Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 16/03/2019 1:03 am

รูปภาพ
.
Bucharest, Romania.-บูคาเรสท์: เจตนายังเหมือนเดิม
.
ติดงานคุณนายเคทซะเกือบ 2 เดือน ในที่สุดเราก็ได้ออกทริป แถวยุโรปตะวันออกใต้นี้อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้มาที่ดินแดน Transylvania-ทรานซิลวาเนีย แถบ Balkans-บอลข่านส์ เลยครับ
.
โดยเริ่มต้น ที่ โรมาเนีย เมืองที่ ท่านอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช ชมนักชมหนาเมือ่ 4-50 ปีก่อนว่า สมุนไพรจากบ่อเกลือและผักยาของเค้า Anti-Aging รักษาความหนุ่มความสาวได้ดีจริงๆ
.
เรียนเชิญอ่านรีวิวเล็กๆ ได้ที่นี่ต่อไปนี้ หรือที่ลิงค์ goo.gl/rXQvUj ครับ
.

รูปภาพ
.
Bucharest Romania-บูคาเรสท์: เจตนายังเหมือนเดิม
.
15 มีนาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
......แล้วเราสองก็ได้มาที่ โรมาเนีย-Romania สมดังความตั้งใจที่มีไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ที่อุณหภูมิร้อนแรงจนเราต้องยกเลิกทริปไป
.
มาเที่ยวนี้ ดูพยากรณ์อากาศแล้ว ไม่ถึง 10 องศา เข้าท่าเข้าทางกับสไตล์การเที่ยวของเราซึ่งเน้นเรื่องเดินวันละกว่า 10 โลเป็นหลัก ประสา "ทัวร์สุขภาพ" แบบ "เจตนายังเหมือนเดิม" คือ ไปเรื่อยๆเอื่อยๆ ไม่มีอะไรรีบร้อน เปลี่ยนแปลงโปรแกรมได้ตลอดเวลา ขอแค่วันไปกับวันกลับอย่าตกเครื่องบินเป็นใช้ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
.
ทริปนี้ ต้องขอขอบคุณ KMT โทร.02-6426865-6 เช่นเคยและครั้งนี้เป็นพิเศษ เพราะทั้งต้องเหนื่อยยกเลิกทริปเก่า แล้วมาจองทริปใหม่ซะเกือบข้ามปี ได้ตั๋ว กาตาร์แอร์เวย์ ที่ยังขนของได้คนละ 30 กิโล ในขณะที่สายการบินอื่นๆ ลดการโหลดน้ำหนักกเหลือแค่ 20-23 กิโลเป็นทิวแถว...เฮ่อ..ต่อไป ท่าจะออกทริปไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว....เฮ่อ เฮ่อ...เคเอ็มที อยาลืมเพื่อนรักคู่นี้นะ ขอบอก อิอิ
.
นั่งเครื่องคืนวันที่ 7 มีนาคม ถึงโดฮา ต่อเครื่องใหม่ (มีเวลา 6 ชั่วโมง เพราะเที่ยวก่อนหน้านี้ รอแค่ชั่วโมงครึ่งเราไม่เอา กลัวทรานสซิทไม่ทัน เพราะต้องผ่าน ตม.โดฮาอีกรอบ) มาถึงเช้าวันที่ 8 เวลา 11.05 น.ที่สนามบินบูคาเรสท์
.
สนามบินประมาณสนามบินดอนเมืองบ้านเรา ผ่าน ตม.ไม่ยุ่งยากอะไร (เช่นเคยครับ แค่เห็นเป็นพาสปอร์ตไทย ตม.ก็ยิ้มให้แล้ว แม้ไม่ค่อยมีคนไทยมา แต่กิตติศัพท์โฆษร่ำลือในทางดีงาม) รับกระเป๋าเร็วมาก ไม่ถึง 20 นาที ก็ปร๋อ ออกมาข้างนอก
.
สิ่งแรก ก่อนรับกระเป๋า คือแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งมีบูธดักรอที่ทางเดินไปสายพาน 1 บูธ แต่เราขอเลือกบูธที่สองหน้าสายพานกระเป๋าดีกว่า เพราะคนแลกเยอะดี....ได้เรท ยูโรละ 4.15 Lei (เลย์) เช่นกัน คือ 1 เลย์เท่ากับ 8.60 บาท แต่เมื่อแลกในเมือง ซึ่งร้านแลกเปลี่ยนเยอะมาก ได้เลย์ละ 4.67-4.72 โดยประมาณ ตกเลย์ละ 7.70 บาท....
.
คิดง่ายๆว่า เลย์ละ 8 บาทเป็นใช้ได้
.
แน่นอนครับว่า ที่สนามบิน เราใช้แบ้งค์ยูโรที่เล็กสุด คือ 50 ยูโรแลกไป เพราหลังจากนี้ ขึ้นรถบัสเข้าเมืองต้องใช้เงินสกุลโรมาเนียลูกเดียว
.
555.....เป็นตายก็ไม่ขอใช้แท๊กซี่ครับ อยากทราบว่าเป็นยังไง เดี๋ยวอ่านดูเน้อ....
.
แอร์พอร์ตชัตเติ้ลบัส สาย 783 รอทุกๆ 20-30 นาทีอยู่แล้ว ค่ารถไปกลับ (ซื้อที่บูธคนขายข้างๆ) คนละ 8.50 เลย์ (ไม่เขียน Lei นะครับ ขี้เกียจเปลี่ยนคีย์ จะแปลเป็นมันฝรั่งทอดก็ตามใจท่าน หุหุ) ตั๋วนี้ใช้ได้เป็นเดือนๆ ตราบเท่าที่ไม่ทำหาย เพราะยังไงขากลับก็ต้องขึ้น 783 แน่ๆ
.
ระยะทางจากสนามบินเข้าเมือง ใช้เวลาแค่ 40 นาที และ แหม..ไม่อยากเซ่ดเลยครับว่า คนโรมาเนียนี่ไม่ต่างกับคนไทยในต่างจังหวัดของเราเลย (ที่ กทม.ก็มี แต่น่าจะไม่กี่สิบ) คือยิ้มง่าย ให้ความช่วยเหลือทุกคน ย้ำ ทุกคนครับ ขนาดเดินจ้ำๆอยู่ แค่เรา Hello หรือ Excuse Me ไป ก็หยุดให้ความช่วยเหลือตอบคำถามและเดินนำบอกทางทุกคน ย้ำ ทุกคน ครับ
.
ทริปนี้ จึงมีรูปผู้คนชาวโรมาเนีย เยอะมากๆ อย่างภาพที่เห็นนี้ ถามทางเจ๊คนสวมเสื้อสีชมพูคนเดียว ที่เหลือต่างรุมล้อมเข้ามาถ่ายรูปด้วยโดยไม่รู้จักกันมาก่อน ถ่ายเสร็จยิ้มแย้มแล้วก็ต่างคนต่างเดิน...น่าแปลกไหมครับ
.
เพราะฉะนั้น โรมาเนีย ต้องเชียร์ เพราะผู้คนเค้าดีกับนักท่องเที่ยวจริงๆ ไม่มีคำว่า NO จากพวกเค้าเลยแม้แต่คนเดียว ย้ำ แม้แต่คนเดียวครับ
.
โดยสรุป โรมาเนียดีจริงๆครับ ด้วย...
.
--ค่าซิมอินเตอร์เน็ต แบบ Unlimited 28 วัน แค่ 30 เลย์ หรือ 240 บาท คลื่นแรง เล่นเน็ตได้โทรได้ แถมโทรประเทศใน อียู ได้อีก 100 นาที....แม่เจ้า....เราใช้ของ Telekom Romania ที่มีอักษร T สีชมพูตัวใหญ่ๆหน้าร้าน ที่มีทุกมุมทุกเมืองครับ
.
-- ไม่เจอคนจึนเที่ยวเองหรือเที่ยวเป็นกลุ่มเลยครับ ผู้คนจึงไม่เจี๊ยวจ๊าว เดินระเกะระกะ และ ทุกคนยิ้มให้เมื่อยกกล้องถ่ายรูปเค้า ถ่ายรูปร้านเค้า ฯลฯ.....อนาคตอันใกล้ ยามทัวร์จีนมาเมื่อไหร่ โหยย ไม่อยากจะคิด อิอิ
.
-- อาหารอร่อยมาก อร่อยทุกเจ้า และราคาไม่แพงครับ
.
-- การเดินทางภายในโรมาเนีย สะดวกพอสมควร มีรถไฟ รถบัส ที่ คนเยอะใช้บัสใหญ่ 34 ที่นั่ง คนย่อมใช้บัสกลาง 22 ที่นั่ง และคนน้อยใช้แวน 8 ที่นั่ง จองออนไลน์ได้ ราคาถูกกว่ายุโรปดังๆๆเป็นครึ่ง และ ทุกคันใหม่เอี่ยมประมาณแกะกล่องของ Memento Bus ขาใหญ่ที่นี่ครับ
.
ฯลฯ
.
แค่นี้ก่อนนะครับ ส่วนรูปจะตามมาภายหลัง ว่าแต่...จะรีรออะไรอยู่ครับ ถ้าไม่มาเที่ยวโรมาเนีย จะไปหาประเทศดีๆที่ไหนกันได้อีก พ่อเจ้าประคู้ณณณ....
.
วีซ่า โรมาเนีย ถ้าขอยาก ก็วีซ่า ฮังการี่ ซิครับ เพราะที่นี่ เค้าเคยอยู่ในปกครองของฮังการี่มาก่อน... Bucharest กับ Budapest ออกเสียงคล้ายๆกันอยู่แล้ว (ก็ขนาด ไมเคิ้ล แจ๊กสัน ยังเคยตะโกนตรงพระราชวังว่า Hello Budapest ที่เมือง Bucharest นี้จนเละตุ้มเป๊ะกลายเป็นโจ๊กเล่าตลอดมานี่ครับ อิอิ) ค่าตั๋วอาจไม่ถูกสมใจ แต่ค่าใช้จ่ายรับรองช๊อค...เพราะถูกจริงๆ
.
อ้อ...ที่บูคาเรสท์นี้ ตั๋ววัน-One Day Pass ขึ้นรถบัสรถรางได้ทั้งวัน วันละ 8 เลย์ (64 บาท)...แล้วถ้า 2 วัน 3 วันล่ะ เท่าไหร่เอ่ย?
.
แหะ แหะ ไม่มีครับ..เพราะที่นี่มีแต่ตั๋ว 1 วัน และแบบ 1 อาทิตย์หรือ 7 วัน ใบละ 17 เลย์ 136 บาท...โอ๊ยยย อยากจะหัวร่อให้ฟันหักเจงๆ
.
55555
.

รูปภาพ
.
ทริปนี้เดินทางเหมือนๆจะไกลแบบทุกที (แต่เพื่อนต่างชาติที่โฮสเต็ลต่างตะลึงว่า คุณทั้งสองมาไกลมากกก) คือมาอยู่ที่บูคาเรสท์ 3 คืนในวันที่ 8-9-10 มีนาคม โดยการนั่งเครื่องลำใหญ่มาที่โดฮาก่อน พัก 6 ชั่วโมง แล้วมาต่อลำเล็กอีกที 5 ชั่วโมง ถึงก่อนเที่ยงเป็นเวลาดีมากๆ เพราะที่พักเช็คอินบ่าย 3 ครับ
.
3 วันในบูคาเรสท์ เที่ยวกับ Free Walking Tour 2 รอบ คือรอบ Monarchy vs Communisim-สถาบันกษัตริย์และระบบคอมมิวนิสต์ และ รอบ Old Town Legends & Stories-ตำนานเมืองเก่าและเรื่องเล่าปรำปรา......แต่ภาพที่เห็นบนแบนเน่อร์นั้น กรุ๊ปที่เราไปด้วยแค่ 10 นาทีก็บอกลา เพราะคนเยอะเกือบ 50 คน ม่ายหวาย....จึงเปลี่ยนเป็นกรุ๊ปเล็กแค่ 8-10 คนในวันถัดมา ซึ่งสนุกมาก ฮาตลอด เพราะทั้ง 2 ไกด์ชายหญิงเป็นคนทำงานที่หารายได้ในวันหยุด มุกเยอะภาพแยะเรื่องราวดี รอบละ 2 ชั่วโมง ประทับใจจริงๆ
.
อ้อ...ถึงป้ายจะบอกว่าฟรี แต่เป็นมารยาทและความเต็มใจนะครับว่า จบรอบต้องมีการทิป ซึ่งเราและทุกคนต่างให้ไปคนละ 20 เลย์ (160 บาท) ครับ
.
เวลาที่เหลือก็เดินสะบัดตามสไตล์ ขึ้นบัสขึ้นรถรางเป็นว่าเล่นเพราะฟรีแล้วทีนี้...บูคาเรสท์มีรถใต้ดินด้วยครับ ค่ารถเที่ยวละ 2.50 เลย์ แต่เป็นบัตร 10 เที่ยวก็ 20 เลย์ ...2 คนใช้บัตรเดียวกันได้ 5 เที่ยว....เวลาเข้า ก็สอดบัตรจนได้ยินเสียง แต๊ก ประทับวันที่ แล้วก็ดึงบัตรออก ประตูถึงเปิดให้เข้าไปครับ ส่วนขาออกเดินออกได้เลย
.
เวลาที่มีไปได้เกือบทั่วบูคาเรสท์ หลายแห่งเช่นศูนย์กลางเมือง เดินผ่าน 4-5 รอบ เจอผู้คนน่ารัก ร้านดอกไม้มีเพียบกว่าที่อื่น โดยเฉพาะวันที่ 8 มีนาคม แทบไม่มีใครไม่ถือดอกไม้เลย เพราะเป็น International Women Day-วันสตรีสากล...ตอนนั่งรถบัส คุณป้าท่านนึง แจกแอ็ปเปิ้ลให้คุณนายเคท 4 ผลด้วย ปฎิเสธยังไงก็ไม่ยอม...แบบว่า คนแก่ที่นี่ชอบให้ของคนมาก เจอหลายครั้งทีเดียวครับ
.
เช้าวันที่ 11 มีนาคม เราก็นั่งมินิบัสชั้นดี 7 ชั่วโมงมาที่เมือง Sibiu-ซิบิว เพื่อใช้ที่นี่เป็นฐานศูนย์กลางท่องเที่ยวโรมาเนีย 4 คืน คือ 11-12-13-14 มีนาคม
.
ซิบิวเป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดย่อม เดินวันเดียวก็เกือบทั่ว แต่เราเจาะทะลุกว่านั้นแบบหอบเล็กๆ เพราะต้องขึ้นเนินลงเนินเกือบตลอด... ชอบเมืองนี้เป็นที่สุด เพราะที่พักใกล้จัตุรัส และใกล้ร้านอาหารชื่อดังของที่นี่ คือ Super Mamma-ซุปเปอร์มัมม่า ที่มีสาขาเยอะเฉพาะที่ซิบิว เป็นร้านมีระดับแบบ S&P ของเรา แต่ขายอาหารสารพัดที่ปรุงแล้วให้ชี้สั่งได้ มีแทบทุกอย่างที่ภัตตาคารร้านอาหารมี ต้องต่อคิวกันเลยทีเดียว เพราะราคาถูกเหลือเชื่อ คื ไม่เกิน 15 เลย์ก็อิ่มตื้อ เดี๋ยวค่อยชมภาพทีหลังนะครับ...อยู่ที่ซิบิวทานที่นี่ 3 รอบ เพราะต้องไปเมืองอื่น 2 วัน
.
เมืองอื่นที่ไปก็คือ Sighisoara-ซิบิซัวร่า เมืองสวยห้ามพลาดที่มีโบสถ์งามๆบนเขา (เดินอ๊วกอีกแย้ววว อิอิ) โดยรถไฟ ขาไป 2 ต่อ แต่ขากลับ Direct-วิ่งตรง ค่ารถคนละขาไป 150 บาท ค่ากลับ 100 เดียว น่าทึ่งมากครับ
.
อีกเมืองคือ Bran-บราน ดินแดนแห่งปราสาทแดร็กคิวล่า ที่ต้องนั่งบัส 2 ชั่วโมงกว่าไปเมือง Brasov-บราสอฟ ก่อน ต่อบัสไปบรานอีกที 45 นาที
.
ใช้เวลาที่บรานและปราสาทฯ 3 ชั่วโมงหน่อยๆ แล้วก็กลับคืน บราสอฟ ค่ารถไปกลับคนละ 16 เลย์ (ร้อยบาทหน่อยๆ) อยู่เที่ยวบราสอฟ เมืองสวยอีกแห่งจนเกือบ 2 ทุ่ม แล้วนั่งบัสแวนกลับซิบิวตอน 2 ทุ่มครึ่ง (เพราะมีเที่ยว 3 ทุ่มเที่ยวเดียว) ได้ออกก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง ถึง ซิบิว 4 ทุ่มครึ่งก่อนเวลา 1 ชั่วโมง เฮ....ค่าแวนไปกลับคนละ 13 ยูโร (ประมาณ 500 บาท) ครับ
.
นี่คือ 1 สัปดาห์ของเราที่โรมาเนีย...ว่างๆมาเล่าต่อนะครับ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 015, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/04/2019 9:14 am

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 015, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/04/2019 9:25 am

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
.
From Romania To Belgrade, Serbia-ดีใจเอ๋ยดีใจ ได้มาเซอร์เบีย
.
25 มีนาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ ขึ้นชื่อรีวิวกระทู้นี้ซะเป็นลิเก... ดีใจ เอ๋ย ดีใจ...เอ้อ เอิง เงย เลยนะครับ เหมือนๆจะเพี้ยนไปแล้วแค่เที่ยวไม่กี่วันเท่านั้น....
.
โถ โถ โถ..ได้โปรดอย่าถือสาเราเลย ก็คนดีใจจริงๆที่ได้มาเซอร์เบียนี่ครับ จะให้ทำอย่างไรได้เล่า
.
เรื่องของเรื่องก็คือ การจัดทริปนี้ ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะข้อมูลมีครบทุกอย่างหาได้เพียงไม่กี่คลิกในอินเตอร์เน็ต เสียเพียงอย่างเดียวที่ทำเอาเราใจตุ๊มๆต่อมๆ ก็คือ...
.
ทั่วทั้งเว็บไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการเดินทางจาก Timisoara-ทิมิโซเอร่า เมืองชายแดนของโรมาเนีย ข้ามไปยังเมืองหลวง Belgrade-เบลเกรด ของ Serbia-เซอร์เบีย เอาเสียเลย
.
เพราะบ้างก็บอกว่า เดี่ยวนี้รถไฟข้ามแดนหยุดวิ่งแล้ว....อีกรายก็บอกว่า ไม่จริง รถไฟยังไปได้ เพียงแค่เริ่มด้วยขึ้นจาก ทิมิโซเอร่า ไปที่เมือง Vrsac-วีสาค ที่ฟาก เซอร์เบีย ก่อน จากนั่นก็ต่อรถไฟไปยังอีกเมือง ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆแล้ว ถ้าเดินประมาณ 30 นาทีไม่ไหว (แม่คู้ณ ข้าวของเรา 60 โลนะเธอว์) ค่อยจ้างแท๊กซี่ไปที่เบลเกรดเอา...
.
ครับ เธอบอกแค่นั้นจริงๆ โดยไม่ได้เสริมเลยว่า... นั่งแท๊กซี่ไปไกลแค่ไหน... ราคาเท่าไหร่ ...แล้วตอนออกจาก ด่าน โรมาเนีย แล้วผ่านอีกด่านไปยังด่านเข้า เซอร์เบีย จะต้องเสียเวลาเท่าไหร่... ผ่านยากไหมสำหรับคนที่ใช้ วีซ่าเชงเก้น มัลติเพิ้ล อย่างเรา....
.
นอกจากนั้น การต่อรถผ่าน ตม.กับคนที่ภาษาอังกฤษไม่กระดิกกันเลย (ซึ่งเจอมาเยอะแล้ว แม้ผู้คนเท่าที่เจอมา ก็อัธยาสัยดีงาม พยายามช่วยเหลือ แต่ก็ต้องใช้เครื่องแปลตลอด...คนเซอร์เบียล่ะ ดีประมาณกันไหม) จะมีปัญหาอะไรไหม คนอื่นจะรอเบื่อไหม แล้วต่อรถทันไหม...โอ้ย เง็งละซิครับท่าน...
.
อีกรายบอกว่า บัสตรงจาก Timisoara ไป Belgrade น่ะมี ชื่อบริษัท Simplicity ไปตอนไหนก็ได้ทั้งวัน แค่ค่ารถแพงหน่อยนะ คนละ 50 ยูโร...แม่เจ้า คนละ 1800 บาทกว่าๆเนี่ยนะ..ไม่ไหวอ่ะ แพงเกิ้น ...ไม่ไปก็ได้นะ เบลเกรด เซอร์เบีย เอาเวลาไปที่อื่นดีกว่าถมเถ....
.
และแล้วก็มีคนบอกว่า ..ไม่ต้องห่วง ไปถึง ทิมิโซเอร่า ก่อน แล้วค่อยติดต่อ บริษัท GEA tours ที่อีเมล์ gea@eunet.rs ล่วงหน้า 1 วัน แล้วเค้าก็จะมารับถึงที่พัก แล้วส่งถึงที่พักใน เบลเกรด ด้วยรถมินิแวน มีทุกวันๆละเที่ยว 2 เที่ยว ค่ารถคนละ 15 ยูโรเท่านั้น ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 3 ชั่วโมง....อือม์ น่าสน ดูเว็บเค้าก็ไม่เลว แต่จะเชื่อถือได้แค่ไหนหนอ...
.
ว่าแต่ เพื่อนๆเชื่อไหมครับว่า ตั้งแต่บูคาเรสท์ ถึง ซิบิว ที่เรามีเวลาตั้ง 1 สัปดาห์ แต่หาใครที่รู้เรื่องนี้ไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว..
.
ในที่สุดเราก็อีเมล์ไปสอบถามที่ โฮสเต็ลของเราใน ทิมิโซเอร่า ซึ่งก็คอนเฟิร์มมาอีกทีว่า... บริษัท GEA tours นั้นเป็นมือเชี่ยวเรื่องนี้จริงๆ เพียงแค่อีเมล์ไปนัดเค้าก็สิ้นเรื่อง .... ซึ่งเมื่อทำตามนั้น ก็ได้เมล์ตอบกลับจากบริษัท GEA tours ว่าวันที่ 18 มีนาคมที่เราจะเดินทางนั้น มี 2 เที่ยว คือบ่ายโมง กับ 2 ทุ่ม สนใจเที่ยวไหนจองที่ได้เลย โดยเค้าจะเป็นฝ่ายโทรไปนัดแนะกับทางโฮสเต็ลเอง...
.
ค่อยโล่งอกเล็กๆของเราสองหน่อย แต่ก็ยังไม่วางใจ เพราะที่จองที่พักไว้ 2 วัน ก็เพื่อเผื่อเหลือเผื่อขาด หากจำเป็นยังพอขยับเนื้อขยับตัวไดัมั่ง (ที่กลัวมากๆ ก็คือเรื่องปลอดภัยไหม เคยมีการจี้ไหม ถ้ามีอันต้องไปกันแค่ 2 คนเท่านั้น ซึ่งทางโฮสเต็ลก็ตอบว่า คิดได้เหลวไหลมาก แหะแหะ)
.
และแล้ว...ทุกอย่างก็ Smooth-ราบรื่นกว่าที่คิด แถมเมือง Timisoara ซึ่งเป็นเมืองชายแดนโรมาเนีย ดันผ่าเป็นเมืองที่มีที่เที่ยวเยอะแยะตาแป๊ะไก่ไปหมด...
.
น่าเสียดายที่ฝนดันตกวันที่ 15 ที่เราเดินทางด้วยรถไฟกลางดึกถึงตอนเช้าวันที่ 16 ณ ความหนาว 12 องศา ....แต่ทางที่พัก โดย Marcello และ Lawrence ก็เปิดห้องให้เราพักเลยตั้งแต่เช้า ก็เลยใช้เวลาในห้องเดี่ยวที่สวยงาม มีฮีทเตอร์ พักผ่อนอย่างสบายโดยไม่ได้ไปไหนเลย เป็นการคลายเหนื่อยเต็มที่หลังจากเที่ยวมา 1 อาทิตย์เต็มๆ
.
เที่ยว ทิมิโซเอร่า เสีย 1 วันในวันต่อมา ตามรูปบางส่วนที่จะลงไว้ แล้ววันที่ 18 รถมินิแวน (ขนาดรถตู้บ้านเรา แต่มีที่นั่งสบายแค่ 8 ที่ และมีที่ว่างใส่สัมภาระเยอะข้างหลัง) ก็มารับเราถึงที่พักเวลา บ่ายโมงตรง โดยก่อนมาโทรมาบอกโฮสเต็ลล่วงหน้า 10 นาที เราค่อยลงจากห้องนำสัมภาระมาขึ้นรถ (ทางที่พักให้เราเช็คเอ้าท์ตอน บ่ายโมง...อิอิ เที่ยวหน้าโลว์ซีซั่น คนพักไม่เยอะ ก็ดีตรงนี้เอ้ง 555) พร้อมผู้โดยสารที่เค้าตระเวณรับจนได้ 8 คนตามที่จองไว้
.
รถออกเดินทางไป เบลเกรด เกือบบ่าย 2 โมง เสียเวลาผ่าน ตม. ออกจากจาก โรมาเนีย และเข้า เซอร์เบีย เกือบครึ่งชั่วโมง ถึง เบลเกรด ส่งเราเข้าที่พัก 5 โมงเย็นกว่าๆ.... นับเป็นการเดินทางที่ชื่นมื่น (พูดคุยโน่นนี่นั่นกับผู้โดยสารสาวที่เป็นนักเต้นรำซัลซ่าจากโครเอเชีย และหนุ่มน้อยมหาลัยจากอิรักอร่อยปาก) ที่สุด
.
แต่ที่ ดีใจ เอ๋ย ดีใจ เห็นจะไม่มีอะไรเกินไปกว่า ที่พักที่ดีเยี่ยม...อาหารราคาไม่แพง มีทั้งร้านอาหารจีนแบบ Fast Food และ ร้านอาหารดังเซอร์เบี้ยน ซึ่งราคาไม่แพง... เรา 2 คนทานไม่ถึง 300 บาทต่อมื้อ เล่นเอาจุกทุกมื้อเลยครับ (บางมื้อสำหรับอาหารจีน อันมีข้าวเปล่า/ข้าวผัด/ผัดหมี่แบบยากิโซบะ กับ ผัดผัก 2 อย่าง เนื้อ 1 อย่างแบบพูนๆจาน 460 ดีน่าร์ หรือ 147 บาท เราซื้อจานเดียว แบ่งทาน 2 คนสบาย)
.
อ้อ อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร ได้ 117 ดีน่าร์ คิดง่ายๆ ราคาเท่าไหร่ คูณด้วย 0.32 เป็นใช้ได้ครับ (คำนวนจาก 1 ยูโร แลกมา 36.05 บาท)
.
เบลเกรด มีทั้งรถบัส และ รถรางครับ ค่ารถต่อเที่ยวเท่าไหร่ลืมถาม แต่ตั๋ววัน 24 ชั่วโมง ใบละ 290 ดีน่าร์ต่อคน แค่ ไม่ถึงร้อยบาท ขึ้นลงไมจำกัดเที่ยว สนุกชุ่มปอดไปเลยครับเรา
.
ที่เที่ยวในเบลเกรดมีแยะมากๆ ได้ไป Novi Sad-โนวีแสด เมืองที่อยู่ไม่ไกลด้วย 1 วัน
.
ยอมรับว่า ชาวเซิร์ฟน่ารักมากกว่าที่ได้ยินได้ฟังจากทีวีเยอะ แม้จะมีคนว่า มีการประท้วงนายกรัฐมนตรีผู้หญิงของเข่าบ้างแต่ก็ไม่เคยเห็นครับ คนที่นี่ไม่ต่างจากชาวโรมาเนียครับ คือให้ความช่วยเหลือดีมากๆและไม่มีคำปฎิเสธขอตัวจากใครๆเช่นกัน
.
ที่พักของเราที่นี่ ได้ห้องส่วนตัวในอพาร์ตเม้นท์ อยู่ใน Center ติดถนนคนเดิน...ห่างจาก Super Market ไม่ถึง 50 ก้าว และ ห่างจากป้ายรถเมล์ 30 ก้าว ร้านอาหารจีน 100 ก้าว แถมร้าน Exchange-รับแลกเปลี่ยนเงิน มีดกมากๆ แทบทุกบล็อกต้องเจอป้ายห้อยโฆษณา (ร้านหนึ่งอยู่หน้าที่พักเลย) และ ตั๋วรถเมล์และตั๋ววัน ซื้อได้ตามบูธหนังสือพิมพ์ บุหรี่ ฯลฯ ซึ่งมีข้างๆป้ายรถทุกป้าย ย้ำทุกป้ายครับ...
.
โอ๊ย ไม่อยากไปจากเบลเกรดเลย ให้ตายสิเอ้า....
.
รอดูรีวิวฉบับเต็มสลับข่าวเลือกตั้ง ไม่นานเกินรอครับ... สำหรับวันนี้ ราตรีสวัสดิ์ครับ :-)
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 015, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/04/2019 9:38 am

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
รูปภาพ
.
Pristina, Kosovo-ประเทศเกิดใหม่ที่จนอันดับ 3 ในยุโรป
.
29 มีนาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
อยู่เบลเกรด เมืองหลวงของประเทศเซอร์เบีย เป็นเวลา 5 คืนเกือบๆจะ 5 วันเต็ม (18-19-20-21-22) ด้วยความสุขใจ เก็บภาพเป็นที่ระลึกมากมายไม่หวัดไม่ไหว แล้วเราก็เดินทางต่อมาที่ Pristina-พริสทิน่า เมืองหลวงของ Kosovo-โคโซโว ที่เพิ่งเลิกราเรื่องสงครามมาไม่กี่ปีที่ผ่านมา
.
ใช่ครับ การเดินทางจากเบลเกรดไปยังท่ารถบัสนั้นง่ายมาก คือจับรถบัสสายไหนก็ได้ที่หน้าที่พักไปเพียง 2 ป้ายแล้วลงตรงหน้าห้าง IDEA Super จากนั้นต่อรถรางสาย 7 ไปอีก 2 ป้ายก็ถึงท่ารถบัส เพื่อรอขึ้นที่ชานชาลาที่ 10 ได้เลย แต่...
.
ช้าก่อน... ยังเข้าไปยังชานชาลาไม่ได้ครับ ต้องซื้อตั๋วหรือเหรียญเพื่อใช้บริการชานชาลา คนละ 180 ดีน่าร์ (58 บาท) ก่อนเพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาสถานที่ (โห..วันๆได้เงินส่วนนี้ก้อนใหญ่ๆเลย) จากนั้น ก็เตรียมเงินเข้าห้องน้ำคนละ 50 ดีน่าร์ (16 บาท) แล้วจัดการแลกคืนเงินทั้งหมดที่มีกับ บูธแลกเปลี่ยนเงินไป เพราะยังไงก็ไม่ได้ใช้เงินสกุลนี้อีกแล้ว 5555
.
ก็รู้สึกแค่ตรงนี้แหละครับว่าแพง ส่วนอื่นๆราคาถูกเหมือนเที่ยวบ้านเราหรืออาเซียนเอเชียอ่ะครับ
.
รถออกเที่ยงตามกำหนด ผู้โดยสารแค่ 1 ใน 3 จึงนั่งๆนอนๆสบาย มีแวะจอดให้เข้าห้องน้ำและทานของว่างตอนบ่าย 3 และ และ 4 โมงกว่า ก็เจอรถติดนิดหน่อย กระทั่ง เกือบ 6 โมงค่อยเข้าท่ารถบัสที่ พิสทิน่า ครับ...
.
การผ่านด่าน ตม.บนท้องถนน มีความเยอะมากกว่าทุกแห่งที่ผ่านมา คือตอนพ้นด่านเซอร์เบีย ไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะเจ้าหน้าที่ขึ้นมาบนรถเก็บพาสปอร์ตและบัตรประจำตัวของผู้โดยสารทุกคนไปแสตมป์ข้างล่าง แล้วก็ให้โชเฟอร์รถบัสคืนมาให้.... แต่ช่วงเข้าโคโซโว สิครับ ต้องใช้เวลานานทีเดียว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจข้าวของบนรถว่ามีอะไรน่ากังขาหรือไม่...
.
แต่แล้ว ทุกอย่างก็ไปด้วยดี เพียงแต่เสียเวลา 2 ด่านครึ่งชั่วโมงกว่าๆแถมรายการรถติดเพราะรถชนกันข้างหน้านิดหน่อย
.
จากท่ารถบัส เรียกแท๊กซี่ที่ทางโฮสเต็ลบอกว่าไม่ควรเกิน 3.5 ยูโร แต่เจอแท๊กซี่ที่ท่ารถ (ซึ่งเค้าบอกว่าจอมฟัน) เรียก 7 ยูโร ก็เลยเปิดเมล์ให้เค้าดู ค่อยเสียงอ่อย ขอเป็น 5 ยูโร ก็จึงตกลงเพราะสัมภาระของเราเหมือนย้ายบ้าน แถมราคาก็เท่ากับ ร้อยกว่าบาทเราเท่านั้น ถูกกว่าบ้านเราแน่ๆ
.
ได้ที่พักสุดยอดมาก เพราะมีเพียง 3 ห้อง ตกแต่งทันสมัยโดยบริษัทตกแต่งภายใน (มีป้ายบอกจุดต่างๆว่ามีความหมายอะไร) สวยกว่าหลายๆโรงแรมที่เคยพัก ราคาแพงหน่อยคือคืนละ 1400 โดยประมาณสำหรับห้องส่วนตัว (ใช้เป็นดอร์ม 4 เตียงได้) แต่โลเกชั่นดีมาก เพราะเดินไปโน่นนี่นั่นแป๊บเดียวถึง ช่วงไหนขี้เกียจเข้าห้องน้ำที่อื่นก็เดินกลับมาใช้ห้องตัวเองสบาย อิอิ
.
อ้อ...โคโซโวนี้ ใช้ยูโรครับ ทุกอย่างว่าด้วยยูโรหมด เพราะขวัญใจของเค้าคือ Bill Clinton-บิล คลินตัน ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีให้เค้าแยกเป็นประเทศอิสระจากเซอร์เบียได้ (คนที่นี่ชิงชังชาวเซิร์บมาก เพราะเข่นฆ่าผู้คนมากมาย) แต่ยังถือว่าจนมากอยู่ เพราะข้าวของถูกมากๆ และมีคนขอทานเยอะพอสมควรแต่ไม่ได้สร้างความวุ่นวายเหมือนที่อินเดียที่เคยเจอมาครับ บอกแค่ No ก็เดินห่างจากไป
.
ที่ว่าข้าวของถูกนั้น แหม อยากลงรูปเหลือเกินครับ เพราะอาหารตามร้านดังๆที่นี่ ราคาคนละไม่ถึง 10 ยูโร...อาหารตามร้านรองลงมา ไก่ปิ้ง 6-7 ชิ้น+สลัด+ขนมปัง (ก้อนเบ้อเริ่ม) ราคาแค่ 3 ยูโร ไม่ต้องเดาก็ทราบว่าถูกกว่าลุงหนวดของเราเสียเป็นเท่าๆอ่ะครับ...ไอสครีมนั่งในร้าน หรือใส่โคน สกู๊ปล่ะ 40 เซ็นต์ (15 บาท) ทานจนแทบจะเบาหวานขึ้นเชียวครับ
.
สถานที่เที่ยวรอบในมีเยอะมาก เที่ยวยังไงก็ไม่หมด แถมวันต่อๆมานั่งรถออกนอกเมืองไปเที่ยวเมือง Prizren ออกเสียงว่า พิสเซร่น เหมือน พิซเซิ่น-Prison ที่แปลว่าเรือนจำ ได้เห็นกับตาว่าเมืองใหม่ทันสมัย ห้างดังเยอะแยะ เชื่อว่าแค่อีกไม่กี่ปี ที่นี่คงกลายเป็นเมืองหรูอีกแห่งแน่นอน
.
อ้อ...อยู่ที่นี่ รถบัสไม่ต้องใช้เลยครับ เมื่อยมากๆหรืออยากไปไหนไกลหน่อย (ถ้าไม่ชอบเดินเหมือนเรา) ก็แท๊กซี่เลยครับ 2-3 ยูโรเป็นอย่างมาก เวลาทิปให้ใครแค่ 1-2 ยูโร ถึงขนาดตาลุกเชียว เพราะส่วนมากเค้าให้กันไม่กี่สิบเซ็นต์เป็นอย่างสูง...ตอนทานอาหารร้านดัง 2 คน 18 ยูโร ทิปไป 3 ยูโร (ควักจากกระเป๋าเพิ่มให้ต่างหาก) ได้เห็นซุบซิบยิ้มบอกกันไปทั่วเลย อิอิ
.
เผลอๆ 4 ทุ่มอีกแล้ว เป็นบ้านเราก็ ตี 4 กว่า.....อ้อ ตั้งแต่เข้าเบลเกรดมา ต้องถอยหลังนาฬิกาไปอีกชั่วโมง เป็นต่างจาก (ช้ากว่า) เมืองไทย 6 ชั่วโมง ไม่ใช่ช้ากว่า 5 ชั่วโมงแบบตอนอยู่โรมาเนียนะครับ
.
ขออนุญาตเข้านอนก่อนนะครับ ขอบคุณที่ติดตาม และราตรีสวัสดิ์ครับ :-)
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 015, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/04/2019 9:55 am

รูปภาพ
.
.
From Kosovo to Macedonia and Albania-จากโคโซโว สู่ มาเซโดเนีย และ อัลบาเนีย
.
01 เมษายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ พูดไปก็ไวเหมือนโกหก เพราะมาตั้งแต่วันที่ 8 กี่วันเข้าไปแล้วลืมนับ อิอิแต่...แม้วันนี้จะสตอบอรี่ได้สบายไม่มีใครถือแบบ April Fool's Day แต่เป็นตายก็ไม่ยอมและไม่ขอหลอกลวงเพื่อนๆเด็ดขาดครับ โดยเฉพาะการเที่ยวสไตล์เราซึ่งเน้นเรื่องประสบการณ์เป็นการเฉพาะ...
.
ใช่ครับ บางครั้งประสบการณ์ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แม้จะพอรู้เลาๆก็เถอะ แต่เมื่อเป็นประเทศใหม่ ดินแดนที่เราไม่เคยไป ยังไงก็ขอเชื่ออินเตอร์เน็ตเอาไว้ก่อน โดยลืมไปว่า ในประเทศที่ยังถือว่าพัฒนาไม่ก้าวไกลอย่างที่ผ่านมา เรื่องข้อมูลพื้นๆบางอย่างก็ไม่มีในเว็บหรอกจะบอกให้...
.
อือม์ เพื่อนๆที่เคยไปญี่ปุ่นมากกว่า 1 ครั้ง ย่อมทราบดีว่า รถไฟญี่ปุ่นที่เรียกว่า JR-Japan Railway นั้น ตารางที่แท้จริงตามสถานีรถไฟนั้น มีเที่ยวรถมากกว่าที่ค้นได้ใน Hyperdia...เรียกว่า พอใกล้เวลา ไปที่สถานีเมื่อไหร่ เป็นต้องมีรายการขบวนแทรกให้เราไปได้ก่อนทุกที...
.
รู้ทั้งรู้อย่างนี้ แต่เราก็พลาดจนได้อ่ะครับ...
.
กล่าวคือ จาก Pristina-พริสทิน่า ของโคโซโว เราน่าจะตรงไปที่ เมือง Tirana-ทีราน่า ของ Albania-อัลเบเนียเลย เพราะใช้เวลาแค่ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น แถมมีรถออกทุกชั่วโมงปานนั้น...
.
แต่...ต้องโทษเวรกรรมแล้วล่ะครับว่า ข้อมูลที่ว่านี้ ไม่มีในอินเตอร์เน็ตเลย มีเพียงเที่ยวกลางคืนเที่ยวเดียวเท่านั้น.... กว่าจะทราบทีหลังที่ท่ารถบัสว่ามีรถไปมากกว่าไป Skopje-สโกเปีย ของ Macedona-มาเซโดเนีย เสียอีก ก็ถ้่วสุกงาไหม้เสียแล้ว.... เพราะที่พักที่เราจองไว้ใน สโกเปีย ร่ำๆจะเต็มเสียก่อนกัน (ซึ่ง Booking.com ก็หลอกเราอีกเช่นเคย เพราะของจริงว่างเกือบทั้งโรงแต่บอกว่าใกล้เต็ม เหอๆ) จึงตัดสินใจจองวันที่ 27-28-29 สามคืนในราคา Non Refundable เพราะถูกกว่ากันตั้งคืนละเกือบ 10 เหรียญดอลล่าร์ จนทำให้เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อีก
.
จาก Pristina ไป Prizren เมืองสวยของโคโซโว ก็เช่นกันครับ วิ่งเที่ยวละ 2 ชั่วโมง ค่ารถเที่ยวละแค่ 4 ยูโร ไปกลับ 8 ยูโร ข้อมูลส่วนนี้ก็ไม่มีในอินเตอร์เน็ตเช่นกัน เพราะ เพราะ เพราะ คงราคาถูกเกินไปสำหรับซื้อ On Line หรือทางท่ารถกั๊กไว้ขายเองก็ไม่ทราบ ด้วยมีทุกๆ 30-45 นาทีเลยครับ
.
จาก Pristina-พริสทิน่า ไป Skopje-สโกเปีย ก็เช่นครับ ราคาแค่ 5.50 ยูโร เพราะระยะทางแค่ 83 กิโลเมตร วิ่ง 2 ชั่วโมงเพราะต้องเสียเวลาผ่านด่าน ตม.เป็นกว่าครึ่งชั่วโมง....รายการเดินรถระหว่างกันนี้ ก็ไม่มีในอินเตอร์เน็ตเช่นกัน ก็คงอย่างที่เรียนไว้คือ ไม่ถูกไปก็ท่ารถกั๊กไว้ขายเองครับ
.
เพราะฉะนั้น วิธีที่เซฟที่สุด (เฉพาะใน Low Season) ก็คือ อย่าด่วนจองที่พัก รอไว้ถึงที่ทราบตารางรถแล้วค่อยว่ากัน 555
.
ผลจากการนี้ ก็คือ ต้องเดินทางจาก Skopje-สโกเปีย ไป Tirana-ทีราน่า ของ Albania-อัลเบเนีย ในวันที่ 30 ตอน 9 โมงเช้า ซึ่งกว่าจะถึงที่ก็ ปาเข้าไป เกือบ 6 โมงเย็นแล้ว...
.
โชคดีที่แท๊กซี่แถวนี้ แม้ในราคาถูกฟันเกือบเท่าตัว ก็แค่ไม่เกิน 5 ยูโร (ทั่วๆไปแค่ 2-3 ยูโรเท่านั้นไม่เกิน) ก็เลยไม่มีปัญหาในการขนย้ายสัมภาระ เพราะที่พักอยู่ไม่ไกลอ่ะครับ
.
ทริปนี้ เจอแต่ที่พักดีๆ และได้รับการเอาใจเป็นพิเศษ จองห้องที่ต้อง Share Bathroom แต่ถึงที่เค้าก็ Upgrade ให้เป็น Ensuite-มีห้องน้ำส่วนตัว ในห้องส่วนตัวโอ่โถงทุกที่ไป ไม่เชื่อดูรีวิวใน Hostelworld และ Booking.com ได้ครับ ใครไม่ทราบคงคิดว่าเราเพี้ยนหรือเปล่า เพราะให้คะแนนเต็ม 10 ทุกที่เลย...ก็ของเค้าดีจริงๆและเจ้าของหรือสต๊าฟฟ์ทุกคนกลายเป็นเพื่อนกันไปนี่ครับ
.
การเดินเที่ยวใน Pristina-พริสทิน่านั้น ใช้สองเท้าเป็นหลัก เพราะทุกอย่างอยู่ใกล้ๆกัน แต่เราก็อยากลองรถบัสประจำทางเหมือนกัน โดยเฉพาะเวลาไปท่ารถที่ไกลพอสมควร ก็สะดวกมาก เพราะค่ารถแค่คนละ 0.40 ยูโร คือ 15 บาท จึงไมจำเป็นต้องใช้ตั๋ววันแต่อย่างใด เพราะคนที่นี่ เค้าบอกว่า อยากแลกเศษสตางค์เมื่อไหร่ ขึ้นรถบัสก็สิ้นเรื่อง เพราะกระเป๋ารูปหล่อแต่งตัวดีเสื้อขาวมีไทด์ (ทุกคน) พกเศษเหรียญเป็นกระตั๊กในที่บรรจุอย่างดี (อย่างที่เห็นในภาพ) ครับ
.
สถานที่เที่ยวเยอะมาก และดูฟรีแทบทุกแห่ง แถมคนไม่เยอะ อากาศเย็นสบาย เดินมันส์ (แต่ที่ Prizren-พิสเซร่น ไม่ทราบเป็นไง อยู่ๆก็ร้อนขึ้นมา ถอดเสื้อหนาวแทบไม่ทัน พอเข้า Pristina-พริสทิน่า ก็หนาวอีกแล้ว แปลกดี)...
.
อ้อ...อีกอย่างที่ลืมเล่าก็คือ ตอนอยู่ Bucharest-บูคาเรสท์ ใน Romania-โรมาเนีย วิวไม่สวยเอาเสียเลยเพราะใบไม้ใบหญ้าแห้งกรอบไปหมดเป็นสีน้ำตาลขุ่น แต่พอข้ามมาที่ Serbia-เซอร์เบีย ไม่น่าเชื่อครับว่า เริ่มเห็นสีเขียวขจีเข้าให้แล้ว เชื่อว่าก่อนบินกลับที่ Bucharest-บูคาเรสท์ คงมีวาสนาได้เห็นสีเขียวขจีที่นั่นมั่งอ่ะครับ
.
ทุกเมืองที่ผ่านมา (ตามแผนที่) ข้าวของราคาถูกมาก จนไม่มีปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆเลย และ แน่นอนครับว่า ถูกกว่า Budapest-บูดาเปสท์ และ Croatia-โครเอเชีย ที่เราไปปีที่แล้วมากๆ เที่ยวย่านนี้จึงทั้งสนุกเพราะคนน้อย และของไม่แพงครับ นึกอยากไปไหนก็มีคนใจดีคอยช่วยเหลือตลอด
.
สำหรับ Skopje-สโกเปีย ที่น่าถ่ายรูปเต็มสตรีมมาก เพราะรูปปั้นเยอะแยะและมีขนาดบะเริ่มเทิ่มทั้งนั้น ก็เช่นกันครับ ไปไหนมาไหน ง่ายๆ ข้าวของถูก บ้านเมืองสะอาดสอ้าน เที่ยวสนุกเช่นกัน
.
แหะ แหะ วันนี้เราอยู่อยู่ Tirana-ทิราน่า ของ Albania-อัลเบเนีย วันที่ 3 แล้วครับ ยังมีเวลาเหลืออยู่อีก 2 วันเต็มๆ เพราะคืนวันที่ 3 ต้องนั่ง Night Bus-บัสค่ำ เพราะมีเที่ยวเดียว หากมีอะไรสนุกๆจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังนะครับ...
.
อัตราแลกเปลี่ยนเท่าที่ผ่านมา จะว่ายากก็ยาก ง่ายก็ง่ายถ้าไม่คิดเรื่องเศษจุกจิกครับ ดังนี้
.
โรมาเนีย 1 ยูโร เท่ากับ 4.7 เลย์ เวลาซื้อของเวลาใช้ ก็คูณด้วย 8 บาทไทย
.
เซอร์เบีย 1 ยูโร เท่ากับ 117 ดีน่าร์ เวลาซื้อของเวลาใช้ ก็คูณด้วย 0.32 บาทไทย
.
โคโซโว ใช้ยูโรเป็นเงินหลัก
.
มาเซโดเนีย 1 ยูโร เท่ากับ 64.2 ดีนาร์ เวลาซื้อของเวลาใช้ ก็คูณด้วย 0.60 บาทไทย
.
อัลเบเนีย 1 ยูโร เท่ากับ 124 เลค เวลาซื้อของเวลาใช้ ก็คูณด้วย 0.30 บาทไทย
.
โดยสรุป ทุกที่ของไม่แพงไม่ต้องแลกเยอะ บูธแลกเปลี่ยนทุกบูธ (ยกเว้นสนามบินบูคาเรสท์ บรื๋อวว์) ราคาประมาณกัน มีเยอะ ไม่มีโกง .....ที่สำคัญ ก่อนออกจากประเทศที่เราไม่ไปอีก อย่าลืมแลกคืน หรือซื้อของให้หมด โดยเหลือซัก 4-50 บาทไว้เป็นค่าห้องน้ำก่อนเดินทางและระหว่างทางด้วยเป็นใช้ได้ครับ
.
จ๊ากกก...เวลาบ้านเราตอนนี้ ตี 2 ที่นี่ 4 ทุ่ม ขออนุญาตราตรีสวัสดิ์นะครับ :-)
.

รูปภาพ
.รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
.
Matka Canyon, Skopje.-ธรรมชาติอันงดงาม ณ ความเย็น 16 องศา
.
07 เมษายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
จากความเดิมตอนที่แล้ว ที่ลิงค์ http://tinyurl.com/y5f7qwhb เพื่อนๆคงทราบแล้วนะครับว่า ทริปบอลข่านนี้ของเรายืดยาวจาก โคโซโว เมือง พริสทีน่า-Pristina, Kosovo 4 วัน มา เมือง สโกเปีย มาเซโดเนีย-Skopje, Macedonia 3 คืน แล้วก็เลยมาที่ เมือง ทีราน่า อัลบาเนีย-Tirana, Albania เสียอีก 4 คืน 5 วัน โดย...
.
ใช้เวลาเดินทางจากสโกเปีย มา ทีราน่า เสียเกือบ 1 วันเต็มๆ พักได้ 4 คืน 30-31-1-2 และ คืนวันที่ 3 เมษายน เราก็ต้องจับรถบัสเที่ยวกลางคืน ออก 6.30 ค่ำ (ซึ่งมีวันละเที่ยวเดียว ถ้าออกเช้า 6.30 น. ในวันถัดไป ก็ถึง 4-5 ทุ่ม...อั้วหม่ายยย) ถึง เมืองโซเฟีย บัลเกเรีย-Sofia, Bulgaria 6.30 เช้าอีกวัน...จึงนับเป็นการเดินทางที่เปลืองเวลามากๆ ซึ่งหากเราไม่เคยเดินทางด้วยรถบัสยาวยืดอย่างนี้ และกว่านี้ ในสแกนดิเนเวียมาก่อน ก็คงเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันเป็นแน่ เพราะสภาพรถแม้จะเป็นรถทัวร์ใหม่ของที่อัลบาเนียนี้ ยังห่างชั้นจากรถทัวร์มีระดับของสแกนดิเนเวียหลายขุมครับ...
.
การเดินทางจาก เมืองหลวง ทีราน่า อัลบาเนีย มายัง เมืองหลวงโซเฟีย บัลแกเรีย นั้น เส้นทางดีมีเพียงหน่อยเดียว (เกือบคนละทางกับที่เรามาจาก สโกเปีย) ที่เหลือแคบบ้าง คดเคี้ยวบ้าง มืดตื้ดตื๋อบ้างไม่ผิดจากเส้นทางต่างจังหวัดเปลี่ยวๆที่เราเคยผ่านมาในบ้านเรา แต่เรื่องความปลอดภัย ไม่มีปัญหา ด้วยเพื่อนเดินทางประมาณ 10 คน คนขับ 2 คนเปลี่ยนมือกันทุก 4 ชั่วโมง และ จอดแวะให้เข้าห้องน้ำห้องท่าแทบทุก 2 ชั่วโมง ทว่า...
.
ความน่าเบื่อหน่ายที่อาจเกิดขึ้นได้สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย ก็คือ ด่าน ตม.ก่อนออกจากอัลบาเนีย ใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่ง.....ใช่ครับ เกือบชั่วโมงครึ่ง เพราะ...
.
รถต้องเข้าไปในช่องที่สามารถตรวจใต้ท้องรถได้ (เหมือนตามปั้มเวลาเราเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง) เพื่อตรวจสอบว่ามีของผิดกฎหมายซุกซ่อนที่ไหนหรือเปล่า...ต้องขนของออกเปิดกระเป๋าตรวจ (ของเราโชคดีเค้าให้ผ่านไปได้ เพราะคงด้วยความหีบห่อดีฝีมือคุณนาย และรอยยิ้มหวานฉ่ำของสาวนักท่องเที่ยวจากไทย 555) ในขณะที่ของคนอื่น 2 รายถูกคุ้ยกระจาย ซักเรื่องเอกสารยาวเหยียดและ ยังครับ ยังไม่จบแค่นั้น...
.
ผ่านด่านตรวจของแล้ว ยังต้องเข้าซองเหมือนตอนผ่านทางด่วนอีกที และเจอแบบเดียวกันจากเจ้าหน้าที่อีกชุด ด้วยวิธีการแบบเดียวกันเปี๊ยบ ต้องออกจากรถเหมือนกัน ดีที่คนขับช่วยยกสัมภาระเข้าออกให้ ไม่งั้นเราแย่ แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เหลือเพียงข้อกังขาในใจนิดหน่อยว่า...
.
เอ..แล้วพวกนักเที่ยวต่างชาติที่เช่ารถขับกันเอง ผ่านด่านยากไหม ...แม้มีจีพีเอสกำกับ แต่จะต้องเสียเวลาคลำหาทางที่ถูกที่ควร และที่จอดรถอย่างไรกันหนอ ไม่นับความเมื่อยขบจากการขับรถในดินแดนที่เป็นของใหม่เสียทั้งหมด (ซึ่งน่าจะไม่เสี่ยงขับกลางคืนเป็นแน่) แล้วจะเหลือเวลาที่ไหนเที่ยวๆกันหนอ? เพราะหน้าที่ของเราเวลาเดินทางไกล ก็แค่ขึ้นรถ แล้วก็นอนก็หลับเท่านั้นเอง เวลาที่เหลือใช้ยานพาหนะสาธารณะและเดิน เดิน เดินเป็นหลักเท่านั้น
.
อ้อ....ค่ารถบัสสำหรับ 12 ชั่วโมง (ได้แถมอีก 1 ชั่วโมง ถึงเช้าวันที่ 4 ตอน 7 โมงครึ่งพอดี อิอิ) แพงหน่อยคือ คนละ 40 ยูโร (1,450 บาท) กับผู้โดยสารที่มีแค่ 10 คนไม่เกิน ไม่ทราบเหมือนกันว่า บริษัททัวร์เค้าจะคุ้มหรือเปล่านะครับ
.
ถึงเมืองโซเฟีย บัลแกเรีย ที่ใหญ่โตกว่าหลายๆเมืองที่ผ่านมานับแต่ เบลเกรด-Belgrade ของ เซอร์เบีย-Serbia คือ มีรถราง รถบัส และรถใต้ดิน ให้ใช้ตั๋ววันราคาวันละ 4 เลฟ (Lev-เลฟละประมาณ ครึ่งยูโร=1 ยูโรแลกได้ 1.90 เลฟ เวลาซื้อของก็คิดง่ายๆว่า เลฟละ 18.50 บาท หรือครึ่งยูโรครับ) ได้ทุกอย่าง Unlimited-ไม่จำกัดเที่ยวแต่ละวัน (ไม่ใช่ 24 ชั่วโมง) มีเพียงรถใต้ดินที่ต้องให้เจ้าหน้าที่สแกนบัตรก่อนเข้าประตูทุกครั้ง....ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อคิดว่า ค่ารถทุกอย่างปรกติเที่ยวละ 1.60 เลฟ อ่ะครับ
.
นักค้ารถบัสของที่นี่เปิดออฟฟิซขายตั๋วไปโน่นนี่เต็มไปหมด ชนิดหาซื้อของทางการแทบไม่ได้เลย คือได้แต่ก็พูดจาและท่าทางไม่สนผู้คน ยิ่งช่อง Information ไม่เคยปรากฎว่าที่ไหนพูดภาษามนุษย์ได้เลย ส่วนใหญ่บอกปัดดื้อๆว่า ไม่ทราบ และก็ปัดๆไป...ทว่า คนขายตั๋วของเอกชนกลับพูดดี (เมื่อเราใช้มนุษยสัมพันธ์เป็นสื่อ) แต่แฝงเล่ห์เหลี่ยมเล็กๆทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า จะฟันเราหรือเปล่าเนี่ย ซึ่งก็ไม่เคยโกง (กับเรา)...อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดเมื่อเดินทางไกล ก็คือซื้อตั๋ว Online นั่นเองครับ
.
แท๊กซี่ของ บัลแกเรีย ก็เช่นกันครับ ห้ามขึ้นรายที่โชเฟอร์มาหาเราเด็ดขาด เพราะฟันแน่ๆ อย่างน้อยๆก็ราคาเป็นเท่าด้วยมิเตอร์ปลอม แม้จะติดป้ายราคาและมาจากบริษัท OK Taxi เช่นกันก็ตาม...
.
วิธีที่ถูกคือ เดินไปหาที่รถแท๊กซี่โอเคที่จอดเป็นคิวยาว ในคิวที่เมล์ของ ที่พัก (Hostel) สอนว่า ห้ามใช้ที่สถานีรถไฟ Central Station เด็ดขาด แต่ให้ไปที่ ท่ารถบัสที่อยู่ห่างกันแค่ 200 เมตรนั้น ผมเคยสอบถามสถานที่และให้เค้าคำนวณว่าประมาณ เท่าไหร่ (คือแพงกว่าปรกติซักเท่าตัวก็ไม่เป็นไร เพราะราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับที่อื่น) ปรากฏว่า บอกมากถึง 4-5 เท่าทั้งนั้น (คือที่ที่ Hostel เขียนว่า ไม่เกิน 5 เลฟ พี่แกลุงแกบอก 20-25 เลฟทั้งนั้น พอบอกว่าในเมล์บอกแค่ 5 เลฟ ต่างก็ชี้ให้ไปขึ้นรถรางรถบัสโน่น เพราะล้วนแต่พูดอังกฤษไม่ได้ทั้งนั้น....)
.
แล้วจะทำอย่างไรเล่าครับ ทีนี้...
.
5555....คติธรรม "ด้านได้อายอด" ของเรานี่ได้ผลจริงๆครับ .....ในที่สุด ผมก็เลือกวิธีเดียวกับคนบัลแกเรียอื่นๆ คือ.....เดินไปถึงคิวรถ แล้วก็เปิดประตูขึ้นนั่งเลย ส่งมือถือให้ดูว่าไป โฮสเต็ลโน่นนี่นั่น เค้าก็พยักหน้า แล้วผมก็ชี้มือให้อ้อมไปรับคุณนายและสัมภาระอีกที่ แล้วค่อยนั่งรถไปด้วยกันชนิดตามองมิเตอร์ตลอด (ใช่ครับ ห้ามมิให้เค้าเห็นสัมภาระก่อนขึ้นรถเด็ดขาด 555) ....ปรากฏว่า ถึงที่ แค่ 4.70 เลฟเท่านั้น ก็เลยทิปเป็น 5 เลฟไป ยิ้มแป้นช่วยขนของลงเลย.....ปลาตายน้ำตื้นจริงๆเลยผม
.
ว่าแต่...จะว่ายังงั้นก็ไม่ได้หรอกครับ เพราะเมื่อคืนลงรถจาก Plovdiv-พร็อฟดิฟ เมืองสวยอีกแห่งของบัลแกเรีย มาตอนเกือบ 3 ทุ่ม แท๊กซี่รายหนึ่งที่ท่ารถบัสที่เราลงชวนให้ขึ้นรถ เราก็ ดีเลย (เพราะค่ารถสาธรณะ 2 คนก็ 3.20 เลฟแล้ว ยังต้องเดินอีก).....
.
นั่งไปคุยไปแบบอังกฤษงูๆปลาๆท่าทาง รอยยิ้ม แต่มองไม่เห็นมิเตอร์เลยว่าอยู่ตรงไหน พอใกล้จะถึง ผมจึงถามเค้าว่า "Where is your meter?-มิเตอร์อยู่ไหนพวก?" หมอค่อยควักออกมาจากข้างเกียร์กระปุกเป็นตัวเลขขึ้น 8 เลฟกว่า 9 เลฟเข้าไปแล้ว...
.
ผมก็เลยโวย บอกว่า "วันก่อนยังแค่ 4 กว่าไม่ถึง 5" ...หมอก็ "นี่มิเตอร์นะ นี่มิเตอร์นะ.." ..ผมก็ "โน โน โน..." แล้วบอกว่า "โฟลีส โพลีส..." หมายความว่า ให้ไปสถานีตำรวจได้...
.
หมอก็เลยหน้าแดง จอดกึกทั้งๆที่ยังไม่ถึงที่ ขาดอีกตั้งเกือบร้อยเมตร (คงไม่กล้าไปถึงโฮสเต็ล เพราะกลัวผมตามคนมาโซ้ย) แล้วบอกว่า "Okay, okay, give me 5 or 6--เอาเอา จ่ายมา 5- 6 ก็ได้" แล้วก็ปัดมือไล่เราลง ซึ่งคุณนายก็ให้ไปแค่ 5 เลฟ แล้วทนเดินอีกนิดหน่อย แก้หนาวไปแบบพักตร์ซีแพ็ค เหอ เหอ
.
นั่นเฉพาะเรื่องรถบัส เรื่องแท๊กซี่นะครับ ส่วนคนอื่นๆก็....แม้ไม่ดีเท่าผู้คนที่เราพานพบมาตลอดทริป คือพูดอังกฤษได้น้อยคนมากๆ แต่ก็นับว่าใช้ได้ โดยเฉพาะอาหารไม่แพง ไม่มีคิดโก่งราคานักท่องเที่ยว ทั้งไม่สนว่าเราจะพกน้ำดื่มมาเองหรือไม่ด้วยจัดแก้วเปล่าให้ตลอดตามคำขอ และเกือบทุกครั้ง ไม่ต้องทิปเลย คือดูท่าดูหน้าก็ไม่หวังกันเท่าไหร่ครับ
.
ถูกต้องแล้วครับ มาเที่ยวบัลแกเรีย แม้มีสิ่งควรระวังมากกว่าที่อื่นๆที่ผ่านมาแบบแก้ไขได้แต่ไม่แก้ ต้องไม่ลืมของดีประจำชาติเค้า นั่นคือ เครื่องสำอางที่ผลิตจากกุหลาบชั้นดี-Rose of Bulgaria ที่ว่ากันว่า เมืองไทยขายกันเป็นพันหลายพัน แต่ที่นี่ไม่กี่ร้อย เดี๋ยวสำรวจข้าวของก่อนนะครับว่า ควรจะซื้อมากน้อยแค่ไหนถึงจะไม่โดนศุลกากรของเราปรับให้เสียชื่อนะครับ
.
ยังครับ ยังเหลืออีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน แม้จะผ่านมาวันนี้ก็ครบเดือนพอดี (เดินทางวันที่ 8 มีนาคม) แล้วหากมีเวลาค่อยๆเล่าค่อยๆลงรูปประกอบนะครับ
.
ขอบคุณที่ติดตามตลอด และขออนุญาต ราตรีสวัสดิ์ ตอน 5 ทุ่มที่นี่นะครับ
.
.
ภาพประกอบ เป็นภาพที่ มัทก้า-Matka แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของคนท้องถิ่นและเราชื่นชอบมากที่เมืองสโกเปีย มาเซโดเนียครับ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
Saline Unirea Salt Mine-ปิดทริปที่เหมืองเกลือโรมาเนีย
.
12 เมษายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
ในที่สุด ทริป 38 วันของเราก็จะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้แล้วครับ ซึ่งยังคงเหลือเวลาให้ได้ตะลุยเก็บตกในบูคาเรสท์อีกไม่มากนัก ก่อนบินกลับถึงบ้านคืนวันที่ 14 เมษายนนี้ เพื่อผจญอุณหภูมิที่สูงกว่า 12-16 องศาหลายเท่าต่อไป.....
.
ใช่ครับ จากเมืองโซเฟีย บุลแกเรีย เราจับรถบัสเที่ยวกลางคืนมาเช้าที่ บูคาเรสท์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้บริการรถแท๊กซี่เป็นครั้งแรกในเมืองหลวงแห่งแท๊กซี่นักฟันที่ไม่ต่างจากสนามบินอันใครต่อใครก็เข็ดขยาดยิ่งนัก
.
ถึงท่ารถบัสก่อนเวลา 1 ชั่วโมง คือแทนที่จะเป็น 6.30 น. ก็กลับกลายเป็น 5.30 น.แทน เพราะเที่ยวนี้เป็นบริการของ Flixbus เจ้าใหญ่นานาชาติที่ทั้งบริการดี รถดี คนขับดีที่ชำนาญทางเป็นพิเศษแถมมีแค่ 8 คนทั้งคัน ...นับว่าโชคดีมากที่เราเคยมาก่อน และไฟฟ้าสว่างโร่ ท้องฟ้าเริ่มอรุณวันใหม่ ก็จึงบอกปัดรถแท๊กซี่ 2-3 คันที่รวมศีรษะเรียกราคา 70 เลย์ (560 บาท) ไปอย่างไม่แยแส เพราะพอต่อเหลือ 20 เลย์ ก็โบกมือบอกให้ไปนั่งรถบัสที่อยู่แสนไกลไป....
.
ผมจึงกราบเรียนให้คุณนายเฝ้าสัมภาระ แล้วตัวเองก็ค่อยๆด้อมๆไปที่อีกหัวมุมถนน เรียกได้รถแท๊กซี่อีกคัน หน้าตาเหลาซิก ที่บอกว่า ใช้มิเตอร์ประมาณ 20-25 เลย์ และนั่งรถกับเค้ามารับคุณนายพร้อมสัมภาระข้างหลังรถคันที่เรียกแพง 2-3 รายเห็นๆ แม้จะเสียเวลาเพิ่มครึ่งชั่วโมงกว่าก็ตาม 555
.
ค่ารถตามมิเตอร์คือ 22.50 เลย์ คุณนายจึงใจป้ำให้ทิปเพิ่มเป็น 25 เลย์ ยิ้มแป้นแต่เช้ามืด
.
ถึงที่พัก ซึ่งโชคดีพอสมควร เพราะเปิดให้เราพักในห้องเอนกประสงค์กระทั่งแม่บ้านมาตอน 9.30 น. ก็เปิดห้องให้เราเช็คอินก่อนได้ ได้อาบน้ำอาบท่า รีเฟรช และนอนพักผ่อนอีกหลายชั่วโมง ก่อนจะออกไปท่อมๆรอบเมืองด้วยบัตรเดินทาง 1 อาทิตย์ แค่ 17 เลย์อย่างที่เคยเรียนแล้ว
.
4 วันสุดท้าย ได้ไป Peles Castle-ปราสาทเปเลส ในเมือง Sinaia-ซินาย่า และวันนี้ ก็ได้ไปที่ Slanic-สลานิก เพื่อชมเหมืองเกลือยอดนิยมที่นั่น.... ทั้ง 2 แห่ง 2 วัน ใช้รถไฟ รถมินิบัส หลายต่อพร้อมเดินเท้าขึ้นเนินบ้างโดยไม่ยากเย็นอะไรนัก ซึ่งหลังจากกลับบ้านแล้ว ก็จะได้เล่าข้อมูลรายละเอียดให้เพื่อนๆฟังอีกครั้งหนึ่งนะครับ
.
ทริปนี้สนุกมากๆเหมือนทุกครั้ง แต่ค่าใช้จ่ายน้อยมากอย่างไม่น่าเชื่อ คาดว่า บอลข่านด้านนี้น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทย คนจีนในเร็ววันนี้ครับ
.
ราตรีสวัสดิ์ เจอกันที่บ้านหลังสงกรานต์นะครับ :-)
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 015, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/04/2019 12:50 pm

รูปภาพ
.
.
Balkans Trip Information--รวมข้อมูลทริปบอลข่าน 2019
.
17 เมษายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ กลับมาถึงบ้านเรา 1 ทุ่ม ตั้งแต่คืนวันที่ 14 เมษายน ที่สุวรรณภูมิ แล้วถึงบ้านครู่ใหญ่หลังปัดกวาดทำความสะอาดเสร็จ ก็นอน นอน นอน จนตื่นเอาเที่ยงวันที่ 15 แล้วสักพักก็นอนต่อ กระทั่งสายๆวันที่ 16 ค่อยยังชั่ว.....ไม่ทราบเพลียอะไรนักหนา ทราบเพียงว่า อุณหภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ร่างกายวัย ส.ว.ต้องปรับตัวอย่างหนัก...นึกๆแล้ว อยากจะกลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้งจังอ่ะครับ อิอิ
.
ทริปนี้เจออะไรดีๆมากมาย โดยเฉพาะขากลับที่สนามบินโดฮา เห็นคนไทยมากล้นกว่าชนชาติใดอื่นอีก ได้มีโอกาสคุยกับผู้ใหญ่ 2-3 ท่านที่เป็นหนึ่งในอาจารย์บำนาญจากมหาลัยดังของทางการ เชื่อไหมครับว่า แทบทุกท่านต่างเที่ยวกับทัวร์ชนิดทุกเดือนเว้นเดือนเลย ทริปนึงๆเป็นแสนๆ พูดถึงประเทศไหนก็ไปมาหมดและมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไปทั้งนั้น .....จนอดรู้สึกอิจฉามากไม่ไหว อยากมีเงินลอยเข้าบัญชีแบบเค้าทุกเดือน (ทั้งๆที่ค่าใช้จ่ายประจำวันน้อยมากประสาผู้สูงวัย แบบมีบ้านมีรถ ทานน้อย แต่งตัวซ้ำๆ อิอิ) ความคิดอย่างนี้จึงทันสมัย ใช้ชีวิตเป็น ไม่ยอมเหลือเงินถุงเงินถังให้ลูกหลานถลุงแบบเสียผู้เสียคนและศักดิ์ศรีความเป็นนักสู้ชีวิต....
.
ใช่ครับ แม้การเที่ยวกับทัวร์ จะซมซานทรมานกว่าปรกติวัย เพราะต้องตื่นเช้า ย้ายที่นอนทุกวัน ก็เถอะ แต่ก็เห็นโลกเห็นชีวิตและเพลิดเพลินอุราไม่เบาครับ
.
อีกรายเป็นสาวใหญ่อยู่เมกา ซึ่งผมใช้มุกเดิมว่า ไม่อยากไปที่นั่นเพราะยังรอให้ประธานาธิบดีของเค้าพ้นสมัยไปก่อน อันที่แล้วมา ได้พวกมากมายที่ต่างก็รู้สึกอับอายกับการมีผู้นำอย่างนั้น..... แต่คราวนี้เจอตอครับ เพราะเธอดันเป็นหัวคะแนนของพี่ทรัมป์ จึงพูดเสียงดังเลย (แบบแท๊กซี่บางประเทศ หุหุ) ยกย่องความดีงามแถมด่าประจานผู้ลี้ภัยว่าอย่าเข้าเมกาเด็ดขาด และแนวความคิดสร้างกำแพงรอบประเทศย่านเม็กซิโกนั้นจำเป็นยิ่ง ซึ่งผมก็ค่อยๆแย้งค่อยๆซักโน่นนี่นั่น สุดท้ายก็หลุดปากว่า ตัวเองก็เป็นผู้ลี้ภัยจากโรมาเนียในอดีตซะงั้น เล่นเอาหน้าเจื่อนพูดไม่ออกไปเลย 555
.
การเดินทางไกลอย่างยุโรป ต้องไม่ลืมที่จะหักเวลาเดินทางออกด้วย ไม่ต้องถึงกับแบบเดียวกับทัวร์ 7 วันคือ 4 คืน หรือ 9 วันคือ 5 คืนหรอกครับ....ด้วยเหตุนี้ ทริปนี้ที่เดินทางตั้งแต่ 3 ทุ่มคืนวันที่ 7 มีนาคม ถึงบ้าน 1 ทุ่มวันที่ 14 เมษายน ก็จึงเหลือเพียวๆ 38 วัน (ไม่ใช่ 40 วัน) อย่างที่เรียนอ่ะครับ
.
.
หมายเหตุ: ในภาพคือสนามหญ้าใต้ต้นซากุระ หน้าห้องสมุดของมหาลัยโซเฟีย-Sofia University Library ประเทศ บุลเกเรีย หรือ บัลกาเรีย-Bulgaria อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
บินเที่ยวนี้ ได้ความกรุณาจาก KMT-กรุงเทพเมโทร เช่นเคย ซึ่งแต่แรกได้บิน ตี 1 วันที่ 8 มีนาคม โดยมีช่วง Transfer-เปลี่ยนเครื่อง ที่โดฮา แค่ชั่วโมงหน่อยๆ ซึ่งเราเกรงว่าจะไม่ทัน เพราะต้องผ่าน ตม. เข้าแถวตรวจเป้ กระเป๋าด้วย จึงเปลี่ยนเป็นเดินทาง 3 ทุ่มวันที่ 7 ถึงบูคาเรสท์ 11.15 น.วันที่ 8 โดยยอมแกร่วที่โดฮา 6 ชั่วโมงกว่าแทน เพราะยังไง ที่พักที่จองไว้ ก็น่าจะเข้าไม่ได้ก่อนบ่าย 3 โมงซึ่งเป็นเวลา Check in-เข้าห้อง ทั่วไปตามหลักสากลอยู่แล้ว
.
ขอขอบคุณ KMT อีกครั้งหนึ่งที่จัดการเรื่องต่างๆรวมทั้งประกันการเดินทางด้วยนะครับ
.
รูปภาพ
.
สำหรับรายละเอียดทริปนี้ ก็มีดังต่อไปนี้ครับ
.
08-09-10 มีนาคม Bucharest-บูคาเรสท์
.
11-12-13-14-15...Sibiu-Sighisoara-Brasov-Bran-ซืบิว-ซิมิชัวร่า-บราสอฟ-บราน
.
15 Night Train-เดินทางกลางคืนด้วยรถไฟ
.
16-17 Timisoara-ทิมิชัวร่า
.
18-19-20-21-22 Belgrade-Novi Sad (Serbia) -เบลเกรด-โนวิแสด (เซอร์เบีย)
.
23-24-25-26 Pristina-Prizren (Kosovo) - พริสทิน่า-พริสเซร่น (โคโซโว)
.
27-28-29 Skopje (Macedonia) - สโกเปีย (มาเซโดเนีย)
.
30-31-01-02 เมษายน Tirana (Albania) - ทิราน่า (อัลบาเนีย)
.
03 Night Bus-เดินทางด้วยรถทัวร์กลางคืน
.
04-05-06-07-08 Sofia-Plovdiv-Rila Monastery (Bulgaria) - โซเฟีย-พร็อฟดิฟ-โบสถ์ยักษ์ริลา (บุลเกเรีย)
.
09 Night Bus-เดินทางด้วยรถทัวร์กลางคืน
.
10-11-12-13 Bucharest-Sinaia-Slanic (Romania) - บูคาเรสท์-ซินาย่า-สลานิค (โรมาเนีย)
.
14 สุวรรณภูมิ
.
ส่วนรายละเอียดแต่ละแห่งว่าไปที่ไหนบ้าง เอาไว้เรียนตอนได้รีวิวนะครับ
.

[FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff][FONT=inherit][FONT=inherit][/FONT][/FONT][/HIGHLIGHT][/FONT]
[FONT=Helvetica, Arial, sans-serif][HIGHLIGHT=#ffffff][FONT=inherit][FONT=inherit]รูปภาพ[/FONT][/FONT][/HIGHLIGHT][/FONT]
.
ข้อมูลท่องเที่ยวในบูคาเรสท์
.
11.15 น. ออกจากเครื่องบินที่สนามบิน เฮนรี่ ควนด้า-Henri Coanda International Airport ของโรมาเนีย ที่ขนาดพอๆกับสนามบินดอนเมืองของเรา แป๊บเดียวก็ผ่านด่าน ตม.ออกมารับกระเป๋าที่สายพานได้
.
ระหว่างทางเดิน มีบูธแลกเปลี่ยนเงินตรา-Exchange โบกมือเรียกแขกไหวๆ แต่ไม่ยักมีใครแวะ เพราะกลัวโดนฟัน (ทั้งๆที่ราคาเท่ากับข้างใน) ต่างหยุดกันที่บูธที่สอง ใกล้ๆสายพานกระเป๋าแทน ซึ่งเราก็เอาด้วย
.
อัตราแลกเปลี่ยน เงินโรมาเนีย Lei หรือ Ron ที่ออกเสียงว่า เลย์ เค้าให้ ยูโร (36.05 บาท) ละ 4.15 เลย์ ต่างจากที่ค้นมา 4.60 เลย์เยอะเลย จึงแลกเพียงเพื่อใช้ด้วยแบ้งค์ราคาน้อยสุดคือ 50 ยูโรไปครับ (หายไปหลายบาทเลย)
.
ที่หน้าสายพานกระเป๋า มีป้ายบอกเบ้อเริ่มว่า....
.
-- ไปสถานีรถไฟเหนือในเมือง Gara de Nord-การาดีน็อธ ต้นสายของหลายเส้นทาง ได้ด้วยรถไฟ และรถชัตเติ้ลบัสสาย 780 (มีรถออกทุก 15-30 นาที)
.
-- เข้าเมืองบูคาเรสท์ สุดสายที่ Piata Unirii-จัตุรัส อูนิริ ได้ด้วยรถชัตเติ้ลบัส สาย 783 (มีรถออกทุก 15-30 นาที)
.
-- แท็กซี่ อยู่ด้านหน้าสนามบิน
.
ป้ายนี้เอง ที่มือใหม่ถูกแท๊กซี่บูคาเรสท์ฟันศีรษะแบะกัน โดยทางการเปล่าให้ความช่วยเหลือหรือตักเตือนแต่อย่างใดเลย
.
พ้นด่านศุลการไปด้านนอก มีตู้ให้เรียกแท๊กซี่หลายเจ้า ใครที่ถนัดการใช้บัตรเครดิต ขอเรียนเชิญลองดูได้ หรือเก่งเรื่องเรียก Uber-อูเบอร์ ก็เป็นอีกอย่างที่น่าสนใจครับ แต่เรามีทางเลือกอื่นอยู่แล้ว อิอิ
.
บูธ Information-สอบถามข้อมูล ตั้งอยู่ไม่ไกล บอกเราแบบเดียวกับป้ายว่า จะนั่งชัตเติ้ลบัสให้ลงบันไดเลื่อนไปเลย
.
ตู้ ATM มีเยอะให้เราถอนเงินโรมาเนียได้ แต่..แม้ราคาจะสูงกว่าบูธแลกเปลี่ยน แต่อาจเสี่ยงการถูกแฮ็กบัตร และต้องเสียค่าถอนครั้งละ 100 บาทไทยนะครับ อย่าลืม
.
ข้อความสีแดงพื้นเขียวอ่อนนี้ ผมคัดลอกมาจาก Wikitravel (https://tinyurl.com/y35ehc2s) บางส่วนเกี่ยวกับแท๊กซี่ที่นี่ดังนี้ครับ
.
พึงระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการใช้แท๊กซี่เข้าเมืองอย่างเด็ดขาด แม้แต่แท๊กซี่ที่ติดป้ายของทางการก็เถอะ เมื่อเห็นเราพูดภาษาเค้าไม่ได้และท่าทางไก่อ่อนเหรอหรา ก็มักจะหลอกล่อเรียกเงินเพิ่มจากราคาปรกติได้ง่ายๆ
.
กลโกงของแท๊กซี่บูคาเรสท์เป็นเรื่องร้ายที่แสนจะธรรมดาอันหลายคนเจอะเจอ จึงควรคิดให้รอบคอบก่อนจะไปกับคนขับแท๊กซี่ที่เราไม่รู้จักมักคุ้นมาก่อน
.
เล่ห์กระเท่ของเหล่าแท๊กซี่ที่พบเห็นเป็นประจำคือ
.
-- เสนอไปยังจุดหมายในราคาถูกกว่าแท๊กซี่อื่นๆ 20 เลย์ (160 บาท) แต่พอรถออกเท่านั้น ก็กลายเป็นค่ามิเตอร์ กิโลละ 20 เลย์
.
-- ถูกพาไปยังที่เปลี่ยวผู้คน และกรรโชกเอาเงินตามต้องการหากอยากไปยังจุดหมาย
.
-- รับปากว่าค่ารถ 50 เลย์ซึ่งฟังดูออกจะปรกติ และแล้วก็มีค่าภาษีเพิ่มอีก 50 เลย์ หรือหากต้องการใบเสร็จ ก็ต้องจ่ายอีก 50 เลย์
.
-- แค่เสี้ยววินาทีก่อนรถออก ก็มีชายอีกคนเข้ามานั่งในรถ แล้วทั้งคู่ (รวมทั้งคนขับ) ก็ขู่กรรโชกเรียกเงินจากเราตามต้องการ
.
-- เรียกเงินเพิ่มเป็นค่า "หลังเที่ยงคืน" หรือ "นี่แท๊กซี่ส่วนตัวนะ" หรือ "ไปถึงหน้าโรงแรมต้องอีกราคานึง" หรือ มักขอค่าโดยสาร 50 เลย์ในระยะทางที่ไม่น่าเกิน 10 เลย์ตามมิเตอร์
.
ฯลฯ
.
แค่นี้ก็เสียวสันหลังจนไม่กล้ามองแท๊กซี่แล้ว แถมยังอดนึกถึงแท๊กซี่บางประเทศที่เราคุ้นเคยขึ้นมาไม่ได้แฮะ อิอิ
.

<img style="cursor: pointer;" onclick="self.parent.InsertSymbol('รูปภาพ
.
ลงมาชั้นล่าง เห็นรถชัตเติ้ลบัส 783 รออยู่ ข้างๆมีตู้ขายตั๋วด้วยบัตรเครดิต แต่เราไม่อยากใช้ เลยเดินไปที่บูธขายตั๋วข้างๆแทน
.
ค่ารถไปกลับ (บัตรใช้ได้ตลอดเป็นเดือนๆ ซื้อเที่ยวเดียวก็ได้ แต่หาซื้อได้ไม่ง่ายในเมือง เพราะบางจุดจอดไม่มี และคนขับไม่มีตั๋วขาย) รวมค่าบัตรคนละ 8.60 เลย์ ตามเส้นทาง 17 ป้ายดังภาพ ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีครับ
.
ที่พักของเราต้องลงที่ป้าย 14 คือ Piata Romana หรือ Romanian Market--จัตุรัส โรมาน่า ครับ
.

รูปภาพ
.
ขึ้นรถแล้ว ต้องนำบัตรไป Validate-ประทับตรา กับตู้ข้างเสาบนรถ ซึ่งต้องกดข้อความโน่นนี่นั่น ที่เราทำไม่เป็น เลยวานคนอื่นทำให้ครับ อิอิ
.
บนรถมีจอบอกตลอดว่าถึงไหนแล้ว ที่นั่งสบาย ตลอดทางมีชาวบ้านและนักเรียนขึ้นลงเรื่อย และแค่ราวครึ่งชั่วโมงตอน 11.45 น. (นาฬิกาผมเร็วกว่าปรกติ 5 นาที) ก็เหลืออีกแค่ 2 ป้ายถึง สอบถามนักเรียนจนแน่ใจแล้วก็เตรียมลงรถครับ
.
ป้ายรถ Piata Romana อยู่ด้านหนึ่งของจัตุรัส คึกคักมากทีเดียว ลงรถแล้วผมก็ไปสำรวจทางสู่ที่พักว่าไปทางไหนจึงสะดวกกว่า และ 10 นาทีหลังจากนั้น เราก็เข้าสู่ที่พักครับ
.

รูปภาพ
.
ในภาพแรกคือตั๋วรถสาย 783 ซึ่งค่ารถไปกลับ 7 เลย์ แต่มีค่าบัตรต่างหาก 1.60 เลย์ (แสดงว่าบัตรนี้ใช้เติมเงินได้ แต่เราไม่เคยได้ใช้ดังว่าเลย) ครับ
.
เข้าที่พักแล้ว ก็ออกมาหาซื้อบัตร ตั๋ววัน-One Day Pass ซึ่งที่นี่เรียกว่า Daily Ticket จากตู้ขายตั๋วของบริษัทเดินรถรางรถบัส STB (เค้าออกเสียงว่า เอสเทเบ) โดยถามทางจากคนใจดีประจำบูธขายหนังสือพิมพ์
.
ตั๋ววัน วันละ 8.50 เลย์ แล้ว 3 วันน่าจะเป็นเท่าไหร่เอ่ย....แหะ แหะ ไม่มีครับ มีแต่ตั๋ว 1 สัปดาห์ ราคา 17 เลย์อ่ะครับ แต่ต้องใช้พาสปอร์ตซื้อ และเซ็นชื่อในเอกสารยาวเลย (แปลกมาก ที่ขากลับเวลาซื้อ ไม่ต้องเซ็นเอกสารใดๆเลย คงแล้วแต่บูธ) บูธเหล่านี้ อยู่ไม่ไกลป้ายรถ จ้องหาดีๆเป็นเจอครับ
.
บัตร ACTIV สีเขียวคือตั๋ววันที่ต้องแสดงเมื่อมีสายตรวจนอกเครื่องแบบแขวนประเป๋าขึ้นรถมาขอดู ถ้าไม่มีคงโดนปรับอาน แต่เท่าที่เห็น เค้าก็แค่ไล่คนพื้นเมืองที่ไม่ซื้อตั๋วให้ลงรถไป ไม่ยักเจอการปรับหรือพาตัวไปโรงพักเหมือนในสวิตเซอร์แลนด์อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ตั๋ววันนี้ เราใช้บ่อยมากกับรถรางทั้งๆที่ใช้รถบัสได้ด้วย เพราะช้า แต่ละป้ายไม่ไกลกัน มีหลายสายและเห็นวิวรอบเมืองถนัดตา ขึ้นพักนึงก็คุ้นกับเมืองนี้แล้วครับ
.
รถรางมี 2 แบบ คือแบบเก่าและแบบใหม่ แบบเก่ายุ่งยากหน่อยต้องปีนขึ้นกะได 2-3 ขั้น แต่แบบใหม่ประตูขึ้นลงติดชานชาลาเลย....ที่สำคัญ หลายช่วง รถรางจะวิ่งกลางถนน ตอนจะขึ้นลงรถต้องดูซ้ายขวาว่ามีรถยนต์วิ่งผ่านหรือเปล่าอ่ะครับ....... สงสารคนขับรถที่นี่มาก ต้องคอยระวังตลอดเวลาเลย ทั้งคนข้ามขึ้นลงรถราง..ทางม้าลาย และไฟแดง...ขับเร็วหรือไม่ระวังไม่ได้เลย
.
ส่วนรถบัสก็เยอะมากและมีมาถี่ เสียแต่ป้ายรถเล็กนิดเดียว และตัวเลขว่ามีสายไหนจอด ก็อยู่ข้างหลังคา ไม่สังเกตก็ไม่เห็น.... เราใช้บ่อยก็สาย 381 และ 123 เพราะเป็นย่านชุมชนครับ
.
ทั้งสองยานพาหนะ ค่อนข้างว่างตลอดวันยกเว้นช่วง 5 โมงเย็นรถติดคนเยอะครึ่งๆของบ้านเราเลยครับ
.
รูปภาพ
.
บูคาเรสท์ มีรถใต้ดิน-Metro เหมือนกันครับ แต่ตั๋ววันใช้ไม่ได้ ต้องซื้อต่างหาก แบบถูกหน่อยก็ 10 เที่ยว 20 เลย์ (เที่ยวละ 16 บาท ปรกติ 20 กว่า) บัตรเดียวใช้ 2 หรือหลายคนได้
.
ขาเข้า ก็สอดบัตรไปให้ประตูเปิด แล้วก็ดึงบัตรออก ส่งบัตรให้อีกคน ทำแบบเดียวกัน ส่วนขาออกเดินออกได้เลยทุกสถานีครับ
.
คำว่า ทางออก ของแถบบอลข่านนี้คือ Iesire-เอสสิเร ต่างกับคำว่า Exit ที่เราคุ้นเคยครับ
.

รูปภาพ
.
นี่คือแผนที่รถใต้ดิน ที่เราใช้ 5 เที่ยวพอดิบพอดีทั้ง 2 ช่วง (วันแรกๆและวันท้ายๆทริป) เฉพาะช่วงเย็นที่รถติด โดยสถานีที่ลงส่วนใหญ่คือ หมายเลข 1 สถานีรถไฟ...หมายเลข 2 สถานีรถบัส...หมายเลข 3 ที่พักช่วงแรก...หมายเลข 4 มหาลัย ที่ของสวยๆเยอะ...และหมายเลข 5 จัตุรัสอูนีริ ย่านชุมชนเมืองเก่า ครับ
.

รูปภาพ
.
สำหรับการแลกเปลี่ยนเงินหลังจากสนามบิน ไม่ต้องห่วงครับ มีแทบทุกถนน อัตราประมาณ 4.60-4.72 เลย์ต่อ 1 ยูโร ซึ่งเราแลกครั้งที่สองในธนาคาร Transilvania แถว Piata Amezei ข้างที่พัก (ช่วงแรก) ได้ 4.67 เลย์
.
ส่วนซิมการ์ด ช่วงแรกก็ใช้ของ Telekom Romania แบบ 28 วัน Unlimited 30 เลย์ และช่วงหลังเป็นของ Orange แบบ 1 เดือน 28 เลย์ เพราะ Telekom ของหมด ซึ่งใช้ได้ดี เร็วปรื้ดกว่าที่พักทั้ง 2 เจ้าครับ
.

รูปภาพ
.
เล่าเรื่องกลโกงและเล่ห์เหลี่ยมของแท๊กซี่จนดูเหมือนน่ากลัวเลย แต่นั่นเป็นของไม่ดีเพียงอย่างเดียวที่บูคาเรสท์มีนะครับ..... เพราะคนทั่วไปน่ารักมากๆไม่แพ้หรือดีกว่าคนญี่ปุ่นเลย เพราะ ยิ้มหวาน ชอบคุย ถามทาง ปราศรัยด้วยได้สบาย แถมนิยมให้ถ่ายรูปด้วย ดังภาพที่เห็นต่อไปนี้ครับ
.

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
คุณป้าบนรถเมล์ นั่งคุยกับคุณนายด้วยภาษาอังกฤษงูๆปลาๆ แล้วก็มอบแอ็ปเปิ้ลให้เแพ็คนึง 4 ผล ปฎิเสธยังไงก็ไม่ยอม คุณนายเลยมอบ Kitkat ให้ไป 2 ซองตอบแทน เล่นเอาคนข้างๆยิ้มกว้างชอบใจและยกนิ้วให้ครับ
.

รูปภาพ
.
เด็กนักเรียนหนุ่มสาวที่ช่วยเว้าภาษาโรมาเนียกับคนขายตั๋วให้ เพราะการไปเหมืองเกลือ สามารถซื้อตั๋วได้เที่ยวเดียวเพื่อไปที่ โพรเอสท์-Ploiesti หลังจากนั้น ต้องไปซื้อตั๋วรถไฟบนรถไป สลานิค-Slanic อีกทีที่นั่น
.
หนุ่มมหาลัยที่จะกลับไปเยี่ยมบ้านที่ ฟาการาส-Fagaras บอกเราว่าขึ้นรถขบวนเดียวกันไม่หลงแน่ หมอมาเรียน Computer science ที่บูคาเรสท์และกลับบ้านวันสุดสัปดาห์
.
คุณแม่และลูกสาวเป็นเพื่อนคุยตลอดทางบนรถไฟไป ซินาย่า และวิ่งตามมาขอถ่ายภาพด้วยและโบกมือให้ตอนเราลงรถ
.
รถบัสที่ โพรเอสท์-Ploiesti ที่สามารถไปบูคาเรสท์ได้ มีทุกชั่วโมงถี่กว่ารถไฟครับ
.
คนขายตั๋วบนรถไฟ และแม่บ้านที่เดินทางประจำ (ถึงขนาดมีตารางรถไฟติดตัวและแจกให้เรา 1 แผ่น ผมเลยขอตารางรถไฟ บางกอก-พัทยา ประเทศไทย จากแกด้วย แกยิ้มแหะๆ)
.
เหล่านักเรียนไฮสกูลที่เจอบนรถไฟ พอเรียนรู้ว่าเรามาจากเมืองไทย ก็ให้เราสอนวิธีทักทายให้ จน "สวัสดีค่ะ" เป็นทุกคนเลยครับ
.
ไปเหมืองเกลือไม่ตรงเวลาลงลิฟท์ เลยต้องนั่งรถตู้ทะลุอุโมงค์ลงไปข้างล่าง 100 กว่าเมตรอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพในเหมืองเกลือกับคนเฝ้ากระโจมดูดาว และเด็กนักเรียนที่มากับครูผู้ปกครองและคนขับรถมินิบัสที่นำเราออกแวะส่งสถานีรถไฟ
.
หนุ่มที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวแต่งคอสทูมรูปเจ้าโลกฉลองชัยในบาร์ของเอ็กซ์โฮสเต็ลที่เราพัก เลยวาน 2 คนให้ช่วยยกสัมภาระไปส่งหน้าบ้านเพื่อขึ้นแท๊กซี่ให้ด้วย...สูงวัยก็ดีอย่างนี้แหละ อิอิ
.
เพราะฉะนั้น ไม่รักคนโรมาเนียแล้วจะไปรักใครที่ไหนได้เอ่ย....ไม่เที่ยวโรมาเนียแล้วจะไปที่อื่นๆให้เปลืองตังแสลงอารมณ์ทำไม.... อิอิ
.
I Love Bucharest, I Love Romania !!!
.
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ลิงค์ https://www.facebook.com/wut.kate/posts/2299129780137795 อันเป็นรีวิวสดที่โรมาเนียครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 015, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/04/2019 6:11 pm

รูปภาพ
.
Enjoy & Survive in Bucharest--อาหารการกินในบูคาเรสท์
.
18 เมษายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ ยอมรับครับว่า อาหารที่ใดๆในโลกก็สู้อาหารบ้านเราไม่ได้ อยู่เมืองนอกได้ซัก 4-5 วันเท่านั้นแหละครับ เป็นได้เห็นส้มตำ ไก่ทอดเอย ของบังที่พฤกษชาติ.... กุ้งผัดกะปิเอย มะระยัดไส้ต้มจืดเอย ยำถั่วพูเอย ของคุณตา.... พะแนงหมู ของคุณตุ๊กเอย หมูสเต๊ะ คุณปูเอย ฯลฯ (ทั้ง 3 เจ้าหลัง อยู่ที่ตลาดนนท์ฯ) ลอยไปลอยมาในภวังค์ตลอด...
.
โดยเฉพาะอาหารยุโรป ไม่ว่ายุโรปย่านไหน หาทานไม่ง่ายเลยสำหรับเราที่เป็นสาวกพระแม่กวนอิมไม่ทานเนื้อ และไม่ทานแกะ ทานม้าด้วย จึงต้องเจอไก่เกือบตลอดทริปจนแทบจะกระพือปีกได้
.
อาหารยุโรปนอกจากไม่อยากได้ชีสแล้ว ส่วนใหญ่ก็เนื้อเยอะ แป้งเยอะ แต่ผักน้อยเหลือเกิน ซื้อสลัดต่างหากก็จานละเป็นร้อยกว่า (แม้แต่ที่ย่านนี่ก็เกือบๆร้อย) จึงต้องพึ่งซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นส่วนใหญ่ ในเรื่องผัก ผลไม้ที่เป็นส้ม สตอเบอร์รี่ องุ่น แอ็ปเปิ้ล ลูกแพร์ และ กล้วยหอมเป็นหลัก
.
อาหารฟาสต์ฟู้ดที่เราถนัดที่สุดก็จึงมักเป็น Kebab หรือ Doner แบบตรุกี ที่มีเนื้อไก่เยอะและสลัดมากม้วนในโรตีชิ้นเบ้อเริ่มครบรสและหมู่โภชนาการ แถมราคาไม่แพง ชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวตัดครึ่งทาน 2 คนสบายครับ
.
มาบูคาเรสท์เมืองหลวงโรมาเนีย ที่อาหารราคาไม่แพง จึงขออนุญาตเรียนให้ทราบว่าเราทานอะไรบ้าง และร้านไหนเป็นร้านดังแต่เราไม่ได้ทาน (เพราะมีเนื้อเป็นหลัก แม้แต่ไส้กรอกกุนเชียงอาหารพื้นเมืองยอดนิยม Local Food ก็เป็น Mixed Meats-เนื้อวัวเนื้อแกะบดผสม ไม่ใช่เนื้อหมูล้วน) เพื่อเพื่อนๆจะได้ลิ้มลอง อ่ะครับ
.
.
ในภาพเป็นร้านขนมปังที่สถานีรถไฟ Gara de Nord ซึ่งขายดีมากๆ ทำสดๆ และราคาไม่แพง คนขายสวย เลยต่อคิวซื้อซะ 2 วันติดอ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
อาหารมื้อแรกที่มาถึงบูคาเรสท์ (เพราะมื้อเช้ามื้อเที่ยงมีซาละเปาและขนมปังยามาซากิจากทางบ้านมาแล้ว อิอิ) คือร้าน ลาตินพิซซ่า-Latin Pizza ที่ทางโฮสเต็ลแนะนำคนอื่นแล้วเราเผลอได้ยิน และบังเอิญนั่งรถบัสสาย 381 ผ่านที่ป้าย Piata Sf Gheorghe เห็นคนมุงเข้าคิวเยอะ ก็เลยรีบลงรถไปร่วมแจมครับ
.
เข้าไปในร้านแล้วค่อยทราบว่า ที่นี่มีพิซซ่ามากหน้า (หลายรส) กว่าที่อื่น แถมจะเลือกอย่างละนิดละหน่อยชิ้นโน้นชิ้นนี้ก็ได้ เพราะเค้าขายโดยการชั่งเอาเป็นหลัก คุณนายก็เลยเลือกชิ้นที่ร้อนๆออกจากเตามา 2 แบบ คือหน้ามะเขือและหน้าเห็ด....อร่อยดีมาก แต่ราคาไม่เบา ได้บรรยากาศ เพราะที่เห็นนี่ 4 ชิ้น 30 เลย์ (240 บาท) ครับ
.
ในร้านยังมีฟาสต์ฟู้ดแบบอื่นขายด้วย และมีคนซื้อกลับบ้านตลอด น่าเปิดสาขาบ้านเราจัง แต่ไม่ทราบจะแข่งสู้ 1115 หรือ 1112 ได้หรือเปล่า อิอิ
.

รูปภาพ
.
จากร้านพิซซ่าลาติน เดินไปหน่อยก็เข้าเขตเมืองเก่าที่กลางคืนอุดมด้วยร้านอาหารร้านเหล้าแล้วล่ะครับ แต่ละร้านแข่งกันตกแต่งประดับไฟน่าดู สนใจร้านไหนเรียนเชิญนะครับ แต่เราไม่ได้ทานอะไรอีกแม้จะมีฟาสต์ฟู้ดของชอบหลายเจ้า ทั้ง Kebap, KFC, Subway ก็ตามครับ
.
รูปภาพ
.
เจ้าประจำที่เราทาน 2-3 มื้อในบูคาเรสท์ ชื่อร้าน La Baiatu อยู่ใกล้ๆ Piata Amezei แถว Piata Romana ครับ เป็นร้านฟาสต์ฟู้ดชาวบ้าน (แต่นักท่องเที่ยวเยอะ) เป็นอาหารกึ่งตรุกี ที่เราสั่งอาหารชุดๆละ 13 เลย์ (ประมาณ 104 บาท) ประกอบด้วย ข้าวผัด สลัดสารพัดอย่าง ไก่ชุบแป้งทอดแบบ ชนิทเซล-schnitzel ของยุโรป (เอาอย่างอื่นก็ได้) ซอสหลายประเภท แถมขนมปังชิ้นเบ้อเริ่ม พร้อมน้ำอัดลม 1 ขวด....เค้าให้มาเยอะมากจนทานไม่หมด..... รอบหลังๆเลยสั่งชุดเดียวทานกัน 2 คนสบาย เพราะเรามีขวดน้ำส่วนตัวติดเป้ไปด้วยอยู่แล้ว หุหุ
.
อย่าลืมจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก่อน แล้วค่อยเอาใบเสร็จ (เล็กๆ) ไปชี้เลือกอาหารที่ต้องการทีหลังครับ เห็นคนอื่นชี้นิ้วให้เอาอีกเอาอีก คนขายก็ยิ้มตักเติมให้ตามใจชอบอ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
ร้านพิซซ่าของ Don Vito (เอ๊ะ ชื่อ ดอนวิโต้เนี่ย เป็นคนสั่งฆ่าครอบครัว ก็อดฟาเธ่อร์ และตามล่า ดอน คาร์ลิออนเน่ ตอนยังเด็กนี่นา โชคดีที่มีคนช่วยจับซ่อนในรถม้าบรรทุก จึงหนีข้ามน้ำข้ามทะเลมาอเมริกาได้ และต่อมาเค้าก็กลับไปล้างแค้นสำเร็จ...อุ๊บ..ชักอินไปหน่อย คงเป็นชื่ออิตาเลี่ยนซ้ำๆกันแบบ สมชาย สมศักดิ์ของเรา อิอิ) เราเดินผ่านตอนเช้าๆยังไม่เปิด แต่ตกแต่งสองฟากถนนน่าสนมากๆ ถ้ายังไงเพื่อนๆแวะลองได้ครับ อยู่แถว Piata Ramana ครับ
.

รูปภาพ
.
อยู่ที่บูคาเรสท์ เรามีโอกาสร่วม ทัวร์เดินเท้าท่องเมือง-Free Walking Tour 2 ครั้ง (ทิปตอนจบคนละประมาณ 20 เลย์) ....สำหรับรอบบ่าย 3 โมงเป็นทัวร์เมืองเก่านำทีมโดยสาวน้อยที่ลืมถามชื่อไป (ขอโทษด้วยครับ) โดยเริ่มต้นที่หน้าร้านอาหารดัง 4 ดาวชื่อ ฮานู ลุย มานุก-Hanu Lui Manuc และเดินเป็นวงกลมใหญ่ 2 ชั่วโมงกว่า จนจบที่เดิม
.
ตอนท้าย สาวน้อยแนะนำอาหารพื้นเมืองโรมาเนียหลายชนิด บอกว่าถ้ายังไงห้ามพลาด เรียกไม่ถูกก็ถ่ายรูปให้เค้าดูได้ ซึ่งเราก็เข้าไปในร้านขนาดใหญ่รับแขกได้หลายร้อย มีรางวัลประกาศนียบัตรของ Tripadvisor รับรองความอร่อย แต่......น่าเสียดายที่ดูเมนูภาษาอังกฤษแล้ว แทบทานไม่ได้เลยซักอย่างเพราะเป็นเนื้อวัว เนื้อแกะเป็นหลัก จึงบ๊ายบายไปทานที่อื่น ทั้งๆที่ราคาไม่แพงครับ
.

รูปภาพ
.
อีกร้านที่ได้เรียนรู้จากทัวร์เดินเท้านี้ ก็คือร้าน คารู คู เบเร่-Caru cu bere ที่ดูด้านนอกแสนจะธรรมดา แต่เค้าว่าภายในเริ่ดมาก อยู่ใกล้ๆกับธนาคารใหญ่ ซึ่งสมัยเริ่มต้นใหม่ๆต้องกู้เงินมาค่อยๆทำจนรวย (นึกถึงร้าน อบอร่อย ที่ทาวน์อินทาวน์แถวเทพลีลา เลย) เปิดมาแล้วตั้งแต่ปี คศ.1879 คือ 140 ปีก่อนโน้น
.
อาหารดังของที่นี่ก็เป็นอาหารพื้นเมืองที่ส่วนใหญ่เราทานไม่ได้อีกเช่นเคย แม้จานเด็ดจะเป็น ขาหมู อย่างที่ติดป้ายโฆษณา แต่ดูแล้วเราว่ายังไงๆก็คงสู้ขาหมูคุณศรี ตลาดนนทบุรีไม่ได้เด็ด ก็เลยไม่ได้ลองอ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
เที่ยวยุโรป ยังไงเสียก็อดชำเลืองไม่ได้ว่า มีร้านอาหารจีนแบบฟาสต์ฟู้ดที่ไหนบ้าง เพราะต้องรสนิยมและเร็วดีกว่าตามภัตตาคารจีนซึ่งเรื่องเยอะกว่าจะได้ทานแทบเป็นลมและแพง (เหมือนภัตตาคารอาหารไทย ซึ่งเราไม่เคยลองไม่ว่าที่ไหน)..โชคดีที่เจอหลายเจ้าเหมือนกัน
.
เจ้าแรกชื่อร้าน ช้อปสติ๊ก-Chopstick อยู่บนชั้น 4 ของห้าง เบอร์ชก้า-Bershka หัวมุม จัตุรัส อูนิรี่-Piata Unirii ซึ่งเดิมทีตั้งใจจะซื้อข้าวผัดกลับที่พักไปทานกับหมูหยองและผักสลัด แต่แล้วก็เปลี่ยนใจทานที่ฟู้ดคอร์ทแทน
.
เห็นกล่องกระดาษดูเหมือนเล็ก แต่ที่ไหนได้เยอะมากเลยครับ ทาน 2 คนๆละกล่องแทบไม่หมด กล่องนึงเป็นแบบชุดพร้อมน้ำอัดลม มีกับและข้าว 18 เลย์ ส่วนข้าวผัดเปล่าๆ 10 เลย์ ครับ....รสชาติดีเหมือนอาหารจีนทั่วไป แพงนิดแต่คุ้มค่าครับ
.

รูปภาพ
.
อาหารจีนฟาสต์ฟู้ดอีกร้าน ชื่อร้าน โพลี่ อาหารจีนข้างถนน-Poli Chinese Street Fastfood อยู่ในสถานีรถไฟ Gara de Nord ราคาประมาณกัน เราซื้อข้าวผัด หมี่ผัด กลับไปทานที่โฮสเต็ล แค่ 28 เลย์ ได้ทานตั้ง 2 มื้อถึงหมดอ่ะครับ (อากาศหนาวๆ ไม่ต้องมีตู้เย็น วางไว้ในห้องก็ไม่ต่างกันครับ)
.

รูปภาพ
.
แต่ร้านที่ชื่นชอบที่สุด ก็คือ ร้านอาหารพื้นเมืองแท้โรมาเนีย- Genuine Romanian Cuisine ซึ่งอยู่บนชั้น 2 (แปลว่าชั้น 3 เพราะชั้นล่างคือชั้น 0) ของ Megamall-เม็กก้ามอลล์ ที่มีห้าง Carrefour-คาร์ฟูร์ อยู่ที่เดียวกัน ณ Pierre de Coubertin Street ที่ไปด้วยรถบัสและรถรางได้ครับ
.
ที่นี่เป็นฟู้ดคอร์ทใหญ่ มีอาหารทุกประเภท แต่ราคาไม่แพง โดยเฉพาะเจ้านี้ คือชุดละไม่เกิน 20 เลย์ มีทั้งขนมปัง ข้าว เนื้อ สลัด ซุป ชุดเดียว 2 คนอิ่มสบาย (เห็นเพื่อนร่วมโต๊ะสั่งไก่ไร้กระดูกทอดเกือบ 10 ชิ้น แค่ 16 เลย์) แต่ต้องเข้าคิวรอหน่อยนะครับ เหมาะที่สุดคือตอน 11 โมงถึงเที่ยง โต๊ะว่างเยอะ เพราะ Lunch ของเค้าคือบ่าย 2 จะแน่นขนัดทั้งฟลอร์ทีเดียว
.
ร้านนี้ ยกนิ้วให้จริงๆ โดยเฉพาะ Chicken Soup-ไก่ต้มข่า แม้จะใส่นมแทนกะทิมากไปหน่อยก็เถอะ รับประกันติดใจครับ
.

รูปภาพ
.
ใกล้ๆกัน เป็นร้านอาหารจีนฟาสต์ฟู้ด ชื่อ อู่สิง-Wu Xing ราคาไม่แพงเช่นกัน ซักบ่ายกว่าๆก็ต้องเข้าคิวแล้วครับ
.
ส่วนท่านที่ชอบอาหารอื่นๆก็เรียนเชิญเลือกตามสบาย บอกได้เพียงว่าห้ามพลาดครับ
.

รูปภาพ
.
มีโอกาสเที่ยว ปราสาทเปเลส-Peles Castle ที่เมือง ซินาย่า-Sinaia แล้ว อย่าลืมแวะเที่ยวย่านในเมือง-Center ที่สวยสะอาด น่ารัก และมีป้ายรถเมล์ที่ดีและสวยเด่นที่สุดในโลกของเค้าด้วยนะครับ (มีรูปรีวิวหลัง) เพราะที่นั่นมีร้าานอาหารจีน ราคาไม่แพงบริการด้วย ชื่อร้าน เจดสติ๊ก-Jade Sticks ครับ
.
เราไม่ได้ทานที่นั่นหรอกครับ เพราะทราบดีว่านาน และด้วยการเดินทางโดยรถไฟที่มีตารางเวลาวันละไม่กี่เที่ยว พลาดทีต้องรอหลายชั่วโมงเลย จึงถ่ายเมนูหน้าร้านมาให้ชม น่าทานทุกจานเลยครับ
.
รูปภาพ
.
สำหรับ Snacks-ของทานเล่น (แต่อิ่ม) ง่ายๆ ก็ต้องร้านขนมปัง ที่มีหลายร้านที่สถานีรถไฟ Gara de Nord เลยครับ โดยเฉพาะร้าน Mika ที่ด้านหน้า ขายดีกว่าใครเพื่อน และอร่อย ถูกด้วย ชิ้นละ 20 กว่าบาทไทย ทานชิ้นอิ่มไปหลายชั่วโมงเลย แถมแคชเขียร์ยิ้มหวานน่ารักด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
สำหรับเราที่ขาดผักผลไม้ไม่ได้เลยในแต่ละวัน เจ้าประจำจึงเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของบูคาเรสท์ Mega Image ที่ว่ากันว่า หากหายไปที่อื่นอาทิตย์เดียว กลับมาเป็นเจอห้างใหม่อีกที่แน่ เพราะมีเกลื่อนกลาดไม่แพ้ 7-11 บ้านเรา เพียงแต่เป็นระดับซุปเปอร์เท่านั้น ส่วนร้านเล็กๆแบบ 7-11 ของเรา เค้าแยกต่างหากโดยใช้ชื่อว่า Shop & Go ครับ
.
เจอตลาดสดที่ไหน เป็นไม่พลาดครับ สำหรับเรา ที่จะต้องได้ส้ม สตอบอรี่ และกล้วยหอมติดมือเสมอ
.
สรุปคือ ถ้าชอบทานง่ายๆครบอาหาร 5 หมู่ ไม่หวังลดน้ำหนักทริปละ 4-5 โลแบบเราละก็ ไม่ว่าที่ไหนๆก็หาทานได้ไม่ยากเย็น ไม่เฉพาะที่บูคาเรสท์หรอกครับเพราะ....
.
เที่ยวย่านนี้ แพงสุดคือตั๋วเครื่องบิน รองลงมาก็ค่าที่พัก ส่วนอาหารและอื่นๆจิ๊บๆครับผม :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 015, 2019

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/04/2019 6:24 pm

รูปภาพ
.
Bucharest to Sibiu by Bus-การเดินทางไปต่างเมือง...บูคาเรสท์-ซิบิว
.
19 เมษายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ..ในเมื่อเราจะขออนุญาตรีวิวเรื่องข้อมูลสำหรับทริป บอลข่าน 2019 นี้ก่อน เพราะฉะนั้น เรื่องเที่ยวตาม แหล่งน่าสนใจ-Attractions ของแต่ละที่ เห็นทีจะขอข้ามไปก่อน ไว้มีเวลาค่อยตามเก็บทีหลังนะครับ
.
3 วันในบูคาเรสท์ เป็นการเรียกน้ำจิ้มกลายๆว่า อะไรคือโรมาเนีย หรือ โรมาเนียคืออะไร....แล้วเราก็เตรียมตัวเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆเลย เพื่อที่เพื่อนๆอาจจะได้ใช้เป็นข้อมูลก่อนเดินทาง ด้วยเป็นสไตล์ที่เราใช้เวลาไม่น้อยกับการเสาะแสวงหานานาวิธีในเรื่องนี้ เพื่อจะได้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งให้เพื่อนๆ...
.
ซึ่งสไตล์ของเรา อาจจะไม่เหมาะสำหรับเพื่อนๆบางท่านก็เป็นได้นะครับ
.
ตัวอย่างง่ายๆก็คือ หลายท่านที่ไปเที่ยวรัสเซีย ก็ยังเห็นใช้วิธีเดิมๆ คือลงเครื่องที่ มอสโคว์-Moscow แล้วจับรถไฟจากสนามบินไปต่อรถเมโทรเข้ายังที่พัก..... ทั้งๆที่ออกจากสนามบิน เดินไปนิดเดียวก็สามารถนั่งรถตู้ไปยังต้นทางรถเมโทรได้ในเวลาและราคาน้อยกว่ากันเป็นครึ่ง และมีที่นั่งในรถเมโทรแน่นอน (เหมือนๆนั่งรถตู้ไปสถานีหมอชิต ขณะที่รถไฟไปสถานีอนุสาวรีย์ฯ และที่พักอยู่ย่านอโศก หรือ อาร์บัต-Arbat ในมอสโคว์) อ่ะครับ...
.
นอกจากนั้น ส่วนใหญ่ก็ยังคงออกจากมอสโคว์ แล้วต่อรถไฟในเมืองไป เซ้นต์ปีเตอร์สเบริก-Saint Petersburg เลย ทั้งๆที่วิถึชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คน 2 เมืองใหญ่นี้ต่างกันมากๆ คือ คนมอสโคว์ค่อนข้างชาเย็น ในขณะที่คนเซ้นต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีชีวิตชีวาตามสไตล์ของคนเมืองใหญ่นานาชาติ อุดมด้วยคนต่างชาติต่างถิ่นและ อิอิ นักล้วงกระเป๋า.....
.
วิธีของเราคือแวะมอสโคว์ให้คุ้นเคยก่อน หลังจากนั้น ค่อยไป เซ้นต์ฯแล้วย้อนกลับมามอสโคว์อีกทีก่อนบินกลับ ก็จักสบายใจกับคนรัสเซียได้เนียนขึ้น แถมมีรถไฟด่วนที่เดินทางกลางวันไปเซ้นต์ฯจากมอสโคว์ ที่ใช้เวลาแค่ 4 ชั่วโมงและไม่แพงอีกด้วย...
.
หรือเช่น การเที่ยวชมจุดน่าสนใจต่างๆในสถานีใต้ดินรถเมโทร ซึ่งมีเป็นสิบๆแห่ง ก็สามารถซื้อเหรียญ (ตั๋ว) เพียงเที่ยวเดียว แล้วไม่ต้องออกไปข้างนอกเลย ขึ้นรถเปลี่ยนรถข้างล่างในสถานีเป็นวงกลมได้ทั่วๆทั้งวันจนครบตามแผนที่ค่อยออกจากสถานี ซึ่งอาจใช้เวลาเกือบทั้งวันก็เป็นได้ เพราะจะเห็นคณะทัวร์ใช้วิธีเดียวกันนี้มากมายหลายกรุ๊ป (เพราะเค้าไม่จำกัดเวลาของตั๋ว) ครับ
.
ฯลฯ (ดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ http://bit.ly/2W7lTPC ครับ)
.
การเดินทางจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งไม่ว่าไปไหน ในขณะที่มีสัมภาระเกิน 60 กิโลกรัม 2 คนอย่างเรา จึงไม่สามารถใช้เครื่องบินภายในประเทศ-Domestic ได้เลย......
.
ส่วนการเช่ารถขับเอง หากมีคนในกลุ่มน้อยกว่า 4 คน ก็ดูเหมือนจะแพงกว่าการใช้ยานสาธารณะต่างๆ แถมเราก็ยอมแพ้ เพราะขนาดในเมืองไทยยังขับหลงแล้วหลงอีก ด้วย จีพีเอส ที่มีและใช้เป็นอย่างเดียวคือ ปอ สระอา กอไก่=ปาก เท่านั้น แถมขับช้าตามกฎก็ไม่เป็นอีกต่างหาก ขืนขับเมืองนอก คงมีใบเสร็จค่าปรับตามหลังมาอาน 555...
.
อีกอย่าง แทบทุกเมืองท่องเที่ยว เว็บข้อมูลก็บอกอยู่แล้วครับว่า So small and easily travel by foot-ใช้สองเท้าเดินชมส่วนใหญ่ ที่ไกลหน่อยก็มีรถบัสรถรางอำนวยความสะดวกอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเสียค่าเช่ารถทั้งวันเพื่อหาที่จอดแล้วเดินต่อทั้งวัน หรือหาเส้นทางไปมาหาสู่ให้เหนื่อยแต่อย่างใด
.
ด้วยเหตุนี้ รถไฟ (ถ้ามี) และหรือ รถทัวร์ (บัส) จึงเป็นยอดนิยมของเรา เพราะราคาถูก ที่นั่งดี ตรงเวลา ใช้เวลาไม่มากนัก การค้นหาเที่ยวรถตารางรถจึงเน้นที่ 2 ยานสาธารณะนี้เป็นหลักครับ
.
ทริปนี้ ใช้เวลาทั้งหมดในโรมาเนียถึง 14 วัน (รอบแรก 10 วันรอบหลังอีก 4 วัน) คือ บูคาเรสท์รอบแรก 3 วัน ซิบิว 4+1 วัน (ขึ้นรถไฟกลางคืน) ทิมิซัวร่า 2 วัน และบูคาเรสท์รอบหลัง (ก่อนบินกลับ) อีก 4 วัน โดยการเดินทางข้ามเมือง ใช้รถทัวร์ ทั้งหมด เป็นรถไฟเพียงครั้งเดียวตอนไป Timisoara-ทิมิซัวร่า จาก Sibiu-ซิบิว ครับ
.
.
ในภาพคือ ภาพหน้าโฮสเต็ล Podstel Umbrella ในบูคาเรสท์ ซึ่งเราพัก ก่อนเช็คเอ้าท์ออกเดินทางไปซิบิว เช้าวันที่ 11 มีนาคม ครับ
.

รูปภาพ
.
ใช่ครับ ทุกแห่งที่เราไปโดยเฉพาะในยุโรป เราอาศัยโปรแกรมทัวร์ต่างๆของบริษัททัวร์ในบ้านเราเป็นหลัก เพราะไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า จุดเด่นๆที่เค้าเที่ยวกันในแต่ละประเทศนั้นอยู่ที่ไหน จะพึ่ง Wikitravel และ Tripadvisor เท่านั้นก็ออกจะกว้างไป.....
.
แถมมีความเชื่ออยู่อย่างว่า ยังไงๆก็ขอไปในที่ๆคนอื่นๆไปกันบ้าง จะจู่ๆก็เน้นเมืองลี้ลับเอาเท่ก่อนเป็นมิบังอาจครับ (เหมือนใช้รถเก๋ง ใหม่ๆก็ขอโตโยต้า ฮอนด้าก่อน จะเริ่มด้วย เฟียตเอย มัสแตงเอย เอาดี้เอย ที่ค่าช่างค่าอะไหล่แพงโฆษๆ ก็เคยเจ็บแล้วจำจนเข็ดมาแล้ว หุหุ)
.
จากโปรแกรมทัวร์ที่เห็น เราก็พอมีไอเดียคร่าวๆแล้วครับว่า ไม่ควรพลาดจุดใดบ้าง และหลังจากเสิร์ชโน่นนี่นั่นพักหนึ่ง ก็ตระหนักว่า ควรใช้ที่ใดเป็นฐานการท่องเที่ยวบ้าง
.
ขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณบริษัททัวร์ต่างๆที่ลงรายละเอียดให้เราเลียนแบบ มา ณ ที่นี่ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ว่าแล้ว เราจัดการจองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์จากเว็บ Getbybus ที่ https://tinyurl.com/yybms9wa แล้วก็ได้ตารางเวลาต่างๆมา ซึ่งเหมาะที่สุดสำหรับเราคือรอบเช้า 9.00 น. ถึง ซิบิว 14.15 น. แค่ 5 ชั่วโมงกว่าๆในราคา คนละ 12.50 ยูโร หรือ 450 บาทครับ
.
แน่นอนครับว่า เวลาเค้าตอบกลับ จะมีกฎ-กติกา สารพัด อาทิ เก็บค่าสัมภาระต่างหากด้วย ซึ่งสามารถจ่ายก่อนได้ (คือถูกกว่าแบบเครื่องบินโลว์คอสท์)...
.
แต่บทเรียนจากประสบการณ์คือ ของจริงเก็บบ้างไม่เก็บบ้าง ไม่จำเป็นต้องจ่ายไปก่อน (แบบ เกียซี่ จ๋าสีเกี้ย-ทำกลัวไปได้ 55) แต่อย่างใด ถ้าเค้าเก็บ ก็จ่ายตอนจะขึ้นรถ (ต่อรองได้ด้วย เช่นที่ Ljubljana ใน Slovenia เคยเก็บเรา 2 ชิ้น 4 หรือ 6 ยูโร) อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่กล้า เอ๊ย ไม่อยากหาเรื่องเค้า ก็คือ คำสั่งตัวแดงในเมล์ที่ว่า The Ticket Must Be Printed-อย่าลืมพิมพ์ตั๋วเดินทางมาด้วย...ทั้งๆที่ไม่เคยได้ใช้และไม่ค่อยมีใครใช้เลย ถ้าคนเยอะเค้าก็สแกน QR Code จากมือถือ ถ้าคนน้อยก็ไม่ตรวจด้วยซ้ำ เพราะเค้ามีรายชื่อผู้โดยสารอยู่แล้ว
.
นี่คือ ตั๋วจาก บูคาเรสท์ ไป ซิบิว ของเราที่เค้าแนบเมล์มาให้ ซึ่งการปริ้นท์ออกมานั้นง่ายมาก เพราะทุกโฮสเต็ลมีบริการอยู่แล้ว แค่ส่งไฟล์ PDF ไปที่ Mail ของโฮสเต็ล แป๊บเดียวก็ได้แล้วและฟรี (แต่ที่ โฮสเต็ล Podstel Umbrella บูคาเรสท์ เค้าคิดแผ่นละ 1 เลย์หรือ 8 บาทอ่ะ) ครับ
.
ใช่ครับ ก่อนขึ้นรถ ไม่มีการตรวจหรือขอดูเลย ด้วยมีผู้โดยสารแค่ 8 คนเท่านั้น อิอิ
.
รูปภาพ
.
คราวนี้ มาว่ากันถึงเรื่อง ทัวร์สุขภาพ สไตล์เรานะครับ คือ ไม่มีเสียละที่จะใช้แท๊กซี่ประมาณ 4-50 เลย์ (320-400 บาท) เพราะจากที่พักไปขึ้นรถเมโทร ใครๆในโฮสเต็ลก็เดินเอาทั้งนั้น เพราะแค่ 5-7 นาทีเท่านั้น (ก็ไม่มีสัมภาระอย่างเรานี่วุ้ย หนอย)...
.
ไม่เป็นไรครับ กระเป๋าใช้เข็นเอาอยู่แล้ว ถนนก็ลื่นพอใช้ได้ ออกจากซอยเข้าถนนใหญ่ แค่ข้ามถนนไปก็ถึงลิฟท์ลงรถเมโทรแล้ว...สบายมาก..ส่วนจะหยุดหอบกี่ครั้ง ขออนุญาตไม่ตอบนะครับ เหอเหอ
.
แหะ แหะ เส้นทางนี้ หาใช่ว่าคล่องเกินมนุษยมานาไม่ ความจริงสำรวจมาแล้วว่า ทุกจุดมีลิฟท์ทั้งนั้น (ไม่งั้นอั้วหม่าย 55) ขึ้นรถที่สถานี Piata Romana มาที่ สถานี Piata Victoriei เจอคุณลุงใจดีอาสานำทาง แต่คุณนายขอบพระคุณท่าน และขอเลี้ยวไปลงลิฟท์ (ที่คุณลุงน่าจะไม่เคยใช้) สะดวกกว่า....
.
เปลี่ยนไปอีกสาย เพื่อไปสถานี Basarab แค่ 2 ป้ายก็ถึงครับ
.
ออกจากสถานี เจอหนุ่มใหญ่ใจดีอาสาจะช่วยหิ้วกระเป๋าขึ้นบันไดให้ แต่คุณนายยิ้มขอบคุณเช่นเดิม และเลี้ยวไปยังฝั่งที่มีบันไดเลื่อนแทน
.

รูปภาพ
.
ถึงพื้นถนน เห็นผู้คนเยอะแยะไปหมด...เดี๋ยว เดี๋ยว ขอขยายทางขึ้นบันไดเลื่อนมาให้เห็นชัดๆก่อน อิอิ....
.
จากทางออกบันไดเลื่อนเข็นกระเป๋าไปนิดเดียวก็เป็นท่ารถทัวร์แล้วครับ...ว่าแต่ ใครไม่เคยเห็นคนหอบจนหน้าซีด ก็ขอเรียนเชิญทัศนาได้ ฮ่าฮ่า...หยุดบ่อย ถ่ายรูปบ่อยจริงๆเรา หุหุ
.
บริษัท Memento เป็นเจ้าใหญ่การเดินทางในบูคาเรสท์และอีกหลายเมือง มีรถเยอะมากและใหม่ๆทั้งนั้น....รถที่ใช้เดินทาง มี 3 ขนาด คือบัสใหญ่ 34 ที่นั่ง...มินิบัส หรือ แวนใหญ่ 22 ที่นั่ง..และแวนเล็ก 8 ที่นั่ง...แล้วเค้าก็ดูจำนวนผู้โดยสารเอาว่าควรใช้ขนาดใด
.
สำนักงานโอ่โถงทีเดียว ที่นั่งพักเป็นเก้าอี้แบบในรถ มีห้องน้ำห้องท่าให้ใช้ และร้านของว่างเครื่องดื่มอยู่ด้านนอกที่เห็นผ่านมาครับ
.
รถไปซิบิว มีวันละ 3 เที่ยวคือ 9 โมง 5 โมงเย็น และ 5 ทุ่มครึ่งครับ
.

รูปภาพ
.
แหะ แหะ วันนี้ได้นั่งบิ๊กแวนครับ มีเจ้าหน้าที่ยกสัมภาระไปใส่ท้ายรถให้ มีคนขับ 2 คนสลับกัน ถนนดีมากทุกแห่งที่ผ่าน แวะจอดให้เข้าห้องน้ำ (สะอาดมาก) และทานอาหารที่ปั้มใหญ่ชั้นดี ประมาณครึ่งชั่วโมง จนมีโอกาสพูดคุยกับผู้โดยสารอื่นๆ ซึ่งมีไกด์หน้าตาดีอยู่คน จนสนิทสนมกันทั้งคนขับทั้งสองด้วย
.
ถึงซิบิว ช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย คือ บ่าย 3 กว่าๆ รถยังต้องไปเมือง Cluj-Napoca-ครูจ นาโปก้า (ดินแดนเหมืองเกลือใหญ่) ต่อ จึงได้ชักภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก
.

รูปภาพ
.
บริเวณรถจอด ไม่ใช่ท่ารถนะครับ แต่เป็นที่ประจำตรง Parcare (Car Park) ข้างๆ Turnul Gros din Sibiu หรือ The Thick Tower ซึ่งเป็นป้อมโบราณที่มีกำแพงยาวหนา และทุกคนรู้จักดี
.
ข้างๆเป็นสุขาสาธารณะสะอาดให้เบาได้ มีที่กดปุ่มหน้าประตูที่ต้องรอให้ภายในล้างน้ำก่อน กระทั่งขึ้นสีเขียวจึงเปิดออกใช้ได้....
.
คราวนี้ ก็ต้องทรมานทรกรรมอีกรอบ เพราะต้องเข็นกระเป๋าขึ้นเนินเพื่อตรงไปยัง Piata Mare หรือ Big Square จัตุรัสใหญ่แห่ง ทรานซิลเวเนีย-Transylvania นี้ ซึ่งจะว่าใกล้ก็ใกล้ หรือ ไกลก็ไกล (เพราะขาลงสบายบรื๋อ)......เอ้า ฮุบ ฮุบ ฮูลาฮุบ
.
กระทั่งผ่านธนาคาร ทรานซิลเวเนีย ก็เป็นจัตุรัสมโหฬาร ให้เรามุ่งตรงไปยัง Muzeul National Brukenthal-พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ มูเซล บรุ๊คเคนทัล ที่เป็นตึกหลังใหญ่หลังคาแดงข้างๆหลังคาเทาของ City Hall-ศาลากลาง ตรงมุมด้านใน
.

รูปภาพ
.
เลยตรงเข้าไปที่ Casa Altemberger-พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ อันมี Brukenthal National Museum-พิพิธภัณฑ์ บรุ๊คเคนทัล อีกส่วนหนึ่งเป็นตึกสีเหลืองอยู่ด้านหลัง
.
ข้างๆเป็นทางลงบันไดยังถนนอิฐเมืองเก่า ชะโงกไปที่บันได ก็เห็น Smart Hostel ที่พักของเราแล้วครับ
.
จัดการลากกระเป๋าตามทางลงที่ไม่ใช่บันไดลงไป กดออดหน้าบ้าน ทั้ง Iker และ Elisa เจ้าหน้าที่ก็ออกมาต้อนรับ นำเราไปยังห้องต่างๆ คือ
.
ห้อง Reception....ห้องนอนเดี่ยวเตียงคู่ของเรา ห้องน้ำที่ด้านนอกเป็นโต๊ะให้ทำงานสบาย แยกส่วนจากจุดอื่น...ส่วนอีกห้องคนละฝั่งฟากข้างรีเซฟชั่นเป็นห้องครัวที่เค้ามีอาหารเช้าให้ทุกคนฟรีด้วย
.

รูปภาพ
.
และนี่คือ รีวิว คะแนนเต็ม 10 ที่เราเต็มใจมอบให้ Smart Hostel ที่ทำให้การพัก 5 วัน 4 คืน เต็มไปด้วยความสุขและความเป็นส่วนตัวแถมมีเพื่อนดีที่คอยช่วยเหลือเราตลอดด้วย ดังนี้ครับ....
.
"เราโชคดีมากที่ใช้ สมาร์ทโฮสเต็ลเป็นที่พักในซิบิว เพราะ ไอเกอร์ และ เอลิซ่า น่ารักมาก มีสิ่งที่เราต้องการทุกอย่างและไม่เคยปฎิเสธการช่วยเหลือเรื่องข้อมูลต่างๆเลย ทำเลดีมาก ใกล้กับทุกแหล่งท่องเที่ยว ห้องพักเป็นส่วนตัวและสะอาดดีมาก ยิ่งตอนเวลาอาหารเช้า ทุกคนร่วมโต๊ะพูดคุยกันราวกับคนในครอบครัวอย่างมีความสุข
.
ซิบิวเป็นเมืองปลอดภัย เพราะมีตำรวจยืนเฝ้าแทบทุกมุมถนนทั้งกลางวันกลางคืน จึงน่าเดินเที่ยวเป็นที่สุด ผู้คนท้องถิ่นเป็นมิตรมาก จนอยากมาพักครั้งแล้วครั้งเล่าที่นี่"
.
รูปภาพ
.
สำหรับเรื่องอาหารการกินในซิบิว ต่องยกนิ้วให้เลยครับว่า ยอดเยี่ยมที่สุดในทริปนี้...
.
เพราะร้าน Super Mamma ที่มีหลายสาขาเฉพาะที่ซิบิวนี้ เป็นขวัญใจของทุกคนก็ว่าได้ ด้วยสามารถเลือกได้หลากหลาย สถานที่สะอาดหรู และราคาไม่แพงครับ มื้อหนึ่งๆตกแค่ 10 กว่าเลย์ ก็รู้สึกว่าดีกว่าแบบเดียวกันในภัตตาคาร 3-40 เลย์อ่ะครับ....
.
จึงขออนุญาตแนะนำเพียงรายเดียว เพราะเราทานที่นี่ประจำจนคุ้นเคยกับพนักงาน แถมแนะนำเพื่อนๆในโฮสเต็ล ก็จดชื่อจดทำเลกันยึกยักและกลับมาขอบคุณเราทุกคน (เนื่องจาก ดูสถานที่แล้วคิดว่าแพง เพราะอยู่ในที่หรูชะมัดครับ)
.
รูปภาพ
.
ที่นี่มีอาหารฝรั่งทุกอย่างที่เราอยากทาน เลือกได้ตามใจชอบและเยอะครับ
.
ถ้าเห็นโต๊ะแน่น ก็ทนรอหน่อยแล้วกันนะครับ รับประกันความอร่อยและคุ้มค่า
.

รูปภาพ
.
เราเจอสาขาอีก 2 ที่ด้วยครับ แต่ถ่ายมาให้ชมแค่ที่เดียว เข้าใจว่ามี 4-5 สาขาครับ
.
รูปภาพ
.
สำหรับสถานที่แลกเงิน ราคาดี ก็มีเยอะแยะตาแป๊ะไก่ เห็นป้าย Amanet ที่แปลว่า โรงจำนำ แล้วอย่าสะอึก เพราะทุกคนหน้าตาไม่มีเล่ห์เหลี่ยมว่าจะโกงโดยใส่เงินปลอมเลย อีกอย่างก็...การแลกจิ๊บจ๊อยอย่างเราเค้าคงไม่อยากหลอกลวงให้เสียของมั้งครับ อิอิ
.
มีคาร์ฟูร์ เอ็กซ์เพรส หลายแห่งด้วยครับ แถมของไม่แพง และ....
.

รูปภาพ
.
แน่นอนว่า ที่ไหนมีตลาด ที่นั่นต้องเจอเราเสมอ ... บีทรูท สีแดงแจ๊ดที่นี่ น่าทานเป็นที่สุดแต่เสียดายไม่ได้ซื้อมาลอง เคยทานแต่ที่เค้าเอามาทำสลัดอ่ะครับ
.
ส่วนใครอยากทราบว่า เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ ภาษาโรมาเนียเรียกว่าอะไร เชิญชมได้เลย อิอิ
ถูกต้องแล้วครับ...ข้อมูลคงมีแค่นี้ เรื่องแหล่งเที่ยวเยอะแยะแปลกตา ขอผลัดไว้คราวหลัง..... ขอบคุณที่ติดตามครับ :-)
.
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 25/04/2019 8:11 pm

รูปภาพ
.
From Sibiu to Sighisoara--การเดินทางไปต่างเมือง...ซิบัว ซิบิชัวร่า
.
25 เมษายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
อิอิ...ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่า 4-5 วันที่ผ่านมาหายไปไหน..เพราะก็คงเช่นแฟนโซเชี่ยลทั้งมวลในเมืองไทยละครับว่า ยังไงๆก็หนีไม่พ้นเรื่อง "初生牛犢不怕虎-ชูเซิงหนิวตู๋ปู๋พ่าหู่-ลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ" (เพราะไม่เคยทราบว่าดุร้ายเพียงไร) อันดังโด่งตาม นสพ. ตามเฟส ตามยูทูปทั้งหลาย ที่ จดจ่อ ขวัญระทึกกับ Investigative Reporting-การรายงานเชิงสืบสวนสอบสวน ที่ว่าไปก็ประหนึ่ง Public Scrutiny-การไต่สวนทางสาธารณะ ซึ่งสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ชวนติดตามทุกเวลานาที ดึกแค่ไหนก็ตามติดไม่ได้หลับได้นอน ไม่ต่างจาก หนังทีวีซีรี่ย์ดังๆ นั่นแหละครับ.... อิอิ
.
ยังครับ เรื่องราวยังไม่มีวี่แววว่าจะซาๆลงไปหรอกครับ แม้จะพอเดาตอนจบได้คร่าวๆว่า "ผีพุ่งใต้ มักมาไวไปไว" ก็ตาม แต่ขออนุญาตทำรีวิวข้อมูลการท่องเที่ยว "ทริปบอลข่าน 2019" ที่ผ่านมาต่อไปก่อน 555
.
ว่า.....5 วันที่เราอยู่ Sibiu-ซิบิว หรือหัวเมือง Transylvania-ทรานซิลเวเนีย เรามีโอกาสเดินทางไปยังเมืองใกล้เคียงแบบ Day Trip-ไปเช้าเย็นกลับ 2 เมืองท่องเที่ยวที่ดังโด่งในโรมาเนียด้วยกัน ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ Sighisoara-ซิบิชัวร่า หรือ ซิบิโซเอร่า เมืองเก่ากำแพงรอบที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี จนได้รับการประกาศให้เป็น 1 ในมรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโก้นั่นเอง
.
.
ภาพที่เห็นคือ โบสถ์ออร์โธด็อกซ์ Holy Trinity Church ที่ประจันหน้าทุกคนที่มาจากสถานีรถไฟก่อนไปสู่ เมืองเก่าอันโด่งดังและงดงามครับ
.
รูปภาพ
.
การเดินทางไปกลับ Sibiu-Sighosoara-Sibiu นั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือโดยทางรถไฟ ซึ่งมีวันละหลายเที่ยว แต่ดูตารางในเว็บ www.virail.com แล้ว แต่ละเที่ยวมีราคาไม่เท่ากัน ถูกรองสุดคือเที่ยวเช้า 7.30 น. ใช้เวลา 3.22 ชั่วโมง ถึง 10.52 น. (เพราะต้องเปลี่ยนรถที่สถานี Medias เพื่อแกร่วรอรถที่นั่น 1.19 ชั่วโมง) ก่อนขึ้นเที่ยว 10.22 น. ไปถึงจุดหมายเวลา 10.52 น. ราคาคนละ 4.29 ยูโรครับ...ส่วนเที่ยวถูกสุดไปถึงที่นั่นบ่าย 2.33 น. นั้น ไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง
.
สำหรับเที่ยวกลับคือ เที่ยว 18.12 น. ถึงซิบิวเวลา 9.34 น. แม้จะดึกซักหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ สรุปคือได้เที่ยวที่นั่นประมาณ 7 ชั่วโมง แต่...
.
555 จองออนไลน์ไม่ได้ครับ ต้องไปซื้อที่สถานีรถไฟลูกเดียว ก็อย่างที่ผมเรียนไปแล้วแหละครับว่า น่าจะราคาถูกเกินไป ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย หรือผู้ใช้ส่วนใหญ่มีตั๋วเดือนตั๋วปีกันแล้วอ่ะครับ เพราะเที่ยวกลับแค่คนละ 2.43 ยูโร เท่านั้นเอง
.
สถานีรถไฟอยู่ที่ทางลงเนินจากจัตุรัสใหญ่ซิบิวอีกแยกหนึ่ง ซึ่งใช้เวลามากกว่าทางลงไปรถบัสประมาณ 5 นาที จัดการซื้อตั๋วที่บูธจำหน่าย ได้บัตรราคาคนละ 19.95 เลย์ (ประมาณ 160 บาท) ส่วนเที่ยวกลับ เค้าให้ซื้อที่โน่นเอง
.
รูปภาพ
.
รถไฟอยู่ในสภาพใช้ได้ มีผู้คนที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่นระหว่างทางมากมาย หะแรกผมกะให้เรานั่งที่นั่งแรกที่มีโต๊ะหันหน้าเข้าหากัน แต่คุณนายเคทบอกว่ากระจกหน้าต่างร้าว เกิดแตกกระจายขึ้นมาเพราะลมพัด ดีไม่ดีจะบาดเจ็บเอา จึงย้ายไปนั่งด้วยกันที่เก้าอี้ถัดๆมาครับ
.
เพื่อนร่วมขบวนเป็นครูโรงเรียนที่สถานีก่อนถึง Medias-เมเดียส บอกเราว่า เมเดียสเป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากซิบิว ในทรานซิลเวเนียนี้ มีเวลาได้เดินเล่นรอบๆชั่วโมงกว่านับว่าไม่เลวทีเดียว
.
มีคุณป้าท่านหนึ่งจะรอต่อรถไป ซิบิชัวร่า เหมือนกัน เลยช่วยท่านหิ้วกระเป๋าใบย่อม ลงอุโมงค์ไปขึ้นที่สถานีเช่นกัน
.

รูปภาพ
.
ถึงที่ เจ๊คนขายตั๋วบอกว่า รถไฟอยู่ชานชาลาที่ 5 นะ อย่าไปไกลล่ะ...555...ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวเรามาทันตามเวลาแล้วกัน เพราะมีเวลาตั้งชั่วโมงอย่างน้อย แล้วก็ออกขวาไปที่ร้านอาหารข้างๆ นั่งทานของว่างที่เตรียมมาจากบ้าน ซึ่งคนขายเจ้าของร้านทักทายด้วยดี ไม่มีการต่อว่าอะไรที่ไปใช้โต๊ะเก้าอี้ร้านเค้าแต่อย่างใด น่ารักมากครับ :-)
.
เดินต่อไปยังจุดที่เห็นโบสถ์ยิวสีเหลืองข้างหน้า คือ Sinagoga din Medias หรือ Medias Synagogue ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับ อาคารสีเหลืองของ Autogara Medias ท่ารถทัวร์ของเมืองเมเดียส ที่เห็นรถทัวร์จอดอยู่คัน
.

รูปภาพ
.
ณ จุดนี้ มองเห็นโบสถ์ออร์โธด็อกซ์ Biserica Sfintii Arhangheli Orthodox Church อยู่แต่ไกล...ในขณะที่เห็นโบสถ์คริสต์เล็กๆที่อยู่ตรงข้ามกับ อาคารใหญ่สำนักงานศาล-City Courthouse
.
ผ่านอาคารสำนักงานอื่นๆ และอาคารสีส้มอ่อนของ The Tehnical College Mediensis- วิทยาลัยเทคนิค....
.

รูปภาพ
.
ถัดไปก็เป็น Piata Andrei Saguna-จัตุรัสใหญ่ของเมืองนี้ ที่เห็น Cetatea Medias หรือ Medieval Fortress-กำแพงป้อมปราการยุคกลาง อยู่ด้านหน้า
.
ฝั่งตรงข้ามก็คือ โบสถ์ออร์โธด็อกซ์ Biserica Sfintii Arhangheli Orthodox Church อันสวยงามจับตา
.

รูปภาพ
.
น่าเสียดายที่เราต้องจับรถไฟไปต่อ ไม่งั้นคงเตร็ดเตร่อย่างสุขใจทั่วบริเวณไม่ต้องรีบกลับยังทางเดิม เห็นนักเรียนวัยรุ่นโผล่หน้าต่างออกมาทักทายคนแปลกหน้า...ผ่านท่ารถทัวร์ที่มีผู้โดยสารเตรียมขึ้นรถคันใหม่ที่เข้ามาจอด
.

รูปภาพ
.
ถึงสถานีที่เป็นอาคารสวยกว่าที่คิดเมื่อมองจากข้างนอกด้านนี้ แล้วก็ขึ้นรถพร้อมคุณป้าที่นั่งรออยู่ที่ชานชาลาแล้ว โดยขบวนที่การ์ดรถบอกว่า "ใช่เลย คันนี้ครับ"
.

รูปภาพ
.
คุณป้ายิ้มกริ่ม ที่กระเป๋าซึ่งผมช่วยถือลงรถขึ้นรถเสด็จไปอยู่บนชั้นใกล้ๆ ท่านพยายามจะมอบถุงเท้าไหมพรมคู่หนึ่งให้คุณนาย แต่เรายิ้มบอกปฎิเสธว่าไม่ต้องครับ
.
ได้โอกาสถามพนักงานตรวจตั๋วรถไฟว่า รถไฟเที่ยวค่ำที่เราจะขึ้นไปเมือง Timisoara-ทิมิชัวร่า คืนวันที่ 15 นั้น ปลอดภัยหรือเปล่า เค้าพยักหน้ายืนยันว่า ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะรถเปิดไฟสว่างทุกตู้และมีตำรวจรถไฟทุกขบวน....อือม์ โล่งใจ
.
ถึงสถานี Sighisoara-ซิบิชัวร่าที่ใหญ่มาก ขอซื้อตั๋วเที่ยวกลับไปซิบิวในสถานี เจ้าหน้าที่บอกว่า "มีเที่ยวบ่าย 3.25 น. ถึงซิบิว 5.42 น. เป็นเที่ยว Direct-วิ่งตรง ใช้เวลาแค่ 2.17 ชั่วโมงเท่านั้น แถมราคาถูกคนละ 17 เลย์ 2 คนถูกลงอีก 6 เลย์ด้วย"...เอาสิครับ ขอบคุณครับ
.
ว่าแล้วก็ถ่ายภาพกับรถจักรไอน้ำของเก่า และอาคารร้างของสุขาภิบาล-Santier in lucru....จากนั้นก็เดินไปยังเซ็นเตอร์ หรือศูนย์กลางเมือง
.
รูปภาพ
.
ขออนุญาตตัดรีวิวท่องเที่ยวเมือง Sighisoara-ซิบิชัวร่า นี้ก่อน และเสนอข้อมูลการเดินทางเที่ยวกลับซิบิว ด้วยเที่ยวรถ 3.25 น. เท่ากับมีเวลาเที่ยว 4 ชั่วโมงหน่อยๆ ซึ่งคิดว่าเพียงพอ เพราะเดินขึ้นเนินจนหอบเชียวละครับ
.
เจ้าหน้าที่รถไฟ คอนเฟิร์มอีกครั้งว่า รถไฟเที่ยวดึกไม่มีอะไรน่ากังวลแม้แต่น้อย...ขอบคุณครับ
.
กลับถึงสถานีรถไฟซิบิว 5.42 น.ตามเวลา ด้านหน้าสถานีกว้างใหญ่ มีร้านค้ามากมาย ซุปเปอร์ฯขนาดย่อม 2 แห่ง ร้านแลกเปลี่ยนเงินตราด้วยครับ
.
ขอขอบคุณที่ติดตาม เดี๋ยวมาต่อข้อมูลของเมืองถัดๆมาครับ See Ya :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/04/2019 6:15 pm

.รูปภาพ
.
.
From Sibiu to Brasov-Bran Castle-การเดินทางไป ซิบิว บราสอฟ บรานส์
.
26 เมษายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
ระหว่างเดินทางไปยังเมืองต่างๆ เรามีโอกาสเจอป้ายโฆษณาของอะไรไม่ทราบ ตั้งใหญ่ริมถนน มีข้อความว่า "Don't follow a trend. Follow your heart-อย่าตามกระแส แต่ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ" แล้วยังนึกชอบใจ แต่เสียดายที่เปิดกล้องถ่ายรูปไว้ไม่ทัน ต่อเมื่อกลับมาบ้านเปิดอากู๋ดู จึงทราบว่าเป็น วาทกรรมของคุณ Krist Noosalic มือกีตาร์เบส ของวงก้องโลก Nirvana นั่นเอง
.
จริงๆครับ ถ้าคนเรามัวจดจ้องแต่ว่า กระแสของโซเชียลแต่ละวันมุ่งไปทางไหนบ้าง แล้วก็พยายามทำตามเพื่อให้ทันสมัยกะเค้ามั่งละก็ เราก็จะไม่นึกลึกลงไปหรอกว่า คนอื่นๆจะมองเราว่า.... เป็นคนมีเวลาว่างมากไปหรือเปล่า? เป็นคนที่มีสาระหรือแก่นสารชีวิตมากน้อยเพียงไร?
.
ยกตัวอย่างง่ายๆ..... เราอยู่เมืองนอกในทริปนี้ ที่เล่นอินเตอร์เน็ตได้ปรกติในยามเช้าและค่ำที่อยู่ ณ ที่พักซึ่งมีอินเตอร์เน็ตฟรี... เวลาออกเที่ยว แม้จะมีซิมในบางเมือง ก็ไม่ค่อยกล้าเปิดดูข่าวสารบ้านเราเท่าไหร่ เพราะตระหนักดีว่า จะเสียเวลามากโดยไม่รู้ตัว....
.
ก็คิดดูสิครับว่า.... เราไปวันที่ 8 มีนาคม ถึง 14 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงครอบคลุมระหว่าง การหาเสียง จนกระทั่งผ่าน วันเลือกตั้งไปจนกระทั่ง เลือกตั้งแล้ว เป็น 20 วัน.... ช่วงนั้น ถ้าอยู่เมืองไทย ก็คงไม่แคล้วนั่งหน้าจอทั้งวัน เสิร์ชนุ่นค้นนี้ไปตามกระแส ประชาธิปไตย/สืบทอดอำนาจ จนไม่เป็นอันทำอะไรอย่างอื่นจนพุงล้นพุงปลิ้นเป็นแน่.... แต่แล้ว ความที่เราไม่อยู่เมืองไทยในช่วงนั้น ก็กลับไม่รู้สึกรู้สาแม้แต่นีสส์เดียว่า ชีวิตขาดพร่องอะไรไปเลย ซึ่งแปลกแต่จริงครับ
.
ใช่ครับ ดูง่ายๆ.... ช่วงนี้ กลับมาเป็น 2 สัปดาห์ แต่เวลากว่าครึ่งที่หายไป จนไม่ค่อยได้ทำรูปและรีวิว ก็หมดไปกับการตามกระแสทั้งการเมือง การบ้าน การสังคม จนน้ำหนักที่ละลายไป 5-6 กิโลจากการท่องทริป ดูเหมือนจะค่อยๆเพิ่มคืนกลับมาอยู่รอมร่อ (อิอิ ทุเรียนก็มีส่วน) แถมรีวิว ก็ไปไหนไม่ไกลสักเท่าไหร่ด้วย...
.
เพราะฉะนั้น พอกันทีครับ....เรื่อง Follow A Trend-ตามกระแส...ต้องจำกัดเวลาตามข่าวโซเชียลและอินเตอร์เน็ตไว้บ้าง ชอบข้อเขียนมุมมองของเฟสใครเป็นพืเศษ ก็ Follow ไว้ แบบเดียวกับ Unfollow เฟสที่ บ่อมิไก๊ ให้ได้ในจำนวนใกล้เคียงกัน...... และขอรีวิวต่อ เรื่องข้อมูลการเดินทางตามเมืองต่างๆในทริปนี้ กันนะครับ
.
และต่อไปนี้ คือการรีวิวข้อมูล การเที่ยวต่างเมืองที่ถือว่า "ห้ามพลาด" เมื่อก่อนไป แม้จะไม่ได้นิยมชมชอบมากเท่าๆกับอีกหลายเมืองที่ "ไม่เคยคิดว่า ห้ามพลาด" (อาทิ Peles Castle-ปราสาท เปเรส, Plovdiv-พร็อฟดิฟ, Prizren-พิสเซร่น, Matka-มัตก้า ฯลฯ) ก็ตามครับ
.
.
ในภาพคือ Brasov Council Square-จัตุรัสสภาบราสอฟ จุดศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยวอันประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ โบสถ์ ถนนคนเดิน ร้านค้า ร้านอาหาร กิจกรรมทั้งฟรีและไม่ฟรี ฯลฯ ที่เป็นศูนย์รวมของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวในช่วงเช้าและช่วงเย็นถึงค่ำคืนครับ
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 14 มีนาคม เราออกจากโฮสเต็ลที่อยู่ข้างๆจัตุรัสใหญ่ตั้งแต่ก่อน 7 โมงเช้า บรรยากาศยังเงียบสงบเฉกเช่นเมืองยุโรปทั่วไป (ต่างจากแถบอาเซี่ยนของเราที่ผู้คนพ่อค้าแม่ค้าขวักไขว่ตั้งแต่ตี 4 ตี 5) ค่อยๆเดินไปยังท่ารถบัส ที่ต้องผ่านจัตุรัส ลงเนินไปไปเรื่อยๆประมาณ 10 นาที
.
กระทั่งถึงจุดจอดที่เป็นลานกว้าง บริเวณ Parcare (Car Park) ข้างๆ Turnul Gros din Sibiu หรือ The Thick Tower ซึ่งเป็นป้อมโบราณที่มีกำแพงยาวหนา เห็นสุขาสาธารณะ 2 หลังอยู่ริมๆ...
.

รูปภาพ
.
ตั๋วรถบัสจองมาล่วงหน้าทางออนไลน์เรียบร้อยแล้ว และดีใจเป็นที่สุดที่เป็นเครือรถทัวร์ของ Memento Bus ที่เราประทับใจมาแล้วตอนมาจากบูคาเรสท์
.
ราคาค่ารถไปกลับ Sibiu-Brasov-Sibiu แค่คนละ 13.5 ยูโร (ประมาณ 500 บาท) ซึ่งมีเพียงวันละเที่ยว.... ขาไปไม่มีปัญหา แต่ขากลับตั้ง 3 ทุ่มครึ่งถึงที่พักเกือบ 2 ยาม (เสียวๆเรื่องความปลอดภัย แต่ไม่มีอะไร เพราะซีบิว มีตำรวจตรวจตราแทบทุกมุมเมือง 24 ชั่วโมง)..
.
ส่วนจาก Brasov ไป Bran ที่ตั้งของ Bran Castle-ปราสาทแดร็กคิวล่า นั้น ไว้ค่อยต่อบัสจาก บราสอฟ ไปทีหลังครับ
.

รูปภาพ
.
รถมินิแวนสีดำเมื่อม มีป้าย Memento Bus จอดรออยู่ที่นั่นแล้ว รถคันนี้จะไปสนามบิน ซิบิวด้วยในราคาคนละ 2.40 ยูโร (86 บาท) มีคู่สามีภรรยาไปบราสอฟด้วย
.
โปรดสังเกตท้ายรถ จะมีโฆษณาของ Christian Tour บริษัทในเครือ มีขายทัวร์ไปเที่ยว Thailanda หรือ ประเทศไทยด้วย แสดงว่าบ้านเราเดี๋ยวนี้ป๊อบปูล่าร์ ไม่เบาครับ
.
ระหว่างทาง มีคนขึ้นอีก 2-3 คนและลงไปก่อนถึงบราสอฟ ซึ่งสามีภรรยาคู่ที่นั่งมาด้วยก็อธิบายจุดต่างๆให้ทราบตลอดทาง จนกระทั่งใกล้ถึงจุดหมาย คนภรรยาก็บอกว่า... เราสามารถลงที่นี่และจับแท๊กซี่ไปต่อรถบัสไปบรานได้เลย แค่ไม่กี่ตัง... แต่ผมบอกว่า "ไม่ได้หรอกครับ เราต้องไปที่จุดจอดรถ เพื่อจะทราบว่าเที่ยวกลับคืนนี้จะต้องขึ้นรถที่ไหน" เธอจึงเข้าใจ
.
รถมาจอดที่ Benzinaria Socar, Brasov Harmanului-เบนซินนาเรีย โซคาร์ บราสอฟ ฮามานูลูอิ ตามข้อมูลในตั๋ว ที่เป็น ปั้มน้ำมัน โซคาร์ สาขา บราสอฟ ฮามานูลูอิ.... ผมขอลงรถไปถามคนในปั้มก่อน จนแน่ใจว่า คืนนี้ต้องมาขึ้นรถที่นี่แล้ว ก็บอกให้รถมินิแวนไปได้
.

รูปภาพ
.
สอบถามคนในร้านขายของในปั้ม ที่ให้ความช่วยเหลืออย่างดี คุณสุภาพสตรีกรุณาเขียนข้อมูลให้ว่า ต้องขึ้นรถบัสสาย 22 ไป ในขณะที่คุณผู้ชายบอกว่า "ทำไมไม่ขึ้นแท๊กซี่ไปละครับ ไม่เกิน 10 เรย์ นั่งรถบัส 2 คนก็พอๆกันอยู่แล้ว" ผมขอบคุณ และอธิบายเค้าว่า "ครือ ครือ อยากทราบข้อมูลเผื่อสำหรับคนทีหลังที่อยากนั่งรถเมล์อ่ะครับ" กลบเกลื่อนความในใจที่คิดว่า "โหยย แท๊กซี่ในโรมาเนียเนี่ยนะ บรื๋อว์ ขี้เกียจทะเลาะกับเค้าอ่ะ" อิอิ
.
แต่พอออกจากปั้มที่ว่า ก็เจอแท๊กซี่มาส่งคุณป้าท่านหนึ่งพอดี ผมยื่นข้อมูลให้เค้าดูและถามเค้าว่า ประมาณเท่าไหร่...ลุงโชเฟอร์ยิ้มหวาน บอกว่า "มิเตอร์... ไม่เกิน 10 เรย์ (80 บาท)" เราจึงเสด็จประทับมาพร้อมกับท่าน ไม่ปงไม่ไปแล้ว รถเมล์ 5555
.
ครู่เดียวก็มาถึง Autogara 2 Codreanu ลุงบอกให้ผมดูสิว่า ใช่ท่ารถทัวร์ไหม แบบยิ้มกวนๆทำนอง "โธ่เอ๊ย ไอ้กะเหรี่ยง ขี้กลัวว่าเราจะฟัน... หนอย แท๊กซี่ดีๆก็มีเฟ้ย..." ผมลงไปถาม ได้คำตอบว่าใช่ ก็หันกลับมาบอกให้คุณนายลง จ่ายให้ 10 เรย์ ตามมิเตอร์ 9 เรย์กว่า และขอบคุณพร้อมถ่ายรูปเค้า ลุงยิ้มใหญ่เลย ฮี่ฮี่
.
รถเที่ยว 10 โมงไปบรานนั้น ไม่ทันแล้ว มีเพื่อนนักท่องเที่ยวรออยู่มากมาย ต้องไปเที่ยว 11 โมง ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรเพราะดูข้อมูลมาแล้วว่า ประมาณ 40 นาที ...ทั้งขาไปและกลับ มีรถทุกครึ่งชั่วโมงและ 1 ชั่วโมง (ขาไปตั้งแต่ 7.00 น.ถึง 23.30 น. ขากลับตั้งแต่ 5.30 น.ถึงแค่ 21.00 น.ครับ)
.

รูปภาพ
.

แล้วก็ขึ้นรถที่ชานชาลา 2 คนขับเก็บค่ารถคนละ 8 เลย์ (โปรดสังเกต ตลอดทาง 14 ป้าย มีค่ารถตั้งแต่ 1.50 เรย์ป้ายแรกจนถึงบราน ป้ายสุดท้าย 8 เรย์ครับ)
.
ถนนดีมากครับ ผ่านเทือกเขาที่เห็นหิมะสีขาวโพลนและบางแห่งเป็นธารหิมะ-Glacier ไหลลงมายาว ผ่านหมู่บ้านหลายแห่ง แล้วก็มาถึงเมือง Bran-บราน ตรงข้างๆเสาจารึก ของนักประวัติศาสตร์+นักปฎิวัติ ชาวบราสอฟ Ioan Puscariu ...
.
แล้วคนขับก็บอกเราว่า... ขากลับไปบราสอฟให้ไปที่ฝั่งตรงกันข้ามที่มีป้ายรถบัสติดอยู่นะ
.
บริเวณที่เราลงรถ เป็นรั้วยาว มองเห็นปราสาทแดร็กคิวล่าข้างในชัดๆ...
.
เย้..มาถึงแว้ววว
.
รูปภาพ
.
แหะ แหะ ปรากฎว่าเข้าไม่ได้ครับ ต้องไปซื้อตั๋วเข้าทางซ้ายมือ เราก็เดินไปเรื่อยๆประมาณ 50 เมตรก็ถึงทางแยกที่มีร้านค้าขายของที่ระลึกเต็มไปหมด
.
ด้านในเป็นบูธขายตั๋ว ค่าเข้าคนละ 40 เรย์ สูงวัย เอ๊ย สว. อย่างผม 30 เรย์ครับ
.

รูปภาพ
.
โปรดสังเกต: ข้างๆบูธขายตั๋ว มีป้ายโฆษณา ห้องทารุณกรรม เป็นเก้าอี้มีปลายตะปูเต็มไปหมดเป็นตัวอย่าง ซึ่งอยู่ภายในปราสาท หากต้องการเข้าชมด้วยก็จ่ายอีก 10 เรย์ที่นี่ มิฉะนั้น เวลาเดินชมปราสาท ผ่านห้องนี้ที่มีม่านกั้นอยู่ จะเข้าชมต้องลงไปซื้อตั๋วที่ห้องขายของชำร่วยอีกทีนะครับ
.
แหะ แหะ อันนี้ ได้มาจากประสบการณ์ส่วนตัว เพราะเข้าไม่ได้และขี้เกียจลงหอไปซื้อตั๋วขึ้นกลับมาเข้าใหม่ เลยไม่ดูครับ แต่โชคดี ได้ชมอีกทีที่ Belgrade-เบลเกรด ในห้องที่ใหญ่กว่าแยะแถมบรรยากาศทำซะน่าสะพรึง กว่ากันหลายเท่าอ่ะครับ
.
เมื่อผ่านประตูเข้าไป ก่อนไปสู่ทางขึ้นปราสาท ด้านนอกสวยงามมาก สามารถชื่นชมบรรยากาศที่มีหิมะโรยรายราวกับเข้าอุทยานทีเดียวครับ
.

รูปภาพ
.
ขออนุญาตตัดมาที่ตอนชมปราสาท (ประมาณ 2 ชั่วโมง) เสร็จ กลับมาขึ้นรถทางเก่าที่ร้านค้าฝั่งตรงข้ามกับขามา ได้รถบัสบริษัทเดียวกันอีกคัน จ่ายค่ารถไปอีกคนละ 8 เลย์ (64 บาท) และ 40 นาทีต่อมาเราก็เข้าสู่เมือง บราสอฟครับ
.
ระหว่างเดินชมเมืองไปทั่วๆ โดยเฉพาะร้านรองเท้า (ขวัญใจของคุณนายเคท) แถวถนนคนเดิน คุณท่านก็ได้ข้อมูลมาว่า ร้านอาหารยอดเยี่ยมของที่นี่ระดับติดท้อปของ Tripadvisor ก็คือร้าน La Ceaun-ลา เซอูน ซึ่งพอดีมีสาขาที่จัตุรัสสภาด้วย (ดูข้อมูลได้จาก http://bit.ly/2vn7mnj และ http://bit.ly/2XM2ULg ครับ)
.
เพราะฉะนั้น จำเป็นจริงๆครับที่จะต้องขอลิ้มลองซักหน่อยตามเสียงร้องของกระเพาะ แม้ร้านจะอยู่ในทำเลที่แพงแน่นอนก็ตาม 555
.

รูปภาพ
.
ในร้านตกแต่งอย่างสมกับเป็นร้านดังจริงๆ เราขอให้เค้าเลือกจานเด็ดให้ โดยบอกเพียงว่า เราไม่ทานเนื้อและไม่ชอบชีสส์ ก็เลยได้สเต๊กไก่มาจาน และ สตูว์หมูมาอีกจาน ทานพร้อมขนมปัง ส่วนน้ำดื่มเป็นน้ำโพลารีส 2 ขวด
.
ยอมรับครับว่า แม้จะเป็นอาหารพื้นๆ แต่ฝีมือกุ๊กหรือเชฟของเค้า เรี่ยมเร้เรไรจริงๆ ทานแล้วหลงและจำรสชาติไปนานวันทีเดียว...ราคาทั้งหมด แพงสำหรับคนที่นี่ แต่สำหรับเรานั้น.. 90 เรย์ (560 บาท) รวมเซอร์วิสชาร์จ ถือว่า ถูกมากครับ....หากมีโอกาส ขอเรียนเชิญลิ้มลองนะครับ จะทานด้านในหรือด้านนอกเพื่อ People watching-ชมอิริยาบทต่างๆของผู้คน ไปด้วยก็ได้ อิอิ
.

รูปภาพ
.
ในเมื่อรถบัสขากลับตั้ง 3 ทุ่มครึ่งแน่ะ เราก็เลยเตร็ดเตร่เมืองนี้จนชุ่มปอด แล้วซักทุ่มกว่า เราก็หาทางเดินกลับไปยังท่ารถบัสที่ปั้มน้ำมันโซคาร์ โดยสอบถามคณะทีมฟุตบอลของที่นั่น ได้ความว่า 100% Safe-ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ก็จึงเดินไปเรื่อยๆ โดยถามทางผู้คนน้ำใจงามตลอดทาง
.
ผ่านรถทัวร์แดร็กคิวล่า...ร้านอาหารจีน Panda Menia....ฯลฯ จนกระทั่งถึงป้ายรถเมล์ สองเท้าก็ไม่อยากก้าวต่อ จึงถามคุณผู้หญิงที่ป้าย แล้วเธอบอกว่าขึ้นรถบัสสาย 1 ไปได้ แถมยังจัดการซื้อตั๋วที่ตู้ให้ด้วย....
.
เมื่อราคาในตู้บอกว่า 2 คน 10 เรย์ เราก็พึมพัมว่าแพงเหมือนแท๊กซี่เลย เธอจึงร้องอ๋อ แล้วบอกว่า "โทษค่ะ ลืมไป...ตั๋วที่นี่เป็นแบบไปกลับในใบเดียว ในเมื่อคุณ 2 คนไปเที่ยวเดียว ก็ใช้ตั๋วแค่ใบเดียว คือ เที่ยวเดียว 2 คน 5 เรย์ได้"
.
ต้องขอขอบคุณเธอเป็นอย่างยิ่ง.....ซึ่งเพียง 3 ป้ายเท่านั้น คุณผู้ชายอีกคนก็บอกให้เราลงได้ พร้อมชี้ให้ดูป้ายปั้มน้ำมันที่อยู่ตรงหน้าด้วย...น่ารักเป็นที่สุดครับ
.

รูปภาพ
.
รอรถแป๊บเดียว อุดหนุนน้ำอัดลมในร้าน และขอเข้าห้องน้ำซึ่งมีลุงนำไปเปิดประตูให้.... เพียงแค่ 2 ทุ่มครึ่ง ก็มีคนมาตบบ่าผม...ฮั่นแน่ คนขับรถที่พาเรามาซิบิวจากบูคาเรสท์นั่นเอง...เค้าดีใจมาก และบอกเราว่า คนครบแล้ว ไปได้เลยไม่ต้องรอถึง 3 ทุ่มครึ่งหรอก
.
แล้วซัก 4 ทุ่มหน่อยๆ เราก็กลับมาที่ซิบิว ก่อนเวลาชั่วโมงกว่า คนขับรถเช็คแฮนด์เราแน่นมาก เพราะทราบดีว่า ต่อแต่นี้คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว...รักเพียงไหนก็ย่อมมีวันลาจาก..... เศร้านิดๆครับกับคนดีที่ได้เจอะเจอ...เพื่อนๆหากได้ไป และเจอเค้าอีกที่ Memento Bus ขอฝากความระลึกถึงไปด้วยครับ
.
ซิบิว-บราสอฟ-บราน-บราสอฟ-ซิบิว ใน 1 วันเช้าค่ำ ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยมาก ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ ก่อนจะไปเมืองอื่นต่อครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/04/2019 6:07 pm

รูปภาพ
.
Sibiu-Timisoara-Belgrade ซิบิว-ทิมิชัวร่า-เบลเกรด
.
29 เมษายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
ประสบการณ์ครั้งใหญ่ในการตัดสินใจของเราในทริปนี้ ก็อย่างที่เพื่อนๆหลายท่านทราบๆกันนะครับว่า การเดินทางเป็นวงกลม จากโรมาเนียผ่านไปเซอร์เบีย แล้วต่อด้วยโคโซโว มาเซโดเนีย อัลบาเนีบ บุลแกเรีย แล้วกลับบูคาเรสท์นั้น ปัญหาที่เจอะเจอตั้งแต่อยู่บ้านก่อนไปจนกระทั่งถึงตอนพำนักซิบิว ก็คือ... หาข้อมูลไม่ได้เลยว่า จากเมืองชายแดน ทิมิชัวร่า ของโรมาเนีย จะมีวิธีใดที่จะข้ามพ้นไปยังเมืองหลวงเบลเกรด หรือเมืองรอง นอวิเสิด-Novi Sad ของเซอร์เบียได้.... ซึ่งทางแก้เฉพาะหน้าที่นึกออกก็คือ
.
ยังไงๆก็ขอไปยังเมือง Timisoara-ทิมิชัวร่า ก่อน จากนั้นค่อยหาวิธีเอา..... หากจะต้องจ้างรถเก๋งส่วนตัวเพื่อข้ามแดน ในราคาหลายพัน (เพราะการต่อรถไฟไม่ได้สะดวกอย่างที่ควรจะเป็นฐานหิ้วสัมภาระไป 60 กิโลกรัม) ละก็ สู้นั่งรถกลับมาบูคาเรสท์ แล้วค่อยเดินทางย้อนกลับ โดยไป บุลแกเรีย-มาเซโดเนีย-อัลบาเนีย-โคโซโว-เบลเกรด แทนก็ได้ แม้จะเสียเวลาเพิ่มขึ้น 2-3 วันก็ บ่อเป็นหยัง..... หรือหากมีอุปสรรคยากเกินกำลัง วุฒิสมาชิก เอ๊ย สว.อย่างเรา ก็ถือว่าจิ๊บๆ คือตัดเมืองนั้นๆไปเลย ไม่ดงไม่ดู ไม่วกไม่แวะแล้ว เพราะ..
.
เรื่อง หลงทาง เปลี่ยนเส้นทาง เป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดา รับได้สบายๆของเราสองอยู่แล้ว ขอเพียงอย่างเดียวคือ หากมีเรื่องเสี่ยงกับความปลอดภัยเข้ามาเมื่อไหร่ (อาทิ ถูกด่าน ตม.กักตัว....เหมารถส่วนตัวแล้วถูกปล้น ฯลฯ...555.... มีแต่เรื่องร้ายๆยังกะจะไปจารกรรมทั้งนั้น) เป็นขอบายเลื่อนไปเป็น "ชาติหน้า" ก่อน ก็เท่านั้นครับ อิอิ
.
(ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ลิงค์ http://bit.ly/2vo7bs3 ครับ)
.
ในภาพ คือสถานีรถไฟ ทิมิชัวร่า ที่ผมว่าสะดวกกว่าที่อื่น เพราะเค้าพาดไม้ให้เดินข้ามรางชานชาลาเลย ไม่ต้องหอบหิ้วกระเป๋าลงกะไดที่นึงแล้วไปหอบขึ้นอีกที่นึงอย่างที่เจอทุกบ่อยๆในยุโรป (หรือโหดสุด ก็ที่ นางาซากิ ของญี่ปุ่น) อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ลองดูข้อมูลของปี 2015 ที่ผมหาได้ว่า เจ๋ง กว่าใครเพื่อน ของคุณ Minority Normad-มือใหม่ชนกลุ่มน้อย (โถ แม่คุณ ช่างตั้งนามปากกาได้ชนิดหาความน่าเชื่อถือไม่ได้เลยนะเธอว์ นึกภาพป้าไม่ได้อาบน้ำหอบสัมภาระระเก้ระกังเดินเด๋อๆด๋าๆขึ้นมาเลย ฮิฮิ) ที่ผมก้อปมาให้ดูสิครับ เธอบอกว่า..
.
วิธีเดินทางจากทิมิชัวร่าไปเบลเกรดนั้นตามข้อมูลส่วนใหญ่บอกได้เลยว่า แสนจะซับซ้อน ทั้งๆที่ของจริงนั้นง่ายนีสส์เดีย...เธอก็เลยแจกแจงรายละเอียดทุกขั้นตอนของการเดินทางด้วยรถไฟมาให้ในรีวิวนี้
.
-- ซื้อตั๋วจากสถานี Timisoara Nord โดยไปที่บูธระหว่างประเทศ ซึ่งว่าไปก็มีเพียงบูธเดียว จึงหาไม่ยาก
.
-- ได้ตั๋วจาก Timisoara ไป Belgrade ราคา 45 เลย์ (เงินสดหรือบัตรเครดิตก็ได้) ที่คูลมากๆคือตั๋วที่ว่านี้มีเวลา 2 อาทิตย์ (เราสามารถใช้เมื่อไหร่ก็ได้ตลอด) ของอะฮั้นก็ตั้งแต่ 20 กรกฎา ถึง 8 สิงหา หมายความว่าจะขึ้นคันไหนเมื่อไหร่ตามเส้นทางนี้ ก็ไม่มีปัญหา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยากอยู่สังสรรค์ที่ทิมิชัวร่านานขึ้นอีกนิดหรือเกิดหลับระหว่างทางจนลืมเปลี่ยนขบวนเป็นต้น
.
ว่าแล้ว เจ้าหล่อนก็ถ่ายภาพ ชานชาลา ในตัวสถานี และตั๋วมาประกอบ
.
รูปภาพ
.
รถไฟขบวนของเราให้ดูจากชื่อสถานีปลายทางและหรือหมายเลขขบวนรถไฟ ซึ่งว่าไปก็ไม่ต้องใส่ใจเรื่องหมายเลขนี้นัก เพราะปรกติจะออกจากชานชาลาที่ 1 เสมอ รถไฟขบวนนี้จะพาเราไปที่สถานี Vrsac-เวอร์สาค นะจ๊ะ ไม่ใช่ Belgrade-เบลเกรด จำไว้!!! รถเที่ยวแรกคือ 7.50 น. ซึ่งอะฮั้นว่าดีกว่าใครเพื่อนเพราะคนไม่เยอะ นั่งลุกสบาย และถึงเบลเกรดค่อนข้างตรงตามเวลา
.
-- ตู้รถดูเหมือนใช้มาหลายปีแล้ว แต่ก็วิ่งเร็วและทันสมัยไม่น้อยนะ ถ้าอยากต่อปลั๊กก็หาๆดูแถวห้องสุขาหรือข้างๆโต๊ะระหว่างเก้าอี้ที่นั่งดู
.
-- ประมาณ 8.50 น. ถึง 9.00 น. ก็จะถึงสถานี Stamora Moravita ซึ่งเป็นสถานีผ่านด่าน ตม. เจ้าหน้าที่ด่านคนนึงจะขึ้นมารับพาสปอร์ตของนักท่องเที่ยวต่างชาติไปแสตมป์ว่าออกจากโรมาเนียแล้ว การนี้ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ไม่มากมายอะไร แล้วก็ไปต่อ
.
(โถ แม่คุณ รูปคอมพิวเตอร์แล็ปท้อปที่ลงใหดู บุโรทั่งไม่แพ้โต๊ะที่วางข้างเก้าอี้เลยเนอะ นึกจินตนาการสภาพเจ้าของได้รางๆ ฮ่าฮ่า)
.
-- 20 นาทีหลังจากนั้นโดยประมาณ คือราวๆ 9.50 น. ก็จะถึงสถานี Vrsac-เวอร์สาค เพื่อเข้ารอยเดิม ขั้นตอนแบบเดิมของเจ้าหน้าที่ด่าน ตม. ของเซอร์เบีย เพื่อรับพาสปอร์ตไปแสตมป์ว่าเข้าเซอร์เบียแล้วนะ พวกเราก็นั่งรอในตู้รถ แล้วก็คืนให้ทุกคนที่พร้อมจะเปลี่ยนขบวนรถไฟเที่ยวต่อไป
.
-- เราต้องลงรถไฟแล้วนั่งรอขบวนใหม่ที่จะมาจากเบลเกรดประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อผู้โดยสารขบวนนั้นลงรถหมดแล้ว เราก็แค่ยื่นตั๋วให้การ์ดรถไฟดูก็ใช้ได้ รถไฟจะออกประมาณ 10.44 น. (แต่เป็น 9.44 น. ของเซอร์เบียนะจ๊ะ เพราะเวลาช้ากว่ากัน 1 ชั่วโมง)
.
รูปภาพ
.
คราวนี้ก็มาถึงจุดสำคัญที่ทำให้เราโลเลว่าจะไปดีไม่ไปดีนี่และครับ เพราะเธอเล่าต่อว่า....
.
-- รถไฟจะเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงสถานี Beograd-Dunay ประมาณ 12.45 น. (หรือ 11.45 น.ของเซอร์เบีย) พึงระลึกไว้ให้ดีว่า ที่นี่ไม่ใช่สถานีหลักนะตัวเอง จึงไม่ต้องสนใจว่ารถไฟเที่ยวต่อไปจะไปทางซ้ายหรือขวา จุดนี้คือเส้นขอบของชายแดนเมืองหลวงแล้วล่ะ เพราะฉะนั้น จงเตรียมตัวใช้สองเท้าเดินหรือเรียกแท๊กซี่เอา เพื่อไปยังจุดที่ต้องการในเบลเกรด (ไม่ได้บอกเล้ยว่า ไกลไหม กี่เมตรกี่กิโล แม่เจ้าประคู้ณณ) ...ขอต้อนรับสู่ บอลข่าน ด้วยความยินดียิ่ง
.
ทั้งหมดก็ตามข้างต้นแหละครับ จุดอื่นเรื่องย่อย แต่จุดสุดท้ายเนี่ย จะเอายังไงดี ...ทราบจากคุณหมู @Pianjit ทีหลังว่า โดนแท๊กซี่จะฟันเป็นหมื่นประมาณนั้น แต่คุณหมูเก่งและเชี่ยวสมเป็นนักเดินทางมือฉมัง จึงผ่านไปได้สบายบรื๋อวว์ แต่ถ้าเป็นเรา โอ้ย ไม่อยากจะคิด อิอิ
.
รูปภาพ
.
ด้วยเหตุที่หาข้อมูลที่น่าเชื่อถือไม่ได้เลย ตั้งแต่บูคาเรสท์ถึงซิบิว (เด็กสาวที่โฮสเต็ลในบูคาเรสท์บอกว่า.... เคยไปซิบิวด้วยรถไฟเพราะไม่กล้าไปรถบัสที่แสนจะไม่ปลอดภัย... ว่าเข้านั่น ละอ่อนแท้ๆ....เวลาถามทางก็บอกเลี้ยวโน่นนี่ 4-5 ครั้งไม่ยากเย็นอะไร ยังกะเราเป็นคนท้องถิ่นประมาณนั้น ฯลฯ แต่ไม่อยากรีวิวให้คะแนนน้อยเพราะเธอ เดี๋ยวจะตกงานเอา).....
.
เราก็เลยใช้วิธีถามจากโฮสเต็ลที่จองไว้ในทิมิชัวร่า (ที่เราจอง 2 คืน เพราะคืนเดียวก็ได้แต่ทารุณตัวเองเกิน) นั่นแหละครับ แล้วเราก็ได้คำตอบกลับมาด้วยความโล่งอกเล็กๆว่า...
.
จากทิมิชัวร่าไปเบลเกรดนั้น ง่ายมากเพราะมี รถชัตเติ้ลบัสวิ่งไปมาประจำ เสียแต่ไม่มีเวลาแน่นอน เราต้องติดต่อบริษัท GEA Tours ล่วงหน้า แล้วเค้าจะบอกว่าจะมารับ ณ จุดที่เราต้องการเมื่อไหร่ ค่ารถคนละ 15 ยูโร (540 บาท) แล้วเค้าก็ให้ลิงค์ของ GEA Tours มาด้วย
.
เราก็เลยติดต่อไปตามนั้น โดยบอกวันเดินทาง และสถานที่ไป ในเมล์ ซึ่ง...
.
ประมาณชั่วโมงเดียวก็ได้คำตอบกลับมาว่า จองที่นั่ง 2 ที่วันที่ 18 มีนาคมไว้แล้ว เค้าจะติดต่อโฮสเต็ลไปล่วงหน้า 1 วันในช่วงก่อน 18.00 ถึง 20.00 ว่าจะไปรับกี่โมง เอาที่อยู่ในเบลเกรดให้คนขับรถในวันเดินทางแล้วกัน
.
เท่านี้แหละครับ ซึ่งพอถึงทิมิชัวร่า คุณ Marcello ก็บอกเราว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย และส่วนใหญ่เค้าจะติดต่อทางโฮสเต็ล ไม่ใช่เจ้าตัว โดยบอกล่วงหน้า 1 วันว่าจะไปรับกี่โมง ไม่ต้องเป็นห่วง....แบบเดียวกันเป๊ะ
.
จร้า..ไม่เป็นห่วงจร้า...ตุ๋มๆต๋อมๆ....ตุ๋มๆต๋อมๆ....ตุ๋มๆต๋อมๆ....
.
รูปภาพ
.
นี่คือหน้าเว็บของบริษัท GEA Tours เค้า มีบอกด้วยว่า อย่าหลงผิดไปติดต่อเจ้าอื่นที่ชื่อเลียนแบบคล้ายๆกัน และรถวิ่งระหว่าง Belgrade-Timisoara-Belgrade นั้น มีทุกวันจร้า....ต้องเว็บ www.geatours.rs เท่านั้นนะครับ จามว้ายยย 555
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็จัดการซื้อตั๋วรถไฟเที่ยวดึก 23.02 น. ของคืนวันที่ 15 มีนาคม เพื่อถึง ทิมิชัวร่า เช้าวันที่ 16 ตามต้องการ โดยจะมีการเปลี่ยนรถ 1 ครั้งตอน 05.41 น. วันที่ 16 มีนา ที่สถานี Arad-อาหรัด...ค่าตั๋วคนละ 66.60 เลย์ (532 บาท) เดินทาง 8 ชั่วโมงครับ
.
ขออนุญาตเรียนว่า เที่ยวรถนั้น เราหามาจากในเว็บก่อนแล้วว่าจะไปเที่ยว 5 ทุ่ม ตอนซื้อตั๋วก็เลยบอกคนขายว่า เอาเที่ยว 11 โมงวันที่ 15 แต่เธอบอกว่าไม่มี จนต้องบอกว่าเที่ยว 23 โมง เธอจึงเข้าใจอ่ะครับ อิอิ ผมผิดเอง เพราะเค้าใช้ระบบ 24 ชั่วโมงอ่ะครับ
.
เอาละครับ ได้เวลารีวิวจากกล้องของเราจริงๆแว้วววว
.
รูปภาพ
.
ร่ำลา Iker กับ Elisa สต๊าฟฟ์แสนดีของ สมาร์ทโฮสเต็ลที่ซิบิว ที่ให้เราอยู่ห้องต่อจนถึง 3 ทุ่มครึ่งแล้ว เราก็ลากกระเป๋าผ่านจัตุรัสใหญ่ไปยังสถานีรถไฟ...แฮ่ก แฮ่ก
.
นั่งรอในสถานีเป็นชั่วโมง แล้วผมก็จ้องหาทั่วๆว่า ถึงเวลาพอจะวานใครหิ้วกระเป๋าลงอุโมงค์เพื่อขึ้นไปยังอีกชานชาลาหนึ่งได้ ซึ่งก็เห็นตำรวจ รปภ.อยู่ 2 นายที่ค่อนข้างชราภาพ จึงหมายตาไว้คร่าวๆ
.
แต่แล้ว เมื่อถึงเวลาจริง ตำรวจ 2 คนนั้นก็หายตัวไปแล้วเหมือนรู้แกว ครั้นจะวานเจ้าหน้าที่ห้องน้ำ ลุงก็บอกปัดว่าต้องเฝ้า ไปไหนไม่ได..และแล้ว ก็ได้นักศึกษาหนุ่มที่จะมารับเพื่อน 2 คนช่วยจัดการให้ ต้องขอขอบคุณเป็นที่ยิ่งและขอโทษจริงๆที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ทั้ง 2 คนอ่ะครับ
.
รอที่ชานชาลา คุณป้าท่านหนึ่งที่จะมารับน้องสาวจากบูคาเรสท์ ก็บอกเราว่า "เป็นขบวนเดียวกันไม่ต้องพะวง พอคนลงหมด คุณก็ขึ้นรถได้เลย" กะเหรี่ยงน้อยขอขอบคุณจริงๆครับ
.
ได้หนุ่มอีกคน ช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถให้ ขอบคุณอีกครั้งครับ
.
รูปภาพ
.
รถว่างมาก เลือกที่นั่งตามสบาย ไฟสว่างโร่ทั้งคัน หายห่วงเรื่องความปลอดภัย....ตอนแรกวางกระเป๋าไว้ที่วางสัมภาระ ครู่หนึ่งที่การ์ดรถมาถึง เค้าก็บอกว่า เอามาวางบนที่นั่งข้างๆได้เลย แล้ว... แล้ว... แล้ว... เราก็หลับเป็นตายหลังจากตั้งนาฬิกาปลุกมือถือไว้ ตี 5.15 ก่อนเวลาลงรถประมาณครึ่งชั่วโมงครับ
.
ถึงสถานี Arad-อาหรัด ตอนมาที่ประตูรถ เจอหนุ่มนักศึกษาจะไป ทิมิชัวร่าเหมือนกัน ก็เลยได้รอรถพร้อมกัน และได้รู้จากเค้าว่า รถไฟดีเลย์ชั่วโมงกว่า ดีที่มีผู้ช่วยที่ฟังภาษาโรมาเนียออก ไม่งั้นกระวนกระวายแย่แน่เรา
.
ขึ้นรถอีกคัน การ์ดรถหญิงน่ารัก บอกว่า หลับไปเลย เพราะทิมิชัวร่าเป็นป้ายสุดท้าย ถ้าหลับต่อก็จะมีคนทำความสะอาดมาไล่ลงเอง (555 นึกถึงตอนไปเซ็นได แล้วหลับบนรถไฟ JR จนเลยไป 1 สถานี จนถูกแม่บ้านทำความสะอาดไล่ลงเลย ต้องย้ายขบวนใหม่ ดีที่มี JR Pass และมีรถเยอะมากก็เลยโนพร็อมแพล็ม ฮี่ฮี่)
.
รูปภาพ
.
แล้วเช้าวันนั้น ประมาณ 7.30 น. เราก็มาถึงสถานีทิมิชัวร่าสมใจ ที่เลทเป็นชั่วโมง (เพราะถ้าเช้าไป กลัวเข้าโฮสเต็ลไม่ได้) ลากกระเป๋าข้ามชานชาลาง่ายๆ เปิดโอกาสให้คุณนายยืดเส้นยืดสายเล็กๆในสถานี แล้วผมก็ออกไปข้างนอก ดูว่าจะไปรถรางยังไง ปรากฎว่า ช่วงนี้เค้ากำลังซ่อมราง ต้องไปที่อีกป้ายนึง จ๊ากกก
.
เรียกหาแท๊กซี่..รายที่ตามเรามาติดๆขอ 50 เลย์ เราปฎิเสธ แกลดเหลือ 30 เลย์ เราไม่เอา แล้วก็ท่อมๆต่อไป.......โชคดีเจอลุงน่ารักบอกว่าตามราคามิเตอร์ไม่กี่ตังหรอก แล้วเราก็เลยหยวนๆ ซึ่งพระเจ้าช่วยกล้วยทอดจริงๆครับ เพราะขืนลากสัมภาระไปอีกป้ายรถราง มีหวังเสร็จเพราะไกลโฆษๆ
.
กว่าจะถึงที่หมาย ปรากฏว่า มิเตอร์ขึ้นไป 26 เลย์ คุณนายใจป้ำให้ไปเลย 30 เลย์ (240 บาท) ไม่ต้องทอน ลุงยิ้มแฉ่งยกนิ้วให้คนไทยเลยครับ หุหุ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/04/2019 6:10 pm

รูปภาพ
.
และนี่คือ Exit Routine Hostel ที่เสมือนบ้านส่วนตัว แต่มีหลายห้องมาก โดย Marcello ออกมาต้อนรับ...ข้างประตูมีป้ายคำคมสารพัดรวมอยู่ในป้ายเดียวแปะอยู่ จนดูเหมือนว่า...การเป็นคนเก่งคนดีนี่ ต้องมีข้อควรปฎิบัติตามไม่น้อยเลย เหอเหอ
.
เรานั่งพักในห้องเอนกประสงค์ติดกับห้องครัวได้ครู่ใหญ่ มาร์เซลโลก็บอกให้เราเข้าไปใช้ห้องได้เลย ซึ่งเป็นห้องใหญ่กว้างขวางมีระเบียง หลับนอนสบาย ซึ่งเราก็ไม่ทำให้เค้าผิดหวัง จัดการหลับรวดเดียวถึงบ่ายแก่ๆ โดยวันแรกนี้ไม่ได้ออกไปไหนข้างนอกเลย เพราะฝนตกพรำๆทั้งวัน 555
.
รูปภาพ
.
ช่วงกลางคืน อากาศหนาวเล็กๆ ลอเร้นซ์ สต๊าฟฟ์อีกคนนำฮีทเตอร์มาให้ ซึ่งเวลานอนจะเป็นแสงไฟสว่างจ้า ต้องสวมหน้ากากตาตลอดคืน
.
ช่วงที่อยู่ในห้องนั้น ก็ดู เดี่ยวไมโครโฟน 12 ไปเป็นรอบที่เท่าไหร่จำไม่ได้แต่ก็ขำทุกที ทว่า..2 วันที่โฮสเต็ลนี้ มึความสุขมากๆดังรีวิวดังต่อไปนี้
.
2 วันในทิมิชัวร่าเป็นสิ่งที่เกินคาดจริงๆ เพราะเรามาด้วยรถไฟเที่ยวดึกถึงตอนเช้าตรู่ประมาณ 8.30 น. ได้เจอมาร์เซลโล ที่น่ารักกับทุกคนและมีความรู้เยอะ ที่ต้อนรับด้วยทุกอย่างที่มีและเช็คอินก่อนเวลาให้เข้าพักในห้องใหญ่และสวย
.
สิ่งเดียวที่เสียดายมากๆคือการให้เวลาเมืองนี้น้อยไป เราพึงพอใจกับโฮสเต็ลที่แสนสะอาดนี้มากๆ และขอบคุณลอเร้นซ์ที่ช่วยเหลือในทุกสิ่งด้วย ขอแนะนำเอ็กซิทโฮสเต็ลนี้เป็นพิเศษครับ
.
รูปภาพ
.
เที่ยวทิมิชัวร่าในวันรุ่งขึ้น 17 มีนาคม 1 วันเต็มๆ แล้วเที่ยงกว่าๆวันที่ 18 มีนา เราก็ลงไปยังรถแวนใหม่+ใหญ่ของ GEA Tours ที่มาจอดรับที่หน้าโฮสเต็ล (ขนาดเท่ารถตู้เรา 13 ที่นั่ง แต่รถนี้มีเพีง 8 ที่นั่ง) ข้างหลังมีที่วางสัมภาระมากมาย เพื่อนเดินทางอีก 3-4 คนก็น่ารัก โดยหญิงสาวด้านหน้าที่คุยเก่งคือ Nera จาก โครเอเชีย ซึ่งมีอาชีพเป็นนักเต้นและครูสอนระบำซัลซ่า (ดูกิจกรรมของเธอได้ที่ลิงค์ ) ทำให้การเดินทางสนุกและสดชื่นมาก
.
ผ่านไปประมาณชั่วโมง ผ่านด่านออกจากโรมาเนีย แล้วสักพักก็เป็นขาเข้าของเซอร์เบียที่ตรวจพาสปอร์ตและข้าวของนานมาก อีกชั่วโมงก็มาถึงปั้มน้ำมันที่มีร้านค้าให้เราเข้าห้องน้ำและทานอาหาร แต่เค้าไม่รับเงินสกุลอื่น ก็เลยสบายเรา ไม่ต้องซื้ออะไรและตังอยู่ครบ
.
รูปภาพ
.
คนขับเสื้อเขียวชื่อ Lader ทานเค็กกับกาแฟฟรีประสาคนขับรถที่นำผู้โดยสารมาอุดหนุน และเค้าขอเก็บตังคนละ 15 ยูโรพร้อมขอที่อยู่ของเราที่เบลเกรด ...ส่วนสาวเสื้อขาวลายจุดก็คือ เนร่าครับ
.
ของขายในร้านก็เฉกเช่นร้านสะดวกซื้อทั่วไปในยุโรปที่ขาดสินค้าของไทยอย่างหนึ่งไปไม่ได้เลย นั่นคือ กะทิงแดงครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ประมาณ 5 โมงเย็น รถก็มาถึงเบลเกรด โดย เลด้า ขับมาส่งเรารายแรก ที่ตึกหนึ่งมีประตูเล็กๆ พร้อมชี้ให้ดูว่า Chill House โฮสเต็ลของเราอยู่ข้างบน ต้องกดปุ่มเรียก แล้วเราก็ลาจากกัน
.
กดปุ่มขึ้นไปชั้น 2 ก็เจอห้องของ ชิลล์เฮ้าส์ มี Srdjan อารมณ์ดี พูดจาน่ารัก เป็นเจ้าของ และ James เป็นผู้ช่วยที่ให้ความช่วยเหลือดีมาก แจกแผนที่ต่างๆให้ และ เจมส์แนะนำร้านอาหาร สถานที่สำคัญทั้งหลาย แล้วทั้งคู่ก็บอกว่า... เราได้จัดห้องดีๆที่อพาร์ตเม้นท์ไม่ไกลจากนี้ให้แล้ว เดี๋ยวเจมส์จะลากระเป๋าพาเราไป ระยะทางแค่ 5 นาทีไม่เกิน
.
รูปภาพ
.
และนี่คืออพาร์ตเม้นท์ที่เราอยู่ในห้องหนึ่งขนาดใหญ่กว่าห้องคอนโดที่ขายๆกันในบ้านเรา ซึ่งแค่เดินข้ามถนนมานิดเดียวก็ถึงแล้ว มีลิฟท์ขึ้นไปชั้น 2 ห้องเราด้วย สบาย
.
ไม่ต้องบอกนะครับว่า เราพึงพอใจมากน้อยเพียงไร ต้องการติดต่ออะไรกับทางโฮสเต็ล ก็ใช้เฟสบุ๊คแมสเซ็นเจอร์คุยกัยเค้าได้แล้วเจมส์ก็จะมาบริการ
.
นอกจากมีเตียงใหญ่คู่แล้ว ยังมีเตียงเล็กข้างๆ (ห้องนี้จึงนอน 3 คนสบาย) เราก็เลยใช้เป็นที่วางเสื้อผ้าใช้แล้วและยังไม่ได้ใช้ในแต่ละวัน เรี่ยมไปเลย
.
สรุปคือ จองไว้ 4 คืนและแถมอีก 1 คืน โดย เซอร์จัน บอกว่าสามารถติดต่อที่เค้าโดยตรงได้เลยที่เฟสบุ๊ค ไม่ต้องผ่านเว็บโรงแรมให้เค้าต้องเสียค่าคอมฯโดยใช่เหตุครับ
.
รูปภาพ
.
ที่ชื่นชอบที่สุด ก็คือ ความสันโดษ ไม่ต้องคลุกคลีกับใคร ประหนึ่งอยู่บ้านกัน 2 คนแบบในเมืองไทยเลย ห้องใหญ่แต่กะทัดรัด อุปกรณ์พร้อมมูล และอินเตอร์เน็ตเร็วมาก เพราะเราใช้เจ้าเดียว
.
รูปภาพ
.
ส่วนเรื่องทำเล ก็แสนจะยอดเยี่ยม เพราะหน้าอพาร์ตเม้นท์ มีร้านแลกเปลี่ยนเงินให้ใช้ทั้งขาไปขากลับ (ขากลับสำคัญมาก เพราะต้องแลกคืนเป็นยูโรให้หมด) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโรได้ 117 ดีน่าร์ เท่ากับเวลาซื้อของอะไร ก็คูณด้วย 0.32 เข้าไปเป็นใช้ได้ครับ
.
ซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ใกล้มาก ออกซ้ายข้างๆอพาร์ตเม้นท์เลย และออกขวาไปไม่กี่สิบก้าว ก็เป็น อนุสาวรีย์ Republic ซึ่งเป็นต้นทางของ ถนนคนเดินแล้วล่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ออกจากปากซอยไปถนนใหญ่ ตรงหน้าเป็นป้ายรถเมล์ และออกซ้ายไปหน่อยเดียวคือ ร้านอาหารจีนขวัญใจของเรา Good Appetite ซึ่งอาหารแบบข้าวแกง (กับราดข้าว) ผักสอง เนื้อหนึ่ง จานกลาง 350 ดีน่าร์ จานใหญ่ที่เราสั่งประจำราคาแค่ 460 ดีน่าร์ (147 บาท) ซึ่งแรกๆทานคนละจานอิ่มเกิน ในที่สุดหลายมื้อที่เราทานจานเดียว 2 คน....
.
เจ้าของมาจากเซี่ยงไฮ้ รสชาติออกหวานๆ เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน
.
ข้างฝามีกลอน ที่ตามโรงเรียนจีนสมัยก่อนใช้เป็นบทอาขยาน 81 คำ โล่วสือหมิน-陋室铭-ลำนำบ้านโกโรโกโส ด้วย....
.
คือสมัยเริ่มเรียนระดับมัธยม ต้องถูกเหล่าซือบังคับให้ท่องบทนี้ (ประมาณ "แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์..." ของไทย) ให้ได้กันทุกคนเลย...
.
ความหมายดีมากครับ โดยเฉพาะต้นบทที่ว่า "ภูเขาไม่ต้องสูงเด่น เพียงมีผู้ทรงฌาณพำนักอยู่ก็ระบือชื่อ แม่น้ำไม่ต้องลึกขนาด เพียงมีมังกรโบกว่ายเป็นครั้งคราก็ขลัง บ้านนี้แม้โกโรโกโส เพียงมีเราอาศัยก็เลื่องลือคุณธรรม ...." และประโยคท้ายที่ ท่านปรมาจารย์ขงจื้อกล่าวว่า "โลกนี้ใยจะมีบ้านที่โกโรโกโสอยู่หรือ?" อ่ะครับ
.
http://bit.ly/2Vwh9pT
.
รูปภาพ
.
ทานกี่มื้อที่ร้านนี้จำไม่ได้แล้ว แต่ที่แปลกก็คือ ฝรั่งที่เค้าจ้างมาขายทั้งชายหญิง ตักกับให้เยอะมาก (มากกว่าคนจีนเจ้าของตักให้) และก็สไตล์จีน (ที่ตรงกันข้ามกับวัฒนธรรมไทย) คือต้องใส่จนพูนล้นจาน ถึงจะเจ๋ง (แต่ของเราทำแบบนี้ เค้าว่าน่าเกลียดเหมือนไม่ให้คนทาน) คล้ายๆเวลาทานต้องออกเสียง หลัวะๆๆๆ อร่อย (ที่เราถือว่าเสียมารยาท) อ่ะครับ
.
ช่างเหอะครับ อย่าคิดมาก เพราะสำหรับเรา เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็พยายามหรี่ตาตามอยู่แล้ว อิอิ
.
รูปภาพ
.
คราวนี้ก็มาถึงอาหารพื้นเมืองเซอร์เบีย (ชาวเซิร์บ) ร้านดังขวัญใจทุกคน ที่อยู่ตรงปลายถนน Skadarlija (ดงผับ) ชื่อร้าน Fast Food Bajlonko ที่คนต่อคิวกันซื้อกลับบ้านทางคนละหนุบละหนับ แต่หลังร้านมีโต๊ะให้นั่งทานด้วย
.
เราโชคดีมากที่มีสาวเซิร์บนักดีไซน์ ที่มากับแฟนชาวมะกัน ช่วยจัดการอธิบายแต่ละอย่างและเลือกให้เราด้วย ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ
.
รูปภาพ
.
คุณนายสำรวจแล้วบอกว่า ข้างหลังมีโต๊ะนั่งทาน ก็เลยสั่งตามสาวดีไซน์บอก ได้ 5-6 อย่าง 735 ดีน่าร์ (235 บาท) ซึ่งถือว่าแพงสำหรับคนที่นี่ แล้วก็ใส่กล่องไปนั่งทานข้างหลัง ที่มีอีกโต๊ะเป็นตำรวจทานกัน
.
ก็อร่อยดีครับ แต่ไม่ถูกปากเราเท่าไหร่ ทานเป็นประสบการณ์และความรู้ พอกล้อมแกล้มไปได้...... พอยกนิ้วให้ แม่ครัวแฮ็ปปี้มากๆ เพราะขายดีมากอยู่แล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านดังอีกแห่ง มีหลายสาขาที่ เจมส์ เขียนบอกว่า นักท่องเที่ยวและชาวท้องถิ่นรู้จักดีและอร่อย ไม่แพงมาก คือ ร้าน Walter ซึ่งเราก็ไปแวะทานที่สาขาหนึ่ง ใกล้ๆกับ ถนน Skadarlija นั่นแหละครับ
.
ร้านสวย ตกแต่งดี อาหารราคาไม่แพง เสียแต่ส่วนใหญ่เป็นเนื้อ เราก็เลยทานเฉพาะที่เป็นไก่ที่เค้าเลือกให้ครับ
.
รูปภาพ
.
2 จาน 2 แบบแต่รสชาติคล้ายๆกัน ทานกับสลัดและขนมปังร้อนๆ ก็พอไหวครับ ราคา 800 ดีน่าร์ (256 บาท) ถือว่าถูกทีเดียวครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/04/2019 6:13 pm

รูปภาพ
.
อยู่ที่เบลเกรด 5 คืน 6 วัน ก็ต้องหาซิมใช้หน่อย ซึ่งเราก็ได้จากร้าน VIP ที่ถนนคนเดิน โดยราคาถูกมากคือ ซิม 7 วันไม่จำกัดการใช้ 7 กิ๊กกาไบร์ท แค่ 300 ดีนาร์ ไม่ถึงร้อยบาท ก็จัดการให้เค้าใส่แท๊ปเล็ตแล้วเปิด Mobile Hotspot and Titherring เพื่อให้ใช้กับมือถือได้ด้วย....เวลาสงสัยอะไรตรงไหนนอกที่พัก ก็ค้นเน็ตได้ตลอดเวลาครับ
.
อ้อ...คืนแรกที่เราเดินเล่นหนาวสั่นบนถนนคนเดินนั้น เจอร้าน Telenor ด้วยแต่ไม่ได้ใช้ครับ เข้าใจว่าราคาคงไม่ต่างกัน และ...
.
เจอน้องจ๋อม นักเรียนไทยที่มาแต่งงานกับฝาหรั่งชาวรัสเซียด้วย บอกว่าอยากไป มอนเตรเนโกร กำลังหาเรื่องขอวีซ่าอยู่ ก็เลยบอกเธอไปว่า มีพาสปอร์ตไทย ไปมอนเตรเนโกรไม่ต้องขอวีซ่าจร้า...555 มาเจอเซียนท่องเที่ยวเข้าให้แล้ว อิอิ
.
รูปภาพ
.
สำหรับการเดินทางในเบลเกรดนั้น เค้ามีตั๋ววันราคา 290 ดีน่าร์ (93 บาท) ให้ใช้ไม่จำกัดใน 24 ชั่วโมง ทั้งรถรางรถบัสไม่อั้นเที่ยว ก็เลยสบายบรื๋อไปเลยครับ นั่งรถรางเพลินไปทั่วเมือง ทั้งแบบเก่าและแบบใหม่
.
ตั๋วนี้ ซื้อได้ที่บูธขายของเบ็ดเตล็ดทุกแห่ง ที่มีเยอะมาก แทบทุกมุมถนนข้างๆป้าย เวลาใช้ก็แค่ตอกบัตรครั้งแรกบนรถ ก็นับไปได้เลยอีก 24 ชั่วโมง
.
รูปภาพ
.
สำหรับการเดินทางต่างเมือง ต้องไปที่ท่ารถบัส BAC ซึ่งอยู่ข้างๆสถานีรถไฟที่เป็นตึกสีเหลืองครับ สามารถนั่งรถรางสาย 7 หรือสาย 9 ไปได้
.
เมื่อเข้าไปที่ Ticket Office เราก็จะสามารถซื้อตั๋วไปได้ทุกแห่งในเซอร์เบีย และในยุโรป คนขายภาษาอังกฤษดีครับ
.
ห้องน้ำดีๆก็มีนะครับ ค่าเข้าคนละ 50 ดีน่าร์ (16 บาท) อุอุ
.
รูปภาพ
.
ที่สำคัญ ในวันเดินทาง เราจะต้องซื้อตั๋วหรือเหรียญเข้าชานชาลาต่างหาก เป็นค่าบำรุงรักษาคนละ 180 ดีน่าร์ (58 บาท) นะครับ ไม่งั้นผ่านด่าน รปภ.ไม่ได้ อิอิ
.
(ดูเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ http://bit.ly/2J0n7st ครับ)
.
ขากลับจากท่ารถบัส ก็นั่งรถรางสาย 7 หรือ 9 กลับมา 2 ป้าย ลงที่หน้าห้าง Idea Beogradanka จากนั้น ข้ามถนนไปขึ้นรถเมล์สายไหนก็ได้ แค่อีก 2 ป้ายถึง TRG Republike ซึ่งเป็นหน้าอพาร์ตเม้นท์ของเราแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
อยู่เบลเกรดตั้งหลายวัน จะพลาดการเที่ยวเมือง นอวิเสิด-Novi Sad ได้อย่างไรครับ ดูข้อมูลมาตั้งเยอะแล้วว่า ที่นั่นยอดเยี่ยมกระเทียมดองมาก แล้วก็สมใจจริงๆครับ
.
ในภาพ เป็นที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-Tourist Information ของนอวิเสิดเค้าล่ะครับ สวยงามมากทีเดียว
.
รูปภาพ
.
การเดินทางเบลเกรดไปง่ายๆก็คือ ซื้อตั๋วที่ท่ารถบัส ซึ่งมีรถออกทุก 15 นาที ราคาคนละ 860 ดีน่าร์ (275 บาท รวมค่าผ่านเข้าชานชาลาแล้ว) ซึ่งเราไปเที่ยว 8.45 น. ขึ้นรถที่ชานชาลา 37 ...นั่งรถตามเลขที่นั่งที่อยู่บนชั้นวางของ คนเกือบเต็ม วิ่งแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ก็มาถึงท่ารถครับ
.
รูปภาพ
.
ท่ารถใหญ่โตมากทีเดียว มีบูธ Menjacnica แลกเปลี่ยนเงินด้วย ส่วนห้องน้ำอยู่อีกตึกข้างๆ ค่าเข้าคนละ 40 ดีน่าร์ (13 บาท)....
.
แล้วก็มีคนบอกว่าให้นั่งรถบัสสาย 4 เข้าเมืองดีกว่า คนละ 65 ดีน่าร์ (20 บาท) โดยขึ้นรถตามๆเค้าไปที่ป้าย แล้วมาลงที่สี่แยกศูนย์กลางเมือง ที่ผู้คนชุลมุนมาก มีพ่อค้าแม่ค้าขายของตามทางเท้าเต็มไปหมด
.
รูปภาพ
.
ยังไม่ทันไร เจอสาวจีนกุ้ยหลินที่อยู่ที่นี่เดินผ่านพอดี ก็เลยเจรจาต้าอ้วยกับเธอจนรู้ว่า ข้างๆมีร้านอาหารจีนแบบที่เราชอบหรือเปล่า เธอถามว่า จิ่วโหลวมา-酒楼吗-แบบภัตตาคารหรือ เรารีบสั่นศีรษะ บอกไปว่า ตัวๆยั่งจื้อจี่เสี่ยนเตอข้วยชัน-多多样自己选的快餐-กับข้าวเยอะอย่างให้เลือกเองแบบฟาสต์ฟู้ด เธอก็ชี้ไปที่ข้างหน้าทันที และเราก็เลยแจ้นไปเพราะ 10 โมงกว่าแล้ว
.
ใช่เลยครับ ของชอบจริงๆ จานใหญ่ 2 ผัก 1 เนื้อ แค่ 400 ดีน่าร์ (128 บาท) จัดการสนองตัณหาซะคนละจานอิ่มไปถึงเย็น 555
.
รูปภาพ
.
เดินผ่านตลาดสด เข้าไปในเมือง เจอศูนย์บริการนักท่องเที่ยวพอดี ก็เลยเข้าไปขอคำแนะนำ และได้ข้อมูลจาก Alex มาว่า เมืองนี้วันเดียวเกินพอและจุดเด่นมีมากเลย เราก็ขอบคุณและรับแผนที่โบร์ชัวร์ออกมา
.
รูปภาพ
.
ผ่านเรื่องเที่ยวที่เดิน เดิน เดิน ไม่ต้องใช้รถอะไร ไปก่อนนะครับ ว่าถึงตอนกลับ ที่เรามานั่งรถตรงสี่แยกที่เดิม ซึ่งสามารถนั่งรถบัสได้หลายสาย แต่คุณป้าที่นั่นบอกว่า สาย 81 ไปท่ารถทัวร์ได้ เราก็ขึ้นเลยครับ
.
มีคนชี้ว่า ท่ารถบัสไปทางไหน ขอบคุณครับ......ซื้อตั๋วคนละ 700 ดีน่าร์ (224 บาท)ถูกกว่าขามา แล้วเราก็นั่งกลับมาเบลเกรดด้วยรถเที่ยว 17.30 น. ถึงบ้านทุ่มกว่าๆสบายๆครับ
.

รูปภาพ
.
สำหรับที่พัก Chill House นั้น เราได้รีวิวด้วยความพอใจดังนี้ครับ
.
เซอร์จันและเจมส์ที่ชิลล์เฮ้าส์คือเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เราชื่นชอบเบลเกรดยิ่งงนัก....
.
5 วันในห้องส่วนตัวที่อพาร์ตเม้นท์ ทั้งสะอาด เงียบ และห่างจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ป้ายรถเมล์ รถราง ร้านอาหาร ไม่กี่ก้าว ถือว่าทำเลยอดเยี่ยมมาก นับว่าเราตัดสินในดีเยี่ยมที่อยู่ต่อจาก 4 คืนเป็น 5 คืน....
.
เบลเกรดมีแหล่งท่องเที่ยวนับไม่ถ้วน อาทิ เซมุน นอวิเสิด ป้อมปราการ ถนนคนเดิน ฯลฯ ....อยากกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะตอนนี้ ทั้งเซอร์จันและเจมส์เป็นเพื่อนของเราแล้ว
.
.
ขอบคุณที่ติดตาม รอชมรีวิวตอนต่อไปนะครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/05/2019 12:15 pm

รูปภาพ
.
Pristina: The Capital of Kosovo--พริสทีน่า เมืองหลวงของโคโซโว
.
2 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
เสียเวลาไปมากอีกตามเคย กับละครจีน หรือไทย (อิอิ) เรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร ภาคพิเศษ ตอน งักปุ๊กคุ้ง วิญญูชนจอมปลอม แสดงกลยุทธ "มะกอก 3 ตะกร้าปาไม่ถูก" ถากไปแถมา เพราะทั้ง 3 ตะกร้าเป็นมะกอกที่ เจ้าตัวนำมาเสนอเองท้างน้าน 555
.
เข้าเรื่อง ข้อมูลต่อดีกว่านะครับ
.
ซึ่งก็คือเรื่องที่เหลือเชื่ออีกเช่นกันครับว่า โคโซโว จะเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ถือว่า จนที่สุดในยุโรป* เพราะทันทีที่รถบัสเข้าเขตเมืองแม้ในรอบนอกๆ ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า เราน่าจะคาดผิดเสียแล้ว เพราะบ้านเมืองแสนจะเจริญรุ่งเรืองเต็มไปด้วยบริษัทดังๆไม่แพ้ยุโรปเมืองอื่นๆเลย...
.
* รวยที่สุดในโลกคือ กาตาร์-Qatar ที่เราผ่านเครื่องบินของเค้าและสนามบินโดฮาหลายครั้งแล้ว ส่วนอันดับ 2 คือ ลักเซมเบิร์ก-Luxemberg ที่รวยจริงๆชนิดยานสาธารณะหลายหลากนั่งฟรีในวันสุดสัปดาห์ และวันธรรมดาชาวบ้านก็บอกว่าจะซื้อตั๋วไปทำไมเพราะไม่มีคนตรวจ 555
.
และที่สำคัญ คือ ที่พักของเรา แม้จะไม่แพงแต่ก็ถือว่าแพงที่สุดในทริปนี้ทีเดียว จนเราจัดการจองแบบ Non Refundable-จ่ายแล้วจ่ายเลย (ทั้งหมดไม่มีการคืนถึงไม่พักก็ตาม เพราะถูกกว่ากันหลายร้อย) ..
.
แต่...ข้าวของ อาหารการกิน ก็ถูกจริงๆครับ (ประมาณ สโกเปีย-Skopje ของ มาเซโดเนีย-Macedonia ที่เด็กชายวัยรุ่นหน้าตาขนาดเป็นดาราบ้านเราได้ เดินขอทานขออาหารเยอะมาก) เงินทุกเซ้นต์ทุกยูโรมีค่าสำหรับคนที่นี่มากทีเดียวครับ ....
.
อ้อ...โคโซโว เป็นประเทศที่เพิ่งได้รับการประกาศอิสรภาพไม่นาน และใช้เงินยูโรเป็นหลัก ไม่ต้องแลกครับ
.
4 วันที่นี่ (และที่ Prizren-พริสเซร่น) แม้จะเที่ยวไม่หมดก็จริง แต่สำหรับเพื่อนๆที่แข็งแรงกว่าเรา ออกเช้ากลับดึกจนมีเวลามากกว่าเรา ผมว่า 2- 3 วันถือว่าเยอะเกินแล้วครับ
.
.
ในภาพคือบริเวณหนึ่งของ ถนนคนเดินที่กว้างขวางยิ่ง ของ พริสทีน่า เมืองหลวงของโคโซโว.... ผู้คนสนุกมากโดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ พ่อแม่พาลูกหลานมาเล่นมาทานกันมากหน้าหลายตาที่สุดครับ
.
รูปภาพ
.
สายๆของวันที่ 23 มีนาคม เราออกจากที่พักใน Belgrade-เบลเกรด ซัก 10 โมงกว่าๆเพื่อจับรถบัสเที่ยวเที่ยง แมสเส็จให้เจมส์เจ้าของที่พักมารับกุญแจแล้ว เราก็จัดการแลกเงิน ดีน่าร์ คืนทั้งหมดที่ร้านกลางซอย จากนั้นก็ลากกระเป๋าขึ้นรถบัสสาย 31 ไป 2 ป้ายสู่ป้ายห้าง ไอเดีย-Idea แล้วรอต่อรถรางสาย 7 (เลือกเฉพาะแบบใหม่ เพราะบันไดขึ้นเสมอขอบถนนพอดี ไม่ต้องปีนป่าย) ที่นั่น และ...ฟรีอีกแล้วครับ เพราะตั๋ว 24 ชั่วโมง เพิ่งซื้อใช้เที่ยงเมื่อวาน 555
.
นั่งรถรางมาพร้อมกับคุณป้าที่จะไปโคโซโวเหมือนกัน....อีก 2 ป้ายก็มาถึงท่ารถบัสรถทัวร์ BAC ดูป้ายตารางการเดินทาง Pristine ว่าเที่ยงตรงไม่ดีเลย์แล้วเราก็เข้าไปรอข้างใน
.
รูปภาพ
.
คุณนายเคทจัดการซื้อเหรียญคนละ 180 ดีน่าร์เข้าชานชาลา พร้อมเข้าห้องน้ำ 50 ดีน่าร์เรียบร้อยแล้ว เราก็ผ่านประตูไปรอรถข้างใน ซึ่งรถบัสของเราเป็นรถดีมาก มีส่วนที่เป็นโต๊ะกลางแบบแถวสแกนดิเนเวียด้วย และคนขับก็น่ารักช่วยขนสัมภาระใส่ใต้ท้องรถให้เสร็จ
.
รูปภาพ
.
ออกไปตามเวลาได้ซักชั่วโมง คนขับก็จอดรถมาเก็บพาสปอร์ต เพื่อไปผ่านด่าน 2 ด่าน ออกจากเซอร์เบีย เข้าสู่โคโซโว ซึ่งเสียเวลามากทีเดียว
.
จากนั้น ซักบ่าย 3 รถก็จอดให้ใช้ห้องน้ำ ทานอาหาร ที่ร้านค้าขนาดย่อมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผลไม้ขายด้วยในราคาถูกมาก ก็เลยซื้อส้มและกล้วยหอม (4 ใบ 80 เซ็นต์=ใบละ 7 บาท) กลับขึ้นมา
.
รูปภาพ
.
6 โมงตรง (เลทไปครึ่งชั่วโมง) รถถึงท่ารถบัส ผมถามแท๊กซี่พร้อมส่งที่อยู่ในมือถือให้ดู แกบอก 7 ยูโร ผมส่ายหน้าแล้วบอกว่า "อะไรกัน ในเมล์เค้าบอกไม่เกิน 3.5 ยูโร" (พร้อมเปิดเมล์ให้ดู) แกก็เลยยอม ขอว่า 5 ยูโรแล้วกัน ซึ่งเราก็ขี้เกียจต่ออีก เพราะยังไงก็ถูกกว่าบ้านเราอยู่แล้ว
.
รถมาส่งที่ตึกข้างๆจัตุรัสที่เป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ คนขับลงรถพร้อมพาไปชี้ให้ดูที่หน้าตึก มีป้าย Mami's Hostel ชัดเจน เราก็จึงนำสัมภาระมา ซึ่งปรากฏว่าต้องขึ้นไปชั้น 2 และไม่มีลิฟต์ แถมที่โฮสเต็ลก็ไม่มีใครอยู่ หาคนช่วยไม่ได้
.
กำลังลงมาเพื่อเอากระเป๋าขึ้น ที่ไหนได้ คุณผู้หญิงและลูกที่อยู่ในตึกชั้น 1 บอกผู้ชายอีกคนให้ช่วยยกกระเป๋าให้ใบ ผมก็เลยยกเพียงใบเดียว...ต้องขอขอบคุณเธอมาก เสียแต่รูปไม่ค่อยชัดเพราะรีบ ยังไงโปรดทราบนะครับว่า เรา appriciate เป็นที่สุดครับ
.
ที่หน้าประตูโฮสเต็ล เจ้าของเมล์บอกให้กดรหัสเข้าบ้าน แล้วภายในห้องส่วนกลางก็มีซองจดหมายวางอยู่ถึงเรา ภายในกล่าวต้อนรับและบอกว่า เจ้าของอยู่อีกที่นึง หากต้องการอะไร โทรถึงเค้าได้เลย เค้าจะมาใน 5 นาที....ส่วนบัตรเข้าประตู ก็เสียบเข้าห้องได้
.
อ้อ...เพื่อนๆที่นิยมใช้บริการที่พักแบบ Airbnb ที่ส่วนใหญ่เป็นห้องในอพาร์ตเม้นท์ ไม่มีโอกาสเจอเจ้าของ ก็คงแบบนี้นี่เอง ซึ่งเราไม่ค่อยนิยม เพราะอยากเจอคนที่ให้ข้อมูลต่างๆด้วยมากกว่า (จะได้ข่วยยกกระเป๋าด้วย อิอิ).....
.
แต่ไม่เป็นไรครับ ถือเป็นประสบการณ์...และเข้าห้องไป เป็นเตียง 2 ชั้นในลูกกรง (เหมือนอยู่ ฮ่องกง เอ๊ย ห้องกรง เลย อิอิ) ชั้นล่างเป็นเตียงนอนคู่
.
รูปภาพ
.
เมื่อวิเคราะดูก็ทราบว่า ในกรณีที่ไม่มีคนพักตามลำพังแบบเรา เค้าก็จัดการใช้เป็น Dorm คือพักรวม 4 คนเลยนั่นเอง ทว่า...
.
ที่เตียงเป็นรูปแบบนั้น เพราะเป็นดีไซน์เก๋ไก๋โดยบริษัทตกแต่งภายในนั่นเอง เพราะทุกส่วนทันสมัย ใหม่เอี่ยม ประณีตมากๆ..... ขนาดในห้องน้ำก็มีที่วางของจุกจิกเป็นกระบอกลำโพงที่ทำจากผลไม้อย่างหนึ่งเอามาระบายสี.....ข้างฝาก็มีซอแบบต่างๆวางเป็นระดับ....สวยกว่าบูติกโฮเต็ลที่เราเคยพักและเห็นรูปในเว็บ
.
รูปภาพ
.
ระบบไฟทันสมัย (จนเปิดปิดไม่ถูกตั้งนาน 55) มีปลั๊กไฟหลายจุดที่เป็นแบบ 24 ชั่วโมง (คือดึงบัตรออก ทั้งห้องปิดไฟ แต่ยังใช้ชาร์จแบ็ตได้อยู่)...ส่วนบัตรเข้าห้อง สามารถเสียบเข้าออกประตูได้เลย หรือจะกดรหัสแบบขามาก็ได้
.
ทุกอย่างที่แปลกใหม่ ขอบใจมากครับ เพราะมีรายละเอียดบอกหมดว่าอะไรทำจากอะไร ทำทำไม และบริษัทไหนทำ ซึ่งมาทราบภายหลังจาก Mr. Usum เจ้าของ (ที่มาหาเราหลังจากนั้น 10 นาที เพราะเค้าทราบจากทีวีวงจรปิดที่บ้านเค้า) ว่า ดีไซน์เน่อร์เป็นบริษัทเพื่อนกัน
.
คุณอูซูม มอบแผนที่และโบร์ชัวร์ให้เราพร้อมอธิบายรายละเอียด และเปิดห้องอื่นๆอีก 2 ห้องให้เราดู ซึ่งตกแต่งต่างสไตล์สวยมาก รับคนได้ทั้งหมด 10 คน
.
เมื่อทราบว่าเราอยากทานอาหารดีๆอร่อยๆ เค้าก็แนะนำร้าน Mastro's ให้เลยบอกว่าพ้นถนนเข้าซอยนิดเดียวก็ถึง พร้อมกับเดินนำเราไป แต่แค่เดินไปร้านอินเตอร์เน็ตสอบถามเรื่องซิมแล้ว (เราไม่ซื้อ เพราะแพง) เราก็ขอร้องคุณอูซูมว่า อย่าไปส่งเราเลย เดี๋ยวเราไปเองได้ ไม่อยากรบกวน (และไม่อยากให้เค้าเห็น ถ้าเราเปลี่ยนใจไปทานร้านอื่น 555)
.
ประตูบ้านตรงบันได คือห้องของคุณผู้หญิงที่บอกผู้ชายอีกห้องให้ช่วยเราอ่ะครับ ...love love
.
รูปภาพ
.
เดินชมบ้านเมืองไปเรื่อยๆ แล้วเราก็ถามเจ๊เจ้าของร้านเครื่องเขียนว่า ร้านมาสโทร้สอยู่ที่ไหน? ปรากฎว่า เธอตะโกนเรียกลูกๆและน้องสาวน้องเขยให้ลงจากชั้นบนมาช่วยสโป๊กอังกฤษกับเราเลย..... ยอดเยี่ยมมากครับ ขอคารวะด้วยความเต็มใจยิ่ง love love
.
เดินตามทางที่เธอบอกไปครู่เดียว ก็ถึงร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ถ้าอยู่ในบ้านเรา เราคงไม่เข้าเพราะแพงโดยใช่เหตุแน่นอน แต่วันนี้ไม่มีปัญหา ขนาดไหนก็สู้ครับ เพราะที่ผ่านมาแทบไม่ได้ใช้เงินแบบฟุ่มเฟือยเลยก็ว่าได้
.
รูปภาพ
.
ร้านทันสมัย หะรูหะรา พนักงานดูแลเรา 2-3 คน มีหนุ่มสาวมามานั่งทานใต้แสงเทียนด้วย เมื่อบอกว่าเราไม่ทานเนื้อ เค้าก็เลือกสลัด ขนมปังและจานไก่ให้..... เป็นข้าวแกงไก่ใส่ครีมนมเนยหนึ่ง และคล้ายๆพะแนงไก่ใส่นมเนยอีกหนึ่ง เห็นแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกว่าทานไม่ลงแน่....... แต่ที่ไหนได้ รสชาติกลมกล่อมไม่รู้สึกหืนเลยครับ สมเป็นร้านดังจริงๆ
.
ทานเสร็จ ค่าเสียหายแค่ 18 ยูโร คุณนายก็เลยให้เค้าไป 21 ยูโร (หยิบต่างหากให้อีก 1 ยูโร) ทุกคนโค้งแทบศีรษะกระทบพื้น เพราะโต๊ะอื่นๆ คุณนายบอกว่า เห็นทิปให้ 50 เซนต์ 1 ยูโรอย่างมาก ฮิฮิ มาเจอเศรษฐีตกยากซะแหล่ว....
.
รูปภาพ
.
อีกร้านหนึ่งซึ่งลูกค้าเยอะมาก อยู่ข้างๆมัสยิคใกล้ๆที่พัก ชื่อร้าน Gjakova ที่เราทาน 2 รอบ.....คือ สเต๊กไก่ 2 ชุดๆละ 3 ชิ้น พร้อมสลัด คนละแค่ 3 ยูโร...อร่อยมาก เยอะมาก และ คนรอคิวนั่งโต๊ะตลอดครับ
.
รูปภาพ
.
คุณนายถือโอกาสระหว่างรอ ถ่ายรูปกับเด็กน้อยน่ารักที่มากับพ่อ เลยเสียท็อฟฟี่ไป 3 เม็ด 555
.
ร้านนี้แนะนำเลยครับ ถามใครก็รู้จัก ยิ่งเพื่อนๆที่ทานเนื้อ คงอร่อยกว่าเราจมเลย
.
รูปภาพ
.
สำหรับของว่างในหน้าหนาว คือ ไอสครีม 555 ที่ Shopping Center ตรงป้าย Newborn-ประเทศเกิดใหม่ ครับ เราไป 2 รอบด้วยกัน
.
ครั้งแรกทานไอสครีมโคนคนละ 2 สกู๊ป 80 เซ็นต์ (29 บาท)
.
รูปภาพ
.
ครั้งที่สอง ลองแบบใส่ถ้วยและชิมของหวานเค้าด้วย 2 ชิ้นๆละ 1 ยูโร ...แม่เจ้า เค๊กก็หวานแสบทรวง อีกอันเหมือนเอาปาท่องโก๋ที่ทำจากน้ำตาลและแป้งทอดมาใส่น้ำเชื่อมเลย ทานไม่หมดครับ ทั้งๆที่เป็นอาหารประจำถิ่นชื่อดังของเค้าอ่ะครับ
.
ร้านชื่อ Elida ครับ ลูกค้าแยะทีเดียว
.
เช่นเคยครับ เรื่องเที่ยวไว้ทีหลัง....เมืองนี้ ทุกอย่างอยู่ในระยะที่สองเท้าเดินถึง ไม่ว่าออกซ้ายขวาหน้าหลัง อยากขึ้นรถเมล์เซิร์ฟๆ ก็คนละ 40 เซ็นต์ 15 บาทเท่านั้น จึงเที่ยวง่าย เที่ยวสบาย ทั้งใจและกระเป๋าตังครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/05/2019 11:28 am

รูปภาพ
.
.
Welcome to Prizren, Kosovo.--พริสเซร่น: เมืองสวยเหลือเชื่อ
.
5 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
ใช่ครับ.... สำหรับประเทศที่เราไม่คุ้นเคยมาก่อน เราย่อมไม่มีทางทราบเลยครับว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่คนท้องถิ่นถือว่า "ยอดเยี่ยม" ในความคิดของเค้านั้น คือที่ใดบ้าง.....ชาวเราจึงอย่างเก่งก็แค่เที่ยวเจาะตามข้อมูลที่ค้นได้ทั่วไปอันถูกจัดว่าอยู่ในระดับ Top ในดวงใจของนักท่องเที่ยวนานาชาติเท่านั้น ซึ่ง...
.
ว่าไปก็เหมาะสมแก่เวลาเท่าที่มี คือ ทริปหนึ่งๆไม่เกิน 5 วัน 7 วันแต่ต้องเที่ยว 3-4-5 ประเทศเป็นต้น....
.
อาทิ นักท่องเที่ยวจีนที่มาย่านอาเซี่ยนครั้งแรกๆกับทัวร์ มักไม่แคล้วที่จะเลือก "ทัวร์ซินหม่าไท้-新马泰-สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย" มากกว่าที่จะเลือกประเทศไทยเพียวๆ (ซึ่งพาให้ได้ทำความรู้จักมากยิ่งขึ้น) ประเทศไทยในสายตาของพวกเค้าก็จึงมีแค่ พัทยา ที่มี "เหยินเยียว-人妖-นักเต้นสาวประเภทสอง" และ "สุ่ยซื่อฉาง-水市场-ตลาดน้ำดำเนินสะดวก" ซึ่งแทบจะไม่เกี่ยวอะไรกับวิถึชีวิตและความเป็นคนไทยทั้งมวลเลยแม้แต่น้อย
.
แน่นอนครับว่า ทัวร์ยุโรปตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันก็ไม่ค่อยแตกต่างกัน อิอิ
.
ช่วงที่ทำข้อมูลสำหรับทริปนี้... "โคโซโว-Kosovo" ในจินตนาการของเรา คือเมืองที่เพิ่งผ่านสงครามมาไม่นาน อุดมไปด้วยสิ่งสลักปรักพัง ผู้คนส่วนใหญ่ลำบากลำบน ถนนหนทางหาความราบเรียบและสะดวกสบายมิได้ แม้จะดูคลิปท่องเที่ยวในปีล่าๆมาบ้าง ก็ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า จะมีอะไรหะรูหะราน่าเที่ยวและยานสาธาณะที่ไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆดีพร้อมกระไรเช่นนี้.......นั่นคือสาเหตุที่เราเผื่อเวลาให้มากเป็นพิเศษถึงเกือบ 4 วันเต็มๆ
.
ต่อเมื่อมาถึงเซอร์เบีย และได้พูดคุยกับผู้คนชาวท้องถิ่นทั้งใน เบลเกรด-Belgrade และ นอวิเสิด-Novi Sad ด้วยความสนิมสนม จึงถึงบางอ้อว่า "ของดีของเด็ดในโคโซโว นั้น หาได้อยู่ที่ เมืองหลวง Pristina-พริสทิน่า อย่างที่ข้อมูลในเน็ตบอกเล่าไม่ แต่ยังมี เมือง Prizren-พริสเซร่น อีกเมืองที่ "ห้ามพลาด" อย่างเด็ดขาดครับ
.
.
ในภาพ คือบริเวณศูนย์กลาง-Center ของ เมืองพริสเซร่น ริมน้ำ Stone Bridge-สะพานหิน ที่ยาวเหยียดไปไกลและเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาแสวงหาความสุขจากการดื่ม ทาน ช้อป เดินท่อง ไปทั่วๆตั้งแต่เช้าจรดค่ำครับ
.

รูปภาพ

.
วันที่ 20 มีนาคม ที่เราไปเมือง นอวิเสิด-Novi Sad จาก เบลเกรด-Belgrade ชนิดไปเช้าเย็นกลับนั้น..... ช่วงที่อยู่บน ป้อมปราการ เพโทรวาราดิน-Petrovaradin fortress ขณะนั่งพักบริเวณ The clock tower-หอนาฬิกา เพื่อทานส้ม ของว่าง และดูนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มหนึ่งที่วิ่งวนกันถ่ายภาพแม่น้ำดานูปด้านล่าง ทิวทรรศน์บริเวณรอบๆ ทั้งภาพคู่ภาพเดี่ยวและภาพหมู่โหวกเหวกอยู่นั้น....
.
เราก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับพ่อค้าของชำร่วยหนุ่มแถวนั้นไปพลางๆ (และแบ่งส้มให้ทานเพื่อแก้เขินที่เค้าทักทาย "หนีห่าว-你好" ด้วยนึกว่าเราเป็นคนจีน)
.
เมื่อเราบอกว่า "เรามาจากเมืองไทย" หมอนี่ดีใจใหญ่เลย บอกลั่นว่า "ผมรู้จักเมืองไทยดี เพื่อนผมเป็นนัก soccer-ฟุตบอล ที่ทีม บุรีรัมย์...." 555
.
แล้วเราก็ทราบว่า ที่แท้เค้ามาจากโคโซโว และไปกลับจาก เซอร์เบีย นี้บ่อยทีเดียว (ซึ่งตอนหลังวิ่งนำ แม่เหล็กติดตู้เย็น ของชำร่วยที่ขาย มาให้เราเป็นที่ระลึก) จึงทำให้ได้ทราบว่า "ไปโคโซโว ต้องพักที่พริสเซร่น" ว่าเข้าไปนั่น จนชื่อนี้ติดอยู่ในก้นบึ้งของสมองโดยไม่รู้ตัว
.
ต่อเมื่อกลับคืนมาเบลเกรด ได้พูดคุยกับ Srdjan เจ้าของโฮสเต็ล จึงทราบแบบเดียวกันว่า พริสเซร่น นี้ เค้าดีจริงๆ ต้องไปให้ได้...
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 25 มีนาคม เมื่อสอบถามแล้วว่ารถทัวร์ไปพริสเซร่นมีทุกชั่วโมง เราก็ออกจากที่พักประมาณ 8 โมง
.
จับรถเมล์สาย 1 ที่บริเวณใกล้ๆ จ่ายค่ารถให้กระเป๋ารถเมล์คนละ 40 เซ็นต์ (ในเว็บบอกว่า ถ้าไม่รู้ว่าจะหาแลกตังย่อยที่ไหน ก็ขึ้นรถเมล์เลย รับรองได้เศษตังแน่นอน 555) ครู่หนึ่งประมาณ 4-5 ป้ายก็มาถึง Bus stop หน้าตึก ProCredit Bank
.
แหะ แหะ เราเคยสำรวจเส้นทางนี้มาแล้วเมื่อวาน จึงข้ามถนนที่มองเห็นสะพานรถข้ามไปก่อน เมื่อผ่านร้านค้าแล้ว ก็เลี้ยวขวาบริเวณคอนโดที่เห็นเป็นแถวๆ
.
รูปภาพ
.
พ้นส่วนที่เป็นร้านค้าแทรกแซม แล้วเดินหน้าไปทางที่เห็นอุโมงค์ใต้ทางรถข้ามไป เลยบูธเก็บตังรถเข้า ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นอาคาร Stacioni i Autobusave หรือ Bus Station แล้ว
.
ที่เรียนมานี่ เพื่อให้เพื่อนๆตระหนักว่า.... ในกรณีที่ไม่มีข้าวของเยอะ การไปท่ารถบัสด้วยรถประจำทางและเดินเท้า ไม่ได้หนักหนาอะไรเลยครับ เพราะผู้คนทั้งที่เดินทางและคนทำงานทั่วไป ก็ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ .....แต่สำหรับเราในวันที่มาและออกจากพริสทีน่า โคโซโวที่นี่ แท๊กซี่คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ เพราะยังไงๆก็ไม่เกิน 5 ยูโรอยู่แล้ว
.
รูปภาพ
.
แวะเข้าไปซื้อตั๋วที่บูธ เจ๊น่ารักมาก นอกจากบอกว่า "มีรถหลายเที่ยว แต่เที่ยวต่อไปเหลือแค่ 2 นาที ค่ารถคนละ 4 ยูโรซื้อบนรถได้เลย..." เธอยังบอกด้วยว่า มีรถไป เมือง Tirana-ทีราน่า ประเทศ Albania-อัลบาเนีย วันละหลายเที่ยวด้วย... .
ซึ่งข้อมูลนี้ ทำให้เราเจ็บใจยิ่งนัก เพราะในเว็บบอกว่า มีเพียงเที่ยวดึกเที่ยวเดียว เราจึงเลี่ยงไปที่ สโกเปีย-Skopje ก่อน ซึ่งทำให้ตารางเดินทางวกวนนิดหน่อยครับ
.
มีเจ้าหน้าที่ของท่ารถที่ติดป้ายห้อยคอด้วย พาเราออกประตูไปที่ชานชาลา ในขณะที่รถก็เตรียมออกพอดี แต่พวกเค้าก็พร้อมเสมอที่จะถ่ายรูปกับเราก่อน 555
.
รูปภาพ
.
ในรถมีที่นั่งว่างมาก คนขับบอกว่าเดี๋ยวมีเที่ยวเที่ยงอีกเที่ยวก็หมด ส่วนเที่ยวกลับมีเที่ยวบ่าย 3 ครึ่ง...แสดงว่า รถบัสที่วิ่งระหว่าง พริสทีน่า-พริสเซร่น มีหลายบริษัท ที่ต่างแข่งกันว่าจะให้ลูกค้ากลับเที่ยวไหน เพราะทุกชั่วโมงจะมีรถออกเสมอครับ
.
เส้นทางนอกเมืองพริสทีน่า ทำเอาเราตะลึงเล็กๆว่า เมืองใหม่พริสทีน่าด้านนอกนั้น กำลังเจริญพัฒนายิ่ง มีอาคารทันสมัยตลอดทาง รวมทั้งสำนักงานเดี่ยวๆของบริษัทรถยนต์และบริษัทต่างๆเต็มไปทั้ง 2 ข้าง แสดงว่า เมืองนี้เริ่มไม่เหมือนเดิมไปเรื่อยๆตลอดเวลา
.
รูปภาพ
.
เพียงชั่วโมงกว่า รถก็เข้าเขตเมืองที่มีร้านค้า อาคารบริษัทเรียงราย
.
ร้านฟาสต์ฟู้ดสังเกตง่ายๆจากคำว่า Furra โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแบบตรุกี คือประเภท Kebub-เคบับ Pizza-พิซซ่า ฯลฯ
.
สัก 2 ชั่วโมง รถก็เข้าจอดที่ท่ารถทัวร์พริสเซร่น คนขับพาเราไปยังออฟฟิซของเค้า เจอกับเจ้าของหนุ่มใหญ่ที่บอกว่า "ถ้ายังไงก็กลับเที่ยวบ่าย 15.10 น.
หรือเที่ยวค่ำ 18.15 น.นะครับ" ว่าแล้วก็มอบนามบัตรและตารางรถให้เรา นับว่าการแก่งแย่งลูกค้าของแต่ละบริษัทดุเดือดทีเดียว เพราะ...
.
เมื่อเราถือโอกาสแวะเข้าสถานี ภายในเห็นป้ายบอกชัดว่า มีรถไปและกลับ พริสทีน่า ทุกๆชั่วโมง ซึ่งผมเชื่อว่า สภาพรถน่าจะไม่ต่างกันครับ เพราะฉะนั้น จำไว้แค่ว่า เที่ยวสุดท้ายคือ 19.00 น.เป็นใช้ได้
.
ออกจากท่ารถไปทางขวาเพื่อเข้าเมือง ตลอดทางมีพ่อค้านำของมาขายตลอดเป็นแผงๆ โดย....
.
รูปภาพ
.
ส่วนใหญ่จะเป็นโทรศัพท์มือสองครับ
.
พ้นมุมถนนเลี้ยวขวาต่อไปก็เป็นเขตเมืองแล้วครับ มีร้านอาหารสารพัดสารพันมากมาย และห้างสรรพสินค้าให้เราเลือกทีละร้าน แต่ก็ยังไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่
.
รูปภาพ
.
กระทั่งมาถึงจุดที่เรานั่งรถทัวร์ผ่านและเห็นป้ายน่าสนใจดี ชื่อร้าน Zicco จึงขอลองเซิร์ฟๆดู แล้วก็ประทับใจกับการทักทายต้อนรับของ 2 หนุ่มที่หน้าเคาน์เตอร์ โดยคนเสื้อแดงหัวเราะร่าเลยเมื่อเราบอกว่ามาจากเมืองไทย รีบควักมือถือเปิดให้ดูว่า ตัวเองเคยไปภูเก็ตมาแล้ว และที่ร้านนี้ ก็มีคนไทยมาทานเนืองๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงครับ
.
เราก็เลยสั่งไก่ปิ้ง สลัด ทานกับขนมปังอย่างที่ชื่นชอบเท่าที่เลือกได้ ซึ่งหนุ่งเสื้อน้ำเงินก็บริการเป็นอย่างดี
.
รูปภาพ
.
เนื้อไก่ปิ้งร้อนๆจากเตา และสลัดที่มีทุกอย่างเท่าที่เห็นในตู้ ขนมปังร้อนนุ่ม อร่อยมากทีเดียวครับ
.
ระหว่างนั้น ก็มีเด็กนักเรียนที่ดูเหมือนจะเป็นลูกค้าประจำร้านนี้เข้ามาทานด้วย เค้าก็เลยบอกให้เซย์เฮลโหลกับเราและถ่ายภาพด้วยอีกต่างหาก
.
ค่าเสียหายสำหรับเรา 2 คนเพียงแค่ 8 ยูโรเท่านั้น ทั้งถูกทั้งดีครับ
.
รูปภาพ

.
ขออนุญาตว่าเรื่องท่องเที่ยวเพียงนิดเดียวว่า.....
.
เมืองพริสเซร่นเป็นเมืองมหาลัย มีนักศึกษาเดินไปมาและนั่งทานอาหารริมน้ำมาก ซึ่งแต่จะกรุ๊ปก็โบกไม้โบกมือทักทายเราและชวนเราถ่ายภาพด้วยตลอด ....แม้แต่พนักงานตามร้านอาหารต่างๆก็ไม่เว้น ซึ่งรายละเอียดก็คงต้องรอรีวิวภายหลังครับ อิอิ
.
ณ ที่นี่ ขอเรียนเพียงว่า ขนาดคนนั่งรถเข็น ก็ยังออกเที่ยวกันเกร่อด้วยความสุขใจอย่างที่เห็นในภาพ หากเพื่อนๆมีโอกาส ต้องไม่พลาดที่จะออกเดินทางไปยังที่ๆตัวเองฝันใฝ่ให้ได้ในเร็ววันนะครับ
.
ได้เวลากลับรอบบ่าย 15.10 น. เพราะคิดว่า 4 ชั่วโมงที่ผ่านมาประทับใจเต็มตื้นแล้ว ส่วนที่เหลือหากมี รอไว้เที่ยวหลังครับ
.

รูปภาพ
.
และนี่คือรีวิวของเราที่มอบให้แก่ Mami's Hostel ด้วยความภูมิใจยิ่ง
.
---------------------------
.
ที่พักที่ดีเยี่ยมในต่างแดน
.
ชอบทุกอย่าง ทั้งที่นอน ห้องน้ำ การตกแต่งทั่วไป บรรยากาศที่เงียบสงบ และคุณสุภาพสตรีที่อยู่ชั้นหนึ่ง ผู้มีน้ำใจไมตรีอันน่าประทับใจสุดๆ
.
การประดับประดาในโฮสเต็ลถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยพบเห็น โดยบรษัทตบแต่งภายในที่มีชื่อเสียงทันสมัย แรกเริ่มเรารู้สึกตระหนกเล็กๆที่มีเพียงรหัสเข้าโฮสเต็ลในเมล์ที่ได้รับก่อนหน้า แต่ทันทีที่เข้าไปข้างใน รายละเอียดในซองจดหมายก็ทำให้เรากระจ่างทุกอย่าง ว่าที่จริง เข้าท่ากว่าการพบปะเจ้าหน้าที่แต่แรกเหมือนที่พานพบมาเสียอีก
.
อย่างไรก็ตาม คุณอูซิม เจ้าของฯได้มาพบเราในไม่กี่นาทีต่อมา ทักทายอย่างสนิมสนมแนะนำสรรพสิ่งอันพึงรู้ทั้งมวลแถมยังมาที่โฮสเต็ลทุกเช้าด้วย คำแนะนำของเค้าเป็นประโยชน์และถูกต้องยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร แหล่งท่องเที่ยว แท๊กซี่ ฯลฯ
.
ขอบคุณ มามี่ส์โฮสเต็ล ที่ทำให้เราปรารถนามาพักอีกครั้งแล้วครั้งเล่า
.
------------------------------------------------
.
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่เราเคยลงในเฟสก่อนหน้าระหว่างเดินทาง ผมรวบรวมไว้ที่ลิงค์ http://bit.ly/2LpzQaM แล้ว สามารถเปิดดูได้ จักไม่รู้สึกจืดๆที่มีแต่เรื่องข้อมูลนะครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3520
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 16 ท่าน

cron