Japan Trip 2019 May 16-30

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 07/06/2019 11:45 am

รูปภาพ
.
5 โมงเย็นหน่อยๆ ยังเช้าเกินไปที่จะพัก... งั้นขอไปอีกเมืองใกล้ก็แล้วกัน หากไปสวนดอกไม้ Mifune-มิฟูเน่ ที่เมืองนั้นได้ ก็แจ๋วเลย เพราะดูจากเว็บ มีทั้งบัตรกลางวัน บัตรกลางคืน และบัตรทั้งวันคืนก่อน 3 ทุ่มด้วย
.
ต้องลงรถไฟที่สถานี ทาเคโอะออนเซ็น ก่อนที่จะต่อรถบัสไปอักประมาณ 40 นาทีครับ
.
แหะ แหะ ชื่อเมืองออนเซ็นอีกแล้ว แต่ภาษาญี่ปุ่นสิครับ อ่านชื่อเป็นภาษาจีนว่า อู่สง หรือ บู๋ซ้ง วีรบุรุษสู้เสือ ที่เคยเรียนมาสมัยเด็กเชียวครับ
.
ที่นี่คือเมืองออนเซ็นที่มีบ่อน้ำแร่อายุกว่า 1300 ปี แถมมีซุ้มประตูทางเข้าที่เข้าใจผิดว่าเป็นวัดหรือโบสถ์เสียอีกครับ
.
รูปภาพ
.
อยู่เมืองซากะ ที่นักเรียนจากเมืองเล็กๆรอบด้านมาเรียนกันตรึมแบบนั่งรถไฟเช้ามาเย็นกลับนั้น ช่วงเช้าและช่วงรถไฟแน่นมากๆ แต่เราก็โชคดีที่มีเด็กนักเรียนลุกให้นั่งทุกครั้ง คุณครูเค้าอบรมมาดีและตัวเด็กเองก็มีมารยาทงดงามมากครับ
.
แค่ 25 นาที เราก็มาถึงสถานี Takeo Onsen ที่เมื่อถามไถ่เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์เจอาร์ดู ก็ทราบว่า รถบัสขาไปสวนมิฟูเน่น่ะมีอยู่หรอก แต่ขากลับไม่แน่ใจ อาจต้องเรียกแท๊กซี่เอา....
.
เพียงเท่านั้น เราก็ขอเปลี่ยนใจเพื่อไปวันหลัง และเย็นนี้ ขอเที่ยวในเมืองก็แล้วกัน โดยเดินตามฟุตบาทขนาดใหญ่มุ่งหน้าไปแหล่งออนเซ็นที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้
.
ภาพสุดท้ายในกรอบนี้ คือสถานออนเซ็นของเอกชนครับ
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านค้า ธนาคาร และตึกร้านอาหารที่มีกรอบด้านหน้าเหมือนปูนซ่อมแตกๆ ไม่น่าดูเลย นึกยังไงถึงออกแบบทำนองนี้ได้ก็ไม่ทราบอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ร้านเครื่องเขียนที่ด้านหน้าเป็นกระเบื้องเก่าๆสีน้ำตาลเต็มพื้นที่ก็เช่นกัน ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นะครับ ผมว่า...
.
ร้านขายข้าวสาร ก็ประหลาดเหมือนกัน เพราะดูดีเกินควร มีประตูกระจกอลูมิเนียมด้านหน้าด้วย
.
คุณนายเคทขอซื้อส้มที่ร้านสะดวกซื้อข้างหน้า...
.
รูปภาพ
.
ฝาท่อน้ำ เป็นรูป แหล่งสปา Tako onsen ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ครับ....และร้านออนเซ็นทั้งมวลก็ตกแต่งอย่างสวยงาม .....บางร้านมีรถยนต์โบราณที่หน้าร้านด้วย
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึง Takeo onsen หรือชื่อญี่ปุ่นอ่านเป็นภาษาจีนว่า ออนเซ็นบู๋ซ้ง...มีนักท่องเที่ยวมากันไม่น้อยเลย
.
รูปภาพ
.
ค่าใช้ออนเซ็น ห้อง 5 คนชั่วโมงะ 3800 เยน (ลดเหลือ 3300 เยน) ห้อง 2 คน 3000 เยน (ลดเหลือ 2500 เยน) ครับ
.
มีทางเดินไปยังศาลเจ้าบนเขาด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ก่อนกลับ ได้แวะชม ร้านคาเฟ่และภัตตาคารเจ้าดังเรื่องแฮมเบอร์เกอร์ของเมืองนี้ ที่เคยได้รับรางวัล TKB Awards มาแล้วด้วย
.
แล้วเราก็กลับคืนซากะหลังจากอยู่ที่นี่เพียงแค่ไม่ถึง 2 ชั่วโมงครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 11/06/2019 9:13 pm

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
On My Way To Hirado--ตามหาบ้านเกิดสุดที่รัก
.
11 มิถุนายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
แน่นอนครับว่า การเดินทางไปยังเมือง Hirado-ฮิราโดะ ของเราในครั้งนี้ ประกอบด้วยเหตุผลและอารมณ์อันสุนทรีย์ 2 ประการ คือ
.
--ซักเกือบ 10 ปีมาแล้ว หลังออกหนังสือท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้สักพัก เราก็มีโอกาสไปเที่ยวงานท่องเที่ยวที่ศูนย์สิริกิตต์ฯ และได้รับโบรชัวร์เป็นเล่มใหญ่จากหน่วยงานของญี่ปุ่น สำหรับ Hirado-ฮิราโดะ โดยเฉพาะ ซึ่งจำได้เพียงว่าเป็นสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีความงดงามและกิจกรรมหลากหลายมาก..... แต่ในช่วงนั้น การไปญี่ปุ่นซ้ำ (โดยต้องขอวีซ่า) เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลย (เพราะยังมีที่อื่นที่เราอยากไปมากกว่าอีกมากมายโดยไม่ซ้ำประเทศเดิม) แต่ชื่อของเมืองนี้ก็อยู่ในความทรงจำของเราตลอดมา
.
-- ใช่ครับ เราเป็นแฟนภาพยนต์ของ Ken Takakura (imdb.to/2ZjarBE) ที่เริ่มติดตามเค้ามาตั้งแต่ครั้งแสดงคู่กับ Michael Douglas ในภาพยนต์เรื่อง Black Rain (ที่มีฉากยากูซ่าที่ยอมตัดนิ้วตนเองเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อเจ้าพ่อ รวมทั้งฉากขี่มอเตอร์ไซค์ใช้ดาบซามูไรตัดคอคู่อริอย่างน่าหวาดเสียว )..ซึ่งภาพยนต์ที่เค้าแสดงล้วนซาบซึ้งใจทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องล่าสุดคือ Dearest หรือ Anata e ที่ส่วนหนึ่งของทำเลถ่ายทำภาพยนต์-Movie Locations คือเมือง Hirado-ฮิราโดะ นี้...
.
การได้ไปเที่ยวเมืองฮิราโดะ จึงไม่เป็นเพียงการได้ตามรอยภาพยนต์ในดวงใจเท่านั้น ยังเป็นโอกาสให้เราได้เที่ยวญี่ปุ่นในเมืองท่องเที่ยวที่น่าจะยังไม่มีคนไทยไปมาก่อนด้วย อันเหมาะแก่การรีวิวแนะนำเป็นที่ยิ่งครับ
.
รูปภาพ
.
ในภาพคือปากอ่าวเมือง Hirado-ฮิราโดะ ที่ทันสมัยกว่าในภาพยนต์แยะ และเป็นทำเลที่น่าจะมีผู้คนออกมาชมชื่นกับบรรยากาศริมทะเลในยามเช้าอาทิตย์ขึ้นและยามเย็นอาทิตย์อัสดงมากทีเดียว แถมยังเป็นที่ตั้งหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-Tourist Information ที่มีทางเดินอันสะอาด โปร่งโล่งและเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งครับ
.
ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเรียนเพื่อนๆว่า ภาพยนต์เรื่อง Dearest นี้ เป็นภาพยนต์ที่เหมาะสำหรับ คนสูงอายุ โดยเฉพาะอีกเรื่องหนึ่ง (ที่เพื่อนๆผู้ไม่นิยม สามารถข้ามไปได้เลย) นะครับ....
.
แม้การดำเนินเรื่องจะไม่เชื่องช้า... น่าติดตาม... แต่เนื้อหาก็เป็นเรื่องราวของครอบครัว ที่แสดงโดย "ผู้สูงวัย" ส่วนใหญ่ จึงไม่โลดโผน ...ไม่หักมุมแบบหน้ามือเป็นหลังมือ... ลงรายละเอียดถี่ยิบ... และเน้นอารมณ์ความรู้สึกของสัมพันธภาพระหว่างกันมากเป็นพิเศษ... ที่หากผู้ชมจักขาดซึ่งความละเมียดละไมไปเสียอย่าง ก็จะกลายเป็นภาพยนต์ไม่ชวนติดตามเอาเสียเลย แม้จะเป็นภาพยนต์ประเภท Road Trip Movies-เก็บเรื่องราวช่วงเดินทางท่องเที่ยวมานำเสนอ ก็ตาม
.
ไม่ครับ... ไม่เป็น Spoiler-สปอยเล่อร์ (เล่าเนื้อหาสำคัญก่อนชม) อย่างแน่นอน ที่ผมจะเล่าเพิ่มเติม ณ ที่นี่ เพราะเริ่มภาพยนต์ไปเพียงไม่กี่นาที ผู้ชมก็จะทราบแล้วว่า นางเอกเพิ่งเสียชีวิตไป พร้อมฝากให้พระเอกในวัยเกษียณต้องออกเดินทางจาก Toyama-โทยาม่า ด้านบนของ Chubu-ชูบุ ไปเรื่อยจนถึง Nagasaki-นางาซากิ ที่อยู่ทางใต้ หรือ Kyuchu-คิวชู โน่น เพื่อลอยอังคารกลางท้องทะเลในบ้านเกิดของเธอผู้เป็นสุดที่รักเอง
.
ความงดงามของภาพยนต์นอกจากเสียงเพลง Hoshi Meguri no Uta หรือ Song of the Stars-บทเพลงแห่งดวงดาว อันสุดแสนจะไพเราะ (กว่าต้นฉบับที่อึกกระทึกแบบหนังการ์ตูน) แล้ว คือการเก็บความตลอดเส้นทางของการเจอะเจอผู้คนหลายรูปแบบที่ต่างมีเบื้องหลังอันน่าทึ่งแกมประหลาดใจ และสุดท้ายเหตุการณ์ก็สิ้นสุดลงแบบ Happy Ending-จบสวย ชนิดทุกฝ่ายชุ่มชื่นใจเพื่อเริ่มต้นชีวิตต่อไปที่เหลืออย่างมีคุณภาพครับ
.
รูปภาพ
.
(bit.ly/2Wva31j)
.
ก่อนจะไปต่อ นี่คือบทเพลงในภาพยนต์ที่ผมจัดทำเป็นวิดิโอสั้นๆให้ซึมซับความงดงามและเสนาะโสต ชื่อเพลง Hoshi Meguri no Uta หรือ Song of the Stars-บทเพลงแห่งดวงดาว ดังกล่าวครับ
.
.
Hoshi Meguri no Uta
Song of the Stars
.
Akai medama no sasori
Hirogeta washi no tsubasa
Aoi medama no koinu
Hikari no hebi no toguro
ORION wa takaku utai
Tsuyu to shimoto o otosu
ANDOROMEDA no kumo wa
Sakana no kuchi no katachi
Ooguma no ashi o kita ni
Itsutsu nobashita tokoro
Koguma no hitai no ue wa
Sora no meguri no meate
.
ดูดวงตา สีแดง ของแมงป่อง
ปีกอินทรี สยายพอง ที่มองนั้น
ใสแป๋วแหวว แววน้ำเงิน หมาน้อยพลัน
ขดตัวนั่น คือแสงจ้า ของนาคี
.
เห็นบ้างไหม หมู่ดาว พราวกระจ่าง
ดุจดนตรี ครวญคราง บนฟ้านี่
แปรสภาพ เป็นน้ำค้าง หลั่งธานี
จนจับตัว แข็งเป็นสี หิมะครา
.
ดาราจักร แอนดรอมิดา ท้าทายเมฆ
ประกอบเช่น ปัจเจก ปากมัจฉา
ทางทิศเหนือ คืออุ้งหมี มหึมา
ดั่งดวงดาว ทั้งห้า ถลาใต้
.
ร่วงหล่นบน หน้าผาก ของหมีน้อย
ต้องดังเจตน์ จำนงคล้อย อันตั้งไว้
ว่าเป็นเป้า สู่ฟากฟ้า ทั้งหัวใจ
บทเพลงแห่ง ดวงดาวไซ้ร ให้ร่ำลา
.
รูปภาพ
.
ณ ที่นี้ ผมขอลงตอนต้นๆของภาพยนต์ที่นางเอกมาร้องเพลงให้หมู่นักโทษเรือนจำที่พระเอกเป็นพัสดีคนหนึ่งฟังอย่างประทับว่า....
.
See the red eye of the scorpion,
the spread wings of the eagle,
the blue eyes of the little dog,
and the coils of the shiny snake.
.
ดูดวงตา สีแดง ของแมงป่อง
ปีกอินทรี สยายพอง ที่มองนั้น
ใสแป๋วแหวว แววน้ำเงิน หมาน้อยพลัน
ขดตัวนั่น คือแสงจ้า ของนาคี
.
รูปภาพ
.
The Orion sings high above,
leaving dew and frost below.
.
Andromeda's clouds are shaped.
like the mouths of fish.
With the Great Bear's paw
to the North,
five stars south,
.
เห็นบ้างไหม หมู่ดาว พราวกระจ่าง
ดุจดนตรี ครวญคราง บนฟ้านี่
แปรสภาพ เป็นน้ำค้าง หลั่งธานี
จนจับตัว แข็งเป็นสี หิมะครา
.
รูปภาพ
.
set in the forehead
of the Little Bear...
is the target of our flight
through the skies.
.
ร่วงหล่นบน หน้าผาก ของหมีน้อย
ต้องดังเจตน์ จำนงคล้อย อันตั้งไว้
ว่าเป็นเป้า สู่ฟากฟ้า ทั้งหัวใจ
บทเพลงแห่ง ดวงดาวไซ้ร ให้ร่ำลา
.
.
ต่อไป เป็นบทสนทนาของพระเอกนางเอก ณ ห้องจำหน่ายของที่ระลึกในเรือนจำ Toyama-โทยาม่า ครับ
.
พระเอก--เอ้อ ขอโทษครับ คุณใช่คุณ อิเดอิ ที่เคยมาร้องเพลงที่นี่ใช่ไหมครับ..ผมสังเกตว่า ระยะหลังๆนี้ คุณไม่เคยมาอีกเลย...แบบว่า เพลงเกี่ยวกับดวงดาวที่คุณร้องให้พวกเราฟังตอนใกล้จบนั้น...ฟังแล้ว ทำให้ผมอดคิดถึงหมู่ดาวในบ้านเกิดของตัวเองไม่ได้เลยครับ....เอ้อ..ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะเดินไปส่งคุณที่ป้าบรถเอง...รถบัสคงใกล้มาแล้วล่ะครับ ลาก่อนนะครับ
.
รูปภาพ
.
นางเอก--เอ้อ..ฉันต้องขออภัยอย่างสูงด้วยค่ะ...ขอเรียนว่า ฉันไม่ได้ตั้งใจร้องเพลงนั้นให้ฟังกันทุกคนหรอกค่ะ...ฉันปรารถนาให้นักโทษเพียงคนเดียวได้ฟังต่างหาก...แต่ เค้าจากโลกนี้ไปเมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว...ฉันขอโทษที่ปิดบังเรื่องนี้มาตลอด...ขอโทษค่ะ ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วย
.
.
เพื่อนพระเอก--เอ้อ น่าเสียดายมากๆเลยนะครับที่หน่วยงานช่างไม้ของเราต้องสูญเสียนักโทษคนนี้ไป...เค้าไม่มีครอบครัวหรือญาติโกโหติกาใดๆ...และโปสการ์ดเหล่านี้ อาจจะส่งมาจากหุ้นส่วนหรือเพื่อนใกล้ชิดกับเค้าก็ได้..
.
รูปภาพ
.
เพื่อนพระเอก--เค้าไม่มีครอบครัวหรือญาติๆจริงๆ..เค้าชอบเลี้ยงนกกระจอกมาก.....
.
(คำบรรยายในโปสการ์ดคือ "ขอให้คุณมีสุขภาพดีในทุกๆฤดูที่เปลี่ยนไปเสมอ")
.
พระเอก--เสียงกระดิ่งที่แขวนไว้นี่เพราะดีนะ...
.
นางเอก--แต่ถึงฤดูใบไม้ร่วง เราก็ต้องปลดมันลงมาแล้วล่ะ...ไม่มีอะไรน่าเศร้าไปกว่าการมีกระดิ่งลมในฤดูที่แตกต่างจนทำให้มันผิดที่ผิดทางไปหรอก...
.
พระเอก--ก็แล้วจะคิดการณ์ล่วงหน้าไปเพื่ออะไรล่ะ คุณ?
.
รูปภาพ
.
พระเอกพบกับทนายหญิงหลังนางเอกจากโลกนี้ไป
.
ทนาย--เธอขอให้เราส่งจดหมายฉบับนี้กับมือคุณเลย...ส่วนอีกฉบับนั้น เธอให้เราส่งไปยังที่ทำการไปรษณีย์ที่บอกไว้ค่ะ
.
พระเอก--ที่นางาซากิเลยเหรอครับ
.
ทนาย--ค่ะ
.
พระเอก--ให้ผมรับตอนนี้ไม่ได้เหรอครับ
.
ทนาย--เอ้อ เราคงต้องให้เกียรติกับคำสั่งเสียของผู้ตาย และส่งไปทางไปรษณีย์วันนี้เลยค่ะ....ซึ่งคุณจะต้องไปรับเองที่นางาซากิภายในอีก 10 วันข้างหน้า...ขออนุญาตเรียนจากใจจริงเลนะคะว่า เราไม่เคยได้รับคำขอร้องแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ
.
.
ความประทับใจของภาพยนต์เรื่อง Dearest หรือ Anata e นี้ สนุกและเริ่มต้นตรงนี้ครับว่า นี่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยากไปเที่ยว เมือง Hirado-ฮิราโดะ กัน แม้จะต้องเสียเวลาเดินทางไม่น้อยและไม่มีแผนค้างคืนที่นั่นก็ตามครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 11/06/2019 9:32 pm

รูปภาพ
.
On My Way to Hirado& Sasebo--ตามหาบ้านเกิดสุดที่รักที่เมืองฮิราโดะ
.
วันที่ 17 มิถุนายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
(ความเดิมของตอนต้นอยู่ที่ bit.ly/2XfslIf ครับ)
.

เป่าปี่ตีกลองมาซะหลายวันด้วยเรื่องราวของภาพยนต์ในดวงใจเรื่อง Dearest แล้ว ก็น่าจะได้เวลาออกเดินทางเสียทีล่ะครับ
.
ขออนุญาตเริ่มต้นด้วยทำเลหน้าสถานีรถไฟซากะ-Saga ซึ่งเป็นหน้าโรงแรม Toyoko Inn ที่เราพักด้วย
.
ไม่น่าเชื่อนะครับว่า บริเวณลานกว้างใหญ่หน้าสถานีสไตล์ญี่ปุ่นที่เห็นนี้ จะต้องมีป้ายเตือนสุภาพสตรี (เป็นการเฉพาะ) ว่า การนั่งตามลำพัง ณ บริเวณนี้ในยามที่ปลอดเปลี่ยวผู้คน มีโอกาสถูกทำร้ายจากมิจฉาชีพได้...
.
แหะ แหะ ถ้าไม่มี Google Translate ที่สามารถถ่ายภาพและแปลความได้ เราก็คงปล่อยไก่ไปครึ่งเล้าเพราะไม่ทราบว่า ที่แท้บริเวณนี้ เคยเป็นทำเลถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Bad Man ในปี คศ.2010 โน่นจนต้องทำป้ายโฆษณาไว้.....มิน่า บุคลิกคนร้ายถึงดูพระเอ๊กพระเอก....5555 แก้ตัว มิจฉาคติส่วนตนไปแบบสีข้างแดงเถือกเลียนแบบนักการเมืองซะงั้น
.
ภาพต่อๆมาคงทราบนะครับว่า ช่วงเช้าเย็นนั้น นักศึกษาที่เดินทางด้วยรถไฟมีมากน้อยเพียงไร แต่ยังไงเราก็ต้องไปเที่ยวเช้า 8.15 น. แน่นอน เพราะต้องใช้เวลาเดินทางไม่น้อยเลยครับ
.
สำหรับผู้มี JR Pass ไม่มีปัญหาครับ เพราะเราใช้วิธีจองที่นั่งล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ อย่างไรเสียตั๋วนักเรียนคงจองที่ไม่ได้ และโดยปรกติก็ว่าด้วยรถธรรมดา แต่เราเล่น LTD EXP Midori1 ที่ค่าตั๋วแค่ 1290 เยน แต่ค่าจองที่นั่งปาเข้าไป 1340 เยนต่างหาก ใช้เวลาเดินทางไป Sasebo 72 นาทีครับ
.

'รูปภาพ
.
ลงรถแล้วไม่พูดพล่ามทำเพลงละครับ ถามเจ้าหน้าที่แถวสถานีว่า รถบัสไป ฮิราโดะ-Hirado ไปทางไหน เค้าชี้ให้ไปที่ตึกสูงๆของ Hotel Resol เราก็รี่ไปทันที ซึ่งก็ถูกตามที่เค้าบอก เพราะชั้นล่างถัดไปเป็นท่ารถบัสของเค้า
.
ทว่า ก่อนจะข้ามถนน เราก็เห็นป้ายรถเมล์ก่อน ดูตารางรถและถามใครก็ไม่รู้เรื่อง อาจจะฟังไม่ออกว่าเราต้องการอะไร พอดีมีรถบัสเลี้ยวแถแวะมาจอด เลยเคาะประตูถามคนขับ ว่า "Hirado?" ปรากฎว่าเค้าพยักหน้า เลยต้องถามอีกที เค้าพยักหน้าอีก ก็เลยกราบเรียนคุณนายเคทให้ขึ้นรถที่ประตูกลางไปเลย
.
ขึ้นรถแล้วยังไม่แน่ใจ ถามคุณผู้หญิงข้างหน้า เธอก็ว่าใช่ ก็ยังไม่เชื่ออีกครับว่า จะต้องไปต่อรถที่ไหนหรือเปล่า เห็นฝรั่งพ่อแม่ลูกสาวจากลอนดอนอยู่บนรถด้วย จึงหันไปถามอีกที เค้าก็ยิ้มตอบว่าใช่ เลยถามต่อว่า "ที่นั่งอย่างนี้เหรอ ที่ต้องนั่งไปชั่วโมงครึ่งอ่ะ" เค้าก็พยักหน้าและผายมือ แสดงว่า "มีรถไปให้ก็ดีแล้ว จะวอรี่ทำไมหือ"..... แหะ แหะ ก็อ่านข้อมูลมาแล้วและเพิ่งนั่งรถทัวร์วิ่งทางไกลที่บอลข่านมาหยกๆ ดีกว่านี้เยอะเลยนี่นา
.
รูปภาพ
.
การขึ้นรถบัสในญี่ปุ่น ก็อย่างที่ทราบๆกันนะครับว่า ตอนขึ้นอย่าลืมดึงบัตรหมายเลขในตู้ข้างๆว่า ป้ายที่เราขึ้นหมายเลขเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็ดูที่จอก่อนลงว่า เบอร์ของเราต้องจ่ายเท่าไหร่ซึ่งมีช่องตารางบอกเสร็จก็เท่านั้น และในเมื่อเราลงที่ 平户市-เมืองฮิราโดะ ซึ่งเป็นป้ายสุดท้าย ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ต้องลงลูกเดียวและจ่ายคนละ 1500 เยน (450 บาท) ไปครับ โดย 3 ฝาหรั่งก็ลงที่เดียวกัน
.
ก่อนจะเข้าเมือง เส้นทางบนเขาเลียบทะเลงดงามมากๆ และเห็น สะพานแดง โอฮาชิ-Ohachi ที่พระเอกหนังเรื่อง Dearest ขับรถตู้เล็กผ่านก่อนเข้าเมืองด้วย อุ๊ย ตื่นเต้ลลล
.
ป้ายปลายทางที่เราลงรถ ชื่อป้าย Hirado Sanbashi 平戸桟橋 ซึ่งเป็นที่ตั้งทั้งท่ารถบัส และ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้วย ดีจริงๆ
.
รี่ไปที่เคาน์เตอร์ศูนย์ฯ ขอข้อมูลเจ้าหน้าที่สาวที่ค่อนข้างเร่งรีบเพราะมีคนเข้าแถวรอต่อคิวจากเรารวมทั้ง 3 ฝาหรั่งด้วย...ได้แผนที่มา และการขอเช่ารถจักรยานไฟฟ้า (เมืองนี้ขึ้นลงเนินบ่อย จักรยานธรมมดาไปไม่ไหวจึงไม่มี) คันละ 500 เยน ก็ราบรืนดี เจ้าหน้าที่ย้ำว่า ใช้ได้แค่ 4 ชั่วโมงนะ แล้วก็พาเรามารับจักรยานที่จอดหน้าเคาน์เตอร์พร้อมสาธิตวิธีใช้ให้ ก่อนจะไปรับรองคนอื่นแบบรีบๆ
.
แสดงว่า ถ้าอยากใช้เวลาขี่จักรยานมากกว่านั้น ต้องมาเช้าๆ แล้วใช้ 4 ชั่วโมงเสร็จ ก็มาเปลี่ยนแบ็ตตารี่ใหม่และส่งคืนก่อนออฟฟิซเค้าปิด (โดยจ่ายเพิ่มอีก 4 ชั่วโมง) นั่นเองที่เหมือนๆกันก็คือ ข้อมูลอย่างนี้ เธอใช้บอกนักท่องเที่ยว (รวมทั้งฝาหรั่ง 3 คนนั้นด้วย) มาไม่รู้ว่าละกี่ร้อยกี่พันครั้ง จึงคล่องปรื๋อครับ
.
เรายังไม่ไปครับ รอจนคนถามกันเสร็จ ก็รี่ไปถามเธอพร้อมวิดีโอในแท็บเล็ตอีกว่า "แล้วทำเลที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ อยู่ที่ไหนบ้าง?" โดยคิดว่าคงจะมีแผนที่ให้แบบเดียวกับตอนที่เราไปเที่ยวเมือง Arrezzo ที่อิตาลี เพื่อดูทำเลหนังเรื่อง Life is Beautiful (imdb.to/2MOPxZP) ที่ศูนย์ฯมีแผนที่แสดงจุดต่างๆให้เลย แต่ที่นี่ เธอกลับตอบโดยไม่ห่วงเลยว่าจะทำให้เราสองสะเทือนใจแค่ไหนดังนี้...
.
"นอกจากสะพานแดงแล้ว ที่อื่นๆเป็นฉากมาตัดแปะทั้งนั้นแหละคู้ณณ ...It's all setup, you know--เค้าเอาตรงโน้นตรงนี้มาตัดต่อกันเข้าใจมั้ย....อย่างที่ทำการไปรษณีย ตอนนี้ก็สร้างใหม่แล้ว ตรงข้ามไปรษณีย์ที่มองเห็นอ่าวและมีประภาคารสีขาวๆนั้น ก็ไม่มีหรอก ของจริงอยู่ที่แหลมนางาซากิที่ไม่มีรถไปต้องเช่ารถเอาและไม่มีใครไปหรอก ยิ่งเรื่องบ้านเกิดนางเอก และร้านอาหารที่พระเอกไปพัก ก็ถ่ายจากในสตูดิโอทั้งนั้น...."
.
ว่าแล้วก็มองเราเหมือน ตาแก่ยายแก่งกๆเงิ่นๆคู่หนึ่งแบบหยามเหยียดเล็กๆทำนอง กระไรจะโรแมนติกคิดฟุ้งซ่านเอาเองได้ปานนี้หนอคนเรา....ชัดช่า
.

รูปภาพ
.
ไม่ต้องห่วงครับว่า ขนาด 3 ฝาหรั่งพ่อแม่ลูกยังยอมนั่งรถบัสจาก ซาเซโบะ-Sasebo ถึงชั่วโมงครึ่ง เพื่อมาขี่จักรยานเทื่ยวที่นี่ในเวลา 4 ชั่วโมง แสดงว่าต้องมีจุดหมายอยู่ในใจแล้วว่าจะไปไหน
.
ฝาหรั่งหัวหน้าครอบครัวนี้ น่าจะเคยเป็นทหารประจำการที่ซาเซโบะค่อนข้างแน่ จึงรู้จักว่าเมืองฮิราโดะนั้น น่าขี่จักรยานเที่ยวมากๆ เพราะแถบๆโตเกียวหรือโอซาก้า ก็มีบ้านนอกญี่ปุ่นที่ชวนขี่จักรยานไม่น้อยเลย
.
เราเองก็ได้ข้อมูลจากเว็บ Hirado Cycling Road ที่ลิงค์ bit.ly/2Rb9xEN ก่อนมาเช่นกันว่าสถานที่ชวนขี่จักรยานเที่ยวนั้นเยอะมาก เสียอย่างเดียวคือไม่คาดว่าจะมีเนินขึ้นลงสูงๆ-many ups and downs ให้ออกแรงหนัก (แม้ด้วยจักรยานไฟฟ้าที่เกียร์ 1 เกียร์ 2 ถือว่าเบามากๆก็ตาม) มากมายถึงปานนั้น ขนาดทางขึ้นสวนหรือทางขึ้นสู่สะพานแดงก็เกินกว่าที่เราและ 3 ฝาหรั่งจะพิชิตได้ แม้จะแค่ทักทายไม่ได้หยุดพูดคุยกันก็ตาม คือตัวสามีนั้นคงไหวแต่ภริยาและลูกสาวท่าจะไม่เอาด้วยเพราะเห็นยืนจอดหอบหลายๆจุดเลยครับ
.
เมืองนี้ว่าไปจึงเหมาะแก่การค้างคืนมากๆ แล้วก็ออกตะลุยตั้งแต่เช้า เพราะออฟฟิซศูนย์ Tourist information นั้น เปิด 8.00-18.00 น. และค่าเช่าจักรยานต่อวัน 1000 เยน มีจักรยานแค่ 10 คันเท่านั้น แถมวันฝนตกและมีหิมะตามถนนยังไม่ให้เช่าอีกด้วย
.
รูปภาพ
.
สถานที่ที่น่าขี่จักรยานไปก็มีให้หลายเส้นทางด้วยกัน
.
รูปภาพ
.
แถมแนะนำที่หย่อนใจและที่ทานอาหารให้อีกด้วย
.
รูปภาพ
.
ได้จักรยานมาแล้ว เราก็เริ่มต้นที่หลังศูนย์ฯอันเป็นทางเลียบทะเลสวยงามและมีจุดให้ถ่ายรูปมากมายก่อนตั้งแต่ท่าเรือที่มีหลายท่าเลยครับ
.

รูปภาพ
.
เมืองฮิราโดะ ได้ชื่อว่าเป็น Castle Town-เมืองแห่งป้อมปราสาท เพราะไม่ว่าอยู่ที่จุดไหนของถนน ก็จะสามารถมองเห็น Hirado Castle-ปราสาทฮิราโดะ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาได้เสมอ
.
แหะ แหะ ไม่มีเค้าของอ่าวโบร่ำโบราณที่มีเรือประมงจอดเทียบเต็มไปหมดและเรือเช่าลอยอังคารอย่างในหนัง Dearest จริงๆครับ การประมงจึงน่าจะทำรายได้น้อยกว่าการท่องเที่ยวเสียแล้ว
.
ขอกดแช๊ะมุมสวยๆตลอดทางเลียบทะเลไปพลางๆก่อนนะครับ
.
รูปภาพ
.
ผ่านตึกรามบ้านช่องและร้านให้บริการรถแห่โลงศพที่ตกแต่งอย่างสวยงามไปตลอดทาง แล้วเราก็มาหยุดอยู่ตรงที่เห็น Saiwai Bashi Bridge ก่อนนะครับ
.
สะพานไม้แบบนี้เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า 幸橋-โกบาชิ แปลตามภาษาจีนที่น่าจะมีความหมายเดียวกันว่า สะพานแห่งความโชคดี สร้างโดยทหารดัทช์ครั้งยึดครองเมืองเพื่อเป็นทางข้ามคลองของแม่น้ำ Kagami เมื่อเรือเฟอร์รี่ถูกยกเลิกไปในปี คศ.1669..... ซึ่งต่อมาถูกทดแทนเป็นสะพานอิฐปูนโค้งโดยตระกูล Matsuura เพื่อให้ผู้คนข้ามอย่างสะดวก จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองนี้ครับ
.
จากป้ายอนุสรณ์ที่ปลายสะพานระบุว่า เมื่อก่อนนั้น ข้ามสะพานมาแล้วก็จะกลายเป็นสำนักการพาณิชย์ของอังกฤษ-English Trading House จนมีเสาอนุสรณ์ที่มีรายชื่อเจ้าหน้าที่ยุคอดีตทั้ง 11 คนจารึกไว้ที่นั่น
.
เพิ่งมีการฉลองครบรอบ 400 ปีของสัมพันธภาพทางพาณิชย์ระหว่างญี่ปุ่นกับอังกฤษไปเมื่อปี คศ.2013 นี้เอง
.
รูปภาพ
.
สาเหตุที่ชื่อสะพานมีความหมายว่า Dutch Bridge-สะพานเนเธอร์แลนด์ เพราะมีการใช้เทคโนโลยี่การก่อสร้างของชาวดัทช์นั่นเอง
.
ขอขอบคุณสาวน้อยที่เผอิญข้ามสะพานมาและถ่ายภาพคู่ให้เรามา ณ ที่นี่ด้วย
.
รูปภาพ
.
เมื่อข้ามสะพานไปแล้ว ก็เป็นศาลากลาง-City Hall ของเมืองฮิราโดะ ต้องถามพนักงานที่นั่นว่า ไปรษณีย์อยู่ที่ไหน แล้วเค้าก็ชี้ให้ขี่จักรยานอ้อมไปยังตลาดตรงที่เราข้ามมาครับ
.
ไปรษณีย์สร้างใหม่แล้วจริงๆครับ แต่ก็ขอบันทึกไว้ว่า เราได้มา ณ จุดที่พระเอก Ken Takakura ในเรื่อง Dearest มาเปิดดูจดหมายของภริยาผู้จากไปด้านหน้าข้างตู้จดหมายแล้วนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 15/06/2019 7:59 am

รูปภาพ
.
On My Way to Hirado & Sasebo--ตามหาบ้านเกิดสุดที่รักที่เมืองฮิราโดะ
.
วันที่ 19 มิถุนายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
(ชมตอนก่อนหน้านี้ได้ที่ลิงค์ bit.ly/2WOvAaq ครับ)
.
เราขี่จักรยานไปเรื่อยตามป้ายบอกทางว่าสามารถไปสะพานแดงได้ แต่ตลอดระยะทางต้องขึ้นเนินโดยตลอด ซึ่งเมื่อไปได้สักครึ่งทาง ก็มีป้ายให้เลี้ยวขวาไปยัง ปราสาทฮิราโดะ-Hirado Castle ได้ เราก็จึงเลี้ยวซ้ายไปก่อน
.
ปรากฎว่า ยังไม่ถึงยอดก็ไปต่อไม่ได้ครับ ต้องจอดจักรยานต่อจาก 3 คันที่จอดล่วงหน้า (ของฝาหรั่งพ่อแม่ลูกนั่นเอง) ด้วยมาถึงก่อน เพราะเราใช้เวลาก่อนหน้านั้นนานหน่อยกับการถ่ายรูปที่ผ่านมา
.
เดินขึ้นบันไดไป ขวามือเป็นศาลาพักทำด้วยไม้ ถัดไปหน่อยเป็นห้องน้ำที่ลงทุนเยอะกว่าศาลาหลายเท่า เมื่อออกไปทางซ้ายด้านบน ก็เป็นศาลเจ้า Kamenoka Shrine ที่ขึ้นชื่อในความเงียบสงบและสวยงาม ด้านหน้ามีป้ายเฉลิมฉลองการเข้าสู่ยุค Reiwa-เรวะ ของจักรพรรดิพระองค์ใหม่ที่ 126 ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา
.

รูปภาพ
.
ศาลเจ้าแห่งนี้ สร้างขึ้นในปี คศ.1880 เพื่อทดแทนศาลหลังเก่าที่ผุพังลงตามกาลเวลา บริเวณโดยรอบก็ไม่แตกต่างจากศาลเจ้าทั่วไปในญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีสาธุชนเดินทางมากราบไหว้สักการะเนืองๆ
.
รูปภาพ
.
ก่อนหน้านี้ น่าจะมีพิธีกรรมอะไรซักอย่าง เพราะมีการจัดสถานที่อย่างเรียบร้อย
.
ด้านข้างคือ อนุสาวรีย์ของ Nakayama Aiko ผู้เป็น พระอัยยิกา (ย่า) ของจักรพรรดิ ยุคเมจิ-Meiji
.
รูปภาพ
.
บริเวณนี้เรียกกันว่าเป็น เกาะประวัติศาสตร์-Historical Island ของเมืองฮิราโดะ ซึ่งถัดไปข้างหน้าก็เป็นส่วนของ ปราสาทฮิราโดะ-Hirado Castle ที่เห็นงดงามจากด้านล่างแล้วครับ ทว่า อยู่ในระหว่างปรับปรุงสถานที่ และเราไม่เข้าไปข้างในเพราะผ่านปราสาทในญี่ปุ่นมากมายแล้ว แม้ค่าเข้าจะเพียง 510 เยนก็ตาม
.
รูปภาพ
.
จึงได้เพียงแค่ชมส่วนที่เป็นร้านค้าของที่ระลึก ที่มีรูปวาดและกระเป๋าจำหน่าย
.
ผ่านบ้านพักเจ้าหน้าที่ ที่หน้าบ้านข้างรถยนต์มีต้นรองเท้าแตะ (ตากรองเท้าแตะบนกิ่งไม้) เหมือนที่เห็นในเมืองจีนจนชินตา 555
.
จากนั้น เราก็ขึ่จักรยานออกมาอีกด้านหนึ่ง...คราวนี้ง่ายมากเพราะเป็นทางลงครับ
.
รูปภาพ
.
ด้านหนึ่งตรงทางลง เป็นท่าน้ำที่สามารถมองเห็นฝั่งตรงข้ามที่สวยงาม อาคารสีขาวที่เห็นคือ Hirado Dutch Trading Post-สำนักงานการพาณิชย์ของเนเธอร์แลนด์ แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของที่นี่ครับ
.
เราไปต่อยังอาคารหลังใหญ่ของ ศูนย์สร้างสรรค์อนาคตแห่งฮิราโดะ (แปลเอาจากภาษาจีน) ซึ่งปัจจุบันรกร้างแล้ว เพราะเมื่อก่อนศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสาขาหนึ่งพร้อมร้านจำหน่านสินค้าต่างๆก็อยู่ที่นี่
.
จึงเห็นลานจอดรถใหญ่และมีทางขึ้นไปปราสาทฮิราโดะต่างหาก และมีรูปปั้นมากมายครับ
.
รูปปั้นสิงโตคู่เกาะลูกโลก จัดทำโดยสโมสรไลอ้อนสาขาหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
รูปปั้นอื่นๆที่สื่อความหมายเด่นชัดในเรื่อง พาณิชย์นาวี ศาสนา และบุคคลสำคัญ
.
แล้วเราก็เดินลงไปด้านหนึ่งที่เป็นถนนเลียบทะเลข้างล่าง จึงขี่จักรยานมุ่งหน้าลงไปที่นั่น
.
รูปภาพ
.
อาคารสภาธุรกิจการค้า....ศูนย์ป้องกันภัยทางทะเล...ศูนย์วัฒนธรรมและห้องสมุดฮิราโดะ ....
.
รูปภาพ
.
ถนนที่ไปสู่ท่าน้ำน่าขี่จักรยานมากๆ มองเห็นสะพานแดง (ที่เราไปไม่ถึง) แต่ไกล และเห็นปราสาทฮิราโดะ ณ บริเวณผนังกั้นน้ำ...
.
รูปภาพ
.
ที่มีคนมานั่งตกปลามากมายชัดเจน
.
ดูเหมือนจะมีร้านอาหารอยู่ไม่ไกล แต่พอไปถึงกลับกลายเป็นร้านจำหน่ายอาหารทะเลเสีย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 15/06/2019 8:01 am

รูปภาพ
.
กลับเข้าเมืองไปที่ตรงกันข้ามกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีอาคารสีน้ำตาลของสมาคมธุรกิจอาหารทะเลตั้งอยู่โดดๆ และมีร้านอาหารอยู่ในนั้นด้วย
.
ขออนุญาตเข้าไปทานอาหารทะเลญี่ปุ่นแบบชุดหน่อยนะครับ
.
รูปภาพ
.
เราสั่งเซ็ทปลาราดหน้าข้าว และปลาดิบกับข้าวต่างหาก มีซุปปลาแถมให้ด้วย ราคาถูกมากและทุกอย่างก็สดๆจากตลาดปลาข้างๆครับ ซึ่งแม่ครัวก็จัดทำให้อย่างดีในขณะที่แขกทะยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ
.
ใช่ครับ น้ำดื่มฟรี ทั้งชาเขียวร้อนหรือเย็น
.
รูปภาพ
.
ทานกันคนละชุด อร่อย สด และอิ่มพอดีพอดีครับ ราคาแค่ชุดละ 700 เยน
.
เห็นหลายรายซื้อปลาสดกลับไปบ้านด้วย
.
รูปภาพ
.
ขี่จักรยานต่อไปตามทางสู่บ้านแถวในตลาดและอุทยานสวย Sakigita Park บนเขา
.
โดยผ่านสถานออนเซ็นเท้า Hirado Onsen Udeyu & Ashiyu ซึ่งดูเหมือนจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของที่นี่
.
ตลอดถนนในซอยมีรูปปั้นของบุคคลที่มีชื่อเสียงนานาชาติที่มีประวัติสำคัญต่อเมืองฮิราโดะ และข้างๆออนเซ็นมีสถาปัตยกรรมที่เป็นอนุสรณ์ของชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งเนื่องในโอกาสครบร้อยปีด้วย
.
รูปภาพ
.
หลายคนคงจะเดินขึ้นสวนไปตามบันได แต่เราไม่อยากจอดจักรยานไว้ข้างล่างและเดินขึ้น ขอไปทางอื่นดีกว่า โดยผ่านร้านค้าต่างๆ ที่มีเสาไฟเป็นรูปเรือสำเภาอันแสดงถึงความเป็นเมืองพาณิชย์ของที่นี่ในอดีตครับ
.
บรรยากาศคล้ายๆเมืองทั่วไปตามต่างจังหวัดทั่วไปในบ้านเราที่ส่วนใหญ่ปิดและไม่ค่อยมีคนเดินกัน
.
รูปภาพ
.
หน้าบ้านส่วนหนึ่งมีกระบอกไม้ไผ่ที่มีไม้เสียบลูกชิ้นไม้สีขาวน้ำเงินแดงปักอยู่ เแทนกระถางดอกไม้ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของอะไร เพราะไม่มีใครให้ถามครับ
.
ผ่านร้านขายของเบ็ดเตล็ด ที่เจ๊เจ้าของร้านเห็นผมกดแช๊ะด้านหน้าก็กวักมือเรียกให้เข้าไปชมครับ
.
รูปภาพ
.
ข้าวของเบ็ดเตล็ดพระจุ๋มกระจิ๋มฝีมือชาวบ้านสวยงามน่ารัก เสียดายที่คุณนายขี่จักรยานล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เลยไม่ได้อุดหนุนอะไรเค้านอกจากขอบคุณที่มีน้ำใจต่อนักท่องเที่ยว
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/06/2019 4:20 pm

รูปภาพ
.
ตามคุณนายไปตามเส้นทางผ่าน Hirado Dutch Trading Post-สำนักงานการพาณิชย์ของเนเธอร์แลนด์เพื่อขึ้นไปยังยอดเขาตามเส้นทางที่สวยงาม
.

รูปภาพ
.
แต่ทางขึ้นเขาช่วงนี้แหละครับ ที่เป็นทางค่อนข้างชัน ชนิดเห็นฝาหรั่งพ่อแม่ลูกจอดริมทางจับเข่าพร้อมส่ายหน้าบอกไม่ไหวกัน เราจึงล่วงหน้าไปอย่างสุดฝืน
.
แต่พอเจอทางเลี้ยวซ้ายไปอุทยาน Sakigita Park ต้องขึ้นเนินไอีก 250 เมตร เราก็ยอมแพ้ ส่วนทางขึ้นเนินต่อไปข้างหน้าเพิ่อให้ถึงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์นั้น อีก 410 เมตร ไม่ต้องพูดถึงครับ
.
เราจึงยอมแพ้ขอกลับลงมาผ่านกระโจมไฟริมตลิ่งเล็กๆสู่ Hirado Dutch Trading Post-สำนักงานการพาณิชย์ของเนเธอร์แลนด์
.

รูปภาพ
.
ป้ายข้างๆบอกว่า สร้างมาต้้งแต่ปี คศ.1639 ..ข้างๆเป็นตุ๊กตาสำนักงานจำลองส่งเสียงดนตรีไพเราะตลอดเวลา
.
ไม่ได้เข้าไปชมภายในหรอกนะครับ เพราะคุณนายล่วงหน้าไปทางตลาดแล้ว
.
ด้านหลังมีซุ้มโชว์แผ่นหินที่สกัดมาทำเป็นกำแพงรอบๆด้วย
.
ข้างๆเป็นบันไดขึ้นไปยังอุทยานได้ แต่ที่น่าทึ่งคือต้นไม้ที่อยู่ข้างๆนั้น เอียงเซจนจะล้มลงแต่ก็ยังยืนต้นอยู่ได้อ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
กลับเข้าเมืองไป จนถึงจุดนัดหมายกับคุณนายที่ล่วงหน้าไปก่อน คือออนเซ็นมือและเท้า ที่รักษาความร้อนไว้ 40-42 องศา ดีลยที่ไม่ค่อยมีคน เราจึงนั่งพักกันนาน
.
จนได้เวลาอีก 15 นาที ก็จะถึงเวลาที่รถบัสเที่ยว 15.16 น.กลับเซซาโบะแล้ว และขี่จักรยานเช่ามาเกือบ 4 ชั่วโมงเต็มทน เราจึงกลับไปคืนจักรยานและขึ้นรถบัสที่ท่าครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/06/2019 2:10 pm

รูปภาพ
.
Around Sasebo Station--สั้นๆสองชั่วโมงในซาเซโบะ
.
22 มิถุนายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
(ดูรีวิวที่ผ่านมาได้ที่ลิงค์ bit.ly/2WWipUD ครับ)
.
เผลอแพล๊บเดียว เวลาผ่านไปเป็นสิบปี เมื่อไทยเราได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียนอีกครั้งหนึ่งในฐานะประธานฯ ซึ่ง 2 วันนี้ น่าจะไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายอย่างที่เป็นมาในอดีตกาลนะครับ
.
ไม่น่าสงสัยเลยครับว่า ทำไม วิชาประวัติศาสตร์จึงมีความสำคัญต่อชีวิตของคนเรา และสามารถเปรียบเทียบวิสัยทัศน์ของผู้คนที่เราพานพบได้จากประวัติที่ผ่านมา ที่ค่อนข้างน่าเศร้าใจนิดๆว่า...
.
หลายต่อหลายคนในทุกแวดวงสังคมต่าง (แกล้ง) ลืมเลือนอดีตไปหมดแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะ...... สถานะปัจจุบัน หรือมิจฉาทิฐิ ที่ทำให้ Larger than life- ยิ่งใหญ่กว่าตัวตนที่เป็นจริง โดยไม่ยอมเหลียวมอง หรือหรี่ตามองบ้างก็เป็นแบบบิดๆเบี้ยวๆเข้าข้างตัวเองโดยไม่รู้สึกรู้สากับประวัติที่ผ่านมาเลย....อันกาลเวลาที่ผ่านไป มักจะเป็นตัวบอกเองว่า เป็นปัจจุบันที่ละเมอเพ้อพกแต่ฝ่ายเดียว (ด้วยไม่มีใครบอก) หรือเปล่า
.
เรื่อง Larger than life- ยิ่งใหญ่กว่าตัวตนที่เป็นจริง นั้น ทำให้อดนึกถึงนิทานที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยเล่าให้ฟังเสมอว่า...
.
เด็กแก่นแก้วคนหนึ่งปีนป่ายขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่เขียวขจีริมทาง แล้วบังเอิญปวดท้อง จึงฉี่ลงมารดศีรษะของผู้คนที่เดินผ่านมา 2 คน.... คนแรกไม่อยากถือสาแค่ปัดเผ้าผมเสื้อผ้าแล้วก็เดินจากไป แต่ชายคนที่สองที่ถูกฉี่กระเซ็นใส่ กลับเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเด็กอยู่ข้างบน ก็ยิ้มส่งและเรียกเด็กให้ปีนลงมาพร้อมยื่นแบ้งค์สิบให้พร้อมบอกว่า "ดีจังไอ้หนู อากาศกำลังร้อนอยู่พอดี"
.
คำสอนของผู้ใหญ่เรื่องนี้ นอกจากสอนให้เรารู้ว่า ชายคนหลังสร้างหายนะให้เด็กมากกว่าชายคนแรกแล้ว ยังเตือนให้เราเป็นคนที่ต้องใส่ใจในเรื่อง Consequences -ผลตามมา มากเป็นพิเศษ ทั้งๆที่ก็คือคำสอนธรรมดาในเรื่อง "กรรมคือผลที่เกิดจากการกระทำเสมอ"...และเราก็จะได้เห็นว่า คำสอนเช่นนี้ล้วนเป็นจริงเมื่อกาลเวลาผ่านไป ขึ้นอยู่กับว่า "ช้า" หรือ "เร็ว" และขึ้นอยู่กับว่าผู้คนจะ "สะใจ" หรือ" ปลง" เท่านั้น แม้บ่อยครั้งที่เจ้าตัวคนก่อกรรมนั้นๆ จักหาได้ตระหนักไม่ก็ตาม
.
.
กลับมาเรื่องเที่ยวญี่ปุ่นต่อนะครับว่า เมื่อจบจาก ฮิราโดะ นั่งรถบัสกลับมาที่ ซาเซโบะ-Sasebo ในเวลาก่อน 5 โมงเย็นนิดๆแล้ว เราก็ยังไม่กลับึนที่พักที่ซากะ-Saga หรอกครับ ยังเช้าเกินไปแม้จะต้องเดินทางชั่วโมงหน่อยๆก็ตาม
.
ขอใช้เวลาสั้นๆที่มี อาจจะ 2-3 ชั่วโมงที่เมืองใหญ่ที่มีฐานทัพทหารเรืออเมริกันอยู่ที่นี่ก่อนละกัน
.
.
ในภาพคือ รถไฟขบวน LTD EXP Midori1 ที่เรานั่งไปกลับ Saga-Sasebo และ Sasebo-Saga ค่ารถเที่ยวละ 2,630 เยน (รวมค่าจอง) ถ้าไม่มี JR Pass ครับ
.
รูปภาพ
.
นั่งรถบัสกลับมาที่ท่ารถบัสหลังโรงแรม Hotel Resol เราก็ข้ามถนนมาที่สถานีรถไฟซาเซโบะ ที่อยู่ข้างๆ Toyoko Inn สาขาเมืองนี้ และ ห้างสรรพสินค้า Ekimachi1 Chome ทันที
.
เมืองนี้ นอกจากจะมีฐานทัพทหารเรืออเมริกันอยู่ที่นี่ จนทำให้มีร้านแฮมเบอร์เกอร์ Log Kit ที่ว่ากันว่า The Sasebo Burger รสชาติดีเยี่ยมที่ตั้งมาตั้งแต่ปี คศ.1950 แล้ว ก็ยังมีเทศกาลแข่งขันและประกวดลูกข่างอีกด้วย ถึงขนาดนำมาเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองนี้ไว้ที่สถานีรถไฟรถไฟทีเดียว
.
รูปภาพ
.
ภาพจากเน็ต แสดงว่า เมืองนี้เรื่องลูกข่างถือว่าดค้าเป็นหนึ่งในภูมิภาคนี้ทีเดียว จนมีร้านผลิตจำหน่าย ที่เราสามารถออกแบบภาพวาดบนลูกข่างได้เองด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ไปกันที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวในสถานีก่อน ซึ่งสาวน้อยพอทราบว่าเรามาจากไทย ก็นำโบรชัวร์ภาษาไทยที่ทำไว้โดยเฉพาะมาให้ พร้อมอธิบายว่า ภายใน 3 ชั่วโมง เราสามารถไปไหนได้บ้าง
.
ซึ่งเราติดใจอ่าวที่อยู่ด้านหลังมาก และเธอก็ให้ข้อมูลเราเป็นอย่างดี
.
สวนหย่อมตรงอ่าวคือ สวนมิตรภาพระหว่างเมืองซาเซโบะ กับ เมือง เซี่ยเหมิน ของจีนที่สามารถเดินเรือไปมาระหว่างกันได้
.
รูปภาพ
.
นี่คือโบร์ชัวร์ภาษาไทยที่เธอมอบให้ และแนะนำว่า เราสามารถไปยัง ถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น Sakura City 403 Arcade....โบสถ์คาทอลิก Miura-cho Catholic Church....สวนดอกไม้ Sasebo Park....ได้ แต่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ 99 เกาะ Kujukushima และอื่นๆ คงต้องไปเที่ยวหลัง ซึ่ง...
.
รูปภาพ
.
เวลาสั้นๆและเย็นแล้วอย่างนี้ เราจึงละไว้ทั้งหมดเพื่อเก็บความน่าสนใจไว้ไปใหม่วันหลัง โดยวันนี้ จะขอตระเวณแถวย่านอ่าวนี้และหาอาหารเย็นรับประทานก่อนกลับซากะเท่านั้น
.
เป็นอ่าวที่กว้างใหญ่และท่าเดินทอดน่องมากๆ เห็นท่าเรือสำคัญหลายแห่ง รวมทั้งท่าเรือนานาชาติ International Terminal...โรงงานอาหารสัตว์...ท่าเรือภายในของเอกชน 2 แห่ง...เรือโดยสารลำงาม... และ ศูนย์การค้าแห่งใหม่ ด้วย
.
ไปกันที่ศูนย์การค้าฯก่อนครับ เพราะเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ บอกว่า ที่ท่าเรือเอกชน สามารถขึ้นไปชั้นบน ชมวิวอ่าวโดยรอบฟรีด้วย
.
รูปภาพ
.
ที่ศูนย์การค้า Sasebo นี้ มีร้านอาหารข้าวราดกะหรี่ และ ชาไข่มุก ตกแต่งร้านอย่างน่าสนใจด้วย
.
มุมหนึ่งเห็นว่า Tsutaya ที่เคนฮิตเรื่องวิดีโอให้เช่าครั้งหนึ่งในบ้านเราและเจ๊งไปแล้วนั้น ต้นตำรับที่ญี่ปุ่นยังมีอยู่ แต่ที่เห็นเป็นร้านหนังสือ ไม่ทราบจะสู้เทคโนโลยี่ยุคใหม่ที่คนอ่าน อีบุ๊ค มากขึ้นทุกวันได้หรือไม่ หรืออาจจะยกมือยอมแพ้เหมือนศูนย์เช่าวิดิโอก็เป็นได้
.
รูปภาพ
.
ผ่านท่าเรือใหม่เอี่ยม Shinminato Terminal ไปก่อน เพราะได้ข้อมูลมาว่า ชั้นชมวิวต้องไปที่ท่าเรือเก่า Kujirase Terminal ที่เป็นอาคารสีน้ำตาลโน่น
.
รูปภาพ
.
ขึ้นลิฟท์ที่มีป้ายติดว่า เปิด 8.00-18.00 น. ไปชั้น 4 ปรากฎว่าเป็นโถงใหญ่ให้ชมวิวรอบๆจนถึงเรือรบใหญ่ของฐานทัพโน่น
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 22/06/2019 2:13 pm

รูปภาพ
.
ส่วนชั้นล่าง เป็นที่นั่งรอของผู้โดยสารที่ช่วงเช้าและกลางวันน่าจะคึกคักไม่น้อย
.
เดินกลับมาที่ท่าเรือใหม่ที่ผ่านไปเมื่อครู่ ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่คงมีมีเรือโดยสารไปที่ๆต่างกันเท่านั้น
.
ทะลุออกมาอีกด้านที่เป็นสวนหย่อม มุ่งไปทางสถานีรถไฟ ผ่านอีกด้านหนึ่งของศูนย์การค้าซาเซโบะ ขอแวะหน่อย...
.
มุมหนึ่งด้านล่างเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต Sky Heart
.
รูปภาพ
.
ภายในมีอาหารแพ็คราคาไม่แพงด้วย จึงจัดการซื้อมาพร้อมน้ำมะนาวด้วย
.
รูปภาพ
.
เดินชมครู่หนึ่ง ก็เห็นบันไดเลื่อนขึ้นไปดาดฟ้า ซึ่งมีโต๊ะนั่งที่ระเบียงให้ผู้คนนำอาหารมานั่งทานได้ ลมเย็นพัดสบายกว่าห้องแอร์ และด้านล่างอีกมุมหนึ่งก็เป็นร้านอาหาร KFC และ AU ที่ขายอุปกรณ์ไอทีด้วย
.
ทั้งหมดไม่ถึง 1000 เยน แต่สุขใจหาใดเหมือนอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ทานเสร็จก็เดินชมภายในห้าง ที่มีโปรโมชั่นให้คนลงคะแนนว่า เห็นเสื้อเชิ๊ตยี่ห้อใดแบบใด (ตามรูป) เยอะสุดในย่านถนนคนเดินและริมอ่าวนี้ โดยมีคูปองให้ไปซื้อของลดราคาได้
.
เดินชมทั่วๆนะครับ
.
รูปภาพ
.
คุณนายเคทขอซื้อกระเป่าผ้าแบบพับได้ ซึ่งเราต้องมีไว้ใช้เป็นประจำราคาไม่ถึง 300 เยน
.
รูปภาพ
.
และเมื่อเดินกลับมาที่สถานีรถไฟ ยังเหลือเวลาอีกเยอะ ก่อนถึงขบวนกลับของเรา เที่ยว 19.52 น. ว่าจะไปเที่ยวถนนคนเดิน แต่เท้าไม่ค่อยยอมไปซักเท่าไหร่ จึงขอเดินห้างแถวนี้แทน ซึ่งก็คือ
.
รูปภาพ
.
ห้าง Ekimachi1 Chome ที่ไม่แตกต่างจากห้างอื่นๆ และมีร้าน Can Do ขายสินค้าราคาเดียวทุกอย่าง 108 เยนแบบเดียวกับ Daiso ครับ
.
รูปภาพ
.
เดินชมภายในห้างที่อยู่ติดกับสถานีไปพลางๆ
.
รูปภาพ
.
มีซุปเปอร์ Ellena ด้วย บังเอิญอิ่มแล้ว
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็จับรถที่มีตู้สวยๆรวมทั้งตู้สีส้มของสวนสนุก Huis Ten Bosch ที่อยู่ไม่ไกล กลับซากะ โดยปักหมุดไว้ในใจว่า "ลาก่อนซาเซโบะ จนกว่าจะได้พบกันอีก" เพราะ...
.
ญี่ปุ่น ยังคงเป็นประเทศที่สามารถมาได้เรื่อยๆ ชนิดไม้ต้องซ้ำที่เก่าครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 25/06/2019 10:34 pm

รูปภาพ

รูปภาพ
.
Hamamatsu Flower Park, Shizuoka.-รักจักเป็นเช่นอะไร หากมิใช่ดอกกุหลาบ
.
วันที่ 26 มิถุนายน 2562
.
สวัสดีครับ
.
ทริป 15 วัน 16-30 พฤษภาคม 2562 ในญี่ปุ่น ที่เราสองท่องเที่ยวเพราะตั๋วเครื่องบินถูกเป็นการเฉพาะแบบไม่มีแผนอะไรอยู่ในศีรษะก่อนเดินทางเลย อย่างที่เรียนไว้ในกระทู้ "Japan Trip 2019-ญี่ปุ่นอีกที เมื่อ 2 ปีผ่าน (bit.ly/2Xw53y2)" นั้น เราไม่มีความวิตกกังวลแม้แต่น้อยเลยครับว่า จะหาที่เที่ยวที่ไม่ซ้ำที่เดิมไม่ได้อ่ะครับ เพราะ...
.
ญี่ปุ่น ไม่เพียงแต่มีทิวทรรศน์ที่แปลกตา วิถึชีวิตของผู้คนสุข สงบ น่าพิสมัย แตกต่างกันไปทั่วภูมิภาค และ การเดินทางจากโน่นไปนี่สะดวกรวดเร็ว ตลอดแต่ละย่านทั่วประเทศจากเหนือจรดใต้แล้ว ญี่ปุ่นยังมีกิจกรรมแปลกใหม่ให้ได้ชื่นชม และ....
.
มีอุทยานไม้ดอกทุกฤดูกาลชนิดไม่ต้องห่วงว่าจะหาสวนเยี่ยมชมไม่ได้อีกด้วย
.
ทริปนี้ เราจึงไม่จนแต้มในการหาอุทยานไม้ดอกงามๆที่ไม่ไกลจากที่พักเลยแม้แต่น้อย และไม่จำเป็นจริงๆครับที่จะต้องไปซ้ำที่เดิม หากความหวังอยู่เพียงความแปลกใหม่ที่อาจจะไม่เริ่ดเท่าที่ผ่านมาเป็นใช้ได้ครับ
.
ทริปนี้ มีโปรแกรมชมสวนไม้ดอกงดงามเกือบ 10 แห่ง แต่เราก็เลือกไปได้จริงๆเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น และในจำนวนทั้งหมด ก็มีอุทยานบุบผชาติ-Flower Park ที่ประทับใจมากๆแห่งหนึ่ง เพราะอุดมไปด้วยกุหลาบนานาพันธุ์ ก็คือ...
.
ที่ Hamamatsu Flower Park, Shizuoka- อุทยานบุบผชาติ ฮามามัทสึ อันอยู่ไม่ไกลจากเมือง Shimizu-ชิมิสึ หรือ 清水 ที่แปลว่า น้ำใส (เหมือน 清水寺ที่คือ วัดน้ำใส หรือ คิโยมิสึโดริ ที่เกียวโต) เมืองหนึ่งใน Shizuoka-ชิสึโอกะ ที่เราใช้เป็นฐานที่พัก 4 คืนด้วยกัน
.
.
ในภาพเป็นมุมหนึ่งของ เรือนกระจก-Glasshouse ในอุทยานบุบผชาติ ฮามามัทสึ-Hamamatsu Flower Park ครับ
.
รูปภาพ
.
พูดถึงดอกกุหลาบเมื่อไหร่ เพลงดังแสนไพเราะที่มีเนื้อหาสุดซาบซึ้งในการสร้างเสริมแรงบันดาลใจ ชื่อ "The Rose-กุหลาบ" ก็บรรเลงขึ้นมาในภวังค์ทุกคราไป...
.
เพลง The Rose เป็นเพลงเอกประกอบภาพยนต์เรื่อง The Rose ที่นำแสดงโดย Bette Midler ดาราหญิงเจ้าบทบาทแต่ผมไม่เคยนิยมบทโวยวายของเธอเลยแม้แต่เรื่องเดียว ยกเว้น For the Boys (imdb.to/2xdezYg) ที่แสดงคู่กับ James Caan ดาราดังในดวงใจคนหนึ่ง...
.
เพราะฉะนั้น จึงมิอาจชมภาพยนต์เรื่อง The Rose นี้ รวมทั้งเรื่อง Beaches ที่มีเพลงดัง Wind Beneath My Wings-เธอคือลมใต้ปีก ด้วยได้เกินครึ่งเรื่อง ซึ่งต้องขออภัยเพื่อนๆที่ไม่มีเรื่องราวประทับใจของภาพยนต์มาเล่าให้ฟังประกอบเช่นเคย (แต่อาจจะโดนใจเพื่อนๆก็เป็นได้นะครับ เพราะคะแนนวิจารร์สูงมากทีเดียว) ครับ
.
แต่เพลง The Rose ฟังได้จากลิงค์ bit.ly/2X30V46 เพลงต้นฉบับ และการ Cover ได้อย่างยอดเยี่ยมโดย Christopher Maloney หนุ่มขี้ประหม่าที่ใกล้ชิดกับยายของตัวเองตลอดชีวิต ในรายการ The X Factor UK 2012 ที่ลิงค์ bit.ly/2RymGIf ครับ
.
และต่อไปนี้คือเนื้อเพลงและคำแปลแบบคร่าวๆครับ
.
เพลง "The Rose-กุหลาบ"
.
-----------------------------
.
Some say, "Love. It is a river
That drowns the tender reed."
Some say, "Love. It is a razor
That leaves your soul to bleed."
.
บ้างว่ารัก นั้นดุจดั่ง สายนที
อันไหลรี่ พัดท่วมกก พลิ้วไสว
บ้างก็ถือ เป็นมีดโกน คมรอบใบ
เผลอเมื่อไหร่ เป็นได้เลือด เชือดวิญญาณ์
.
Some say, "Love. It is a hunger,
An endless aching need."
I say, "Love. It is a flower,
And you its only seed."
.
อีกกลับบอก รักไม่ต่าง ความหิวโหย
เฝ้าแต่โวย ร้องเรียก พร่ำเพรียกหา
สำหรับฉัน รักคือ บุษบา
เป็นหน่อพันธุ์ ที่แตกกล้า ในตัวเธอ
.
It's the heart afraid of breaking
That never learns to dance.
It's the dream afraid of waking
That never takes the chance.
.
หากหัวใจ นึกหวั่นเกรง การแตกหัก
เมื่อไหร่จัก ได้เต้นรำ นำเสนอ
เหมือนอยากฝัน แต่หวั่น การตื่นเจอ
จำร้องเฮ่อ เสียโอกาส พลาดทันควัน
.
It's the one who won't be taken,
Who cannot seem to give,
And the soul afraid of dyin'
That never learns to live.
.
แม้นไม่ยอม ปล่อยใจ ที่ไขว่คว้า
แล้วใครหนา จะนำพา เป็นคู่ขวัญ
คล้ายสัมภเวสี ที่สู่สิง ร่างนิรันดร์
ใครจะชวน ให้วาดฝัน โลกวิไล
.
When the night has been too lonely
And the road has been too long.
And you think that love is only
For the lucky and the strong.
.
ยามราตรี ที่เงียบเหงา และเปล่าจิต
ดั่งเส้นทาง ไร้ทิศ ไปต่อได้
เกิดอคติ ว่ารักแท้ นั้นมีไว้
เฉพาะผู้ โชคดีไซร้ หรือแกร่งกัน
.
Just remember in the winter
Far beneath the bitter snows
Lies the seed that with the sun's love
In the spring becomes the rose.
.
อย่าลืมสิ ว่าในครา ที่เหน็บหนาว
ใต้แผ่นพื้น หิมะขาว ที่กลบนั้น
คือเมล็ดพันธุ์ ที่รอรับ แสงตะวัน
เป็นกุหลาบ ผลิบาน ยามต้องฤดู
.
รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 เดินจากที่พักคือ Toyoko Inn สาขา Shimizu เมือง Shizuoka ซึ่งอยู่ไกลจากสถานีรถไฟนิดหน่อย ต้องใช้เวลาประมาณ 5 นาที... แต่ทางม้าลายที่หน้าโรงแรมนี่ มีเส้นกลางพิเศษเป็นกากะบาด ที่ทำให้ไม่ว่าอยู่มุมไหน ก็ไม่ต้องข้ามถนน 2 ครั้ง ซึ่งเราก็เคยเห็นที่เมืองอื่นๆเช่น Mutsumoto มาแล้วอ่ะครับ ทว่า หลายๆแห่งยังไม่มีใช้กัน
.
ถึงสถานีรถไฟ ชิมิสึ จับรถไฟธรรมดา JR Tokaido Line Local เที่ยว 8.51 น. ถึง Shizuoka 9.03 น. รออีกเพียง 8 นาที คือ 9.11 น. ก็ไปชิงกันเซ็น ฮิคาริ สู่เมือง Okayama แวะลงเมือง Hamamatsu ได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 19 นาทีเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
ถึงสถานี ฮามามัทสึ พอดีเค้ามีรายการโปรโมท รถจิ๊ปเล็ก ซูซูกิ และเครื่องดนตรียามาฮ่า ก็จึงขอกดแช๊ะเป็นที่ระลึกซักหน่อย
.
มุมเครื่องดนตรียามาฮ่า มีเปียโนตั้งไว้ให้คนเข้าไปลองเล่นได้ แถมยังมีกล้องจับมุมต่างๆของคนเล่นไปขึ้นจอข้างๆด้วย... น่ารักเป็นที่สุดครับ
.
รูปภาพ
.
แค่พ้นประตูทางออก ก็เจอศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ ขวัญใจของเราเสียแล้ว และแทบไม่ต้องเอ่ยปากมากมาย เค้าก็ทราบว่า เราจะไปเที่ยว อุทยานบุบผชาติฮามามัทสึ-Hamamatsu Flower Park กันแน่นอน จัดการมอบโบร์ชัวร์และรายละเอียดที่ต้องการให้ น่ารักเป็นที่สุดครับ
.
มุ่งตรงไปที่ป้ายรถบัสด้านนอก ผ่านลานกว้างใหญ่ ตกแต่งต้นไม้สีเขียวเป็นตุ๊กตาตัวเบ้อเริ่ม สวยงามมาก มีป้ายโฆษณาบ้านพักของท่านโชกุน Ieyasu Tokugawa ซึ่งเคยพำนักอยู่ในช่วงวัย 29-45 ปีด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ข้อมูลที่ได้มาก็คือ ต้องเดินผ่านลานตะกี้ที่เป็นทางออกทิศเหนือ ลงชั้นใต้ดินข้ามถนนไปอีกด้านหนึ่ง และขึ้นรถบัสสาย 30 ที่ป้ายเบอร์ 1 พร้อมแนะนำวิธีขึ้นลงรถบัสให้ด้วย
.
ด้านหลังเป็นตารางรถที่ป้ายต่างๆ พร้อมข้อมูลว่า ไป Flower Park ใช้เวลาประมาณ 40 นาที และค่ารถ คนละ 560 เยน โดยรถจอดหน้าอุทยานฯเลย
.
ส่วนจะไปที่อื่นๆ ก็มีรายละเอียดบอกไว้หมดครับ
.
แล้วก็มีรายละเอียดการเที่ยวเมือง ฮามามัทสึ ให้อีกพร้อมแผนผัง ซึ่งดูแล้วสรุปว่า นอกจากไปเที่ยวอุทยานบุปผชาติฯวันนึงแล้ว ยังเที่ยวเมืองนี้ได้อีก 2 วันสบายๆ เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆมากมายครับ
.
รูปภาพ
.
หน้าสถานีด้านทิศเหนือ-North Exit เป็นลานกว้างใหญ่ ให้ลงชั้นใต้ดิน เพื่อขึ้นข้ามถนนไปที่ป้ายหมายเลข 1 ได้ แล้วก็รอรถบัสสาย 30 ซึ่งมีถี่พอควร ประมาณชั่วโมงละ 4 เที่ยวได้
.
ถามคนขับว่า คันนี้ไป Flower Park แน่แล้ว เราก็ขึ้นรถทันที
.
รูปภาพ
.
แล้วรถบัสก็นำเรามาที่อุทยานฯ จ่ายค่ารถคนละ 560 เยนตามข้อมูล และเข้าไปซื้อตั๋วด้านในเลย ซึ่งมี 2 ราคา คือ ผู้ใหญ่คนละ 800 เยน และหากจะไปที่สวนสัตว์ฯด้วย ก็จะเสียตั๋วรวมเพียง 950 เยน เท่านั้น ซึ่งหากซื้อตั๋วเข้าสวนสัตว์ต่างหาก ก็อีกคนละ 410 เยน (เพราะสามารถชมรอบกลางวันหรือรอบกลางคืนได้) ครับ
.
รูปภาพ
.
สวนสัตว์ฯสามารถเดินต่อจากอุทยานฯไปได้เลย แต่เราขอชมอุทยานฯอย่างเดียว จึงซื้อตั๋ว 2 ใบ 1600 เยนครับ
.
ช่วงนี้ เป็นเทศกาลแสดงต้นบอนไซด้วย งดงามทีเดียว
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 25/06/2019 10:37 pm

รูปภาพ
.
หลังจากนั้น ก็เป็นซุ้มและสวนไม้ดอกต่างๆ ซึ่งช่วงนี้อุดมด้วยดอกกุหลาบที่มีตลอดทางเลยครับ
.
เรียนเชิญชมสวนไปเรื่อยๆนะครับว่า แต่ละมุมละด้านที่กว้างใหญ่มากๆเป็นอย่างไร ขอไม่บรรยายละ เรียนเพียงว่าคุ้มสุดคุ้มครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
แวะทานไอติมจากตู้กด แท่งละ 140 เยนเท่านั้น
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 25/06/2019 10:39 pm

รูปภาพ
.
ตรงปลายทางก่อนไปยังสวนสัตว์ มีทางลัดให้ขึ้นไปข้างบนอีกด้านหนึ่งด้วย
.
รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
มาที่เรือนกระจก ซึ่งมุมหนึ่งเป็นส่วนของ สวนบาหลีด้วยครับ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
ครอบครัวนี้ ใช้รถเครื่องของอุทยานฯที่จัดไว้สำหรับผู้สูงวัยที่เดินไม่ไหวด้วย แหม...เราน่าจะแก่จัง ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/06/2019 8:07 pm

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
แผนกอาหารเครื่องดื่ม และ ของชำร่วยต่างๆ
.

รูปภาพ
.

รูปภาพ
.
อยู่ในอุทยานประมาณ 5 ชั่วโมงเลย จึงจับรถบัสตอนบ่าย 4 โมง เพื่อกลับมาเที่ยวในเมืองนิดหน่อย ระหว่างทาง เห็นป้ายผู้สมัครการเมืองอะไรซักอย่าง อดขำชื่อของเค้าไม่ได้เลยครับ เมื่ออ่านเป็นภาษาจีน
.
เพราะคนนึงชื่อ 新妻 แปลว่า เมียใหม่ ส่วนอีกคนชื่อ 山口 แปลว่า ปากภูเขา อ่ะครับ 555
.
บริเวณหน้าลานสถานีรถไฟตอนนี้มีคณะออร์เครสตร้าของเด็กไฮสกูลมาแสดงเพลงคลาสสิคกัน โดยผู้ชมที่มีที่นั่งส่วนใหญ่คือบรรดาผู้ปกครองอยู่แล้นนน แหะ แหะ
.

รูปภาพ
.
จากนั้น ก็แวะไปที่ชั้น 3 ทานอาหารเซ็ตในร้านคนละชุด แค่ 2200 เยน ก่อนจะกลับคืนที่พักครับ
.
สรุป ก็อย่างที่เรียนนะครับว่า Hamamatsu ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย ซึ่งเชื่อว่า วันหลัง เราสองคงได้มาอีกรอบครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 29/06/2019 2:00 pm

รูปภาพ
.
รูปภาพ
.
Shimizu, Shizuoka.-- ไหนบอกว่า 22 องศาไง?
.
1 กรกฎาคม 2562
.
สวัสดีครับ
.
อีกแล้วครับท่านผู้โชม...
.
ดูอุณหภูมิก่อนออกเดินทางก็ชัดอยู่แล้วว่า อากาศที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะย่านคันไซ-Kansai คันโท-Kanto หรือ โอซาก้า-Osaka โตเกียว-Tokyo ยังไงๆก็ไม่มีทางเกินจากนี่ไปได้ เพราะช่วงที่ว่านี้ ภาคเหนือคือ ฮอกไกโด-Hokkaido ก็ยังแค่ 14-18 องศาไม่เกิน แต่ ฮอกไกโดนั้น ไปมาทั่วแล้ว เหลือแค่ช่วงเหนือสุดที่ยังไม่ได้ไปและไม่ได้คิดว่าจะไป เพราะฉะนั้นเราสองก็จึงชิลล์ๆครับ
.
ยิ่งช่วง 8-9 วันแรกของทริปนี้ อากาศก็ยังไม่เท่าไหร่ มีบางวันเผลอไป 25-27 บ้าง แต่ก็ถือว่าไม่หนักหนากระไร คราวนี้ (24-27 พฤษภาคม) ขึ้นบนมาอีก โอกาสที่จะร้อนขึ้นแทบจะเป็นศูนย์เลยครับ...
.
ที่ไหนได้ วันแรกที่เมือง Shimizu-ซิมิสึ Shizuoka-ชิสซูโอกะ ยังไม่เท่าไหร่ เดินเที่ยวรอบๆเมืองได้สบายๆ แต่พอมาวันที่ 2 ที่อยู่ที่นี่สิครับ หนอย...ทำท่าไม่ค่อยดีตั้งแต่เช้าแล้ว ที่เริ่มร้อนระดับ 25-26 องศา...เราก็เลยเช่าจักรยานเล่นรอบใหญ่เลย แถมยังตั้งใจจะเช่าแบบ 2 วันเสียด้วย เพราะย่านนี้ โอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิสวยๆต่างมุมมองจาก Kawaguchiko-คาวากูชิโก นั้นมีเยอะมีบ่อยที่ทีเดียว
.
ที่ไหนได้ วันที่ 25 ยังไม่ถึงเที่ยงดีๆ ไอร้อนที่โชยผ่านร่างอันบอบบางของผม ก็แผดเผาจนปวดแสบปวดร้อน ต้องดึงแขนเสื้อที่พับไว้ลงมาถึงข้อมือ แถมบ่ายๆก็ยังร้อนขึ้น จนน่าจะไม่หนี 30-32 องศาเท่าไหร่ ทำให้ต้องแข็งใจขี่บ้าง แวะพักบ้าง เกือบตลอดทาง...
.
ทว่า โชคดีมากครับ ที่เราทั้งคู่สามารถจบรอบใหญ่ได้ในวันเดียว และ เข็ดจนตายเลยครับว่า วันหน้าวันหลัง ถ้าในเว็บบอกเกิน 18 องศาเมื่อไหร่ เป็นอันว่า อั้วหม่าย (เราไม่เอา) เรื่อง คาตะเชีย (จักรยาน).... เป็นตายก็ไม่เอาครับ
.
.
ในภาพ เป็นหน้าอาคาร Pachinko-ปาจิงโกะ Maruhan-มารูฮัน แห่งเมือง Shimizu ที่มีรายการโปรโมชั่นโน่นนี่นั่นตลอด เพื่อดึงดูดผู้คนให้หน้ามืดตาพร่าพรางไปชั่วขณะ...
.
พูดง่ายๆก็คือ เห็นตึกใหญ่ๆในญี่ปุ่นละก็ มีความเป็นไปได้ว่า ถ้าไม่เป็นตึกธนาคาร ก็ ประกันชีวิต หรือ ปาจิงโกะ นี่แหละครับ
.
รูปภาพ
.
ขอย้อนความนิดนึงว่า..... หลังจากพักที่ซากะ 4 คืน (20-23 พค.) เช้าวันที่ 24 เราก็นอนตื่นสายหน่อย เพราะวันนี้จะต้องเดินทางหลายชั่วโมง และเราก็เลือกแล้วว่า... ต่อให้ไปถึงจุดหมายเร็วแค่ไหนก็ยังเป็นตอนเย็นอยู่ดี จึงจับรถไฟเที่ยว 11.23 น.เป็นการเริ่มต้น วิ่งแค่ 13 นาที
.
ถึงสถานี Shin Tosu-ชินโตสึ มีเวลา 10 นาทีในการเปลี่ยนไปขึ้น ชิงกันเซ็น ซากุระ-Sakura ซึ่งคราวนี้ต้องนั่งในรถ 153 นาที.....ถึงสถานี Shin Kobe-ชินโกเบ เปลี่ยนอีกขบวนเป็น ชินกังเซ็น ฮิคาริ-Hikari แล้วนั่งไปอีก 123 นาที ถึง Shizuoka-ชิสซูโอกะเอา 16.32 น. โน่น
.
ทีนี้ จาก ชิสซูโอกะ นั่งรถธรรมดาไปยังเมือง Shimizu-ชิมิสึนั้น สบายมากครับ เพราะรถธรรมดาและด่วนมีถี่มากชนิดออกทุก 10 นาทีก็ว่าได้ และใช้เวลาเดินทางแค่ 11 นาที เร็วกว่ารถบัสด้วยซ้ำ
.
เพราะฉะนั้น เราก็เลยไม่ต่อเที่ยว 16.36 น. ดังที่แพลนไว้ แต่รอเอาเที่ยว 16.46 น. แสนสะดวก เพราะยังไม่ 5 โมงดี ก็มาถึง Shimizu-ชิมิสึ หรือ 清水 ที่แปลว่า น้ำใส แล้วครับ
.
อ้อ..รถไฟ 3 ขบวนรอบแรก เราจองที่นั่งมาก่อนครับ..... เฉพาะวันนี้วันเดียวไม่นับขบวนหลังที่ไม่ต้องจอง ค่ารถ+ค่าจองที่นั่ง ก็ครึ่งนึงของค่าบัตร JR Pass 14 วัน ที่ซื้อมา 46350 เยนแล้วครับ
.
รูปภาพ
.
โปรดสังเกตว่า รถไฟชินกังเซ็นแบบซากูระ จะมีที่นั่งดีที่สุด และรถธรรมดาขบวนสุดท้าย (แต่ 4 วันที่ชิมิสึนี้ ใช้บ่อยมากเพราะแทบทุกแห่งต้องไปเริ่มต้นที่ ชิสซูโอกะ) เป็นที่นั่งยาวแบบรถใต้ดิน เพราะเจตนาให้มีที่คนยืนมากเป็นพิเศษ เพราะนักเรียนและคนทำงานใช้เยอะมากในช่วงเช้าเย็นครับ
.
จากสถานีรถไฟชิมิสึ เดินลากกระเป๋าไปโรงแรม Toyoko Inn สาขาเมืองนี้ ใช้เวลา 5 นาที ระหว่างทางผ่านศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้วย ก็จึงขอแวะถามข้อมูลก่อน.....
.
โดยญี่ปุ่นนี้ เราสามารถวางกระเป๋าด้านหน้าและเข้าประตูไปได้โดยไม่ต้องหวาดหวั่นโจรขโมย แต่ถ้าเป็นยุโรป ห้ามเด็ดขาดครับ ไม่ว่าไปเมืองไหน (ก็ขนาดเด็กหนุ่มเกาหลี วางเป้ไว้บนกระเป๋าที่ชานชาลารถไฟในซาลเบิร์ค ออสเตรีย เพื่อไปซื้อน้ำดื่มที่บูธข้างๆแป๊บๆ เป้พร้อมตังและพาสปอร์ตยังหายเลย ต้องย้อนกลับไปพักโฮสเต็ลที่เพิ่งเช็คเอ้าท์ออกมาไม่นาน โทรมือถือไปร้องไห้ไปเพื่อให้ทางบ้านส่งเงินมาให้และจัดการเรื่องพาสปอร์ตอีกหลายวันครับ)
.
เจ้ที่ศูนย์ฯพูดภาษาอังกฤษดีมาก แล้วเราก็ได้ข้อมูลมาตรึมว่าเมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ มีที่เที่ยวเยอะแถมรอบๆก็มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย แต่ที่เราสนใจคืออยากขี่จักรยาน ซึ่งเธอก็กรุณาให้ข้อมูลเราเป็นอย่างดี โดยบอกว่า จักรยานเช่ามีที่แถวโรงแรม The Quest ใกล้ๆกับ Toyoko Inn นั่นแหละ
.
รูปภาพ
.
ส่วนการเที่ยวจักรยานนั้น สถานที่กว้างไกลมาก เจ๊แนะนำว่า ดูจากบุคลิกอันสง่างามของเราทั้งสองแล้ว น่าจะไป 2 วันดีกว่า....ชิชะ
.
โดยวันแรก ไปจาก ตลาดปลา-Fish Market หลังสถานีรถไฟ ผ่านสวนสนุก เอสพลัลส์ดรีมพลาซ่า-S-Pulse Dream Plaza จนถึงศาลเจ้า มิโฮโนะมัทซึบาร่า-Miho No Matsubara ...
.
ส่วนวันที่ 2 ค่อยเอาจักรยานลงเรือไปด้าน ชายหาดมิโฮ-Miho Beach Park ขี่ไปเที่ยวทางศาลเจ้าอีกที เพราะ....
.
ตอนเย็นๆทั้ง 2 วัน เราก็จักได้นั่งชมภูเขาฟูจิสบายๆ ถ้า.......ฟ้าเปิด... แหะ แหะ
.
เป็นคำแนะนำที่ดีมากๆครับถ้า...อากาศไม่ร้อนอย่างที่เรียนตอนแรกว่าเกือบ 32 องศา หุหุ
.
รูปภาพ
.
ทำเลของโรงแรม Toyoko Inn แม้จะไม่ไกล้สถานีรถไฟเหมือนๆที่อื่นๆที่ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที แต่ที่นี่ 5 นาทีก็ถือว่าไม่ไกลเลย
.
แถมข้างๆยังเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ Max Value เครือ Aeon ที่ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารแพ็คสำเร็จรูปราคาไม่แพง (มีลดราคาตอนค่ำด้วย) เราจึงซื้อมาเก็บไว้ที่ตู้เย็นในห้องพัก ก่อนจะออกไปเที่ยว....
.
Ginza Shopping Mall ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟอีกฟาก
.
แถมข้างๆโรงแรมยังมีร้านอาหารราคาไม่แพงแต่ดูดีด้วย.....ฮึ่ม เสียดายชะมัด
.
รูปภาพ
.
Ginza Shopping Mall นี้ ดูเหมือนจะเป็นดงอาหารโดยเฉพาะ เนื่องจากอุดมไปด้วยร้านอาหารดีๆราคาไม่แพงเต็มไปหมด มีร้านของชำและอื่นๆแค่ประปราย....
.
รูปภาพ
.
แถมอาหารแพ็คร้านคุณป้า ค่อนข้างสดและถูกกว่า แม็กซ์แวลู ด้วยซ้ำ....โอยยย เสียดายรอบสองครับ
.
รูปภาพ
.
มีโรงละครแบบญี่ปุ่นอยู่ภายในด้วย
.
รูปภาพ
.
ตอนปลายของช้อปปิ้งมอลล์ มีทางแยกออกไปยังถนนข้างๆ ซึ่งก็เต็มไปด้วยร้านอาหารอีกเช่นกัน
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 29/06/2019 2:03 pm

รูปภาพ
.
วันที่ 25 พฤษภาคม 2562
.
เช้านี้ วันที่สองที่อยู่ที่นี่ เราเริ่มต้นด้วยการหาเช่าจักรยานตามที่ศูนย์ฯบอก แต่ไม่เจอร้านใดข้างๆโรงแรม The Quest เลย...
.
ทะลุมาที่ช้อปปิ้งมอลล์ โดยคุณป้าร้านชำกรุณาวิ่งหาให้ ได้ที่ร้านพี่สาวไม่ไกล ขอบพระคุณทั้ง 2 ท่านเป็นอย่างสูง ทว่า...แม้ค่าเช่าจะแค่ 300 เยน แต่ต้องคืนก่อน 4 โมงเย็น ซึ่งเราไม่สะดวก จึงออกมาเดินหาใหม่....
.
สุดท้าย เมื่อเจตนาจะไปสอบถามหาแหล่งจากเจ้าหน้าที่โรงแรม The Quest เราค่อยทราบว่า ทีแท้ก็คือ เช่าจากโรงแรมนี่เอง วันละ 500 เยน แต่คืนตอน 18.00 น. แล้วเราก็จึงจองเผื่อวันถัดไปด้วย
.
เริ่มต้นด้วยการออกไปตามถนนที่ดูเหมือนว่าจะตัดข้ามทางรถไฟไปได้ ตรงอาคารยักษ์ของ Manor House Elizabeth Wedding Venue ซึ่งเป็นภัตตาคารใหญ่และเป็นศูนย์ที่คนมาจัดงานมงคลสมรสกันเยอะมาก....ดูเผินๆนึกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์เลยครับ
.
รูปภาพ
.
จากทางแยกตัดทางรถไฟที่ศูนย์มงคลสมรส ถามไถ่พี่ผู้ชายท่านหนึ่งถึง Ichiba-อิชิบะ-ตลาดปลา ซึ่งเค้าก็กรุณาบอกให้ขี่ตามไป ไกลพอสมควรก่อนจะถึง ตลาดปลาชิมิสึ-Shimizu Fish Market ที่มีในแผนผัง
.
แล้วเราก็จอดรถ (จักรยาน) ส่วนตัวไว้ที่ด้านหน้า
.
รูปภาพ
.
ขอแวะที่ตลาดปลาก่อนนะครับ เจอเมื่อไหร่เป็นอดใจไม่ไหวเลยประมาณนั้น โดยเฉพาะตามบ้านนอกที่ผู้คนไม่พลุกพล่านอย่างในโตเกียวหรือเมืองใหญ่อื่นๆ
.
คนขายของแบบเป็นแผงวางหน้าทางเข้าเยอะแยะแบบเดียวกับบ้านเราและที่อื่นๆ เพียงแต่ทั่วบริเวณสะอาดสะอ้านและดูเป็นระเบียบกว่า...
.
หน้าตลาดมีแผนผังบอกร้านค้าต่างๆว่ามี 2 ฟากและร้านไหนอยู่ตรงไหน
.
ถ้าเป็นบ้านเรา ที่เรามีรถ มีตู้เย็นรอที่บ้าน รับรองช้อประเบิดเลยครับ เพราะราคาไม่แพงและน่าทานทั้งหมดเลย
.
รูปภาพ
.
อาหารทะเลสำเร็จรูปก็มีครับ
.
รูปภาพ
.
เดินรอบฟากหนึ่ง แล้วกำลังจะไปต่ออีกฟาก ก็เห็นริมอ่าวมีเรือเข้ามาจอดพอดี นึกได้ว่า นี่เป็นเรือที่จะไป Miho Beach Park ...... แบบนี้ ถ้าวันนี้เราเอาจักรยานขึ้นเรือ (ฟรี) ไปที่ไกลก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปทางจักรยานด้านสะดวกทางใกล้ ก็น่าจะไม่เลว
.
ถามไถ่คนขับเรือว่า ไปได้ไหม เค้าบอกว่า เที่ยวนี้ไม่ทันแล้ว พอดีวันนี้เป็นวันเสาร์ มีชั่วโมงละ 2 รอบ รอเที่ยวหน้าอีกครึ่งชั่วโมงก็ได้
.
เราสองคิดว่าดีเหมือนกัน งั้นก็ไปเดินตลาดอีกฟากเลย ซึ่งด้านนี้เป็นร้านอาหารส่วนใหญ่และ มีชั้นสองแบบเดียวกับ ตลาดสดสามย่าน หรือที่ ชิลกาชิ ในปูซาน เกาหลีใต้ด้วย
.
รูปภาพ
.
เลือกไม่ถูกจริงๆว่าร้านไหนดี ทั้งๆที่ยังไม่หิวเลย เพราะอยู่ Toyoko Inn สิ่งหนึ่งที่ชื่นชอบมากๆคือ อาหารเช้าฟรี มีคุณภาพทางโภชนาการ และเราทานมาเพียบทุกวันเข้าขั้นอิ่มจนถึงเย็นอ่ะครับ อิอิ
.
บางร้านมีภาษาไทยหราว่า ยินดีต้อนรับ ด้วย สงสัยพวกทัวร์ที่ไปชมฟูจิไม่ไกลจากนี่ แวะมาเที่ยวกันบ่อยครับ
.
รูปภาพ
.
ที่น่าทึ่งก็คือ มีตู้จับฉลากแบบยิงลูกหินด้วย ถ้าโชคดีก็ได้กุ้งใหญ่ตัวเป็นๆเอาไปทำกับข้าวมั้งครับ ส่วนอีกตู้เป็นมือหยิบตุ๊กตาพวงกุญแจรูปปลาทะเลเหมือนๆกันหยิบตุ๊กตากำมะหยี่ที่เราเห็นบ่อยๆครับ
.
รูปภาพ
.
ตลาดทุกแห่งจะสังเกตได้ว่า มีร้านดังอยู่ร้านนึงสองร้านเสมอ คือ ในขณะที่ร้านอื่นๆ ไอ่ไอ๊บ่อสื่อ (ว่างไม่มีอะไรทำ) ปัดฝุ่นไปพลางๆ แต่ร้านที่ว่านี้แน่นตลอดถึงขนาดต่อคิวอ่ะครับ
.
คุณนายคุยถูกคอกับเจ๊ขายเกาลัด ก็เลยซื้อมา 800 กรัม 1000 เยน (290 บาท) ครับ เจ๊ใจดีสอนวิธีปอกเปลือกด้วยตะไกร แต่ไม่ยักให้ตะไกรมา ก็เลยต้องพึ่งเล็บมือเป็นหลัก หอมอร่อยมากทีเดียว
.
คุณลุงที่สวมสูทคิดบัญชีอยู่นั่น บ่อแม่นธรรมดานะครับ เป็นคนขับรถเก๋งตู้เอาอาหารทะเลมาส่งทีเดียว
.
รูปภาพ
.
ระหว่างคุณนายเดินชมตลาดไปพลางๆ ผมก็ไปขี่จักรยานรอบๆตลาดและอ่าวมา 20 กว่านาที จนได้เวลาขึ้นเรือลำใหม่ ค่าเรือคนละ 400 เยน มีแวะ 2 ท่า และ เอาจักรยานไปด้วยได้ฟรี
.
รูปภาพ
.
ผู้โดยสารไม่ถึง 10 คน ...พี่คนสวมแว่น เป็นนักเที่ยวเหมือนเรา ถ่ายภาพโน่นนี่ลอด แต่ใช้วิธีเดินเอาและขึ้นรถบัสที่หาดมิโฮ ช้ากว่าเราเยอะเลย
.
2 พ่อลูกนั้น จะไปเที่ยวที่สวนสนุก เอสพลัลส์ดรีมพาร์ค ที่เป็นท่าแรกครับ
.
ส่วนคุณนายก็ยืนรำพึงข้างเรือ นึกว่าตัวเองเป็นตัวละครในเรื่อง Dearest (bit.ly/2XfslIf) ส่วนผมมองคุณท่านแล้วก็จินตนาการเรื่อยเปื่อยไปว่า จะลอยอังคารคุณท่านตรงนี้เลยดีไหมหนอ อิอิ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan Trip 2019 May 16-30

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 29/06/2019 2:06 pm

รูปภาพ
.
ถึงท่าเรือ สวนสนุก มีพนักงานสวมชุดตัวตลกเป่าลูกโป่งฟองสบู่รอต้อนรับผู้คนอยู่
.
รูปภาพ
.
2 พ่อลูกลงไปแล้ว โบกมือมือลาเราทั้งสองอย่างมีความสุข ในขณะที่มี 2 แม่ลูกลงเรือมาใหม่
.
ด้านหน้าของเรือมีที่นั่งมากมาย แสดงว่าวันธรรมดาคนทำงานไปกลับไม่น้อยเลย
.
ภาพใหญ่ห้ามพลาดนะครับ โปรดสังเกตว่า บนฟากฟ้านั้น คือ ภูเขาไฟฟูจิ ที่เราเห็นเพียงรางๆ เพราะฟ้าสว่างจ้าอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วเราก็มาถึง Miho Beach Park ท่าเรือที่สอง รอบๆมีคนเล่นกีฬาทางน้ำเยอะเลย เพราะแถบนี้มีมหาลับ Tokai University อยู่ด้วย บางคนก็เล่นยืนคนเดียวบนสเก๊ตบอร์ดลอยน้ำอย่างเท่เป็นที่สุด
.
ดูป้ายเวลาเรือกลับว่าเที่ยวสุดท้ายคือ 16.43 น. แล้วเราก็จูงจักรยานไปตามเส้นทางโรยกรวด สู่ถนนใหญ่ด้านนอกทันที
.
รูปภาพ
.
ออกสู่ถนนใหญ่แล้วเลี้ยวขวาตรงป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวด้วยเรือทัวร์ ซึ่งน่าจะเป็นคนละลำกับของเราแต่ใช้ท่าเดียวกัน
.
อากาศเริ่มร้อนด้วยท้องฟ้าที่ใสสว่าง ไร้ซึ่งผู้คนนอกจากอาคารพาณิชย์ต่างๆที่ล้วนแต่เป็นประเภท Stand Alone-เดี่ยวๆ.....ผ่านที่ทำการไปรษณีย์....ผ่านท่ารถบัส ที่เห็นเฮียแว่นที่นั่งเรือมาพร้อมเรา ฝ่าเปลวแดดเดินเฉิบๆมุ่งตรงจากท่าเรือมาที่นี่....
.
ผ่านโรงงานรับซื้อกระดาษเก่า เขียนป้ายว่า รับซื้อ 24 ชั่วโมง.....ผ่านร้านอาหารใหญ่....ผ่านร้าน AIM ที่เป็นสาขาหนึ่งของโซนี่....ผ่านร้านขายเครื่องดื่มสารพัด Fujinami...
.
รูปภาพ
.
ผ่านร้านจำหน่ายเครื่องก่อสร้าง....ศูนย์ทันตกรรม...ร้านอาหารอีกแห่ง...ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดและอาหารกล่องแบบเบนโตะ HM หรือ Hotto Motto....ร้านซ่อมเรือ O.M.S. และ ตึกแถวปิดตายที่ปกคลุมด้วยไม้เลื้อยเขียวชะอุ่ม...
.
ถึงสี่แยกไฟแดงพอดี เราจึงเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปตามป้ายที่บอกว่าไปสู่ Shinto Shrine-ศาลเจ้าชินโต จนถึงเชิงปากทางเข้าศาลเจ้าที่มีร่มไม้ครื้ม...
.
รูปภาพ
.
ดูแผนที่ในมือ ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะใช่ย่าน Miho no Matsubara ที่ได้รับการบันทึกโดย ยูเนสโก ให้เป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรมโลก หรือเปล่า.......
.
เพราะเท่าที่ดูข้อมูลจากเว็บมา ทราบว่าทางเข้าจะเป็น Kami no Michi หรือ God's Road-สะพานไม้แห่งความรักบนเส้นทางของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งมีระยะทางยาวครึ่งกิโลเมตรท่ามกลางอุโมงต้นสนอายุ 200 ปี และช่วงค่ำที่มีแสงไฟสลัว มักมีชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวเดินบนสะพานเป็นคู่ๆประปรายอย่างโรแมนติกเป็นที่สุด
.
นอกจากนั้น บริเวณชายทะเล ยังเป็นจุดชม ภูเขาไฟฟูจิ ได้อย่างงดงามเป็นพิเศษด้วย
.
Miho no Matsubara คือต้นตำนานของนางกินรีญี่ปุ่น-Hagoromo-ซึ่งถูกนำเรื่องราวไปแสดงในละครญี่ปุ่นบ่อยมากในนามของ 羽衣-เสื้อคลุมขนนก ซึ่งมีเนื้อเรื่องว่า นางกินรีเหิรลงมายังพื้นโลกบริเวณชายหาด และผึ่งปีกขนนกของเธอไว้บนกิ่งสน แต่ถูกชาวประมงนำไปเก็บไว้ จนเธอมิอาจคืนกลับสรวงสวรรค์ได้ และร้องขอปีกคืน แต่ชาวประมงยืนกรานว่า เธอจะต้องเต้นรำให้ดูก่อน หลังจากนั้น เมื่อได้ปีกขนนกคืนแล้วก็ไม่ปรากฏตัวให้ใครเห็นอีกเลย
.
รูปภาพ
.
ตอนอยู่หน้าปากทางเข้าศาลเจ้า ยังไม่ทราบเลยครับว่าเป็นที่ไหนในแผนผัง พอดีมีเด็กนักเรียน 2-3 คนอยู่ที่นั่น และดูเหมือนกระตือรือร้นยิ่งนักที่จะสนทนาปราศรัยกับคนต่างชาติ ทักทายมาก่อนว่า "หนีห่าว" เราจึงหยุดพูดคุยด้วยภาษาอังกฤษและท้วงว่า เราไม่ใช่คนจีน พร้อมสอนวิธีไหว้ สวัสดีค่ะ ให้ทำ 2-3 หน ซึ่งพวกเค้าก็ดีใจมากทั้งๆที่พอพูดได้แค่งูๆปลาๆ
.
ผมชี้แผนผังแล้วถามเด็กๆว่า Miho no Matsubara คือตรงไหน เด็กสาวน้อย 2 คนยิ้มร่าเลยว่า อยู่ใกล้ๆนี้เอง เลี้ยวซ้ายข้างหน้าก็ถึงแล้ว ยังไม่ทันขอบอกขอบใจทีได้ถ่ายรูปด้วย ทั้งคู่ก็ออกวิ่งนำจักรยานของคุณนายและหันมาบอกเราว่า ตามมาเลยค่ะ
.
แค่ปลายซอยและเลี้ยวซ้ายไปหน่อยเดียว ก็มาถึงบริเวณสะพานไม้ God's Road อย่างที่เคยเห็นในรูป เด็กทั้งสองอาสาถ่ายรูปคู่ให้ และเราก็ฝากขอบคุณไปยังคุณพ่อคุณแม่ของพวกเค้าด้วยความตื้นตันใจยิ่งว่า ช่างเลี้ยงอบรมลูกมาดีงามเหลือเกินด้วย
.
ป้ายประชาสัมพันธ์ข้างสะพานไม้ฯเขียนว่า ศูนย์วัฒนธรรมและสร้างสรรค์ มิโฮชิรูเบะ-
Miho no Matsubara Culture & Creativity Center - “Miho Shirube” อยู่ปลายสะพานฯ เข้าชมฟรีในเวลา 9.00-16.30 น. และสามารถชมภาพวิวภูเขาไฟฟูจิ ณ โรงภาพยนต์ภายในได้....ไปกันครับ
.
รูปภาพ
.
เนื่องจากเป็นการไม่สมควรที่จะขี่จัรยานบนสะพานไม้ฯนี้ เราจึงจูงรถไปยังที่นั่งต้นทาง เพื่อทานเกาลัด และพักเหนื่อยพลางๆ โดยระหว่างนั้น ก็ถ่ายรูปคู่ให้กับนักท่องเที่ยวคู่สูงวัยชาวใต้หวัน 2-3 คู่ ที่ทะยอยกันเดินกลับไปสมทบคณะที่รถทัวร์...ส่วนป้าชาวญี่ปุ่นที่มานั่งด้วย ก็พลอยได้อานิสงส์แบ่งเกาลัดจากเราไปทานตามระเบียบ
.
จนพักใหญ่ให้ลมเย็นโชยพัดพาจนชื่นใจ เราค่อยจูงจักรยานลงไปขี่ข้างล่างมุ่งหน้าไปแหล่งท่องเที่ยวที่เห็นแต่ไกล และมีพนักงานโบกให้เข้าที่จอดรถ...แหม่..ตอนนี้ แดดเปรี้ยงๆเลยครับ
.
ข้างๆที่จอดรถ คือศูนย์วัฒนธรรมฯที่เพิ่งสร้างขึ้นไม่นานมานี้ ขอเข้าไปชมหน่อยนะครับ ยังไงก็ไม่เสียตังตามป้ายอยู่แล้ว
.
รูปภาพ
.
น่าเสียดาย ที่ภายในโรงละครที่เค้าฉายวิดีโอให้ดูตำนานรักนางกินรี และวิวทิวทรรศน์สวยๆรอบบริเวณนี้ เค้าห้ามใช้กล้องทุกชนิด จึงเก็บเฉพาะความประทับใจและออกมาถ่ายภาพกับภูเขาไฟฟูจิที่โปสเตอร์ยักษ์ข้างๆ...
.
ส่วนด้านนอก มีของชำร่วยฝีมือชาวบ้านจำหน่าย และมีป้ายบอกว่า ถ่ายภาพได้ครับ
.
รูปภาพ
.
ขึ้นไปบนดาดฟ้าของศูนย์ฯ ที่เป็นจุดให้ชมวิวรอบๆรวมทั้งภูเขาไฟฟูจิ ช่วงที่ฟ้าเปิด ซึ่งน่าจะเป็นตอนเย็นๆ แต่ตอนนี้ร้อนแบบจ้าผุดๆเห็นไอร้อนพุ่งโชยบนพื้นดาดฟ้าเลยครับ
.
เดินลงไปยังส่วนที่เป็นร้านค้าของชำร่วย เครื่องดื่ม ของฝากต่างๆ
.
รถแท๊กซี่เพ้นท์สีเป็นชาเขียวพร้อมภาษาญี่ปุ่นว่า ชา-茶 สวยน่ารักดีแต่คงวิ่งไปมาอยู่แถบนี้ เพราะเห็นคนขึ้นลงหลายรอบ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน

cron