็จ
.
ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟเป็นอาคารรูปลักษณ์ต่างๆ....
.
รูปภาพ
.
ที่นี่ คือสถานีรถไฟ Sao Bento Railway Station หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่มาเยือนเมืองพอร์โธ่แห่งนี้
.
แรกเริ่มเดิมที ณ บรืเวณนี้ในปี คศ.1518 กษัตริย์ King D. Manuel I แห่งโปรตุเกสทรงมีพระบัญชาให้สร้างเป็น โบสถ์ Benedictine Convent of São Bento da Avé Maria โดยการนำของ Saint Benedict หรือที่รู้จักกันในนามกลุ่มพระคุณเจ้าสีดำ-Black Monks ซึ่งเรียกตามเสื้อคลุมสีดำที่สวมใส่ในวาระต่างๆนั่นเอง
.
เป็นที่น่าเสียดายว่า ในปี คศ. 1783 โบสถ์นี้ถูกไฟเผาผลาญพินาศลงจนหมดสิ้น ถึงแม้จะมีการปฎิสังขรณ์ขึ้นใหม่ต่อมาแต่ก็อยู่ในสภาพที่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
.
กระทั่งปี คศ. 1864 จึงได้มีการกล่าวถึงการแปลงสภาพให้เป็น สถานีรถไฟกลาง-Central Station ขึ้นมาในโครงการของราชการยุคนั้น
.
23 ปีต่อมา ใน คศ.1887 จึงมีการนำโครงการนี้ขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ต้องรอจนอีก 3 ปีต่อมา ถึงมีการขุดเจาะอุโมงค์ระหว่างทาง และวางรางสำเร็จจนเดินรถได้ในปี คศ. 1896.... แต่ก็อีกนั่นแหละครับ ในวันเปิดอุโมงค์ ก็เกิดโศกนาฎกรรมดินถล่ม กระทั่งต้องใช้เวลาอีก 1 ปีเต็มในการทนุบำรุงและก่อสร้างอุโมงค์ขึ้นมาใหม่
.
กว่าสถานีรถไฟแห่งนี้จะสร้างได้และกษัตริย์ King D. Carlos I.ทรงวางศิลาฤกษ์ในปี คศ.1901 จึงมีการดำเนินงานเต็มรูปแบบและให้เป็นกรมไปรษณีย์ด้วยในเวลาต่อมา......
.
โดยระหว่างปี คศ.1905 ถึง คศ.1916 ได้มีการนำ กระเบื้องลายสีฟ้าจำนวนประมาณ 2 หมื่นแผ่นโดยศิลปิน Jorge Colaco มาประดับตามฝาผนัง อันเป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์เมืองพอร์โธ่....สถาบันกษัตริย์...การสงคราม..การขนส่งต่างๆ จนกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนในเวลาต่อมา
.
สถานีรถไฟ Sao Bento Railway Station เปิดเป็นปฐมฤกษ์ในปี คศ.1916
.
และในเดือนกันยายน คศ.1988 นี้เอง ที่มีการตบแต่งรูปลักษณ์ภายนอกและภายในตัวสถานีอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
ภาพภายในอาคารสถานีรถไฟ ที่ประดับด้วยกระเบื้องเซรามิคสีน้ำเงินอ่อนเกือบ 2 หมื่นชิ้น อันเป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์พอร์โธ่หลายช่วงตอน
.
รูปภาพ
.
มองดูใกล้ๆ..กว่าเห็นภาพขนาดใหญ่แต่ละภาพ ต้องประกอบไปด้วยกระเบื้องกี่ร้อยกี่พันแผ่นกัน
.
รูปภาพ
.
ภาพวิถีชีวิตผู้คนในยุคต่างๆ
.
รูปภาพ
.
ภาพสีเรื่องราวของพระราชวงศ์
.
รูปภาพ
.
รวมทั้งภาพยามสงครามอันโหดเหี้ยมของแต่ละยุค...
.
ตราประทับ จากถนนรถไฟ-Dos Ferro-Viarios do ที่บอกเล่าถึงความเป็นมาของผืนดินแห่งนี้ตั้งแต่ปี คศ.1500 ถึง คศ.1922 และ....
.
สัญลักษณ์ Estacao de Sao Bento+สถานีรถไฟ ซัม เบนโตะ (ในภาษาโปรตุเกส) หรือ เซา เบนโตะ (ในภาษาอังกฤษ) บอกเล่าถึงความเป็นมาของสถานี...ภาพพิมพ์เขียวของสถาปนิก Marques da Silva... และกระเบื้องประดับในปี คศ.1916 ครับ
.
รูปภาพ
.
ทะลุเข้าไปภายในซึ่งเป็นชานชาลาสถานีสำหรับรถไฟที่มาทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ...
.
เครื่องชั่งครั้งละ 50 เซ็นต์ (20 บาท)....เครื่องแลกเปลี่ยนเงิน...และ
.
ตู้จำหน่ายสรรพสินค้าของ FC Porto-แฟนคลับสโมสรฟุตบอลพอร์โธ่ ที่มีจำหน่ายทั่วไปและทำรายได้ไม่น้อย
.
รูปภาพ
.
ออกมาจากสถานีรถไฟ คือ จัตุรัส Praca da Liberdade ที่มีอนุสาวรีย์ กษัตริย์ Monumento a Dom Pedro IV..
.
อาคารทั้งสองฟากที่เห็น ขวามือคือ อาคารธนาคารใหญ่เครือสเปน BBVA (Banco Bilbao Vizcaya Argentaria)...ส่วนซ้ายมือชั้นล่างเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้ายี่ห้อ Unic...ข้างๆและชั้นบนเป็น ธนาคาร Novo Banco.... ถัดไปเป็น ธนาคารโปรตุเกส-Banco Portugal
.
อาคารยักษ์ตรงกลางที่เห็นแต่ไกล คือศาลาว่การ-City Town Hall หรือ Camara Municipal do Porto ครับ
.
รูปปั้นทองเหลืองของคนขายหนังสือพิมพ์ยืนท้าวตู้ไปรษณีย์สีแดง บนถนน Liberdade
.
รถทัศนาจร Hop On-Hop Off ของบริษัท Yellow Bus บริเวณนั้น
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3518
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน

cron