Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 07/05/2019 10:47 pm

รูปภาพ
.
.
Skopje Macedonia--สโกเปีย มาเซโดเนีย
.
8 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
เรามีความสุขปิติอย่างคาดไม่ถึงจนสรรเสริญแซ่ซร้อง "ทรงพระเจริญ" ทุกๆวินาทีที่มีภาพหน้าจอประจักษ์สายตาทั้งเดินหน้าและย้อนกลับมาตลอด 3 วันเต็มๆราวปาฎิหาริย์ ครั้งหนึ่งในชีวิต....
.
แล้วทุกอย่างก็กำลังกลับไปสู่สภาพเดิม ที่การหลีกลี้หนีข่าวจริงข่าวปลอมทางโซเชียลดูทีจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ด้วยยังไงก็ตามไม่ทัน... ขี้เกียจตาม... และไม่อยากตามอ่ะครับ
.
ว่าแล้ว ก็ขอวกเข้าสู่รีวิวข้อมูลต่อจากประเทศที่แล้วๆมา ซึ่งตอนนี้ ขออนุญาตว่าด้วยการเดินทางไปต่างเมือง จาก พริสทีน่า-Pristina สู่ สโกเปีย-Skopje ที่เราหลงเรียกผิดเป็น สโคปเจ ซะตั้งนาน ฮ่าฮ่า
.
ไม่น่าเชื่ออีกเช่นกันครับว่า ประเทศ มาเซโดเนีย-Macedonia นี้ ก็คือ 1 ใน ประเทศที่ยากจนที่สุดประเทศหนึ่งของยุโรป เฉกเช่น โคโซโว-Kosovo ที่เราเพิ่งมีประสบการณ์ (ที่บอกว่าไม่น่าใช่) มาหยกๆ
.
เพราะยิ่งเข้าสู่เขตเมือง ก็ยิ่งตื่นตะลึงกับปูชนียสถาน รูปหล่อ รูปปั้น อนุสาวรีย์ที่มีขนาดใหญ่ยิ่งอลังการกว่าทุกๆเมืองที่เคยผ่านตามา จนประหนึ่งว่า เค้ามีเจตนาที่จะสร้างสรรค์งานศิลป์-สถาปัตยกรรมทุกชิ้นให้มหึมาสมดังอานุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช-Alexander The Great วีรบุรุษผู้ทรงเดชานุภาพของประเทศที่ตั้งตะหง่านใจกลางเมืองปานนั้น
.
ฮ่า ฮ่า ฮ่า...เนี่ยนะ ประเทศจน จน-จ๊น-จน ติดอันดับ เพราะสรรพสิ่งที่เห็นนั้น อดทำให้ต้องขยี้ตาจ้องมองไม่ต้องเพ่งอีกครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้....
.
ใช่ครับ สโปเปีย เมืองหลวงของ มาเซโดเนีย ที่เราให้เวลา 3 วัน แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว จะอยู่ซัก 5 วันหรือ 1 สัปดาห์ ก็มีที่ให้เที่ยวใหเตร่ให้พักผ่อนหย่อนใจไม่รู้สิ้น
.
.
ในภาพเป็นหุ่นมือปืนเม็กซิกันหน้าภัตตาคารที่อยู่ตรงข้ามกับ โบสถ์และบ้านพักของแม่ชีเทเรซ่า-Memorial House of Mother Teresa ครับ
.
รูปภาพ
.
10 โมงเช้าวันที่ 27 มีนาคม เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก Mami's Hostel โดยความช่วยเหลือของ Mr.Usim-คุณอูซิม ผู้ใจดีมีกะตัง ที่จัดการโทรเรียกแท๊กซี่ให้ ทั้งๆที่กลุ่มแท๊กซี่อันจอดเรียงแถวตรงจัตุรัสด้านหน้าโบกมือโบกไม้และตะโกนเรียกโหวกเหวก...
.
ถูกต้องครับ แท๊กซี่ที่โทรเรียก ย่อมเชื่อถือได้มากกว่าและคุณอูซิมบอกว่า ไม่น่าจะเกิน 4 ยูโรครับ.....Thank you so much, Mr.Usim!
.
รถแท๊กซี่ของโชเฟอร์ผู้แต่งกายสะอาด ยิ้มน่ารัก พาเราเข้าเขตท่ารถ ถึงจุดเก็บตังที่มีไม้กั้น เค้าบอกด้วยความเกรงใจว่า "ถ้าเข้าข้างในต้องเสียค่าผ่าน 1 ยูโรนะครับ" คุณนายเคทยิ้มตอบ "ได้เลย ไม่มีปัญหาค่ะ"
.
ถึงที่ มิเตอร์ขึ้น 3 ยูโร บวกค่าผ่านอีก 1 ยูโร คุณนายเคทจ่ายไป 5 ยูโร บอกไม่ต้องทอน เค้าดีใจจนเห็นได้ชัด
.
และเชื่อไหมครับ ระหว่างที่เราซื้อตั๋วและวุ่นวายอยู่อีกมุมหนึ่งนั้น คุณนายท่านก็บอกผมว่า "เห็นคนขับแท๊กซี่รีบแวะไปที่อีกบูธหนึ่ง" เข้าใจว่า เอาตั๋วไปแลก เพื่อจะได้ 1 ยูโรค่าเข้า คืนมา เพราะยังอยู่ในเวลาที่เข้าฟรีคล้ายๆของเรา...เงินทองที่ยุโรปย่านนี้ ช่างมีคุณค่าเสียนี่กระไร
.
ค่ารถไปสโกเปีย เที่ยว 11.30 น. คนละ 5.50 ยูโร....... โปรดสังเกตที่หน้ารถว่า SHKUP หมายถึง สกุ๊ป หรือ Shkupi ซึ่งเป็นภาษาอัลบาเนีย ที่หมายถึงชื่อทางการของ Skopje ในปัจจุบัน และ...แหะ แหะ ที่นั่งว่างกว่าครึ่งค่อนอีกเช่นเคย เพราะใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงหน่อยๆ (รวมเวลาผ่านด่าน ตม.) เพราะระยะทางแค่ 84 กม.เท่านั้น
.
มีหนุ่มชาวอินโดนิเซีย แต่เรียนที่เยอรมันนั่งรถมาด้วย แนะนำ Buff Hostel ที่อัลบาเนียให้และบอกว่าดีมากๆ
.
ช่วงผ่านด่านเข้าอัลบาเนีย วิวทิวทัศน์สวยงามจริงๆ แต่เราไม่กล้าถ่ายภาพ เพราะไม่อยากมีปัญหา ทว่าเสียดายเล็กๆ
.
รูปภาพ
.
ถึงท่ารถสโกเปีย ถ่ายภาพกับคนขับเมื่อลงรถ แวะที่บูธแลกเงิน ขอแลกนิดหน่อย 10 ยูโรก่อน ได้มายูโรละ 61.20 MKD หรือ ดีน่าร์ (คิดง่ายๆคือ ดีน่าร์ละ 0.60 บาท) และกระดาษโน๊ตที่ทางเจ้าหน้าที่ท่ารถสโกเปียบอกเราว่า..... มีรถไปเมือง ทีราน่า อัลบาเนีย วันละ 3 เที่ยว คือ 6 โมง 9 โมง และ 3 ทุ่ม ค่ารถคนละ 1280 ดีน่าร์ (ประมาณ 760 บาท) ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมง
.
** หากเดินทางจาก พริสเซร่น-Prizren (หมายถึงค้างคืนที่นั่น ) ไป ทีราน่า-Tirana จะใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น
.
เช่นเคยครับ เรียกแท๊กซี่ด้านหน้า ที่เรียกเรา 500 ดีนาร์ (300 บาท) พอผมเปิดอีเมล์ของโฮสเต็ลที่บอกว่า ค่ารถไม่เกิน 150 ดีน่าร์ ให้ดู เค้าเลยขอเป็น 200 ซึ่งเราไม่ขัดข้อง เพราะแค่ 120 บาทเท่านั้น
.
รถจอดหน้า Urban Hostel ที่มีธงยักษ์ปักอยู่หน้าบ้านเห็นได้ชัด เข้าไปด้านในซึ่งสวยมาก จัดได้อย่างน่ารักสะดุดตายิ่ง หนุ่ม 2 คนชื่อ Goran-โกรัน อีกคนชื่อ Viktor-วิคเตอร์ บริการดี สถานที่ดี แบบเดียวกับที่คนเขียนในรีวิว จึงรู้สึกพอใจมาก แต่...
.
โกรันบอกว่า เรา....ไม่ได้พักที่นี่หรอกนะ ต้องไปอพาร์ตเม้นท์ฝั่งตรงข้าม ซึ่งดีกว่าที่นี่และเป็นส่วนตัวยิ่ง.... ว่าแล้วก็ขออธิบายข้อมูลต่างๆของเมืองนี้ให้ทราบ และบอกว่า..... รีเซฟชั่นที่นี่เปิด 24ชั่วโมง อยากทำอะไรหรือทานชากาแฟที่นี่ก็เรียนเชิญทุกเวลา....
.
รูปภาพ
.
เสร็จแล้ว เค้าก็ลากกระเป๋าทั้ง 2 ใบ นำเราไปฝั่งตรงข้ามที่มีลิฟท์ขึ้นลงด้วย..... เพียงแค่เห็นห้อง เราก็แสนใจพอใจแล้วครับ ด้วยมีทุกอย่างที่ต้องการแถมสงบเงียบเป็นส่วนตัวแบบไม่มีใครรบกวนอีกต่างหาก
.

รูปภาพ
.
และนี่คือ รีวิวของเราที่เขียนให้เค้า ให้คะแนนเต็ม 10 อย่างเต็มใจอีกเช่นเคยครับ
.
----------------------------------------------
.
เป็นโฮสเต็ลที่สวยงามและทันสมัยมาก บริหารโโยคนหนุ่มไฟแรง ซึ่งไม่เพียงมิตรจิตมิตรใจงดงามแล้วยังสมเป็นมืออาชีพอย่างยิ่ง เค้าช่างรู็ดีว่า ผู้เข้าพักทั้งหนุ่มสาวและคนสูงวัยต้องการอะไรบ้าง
.
เราได้ประสบการณ์ประทับใจจากการพัก 3 คืนที่นี่ ในห้องส่วนตัวของอพาร์ตเม้นท์ตรงกันข้ามกับโฮสเต็ลดังกล่าว
.
สโกเปียเป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับทุกฤดูกาล ทะเลสาบหุบเขามัตก้ายอดเยี่ยมมาก แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ ผู้คนชาวท้องถิ่นที่มีน้ำใจพร้อมจะพูดคุยและให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา
.
เราชื่นชอบทุกสิ่งในสโกเปียนี้
.
-----------------------------------------
.
รูปภาพ
.
สำหรับการเดินทางในสโกเปียนั้น ส่วนใหญ่แค่ใช้เท้าก็เหลือรับประทานแล้ว เพราะแหล่งท่องเที่ยวอยู่ติดๆกันในศูนย์กลางเมือง แต่หากขี้เกียจเดิน หรือไปที่ไกลหน่อยนอกเมือง ก็ใช้รถประจำทางได้
.
ที่นี่ไม่มีตั๋ววัน-One Day Ticket แต่มีบัตรที่ต้องเสียค่าบัตร 150 ดีน่าร์ (90 บาท) แล้วเติมเงิน 250 ดีน่าร์ (150 บาท) ใช้ได้ 10 เที่ยว บัตรเดียวใช้กี่คนก็ได้.... เราสองคน ก็แสดงว่าใช้ได้ 5 เที่ยว
.
เริ่มต้นด้วยขึ้นรถสองชั้นสาย 7 ไปจนสุดสายเพื่อชมเมืองรอบๆ มีไกด์แนะนำสถานที่ต่างๆเป็นคุณหมอของโรงพยาบาลนอกเมือง (ที่ลงรถก่อนหมดระยะ) กระทั่งสุดสาย เราจึงนั่งกลับมาลงที่ศูนย์กลางเมือง-City Center ที่ใหญ่โตมากอย่างที่เรียนแล้ว
.
รูปภาพ
.
อ้อ...ลืมเรียนไปว่า ตั๋วรถต้องซื้อจากบูธสีเขียว ซึ่งเจ๊เค้าพูดอังกฤษไม่ได้ เลยขอแรงสุภาพสตรีที่มาซื้อตั๋วช่วยสโป๊กให้ครับ
.
ป้ายดิจิตอลบอกว่ารถสายไหนกำลังจะมาในอีกกี่นาที แบบเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วไป (ยกเว้นบ้านเรา แหะ แหะ) ดูแล้วเดาได้ แต่ไปไหนไม่ทราบ... เช่นเดียวกับจอในรถที่วิ่งเป็นภาษาของเค้าโดยเฉพาะ ต้องถามคนเอาจะแน่นอนกว่าครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าไปใน Shopping Center ผ่านซุปเปอร์มาร์เก็ต ชื่อ Vero.... ถามเค้าว่า ที่ไหนแลกเปลี่ยนเงิน.... เจ้าหน้าที่บอกว่า ไปที่ห้องข้างๆเลย
.
อัตราแลกเปลี่ยน ดีกว่าที่ท่ารถนิดหน่อย คือได้ 61.35 ดีน่าร์ต่อ 1 ยูโรครับ
.
ถัดไปเป็นร้านมือถือ สอบถามแล้ว ค่าซิมแพงเกินความจำเป็น เพราะเราอยู่แค่ 3 วัน ก็จึงบายไปครับ
.
สำหรับอาหารก็ไม่มีปัญหาใดๆครับ มีอยู่มื้อที่เราทานตรงจัตุรัสเป็นร้านเบอร์เกอร์คิง ที่ราคาไม่แพงกว่าบ้านเรา ก็เลยซื้อมา 2 ชุดแต่...
.
ระหว่างที่เราทานอยู่ ก็มีเด็กวัยรุ่นแต่งตัวด้วยชุดเก่าเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ (หน้าตาดีมาก ชนิดมาบ้านเรา ปั้นนิสเดียก็เป็นซุปตาร์ได้) เข้าร้านมาขอตังคน แล้วถูกพนักงานชาย (ผู้จัดการร้าน?) ไล่ออกไป
.
แต่คุณนายเคทถามเค้าว่า " Are you hungry-หิวหรือเปล่าลูก?" เด็กพยักหน้า คุณนายก็เลยให้เบอร์เกอร์ไป ปรากฎว่า หมอรีบทานเคี้ยวกร้วมๆออกไปตอนโดนไล่พอดี แสดงว่าหิวมากๆ...เป็นภาพที่น่าเห็นใจมาก แทบไม่อยากเชื่อเลยว่า ขอทานหน้าตาดีๆอย่างนี้ก็มีไม่น้อยเลยในยุโรป คือไม่รู้ว่าจะหาเงินอย่างไร แต่คุณนายก็ไม่ได้ให้ทุกคนหรอกนะครับ คือให้เฉพาะคนที่มีความพยายามและดูแกวว่าไม่ใช่นักขอเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
ตลาดสดคือสถานที่ที่เราไม่ค่อยพลาดไม่ว่าเมืองไหน และที่สโกเปียนี้ ตลาดอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเราเลย เพราะมีกล้วยหอม สตอเบอร์รี่ ให้ซื้อทานประจำ (ดูตาชั่งเค้า แสนจะโบราณ อิอิ) และที่สำคัญ มีไก่อบย่างอยู่ที่นั่น 2 ร้านด้วย
.
รูปภาพ
.
รายการนี้ อยู่แถวจัตุรัส ว่าจะทานซักรอบ แต่สุดท้ายไม่ได้ไป คือ ร้านอาหารจีน ปักกิ่งการ์เด้น ดูเมนูหน้าร้านแล้ว เป็นของชอบเสียส่วนใหญ่และราคาไม่แพงด้วย เพื่อนๆหากมีโอกาสเชิญลองได้นะครับ
.
รูปภาพ
.
แต่ร้านอาหารที่เราทาน 2 รอบด้วยกัน คือศูนย์อาหารที่ห้าง Ramstore ที่เจ้าหน้าที่ร้านโทรศัพท์จดแนะนำให้ .... เป็นห้างใหญ่ที่เจ้าของเชื้อชาติอะไรคงเดาไม่ยากนะจ๊ะนายจ๋า มีหลายสาขาที่นี่ครับ
.
ครั้งแรก เราไปที่ห้างเอง แต่ครั้งหลังตอนนั่งรถบัสกลับจาก มัตก้า-Matka น้องคนนึงคือ ช่วยนำทางให้ พาเดินออกซอยนั้นทะลุซอยนี้จนถึง เพราะใกล้กับมหาลัยที่เธอเรียนอยู่ สุดท้ายก็ผูกสมัครรักใคร่เป็นเพื่อนเฟสกัน หวังว่าเธอจะมีโอกาสมาเที่ยวเมืองไทยซักครั้งในเวลาไม่นานเกินรอนะครับ
.
รูปภาพ
.
ชั้นบนสุดของห้างรามสโตร์ เป็นศูนย์อาหารที่มีสารพัดชนิดและอาหารจีนที่เราชื่นชอบด้วย ชื่อร้าน Star Ocean สามารถชี้สั่งได้ และไม่แพงครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านอาหารอีกแห่งในตลาดเก่า ที่ตกแต่งดีมีร่มสารพัดสีร่วมแสดงหน้าร้านด้วย ชื่อร้าน Restuarante Pizzeria เราสั่งพิซซ่า 2 หน้า 2 กล่องเพื่อกลับมาทานที่ห้องพัก รสชาติดีและราคาไม่แพง ชิ้นละ 290 ดีน่าร์เท่านั้น
.
ห่างจากร้านพิซซ่าไม่ไกล มีร้านขายของหวานสไตล์ตรุกีด้วย เป็นแบบที่เราเคยเห็นที่พรีสทีน่า ดูน่าทานมาก แต่.....ขอเรียนว่า หวานซุปเปอร์หวานเอ็กซทีมลี่หวานโฆษหวานนะครับ ขอบอก 555
.
รูปภาพ
.
เที่ยวตลาดเก่าที่เป็น จตุจักรขนาดเล็กเสียนาน ก่อนกลับเลยซื้อ ไก่ย่างมาด้วย ราคาแค่ 200 ดีน่าร์ แล้วเราก็กลับที่พักด้วยแท๊กซี่ ค่ารถสตาร์ทที่ 50 ดีน่าร์ (30 บาท) แต่ถึงที่แค่ 104 ดีน่าร์ (62 บาท) เท่านั้นครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 07/05/2019 10:50 pm

รูปภาพ
.
.
Matka Canyon Skopje--ทะเลสาบกลางหุบเขามัตก้า
.
9 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
แน่นอนครับว่า แหล่งท่องเที่ยวนอกเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวนานาชาติและชาวท้องถิ่นนอกจากในเมืองที่มีอุดมเรียงรายแล้ว ออกนอกเมืองไปหน่อย ทุกคนก็จะพูดกันถึง
.
Skopje Fortress-ป้อมปราการสโกเปีย ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงจนสามารถมองลงมาเห็นวิวเมืองใหญ่นี้โดยทั่ว และ
.
ทะเลสาบกลางหุบเขา-Matka Canyon...
.
แหล่งหย่อนใจอันสุดแสนจะรื่นรมย์สมคะเน ซึ่งทั้ง 2 แห่งอยู่กันคนละทิศ และต้องเดินทางไปด้วยรถประจำทางสายพิเศษ (แต่ราคาปรกติ) โดยเฉพาะเท่านั้น
.
ด้วยข้อจำกัดทางเวลา และเสียงร่ำลือหนาหูของชาวสโกเปียที่เจอะเจอ เราก็ตัดสินใจเลือกไป มัตก้าแคนยอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้พานพบเลยในทริปนี้ ขณะที่ป้อมปราการ วิวมุมสูง เพิ่งผ่านป้อมปราการเบลเกรด-Belgrade Fortress มาหลัดๆ
.
เพราะฉะนั้น ขอว่ารีวิวเต็มเฉพาะที่ Matka Canyon หนึ่งในความประทับใจของทริปนี้นี้ซักตอน ซึ่งอาจมีรูปน้อยกว่าที่มีจริง 8-10 เท่า (ด้วยสดสวยในบรรยากาศพิไล เอ๊ย ขอเปลี่ยนเป็น บรรยากาศวิไล เพราะอาจไปซ้ำลิขสิทธิ์ของ กรงกรรม อิอิ) จนกดแช๊ะแล้ว กดแช๊ะเล่าอย่างไม่คณนามือ ก็อย่าว่ากันนะครับ เอาไว้ตอนเพื่อนๆไปเที่ยวเองละกันเนอะ จะได้รู้รส :-)
.
.
ในภาพเป็นป้ายประชาสัมพันธ์ปากทางเข้าของ Matka Canyon อันมีกิจกรรมหย่อนอารมณ์มากมายหลายรูปแบบครับ
.
รูปภาพ
.
.
เช้าวันที่ 29 มีนาคม...ออกจากที่พักหน่อยเดียว ก็ถึงป้ายรถเมล์ตามประสงค์ เพราะสอบถามมาแล้วว่า รถเมล์สาย 60 ซึ่งมีไม่ถี่เช่นรถประจำทางทั่วไป ดังตารางในเน็ตต่อไปนี้
.
ขาไป Matka Canyon:
.
วันธรรมดา 7:00 / 8:45 / 10:30 / 12:10 / 14:00 / 15:30 / 16:50 / 18:35 / 20:10 / 22:30
.
วันหยุดและสุดสัปดาห์ 7:00 / 8:45 / 10:30 / 12:10 / 13:50 / 15:30 / 17:10 / 18:45 / 20:15 / 22:30
.
หมายเหตุ: ตารางเวลาข้างต้น เป็นเวลารถออกจากท่ารถซึ่งอาจใกล้หรือไกลจากป้ายของเรา จึงต้องเผื่อเวลาที่ช้ากว่านี้ไว้ด้วย หรือง่ายสุดคือถามจากคนขายตั๋วที่บูธนะครับ
.
ขากลับจาก Matka Canyon:
.
วันธรรมดา 05:50 / 7:45 / 9:40 / 11:20 / 13:05 / 14:55 / 16:25 / 17:45 / 19:20 / 21:00 / 23:20
.
วันหยุดและสุดสัปดาห์ 05:50 / 7:45 / 9:40 / 11:20 / 13:00 / 14:40 / 16:20 / 18:00 / 19:30 / 21:00 / 23:20
.
สำหรับป้ายของเรา คนขายตั๋วบอกว่ามีเที่ยว 8.30...10.00...12.00 เพราะฉะนั้น ก็ขอไปเที่ยวแรกเลยนี่แหละครับ
.
รถเมล์สายนี้ ค่อนข้างเก่าทีเดียว แต่ก็ไม่มีปัญหาใดๆสำหรับเรา (ที่เคยผ่านสภาพแย่กว่านี้มาแล้วเมื่อก่อนตอนไปนอกเมืองของเมืองจีน อาทิ ตงชวน-东川 เอย ถ้ำนกนางแอ่น-燕子洞 เอย ถ้ำสลักหินต้าจู๋-大足石窟 เอย ฯลฯ) นั่งไปประมาณ 45 นาทีก็ถึงป้ายสุดท้าย มัตก้า
.
ผมถามคนขับว่า จะหาแท๊กซี่ได้ที่ไหน (เพราะอ่านเว็บมาว่าต้องนั่งแท๊กซี่ขึ้นไปอีกทีที่ไม่ไกลมาก) เค้าบอกว่า "แท๊กซี่อะไร เดินไป เดินไปเดี๋ยวเดียวก็ถึงแล้ว" 5555
.
เอาก็เอา...
.
บริเวณป้ายรถเป็นร้านอาหารใหญ่ มองทางที่จะเดินไป เห็นไกลสุดลูกหูลูกตา แต่คนอื่นๆก็เดินล่วงหน้าไปแล้ว แถมป้ายประชาสัมพันธ์ก็แสนจะยั่วยวนอารมณ์....
.
เราก็เลยเดินมั่ง โดยทั้งเส้นทางมีที่นั่งพักเป็นหย่อมๆ และมีป้ายบอกทางตลอด ไม่มีการหลงเด็ด แต่.....เดินขึ้นเนินนะคร๊าบ ขอบอก 555 (ทว่า ขากลับลงเนินสบายบรื๋อ ฮิฮิ)
.
รูปภาพ
.
ประมาณซักกิโลหน่อยๆ ก็เห็นปลายทางเป็นโรงงานไฟฟ้า ข้างทางเป็นคูคลองเล็กๆที่ยาวมาตั้งแต่ท่ารถ มีป้ายบอกทางว่าข้างหน้ามีทั้งทะเลสาบ...ถ้ำ...โบสถ์..โรงแรม และ ร้านอาหาร...อือม์ ชักไม่เลว
.
ไม่ได้เข้าไปในโรงไฟฟ่านะครับ เพราะประตูปิดอยู่ ป้ายบอกด้านหน้าก็เป็นภาษาเค้า อ่านไม่รู้เรื่อง จึงเดินเลาะข้างๆที่เป็นตาข่ายไปเรื่อยๆ จนผ่านป้ายเป็นซุ้มว่า "ยินดีต้อนรับ" ไป
.
รูปภาพ
.
มีป้ายทะเลสาบกลางหุบเขาสีเขียวเย็นตากระตุ้นอารมณ์ตลอดทาง ก็เลยไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ ทว่า...จ๊ากกกก...ห้ามแตะตาข่ายข้างโรงไฟฟ้าเน้อ มีไฟดูดกันขโมยขโจรด้วย...
.
ครู่หนึ่งกฌ็ถึงลานจอดรถ อ้อ...ถ้ามีแท๊กซี่ (หน้าไฮซีซั่น) รถก็มาถึงแค่เนี้ย ยังไงก็ต้องเดินต่ออยู่แล้ว
.
ไปครับ ไปกัน หน้าเดิน...มีป้ายคำเตือนอะไรซักอย่างแต่เป็นภาษาเค้า เฮาบ่อฮู้..
.
ผ่านโค้งถนนปูกระเบื้องหินไปเรื่อยๆ มองย้อนกลับไป โห...เราเดินมาไกลไม่หยอก...เก่งจริงๆนะ วัยแค่เนี้ย อิอิ
.
รูปภาพ
.
ถึงทางโค้งที่เป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า ยืนชมนิดหน่อยแล้วก็ไปต่อ...
.
รูปภาพ
.
ก็ไม่แตกต่างอะไรจากที่เคยพบเห็น เพียงแต่บรรยากาศที่เย็นสบาย ใบหญ้าสีเขียวชะอุ่ม ก็จึงพาให้ดูสบายตาเป็นพิเศษ...นีสสส์นึง
.
ผ่านช่องเขาที่ถูกเจาะเป็นอุโมงให้ทะลุเข้าไป...สวยดี และมีคนมือบอนขีดเขียนเป็นธรรมดา โชคดีที่ไม่มีภาษาจีน ภาษาไทย ประเภท ชัยรักนุ้ย..ครอบครัว "สุขสมบูรณ์อุดมธนบัตร" มาที่นี่...ฯลฯ 555
.
รูปภาพ
.
มุมหนึ่งคล้ายๆท่าเรือให้คนเช่า แต่ไม่มีคนอยู่ ก็จึงยืมถ่ายภาพชั่วคราว อิอิ
.
รูปภาพ
.
ผ่านไปอีกโค้ง ก็เป็นจุดชุมชนแล้วละครับ มีร้านกาแฟ ร้านขายของชำร่วย และท่าเรือให้เช่าเรือและคายัคไปโน่นนี่นั่น (รวมทั้งถ้ำสวยด้วย) ตามปรกติ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 07/05/2019 10:53 pm

รูปภาพ
.
มีนักท่องเที่ยวมากันหลายคน เค้าบอกว่า "ลงไปได้ แต่อย่ากระโดดน้ำนะ" เรารีบบอก "ไม่ต้องห่วงครับ ว่ายน้ำไม่เป็นทั้งคู่ อิอิ"
.
คนนึงอาสาจะถ่ายภาพคู่ให้เรา แต่ผมบอก "เดี๋ยวเราถ่ายพวกคุณก่อน" คนนึงบอกว่า "ถ่ายกับผมนี่ ถ้าแฟนผมรู้ อันตรายมากนะ..ฮา" ผมรีบบอก "อันตรายอะไรกัน คุณรู้จักภรรยาผมน้อยไปแล้ว เคยเจอไหม คนที่ชอบบีบคอสามีตอนหลับกลางคืน" ว่าแล้วก็ชี้ไปที่คุณนายและทำท่าบีบคอ ได้ฮาก๊ากกันอีกรอบ
.
เดินลงไปที่โป๊ะ บรรยากาศงดงามยิ่ง...อือม์ โป๊ะลอยน้ำแบบนี้นี่เอง ที่เห็นในภาพยนต์เรื่อง The Good Mothers ที่ตอนหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Adore (https://imdb.to/2PVYvCt) แสดงโดย Naomi Watts และ Robin Wright ซึ่งบางคนก็ไม่ชอบเนื้อเรื่อง แต่ภาพกลางทะเล Charming-มีเสน่ห์ มากๆ
.
เราใช้เวลาที่นี่นานทีเดียว ถ่ายภาพนับไม่ถ้วน...มุมหนึ่ง จะเห็น St. Andrew Church-โบสถ์เซ้นต์แอนดรูว์ อยู่แจ่มชัด
.
รูปภาพ
.
ร้านขายของชำร่วย มีพรมถักสวยๆมากมายและราคาถูกมากๆ เสียดายที่แต่ละผืนหลายกิโล จึงสุดวิสัยที่จะนำกลับบ้าน (ถ้าเป็นต่างจังหวัดของเราละก็ ไม่รอดมือคุณนายแน่) เดินต่อไปเรื่อยๆ ผ่านโบสถ์ไปก่อน ก็จะเป็นโรงแรมใหญ่แล้วละครับ
.
รูปภาพ
.
เรายังไปต่อครับ เส้นทางแม้ขรุขระขึ้นเนินเป็นทางวนรอบเขา แต่สายน้ำเขียวขจีก็สุดแสนจะดึงดูดใจ ยิ่งมองย้อนหลังลงไป ก็ยิ่งประทับจิตและตรึงตา
.
รูปภาพ
.
ตากลมเย็นที่โชนพัดผ่านจนหนำใจ ไม่ต้องไปต่ออีกแล้ว แค่นี้ก็เกินคุ้ม...
.
ลงมาทางโรงแรม แวะเข้าห้องน้ำของเค้า แล้วเราก็เตรียมกลับ
.
รูปภาพ
.
แวะโบสถ์สวย คนเฝ้าทั้งชายหญิงยิ้มต้อนรับ เชิญชวนให้เข้าไปชม ค่าเข้าคนละ 60 ดีน่าร์ (36 บาท) แต่ภายในห้ามถ่ายรูป (ซึ่งกฎอย่างนี้ ปรกติเราจะปฎิเสธ เพราะหารูปดูในเน็ตก็ได้ ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่า แล้วรูปพรรค์นี้มาจากไหน แหะแหะ) แต่....
.
ด้วยความน่ารักของทั้งคู่ เราก็เลยช่วยๆกันโดยถือเป็นค่าบำรุงศาสนสถานอย่างหนึ่ง และเข้าไปด้านในซึ่งเล็กนิดเดียว มีรูปฝาผนังเก่าโบราณสวยงามทีเดียว
.
คนผู้ชายชี้ให้เราไปยืนถ่ายตรงนู้นตรงนี้ภายนอก แต่เราขอถ่ายภาพเค้าด้วย ทั้งคู่ดีใจมากๆ
.
รูปภาพ
.
นี่คือภาพภายนอกและภายในที่ผมค้นมาจากเน็ตครับ
.
รูปภาพ
.
ช่วงเดินกลับ เจอคณะหนุ่มๆลากกระเป๋ามา เพื่อจะพักค้างคืนที่โรงแรมข้างใน เห็นแล้วนับถือเลย เพราะใช่ว่าใกล้ก็เปล่า แถมทางยังขรุขระได้ยินเสียงล้อกระทบพื้น ตึกๆๆๆๆ อีกด้วย
.
ลงมาถึงที่จอดรถ เพื่อกลับเที่ยวเที่ยง ข้างๆเป็นคลองส่งน้ำ มีที่นั่งให้พักทานอาหารและถ่ายรูปสวยงามมาก
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็นั่งรอรถที่ร้านอาหาร ก่อนจะกลับกับรถสาย 60 เช่นเดิม
.
รูปภาพ
.
ภาพกรอบนี้ เพื่อเพื่อนๆโดยเฉพาะ คือแปลกใหม่ดีครับ...เป็นภาพร้านรองเท้าตรงถนนคนเดิน เปิดใหม่วันแรก ซึ่ง....
.
นอกจากทุกคนจะแย้มยิ้มบริสุทธิ์ ลดราคาเป็นพิเศษ 20% ทั้งร้าน มีน้ำเลี้ยงลูกค้าแล้ว ยังมีเศษเงินและธนบัตรโรยตามพื้นในร้านเต็มไปหมดชนิดเงินทองไหลมาเทมาว่างั้น....
.
หน้าร้านเป็นวัวกะทิงทองเหลือง ซึ่งปรกติจะเห็น Bull เฉพาะตามตลาดหุ้นต่างๆ แต่ที่นี่ถือเป็นเคล็ดฤกษ์งามยามดี น่าประทับใจมากๆครับ
.

รูปภาพ
.
สรุป...เที่ยวสโกเปีย ถ้ามีโอกาสและเวลา ขอฝาก มัตก้า ไว้ในอ้อมใจของทุกท่านด้วยนะครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 10/05/2019 7:48 pm

รูปภาพ

.
10 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
ภาษาไทยวันนี้ ขอเสนอคำว่า "เฟอร์นิเจอร์"
.
แหะ แหะ ไม่มีอะไรครับ เพียงแต่นึกถึง....คุณปัญญา นิรันดร์กุล หนึ่งในทีม "ซูโม่สำอาง" ของคุณตู้ จรัสพงษ์ สุรัสวดี พิธีกรรายการ "ภาษาไทยคำละวัน" (http://bit.ly/2vLy1dR) ที่ล้อรายการ "ภาษาไทยวันละคำ" (http://bit.ly/2HbVGus) ของท่านอาจารย์ กาญจนา นาคสกุล.... ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว หลังจากเห็นข่าวสะพัดในโซเชียล หนังสือพิมพ์ และ สื่อ ต่างๆ...
.
แต่คำว่า "เฟอร์นิเจอร์" วันนี้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เคยปรากฎอยู่ในรายการดังกล่าวหรอกนะครับ เพราะ...
.
เฟอร์นิเจอร์ ที่เป็น Cliche-ถ้อยคำที่เบื่อหู สำหรับสังคมไทยๆ ใครๆก็ทราบว่า คือสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ (และแทบจะอย่างน้อยครั้งหนึ่งหรือหลายครั้งในชีวิตหนึ่งของคนเรา) เมื่อจู่ๆก็เกิดอยากจะมี "Privilage-อภิสิทธิ์ เหนือมนุษย์มนา" เพียงเพราะ "ความสำเร็จ เสี้ยวหนึ่งในชีวิต" เท่านั้น โดยลืมคิดต่อไปว่า "น้ำผึ้งหยดเดียว" นี้ จะสร้างความลำบากลำบนหรือเสียหายให้กับตนเองเพียงไร
.
ครับ...น้ำผึ้งหยดเดียวจากความคิดที่ว่า.... ไม่เป็นไรน่า จะได้รู้ซะทีว่า "เราเป็นใคร" 5555
.
อดนึกถึง กรณีที่เห็นกับตา ในงานบุฟเฟ่ต์ของชมรมฯหนึ่ง ที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง นั่งตรงหัวโต๊ะโดยไม่ยอมไปเข้าคิวตักอาหารเหมือนคนอื่น ด้วยคิดว่า น่าจะมีใครกุลีกุจอตักมาเสิร์ฟให้เหมือนครั้งก่อนเกษียณ แต่แล้วทุกคนก็ยกจานมานั่งทานเฉยข้างๆ สุดท้ายก็ต้องลุกไปตักเอง เนื่องจากลืมตัวชั่วขณะ หรือ...
.
กรณีไปทำวีซ่า แต่อยากให้พนักงานเป็นฝ่ายมาพะเน้าพะนอ กราบเรียนขอสัมภาษณ์ ซึ่งการณ์หาเป็นเช่นที่คิดไม่ สุดท้ายก็ไม่ได้ไปในที่ๆอยากไป...
.
มีไหมครับ ที่คนหนึ่ง เคยขอความช่วยเหลือจากเราแท้ๆ และเราก็เมตตาอีกต่างหาก แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ได้เฟอร์นิเจอร์เพิ่ม กลับเล่าให้อีกคนฟังว่า ไม่อยากคุยกับเรา เพราะมาทำเป็นสนิทสนมทั้งๆที่ตอนนี้เค้าเป็นศาสตราจารย์แล้ว 555
.
หรืออีกคน (สมัยก่อน) อยากขอความช่วยเหลือจากเราแท้ๆ โทรมาเพื่อทำทีเป็นเซย์ฮัลโหล แล้วเราไม่อยู่ไม่ได้รับสาย เลยแฟ็กซ์ มาให้โทรกลับไปหางั้นๆ
.
หรืออีกคน ที่ขอเครดิตหนังสือเพื่อไปเปิดร้านในต่างจังหวัด เราก็ให้ไปเป็นหลายหมื่นด้วย (เคย) เป็นเพื่อน ปรากฎว่ารถคว่ำ (เค้าว่าประมาณนั้น แต่ไม่บาดเจ็บ ข้าวของหายหมด) เราก็เลยส่งล็อตใหม่ไปให้ แล้วก็ไม่เคยจ่ายเงินเลยตั้งแต่นั้น พอทวงหลายครั้งเข้า ก็ส่งคืนมาทั้งหมดและมีเกินมาอีกต่างหากเป็นสิบเล่มพร้อมโน๊ตบอกว่า "เห็นทวงบ่อย ส่วนที่ส่งเกินไป ขอไม่คิดเงินแล้วกัน" ชัดช่า
.
อีกรายแต่งกายภูมิฐาน มาเจอที่บูธในงานหนังสือ ขนาดเดินยังกะเผลกๆ แต่บอกเราว่า..... "ทริปต่อไปอยากไปไหน แจ้งให้เค้าทราบล่วงหน้่าแล้วกัน เผื่อเค้าจะไปด้วย" ฮิฮิ
.
หรือ...
.
"เรามีบ้านที่หัวหินนะ ว่างเมื่อไหร่ไปพักที่นั่นได้เลย...."
.
"เรากำลังจะไปเมืองนอกนะ อยากฝากซื้อของอะไรมั้ย...."
.
ฯลฯ
.
สิ่งเหล่านี้ เกิดจาก "เฟอร์นิเจอร์" ที่เพิ่งได้รับการ ประดับ (เอง) ทั้งนั้น ทั้งๆที่คนอื่นหาได่สนใจเหนือความสัมพันธ์เดิมแต่อย่างใดไม่ หรือ นึกดูถูกรังเกียจเสียด้วยซ้ำ
.
แต่สิ่งเหล่านี้ ก็เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งหรือจนกว่า มีเวลามากพอที่จะหวนหยิบ เฟอร์นิเจอร์ ที่มี ขึ้นมาสำรวจ พินิจพิจารณา วิเคราะห์ดูอย่างจริงจังว่า การเอาไปใช้นั้นเป็นโทษหรือเป็นคุณ...หุหุ
.
.
เฮ่อ ขออภัยด้วยครับ ขออภัย ....เป็นเพราะข่าวซุบซิบที่หลีกหนีไม่พ้นแท้ๆ เลยอดหยิบ "เฟอร์นิเจอร์" ของการเคยเป็น "คนถือชอล์ก" ขึ้นมาไม่ได้...เวรกรรมจริงๆเลยผม ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ทั้งๆที่ท่านอาจารย์ หลวงวิจิตรวาทการ ก็เคยสอนว่า "คนโกรธไม่น่ากลัวเท่าคนพยาบาท เพราะคนพยาบาทนั้นแปลว่าจำแม่น" แหะแหะ
.
ขอเที่ยวเมืองนอกดีกว่า เพราะเท่าที่ผ่านมา ไม่ค่อยเจอ เฟอร์นิเจอร์ เท่าไหร่ครับ อิอิ
.
ว่าแล้ว ก็ขอไปรีวิวข้อมูลต่อนะครับ ......กำลังจะว่าถึงตอนไป Tirana-ทีราน่า เมืองหลวง Albania-อัลบาเนีย แล้ว.... จากนั้นเหลือ แค่ Bulgaria-บุลแกเรีย อีกประเทศหนึ่ง ที่มีทั้งเมืองหลวง Sofia-โซเฟีย และเมืองรอง Provdiv-พร็อฟดิฟ อันสุดประทับใจ ก็จักเสร็จสิ้นภาค Informations นี้ เพื่อจะได้ว่าเรื่องการท่องเที่ยวล้วนๆในทริป Balkan & Transylvania-บอลข่าน ทรานซิลเวเนีย ต่อไป อิอิ
.
ขอบคุณที่ติดตาม และขออภัยอีกครั้งที่นอกเรื่อง นีสส์นุง นะครับ :-)
.
รูปภาพ
.
From Skopje to Tirana--ทิราน่า อัลบาเนีย
.
11 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
"ความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณคืออะไร?"
.
แหะ แหะ ไม่ใช่คำพูดของผมหรอกครับ แต่เป็นคำถามของยมทูตหนุ่มสาวบุคลิกไฟแรงที่มีแด่ชายหญิงผู้เสียชีวิตมาหลัดๆ 22 คน ใน "After Life-ชีวิตหลังความตาย" ภาพยนต์ญี่ปุ่นที่นักวิจารณ์มากมายยกย่องให้เป็นภาพยนต์ในดวงใจ (คะแนน 9/10 และ 10/10) แม้ตลอดทั้งเรื่องเกือบ 160 นาที จะสร้างอารมณ์แสนจะ Boring-เบื่อเซ็ง ให้กับผู้ชมทั้งมวลก็ตาม
.
"เอาอย่างนี้ เราจะให้เวลาคุณ 3 วัน เพื่อมาตอบเราว่า The best memory of your life-ความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณ คืออะไร?... แล้วเราจะช่วยเรียบเรียงออกมาเป็นวิดีโอให้คุณดูว่า ยังเห็นดีด้วยหรือไม่ หรือประสงค์จะให้เราช่วยปรับเปลี่ยนตรงไหนบ้าง เราก็ยินดีดำเนินการให้ เพื่อคุณจะได้ถือความทรงจำนี้ติดตัวไปเป็นสมบัติชั่วนิรันดร์".....
.
พูดง่ายๆก็คือ...... เราเปิดโอกาสให้คุณได้ทบทวนดูว่า ชีวิตที่ผ่านมาก่อนตายนั้น คุณพลาด Self-esteem-ความภาคภูมิใจในตัวเอง เพราะไม่รู้หรือไม่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองน่าจะทำใดๆบ้าง?
.
ไม่น่าเชื่อจริงๆครับว่า จากคำเฉลยที่ว่า "ชีวิตคุณมีคุณค่ามากกว่าที่คุณคิดไว้เยอะ" หรือ "Strange, isn't it? Each man's life touches so many other lives. When he isn't around he leaves an awful hole, doesn't he?-แปลกดีไหมคุณว่า ชีวิตของคนๆหนึ่งจะมีความหมายสำหรับคนอื่นๆอีกตั้งหลายๆคน ซึ่งหากขาดเค้าไปซะคนในตอนนั้นๆ ชีวิตจะแหว่งวิ่นไปสักมากมายเพียงใด" ในภาพยนต์เรื่อง "It's a Wonderful Life-ชีวิตอัศจรรย์" แล้วนักสร้างหนังญี่ปุ่นจะสามารถตีโจทย์เสนอมุมมองอย่างเดียวกันออกมาได้ในรูปแบบที่สุดขั้วกระไรเช่นนั้น
.
ครับ...อยากหลีกหนีโลกสับปลับของการเมืองในสื่อโซเชียลสัก 5-6 ชั่วโมง เพื่อทดแทนด้วยงานศิลป์ประเทืองปัญญาดีๆที่มีข้อคิดลึกซึ้งทั้งสไตล์ simple-เรียบง่าย และ stressful-ครุ่นคิด ละก็...
.
ภาพยนต์เรื่อง It's a Wonderful Life ที่ออกฉายเมื่อปี คศ.1946 https://imdb.to/2E1pyYl (มีฉบับสีที่ไม่ใช่ต้นฉบับขาวดำด้วย) และ After Life หรือ Wandafuru raifu ที่ออกฉายในปี คศ. 1998 https://imdb.to/2VWR1Vm คือคำตอบครับว่า ชีวิตเรามีคุณค่ายิ่งนัก และ เราสามารถที่จะทำให้มีคุณค่ามากขึ้นอีกได้อย่างไร...
.
.
ส่วนตอนนี้ คุณค่าของเราสอง อยู่ที่จะนำเสนอข้อมูล สำหรับเพื่อนๆที่จะไปเที่ยว เมืองหลวง ทีราน่า ของ อัลบาเนีย ได้อย่างไรมากกว่า จริงไหมครับ อิอิ
.
.
ในภาพคือ Friendship Monument-อนุสาวรีย์แห่งมิตรภาพ ที่สร้างเป็นอนุสรณ์แด่ความสัมพันธ์อันเป็นนิรันดร์ระหว่างชนชาว อัลบาเนีย-People of Albania และ ชนชาวคูเวต-People of Kuwait เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (May 2016) ครับ
.
รูปภาพ
.
30 มีนาคม ตื่นแต่เช้า เก็บข้าวของเสร็จประมาณ 7 โมงครึ่ง ผมขนสัมภาระออกมาวางหน้าอพาร์ตเม้นท์ คุณนายเดินข้ามไปโฮสเต็ลฝั่งตรงข้าม ขอบคุณและคืนกุญแจ พร้อมให้เค้าโทรเรียกแท๊กซี่ไปส่งท่ารถให้ด้วย
.
ปรากฎว่า ไม่ถึง 2 นาที แท๊กซี่ Audi ก็เลี้ยวเข้ามา เพราะเค้าจอดอยู่ใกล้ๆแถวนั้นอยู่แล้ว...เมื่อถึงจุดหมาย มิเตอร์ขึ้นแค่ 140 กว่า คุณนายเลยให้ลุงไป 150 ดีน่าร์ (90 บาท) ยิ้มแก้มปริแต่เช้าเลย
.
เข้าไปซื้อตั๋วรถทัวร์ คนละ 1280 ดีน่าร์ (768 บาท) และ แลกเงินดีน่าร์ที่มีเกือบทั้งหมด (เหลือไว้เผื่อเป็นค่าเข้าห้องน้ำนิดหน่อย คนละ 10 ดีน่าร์) เป็นยูโร ที่บูธแลกเปลี่ยนเงินข้างๆ.....
.
แล้วก่อน 9 โมงเล็กน้อย เราก็มาเตรียมขึ้นรถที่ชานชาลาข้างนอก โดยมีพนักงานท่ารถที่พูดคุยกันช่วงระหว่างรอ โบกมือบ๊ายบายอย่างน่ารักเป็นที่สุด
.
โปรดสังเกต... Tirana ในภาษาอัลบาเนีย หรือที่ใช้ในย่านนั้น คือ Tirane ครับ
.
รูปภาพ
.
รถออกแค่ครึ่งชั่วโมงหน่อยๆ ก็เข้าไปที่อีกท่ารถหนึ่ง แล้วจัดการให้ผู้โดยสารลงทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนเป็นรถมินิแวนแทน เพราะมีคนน้อยมาก.... โดยรถคันใหม่ มีส่วนต่อเติมข้างหลังไว้สำหรับบรรทุกสัมภาระโดยเฉพาะ ไอเดียดีมากๆครับ
.
อากาศวันนี้แแจ่มใสมาก ผ่านทิวเขาสวยงาม อนุสาวรีย์.. โบสถ์...แล้วสักเที่ยงก็แวะจอดให้ทานอาหารและเข้าห้องน้ำที่ภัตตาคารใหญ่แห่งหนึ่ง....
.
รูปภาพ
.
มีกับข้าวให้ทานกับข้าวหรือขนมปัง ราคาไม่แพง แต่ไม่ต้องรสนิยมเราเลย จึงขอบาย...
.
ผ่านด่าน ตม. 2 แห่ง ใช้เวลาพอสมควร แล้วประมาณ 5 โมงกว่าเกือบ 6 โมงเย็น รถก็เข้าเทียบท่ารถเมืองทีราน่า...
.
โชคดีมากครับ หนุ่มแท๊กซี่ Eddy-เอ็ดดี้ รอที่ทางลงรถแล้ว และเมื่อเราบอกความประสงค์ว่า... อยากรู้เวลาและราคาของรถที่จะไป เมือง Sofia-โซเฟีย Bulgaria-บุลแกเรีย ในอีก 4 วันข้างหน้า..... เค้าก็พาเราข้ามไปที่ห้องแถวหมายเลข 8 ทันทีที่ถ่ายภาพกับคนขับเสร็จ...
.
ซึ่งที่นี่เอง เจ้าหน้าที่สาวบอกเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า วันที่ 3 เมษา มีรถเที่ยวเย็น 6 โมงครึ่ง ถึงจุดหมาย 6 โมงครึ่งเช้าอีกวัน... แต่วันที่ 4 รถออกเที่ยง ถึงที่ 5 ทุ่มกว่า (มีวันละเที่ยวเดียว)...
.
ผมถามว่าต้องจองตั๋วหรือเปล่า เธอบอก "ฤดูนี้ มาก่อนเวลาซักครึ่งชั่วโมง ก็ไม่มีปัญหา ได้ไปแน่นอน...." ก็สบายใจ คือยังไงคงหนีรถเที่ยวค่ำไปไม่พ้น ด้วยเรื่องที่จะให้ถึงจุดหมายช่วงก่อนเที่ยงคืนนั้น ยังไงเราคงไม่เอา และคงเข้าโฮสเต็ลลำบาก...
.
รูปภาพ
.
เอ็ดดี้ ดูเหมือนจะเป็นเจ้าถิ่นย่านนี้ นำแท๊กซี่เบ้นซ์มารับเราด้วยค่ารถ 4 ยูโร และชวนคุยตลอดทางว่า น่าจะเที่ยวที่ไหนบ้างพร้อมมอบนามบัตรให้เผื่อสนใจ
.
ครู่หนึ่ง ก็มาถึงซอยเล็กๆที่มีบ้านพัก Buff Hostel อยู่ต้นซอย กดกริ่งแล้ว Stavri-สตาร์วี่ เจ้าของ และ Haider ลูกน้องชาวโคลัมเบีย ออกมาต้อนรับ และขนของไปให้ที่ชั้น 3 ซึ่ง.....
.
เราได้รับการ อัพเกรด เป็นห้อง Attic-ใต้หลังคา กว้างใหญ่มีห้องน้ำส่วนตัว (ทั้งๆที่เราจองแบบห้องน้ำรวม) พร้อมบอกเราว่า กลางคืนค่อนข้างหนาว ได้จัดผ้าห่ม 2 ชั้นให้เป็นพิเศษแล้ว
.
คุณนายจ่ายเงินค่าห้องเท่าที่จองมาให้เค้า...ถามถึงร้านค้าร้านอาหารต่างๆ เค้าบอกสบายมาก มีทั้งร้านฝั่งตรงข้ามที่ขายพิซซ่า 2-3 ร้าน และ ซุปเปอร์มาร์เก็ต Spars ใกล้แค่ 100-200 เมตร ส่วนร้านแลกเปลี่ยนเงิน ก็ถัดไปนิดเดียวและเค้ายินดีไปแลกให้ตอนนี้ เราไม่ต้องขึ้นลงลำบาก...
.
คุณนายฝากให้ช่วยแลก 100 ยูโร สตาร์วี่บอกว่า "เมืองนี้ของถูกมากนะ ผมว่าแลกซัก 50 ยูโรก่อนแล้วกัน ถ้าไม่พอค่อยแลกเพิ่ม" น่ารักมากครับ.....
.
ซึ่งหลังจากนั้น เค้าก็นำเงินอัลบาเนียที่เรียกว่า Lek-เลค มาให้พร้อมใบเสร็จ ได้ยูโรละ 124.7 Lek=เลคละ 30-35 สตางค์ ครับ
.
ในภาพคือ Matilda-แมททิด้า เจ้าหน้าสต๊าฟฟ์อีกคนซึ่งสดใสมาก นำแผนที่มาแนะนำจุดสำคัญต่างๆในวันต่อมา.....
.
และ ห้องของเราครับ
.
รูปภาพ
.
ป้ายคำเตือนในห้องน้ำคือ ...อย่าทิ้งทิชชู่ลงในโถ (ตรงกันข้ามกับญี่ปุ่น ที่ขอให้ทิ้งในโถ แถมมีคำเตือนเป็นภาษาไทยด้วย)....รักษาห้องน้ำให้แห้ง...อย่ายองๆบนที่นั่งโถ...ใช้กระดาษอย่างประหยัด....
.
ณ ที่นี่ อยากเรียนด้วยความภูมิใจว่า ขดเหล็กทำน้ำร้อนของเยอรมันที่เราซื้อจากร้านวีรสุ ถนนวิทยุ ราคา 700 กว่าบาทเมื่อ 10-12 ปีก่อนและเราพกติกกระเป๋าไปทุกแห่งนั้น ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ก็ยังใช้ได้ดีอยู่เสมอและน่าจะยังอีกนานครับ
.
โต๊ะนั่งภายในห้อง และเจ๊เรณู จากละคร "กรงกรรม" ที่โหลดจากยูทูปลงแท็บเล็ต S4 ได้ทันทีเช้าวันต่อมา (เมืองไทยต้องรออีก 2 วัน) คือช่วงทานชา-กาแฟ-ของหวาน ที่สุดแสนจะรื่นรมย์ของคุณนายเคทเค้าครับ และ...
.
เที่ยวหน้าหนาวสำหรับวัยรุ่นอย่างเรา... วิคส์-Vicks Vaporub ต้องมีติดตัวคนละขวดใหญ่ ใช้ทาหน้าอก ลำคอ และจมูก ก่อนนอนและหลังอาบน้ำตอนเช้าครับ
.
รูปภาพ
.
ห้องครัว และ โต๊ะห้องอาหาร ที่เป็นส่วนกลางเอนกประสงค์ด้วย
.
และนี่คือ รีวิว ที่เรามอบให้ Buff Hostel ด้วยความยินดีเป็นที่สุดครับ
.
---------------------------------------------
.
สวรรค์ในบ้านของเรา ณ ทีราน่าครับ เพราะที่นี่ว่าไปก็เสมือนหนึ่งบ้านหรือวิมานของเราเอง ที่ได้รับการอัพเกรดให้พำนักในห้องใต้หลังคาที่กว้างใญ่ เงียบสงบ มีเครื่องทำความร้อน พร้อมผ้าห่มหนา 2 ชั้น ที่ทำให้เราหลับสบายทุกเวลา
.
ทำเลเยี่ยมมาก เพราะใกล้แหล่งท่องเที่ยวทั้งมวล ทั้งร้านอาหาร ร้านแลกเปลี่ยนเงินตรา ซุปเปอร์มาร์เก็ต และที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ ความช่วยเหลือและให้บริการจากตัวเจ้าของและสต๊าฟฟ์ คือ สตาร์วี่ เฮดเดอร์ และ แมททิด้า ที่มีต่อเราสองแม้ก่อนการเรียกร้อง ขอบคุณและรักทุกคน
.
------------------------------------------------
.
รูปภาพ
.
ร้าน พิซซ่าและอาหารอิตาลี Grand Tenero ที่อยู่ห่างโฮสเต็ลไม่ถึง 100 เมตร ที่เราสั่งพิซซ่าหน้าพิเศษขนาดใหญ่เท่าส้มตำถาด ราคา 640 เลค (220 บาท) จาก พนักงานชื่อ Yeli-เยลิ ....หิ้ว Take away กลับมาทาน (ไม่หมดในคืนแรก) ที่โฮสเต็ล....และขนมหวานร้าน Thethi ตรงข้าม หลายอย่างประมาณ 10 ชิ้น 540 เลค (190 บาท) ซื้อเพียงครั้งเดียว แต่ทานหลายวัน เพราะหวานโฆษๆอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ซุปเปอร์มาร์เก็ต สปาร์ส ที่อยู่แค่ 200 เมตรปากซอย ใกล้ๆกันคือร้านแลกเปลี่ยนเงิน ถัดไปก็เป็นจัตุรัส Pazari i Ri-พาซ่าร์ อิริ ที่มีตลาดใหม่ใหญ่โตและสะอาดทันสมัย เป็นที่สุด
.
รูปภาพ
.
นี่คือ Markata E Peshkut ที่มีหุ่นไม้นกกระยางหลายมุมรวมทั้งบนเสาด้วย...
.
และที่นี่แหละครับ ที่เราขออนุญาตแนะนำ ร้านอาหารตะวันออกกลาง-Middle East Food ที่ยอดเยี่ยม และเราทานถึง 2 มื้อด้วยกันในวันที่สอง และวันสุดท้ายก่อนกลับ ชื่อ Inshanoo-อินชานู ที่แปลว่า "คลั่ง (ความอร่อย)" ครับ
.
ร้านใหม่สาขานี้เพิ่งเปิดได้ไม่ถึง 2 เดือน หะรูหะรา สะอาด อาหารดี ราคาไม่แพงครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Roman-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 10/05/2019 7:52 pm

รูปภาพ
.
อาหารสำหรับคนไม่ทานเนื้ออย่างเรา คือ สลัดรวม ไก่ผัดพริก ซุปผักโขม ซุปไก่ ขนมปังร้อนนุ่ม (น้ำส้มของเราเองแต่เค้านำแก้วเปล่ามาให้) เยอะมากทุกอย่าง ราคาแค่ 1300 เลค (450 บาท)
.
ถ่ายภาพกับ สตีเว่นส์ ผู้จัดการร้าน ที่ขอให้เราช่วยโปรโมทให้ที่ Tripadvisor หน่อยเพราะเป็นร้านใหม่ ซึ่งเราเต็มใจเป็นอย่างยิ่งครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือ รีวิวของเรา เพื่อ สตีเวนส์ ครับ
.
---------------------------------------
.
ร้านอาหารใหม่ยอดเยี่ยมที่ห้ามพลาด
.
เราลองทานอาหารใน ทีราน่า หลายแห่งและ อินชานู จัดว่ายอดเยี่ยมที่สุดที่เราไม่ยอมพลาดการทานรอบสองก่อนลาจาก
.
ในฐานะคนไทย เราไม่ทราบชื่อทางการหรอกครับว่า แต่ละจานที่เราทานคืออะไร ทราบแต่ว่าเป็นไก่และเครื่องในผัดเผ็ดที่ปรุงมาได้กลมกล่อมยิ่ง ซุปผักโขมครั้งแรก และซุปไก่ครั้งที่สองก็อร่อยมากเมื่อทานกับขนมปังนุ่มร้อน สลัดรวมก็ถูกปากและสดมาก
.
พิเศษสุด คือสถานที่ที่มีบรรยากาศชั้นหนึ่งและพนักงานที่แสนสุภาพถือเป็นคะแนนบวกมากมาย
.
สรุปคือ เรามีความสุขมากกับร้านอาหารในตลาดใหม่เอี่ยมแห่งนี้ และจะกลับมาอีกครั้งแน่นอน
.
---------------------------------------
.

รูปภาพ
.
ส่วนร้าน Mullixhiu-มูลิชิว นี้เป็นร้านดังที่แนะนำโดย แมททิด้า สต๊าฟฟ์โฮสเต็ล ที่อยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบและอุทยานประจำเมือง ซึ่งโชคดีมากที่เราไปก่อน 11 โมงเล็กๆ เพราะยังไม่ทันเที่ยงลูกค้าก็เต็มร้านแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ที่นี่ดังมาก คือมีแป้งข้าวโพด ปรุงเองให้ชมเป็นขวัญตาในร้านเลยว่า ขนมปังและเส้นมักกะโรนีของที่นี่คุณภาพเจ๋งปานใด มีน้ำผลไม้หวานชื่นแจกฟรีให้ดื่มก่อนด้วย
.
รูปภาพ
.
เมื่อไม่ทานเนื้อ เค้าก็เลยเลือกให้เป็น เป็ดจานนึง สลัด 2 จาน ผักฟองเต้าหู้ (ทำจากอะไรไม่ทราบ) และซุปไก่ กับขนมปังหลายแบบ 1 ตะกร้า...สำหรับเพื่อนๆที่ชอบอาหารฝาหรั่งจุ๋มจิ๋มแบบมิชลิน อาจจะชอบ แต่สำหรับเรา ถือว่างั้นๆ ได้ความเท่ที่มาทานร้านดังอย่างเดียว แลกกับเคเอฟซีก็ไม่ย้อมไม่ยอม 555
.
มีของหวานเป็นน้ำผลไม้หวานใส่โถชา มีฝอยทองวางข้างบนให้ทานตบท้ายโดยแนะนำว่าต้องยกทานอย่างที่เห็นด้วยครับ...ส่วนบิลใส่มาในกล่องลวดลาย ..มื้อนี้ 2000 เลค คือ 700 บาท...สนใจเรียนเชิญนะครับ
.
รูปภาพ
.
อีกร้านที่อยู่ ใจกลางเมือง-Central Albania เป็นร้านฟาสต์ฟู้ด ขวัญใจชาวทีราน่า Mr.Chicken-นายไก่ ที่จำหน่ายอาหารตรุกี ประเภท เคบับ และจานเด็ดต่างๆที่ทำด้วยไก่โดยเฉพาะ ราคาไม่แพง แต่รอนานนีสส์นุงครับ
.
รูปภาพ
.
ร้าน Stephen Center นี้ อยู่หัวมุม จัตุรัส Pazari i Ri-พาซ่าร์ อิริ ที่มีเรื่องเล่าประกอบนิดหน่อยดังนี้...
.
เช้าวันที่ 3 มีนาคม ที่เราจะเดินทางจาก ทีราน่า ไป โซเฟีย ด้วยรถทัวร์เที่ยวดึก พอซักเที่ยงที่เรานั่งคุยกับ Fatlum-ฟัดลุ่ม หน้าตาฝาหรั่งจ๋า แต่เป็นอาจารย์ที่เรียนภาษาจีน มาจากโคโซโว เพื่อสัมนา 1 สัปดาห์ และปีหน้าจะไปทำงานที่ประเทศจีน เพราะเค้าบอกว่า เศรษฐกิจที่โคโซโวแย่มาก ห้างใหญ่ที่เห็นเมื่อก่อนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ทุกคนรายได้ดีมาก แต่ตอนนี้แย่ผุดๆ .....เค้าจะกลับคืนนี้เช่นกันแต่ไปก่อนเรา 3 ชั่วโมง
.
พอใกล้เที่ยง คุณนายลงมาข้างล่างเพื่อออกไปทาน Lunch...ผมเลยชวนเค้าไปด้วยตามมารยาท และเค้าก็พับสมุดขยับตัวฉับพลัน เล่นเอาผมใจหายแว๊บ เพราะไม่นึกว่าเค้าจะไปจริงๆ .....แบบว่า ส่วนตัวเราไม่ชอบทานอาหารกับคนอื่น (ที่สำคัญคือ เราไม่มีจุดหมาย และเลือกร้านทาน เสียเวลามาก มีใครไปด้วยกลัวเค้ารำคาญ) จึงรีบพูดว่า "It's okay, okay,-ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร" ทำนองว่าเค้าอาจไปเพราะเกรงใจเรา พร้อมโบกมือบ๊ายบาย (แย่ไปเลยผม นึกว่าเค้าจะปฎิเสธซะงั้น)
.
เพราะฉะนั้น ขากลับ ก็เลยแวะร้าน สตีเฟ่นเซ็นเตอร์ ที่น่าจะขายแพงกว่าร้านอาหารอิตาลี Grand Tenero เจ้าประจำของเรา และได้พิซซ่าขนาดกลาง (เล็กแค่ครึ่งเดียวของถาดใหญ่ที่เคยซื้อ) ราคา 550 เลค=200 บาท ใส่กล่องกลับไปฝาก ฟัดลุ่ม ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ซึ่งเค้าอภิเชษฐ์มากครับ
.
ระหว่างถ่ายรูปมุมต่างๆในร้าน คุณป้าที่นั่งกับสามีในร้านขอถ่ายภาพเราและเราถ่ายภาพเธอคู่กับคุณนายด้วย
.
รูปภาพ
.
6 ภาพบนคือเครื่องประดับของร้านพิซซ่าที่ว่า....
.
และภาพล่างคือช่วง 4 โมงเย็นที่เราเตรียมตัวไปท่ารถ โดยฟัดลุ่ม-ชื่อจีนว่า 李幸泽-หลี่ซิ่งเจ๋อ โชว์ภาษาจีนที่เค้าเขียนตัวอักษร "เปียงเปียง" ในมือถือ ที่เป็นการรวมพยัญชนะหลายตัวเป็นตัวเดียวกัน ใช้สำหรับ เปียงเปียงเมี่ยน-ก๋วยเตี๋ยวเปียงเปียง ที่เมืองซีอาน มณฑลส่านซีครับ
.

รูปภาพ
.
การท่องเที่ยวในเมืองทีราน่า ปรกติใช้เดินเท้าเอา แต่เมื่อรู้สึกเมื่อยและอยากนั่งรถกลับ ก็สามารถใช้รถประจำทางได้ ค่ารถคนละเที่ยวละ 40 เลค คือ 14 บาทครับ
.
รูปภาพ
.
เย็นวันนั้น เราก็นั่งแท๊กซี่เบ้นซ์ที่เค้าเรียกให้พร้อมบอกว่า 500 เลค (175 บาท) นะตัวเอง...โดยที่กระเป๋าเรา มีโน๊ตของ ฟัดลุ่ม เสียบไว้ว่า "ขอให้เดินทางปลอดภัย ดีใจมากที่ได้รู้จักคุณทั้งสอง" เป็นภาษาจีนครับ...น่ารักมากเลย
.
รูปภาพ
.
ถึงท่ารถ ซื้อตั๋วคนละ 40 ยูโรเสร็จ ก็เตรียมขึ้นรถ ซึ่งมีผู้โดยสารแค่ 8 คน โดย...
.
ก่อนหน้านั้น ขอถ่ายภาพ ลุงป้า ที่บ้านอยู่แถวนั้น ออกมานั่งเล่นที่ท่ารถด้วย เพื่อเป็นหลักฐานว่า อนาคตเราสองคงไม่แคล้วเป็นเช่นนี้แน่ เมื่อเดินทางไปไหนไม่ไหวแล้ว อิอิ
.
เดินทางด้วยรถทัวร์ โดยเฉพาะยามกลางคืน อย่าลืมหูฟังเด็ดขาดนะครับ เพราะเด็กน้อยน่ารักคนนี้ ตะโกนร้องไห้ เกือบตลอดทางเลย สงสารคนเป็นแม่มาก.... แม่นี่มีบุญคุณอันใหญ่หลวงจริงๆครับ เพราะไม่ต้องหลับต้องนอนเลย.....ในขณะที่คนอื่น (ยกเว้นคนขับ 2 คนที่สลับกัน) หลับปุ๋ยไม่รู้เรื่อง 555
.
ขอบคุณที่ติดตาม และเตรียมพบกับข้อมูล บุลแกเรีย-Bulgaria ตอนสุดท้ายเร็วๆนี้ครับ
.

รูปภาพ
.
อีกครั้งครับ...
.
อยากหลีกหนีโลกสับปลับของการเมืองในสื่อโซเชียลสัก 4-5 ชั่วโมงกว่าๆ เพื่อทดแทนด้วยงานศิลป์ประเทืองปัญญาดีๆที่มีข้อคิดลึกซึ้งทั้งสไตล์ "Simple-เรียบง่าย" และ "Stressful-ครุ่นคิด" ละก็...
.
ภาพยนต์เรื่อง It's a Wonderful Life ที่ออกฉายเมื่อปี คศ.1946 https://imdb.to/2E1pyYl (มีฉบับสีที่ไม่ใช่ต้นฉบับขาวดำด้วย) และ
.
After Life หรือ Wandafuru raifu ที่ออกฉายในปี คศ. 1998 https://imdb.to/2VWR1Vm
.
คือคำตอบครับว่า.....
.
ชีวิตเรามีคุณค่ายิ่งนัก และ เราสามารถที่จะทำให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้นไปอีกได้อย่างไร...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/05/2019 10:54 am

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
Sofia, Provdiv, Bulgaria--การเดินทางไปต่างเมือง...บุลแกเรีย
.
14 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
ในที่สุด เราก็มาถึงภาคข้อมูลตอนสุดท้ายของ "ทริป ทรานซิลเวเนีย-บอลข่าน 38 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม ถึง 14 เมษายน 2562" จนได้ในอีก 1 เดือนถัดมา....
.
ไม่น่าแปลกใจเลยนะครับว่า ทำไมทริปอื่นๆถึงรีวิวได้กะปริดกะปรอย ไม่รู้จักจบเสียที... หลายแห่งโดยเฉพาะในยุโรป เขียนได้นีสส์เดีย ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะได้เขียนต่อ...
.
นั่นคือสาเหตุที่คราวนี้ ขออนุญาตว่าด้วยเรื่อง "ข้อมูล" ก่อนเป็นสำคัญ ส่วนเรื่อง "เที่ยว" โดยเฉพาะตามเมืองดังๆนั้น เพื่อนๆน่าจะหาได้จากในเว็บอยู่แล้ว เอาเป็นว่า... เดี๋ยวเมื่อไหร่มีเวลา ค่อยขอรีวิวแหล่งท่องเที่ยวในทริปนี้ก็แล้วกันนะครับ
.
รีวิวอัลบั้มนี้ เป็น "เรื่องข้อมูลเกี่ยวกับ บุลแกเรีย" โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นตอนท้ายของทริประหว่างวันที่ 4 ถึง 9 เมษายนด้วยกัน ซึ่งเราได้ไปสถานที่ต่างๆมากมายด้วยคาดไม่ถึงมาก่อนว่า ทุกอย่างจะดีงามน่าเที่ยวกระไรปานนั้น....
.
จึงไม่เพียงแค่ต่อเวลาให้ยาวนานขึ้นจากที่แพลนไว้ ยังได้ไปจุดสำคัญๆของแต่ละเมืองด้วยความตื่นเต้นเป็นที่ยิ่งด้วยครับ
.
.
ในภาพคือ The Biggest Christian Orthodox Monastery on the Balkans and The Most Influential Spiritual Centre in Bulgaria: Rila Monastery-พระอารามคริสเตียนออร์โธด็อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในแถบบอลข่าน และทรงอิทธิพลยิ่งใน บุลแกเรีย คือ พระอาราม ริลา หรือ The Monastery of Saint John of Rila-พระอารามของเทพจอห์นแห่งเมืองริลา ที่ในภาษาท้องถิ่นคือ Ivan Rilski-อีวาน รีลสกี้.....
.
ที่นี่แหละครับ ท่านผู้โชม ซึ่งในเว็บฝาหรั่งถึงขนาดว่ากันว่า "มาบุลแกเรีย ถ้าไม่มีเวลามากพอ แค่ได้ไปพระอารามริลาเพียงแห่งเดียว ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวแล้ว" ครับ :-)
.
รูปภาพ
.
ตอนที่แล้ว (http://bit.ly/2VFIG9r) เราจบลงตรงที่นั่งรถทัวร์คันเบ้อเริ่มแค่ 8 คนจากเมือง ทิราน่า อัลบาเนีย-Tirana, Albania ตอน 6 โมงครึ่งเย็น จนกระทั่งผ่านด่าน ตม. อันเชื่องช้าจนอยากจะตะโกนบอกเค้าไปว่า "เราเป็นเพื่อนโชคนะ ไปได้ยัง ฮึ่ม" ฮี่ฮี่....
.
ตลอดทางซึ่งนอกจากถนนไม่ดีมากเหมือนที่อื่นๆแล้ว ยังต้องใช้หูฟังเกือบตลอดเวลาที่อยู่บนรถ เพราะเจ้าหนูน้อยน่ารักคนนั้น ที่ดูท่าค่อนข้างไฮเปอร์ตะโกนโน่นร้องนี่แบบไม่มีเว้นวรรค จนอดสงสารคุณแม่เค้าเต็มประดาไม่ได้...รายละเอียดอื่นๆผมเขียนไว้แล้วดังนี้ครับ....
.
---------------------------------------
.
คืนวันที่ 3 เมษายน เราก็ต้องจับรถบัสเที่ยวกลางคืน ออก 6.30 ค่ำ (ซึ่งมีวันละเที่ยวเดียว ถ้าออกเช้า 6.30 น. ในวันถัดไป ก็ถึง 4-5 ทุ่ม...อั้วหม่ายยย) ถึง เมืองโซเฟีย บุลแกเรีย-Sofia, Bulgaria 6.30 เช้าอีกวัน...
.
จึงนับเป็นการเดินทางที่เปลืองเวลามากๆ ซึ่งหากเราไม่เคยเดินทางด้วยรถบัสยาวยืดอย่างนี้และกว่านี้ใน สแกนดิเนเวีย มาก่อน ก็คงเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันเป็นแน่ เพราะสภาพรถแม้จะเป็นรถทัวร์ใหม่ของที่อัลบาเนีย แต่ก็ยังห่างชั้นจากรถทัวร์มีระดับของสแกนดิเนเวียหลายขุมครับ...
.
การเดินทางจาก เมืองหลวง ทีราน่า อัลบาเนีย มายัง เมืองหลวงโซเฟีย บุลแกเรีย นั้น เส้นทางดีมีเพียงหน่อยเดียว (เกือบคนละทางกับที่เรามาจาก สโกเปีย) ที่เหลือแคบบ้าง คดเคี้ยวบ้าง มืดตื้ดตื๋อบ้าง ไม่ผิดจากเส้นทางต่างจังหวัดเปลี่ยวๆที่เราเคยผ่านมาในบ้านเรา....
.
แต่เรื่องความปลอดภัย ไม่มีปัญหา ด้วยเพื่อนเดินทางประมาณ 10 คน (รวมคนขับ 2 คน ที่เปลี่ยนมือกันทุก 4 ชั่วโมง และ จอดแวะให้เข้าห้องน้ำห้องท่าแทบทุก 2 ชั่วโมง) ทว่า...
.
ความน่าเบื่อหน่ายที่อาจเกิดขึ้นได้สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย ก็คือ ด่าน ตม.ก่อนออกจากอัลบาเนียนั้น ใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่ง.....ใช่ครับ เกือบชั่วโมงครึ่ง เพราะ...
.
รถต้องเข้าไปในช่องที่สามารถตรวจใต้ท้องรถได้ (เหมือนตามปั้มเวลาเราเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง) เพื่อตรวจสอบว่ามีของผิดกฎหมายซุกซ่อนที่ไหนหรือเปล่า...ต้องขนของออกเปิดกระเป๋าตรวจ (ของเราโชคดีเค้าให้ผ่านไปได้ เพราะคงด้วยความหีบห่อดีฝีมือคุณนาย และรอยยิ้มหวานฉ่ำของสาวนักท่องเที่ยวจากไทย 555) ในขณะที่ของคนอื่น 2 รายถูกคุ้ยกระจาย ซักเรื่องเอกสารยาวเหยียดและ ยังครับ ยังไม่จบแค่นั้น...
.
ผ่านด่านตรวจของแล้ว ยังต้องเข้าซองเหมือนตอนผ่านทางด่วนอีกที และเจอแบบเดียวกันจากเจ้าหน้าที่อีกชุด ด้วยวิธีการแบบเดียวกันเปี๊ยบ ต้องออกจากรถเหมือนกัน ดีที่คนขับช่วยยกสัมภาระเข้าออกให้ ไม่งั้นเราแย่ แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เหลือเพียงข้อกังขาในใจนิดหน่อยว่า...
.
เอ..แล้วพวกนักเที่ยวต่างชาติที่เช่ารถขับกันเอง ผ่านด่านยากไหม? ...แม้มีจีพีเอสกำกับ แต่จะต้องเสียเวลาคลำหาทางที่ถูกที่ควร และที่จอดรถอย่างไรกัน.... ไม่นับความเมื่อยขบจากการขับรถในดินแดนที่เป็นของใหม่เสียทั้งหมด (ซึ่งน่าจะไม่เสี่ยงขับกลางคืนเป็นแน่) แล้วจะเหลือเวลาที่ไหนเที่ยวๆกันหนอ? เพราะหน้าที่ของเราเวลาเดินทางไกล ก็แค่ขึ้นรถ แล้วก็นอนก็หลับเท่านั้นเอง เวลาที่เหลือใช้ยานพาหนะสาธารณะและเดิน เดิน เดินเป็นหลักเท่านั้น
.
อ้อ....ค่ารถบัสสำหรับ 12 ชั่วโมง (ได้แถมอีก 1 ชั่วโมง ถึงเช้าวันที่ 4 ตอน 7 โมงครึ่งพอดี อิอิ) แพงหน่อยคือ คนละ 40 ยูโร (1,450 บาท) กับผู้โดยสารที่มีแค่ 8 คนไม่เกิน ไม่ทราบเหมือนกันว่า บริษัททัวร์เค้าจะคุ้มหรือเปล่านะครับ
.
-----------------------------------------
.
รูปภาพ
.
แล้วรถก็นำเรามาถึงท่ารถบุลแกเรีย ในส่วนที่เป็นท่ารถทัวร์ของบริษัทเอกชนต่างๆดังที่เห็นในภาพครับ
.
ปัญหาของเราตอนนี้ก็คือ จะหาแท๊กซี่ตรงไหนที่ไม่ฟันเราบ้าง? เพราะในเมล์ของโฮสเต็ลก็เขียนเพียงว่า....
.
"Distance to the hostel: 2.5 km, an honest fare is 0,80 Lv/km (written on a sticker on the cab window). The total fare should be no more than 5 leva.
.
--ระยะทางจากท่ารถบัสถึงโฮสเต็ลแค่ 2.5 กม. ราคาที่ไม่โกงคือ กม.ละ 80 เลฟ (ซึ่งมีสติ๊กเกอร์ติดไว้ที่หน้ารถ) ค่ารถแพงสุดไม่เกิน 5 เลฟ (เลฟละครึ่งยูโร หรือประมาณ 18.5 บาท=92.50 บาท)"
.
ผมประทานกราบเรียนให้คุณนายผู้สะโหลสะเหล ไปเข้าห้องน้ำก่อน (ข้างห้องน้ำมีที่แลกเงินพอดี) แล้วกลับมาเฝ้าสัมภาระ ส่วนผมก็เดินตระเวณหารถแท๊กซี่ ซึ่งมีคนบอกว่า ต้องไปที่ท่ารถใหญ่ของทางการประมาณ 200 เมตรโน่น และผมเคยเขียนเล่าไว้เช่นกันว่า....
.
------------------------------------------
.
แท๊กซี่ของ บัลแกเรีย ก็เช่นกันครับ ห้ามขึ้นรายที่โชเฟอร์มาหาเราเด็ดขาด เพราะฟันแน่ๆ อย่างน้อยๆก็ราคาเป็นเท่าด้วยมิเตอร์ปลอม แม้จะติดป้ายราคาและมาจากบริษัท OK Taxi เช่นกันก็ตาม...
.
วิธีที่ถูกคือ เดินไปหาที่รถแท๊กซี่โอเคที่จอดเป็นคิวยาว ในคิวที่เมล์ของ ที่พัก (Hostel) สอนว่า ห้ามใช้ที่สถานีรถไฟ Central Station เด็ดขาด แต่ให้ไปที่ ท่ารถบัสที่อยู่ห่างกันแค่ 200 เมตรนั้น....
.
ผมเคยสอบถามสถานที่และให้เค้าคำนวณว่าประมาณ เท่าไหร่ (คือแพงกว่าปรกติซักเท่าตัวก็ไม่เป็นไร เพราะราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับที่อื่น) ปรากฏว่า บอกมากถึง 4-5 เท่าทั้งนั้น (คือที่ที่ Hostel เขียนว่า ไม่เกิน 5 เลฟ พี่แกลุงแกบอก 20-25 เลฟทั้งนั้น พอบอกว่าในเมล์บอกแค่ 5 เลฟ ต่างก็ชี้ให้ไปขึ้นรถรางรถบัสโน่น เพราะล้วนแต่พูดอังกฤษไม่ได้ทั้งนั้น....)
.
แล้วจะทำอย่างไรเล่าครับ ทีนี้...
.
5555....คติธรรม "ด้านได้อายอด" ของเรานี่ได้ผลจริงๆครับ .....
.
ในที่สุด ผมก็เลือกวิธีเดียวกับคนบัลแกเรียอื่นๆ คือ.....เดินไปถึงคิวรถ แล้วก็เปิดประตูขึ้นนั่งเลย ส่งมือถือให้ดูว่าไป โฮสเต็ลโน่นนี่นั่น เค้าก็พยักหน้า แล้วผมก็ชี้มือให้อ้อมไปรับคุณนายและสัมภาระอีกที่ แล้วค่อยนั่งรถไปด้วยกันชนิดตามองมิเตอร์ตลอด (ใช่ครับ ห้ามมิให้เค้าเห็นสัมภาระก่อนขึ้นรถเด็ดขาด 555) ....
.
ปรากฏว่า ถึงที่ แค่ 4.70 เลฟเท่านั้น ก็เลยทิปเป็น 5 เลฟไป ยิ้มแป้นช่วยขนของลงเลย.....ปลาตายน้ำตื้นจริงๆเลยผม
.
-------------------------------------------------------------------------
.
เรื่องของเรื่องก็เป็นเช่นนี้แหละครับ ท่านผู้โชม อิอิ
.
รูปภาพ
.
รถจอดหน้าประตูโฮสเต็ล คนขับชี้ให้เราดูป้ายที่ติดข้างฝา เมื่อเห็นว่าใช่ Hostel Mostel ที่จองไว้แน่แล้ว เราก็ลงรถและนำสัมภาระออกมาหน้าประตู พร้อมกดออดเรียกตามที่เค้าบอกในเมล์ ครู่หนึ่ง (เมื่อเค้าดูจากกล้องวงจรปิดภายในแล้วว่าไม่ใช่โจรกะเหรี่ยงมาบุกแต่เช้า 555) ประตูก็เปิดออก......
.
คุณนายบอกให้ทิ้งสัมภาระไว้หลังประตูก่อน...ว่าแล้วก็เดินฉับๆเข้าไปข้างในที่เป็นบ้านหลังใหญ่ มีลานจอดรถกว้างขวาง เปิดประตูเข้าไป และยิ้มขอให้หนุ่มสต๊าฟฟ์ออกมาช่วยลากกระเป๋าเข้าไปข้างใน...พักตร์มังสาหทัยพยัคฆา เจงๆ
.
บรรยากาศอบอุ่นมากทีเดียวครับ พนักงานทุกคน (มีหลายคน) น่ารักมาก สมแล้วที่ได้อันดับหนึ่งติดต่อกันมาหลายปี แต่เราในวัยนี้ รู้สึกว่าสถานที่ออกจะชุลมุนเล็กน้อย เพราะทุกคนกำลังง่วนทานอาหารเช้ากันอยู่อย่างขะมักเขม้น (ซึ่งทานฟรี แถมมื้อเย็นก็ยังฟรีอีกด้วย แม่เจ้า)
.
แต่ไม่เป็นไรครับ ทราบจากเมล์แล้วว่า ที่พักของเราอยู่อพาร์ตเม้นท์ต่างหาก ที่ต้องเดินไป 5 นาที และเค้าบอกก่อนในเมล์แล้วว่า "ที่นี่รีเซฟชั่น 24 ชั่วโมง และไม่ต้องห่วงเรื่องสัมภาระ มีคนช่วยขนลากไปให้..." 5555
.
เพื่อนๆเห็นบ้านไม้เก่าๆในภาพ แล้วอาจจะไม่ค่อยสบอารมณ์ใช่ไหมครับ แหะ แหะ...
.
อย่าได้ปรามาสกันเชียวล่ะ.... เพราะเมื่อเราเข้าไปข้างใน ก็เห็นป้ายติดข้างฝาเด่นชัดเลยว่า บ้านนี้คือ "The Old Inn-โรงเตี้ยมเก่า" ที่สร้างขึ้นโดยครอบครัวชาว กรีก-Greek ตระกูลหนึ่งตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 สำหรับนักเดินทางชาวเอเธนส์แห่งประเทศ กรีซ-Greece โดยเฉพาะ....
.
ครั้งคอมมิวนิสต์บุก บุลแกเรีย ในเดือนกันยายน คศ.1944.... ที่นี่ก็ถูกยึดครองและแปรเปลี่ยนเป็นสำนักงานเทศบาล โดยผู้เป็นเจ้าของต้องลี้ภัยกลับไปประเทศกรีซ
.
ปี คศ. 1985 บ้านหลังนี้ถูกบันทึกให้เป็นมรดกวัฒนธรรมโลกแห่งหนึ่ง และทางการได้ปรับปรุงใหม่โดยคงสภาพภายนอกและส่วนต่างๆให้เหมือนเดิมแทบทุกประการ แถมช่วงหนึ่ง ยังถูกใช้เป็นโรงละคร "Renaissance-เรเนซ็องส์" ของทางการด้วย
.
ในยุคประชาธิปไตยถัดมา ที่นี่ถูกดัดแปลงเป็นสำนักงานต่างๆของทางการรวมทั้งเป็นศูนย์ศิลปะร่วมสมัย "XXL" แห่งหนึ่ง
.
โฮสเต็ลโมสเต็ล ย้ายเข้ามาดำเนินงานตั้งแต่ปี คศ.2007 เพื่อให้เป็นที่พักราคาประหยัด สะอาด เป็นมิตร และปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา.....ปานนั้นเชียวครับ
.
รูปภาพ
.
ในภาพคือธนบัตรนานาชาติที่มอบให้ที่นี่เป็นที่ระลึก โดยมีแบ้งค์ 20 ของไทยรวมอยู่ด้วย
.
ภาพการ์ตูนบนโต๊ะรีเซฟชั่น บอกชัดเลยว่า พนักงานคนไหนมีชื่อเรียกว่าอะไร โดยผู้มีอำนาจสุดชื่อ Madi และที่เราสนิทสนมที่สุดคือ T.O. ชุดปลาหมึก ที่ชื่นชอบเราตั้งแต่วันแรก คือ....
.
เมื่อผมเห็นสตรีวัยกลางคนผิวคล้ำนางหนึ่งที่ไม่ได้จองมาก่อน ออกท่าเย่อหยิ่งว่า จะขอดูห้องก่อนค่อยตัดสินใจ ราวกับที่นี่คือโรงแรมที่ต้องง้อลูกค้า แต่ทีโอก็บอกว่า "ต้องจ่ายค่าห้องก่อนครับ แล้วบ่าย 3 โมงเวลาเช็คอิน ถึงให้ดูห้องได้" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า (โดยไม่ได้บอกว่า "พักไม่พักแล้วแต่คุณ ที่นี่เต็มเกือบทุกวัน) ในขณะที่หญิงคนนั้น ก็เกรี้ยวกราดโน่นนี่นั่นตั้งนาน (หลังจากเรานั่งหลับที่โซฟาซักชั่วโมงกว่า ก็เห็นหล่อนนั่งรออยู่อีกมุมหนึ่งอย่างสงบเสงี่ยมเจียมเนื้อเจียมตัว ด้วย Nobody really care-ไม่มีใครสน)......
.
เมื่อเธอหลบฉากออกไปตอนนั้น ผมก็เลยบอกว่า "T.O. one thing for sure, I don't want to be you-ทีโอ จะบอกให้นะว่า ผมไม่มีวันยอมเป็นคุณเด็ดขาด"....
.
ทีโอหันมายิ้มให้เลยว่า "ที่แท้คุณก็อยู่ในเหตุการณ์และฟังตลอดนั่นเอง ทำไงได้ครับ กฎของที่นี่คือ ต้องมีมิตรจิตมิตรใจกับทุกคน" 555
.
ทีโอนี่แหละครับ ที่ให้ความช่วยเหลือเราดีมากๆ... มาเมื่อไหร่เป็นแวะไปหาโค๊กมาให้เรา 2 แก้วเสมอ แถมเชื้อเชิญให้เราทานอาหารเช้าเย็นตลอด (แต่ตลอด 5 วันเราก็ทานเพียง 3-4 มื้อเท่านั้น เพราะไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่) เวลาแลกเงินท้องถิ่นนิดหน่อย ก็คิดให้เราเลฟละ 20 บาทเลย และ..
.
รูปภาพ
.
ใช่ครับ ที่พักของเรา ที่เช็คอินตอนบ่าย 3 โมง (เราออกไปเที่ยวก่อน) มีหนุ่ม Banko-บังโก้ ช่วยลากกระเป๋าไปให้นั้น อยู่อีกถนนนึง เป็นอพารต์เม้นท์ที่เงียบสงบ มีโต๊ะคอมให้ใช้ (ซึ่งยุคนี้ ไม่จำเป็นเลย จึงไม่มีใครใช้)... มีโทรศัพท์ให้สอบถามหรือเรียกมาบริการหากมีปัญหา... มีทั้งหมด 4 ห้องๆอื่นๆเป็นห้องดอร์มหลายเตียง.....ของเราเป็นห้องเดี่ยวมี 4 เตียงสำหรับเราแค่ 2 คน (อยู่ 4 คนก็ได้ แต่อีกราคา 555) มีฮีทเตอร์ให้ และห้องน้ำมีหลายห้อง ซึ่งส่วนใหญ่จะว่างตลอดครับ
.
รูปภาพ
.
มีห้องครัว โต๊ะอาหาร และที่นั่งตรงระเบียงสำหรับดื่มชากาแฟรับลมด้วย
.
อย่างที่เรียนไปแล้วว่า ก่อนหน้านั้น เราจัดการออกไปเที่ยวเมืองโซเฟียนี้ก่อน ในภาพคือป้ายรถเมล์ที่ดูซอมซ่อ (แต่สวยกว่าที่ไหนน้าผมว่า อิอิ) เพราะติดโปสเตอร์ป้อมปราการอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวดังแห่งหนึ่งเบ้อเริ่มเป็นฉากหลัง และป้ายรถทั้งสองฟาก ก็อยู่หน้าโฮสเต็ลเลยครับ
.
แวะซื้อตั๋วกับบูธ นสพ.ของคุณป้า สำหรับเมืองโซเฟีย ที่ใหญ่โตกว่าหลายๆเมืองที่ผ่านมานับแต่ เบลเกรด-Belgrade ของ เซอร์เบีย-Serbia คือ มีรถราง รถบัส และรถใต้ดิน ที่ใช้ตั๋ววันราคาวันละ 4 เลฟได้ทุกอย่าง Unlimited-ไม่จำกัดเที่ยวแต่ละวัน (ไม่ใช่ 24 ชั่วโมง).... มีเพียงรถใต้ดินที่ต้องให้เจ้าหน้าที่สแกนบัตรก่อนเข้าประตูทุกครั้ง....ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อคิดว่า ค่ารถทุกอย่างปรกติเที่ยวละ 1.60 เลฟ อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
จัดการขึ้นรถรางไปที่ท่ารถก่อนเพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆ.... ป้ายรถอยู่ตรงอุโมงลอดถนน ข้ามไปเป็นสถานีรถไฟ.... เดินไปหน่อย ค่อยขึ้นไปยังท่ารถทัวร์เอกชนที่เรามาเช้านี้ครับ
.
นักค้ารถทัวร์ทุกรายของที่นี่เปิดออฟฟิซขายตั๋วไปโน่นนี่แบบเดียวกับของทางการเต็มไปหมด คงเพราะผู้คนไม่อยากไปซื้อหาที่ท่าของทางการที่ห่างออกไปอีก 200 เมตรโน่นเลย..... คือซื้อที่โน่นก็ได้ ถ้าทนเจ้าหน้าที่ซึ่งพูดจาไม่เอาอ่าวและมีท่าทางไม่สนผู้คนได้ ยิ่งช่อง Information ไม่เคยปรากฎว่า มีคนไหนพูดภาษามนุษย์ได้เลย ส่วนใหญ่บอกปัดดื้อๆว่า "ไม่ทราบ" แล้วก็หันหน้าหนีไปซะงั้น...
.
ทว่า คนขายตั๋วของเอกชนกลับพูดดี (เมื่อเราใช้มนุษยสัมพันธ์เป็นสื่อ และต่างก็แย่งลูกค้ากลายๆ) แต่แฝงเล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า จะฟันเราหรือเปล่าเนี่ย? ซึ่งก็ไม่เคยโกง (เรา)......อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดเมื่อเดินทางไกล ก็คือซื้อตั๋ว Online นั่นเองครับ
.
รูปภาพ
.
บูธขายตั๋วยานสาธารณะที่หน้าโฮสเต็ลและอีกหลายๆที่นั่น บางวันก็ตั๋วหมดและวันหยุดก็ปิดดื้อๆ แต่ขอให้เชื่อเถิดครับว่า ห่างจากนั้นไม่ไกล จะมีบูธของทางการติดป้ายสีหลืองอักษรน้ำเงินให้เห็นแต่ไกล ซึ่งเปิดขายทุกวัน 7.15-18.45 น. ตั๋ววัน 4 เลฟ ...ตั๋ว 3 วัน 10 เลฟ (แหะแหะ แต่ต้องใช้ติดๆกันและเราซื้อไม่ได้ เพราะเป็นฟันปลาต้องไปเมืองอื่นระหว่างนั้น)
.
สำหรับคนอื่นๆที่ซื้อตั๋วเป็นเที่ยว ขึ้นรถเมล์รถรางแล้ว ต้องเอาบัตรไปเจาะรูที่เครื่องบนรถสีเหลืองๆก่อน ด้วยมักมีคนตรวจตั๋วมาเช็คเสมอ...ส่วนจะไปไหนมาไหน สอบถามจากคนท้องถิ่นง่ายที่สุดครับ เพราะน่ารักและให้ความช่วยเหลือด้วยดีทุกคน (แต่หลายครั้งต้องใช้ Google Translate ในมือถือที่โหลดก่อนให้ใช้ offline ได้ เนื่องจากส่วนใหญ่พูดอังกฤษไม่ได้ครับ)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/05/2019 10:57 am

รูปภาพ

.
ส่วนรถเมโทรหรือรถไฟฟ้าใต้ดินนั้น ดูเหมือนจะเพิ่งเปิดมาไม่นาน เพราะสถานีและตัวรถยังดูใหม่เอี่ยมทุกแห่ง เหมาะสำหรับเวลารู้สถานที่แน่นอนและต้องการหลีกเลี่ยงรถติด (ซึ่งก็น้อยมาก ยกเว้นเวลาทำงานช่วงเช้า 9 โมง และเย็น 5 โมงครับ)
.

รูปภาพ
.
เมโทร ตอนนี้มีเพียง 2 สาย คือ น้ำเงิน กับ แดง ซึ่งผมลงภาพไว้โก้ๆ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้เลย ส่วนตัวของเราสอง ชอบรถรางรถบัสที่เห็นบรรยากาศรอบๆมากกว่า เพียงแค่อยากลองเซิร์ฟๆเท่านั้น..... อยากไปไหน ถามข้อมูลจากผู้คนหรือเจ้าหน้าที่ได้ครับ
.
รูปภาพ
.
ว่ากันเรื่องอาหารดีกว่านะครับว่า.....
.
วันแรกเราเที่ยว สภาศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ- National Palace of Culture Congress Centre เสร็จ เราก็ข้ามสะพานมาอีกด้าน สอบถามนักศักศึกษาและหนุ่มใหญ่ตากล้อง คนหนึ่งว่า สามารถไปเมืองมหาลัยได้ เราก็ลุยเลย โดยมีทั้งสองคอยบอกข้อมูลระหว่างทางตลอด
.
ลงรถที่นั่น ก็เห็นของชอบเข้าให้ คือ Domino Pizza ที่ทานบ่อยมากตอนอยู่สแกนดิเนเวีย ทั้งพิซซ่าและปีกน่องไก่ทอด ทั้งอร่อยและไม่แพง....ที่นี่ก็เช่นกันครับ ทั้งหมดที่เห็น แค่ 24 เลฟ (450 บาท) เล่นเอาอิ้มตื้อจนต้องถือส่วนหนึ่งกลับที่พักเชียว...
.
รูปภาพ
.
ของอร่อยอีกแห่งอยู่ไกลนิดๆ ต้องนั่งรถสาย 72 ไปที่ป้าย Pliska Hotel-โรงแรมพลิสก้า แล้วลอดอุโมง (ที่สว่างไสวและมีร้านขายของเต็มไปหมด) ไปอีกด้าน ....
.
แหะแหะ ชอบใจคนขับอารมณ์ดี เพราะมีตุ๊กตาแขวนไว้ในบูธมากๆเลยครับ
.
รูปภาพ
.
คุณป้ารอรถที่ป้ายรถเมล์ มีเก้าอี้ผ้าใบมานั่งด้วย คุณนายเคทถึงขนาดยกนิ้วให้และขอถ่ายรูปด้วยทีเดียว 555
.
เดินตรงเข้าไป ร้านแรกเป็นอาหารตรุกี ที่เราซื้อเคบับไส้ไก่อร่อยมาก ชิ้นใหญ่หั่นครึ่งแค่ 4.2 เลฟ (ไม่ถึง 80 บาท)
.
รูปภาพ
.
ถัดไปอีกนิดคือ ขวัญใจของเรา ร้านเบเกอรี่ Bread Land ซึ่งทุกอย่างทำจากแป้งอย่างดีและไม่หวานมากอ่ะครับ เราเลยซื้อมาห่อใหญ่หลายแบบ 21 เลฟ (เกือบ 4 ร้อยบาท) ทานหลายวันรวมทั้งวันเดินทางไปต่างเมืองด้วย...
.
สองร้านนี้ แนะนำเลยครับว่า ติดป้ายครัวคุณต๋อยสบาย แต่ดาวมิชลิน คงต้องรอชาติหน้าตอนสายๆครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
ที่ตลาดกลางโซเฟีย-Central Sofia Market Hall ที่เหมือนตลาดกลางของ Budapest Hungary-บูดาเปสท์ ฮังการี่ มาก แต่ใหมกว่า (สงสัยจะก้อปมา) มีร้านค้ามากมาย....แต่ของอร่อยของเราคือ ร้านอาหารใต้หวัน ที่มีคนซื้อกลับบ้านเยอะมาก ทว่า...เราทานที่หน้าร้านเลย
.
เจ้าของเป็นคนจีนจากเจ๋อเจียง-浙江 ประเทศจีน (โธ่เอ๋ย ตั้งชื่อซะ) แต่จ้างฝาหรั่งอุ่นร้อนและขาย โดยชั่งน้ำหนักเอา ราคาถูกมาก เราทานสองคนทั้งข้าวผัด เส้นหมี่ ไก่ผัดพริก ไก่เปรี้ยวหวาน (ดูภาพถัดไปด้วยครับ) วันแรกแค่ 10 เลฟ (185 บาท)....
.
รูปภาพ
.
วันที่สองไปตอน 6 โมงเย็น สั่งมากกว่าเดิม ปรากฎว่าฝาหรั่งใจดี ลดราคาให้เราครึ่งนึง ก่อนเวลาลดจริง ทุ่มครึ่งอีก....ก็เลยอิ้มแปร้แถมห่อกลับที่พักด้วย หุหุ
.
ที่น่าสังเกตก็คือ ฝาหรั่งหลายคนที่มาซื้อแค่ข้าวผัดใส่กล่องโฟม ราคา 2 เลฟ แล้วก็ราดซีอิ้วหวาน ยืนทานที่อีกโต๊ะไม่ไกล ทั้งๆที่สตรีบางคนท่าทางแต่งตัวดีจนผมบอกคุณนายว่า "อยากสั่งกับให้เค้าจัง..." แต่คุณนายห้ามไว้ว่า "เดี๋ยวโดนเค้าหาว่าดูถูกเปล่าๆ"....เศรษฐกิจบุลแกเรียเป็นไง ก็คงอย่างที่ทราบๆกันนะครับ
.
อยู่โซเฟีย 6 วัน 5 คืน แล้วคืนวันสุดท้าย T.O. ก็เรียกรถให้เรา พร้อมลากสัมภาระมาส่งขึ้นรถ ลาจากกันด้วยความประทับใจเป็นที่สุด เพราะคุณนายบอกว่า..... น่ารักเหมือนลูกชายคนหนึ่งเลย (ทั้งๆที่อายุอ่อนกว่าแยะ) ย้ำแล้วย้ำอีกว่ามาเที่ยวเมืองไทยนะ จะพาไปเลี้ยงข้าว ฮิฮิ
.
มาที่ท่ารถ ค่ารถแค่ 4 ยูโร...เช่นเคย คุณนายให้ไป 5 ไม่ต้องทอนเพราะเค้าช่วยขนขึ้นขนลงอย่างดี
.
นั่งรอที่หน้าออฟฟิซของ Flixbus ดู "กรงกรรม" ตอนล่าสุดไปพลางๆ กระทั่งขึ้นรถตอน 23.30 น. (ค่ารถคนละ 16 ยูโร) คุณท่านก็ยังดูต่อบนรถอีกจนจบ...สงสัยจะติดใจ อาซา เจมส์จิ ถึงขนาด เหอเหอ...
.
รูปภาพ
.
และนี่คือ รีวิว ที่เรามอบให้ Hostel Mostel ด้วยความยินดียิ่งครับ
.
----------------------------------------------------
.
ที่นี่คือโฮสเต็ลที่ดีที่สุดในโซเฟีย เพราะเป็นที่รู้จักของคนท้องถิ่นทุกคนที่เราเจอโดยเฉพาะคนขับแท๊กซี่...ทุกสิ่งที่เค้าโฆษณาในอีเมล์ถึงเราและทุกคนเป็นจริงอย่างเหลือเชื่อ อาทิ รอยยิ้มของพนักงานทุกคน... อาหารเช้าเย็นฟรี... ความสะอาด... บรรยากาศเหมือนบ้าน... มีคนลากกระเป๋าให้.... ให้บริการในไม่กี่นาที... เรียกรถให้ แถมออกไปส่ง (ทุกคน) ถึงถนนใหญ่ด้วย... ฯลฯ
.
แปลกใจจริงๆว่า พวกเค้าช่างทำเช่นนั้นได้อย่างไร ขอบคุณ มาดี้ ทีโอ บังโก้ บราน เบนซี่ ภูมิใจที่ได้รู้จักและรักพวกคุณมากทุกคน
.
------------------------------------------------------
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/05/2019 3:29 pm

รูปภาพ
.
.
Knock and the door will be opened to you-เคาะก่อนสิ แล้วถึงจะมีคนประตูให้
.
.
.
Maria, when you saw us over the abbey wall...and longed to be one of us...that didn't necessarily mean that you were prepared for the way we live here, did it?
--- มาเรีย ตอนลูกเห็นพวกเราตรงกำแพงโบสถ์ และฝันอยากจะเป็นแม่ชีเหมือนพวกเรานั่น ไม่จำเป็นหรอกนะว่าลูกจะพร้อมพำนักอยู่ที่นี่ตลอดไปหรือเปล่า ว่าไหมลูก?
.
No, Mother, but I- I pray, and I try and I am learning, I really am.
--- แต่ แม่..หนูทั้งสวดมนต์ และพยายามเรียนรู้นะคะ...จริงๆ
.
What is the most important lesson you have learned here, my child?
--- แล้วบทเรียนอะไรที่ทรงคุณค่าที่สุดที่ได้เรียนรู้จากที่นี่ล่ะ ลูก
.
To find out what is the will of God and to do it wholeheartedly.
--- เรียนรู้อย่างเต็มตื้นว่า..จะต้องค้นหาให้พบว่า พระผู้เป็นเจ้ามีความปรารถนาในตัวเราอย่างไร ไงคะ
.
Maria. It seems to be the will of God that you leave us.
--- เอ้อ..มาเรีย ดูเหมือนว่าพระผู้เป็นเจ้าปรารถนาให้เธอจากพวกเราไปนะ
.
Leave?
--- จากไป?
.
Only for a while, Maria.
--- แค่ชั่วครู่ยามน่ะ มาเรีย
.
Oh, no, Mother, please don't do that. Don't send me away. This is where I belong. It’s my home, my family. It’s my life.
--- อย่านะคะ แม่อย่าทำอย่างนั้นนะคะ ได้โปรดอย่าส่งลูกไปไหน.... ลูกควรจะอยู่ที่นี่ ที่นี่เป็นบ้านของลูก เป็นชีวิตของลูก...
.
But are you truly ready for it?
--- ว่าแต่เธอพร้อมที่จะอยู่ที่นี่ตลอดไปจริงๆหรือลูก
.
Yes, I am.
--- ค่ะ
.
Perhaps if you go out into the world for a time...knowing what we expect of you...you will have a chance to find out if you can expect it of yourself.
--- แม่คิดว่านะ ถ้าลูกออกไปสู่โลกภายนอกสักพัก.... ได้ตระหนักว่าพวกเราคาดหวังอะไรในตัวลูก...ลูกก็จะมีโอกาสค้นหาจนเจอได้ว่าตัวลูกต้องการอะไรกันแน่นะ
.
I know what you expect, Mother, and I can do it. I promise I can.
--- หนูทราบค่ะว่าแม่คาดหวังอะไรในตัวหนู และหนูทำได้คะ หนูสามารถทำให้สำเร็จได้ค่ะ
.
Maria.
--- มาเรีย...
.
Yes, Mother. If it is God's will.
--- ค่ะ แม่ ...หากเป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า....
.
There is a family near Salzburg...that needs a governess until September.
--- มีครอบครัวนึงในเมืองซาลเบิร์ค ที่ต้องการผู้ปกครองตั้งแต่ตอนนี้ถึงเดือนกันยาโน่น
.
Until September?
--- ถึงเดือนกันยา?
.
To take care of seven children.
--- ใช่ เพื่อดูแลลูกๆของเค้าทั้ง 7 คน
.
Seven children!
--- 7 คน?
.
Do you like children, Maria?
--- ลูกชอบเด็กๆหรือเปล่าล่ะ มาเรีย
.
Well, yes, but seven!
--- เอ้อ...ชอบค่ะ แต่..ตั้ง 7 คน
.
I will tell Captain von Trapp to expect you tomorrow.
--- งั้นแม่จะบอก ผู้การฯ ฟอนแทร็ปป์ ให้รอพบลูกพรุ่งนี้นะ
.
Uh, Captain?
--- เอ้อ...ผู้การฯ?
.
A retired officer of the Imperial Navy. A fine man and a brave one. Ηis wife died several years ago, leaving him alone with the children. I understand he's had a most difficult time...managing to keep a governess there.
--- อ๋อ เป็นข้าราชการเกษียณของราชนาวีน่ะ เป็นทั้งคนดีมากและกล้าหาญมากๆ.... ภรรยาเค้าเพิ่งเสียไปเมื่อหลายปีก่อน ก็เลยอยู่คนเดียวกับลูกๆ ..แม่ว่า ชีวิตเค้าไม่ได้สบายอย่างที่คิดหรอก.... ลำบากไม่น้อยกับการหาผู้ปกครองดีๆซักคน...
.
Uh, why difficult, Reverend Mother?
--- ทำไมถึงลำบากคะ แม่
.
The Lord will show you in his own good time. When the Lord closes a door, somewhere he opens a window.
--- เอาไว้เป็นภาระของพระผู้เป็นเจ้าที่จะแสดงให้ลูกประจักษ์เองดีกว่านะ...แต่ขอให้จำไว้ว่า ทุกครั้งที่พระผู้เป็นเจ้าปิดประตูบานนึง พระองค์จะทรงเปิดหน้าต่างไว้บานนึงด้วยเสมอ
.
.
.
และนี่คือที่มาของ เพลงไพเราะ ข้างล่างนี้ ขณะ มาเรียเดินทางไปเป็นผู้ปกครองที่บ้านของผู้การราชนาวีคนนั้น ในภาพยนต์อมตะตลอดกาล "The Sound Of Music-มนต์รักเพลงสวรรค์" (http://bit.ly/2WH63f1X) ที่ออกฉายตั้งแต่ปี คศ.1965 และผมได้ชมครั้งแรกที่โรงภาพยนต์ กรุงเกษม ตรงข้ามหัวลำโพง ด้วยจอยักษ์ 70 มม. (ค่าตั๋วตั้ง 20 บาทแน่ะ) และจอทีวีอีกนับครั้งไม่ถ้วนด้วยความประทับใจ.....
.
♪ I have confidence in sunshine ♪
♪ I have confidence in rain ♪
♪ I have confidence that spring will come again ♪
♪ Besides which, you see I have confidence in me ♪
---
ฉันมีความเชื่อมั่นในแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง
ฉันมีความเชื่อมั่นในสายฝนที่โปรยปราย
ฉันมีความเชื่อมั่นว่า ฤดูใบไม้ผลิจะกลับมาอีกครั้ง
และนอกเหนือไปกว่านั้น....
ฉันมีความเชื่อมั่นตัวเองอย่างที่สุด
.
.
ใช่ครับ ผมคิดถึงบทพูดและเพลงนี้ในภาพยนต์ดังกล่าว เมื่อหวนคิดถึงสำนวนอมตะที่ว่า "Knock and the door will be opened to you-เคาะก่อนสิ แล้วถึงจะมีคนประตูให้"...
.
ซึ่งเป็นข้อคิดอย่างดีตอนหนึ่งที่เราได้เจอะเจอครั้งอยู่เมือง Plovdiv-พล็อฟดิฟ Bulgaria-บุลเกเรีย ซึ่งจะได้เล่าเหตุการณ์ที่ว่า ในรีวิว "ข้อมูลการเดินทางไปต่างแดนในบุลแกเรีย" ดังต่อไปนี้ครับ :-)
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 6 เมษายน ออกจากที่พัก ขึ้นรถรางสาย 7 มายังหน้าสถานีรถไฟโซเฟัย โดยลงอุโมงลอดถนนไปข้างขวาที่เป็นสถานีรถไฟ ก่อนขึ้นไปยังท่ารถทัวร์เอกชน ที่อยู่ติดๆกัน....
.
แวะบูธขายทัวร์ที่เราคุ้นเคยดีก่อนหน้านั้น ฝ่ายชายชื่อ Mita-มิต้า (แต่ไม่ได้ขายเครื่องถ่ายเอกสาร อิอิ) ส่วนฝ่ายหญิงชื่อ Amakarita-อมาการิต้า บอกว่าเคยไปภูเก็ตแล้ว ชอบมาก ยินดีแลกเปลี่ยนสัญชาติกับเราเลย เพราะชอบอากาศร้อนและทะเลของภาคใต้เมืองไทยเป็นที่สุด..... ว่าเข้านั้น
.
เราจัดการซื้อตั๋ว 2 ที่กับมิต้า ซึ่งที่ Sofia-โซเฟีย มีรถไป Plovdiv-พล็อฟดิฟ ทุกชั่วโมงตั้งแต่เช้า ค่ารถคนละ 9.50 เลฟ (175 บาท) แต่เค้าบอกว่าต้องไปขึ้นที่ท่ารถใหญ่ของทางการที่เรียกว่า Autobus-อ็อตโต้บูซ นู้น ด้วยแถวนี้เป็นท่ารถของรถทัวร์ระหว่างประเทศ
.
ได้รถทัวร์เที่ยว 8 โมงเช้า นั่งรอในรถแค่แป๊บเดียวคนก็เต็มคัน และออกตามเวลา ซึ่งเพียงแค่เดินทาง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก็มาถึง ท่ารถพล็อฟดิฟ ที่เป็นชานชาลาหน้าอาคารสีเหลืองใหญ่ อันเป็นทั้งสถานีรถไฟอีกด้านหนึ่งด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าไปข้างใน พบว่าที่นี่มีรถไฟวิ่งระหว่าง โซเฟีย-พล็อฟดิฟ-โซเฟียด้วย ทุกๆชั่วโมงกว่า คือไม่ถี่เท่ารถทัวร์ ที่มีรถออกทุกชั่วโมง ค่ารถคนละ 9.50 เลฟเท่ากัน..... ขากลับเที่ยวสุดท้ายของรถทัวร์คือ 2 ทุ่ม... วันธรรมดาสามารถซื้อตั๋วก่อนเดินทางได้ แต่วันหยุดต้องจองก่อนถึงจะชัวร์ครับ
.
แหล่งท่องเที่ยวใน พล็อฟดิฟ มีกว้างใหญ่มาก เฉพาะสวนสาธารณะก็กินขาดหลายๆเมืองที่ผ่านมา เพราะเขียวชะอุ่ม จัดไม้ดอกงดงามและอยู่กลางเมืองใกล้จัตุรัสที่มีถนนคนเดินหะรูหะราอยู่ข้างๆ และข้ามไปฟากเมืองเก่าได้ไม่ยาก...เที่ยวที่นี่ สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟไปได้ หรือจะขึ้นแท๊กซี่ก็ไม่แพงครับ
.
เราเที่ยวตั้งแต่ 10 โมงจนถึง 5 โมงกว่าๆ ก็นั่งแท๊กซี่ 3.5 เลฟ (65 บาท) มาจับรถเที่ยว 6 โมงเย็นของ ยูโรไลน์ กลับโซเฟียด้วยค่ารถเท่ากับเที่ยวมาคือ 9.50 เลฟครับ
.

รูปภาพ
.
ระหว่างเที่ยวในย่านถนนคนเดิน Kapana-คาปาน่า ที่เป็น Creative District-เขตสร้างสรรค์ ที่อุดมไปด้วยนักศึกษาศิลปกรรม ทั้งบริเวณจึงมีภาพวาดโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด...เราก็แวะทานอาหารตรุกีที่ร้านขายดีร้านหนึ่งแถวนั้น ซึ่งลูกค้าเยอะจนต้องวางโต๊ะด้านนอกบนถนนคนเดินในซอยข้างๆ
.
และที่นี่ คือที่มาของสำนวนที่ว่า "Knock and the door will be opened to you-เคาะก่อนสิ แล้วถึงจะมีคนประตูให้" ที่เล่าข้างต้นละครับ
.
อาหารร้าน Sofra นี้อร่อยมากและไม่แพงครับ สมกับเป็นร้านดังร้านเด่นในแถบนี้ เจ้าของร้านหนุ่มชาวตรุกี 2 คนบริการลูกค้าจ้าละหวั่น อัธยาศัยดีมากๆครับ
.
รูปภาพ
.
คุณนายขอสั่งข้าวหมกไก่ ที่มีน่องไก่งวงหรือไงไม่ทราบเพราะขนาดใหญ่มาก ส่วนของผมเป็นแกงไก่ ทานกับขนมปัง พร้อมซุปส่วนกลาง เรียกว่าทั้งอร่อยและอิ่ม ในราคาแค่ 13 ยูโรเท่านั้น ซึ่ง...
.
ตอนนี้แหละครับ คุณพ่อของหนุ่มทั้งสอง ก็เดินเข้ามาโค้งให้เรา ถามไถ่ว่าอาหารใช้ได้ไหม?.... เมื่อเราบอกจากใจว่า "อร่อยมาก" เค้าก็ควักนามบัตรออกมาให้ และออกปากทำนองร้องขอว่า ...จะกรุณาเขียนชมให้ในเว็บ Tripadvisor ได้หรือไม่?.. ซึ่งเราบอกฉับพลันเลยว่า "ได้อยู่แล้วครับ" เค้าก็เลยกวักมือเรียกหนุ่มทั้งคู่ให้มาขอบคุณเรา และพนมมือไหว้ให้เราถ่ายภาพด้วย
.
ใช่ครับ...เค้าคงนึกไม่ถึงหรอกว่า รีวิวของเราจะช่วยอะไรร้านเค้าได้มากน้อยเพียงไร...... แต่เชื่อไหมครับว่า เดือนมีนาคมก่อนหน้านั้น ร้าน Sofra ของเค้าซึ่งเคยได้ตำแหน่งอันดับ 1 อันดับ 2 ของร้านอาหารในพล็อฟดิฟมาตลอด ต้องถูกมือ (ไม่) ดี แกล้งวิจารณ์แบบสาดเสียเทเสีย 2 รายติดๆกันในลิงค์ http://bit.ly/2VEJ2wX ว่า....
.
"Can't understand why its rated us No2 in Plovdiv-ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมร้านนี้ถึงถูกโหวตขึ้นอันดับ 2 ในพล็อฟดิฟ" ด้วยเนื้อหาที่แสนจะอคติ เจตนาแกล้งกันชัดๆ และ
.
"Overestimated-โม้เกินจริง" ด้วยหาว่ารู้สึกผิดหวังต่างๆนานา.....
.
จนคะแนน ดาวเดียว ของ 2 รายนี้ ไปถ่วงคะแนนทั้งร้านจนร่วงเหลือแค่ 4 ดาว...
.
แต่เมื่อเรามอบรีวิวด้วยคะแนน 5 ดาวให้เค้า คะแนนก็เลยกระเตื้องขึ้นมาเกือบเท่าเดิมและสุดท้ายก็ได้ 5 ดาวดั่งเดิมในที่สุด
.
คำถามก็คือว่า..... สำหรับเรา ก็คงอาจจะรีวิวให้เค้าอยู่หรอกเพราะอยากสนับสนุนคนทำมาหากินดีๆที่ได้ประสพพบเห็นอยู่แล้ว แต่จะจริงจังเขียนให้ หรือเขียนดีเป็นพิเศษอย่างที่เห็นหรือไม่ถ้าเค้าไม่ได้ขอร้องให้ช่วยเหลือด้วยความสุภาพเช่นนี้ หรืออาจจะไม่ได้เขียนเลยก็เป็นได้ เพราะรีวิวใน Tripadvisor คนเขียนจะเขียนด้วยความสมัครใจ ซึ่งต่างจากรีวอวของ เว็บโรงแรมที่พัก อาทิ hostelworld.com, booking.com, agoda.com เป็นต้น ที่ทั้งจิกทั้งมีของล่อใจให้เราช่วยรีวิวหลังจากที่เข้าพักแล้ว
.
ใช่ครับ..."Knock and the door will be opened to you-เคาะก่อนสิ แล้วถึงจะมีคนประตูให้" ไม่ควรเป็นสำนวนประจำตัว Salesman-นักขาย เท่านั้น แต่สำหรับนักเที่ยวนักทาน เราก็สามารถช่วยให้คนตั้งใจค้าขายด้วยความสุจริต มีกำลังใจขึ้นมาได้ไม่มากก็น้อย โดยไม่ต้องรอคอยให้เทพบนสวรรค์เป็นฝ่ายประทานพรให้เราเอง ดังเช่นเรื่องเล่าชาวบ้านที่โอดโอยว่า..... เมื่อไหร่จะถูกรางวัลที่หนึ่งซะทีจะได้ร่ำรวยมั่ง ทั้งๆที่ไม่เคยซื้อหวยซื้อล็อตเตอรี่เลยอ่ะครับ
.
นี่คือรีวิวของเราครับ
.
--------------------------------------------------------
อาหารอร่อยและการบริการของเจ้าของผู้มีอัธยาศัยดียิ่ง
.
เราสองรู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอะเจอร้านอาหารตรุกี โซฟรา ณ เขตคาปาน่า ซึ่งเป็นเขตศิลป์สร้างสรรค์ ในพล็อฟดิฟ เราได้รับประทานข้าวน่องไก่ แกงกะหรี่ไก่ และซุปกับขนมปัง ซึ่งทุกจานถูกปากและร้อนฉ่าออกมากจากเตา เราเชื่อว่าคนเอเซียทั่วไปโดยเฉพาะคนไทยและคนจีน ต้องชื่นชอบและเอมอิ่มกับอาหารดีราคาย่อมเยานี้อย่างแน่นอน
.
เราตั้งใจจะไปที่อีกสาขาของโซฟรา ในมหานครอิสตันบูลในทริปหน้าอย่างแน่นอน ขอบคุณทุกคนมา ณ ที่นี่
.
-----------------------------------------------------------
.

รูปภาพ
.
แล้ววันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน เราก็เดินทางไป Rila Monastery-พระอาราม ริลา กับบริการทัวร์ของ Hostel Mostel ซึ่งรับเพียงวันละไม่เกิน 8 คน เดินทางไปกลับด้วยรถตู้ โดยมีแวะเที่ยวถ้ำบนเขาสูงด้วย ใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง พร้อมหนุ่มนาโกย่าญี่ปุ่นที่ทำงานเมืองดุสเซ็นดอร์ฟ เยอรมัน 2 คน...เด็กหนุ่ม โคลัมเบีย และเด็กหนุ่มจากลอนดอน 2 คน เด็กสาวจากสเปนอีก 2 คน รวมเราสองเป็น 8 คนพอดี
.
ทัวร์ของโฮสเต็ลนี้ ต้องลงชื่อจองล่วงหน้า 1 วัน ถ้าเกินจำนวน คนทีหลังก็ถูกตัดออกโดยปริยาย ค่าทัวร์คนละ 20 ยูโร โดยคนขับผอมชะลูดเพราะทานมังสะวิรัติที่มีงานหลักเป็นดีเจครับ
.
ออกจากโฮสเต็ล 8 โมง เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างนั้น มีการแวะจอดร้านอาหารช่วงหนึ่งด้วย
.
แล้วเราผ่านพระอารามริลาไปที่เนินเขาแถวนั้น ซึ่งต้องเดินขึ้นไปประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจนถึงยอดที่มีถ้ำและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น ซึ่งเราก็ตามคณะเค้าและคนกลุ่มอื่นๆขึ้นไป แต่ผมขอแค่ครึ่งทางก็กลับ เพราะลืมเอาไม้เท้ามาและตลอดทางเป็นหินขรุขระเกรงว่าอาจจะสะดุดล้มโดยใช่เหตุ แต่คุณนายเคทที่กระฉับกระเฉงกว่า ว่ารวดเดียวจนถึงยอดพร้อมคนอื่น...
.
ผมลงมานั่งรอข้างล่าง เห็นผู้คนเดินขึ้นเขาเยอะแยะ ไปเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกก็มี หลายรายหิ้วขวดน้ำเปล่าเพื่อตักใส่น้ำศักดิ์สิทธิ์ข้างบนกลับลงมาด้วย ยอดจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
จากนั้น ก็ไปกันต่อที่พระอาราม โดยเค้าให้เวลาชั่วโมงครึ่งซึ่งเกินพอสำหรับเดินชมและกดแช๊ะ แล้วจึงกลับออกมาแวะร้านอาหารอร่อย ไม่แพง เพื่อต่างคนต่างสั่งและจ่ายบิลตามราคาที่ตัวเองทานไปรวมๆกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะให้เกินครับ
.
เราทานหมูผัดสลัด สลัดรวม ซุปและขนมปัง รวมกันแค่ 18 เลฟ เลยให้กองกลางไป 20.....กลับถึงโฮสเต็ล 5 โมงกว่า ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
สำหรับเพื่อนๆที่อยากไป อารามริลา นี้ แต่ไม่ต้องการไปกับทัวร์ของโฮสเต็ล 20 ยูโร หรือทัวร์ทั่วไปราคา 30 ยูโร ก็สามารถใช้ยานสาธารณะได้ครับ โดยนั่งรถรางสาย 5 ไปที่ ท่ารถทัวร์สายใต้ ซึ่งอยู่ข้างหลังบูธของ Aladinfoods ข้างป้ายรถราง... และหลังซุปเปอร์มาร์เก็ตภาษาบุลแกเรีย หมายเลข 345 ที่เห็นครับ
.
รถที่จะไปอารามริลา ต้องเข้าไปซื้อตั๋วข้างในสถานี (ข้างนอกขายเฉพาะสายสั้นๆ) ซึ่งหนุ่มสาว 3 คนช่วยให้ข้อมูลพร้อมเจ้าหน้าที่ของท่ารถด้วยภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆ แต่กระจ่างดีมากว่า...
.
รูปภาพ
.
ขาไปรถออก 10.20 น. ถึงที่นั่นบ่ายโมง อยู่ที่อาราม 2 ชั่วโมง และกลับโซเฟียตอนบ่าย 3 โมงถึง 5 โมงกว่า ค่ารถไปกลับคนละแค่ 22 เลฟ (400 บาท) ถูกกว่าทัวร์ซึ่งถูกสุดก็ 40 เลฟ (20 ยูโร=720 บาท) แต่ไปอารามที่เดียวซึ่งว่าที่จริง การขึ้นเขาก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลยอ่ะครับ
.
ด้านหน้าท่ารถนี้ มีร้านขายของเบ็ดเตล็ด ที่จำหน่ายเบอร์เกอร์ไก่ ชิ้นละ 4 เลฟ(74 บาท)ด้วย..... ขายดีมากๆ (ไก่ชิ้นใหญ่มาก ชิ้นเดียว 2 คนกำลังดี)...อย่าลืมเก็บใบเสร็จเพื่อใส่รหัสเข้าห้องน้ำ แบบเดียวกับร้าน แมค ร้านเคเอฟซีด้วยนะครับ
.
รูปภาพ
.
สุดท้าย ก็คือการเดินทางไปยัง โบสถ์เก่า โบยาน่า-Boyana Church ที่ติดอันดับมรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโกอีกแห่งหนึ่งซึ่งน้อยคนจะได้ไป.... แต่เราก็ไปในวันสุดท้ายที่อยู่ Sofia ด้วยรถรางสาย 7 ก่อนลงอุโมงไปฝั่งตรงข้ามเพื่อต่อรถบัสสาย 64 ที่ป้าย Pl. Ruchey Bus Stop อีกที....... ซึ่งคุณพี่ผู้หญิงท่านหนึ่งที่เราสอบถามบนรถราง กรุณาพาเราไปเป็นการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกรณีพิเศษท่ามหลางสายฝน สุดประทับใจและขอขอบพระคุณยิ่งครับ
.
แล้วก็ได้คุณพี่ผู้หญิงอีกคน พาเราเดินทางด้วยรถบัสสาย 64 ไปด้วยกันครับ
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพกับเด็กนักเรียน 3 คนที่ป้ายก่อนขึ้นรถ ซึ่งเป็นรถใหม่ มีที่ชาร์จมือถือบนรถด้วย..... ซึ่งประมาณ 40 นาทีก็ถึงป้ายสุดท้าย Boyansko Hanche ก็ลงรถได้เพราะถึงแล้ว อิอิ
.
ย้อนกลับทางซ้ายจากป้ายรถนิดหน่อย มีโรงแรมใหญ่ All Season Residence Hotel ประจันหน้า มีร้านอาหารด้านในด้วย....อีกมุมเป็นคาเฟ่ฟาสต์ฟู้ด ซึ่งก็มีอาหารเหมือนกัน แต่ด้านหลังของเราสิครับ....
.
เป็นร้านอาหารใหญ่ ท่าทางจะดัง ชื่อ Pectopant มีรูปหนังสือพิมพ์เต็มหน้าตรงประตูทางเข้าด้วย ซึ่งคงมีรายการแนะนำร้านนี้ว่าดีเยี่ยมค่อนข้างแน่.... ตกลงเอาร้านนี้แหละครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าท่ามากทีเดียวครับ เราสั่งหมูผัด ..ขาหมู.. มาอย่างละจาน ทานพร้อมซุป 2 ถ้วยและขนมปัง แก้หนาวได้ดีเลยทีเดียวเพราะอร่อยผุดๆ ราคาแค่ 35 เลฟ (รวมทิปเป็น 650 บาท) ครับ
.
รูปภาพ
.
จากนั้นก็เดินขึ้นเนินนิดๆ เพื่อไปยัง โบสถ์เก่าโบยาน่า ที่อยู่ 200 เมตรข้างหน้า...ผ่านโรงเรียนเด็กไปหน่อยก็ถึงหน้าประตูครับ
.
รูปภาพ
ข้างๆประตูมีอนุสรณ์สถานของทหารหลายคนซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครแถวนี้ ....หน้าประตูมีป้ายบอกชัดว่าเป็นโบสถ์ที่ได้รับการบันทึกเป็น มรดกวัฒนธรรมโลกของยูเนสโก เมื่อปี คศ.1979 ......แต่โบสถ์ออร์โธด็อกซ์นี้ สร้างขึ้นปลายๆ ศตวรรษที่ 10 และต้นๆศตวรรษที่ 11 มีชื่อเสียงยิ่งตรงที่ภายในโบสถ์ มีรูปภาพฝาผนังถึง 89 รูปของผู้คนจำนวน 240 คนในยุคอดีต
.
ที่น่าทึ่งคือ ภายในโบสถ์ได้รับการปรับอากาศให้คงที่ประมาณ 17-18 องศา และแสงไฟนวลเหลือง เพื่อถนอมภาพวาดให้อยู่ในสภาพดีตลอดไป และอนุญาตให้เข้าชมโดยมีไกด์ของโบสถ์นำเข้าไม่เกินครั้งละ 8 คน ให้เวลาไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น และ....ห้ามถ่ายรูปภายในเด็ดขาด
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Romania-ทริปโรมาเนีย March 08- April 14, 2019.

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/05/2019 7:10 pm

รูปภาพ
.
โบสถ์นี้ได้รับการดูแลจากทางการเป็นอย่างดี และมีค่าเข้าชมคนละ 10 เลฟ (185 บาท) ห้ามนำสุนัขเข้าภายในบริเวณ ห้ามนำอาหารเครื่องดื่มไปทานที่นั่นด้วย และต้องเดินตามเส้นทางที่จัดไว้อย่างเด็ดขาดครับ
.
รูปภาพ
.
ตากฝนชมความงามรอบนอกอยู่ชั่วขณะ ซึ่งงดงามมากครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วเจ้าหน้าที่ก็เปิดประตูจากภายในให้เราสองเข้าไปชมภายใน มีไกด์หนุ่ม (ที่ถ่ายภาพกับคุณนายเคทภายหลัง) อธิบายเรื่องราวต่างๆมากมายด้วยความสุภาพด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
นี่คือภาพฝาผนังภายในเท่าที่หาได้จากในเน็ตครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็กลับออกมา ผ่านต้นไม้แดงยักษ์-Giant Redwood ที่ทรงปลูกโดยกษัตริย์เฟอร์ดินานด์ เมื่อปี 1907-1908 ที่ปัจจุบันสูงชะลูดสุดลูกหูลูกตาด้วยครับ
.
รถเมล์สาย 107 ผ่านพอดี เราจึงนั่งมายังจุดที่มีรถรางเพื่อกลับครับ
.
รูปภาพ
.
สรูปคือ ประทับใจ บุลแกเรีย ที่เป็นเมืองสวยงามเกินคาด ทั้งโซเฟีย พล็อฟดิฟ และ ริลา...ซึ่งหากมีโอกาสคงได้รีวิวเต็มๆ และกลับไปเที่ยวอีกซักครั้งในชาตินี้อย่างแน่นอนครับ
.
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม และรอพบกันอีกกับทริปใหม่ในเวลาไม่นานเกินรอครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน

cron