Japan Trip 2019 May 16-30

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 9:08 am

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
Japan Trip 2019-ญี่ปุ่นอีกที เมื่อ 2 ปีผ่าน
.
สวัสดีครับ
.
หลังกลับจากทริป Transylvania-Balkan มาได้ยังไม่ถึงเดือนดี และยังไม่มีเค้าลางว่าจะต้องเดินทางท่องเที่ยวไปไหน เราก็ได้ข่าวจากเพื่อนดีว่า "ตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นราคาไปกลับแบบปรกติ Full Service มีอาหารพร้อม ราคาถูกกว่า Low Cost-โลว์คอสท์ คือ 9 พันกว่าบาทก็มีนะ แถมน้ำหนักสัมภาระแบบที่พี่ชอบ 30 กิโลก็มีด้วย 555"...
.
ยังไม่ทันหายงง เพื่อนก็สำทับมาอีกว่า "เวลาก็ดีด้วยนะพี่ ออกค่ำๆแล้วถึงญี่ปุ่นเช้าประมาณ 7 โมงหน่อยๆ แบบนี้ทั้งประหยัดโรงแรม และเที่ยวได้เต็มวันตั้งแต่วันแรกเลย..."
.
โอ้โฮ.... แบบนี้ไม่ปรึกษาคุณนายเคทได้อย่างไร?
.
และเหมือนๆจะไม่ต้องลังเล เพราะคำตอบที่ได้รับคือ "ไม่ได้ไปญี่ปุ่นมาตั้ง 2 ปีแล้วนะ ที่นั่นเที่ยวง่าย แค่มี เจอาร์พาสส์ ก็เหมือนไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย ไปสิไป..."
.
ไอ๊หยา...เหมือนไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเหรอครับ เหอเหอ.... ลองมาเป็นฝ่ายจัดเส้นทางดูไหมล่ะ หุหุ
.
สรุปคือ ใช่ครับ เที่ยวญี่ปุ่นครั้งสุดท้ายคือเดือน เมษา-พฤษภา ปี 2017 ตอนเที่ยวญี่ปุ่นผนวกไต้หวัน ช่วงซากุระใกล้โรย http://bit.ly/2JZDplV แล้วหลังจากนั้นก็ยังไม่ได้ไปอีกเลย... เพราะที่ดังๆที่คนเค้าไปๆกันก็ไปเกือบทั้งหมดแล้ว แม้หลังๆจะเลือกไปตามเมืองเล็กๆเงียบๆแต่เดินทางสะดวก ก็ต้องถือว่าได้ไปมาไม่น้อยทีเดียว
.
แล้วจะไปไหนล่ะครับเที่ยวนี้..... ทว่า ก่อนอื่นให้ KMT โทร. 02-6726865-6 ช่วยจัดการจองตั๋วก่อนก็แล้วกัน เหอเหอ ....ขอถือโอกาสขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ครับ เครื่องบินปรกติที่ไม่ใช่โลว์คอสท์ที่ว่า ก็คือ Boeing 787 ของ Vietnam Airline นั่นเอง
.
เวลาเครื่องออก คือ 19.30 น. บิน 2 ชั่วโมงถึง Hochimin City หรือ ไซง่อน พักที่นั่นรอเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมงกว่า แล้วก็บินใหม่อีก 5 ชั่วโมง ถึงญี่ปุ่นสบายๆ .....
.
สรุปคือ ใช้เวลามากกว่าปรกติ 6 ชั่วโมงเป็น 9 ชั่วโมง แต่นอนอยู่บนเครื่องตลอด ทานอาหาร 2 มื้อก็เหมือนๆจะไม่ต่างกับสายการบินทั่วไปแต่อย่างไร หรือ ดีกว่าด้วยซ้ำ...
.
อือม์ แบบนี้ไปเมื่อไหร่ก็ได้เนอะ แล้วน้ำหนักสัมภาระก็ได้ 30 กิโลจริงๆด้วย เพราะชาวเวียตนามขนข้าวของกันเป็นกล่องใหญ่ๆ เหมือนเมื่อครั้งนั่ง Tiger Air บินไปมาเก๊าสมัยก่อนเลยครับ......
.
แล้วก็ นักท่องเที่ยวต่างชาติ น้อยมากๆ เวลาผ่าน ตม. ที่โอซาก้า (ที่เราเลือกไป) ก็ใช้เวลาแค่แป๊บเดียว ไม่ยาวเป็นงูกินหางสิบกว่าขนดเสียเวลาเป็นชั่วโมงแบบที่เคยเจอตอนบิน Nok Scoot ครั้งหนึ่งอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
เที่ยวนี้ ทาง KMT ฝากให้ช่วยถ่ายภาพที่นั่งบนเครื่องมาด้วย ได้เลยครับ....
.
แล้วเราก็ได้ความรู้มาใหม่ซึ่งไม่ทราบว่าจะถูกหรือผิดนะครับเพราะคะเนด้วยสายตา พบว่า ที่นั่ง 2 คนในชั้น First Class นั้น ใช้เนื้อที่พอๆกับที่นั่งในชั้น Economy ถึง 6 ที่นั่งทีเดียว (ทั้งๆที่ก็ยังกว้าง นั่งนอนสบายไม่แพ้สายการบินอื่น)...แบบนี้ ค่าตั๋วที่แพงกว่าเท่าตัว ก็หาใช่ทำเพื่อกำรี้กำไรเพิ่มไม่ แต่เป็นการออกแบบและจัดเพื่อให้มีทางเลือกแด่ผู้ที่ชอบความดีกว่าแพงกว่าเท่านั้น...
.
แหะ แหะ ไม่ต้องถามนะครับว่า ผมมีความเห็นอย่างไรกับกรณีที่ว่า... "ถ้าแฟนอยากนั่งเฟิร์สทคลาสส์ ไปกลับญี่ปุ่น โดยยอมเสียค่าตั๋วเพิ่ม 3 หมื่น เพื่อเริ่ดหรู 12 ชั่วโมงไปกลับ แล้วให้พ่อหนุ่มรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เหลือทั้งหมด" ..... ขออนุญาตไม่ตอบ เพราะเบื่อจะใช้สำนวนภาษาแต้จิ๋วยอดนิยมในละคร "กรงกรรม" อ่ะครับ อิอิอิ
.

รูปภาพ
.
ใช่ครับ เที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่มีแพลนอยู่ในศีรษะ มีแค่อยากไปที่ที่ไม่เคยไป ง่ายๆก็ขอใช้แผนที่แถบตั้งแต่ Kansai ไปซ้ายขวาบนล่าง คือ Kansai หรือ Kinki ...Chugoku...Kyushu...Chubu...Kanto ก่อนเป็นดี เพราะมีเจอาร์พาสส์ไปไหนก็ได้อยู่แล้วครับ ส่วนจะเริ่มต้นที่ใด และไปไหนได้ ต้องดูข้อมูลสำคัญต่อไปนี้ คือ...
.
รูปภาพ
.
แหะ แหะ...ใช่ครับ สาเหตุหนึ่งที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็เพราะอยากพักโรงแรมเครือ Toyoko Inn นี่แหละครับ เพราะที่นี่เป็นเสมือนบ้านแห่งที่สองในต่างแดน ดังเช่นที่ผมเคยเขียนไว้ที่ลิงค์ http://bit.ly/2HQYEDw นั่นแหละครับ เพราะทำเลอยู่ใกล้สถานีรถไฟ แค่ 1-5 นาทีเดินเท้า ทำให้ไปไหนมาไหนสะดวกสบายเหมือนนั่งรถรางไปโน่นนี่นั่นในยุโรป
.
เที่ยวนี้ เราจึงเริ่มต้นด้วยการพัก 4 คืน 16-17-18-19 ที่เมือง Aioi-ไอโออิ หรืออย่างที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 相生 แปลตรงๆว่าอะไรไม่ทราบ แต่ในภาษาแต้จิ๋วคือ เซียงแซ หรือ เซียเซ็ง แปลว่า รูปหล่อ อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
Toyoko Inn สาขา Aioi ก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ เดินทางจาก สนามบิน Kansai Aitport แค่ 2 ชั่วโมง อยู่ตรงกันข้ามกับสถานีรถไฟ Aioi ของมณฑล Hyogo-เฮียวโกะ เลย เดินเท้าแค่ไม่ถึง 1 นาทีดี แถมข้างๆสถานีรถไฟยังเป็นอาคารสวยงามของ Tourist Information-ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อีกด้วย แบบนี้ก็เจ๋งสิครับ
.
ส่วนวันต่อๆมาพักที่ไหนบ้าง (แต่เป็น Toyoko Inn ทั้งหมด) จะเรียนให้ทราบในรีวิวนะครับ
.
.
ลงเครื่องตอน 7 โมงครึ่ง แลกตั๋ว เจอาร์พาสส์ ที่ออฟฟิซใกล้ๆ ขึ้นรถไฟ Express มา โอซาก้า... แล้วต่อ ชินกังเซ็นมา ไอโออิ...ฝากสัมภาระไว้ที่โรงแรม (เช็คอินบ่าย 3)...ล้างหน้าล้างตาแล้ว ซัก 11 โมง เราก็มาที่ Tourist Information-ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่อยู่ตรงข้าม เพื่อขอข้อมูลพร้อมเช่าจักรยาน 1 วัน คนละ 500 เยนเลย เพื่อ.....หาอาหารเที่ยงทาน 555
.
รูปภาพ
.
Aioi เค้าขึ้นชื่อเรื่องเรือพายแข่งประจำปี ชนิดผู้คนแห่แหนกันมาท่องเที่ยวที่เมืองนี้เพื่อเทศกาลเรือพายแข่งประจำปีโดยเฉพาะ (ปีนี้ตรงกัน 25-26 พฤษภาคม แต่เสียดายที่เราคงไม่ได้ Join เพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน) และเรือที่เจ๋งที่สุดได้รางวัลนับไม่ถ้วนคือเรือ ไป่หลง-白龙-มังกรขาว ที่เห็นเค้าทำเป็นอนุสรณ์ริมอ่าวนี่แหละครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 9:12 am

รูปภาพ
.
แล้วเราก็มาถึง Sakata Port Seafood Market-ตลาดอาหารทะเลท่าเรือซากาต้า ร้านดังของที่นี่ด้วยจักรยานอย่างที่เห็นครับ
.
(นั่งรถบัสจากหน้าสถานีรถไฟไปกลับก็ได้ครับ ค่ารถคนละเที่ยวละ 220 เยน)
.
รูปภาพ
.
ที่นี่อยู่ใกล้กับ พิพิธภัณฑ์เรือพายแข่ง ขนาดไม่ใหญ่โตนักแต่ลูกค้าเพียบ เพื่อมาทานอาหารทะเลสด อร่อย และไม่แพง รวมทั้งซื้อสัตว์ทะเลกลับไปบ้านด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
เราสั่ง เซ็ทปลาดิบซูชิ เซ็ทกุ้งทอดพร้อมข้าว เซ็ทกุ้งเล็กทอดเป็นแพราดหน้าข้าว... 3 อย่างแค่ 3280 เยน (950 บาท) โดยวานให้เจ๊เจ้าของร้านช่วยกดสั่งซื้อให้
.
รูปภาพ
.
เสร็จแล้วก็นั่งรอ จนเค้าเรียกตามหมายเลข ก็ไปยกถาดมาทานเองได้ ส่วนน้ำชาเขียวร้อนและเย็น ฟรีครับ เติมตามใจชอบเลย
.
รูปภาพ
.
โว้วววว หย่อยจริงๆครับ อิ้มตื้อไป 2 วันเลย โดยเฉพาะกุ้งใหญ่เทมปุระของคุณนายตัวเบ้อเริ่ม และซูชิปลาหลายอย่างสดๆใหม่ๆ ....ราคาอย่างนี้ น่าจะถูกกว่าบ้านเราอย่างน้อยก็ครึ่งเท่าตัวล่ะครับ
.
รูปภาพ
.
หลังจากนั้น ก็ท่องจักรยานเลียบทะเลไปเรื่อยๆเป็นการรับลมและแวะพิพิธภัณฑ์เรือพายแข่ง ......จากนั้นก็ไปที่ Peron Castle-ปราสาท เป-รอน หรือ ไป่หลงเฉิง-白龙城-เมืองมังกรขาว ที่มีทั้งร้านค้าต่างๆและออนเซ็นใหญ่ แถมเป็นทำเลจุดสตาร์ทของ เทศกาลแข่งเรือพายด้วย และ...
.
อยู่ตรงข้ามกับ Max Value ซุปเปอร์ขนาดใหญ่ของเมืองนี้อีกด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ขอรีวิวแค่วันแรกก่อนแล้วกันนะครับ เมื่อมีเวลาจะมาเล่าต่อว่าไปเที่ยวที่ไหนบ้าง โดยเริ่มจาก วันที่ 17 พฤษภาคมต่อมา คือที่ Kinosaki Onsen เมืองออนเซ็น คิโนซากิ ที่แสนจะสวยงาม ไม่แพ้ Kinoshiki-คิโนชิกิ เมืองเสื้อผ้ากางเกงยีนส์ ที่เราเคยไปหลายปีก่อนครับ
.
รูปภาพ
.
Kinosaki onsen, Hyogo Prefecture-อะไรกัน? ทั้งเมืองมีแต่ออนเซ็น
.
27 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
เช้าวันที่ 2 ของการมาญี่ปุ่นเที่ยวนี้ คือ วันที่ 17 พฤษภาคม เราจะขึ้นข้างบนไปยังสถานี คิโนซากิ ออนเซ็น-Kinosaki onsen ซึ่งเท่าที่อ่านข้อมูลมา มีที่น่าสนใจก็คือ... ช่วงเย็นๆจะเจอคนนุ่งชุดญี่ปุ่น ยูกาตะ เดินไปมาตามท้องถนนในเมือง... เพราะที่นี่เป็นเมืองออนเซ็นที่มีทั้งทีอาบน้ำแร่ของ Private-เอกชน และ Public-สาธารณชน เต็มไปหมด...
.
ก็จึงตั้งใจว่า จากรูปต่างๆที่เห็นว่ามีร้านค้าและแหล่งสวยๆมากมายก็น่าเที่ยวอยู่ ซึ่งหากไม่มีอะไรน่าสนใจ ก็ไปต่อที่อื่นในบริเวณใกล้ๆทั้ง Toyooka, Takeda และ Himeji ได้ เพราะมี JR Pass ที่สามารถไปไหนมาไหนได้ตามใจอยู่แล้ว...
.
ใช่ครับ..เที่ยวยุโรปเรานั่งรถรางเป็นว่าเล่นด้วยตั๋ววันขึ้นลงไม่อั้น มาญี่ปุ่นก็ใช้บัตรรถไฟนี่เป็นเครื่องมือ ซึ่งทั้งรถรางและรถไฟต่างมีความถี่ในการวิ่งไปมาไม่แพ้กัน แถมรถไฟญี่ปุ่นเหนือกว่าด้วยซ้ำเพราะตารางเวลาชัดเจน ค้นหาง่ายๆด้วย เว็บ Hyperdia และการพัก Toyoko Inn ก็ทำให้ไปไหนมาไหนสะดวกมากๆ เดินน้อยกว่าจากที่พักไปขึ้นรถรางเสียอีกครับ
.
ถึงว่า...เที่ยวญี่ปุ่นนี้ง่ายกว่าที่ไหนๆ แม้ค่าใช้จ่ายเพราะทานดีกว่า พักดีกว่า นั่งรถไฟมากกว่า จะทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเที่ยวยุโรปก็ตาม...(นึกแปลกใจเหมือนกันครับ ที่เวลาเจอนักท่องเที่ยวไทยในยุโรป แล้วเราบอกว่า เที่ยวยุโรปถูกกว่าเที่ยวญี่ปุ่น เพราะมีแพงกว่าอย่างเดียวคือตั๋วเครื่องบิน แทบทั้งหมดจะมองเราเหมือนพีน็อคคีโอ คือไม่เชื่อด้วยเห็นเป็นเรื่องตลกฝืดไปเลย)
.
.
ภาพที่เห็นคือ ด้านหน้าของ Satono-yu Onsen แหล่งอาบน้ำแร่่รวม ค่าใช้บริการคนละ 800 เยน ที่อยู่ด้านขวามือทางออกสถานีรถไฟเลย...จะเห็นรองเท้าแตะแบบเกี๊ยะไม้วางบนชั้นให้ใช้มากมายโดยไม่กลัวหายครับ
.
รูปภาพ
.
การเดินทางจาก ไอโออิ ที่เราพัก ไปยัง คิโนซากิออนเซ็น ใช้เวลา 2 ชั่วโมงนิดๆ โดยขึ้นชินกังเซ็นแบบ Kodomo ที่จอดทุกป้าย (แต่ก็เร็วมาก) ไปที่ สถานี ฮิเมจิ ก่อน จากนั้นก็ต่อรถเร็ว ลิมิตเต็ดเอ็กซ์เพรส ไปอีกทีที่มีเวลาให้เปลี่ยนขบวนถึง 12 นาที...
.
โปรดสังเกตว่า เฉพาะค่าตั๋วเดินทางคนละเที่ยวละ 5480 เยนรวมค่าจองที่นั่ง (ที่เราจองทุกครั้ง เพราะก่อนรถออกก็จองได้และฟรี ในขณะที่คนไม่มีพาสส์ต้องเสียต่างหากแพงกว่าค่าเดินทางเสียอีก).... เพราะวันธรรมดาช่วงเช้าเย็นนักเรียนมาเป็นขบวน เพื่อไปเรียนเมืองใหญ่ และวันหยุดคนญี่ปุ่นเที่ยวเองกับครอบครัวก็ตรึม เฉกเช่นเมืองเล็กๆทั่วไปครับ
.
รูปภาพ
.
คงไม่ลืมกันนะครับว่า สัญลักษณ์ของเมืองไอโออิ คือ เรือพายแข่ง ซึ่งที่สถานีก็มีตั้งจำลองให้เห็นด้วย
.
รถชินกังเซ็นโคดาม่าเดี๋ยวนี้ หน้าตาน่ารักมากครับ เข้าใจว่าซื้อลิขลิทธิ์ของ Kitty มาเพราะมีสีชมพูและรูปแมวเต็มไปหมดครับ
.
เปลี่ยนรถอีกทีแล้วเราก็มาที่สถานี คิโนซากิออนเซ็น เที่ยง 27 ตามเวลาเป๊ะๆ
.
รูปภาพ
.
สถานีตกแต่งน่าดู และเจ้าหน้าที่น่ารักมากๆ เดี๋ยวนี้ทุกสถานีจะมีเครื่องแปลขนาดเท่า เม้าส์พีซี สำหรับให้เจ้าหน้าที่สนทนากับผู้โดยสารได้สดๆ โดยผมแทบจะไม่ต้องใช้ Google Translate ในมือถือเลยครับ
.
รถบัสที่จะนำไปยัง ดงออนเซ็น ซึ่งอยู่แถวทางขึ้น Ropeway-รถกระเช้า จอดรออยู่ที่หน้าสถานีแล้ว และอาคารขวามือที่เห็น ด้านล่างมุมขวาคือ Tourist Information-ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่ให้คว่ามช่วยเหลือแนะนำได้ดีมากๆครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 9:16 am

รูปภาพ
.
ขอเรียนว่า หากไม่ประสงค์จะรีบร้อนไปออนเซ็นหรือเคเบิ้ลคาร์ละก็ สองเท้าท่องเมืองนี้ ถือว่าดีเยี่ยมมากๆครับ เพราะร้านค้าสองข้างทางตกแต่งสวยงามชนิดไม่เบื่อชม ผมว่าไม่แพ้เมือง Yufuin-ยูฟูอิน ในคิวชูที่ใครๆแห่แหนกันไปทีเดียว อีกทั้งบรรยากาศช่วงเลียบคลองก็ระรื่นตาเป็นที่สุดครับ
.
เคยเห็นตัวปูยักษ์ติดหน้าร้านแบบนี้หลายเมืองแล้วโดยเฉพาะที่ซัปโปโร มาที่นี่เห็นมีปลายักษ์วางอยู่หน้าร้านขายปลาด้วย แสดงว่าของทะเลที่นี่ไม่แพงแน่นอนครับ
.
รูปภาพ
.
ขออนุญาตพาเพื่อนๆชมเมืองและบริเวณเลียบคลองที่ก็มีร้านค้าสองฟากฝั่งด้วยนะครับ
.
รูปภาพ
.
มุมสวยๆอย่างนี้มีเยอะมากตลอดทาง กดแช๊ะไม่เมื่อยมือทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
โปรดสังเกตรูปปั้นข้างทาง (หน้าร้านบางร้านก็มีด้วย) เข้าใจว่าคงเหมือนๆศาลพระภูมิหรือ ตี่จู๋เอี้ย ของเราอ่ะครับ
.
ประมาณ 20 นาทีเพลินๆ ก็มาถึงจุด เคเบิ้ลคาร์-Ropeway โดยผ่านดงออนเซ็นที่มีกลาดเกลื่อนตลอดทางทั้งเล็กใหญ่เต็มไปหมด
.
รูปภาพ
.
ว๊ากกก...จะขึ้นรถกระเช้า ต้องขึ้นบันไดไปอีก 5-60 ขั้นด้วย มิน่า เค้าถึงมีไม้เท้าให้ใช้ทั้งขาไปขากลับตั้งอยู่ในเข่งข้างๆ
.
แล้วก็ซื้อตั๋วด้วยข้อมูลแบบเดียวกับที่ได้มาจาก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตะกี้ คือ
.
ไปวัดครึ่งทาง คนละ 560 เยน
.
ไปยอดเขา คนละ 750 เยน
.
ไปยอดเขาและแวะวัดครึ่งทาง (ขาขึ้นหรือขาลงก็ได้) คนละ 900 เยน
.
เป็นตั๋วไปกลับ และเด็กครึ่งราคาครับ
.
ชัวร์อยู่แล้วครับว่า เราจ่ายไปคนละ 900 เยนตามระเบียบ
.
รูปภาพ
.
ขอขึ้นไปก่อนรวดเดียวครับ ด้านบนของ Mt. Daishi เป็นร้านอาหารเครื่องดื่มชั้นดี ชื่อ Kinosaki Terrace Cafe ที่มีจุดให้ชมวิวด้วย โดยไม่ต้องซื้อหาอะไรก็ได้ครับ
.
ขึ้นบันไดไปยังลานข้างบนที่เป็นจุดชมวิว ซึ่งมุมหนึ่งเป็นรูปปั้นพระแม่โพธิสัตว์กวนอิมด้วย
.
รูปภาพ
.
ลมเย็นสบาย ทิวทัศน์งามตาทั้งทะเลภูเขา.... และชาวญี่ปุ่นจากโยโกฮาม่า ขอถ่ายรูปด้วยอ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
ขาลง เราขอแวะครึ่งทาง ซึ่งถือว่าโชคดี เพราะมีคณะทัวร์จากสาวกของพุทธนิกายนี้จากใต้หวันมาเยือนและทำบุญด้วย โดยบอกว่า ศาลาของวัด Onsenji Temple-温泉寺 หรือ hot spring temple นี้ปรกติปิดตาย ไม่มีการเปิดให้ใครชมมา 32 ปีแล้ว วันนี้เป็นครั้งแรกเพื่อพวกเค้าโดยเฉพาะ
.
ข้างๆเป็นโบสถ์พระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ครับ
.
รูปภาพ
.
ด้านล่างเลยทางซ้ายมือของบันไดนี้ต่างหากครับ ที่เป็นที่ตั้งของวัด วัด Onsenji Temple-温泉寺 หรือ hot spring temple วัดสำคัญของที่นี่...โปรดสังเกตว่า มีบันไดขึ้นลงเขาไปโบสถ์และศาลาครึ่งทาง สำหรับผู้ที่ไม่อยากใช้เคเบิ้ลคาร์ด้วย
.
รูปภาพ
.
ด้านนอกของสถานีรถกระเช้า มีบ่อน้ำแร่แช่เท้าฟรี และมีร้านเครื่องดื่มทันสมัยที่ขายไข่ไก่ให้ต้มน้ำแร่เดือด พร้อมแนะวิธีตัดเปลือกไข่ทานไข่ลวกด้วย
.
รูปภาพ
.
กลับคืนตามถนนอีกเส้นที่ขนานกับขามา แวะร้านกาแฟสวยที่มีตุ๊กตาหมีวางประดับ...มีชาวต่างชาติ 2 คนบอกเพื่อนชาวญี่ปุ่นว่า เราเป็นคนไทยแน่นอน...เมื่อถามดูเค้าจึงตอบว่า รู้เพราะเรายิ้มเก่งนั่นเอง 555
.
รูปภาพ
.
ถนน Yonosato Dori ก็คือถนนออนเซ็นนี่เอง (อ่านจากภาษาญี่ปุ่นที่เหมือนๆภาษาจีนอ่ะครับ)
.
ป้ายรถเมล์แต่ละจุด บอกตารางเวลาและเห็นเด่นชัด
.
เจ๊ร้านขายของกระจุกกระจิกชวนเราเข้าชมและถ่ายรูปได้ น่ารักมากครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านออนเซ็นมีตลอดทาง และผู้ที่ค้างคืนที่นี่ก็นุ่งยูกาตะออกมาเตร็ดเตร่อย่างสบายใจ
.
ภาพล่างก็เป็นสถานออนเซ็นใหญ่แห่งหนึ่ง.
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 9:19 am

รูปภาพ
.
ซอยที่เห็นนี้เป็นมุมช้อปปิ้งเล็กๆ Kiyamachi Alley-木屋町小路 มีร้านค้าขายของสวยๆประมาณ 10 ร้านได้
.
รูปภาพ
.
ชมร้านค้าต่างๆไปเรื่อยๆนะครับ สวยออก
.
รูปภาพ
.
เสียดาย ร้านอาหารนี้ ติดป้ายรับรองของ Tripadvisor เสียด้วย แต่ยังเช้าไป
.
อาคารเหลืองๆหลังใหญ่เป็น Public Bathhouse-ออนเซ็นสาธารณชนอีกแห่งครับ
.
รูปภาพ
.
แวะดูรายการอาหารของร้านที่มีปูยักษ์ติดหน้าร้าน แต่ราคาไม่เบาเลยไม่สนใจครับ
.
รูปภาพ
.
สุดท้าย ว่าจะนั่งทานอาหารเย็นที่ร้านไหนซักแห่ง เลยแวะ ร้านน้ำชาลูกทะเลสาว-海女荼屋 (แปลจากชื่อร้าน) ซึ่งมีตู้โชว์ 2 ใบ ขวามือเป็นจาน ซ้ายมือเป็นกล่องข้าวหรือเบนโตะ...
.
เมื่อเข้าไปในร้านแล้ว เจ๊ชี้ในเมนูบอกว่า ทั้ง 2 อย่างเหมือนกัน แต่แบบเป็นจานนั่งทานในร้านจานละ 1400 เยน และแบบ Bento แค่ 1000 เยน....... งั้นจะยากอะไรล่ะ ขอเป็นเบ็นโตะไปทานบนรถไฟและได้กลับบ้านเร็วขึ้นดีกว่า อิอิ
.
ตกลงได้กลับโดยรถเร็วเที่ยว 17.17 น. เพื่อไปต่อชินกังเซ็นที่ Himeji ถึงไอโออิ 19.26 น.อย่างสบายๆ ได้เที่ยวที่เดียวประมาณ 5 ชั่วโมงชนิดอิ่มอกอิ่มใจและ...
.
อิ่มท้องด้วบชุดร้อนๆ ทงคัทสึ และ เทมปุระ ที่ชิ้นเนื้อใหญ่เบ้อเริ่ม น้ำจิ้มใส่ขวด (ไม่ใช่ใส่ถุงแบบบ้านเรา) อร่อยเป็นที่สุดบนรถไฟครับ
.
รูปภาพ
.
พรุ่งนี้ 18 พฤษภาคม เราจะไปเที่ยวอีกแห่ง วิ่งรถขึ้นข้างบนเหมือนกัน.... ที่นี่มีเรื่องเล่าทั้งตื่นเต้นและสนุกมาฝากเพื่อนๆตามเคย โปรดติดตาม...ราตรีสวัสดิ๋ครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 9:22 am

รูปภาพ
.
Fantastic Amanohashidate Town-สะพานสวรรค์ วิมานของนักท่องเที่ยว
.
31 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
กลับมาเมื่อวานตอน 6 โมงครึ่งเย็น เก็บข้าวของและนอนพักอย่างเต็มที่แล้วก็ขอลุยรีวิวที่ค้างคาในใจก่อนเลยนะครับ
.
เช้าวันที่ 18 พฤษภาคม เราจะเดินทางไปยังเมือง อะมาโนฮาชิดาเตะ-Amanohashidate ด้วยเส้นทางท่องเที่ยวในย่าน Hyogo นอกจากขึ้นบนไปยัง คิโนซากิ ออนเซ็น-Kinosaki onsen แล้ว ยังมีที่ (คิดในตอนนั้นว่า) พอจะน่าเที่ยวบ้าง ก็ที่เมืองนี้แหละครับ
.
จุดเด่นที่น่าสนใจของเมืองนี้ คือเนินทรายพาดยาวข้ามทะเลของอ่าว มิยาสุ-Miyazu ภายใต้ร่มสนอันเขียวขจี ที่สามารถเดินหรือขี่จักรยานข้ามไปมาระหว่างเนินเขา 2 ลูกที่อยู่ตรงกันข้ามกันได้.... ซึ่งหากมองจากยอดเขาทั้งคู่ แล้ว จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีวิวทิวทรรศน์งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในสามแห่งที่มีของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
.
ดังที่เพื่อนๆจะได้เห็นจากภาพประกอบของ "ณเดชน์ และ ญาญ่า วัยใกล้ถึงฝั่ง" ในรีวิวนี้ครับ แหะ แหะ
.

รูปภาพ
.
ง่ายๆสำหรับเราก็คือ การค้นหาตารางเวลาว่าจะไปสู่สถานที่ที่ต้องการได้อย่างไร ให้มีการ ต่อรถ-Transfer น้อยครั้งที่สุด โดยจองที่นั่งล่วงหน้าจากออฟฟิซของ JR-Japan Railway ในสถานีรถไฟซึ่งอยู่ห่างจาก Toyoko Inn ที่เราพักเพียงแค่เดินเท้า 1 นาทีเท่านั้น...และในกรณีนี้ เราจองล่วงหน้า หลังกลับจากคิโนซากิ ในช่วงค่ำวันที่ 17 เมื่อวานนี้ก่อนกลับที่พักครับ
.
แน่นอนครับว่า การเสิร์ชข้อมูลตารางรถไฟจาก Hyperdia นั้น เราได้หลีกเลี่ยงโดย Uncheck-ลบเครื่องหมายถูกออก จาก... ขบวนรถ Nozomi... เครื่องบิน...รถบัสแอร์พอร์ต... เรือเฟอร์รี่...สองเท้าเดิน... รถไฟนอน.... และ รถไฟของบริษัทอื่นๆ หรือ Private Railway ไปก่อนเรียบร้อยแล้ว
.
สาเหตุที่ออกเช้าหน่อย (สำหรับเราที่ตื่น 6 โมงตามปรกติ เพราะอาหารเช้าคือ 6.30-9.00 น.) คือรอบ 7.50 น. เพราะวันนี้ใช้เวลาเดินทางนานกว่าเมื่อวานเยอะ คือ 220 นาทีทีเดียว กว่าจะถึงก็เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว
.
โปรดสังเกตตารางเวลาข้างบนว่า.... ที่ตั้งใจตั้งแต่เมื่อวานว่า จะเที่ยวทั้ง คิโนซากิออนเซ็น และ อะมาโนฮาชิดาเตะ ในวันเดียว คือเที่ยวแห่งแรกหลังเที่ยงซัก 3 ชั่วโมงครึ่ง แต่แห่งหลังกว่าจะถึงก็หลัง 5 โมงเย็นเข้าไปแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลย.... สุดท้ายก็ต้องเที่ยวแห่งละวันเช่นนี้แหละครับ
.
รูปภาพ
.
จองตั๋วได้มาคนละ 2 ใบ คือจาก ไอโออิ-Aioi ชินกังเซ็น ฮิคาริ ไป เกียวโต-Kyoto มีเวลาเปลี่ยนรถ 27 นาที จากเกียวโตขึ้นรถด่วน ฮาชิดาเตะ-Hashidate ไปอีก 126 นาที ถึงที่ 11.30 น.
.
จากตั๋ว 2 ใบที่เราแต่ละคนได้มา โปรดสังเกตว่า ใบหลังคือ จากเกียวโตไปยัง อะมาโนฮาชิดาเตะ นั้น เมื่อการ์ดรถมาตรวจตั๋ว ก็ประทับตราให้โดยไม่ได้บอกอะไรเราแม้แต่น้อย (ซึ่งจุดนี้ถือว่าสำคัญมากทีเดียว)
.
รูปภาพ
.
รถไฟด่วนขบวน จาก เกียวโต-Kyoto ไปยัง อะมาโนฮาชิดาเตะ-Amanohashidate นั้นถือว่าใหม่และเก๋มากครับ เพราะที่นั่งที่เราจองไว้อยู่ตู้เดียวกันกับที่นั่งชั้น 1 ในส่วนครึ่งขบวนหลัง ที่ต้องเดินผ่านชั้น 1 ไปก่อน ก็เลยขอลองเซิร์ฟๆดูหน่อยว่า...ที่นั่งชั้นหนึ่งนั้น นั่งแล้วก้นนุ่มซักแค่ไหน กับราคาที่ต่างกันมากโขทีเดียว อิอิ
.
แล้วเราก็มาถึง สถานี อะมาโนฮาชิดาเตะ-Amanohashidate ตามเวลา ให้เราขึ้นลิฟท์ไปยังสะพานข้ามทาง เพื่อลงอีกทีที่หน้าสถานี ซึ่งทุกอย่างก็ราบรื่นดีครับ
.
จนกระทั่งถึงทางเข้าสถานีนั่นแหละครับ ที่เรารี่จะไปจองที่นั่งตั๋วเที่ยวกลับ เจ้าหน้าที่ก็ขอดู JR Pass ของเราและบอกว่า.....
.
"รถไฟขบวน ฮาชิดาเตะ-Hashidate ช่วงระหว่าง ฟูกุชิยาม่า-Fukuchiyama และ อะมาโนฮาชิดาเตะ-Amanohashidate นั้น เป็นรถไฟของสถานีของเอกชนต่างหาก ที่ต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มคนละ 1,520 เยนต่อเที่ยว เรา 2 คนก็ 3,040 เยน ซึ่งรวมขากลับด้วยก็ 6,080 เยน" เกือบ 2 พันบาทเลยทีเดียว
.

รูปภาพ
.
ว่าแล้วเธอก็เปิดด้านในแผ่นพับของ เจอาร์พาสส์-JR Pass ให้เราดูว่า มีการเขียนกำกับด้วยว่า เจอาร์พาสส์ไม่สามารถใช้ฟรีในรถเที่ยวไหนบ้างนอกจากขบวน โนโซมิ-Nozomi อย่างที่ทราบๆกัน ด้วยเป็นรถของบริษัทอื่นและต้องจ่ายเงินเพิ่มเท่านั้นเท่านี้ เต็มไปหมด
.
ซึ่งกรณีอย่างนี้ เราเคยเจอมาแล้วเมื่อตอนไปเที่ยว ทตโตริ-Tottori เมืองทะเลทรายในญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่นี่เท่าไหร่ เมื่อ 3 ปีก่อน ดังที่เพื่อนๆสามารถคลิกอ่านในหน้าที่ 3 จากกระทู้ที่ลิงค์ http://bit.ly/2wtVYGG ซึ่งมีเนื้อความดังนี้
.
--------------------------------------------------------------
.
จากแผนที่ เส้นทางรถไฟ ของ เจอาร์ ใน japan-guide.com ที่ลิงค์ http://bit.ly/30TZGre ทำให้เข้าใจง่ายๆว่า การเดินทางไป ทตโตริ นั้น เป็นเรื่องง่ายๆ คือวิ่งเป็นเส้นตรงจาก โอคายาม่า ขึ้นไปเลย และ...
.
ในเมื่อเรามี เจอาร์พาสส์ อยู่แล้ว จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเงื่อนไขที่จำหลักตั้งแต่เริ่มเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อ 8 ปีก่อนก็คือ ใช้ได้ทุกขบวนของการรถไฟญี่ปุ่น (Japan Railway=JR) ยกเว้น โนโซมิ (จำคำว่า โ คำแรกให้ดี) และ โคดาม่า (ใช้ได้แต่ช้ามาก เพราะพี่แกจอดทุกสถานี ขืนขึ้น ก็เป็นคำแรกของชื่อ คือ โค..อิอิ) ..รวมทั้งบางเส้นทางที่ต้องจองที่นั่ง เพราะเป็น Reserved Cars Only ซึ่งไม่ยุ่งยากอะไรเลย
.
เท่านั้น จริงๆครับ
.
จนกระทั่งเที่ยวกลับจาก ทตโตริ ที่เรานึกยังไงไม่ทราบไปขอจองที่นั่งก่อนขึ้นนั่นแหละครับ เจ้าหน้าที่จึงบอกว่า เส้นทาง ทตโตริ ไป โอคายาม่า ผ่านทาง Kamigori นั้น JR Pass ใช้ได้ แต่ต้องเสียค่าที่นั่งเพิ่มอีก ประมาณ 2,000 เยน...
.
ว่าแล้ว เธอก็เปิดหน้าในของ JR Pass ให้ผมดู และชี้ตรง Trains and Sections Requiring Additional Basic Fare and Charges ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ช่วงระหว่าง Kamigori กับ Chizu นั้นไม่รวมอยู่ใน JR Pass อ่ะครับ
.
โห...เป็นความรู้ใหม่จริงๆ ซึ่งผมไม่เคยเฉลียวใจเปิดดูเลย (เหมือนๆกับ ไม่เคยกรอกข้อมูลในหน้าใน ในผ่าน ตม.ของไทย แต่เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกรอกกันวุ่นไปหมด)..และยังมีเงื่อนไขอื่นๆอีกมากมายด้วย
.
เราโชคดีจริงๆครับ เพราะ....
.
ขาไป จาก โอคายาม่า ผ่าน คามิโกริ สู่ ทตโตริ ของเราเที่ยวเช้านั้น เราเลือกไปนั่งในตู้ Non-Reserved และไม่มีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วเลย ไม่งั้นคงเสียเงินที่ไม่ควรเสียไปเปล่าๆปลี้ๆ
.
ใช่ครับ เปล่าๆปลี้ๆ...เพราะเรามีทางเลือกที่จะไปเที่ยวหลัง ผ่านทาง ฮิเมจิ ฟรีๆได้..แต่ก็เสียเวลามากขึ้นเกือบชั่วโมง อ่ะครับ
.
เพราะฉะนั้น เพื่อนๆที่ถือ เจอาร์พาสส์ ต้องเผื่อเรื่องนี้ไว้ด้วยนะครับ
.
--------------------------------------------------------------
.
แต่ในกรณีอย่างวันนี้ ซึ่งตอนจองที่นั่งจาก Aioi เจ้าหน้าที่ก็ปริ้นท์บัตรออกมาให้เราสองเลยโดยไม่ได้กำชับใดๆล่วงหน้าว่าต้องจ่ายเงินเพิ่มคนละไปกลับตั้ง 3040 เยน (900 บาท)....
.
แถมตอนการ์ดรถตรวจตั๋ว ก็ประทับตราให้เราเป็นอย่างดีด้วย
.
ผมจึงยกประเด็นนี้บอกกับเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้น (ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่พูดอังกฤษได้) ว่าไม่ใช่ความผิดของเรา ถ้าเราทราบว่าต้องจ่ายเงินเพิ่มอย่างนี้ เราคงไม่มา
.
แต่เธอกลับตอบว่า "นี่เป็นเรื่องของคนละบริษัท คุณต้องไป Complain-ต่อว่า กับทางออฟฟิชเจอาร์เอง"
.
ผมรีบสวนไปว่า "ผมจะไปคอมเพลนได้ยังไง ผมเป็นนักท่องเที่ยว ไม่ได้มีเวลามากเหมือนคนญี่ปุ่น มันเป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องไปคอมเพลน ไม่ใช่ผม"
.
แต่เธอก็ยืนกรานเหมือนเดิมว่า ถ้าไม่จ่ายขาไปคนละ 1,520 เยน ก็ผ่านประตูเข้าไปไม่ได้ กระทั่งผมจนปัญญา ผมก็เลยบอกว่า "ถ้างั้น เราไม่เข้าเมืองนี้ล่ะ เดี๋ยวคุณหาตั๋วให้เราไปสถานี Fukuchiyama ที่เราสามารถใช้ JR Pass ด้วยก็แล้วกัน"
.
เธอหันไปมองหญิงสาวอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า ซึ่งทั้งคู่ก็ตกลงว่า จะเขียนตั๋วพิเศษให้เรานั่งรถไฟธรรมดาเที่ยวต่อไปกลับยัง Fukuchiyama ซึ่งก็คือเที่ยว 12.12 น. และเราก็รับตั๋วกลับมาด้วยความรู้สึกเซ็งๆ
.
ระหว่างนั้น เมื่อผมรีบตรวจเน็ตดู Hyperdia ว่าน่าจะไปที่ไหนจาก Fukuchiyama ได้มั่ง ซึ่งก็มี Toyooka ที่กว่าจะถึงก็ บ่าย 2 โมงกว่า และ Takeda ต่อจากนั้น จนถึง Himeji ตอนค่ำๆที่เราเคยไปมาแล้วเมื่อกว่า 10 ปีก่อน
.
ยิ่งคิดทบทวน ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า... ไม่เข้าท่าเลย เสียเวลาไปเปล่าปลี้ๆที่ไม่ใช่ความผิดของเราฝ่ายเดียวแท้ๆ.... ผมจึงกลับไปที่ตรวจตั๋วที่เดิม และบอกเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นว่า จะขอพูดกับผู้จัดการสถานี.... ซึ่งเธอก็จำเป็นต้องไปเชิญตัวท่านออกมา และเมื่อผมและเธออธิบายเรื่องราวให้ฟังอีกครั้ง ผู้จัดการที่เป็นชายสูงวัยคนนั้น ก็ตอบเพียงว่า "ช่วยไม่ได้จริงๆ และการให้เราได้ตั๋วกลับก็นับว่าได้แก้ปัญหาแล้ว" ผมจึงต้องกลับมารอรถไฟต่อไป
.
อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังรู้สึกขุ่นมัว ไม่พอใจและคุกรุ่นอยู่นั่นแหละ จึงย้อนกลับไปอีกครั้งและบอกเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นว่า "เวลาที่เหลืออย่างนี้ เราจะไปเที่ยวที่ไหนได้ กว่าจะถึงเมืองที่ต้องการไปก็เกือบบ่าย 3 แล้ว เสียเวลาแท้ๆ...."
.
แล้วผมก็โวยต่อไปว่า "....และที่สำคัญ ผมรู้สึกแปลกใจมาก ที่ประสบการณ์เป็น 10 ครั้งที่มาญี่ปุ่น ผมมักจะเห็นคนญี่ปุ่นโค้งกล่าวขอโทษ-bow and say sorry เสมอ แต่ทั้งคุณและผู้จัดการคนนั้นกลับไม่เคยขอโทษเราเลย..."
.
แล้วผมก็ลุยต่อในฐานะเคยถือชอล์กมาก่อนว่า "พวกคุณทำให้เราเสียเวลา 3-4 ชั่วโมง แล้วยังจะมาโยนให้เราไปแก้ปัญหาและคอมเพลนเอาเอง ผมไม่คิดเลยว่าจะมีคนญี่ปุ่นที่ไหนเป็นแบบนี้...บลา บลา บลา..."
.
ซึ่งเธอก็ยืนนิ่งเฉยไม่ตอบโต้อะไรตั้งนานสองนาน และแล้ว...
.

รูปภาพ
.
ผู้จัดการสถานีชายสูงวัยที่ผมเห็นยืนโทรศัพท์ข้างในตั้งนานสองนาน ก็เดินมาหาผม และบอกว่า "เอาล่ะ เอาล่ะ ผมโทรไปหาฝ่ายต่างๆแล้ว คุณสองคนสามารถเข้าไปเที่ยวในเมืองได้ฟรี..."
.
ผมรีบตอบว่า "เที่ยวแค่ในเมืองนี้เหรอครับ เราตั้งใจว่ากว่าจะกลับก็ 4-5 โมงเย็นนู้น เพราะไหนๆก็มาแล้ว..."
.
ผู้จัดการบอกว่า "คุณสองคนเข้าเมืองได้ฟรี จะอยู่กี่โมงก็ได้ ขากลับก็ออกไปขึ้นรถไฟถึง Fukuchiyama ได้ฟรีอีก โดยเราจะเปลี่ยนเป็นตั๋วใบใหม่ให้ครับ" ว่าแล้วก็ขอบัตรเจอาร์พาสส์ของเราไปลงบันทึก และออกเอกสารขึ้นรถไฟฟรีไปถึง Fukuchiyama ให้
.
เท่านั้นแหละครับ ผมรีบแน่วมาบอกคุณนายที่นั่งรอรถไฟอยู่ข้างนอกฉับพลัน ซึ่งคุณท่านก็ดูเหมือนช่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรที่ปล่อยให้ผมออกไปพะบู๊คนเดียวตั้งหลายหน หันมายิ้มให้และบอกอย่างลิงโล่ดเพียงว่า "ไปฟรีแล้วเหรอ ป๋า.. ดีจังเนอะ... ไม่ต้องเสียเวลา..." ฮึ่ม ฮึ่ม โว้ยยย...
.
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ที่เราคาดไม่ถึงเลยก็คือ เมื่อกลับจากที่นี่ไปยัง Aioi สถานีที่เราพักและจองที่นั่งให้เราสำหรับรถไฟเที่ยวไป Saga ในวันที่ 20 ในเช้าวันต่อมา....
.
เมื่อผมซักว่า "ทุกเที่ยวไปฟรีใช่ไหม ไม่เหมือนกับที่ไป อะมาโนฮาชิดาเตะ-Amanohashidate นะ" พวกเค้าซึ่งก็คงทราบเรื่องกรณีนี้ ต่างตกใจร้องอ๋อ (ว่าสามีภรรยาคู่นี้นี่เอง) รีบขอตัวเข้าไปข้างใน....
.
แล้วเชื่อไหมครับว่า เพียงครู่เดียว ผู้จัดการสถานี และลูกน้องอีก 3 คน ก็ออกมาข้างนอก โค้งขอโทษเราด้วยสีหน้าเสียใจที่ "ทำให้เกิดความยุ่งยากในครั้งนี้-We are so sorry for the inconvenience that occured to you" (อ่านจากเครื่องแปล) โดยเราก็รีบบอกว่า "ไม่มีปัญหาครับ ผู้จัดการสถานีและทุกคนที่นั่นเยี่ยมมากๆเลย และทุกคนที่นี่ก็ดีต่อเราเป็นพิเศษด้วย" (ด้วยเครื่องแปลเช่นกันครับ)
.
นี่แหละครับ ญี่ปุ่น นอกจากไม่มีเรื่องของหาย หรือหายแล้วได้คืนอย่างที่ทราบๆกันแล้ว เค้ายังถือเป็นความรับผิดชอบและขอโทษอย่างจริงใจในกรณีที่ก่อให้เกิดความคลุมเครือ จนกระทั่งเกิดความยุ่งยากไม่เข้าใจกัน ซึ่งในที่สุด ไม่ว่า เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ก็เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดีได้....ต้องขอคารวะจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ในสถานีรถไฟนี้เองครับ เมื่อถามสั้นๆเพียงว่า "มีเวลา 4-5 ชั่วโมงจะเที่ยวที่ไหนได้บ้าง" เจ๊เจ้าหน้าที่ก็อธิบายให้เราเข้าใจง่ายๆว่า....
.
---- โดยปรกติ คนก็จะไปเที่ยวสะพานสวรรค์-天橋立 (ผมอ่านจากภาษาจีน) กัน โดยขึ้น รถรางขึ้นลงเขา-Monorial หรือ เก้าอี้ไต่ลวด-Chairlift กันไป 2 เนินเขา คือ Amanohashidate View Land ที่เป็นสวนสนุก และที่ Kasamatsu Park ที่เป็นจุดชมวิวอีกด้าน อย่างใดอย่างหนึ่ง
.
---- ถ้าเลือกเอาเนินเขาเดียว โดยขึ้น รถรางขึ้นลงเขา-Monorial หรือ เก้าอี้ไต่ลวด-Chairlift ไป Amanohashidate View Land ที่เป็นสวนสนุก ขึ้นลงก็คนละ 750 เยน
.
---- ถ้าเช่าจักรยานวิ่งไปตามเนินทรายและกลับ คนละ 900 เยน
.
---- ถ้านั่งเรือไปอีกเนินเขาหนึ่ง คนละ 500 เยน
.
---- ถ้านั่งเรือไปกลับระหว่าง 2 เนินเขา คนละ 900 เยน
.
--- ถ้าเลือกไป 2 เนินเขา และนั่งเรือไปกลับ 2 รอบก็ได้ ค่ารถรางขึ้นลงเขา-Monorial หรือ เก้าอี้ไต่ลวด-Chairlift ทั้ง 2 เนินเขา ลดจาก 1500 เยนเหลือคนละ 1200 เยน+ ค่าเรือไปกลับลดจาก 1000 เยนเหลือคนละ 900 เยน รวมคนละ 2100 เยน
.
แน่นอนครับว่า เวลาเท่าที่มีทำให้เราไม่สามารถเดินบนเนินทราย (ชั่วโมงกว่า) หรือเช่าจักรยานไปได้ จึงเลือกแบบสุดท้ายคือ ไป 2 เนินเขาและนั่งเรือ 2 เที่ยว คนละ 2100 เยนครับ
.
รูปภาพ
.
ได้ตั๋วเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกขวาผ่านสถานอาบน้ำแร่-Onsen ข้างสถานีไปตามทางเข้าเมือง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 นาที ก็ถึงทางแยกเลี้ยวขวา ผ่านทางรถไฟไป Amanohashidate View Land ที่เป็นสวนสนุก ซึ่ง....
.
รูปภาพ
.
จะเห็นอาคารไม้สีดำของ Chairlift & Monorial Platform-ชานชาลาขึ้นลงเขา อยู่ข้างหน้า
.
ในอาคารนั้น สำหรับผู้ที่ยังไม่มีตั๋วก็จัดการซื้อตั๋วเลย ส่วนเรามีตั๋วแล้วซึ่งเลือกที่จะไปด้วย รถรางขึ้นลงเขา-Monorial ก็ต้องรอเที่ยวต่อไปคือ 12.40 น. ซึ่งยังอีกนานเพราะต้องรอให้รถรางที่ขึ้นไปลงมาก่อน
.
ระหว่างนั้น เมื่อด้อมๆมองๆ เก้าอี้ไต่ลวด-Chairlift ที่อยู่ข้างๆและวิ่งวนตลอดเวลาไม่ต้องรอ เราก็รู้สึกว่าไม่น่ากลัวเท่าไหร่แฮะ จึงขอเปลี่ยนเป็นขึ้น เก้าอี้ไต่ลวด-Chairlift แทนซึ่งเจ้าหน้าที่ก็กรุณาปลดเชือกกั้นให้เราข้ามไปได้
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 9:25 am

รูปภาพ
.
ในภาพนี้ จะเห็นนะครับว่า เก้าอี้ไต่ลวด-Chairlift ไม่ได้แตกต่างหรือปลอดภัยน้อยกว่า รถรางขึ้นลงเขา-Monorial เลยครับ เพียงแต่ เป้ที่ห้อยหลังมา ต้องเอากลับไปไว้ข้างหน้า เพื่อให้นั่งกระชับกับที่เพียงเท่านั้น โดยไม่ต้องมีที่กั้นตรงที่นั่งแต่อย่างใด ก็ไปได้เลย...
.
รูปภาพ
.
จะเห็นได้ว่า ด้านล่างเมื่อพ้นจุดต่ำสุดที่เป็นลานหญ้าไป ก็จะเป็นตาข่ายรองรับตลอด ซึ่งแม้อาจเกิดอุบัติเหตุตกลงไปข้างล่างก็ไม่บาดเจ็บแต่อย่างใด และเจ้าหน้าที่ก็บอกแล้วว่า หากทำของตกให้บอกเค้าเมื่อถึงที่ อย่าลงไปเก็บเองเด็ดขาด 5555
.
ขึ้นลงสะดวกมากครับ เพราะเก้าอี้จะเลื่อนไปอย่างช้าๆ หยุดให้ขึ้นลงโดยความช่วยเหลือของพนักงานได้โดยไม่มีการสะดุดหรือน่ากลัวแต่อย่างใดครับ
.
ขอเรียนว่า วิวตอนข้ามทะเลที่เห็นเนินทรายคล้ายตัวมังกรนั้น งดงามมากๆทีเดียว
.
รูปภาพ
.
ข้ามฟากมาแล้ว เดินขึ้นหน่อยเดียวก็ถึงทางเข้าสวนสนุก ซึ่งผู้คนส่วนหนึ่งทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็ไปขึ้นรถยนต์ไต่ราว หรือ ชิงช้าสวรรค์กัน โดยเสียค่าบัตรต่างหาก แต่เรามุ่งตรงไปยังจุดที่เป็นแท่นให้มองลอดหว่างขาเลย เพราะมีหลายที่ไม่ต้องแย่งกัน
.
คุณนายเคทลองก่อน เลือดลงหน้าแดงฉานเลย บอกว่าไม่เห็นจะสวยอะไร 5555
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ถึงตาผม ฮิฮิ...ของหมูๆ..เรื่องกล้วยๆ...แต่ว่า...แต่ว่า..ก้มไม่ลง เพราะติดพุงอ่ะ....55555 เขิลลล์จัง
.

รูปภาพ
.
ก็เลยมาถ่ายภาพกันที่จุดอนุสรณ์ที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 日本三景-วิวสวยที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น....ส่วนแท่นช่องกลมๆที่เห็นตรงเนินเขานั้น....
.
รูปภาพ
.
ต้องไปหยอดเหรียญซื้อก้อนหินแบนๆกลมๆจากในตู้ก่อน ครั้งละ 3 ก้อน 300 เยน เรียกกันว่าก้อน คาวาราเกะ-Kawarake นัยว่า ถ้าเขวี้ยงลงช่องตรงกลางที่เรียกว่า ชิโนว่า-Chi-no-wa หรือ วงแหวนแห่งปัญญา-Ring of wisdom ได้ ถือว่า เสริมปัญญาเป็นเลิศ โชคดี ปราศจากทุกข์ภัยในชีวิต อะไรปานนั้นครับ
.
วิวที่งดงามและจัดว่าเป็นเต้ย 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นครับ
.
รูปภาพ
.
เดินชมทั่วๆและขึ้นไปยังสะพานไม้รั้วเหล็กที่เหมือนสะพานลวดก่อนครับ
.
รูปภาพ
.
ลมเย็นชื่นใจ รื่นฤทัยเป็นที่สุดครับ
.
รูปภาพ
.
เป็นสะพานลวดขนาดใหญ่มากทีเดียว มองเห็นวิวด้านล่างทั่วไปทุกด้าน
.
รูปภาพ
.
เข้าส่วนสวนสนุกที่มีผู้ปกครองมาเด็กๆมาเที่ยวอย่างเพลิดเพลินกับเครื่องเล่นต่างๆ
.
รูปภาพ
.
น่าสนุกกว่าที่เห็นตามงานหรือสวนสนุกทั่วไปเพราะคนไม่เยอะครับ
.
รูปภาพ
.
หาที่นั่งในศาลา ทานของว่างที่เป็น มานจู ขนมเหนียวไส้ถั่วที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตข้างที่พักครับ
.
มีช่างภาพรับจ้างถ่ายรูป โดยให้ผู้คนถือป้ายคำว่า 令和-เรวะ แสดงถึงการอยู่ในรัชสมัยของจักรพรรดิ์พระองค์ใหม่ของญี่ปุ่นครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 9:29 am

รูปภาพ
.
ได้เวลากลับ แน่นอนว่า เราเลือกบริการ เก้าอี้ไต่ลวด-Chairlift อีกเช่นเคย อิอิ
.
รูปภาพ
.
ลงจากเนินเขามา คนใหม่ก็ยังทะยอยกันมาตลอดเวลา สังเกตได้ว่า รถรางขึ้นลงเขา-Monorial มีคนแน่นตลอดเลยครับ
.
ข้ามทางรถไฟ ออกขวาไปยังอีกด้านหนึ่ง เพื่อขึ้นเรือ ผ่านถนนไปสู่วัดดังและท่าเรือที่โน่นครับ
.
รูปภาพ
.
จบจากเนินเขาแรกที่ Amanohashidate View Land แล้ว เราก็เดินออกมาข้างนอก ข้ามทางรถไฟไป เแล้วเลี้ยวขวาตรงไฟแดงแรก ไปยังกลุ่มร้านค้าต่างๆอีกคนละด้านกับขามา
.
แล้วเราก็ได้พบว่า Amanohashidate หาได้น่าเที่ยวเฉพาะเท่าที่ผ่านมาและเนินทรายกลางทะเลที่เป็นวิวยอดนิยมไม่ แต่การนั่งเรือไปกลับ (ย้ำ ต้องนั่งเรือไปกลับนะครับ เว้นแต่มีเวลามากจริงๆจะพ่วงด้วยการท่องจักรยานเพิ่มก็ได้) ทำให้เราสามารถเลือกอยู่ที่ท้ายเรือรอบนึง และบนดาดฟ้าอีกรอบนึงได้ เพราะ...
.
นกนางนวลที่บินมาเป็นฝูงๆ เพื่อจิก ฮานามิ ที่เค้าขายตรงท่าเรือ (ซองละ 100 เยน) นั้น มีมากและค่อนข้างเชื่องผู้คนจริงๆ ซึ่งไม่ว่าเป็นตากล้องระดับไหน (จะถ่ายแบบ Continuous ทีละหลายซ๊อตก็สะดวกดี หรือถ่ายแบบธรรมดา) ก็จะได้ภาพนกนางนวลจิกฮานามิในมือแน่นอน ถ้าไม่รู้สึกเสียวที่ปลายนิ้วครับ 555
.
สรุปคือ Amanohashidate น่าเที่ยวกว่าที่คิดไว้มากๆ และเราโชคดีกว่านั้นอีกที่ไม่ต้องเสียค่ารถไฟเพิ่มขึ้นอีกทั้งๆที่มีพาสส์แล้วใช้ไม่ได้ตลอดรอดฝั่งดังที่เรียนมาแล้วครับ ซึ่ง...
.
เท่าที่ดูข้อมูลพบว่า เราสามารถใช้ JR west wide area pass นั่งฟรีไปถึง Amanohashidate ได้ (ตรวจสอบกันเองนะครับว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร เพราะเราสองใช้ JR Pass ตลอด เที่ยวนี้ก็ใช้แบบ 14 วัน เพราะไม่เคยรู้เรื่องหรือสนใจ Pass อื่นๆเลยด้วยขี้เกียจจำเงื่อนไขต่างๆครับ)
.
นอกจากนั้น ยังมีบางรายที่ซื้อ Amanohashidate Pass หรือ Kyoto by the Sea- Amanohashidate & Ine Day Passes เพื่อเที่ยวเมืองนี้แบบฟรีๆรวมกิจกรรมทุกอย่างด้วย....เพื่อนๆที่ไปแบบสั้นๆกว่าเราก็เสียเวลาพิจารณาด้วยนะครับ
.
.
ในภาพ โปรดอย่าลืมคำเตือนเรื่องนกเหยี่ยวที่จะบินแซมมาโฉบฮานามิด้วยนะครับ เพราะตัวใหญ่และโฉบแรงเร็วกว่านกนางนวลมาก อาจบาดเจ็บที่มือที่นิ้วได้ คุณนายเองก็เจอ 2 ตัวด้วยกันครับ (เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง ไม่งั้นคงมีภาพเจ๋งๆกว่านี้มาฝากแน่ครับ)
.
รูปภาพ
.
เลี้ยวขวาหลังจากข้ามไฟแดงไปตามร้านค้าต่างๆ ซึ่งล้วนตกแต่งหน้าร้านอย่างสวยงาม
.
รูปภาพ
.
ผ่านเข้าไปซอยหนึ่ง เห็นมีเรือจอดอยู่พร้อมป้ายและหนุ่มตุ้ยนุ้ยเชิญชวน ปรากฏว่าเค้าชี้ให้ไปทางหน้าวัดข้างหน้า เพราะรายนี้เป็นเรือเอกชนทั่วไปครับ
.
รูปภาพ
.
เดินจนถึงหน้าวัด Chionji ก็จะเห็นซอยริมทะเลทางขวามือ มีป้ายภาษาญี่ปุ่น 3
ตัวแรกคือ 观光船 ที่แปลว่า เรือนำเที่ยว เราก็มุ่งตรงเข้าไปทันที โดยผ่านเรือเอกชนอีกหลายเจ้าจนถึงออฟฟิซหลังใหญ่ มีคำว่า 观光船 อีกเช่นกัน
.
นั่งรอในออฟฟืซที่ว่าและดูตารางเวลาเรือกลับพักนึง ก็มีเรือที่กลับเข้ามาเทียบท่า แล้วพอคนลงหมด เราก็ไปยืนรอต่อแถวกันเพื่อขึ้นเรือครับ
.
สะพานแดงที่เห็นข้างหน้านี้ สามารถหมุนออกให้เรือใหญ่ผ่านได้ แต่เป็นตอนไหนน่าจะไม่มีเวลาแน่นอนครับ
.
รูปภาพ
.
ลงเรือแล้ว เราก็ไปนั่งที่ท้ายเรือ และเมื่อเห็นคนอื่นๆที่เตรียมพร้อม มีฮานามิที่ซื้อมาอยู่ในมือ กวักมือไหวๆเรียกนกนางนวลที่บินมาเป็นฝูง คุณนายก็เลยบิขนมปังในเป้ออกมาล่อนกด้วย ทั้งๆที่ดูเหมือนจะไม่คุ้นตานกเหมือนฮานามิเท่าไหร่ครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ได้ผลครับ เพราะมีนกนางนวลบินโฉบเข้ามาที่มือทีละตัวละตัว จนกระทั่งเจอดีมีเหยี่ยวถลาเข้ามาอย่างรุนแรงบ้าง แต่คุณนายก็บอกว่า รับไหว ไม่มีปัญหาครับ
.
ไม่น่าเชื่อครับว่า ช่วงเวลาสั้นๆแค่ 12 นาที ทุกคนเจอนกนางนวลให้ล่อเป็นฝูงๆแบบไม่รู้จักเหนื่อยหน่าย โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือตอนเรือออกได้เพียงครู่เดียว นับว่าสนุกและประทับใจมากกว่าที่เคยเห็นตอนไป Matsushima เมื่อ 10 กว่าปีก่อนที่เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกครับ
.
รูปภาพ
.
เรือถึงอีกฝั่ง ลงรถแล้วก็เดินตามๆผู้โดยสารท่านอื่นๆไป เมื่อผ่านทางออกและร้านค้าไปหน่อย ก็เจอร้านจักรยานให้เช่าเยอะเลย เห็นแล้วน่าเที่ยวแบบค้างคืนที่นี่ซักคืนยิ่งนักครับ
.
รูปภาพ
.
ออกซ้ายตามทางถนนใหญ่ไปเรื่อยๆ ก็ข้ามถนนตรงเลย รถตู้ขายพิซซ่า สีแดงฉานไปหน่อย ผ่านร้านค้าและเห็นป้ายชี้บอกทางไปสถานียานพาหนะขึ้นลงเขาแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
เข้าอิหรอบเดิมครับ คือขึ้นเก้าอี้ไต่ลวด-Chairlift โดยที่นี่มีป้ายเตือนตลอดทางว่าห้ามลงไปเก็บของเอง...ห้ามกระโดดไปช่วยคนอื่น...แถมยังมีช่วงหนึ่งเป็นท่อนปูนขวางข้างล่างด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ด้านนี้คือเนินเขาด้าน Kasamatsu Park ที่มีภาษาจีนเขียนว่า 伞松公园 แปลว่า สวนสน (ที่มีลักษณะคล้าย) ร่ม....มีรถบัสบริการขึ้นเขาไปยังวัดข้างบนด้วย คนละ 1,100 เยน...เราก็เลยตามๆคนอื่นขึ้นบันไดที่เห็นข้างหน้าไปแทน อิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 9:32 am

รูปภาพ
.
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ขึ้นบันไดไปหลายช่วงเหมือนกัน จนถึงชั้นบนที่เป็นสนร่ม มีร้านค้าขายของชำร่วยและไอสครีมจำหน่าย เดินไปหน่อยก็เห็นทางลาดยางที่รถบัสขึ้นไปอีก แต่เราเหนื่อยเสียแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพต้นสนทรงร่มและชมวิวจากครึ่งเนินเขายอดบนเล็กน้อย
.
รูปภาพ
.

นั่งพักสักครู่ แล้วก็เดินลง ไปยังลานข้างหน้าที่เป็นทางยื่นออกไปให้ถ่ายภาพกัน
.
รูปภาพ
.
ร่วมรายการมองลอดหว่างขาไปหน่อยพอเป็นพิธี และเดินเล่นไปทั่วๆ
.
รูปภาพ
.
ขึ้นไปยังอาคารที่มีร้านอาหารอยู่ข้างบน และมุมถ่ายภาพคู่ แล้วครู่หนึ่งก็ได้เวลากลับ
.
รูปภาพ
.
ลง เก้าอี้ไต่ลวด-Chairlift อีกรอบให้หนำใจ อิอิ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็กลับทางเดิมเพื่อไปขึ้นเรืออีกเที่ยว
.
รูปภาพ
.
คราวนี้ คุณนายเคทเตรียมพร้อม ซื้อฮานามิ มาด้วย และกระโจนไปบนดาดฟ้าเรือ รอนกนางนาลที่โฉบเข้ามาตอนเรือออกพอดี
.
รูปภาพ
.
ได้ภาพประทับใจอีกรอบ...เหมือนผู้โดยสารอื่นๆบนนี้
.
ก่อนจะกลับเข้าสู่ฝั่ง ดูเรือเช่าเพลินๆที่วิ่งไปมาด้วยมีคนใช้บริการพอสมควร
.
รูปภาพ
.
แวะวัด Chionji ที่มีการขอพรด้วยพัดเล็กๆประดับบนต้นไม้
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านค้าต่างๆอีกหน โดยลองแวะที่ร้านขายปลาแห้งแล้วลองชิมดู ปรากฏว่าเค็มปี๋ เลยไม่อยากเป็นโรคไตอ่ะครับ
.
จากนั้น ก็นั่งรถไฟฟรีกลับไป Fukuchiyama แล้วต่อรถด่วนของเจอาร์กลับที่พักที่ Aioi ครับ
.
ยอมรับครับว่า ประทับใจกับเมืองนี้เป็นหนึ่งในที่สุดของทริปนี้ และน่าจะมีโอกาสกลับไปเยือนอีกครั้งหากมีโอกาส และจะไม่พลาดการขี่จักรยานบนเนินทรายใต้ร่มสนอย่างเด็ดขาดครับ
.
ขอบคุณที่ติดตาม และขอให้เพื่อนๆมีความสุขทุกท่านครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 12:00 pm

รูปภาพ
.
Annual Kobe Festival Since 1971-จู่ๆก็ได้ไปเทศกาลประจำปีของเมืองโกเบ
.
5 พฤษภาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
รายการทริปวันที่ 19 พฤษภาคม อันเป็นวันที่ 4 ที่เราอยู่เมือง Aioi-ไอโออิ ว่าไปก็เป็นเสมือนวันพักผ่อนหย่อนใจของเราก็ว่าได้ครับ เพราะเราแทบจะคิดไม่ออกเลยว่า จะไปเที่ยวที่ไหนได้ที่ไม่ไกลเกินควร นอกจาก....
.
Arima Onsen.....แหะ แหะ เมืองออนเซ็นอีกแว้ววว....หายสงสัยกันหรือยังครับว่า ที่ชาวญี่ปุ่นอายุยืนกว่าใครๆ เค้าว่าการอาบน้ำแร่นี้มีส่วนในการทำให้สุขภาพยั่งยืนทีเดียวแหละ
.
ทว่า...เสมือนบุญมีแต่กรรมบัง เอ๊ย กรรมมีแต่บุญบัง เพราะแม้เดินทางไป Sannomiya, Kobe จะใช้เวลาแค่ 69 นาทีก็ตาม (โดยต้องเปลี่ยนขบวนที่เมือง Himeji ก่อน ในชานชาลาคนละข้าง ลงรถคันนึงปุ๊บก็ขึ้นอีกคันได้เลย) แต่รถบัสของ JR Bus ที่สถานี ที่เราจะใช้เดินไปสู่นั่น หาใช่ขึ้นฟรีเพราะมี JR Pass ไม่ ไม่เกี่ยวกันและต้องจ่ายตังต่างหาก...
.
เราก็เลยตัดสินใจว่า....ไหนๆก็ไหนๆ ก็ขอเที่ยวเฉพาะเมืองโกเบดีกว่า แม้จะเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อกว่า 10 ปีก่อน คราวที่ไปญี่ปุ่นครั้งแรก โดยเลือกที่จะไปคนละด้านกับที่เคยไปมา......
.
นึกไม่ถึงเลยครับว่า ในที่สุด เราจะไม่ได้เที่ยวเมืองโกเบอีกด้านในยามปรกติเลย ด้วยบังเอิญว่า ตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้และทั้งวันวันนี้ คือวันสำคัญ อันเป็นเทศกาลประจำปีของเมืองโกเบ ซึ่งจัดขึ้นมาปีละครั้งตั้งแต่ปี คศ.1971 มากกว่า 47 ปีแล้ว ก็จึงตัดสินใจว่า....
.
ขอชมเทศกาลฯของชาวญี่ปุ่นในเมืองโกเบให้หนำใจแบบเดียวกับชาวท้องถิ่นญี่ปุ่นที่แห่แหนกันมาจากนานาทิศก็แล้วกันครับ
.
.
ในภาพ คือส่วนหนึ่งของบูธงานออกร้านในเทศกาลฯครับ
.
รูปภาพ
.
จากตารางเดินรถของ JR ใน Japan-guide.com จะเห็นได้ว่า จาก Aioi ผ่าน Himeji ไป Kobe เพื่อลงไปยังสถานี Sannomiya ที่อยู่เลยสถานี Kobe ไปแค่ไม่กี่นาทีนั้น เป็นเรื่องง่ายมาก เราจึงออกเดินทางเอาตอน 9.27 น.โน่นครับ
.
รูปภาพ
.
และภาพจากเน็ตที่เห็นนี้ เมือง Arima Onsen ดูแตกต่างจากเมืองออนเซ็นที่ผ่านมาทีเดียว โดยเฉพาะในส่วนที่ Japan-guide.com บรรเลงเสียหยดย้อยว่า การเดินซอกซอนไปยังตรอกเก่าๆที่มีร้านค้าเรียงรายเป็นทิวนั้น สุขสราญใจเป็นที่สุด ก็ยิ่งยั่วน้ำยายเป็นที่ยิ่ง ไว้มีโอกาสครั้งหน้าๆคงได้แวะเยี่ยมเยือนครับ
.
รูปภาพ
.
ใช่ครับ เราเคยไปโกเบมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 10 กว่าปีก่อนตอนไปญี่ปุ่นครั้งแรก และใช้เวลาเที่ยวถึง 1 วันเต็ม (ที่เกือบจะเท่าๆกับวันครึ่งหรือ 2 วันยุคนี้ เพราะ 10 กว่าปีก่อนโน้น สังขารยังสู้ ยังออกเช้ามืดกลับดึกๆได้สบาย แหะ แหะ) โดยครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆย่าน Harborland เกือบทั้งหมด ดังที่เคยลงไว้ในหนํงสือคู่มือเที่ยวญี่ปุ่น หลังจากนั้นครับ
.
รูปภาพ
.
และนี่คือเนื้อหาทั้งหมดแบบคร่าวๆในหนังสือ ถึง 10 หน้าด้วยกันครับ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 19 พฤษภาคม อย่างที่เรียนแล้วว่า เราขึ้นรถขบวนแรก ณ Aioi เวลา 9.27 น. ถึง Himeji แล้วเปลี่ยนขบวนเพื่อไป Sannomiya อีกที โดยทั้ง 2 ขบวนคนเยอะมาก และรถแน่นโดยตลอด แต่เราก็ได้ที่นั่งตรงผู้สูงอายุที่ถูกเว้นว่างให้พอดี ทั้งๆที่หน้าตาเราออกจะสาวฟ้อหนุ่มเฟื้ยว อิอิ
.
ระหว่างนั่งอยู่ในรถ ก่อนถึง ฮิเมจิ ผมก็ทักทายชายสูงวัย 2 คนที่นั่งตรงข้าม ผ่าน GoogleTranslate โดยชื่นชมเค้าว่า....... ทั้งคู่น่าจะเป็นนักกีฬาที่แข็งแรงมาก เพราะยี่ห้อเสื้อที่ติดกระเป๋าเสื้อของเค้าทั้งสองคือ คนนึงสวม North face อีกคนสวม Montbell..... ซึ่งทั้งคู่ก็ดีใจมากและบอกว่า กำลังจะไปร่วมงานเทศกาลโกเบ ที่เมือง Sannomiya ว่าแล้วก็โชว์กล้องชั้นดีมีเลนส์ยักษ์ให้ชม ก่อนจะแยกกันตอนเปลี่ยนรถที่นั่น.....
.
สาเหตุที่คนเยอะมากๆตามสถานีต่างๆที่ทะยอยขึ้นรถตลอด ก็เพราะต่างจะมาเที่ยวงานเทศกาลฯนั่นเอง
.
ลงรถที่ Sannomiya แล้ว เรามุ่งตรงไปยัง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-Tourist Informatiion ทันที ซึ่งอยู่ภายในสถานีด้านขวามือนั่นเอง
.
เจ้าหน้าที่หญิงน่ารักมากครับ ภาษาอังกฤษดีทีเดียว หลังจากแนะนำแหล่งท่องเที่ยวในย่านนี้ได้ครู่เดียว และบอกตารางรถบัสเจอาร์ที่จะไป Arima Onsen ให้ตามคำขอ ก็วกกลับเข้าเรื่องงานเทศกาลฯทันทีพร้อมบอกว่า "วันนี้พวกคุณคงไปไหนมาไหนลำบาก เพราะบริเวณจัดงานอยู่ข้างหน้าสถานีนี้เอง เที่ยวงานนี้ดีกว่าน่า คุณคงไม่มีเวลาไปไหนได้อีกหรอก..."
.
ว่าแล้ว ก็หยิบโปรแกรมให้เราและบอกว่า "เฉพาะขบวนพาเหรดที่จะเริ่มต้นตอน เที่ยงๆ ก็เป็นร้อยๆชุดแล้ว ไม่รู้ว่าบ่าย 4 โมงตามเวลาจะหมดครบทุกขบวนหรือเปล่า ถ้าไป อะริม่าออนเซ็น กลับมาคงเห็นได้ไม่ซักกี่มะน้อย..." เล่นเอาเราอดรู้สึกลังเลและลิงโลดตามไปด้วยไม่ได้ เลยขออยู่เที่ยวเทศกาลฯอย่างเดียวตามที่บอก...เพราะเธอน่ารักและจริงใจมากๆครับ
.
รูปภาพ
.
ซ้ายมือคือโปสเตอร์สำหรับ เทศกาลฯนี้ และขวามือคือลุงแต่งชุดโบราณที่เดาว่าน่าจะมาจากการท่องเที่ยวของเมืองนี้ครับ
.
รูปภาพ
.
สิ่งหนึ่งที่ต้องขอชมเชยคนญี่ปุ่นก็คือ เรื่อง ข้อมูล-information นี่แหละครับ เพราะมีรูปวาดและตัวอักษรเขียนบอกข้อมูลต่างๆทุกที่จนแทบจะไม่มีโอกาสหลงไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็น....ลูกศรจากนี่ไปโน่นไปนั่นทั้งซ้ายขวาบนล่าง....เครื่องมือเครื่องใช้ในห้องน้ำ....ฯลฯ รวมถึง...
.
การบอกทางไปยังสถานที่จัดงาน ซึ่งมีเจ้าหน้าทุกฝ่ายคอยบอกหรือถือป้ายบอกตลอดแทบทุกระยะ 10 เมตร จึงหาโอกาสพลาดได้ยากเต็มทน
.
พนักงานของบูธแสดงรถยนต์ อาสาถ่ายภาพคู่ให้เราด้วย
.
รูปภาพ
.
ผ่านบูธต่างๆที่ยังเตรียมการอยู่ เพราะยังเหลืออีกหลายนาทีก่อนเปิดงานตอน 11.00 น. เราจึงเดินทะลุเข้าไปในซอยช้อปปิ้ง 京町筋商店街 ก่อน
.
แล้วก็จ๊ะเอ๋กับ 2 ลุงที่นั่งรถไฟด้วยกันตอนแรก จัดการถ่ายภาพทั้งคู่ไว้เลย...ดูกล้องเค้าสิครับ เสื้อผ้าอาจจะเก่า แต่กล้องราคาไม่เบาทีเดียว
.
รูปภาพ
.
ร้านขายสบู่ Lush เข้าท่ามากทีเดียว จัดแต่งได้สะดุดตามาก และมีหลายรูปแบบให้เลือกซื้อและทดลองใช้โดยมีอ่างล้างมือพร้อม...
.
รูปภาพ
.
ร้านเขียนรูปเป็นการ์ตูน....ร้านอาหารเนื้อโกเบ....ร้านรองเท้า (เยอะมาก ไปไหนก็เจอ)....ร้านดอกไม้...ศาลเจ้าประจำซอย มีตู้รับบริจาคที่เรียกว่า 赛钱箱 แปลว่า กล่องแข่งกันใส่เงิน ด้วย...ชัดช้าาา
.
ทางออกของซอยข้อปปิ้งนี้ไปออกที่ถนนอีกด้านซึ่งกำลังจัดงานพอดี
.
รูปภาพ
.
บริเวณริมถนน นักแสดงทุกรุ่นพร้อมแล้ว โดยมีผู้ปกครองส่วนใหญ่ (ผู้ชมส่วนน้อย) จับจองที่นั่งสองฟากเต็มไปหมด พอได้เวลาก็เริ่มครับ
.
รูปภาพ
.
จากชุดหนึ่งไปอีกชุดหนึ่งตามคำประกาศของคุณครูสาวที่ทำหน้าที่พิธีกร ในขณะที่ทุกทีมก็ต่างมีโค้ชคอยกำกับอยู่ข้างๆ น่าดูชมมากแต่กินเวลานานทีเดียว...
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็เดินต่อไปยังบูธขายของต่างๆที่ผู้คนหนาแน่นไปหมด บางร้านมีพัดแจกด้วย น่ารักจริงๆถึงจะไม่ค่อยร้อนก็ตาม
.
เป็นเช่นที่เจ๊ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบอกตะกี้จริงๆครับว่า สงสัยอะไรตรงไหน ถามอาสาสมัครที่สวมเสื้อยืดสีเหลืองได้เลย เพราะมีเต็มไปหมด....คุณนายก็เลยถามไปว่า พวกขบวนพาเหรดที่แต่งชุดแฟนซีที่เห็นในโบรชัวร์นั้นอยู่ไหน แล้วก็ได้คำตอบฉับพลัน
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 12:03 pm

รูปภาพ
.
เดินต่อไปเรื่อยๆ...โปรดสังเกต ทุกมุมถนนจะมีกล่องเปล่าวางเรียงรายเพื่อให้คนนำโบรชัวร์ต่างๆมาทิ้งในกล่องให้เค้าเก็บไปใช้ต่อครับ
.
รูปปั้นพ่อแม่ลูกข้างธนาคาร Banshu Shinkin Bank Sannomiya Branch สวยงามดี ในยามปรกติคงมีคนแวะมาถ่ายภาพกันมาก แต่วันนี้ไม่มีใครสนใจเลย
.
รูปภาพ
.
เลี้ยวซ้ายผ่านไปหน่อยก็เจอฝูงชนเรียงรายสองข้างทางแล้ว และจุดนี้นี่เองที่เป็นจุดสตาร์ทของขบวนพาเหรดกลางถนน มีสาวๆทั้งอ่อนวัยสูงวัยในชุดโชว์ตามเวทีแสดงตามคลับต่างๆ ออกมารวมกลุ่มโลดเต้นไปตามจังหวะ เข้าใจว่ามาจากคลับหลายๆแห่งในโกเบนี้ครับ
.
รูปภาพ
.
ยังไม่เริ่มเดินกัน เราก็จึงออกมายังซอยอีกข้างที่เป็นอาคารออฟฟิซ เพื่อแวะเยี่ยมห้องน้ำเค้าหน่อย อิอิ
.
ถ่ายภาพกับทีมป้าๆที่มาร่วมงานด้วยชุดญี่ปุ่น .....
.
แวะเวทีของนักบอล แล้วก็มายังมุมที่เค้าเริ่มขบวนกัน โดยเริ่มจากทีมดรัมเมเยอร์...ทีมตำรวจ...
.
รูปภาพ
.
ตามด้วยทีมต่างๆที่ล้วนมีสีสันบาดตา...
.
รูปภาพ
.
ทีมดาราทีวี และทีมคาราเต้ก็มาด้วย....
.
รูปภาพ
.
ทีมกลองโบราณ...ทีมทันตแพทย์...ทีมกาชาด...
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็ข้ามถนนไปยังอีกมุมหนึ่ง...มีบูธขายของมากมาย...
.
รูปภาพ
.
แวะร้านต่างๆ แล้วเราก็...
.
รูปภาพ
.
แวะเข้าไปในห้างใหญ่ ตรงร้าน Loft เพื่อหาอาหารเที่ยงทานตอนบ่ายหน่อยๆ
.
ภายในมีร้านและแผงอาหารมากมาย หายสงสัยเลยครับว่า เที่ยวญี่ปุ่นขืนไม่ระวังเรื่องของทานมีหวังน้ำหนักพุ่งแน่ๆ
.
รูปภาพ
.
เราตัดสินใจทานง่ายๆโดยซื้อ okonomiyaki ที่บางคนก็เรียกว่า พิซซ่าญี่ปุ่นเอย ผัดไทญี่ปุ่นเอย แต่ฝรั่งเรียกว่า pancake และ ยากิโซบะ หรือ ผัดหมี่ มาทานคนละกล่อง พร้อมรากบัวประกบเนื้อไก่อีก 150 กรัม 600 เยน ยังจุดที่เค้าตั้งเก้าอี้ไว้ ใช้เวลา Lunchoen เพียงไม่กี่นาที อิอิ
.
จากนั้นก็ขึ้นไปชั้นบนสุด นั่งพักและนวดขาอีกคนละ 30 นาที (ฟรี) เป็นการผ่อนคลาย 555
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2019 12:06 pm

รูปภาพ
.
แล้วเราก็ออกมาเดินชมบูธต่างๆและหาที่นั่งเพื่อชมขบวนพาเหรดต่อไป
.
รูปภาพ
.
วิลิศมาหราและสละสลวยมากมาย
.
รูปภาพ
.
ดูเพลินและสนุกมาก
.
รูปภาพ
.
มีขบวนสวมสเก๊ต... รวมทั้งของบริษัทจัดหาคู่มาร่วมงานด้วย
.
รูปภาพ
.
จากใต้หวันก็มา เข้าใจว่านำแสนอโดยชาวใต้หวันที่อยู่ญี่ปุ่น...
.
รูปภาพ
.
ทีมสาวงามและทีมฟุตบอล...
.
รูปภาพ
.
ทีมฟุตบอลบราซิลก็มาด้วย และถือโอกาสแสดงการเริงระบำเล็กๆน้อยๆ
.
รูปภาพ
.
ทั้งหมดดูเหมือนจะผ่านไปรวดเร็วมาก แต่ของจริงใช้เวลานานทีเดียว คือกินเวลาจนถึงกว่า 5 โมงเย็นก็ค่อยซาๆลงแต่ยังไม่จบครับ ทว่า...
.
รูปภาพ
.
เราขอกลับบ้านก่อน ด้วยความรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเวลาที่มีเป็นอย่างยิ่ง แม้จะไม่ได้เห็นเมืองโกเบด้านที่ยังไม่เคยเห็นหรือ อะริม่าออนเซ็น อย่างที่ตั้งใจไว้ก็ตามครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 07/06/2019 11:35 am

รูปภาพ
.
Cycling in Saga-ท่องไปในซากะ เดินดะที่ทาเคโอะออนเซ็น
.
8 มิถุนายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
ใช่ครับ..ทริป "ญี่ปุ่นอีกที หลัง 2 ปีผ่าน" นี้ ก็ไม่ต่างจากทริปญี่ปุ่นยุคหลังๆที่เราตั้งใจจะไปขี่จักรยานเที่ยวเป็นการเฉพาะ เพราะอุณหภูมิที่เช็คแล้วก่อนไป ปรากฏว่ายังไงๆก็ไม่เกิน 22 องศาครับ....
.
แต่ที่ไหนได้ วันท้ายๆของทริป 15 วันนี้ ไอร้อนปาเข้าไปเกือบ 30 ชนิดแทบเป็นลมคาแฮนด์จักรยาน ซึ่งโชคดีที่เป็นญี่ปุ่นที่มีรถวิ่งน้อยมากและมีเลนจักรยานต่างหาก ขืนเป็นแบบบ้านเรา คงไม่แคล้วเจอดีได้ลงหน้า 1 นสพ.แน่ๆ
.
รีวิวเดิมทีนั้น เราตั้งใจว่าจะข้ามผ่านเรื่องท่องจักรยานไปก่อนเพราะไม่ได้เน้นแหล่งท่องเที่ยวมากนัก แต่น่าแปลกใจมากครับ ที่เมืองซากะ-Saga ที่เราคิดว่าเล็กๆ (เที่ยวก่อนก็ข้ามเมืองนี้ไปเพื่อไปยังศาลเจ้าดัง Yutoku Inari Shrine ดังและอุทยานประวัติศาสตร์ Yoshinogari Historical Park เท่านั้น) กลับเป็นเมืองใหญ่ที่น่าเที่ยวเป็นที่สุด....
.
แถมในแต่ละปี ยังมีเทศกาลบอลลูนที่ลือลั่นสนั่นโลกอีกด้วย ซึ่งแม้จะผ่านเลยมาแล้ว แต่เราก็มีโอกาสเยี่ยมเยือน Balloon Museum แบบจุใจ ได้ชื่นชมผลงานที่ตื่นตาอย่างเต็มที่
.
เพราะฉะนั้น ความรื่นรมย์จากการท่องจักรยาน 1 วันที่ซากะนี้สำหรับเรา ถือได้ว่าน่าทรงจำเป็นที่สุด และหวังว่าเพื่อนๆก็คงจะมีมุมมองเมืองซากะไปอีกรูปแบบหนึ่งนะครับ
.
.
ในภาพเป็นที่บริเวณหน้าศาลเจ้า 佐嘉神社-Saga Shrine อันเป็นศาลเจ้าดังในเรื่องการจัดพิธีมคลสมรส ที่เฉกเช่นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆทั้งมวล อันครูอนุบาลของโรงเรียนต่างๆมักจะพาเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษาเสมอ......
.
แน่นอนครับว่า การถ่ายรูปเด็กๆไม่ว่าที่ไหนในโลก ต้องขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อน มิฉะนั้น ย่อมถือว่าเป็นการเสียมารยาทและจริยธรรมอันร้ายแรงครับ :-)
.
รูปภาพ
.
ในบรรยากาศการบ้านการเมืองอันวุ่นวายที่gikเจอะเจอเป็นสิบปีที่ผ่านมาด้วยความหดหู่..เหนื่อยหน่าย...สิ้นหวัง...ทุกข์ร้อน...และเพิ่งหายใจออกไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็เริ่มเข้าสู่อิหรอบเดิม ด้วยสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับคนไทยใน Land of Smile ที่ ไหว้สวย มีน้ำใจ อะลุ้มอล่วย ปลงเป็น... กระทั่งสำนวน Never Mind-ไม่เป็นไร กลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว....
.
วิธีที่ดีที่สุดที่จะหลีกลี้จาก Fake News-ข่าวปลอม (ขนาดข่าวนักเรียนวัดที่เรียนอาทิตย์ละวัน แต่มีคนบอกว่าขาดเรียน 3 ร้อยกว่าวัน ทั้งๆที่ 5 ปี เรียนแค่ 250 วันไม่เกิน ก็ยังมีคนเชื่อแถมคนเชื่อบางคนก็เรียนสูงเรียนเก่งเสียด้วย 555) ที่เกลื่อนกลาดไปทั่ว ก็คือ การดูหนังดีๆนี่แหละครับ
.
ก่อนอื่น ต้องขอเรียนว่า เราเองเป็นคนประเภท เชื่อใครแล้วจักเชื่อมั่นในฝีมือและทัศนคติชีวิตจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง อาทิ....
.
ผมเคยซื้อแผ่นเสียง LP แผ่นแรกของ Bee Gees ชุด Cucumber Castle (bit.ly/2EV1Bm0) ที่หน้าปกออกจะเถื่อนนิดๆ แต่กลับประทับใจเพลงหนึ่งในนั้น คือ Don't Forget To Remember (bit.ly/2WO4EGU) ที่สุดแสนจะไพเราะและชื่อเพลงหักมุมดี หลังจากนั้นก็ติดตามซื้อแผ่นเสียงของ Bee Gees ทุกชุดจนได้รู้จักเพลง I Started a Joke, How Can You Mend a Broken Heart, Words ฯลฯ เฉกเช่นมหาชนทั่วไป
.
ภาพยนต์ก็เช่นเดียวกันครับ เพียงได้ชมภาพยนต์ญี่ปุ่นเรื่อง After the Storm และ Still Walking ของ Hirokazu Koreeda (imdb.to/2EWVfm6) เท่านั้น เราก็จัดการโหลดภาพยนต์ประดามีของผู้กำกับท่านนี้เท่าที่หาได้มาชมด้วยความอิ่มเอมใจว่า...... เค้าทำไงหนอ ถึงสร้างภาพยนต์แนวครอบครัวได้อย่างสุดแสนประทับใจเช่นนี้ได้ ทั้งๆที่เนื้อหาแสนจะ Simple-ธรรมด้าธรรมดา แต่ใช้มุมมองลึกซึ้งอย่างที่เราคาดไม่ถึงได้...
.
และภาพยนต์ของเค้าเรื่องล่าสุดหมาดๆที่ขออนุญาตแนะนำเพื่อนๆอย่างสุดซึ้ง ก็คือ เรื่อง Like Father, Like Son. ที่เนื้อเรื่องสะท้อนทรรศนะอันสวยงามทั้งๆที่เราเดาผิดว่า คงไม่ต่างจากเรื่องราวของ "เมาคลีลูกหมาป่า" ใน The Jungle Book หรือ เรื่อง The Prince and the Pauper ที่มีชื่อไทยว่า เจ้าชายกับยาจก หรือ ราชากับยาจก ประมาณนั้น แต่...
.
อ๊ะ อ๊ะ...โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกับ Like Father, Like Son, Like Daughter. ที่เราพบเห็นตามโซเชียลเชียวนะครับ เพราะอันนั้นเป็นเรื่องของ "เชื้อไม่ทิ้งแถว" ที่หลายคนยังหลงผิดว่าเหมือนกับ "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" ไป อิอิ
.
Like Father, Like Son. เป็นเรื่องเกี่ยวกับ 2 ครอบครัว ที่มีลูกชายเกิดวันเดียวกันในโรงพยาบาล แต่ถูกนางพยาบาลสับเปลี่ยนไปด้วยมิจฉาทิฐิในครานั้น ครั้นความจริงปรากฏเมื่อเด็กทั้งคู่อายุได้ 6 ขวบ ผู้นำของทั้งสองครอบครัว ที่ฐานะแตกต่างกันมาก ก็คิดไม่ตกว่าจะจัดการกับลูกแท้ๆของตัวอย่างไรดี
.
แหะ แหะ ขอแค่นี้ก่อนนะครับ ไม่ขอ สปอยเล่อร์-Spoiler (เล่าเนื้อหาสำคัญ) เพื่อนๆเด็ดขาด เพราะเจตนามีแค่ ปรารถนาให้เพื่อนๆได้อยู่ในโลกที่มีแต่ความรื่นรมย์อุดมด้วยคนที่มีความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี เหมือนเราเท่านั้นอ่ะครับ ฮิฮิ
.


รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 20 พฤษภาคม เป็นวันที่เราต้องเดินทางไกลหน่อย คือออกจาก Aioi-ไอโออิ เวลา 10:26 น. ...... ขึ้นรถชิงกันเซ็น Kodama-โคดามะ 16 นาทีไป Okayama-โอคายาม่า...... เพื่อต่อ รถชิงกันเซ็น Sakura-ซากูระ ไป Hakata-ฮาคาตะ 106 นาที...... หลังจากนั้น ก็ต่อ รถเร็ว Kamome-คาโมเมะ 19 ไปอีก 37 นาที ถึงสถานี Saga-ซากะ เวลา 13.32 น.ตามเวลาครับ
.
ลงสถานีซากะ ขณะมีฝนตกแหมะๆ จึงแวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อน สอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งการท่องเที่ยวที่เราอยากไป โดยมีหนุ่มจีนคล่องภาษาญี่ปุ่น-อังกฤษ-จีน ที่เรียนที่นี่ คอยฝึกงานและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั่วไป...
.
แล้วเราก็เดินเลาะร้านค้าไปทางประตูทางออกด้านซ้ายมือของประตูหน้าสถานี ซึ่งโรงแรม Toyoko Inn อยู่ที่นี่เลย นับเป็นสาขาที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟมากที่สุดเพราะติดกันเลยครับ
.
น่าเสียดายที่ฝนตกตลอดวันนี้ เราจึงเดินเที่ยวย่านสถานีรถไฟ ทะลุไปยังท่ารถบัส ที่มีรถไปเมืองต่างๆมากมาย ทั้งข้อมูลการไปเที่ยวเทศกาลดอกไม้ที่สวน Yamato Chuo Park Hanashobuen ด้วย (แต่ต้องนั่งรถบัสไป และสุดท้ายเราก็ไม่ได้ไป) สุดท้ายก่อนกลับที่พัก ก็ได้แวะดูร้านให้เช่าจักรยานที่อยู่ไม่ไกลครับ
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม เดินจากโรงแรมแป๊บเดียว ก็ถึงร้านให้เช่าจักรยานที่อยู่มุมตึกสีขาวเหลือง ตรงกันข้ามกับ บริษัทเครื่องดนตรี ยามาฮ่า...
.
จัดการเช่าจักรยาน 2 คันๆละ 540 เยน ใช้ได้ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ซึ่งไม่ยุ่งยากอะไร เพียงบอกว่าพักอยู่ โทโยโกะอินน์ ก็สะดวก แล้วเราก็ลุยเลยพร้อมแผนที่เมืองซากะคนละแผ่นครับ
.
รูปภาพ
.
เมืองใหญ่และทันสมัยเอาการ ตลอดทางจักรยานทั้งสองฟาก มีรูปปั้นบุคคลที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้โดยตลอด อากาศไม่ร้อน เพราะแค่ 24-25 องศาเท่านั้นครับ
.
รูปภาพ
.
วันนี้มีภารกิจสำคัญอยู่เรื่อง คือ กล้องอีกตัวยี่ห้อโซนี่ เกิดโฟกัสไม่ได้เมื่อซูม ก็เลยแวะที่ตลาด Shirayama เพื่อสอบถามดูว่า ร้านซ่อมกล้องอยู่แถวนี้หรือเปล่า ซึ่งง่ายสุดก็ถามจากที่ทำการไปรษณีย์นี่แหละครับ
.
แหะ แหะ แบบว่า เราดูแผนที่ไม่เป็นอ่ะครับ คือแทนที่จะเริ่มต้นที่อีกฟากของทางรถไฟที่แถวนั้น มีศูนย์ซ่อมกฃ้องที่ศูนย์การค้า You Me เรากลับมาอีกฟากของทางรถไฟ ซึ่งไม่ค่อยมีร้านใหญ่ใดๆ แต่กลับมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งแทน....ได้อย่างเสียอย่าง ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวบ่ายๆค่อยข้ามไปฟากขะโน้น อิอิ
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านค้าต่างๆ และที่มี ตี่จู๋เอี้ย หน้าบ้าน...ร้านสเต๊กหมู...สวนหย่อมริมทาง แล้วเราก็ข้ามสะพานไปยังอีกด้าน
.
รูปภาพ
.
พ้นสะพานไปก็เป็นย่านเมืองเก่า ที่มีทางเดินและจักรยานผ่านต้นไม้เขียวชะอุ่่มตลอดซอกไปทะลุอีกด้านหนึ่ง ร่มรื่นมากทีเดียว บางต้นก็มีโพรงบรรจุเครื่องลางของขลังให้กราบไหว้ด้วย
.
รูปภาพ
.
ฝั่งตรงข้ามของดงต้นไม้ที่ปลายทางเป็นสระน้ำ คือ ศาลเจ้าซากะ-佐嘉神社-Saga Shrine มีป้ายติดมุมถนนให้ทราบว่า ที่นี่เน้นเรื่องการจัดพิธีมงคลสมรสในศาสนสถานแห่งนี้เป็นการเฉพาะ
.
รูปภาพ
.
ป้ายประชาสัมพันธ์บอกว่า จะมีการจัดงาน เทศกาลสมรส-Bridal Fair ในเดือนมิถุนายนด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งไม่น้อยเลย ขนาดค่าเช่าสวมชุดแต่งงานและแต่งองค์ทรงเครื่องของเจ้าสาวก็ปาเข้าไป แสนสองหมื่นเยน (ไม่รวมภาษี) หรือ 35,000 บาทเข้าไปแล้วครับ
.
ศาลเจ้าซากะที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่มาก และมีศาลเจ้าขนาดย่อมในบริเวณเดียวกันอีก 8 แห่งด้วยกัน เป็นที่เคารพสักการะของชาวญี่ปุ่นยิ่ง รวมทั้งเรื่องการเรียนดี การอยู่เย็นเป็นสุขด้วย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 07/06/2019 11:37 am

รูปภาพ
.
เดินกราบไหว้ศาลแต่ละแห่งไปรอบๆ เช่นเดียวกับเด็กอนุบาลที่มากับคุณครู ซึ่งมีข้าวมีน้ำเตรียมตัวมาด้วย
.
รูปภาพ
.
ขอบคุณคุณครู และเด็กๆผู้น่ารักด้วยครับ
.
จากศาลเจ้าแห่งหนึ่งทะลุไปอีกแห่ง ที่ตกแต่งอย่างงดงาม
.
รูปภาพ
.
แต่ละแห่งนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งได้เลยครับ
.
รูปภาพ
.
มีป้ายสอนวิธีกราบไหว้ พร้อมภาพประกอบในทุกๆแห่งด้วย หรือจะเขียนชื่อให้พระสวดให้ก็ได้ ชื่อละ 100 เยนครับ
.
รูปภาพ
.
หาป้ายขอพรภาษาไทยไม่เจอ เข้าใจว่าน่าจะไม่เคยมีใครมา ...ป้ายอันหนึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า "ฉันหวังว่าจะได้ดำเนินชีวิตต่อไปด้วยการเป็นคนดีและมีความสุขเสมอ ฉันจักขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่อำนวยพรให้และดำรงชีวิตอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนและชาญฉลาดประหนึ่งทุกวันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต..."
.
นอกนั้น ก็เป็นคำขอพรอย่างที่ทั่วๆไปเป็นภาษาจีนและญี่ปุ่นครับ
.
รูปภาพ
.
ศาลเจ้าทั้ง 8 แห่ง กว่าจะกราบไหว้จนครบ ใช้เวลาไม่น้อยเลยครับ
.
รูปภาพ
.
ขี่จักรยานต่อไปโดยทะลุซอยเล็กๆข้างศาลเจ้าที่เต็มไปด้วยร้านค้าสินค้าโบราณสำหรับผู้สูงวัย....ศูนย์สอนเต้นรำ Dance Center.....สำนักไพ่นกกระจอก....ร้านอาหารชั้นดี...ศูนย์กีฬา...ฟิตเนสสฺ....จนเห็นป้ายไป Shigenobu Okuma Memorial Museum-พิพิธภัณฑ์ โอกูม่า ซึ่งเป็นบ้านเดิมของ นายกรัฐมนตรี 2 สมัยและผู้ก่อตั้ง มหาวิทยาลัย Waseda University...เราก็เลี้ยวขวาเข้าซอยไปเลย
.
รูปภาพ
.
แหะ แหะ มีหลงทางนิดหน่อยครับ ต้องถามพี่คนนี้ที่บ้านอยู่แถวนั้นดู ถึงไปต่อได้ถูก
.
เราไม่ได้เข้าไปชมด้านในหรอกนะครับ แค่ขอนั่งพักและทักทายเจ้าหน้าที่ประจำบูธครู่หนึ่ง ในขณะที่มีชาวญี่ปุ่นเข้าชมโดยตลอดแต่ไม่มากครับ
.
รูปภาพ
.
ขี่จักรยานต่อ สังเกตได้อย่างว่า ไม่ว่าในญี่ปุ่น หรือ ประเทศอื่นๆในยุโรป สแกนดิเนเวีย สำนักงานของทันตแพทย์ จะหรูหรามากๆทุกแห่ง พอๆกับอาคารตึกใหญ่ๆที่ส่วนใหญ่เป็นธนาคารหรือไม่ก็ บริษัทประกันชีวิตทั้งนั้น...... แสดงว่าอาชีพรักษาฟันของแต่ละคนที่มีถึง 32 ซี่นั้น ฟู่ฟ่ากำไรงามจริงๆ (ใช่ครับ นักเที่ยวต่างประเทศที่มีอัตราเที่ยวถี่มากๆ ส่วนหนึ่งเป็นหมอฟัน) ครับ
.
ไปกันต่อครับ จนถึงปราสาทซากะและพิพิธภัณฑ์-Saga Castle History Museum....
.
รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่น่ารักมากครับ ถ่ายภาพคู่ให่เรา และบอกว่า ทุกอย่างฟรีหมด แม้แต่เครื่องหูฟังนำทัวร์-Audio Guide หรือ ตู้เก็บของครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 07/06/2019 11:40 am

รูปภาพ
.
อดทึ่งกับข้าวของที่เค้าเก็บรักษาไม่ได้ โดยเฉพาะการก่อสร้างแบบเข้าไม้โดยไม่ต้องใช้ตะปูอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ภาพวาดที่สำคัญ...ประวัติตำนานอันน่าสนใจ...บุคคลสำคัญในซากะ..และวิดีโอประกอบการบอกเล่าเรื่องราวในอดีต...
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็ออกมาด้านนอกที่มีเด็กนักเรียนและคุณครูอีกคณะหนึ่งมาทัศนศึกาาที่นี่และทานอาหารกลางวันกัน....จากนั้นก็ไปถวายความเคารพ อนุสาวรีย์ของท่าน Nabeshima Naomasa หรือ มีฉายานามว่า "Prince Hizen" ผู้เป็นบุตรเขยของท่าน โชกุน โตกุกาว่า-Shōgun Tokugawa Ienari ผู้ทรงอิทธิพลของญี่ปุ่นในยุค เอโดะ-Edo ครับ
.
ท่าน Nabeshima Naomasa มีบุญคุณกับชาวซากะมาก เพราะช่วงที่รับราชการต่อจากบิดาของตนนั้น ที่นี่ถึงกับเข้าขั้นล้มละลายเพราะการใช้จ่ายอย่างไม่บันยะบันยังของเจ้าเมืองทีเดียว แต่ท่านก็ใช้ความรู้ความสามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้จนเมืองนี้มีศักยภาพที่รุ่งเรืองมากๆ
.
รูปภาพ
.
ใกล้ๆกัน คือ พิพิธภัณฑ์ศิลป์ซากะที่มีบริเวณกว้างใหญ่ แต่เราไม่ได้เข้าไปชมข้างในเพราะเวลาน้อยครับ
.
รูปภาพ
.
นั่งพักทานของว่างและน้ำดื่มครู่ใหญ่ ก้อนจะเดินทางต่อไปครับ
.
รูปภาพ
.
กลับมาอีกฟากกับที่ขี่จักรยานคราวแรก แวะที่ Saga Balloon Museum-พิพิธภัณฑ์บอลลูน ที่มีที่จอดรถจักรยานโดยเฉพาะให้...
.
ด้านล่างนอกจากเคานเตอร์เจ้าหน้าที่ต้อนรับแล้ว ยังมีร้านขายของชำร่วย และบอลลูนขนาดใหญ่ให่แช๊ะรูปด้วย
.
ซื้อบัตรผ่านเครื่องจำหน่ายคนละ 500 เยน แตะเข้าประตูไปข้างใน โดยห้องแรกเป็นห้องฉายวิดีโอ ครับ
.
รูปภาพ
.
ภาพ 3 กรอบต่อไปนี้ แค้ปจากวิดีโอที่เราชมมาฝากเพื่อนๆครับว่า งานเทศกาลบอลลูนประจำปีของซากะนั้น ยิ่งใหญ่เพียงไร ทั้งกลางวันกลางคืน
.
รูปภาพ
.
ผู่งบอลลูนของหน่วยงานต่างๆทั้งนอกในประเทศ ร่วมแสดงอย่างครึกครื้นเพียงไร
.
รูปภาพ
.
น่าดูชมทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
และเป็นเทศกาลที่เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของผู้เข้าร่วมงานมากมาย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 07/06/2019 11:43 am

รูปภาพ
.
ห้องโถงใหญ่ต่อไป เป็นการแสดงนิทรรศการต่างๆ และห้องทางเดินจิ๊กซอว์สำหรับเด็กๆด้วย
.
รูปภาพ
.
มีตะกร้าบอลลูนจำลองให้ขึ้นถ่ายภาพด้วย 2 แห่งพร้อมทั้งแสดงอุปกรรณ์ต่างๆ
.
สุดท้ายก็ให้เรายืนหน้าจอ ถ่ายภาพตัวเอง
.
รูปภาพ
.
แล้วภาพของเราก็จะลอยละล่องไปตามแบล็คกราวนด์ ที่เห็นตามฝาผนัง
.
รูปภาพ
.
ส่วนนี้เป็นภาพจากเทศกาลให้เห็นบอลลูนแบบต่างๆที่ตื่นตามาก
.
รูปภาพ
.
ดูเผินๆก็เหมือนตุ๊กตายางการ์ตูนที่จำหน่ายตามงานเด็กๆทั่วไป
.
รูปภาพ
.
ด้านหนึ่งเป็นบอลลูนจำลองขนาดเล็กพร้อมเครื่องบินแบบโบราณสีแดง
.
รูปภาพ
.
ส่วนด้านนอกก็มีจุดแสดงบอลลูนต่างๆและภาพ 3 มิติบนพื้น
.
รูปภาพ
.
ขี่จักรยานออกไปเรื่อยๆผ่านสัญลักษณ์ของ เทศกาลแสดงผลงานศิลปะวัฒนธรรมของโรงเรียนระดับไฮสกูลทั่วประเทศ ที่จะมีขึ้นระหว่างเดือนกรกฏาคม-สิงหาคมนี้ครับ
.
ผ่านร้านขายซีอิ้ว...สังฆภัณฑ์...ร้านอาหารและหุ่นผู้มีชื่อเสียงต่างๆ
.
รูปภาพ
.
กลับมายังสวนหย่อมข้างๆสถานีรถไฟ ที่อุดมไปด้วยรูปปั้นผู้มีชื่อเสียงต่างๆ
.
ป้ายโฆษณาฝาหรั่งเป็นเชฟอาหารญี่ปุ่น....ร้านอาหารที่เน้นเนื้อปลาโดยเฉพาะ...แล้วเราก็ข้ามทางรถไฟไปอีกฟากสู่ศูนย์การค้า You Me ที่ไม่ใกล้เลย
.
รูปภาพ
.
ร้านปาจิงโกะ เกมพนัน เขียนคำขวัญเสียสวยหรู สร้างแรงบันดาลใจได้ยอดเยี่ยมว่า
.
--การผจญภัยคือจุดเริ่มต้นของทุกคน
.
-- ครั้งนี้ คุณจะได้รับแรงกระตุ้นและความสนุกสนานอย่างที่คาดคิดไม่ถึงมาก่อน
.
-- เพราะอะไรหรือ?...เพราะนี่คือปฎิบัติการของเรา
.
-- ที่เราปรารถนาให้คุณพบความหฤหรรษ์สุดขีด
.
-- เพราะฉะนั้น เริงรมย์ให้เต็มที่เลยครับ
.
แหม่...ถ้าเป็นคำขวัญของศาสนสถานหรือองค์กรไม่หวังผลกำไรละก็ นับว่าแจ๋วเชียว แต่นี่ ลวงให้เราเข้าสู่เส้นทางหายนะแท้ๆ 555
.
ผ่านบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรถยนต์สีเหลืองติดโลโก้ของบริษัทหลายคัน...ปั้มน้ำมัน JA-SS.....ร้านอาหาร CoCo ที่ดังในเรื่องข้าวราดแกงกะหรี่
.
แล้วก็เห็นศูนย์การค้า You Me ข้างหน้าที่มีร้านเครื่องเล่นเด็กๆ Toys R Us และ Super Sport อยู่ด้วย
.
รูปภาพ
.
ขึ้นไปชั้น 3 เจ้าหน้าที่หน่วยกล้อง ขอดูแป๊บเดียว ก็ปรับเลนส์และจุด Auto Focus ให้ด้วยความชำนาญ และให้ผมลองดูว่าใช้ได้แล้ว...ยอดจริงๆ
.
แวะชมทั่วๆห้าง ก่อนขี่กลับสถานีรถไฟซากะ และ คืนจักรยานเวลา 5 โมงเย็น ซึ่งเจ้าของขอคารวะเลยที่ไม่ใช้เกินเวลา....555 หารู้ไม่ว่า เราบ้อลัดไปไม่ไหวอีกแล้ว...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3523
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 21 ท่าน

cron