Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/10/2018 3:58 pm

รูปภาพ
.
13 ตุลาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
ไม่น่าเชื่อนะครับว่า ตั้งแต่ 6 พฤษภาคม ที่กลับจากเมืองจีน (ไท่หยวน-ต้าถง ฯลฯ) มาแล้ว เราก็เกิดอาการ "อิ่มการท่องเที่ยว" ขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว จนกระทั่ง.....ยกเลิก ทริป โรมาเนีย เซอร์เบีย บุลกาเรีย ตรุกี ฯลฯ ตั้งแต่ 20 สิงหา ถึง 25 กันยา รวม 36 วันไปเสียงั้นๆ ซึ่ง.....
.
แม้จะสนุกสนานกับการรีวิวหลายเมืองทั้งของใหม่ของเก่าในเฟสฯ และขับรถท่องเที่ยวพูดคุยกับผู้คนต่างๆ ทั้งในกรุงและเมืองรองในไทย แต่....
.
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง คือ ไม่อยากออกจากบ้าน จากเมืองไทยไปไหนๆเลย....
.
ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะ อยู่เมืองไทย (โดยเฉพาะ กทม.) มีที่ไปและมีอะไรต่อมิอะไร อันเป็นสาระ ไม่จำเจ ไม่ถูกควบคุม ให้ได้ทำในเวลาสั้นๆ (ไม่ต้องค้างหลายคืนที่อื่น) มากมายหลายรสชาติกว่า โดยเฉพาะ....
.
แหะ แหะ..... ใช่แล้วครับ การได้อยู่กับ อินเตอร์เน็ต ก็เปรียบเสมือนการอยู่ใน สวรรค์บนดิน นั่นเอง
.
ครับ นึกไม่ออกจริงๆว่า หากขาดอินเตอร์เน็ตซะอย่าง ชีวิตจะแห้งแล้ง ไร้อารมณ์ สักปานใด เพราะ...
.
--- รายการดีๆทางทีวี เดี๋ยวนี้ก็ไม่ชมแบบปัจจุบันทันด่วนมานานนมแล้ว แต่ใช้วิธีโหลดจากยูทูป มาดูเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นรายการส่วนใหญ่ของช่อง Workpoint, Mcot, Amarin, Channel 3,Nation, Spring News แม้กระทั่ง Viu และ Line TV ฯลฯ....
.
คือดีกว่า ที่ชอบตอนไหน สะดุดคำพูดใด หรืออยากจับสีหน้าท่าทางใครบางคน ก็ รีไวนด์กลับมาดูใหม่ได้ซ้ำๆ
.
--- Facebook ที่ครั้งหนึ่งรู้สึกว่า "โห..เร็วอย่างนี้ มิลวกไปหน่อยหรือ.." แต่เมื่อปรับตัวปรับใจเข้ากับยุคสมัยของการ "เอาเร็วเข้าว่า" ก็ชักรู้สึกว่า "ไม่เลวแฮะ" และ Feeds ส่วนใหญ่ที่ เลือกรับ ก็ให้การเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยอยากรู้มาก่อนอย่างมากมายมหาศาล
.
--- ภาพยนต์ คอนเสิร์ต ฯลฯ ที่โหลดมาได้ชนิดนับไม่ถ้วนจากเว็บที่ไม่ทราบว่ามีหนังดีๆมากมายเหมือน Netfix หรือเปล่า ซึ่งเมื่อมีเน็ตแรงๆ โหลดแป๊บเดียว ก็ได้ดูในเวลาไม่นาน ตามใจปรารถนา แบบฟรีๆ.... จนไม่ทราบว่า DVD ที่เคยซื้อมาเป็นพันๆเรื่อง จะเอาไปทำอะไรดี? ส่วน Video ดีๆ เป็นพันๆเรื่องที่มีสะสมก่อนหน้านั้น คงใช้การอะไรไม่ได้แล้ว.... เศร้าจัง!!
.
--- ส่วนการเสิร์ช์เว็บ ที่เป็น จุดแข็งสุด-Strongest point เพราะหาข้อมูลโน่นนี่นั่นได้สารพัดสารพัน ทำให้ได้เรียนรู้ว่า... อะไรควรเชื่อ... อะไรควรรู้... จนครบ 5 W+1 H แบบไม่ต้องไปค้นคว้าตามห้องสมุดต่างๆเหมือนเมื่อก่อนที่ผ่านมา...
.
ครับ...อินเตอร์เน็ต การขับรถ การท่องเที่ยว ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมขั้น อุดมคติ-Ideal ของคนวัยเกษียณที่มีเวลาเหลือเฟืออย่างผมอย่างคุณนายไปเสียแล้ว
.
แต่....
.
เมื่อผ่านพ้นมาระยะหนึ่ง ซึ่งช่วงนี้เป็นเวลากว่า 5 เดือน.... จากสิ่งที่ได้พบเห็นจากสื่อข้างต้น ก็ทำให้มีอารมณ์และแรงบันดาลใจอยากเที่ยวอีกสักครั้งหนึ่งแล้วละครับ.... โดยเฉพาะ ยุโรป ที่เรามีวีซ่าพร้อมตลอดเวลาจนถึงกลางปี คศ.2020 โน่น...
.
ว่าแล้วก็โทรหาที่ปรึกษาของเราทันที...ซึ่งก็คือ KMT โทร.02-6426865-6 ...นี่เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดแล้วล่ะครับ 555 .....เพราะเดี๋ยวเค้าคงจะบอกเราหรือเลือกให้เราเองในไม่กี่วันนี้ โดยไม่ต้องสะดุ้งโหยงว่า "ระวัง เดี๋ยวหลังจะเป็นแผล" เหมือนที่โลกในกระแสเจอะเจอในแต่ละวัน หรือเปล่านะครับ หุหุ
.
ขออนุญาตเรียนเพียงสั้นๆครับว่า เราจะท่องเที่ยวและทำรีวิวตามสัญญา.... ขอเวลาอีกไม่นาน... แล้วภาพรายงานที่งดงามจะคืนกลับมา....
.
เพราะ...
.
เราจะทำอย่างซื่อตรง.... ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา...ทุกอย่างจะดีในไม่ช้า.... ขอคืนความสุขให้เธอ ประชาชน...555
.
555... ยังไงก็ไม่ถึง 5 ปีหรือ 5 เดือน หรือ 5 อาทิตย์ ชัวร์ๆครับ อิอิ
.
ลิงค์ เส้นทางสู่โลกกว้าง ของ KMT และ TG191 อยู่ที่ goo.gl/zP2oCw ครับ
.

รูปภาพ
.
อังเดร ริอู เอนเทอร์เทนเน่อร์ นามระบือโลก-Andre Rieu
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ goo.gl/YtoJDw ครับ)
.
13 ตุลาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
เพราะการอยู่กับที่นานๆ และการเรียนรู้จาก เฟสบุ๊ค นี่แหละครับ ที่ชักนำให้เราสองมีชีวิตหรรษากับคอนเสิร์ตต่างๆของ อังเดร ริอู เป็นเวลาต่อเนื่องกันนานแสนนาน (แม้ช่วงหนึ่ง คุณนายจะปล่อยให้ผมดื่มด่ำคนเดียว โดยคุณท่านหลบไปดูซีรี่ย์เกาหลีอีกห้องก็ตาม หุหุ) ถึงขนาดไม่เชื่อว่า....
.
คอนเสิร์ตอลังการที่เรียกตัวเองว่า เป็นวงออร์เคสตร้านี้ จะมีผู้คนติดตามในรายการสดและรายการบันทึกมากมายปานนี้...
.
ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึง André Rieu และ The Johann Strauss Orchestra วงของเค้าที่มีรายการแสดงสดเฉลี่ยทุก 1 ใน 4 วันเป็นเวลาเกือบ 10 ปีเข้าไปแล้ว
.
ครับ ไม่มีใครนอกจาก อังเดร ริอู ที่เชื่อมั่นว่า การบรรเลงเพลงคลาสสิคกับวงออร์เคสตร้า ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่อง Serious Business-ขึงขังจังจริง ของ Exclusive Circle-สังคมเฉพาะกลุ่ม ที่ต้อง Snobbishness attached to-พกความเป็นผู้ดีแปดสาแหรกติดมาด้วย อย่างที่คิดเลย...
.
จึงไม่ต้องระวังโน่นนี่นั่นไปตลอดการแสดง ตั้งแต่การแต่งกายของนักดนตรีที่ต้อง ชุดดำทั้งชายหญิง วาทยากรต้องหน้าเข้ม ลีลาร้อนแรงคิ้วขมวดสุดโต่ง (อย่างเก่งแค่ยิ้มแสยะรับการปรบมือตอนเพลงจบ) เพื่อให้ผู้ชม ได้จินตนาการตัวเองว่า "ได้มาอยู่ในสังคมชั้นสูงนะเนี่ย" กลับบ้านทีทุกคนต้องรู้ว่า "นี่ไปปีนบันไดชมวงคลาสสิคมานะ จะบอกให้" 5555
.
เพราะอังเดร ริอู บอกว่า "I play for the people, it's there for everyone-ผมแสดงให้คนดู นี่คือดนตรีสำหรับทุกๆคน"
.
อังดร ริอู เชื่อว่า ไปคอนเสิร์ตต้องสนุก ต้องมีสีสัน และอยากทำอะไรที่ลึกๆในใจอยากทำบ้างให้สมกับการที่จ่ายค่าตั๋วแพ้งแพงไป...
.
ที่น่าสนใจก็คือ ผู้ชมแถวหน้าๆทั้งชั้น เกือบ 90% เป็นผู้สูงวัย ประเภทที่ในบ้านเราเห็นเฉพาะตาม ศูนย์วัฒนธรรมฯ และ โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง ทั้งนั้น คือ มีเงิน มีเวลา และหวนอดีตถนัดจนกุมมือกันแน่น หรือหลับตาพริ้มเป็นช่วงๆ แบบเดียวกัน.....แต่บ้านเรามีจรรยามารยาทในการแสดงออกในที่สาธารณะมิดชิดกว่าแยะ อิอิ
.
หลายคนเรียก อังเดร ริอู ว่าเป็นมือไวโอลินผู้มีชื่อเสียงระดับโลก แต่สำหรับผมและผู้ชมจำนวนมาก นิยมเรียกเค้าว่าเป็น เอนเทอร์เทนเน่อร์ นามระบือโลก มากกว่า เพราะ...
.
ความสามารถของเค้า ไม่ได้อยู่ที่การเป็นนักสีไวโอลินมือดีแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผู้บริหารการแสดง ผู้ดำเนินรายการที่โดดเด่นในคำพูดและเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมบ่อยครั้ง...
.
ถึงแม้ว่า...บทพูดบทแสดงส่วนใหญ่ของรายการเค้า จะต้องเป็นไปตามสคริปต์ที่ตระเตรียมไว้ จนหลายครั้งกลายเป็นมุกซ้ำๆกันก็ตามเช่น...
.
-- ช่วงแนะนำนักร้อง นักดนตรีแต่ละคน ที่เกือบ 95% เป็นคำซ้ำๆกัน (ก็แนะนำคนเดิมนี่เนาะ 555)
.
-- มุกตลกของนักดนตรี อาทิชายหนุ่มหอมแก้มกัน (เหวอ)... หญิงสาวมอบดอกไม้ให้ชายหนุ่มแล้วชายหนุ่มนำดอกไม้มากัดกินซะนี่ (อ้าว)...นักดนตรีชายเดินออกจากวงดื้อๆให้เหลือแค่นักดนตรีหญิง แล้วสุดท้ายก็กลายเป็น Dancers ออกมาทีหลัง (เฮ้ย) ฯลฯ
.
-- จู่ๆวงดนตรีก็เล่นเพลง Happy Birthday ซึ่งถ้าเป็นวันเกิดของคนสำคัญก็เป็นโอกาสให้เกียรติกัน แต่ถ้าไม่มี ก็อ้างว่าเป็นวันเกิดของคนแก่อายุ 99 ปีคนหนึ่งที่ไม่ได้มา แต่ถึงกระนั้น ทางวงก็มีของขวัญให้เป็นหญิงแสดงเป็นตุ๊กตาไขลานร้องเพลง พอลานหมดก็ต้องไขใหม่ แล้วอังเดรบอกว่า "ของไม่ดีอย่างนี้ Made in China (แสดงที่ไหนก็จะใช้ Made in ประเทศนั้นที่คนดูเค้าไม่ชอบ) แน่นอน" แล้วคนก็ฮา
.
--- อังเดร บอกว่า "ดนตรีเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข เมื่อเรามีความสุขหัวใจของเราจะเร่าร้อนจนสัมผัสได้ ไม่เชื่อลองคลำดูสิครับ...อ๊ะ อ๊ะ...คลำที่หัวใจตนเองไม่ใช่ของคนข้างๆเน้อ..."
.
-- มุกที่เล่นไปพักใหญ่ อังเดรก็บอกว่า ต่อไปเป็นเพลงสุดท้าย แล้วก็เถียงกับผู้ชมว่า Yes---No--- Yes---No--- Yes---No---Yes แล้วก็เล่นจนจบเพลง... แล้วก็...เล่นต่อไปอีกกว่าครึ่งชั่วโมงจนสุดจะหนำใจ
.
.
ซึ่งผู้ชมจำนวนหนึ่งแม้จะซึมซับกับมุกแบบนี้จนชิน แต่ก็อดหัวเราะฮาตามคนที่เพิ่งเคยเห็นไปไม่ได้ จึงกลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวง จนไม่อยากให้ราตรีมีอันสิ้นสุดไป
.
อังเดร ริอู เกิดที่เมือง Maastricht ประเทศเนเธอร์แลนด์ ณ วันที่ 1 ตุลาคม คศ.1949 ปัจจุบัน 69 ปี จากครอบครัว (ทั้งคุณพ่อและน้องอีก 5 คน) ที่เล่นดนตรีคลาสสิคทั้งหมด....
.
เค้าเริ่มเล่นไวโอลินตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และ ภรรยาคนเดียวผู้เป็นครูสอนภาษาชื่อ Marjorie Kochmann ที่อยู่กันมามากกว่า 43 ปี ปัจจุบันทำหน้าที่สำคัญของวงด้วยเป็นเกือบทุกอย่างในแบ็คกราวนด์.... ครอบครัวนี้ มีบุตรชาย 2 คน และ
.
อังเดร พูดได้ถึง 6 ภาษา คือ ดัทช์-Dutch (เนเธอร์แลนด์), อังกฤษ-English, เยอรมัน-German, ฝรั่งเศส-French, อิตาเลียน-Italian และ สเปน-Spanish ครับ
.
ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2008-2017) มีการแสดงสด เฉลี่ยปีละ 87 โชว์ โดยปีที่แสดงมากที่สุดคือปี คศ.2009 ที่มีถึง 112 โชว์ และปีที่แสดงน้อยสุดคือปี คศ.2013 และ คศ.2014 ปีละ 70 โชว์.......พูดง่ายๆก็คือ มีงานแสดงคอนเสิร์ตทุกๆ 4 วันครึ่ง ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่า จะสามารถลบสถิติของพี่แอ๊ด คาราบาวที่แสดงทุกวัน บางวันมากกว่า 1 รอบได้หรือไม่ แม้จะยิ่งใหญ่เพียงแค่เศษส่วนของความหะรูหะราของอังเดรก็ตาม
.
มีรายการหนึ่งในปี คศ.2013 อังเดรหัวร่ออย่างร่าเริงในงาน ณ บ้านเกิดของเค้าว่า แสดงมาแล้ว 30 ปี แสดงที่ Maastricht บ้านเกิดมา 5 ปีติดๆกัน (คุณพ่อของเค้าเคยเป็น วาทยากรของ Maastricht Orchestra) และปีนี้เค้า "ไม่ใช่คนธรรมดาแล้วนะ เพราะเป็น Grandfather ของหลานคนแรกเรียบร้อย"
.
ทีมงานของอังเดรเติบโตจาก สมาชิกนักดนตรีวง Johann Strauss Orchestra เพียง 12 คนในปี คศ.1987 มาเป็น ระหว่าง 80-150 คน (แล้วแต่ขนาดของงาน) มากกว่าเดิมเป็น 10 เท่าโดยประมาณ ซึ่งยังไม่นับฝ่ายอื่นๆอีกเป็นร้อยๆ
.
André Rieu and The Johann Strauss Orchestra จัดได้ว่า เป็นวงออร์เคสตร้าที่ Extravaganza-หะรูหะรามโหฬารลึก วงหนึ่งที่เดียว ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการแสดงมหาศาล ด้วยมีผู้เข้าชมมากมายหลายพันคน ทั้งๆที่รายละเอียดต่างๆของการแสดง ต้องดูจากจอยักษ์ 2 จอข้างๆเป็นส่วนใหญ่ ......แต่บรรยากาศที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งสิ สำคัญยิ่งนัก
.
นอกเหนือจากการชมอันแสนประทับใจจากแผ่นหรือจากเว็บได้มากกว่า 15 รายการ (และในยูทูปอีกมากมาย แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ของการถ่ายทำโดยมืออาชีพ) ผมได้คัดเลือกตอนสำคัญที่สุดแสนจะประทับใจมาตอนหนึ่ง อันเป็นตอนต้นของ คอนเสิร์ต Rose From The South เมื่อปี คศ.2010 มานำเสนอเพื่อนๆ ครับ :-)
.
รูปภาพ
.
ใช่ครับ ผมคิดถึง อังเดร ริอู จากการได้เห็นเพื่อน @Padya Wut โพสในเฟสบุ๊คตอนนี้นี่เอง แล้วก็อดขำไม่ได้จริงๆครับ เพราะเมื่อนั่งชมทีละตอนละตอนไปเรื่อยๆ ก็เจอมุกนี้หลายหนด้วยกัน
.
มุกที่ว่านี้คือ เค้าให้หน้าม้าแต่งกายด้วยชุดสีแดงมานั่งรวมกับผู้ชมคนอื่นๆ แล้วครู่หนึ่งก็มีคนแต่งชุดวัวกะทิงเข้ามา หลังจากจดๆจ้องๆครู่หนึ่ง เจ้ากะทิงก็เล็งไปที่หญิงชุดแดง พร้อมบุกเข้าขวิดใส่เหมือนกะทิงมาธาดอร์ จนหญิงชุดแดงต้องวิ่งหนีไปรอบๆ และมีการนำภาพขึ้นจอให้ผู้คนหัวร่อด้วย
.
ขอบคุณคุณบ๊อบมา ณ ที่นี่ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
เนเธอร์แลนด์ เราเคยไปมาแล้ว 8 วัน เมื่อ 22-29 มิถุนายน คศ. 2015 แต่ได้ไปเมืองสำคัญๆเพียง 5 แห่ง ในวงรีสีน้ำเงิน คือ Amsterdam, Haarlem, The Hague, Delft และ Rotterdam.....
.
ส่วน Maastricht บ้านเกิดของอังเดร์ ยังไม่เคยไป รวมทั้งเมืองน่าไปอีก 4 แห่ง คือ Utrecht, Arnhem, Fort Bourtange ในเมือง Groningen และ Giethoorn ในวงรีสีแดงด้วย ซึ่งหากต้องไปอีกก็เป็นการไปซ้ำประเทศ แต่ก็น่าจะถือเอาว่า.... ความสนุกย่อมสำคัญกว่าเรื่องใด เนอะ....
.
รูปภาพ
.
และ ลิงค์ goo.gl/mAZqJE นี้ คือรีวิวสรุปของคราวที่แล้วครับ
.
ยังมีลิงค์ละเอียดในรีวิว.... หนึ่งวันสราญสุข ณ หมู่บ้านกังหันลม goo.gl/xCu15H ....และ ...วันเดียวเที่ยว 4 หมู่บ้าน goo.gl/GSoG47 ....ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
คอนเสิร์ตนี้ คณะฯได้รับเชิญไปแสดง ณ ปราสาทไมเนา ในวาระเปิดอุทยานกุหลาบประจำปี บนเกาะ Mainau ที่ Lake Constance ประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นสมบัติของวงศ์ตระกูล Bernadotte ปัจจุบันบริหารโดยพระราชปนัดดา (เหลน) ของกษัตริย์ Gustaf V แห่งสวีเดน อันพระอัยกา (ปู่) ทรงดัดแปลงเกาะนี้ให้เป็นอุทยานบุปผชาติ-Flower Island of Mainau
.
ภาพใหญ่จะเห็นวงออร์เครสตร้า ซึ่งนักดนตรีหญิงล้วนแต่งกายด้วยชุดราตรีสโมสรหลากสีสันตามแบบฉบับ จนทำให้วงของอังเดรนี้ Lively-มีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
.
รูปภาพ
.
และนี่คือการแนะนำแขกผู้ทรงเกียรติโดยอังเดร ริอู ในตอนต้นของรายการดังนี้ครับ
.
ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ เป็นความมหัศจรรย์ยิ่งนักที่ทุกท่านมารวมตัวกัน ณ...เกาะอันงดงามของ ทะเลสาปคอนสแตนซ์ หรือ กุหลาบแห่งเมืองใต้ นี้.... และคอนเสิร์ตนี้จะชื่อ กุหลาบแห่งเมืองใต้ ได้ ก็ด้วยการแสดงบนเกาะนี้เท่านั้นแหละครับ
.
รูปภาพ
.
ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ เป็นความมหัศจรรย์ยิ่งนักที่ทุกท่านมารวมตัวกัน ณ...เกาะอันงดงามของ ทะเลสาปคอนสแตนซ์ หรือ กุหลาบแห่งเมืองใต้ นี้.... และคอนเสิร์ตนี้จะชื่อ กุหลาบแห่งเมืองใต้ ได้ ก็ด้วยการแสดงบนเกาะนี้เท่านั้นแหละครับ
.
รู้สึกปลาบปลื้มใจกันไหมครับว่า ที่นี่คือโลกสวยอันสมบูรณ์แบบ ด้วยอุทยานยิ่งใหญ่อุดมด้วยไม้พันธุ์นานาชนิด และที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่านั้น คือ เกาะนี้เป็นสมบัติของครอบครัวของท่านเอิร์ล แห่งตระกูล เบอร์นาด็อตต์ และบริหารโดยผู้เป็นพระราชปนัดดา (เหลน) ของกษัตริย์ กุศตาฟที่ 5 แห่งสวีเดน
.
รูปภาพ
.
ขออนุญาตแนะนำผู้นำของตระกูลปัจจุบัน ท่านเคาน์เตส เบ็ตติน่า....ท่านเค้าน์เตส จิต้า....ท่านเค้าน์เตส แซนดร้า...
.
(โปรดสังเกตการแต่งกายและอิริยาบทอันนุ่มนวลเป็นกันเองเหมือนคนธรรมดาสามัญทั่วไป)
.
รูปภาพ
.
ท่านเคาน์ บียอร์น....ท่านเคาน์ คริสเตียน...ท่านเคาน์เตส แคทธาริน่า....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Andre Rieu

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 13/10/2018 3:59 pm

รูปภาพ
.
นี่คือส่วนหนึ่งของ วงศ์ตระกูล เบอร์นาด็อตต์ ครับท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ
.
ทุกๆคิมหันต์ฤดู ครอบครัวนี้จะจัดงานราตรีสโมสร ณ ปราสาททรงบาร็อคอันอลังการนี้ ในชื่อว่า "งานกุหลาบสโมสร" ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ และมีคนดังของสังคมได้รับเชิญมาร่วมงานมากมาย
.
รูปภาพ
.
และนับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่วงดนตรีของผม ได้รับเชิญมาแสดงก่อนวันเปิดงานนี้
.
รูปภาพ
.
แล้วการแสดงก็เริ่มต้น ซึ่งนอกจากวงแล้ว ยังมีคณะนักเต้นรำมาร่วมวงด้วยเป็นสิบๆคู่หลายช่วง
.
รูปภาพ
.
สุดท้ายก็ต้องขอบคุณ ท่านเคาน์เตส เบ็ตติน่า ที่ท่านและพี่น้องของตระกูลดูแลรักษาเกาะนี้เป็นอย่างดี ซึ่งพวกเรารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่ง เพราะท่านทำให้ผู้คนนับล้านได้มีโอกาสเข้ามาชมและชื่นชมไม้ดอกอันงดงามเหล่านี้....ขอเสียงปรบมือให้กับครอบครัวตระกูล เบอร์นาด็อตต์ ด้วยครับ
.
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงการอารัมภบทที่ยิ่งใหญ่แต่เรียบง่ายจริงใจของอังเดร ริอู ...แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ก็คือ ...
.
ดูสิครับว่า มวลสมาชิกของวงศ์ตระกูลที่มีทรัพย์สินมากล้นมหาศาลเกิดหลายชาติก็ใช้ไม่หมดนี้ ต่างทำตัวสุดแสนจะธรรมดา ทั้งการแต่งกายและอิริยาบทต่างๆอย่างสามัญ หาความเจ้ายศเจ้าอย่างเหนือมนุษยมานาไม่ได้เลย.....
.
ช่างแตกต่างจากการแสดงออกของผู้คนในวงสังคมอย่างเหล่าไฮโซ ไฮเจ็ก ไฮซิ้ม ไฮแปะ ไฮอึ้ม ไฮเฮีย ไฮซ้อ ที่รวยจริงรวยปลอมทั้งปวงหลายคน อันเราได้พบเห็นเป็นประจำจนเอียนสายตาและแอบหัวเราะในใจอย่างสิ้นเชิง.....
.
ไม่แน่ใจจริงๆครับว่า หากพวกเค้าได้มีโอกาสชมคอนเสิร์ตชุดนี้ จะตระหนักบ้างหรือไม่ว่า บุคคลคุณภาพที่ยิ่งใหญ่จริงๆนั้น ก็คือบุคคลที่ทำตัวอย่างธรรมดาเป็นที่สุด นั่นเอง
.
รูปภาพ
.
ใช่ครับ....
.
ความเรียบง่าย คือความโดดเด่นหรูหราในบั้นปลายเสมอ
-- ลีโอนาร์โด ดา วินชี
(ปราชญ์อัจฉริยะหลายแขนง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลก)
.
และ
.
ในวันที่เราอ่อนน้อมถ่อมตัวเป็น ก็คือวันที่เราประสพความสำเร็จอย่างแท้จริง
-- นาวีน เจน
( เชื้อชาติอินเดีย CEO ของ InfoSpace บริษัทอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของโลกในยุคหนึ่ง)
.
.
.
หากหาดีวิดีการแสดงของ André Rieu และ The Johann Strauss Orchestra ไม่ได้ สามารถคลิกชมบางส่วนที่ชัดเจนได้ที่ลิงค์ goo.gl/DuYy1e ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/11/2018 7:40 pm

รูปภาพ
.
.
19 ตุลาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ goo.gl/WqX4Ce ครับ)
.
.
อัน อูเทร็ช (Utrecht) นี้เป็นเมือง นักศึกษา
จึงก้าวผ่าน อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) มา โดยไม่สน
เพียง 9 ยูโร 35 นาที มิต้องทน
ก็ถึงถิ่น ที่อยากยล มานานวัน
.
มาทริปนี้ ต้องทำไจ เป็นคนแก่
ยอมยักแย่ ยักยันเดิน เพลินสุขสันต์
ขอเที่ยวย่าน หมู่บ้านสวย เค้าโจษจัน
แวะสร้างฝัน กับธรรมชาติ ตลาดงาม
.
พัก 3 คืน ก่อนไปต่อ ยังเมืองใหม่
ที่ไม่ค่อย มีคนไป เที่ยวหรือถาม
ทั้งที่เป็น ประเทศรวย อุดม Charm
Luxemburg ถูกมองข้าม น่าเสียดาย
.
หลังจากนั้น ข้ามอีกประเทศ ไป สตราส์บวร์ก (Strasbourg)
เพื่อผนวก ย่าน อัลสาส (Alsace) ดั่งมาดหมาย
ค่อยๆย่ำ ค่อยๆย่อง ตามสบาย
มี 4 วัน เป็นไรไป ไม่กังวล
.
จากเมืองเล็ก ชายแดน ฝรั่งเศส
คืนกลับสู่ ดัทซ์ประเทศ อย่างใหลหลง
นาม มาสทริช (Maastricht) เมืองมหาลัย อย่าได้งง
คุณอังเดร (Andre) ริอู (Rieu) โค่ง เกิดที่นี่
.
ค้างเล่นๆ 3 คืนก่อน ไปโคโลญจ์ (Cologne)
ได้ห้อยโหน เยอรมัน ประเทศที่ 4
จากดงเบียร์ ไปเมืองอื่น ได้เยอะที่
แต่ส่วนใหญ่ ไปแล้วนี่ จะทำไง
.
งั้นต้องเว้น เอาไว้ก่อน ค่อยจัดการ
ไว้กลับบ้าน ตามกาล จึงขานไข
แต่คงไป ไม่ไกลแน่ ด้วยตั้งใจ
ต้องถูกกว่า ไปใกล้ๆ คือแจแปน (Japan)
.
สรุปคือ ทริปนี้ต้อง ถูกและสนุก
ไม่ซื้อพาสส์ (Pass) ให้พันผูก จนวิ่งแล่น
เที่ยวผ่อนคลาย เหมือนตอนอยู่ ทัวร์อิงแลนด์ (England)
หากแฟนๆ อยากตามรอย.... รอแป็บเดียว...เอ๊ย...
.
.
หากแฟนๆ อยากตามรอย เชิญที่ KMT ......โทร.02-6426865-6 ครับผม อิอิ
.
.
รูปภาพ
.
.
28 ตุลาคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
ผ่านไปแบบช้าๆ ของการเจาะทั่วๆในเมืองสวย 3 ประเทศ...
.
ผ่านมาแล้วครับ จาก Utrecht 3 วัน... Luxembourg 4 วัน.... Strasbourg, Colmar และ Riquewihr 4 วัน... ชนิดเดินมากๆ นั่งรถรางบ่อยๆ รถบัสพอเป็นพิธี เพราะฉะนั้น...
.
ไม่มีเวลาที่จะรีวิวหรือเขียนอะไรเยอะแยะอย่างเคยเลยครับ เพราะถึงที่พัก ศีรษะถึงหมอนก็หลับปุ๋ยไปเลย....
.
ใช่ครับ เที่ยวนี้ เราพักห้องแบบ 2 คนโดยตลอด มีเฉพาะที่ Luxembourg เท่านั้น ที่โรงแรมแพงเกิน จึงต้องพักของ Hosteling International ที่ชื่นชอบมาก่อน และชื่นชอบมากๆเที่ยวนี้ เพราะประเทศเล็กๆนี้ น่ารัก สวยงามที่สุดเท่าที่ผ่านมา แถมเป็นเมืองคนรวยอันดับสองของโลก ด้วยเหตุนี้...
.
วันหยุดสุดสัปดาห์ รถบัส รถรางฟรี ตลอดทุกสาย ตั้งแต่ ตี 4 ถึงเที่ยงคืน... ส่วนวันธรรมดานั้น คนละแค่ 4 ยูโร ต่อ 24 ชั่วโมง ดังภาพข้างล่างนี้ ซึ่งคนใช้เยอะมาก เพราะบ้านเมืองเค้าอยู่บนเขาและข้างล่างเขา (ผู้โดยสารท่านอื่นบอกว่า ไม่มีการแตะบัตร ไม่มีการตรวจตั๋ว ซื้อก็ได้ ไม่ซื้อก็ได้ แต่ไหนๆเราเหยียบแผ่นดินเค้าแล้ว ขอซื้อดีกว่า เพราะถูกมากครับ อิอิ) เอาไว้กลับบ้านแล้วจะรีวิวอย่างละเอียดนะครับ....
.
สั้นๆตอนนี้ ขอเรียนเพียงวา ประเทศ Luxembourg นี้ ห้ามค้างต่ำกว่า 2-3 คืนเด็ดขาด เพราะส่วนตัวปลื้มมากๆที่เลือกพักถึง 4 คืนด้วยกันครับ
.
การเดินทางของเรายังไม่จบสิ้นครับ ยังเหลืออีกหลายวัน แล้วมีเวลาจะค่อยๆนำเสนอนะครับ เพราะรูปเยอะมากกกกกก แหะ แหะ...
.
ขอบคุณที่ติดตามตลอดและขอให้มีความสุขกับทุกอย่างที่ ประเทศกูมี ดีๆ นะครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
Utrecht วันแรกที่ถึงในยามเย็น
.
รูปภาพ
.
Utrecht by night แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งยอดนิยม ของเนเธอร์แลนด์
.
รูปภาพ
.
Luxembourg เมืองน่ารัก ผู้คนน้อย เที่ยวสบาย บัตร Transportation มีทั้งฟรี weekend และ ถูก weekdays แถมไม่ต้องห่วงจะถูกปรับด้วย ทั้งๆที่ติดป้ายว่า ไม่มีตั๋วปรับ 150 ยูโรก็ตาม :-)
.
รูปภาพ
.
Luxembourg และเมืองอื่นๆ ทันสมัยใช่ย่อย เตรียมต้อนรับฮาโลวีนอย่างคึกคักเลยครับ
.
รูปภาพ
.
.
Year End Travel Day 15: Cologne-และแล้วก็มาถึง...โคโลญจ์
.
01 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
ยักแย่ยักยัน ตะลุยตะลอนตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม มาจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกาฯนี้ เราก็เดินทางมาแล้ว 15 วันพอดิบพอดี โดยเริ่มต้นจาก...
.
18-19-20 อูเทร็ช (Utrecht) 3 วัน
21-22-23-24 ลักซ์แซมเบิร์ก (Luxembourg) 4 วัน
25-26-27-28 สตราสบรู็ก (Strasbourg) 4 วัน
29-30-31 มาสทริชท์ (Maastricht) 3 วัน
.
โดยออกนอกเมืองไป 4 แห่งด้วยกันคือ โคลมาร์ (Colmar) ริคเวียร์ (Riquewihr) จาก สตราบรูก.....และ อาเคิ่น (Aachen) เอียร์เล่น (Heerlen) จาก มาสทริชท์ ครับ
.
และแล้ว เราก็มาถึงเยอรมันอีกครั้งหนึ่ง ณ เมือง โคโลญจ์ ที่เรายังไม่เคยแวะเยือนมาก่อนในช่วงเช้าของวันที่ 1 พฤศจิกายน อันนึกไม่ถึงว่าจะเป็นวันหยุดราชการ All Saints' Day-วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย ที่ไม่ว่าห้างร้านหรือหน่วยงานราชการทั่วไป ต่างหยุดทำงานกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น...
.
นับตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึงสนามบินโคโลญจ์ด้วยรถบัส Flixbus จาก Maastricht เนเธอร์แลนด์ ตอน 8.50 น. ถึงตอน 10.45 น. (แค่ 2 ชั่วโมงด้วยรถบัสข้ามประเทศ ค่ารถคนละ 8 ยูโร แหะ แหะ) ผมก็ต้องถามคนเป็นสิบ ร่อนไปโน่นนี่ คือจากสนามบินไปยังสถานีรถบัสข้างหลัง เพราะห้องบริการผู้โดยสารรถไฟ DB ที่สนามบิน ปิดทำการเสียดื้อๆ เครื่องขายตั๋วที่มีอยู่มากมายไม่สามารถจำหน่ายตั๋วแบบที่ตัวเองต้องการได้เลย....
.
เอิ๊บ...อย่าเพิ่งงงนะครับ ...
.
แบบว่า จากข้อมูลที่หามา เมืองโคโญจ์นี้ หากนั่งบัสมา ต้องไปจากสนามบินเพื่อเข้าเมืองด้วยรถไฟ และ ตั๋วรถไฟ+รถบัส+รถใต้ดิน (Train-Bus-Underground) แบบ เที่ยวเดียว คนละ 2.90 ยูโร ... ตั๋ววัน-Day Ticket ใช้ได้ 24 ชั่วโมงไม่อั้นเที่ยว ราคาคนละ 8.60 ยูโร ...ในขณะที่ ตั๋วสัปดาห์-Weekly Ticket ใช้ได้ 24 ชั่วโมง 1 สัปดาห์นั้นแค่ 25 ยูโร เท่านั้น (ไม่มีตั๋ว 2 วัน 3 วันครับ) ซึ่งนับว่าถูกมากต่อการท่องภายในเขตเมืองโคโลญจ์และตรงกับความต้องการของเราที่จะอยู่ที่นี่ถึง 5 วันเต็มครับ....
.
คราวนี้ การซื้อตั๋วจากตู้-Machine ต่างๆโดยไม่ซื้อจากห้องบริการผู้โดยสาร-DB Ticket Office นั้น ตั๋วสัปดาห์-Weekly Ticket จะกลายเป็นของแต่ละสัปดาห์ คือ วันจันทร์ จรด วันอาทิตย์ ไป...ซึ่งแบบที่มีจำหน่ายในตู้ตอนนี้ คือของ วันที่ 5 ถึงวันที่ 11 พฤศจิกา และ 12-18, 19-25 เท่านั้น ส่วนของวันที่ 29 ตุลา-4 พฤศจิกา ไม่มีครับ หรือถึงมีก็ใช้ไม่ได้
.
สรุปคือ ต้องไปซื้อ Koln Card 24 Hrs จากร้านขายของสะดวกซื้อในสนามบิน ราคา 9 ยูโร แทน เพราะกดแป้นในตู้แล้วกดอีก ก็ไม่มั่นใจว่า ตั๋ววันจากตู้จะใช่ตั๋ววันแบบที่เราต้องการหรือไม่ (ยังไงขอซื้อจากคน และได้รับคำอธิบายละเอียดดีกว่า) ซึ่งผลก็คือ แพงไป 2 คน .80 เซ็นต์ บ่อเป็นหยังครับ อิอิ
.
จากสนามบินเพื่อไปโรงแรมที่จองไว้นั้น เราต้องขึ้นรถไฟไปที่สถานีรถไฟ Hansaring ซึ่งอยู่เลยสถานี Dom Hbf หรือ Cologne Centraal Station ไปอีก 1 ป้าย ค่อยต่อ รถใต้ดิน-Underground สาย U15 ไปอีก 1 สถานี เพื่อลงที่ป้าย Christophstrabe/Media Park แล้วจึงเดินลากกระเป๋าต่ออีก 200 เมตร (เหมือนยากแต่ไม่ยากเลยครับ) ....
.
ซึ่งเราก็ได้ความช่วยเหลือจากครอบครัวคุณ คุณแม่-ลูก และ อาโกว-Auntie ชาวโคโลญจ์ที่เห็นยิ้มเผล่กับคุณนายในภาพนี้ ช่วยนำทางให้ตลอด... มีการเปลี่ยนขบวนรถให้เดินทางเร็วขึ้น 2-3 ขั้นตอนด้วยความรักใคร่ผูกพัน ทำให้เราได้เห็นความน่ารักของคนเยอรมันแบบสุดซึ้งอีกครั้งหนึ่ง หลังจากครั้งที่แล้วเมื่อ 2 ปีก่อนกว่าๆ ขอบคุณมากๆครับ เพื่อนใหม่...
.
เข้าที่พักระดับ 4 ดาวของโรงแรมที่จองมาราคา คืนละ 2850 บาทก่อนเดินทาง (ลองคลิกดูราคาเมื่อวานนี้ ปาเข้าไปคืนละ 4 พันเสียแล้ว โอ๋ยโหยย๋) คือ NH Collection Hotel Media Park... อย่างผ่อนคลายประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วเราก็ออกเดินทางกลับเข้าไปในเมือง คือ Center ที่สถานีรถไฟศูนย์กลางอีกครั้งหนึ่ง เพราะอยู่ติดกับ มหาวิหาร-Cologne Cathedral จุดท่องเที่ยวเด่นสุดของที่นี่ และบริเวณรอบๆที่เป็นเมืองเก่า กลางฝนเหยาะแผละๆ... เพื่อใช้ตั๋ววันที่ซื้อมาให้คุ้มจนถึง 11 โมงวันพรุ่งนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า.....
.
อ้อ..เพื่อหาอาหารติดมือกลับมาทาน ณ ที่พัก ไม่ว่าจะเป็นน่องไก่ทอด เบอร์เกอร์ แมคโดน้ลดิ์ และ Doner/Kebab ของชอบราคาไม่แพงเท่าที่หาได้ (เพราะซุปเปอร์ปิดหมด และร้านอาหารโรงแรมแพงเว่อร์) ด้วย
.
แหะ แหะ แล้วเราก็ได้ตั๋วสัปดาห์ที่สถานีรถไฟศูนย์กลางนี้ด้วย โดยสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 2 จนถึงวันที่ 8 ถึงเราจะไม่อยู่ถึงวันนั้นก็ตาม อิอิ.....แต่ตั๋วนี้ก็มีประโยชน์มากๆนะครับ เพราะสามารถไปกลับ Düsseldorf-ดุสเซลดอร์ฟ ในราคาไม่ถึงครึ่งด้วย ไชโย...
.
เพิ่งเข้าใจตอนนั้นเองครับว่า ที่ตั๋วสัปดาห์ในตู้ ไม่มีขาย 7 วันตามที่เราต้องการ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเป็นคนลงชื่อวันใช้และวันจบด้วยตนเองพร้อมแสตมป์และ เลาะเมี้ย (เซ็นชื่อกำกับ) นั่นเอง....เฮ่อ...ถ้าไม่ใช่วันหยุดเสียอย่าง ก็คงไม่มีปัญหาวุ่นวายร็อก และยังดีจริงๆที่ห้องบริการผู้โดยสารรถไฟตรง Cologne Centraal Station ไม่พลอยหยุดทำงานไปกับเค้าด้วย....
.
อึมม์ ขอโทษด้วยนะครับ ที่ข้อเขียนวันนี้ อาจจะเคร่งเนื้อหาไปหน่อย.... แต่เชื่อว่า จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนที่มาโคโลญจ์ครั้งแรกและอยู่มากกว่า 3 วันครับ
.
เอาไว้วันหลัง ค่อยลงรูปสวยๆจากโฟลเดอร์ที่มีเป็นกระบุงเป็นการตอบแทนละกัน นะ นะ นะครับ
.
ราตรีสวัสดิ์ และขอบคุณที่ติดตามครับ :-)
.

รูปภาพ
.
Stam Suanphloy
.
รบกวนพี่วุฒิแนะนำที่พักถูก ทำเลสะดวกที่ ลักเซมเบอร์ก และสตราบรูก ด้วยครับ
.
Wut Kate
.
ได้เลยครับ คุณตั้ม อรุณสวัสดิ์ครับ :-)
.
เมืองแรก ที่ Luxembourg City Hostel นะครับ ที่นี่ผมให้คะแนน 9.7 เลยครับ หักเผื่อไว้สำหรับ สว.อย่างเรา ซึ่งเดินทางชันขึ้นเพียงวันละครั้ง ความจริงเต็มสิบสบายครับ
.
ค่าที่พักห้อง 4 คน เตียงละเกือบพันบาท แต่หักอาหารเช้าบุฟเฟต์ที่อิ่มเอมมากสไตล์ Hosteling แล้ว ถือว่าถูกมากๆครับ
.
Luxembourg ห้ามพักต่ำกว่า 2 คืน (หมายถึง 2 วันเต็มๆ) นะครับ ไม่งั้นไม่เห็นอะไรที่ดีๆครับ
.
อยู่ที่นั่น ถ้าเป็นวันหยุด ไม่ต้องซื้อบัตรเดินทาง (จากคนขับรถบัส หรือ ตู้ตรงสถานีรถราง) เพราะฟรี.... วันธรรมดา คนละ 4 ยูโร หรือให้ซื้อ Luxembourg Card จากโฮสเต็ลก็ได้ ดีกว่า เพราะเข้ามืวเซียมต่างๆได้ทุกแห่งๆละ ปรกติ 5-7 ยูโร แต่บัตรรวมการเดินทางแค่ วันละ 10 ยูโรครับ บัตรที่ว่านี้ ต่อวัน ไม่ใช่ 24 ชั่วโมงครับ รถบัสวิ่งถึงเที่ยงคืน
.
ถึง Luxembourg นั่งรถบัสสาย 9 หรือ 14 ลงที่ ป้าย Plateau Altmünster หรือบอกคนขับว่าไป Youth Hostel ก็ได้ ....ลงรถแล้วเดินลอดใต้สะพานรถไฟแล้วเลี้ยวขวาสุด ลงเนินตามทางที่มีราวจับสีเขียว (ขวาสุดนะครับ อย่าไปตามฟุตบาทของถนน คนเดินผิดเยอะ รวมทั้งเราด้วย แหะแหะ) ครึ่งนาทีถึง โฮสเต็ล ที่ตั้งประจันหน้าเลย (เพราะเป็นขาลง 555) พนักงานทุกคนรู้จักเราดีครับ อิอิ
.
อาหารการกินมื้ออื่นๆ ซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต Auchan อยู่รถรางป้ายก่อนสุดท้าย Luxexpo 1 ป้าย ของสายเดียวที่มีครับ
.
อ้อ เที่ยวแถบนี้ อย่าลืมซื้อบัตรรายปีจาก Hi Hostel ตรงข้ามสำนักงานทรัพย์สินมานะครับ ได้ลดแทบทุกแห่ง และถ้าไม่มีถูกปรับต่างหากครับ
.
Stam Suanphloy
.
ขอบคุณมากครับพี่วุฒิ ผมกำลังดูๆYouth hostel เช่นกันเลย ได้รายละเอียดคำแนะนำเพิ่มในการนั่งรถไปที่พักและนั่งฟรีในวันหยุด ก็ดีเลยครับ ประหยัดเงินไปได้มาก เดี๋ยวจะจองที่นี้แหละ แล้วถ้าจะไปVianden นี้พอแนะนำการเดินทางให้หน่อยครับ
.
Wut Kate
.
ขอโทษด้วยครับ Vianden ไม่ได้ไปครับ แม้จะอยู่ไม่ไกล ก็เลยไม่ได้หาข้อมูลไว้ครับ เพราะเราแฮ้ปปี้กับ 4 วันที่มีกับเมืองนี้สมวัยแล้วครับ อิอิ
.
Luxembourg ได้ที่พักพร้อมอาหารเช้าเต็มที่แบบไม่แพงแล้ว ค่าใช้จ่ายอื่นๆแทบไม่มีเลยครับ
.
ส่วน Strasbourg พักที่ City Access Residence นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟเพียง 1-2 ป้าย และเดินนิดเดียว ผมยังไม่ได้เขียนรีวิว แต่คงให้เต็มสิบ ห้อง 2 คนคืนละประมาณ 1600-1700 บาท เค้ามี 2 สาขา ห่างกันบล็อกเดียวกันแค่ 200 เมตร
.
มาเรื่องที่พักสตราสบรู็กนะครับ...
.
ถึงเมืองนี้แล้ว ซื้อตั๋วเดินทาง Day Ticket 24 ชั่วโมงกับตู้ตั๋วข้างป้ายรถรางได้เลยครับ ...1 วันคนเดียว คนละ 4.50 ยูโร แต่ 2-3 คน ใช้ตั๋วใบเดียวรวมกันได้ ใบละ 6.90 ยูโรครับ คิดแล้วถูกกว่า Luxembourg เสียอีก ทั้งๆที่มีรถรางเยอะสายมากกก หุหุ
.
การไปโรงแรม City Access Residence ทั้ง 2 สาขาคือ City 1 หรือ City 2 จากหน้าสถานีรถไฟสตราสบรูก เลือกรถบัสสาย G ได้เลย นั่งไปป้ายเดียว ถึงป้าย Wilson ก็ลง แล้วถอยหลังเพื่อเดินหน้าตามถนนไปอีกบล็อกเล็กๆที่เป็นสี่แยก ก็เห็นสาขา City 1 อยู่ข้างในซ้ายมือแล้วครับ ส่วนสาขา City 2 ลงที่นี่แล้วเดินต่อก็ได้ หรือนั่งบัสสาย 10 หน้าสถานีรถไฟไป 2 ป้าย ลงที่ป้าย Travail แล้วเดินย้อนกลับไปนิดเดียวก็ได้ครับ
.
พักที่นี่ ไปกลับเช้าเย็น Colmar และ Riquewihr สบายครับ เพราะห่างแค่ครึ่งชั่วโมง
.
Stam Suanphloy
.
รออ่านรายละเอียดครับ ขอเพิ่ม วิธีเดินทางไป Colmar และ Riquewihr ด้วยนะครับ
.
Wut Kate
.
ส่วนการเดินทางไป โคลมาร์ นั้น เมื่อซื้อตั๋วรถไฟสาย Ter (รถธรรมดา) ไปกลับแล้ว ก็ไปแค่เที่ยวละ 25-35 นาที ได้ตลอดตั้งแต่เช้าถึงค่ำ มีแทบทุกๆครึ่งชั่วโมง......
.
จากสถานีโคลมาร์ เลี้ยวขวาไปท่ารถบัส ขึ้นรถสาย 160 ซึ่งมีออก 7.00, 7.40, 11.10, 12.10 ไป ริคเวียร์ ประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึง โดยรถจอดที่ City Hall ซึ่งข้างในมีบ้านสวยๆรองรับนักท่องเที่ยว ใช้เวลาชั่วโมงหน่อยๆก็เกินคุ้มเกินพอ เพราะขากลับมีเที่ยว 13.15 แล้วก็ 18.34 เลย (เฉพาะช่วงปิดเทอมอย่างตอนเราไป) ถ้าเปิดเทอม มีขากลับ รอบ 15.24 และ 17.15 ด้วยครับ
.
ของเราไปรอบ 11.10 กลับ 13.15 พร้อมนักท่องเที่ยวหลายชาติ สบายๆ แล้วกลับมาเที่ยวโคลมาร์ถึงค่ำ อ้อ..ค่ารถบัสไปกลับ โคลมาร์-ริคเวียร์ 2 คน 12.60 ยูโรครับ
.
ถ้าคุณตั้มยังไม่ไปปลายเดือนนี้ ผมกลับไปแล้วจะลงรูปและรายละเอียดให้ทั้งหมดครับ
.
Stam Suanphloy
.
ขอบคุณมากครับพี่ ผมไปปีหน้านู้นครับได้ตั๋วแระ เห็นพี่วุฒิลงรูปเลยรีบสอบถาม และตื่นเต้นนิดหน่อยด้วย ต้องขอบคุณพี่วุฒิอีกครั้งนะครับ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/11/2018 7:43 pm

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/11/2018 7:47 pm

รูปภาพ
.
รูปภาพbol('
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/11/2018 7:49 pm

.
รูปภาพ
.
Where have we been to-วันวารที่ผ่านมา
.
04 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ เผลอแพล่บเดียว เราออกจากเมืองไทยที่รักของเรามา 18 วันเข้าไปแล้ว เวลาผ่านไปราวปีกบินจริงๆครับ แม้การเที่ยวหน้าหนาว โลว์ซีซั่น จะมีวันเวลาสั้นมาก ชนิด 4-5 โมงเย็นก็เริ่มจะค่ำมืดแล้วก็ตาม...
.
แต่เราก็ได้เดินเยอะทีเดียวนะครับตั้งแต่เช้า สมความปรารถนาที่จะได้ลดน้ำหนัก เสริมสมรรถภาพร่างกายจริงๆ แบบที่ผมเคยเรียนว่า นี่เป็น "ทัวร์สุขภาพ" ชัดๆ
.
18 วันที่ผ่านมาเราไปที่ไหนบ้างนะหรือครับ?
.
คร่าวๆสำหรับเพื่อนๆที่ติดตาม ก็คือ
.
18-19-20 อูเทร็ช (Utrecht) 3 วัน
21-22-23-24 ลักซ์เซมเบิร์ก (Luxembourg) 4 วัน
25-26-27-28 สตราสบรู็ก (Strasbourg) 4 วัน
29-30-31 มาสทริชท์ (Maastricht) 3 วัน
1-2-3-4-5 โคโลญจ์
.
โดยออกนอกเมืองไป 5 แห่งด้วยกันคือ โคลมาร์ (Colmar) ริคเวียร์ (Riquewihr) จาก สตราสบรู็ก.....และ อาเคิ่น (Aachen) เอียร์เล่น (Heerlen) จาก มาสทริชท์ และสุดท้าย คือ ดุสเซลดอร์ฟ (Dusseldorf) 2 วันติดกัน ที่ไปจาก โคโลญจ์ เพียงแค่เที่ยวละครึ่งชั่วโมง และตั๋วไปกลับคนละ 10.10 ยูโรครับ
.
ณ วันนี้ ก็ขออนุญาตเรียนเพียงว่า...
.
เราสุขสบายดีครับ โดยเฉพาะเมื่อได้ที่พักที่ดีมากๆ เดินทางสะดวกเพราะมีรถรางแทบทุกเมืองที่ผ่าน ถ้าไม่มีก็มีรถบัส หรือรถใต้ดิน (Underground) +รถไฟ ที่คล่องตัวอย่างโคโลญจ์ และทุกแห่งมีตั๋ววันแค่วันละไม่เท่าไหร่ครับ
.
ถูกต้องแล้วครับ ทริปเดินทางสั้นๆง่ายๆหลายเมือง 4 ประเทศเที่ยวนี้ ดูเหมือนจะเสียงบค่าใช้จ่ายน้อยกว่าญี่ปุ่น (ที่ต้องใช้ JR Pass+Day Pass ต่างๆ) เพลินตามสไตล์เราจริงๆ แล้วยังไงค่อยว่ากันนะครับ
.
ใช่ครับ ตอนแรกเวลาแถบนี้ต่างจาก (ช้ากว่า) บ้านเรา 5 ชั่วโมง.... ทว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม เป็นต้นมา เค้าปรับยืดออกไปอีกเป็น 6 ชั่วโมงครับ....
.
อยู่ที่นี่เลยต้องเช็คนาฬิกาบ่อยๆ ไม่งั้นตกรถง่ายๆไม่รู้ตัว ยังดีที่มือถือปรับเวลาทันกาลเสมอในขณะที่นาฬิกาในรถบัสหลายเจ้ายังมะงุมมะงาหลาใช้เวลาเดิม (เป็นหน้าที่ของผู้โดยสารที่ต้องรู้เอง ว่าเข้านั่น) อยู่เลยครับ อิอิ
.
ขอถือโอกาสนี้ ลงรูปบางส่วนเป็นการเรียกน้ำย่อยละกันนะครับ ขอบคุณที่ติดตามตลอด และราตรีสวัสดิ์ครับ
.
ภาพนี้เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานของปราส่าท เบ็นฮาธ-Schloss und Park Benrath ในดุสเซลดอร์ฟ ครับ
.
รูปภาพ
.
วันเวลาผ่านไปราวธนูแล่นจริงๆนะครับ เพราะเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่เราลงเครื่อง ณ อัมสเตอร์ดัมแล้ว เราก็มุ่งตรงไปยัง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวชั๊วะ เพื่อสอบถามว่า ในเมืองเนเธอร์แลนด์นั้น สามารถใช้บัตรอะไรที่ลดราคารถไฟมากๆในช่วง ไม่เร่งด่วน-Off Peak บ้าง
.
ซึ่งก็ไม่มีสำหรับนักท่องเที่ยวครับ แต่มีเฉพาะชาวดัชท์เท่านั้น (นักท่องเที่ยวที่สนใจอาจสมัครขอบัตรลดรายปี ราคา 50 ยูโรได้ทาง Online แต่โอกาสที่จะได้ ไม่ง่าย (เค้าว่า) แถมต้องจ่ายค่าสิทธิ์ในการเดินทางครั้งละ 20 ยูโรเป็นต้นเมื่อใข้ไปด้วยทุกครั้ง จึงมีข้อดีเและเหมาะเฉพาะทางไกลๆ ... หนอย)
.
ซึ่งความที่เราใช้รถไฟไม่กี่เที่ยว ก็จึงไม่รู้สึกรู้สาอะไร มุ่งหน้าขึ้นรถไฟไปอูเทร็ชท์ทันที่ด้วยค่ารถแค่ไม่ถึง 9 ยูโร วิ่งครึ่งชั่วโมง มีรถออกทุก 15-30 นาทีครับ
.
รูปภาพ
.
ที่สตราสบรู็ก น่าจะมีงาน ฮาโลวีน เขย่าขวัญกันในคืนวันที่ 31 เป็นแน่ เพราะแค่วันที่ 28 หมู่ปีศาจก็ปรากฏตัวให้เห็นตามจุดต่างๆไปทั่วๆแล้วครับ จึงไม่ต้องสงสัยว่า คงจะมีความสนุกสนานกันเพียงไร ในอุณหภูมิ 4 องศาตอนเย็นย่ำสนธยานะครับ
.
น่าเสียดายที่เราไม่อยู่ที่นั่นในคืนนั้น จึงไม่ทราบว่าพลาดอะไรไปบ้าง หุหุ
.
รูปภาพ
.
การลงรถรางเพื่อเดินย้อนไปยัง บ้านสวย ที่เห็นทางหน้าต่างนั้น ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยครับ ถ้าอากาศจะหนาวซัก 5-6 องศาเพียงอย่างเดียว ว่าแต่...
.
ทำไมต้องมีฝนพรำในอุณหภูมิยามบ่ายกลายเป็น 4 องศาด้วยอ่ะ....หนาวสั่นไม่เป็นหรือไงจ๊ะ คนสตราสบรู็ก.....ธ่อ
.
รูปภาพ
.
[LEFT][FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff]อยู่เมืองมาสทริชท์ เมืองมหาวิทยาลัย ทว่ามีปราสาทมากหลายให้ชื่น[/HIGHLIGHT][/FONT][/LEFT][LEFT][FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][/FONT][/LEFT][LEFT][FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff]ชม....

[/HIGHLIGHT]
[/FONT]
[/LEFT]
[LEFT][FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff].[/HIGHLIGHT][/FONT][/LEFT]
[LEFT][FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff]แต่ปราสาทเล็กๆแห่งนี้ รถราไปไม่ถึงครับ ต้องเดิน เดิน เดิน เดิน ลูกเดียวเลียบแม่น้ำไปประมา[/HIGHLIGHT][/FONT][/LEFT][LEFT][FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][/FONT][/LEFT][LEFT][FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff]ณ 20-30 นาทีขาไป และขากลับแค่ 15 นาทีเมื่อรู้ทางรู้ที่แล้ว[/HIGHLIGHT][/FONT][/LEFT]
[LEFT][FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff].[/HIGHLIGHT][/FONT][/LEFT][LEFT][FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff]
[FONT=inherit]ครับ ที่นี่มีคนรู้จักปราสาทนี้ก[/FONT][FONT=inherit][/FONT][FONT=inherit]ันมาก แต่ไม่ค่อยเคยมีใครไป เพราะยังไงก็เข้าไม่ได้ ได้แค่ชะเง้อด้านหน้า และชะโงกด้านหลัง หรือมองลอดรั้วประตูเข้าไป.[/FONT][FONT=inherit][/FONT]...
.
แต่สำหรับเรา ยังไงก็ต้องไปครับ

.
[FONT=inherit]ไปแล้วก็ปลื้มใจเป็นที่สุดท[/FONT][FONT=inherit][/FONT][FONT=inherit]ี่มีความพยายามมากพอ และเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่[/FONT][FONT=inherit][/FONT][FONT=inherit]า แข็งแรงจริงๆ อีกทั้งคนดัทช์ตลอดทางที่ผ่[/FONT][FONT=inherit][/FONT][FONT=inherit]านเจอและซักถาม ก็ช่างน่ารักสุดจะเอื้อนเอ่[/FONT][FONT=inherit][/FONT]ยพรรณนาแท้ๆ .
.
[FONT=inherit]แต่....ปราสาทอะไร ไว้ค่อยบอกกันยาวๆเมื่อกลับ[/FONT][FONT=inherit][/FONT]บ้านแล้วนะครับ อิอิ
.[/HIGHLIGHT]
[/FONT]
[/LEFT]
รูปภาพ
.
ที่อื่นเค้าฮาโลวีนกันกระหน่ำ แต่ที่มาสทริชท์นี้ ปัดโธ่ ตามร้านรวงก็มีฟักทองและหุ่นผีประดับประดามากหลาย รวมทั้งร้านดัง So Low เจ้ากะฉ่อนเรื่องของถูก ก็มีหุ่นผีจำหน่ายหลายร้อยแบบด้วย แต่.....
.
คืนวันที่ 31 ไม่ยักกะมีงานอะไรเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้เลย ทว่า ดันผ่ามีนักท่องเที่ยวจากเบลเยี่ยม เยอรมัน มาเที่ยวกันกระหึ่มเพราะเป็นวันหยุด All Saints' Day ของเค้าซะงั้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาช้อปที่นี่เพราะเยอรมันเค้าหยุดปิดร้านกันหมดครับ
.
โดยสรุป ผีๆที่นี่น่ากลัวใช่ย่อย แต่เฉพาะในร้านนะคร๊าบ ท่านผู้โชม 55555
.
รูปภาพ
.
ใครว่า มาสทริชท์ไม่มีอะไร ผิดไปแล้วล่ะครับ.....
.
เพราะอย่างน้อย ดาราตัวเอก ของ Alexandre Dumas (นักประพันธ์ที่ นักโทษคนหนึ่งในหนังเรื่อง Shawshank Redemtion บอกกับพระเอกตอนจัดหนังสือในห้องสมุดว่า "นาย งั่ง-Dumb Ass นี่เป็นใครอ่ะ" เมื่อเห็นนามสกุล Dumas ฮ่าฮ่า) ในเรื่อง The Three Musketeers-สามทหารเสือ คือ ดาร์ตาญัง-D'Artagnan ก็มีรูปปั้นงามสง่าอยู่ที่อุทยาน Aldenhof Park ด้วยล่ะครับ....
.
เดินไกลที่เดียวกว่าจะเจอ แม้จะไม่มีคู่หูอย่าง Athos, Aramis, และ Porthos อยู่ร่วมก็ตาม
.
เพราะอะไร? เรื่องจริงมีนะครับ แต่ขออุบเอาไว้ก่อน อิอิ
.
ด้วยวันนี้ เรามี สามทหารเสือมาร่วมถ่ายภาพด้วยอย่างน่ารักเกินบอกใคร ไม่งั้น ดาร์ตาญัง จะตีสีหน้าเขิลล์ๆอย่างที่เห็นหรือครับ 5555
.
รูปภาพ
.
และแล้ว วันหนึ่งเราก็ได้ Day Trip จาก โคโลญจ์ไปยัง Dusseldorf ที่อยู่ไม่ไกลแค่ครึ่งชั่วโมงถึง แต่บรรยากาศต่างกันราวหน้ามือหลังมือ เพราะนักท่องเที่ยวตรึมกว่าหลายเท่า... และผู้คนดูยิ้มแย้มร่าเริง ไม่ว่าจะเห็นที่ริมน้ำหรือตามแหล่งบันเทิง ถนนคนเดินก็ตาม กระทั่ง เราต้องไปอีกเป็นครั้งที่สองด้วยติดใจ คือเที่ยวดุสเซลดอร์ฟถึง 2 วันแบบไปเช้าเย็นกลับครับ
.
ระหว่างเดินเพลินๆที่ถนนคนเดิน ก็เห็นกลุ่มคนเดินตามสาวร่างโตฉับๆ และคุณเธอก็บรรยายฉอดๆๆๆพร้อมออกท่าทางไปทั่ว ชนิดเราเดินตามไปทัน....
.
ผมก็เลยร้องตะโกน "Madam, please slow down a bit, we are from Thailand and we need to have photos with you-ช้าก่อนคุณนาย อย่าไปเร็ว เรามาจากประเทศไทย และอยากถ่ายภาพกับคุณอ่ะ"
.
เธอสะบัดหน้าเล็กๆ หันมาบอกแบบงอนๆว่า "Alright, but we're in a hurry, you must speed up-ก็ได้ ก็ได้ แต่คุณต้องเร็วหน่อยนะ" เล่นเอาทั้งกลุ่มหัวเราะร่วน แล้วเธอก็โพสท่าโน้นท่านี้ให้คุณนายนักโพสได้ยิ้มเผล่อย่างที่เห็น ท่ามกลางความชอบใจของคณะเป็นที่ยิ่ง...
.
ขอบคุณมากๆครับ คุณน่ารักจริงๆ
.
รูปภาพ
[LEFT].[/LEFT][LEFT]5555 แล้วก่อนขึ้นรถไฟกลับในคืนแรก เราก็บุญหล่นทับ เมื่อคุณนายผ่านร้านรองเท้า ที่มีหญิงสาวยืนกวักมือแจกคูปองหน้าร้านให้ บอกทุกคนว่า "เอาคูปองนี้ไปแสตมป์ที่เครื่อง แล้วจะมีสลากออกมาว่า เราจะได้ส่วนลดตั้งแต่ 5 ยูโรถึง 20 ยูโร เมื่อซื้อรองเท้าที่ร้าน หรือหากโชคดีจะได้ถึง 100 ยูโรเชียวนะ..."
.
ไม่ยาก เล่นไม่ยากครับ สำหรับคุณนายเคท เพราะถ้าได้ลดน้อย จะไม่ซื้อก็ได้นี่เนาะ แต่...
.
จ๊ะเอ๋ ....ในขณะที่คนอื่นๆได้กันแค่ 5 ยูโร 10 ยูโร ของคุณนายเคท กลับได้ถึง 100 ยูโร แจ็กพอตแตกพอดี ก็เลย ก็เลย...
.
ใช้เวลาหารองเท้าที่เหมาะ เป็นยี่ห้อ Ecco ที่ชื่นชอบมาในราคา 99.95 ยูโรมาฟรีๆ โช็ดโช้....
.
แล้วก็มาจูงมือฝาละมีที่นั่งรอหน้าบึ้งอยู่หน้าร้านไปถ่ายภาพกับมาดามเจ้าของ ได้ยิ้มแฉ่งจนได้....
.
แบบนี้ ไม่รักดุสเซลดอร์ฟแล้วจะไปรักแมวที่ไหนกัน จริงแม๊ะ....เหอ เหอ
.
รูปภาพ
.
ใช่ครับ อาหารประจำส่วนหนึ่งที่เราชื่นชอบเวลาท่องยุโรป ก็คือในร้านของชาวตะวันออกกลาง หรืออาหรับ ไม่ว่าจะเป็น ตรุกี อิรัก หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะไม่แพง และอิ่มโภชนาการ
.
วันนี้มาที่ร้านนี้ โดยดูอาหารของคนอื่นๆในร้านแล้วก็บอกเจ้าของร้านไปว่าเอาแบบเดียวกันแต่เป็นไก่ ไม่ใช่เนื้อ.... พร้อมกดแช๊ะไปเรื่อยๆ
.
เมื่อเจ้าของร้านนี้เห็น ก็เลยยกจานเด็ดของร้านที่กำลังจะไปส่งลูกค้า เรียกให้ผมช่วยถ่ายหน่อย....ได้เลยครับ แต่จานนี้ น่าจะให้เราแต่แรกนะ น่าทานใช่หยอก และเหมือนๆจะไม่ถึง 20 ยูโรด้วยนะ ใช่เปล่า.....
.
5555
.
รูปภาพ
.
Such Simple Beauty That Hardly Seems Real-หนึ่งวันใน กีธฮอร์น
.
07 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
แล้วก่อนกลับเมืองไทย เราก็มาจนได้ในเมืองที่ผู้คนนิยมกันนักกันหนาว่า สุข สงบ ร่มรื่น ชื่นหทัย แห่งหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ ....
.
ที่ไม่มีเสียงรถราในอาณาเขตใกล้เคียง การจะเข้าสู่บริเวณหมู่บ้านสวยเล็กๆที่ร่ำลือไปทั้งโลกถึงขนาดมีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละกว่าล้านคนนี้ ต้องเดิน เดิน เดินลูกเดียว....
.
หรือไม่ก็ นั่งเรือล่องนทีแบบอิเล็คตริกที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า...
.
หรือไม่ก็ ขี่จักรยานเอา หากหาเช่าได้...
.
เพราะที่นี่เค้าต้องการความเงียบสงบประสาบ้านๆ ทว่า....
.
สื่งปรารถนาจะเป็นจริงได้ ต้องไม่ใช่ฤดูซัมเม่อร์ ไฮซีซั่น และเป็นวันธรรมดาที่ไม่ใช่ วันหยุดสุดสัปดาห์ เสาร์-อาทิตย์ เท่านั้นอย่างวันนี้ครับ
.
ไม่เชื่อเปิดยูทูปด้วยคำว่า Giethoorn-กีธฮอร์น ที่แปลตรงตัวว่า เขาแพะ หรือ Goat Horn ดูสิครับ... อพิโถ อพิถัง ผู้คนไม่ทราบว่าแห่กันมาจากไหน ทั้งจีน แขก และฝาหรั่ง จนชาวบ้านส่วนใหญ่พร่ำบ่นจนปากเปียกปากแฉะ....ยกเว้น
.
คนทีทำรายได้จากการท่องเที่ยวเท่านั้น 5555
.
จะทำอย่างไรได้ล่ะครับ ในเมื่อคนหนึ่งอยากได้สันติสุขที่เคยมีเคยฝันอยากเป็น แต่อีกคนหนึ่งต้องการ เงิน เงิน เงิน เท่านั้น...หุหุ
.
ครับ การเที่ยวกีธฮอร์น ง่ายสุด คือไปจาก อัมสเตอร์ดัม เพราะมีทัวร์ออกทุกวัน ได้นั่งรถทัวร์และล่่องเรือรอบหมู่บ้านประกอบ แต่หนีไม่พ้นต้อเป็นส่วนหนึ่งของ มหาชน-Mass เพราะใครๆก็ทำกัน
.
ด้วยเหตุนี้ เราจึงออกจากโคโลญจ์มาที่ Groningen (ออกเสียงว่า โกลนนิ่ง) แทน เพราะไปจากที่นี่ แม้จะแพงกว่ากันหน่อย แต่ก็มีตั๋ววัน-Day Ticket ทั่วเนเธอร์แลนด์ ที่ใช้ได้ทั้ง รถไฟ+รถบัส+รถราง (เช่นที่อัมสเตอร์ดัม ฯลฯ) 1 วันเต็มในช่วง Off Peak-หลัง 9 โมงเช้าเป็นต้นไป ในราคาคนละแค่ 39 ยูโรครับ
.
ครับ เราออกจาก โกลนนิ่ง ไป Meppel (เมพเป้ล) ด้วยรถไฟ แล้วไปต่อรถบัสสาย 79+70 ไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ย่ำเท้าจรลีสู่หมู่บ้านกีธฮอร์น....
.
ได้สูดอากาศโอโซนบริสุทธิ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ณ อุณหภูมิ 12 องศาโดยประมาณ นานๆจะมีคนเดินตามหรือเดินสวนมาที...
.
ได้ล่องเรือชมรอบๆ 1 ชั่วโมง (คนละ 7.50 ยูโร) และเดิน เดิน เดิน อย่างฉ่ำชื่นใจเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง สิริรวมประมาณ 5 ชั่วโมงที่หมู่บ้านนี้...
.
ก่อนจะกลับด้วยรถบัสสาย 70 ต่อรถไฟที่สถานี Steenwijk (สะทีนจิค) และ Meppel 2 ต่อ ถึงที่พัก ที่ Groningen ราว 17.40 และใช้บัตรเดียวกันเที่ยวรอบศูนย์กลางเมือง Centrum) ด้วยรถบัสสาย 4 ก่อนจะทานอาหารเย็นเมื่อฟ้ามืดตึ๊ดตื๋อตอน 6 โมงครึ่ง และเข้าที่พักราวทุ่มครึ่ง....เพื่อมารายงานเบื้องต้นให้เพื่อนๆรับทราบตามนี้ครับ
.
ถูกต้องแล้วครับ รายละเอียดพร้อมรูปภาพคงต้องรอวันหลัง แล้วอีกไม่กี่วันที่เหลือ เราจะไปที่ไหนต่อ ค่อยว่ากันนะครับ...
.
อีกครั้งครับ ไม่ต้องถามให้เสียเวลาว่า "กีธฮอร์น น่ามาหรือเปล่า?" เพราะหากพลาดที่นี่แล้วละก็ คงไม่ต้องไปสรรหาหมู่บ้านสวยๆ งามๆ เงียบๆ สงบๆ ที่ไหนในโลกอีกแล้วล่ะครับ
.
ขอบคุณที่ติดตามและราตรีสวัสดิ์ครับผม :-)
.[/LEFT]
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 15/11/2018 5:56 am

รูปภาพ
.
Amsterdam Airport Schiphol-อัมสเตอร์ดัม...เพียงแค่นี้ที่ได้เห็น
.
9 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ ถูกต้องแล้วครับ ถึงจะมาเนเธอร์แลนด์จากเมืองไทยเป็นรอบที่สอง และรอบนี้เข้า-ออก ประเทศนี้เป็นว่าเล่นถึง 3 ครั้ง 3 ครา (จาก Utrecht ไป Luxembourg...จาก Starsbourg กลับ Maastricht จาก Maastricht ไป Cologne และ จาก Cologne กลับ Groningen) แต่ก็เป็นความตั้งใจของเราแล้วล่ะครับว่า....
.
ยังไงเสีย ก็คงไม่ไปเที่ยวเมืองหลวงอัมสเตอร์ดัมอีกเป็นแน่ เพราะครั้งก่อนได้อยู่เจาะลึกไปทั่วๆแล้วถึง 5 วัน 5 คืนเต็ม ขืนไปอีกก็ไม่ทราบว่าจะไปที่ไหน 555
.
เหตุผลอีกประการหนึ่ง ก็เกี่ยวเนื่องกับเรื่องค่าโรงแรมโดยเฉพาะครับ เพราะหากพักใจกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม ในห้องเตียงสองคน ซึ่งหนีไม่พ้นว่าคงเป็นโรงแรมแน่ๆ คงจุกอกตายกับค่าที่พักคืนละ 4-5 พันบาทชัวร์...และนั่นก็คือสาเหตุที่ลงเครื่องปุ๊บ เรามุ่งหน้าไปพักที่ Utrecht ปั๊บ โดยไม่สนที่จะพักในย่าน Centrum-ศูนย์กลางเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย...
.
และเมื่อใกล้จะถึงวันกลับที่จำเป็นต้องค้างคืนอัมสเตอร์ดัมเพื่อบินกลับบ้านอย่างหนีไม่พ้น เราก็ตัดสินใจขอพักที่ Best Western Amsterdam Airport Plus Hotel ที่อยู่ใกล้สนามบิน คืนละ 2,750 บาทแทน ซึ่งก็อย่างที่ทราบๆกันว่า จากสนามบิน สกิ๊ปโพล-Schiphol ของเนเธอร์แลนด์ ต้องใช้เวลานั่งรถไฟกว่า 50 นาทีเพื่อเข้าเมืองอีมสเตอร์ดัม ค่ารถไฟคนละ 6 ยูโรต่อเที่ยว....
.
จริงเด่ะ?...สงสัยใช่ไหมครับว่า งั้นค่ารถเข้าเมืองไปกลับแต่ละวันมิกินตายหรือ? ไหนจะค่าตั๋ววันภายในเมืองซึ่งไม่หนี 6-7 ยูโรอีกล่ะ?
.
จริงครับ น่าจะแพงอยู่ไม่น้อยเลย ทว่า...
.
อ๋อ.... ตั๋ววันจากสนามบิน ที่รวมรถไฟ+บัส+รถราง+สารพัดการเดินทางมีนั้น เค้ามีแบบไม่อั้นต่อวัน (ถึงตี 4 เช้าของอีกวัน) เหมิอนกันครับ วันละ 16 ยูโร จะขึ้นรถซักกี่เที่ยวก็ได้ซึ่งฟังดูก็ถูกดีอยู่หรอกครับ เพียงแต่ใช้เวลา มากเกิน ในการเข้าเมืองคือเกือบชั่วโมง และราคากว่า 600 บาทต่อวันนี่ไม่เบาเลยนะครับ แต่...
.
แหะ แหะ สำหรับเราไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ เราพร้อมจะพักโรงแรมดีๆข้างสนามบินในราคาคืนละ 2,750 บาทมากกว่า ด้วยถึงแม้จากแอร์พอร์ตไปโรงแรมที่ว่าต้องนั่งรถยนต์ไป 10 นาทีหน่อยๆ ค่ารถแท๊กซี่มีสิทธิ์ไม่ต่ำกว่าเที่ยวละ 15-20 ยูโรก็ตาม.... แต่ที่โรงแรมนี่เค้ามี รถบัสรับส่ง-Shuttle bus บริการระหว่างโรงแรมและสนามบินฟรีทุกครึ่งชั่วโมงทั้งขาไปขากลับตั้งแต่ เช้า 6 โมงครึ่ง จนถึงดึก 5 ทุ่มครึ่ง จะขึ้นซักกี่เที่ยวก็ไม่มีใครว่าครับ
.
แล้วอีกอย่าง...การนั่งรถไฟไปเมืองต่างๆในเนเธอร์แลนด์นี้ ก็ไม่เหมือนประเทศอื่น คือไม่ต้องเข้าเมืองแต่อย่างใด สามารถขึ้นรถไฟที่แอร์พอร์ตไปได้เลย อย่างเช่น Utrecht ที่เราไปตอนจากเมืองไทยมาที่นี่วันแรกนั่นแหละครับ แค่ครึ่งชั่วโมงถึง แถมค่ารถก็คนละ 8 ยูโรกว่าๆเท่านั้นเอง
.
โดยเหตุนี้ ทันที่ที่เราพัก Groningen (โกลนนิ่ง) 3 คืนเรียบร้อย โดยไป กีธฮอร์น-Giethoorn เสีย 1 วัน เช้าวันนี้ เราก็จับรถไฟมาที่สนามบินเลย โดยใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงนิดหน่อย ไม่ต้องผ่าน สถานีรถไฟ Centraal Station แต่อย่างใด...
.
และเมื่อขึ้นชัตเติ้ลบัสของโรงแรมนำสัมภาระไปฝากไว้ก่อนเช็คอินบ่าย 2 โมง เราก็กลับคืนมาสนามบิน ซื้อตั๋วรถไฟไปเมือง Leiden-ไลเด้น ดังใจปรารถนา ใช้เวลาไม่ถึง 25 นาที ค่ารถไปกลับคนละแค่ 12.60 ยูโร ก็ปร๋อที่เมืองนี้ตอนบ่ายโมงเล็กน้อย และเดินท่องเมืองสวยอีกแห่งนี้ก่อนกลับมาสนามบินเพื่อเข้าโรงแรมตอน 5 โมงครึ่งหน่อยๆ (แต่ฟ้ามืด) แล้วล่ะครับ...
.
ใช่ครับ ถูกกว่าดีกว่าเข้าเมืองไปอัมสเตอร์ดัมเยอะเลย...
.
เพราะฉะนั้น ไม่ว่ากันนะครับ ที่ทริปนี้เพื่อนๆจะไม่มีโอกาสชมรูปเมืองอัมสเตอร์ดัม (นอกจากสนามบิน) อีกแน่ๆ และป้าย I am sterdam ที่เห็น ก็เพราะเค้าบังเอิญมาตั้งอยู่ที่สนามบินพอดิบพอดีให้ได้กดแช๊ะแข่งคนอื่นๆเพียงแค่นี้แหละครับ
.
ยังครับ เรายังไม่กลับเมืองไทย...พรุ่งนี้ ก็จะไปเมืองสวยอีกเมืองที่ไม่ไกลมากและถูกกว่าเข้าอัมสเตอร์ดัมอีกเช่นเคย ส่วนจะเป็นที่ใด ขออนุญาตอุบเอาไว้ก่อนเช่นเคยครับ อิอิ
.
ณ ที่นี่ ขอเรียนแต่เพียงว่า...เมือง Leiden-ไลเด้น นี่งดงามน่าเที่ยวสมคำร่ำลือจริงๆ และดีมากที่เราไม่ได้ไปจาก อูเทร็ช-Utrecht เมื่อเดือนที่แล้วเพราะไกลกว่า หากเพื่อนๆยังไม่เคยแวะเยี่ยมเยือนละก็ ขอเรียนว่า ไม่มีคำว่าผิดหวัง ครับ
.
ขอบคุณที่ติดตามตลอดและราตรีสวัสดิ์ครับ :-)
.
รูปภาพ
.
Ending Of 25 Days Europe Trip-ปิดทริปที่ อาเม่อร์สฟรุท
.
10 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
ในที่สุด "ทริป 25 วันในประเทศเดิม+ประเทศใหม่ของยุโรป" ของเราก็มีอันสิ้นสุดลง และวันพรุ่งนี้ เราก็จะเดินทางกลับ กทม.เมืองไทยอันเป็นที่รักของเราแล้วครับ
.
ในวันสุดท้ายที่อยู่เนเธอร์แลนด์ ประเทศที่เราอยู่ยาวที่สุดในทริปนี้ (คือ 11 วัน) เราก็โชคดีมากๆที่ได้มีโอกาสไปที่ อาเม่อร์สฟุท-Amersfoort เมืองรองขนาดย่อมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน (แม้กระทั่งวิหารใหญ่ก็ถูกบอมบ์จากสงครามการเมืองจนเหลือเพียงหอสูงโด่เด่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองไป).....
.
และเป็นเมืองสวยอีกแห่งหนึ่งซึ่งเดินท่องสนุกมากในวันเสาร์ที่มีผู้คนมากกว่าวันอื่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวดัทช์ (น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนานาชาติมากัน ซึ่งว่าไปก็ดีไปอย่าง อิอิ) ทั่วบริเวณแหล่งท่องเที่ยว ถนนคนเดิน รวมทั้งตลาดวันเสาร์ จึงดูคึกคักเป็นพิเศษ ทั้งผู้ใหญ่และเหล่าเด็กนักเรียนที่คุณครูพาออกมาทัศนศึกษา แม้จะมีฝนพรำๆบางช่วงบางตอนก็ตาม
.
ไม่น่าเชื่อว่า อยู่ที่นี่มานาน เพิ่งมาเจอของดีที่ ไลเด้น-Leiden เมื่อวาน และ อาเม่อร์สฟรุท-Amersfoort วันนี้นี่เอง นั่นคือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ที่ไม่มีเนื้อสัตว์สองเท้าสี่เท้าเป็นส่วนประกอบเลย เพราะทั้งเบอร์เกอร์และจานต่างๆ ล้วนเป็นเนื้อปลาชุบแป้งทอดทั้งสิ้น ซึ่งนอกจากอร่อยมากแล้วยังแถมราคาถูกกว่าเนื้ออื่นๆ (ยกเว้นเนื้อกุ้ง และปลา เออร์ริ่ง-Herring เท่านั้น) คือจานเบ้อเริ่ม 10 กว่าชิ้นแค่ 6.50 ยูโร ทาน 2 คนอิ่มอร่อยปากเป็นที่สุุดครับ
.
เราเพลินกับเมืองนี้ไม่แพ้ที่อื่น และเชื่อว่าอีกไม่นานคงมีคนชาติต่างๆมาเที่ยวมากอีกแห่ง ซึ่งหากเพื่อนๆอยากลองของใหม่ของดีละก็ ที่นี่ก็เป็นอีกแห่งที่แนะนำได้ด้วยความภูมิใจครับ
.
เดินทางด้วยรถไฟขบวนเร็ว Intercity จากสนามบิน Schiphol เพียง 50 นาที (ใกล้กว่่าเข้าเมืองอัมสเตอร์ดัม) แต่ค่ารถสูงนิดๆ คือคนละ 21.15 ยูโรไปกลับ (ได้ทุกสายทุกเวลา ทุกครึ่งชั่วโมง) เราสองคนค่ารถไม่ถึง 1700 บาท ถือว่าไม่แพงครับ
.
รายละเอียดอื่นๆ ขอผลัดเป็นเมื่อกลับบ้านแล้วนะครับ
.
รูปภาพ
.
อย่างที่เรียนไปแล้วนะครับว่า ต่อจากโคโลญจ์ เราก็มาที่ Groningen-โกร์นิ่ง (คราวก่อนเขียนเป็นโกลนนิ่ง ขออภัยด้วย) และอยู่ที่นี่ถึง 3 คืนครับ
.
ภาพนี้เป็นในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเนื้อไก่ ที่จานเด็ดคือ Chicken Bucket-ไก่ถัง คล้ายๆของ KFC คือมีเนื้อไก่ชุบแป้งทอด นักเก็ต ปีกไก่+น่องเล็กชุบแป้งทอด รวม 20 ชิ้น 8 ยูโร ของร้านที่ไม่มีใครสนใจชื่อร้านว่า คือ Verse Patat เพราะอยู่ข้างๆห้าง Hema แฟรนไชส์เจ้าดังแห่งหนึงตรงถนนคนเดินครับ
.
เจ้าของชาวดัทช์ผอมสูงและลูกสาวสวย น่ารักมากๆ เอาใจลูกค้าเป็นที่สุด ชนิดซื้อ Take Away-ห่อกลับบ้าน เป็นต้องแซวว่า.... ทำไมไม่ทานที่ร้านเล่าคุณ ซ้อสหมดก็เติมได้ แถมของร้อนๆอร่อยกว่านา...จึงผูกใจลูกค้าได้มากมาย กระทั่งเริ่มขายเอาก็ตอนบ่ายแก่ๆแล้วเท่านั้น
.
ภาพข้างฝาที่เห็น เลียนแบบภาพ The Last Supper ของพระเยซูคริสต์เลย โดยนำเอาศิลปินที่ลาจากโลกนี้ไปแล้วมาลงแทน ซึ่งเพื่อนๆลองเดาดูนะครับว่าเป็นใครกันบ้าง (แหะ แหะ ผมรู้จักทุกคนเลยครับ เพราะวัยปูนนี้แล้ว อิอิ)
.
รูปภาพ
.
ภาพเต็มๆครับ
.
รูปภาพ
.
Groningen-โกร์นิ่ง เป็นเมืองที่นอกจากสวยงามตามคำนิยมต่างๆแล้ว ยังขึ้นชื่อติดอันดับโลกด้วยว่า เป็นเมืองที่มีคนขี่จักรยานสัญจรมากที่สุดในเนเธอร์แลนด์และยุโรปครับ เวลาเดินถนนจึงไม่ควรเผลอไปเดินในเลนที่เค้าแบ่งไว้เพื่อคนขี่จักรยานโดยเฉพาะ ยิ่งพวกนิสิตนักศึกษาวัยหนุ่มสาวด้วยแล้ว ขี่กันเร็วมาก ขนาดผมเองที่กดแช๊ะเร็วกว่าใครอื่น ก็ยังติดรูปคนขี่จักรยานตัดหน้าตั้งหลายสิบเปอร์เซ็นต์ เลยครับ
.
ภาพนี้ คือสถานีรถไฟ ซึ่งภายในงดงามประสาสถานีเก่ามาก ด้านหน้าจึงมี งานศิลป์ทันสมัยประดับประดาให้สมกับเป็นเมืองมหาลัยบ้างอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ภาพนี้เป็นวันเดินทางจากที่พักมายังสถานีรถไฟเพื่อเดินทางเข้าสนามบินสกิ๊บโพล อัมสเตอร์ดัม ที่พักของเรา...
.
ซึ่งขาไปเราลากกระเป๋าปุเลงๆเกือบ 10 นาที และดูที่ทางที่สะดวกกว่าตอนขากลับไว้แล้ว แต่เจ้ากรรม ฝนเกิดตกพรำๆเสียนี่ จึงต้องว่าแท๊กซี่ของคุณหลุยซ่า แม่บ้านคนขยันมาส่ง ในราคาเพียง 7.30 ยูโรตามมิเตอร์ แต่คุณนายให้เธอ 8 ยูโรเต็มครับ
.
รูปภาพ
.
ภาพภายในสถานีรถไฟ เป็นภาพของวันที่ 7 ที่เราไป กีธฮอร์น นะครับ เพราะวันที่ 9 ไม่ได้ถ่ายไว้....

ขอเรียนเพียงว่า การใช้ตั๋วรถไฟในเนเธอร์แลนด์สะดวกมากครับ โดยเฉพาะเมื่อซื้อตั๋วออนไลน์ ก็แค่โหลดตั๋วพร้อม QR Code เข้าเครื่องมือถือ แล้วเปิดให้คนตรวจตั๋วดูเท่านั้นก็จบครับ ...ที่สำคัญคือ หากเป็นหลัง 9 โมงเช้า จะขึ้นคันไหนก็ได้ทั้งวัน เพราะราคาเดียวกัน ซื้อแล้วไม่ไปก็รับเงินคืนได้ที่สถานี ก่อนวันเดินทาง แถมคนไม่ค่อยมีครับ ไม่ว่าไปไหน มีที่นั่งแน่นอน
.
รูปภาพ
.
วันที่ 9 พฤศจิกาฯ เมื่อถึงสนามบิน ก็ออกมาที่ลาน Shuttle Bus หมายเลข A9 เพื่อรอรถไปส่งโรงแรมตรง Schiphol Plaza ได้เลย รถมาทุกครึ่งชั่วโมง เช่นเดียวกับออกจากโรงแรมมาสนามบินทุกครึ่งชั่วโมงครับ
.
โรงแรม Best Western ที่เราพัก 2 คืนสุดท้าย อยู่เครือเดียวกับ Bastion Hotel ที่อยู่บริเวณเดียวกันครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือโรงแรมที่พักของเรา พร้อมห้องพักที่สุขสบายหายห่วงครับ
.
รูปภาพ
.
ภายใน ชัตเติ้ลบัส ที่เราใช้ทุกวันไปกลับสนามบิน มีที่วางสัมภาระกว้างขวาง มีป้ายบอกว่าเป็นบริการฟรี และรถออกจากโรงแรมและสนามบินทุกๆครึ่งชั่วโมงตามตารางครับ
.
พักที่นี่ ใครใช้แท๊กซี่ก็ต้องตรวจคลื่นสมองแล้วละครับ อิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 17/11/2018 6:12 pm

รูปภาพ
.
วันที่ 7 พฤศจิกายน อย่างที่เรียนไปแล้วว่า เราใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมงกับการท่องไปทั่วๆหมู่บ้านและนั่งเรือ 1 รอบ...
.
เดินไม่เหนื่อยครับ เพราะกดแช๊ะไปพลางๆ แถมเป็นวันธรรมดาที่ไม่ค่อยมีผู้คนด้วย จึงมีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้านตามหมู่บ้านมากมาย ซึ่งจะเล่าให้ฟังภายหลังครับ
.
ภาพส่วนใหญ่ได้เห็น 2 รอบ คือระหว่างอยู่ในเรือรอบนึงและตอนเดินถ่ายอีกรอบ (ซึ่งสวยกว่ากันถนัดกว่ากัน) ครับ
.
รูปภาพ
.
วันที่ 9 พฤศจิกายน ทันทีที่เอาสัมภาระฝากโรงแรมไว้เพื่อเช็คอินภายหลัง เราก็กลับมาที่สนามบิน จับรถไฟไป Leiden-ไลเด้น ทันที เพื่อเที่ยวเมืองทันสมัยแห่งนี้ให้เต็มอิ่มก่อนฟ้ามืด ซึ่งก็เต็มตื้นจริงๆครับ และเป็นเมืองหนึ่งที่บันทึกไว้ในความทรงจำได้นานแสนนานทีเดียว
.
ค่ารถไฟที่มีออกตลอดแทบทุก 10 นาที ถูกมากครับ เราสองคนไปกลับแค่ 12.60 ยูโรเท่านั้น
.
เมืองนี้ เหมาะแก่การเดิน เดิน เดิน อย่างเดียว รถประจำทางไม่จำเป็นครับ
.
รูปภาพ
.
ช่วงที่อยู่ไลเด้น มีโอกาสไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม คือ The Burcht-ป้อมคลังอาวุธ ที่อยู่บนเนินสูง ขึ้นไปข้างบนแล้วจะสามารถเห็นเมืองทั้งเมืองประมาณนั้น.....
.
แต่เราโชคดีกว่านั้นอีกครับ เพราะเจอคู่หนุ่มสาวมาถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้งกัน (เป็นคู่ที่สามของทริปนี้) อีกคณะ ก็จึงขอเก็บภาพร่วมกับคุณนายด้วย ซึ่งเค้าก็ดีใจเป็นที่สุดอีกวาระหนึ่งครับ
.
แหะ แหะ เวลามีไม่มาก ก็ลงรูปลงเรื่องได้เพียงแค่นี้เป็นเบื้องต้นครับ กลับบ้านแล้วค่อยว่ากันละเอียดๆ และยาวๆตรงๆเรื่องกันนะครับ
.
ขอบคุณที่ติดตามตลอดและพบกันใหม่ที่บ้าน...ราตรีสวัสดิ์ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 17/11/2018 6:15 pm

รูปภาพ
.
Peaceful Cities Information-ข้อมูลเมืองรอง เนเธอร์แลนด์
.
14 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
ประเดิมเริ่มแรก ก็เห็นจะเป็นเรื่องของข้อมูลละครับ แม้ว่าจะมีเพียงไม่กี่เมืองที่เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่จะไปประเทศแถบนี้เป็นรอบที่สองเป็นต้นไป (อย่างเรา) แต่ในฐานะเมืองรอง ขอเรียนว่าสนุกชิลล์ๆไม่ด้อยไปกว่าการไปเมืองใหญ่เมืองดังเลยครับ แถมค่าใช้จ่ายก็น้อยกว่ากันเยอะด้วย
.
รีวิวส่วนต่อไปนี้ จะเป็นของแต่ละประเทศครับ โดยหลังจากจบตอนแรก ที่ว่าด้วยการเดินทางจากประเทศไทยสู่เนเธอร์แลนด์แล้ว ผมก็ขออนุญาตนำเพื่อนๆไปสู่ การเดินทางไปเที่ยว หมู่บ้านไร้รถไร้ถนนของชาวดัทช์ คือ เมืองเขาแพะ-Giethoorn-กีธฮอร์น เสียเลยทีเดียว เพื่อจะได้เป็นประโยชน์แบบปัจจุบันทันด่วนหน่อย..ก็ใครต่อใครต่างก็อยากไปที่นี่นี่เนาะ
.
ทริป 25 วันนี้ ก็อย่างที่เรียนแล้วครับว่า เราใช้เวลาในประเทศเนเธอร์แลนด์มากกว่าใครเพื่อน คือเป็นจำนวนถึง 11 วัน (นับเฉพาะวันที่ค้างคืน) แล้วก็ถูกใจเป็นที่สุดครับ เพราะทั้ง 4 ประเทศที่ผ่านมา ดูเหมือนจะตรงตามที่ใครๆเค้าว่ากันคือ "คนดัทช์มีน้ำใจและอัธยาศัยไมตรีดีที่สุด" และ ฮอลล์แลนด์ (ในชื่อเดิม) นี้ น่าเที่ยวมากๆ เพราะการคมนาคมสะดวกสบาย เป็นประเทศที่ไม่ใหญ่ หนุ่มๆสาวๆไปกันได้อย่างน้อยก็วันละ 2 เมือง ที่สำคัญ...
.
หลังจากกลับมาแล้ว เราก็พบด้วยว่า..... ยังมีเมืองสวยๆ ดีๆ เงียบๆ ที่น่าไปเยือนอีกเยอะแยะตาแป๊ะไก่.... อย่างน้อยที่สุด ก็สวนบุปผชาติ Keukenhof (อันออกเสียงแบบอังกฤษว่า คือเคนฮอฟ หรือ คือเค่นน็อฟ แต่เสียงดัทช์คือ ขื้อข็อฟ อิอิ) ที่เรายังไม่เคยไปเบียดเสียดกับคนอื่นตามเทศกาลเลย...ดูท่าจะได้ไปประเทศนี้อีกรอบกระมัง ถ้ายังมีชีวิตอยู่ 5555
.
เบื้องต้น ก็ขอว่ากันเรื่องการเดินทางจากบ้านเราไปเนเธอร์แลนด์ อย่างที่เรียนนะครับ
.
ทำไมถึงไม่พัก อัมสเตอร์ดัม?
.
แหะ แหะ ตอบง่ายๆว่า เที่ยวนี้ ไม่มีจุดมุ่งหมายว่าจะเที่ยวเมืองหลวงของเมืองต่ำแห่งนี้เลยนะซิครับ และที่นอกเหนือกว่านั้นก็คือ เราอยากสบายๆตามคำบัญชาของคุณนายเคท และประสาเข้าสู่วัยใกล้อัสดงทั้งคู่ อ่ะครับ
.
ใช่ครับ หากพักโฮสเต็ลแบบนอนรวมกับคนอื่นหลายๆคนนั้น ค่าที่พักในอัมสเตอร์ดัม ไม่ค่อยแพงเท่าไหร่ .....เช่นคราวที่แล้ว เราพักที่ St Christophers Amsterdam Hostel เมื่อรวมอาหารเช้าที่แสนจะจุใจแล้ว จะถือว่าอยู่ในขั้น "ถูก" ก็ว่าได้ แถม ชีวิตราตรี-Night Life ของอัมสเตอร์ดัม ก็เหมาะแก่การตะลุยจน 3 ทุ่ม 5 ทุ่มอยู่ด้วย เที่ยวเสร็จเข้าที่นอนเลยก็สะดวกดี
.
ทว่า...เมื่อเราอยากพักสบายๆ ในที่ที่ไม่จุ้นจ้าน (เซ้นต์คริสโตเฟอร์โฮสเต็ลนั้น มีคนพักและคนเที่ยวหลายร้อยในแต่ละคืน เหมาะแก่การปาร์ตี้สมใจนักท่องเที่ยวฝาหรั่งเป็นที่สุด ส่วนนอกห้องพัก หนวกหูแค่ไหนไม่ต้องพูดถึงครับ) ก็หนีไม่พ้นต้องเป็นระดับห้องส่วนตัว-Private ที่เป็น Ensuite-มีห้องน้ำในตัว หรือโรงแรม ซึ่งเปิดทุกเว็บแล้ว เฉพาะใน ศูนย์กลางเมืองอัมสเตอร์ดัม หาราคาต่ำกว่า 4-5 พัน/คืน ยากกกส์ครับ แม้จะไปในช่วง โลว์ซีซั่นก็ตาม
.
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเอาวิธีที่ใช้ได้ผลมากในญี่ปุ่นมาเลียนแบบที่นี่....
.
นั่นก็คือ ที่ญี่ปุ่นนั้น แม้เราจะเลือกพักที่ Toyoko Inn ด้วยมีอาหารเช้าที่ชื่นชอบ ใกล้สถานีรถไฟ เดินทางสะดวก และห้องหับกระทัดรัดน่าดูชม เป็นหลัก แต่สำหรับนักเที่ยวที่ไม่นิยมจองห้องข้ามเดือนหรือข้ามสัปดาห์อย่างเรา ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยครับที่จะหาห้องในเมืองยอดนิยมทั้งหลายแหล่ได้....
.
และด้วยการคมนาคมที่แสนจะสะดวกสบาย เราก็เลยเลือกไปพักยังเมืองที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยสนกันแทน ซึ่งนอกจากจะเหมาะกับการค้างหลายคืน ราคาถูกคุ้มค่ารถแล้ว ยังสามารถเดินทางไปเมืองใหญ่ที่สนใจในเวลาไม่เกินชั่วโมงด้วย อาทิ Tomakomai... Ichinoseki...Osaka Tennoji Hospital...ฯลฯ
.
วิธีเดียวกันนี้แหละครับ เราจึงขอพักยังเมือง Utrecht ตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงเลย เพราะเดินทางแค่ครึ่งชั่วโมงด้วยรถไฟจากสนามบินและค่ารถไม่ถึง 9 ยูโรอีกต่างหาก ในขณะที่ที่พักราคาถูกกว่ากันเป็นเกือบครึ่ง
.
ความจริงอยากบินไปลง แฟรงค์เฟิร์ต-Frankfurt ด้วยซ้ำถ้าบังเอิญไม่เคยไปค้างมาก่อนถึง 4 คืน เพราะ Toyoko Inn เค้ามีสาขาที่เมืองเยอรมันนั่นด้วย....แบบว่า อยากรู้จังว่าจะแตกต่างกันกับในญี่ปุ่นแค่ไหน หุหุ
.
อ้อ...ทราบครับว่า ที่ผ่านมา ทั่วโลกเค้าฮิตที่พัก Airbnb กันแค่ไหน ทว่า..เรานิยมติดต่อเสวนากับแหล่งที่เป็นมืออาชีพ-Professional มากกว่า มีอะไรข้องใจหรือสงสัยใคร่รู้ ก็สอบถามได้ แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นนิดหน่อยก็ตาม
.
ตัวอย่างง่ายๆ ก็คล้ายๆกับที่เรานิยม Hostel มากกว่า Hotel นั่นเอง.... เพราะ Hostelworld เค้ามี รายละเอียดเส้นทาง-Direction แบบละเอียดจากนี่ไปโน่น จากโน่นไปนี่ ให้เลือกเดินหรือนั่งรถประจำทางไปสู่ได้ ในขณะที่ทั้ง Agoda และ Booking มีแค่ที่อยู่ทางไปรษณีย์ เจตนาให้ลูกค้านั่งแท๊กซี่ไปเป็นหลัก ทั้งๆที่หลายแห่งอยู่ไม่ไกล หรือไกล ก็มีรถสาธารณะไปถึงได้ อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
.
บินยุโรป น้อยครั้งที่จะเจอแบบบินตรง-Direct Flight (เคยบินรวดเดียวไม่ต้องต่อเครื่องโดยไม่แพง ครั้งเดียวตอนไปลอนดอนกับ Eva Air เท่านั้น) ส่วนใหญ่จะต้องไปต่อเครื่องอีกทีที่ ตะวันออกกลาง คือ ไม่ Emirate ที่ Dubai ก็ Qatar ที่ Doha หรือ Etihad ที่ Abu Dhabi (เจ้าหลังนี่ เสียงประกาศต้อนรับในเครื่องฟังน่ากลัวมากว่า อี-แท็ด อย่างที่ผมพยายามเลี่ยงๆแล้วนา อิอิ)
.
ทั้ง 3 แห่งล้วนใหญ่โตโอฬารจริงๆ เช่น ลิฟท์ขนคนขนาดยักษ์ที่ดูไบ...ตุ๊กตาหมียักษ์ ที่ โดฮา....ส่วน อะบูดาบี้ สิ่งที่จับตาผมมากที่สุด ก็คือโปสเตอร์ข้างฝา-Wallpaper ทุกด้านตลอดทางเดิน ที่เป็นภาพของคนหน้าตาดีๆจากวงศ์ตระกูลสูงส่งในชุดขาวสวมถึงศีรษะของชาวตะวันออกกลาง บ้างก็มีนกเหยี่ยวประกอบด้วย ซึ่งเห็นไม่เบื่อ ดูไม่น่ากลัวเหมือนก่อน แต่น่านับถือมากกว่า อย่างเช่นในภาพนี้ครับ
.
แหะ แหะ...การต่อเครื่องนั้น บางเที่ยวใช้เวลาสั้นมากคือแค่ชั่วโมงหน่อยๆ ซึ่งเจอเมื่อไหร่ เราเปลี่ยนเที่ยวบินตั้งแต่ต้นเลยครับ..... แบบว่า ส่วนตัวไม่นิยมการกระหืดกระหอบและหรืออาจมีการดีเลย์...... การใช้เวลา Transfer 2.30 ถึง 3 ชั่วโมงขึ้นไปนั้น คนอื่นอาจถือว่าเสียเวลาโดยใช่เหตุ แต่เราขอใช้เวลาที่มี นั่งเล่นอินเตอร์เน็ต (ปัจจุบัน ฟรีและต่อง่ายทั้ง 3 แห่งนี้) ดีกว่าครับ
.
ถูกต้องแล้วครับ.... ที่สามารถเก็บภาพในสนามบินได้ชิลล์ๆ สบายๆ ก็เพราะเรามีเวลามากๆนั่นเอง เหอ เหอ
.
รูปภาพ
.
ระหว่างรอต่อเครื่งที่อะบูดาบี้นั้น ผมสังเกตเห็นพี่คนนี้ นั่งคุกเข่าชาร์จไฟข้างเสาใส่มือถือและพูดไปด้วยเป็นชั่วโมงแล้ว ก็อดฉงนไม่ได้ว่า... ทำไมพี่แกถึงไม่ไปชาร์จแบ็ตที่ช่อง USB ที่มีข้างตู้คอมพิวเตอร์ที่ให้เล่นฟรีเป็นสิบเครื่องใกล้ๆกันนะ...
.
ทนเก็บความสงสัยไม่ไหว เลยเอามือถือตัวเองไปลองเสียบช่อง USB ของตู้คอมประดามีดู....ปรากฏว่า เสียบไม่ได้เลยซักอัน เพราะรูหลวมกลวงโบ๋ทั้งหมด....โชคดีที่ไม่ไปแนะนำเค้าก่อน ไม่งั้นคงดูไม่จืดเลยผม 555
.
บินช่วงโลว์ซีซั่นนี่ ได้ที่นั่ง Super First Class แทบทุกเที่ยวสมใจคุณนายเคทเลยครับ แถมดู Mask Singer Lai Thai (ที่อัดไว้ก่อน) ได้ด้วย ฮี่ฮี่
.
รูปภาพ
.
เห็นตัวเลขแล้วต๊กกะใจเลยครับว่า อัมสเตอร์ดัมมีประชากรแค่ 9 แสน ในขณะที่แต่ละปี มีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ถึงกว่า 1 ล้านคน....จ๊ากกก
.
โฆษณาขายซิมมือถือขนาด 7 กิ๊กแบบไม่จำกัด แค่ 15 ยูโรหรือ 600 บาทเท่านั้น น่าใช้จริงๆ แต่เราไม่เคยซื้อ เพราะอะไรหรือ?
.
เพราะสถานที่ให้ใช้เน็ตฟรีมีมากขึ้นเยอะเลยครับ เช่นในที่พัก และร้านแม็ค.... เคเอฟซี... ซุปเปอร์ฯ... และห้างต่างๆครับ...นอกจากนั้น การขาดการติดต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตและไม่มี GPS ในหลายๆครั้ง ทำให้เราได้โอกาสสอบถามจากผู้คนตัวเป็นๆ ได้เห็นอัธยาศัย น้ำใจ และได้รับความช่วยเหลือจาก Beautiful People ได้ทุกแห่งบนโลกนี้ แต่ไหนแต่ไรมาครับ :-)
.
โปสเตอร์ข้างฝาแนะนำ สวนหลวง Apeldoorn เพื่อให้เราได้สัมผัสโลกสีน้ำเงินในเนเธอร์แลนด์ช่วงเดือน เมษายน-กันยายน ด้วย...เดี๋ยว เดี๋ยว ขอบันทึกไว้ก่อนเน้อ
.
สอบถามศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทราบว่าตั๋วรถไฟในเนเธอร์แลนด์ไม่แพงอยู่แล้ว อย่าควานหาส่วนลดให้เสียเวลาเลย (ดูข้อมูลที่ goo.gl/2X8ZjZ ครับ)
.
ส่วนตั๋ววันหรือ Day Ticket นั้นมีอยู่แล้วดังนี้ครับ
.
24 ชั่วโมง ทุกยานพาหนะในอัมสเตอร์ดัม คนละ 7 ยูโร
48 ชั่วโมง 12.50 ยูโร
72 ชั่วโมง 17.50 ยูโร
96 ชั่วโมง 22.50 ยูโร
120 ขั่วโมง 27.50 ยูโร
.
ถ้ารวมเดินทางจากสนามบิน Schiphol ไปศูนย์กลางเมือง Amsterdam ด้วย (ถึงตี 4 วันต่อไป) ละก็
ต้องเพิ่มเที่ยวละ 5.30 ยูโร บวกตั๋ววันรวมสนามบิน เป็น
1 วัน 16 ยูโร
2 วัน 21 ยูโร
3 วัน 26 ยูโร
.
ถ้ารวมเดินทางไปไกลถึงเมืองอื่นในภูมิภาคด้วย
1 วัน 18.50 ยูโร
2 วัน 26 ยูโร
3 วัน 33.50 ยูโร
.
เฉพาะจากสนามบินไปโรงแรมด้วยชัตเติ้ลบัส
เที่ยวเดียว 17.50 ยูโร
ไปกลับ 28 ยูโร
.
รูปภาพ

.
ส่วนตั๋วรถไฟนั้น ทางศูนย์บริการฯไม่ได้ขาย ต้องไปซื้ออีกทีที่ตู้หรือกับห้อง Train Tickets & Services ที่อยู่ใกล้ๆเอง
.
โดยเค้าคิดค่าบริการ ตั๋วใบละ 1 ยูโร
.
ส่วนซื้อจากเครื่องไม่บวกค่าบริการ (แต่บางเครื่องไม่รับธนบัตรนะครับ ขอบอก)
.
ได้ตั๋วแล้ว ก็ลงบันไดเลื่อนไปตามชานชาลาที่ระบุเลย แต่...อย่าลืมแตะบัตรที่เครื่องสีเหลืองข้างๆก่อนขึ้นรถไฟและหลังลงรถนะครับ ไม่งั้นมีสิทธิ์ถูกปรับ เพราะตั๋วทุกวัน เดินทางเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งวันครับ
.
รูปภาพ
.
เที่ยวต่อไปสำหรับ อูเทร็ชท์ อยู่ชานชาลาที่ 3b ตอน 16.00 น. เมื่อดูป้ายเห็นมีชื่อ Utrecht ในแค่ 3 ป้าย ก็แสดงว่าแม่นแล้ว.....ส่วนสีน้ำเงินตัวอักษรขาวข้างล่าง คือเที่ยวถัดไป ที่จะขึ้นมาแทนเที่ยวนี้เมื่อไปแล้วครับ
.
ได้ที่นั่งด้านหน้าประตู ไม่ต้องดูวิว เพราะแค่ครึ่งชั่วโมง แถมมีหนุ่มสาวที่เพิ่งกลับจากเปรูบอกว่า "ไม่ต้องห่วง แป๊บเดียวถึง ลงป้ายเดียวกันด้วย..."
.
ถึงสถานีรถไฟอูเทร็ชท์ แวะถามเจ้าหน้าที่ Tourist Information ในสถานีครู่หนึ่งก็ออกมาข้างนอก และเดินตามเส้นทางไปสู่แท๊กซี่ เพราะคิดว่าไกล ...
.
ที่พักของเราอยู่ ถนน Nuede ที่ออกเสียงว่า นูเด้อ ไม่ใช่ นู้ด ครับ
.
ระหว่างถ่ายภาพหน้าสถานี ผมถือโอกาสถามทางพ่อหนุ่มดัทช์คนหนึ่ง เค้าบอกให้ "Straight-เดินไปเลยคุณ ใกล้นิดเดียว..." ผมชี้ให้ดูกระเป๋าว่า "หนักนา...เพื่อน..." เค้าบอกหน้าตาทะเล้นว่า "ก็กระเป๋ามีล้อไม่ใช่หรือ หนักเหนิกอะไรกัน..." คุณนายเคทก็เลยรับลูก "ไปกันเถอะป๋า เข็นไป...." 55555
.
รูปภาพ
.

เหมือนไกล แต่พอเลี้ยวขวาไปหน่อยเดียว ก็เป็นเส้นทางตรงแล้ว แถมมีวิวสวยๆที่ไม่ได้เห็นมานานจากศูนย์กลางเมือง-Center ให้ชมเรื่อยๆตลอดทางประกอบ อาทิ ตรงสะพาน ที่ไม่เพียงเห็นจักรยานจอดริมราวเป็นสัญลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์แล้ว ยังมีตึกหลากสีทรงสะดุดตาที่เป็นส่วนหนึ่งของห้างใหญ่ Hoog Catharijne เป็นฉากหลังด้วย
.
ถามทางหลายคนเหมือนกัน แต่สาวน้อยที่บอกวิธีได้ตรงเป๋งยอดเยี่ยมก็คือคนที่บอกว่า "เห็นรูปปั้นกระต่าย-See Rabbit Statue เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" ขอบคุณหลายแสนจร้า...
.
จริงด้วยครับ.... Utrecht เป็นเมืองของ Nijntje-ไน้ท์เจ หรือ Miffy-มิฟฟี่ ตัวการ์ตูนกระต่ายสาวที่มีชื่อลือลั่นไปทั่วโลก ของนักเขียนชาวดัทช์ชื่อ Dick Bruna ผู้มีบ้านเกิดที่เมืองนี้ในปี คศ.1927 และเพิ่งจากโลกนี้ไปเมื่อปีที่แล้วนี้เองในวัย 89 ปี
.
เดินช้าๆพักบ่อยๆ มองทางซ้ายไปครู่หนึ่งประมาณ 10 นาที ก็เห็นรูปปั้นกระต่ายสีดำแล้วครับ และแค่เห็นมุมตึกที่มีแบ้งค์ ABN-Amro อยู่ข้างๆ ก็เจอป้าย Stayokay อยู่ติดกัน ง่ายดีจริงๆ...
.
ปากทางเข้าประตูหน้า เป็นพรมสีน้ำเงินอักษรสีเหลืองเขียนว่า Eat Drink Sleep Repeat, See You On The 1st Floor-ดื่ม กิน นอน แล้วก็เริ่มใหม่วนไปเรื่อยๆ (ง่ายดีเนาะ ชีวิต?) แลเวเจอกันชั้น 1...
.
ร้ายจริงๆ.... มิน่า ถึงได้คะแนนรีวิวสูงเหลือหลาย เกินหน้าเกินตาชาวบ้าน...
.
ชั้นล่างของโฮสเต็ลเป็นที่ให้นั่งพัก มีลิฟท์ข้างๆ และตามฝาประดับด้วยของที่ระลึกต่างๆโดยมี ชุดของฝากสไตล์ มิฟฟี่ กระต่ายน้อยเยอะแยะ...แน่อยู่แล้ว ตัวเอง
.
ขึ้นไปแผนกต้อนรับที่ชั้นหนึ่งก็ชอบใจเป็นที่สุด เพราะเหมือนในรูปเลย คือ ใหม่ สะอาด ดีไซน์แปลกตา เป็นทั้งส่วนนั่งเล่นและร้านอาหาร...
.
รูปภาพ
.
มุมหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ รีเซฟชั่น มีสาวๆสวมเสื้อดำ ด้านหลังปักอักษรเหลืองว่าเป็น ไกด์นำเที่ยวที่พูดได้-Talking Travel Guide คอยต้อนรับผู้เข้าพักทั้งมวล เห็นแล้วนึกถึงคนที่อยากมีคู่ครองเป็นฝาหรั่ง จะได้มี Talking Dictionary-ดิกพูดได้ ประจำตัว ในยุคก่อนที่จะมีเครื่องแปลและมือถือเลย...555
.
สาวสวมแว่นที่ชื่อ จูดี้นี่ เก่งมากๆครับ รอบรู้ทุกเรื่องในอูเทร็ขท์ อะไรที่ไม่แน่ใจก็เปิดคอมหาให้ฉับพลัน แถมยังปริ้นท์เป็นกระดาษออกมาให้เราเพิ่อความเข้าใจตรงกันและง่ายๆด้วย...อีกสองสาวชื่อ รายูน่า และ เลาด้า ก็น่ารักไม่แพ้คนอื่นๆทุกคน ยินดีให้ความช่วยเหลือในทุกเรื่อง...
.
จ่ายค่าที่พักไป พร้อมโชว์บัตรสมาชิกของ Hostelling International (ที่ได้มาแบบขอปุ๊บได้ปั๊บ 2 ปี 460 บาทจาก Hi Hostel ตรงข้ามสำนักงานทรัพย์สินฯ เทเวศน์) ให้เค้าไป ได้ลด 15 ยูโรเกือบ 600 บาท ....แค่รายแรกก็เกินคุ้มแล้ว อิอิ
.
ข้างๆมีป้ายรายการต่างๆที่ทางโฮสเต็ลจัดให้ในราคาถูกและมีชา-กาแฟแถม พร้อมรายการประจำสัปดาห์ให้เราตระหนักเผื่ออยากจอยน์...สำหรับอาหารเช้า ก็คนละ 7 ยูโร แพงหน่อยแต่คุณภาพดีครับ
.
ห้องนอนของเรา ไม่ต่างจากโรงแรมดีๆ มีวิวด้านหน้าเห็นถนนใหญ่ชัดเจน....ถามจูดี้ว่า "ทำไมในห้องไม่มีแอร์หรือ?" เธอบอก "เย็นอย่างนี้ไม่จำเป็นมังคะ" ผมถามต่อเพื่อความรู้ "แล้วหน้าร้อนทำไงล่ะ?" เธอบอกอย่างกระตือรือร้น "เรามีพัดลมให้ค่ะ หรือคุณอยากได้ซักอันไหม" คุณนายเคทรีบสนอง "ดีเลย เพราะเรามาจากเมืองร้อน เข้าห้องปุ๊บเย็นปั๊บ ชอบชอบ".....
.
ไม่น่าเชื่อครับ ไม่ถึง 5 นาทีหลังเข้าห้อง เธอก็นำพัดลมใหม่เอี่ยมมาให้เลย...น่ารักมากกก Thank you Judy, you're sweet & efficient, Stayokay's lucky to have you.
.
รูปภาพ
.
ภาพนี้คือถนนด้านนอกจากห้องเรายามเช้า......
.
หน้าห้อง 405 ของเรา ซึ่งบริเวณนี้ไม่มีบัตรเข้าไม่ได้ แถมขึ้นลิฟต์ไม่ได้ด้วย...
.
ห้องอาหารที่สะอาดครบเครื่อง ผลไม้เปลือกลายๆเหมือนฝรั่งหรือมะม่วงคือ ลูกแพร์สด อร่อยมากเหมือน ชัวตังไล้เลย....ส่วนแยมและมาร์มาเลต มีกระทงให้ใส่ด้วย (ทำไมโรงแรมเมืองไทยไม่ยักใช้วิธีนี้ไม่ทราบ).....
.
พัดลมตั้งพื้นในห้องเรา และ
.
Kris รีเซฟชั่นที่น่ารักอีกคนครับ
.
รูปภาพ
.
สเตย์โอเค คือที่พักแห่งนี้ที่เราจองจาก Hostelworld ซึ่งสามารถยกเลิกได้ 2 วันล่วงหน้าแบบ Free Cancellation คนอื่นให้คะแนน 9 กว่าๆ เราขอให้เต็ม 10 ดังรีวิวก็แล้วกันครับ เพราะถูกใจจริงๆโดยเฉพาะทำเล ไปไหนมาไหนกลับมาห้องน้ำได้ทุกเมื่อไม่ยากเลย....
.
ที่สุดของที่สุดคือ สต๊าฟฟ์ของเค้าซึ่งไม่ทราบว่าอบรมมายังไงถึงกระฉับกระเฉงทุกคนเลย
.
ขอแนะนำสุดหัวใจครับ
.
รูปภาพ
.
โดยสรุป...ทริปนี้เป็นทริปเดินทางระหว่าง 4 ประเทศเป็นรูปวงรี ไปกลับอัมสเตอร์ดัม ที่ไม่ไกลกันมาก อย่างที่เห็น....
.
มีนอนบนรถบัส 1 คืน ตอนตี 1 ถึง 7 โมงครึ่งจาก สตราสบรู็ก ไป มาสทริชท์ เพราะรถบัสมีเที่ยวเดียว และเป็นการสลับบรรยากาศการเที่ยวแบบไม่สมบุกสมบันของเราด้วย ซึ่ง....
.
มีความสุขทุกวันครับ จากการตื่น 8 โมง เที่ยวทั้งวันและกลับไม่เกินทุ่ม 2 ทุ่ม...25 วันน้ำหนักผมลด 5 กิโล คุณนายเคท 3 กิโล เพราะทานน้อยเดินมากสุขภาพแข็งแกร่งสมใจ แต่......
.
กลับมาหลายวันแล้ว ป่านนี้ยังไม่กล้าขึ้นตาชั่งเลยครับ จุ๊จุ๊จุ๊
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 17/11/2018 6:21 pm

รูปภาพ
.
The Netherlands Most Charming Village-เมื่ออยากไปกีธฮอร์นแบบไปเช้าเย็นกลับ
.
18 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
กีธฮอร์น ชื่อนี้มีมนต์ขลัง?
.
อือม์...ฟังดูเหมือนแปลก แต่ Giethoorn นี้ Magical หรือ เสินฉี-神奇-ประหลาดกึ่งปาฏิหาริยฺ์ (ทำไมต้องมีภาษาจีนด้วย เดี๋ยวเฉลยเน้อ) และมีมนต์ขลังจริงๆครับ
.
เริ่มตั้งแต่ "ชื่อที่เขียนเป็นภาษาไทย" ที่ดูเหมือนผมจะเปิดเว็บดูข้อมูลเยอะที่สุดรองจาก "วิธีการไปสู่ Giethoorn" เพราะแทบจะไม่มีใครเขียนออกเสียงได้ตรงๆเลย.... กระทั่งไปเจอเว็บฝาหรั่งที่นึงเข้า จึงทราบความเป็นมาและสามารถออกเสียงได้ค่อนข้างตรงที่นั่น ชนิดถามถึงปุ๊บได้คำตอบป้๊บ อ่ะครับ
.
ใช่ครับ แทบไม่เคยมีชื่อเมืองใดในโลกที่ไม่มีที่มาเลย อาทิ กรุงเทพฯ หมายถึงเมืองสวยงามขั้นเทพบนสรวงสวรรค์ ประมาณ รัตนโกสินทร์ ที่แปลว่า เมืองแก้ว อันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชือ กรุงเทพฯ ที่มีชื่อยาวเหยียดที่สุดในโลกมั้ง ....ชื่อเดิมว่า บางกอก คือเมืองที่เป็นบางริมน้ำกลางน้ำ อันเป็นป่ามะกอก ในตำบลมะกอกนั่นเอง.....
.
หรืออย่าง Amsterdam ก็แปลว่าเมืองต่ำจนต้องมีฝายกั้นน้ำอันเรียกว่า Dam จาก Amstel ดังนิทานหรรษาที่ผมเคยเรียนมาตั้งแต่ชั้นประถมฯว่า มีเด็กอัฉริยะใช้นิ้วมืออุดรอยรั่วของกำแพงฝายกั้นน้ำไว้หลายวัน จนชาวเมืองรอดพ้นจากการจมน้ำได้
(goo.gl/cymk5c)
.
Giethoorn จึงแปลงมาจาก Goat Horn-เขาแพะ ซึ่งคนรู้ภาษาจีนอย่างผม ย่อมเข้าใจที่มาของคำว่า 羊角村-หมู่บ้านเขาแพะ ที่ชาวจีนใช้เรียกหมู่บ้านนี้กัน เพราะฉะนั้น Giethoorn จึงออกเสียงว่า กีธฮอร์น หรือ คีทฮอร์น ตามแต่สะดวก ด้วยภาษาดัทช์นั้น OO เท่ากับสระออ ไม่ใช่สระอู และ OE เท่ากับ สระอู เช่น Boek ก็คือ Book นั่นเองครับ
.
เรื่องแปลกของ Giethoorn อีกอย่างก็คือ.... วันธรรมดา กับ วันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดเทศกาลนั้น ต่างกันชนิดหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว เพราะวัน Holidays นั้น หมู่บ้านนี้เจี๊ยวจ๊าวไม่ต่างจากสถานที่ยอดนิยมที่อื่น ผู้คนไม่ทราบมาจากไหนต่อไหน.....
.
ผมเองเคยเปิดยูทูปเห็นไกด์สาวแขกบรรยายเสียงดังตรงท่าเรือให้คณะทัวร์ของเธอและคนเปิดคลิปฟัง... ช่างไม่ผิดจากเสียงในงานวัดที่พระขายลูกนิมิตรติดร้านขายลูกชิ้นตะโกนตามว่า.. ติ้ว ติ้ว ติ้ว.. ของคณะตลกเลย ด้วยอึกทึกเหลือประมาณ จนเห็นแล้วเกิดอารมณ์ไม่อยากไปมากกว่า...
.
ในขณะที่วันธรรมดา ที่นี่ราวกับวันหยุดนอน หาผู้คนไม่ค่อยได้ ร้านรวงไม่ค่อยเปิดกันครับ ความ Charming-น่าหลงใหล แบบเก่าๆจึงยังมีให้เห็นแทบทุกขณะจิต
.
ความแปลกของ Giethoorn อย่างที่สองก็คือ ผู้คนส่วนใหญ่ไปอยู่ที่นี่กันไม่ถึง 2 ชั่วโมง โดยนั่งเรือ (เกือบทุกราย) เสีย 1 ชั่วโมง จึงไม่น่าประหลาดใจที่มีคน "ดื่มด่ำ" ใน Tranquility-ความสงบแบบบ้านๆ ของที่นี่ได้น้อยมาก ส่วนมากจะแค่ "ชื่นชอบ" และ "อยากเห็นบ้านเราเป็นแบบนี้..." กัน และ "ดีใจที่ได้มา (มาแล้วนะ เธอว์)" อ่ะครับ
.
แต่ที่ไม่ควรที่สุด คือ ค้างคืนที่นั่น เพราะไม่ว่า ทั้งใน Giethoornม Steenwijk หรือ Meppel เงียบโฆษๆ กลางคืนเข้านอนกันแต่หัวค่ำเกือบทั้งหมด..... ใน Meppel ที่ดูเหมือนใหญ่ แต่ที่สถานีรถไฟไม่มีห้องขายตั๋ว มีแต่เครื่องเหมือนสถานีเล็กๆในญี่ปุ่น (ที่ Steenwijk ผมไม่มีเวลาสำรวจ แต่เข้าใจว่าไม่ต่างกัน) และซุปเปอร์ฯใน Giethoorn นั้น ปิดทุ่มนึงครับ
.
ความแปลกอย่างสุดท้ายและเป็นเรื่องจริงคือ.... ไปหมู่บ้านนี้ เหมาะที่สุดคือไปเอง แบบไปเช้าเย็นกลับ ใช้เวลา 1 วันเต็ม.... รองลงมาก็ไปทัวร์ ....ถัดมา ถึงเป็นไปเองแบบแป๊บๆ (อย่างหลังนี้ มักไปแบบถือตาราง Excel ไปด้วยและคาดหวังมากเกิน สุดท้ายก็ไม่ค่อยสมหวังกัน อิอิ) .....
.
พูดง่ายๆก็คือ ต้องไปแบบไม่ตั้งใจมากนัก (เหมือนเรามั้ง) จึงจะดีอ่ะครับ 55....เพราะเดิมที เราตั้งใจจะไปที่นี่จาก อัมสเตอร์ดัม ในวันที่ 10 พฤศจิกาฯที่เป็นวันเสาร์ กับทัวร์ที่เค้าจัดๆกันในเว็บฝาหรั่ง..... แต่แล้ว ก็เปลี่ยนใจไปวันที่ 7 พฤศจิกาฯตอนอยู่ Groningen โดยไม่ไป Fort Bourtange ที่เดินทางยุ่งยากและใช้เวลามากเกิน แทน
.
อย่างไรก็ตาม คงไม่กล่าวขวัญถึงไม่ได้ว่า....Giethoorn คือหมู่บ้านซึ่งส่วนที่อยู่อาศัยนั้น ไม่มีถนนเดินรถ-No Roads เลย ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเนเธอร์แลนด์และของโลก สมคำร่ำลือแท้ๆครับ :-)...
.
จนเป็นที่มาของประโยคที่ว่า "อีกครั้งครับ ไม่ต้องถามให้เสียเวลาว่า...กีธฮอร์น น่ามาหรือเปล่า?... เพราะหากพลาดที่นี่แล้วละก็ คงไม่ต้องไปสรรหาหมู่บ้านสวยๆ งามๆ เงียบๆ สงบๆ ที่ไหนในโลกอีกแล้วล่ะครับ" ในรีวิว goo.gl/kayvE9 ไงล่ะ ฮี่ฮี่
.
ส่วนความน่าแปลกอีกด้านหนึ่งของเหรียญ ที่ประมาณ "แปลงสวรรค์เป็นนรก" นั้น ผมขออนุญาตสงวนไว้ก่อนค่อยๆเล่าทีหลังนะครับ
.
การเดินทางไปหมู่บ้านสวยแห่งนี้ ไปได้หลายจุดด้วยรถไฟต่อรถบัส โดยไปจาก Amsterdam ก็ไปลงรถไฟที่ Steenwijk-สทีนวิจค์ แล้วต่อรถบัสสาย 70 เอาเอง.....
.
และไปจาก Groningen ก็ไปลงรถไฟ ที่ Meppel แล้วต่อรถบัส 2 สาย คือเริ่มที่สาย 79 ที่ เมพเป้ว แล้วต่อสาย 70 ป้ายใกล้ๆกัน ซึ่งจะมีเวลาเปลี่ยนรถแค่ 2-3 นาที ส่วนขากลับจะกลับทางสถานีรถไฟ Steenwijk มาต่อรถไฟอีกขบวนที่ Meppel ก็ได้
.
ทั้ง 2 วิธี ใช้เวลาเที่ยวละไม่เกิน 2 ชั่วโมงครับ ......
.
แหะ แหะ....ได้โปรดอย่า งง เหมือนผมตอนก่อนมาเมื่อเจอสารพันวิธีเดินทางนะครับ เพราะข้อเท็จจริง ม่าม่าหมูสับ หรือ สุกรมากๆ ไม่มีอะไรยุ่งยากแม้แต่นีสส์เดีย ครับ
.

รูปภาพ
.
.
เว็บฝาหรั่งนี้ไงครับ ที่เป็นที่มาของชื่อ Giethoorn ว่า แปลงมาจากชื่อ Geytenhorn ที่หมายถึง เขาแพะ เพราะอดีตกาลตอนน้ำท่วมเหือดแห้งแล้วหลังอุทกภัย ชาวบ้านเจอเขาแพะในโคลนเยอะแยะไปหมด จนมีป้ายสัญลักษณ์เป็นรูปเขาแพะประจำหมู่บ้านนั่นเอง
.
ว่ากันว่า หมู่บ้านแห่งนี้อุบัติขึ้นในปี คศ.1200 โดยกลุ่มผู้อพยพซึ่งเป็นผู้หนีกฎหมาย จากเมดิเตอร์เรเนี่ยน จนถึงขนาดเบื้องแรกนั้น หมู่บ้านนี้คือแหล่งซ่องสุมของอาชญากรและผู้ทำผิดกฎหมายทั้งมวล
.
ต่อมา คณะผู้สอนศาสนาได้ส่งเสริมการทำถ่านจากไม้ที่ทับถมกัน และขุดลอกขยายเส้นทางทางน้ำเพื่อการขนส่งต่างๆ เป็นหลายๆคลอง แต่ส่วนใหญ่ลึกไม่เกิน 1 เมตรเท่านั้น...
.
ปัจจุบัน ทั้งหมู่บ้านล้อมรอบด้วยคลองลำเดียว น้ำลึกประมาณ 1 เมตร ใช้เป็นทางสัญจรเพื่อไปสู่ที่จอดรถและถนนโดยเฉพาะ
.
Giethoorn เริ่มโด่งดังและมีนักท่องเที่ยวแห่แหนกันมาตั้งแต่ปี คศ.1958 ที่ภาพยนต์เรื่อง Fanfare ของชาวดัทช์ (ซึ่งถ่ายทำที่นี่) ออกฉาย จนถึงขนาดมีผู้ขนานนามว่าเป็น เวนีสแห่งเนเธอร์แลนด์...ว่าเข้านั่น ทั้งๆที่ของจริงต่างกันราวนิ้วโป้งหัวแม่เท้ากับ นิ้วก้อยกุดๆของมือเด็กเลยครับ 5555
.
รูปภาพ
.
การเดินไปโน่นมานี่ในยุโรป ส่วนใหญ่ผมอาศัยเว็บของ goeuro.com ครับ เพราะเป็น Timetable-ตารางเวลา ของการเดินทางทั้ง เครื่องบิน (ไม่เคยใช้) รถไฟ และ รถบัสครับ
.
อยากไปไหนมาไหนก็แค่ใส่ชื่อเมืองหรือสถานที่เข้าไปเท่านั้นก็เรียบร้อย แล้วยุคนี้ นอกจากซื้อตั๋วออนไลน์ได้แล้ว ยังปริ้นท์ตั๋วออนไลน์ให้ทำ Screenshot ได้อีกต่างหาก เพื่อลงมือถือเก็บไว้ในคนตรวจตั๋ว (รถไฟและรถไฟ) ใช้มือถือของเค้า ส่องที่ QR Code ของเราเอา เท่านั้นก็สิ้นเรื่อง แทบจะไม่ต้องปริ้นท์เอกสารใดๆเลย (เหมือนอย่างการเช็คอินเครื่องบินในปัจจุบัน ไม่ต้องยื่นเอกสารจองตั๋วใดๆ แค่ยื่นพาสปอร์ตไปก็จบ) อ่ะครับ
.
และเมื่ออยู่เนเธอร์แลนด์ เว็บตารางเวลาการเดินทางยอดฮิตของชาวดัทช์ก็คือ 9292.nl ครับ ใช้ง่าย ใช้คล่อง และทันกาลทันสมัยที่สุด ชนิดเวลาต่างกันแค่ 3-5 นาที ตารางสถานที่เปลี่ยนไปเลย ประมาณนั้นครับ
.
อย่างเช่นการไป Giethoorn จาก Groningen ณ เวลาหนึ่ง เค้าให้ไปลงรถไฟที่ Steenwijk เลย แล้วต่อรถบัสสาย 70 ที่นั่น แต่ ณ เวลาเร็วขึ้นหน่อยเดียว กลายเป็นให้ลงรถไฟที่ Meppel แลัวต่อรถบัส 79+70 แทน เร็วขึ้นอีกไม่ถึง 10 นาทีเลยครับ
.
ที่ดีที่สุดก็คือมีการบอกรายละเอียด ทุกระยะเวลาว่า ผ่านกี่สถานีที่ต้องเปลี่ยนรถ ให้เวลาเปลี่ยนกี่นาที จากชานชาลาไหนไปชานชาลาไหน....หรือหากต่อรถบัสก็ เดินเท้าจากสถานีรถไฟ ไปป้ายรถบัสกี่นาที... รถแต่ละจุดเข้าเมื่อไหร่ ออกเมื่อไหร่...ทุกขั้นตอนด้วยครับ
.
ผมเอง นอกจากเปิด Laptop และ มือถือใช้และแคปหน้าจอไว้แล้ว ผมยังให้เค้า (เจ้าหน้าที่รถไฟ หรือ สต๊าฟฟ์โรงแรม) ช่วยปริ้นท์ตั๋วให้ต่างหากด้วย ไว้สำหรับให้คุณนายเคทตรวจดู แต่ไม่ได้ใช้นะครับ เพราะถ้าใช้ตั๋วเอกสาร ต้องเอาไป Validate ที่เครื่องก่อนขึ้น-ลงรถไฟ ทุกอย่างจึงอยู่ในมือถือหมดครับ
.
ภาพในตัวอย่าง เป็นการไปจาก อัมสเตอร์ดัม ที่เราไม่ได้ใช้นะครับ แต่เนื้อหาประมาณกัน
.
รถไฟในเนเธอร์แลนด์ ตรงเวลา คือ Punctual เกือบ 100% ครับ แถมมีหลายขบวนด้วย หากเจอรายการดีเลย์ ก็เปลี่ยนไปขบวนอื่นได้ เพราะแค่มีตั๋วก็เดินทางขบวนไหนก็ได้ในวันนั้น.....ผมเคยเจอชาวดัทช์คนหนึ่งบ่นเรื่องรถไฟขึ้นป้ายดีเลย์ 20 นาที อารมณ์เสียมากๆเลย จนผมต้องหัวเราะบอกเค้าว่า "ถ้าเป็นบ้านผม ช้า ครึ่งชั่วโมงเนี่ย ธรรมดา never mind อ่ะครับ ระวังแต่จะไม่ได้เที่ยวอินเดียนะคุณ อิอิ"
.
ส่วนรถบัส แม้เป็นขบวนระหว่างประเทศ ก็ไม่ค่อยเสียเวลาเท่าไหร่ครับ เพราะตารางเดินทางของเค้านั้น เผื่อกรณีคนมาก (ต้องตรวจตั๋วขายตั๋ว) และรถติดเอาไว้แล้ว จึงเชื่อใจไม่ต้องเอาฝ่ามือบังหน้าผากชะโงกดูล่วงหน้าให้เสียเวลา ความรู้สึกและบุคลิกภาพครับ
.
ใครบ่นว่าเรื่องรถไฟเนเธอร์แลนด์ไม่ดี แสดงง่ายๆว่า อยู่แป๊บๆและใช้น้อยครั้งมากอ่ะครับ...
.
แบบเดียวกับ ดร.คนดังรายหนึ่งเอ่ยในรายการวิทยุว่า "ผมไปญี่ปุ่น แล้วเห็นเด็กนักเรียนญี่ปุ่นเข้าคิวเรียงกันผ่านประตูสถานที่ท่องเที่ยวแล้วอดชื่นชมไม่ได้ นึกสงสารบ้านเราจังว่าเมื่อไหร่เด็กเราจะมีวินัยแบบเค้ามั่ง...."
.
ฟังแล้ว นึกออกแค่ว่า..... ไม่แค่พูดเอาเท่ว่าเคยไปญี่ปุ่น ก็คงไปญี่ปุ่นแค่แป๊บๆ...
.
ธ่อ... เห็นน้อยยังไม่ครณา แต่ไม่เคยเห็นเด็กนักเรียนไทยเข้าแถวชมนิทรรศการ ผ่านประตูทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวต่างๆเนี่ย ไม่แน่ใจว่าเคยอยู่เมืองไทยหรือเปล่า หรือเคยแต่ไม่ทราบว่าส่วนใหญ่ มุด เอ๊ย ขลุก อยู่แถวไหนอ่ะครับ
.
เอ้อ...เป็น ดร.คนละคนกับที่บอกว่าไม่ยอมให้ลูกอยู่เมืองไทยเพราะเครื่องบินในประเทศที่ภรรยาชาวต่างชาตินั่งมาแล้วดีเลย์นะครับ เหอเหอ
.
รูปภาพ
.
อุ๊บ...มาว่ากันถึง วิธีเดินทางไปเที่ยว กีธฮอร์น จาก โกร์นิ่ง (Groningen) ของเราเองดีกว่าครับ
.
ว่ากันตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายนเลย ณ สถานีรถบัสที่อยู่ในตึกข้างๆสถานีรถไฟ Centraal Station ก่อนนะครับ
.
ผมเริ่มต้นด้วยการถามคนขับรถบัสก่อนว่า "ไป Giethoorn กับ Bourtange อย่างไร?" พี่แว่นแกตอบยิ้มๆว่า "Giethoorn ไปรถไฟง่ายกว่าสะดวกกว่าแยะ แต่ Bourtange ไปรถบัสจากที่นี่ได้ ทว่ามีวันละ 2 เที่ยวเท่านั้นนะคุณ เช้า 6 โมงกว่ากับหลังเที่ยงหน่อย...เดี๋ยวคุณถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ใน Q Bus Office ตรงตึกด้านหน้าดีกว่า"
.
นี่แหละครับ ชาวดัทช์...ทุกคนตอบด้วยรอยยิ้ม ตอบอย่างละเอียดตรงจุด ไม่ข้ามเส้นแบบบางคนในบางประเทศที่ผมถามจากในรถที่ขับว่า "จากถนนเส้นนี้ ไปข้างหน้าได้ที่ไหนบ้างครับ" แล้วเค้าตอบว่า "คุณจะไปที่ไหนล่ะ" เล่นเอาผมรีบขอบคุณแล้วโบกมือลาจาก เพราะขี้เกียจสาธยายว่า "เอ้อ ผมไม่ได้คิดว่าจะไปที่ไหนหรอกครับ แค่ขับๆมา ก็เลยอยากรู้ว่าที่นี่ที่ไหนแล้วก็ไปที่ไหนได้มั่งอ่ะครับ ขอบคุณที่คิดไกลล่วงหน้าแทนนะครับ" แหะ แหะ
.
ก่อนถึง Q Bus Office ผ่านร้านสะดวกซื้อ ผมเลยแวะถามเจ๊เจ้าของร้านอีกทีด้วยคำถามเดียวกันกับข้างต้น เพราะคิดว่าอย่างไรเสีย แกก็คงมีตั๋วขายบ้างแหละ.....
.
เจ๊แกยิ้มๆว่า "ขอโทษที อะฮั้นไม่ทราบเลยอ่ะ มานี่ตอนเช้าแล้วก็เย็นกลับบ้านเลย" ผมเลยถามแกว่า "อย่าบอกนะครับว่า คุณไม่เคยไป Giethoorn?" เจ๊หัวร่อตอบเอาชนิดผมหน้าหงายเลยว่า "But I've got car, you see-แบบว่า อะฮั้นมีรถยนต์ส่วนตัวอ่ะ" ก็เลยสนุกกันใหญ่....
.
ผมถามต่อว่า "How about Bourtange then-แล้วเมือง โบทังจ์ ล่ะ น่าไปไหมครับ?" เธอตอบอายๆว่า "Sorry I don't know, I only know how to go home-ขอโทษทีคุณ อะฮั้นไม่รู้จะตอบคุณยังไง เพราะรู้แค่ จะกลับบ้านยังไงอ่ะค่ะ" 5555
.
เห็นไหมครับว่า เนเธอร์แลนด์ทำเราอารมณ์ดีตลอดเพราะอะไร
.
เจ๊ที่ Q Bus Office ก็สุดยอดน่ารักอีกท่าน บอกเหมือนกันว่า "Giethoorn นั่นไปรถไฟดีกว่า สถานีอยู่ใกล้ๆนี่เอง ส่วน Boutage ไปรถบัสได้ โดยซื้อตั๋ววัน-Day Ticket แค่ 10 ยูโรก็เดินทางทั้งเมืองนี้ด้วยได้ตลอดค่ะ"
.
เต๊ะท่าถ่ายรูปที่สถานีรถไฟโกร์นิ่ง หน่อยนึง อิอิ
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 7 พฤศจิกาฯ ตัดสินใจแน่ๆว่าจะไปกีธฮอร์น เราเลยถามสต๊าฟฟ์ของ Budgett Hostel ที่เราพักชื่อ อะมิลล์-Emile (อีกคนมีเคราชื่อ Gijs อ่านว่า ไคร้ท์ น่ารักมากๆเหมือนกัน) ว่า... จะไปกีธฮอร์นได้อย่างไร?
.
ดังคาดครับ Emile เปิดคอมดูหลายเว็บรวมทั้ง 9292.nl ด้วย แล้วก็บอกว่า "ผมว่าไป Giethoorn มี 2 วิธี คือไปกับทัวร์ ราคาถูกกว่าไปเอง แต่เช้าอย่างนี้ ในเว็บยังไม่มีบริษัทไหนเปิด เดี๋ยวคุณไปด้อมๆแถวสถานีรถไฟดูหน่อยแล้วกัน.... แต่ไปเองก็ไม่ยาก โดยดูตามรายการนี้" ว่าแล้วก็ปริ้นท์ข้อมูลให้...
.
เข้าไปหาในสถานี แต่ไม่มีทัวร์ไหนเลย (คงต่างจากอัมสเตอร์ดัม) ก็จึงตัดสินใจไปเอง โดยเจ้าหน้าที่รถไฟคุณสุภาพสตรีบอกว่า "ต้องนั่งรถไปต่อรถบัสที่ Meppel ค่ารถไฟกลับคนละ 34 ยูโร ค่ารถบัสจ่ายต่างหาก....เดี๋ยว เดี๋ยว...ดิฉันว่า คุณรอหน่อย อีกราวครึ่งชั่วโมง ซื้อตั๋ววัน-Day Ticket เวลา Off Peak เดินทางตั้งแต่ 9 โมงดีกว่า คนละแค่ 39 ยูโร ใช้ได้ทั้งรถไฟรถบัสทั้งวันกี่เที่ยวไม่จำกัด.... เป็นรอบ 9.23 โมงนะ"
.
ดูสิครับ น่ารักยิ่งกว่าญาติไหม ท่านผู้โชม....ตกลงเราก็เลยซื้อตั๋ววันกับเธอ ซึ่งผมเชื่อว่า ที่อัมสเตอร์ดัมก็คงไม่ต่างกันและราคาเดียวกันครับ เพราะตั๋วนี้ไปอัมสเตอร์ดัมหรือที่ไหนๆในเนเธอร์แลนด์ก็ได้ ถ้ามีเวลามากพอ
.
คร่าวๆก็คือ ขึ้นรถไฟไป Meppel ก่อน แล้วค่อยต่อรถบัสสาย 79 ที่นั่นไป Blauwe Hand จากนั้น ไปต่อสาย 70 ที่นั่นไปลง Dominee Hylkmawang, Giethoorn รวมเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง....ดังตารางเวลาที่คุณสุภาพสตรีท่านนั้นกรุณาปริ้นท์ให้ก่อนขออ่ะครับ
.
มีเวลาเยอะ เลยถ่ายภาพในสถานีอันเป็นประวัติศาสตร์ยาวนานมุมต่างๆ และออกมาถ่ายภาพรอบๆข้างนอก..... เจอครอบครัวชาวอินโดเนเซียที่เพิ่งมาถึง ก็จึงอาสาถ่ายภาพหมู่ให้ก่อนร่วมถ่ายภาพกับเค้า และบอกทางไปศูนยฺกลางเมืองให้ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ได้เวลาขึ้นรถไฟที่ชานชาลา 6 ..... วิญญานคนเต็มรถเลย อุอุ....
.
บนรถมีป้ายบอกว่าถึงไหนเวลาใด พอถึง Assen ก็เห็นรูปปั้นสุนัขตัวเบ้อเริ่มอยู่ข้างๆสถานีเลยครับ
.
รูปภาพ
.

อดหวั่นใจเล็กๆไม่ได้ เพราะในรายการบอกว่า มีเวลาเดินไปป้ายรถบัสที่ Meppel แค่ 3 นาที ถามทั้งเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว และเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋ว ต่างยิ้มบอกว่า "อย่ากังวล เพราะอยู่ใกล้ๆสถานี" แต่เราก็ยังอยากเผื่อไว้ก่อน ก็เลยถามผู้โดยสารสาวท่านหนึ่งซึ่งบ้านอยู่ที่นั่น ลงพร้อมกัน แล้วเธอบอกให้ตามเธอไปได้เลย
.
ต้องลงชานชาลาไปอุโมงค์ทางเดิน แล้วขึ้นไปข้างบนอีกที.... พอถึงข้างบน คุณแม่ของเธอขับรถมารอรับอยู่แล้ว แต่เธอหยุดชี้ทางไปป้ายรถบัสให้เราเห็นก่อน (ยังไม่ถึงนาทีเลย) ต้องขอบคุณเธอมาก และคุณนายเคทก็เลยขอถ่ายภาพกับเธอไว้
.
มาถึงป้ายรถที่อยู่แค่ที่เห็น ดูตารางที่ป้ายแล้วดูตารางในเอกสารที่เค้าปริ้นท์ให้อีกที...ปัดโธ่...ทีแท้รถไฟถึง 10.17 น. เดิน 3 นาทีมา 10.20 ที่ป้ายแล้วต้องรอบัสเที่ยว 10.49 อีกตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง...โถ โถ โถ..เราเซ่อเอง หรือเค้าลงรายละเอียดเว่อร์เกินอ่ะ...หนอย หนอย
.
เดินเที่ยวเมือง Meppel รอบๆนั้นขนานใหญ่ ถ่ายรูปไว้แยะ แต่ไปไม่ถึง Center นะครับ...ภาพที่เห็นคือ อาคารสถานีรถไฟที่เราลงรถมา อลังการมาก แต่ไม่มีห้องขายตั๋วโดยเจ้าหน้าที่แฮะ มีแต่เครื่อง 555
.
10.45 น. รถบัสค่อยๆเคลื่อนตัวมา แล้ว 10.49 ก็นำทั้งคันมีเราเป็นผู้โดยสาร 2 คนไปยัง Blauwe Hand เพื่อต่อรถสาย 70 ที่นั่นครับ
.
นั่งรถสาย 70 ที่ไป Steenwijk ต่อ แบบทั้งรถมี 2 คนเช่นเคย ผมบอกคนขับว่า "ไป Giethoorn Tourist Information Center ครับ" เค้ายิ้มพยักหน้ากึกๆ....
.
พอรถไปได้หน่อย มองจอในรถเห็นป้ายในชื่อกีธฮอร์นนำหน้าตรึมไปหมด ถ้าไม่บอกเค้าก่อน ก็คงไม่รู้ว่าจะลงป้ายไหน
.
ป้ายกีธฮอร์น จาก Blauwe Hand ไปจนถึง สถานีรถไฟ Steenwijk มีดังนี้ครับ
.
Blauwe Hand Blauwe Hand
Giethoorn Giethoorn Zuid
Giethoorn Hollands Venetië
Giethoorn Dominee Hylkemaweg
Giethoorn Groene Kruis
Giethoorn Kerkweg
Giethoorn Lindehof
Giethoorn Hotel Harmonie
Giethoorn Brug
Giethoorn Perceel 9
Steenwijk Groot Verlaat
Zuidveen Zuidveen
Steenwijk Gemeentehuis
Steenwijk Vendelweg
Steenwijk Matthijs Kiersstraat
Steenwijk Station
.
รูปภาพ
.
รถจอดที่ป้าย Dominee Hylkemaweg ตามรายการ คนขับชี้บอกว่า "ไป Tourist Information ข้างหน้า ใกล้นิดเดียว..."
.
เราลงรถ ในขณะที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนหิ้วกระเป๋าจะขึ้นรถไป Steenwijk....เช้าๆอย่างนี้ แสดงว่าเมื่อคืนค้างที่นี่แน่ๆ
.
กดแช๊ะที่ป้ายรถเป็นสัญลักษณ์แล้วเราก็มุ่งหน้าต่อไป...
.
รูปภาพ
.
เห็นตัวอักษร i ที่อาคารเบื้องหน้าแล้วครับ ระหว่างทาง ขอกดแช๊ะบริเวณร่องน้ำและเรือสีแดงที่เรียงรายก่อน...
.
ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ้าว..ทำไมไม่มีไฟเปิด...อ่านป้ายค่อยทราบว่า
.
ในเดือนพฤศจิกาฯ และ ธันวาฯ นั้น ทุกๆ Maandag vrijdag en zaterdag ที่แปลเดาๆได้ว่าคือ Monday Friday and Saturday เค้าเปิด 11.00-15.00 น. วันอื่นๆหยุด และวันนี้เป็นวันพุธครับ....โธ่เอ๊ย...แล้วอย่างนี้ คนที่ไม่เคยมีแปลนจะรู้ได้ไงว่าควรเที่ยวที่ไหนมั่งอ่ะ
.
รูปภาพ
.
ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงเรียน ที่อีกด้านมีป้ายห้ามถ่ายภาพ (คงหมายถึงวันเปิดเทอม ที่มักมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นหลัก ไปถ่ายภาพเด็กๆและห้องเรียนวุ่นวาย ห้ามปากเปียกปากแฉะก็ไม่ค่อยฟังกัน) แต่ด้านหน้าไม่มีป้ายห้ามใดๆ ก็เลยถ่ายเสียแช๊ะนึง (เข้าใจว่า ฤดูไฮซีซั่น อาจมีป้ายใหญ่ๆมาตั้งล้อมรอบแน่ๆ ฮิฮิ)
.
ถามคุณผู้ชายชาวบ้านที่มาช้อปร้าน Spar ว่า "ใช้เวลาเดินเที่ยวในนี้นานแค่ไหนถึงหมด?" เค้าตอบว่า "ไม่เกิน 2 ชั่วโมงอ่ะคุณ" งั้นก็สบายเรา ไม่ต้องรีบ ด้นๆเดาๆถามๆคนไปเรื่อยตามสไตล์ 5555
.
เจ้าหน้าที่ในซุปเปอร์ฯบอกว่า "ปิดทุ่มนึงค่ะ" สบายเรา ขากลับอยากซื้ออะไรติดมือก็ได้ เราคงไม่อยู่นานปานนั้น
.
ที่ลานจอดรถมีอาคารทรงสวย หลังคามุงหญ้าแบบจาก-Thatched Roof House สัญลักษณ์ของหมู่บ้านกีธฮอร์น คล้ายๆกับ Gassho Style ที่ Shirakawa-go ในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอาคารที่สำคัญมาก เพราะ...
.
ที่นี่มีห้องน้ำชายหญิง ที่ไม่มีที่กั้นหยอดตังเข้าเหมือนที่อื่น แถมยามนี้ไม่มีคนเฝ้าด้วย จึงใช้ได้ฟรีครับ 55
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 17/11/2018 6:23 pm

รูปภาพ
.
ผ่านลานจอดรถไปเรื่อยๆ ทะลุทางสามแยกซ้ายมือตรงร้านอาหารทาบ้านสีดำ ชื่อ Het Wapen Van Giethoorn Restaurant ที่ได้ตรา Coat of Arms of Giethoorn ของทางการ และมีคำขวัญว่า Eat Drink Shop ...... ข้างหน้ามีป้ายสีฟ้าชื่อถนน และตัวอักษรขาวว่า Ds.J.J.Ketstraat ....จะไปขวาก็ได้ แต่เลี้ยวซ้ายอีกทีดีกว่าครับ
.
เพราะเลี้ยวซ้ายแล้ว จะเห็นสะพานไม้เก่าๆเล็กๆข้ามคลองที่มีเรือแจวจอดอยู่ ซึ่งบริเวณนี้คือ Passage-ทางเข้า ต้นทางก่อนไปหมู่บ้านเลยครับ....
.
เรียนเชิญถ่ายภาพตามสบาย รับรองเด็ดดวงทุกมุมครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ภาพคู่นี้ ผมถ่ายให้ครอบครัวชาวใต้หวันสูงวัยก่อน แล้วเค้าถ่ายคืนให้ทีหลังครับ
.
เสร็จแล้วก็ข้ามสะพานทะลุ Passage ไปเลย....
.
รูปภาพ
.
ออกมาปุ๊บ เจอถนนทางเท้ากว้างใหญ่ริมน้ำปั๊บ....ซึ่งบริเวณนี้ หนุ่มน้อย Schreur-สเคอเร่อร์ ที่ทำงานกับบริษัทเรือท่องเที่ยว ของคุณ Remi-เรมิ ดูแลเชิญชวนผู้คนมาเช่าเรือส่วนตัวกัน ..... สีเหลืองแดงลำใหญ่หน่อยชั่วโมงละ 25 ยูโร...สีเงินอลูมิเนียมลำย่อมหน่อย ชั่วโมงละ 20 ยูโร...
.
ผมถามว่า "ขับยากไหม?" สเคอเร่อร์บอกว่า "ผมว่าคุณไปกับ Family Boat-เรือครอบครัวข้างหน้าดีกว่า ให้คนอื่นขับให้และมีไกด์ด้วย คนละ แค่ 7.5 ยูโรเท่านั้น" ว่าแล้ว ก็เอาโปสการ์ดมาแจก 2 ใบของบริษัท www.koppers-giethoorn.nl ให้เราเป็นที่ระลึก พร้อมถ่ายภาพคู่ให้เรา 2-3 ใบด้วย
.
โปรดสังเกตว่า เรือเหล่านี้เป็นเรือแบ็ตเตอรี่ ที่มีปลั๊กชาร์จไฟอยู่เป็นตู้ๆริมน้ำนะครับ.... หางยาวของบริษัท ครอบครัวขนส่ง คลองแสนแสบ และ เรือด่วน ของ บริษัท สุภัทราเรือด่วนเจ้าพระยา ที่มีเสียง ถึด.. ถึด... ถึด... ห้ามนำมาใช้รบกวนชาวบ้านครับ 555
.
รูปภาพ
.
เดินมาหน่อยเดียว นายร็อบ-Rob คนเชียร์เรือท่องเที่ยวถลามาหาทันที บอกว่า " เที่ยว Venice of Holland ลอดใต้สะพานไม้กว่า 170 แห่ง 1 ชั่วโมงรอบหมู่บ้าน คนละ 7.5 ยูโร แถมชา-กาแฟด้วย"...
.
เรารีบรับคำทันที เพราะในเรือมีหลายคนแล้ว ใกล้เวลาออกจวนเจ คือ ทุกๆชั่วโมง ตั้งแต่ 11.00-16.00 น.ครับ...
.
รูปภาพ
.
ถึงเวลาเรือออก ไกด์หนุ่มนั่งหัวเรือด้านท้ายบอกว่า "ผมชื่อ แจ๊ค อาสานำท่านขึ้นเรือ ไททานิค ไปเที่ยวรอบๆนี้ ส่วน โรส อยู่ที่ไหนเดี๋ยวค่อยหาเอา" 5555
.
ทริปนี้ตลกนิดหน่อย เพราะมีคนจีนแคะฮักกา ชาวมาเลย์ด้วย 7 คน ซึ่งก็ทักทายเราดี แต่พอเรือออกเท่านั้น ต่างพากันกระตู้วู้ว้าย เดินไปเดินมา นั่งท่าโน้น เอนท่านี้ให้เพื่อนๆผลัดกันถ่ายรูปให้กันจ้าละหวั่น....
.
สาวหนึ่งถึงขนาดไปนั่งหัวเรือทางท้ายกับแจ๊คด้วยตั้งนานสองนาน ซึ่งแจ๊คก็คงเจอลูกค้าประมาณนี้ทุกรอบมั้ง เลยตีหน้าเจื่อนๆและปล่อยมุกโน้นมุกนี้ตลอดเป็นการแก้เซ็ง (มีคำว่า "Thai people call charcoal as Thaan-คนไทยเรียกถ่านไม้ว่า ถ่าน" ที่เค้าหยิบยืมมาจากคณะทัวร์ไทย ตอนเล่าเรื่องครั้งที่คลองนี้ เค้าเก็บไม้ไปทำถ่านกัน... สันนิษฐานว่าคงมีคณะทัวร์ไทยมาบ่อยด้วย) ...
.
ก็จะทำอย่างไรได้ล่ะหนอ ความเรียบร้อย ความมีอารยธรรมก็อยากเห็น แต่เรื่องเงินต้องมาก่อน ฮิฮิ
.
แล้วช่วงหนึ่งที่สาวใหญ่คนหนึ่งมานั่งแช๊ะภาพข้างๆ ผมก็เลยหัวเราะแบบขันๆบอกเป็นภาษาอังกฤษว่า "นึกว่าพวกคุณมาจาก China เสียอีก เพราะลุกโน่นเดินนี่ตลอดพร้อมเจี้ยวจ้าวน่าดูแบบเดียวกันเด๊ะเลย...".....
.
เธอตอบเขิลล์ๆว่า "Very Loud, right?-เสียงดังมากใช่ไหมคะ?" ผมพยักหน้าบอกว่า "ใช่ เราเป็นเพื่อนบ้านกัน อย่าทำให้เสียชื่อล่ะ" หลังจากนั้น ก็ค่อยสงบลงหน่อยทั้งกลุ่มที่ได้ยินผมพูดแบบ ผู้หลักผู้ใหญ่ ที่มีเหตุผลดังกล่าว....
.
แต่หลังจากนั้น เราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย แม้จะเจออีกหลายครั้งก็ตาม หุหุ
.
ตรงหัวเรือด้านหน้านั้น เป็นชาวดัทช์จากภาคเหนือติดชายแดน 2 คู่ 4 คน ทักทายและคุยกับเราเสียงเบาๆตามมารยาทสังคม ออกสีหน้ารำคาญเล็กๆ....
.
ผมเลยบอกว่า "ก็อย่างนี้แหละคุณ ถ้าไม่ใช่ Couples-มาเป็นคู่ๆ และมากันเกิน 2 คนเมื่อไหร่ ก็มีรายการทั้งโว ทั้งโวยแหลกทุกเชื้อชาติ อย่าว่าแต่คนจีนเลย.... ดังภาษิตที่ว่า One's Lonely, Two's Company, Three's a Crowd-คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนวุ่นวาย ไงล่ะ" เท่านี้ก็หัวเราะกันกึกๆๆๆ
.
แวะที่อีกท่า มีแม่ลูกชาวโบโลญญ่า-Bologna เมืองมหาลัยของอิตาลี มาลงเรือด้วย ผมจึงชี้ให้นั่งข้างๆจะได้หลบเสียงด้านหลังหน่อย...
.
คนลูกสาวชื่อ มาติน่า เรียนที่อัมสเตอร์ดัม แม่ชื่อซิลเวีย (พูดอังกฤษไม่ได้) แวะมาเยี่ยมและเที่ยวด้วยกัน ก็จึงคุยกันเรื่องอิตาลีที่เราเคยไปมาแล้วอย่างสนุก โดยเฉพาะเมือง Bologna ที่มีศิลปินข้างถนน-Street Artists ออกมาเต้นรำแทงโก้แทบทุกวันที่ลานหน้ามหาลัย และถนนส่วนใหญ่เป็นทางขรุขระลากกระเป๋าทรมานยิ่งนัก
.
จากการสนทนากัน มาติน่าเป็นเด็กสาวฉลาดและมีไหวพริบมาก จนผมและคุณนายเคท อดชมเธอไม่ได้ว่า "ทำไมเธอถึงใช้ภาษา และคิดอะไร very Mature-มีหลักการเกินอายุ อย่างนี้ สงสัยจะหาแฟนรุ่นใกล้เคียงกันยาก เพราะจะโดนเธอควบคุมตลอด...อย่างเธอนี่ ต้องได้แฟนแบบอายุ 40 กว่า เป็นพ่อหม้ายเมียตาย รวยมหาศาล ถึงจะจัดการเธออยู่...."
.
เธอหัวเราะหน้าแดงเลย แต่ยิ้มอย่างสุขใจ ผมก็เลยบอกว่า "แน่จริงแปลเป็นภาษาอิตาเลี่ยนให้แม่เธอฟังสิว่า เรามีความเห็นอย่างนี้อ่ะ" ซึ่งเธอก็ละล่ำละลัก ไม่กล้าแม้แต่แอะเดียว 555
.
รูปภาพ
.
เรือออกตามลำคลองไปเรื่อยๆ เจอเด็กบนฝั่ง...ครอบครัวชาวกีธฮอร์น.... และคณะท่องเที่ยวเรือลำอื่น... ก็ต่างโบกไม้โบกมือให้กันสนุกสนานอย่างสุภาพชน เป็นที่ชื่นใจของทั้งสองฝ่ายยิ่งนัก ....ช่วงนี้ ยังไม่เห็นบ้านมุงหลังคาหญ้าจากเลยครับ
.
รูปภาพ
.
ได้เวลาเที่ยวต่อแล้วนะครับ ดูสิว่า บ้านหลังคาหญ้าจะมีตรงไหนกัน ซึ่ง..
.
เราก็เริ่มเห็นทั้งสองฟากแล้วครับ อาทิ...Kruider-ร้านขายของชำ.....และบ้านพักอาศัยหลังใหญ่หลังย่อม...
.
ด้านหน้ามีนักท่องเที่ยวที่เช่าเรือสีอลูมิเนียมขับอยู่ด้านหน้า ซึ่งมีสะพานไม้เต็มไปหมด สันนิษฐานว่าแต่ละบ้านต่างมีสะพานเข้าบ้านของตัวเอง เหมือนๆท่าเล็กๆของบ้านช่องริมน้ำเจ้าพระยาของเรา
.
ผ่านสะพานที่มีป้ายด้านข้างเขียนว่า De Oude Aarde ซึ่งก็เป็นพิพิธภัณฑ์ของแปลกเพราะสะสมหินแร่และฟอสซิลต่างๆ มีกิจกรรมสำหรับเด็กๆภายใน โดยด้านหน้าเป็นกิ๊ฟช้อป มีสินค้าเซรามิกจำหน่าย
.
เป็ดน้ำที่นี่มีแยะ และสำคัญนะครับ เพราะเป็นตัวละครในภาพยนต์เรื่อง Fanfare ในปี คศ.1958 ที่จุดประกายให้นักท่องเที่ยวแห่แหนกันมายังหมู่บ้านที่มีคลองล้อมรอบแห่งนี้ตั้งแต่ 60 ปีที่แล้ว
.
บ้านหลังใหญ่ติดป้าย Nu Te Koop ที่คุ้นตามากในยุโรป ซึ่งหมายความว่า Now on sale- ขายด่วน เหมือนป้ายขายบ้านประเภท ERA ของเราครับ
.
รูปภาพ
.
จากสะพานที่ติดป้าย Smits: Paviljoen ซึ่งก็คือ Smit's Pavilion ภัตตาคารที่เป็นทำเลวิวสวยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะอยู่กลางน้ำที่เห็นโน้น มีบริการเรือให้เช่า และชา-กาแฟจำหน่าย ซึ่งแน่นอนครับว่า อยู่ในฉากหนึ่งของภาพยนต์ Fanfare ด้วย
.
แจ๊คบอกว่า "เห็นน้ำกว้างใหญ่เวิ้งว้างอย่างนี้ไม่ต้องกลัวนะครับ เพราะเป็นน้ำที่ถูกนำมาเติมในแอ่งโคลนทีหลัง..." ว่าแล้วก็หยิบไม้ที่เตรียมไว้ จุ่มจากตัวเรือลงไปในน้ำตรงๆ อันทุกคนเห็นชัดว่า "น้ำสูงแค่ 1 เมตรไม่เกิน ว่ายน้ำเป็นไม่เป็นก็ไม่มีปัญหา..." จริงๆ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/11/2018 10:21 pm

รูปภาพ
.
ไม่ได้ออกไปไกลหรอกครับ แป๊บเดียวก็เลี้ยวลัดเข้าคลองเล็กเหมือนเคย ระหว่างทางมีชาวบ้านขับเรือสวนมาและโบกมือโบกไม้ให้กันตลอด ซึ่งก็ไม่ต่างจากบ้านเรา เพียงแต่ผู้คนที่นี่แต่งกายดูดีเพราะอากาศหนาวเย็นเท่านั้น
.
ป้ายริมตลิ่งบอกว่า บริเวณนี้เป็นย่านที่ผู้คนเค้ามาแจวเรือแคนูกัน...
.
คุณนายที่อยู่หัวเรือถ่ายภาพกับคุณป้าที่นั่งตรงนั้นด้วย เพราะทั้งหมดดูเหมือนจะชื่นชมเมืองไทยมาก
.
รูปภาพ
.
บ้านแต่ละหลังงามเย็นตา...หลายบ้านเลี้ยงแกะด้วย...ที่มีพื้นที่ลานหญ้ากว้างหน่อยก็ติดป้ายให้เป็นที่แคมปิ้งด้วย...สังเกตได้ว่า บ้านที่หลังใหญ่บริเวณเยอะ มักจะมีบ้านหลังเล็กๆอยู่ข้างๆ อาจเป็นที่เก็บของหรือเป็นห้องครัว ห้องสุขาต่างหากก็ไม่ทราบ
.
รูปภาพ
.
ร้าน Gloria Mart ที่เป็น Convenience Store-ร้านสะดวกซื้อ มีหุ่นรูปปั้นประดับด้วย...ริมสะพานโฆษณาเยอะเลย วันหยุดน่าจะขายดีครับ
.
ริมฝั่งส่วนที่เป็นร้านอาหาร มีคณะทัวร์ฝาหรั่งเดินกันเป็นกลุ่ม แอ็คท่าแอ็คทางให้กดแช๊ะด้วย น่ารักมาก
.
รูปภาพ
.
Cadeaushop หรือ Gift shop ร้านนี้วันนี้ไม่เปิด แต่ที่ป้ายเขียนว่ามีอุปกรณ์ดำน้ำและของชำร่วยที่ทำด้วยเปลือกหอยจำหน่ายด้วย
.
ชมบ้านสวยสะดุดตาไปพลางๆกันนะครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ผ่านบ้านที่มีหน้าจั่วทรงกลม และหุ่นชายสูงวัยสีดำมะเมื่อมอยู่ด้านหน้า แจ๊คชี้ให้พวกเราดูและบอกว่า "นี่เป็นบ้านของ Albert Mol นักเขียนและนักแสดงตลกคนเก่งของเนเธอร์แลนด์...." ซึ่งหลังแต่งงานเพียง 7 ปีเมื่อ คศ.1948 และมีบุตรสาว 1 คนก็หย่าขาดจากกัน
.
ปี คศ.1988 Mol ประกาศเป็นคนแรกๆของโลกว่าตัวเองเป็นเกย์ และอยู่กินใหม่กับเพื่อนชายชื่อ Guerdon Bill จนเค้าจากไปก่อนในปี คศ.2003 และ Mol ก็ลาจากโลกนี้ไปในปีต่อมาด้วยวัย 89 ปี
.
บ้านริมน้ำที่มีรั้วเป็นต้นไม้เกาะกำแพง คือ B&B ที่พักพร้อมอาหาร ศึ่งหากค้างคืนที่นี่ คงเอาสัมภาระมาเยอะไม่ได้
.
ด้านข้างเป็นอู่เรือ ที่น่าเสียดายว่า ประกาศขายเสียแล้ว
.
แล้วเรือก็นำเรามายังที่เดิม หลังจากครบ 1 ชั่วโมงพอดิบพอดี
.
รูปภาพ
.
บริเวณขึ้นลงเรือนั้น มีภัตตาคารอยู่แห่ง ที่ติดป้ายว่ามีปลาไหลสดเลี้ยงเองจำหน่ายด้วย
.
และแน่นอนว่า ที่นี่หากเลี้ยวซ้ายไปหน่อย ก็จะเป็นร้านอาหารจีน ชื่อ ร้านบะหมี่ของ อาหนิว แห่ง กีธฮอร์น ที่มีรูปปูอบเป็นเมนูเด็ด เห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า นักท่องเที่ยวบางคนช่างสรรหาของพรรค์นี้ทานกันได้ในหมู่บ้านเงียบๆอย่างนี้ เพราะคนพื้นที่คงไม่เข้าภัตตาคารกัน
.
ร้านนี้ ถ้าเลี้ยวขวาจากสามแยกตรงลานจอดรถมาตรงๆก็จะเจอและเลี้ยวมายังท่าเรือได้เช่นกันครับ
.
ป้ายสีแดงหน้าร้าน แทนที่จะเป็นเมนูอาหารจีน แต่กลับเป็นรายการให้เช่าเรือ จักรยาน และนำเที่ยวไปเสียนี่
.
รูปภาพ
.
ย้อนกลับมาตรงท่าเรือ ตรงร้านกี๊ฟช้อปที่มีโต๊ะเก้าอี้ด้านหน้าสำหรับลูกค้าเรือและประดาลูกเรือทั้งหลาย และที่นี่ ผมก็เริ่มได้กลิ่นที่ไม่ค่อยดีเข้าให้แล้วครับ.....
.
เราทานอาหารเที่ยงที่ซื้อมาจากซุปเปอร์ฯตอนบ่ายที่นี่ เสร็จแล้ว ผมก็ขอตัวคุณนายเข้าไปในร้าน ซึ่ง Rob คนขายตั๋วเรือให้ผม ก็นำชมภายในร้านในขณะที่ผมกดแช๊ะๆ และชื่นชอบส่วนที่เป็นป้ายติดฝาเช่น รูปหัวใจภาษาจีนเขียนว่า "กีธฮอร์น หว่ออ้ายหนี่"...และป้ายภาษาดัทช์อีก 2-3 ชิ้น...
.
ฉับพลัน ก็มีชายสูงวัยอีกคนเดินเข้ามา หันบอกผมว่า "No Photo-ห้ามถ่ายรูป" ซึ่ง Rob ก็หันไปบอกอะไรเค้าเบาๆ แต่หมอก็ยังทำสีหน้าบ่จอย บอกผมอีกว่า "You know, that's why Trump said Chineses are good at spying and copying- คุณรู้ไว้ด้วยนะว่า นี่ยังไงที่ ทรัมป์ (ปธน.สหรัฐฯ) ถึงบอกว่า คนจีนเก่งนักเรื่องแอบขโมยแบบและทำเลียนแบบออกขายแข่ง.." ซึ่งผมได้ยินแล้ว อดสงสารไม่ได้ เพราะเมื่อครู่นี้คงไม่ได้ฟังนายร๊อบลูกน้องเท่าไหร่ว่าเราดีกับพวกเต้าอย่างไร
.
ผมจึงตบบ่าเค้าว่า "Sorry, we 're Thailand's retired teachers , not from China, there won't be any harm in taking the photos, but to tell you the truth, by raising Trump as example, people will just look down upon you, you know what I mean-โทษทีเพื่อน เราเป็นอาจารย์ที่เกษียณแล้วจากเมืองไทย ไมได้มาจากเมืองจีน ที่ผมถ่ายภาพของในร้านไม่เอาไปทำอะไรอย่างที่คุณคิดเลย ไม่ต้องห่วง...แต่ขอบอกคุณตรงๆนะว่า ทีหน้าทีหลังอย่ายกทรัมป์เป็นตัวอย่างเด็ดขาด เพราะคนที่ได้ยินจะดูถูกความคิดของคุณน่ะ คุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม.."
.
เพียงเท่านี้ เค้าก็หน้าเจื่อนต่อหน้าลูกน้องไป...
.
ใช่ครับ สองปีที่ผ่านมา เวลาเจอนักท่องเที่ยวชาวมะกัน และเพียงผมบอกว่า ยังไม่คิดไปเที่ยวอเมริกาที่เค้าชวนอีก (เคยไปเมื่อนานมาแล้ว) เพราะไม่ชอบหน้า ปธน.ของเค้า.... ซึ่งทุกคน (ย้ำ..ทุกคน) ก็หน้าสลดแบบอับอาย หลายคนบอกผมว่า "We don't have to be rude to get richer, you see-เราไม่จำเป็นต้องใช้ความหยาบคายเพื่อหาเงินให้รวยขึ้น" เป็นการระบายและขอโทษไปในตัว
.
ถูกต้องแล้วครับ คนยุโรปส่วนหนึ่งค่อนข้างรังเกียจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน ที่เอะอะมะเทิ่งและไร้มารยาทสังคม แต่ในขณะเดียวกัน ในฐานะที่ต้องทำมาหากินกับคนจีนก็จำต้องเออออห่อหมกไปด้วยโดยไม่ทราบว่าจะจัดการอย่างไรดี นอกจาก ทน ทน ทนและฝืนยิ้มไปกลายๆ ในเมื่อคนจีนคือคนที่นำเงิน เงิน เงิน และเงินมาให้เขาได้สิ่งที่คิดว่าชีวิตตัวเองจะดีขึ้น...
.
แต่การยกคำพูดของทรัมป์ (ที่เค้าเองก็เช่นคนยุโรปส่วนใหญ่ที่ค่อนข้างชิงชังในความไร้มารยาทผู้ดี) มาประกบกับความเป็นจีนนั้น เป็นสิ่งที่เสียมากกว่าได้ แบบเดียวกับที่เคยรู้สึกไม่ต่างกันกับชาวตะวันออกไกลที่ร่ำรวยมหาศาลยุคน้ำมันแพงและกวาดซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้ารวมทั้งอหังสาริมทรัพย์ทั้งปวงด้วย
.
ยังครับ เรื่องนี้ยังไม่จบ เดี๋ยวตามมาครับ แต่ตอนนี้ชอเดินเที่ยวดังตั้งใจก่อน อิอิ
.

รูปภาพ
.
เดินท่องไปตามทางที่เรือนำเราผ่านเมื่อครู่นี้ ภาพที่ประจักษ์กับสายตา ดูกว้างใหญ่แบบแพนโนราม่าหรือจอสโคป ดีกว่าชัดกว่าและกดแช๊ะได้อิสระกว่าตอนอุดอู้อยู่ในเรือหลายเท่า อากาศเย็นสบาย ผ่านบ้านเรือนต่างๆไปอย่างช้าๆ...
.
แวะทักทายพนักงานทำความสะอาดที่เราเจอตอนไปห้องน้ำเมื่อเช้า และเค้านี่เองที่บอกเราว่า... "ตามสบาย ไม่มีคนเฝ้า..." 555
.
ผ่านแม่บ้านเข็นรถเปลลูกน้อยสูดโอโซน เด็กจ้องเราสองตาแป๋ว ผมเลยก้มถามเค้าว่า "What are you looking at, we are tourists and your guests-จ้องมองอะไรหรือจ๊ะ เราเป็นนักท่องเที่ยวและแขกของเธอนะ"
.
คุณแม่เด็กหัวเราะอย่างชอบใจ บอกว่า "Just because you are tourists, that's why he look at you like that to greet good afternoon-ก็เพราะคุณเป็นนักท่องเที่ยวไง เค้าก็เลยจ้องและอยากต้อนรับสวัสดีตอนบ่ายไงคะ" แล้วเราก็เล่นกับแกครู่นึง
.
รูปภาพ
.
ร้านขายเนยเห็นเป็นก้อนๆเหมือนหมอนกลมที่วางขายตามงานโอท้อป...
.
เด็กหญิงโบกมือให้เรือของพ่อรอ แล้ววิ่งไปลงเรือเพื่อกลับบ้าน...
.
รูปภาพ
.
ร้านแพนเค็กและอาหารต่างๆ De Babbelaar ที่ติดธงเนเธอร์แลนด์และธงเมืองกีธฮอร์นอันมีสัญลักษณ์เขาแพะไว้บนเสาหน้าร้าน...
.
อาคารหลังใหญ่ Gemeentehuis หรือ City Hall-ที่ว่าการเมืองที่มีแต่ลุงทำความสะอาดด้านหน้า
.
ป้ายบอกทางไปจุดสำคัญต่างๆ และป้ายถนน Ds. T.O. Hylkemaweg ซึ่งเป็นทางตรงมาจากป้ายรถบัสที่เราลง
.
อาคารเบ้อเริ่มที่เป็นส่วนของคาเฟ่และภัตตาคาร Centrum.
.
โบกมือทักทายผู้โดยสารที่มากับเรือทั้งชาวบ้านเป็นคู่และเรือท่องเที่ยว....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/11/2018 10:24 pm

รูปภาพ
.
อาคารสีขาวที่ด้านข้าง ภัตตาคาร Centrum เป็น ร้านอาหารอิตาเลี่ยน Canal Grande แบบ Pizzeria และใช้ชื่อคลองใหญ่ของนครเวนีสมาตั้งเลย
.
บ้านพักอาศัยบางหลังก็ประดิดประดอยตกแต่งซะเกือบจะเว่อร์เลยทีเดียว เข้าใจว่ามีธุรกิจร้านอาหารด้วยแน่ เพราะใช้ขวดเบียร์สีเขียวเต็มไปหมด
.
ลานจอดรถกว้างใหญ่ของ ภัตตาคาร 't Achterhuus ...ด้านหน้ามีเก้าอี้ไม้ยาวให้นั่งชมเรือและวิวรอบๆ
.
รูปภาพ
.
ฝั่งตรงข้ามของอู่เรือที่เราเห็นประกาศขายจากในเรือ คือลานรับประทานอาหารเครื่องดื่มของภัตตาคาร 't Achterhuus ที่มีเรือจำลองให้นั่งโพสต์ถ่ายภาพได้
.
รูปภาพ
.
ถัดจากภัตตาคารไป เป็นบ้านหลังเล็กๆพร้อมที่จอดรถ มีป้ายใหญ่เขียนว่าเป็นบ้านพักส่วนตัว ไม่ควรไปรบกวนเด็ดขาด
.
แล้วเราก็มาถึวพิพิธภัณฑ์กีธฮอร์น หรือ 't Olde Maat Uus ในภาษาดัทช์ ที่มีอุปกรณ์โบราณเพียบ เข้าใจว่าประมาณพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี ที่พิษณุโลก
.
สามีภรรยาคู่หนึ่งจากนอร์เวย์ที่มาพักเที่ยวที่นี่บ่อยชี้ให้เราดูรังนกข้างบนพิพิธภัณฑ์ แล้วอธิบายว่า เค้าสร้างขึ้นให้นกที่บินหนีความหนาวมาฟักไข่เลี้ยงลูกเป็นการเฉพาะ...น่าสนใจจริงๆ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึงอนุสาวรีย์เล็กๆรูปสี่เหลี่ยม ที่เป็นการนำเครื่องดนตรีหลายชิ้นมาผสมกัน พะชื่อ
Bert Haanstra ผู้สร้างภาพยนต์เรื่อง Fanfare ในปี 1958 ซึ่งใช้หมู่บ้านนี้เป็นโลเคชั่นจนผู้คนแห่แหนกันมาเที่ยว โดยบริเวณนี้มีการเฉลิมฉลองบ่อยมาก
.
ภาพยนต์เรื่อง ฟันฟาร์ หรือการประโคมแตรเดี่ยวในเทศกาลสำคัญนี้ เป็นภาพยนต์ตลก ของชาวบ้านในกีธฮอร์น ที่กว่าจะรวมตัวกันเป็นวงใหญ่ไปแข่งขันในงานประจำปีได้ ก็เล่นเอาล่อเอาเถิดสารพัดสารพัน แต่ในที่สุดก็ Happy Ending ตามสไตล์จนพล็อตประมาณนี้ถูกนำไปใช้บ่อยมากๆในเวลาต่อมาครับ...
.
รูปภาพ
.
Bert Haanstra คือผู้แสดงอ้วนใหญ่เป็นพ่อนางเอก ผู้เป่าแตรใหญ่ประจำวง ส่วน Albert Mol ก็แสดงตลกเป็นตัวเด่นตัวหนึ่งของเรื่องนี้เช่นกันครับ
.
วิวรอบๆหมู่บ้านและวิถีชีวิตของชาวชนบทเมื่อ 60 ปีก่อนคือเสน่ห์ที่ชวนให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นจุดหมายอันโรแมนติกและความเงียบสงบแบบบ้านๆของผู้คนทั่วยุโรป กระทั่งหลังๆกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของชาวเเซีย โดยเฉพาะจีน มาเลย์ อินเดีย ฯลฯ ไป
.
สนใจเรียนเชิญชมภาพยนต์เรื่อง Fanfare นี้ได้จากยูทูปลิงค์ goo.gl/LbtSF9 ....อย่าลืมเปิดซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษด้วยนะครับ ไม่งั้นจะเข้าใจภาษาดัทช์ได้ไม่ดีพอ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ข้ามสะพานไม้ตรงทางสามแยก ซึ่งด้านซ้ายมือคือโบสถ์แบ๊บตีสท์ประจำหมู่บ้าน Doopsgezinde kerk หรือ Baptist Church Giethoorn ครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วพอผ่านโบสถ์และบ้านหลังใหญ่สีขาว เราก็มาถึงบ้านหน้าจั่วกลมของศิลปิน Albert Mol ที่เราเห็นทางเรือเมื่อสักครู่นี้
.
รูปภาพ
.
ฝั่งตรงข้าที่ต้องข้ามสะพานไม้ไป เป็นบ้านสวยอีกหลังใหญ่ ...ส่วนตัวเลข 3 ในป้ายแดงๆ เข้าใจว่าเป็นตัวเลขแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญซึ่งบังเอิญเราไม่มีแผนที่เพราะศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหยุดราชการอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ในภาพใหญ่ เข้าใจว่าจะเป็นบ้านหลังที่ใช้ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Fanfare ในครั้งกระนั้น
.
น่าเสียดายที่บ้านหลายหลังติดประกาศขายเสียแล้ว สงสัยเจ้าของบ้านคงอยากหนีไปอยู่ในที่ที่ทันสมัยกว่าหรืออาจจะสงบเงียบกว่าพร้อมเงินก้อนใหญ่
.
รูปภาพ
.
ชมบ้านในบรรยากาศรื่นรมย์ไปเรื่อยๆ รวมทั้งร้านอาหารที่จำหน่ายไอสกรีมโคนด้วย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/11/2018 10:26 pm

รูปภาพ
.
.
แล้วเราก็มาถึงบ้านหลังใหญ่ที่มีสตรีสูงวัยกำลังกวาดล้างหน้าบ้านอยู่...นี่คือตัวละครต้นเรื่องที่บอกว่า กีธฮอร์นคือเมืองสวรรค์ที่กำลังจะกลายเป็นนรกของผู้อยู่อาศัยแถบนี้เสียแล้ว....
.
ผมตะโกนทักทายไปก่อน "Good afternoon lady, don't work too hard-สวัสดียามบ่ายครับคุณผู้หญิง อย่าทำงานหนักนักซี่..."
.
เธอหันขวับกลับมา สีหน้าบอกบุญไม่รับ และพึมพัมพร้อมโบกมือว่า "Don't take photo-ห่มถ่ายภาพ" แล้วพอเห็นผมยิ้มอยู่ ก็เปรยว่า " Oh..I thought you are from China-โอ้ ชั้นคิดว่าคุณทั้งสองมาจากเมืองจีนเสียอีก"
.
ผมบอก "เปล่า เรามาจากเมืองไทยและเคยเป็นอาจารย์...."
.
ลิซ่า (เธอบอกชื่อภายหลัง) พยักหน้า สีหน้าเปลี่ยนไปเป็นมีรอยยิ้มเล็กๆ ผมคะเนดูว่า เธอน่าจะอยู่ในวัย 80 ต้นๆ จึงไม่ได้ถือสาอะไรแบบคนรักยายคนหนึ่ง แล้วก็ซักถามทำนองโอภาปราศรัยเล็กๆ...
.
เท่านั้นแหละครับ เธอก็ระบายออกมาแบบระรัว จนไม่เว้นวรรคให้ผมมีโอกาสสอดแทรกเลย แม้จะพยายามตั้งหลายครั้งก็ตาม กระทั่งคุณนายเคทอดยิ้มไม่ได้ ที่เห็นผมจนแต้มเหมือนจนปัญญาสู้รบเอาซะงั้น...
.
"คุณรู้ไหมว่า ที่นี่กำลังจะกลายเป็นนรกของพวกเราเสียแล้ว...พวกเราอยู่กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ตั้งกี่สิบปี สามีชั้นแทบไม่อยากอยู่บ้านเอาเสียเลย...นับตั้งแต่พวกคนจีนมาบุกตะลุยแทบทุกวัน ถ้าคุณมาวันหยุดนะ คุณจะรู้ว่าเราต้องทนทรมาณเพียงไร..."
.
"เดี๋ยวนี้ พวกนี้มีเงินเยอะ บอกบ้านราคาเท่าไหร่เท่าไหร่ก็จะซื้อ พวกสำนักงานท่องเที่ยวนี่แหละตัวดี พา นายโช ชาวจีนมาหาพวกเราแล้วบอกว่า นายคนนี้จะดึงนักท่องเที่ยวมาที่นี่เยอะๆ ได้รวยกันใหญ่ แล้วก็ให้พรรคพวกตระเวณซื้อบ้านกันเป็นว่าเล่น...แล้วคุณรู้ไหมว่า พวกเค้าซื้อแล้ว เจี้ยวจ๊าวไม่พอ ยังจัดการแปลงสภาพเป็นที่พักแบบ B&B คือขายอาหารด้วย...ที่นี่เป็นที่พักอาศัยนะคุณ เค้าใช้อำนาจอะไรมาแปรเปลี่ยนเป็นโรงแรม ร้านอาหารมากมายอย่างนี้ได้..."
.
ฟังแค่นี้ ก็นึกภาพ ป้าทุบรถ ที่ตลาดสวนหลวงออก ไม่ทราบว่าครอบครัวลิซ่าผจญกับปัญหาทำนองนี้มาถึง 10 ปีแบบป้าๆเหล่านั้นหรือยัง ที่กฎหมายเทศบาลใช้การไม่ได้เลยกระทั่งเกิดกรณีทุบรถขึ้น....
.
"วันเสาร์-อาทิตย์นะคุณ แทบจะเดินออกจากบ้านไปไหนไม่ได้ เพราะพวกตี๋ๆหมวยๆเดินเกะกะไปทั้่ง แถมไม่ยอมหลีกทางเพราะมัวก้มหน้าดูมือถือไปด้วย....ที่สำคัญนะ พวกนี้เที่ยวเดินถ่ายรูปบ้านต่างๆ ข้างนอกไม่พอ บุกรุกเข้าภายในบริเวณโดยไม่ขออนุญาต แล้วเอากล้องทายกระจกหน้าต่างถ่ายภายในด้วย ชั้นและเพื่อนบ้านต้องด่าตวาดไปแทบทั้งวัน...."
.
"พวกเราทนไม่ไหว ก็เลยทำจดหมายเปิดผนึกไปที่ศาลากลาง แล้วก็มีคนจัดวิทยุและทีวีชวนชั้นไปออกรายการหลายราย บอกกล่าวเรื่องร้ายๆนี้ให้ผู้คนได้รู้ทั่ว นี่เดี๋ยวเพื่อนบ้านก็จะทำใบปลิวมาให้ดูด้วย..."
.
"ฯลฯ ....ฯลฯ..."
.
อย่างที่เรียนข้างต้นนะครับว่า ผมทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังฝ่ายเดียวโดยเออออห่อหมกแบบ "งั้นเหรอ" "จริงอ่ะ" "ไม่น่าเลย" "นั่นสิ" ไปตามเรื่องราว จนคุณนายเคทเก็บเรื่องนี้มาแซวผมทีหลังตลอดว่า "สาธุ ขอให้เจอแบบเจอลิซ่าเถิด" หุหุ
.
และแล้ว เมื่อผ่านไปซักราว 10 กว่านาที ลิซ่าก็ค่อยสงบลง พูดจากับกับเราด้วยเรื่องอื่นๆ (บ้าง) แบบญาติสนิท จนผมอดแซวเธอไม่ได้ว่า "ตอนสมัยสาวๆ คุณคงเปรี้ยวน่าดูสินะ"
.
ลิซ่ายิ้มบอก "ดาวเด่นเลยล่ะคุณ ขนาดสามีชั้นต้องเผ่นไปข้างนอกตลอด นี่ถ้าไม่ใช่ตกหลังคาจากการปีนขึ้นไปซ่อมใบหญ้าละก็ ป่านนี้คงไม่อยู่บ้านแล้ว"
.
พลันก็มีหนุ่มเพื่อนบ้านมาหาและนำใบปลิวมาให้ตรวจจริงๆ โดยลิซ่าบอกเค้าว่า "Don't worry, they are not from China and...he is a good man-ไม่ต้องห่วง พวกเค้าไม่ได้มาจากเมืองจีน และเค้าคนนี้เป็นคนดีคนหนึ่ง" พร้อมกับชี้มาที่ผม
.
ผมรีบตอบว่า "Lisa, I'm not from China and I'm not good either-ลิซ่า ใช่เลย ผมไม่ได้มาจากเมืองจีน แต่ผมก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไรหรอกนะขอบอก 555"
.
ลิซ่าสะบัดมือ ทำท่าจะเชิญชวนเราเข้าบ้าน แต่เราขอตัวก่อน และถ่ายภาพกับทั้งสองเป็นที่ระลึกพร้อมบอกว่า "โชคดี แลขอให้ประสบความสำเร็จ" ก่อนลาจากไป
.
จริงครับ นิทานเรื่อง "ม้าอารี" จากสุภาษิตที่เราเรียนมาสมัยเด็ก บัดนี้ได้เกิดขึ้นในทุกๆสังคมแล้ว โดยเฉพาะในยุโรป ที่นอกจากชาวจีนจะแห่แหนกันไปด้วยลมปากของนักทำเงินทั้งมวลที่เห็นช่องเห็นโอกาส (ดังเช่นหมู่บ้านนี้ ที่คนจีนทั้งจากแผ่นดินใหญ่และเอเซียมากันตรึมกว่า 80 %) แล้ว ยังก้อปปี้ทุกสิ่งทุกอย่างไปที่เมืองจีนดังใจปรารถนา จึงมีเมืองดังต่างๆที่จำลองมาได้เหมือนมากๆหลายสิบแห่งในจีน ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์ลาเก้นของสวีสฯ....ไฮสแต็ตของออสเตรีย และทาวเว่อร์บริดจ์ของอังกฤษ ฯลฯ (รวมทั้งงานแห่สงกรานต์ วัดไทย ที่ สิบสองปันนาด้วย).....เชื่อว่า อีกไม่นานเกินรอ น่าจะมีหมู่บ้านกีธฮอร์นในเมืองจีนอย่างแน่นอน
.
ส่วนเจ้าของบ้าน ก็คงต้องทน ทน ทน หรือไม่ก็ปรับตัวไปเอง อย่างเช่นที่ผมเห็นคนผิวดำยืดอกเดิน ขึ้นรถสาธารณะ ชนิดคนผิวขาวเจ้าถิ่นเองกลับเป็นฝ่ายหลบทางให้...
.
นี่คือปัญหาโลกแตกของทุกๆสังคมในทุกวันนี้ แม้แต่หญิงเหล็กอย่าง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีขวัญใจของชาวเยอรมันในครั้งหนึ่งหลายปี ก็ถูกชาวเยอรมันเองแอนตี้ด้วยเรื่องผู้อพยพจนถึงกับไม่สามารถเป็นต่อได้อีกเมื่อหมดเทอมในอีก 2 ปีข้างหน้า (อันผมจะเล่าให้ฟังเมื่อเขียนถึงตอนเที่ยวโคโลญจ์ครับ)
.
ไม่ทราบว่าทนายอนันตชัยพอพูดภาษาดัทช์ได้หรือเปล่า อยากส่งตัวไปช่วยลิซ่าจัง 5555
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็มาถึง Vakantiepark หรือ Holiday Park Giethoorn ที่ด้านในเป็นบ้านหลังเล็กๆอยู่เป็นสิบ เพื่อให้คณะมาพักผ่อนหย่อนใจและขี่เรือเล่นตามคลอง ซึ่งในวันหยุดคงจะครึกครื้นชุลมุนน่าดู
.
ส่วนด้านล่างก็คือ De Oude Aarde ซึ่งก็เป็นพิพิธภัณฑ์ของแปลกเพราะสะสมหินแร่และฟอสซิลต่างๆ ที่เรานั่งเรือผ่านมาแล้ว ซึ่งก็ได้เห็น....หนุ่มจีนคนหนึ่งบุกข้ามสะพานไปถ่ายรูปโน่นนี่นั่นทั่วบ้านตามสไตล์ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ร้าน Lekkers ที่เจ้าของร้านหญิงออกมาต้อนรับ เมื่อทราบว่าเราเที่ยวเป็นคู่หลายวัน คงขนเซรามิกที่เธอขายไปไม่ไหว และไม่ใช่คนจีนด้วย ก็บอกว่า "ไม่เป็นไร เชิญถ่ายภาพตามสบายเลย"
.
ส่วนด้านล่างเป็น B&B อีกแห่ง ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของคนจีนหรือเปล่า...
.
ภาพใหญ่ข้างล่าง คือ B&B Mol Groenewegen ที่พักอีกแห่งครับ
.
รูปภาพ
.
ถุงสีชมพูที่วางตามที่ต่างๆโดยเฉพาะตามโคนต้นไม้ คือ Road Salt-เกลือที่ใช้สลายหิมะไม่ให้จับตัวเป็นพืด ที่เค้าจัดเตรียมเอาไว้ก่อนหน้าหิมะโปรยเร็วๆนี้
.
บ้านสีดำก็คือ บริการให้เช่าเรือแคนูอีกแห่งหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
Vonder ภัตตาคารอีกแห่งหนึ่ง...
.
แล้วเราก็เจอทางตัน จนต้องหวนกลับเส้นเดิมมาถึงบ้านของศิลปืนนักแสดงอีกครั้งหนึ่ง แต่คิดว่าน่าจะไม่ต้องไปอีกแยกหนึ่ง เพราะ 4 โมงกว่าๆเข้าไปแล้ว
.
รูปภาพ
.
ย้อนมายังสามแยกภัตตาคาร Het Wapen Van Giethoorn Restaurant ที่ได้ตรา Coat of Arms of Giethoorn ของทางการ และมีคำขวัญว่า Eat Drink Shop ก่อนกลับมาที่ป้ายรถบัส และใช้เวลาก่อนรถมา เดินข้ามถนนไปเก็บภาพฝั่งโน้นเล็กน้อย...
.
รูปภาพ
.
ในที่สุด เราก็จับรถบัสสาย 70 มาที่สถานีรถไฟ Steenwijk ในไม่กี่นาที กลับมาต่อรถไฟที่ Meppel ถึง Groningen จับรถบัสสาย 4 เที่ยวรอบเมืองอีกราวชั่วโมง ก่อนกลับมายังป้ายข้างๆ ร้านอาหารไทย Thai Jasmine
.
รูปภาพ
.
แล้วก็เดินกลับมายังที่พักข้างๆร้าน I Love Sushi และข้ามไปที่ร้านเคบับ Hasret ฝั่งตรงข้าม โดยเจอเจ้าของหนุ่มอัธยาศัยดีมาก สั่งเป็นข้าว+สลัด+เนื้อไก่ จานใหญ่ราคา 9 ยูโร แทน เคบับหรือพิซซ่า ซึ่งอร่อยมากๆ (โดยเฉพาะข้าวเม็ดเรียว บาสมาตี จากอินเดีย) จนทำให้เราทานที่นี่แบบเดียวกับเมื่อคืนนี้ครับ
.
โดยสรุป .... 1 วันที่กีธฮอร์น ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจให้เราสองเป็นอย่างมากในราคาไม่แพง จนทำให้เราอยากไปเที่ยวหมู่บ้านประมาณนี้ที่ยังมีอีกหลายแห่งในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งคงจะต้องรอโอกาสต่อไป....
.
ส่วนตอนนี้ มีเวลาว่างเทื่อไหร่ คงไปเที่ยวเกาะเกร็ดที่ปากเกร็ดก่อนครับ 555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Luxembourg-France-Germany Oct 18-Nov 11

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 23/11/2018 10:03 am

รูปภาพ
รูปภาพ
.
.
Luxembourg Travel Information-ข้อมูลท่องเที่ยวลักซ์เซมเบิร์ก
.
23 พฤศจิกายน 2561
.
สวัสดีครับ
.
ผ่านจาก Utrecht ที่เป็นเมืองนักศึกษา แหล่งท่องเที่ยวน่าดูชม สนุกจนไม่ได้ออกนอกเมืองไปไหน ส่วนจุดยอดนิยมภายในตัวเมือง ก็สามารถเดินเท้าไปโน่นมานี่ได้หมด จึงไม่มีความจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่อง ตั๋วยานพาหนะแต่อย่างใด แม้จะเห็นรถบัสสาธารณะวิ่งไปโน่นนี่ตลอดทั้งวันก็ตาม
.
ด้วยเหตุนี้ เราจึงข้ามผ่านไปที่เมือง ลักซ์เซมเบิร์ก ประเทศใหม่ที่เรายังไม่เคยไปมาก่อน เสียเลยทีเดียวในคราวนี้ ซึ่งขอเรียนว่า....
.
อดแปลกใจไม่ได้เลยที่ก่อนหน้านั้น ไม่ยักจะมีใครไปเที่ยวหลายๆวันกัน ส่วนใหญ่จะแค่วันเดียว แล้วรูปภาพที่เห็นๆก็ค่อนข้างน้อยเพราะบรรยายไม่มาก ก็จึงคิดว่า เป็นพวกปราสาท พวกป้อมเก่าๆเสียส่วนใหญ่ ทริป 3 ประเทศคราวที่แล้ว เราจึงไปแค่ BeNe โดย ขาด Lux ไป แล้วก็ตรงสู่ Switzerland เลย
.
คราวนี้ ในเมื่อต้องไป เนเธอร์แลนด์อีก และต้องไปฝรั่งเศสย่าน อัลสาส ด้วย ก็จึงเป็นหน้าที่ที่ต้องค้นหาข้อมูลเยอะหน่อย แล้วก็ตกตะลึงเมื่อได้พบว่า....
.
นี่คือเมืองที่ผู้คนถือว่าร่ำรวยมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก (ในขณะที่ที่ 1 คือ กาต้าร์ นั้น เป็นเมืองที่คงใช้แค่ ทรานเฟอร์ ไม่เคยนึกอยากเที่ยวซักเท่าไหร่) มีอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะตาแป๊ะไก่ แม้จะไม่คุ้นกับเรื่องยานสาธารณะเท่าไหร่นักก็ตาม (ก็เมืองเล็กๆนี่เนาะ).....
.
ในเมื่อหลายๆเว็บบอกว่าไม่ควรอยู่ต่ำกว่า 3 วัน เราก็เลยเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้เป็น 4 วัน คือ 21-24 ตุลาคมเสียเลย
.
เมืองนี้ ยุ่งยากตั้งแต่ก่อนเดินทางแล้วละครับ คือยุ่งยากเรื่องราคาค่ารถ ที่จะเรียนให้เพื่อนๆทราบดังต่อไปนี้คือ.....
.
.
.
หมายเหตุ: รถยนต์สาธารณะคันย่อมๆที่เห็นในภาพ คือรถใช้แบ็ตเตอรี่ไฟฟ้า และ....ใช่ครับ..Driverless-ไม่มีคนขับ.... ที่เค้านำมาบริการฟรีตอนลงไป The Grund-เดอะกรุน เมืองชั้นล่างใต้เขาของลักซ์เซมเบิร์ก ครับ
.
รูปภาพ
.
ความที่เราได้ที่พักเป็นโฮสเต็ลที่ลักซ์เซมเบิร์ก เพราะโรงแรมที่เป็นห้อง 2 คนนั้น ตั้งราคาเกินกว่าจะเอื้อมมือถึง คือ 5-6 พันบาท/คืน เราจึงตัดสินใจใช้บริการของ Youth Hostel ที่นั่น และพักห้อง Dorm-ดอร์ม นอนรวมกับคนอื่นในห้อง 4 เตียง ซึ่งไม่เป็นปัญหาสำหรับเราแต่ประการใด
.
มีอุปสรรคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือ...
.
เมล์ล่วงหน้าไป Request-เรียกร้อง แล้ว แต่เค้าไม่ยอมจองเตียงล่างให้ก่อน ระบุแค่ว่า First come first serve-มาก่อนได้ก่อน จึงทำให้เราต้องไปถึงที่นี่ก่อนหรือหลังบ่าย 3 โมงเล็กน้อยเป็นดี เพื่อจะได้เลือกเตียงก่อนใครๆ
.
และในเมื่อเราจะไปจาก อูเทร็ชท์ เราก็ต้องค้นหาวิธีเดินทาง โดยเริ่มจากรถไฟก่อน ซึ่งปรากฎว่า
.
เที่ยวเช้า 8.33 น. ถึง ลักซ์เซมเบิร์ก 15.25 น. นั้น นอกจากราคาจะแพงมากคือ คนละ 55 ยูโร ดังภาพแล้ว ยังต้อง change-เปลี่ยน ขบวนรถไฟถึงอีก 2 ครั้งที่ โคโลญจ์ และ โคเบลนซ์ อีกต่างหาก ซึ่งไม่เหมาะสำหรับคู่รักกระเป๋ายักษ์อย่างเราสองเลย
.
จึงต้องเลือกทางอื่นดู
.
รูปภาพ
.
แล้วถ้าไปจาก อัมสเตอร์ดัมแอร์พอร์ต ซึ่งต้องนั่งรถไฟไป 8 ยูโรกว่า และเสียเวลาอีกครึ่งชั่วโมงในการเดินทางไปสู่ล่ะ?
.
โอ้โห...แพงขึ้นไปอีก คือ คนละ 68 ยูโรโน่น แล้วต้องเปลี่ยนรถไฟอีก 1 ขบวนที่ บรั๊ซเซลล์ รวมเป็นคนละ เกือบ 77 ยูโร และเปลี่ยนรถไฟ 2 ที
.
รายการนี้จึงตัดทิ้งได้เลย
.
รูปภาพ
.
แล้วถ้าไปรถบัสจาก อูเทร็ชท์ เลยล่ะ?
.
ดูเข้าท่าดี แม้จะมีวันละเที่ยวเดียว และต้องใช้เวลาทั้งวันเกือบ 10 ชั่วโมง แต่แค่คนละ 25 ยูโรเท่านั้น ทว่า...
.
ถึงลักซ์เซมเบิร์กเอาเกือบ 6 โมงเย็น กว่าจะถึงที่พักน่าจะราวทุ่มกว่า เห็นทีเตียงล่างจะโดนยึดไปหมดแล้ว
.

รูปภาพ
.
แล้วไปรถบัส จาก อัมสเตอร์ดัมแอร์พอร์ต ซึ่งต้องนั่งรถไฟไป 8 ยูโรกว่า และเสียเวลาเดินทางอีกครึ่งชั่วโมงล่ะ?
.
ปรากฎว่า รถบัสเที่ยวที่ไปจากแอร์พอร์ต มีเพียงเที่ยว 6.55 น. แปลว่า ต้องออกจากอูเทร็ชท์ ตี 5 ครึ่งหรือ 6 โมง (แล้วต้องตื่นกี่โมงเอ่ย) หรือไม่ก็...
.
ต้องไปจากท่ารถบัส ซึ่งต้องนั่งรถไฟจากแอร์พอร์ตเพื่อเข้าเมืองอีก 50 นาที ค่ารถอีกคนละ 5.50 ยูโร สำหรับกสนเดินทาง 8 ชั่วโมงกว่า
.
ไม่เข้าท่าอีกเช่นเคย
.
รูปภาพ
.
งั้นก็เหลือทางเลือกเดียว คือนั่งรถไฟจากอูเทร็ชท์ ไปต่อรถบัสที่ มาสทริชท์ แล้วล่ะ
.
ใช่ครับ รถไฟจาก อูเทร็ชท์ วิ่งไม่ถึง 2 ชั่วโมง แถมค่ารถแค่คนละ 25 ยูโรเท่านั้น เวลาก็ดีด้วย เพราะมีหลายขบวนติดๆกัน เราจึงเลือก เที่ยว 8.09 น. ไปถึง มาสทิชท์ 10.01 น.
.
รูปภาพ
.
แล้วต่อรถบัสที่มาสทริชท์ เที่ยว 10.35 น. เดินทางแค่ 3 ชั่วโมง รวม 5 ชั่วโมงหน่อยๆ ค่ารถอีกแค่คนละ 11 ยูโร สิริรวมเป็นคนละ 36 ยูโร
.
สบายๆ เอาอันนี้แหละครับ แม้จะต้องลุ้นไม่ให้รถไฟดีเลย์ หรือเดินไปป้ายรถบัสที่แผนที่บอกว่า แค่ 3 นาทีถึงก็ตาม....ซึ่งน่าจะไม่พลาด เพราะเราเผื่อเวลาเป็นครึ่งชั่วโมง โดยไม่เลือกรถไฟที่มาถึงทีหลังแล้วเนอะ
.
สรุป วิธีนี้ดีที่สุดครับ และทันเวลาไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลยคือ......
.
รูปภาพ
.
6.30 น. ของวันที่ 21 ตุลาคม 2561..... เราออกจากที่พักคือ Utrecht Centrum Hostel ค่อยๆเข็นกระเป๋ามาตามทางไปยังสถานี เส้นทางเดียวกับวันมา แต่เช้าวันนี้เร็วกว่าเยอะเพราะยังไม่มีผู้คนเลย...
.
เช้าๆที่ฟ้ายังๆไม่สว่างอย่างนี้ แรกๆก็หวั่นๆเหมือนกัน แต่เจ้าหน้าที่โฮสเต็ลบอกเราว่า "It's 100% safe, don't worry, because there are police guards watching around especially many tourists from last nights (Saturday) are not going homes from bars yet-ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเลยคุณ เพราะมีตำรวจรักษาความปลอดภัยตลอดทุกถนน และเช้าวันอาทิตย์อย่างนี้ นักเที่ยวเยอะแยะที่ยังไม่กลับจากบาร์เลย..."
.
ผ่านทางม้าลายหลากสี ที่ไฟจราจรแตกต่างจากที่อื่นในโลก คือไฟแดงไฟเขียวเป็นรูปกระต่ายมิฟฟี่ สัญลักษณ์ของเมืองอูเทร็ชท์ ซึ่งยามปรกติจะมีนักท่องเที่ยวมากดแช๊ะกันจ้าละหวั่น...
.
ผ่านสะพานที่มีตึกทรงแปลกลวดลายของห้าง Hoog Catharijne ไปหน่อยเดียว ก็เข้าสู่สถานีรถไฟก่อนเวลาเยอะเลย
.
มองดูป้ายตารางเดินรถ ยังเหลือเวลาอีกเป็นชั่วโมง จึงนั่งรอที่ส่วนบริการผู้โดยสาร....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน

cron