Nanning-Guiyang Jan 03-15, 2019

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: ทริปหนานหนิง-กุ้ยหยาง Jan 03-15, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 19/01/2019 10:04 pm

รูปภาพ
.
เมืองโบราณชิงเอี๋ยน-青岩古镇 หรือ ชิงเอี๋ยนกู่เจิ้น มีภาพเต็มสตรีม (แต่รายละเอียด ขอวันหลังนะครับ) แล้วที่กระทู้ "ฝนตกก็บ่อยั่นที่กุ้ยหยาง-Qingyan Ancient Town, Guiyang, Guizhou." ในลิงค์ goo.gl/s6ekhT ครับ
.
รูปภาพ
.
.
วันที่เราจะขึ้นรถไปเที่ยวที่อื่นนั้น สาวน้อยที่ป้ายรถบอกเราว่า สถาบันการศึกษาปรมาจารย์ขงจื้อ หรือ 孔学堂-ข่งเสียถัง น่าเที่ยวมาก สวยงามเป็นที่สุด คนท้องถิ่นไม่มีใครไม่เคยไปทีเดียว
.
เราก็จึงเปลี่ยนแผนฉับพลันเพื่อไปที่นี่ก่อน แล้วก็ใช้เวลาที่นั่นกว่า 2 ชั่วโมง เรียกได้ว่า ที่นี่ยิ่งใหญ่และงดงามอลังการกว่า ศาลเจ้าขงจื้อทุกแห่งในจีนที่ได้ไปมาทีเดียวครับ...
.
เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นสถาบันการศึกษาระดับ บัณฑิตศึกษาแล้ว ยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมสัมนาของ ข้าราชการระดับต่างๆด้วยครับ
.
ใช่ครับ ขึ้นรถสาย 203 ไปที่นั่นได้สบาย แล้วยังมีสาย 201, 202, 204, 207, 248, และ 254 ครับ
.
รูปภาพ
.
ลงรถที่ป้ายแล้ว ต้องเดินไปข้ามถนนที่ไฟแดงข้างหน้า ในนั้นจะมีโรงแรม 5 ดาวอยู่ด้วย แล้วยังมีส่วนที่เป็นร้านค้ามากมาย (แต่ปิดในช่วงโลว์ซีซั่น) ครับ
.
จากนั้น ต้องเดินผ่านสวนสวยที่ทางเดินเป็นหินเงางาม (แต่ลื่นชวนล้มตะครุบกบมาก เหอเหอ) จนถึงศาลาไม้ เหลียนลั่ง-廉廊-ศาลาพอเพียง ที่ประดับด้วยคำคมของท่านขงจื้อตลอดทางเป็นหลายสิบป้าย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ขึ้นไปเพราะเป็นทางลงทางออกจากข้างบนครับ
.
แล้วก็ถึงบันไดทางขึ้นที่ต้องเดินไป เพราะบันไดเลื่อนด้านข้างปิดครับ ซึ่งเมื่อเดินไปถึงข้างบนแบบหอบแฮ่กๆเล็กๆ เจ้าหน้าที่ค่อยบอกว่า ทั้งหมด 330 ขั้นครับ ..เวรกรรม
.
รูปหล่อท่านปรมาจารย์ขงจื้ออยู่นั่นแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ค่าเข้าไม่เสียครับ แต่ต้องโชว์บัตรประจำตัวหรือพาสปอร์ตเพื่อการบันทึกครับ
.
แล้วเราก็เดินชมไปส่วนต่างๆ โดยขึ้นลงบันไดสูงต่ำอีกบ้าง (รายละเอียด ว่างเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีนะครับ)
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็เดินชมไปส่วนต่างๆ โดยขึ้นลงบันไดสูงต่ำอีกบ้าง (รายละเอียด ว่างเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีนะครับ)
.
ชมไปทั้่งๆฝนพรำเล็กๆทั่วทุกส่วน รวมทั้งส่วนพิพิธภัณฑ์ที่มีหุ่นจำลองแบบมีสีสันคล้ายคนจริง และหุ่นทองเหลืองมากมายด้วย
.
แล้วเราก็เดินลงทาง เหลียนลั่ง-廉廊-ศาลาพอเพียง ออกไปด้านนอกหลังจาก 2 ชั่วโมงกว่าผ่านไปครับ
.
รูปภาพ
.
.
จากป้ายรถเมล์ ข่งเสียถัง เราขึ้นรถสาย 203 ไปต่ออีกเพียง 3 ป้าย เพื่อไปอุทยานธารบุปผชาติ ฮัวซีกงเอี๋ยน-花溪公园 ที่ป้าย ฮัวซี-花溪 ซึ่งที่นั่นเป็นเสมือนเมืองใหญ่ เมืองหนึ่งประมาณสมุทรปราการ สำโรงครับ
.
เราทานอาหารกลางวันที่นั่นในร้านที่มีโอ่งมังกรบรรจุซุปสมุนไพร-เอี่ยงเซินเว่ยทัง-养身煨汤 จำหน่ายอยู่หน้าร้านด้วย
.
ถามทางเจ้าของร้าน เค้าบอกว่า อุทยานฮัวซีนั้น แค่ข้ามถนนไปก็เจอ ซึ่งที่นั่นมี สะพานศิลาร้อยก้าว-百步桥-ไป่ปู้เฉียว อยู่ในสวนด้วย เราก็มุ่งหน้าไปที่นั่นทันที
.

รูปภาพ
.
ข้ามถนนไป ก็เจอ อุทยานฮัวซี-Huaxi National Urban Wetland Park ที่กว้างใหญ่มาก เดินเข้าไปหน่อย ก็เป็นสะพานศิลาร้อยก้าว อย่างที่เห็นในเว็บเลย เราก็จึงสนุกอยู่ที่นั่นด้วยภาพถ่ายเป็นหลายสิบภาพตั้งแต่ต้นสะพานยันปลายสะพานด้วยความสุขใจเป็นที่สุด
.

รูปภาพ
.
ก่อนจะทะลุเข้าไปด้านใน และเพลิดเพลินกับบรรยากาศสวนสาธารณะอันยิ่งใหญ่นี้ มีทั้งทางเดินเท้าและทางจักรยาน จนเกือบเย็น ซึ่งรายละเอียดหากมีเวลาจะได้ว่ากันอีกรอบครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: ทริปหนานหนิง-กุ้ยหยาง Jan 03-15, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 19/01/2019 10:13 pm

รูปภาพ
.
.
ทะเลสาบนภาวารี (เทียนเหอทัน)-Guiyang Tianhe Pool Scenic Area
.
22 มกราคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
ก่อนจะไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่อยากจะแนะนำอีก 2-3 แห่งในกุ้ยหยาง ก็ให้บังเอิญมาถึงแหล่งท่องเที่ยวที่แต่แรกไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ทว่าสุดท้ายกลับกลายเป็น 1 วันที่เราประทับใจที่สุด ด้วยความเอ็นจอยเต็มๆทั้งยังเป็นวันแรกที่ไม่มีฝนเลยทั้งวันอีกด้วย จึงขออนุญาตว่ารายละเอียดกันเต็มๆก่อนนะครับ
.
การใช้ชื่อภาษาจีนเพียงสั้นๆแบบบ้านๆว่า 天河潭-เทียนเหอทัน-ทะเลสาบนภาวารี แทนที่จะเป็นชื่อที่วิลิศมาหลาอื่นๆอย่างที่นิยมตั้งกันในภาษาจีน ทำให้เราอดปรามาสในใจไม่ได้ว่า น่าจะเป็นอะไรที่ไม่ห่างไกลจากความเป็นสวนสาธารณะอันอุดมด้วยพรรณไม้ สายน้ำ ก็เพียงเท่านั้น
.
จนกระทั่ง แม้ตอนที่ซื้อตั๋ว ต้องจ่ายค่าเข้าหลายตังอยู่แล้ว ยังไม่มีความรู้สึกแม้แต่น้อยว่า ที่นี่พอจะมีอะไรที่น่าสนใจมากไปกว่า อุทยานชิงซิ่วซัน ที่หนานหนิงไม่ เรียกว่า เป็นทริปฆ่าเวลาแบบเที่ยวไปบ่นไปแสนจะมะงุมมะงาหลาจริงๆ อิอิ
.
หมายเหตุ: ในภาพเป็นกลุ่มนักศึกษาจากเมือง 惠州-ฮุ่ยโจว (เมืองที่เราไปมาแล้ว และมีรีวิวที่ goo.gl/9sZjZB ครับ) ซึ่งมาเรียนต่อที่นี่ ได้เจอพวกเค้าบนรถประจำทาง แล้วก็มาอุทยานฯนี้ด้วยกัน ซึ่งพวกเค้าเสียค่าเข้าเพียงคนละ 10 หยวน เพื่อเดินเอาทั้งอุทยานฯแบบนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวที่รู้คุณค่าของเงินทั่วไป ไม่ได้ไปแบบเราซึ่งจะว่ากันต่อไปอ่ะครับ
.
เช้าวันที่ 10 มกราคม เราขึ้นรถสาย 73 หน่้าโรงแรม 1 ป้าย มาที่ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ฮัวกั่วเอี๋ยนเสอตี้กงเอี๋ยน-花果园湿地公园-Wetland Park อันเป็น Hub สำหรับนั่งรถประจำทางไปที่ต่างๆ แล้วก็ขึ้นสาย 211 ไปสุดสาย ประมาณ 25 กม.ครับ
.
ระหว่างทาง มีเรื่องเล่านิดหน่อยว่า หนุ่มคนหนึ่งขึ้นรถแล้วพยายามใช้มือถือจ่ายค่าตั๋ว 2 หยวน แต่กี่ทีกี่ทีก็ไม่ผ่าน คุณนายเลยยื่นเงินสด 2 หยวนให้ผมเพื่อให้เค้าใช้แทน (จะได้ไม่ต้องมายืนบังหน้าผมอยู่) แต่เค้าไม่รับ ซึ่งสาวน้อยที่นั่งตรงข้ามเรารีบจัดการบอกว่า "หว่อไต้หนี่ซัวจิ้วห่าวเลอ-我代你刷就好了-เดี๋ยวชั้นรูดบัตรให้คุณแล้วกัน" ว่าแล้วก็เอามือถือจัดการใช้ QR Code รูดให้
.
ผมก็เลยกนิ้วโป้งให้ แล้วก็บอกเธอว่า "คนจีนก็อุปนิสัยโอบอ้อมอารีมาก อย่างนี้แหละครับ เราเคยยืนที่ป้ายรถว่างๆ แล้วหาที่แลกเงินไม่ได้ (ค่ารถเมล์ต้องคนละ 2 หยวนเป๊ะๆ ไม่มีการทอน เว้นแต่เจอคนอื่นที่ใช้เงินสดจ่าย แล้วเราค่อยเอาแบ็งค์ใหญ่จ่ายรวมกับเค้าแล้วเอาเงินเค้าทอนเอา) ก็มีคนออกเงินสดให้เรา 2 คน 4 หยวนหลายครั้งครับ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องเล็กมาก"
.
ข้อสังเกต 2 อย่างที่เราได้จากประสบการณ์ใหม่นี้ก็คือ มีคนจำนวนหนึ่งพยายามใช้ QR Code ในมือถือจ่ายค่ารถเมล์ 2 หยวนกันมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้ได้ดี ส่งรหัสเข้าเครื่องแล้วได้ยินเสียง "ตุ๊ด" เป็นอันใช้ได้ แต่ก็มีหลายคนที่ใช้มือถือทำตั้งนาน ก็ไม่ผ่าน แล้วก็ยืนอออยู่ตรงหน้ารถนั่น ทำแล้วทำอีก (มีสามีภรรยาแต่งตัวดีคู่หนึ่ง แตะไม่ผ่าน ก็เลยทำท่าจะลงรถตามภรรยาไปในขณะที่ข้างนอกฝนตกพรำๆ เราก็เลยจ่ายเงินสดให้เค้า 4 หยวนแทน) กระทั่งสุดท้ายก็ผ่านไปได้
.
ข้อสังเกตอย่างที่สอง ก็คือ โชเฟอร์รถเมล์ ไม่ว่าชายหรือหญิงที่นี่ ใจเย็นมาก พร้อมจะรอคนแตะรหัสเสมอ (แต่ทุกคนต้องจ่าย ไม่งั้นไม่ให้เดินเข้าไป) ไม่มีการออกอารมณ์ฉุนเฉียวหรือแม้แต่ขมวดคิ้ว อย่างที่เคยเห็นที่ไหนน้าเลย 555
.
นั่งรถมาได้พักหนึ่ง ก็เจอหนุ่มสาว 5 คนนี้ (4 สาว 1 หนุ่ม) ขึ้นรถมา โดยสาวเสื้อขาวเจ๊ใหญ่แตะมือถือ 5 ตุ๊ดให้ทุกคน แล้วก็นั่งตรงข้ามเรา ก็จึงทักทายไปว่าเป็น University Students-นิสิตมหาลัย กันทั้งนั้น
.
สักพัก เมื่อโอภาปราศรัยกันว่า เราเที่ยวเมืองจีนแทบทั่วแล้ว-走遍中国了-โจ่วเปี้ยนจงกั๋วเลอ สาวเสื้อขาวก็บอกว่า "เรียนจบเมื่อไหร่ ก็อยากออกท่องเที่ยวไปทั่วๆแบบคุณๆเหมือนกัน"
.
ซึ่งผมก็พยักหน้าเห็นด้วย แล้วบอกพวกเธอว่า "การได้ออกไปต่างถิ่น มีประโยชน์ต่อชีวิตมาก เพราะอย่างไรเสียก็จะ อ่อนน้อมถ่อมตน-谦虚-เชียนซี เป็น เพราะต้องพึ่งพาคนอื่น-求别人帮助-ฉิวเปี๋ยเหยินปังจู้-อ้อนวอนให้คนอื่นช่วยเหลือ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการทำงานในภายภาคหน้า คือ ง้อคนเป็น เท่ากับเก่งเรื่องบริหาร ที่มีปรัชญาว่า Getting things done through others-ทำงานให้สำเร็จโดยใช้คนอื่นทำ" ซึ่งพวกเธอก็รีบจดกันใหญ่อ่ะครับ..
.
.....หนอยแน่ อยู่ดีๆก็มาเจออาจารย์หรือปราชญ์นั่งรถประจำทางเข้าให้ซะแหล่ว ฮิฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
ลงรถที่ป้ายสุดท้าย ผมถามคนขับว่า ขากลับมาขึ้นรถที่นี่ใช่ไหมครับ เค้าพยักหน้า แล้วเราก็เดินบนทางเท้าเลียบถนนตามกลุ่มนิสิตเหล่านั้นไป ซึ่งไกลครึ่งกิโลกว่าทีเดียว (เป็นทางวันเวย์ที่ไม่ให้รถเข้า ออกได้อย่างเดียว) กระทั่งผ่านลานจอดรถ คุณนายชี้มือถาม รปภ.ว่า "เทียนเหอทัน?" เค้าพยักหน้าทำนองว่าใช่ เราก็มุ่งหน้าไปเลยอีกไกล
.
แล้วก็ถึงลานกว้างด้านหน้าที่ทำให้ดูเหมือนจะเป็นสถานที่กว้างใหญ่ไม่น้อย
.
รูปภาพ
.
แชะรูปพอเป็นพิธี แล้วเราก็ไปกลุ่มอาคารทางซ้ายที่เป็น ศูนย์บริการ-服务中心-ฝูอู้จงซิน ที่กว้างใหญ่มาก (แสดงว่าไฮซีซั่นคนตรึม) เพื่อซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่
.
เพียงบอกว่า "เรามาจากเมืองไทย เป็น สว. 2 คน" เธอก็บอกว่า "ช่วงโล์ซีซั่นนี้ ซื้อตั๋วแบบเหมารวม-通票-ทงเพี่ยว คนละ 70 หยวน ถูกกว่าแยกซื้อบัตรต่างหากแล้ว สว.ได้ลดครึ่ง (คือ 73 หยวน)" ทำให้เราทราบว่า ค่าเข้าที่นี่เพียง 10 หยวน แต่ค่ารถค่าเรือไม่มีการลดอ่ะครับ
.
ความที่ไม่ทราบว่า ที่นี่มีอะไรบ้าง (คงนั่งรถไปตามจุดต่างๆและนั่งเรือชมวิว) เราก็จึงดาบหน้าเอา โดยดูแค่หุ่นเมืองจำลอง และแผนที่ท่องเที่ยวที่นั่นคร่าวๆ
.
รูปภาพ
.
สอบถามทางคนอื่นๆแถวนั้น ก็ทราบว่า ทางเข้าต้องตรงไป แล้วเลี้ยวซ้ายเอาตรงป้ายหินบอกทางข้างหน้า ซึ่งมีอาคารต่างๆสวยงามอลังการมากมาย แต่ตอนนี้ปิดเสียส่วนใหญ่ ทว่า...
.
หุ่นทองเหลืองวิถีชีวิตผู้คนต่างๆ ก็ทำให้เรามีความสุขกับการไล่ถ่ายภาพต่างๆไม่น้อยเลยครับ
.
รูปภาพ
.
มาที่นี่ ช่วงไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวอื่นๆ จัดว่าดีมากๆเลยครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านยิงเป้ากับจอวิดีโอและที่นั่งที่เห็น ดูมีคุณค่ากว่าที่เห็นตามงานต่างๆแยะเลยครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
เดินชมเรื่อยๆ ลงไปถึงลานน้ำพุซึ่งไม่ได้เปิด
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็ไปที่รถกอล์ฟนำเที่ยว-电瓶车-เตี้ยนผิงเชอ ถามพวกเค้าด้วยความไม่รู้ว่า เราจะขอจอดแวะขึ้นลงตามที่ต่างๆได้หรือไม่ เค้าหัวร่อบอกว่า "ไม่ได้หรอกครับ เพราะระหว่างทางไม่มีอะไรเลย ของดีของเด่น-景点-จิ๋งเตี่ยน อยู่ที่ปลายทาง เดี๋ยวเที่ยวเสร็จค่อยนั่งรถที่เดิมกลับครับ"
.
อ้าว...เป็นงั้นไป ...ซึ่งก็จริงครับ ระยะทางเดินรถ เกือบ 2 กม.นั้นไม่มีอะไรเลยจริงๆ กระทั่งถึงปลายทาง สาวน้อยคนขับค่อยบอกให้เราไปที่สามแยกแล้วเลี้ยวขวาขึ้นบันไดเพื่อไปลงเรือ
.
เห็นทางแยกซ้ายมือ มีคนเดินมาเป็นกลุ่ม ผมถามกลุ่มหนึ่งว่า ทางด้านโน้นมีอะไรครับ เค้าบอกว่า "ต้ง.. ต้ง.." ซึ่งผมก็นึกไม่ออกว่าหมายถึงอะไร เค้าค่อยบอกว่า "ซันเตี๋ยนสุ่ยถง-3 จุดหน้าคำว่า ถง" ซึ่งก็หมายถึง 洞 ที่แปลว่า ถ้ำ นั่นเอง
.
ผมหันบอกสองสาวว่า "เราไปที่ถ้ำก่อนดีไหม?" แต่กลุ่มนั้นก็บอกว่า "ไม่ได้ครับ เดี๋ยวคุณต้องลงเรือ แล้วเรือก็จะพาคุณมาออกที่ถ้ำเองเป็นวงกลม"
.
อ๋อ เข้าใจแระ...ว่าแล้วก็จากลาและขึ้นบันไดไป เพื่อลงบันไดเลื่อนสู่ท่าเรือข้างหน้า
.
รูปภาพ
.
เห็นคอกผู้โดยสารเป็นตับแล้ว นึกออกเลยว่าฤดูไฮซีซั่น ผู้คนจะหนาแน่นเพียงไร
.
แล้วก็มีเจ้าหน้าที่นำพวกเราไปลงเรือก่อน โดยมีอีก 2 คนกำลังตามหลังมา
.
สวมชูชีพเด็กๆแล้ว คนเรือก็นำเรือออกท้องน้ำจากร่องที่ทำเป็นพิเศษให้เรือเข้าจอด (ปลอดภัยดีจัง) ทันที...ครู่หนึ่ง ผมก็ตะโกนแซวบอกคนขับว่า "เอ้า เริ่มร้องเพลงได้แล้วคุณ"..หมอนั่นหัวเราะ แล้วก็บอกว่า "ตามประเพณีที่นี่ ผู้โดยสารเป็นคนร้องอ่ะครับ" 5555
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็ค่อยถึงบางอ้อว่า ที่แท้เรือก็นำเราเข้าถ้ำแบบ ถ้ำเลเขากอบ ลอดท้องมังกร สุดเสียวที่จังหวัดตรัง นั่นเอง เพียงแต่ที่นี่ สร้างเอง-เหยินเจ้า-人造-คนทำ เป็นแสงสีหลากหลาย ยาวเป็นกิโลๆ มีก้มศีรษะบางแห่ง น่าตื่นเต้นมากกว่าซัก 5-10 เท่าเท่านั้นเองครับ
.
เพียงแค่ถ้ำนี้ ค่าเรือ 35 หยวนก็ดูเหมือนจะคุ้มกว่าค่ารถ 30 หยวนแล้วล่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ในที่สุด เรือก็ออกนอกถ้ำมา โดยที่พวกเราเสียดายมาก บอกเค้าว่า "ขอกลับอีกรอบได้เปล่า" อิอิ
.
ทีนี้ ก็ถึงทีที่จะต้องเดินเข้าถ้ำใหญ่อีกแห่งที่เจ้าหน้าที่ชี้ทางบอกแล้วครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: ทริปหนานหนิง-กุ้ยหยาง Jan 03-15, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/01/2019 8:06 am

รูปภาพ
.
ขอเรียนว่า ที่นี่สดสวยแต่อ้างว้างมากๆ เพราะไม่มีใครอื่นอีกเลย บริเวณรอบๆเต็มไปด้วยแสงสีต่างๆงดงาม...
.
รูปภาพ
.
แต่...
.
รูปภาพ
.
เดินขึ้นๆลงๆไม่รู้กี่จุดแล้ว ก็ไม่ยักเห็นทางออกซะที กระทั่งเหงื่อตกเพราะรู้สึกร้อนจากการเดินไม่น้อยครับ
.
รูปภาพ
.
ครับ สวยดี แต่ถ้ามีคนอื่นๆอยู่เป็นเพื่อน น่าจะไม่เลว ตอนนี้กลัวที่สุดก็คือเรื่องหลงทางอ่ะครับ แบบว่า แบบว่า ไม่อยากเป็นหมูป่าอ่ะครับ หุหุ
.
รูปภาพ
.
ขึ้นๆ นั่งๆ ลงๆ...
.
รูปภาพ
.
ว่ะ เมื่อไหร่จะถึงซะที
.
รูปภาพ
.
สุดท้ายเกือบชั่วโมงผ่านไป ค่อยเจออุโมงค์ทางออกที่ประดับไฟเป็นสีสันงามตา
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็ค่อยทราบจากเจ้าหน้าที่หน้าถ้ำ (ซึ่งเป็นทางเข้าออกอีกทาง) ว่า ถ้ำที่เราเดินผ่านมานี้ ระยะทาง 1800 เมตรหรือ 1.8 กม.ทีเดียว..... เวรกรรม...จึงต้องขออนุญาตแนะนำว่า ผู้สูงอายุและคนเดินไม่เก่งควรหลีกเลี่ยง และออกไปข้างนอกตรงท่าเรือจอดเลยนะครับ
.
บริเวณทางออกนี้ มีทางไป ถงซินเฉียว-同心桥-สะพานรวมใจ ซึ่งหากเราประสงค์จะสวมชูชีพแล้วห้อยโหนลอยล่องตามเส้นลวดลงไปข้างล่าง คนละ 80 หยวนละก็ เรียนเชิญครับ อิอิ
.
ผมถามเจ้าหน้าที่ว่า "ปลอดภัยไหม?" เค้าบอกว่า "百分安全只是敢不敢-ไป่เฟินอันเฉวียน จื่อซื่อกั่นปู๋กั่น-ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ แค่กล้าหรือไม่กล้าอ่ะครับ"...แน่นอนอยู่แล้วว่า พวกเราสั่นหน้าอ่ะครับ
.
สะพานนี้ มีอีกชื่อว่า 牛郎織女同心桥-หนิวหลังจื๋อหนี่ถงซินเฉียว- สะพานร่วมใจของหนุ่มเลี้ยงวัวกับนางฟ้าถักทอ อันเป็นนิยายรักปรัมปราที่ชาวจีนรู้จักกันดีในเทศกาล ไหว้พระจันทร์ ครับ
.
รูปภาพ
.
จากอุโมงค์ถ้ำน้ำและถ้ำยาวที่ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆนั้น เราเดินออกมาข้างนอกที่เป็นลานกว้างใหญ่แบบดาดฟ้า มองลงไปเห็นเป็นป่ากว้างเขียวชะอุ่มและน้ำตกยักษ์อยู่เบื้องล่าง ขนาดใหญ่น้ำไหลแรงน่ารักเป็นที่สุด
.
ข้างๆเป็นสะพานหินเรียงยาวแบบ 百步桥-ไปปู้เฉียว-สะพานศิลาร้อยก้าว ที่แม้จะไม่สวยเท่าที่อุทยานฮัวซี-花溪公园-ฮัวซีกงหยวน ที่ผ่านมาเมื่อวาน แต่ก็ใช้ได้ครับ
.
รูปภาพ
.
คุณป้าถือตะกร้า ข้าวโพดนึ่ง-玉米-อวี้หมี่ มาขายจากบ้านสวน ฝักละ 5 หยวน แพงกว่าบ้านเราเท่านึง แต่สองสาวก็อุดหนุนเธอคนละฝัก ยิ้มแป้นไปเลยเลยเพราะวันนี้หานักท่องเที่ยวยากจริงๆ
.
อาคารหินที่เห็น อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นอะไรนะครับ สำคัญก็จริงอยู่ แต่มันก็คือ ห้องสุขาสะอาดทันสมัย ที่แหล่งท่องเที่ยวค่างๆปัจจุบันมีอย่างเหลือเฟือ (ตามนโยบายของรัฐบาล) อ่ะครับ
.
บริเวณนี้เรียกว่า เทียนเซิงเฉียว-天生桥-สะพานธรรมชาติ หรือ Natural Bridge ผาหินที่ครั้งหนึ่งด้านล่างถูกน้ำเซาะจนเป็นร่อง ทำให้มองขึ้นมาเหมือนสะพานหิน (เท่าที่อ่านป้ายและสอบถามเจ้าหน้าที่ยืนอยู่แถวนั้นนะครับ)
.
มีร้านอาหาร เทียนเหอหนงเจียฟั่น-天河农家饭-ร้านอาหารเกษตรกรเทียนเหอ อยู่ตรงนั้น และมีกาน้ำชาหลั่งน้ำสวยงามด้านหน้าด้วย
.
เจ้าหน้าที่บอกว่า.... น้ำตกอยู่ด้านล่าง เดินลงบันไดไปหน่อย ต้องถึงช่วงข้างล่างค่อยมีบันไดเลื่อนอีกทีครับ
.
แล้วก็เจอกลุ่มนิสิตมหาลัยที่เจอกันบนรถประจำทางอีกครั้ง ได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ...คณะนี้ซื้อบัตรค่าเข้าคนละ 5 หยวน (ลดครึ่งจากราคาเต็ม 10 หยวน) มาเพื่อเดินเที่ยวรอบๆทั้งวันประสาผู้รู้คุณค่าของเงินโดยเฉพาะ จึงยังไม่เข้าถ้ำน้ำถ้ำยาวโดยใช้เรือและรถกอล์ฟแต่อย่างใด น่าศรัทธาและนับถือมากๆ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: ทริปหนานหนิง-กุ้ยหยาง Jan 03-15, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/01/2019 1:28 am

รูปภาพ
.
ลงมาช่วงหนึ่ง เป็นร้านอาหารใหญ่ 2-3 ร้านแต่ปิดช่วงนี้ เห็นขนาดและเก้าอี้ นึกออกเลยว่า ช่วงไฮผู้คนจะมากเพียงใด
.
รูปภาพ
.
ลงไปอีกช่วงหนึ่ง เป็นร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกที่ยังเปิดอยู่ ตกแต่งอย่างสวยงาม
.
มีทั้งนกยูงสตั๊ฟฟ์ซ้ายขวาหน้าร้าน เครื่องประดับบ้าน นอกจากพระแม่กวนอิมบนขอนไม้แล้ว ยังมีอัญมณีต่างๆ รวมทั้งร้านกาแฟ มาม่าถ้วย จำหน่ายด้วย
.
รูปภาพ
.
เดินลงไปอีก เพื่อชมน้ำตกขนาดเล็ก และกังหันน้ำ...
.
รูปภาพ
.
ข้างบนเป็น หอชมวิว-观景台-กวนจิ่งไถ ที่เราไม่ได้ขึ้นไป ลงไปอีกเป็นสะพานศิลาร้อยก้าว ที่ขอแช๊ะภาพนิดหน่อยครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ถึงทางลงที่เป็นบันไดเลื่อนสองชั้น ข้ามสะพานหินแล้วมองไปด้านซ้ายก็เป็นน้ำตกใหญ่ที่มองเห็นจากด้านบนอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
555....หวานสุกรเราแล้ว ฝนไม่มี ธรรมชาติบริสุทธิ์อย่างนี้ ไม่มีรออะไรแล้วววว
.
สักพักก็ได้เวลาทานสแน็คที่นำมาจากที่พักจนอิ่มเปรมไปเลย...
.
หอสูงบนหน้าผาคือปากถ้ำที่เราออกมาไงครับ
.
รูปภาพ
.
ทั้วอุทยาน หากสังเกตตามต้นไม้ ก็จะเห็นกล้องวงจรปิดทั่วๆ แสดงว่าประเทศจีนยุคไอทีเฟื่องฟูนี้ เครื่องไม้เครื่องมือ surveillance แบบกล้องจราจรของเรามีทั่วไปหมด
.
กลับขึ้นข้างบน มีศาลาวางเครื่องบดตั้งอยู่ข้างใน และไปหน่อยเจอห้องสุขาอีกแล้ว...
.
บริเวณนี้ มีทางไปขึ้นเรือเข้า ถ้ำน้ำ-สุ่ยหรงต้ง-水溶洞 ที่เราผ่านมาแล้วโดยไม่ต้องเข้าถ้ำยาวเหมือนเรา แต่ตอนนี้ปิด ต้องเดินขึ้นไปข้างบนแถวปลายทางรถกอล์ฟที่เราขึ้นมาอ่ะครับ
.
เพียงพอแล้วครับสำหรับเรา ได้เวลาขึ้นรถกลับที่เดิม
.
รูปภาพ
.
ทานก๋วยเตี๋ยวแบบจีนๆที่ร้านซึ่งเปิดอยู่คนละชามๆละ 15-18 หยวน (ขอโทษด้วยครับที่ไม่ได้ถ่ายภาพมา) อร่อยใช้ได้ ระหว่างนั้น เจอครอบครัวคนจีนจากกุ้ยหลินมาเที่ยว ได้พูดคุยกันยาวอย่างสนุกเลยถือโอกาสช่วงหนึ่งบอกเค้าว่า....
.
"ยุคใหม่นี้ ไม่มีใครสูบบุหรี่กันแล้ว" แล้วก็บอกวิธีเลิกบุหรี่ที่ผมเองใช้ได้ผลมาแล้วเมื่อ 30 กว่าปีก่อนให้เค้าไป โดยถือเป็นของขวัญวันตรุษจีนให้ลูกชายที่มาด้วยว่า
.
"หนี่เขออี่จี้ซวี้ซิเอียน ตั้นซื่อปู๋เย่าเตี๋ยนหั่ว เสอทั่วเยี่ยจิ้วห้วน เหลี่ยงเก้อเยี่ย จิ้้วติวเตี้ยวเลอ-你可以继续吸烟 但是不要点火 湿唾液就换 两个月 就丢掉了-เชิญคุณสูบบุหรี่ต่อไป แต่ว่าอย่าจุดไฟ เปียกน้ำลายก็เปลี่ยนมวนใหม่ แค่สองเดือน ก็โยนบุหรี่ทิ้งแล้ว"
.
ไม่น่าเชื่อ ที่เค้าหันไปหาลูก แล้วพูดตามผมว่า "เจ้อชุนเจี๋ย หว่อเย่าซ่งหนี่อี่เก้อเหินห่าวเตอหลี่อู้-这春节 我要送你一个很好的礼物-ตรุษจีนนี้ พ่อจะมอบของขวัญที่ดีมากอย่างหนึ่งให้ลูก" สุดยอดจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อเห็นรอยยิ้มหวานจากภรรยาเค้าที่ยืนข้างๆ
.
วิธีการนี้ ผมใช้กับคนจีนบ่อยมาก และได้ความอภิเชษฐ์ทุกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าอย่างน้อยกว่าครึ่งก็อาจจะเลิกบุหรี่ไปเลย เพราะคนจีนค่อนไปทางเชื่อถือคนเป็นอาจารย์มาก โดยเฉพาะเมื่อผมบอกเค้าว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แล้ว
.
ทว่า...เรื่องดีๆอย่างนี้ ห้ามใช้ในเมืองไทยเด็ดขาดนะครับ เพราะประสบการณ์สอนมาแล้วว่า อย่าบังอาจแก้ไขข้อผิดพลาดใครๆเด็ด ถึงตัวเองจะเป็นคนถือชอล์กจนเคยชินก็เถอะ เมื่ออยู่นอกชั้นเรียน คนไทยมักไม่ชอบการบอกให้แก้ไขอะไร (จากสิ่งผิดให้เป็นสิ่งถูก หรือสิ่งดีพอประมาณให้ดียิ่งขึ้นก็ตาม) ไม่ว่าจะสนิทหรือนับถือกันมาก่อนมากเพียงไรก็ตาม...แปลกแต่จริงครับ อิอิ
.
เดินชมร้านค้าต่างๆไปทั่วๆ จนถึงจุดที่เป็น เทียนซิงหู-天星湖-ทะเลสาบดาวนภา ด้วย....บริเวณนี้ น่าเดินมากๆ โดยเฉพาะยามเย็นที่คนไม่ค่อยมีครับ
.
.

รูปภาพ
.
แล้วก็ได้เวลาลาจาก เดินกลับออกมาข้างนอกแล้วละครับ
.
โดยสรุป ที่นี่น่ามาเที่ยวมากๆ ถึงแม้ในหน้าไฮซีซั่น ราคาก็ไม่แพงขึ้นเท่าไหร่ แถมสภาพแวดล้อมสะอาดสะอ้านมากครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: ทริปหนานหนิง-กุ้ยหยาง Jan 03-15, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 24/01/2019 11:53 am

รูปภาพ
.
Guiyang's Jiaxiu Tower-หอบัณฑิตเกียรตินิยมแห่งกุ้ยหยาง
.
26 มกราคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ แล้วเราก็ใช้เวลาในวันสุดท้าย (11 มกราคม) หรือวันที่ 5 นี่แหละครับ มาเที่ยวสถานที่อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของกุ้ยหยางนี้เอา และ...
.
ไชโย วันนี้ไม่มีฝนอีกวันหนึ่งแล้ว....ดีจุงเบย
.
First Scholar Tower หรือ เจี๋ยซิ่วโหลว (เจี๋ย=อันดับหนึ่งหรือ Top, ซิ่ว=ยอดเยี่ยม และ โหลว=หอ) 甲秀楼เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีสายน้ำล้อมรอบ เป็นแหล่งรวมรายชื่อและอุปกรณ์ต่างๆของเหล่าบัณฑิต หรือ จอหงวน-状元-จ้วงหยวน ดังๆเด่นๆ (เกียรตินิยม) ทั้งหลายไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองกุ้ยหยาง (อีกด้านหนึ่งที่ต้องนั่งรถประจำทางกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะรถติดมาก) ที่มีผู้คนชาวท้องถิ่นมาเที่ยวเดินเล่นวิ่งเล่นยามเช้า มากไม่แพ้นักท่องเที่ยว (ชาวจีน) อื่นๆ..... ฝั่งตรงข้ามก็จะอุดมไปด้วยร้านอาหารนานาชนิด แหล่งช้อปปิ้งต่างๆ ชนิดเป็นศูนย์รวมใจของชาวกุ้ยหยางเลยก็ว่าได้
.
ตามตำนานเล่ากันว่า หอนี้สร้างขึ้นบนอิฐก้อนที่เกิดจากการจับตัวเป็นกระดองเต่ายักษ์-万鳌矾石-วั่นเอ๋าฝันเสอ ในปี คศ.1598 โดยมีสะพานปูนสองฟากฝั่งแม่น้ำ 南明河-หนันหมิงเหอ ต่อมาถูกไฟผลาญในปี คศ.1621 และหลังจากนั้นก็ผ่านการบูรณะมาตลอดถึง 6 ครั้งใหญ่ด้วยกัน
.
และเป็นที่นี่เองที่ลูกศิษย์คนหนึ่งของท่านปราชญ์ใหญ่นาม 王阳明-หวังหยางหมิง (ผู้ที่เป็นครูแห่งชาติที่เป็นทั้งนักปรัชญา นักจิตวิยา นักการศึกษา นักการทหาร ผู้มีตำรับตำรามากๆในร้านหนังสือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน) ชื่อ 马廷锡-หม่าถิงเสอ ใช้เป็นที่ฝึกสอนอบรมสายานุศิษย์ทั้งหลายในช่วงหนึ่ง
.
เจี๋ยซิ่วโหลวนี้ ว่ากันในเว็บต่างๆว่า ตัวหอนั้นงดงามแบบ หอนกกะเรียนเหลือง-黄鹤楼-หวงเฮอะโหลว ใน อู่ฮั่น-武汉 เลยทีเดียว แต่ข้อเท็จริงนั้น ต่างกันหลายเท่า เพราะเป็นแค่หอเล็กๆมีเพียง 3 ชั้น (ชั้นบนส่วนใหญ่ปิด) แถมขนาดภายในก็แทบจะไม่มีอะไรให้ดูชมมากนัก ทว่า...
.
บรรยากาศแวดล้อมในพื้นที่กะทัดรัดนี้ งดงามสบายตา น่าเดินเที่ยว (ไม่เหนื่อย) กว่า ที่อู่ฮั่นเยอะ และที่สำคัญคือฟรี (ที่อู่ฮั่นต้องเสียค่าผ่านประตูเกือบ 100 หยวน ถ้าจำไม่ผิดครับ) ครับ
.
รูปภาพ
.
ขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ฯ (สมมุตินะครับ) ที่เป็นต้นทางของรถประจำทางหลายสาย คือที่ ฮัวกว่าเอี๋ยนเสอตี้กงเอี๋ยน-花果园湿地公园-Wetland Park แล้ว ถามย้ำกับเจ้าหน้าที่ ขสมก.ของที่นั่นอีกที ก็ได้ความว่าให้ขึ้นรถสาย 34 ไป 11 ป้ายดังรายละเอียดที่บอกในตู้ ตรงกับที่หามาในเว็บ อือม์..ไม่ใกล้อย่างที่คิดเลย
.
นั่งรถจนใกล้จะถึงซึ่งรถติดมาก ผ่านย่านของทานและร้านค้าต่างๆที่ป้าย ตงเหมิน-东门-ประตูตะวันออก เห็นเค้าวางขายพัดลมทั้งแบบทั่วไปและเป็นโต๊ะอย่างที่เราเคยใช้ในร้านขาหมูที่ ชิงเอี้ยนกู่เจิ้น-青岩古镇-เมืองโบราณชิงเอี๋ยนแล้ว ก็เข้าใจว่าน่าจะขายดี..... แต่เดาเอาว่าคงจะกินไฟน่าดู ก็ขนาดเตาไฟฟ้าที่เป็นลวดขดๆเดี๋ยวนี้ยังไม่มีใครกล้าใช้กัน เพราะเปลืองไฟเหมือนหรือยิ่งกว่าเตารีดไฟฟ้าอีก ไม่รู้คนจีนคิดเรื่องนี้กันหรือเปล่า...อ้อ ทั้งหมดเป็นพัดลม Heater-ให้ความร้อนในฤดูหนาวนะครับ
.
แล้วรถก็จอดป้าย โดยไม่ต้องดูชื่อป้ายให้เสียเวลา เพราะคนตรึมทั้งซุ้มประตูลานกว้างด้านหน้า ลามมาจนถึงป้ายรถเมล์เลย...
.
รูปภาพ
.
เดินย้อนหลังเลยจากป้ายรถเมล์ที่เราลงมาหน่อย ก็เจอแล้วครับ ภาพงดงามเห็นเงาของหอสวยสะท้อนในน้ำของเจี๋ยซิ่วโหลว และสะพานงามเป็นทิวยาว แม้จะมีใบไม้ห้อยบังก็ตาม
.
มองไปฝั่งตรงข้าม ร้านค้าเพียบเลย ผู้คนมาแต่ไหนไม่ทราบขวักไขว่ไปหมด
.
แล้วก็มาถึงซุ้มประตูใหญ่ด้านหน้า ที่เขียนสลักด้านบนว่าเป็น 城南胜蹟-เฉิงหนันเซิ่งจี๋-แหล่งประวัติศาสตร์ชั้นนำด้านใต้ของเมือง
.
ด้านหนึ่งเป็นแผนผังโดยย่อและประวัติตำนาน..
.
เข้าด้านในเป็นศาลากลางทางเดินบนสะพานปู่นขาวชื่อ 涵碧亭-หันปิ๊ถิง-ศาลามรกต ซึ่งเห็นทิวทัศน์โดยรอบเป็นตึกระฟ้าทันสมัย
.
รูปภาพ
.
ขอเก็บภาพไปเรื่อยๆรวมทั้งภาพเราสามที่คนอื่นแช๊ะให้ด้วยนะครับ
.
รูปภาพ
.
มุมต่างๆเหล่านี้แหละครับ ที่น่าดูชมกว่า หอนกกะเรียนเหลืองที่อู่ฮั่นเยอะครับ
.
รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่ประจำหอ น่ารักมากครับ เพียงทราบว่าเรามาจากเมืองไทย และผมพูดฟังจีนได้ ก็นอกจากอธิบายเรื่องราวตามป้ายต่างๆให้ฟังแล้ว ยังแนะนำด้วยว่า "ไหนๆมาถึงที่นี่แล้ว ก็น่าจะเลยไปที่ หยางหมิงซื่อ-阳明祠-ศาลเจ้านักปราชญ์ด้วย เพราะขึ้นรถสาย 85 ที่ด้านหน้าไปอีกเพียง 4 ป้าย" ว่าแล้วก็ชี้ให้ดูบทกลอนที่กล่าวถึงท่านในหอ และเปิดมือถือให้ผมดูด้วยว่า ที่ศาลเจ้านั่นมีอะไรที่น่าดูชมบ้าง
.
รูปภาพ
.
ภายในชั้นล่างของหอ นอกจากหุ่นจำลองของอุทยานในบริเวณต่างๆ และบทกลอนตามที่ต่างๆแล้ว คุณเจ้าหน้าที่ยังบอกให้เราถ่ายเหรียญที่เธอกลัดอกไว้เป็นอักษร 4 คำที่ว่า "จือสิงเหออิ๊-知行合一-ใจกายรวมเป็นหนึ่งเดียว" อันเป็นคำคมของท่านปราชญ์หวังหยางหมิง นักจิตวิทยาที่มีสานุศิษย์นานาประเทศ พร้อมกับบอกว่า "อย่าลืมขอเข็มกลัดอย่างนี้ที่นั่นนะคะ" ขอบคุณมากครับ
.
รูปภาพ
.
เดินออกจากหอไปยังอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนสวยใน ชุ่ยเหวยเก๋อ-翠薇阁-ศาลาหญ้ามรกต อันตั้งอยู่ถัดไปเมื่อข้ามอีก 1 สะพานครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าไปในอุทยาน ด้านหนึ่งเป็นหินน้ำตก ด้านหนึ่งเป็นศาลายาว และด้านตรงภายในขึ้นบันไดนำไปสู่ ก้งหนันเก๋อ-拱南阁-ศาลาประตูใต้
.
รูปภาพ
.
ภายในศาลาฯ นอกจากมีภาพเขียนสีสันทันสมัยแล้ว ยังมีจอวิดิโอฉายตำนานที่มาของ หอบัณฑิตเกียรตินิยม และส่วนอื่นๆด้วย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: ทริปหนานหนิง-กุ้ยหยาง Jan 03-15, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 24/01/2019 11:56 am

รูปภาพ
.
ประตูเข้าสู่สวนสวยอีกด้านหนึ่ง นำเราไปสู่ศาลาอันเป็นจุดแสดงนิทรรศการแผ่นผ้าตัวอักษรลายพู่กัน แต่วันนี้ปิดอยู่ ทว่า บริเวณศาลารอบๆมีที่นั่งกว้างใหญ่นั่งสบาย เหมาะสำหรับ....
.
รูปภาพ
.
การรับประทานของว่างอันประกอบด้วย น่องเป็ด ปีกเป็ดพะโล้ ผลองุ่น กับมันเผา ที่เราเตรียมมาเป็นอย่างยิ่ง 5555
.
รูปภาพ
.
เดินชมบรรยากาศไปทั่วๆศาลายาวแสนประทับใจ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ได้เวลากลับออกมาข้างนอกด้วยความสุขใจ เฉกเช่นชาวบ้านทั้งมวลที่มาเยือนเป็นประจำและไม่ประจำ
.
รูปภาพ
.
.
จากหอบัณฑิตเกียรตินิยม เจี๋ยซิ่วโหลว เรายังไม่ข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพื่อเดินชมร้านค้าต่างๆ แต่จับรถเมล์สาย 85 เพื่อไปยัง หยางหมิงซื่อ-阳明祠-ศาลเจ้านักปราชญ์ ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หญิงท่านนั้น
.
เรื่องราวของปราชญ์ใหญ่นาม 王阳明-หวังหยางหมิง ผู้เกิดในปี คศ.1472 นั้น มีประวัติอันน่าสนใจยิ่ง คือ...
.
ณ บ้านคหบดีท่านหนึ่งในอำเภอ อวี๋เหยา-余姚县 อำเภอเส้าซิง-绍兴府 มณฑลเจ๋อเจียง-浙江 นั้น ลูกสะใภ้ของท่านเจ้าของซึ่งตั้งครรภ์อยู่ฝันไปว่า มีเทพยดาลอยลงมาพร้อมก้อนเมฆ อุ้มเด็กทารกอ้วนขาวมาให้ เมื่อเล่าความฝันนี้ให้พ่อปู่ฟัง ท่านก็เลยตั้งชื่อเด็กทารกชายเมื่อกำเนิดว่า หวังอวิ๋น-王云-ชื่อเมฆ แซ่หวัง แต่นั้นมา
.
เรื่องน่าแปลกคือ ระหว่างที่เด็กอื่นๆช่างพูดช่างเจรจาตามอายุ แต่หนูน้อยหวังอวิ๋นไม่เคยเอ่ยคำใดๆเลยจนอายุได้ 5 ขวบ กระทั่งวันหนึ่ง ณ สนามเด็กเล่น พระคุณเจ้าท่านหนึ่งที่ผ่านมา แทนที่จะสนใจเด็กอื่นๆที่เล่นเจี๊ยวจ๊าวบริเวณนั้น กลับใส่ใจในเด็กที่นั่งเงียบจุมปุ๊กอยู่ขอบรั้ว ท่านจึงเดินเข้าหาและทันทีที่ลูบศีรษะของเด็กก็รำพึงว่า "บุคลิกลักษณะดีมาก แต่ไร้กาลเทศะไปหน่อย"
.
ปรากฏว่า เจ้าของร้านค้าแถบนั้นได้ยินเข้า จึงจูงมือเด็กไปบอกเรื่องราวแก่ท่านคหบดี ท่านคหบดีตกใจมาก และเข้าใจคำกล่าวทักนั้นเป็นอย่างดี จึงเปลี่ยนชื่อเด็กใหม่เป็น หวังโส่วเหยิน-王守仁-ชื่อ ดำรงการุณย์ แซ่หวัง และไม่นานหลังจากนั้น ก็พูดจาได้เป็นปรกติ
.
ความเฉลียวฉลาดของท่านผู้ต่อมาใช้ชื่อว่า หวังหยางหมิง-王阳明-ชื่อตะวันฉาย แซ่หวัง นั้น ปรากฏจนดังไปทั่วปฐพี คือเมื่ออายุ 10 ขวบ ถูกพ่อพาตัวไปร่วมงานเลี้ยงของผู้รู้ต่างๆ แล้วเค้าทำตัวเป็นศรีปราชญ์ของเรา คือแต่งกลอนไพเราะยิ่งออกมาได้ทันทีที่เห็นกระดาษและแป้นหมึกวางอยู่มุมห้อง แต่ทุกคนไม่เชื่อว่าจะเป็นกลอนสด จึงตั้งชื่อบทใหม่ให้แต่งดู แต่เค้าก็แต่งได้ฉับพลันอย่างงดงามและไพเราะยิ่ง
.
หลังจากนั้น ก็ก้าวหน้าทางการเรียนมาตลอด จนเข้ารับราชการทหารเพื่อศึกษาตำราการทหาร เป็นนักการศึกษา นักปรัชญา นักจิตวิทยา ฯลฯ ที่ไม่เพียงทำให้ญี่ปุ่นเอาชนะรัสเซียได้ในครั้งหนึ่งเป็นครั้งแรกแล้ว ผู้นำของจีนอย่างน้อย 3 ท่านคือ เหมาเจ๋อตง เจียงไคเช็ค และ สิจิ้นผิง ก็ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่าได้เรียนรู้หลักการต่างๆมาจาก ท่านหวังหยางหมิง ทั้งสิ้น
.
รูปภาพ
.
ขึ้นรถประจำทางสาย 85 อีก 4 ป้าย ลงรถที่ป้าย หยางหมิงซื่อ-阳明祠-ศาลเจ้านักปราชญ์ แล้ว ยังต้องเดินเป็นทางขึ้นเนินไปอีก 2-300 เมตร ผ่านซุ้มประตูใหญ่กลางถนนไป แล้วขึ้นบันไดไปอีกหลายสิบขั้น ก่อนจะทะลุอีกซุ้มประตูหนึ่งเข้าไป
.
รูปภาพ
.
ที่นี่ คือ หยางหมิงซื่อ-阳明祠-ศาลเจ้านักปราชญ์ ที่เข้าชมฟรี แต่ต้องเซ็นชื่อที่ป้อมยาม ซึ่งเจ้าหน้าที่น่ารักมากเมื่อทราบว่าเรามาจากเมืองไทย
.
ขึ้นบันไดไปยังศาลาต่างๆชั้นบน ผ่านป้าย ฝูฟง-扶风-ประคองสายลม ด้านบน เห็นศาลาสวยงามบนเขา แต่เราไม่ได้ขึ้นไปครับ แหะแหะ
.
รูปภาพ
.
ทั้งบริเวณออกจะเงียบเหงาต่างจากสถานที่สำคัญอื่นๆ แต่ก็รักษาไว้เป็นอย่างดี
.
รูปภาพ
.
อย่างที่เรียนแล้วครับว่า ตำรับตำราทางจิตวิทยาและเรื่องอื่นๆของท่านหวังหยางหมิง มีเยอะมากๆในร้านหนังสือต่างๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และในยูทูปก็มีการบรรยายลงรายละเอียดประวัติชีวิตและคำสอนของท่านอย่างยาวเหยียด สำหรับผู้ที่อ่านฟังภาษาจีนกลางได้ครับ
.
รูปภาพ
.
ไปยังห้องเก็บรักษาบทความและหนังสือของท่านภายในเลยครับ ซึ่งประโยคทองของท่านก็คือ “知是行之始 行是知之成-จือซื่อสิงจือสื่อ สื่อซื่อจือจือเฉิง-ความเข้าใจคือจุดเริ่มต้นของการดำเนินชีวิต การดำเนินชีวิตคือผลสำเร็จของความเข้าใจ" อันหมายถึง "จือสิงเหออิ๊-知行合一-ใจกายรวมเป็นหนึ่งเดียว" นั่นเอง
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: ทริปหนานหนิง-กุ้ยหยาง Jan 03-15, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 24/01/2019 11:59 am

รูปภาพ
.
เดินชมรอบๆบริเวณนะครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าที่ห้องอันประกอบด้วยหุ่นจำลองของท่าน ด้านบนระบุคำว่า "เจินซานปู๋ซิ่ว-真三不朽-สามอมตะที่แท้จริง" หมายถึง "ท่านดำรงรักษาชีวิตด้วยหลักการ ลิเต๋อ-立德-ดำรงรักษาคุณธรรม ลิกง-立功-ดำรงรักษาผลงาน และ ลิเอี๋ยน-立言-ดำรงรักษาคำพูด" ซึ่งเป็นคำยกย่องท่านที่ไม่เกินจริงครับ
.
รูปภาพ
.
ด้านนอกศาลา สุ่ยเยี่ย-水月-วารีจันทรา มีแผ่นป้ายบรรยายความงดงามของทิวทัศน์รอบด้าน ด้วยอักษรลายพู่กันที่งดงามยิ่งของท่านหวังหยางหมิงเอง
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็กลับลงมาด้านล่าง โดยได้เหรียญเข็มกลัดสีแดง "จือสิงเหออิ๊-知行合一-ใจกายรวมเป็นหนึ่งเดียว" จากเจ้าหน้าที่หน้าประตู ที่ค้นหาให้ แถมผู้อื่นที่แวะเวียนมาพลอยได้รับของที่ระลึกนี้ด้วยครับ
.
ลงไปยังป้ายรถประจำทางฝั่งตรงกันข้าม...
.
รูปภาพ
.
ขึ้นรถสาย 85 กลับคืนมายังป้ายฝั่งตรงข้าม เจี๋ยซิ่วโหลว และเดินชมร้านค้าต่างๆ และอุดหนุนหมั่นโถวริมทางด้วย
.
รูปภาพ
.
เดินผ่านโรงแรม เคมปินสะกี้ ที่มีหุ่นลิงยักษ์ข้างตึก แล้วก็มาถึงศูนย์ค้าส่งที่เป็นตลาดชุมชนด้านหนึ่ง และภายในมีสินค้าจำหน่ายหลากหลาย
.
สอบถามผู้คนแถวนั้น ได้ทราบว่า ช่วงบ่ายอย่างนี้ ผู้คนจะทานอาหารง่ายๆแบบบ้านๆกัน คือ เลือกผัก เนื้อ และน้ำจิ้ม ที่ต้องการใส่กาละมัง แล้วเค้าจะจัดการทำเป็นซุปให้เราทานกับข้าว แต่ผมอิ่มแล้ว สองสาวจึงได้ยองๆลิ้มลองรสชาติอาหารเที่ยงของชาวออฟฟิซแถวนั้นตามลำพัง สนนราคา 31 หยวนเท่านั้นครับ
.
ถึงขนาดขอถ่ายภาพกับสาวเจ้าของร้าน คงไม่ต้องถามว่าอร่อยแค่ไหนนะครับ
.
รูปภาพ
.
การใช้รถประจำทางเป็นยานพาหนะในเมืองกุ้ยหยาง ทำให้เรามีโอกาสผ่านสะพานสวยย่าน ถนนฮัวกั่วเอี๋ยนต้าเจีย-花果园大街 (ประมาณสุขุมวิทของเราที่ยาวเหยียด) หลายรอบ และเราก็จดจำได้ว่า จะนั่งรถสายไหนมาลงที่ไหนครับ
.
รูปภาพ
.
ขึ้นรถสาย 307 จาก เจี๋ยซิ่วโหลว มายังป้าย เจี๋ยซิ่วหนันลู่เป่ย-甲秀南路北 ลงรถแล้วเดินเลี้ยวขวาไป ก็เห็นสะพานเด่นสง่า ซึ่งยากจะหามุมถ่ายได้สมบูรณ์ แต่เราก็ขึ้นบันไดหลายขั้นในดงตึกระฟ้าไปหาจุดที่สนใจจนได้
.
รูปภาพ
.
ลงบันไดเดินผ่านสวนหย่อมไปหามุมอื่นๆ ซึ่งบริเวณนี้เป็นแยกถนนใหญ่ รถราคับคั่งมากๆ
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็ได้เห็นเจดีย์ไม้ด้านหลังชัดๆ พร้อมลายภาพงดงามใต้สะพาน
.
รูปภาพ
.
จากสะพานพระพายพิรุณ (ลมฝน) เราขึ้นรถสาย 223 ไปจนสุดสาย เพื่อไปยังแหล่งค้าส่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกุ้ยหยาง-贵阳西南国际商贸城-กุ้ยหยางซีหนันกั๋วจี้ซังเม่าเฉิง-ศูนย์ค้าส่งนานาชาติตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นอาคารใหญ่อยู่ตรงข้ามกับ ท่ารถทัวร์จินหยางเขอเชอจั้น-金阳客车站 อันยิ่งใหญ่ยิ่งนัก
.
รูปภาพ
.
ยืนคุยกับเด็กจีนครู่ใหญ่ เมื่อรถสาย 223 มาถึง เราก็นั่งไปประมาณ 12 ป้าย แต่ใช้เวลานานมาก ก็มาถึงบริเวณที่กว้างใหญ่เหลือคณานับ ซึ่งเวลาบ่าย 4 โมงอย่างนี้ ต่อให้เราข้ามสะพานไปเดินชมทีละชั้นละชั้น ซึ่งมีสรรพสินค้าค้าส่งค้าปลีก (ใหญ่ราวกับเมือง สมชื่อความเป็น เฉิง-城-นคร) นานาชนิด 2 วันก็คงไม่หมด เพราะน่าจะใหญ่กว่าศูนย์การค้าใบหยกของเราประมาณสิบๆเท่าครับ
.
เราจึงต้องเดินตามคนอื่นๆ ไปยังศูนย์รถประจำทางซึ่งอยู่ไม่ใกล้เลย เข้าซอกซอยต่างๆจนเห็นลานจอดรถประจำทางเป็นช่องๆอันใหญ่กว่าหมอชิตของเราอีก (นี่เฉพาะลานจอดรถประจำทางนะครับ)
.
โชคดีที่เพียงสอบถามที่ไป ก็มีคนบอกว่าสาย B259 ก็จะไปถึงป้าย อุทยานเสอตี้ ที่เราขึ้นมาแต่เช้าได้เลย โดยผ่านแค่ แค่ แค่...23 ป้ายเท่านั้น
.
โชคดีที่รอไม่นาน รถก็มา โดยก่อนหน้านั้น ได้สนทนากับเจ้าหน้าที่เด็กหนุ่มที่มีเพื่อนนักศึกษาไทยเรียนที่มหาลัยด้วย และชื่นชอบประเทศไทยมาก เค้าบอกว่าที่เลือกเริ่มงานที่นี่ เพราะเป็นงานราชการที่มีสวัสดิการดีๆเช่นของเรานั่นเองครับ
.
เพื่อนๆที่สนใจแหล่งค้าส่งดีๆและมีเวลามากกว่าเรา ที่มาเอาเสียบ่ายเย็นในวันสุดท้าย ก็เรียนเชิญนะครับ ส่วนเราก็ขอช้อปปิ้งที่หนานหนิงก่อนกลับเอาครับ อิอิ
.
เป็นอันสิ้นสุดรีวิวกุ้ยหยาง และขอให้ทุกท่านมีความสุขไม่แพ้เราหรือดีกว่าในวันฟ้าใสๆนะครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน

cron