วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 15/05/2011 11:00 am

วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 15/05/2011 11:04 am

งง เหมือนกันคะว่าทำไมโพสข้อความไม่ได้ ต้องพิมพ์ทีละตัว แบบว่าพอดีต้นฉบับพิมพ์ไว้ใน word แล้ว

รบกวนผู้ดูแลช่วยด้วยคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย beamer » 15/05/2011 1:15 pm

ใช้วิธี [COLOR=#ff00cc]Copy จาก Word ไปลง Notepad ก่อนแล้ว Copy อีกทีไปลงในกล่องข้อความที่จะทำการโพสต์ ค่ะ เจอปัญหานี้เหมือนกัน ต้องขอบคุณ คุณโอ ด้วยที่ช่วยสอนวิธีนี้ให้ ตอนนี้ไม่มีปัญหาในการรีวิวแล้วค่ะ แต่อาจหลายขั้นตอนหน่อย เป็นกำลังใจให้นะคะ คุณ jaae รูปสวยมากๆเลย [/COLOR]รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
beamer
 
โพสต์: 5815
ลงทะเบียนเมื่อ: 28/09/2008 12:06 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 15/05/2011 9:15 pm

ขอบคุณคะเดี๋ยวจะลองทำตามดูคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 15/05/2011 9:17 pm

ขอบคุณคะเดี๋ยวจะลองทำตามดูคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 15/05/2011 9:17 pm

“หยิบเพลง Bossa ไปลั้นล๊าบาหลี” สถานะ FB ที่โพสเป็นข้อความฝากฝังบ้านหลังน้อยใน social network เพื่อนพ้องน้องพี่ต่างอวยพรขอให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสุขและปลอดภัย ฮั่นแน่....... ยังมีปลายสายจากพี่แถวที่ทำงานค่อนขอดมาว่า “นี่ตกลงแกไปกี่วัน? แปดวันเชียวเหรอ ใจคอแกจะไม่คิดถึงฉันบ้างรึไง?”

“เธอจะคิดถึงฉันไหม อยากกลับมาบ้างไหม ............ แล้วเธอจะเหงาบ้างไหม เมื่อไม่มีใครตรงนั้น ก็รีบกลับมาหาฉัน........” ฉันร้องตอบเป็นเพลงของ The mousses ซะเลย

จะทำเช่นไรใจฉันแอบตกหลุมรัก หนุ่มใหญ่รูปงามนามเพราะตั้งแต่ยังไม่เคยเห็นหน้า เพียงแว๊บเดียวจากภาพถ่าย มันทำให้ฉันต้องตัดสินใจจองตั๋วแอร์เอเชีย ทั้งๆ ที่เพิ่งหนีเที่ยวฮ่องกงไปไม่นาน หนุ่มคนนั้นคือ คุณชายโบร์โม่ ชื่อทางราชการว่า Mr. Bromo Vocalno 

ทำไมต้องเริ่มต้นที่บาหลี?

กรุงเทพ – บาหลี – กรุงเทพ 20 -27 เมษายน 2554 จำนวน 4 ที่นั่ง ถูกจองเรียบร้อย ด้วยคำสั่งสั้นๆ ทว่าแฝงด้วยอำนาจจากหนูหนึ่งเพื่อนร่วมทริป “แกฉันจะไปบาหลี” เป็นโจทย์ที่ฉันต้องหาทางแอบแวะข้างทางไปเจอชายหนุ่มในดวงใจให้ได้ จากการค้นหาข้อมูลในหนังสือและเน็ต นักแบกเป้ส่วนใหญ่มักเดินทางจากเกาะชวาสู่บาหลี แต่ฉันกำลังเดินสวนทางกับชาวเมืองทำให้ต้องทำการบ้านหนักหน่อย.....

เส้นทางสู่โบร์โม่แบ่ง เป็น 2 ส่วน คือ

1. เริ่มที่บาหลี เดินทางด้วยรถบัสท้องถิ่น จากท่ารถ อูบุง Ubung สู่เมือง โพรโบลิงโก Probolingo และต่อรถบัสท้องถิ่นไปยัง เซโมโรลาวัง Cemoro lawang

2. เริ่มที่บาหลี เดินทางด้วยรถบัสท้องถิ่น จากท่ารถ อูบุง Ubung สู่เมือง มาลัง Malang แล้วเช่ารถต่อไปเซโมโรลาวัง Cemoro lawang

ข้อสรุปที่ดีที่สุด คือ น่าจะใช้วิธีการใน ข้อ 1 เนื่องจาก ระยะทางจากบาหลีสู่โพรโบลิงโกจะใกล้กว่า มาลัง (เรานั่งรถ บาหลี – สุราบายา) และ มีข้อดีอย่างคือที่โพรโบลิงโกมีรถบัสท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องเช่ารถ (รถท้องถิ่นออกจากโพรโบลิงโก ตี 5 เที่ยวแรก)
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 16/05/2011 12:36 pm

เวลาที่แตกต่าง มักทำให้ชีวิตสับสน



ด้วยการเดินทางที่ต้องข้ามจากเกาะบาหลี สู่เกาะชวา ซึ่งเวลาห่างกัน 1 ชั่วโมงจำเป็นต้องปรับนาฬิกากันสักหน่อย นั่นคือ ที่เกาะชวาเวลาจะเหมือนกับประเทศไทย ส่วนเกาะบาหลีจะเร็วกว่า 1 ชั่วโมง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าทำไม...........
20 เมษายน 2554 : กระเป๋าเดินทางได้ทำงาน

เครื่องบินแอร์เอเชียกำลังเหินฟ้า ฉันทำหน้างัวเงีย ............... ทำไงได้เครื่องออกตั้งแต่ 6 โมงเช้า แถมชะตาชีวิต เหมือนนางเอกโดนกลั่นแกล้งถูกจับแยกจากหนูปุ้ม และน้องพิม(น้องใหม่ป้ายแดง นักแบกเป้) ส่วนหนูหนึ่งโดนที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์กลั่นแกล้งให้เสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ ทริปนี้อดไปตามระเบียบ


รูปภาพ
นี่ยังโชคดีหน่อยได้นั่งข้างหนุ่มหล่อ พอแก้เซ็งได้ 5555
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย Nut » 16/05/2011 12:40 pm

beamer เขียน:ใช้วิธี [COLOR=#ff00cc]Copy จาก Word ไปลง Notepad ก่อนแล้ว Copy อีกทีไปลงในกล่องข้อความที่จะทำการโพสต์ ค่ะ เจอปัญหานี้เหมือนกัน [/COLOR]


เข้ามา Confirm ครับ แก้ปัญหาด้วยวิธีของคุณbeamer เลยครับรูปภาพ

ทำไมต้อง Copy จาก word ไปวาง Notepad เหรอครับ คือ เพื่อล้างค่าของ Font และการ
ตั้งค่ามาจาก MS Word หงะครับ แต่ต้องเสียเวลาปรับขนาดของ Font ใหม่ครับ ไม่งั้นก็จะได้
ค่า Font ตัวเล็กแบบ quote ของคุณ jaae ไงครับ

ถ้าต้องการ Font ใหญ่ ต้องปรับ size(เอ...น่าจะรู้แล้วนะ ผม ส.แนะนำหรือเปล่าเนี่ยยยย)

ส่วนวิธีแก้ของผมที่เมื่อพิมพ์ยาว ๆ แล้วไม่อยากให้ quote หาย คือ ก่อนกด [COLOR=#006313]ตั้งกระทู้ ผมจำทำการ[/COLOR]
[COLOR=#800517]Copy ทั้ง quote ไว้ก่อนครับ ถ้าเผื่อมีปัญหาใด ๆ กับการโพส หรือ error จะได้ไม่ต้องนั่งพิมพ์ใหม่[/COLOR]
คือ เข้าใจหงะครับ ว่าถ้าพิมพ์ไปยาว ๆ upload รูปสวย ๆ ไปหลายรูป...แล้ว Error หรือโพสไม่ขึ้น
มันหงุดหงิด+เสียกำลังใจ+เสียเวลา พอควรครับ พาลจะเลิกเล่นไปง่าย ๆ แต่ บางครั้งปัญหาทาง
เทคนิก หรือ เรื่องของ Internet Problem หรือ Host บางครั้งจะไปโทษใครก็ไม่ได้ครับ

เพราะบ้านเรายังไม่มีกฎหมายรับผิดชอบความเสียหายในการ เชื่อมต่อ หรือความเร็ว Host ฯลฯ
ถ้าเป็นต่างประเทศ กรณีอย่างนี้ ฟ้องกันกระจาย ครับ (ผม คงรวยไปแล้ว เพราะเจอบ่อย)
แก้ไขล่าสุดโดย Nut เมื่อ 17/05/2011 10:04 am, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine.
"ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nut
 
โพสต์: 1129
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/09/2008 8:33 pm
ที่อยู่: Nonthaburi/Thailand

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 16/05/2011 12:49 pm

ขอบคุณ โอ และ คุณ nut คะ เดี๋ยวจะพยายามอีกหน่อยจ้า
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 16/05/2011 12:54 pm

4 ชั่วโมงเต็ม เครื่องบินร่อนปีกลงจอดที่สนามบินงูราราย เมืองเดนพาซาร์ หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เราใช้บริการแท๊กซี่จากสนามบินไปยังสถานีรถบัสอูบุง ในราคา 100,000 รูเปียะRp ( 1 US เท่ากับ 8,400 รูเปียะ)

ยังไม่ทันที่รถจอดสนิท เราก็ต่างถูกรุมล้อมด้วยนายหน้าขายตั๋วรถ ไม่ต้องห่วง........ กระเป๋าลอยไปอยู่ในมือใครก็ไม่รู้ สุดท้ายเราได้ตั๋วไปโพรโบลิงโกในราคา 130,000 Rp/คน จ่ายทิปไปอีก 10,000 Rp ที่จริงไม่ตั้งใจหรอกแต่เจ้านายหน้าตัวดีไม่ยอมคืนให้ บอกขอเป็นทิปสำหรับเขาก็แล้วกัน “บ๊ะ......... ให้มันรู้ไปว่า ถึงแม้เราจะไม่สวย ไม่รวย แต่ก็ใจดี”


รูปภาพ

รูปภาพ


หน้าตาสถานีอูบุงและพาหนะเดินทางของเรา



เรามีเวลาแค่ 30 นาที ในการกินข้าวกลางวันแถวสถานี นายหน้าแจ้งว่ารถจะออกบ่าย 2 โมง จากบ่าย 2 โมงเย็น รถขยับออกจากชานชลา เอี๊ยด! ไหง๋ รถจอดเปิดแอร์อยู่หลังเคาว์เตอร์ขายตั๋วซะงั้น และออกจริง บ่าย 5 โมงครึ่ง ทุกคนในรถก็ต่างนั่งรอ นอนรอจนเบื่อ เดาเอาว่าน่าจะเป็นเพราะคนน้อยเกินไปบริษัทคงเก็บไปสมทบกับผู้โดยสารรอบค่ำครั้งเดียว

รถบัสข้ามสู่เกาะชวาเวลาประมาณ 3 ทุ่ม นั่งเรือข้ามฟากประมาณ 30 นาที จากนั้น แวะกินข้าวค่ำๆ ตอน 6 ทุ่ม (เวลาของเกาะชวา) รถจะบริการอาหารฟรี ถึงเมืองโพรโบลิงโกประมาณ ตีหนึ่ง

มาถึงตรงนี้ขอเล่าความประทับใจน้ำใจของชาวเมืองอิเหนาสักหน่อย ระหว่างการนั่งรถบัสท้องถิ่นที่อูบุงฉันก็ทำหน้าที่นางงามแจกลูกอมซูกัส เด็กๆ เป็นการแก้เซ็งก่อนรถออก แกล้งเด็กคนนั้นที คนนี้หน่อย ไปเรื่อยๆ


รูปภาพ

“ฮัลโหล........... ฮัลโหล ...........ฮัลโหล” เสียงหนุ่มน้อยวัยห้าขวบ ทักฉันพลางอายหน้าแดง ขณะรถจอดพักกินข้าว หลังจากที่ฉันหลอกเด็กสำเร็จ หนูปุ้ม กับน้องพิมก็ผูกมิตรกับลุงป้าน้าอาบนรถจนกลายเป็นขวัญใจชาวบ้าน นี่ถ้าลงเลือกรับสมัครเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านแถวนั้นคงได้ตำแหน่งสบายๆ โดยเฉพาะหนูปุ้มเอาไปเลย........ ตำแหน่งนางงามมิตรภาพประจำทริป


ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 16/05/2011 1:02 pm

21 เมษายน 2554 : อลิชในแดนมหัศจรรย์


ชาวบ้านเห็นพวกเราไม่กินข้าว ก็คงเข้าใจว่าเรากินอาหารเค้าไม่ได้ก็เลยซื้อขนมมาฝาก ฉันเองก็ขอบคุณแต่ไม่รับ เพราะมันห่อใหญ่จนตกใจแถมฉันก็ไม่หิวจริงๆ ซะด้วย


“โฉ่ง เฉงๆ ” เสียงตะโกนโหวกเหวกในรถเริ่มดังขึ้น......... จากคนขับ เด็กกระเป๋ารถ ผู้โดยสารด้านหน้า ผู้โดยสารแถวกลาง ฟังไม่ออกแต่เดาได้ว่ากำลังถามเส้นทางไปโบร์โม่ที่ใกล้ สะดวก และมีรถโดยสารท้องถิ่น ฯลฯ ฉันเองได้แต่อมยิ้มในมิตรภาพที่ได้รับการหยิบยื่นจากชาวเมืองอิเหนามานึกได้อีกที ถ้าพูดจ้าไม่ลงรอยกันเราจะไม่กลายเป็นน้ำผึงหยดเดียวไปรึเนี่ยะ

ยัง....... ยังไม่พอ รถจอดที่เมืองโพรโบลิงโกเท่านั้นแหละ ครอบครัวที่นั่งหน้าพวกเราทั้งพ่อ แม่ ลูก เด็กกระเป๋ารถ ต่างช่วยขนสัมภาระ พร้อมเขียนจดหมายฝากฝังกับคุณตำรวจที่ป้อมตำรวจอย่างดิบดี........ เราตื้นตันใจในมิตรภาพที่เกิดแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทว่ามันยิ่งใหญ่และประทับใจไม่ลืมเลือน ทำให้เราต่างยกมือไหว้ชาวเมืองไปตั้งหลายหน แถมยังมีการโอบกอดเป็นการส่งท้าย

ณ ป้อมตำรวจ เมืองโพรโบลิงโก

คุณตำรวจแนะนำให้พวกเราไปเช่าโรงแรมพักเพื่อรอให้เช้า เพราะรถโดยสารจะออกอีกทีตี 5 เราปรึกษากันว่าไม่อยากไปมันมืดแถมอยู่ใกล้ๆ ตำรวจท่าทางจะอุ่นใจกว่า ตำรวจก็แสนจะใจดีหอบแคร่ไม้มาให้พวกเรานอน ฉันเองก็ลงไปนอน อย่างมิได้รังเกียจ แต่หนูปุ้ม กับน้องพิม คงนอนไม่ลง สุดท้ายได้แต่นั่งเฝ้าฉัน ตำรวจคงสมเพศปนสงสารจึงยื่นข้อเสนอว่าจะไปส่งเราที่ สถานีโดยสาร เราก็ยินดีรับน้ำใจทันที

โอ้ว! แม่เจ้า............ บัดนี้ เราได้กลายเป็นฑูตจากประเทศไทย ที่มีตำรวจอารักขาอย่างเข้มงวด ระหว่างทางจากป้อมตำรวจถึง สถานีโดยสาร เราได้นั่งรถตำรวจตราโล่ แถมรถยังเปิดไฟสัญญาณไปตลอดทาง 5555 ............. นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้นั่งรถตำรวจแล้วเปิดไฟสัญญาณแบบนี้

200,000 Rp ค่าเช่ารถ/คัน จากเมืองโพรโบลิงโกสู่เมืองเซโมโรลาวัง คุณตำรวจต่อราคาให้เสร็จสรรพแถมยืนรอส่งจนกว่ารถเช่าจะเคลื่อนออกจากสถานี แห๋ม.......ตกหลุมรักคุณตำรวจเมืองอิเหนาซะแล้ว

รูปภาพ

1 ชั่วโมงเต็ม รถวิ่งผ่านความมืดพาเรามาส่งยังโรงแรมซีมาราอินดา cemaraindah โรงแรมที่ได้ชื่อว่าวิวสวยที่สุดเหมาะต่อการดื่มกาแฟแกล้มวิวโบร์โม่ 350,000 Rp/ห้องสำหรับ 3 คน/คืน พิเศษสุดสำหรับแขกพิเศษจากเมืองไทยอย่างเรา มาเช็คอินตอนตีสามเขาลดราคาค่าห้องเพียงคืนเดียวเท่านั้น

รูปภาพ

ทั้งที่นอนตีสาม แค่แปดโมงเช้าฉันก็รีบตื่นในใจต้องการเพียงพบหน้าคุณชายโบร์โม่โดยเร็ว ก่อนอาบน้ำยังชะโงกหน้าออกมาชมบรรยากาศนอกห้อง คำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว “ฟ้าจะเปิดรึเปล่า? ภูเขาไฟยังประทุไหม? ขี้เถ้าภูเขาไฟจะเป็นอย่างไร? สิ่งที่รอคอยมาพบใครสักคนจะเป็นเช่นไร” เนื่องจากก่อนเดินทางทราบข้อมูลว่าคุณชายโบร์โม่ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ........ อาละวาดพ่นควันให้ชาวบ้านแถวนี้ตกใจเล่นบ่อยๆ

“การตกหลุมรักใครสักคน หากไม่เห็นหน้าเห็นแค่หลังคาบ้านก็ยังดี” เป็นคำตอบสุดท้ายของฉันก่อนที่เราจะยังยึดแผนการเดินทางเดิมหลังจากหนูปุ้มจิตใจจะเปลี่ยนไปบุโรพุทโทแทนตามคำชวนของพี่คนไทยอีกคณะ


ว้าวๆๆๆๆๆๆๆๆ ............... (อยากจะใส่ไม้ยมกหลายๆ ครั้ง เพื่อเป็นการแสดงว่าการเจอกันครั้งแรก ระหว่างหญิงสาวผู้ต้อยต่ำกับชายที่สูงศักดิ์มนั้นมันมีค่าทางใจมากมายเพียงใด)


หลังดื่มกาแฟสไตล์บาหลีของแท้ซึ่งต้องชงกันทั้งกากกาแฟ จะกินทีก็ต้องรอให้กากกาแฟตกตะกอนซะก่อน กลิ่นหอมของกาแฟผสมกับการเลือกเพลงบอสซ่าเพลงแล้ว เพลงเล่า ที่เตรียมไปลั้นล้าบาหลี ก็ดูรสชาติกลมกล่อม ภายใต้อุณหภูมิอากาศที่แสนสบายคล้ายห้องปรับอากาศ คิวเพลงมาหยุดที่เพลงป๊อบสะกิดต่อมใจใครบางคน
“อย่ารังแกคนที่ไม่มีใคร ด้วยคำว่ารักเลย จะกี่ครั้งก็ลงเอย แพ้คำพูดว่ารัก” เพลงฮิตประจำทริปของคนกำลังอกหัก



รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 16/05/2011 1:12 pm

22 เมษายน 2554 : สบตานายโบร์โม่


400,000 Rp จ่ายเหมาเป็นค่าเช่ารถจี๊บ ค่าธรรมเนียมอุทยาน ค่าเช่าเสื้อกันหนาวสำหรับหนูปุ้ม กับน้องพิม ตี 4 รถจี๊บนำเราสู่จุดชมวิว และปล่อยให้วัยรุ่นตอนปลายอย่างเรามีโอกาสทดสอบกำลังขา ด้วยระยะทาง 2 กิโลเมตร เล่นเอาเราแวะพักจนนับจุดไม่ได้ (จากจุดจอดรถจี๊บ มีบริการม้าด้วยแต่เรายังทำหยิ่ง) หลังจากที่เลือกจุดชมวิวคุณชายโบร์โม่อยู่นาน เป็นอันว่าฉันตัดสินใจแทนเพื่อนๆ เลือกจุดที่อยู่ต่ำจากจุดชมวิวนิดหน่อย ด้วยเหตุผล 2 ข้อ คือ 1) จุดชมวิวที่จัดไว้คนเยอะลำบากต่อการถ่ายภาพ 2)เหม็นควันบุหรี่



รูปภาพ

ภาพเบื้องหน้า ฉันทำตาขยิบๆ เอ๋อนี่ไม่ใช่ความฝันนี่หว่า............

รูปภาพ


7 โมง เช้าเดินลงจากจุดชมวิวและเดินทางต่อด้วยรถจิ๊บไปยังปากปล่องภูเขาไฟโบร์โม่ ด้วยความที่ฉันกับสมาชิกร่วมก๊วนไม่เคยขี่ม้ามาก่อน แถมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรท่ามกลางทะเลทราย คงทำเอาเราหอบเป็นหมาหมดแรง เราตัดสินใจจ่ายค่าม้า คนละ 70,000 Rp / ไป – กลับ ประสบการณ์ครั้งนี้สนุกมาก ขากลับได้ทดลองบังคับม้าเองซะด้วย หนูปุ้มทำหน้าที่นางงามมิตรภาพจากเวทีรถบัสเมื่อคืนนี้ ได้ส่งเสียงทักทายผู้คนระหว่างทางไปเรื่อยๆ


“คนไทยรึเปล่าคะ?” ประโยคแรกที่ทำให้พวกเรารู้จักคนไทยที่น่ารัก

แอร์ สาวไทยหน้าหวาน พี่กุ้ง สาวไทยหน้าหมวย พี่บอย หนุ่มไทยคนสุภาพ และพี่จักร หนุ่มไทยหน้าทะเล้น ดูเหมือนจะเป็นความโชคร้ายของพี่ๆ ที่หลวมตัวมารู้จักและต้องดูแลพวกเราทริปที่อี้เจี้ยน 555

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 16/05/2011 1:32 pm

บทพิสูจน์รักแท้ต้องฝ่าฟัน ใช่คะฉันต้องฟันผ่าไปให้ได้

บทแรก ลูกสมุนคุณชายโบร์โม่........คุณขี้เถ้า บัดนี้ขี้เถ้าได้ปกคลุมหมดคงเหลือเฉพาะราวบันได ใจฉันฮึดสู้ด้วยเฮือกสุดท้ายฉันก่อนจะดันร่างกายอย่างทุลักทุเลมาหอบแฮ่ะๆ ที่ปากปล่องภูเขาไฟ

บทที่ 2 รักแท้แค่ราวกัน ใช่คะราวกันปากปล่องภูเขาไฟหายไป เดินไม่ดีมีหวังตกแพ๊ละ ไปจมกองขี้เถ้าที่ท้ายปล่องภูเขาไฟ กลายเป็นสนมหรือนางเล็กๆ ของคุณชายอย่างไม่มีวันกลับ สอบผ่าน 2 บทแรก เป็นโอกาสให้ฉันได้เจอตัวจริงเสียงจริง คุณชายโบร์โม่

บทที่ 3 รักแท้ แพ้ระยะทาง เป็นบทสุดท้ายที่ฉันสอบตก แต่บัดนี้ฉันได้เข้าใจสัจจธรรมของชีวิตแล้วฉันจำใจบอกลาคุณชายโบร์โม่ชายหนุ่มที่ใฝ่ฝัน และดีใจที่การพบกันครั้งแรกของเราเต็มไปด้วยความประทับใจ สังเกตดูสิภาพนี้มีพี่ๆ ใน fb แซวว่ามีควันเป็นรูปหัวใจซะด้วย

“สวัสดีคะคุณชายโบร์โม่ วันนี้คุณดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ” เอ๊ะ รึเขาจะรอการมาของฉันอยู่รึเปล่าเนี๊ยะ


รูปภาพ

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 16/05/2011 1:36 pm

ศรัทธาของผู้คนที่นี่ไม่เคยเสื่อมสูญไปเสียจริง

รูปภาพ


10.30 น. ทริปเราได้เพื่อนร่วมทางใหม่ที่น่ารักอีก 4 ชีวิต (เช่ารถแวนมาในราคา 1,400,000 บาท รวมค่าที่พักที่ Catimor Homestay และค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยาน) ด้วยเส้นทางที่หฤโหดกว่าจะถึงที่พักก็ปาเข้าไป 6 โมงเย็น ฟ้ามืดอดดูกาแฟชะมดซะงั้น


23 เมษายน 2554 : อี้เจียนมิตรภาพบนเสื้อกันหนาว


ตี 5 เป็นเวลานัดหมายการออกเดินทางสู่อี้เจี้ยน หลังจ่ายค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายรูปในราคา 30,000 Rp/รถ 1 คัน สองขาก็ได้เวลาทำงานนี่เราก็เดินกันมานานพอสมควรแล้วแต่ดูเหมือนว่า ขายังไม่พาตาไปสัมผัสสิ่งที่อยากเห็นสักที
“นี่แกพาฉันมาดูอะไรเนี่ย?” หนูปุ้มถามเสียงแหลมปรี๊ด! ก่อนหยุดพักหอบแฮ๊กๆ


“เอาน่าอีกหน่อยเดี๋ยวถึงก็รู้เองแหละ” ฉันทำเสียงอย่างมีเลิศนัย เผื่อว่าจะเกิดแรงกระตุ้นให้หนูปุ้มและน้องพิมมีกำลังใจเดินต่อ สงสัยท่าจะได้ผลดีเกินคาดคราวนี้เพื่อนพ้องน้องพี่หนีหายหมด เหลือฉันเดินขาลากคุยกับหนุ่มไทยที่แบกเป้มาคนเดียว


“เฮ้ย! กลิ่นส้วมแตก” ปิดปากสักหน่อยก่อนจะขาดลมหายใจลงที่ตรงนี้ จู่ๆ สองขาของฉันพาลหยุดเดินเอาดื้อๆ กลุ่มควันกำมะถันลอยผ่านเหมือนใครบางคนแหวกผ้าม่านให้เจอกับ “สวรรค์บนโลก ที่ฉันสัมผัสได้”

“เด็กๆ มัวทำอะไรอยู่ มาทางนี้สิสวยกว่าเยอะ” ฉันสะดุ้งตื่นจากผวัง หลังได้ยินเสียงพี่กุ้ง พี่บอย พี่จักร และแอร์เรียกจากยอดเขาฝั่งด้านซ้ายมือ



“เด็กๆ ทางนี้ระวังลื่น เดินทางนี้ดีกว่า” น้ำเสียงที่ห่วงใยส่งเสียงมาเป็นระยะ มิตรภาพของคนแปลกหน้า หากแต่กาลเวลาและโอกาสทำให้ต้นกล้ามิตรภาพได้เบ่งบานและเติบโตท่ามกลางสภาพอากาศที่แห้งแล้ง
รูปภาพ

“เดินลงไปก่อนก็ได้” ฉันบอกหนูปุ้มกับน้องพิมเดินลงไปก่อน ด้วยอยากถ่ายภาพคนงานในเหมืองกำมะถันสักหน่อย ณ เวลานั้นฉันรู้ทันทีว่าผ้าปิดปากจากเวียดนามสมควรได้รับการหยิบยื่นสู่ชาวอิเหนา เสื้อกันหนาวขนเป็ดของคนเมืองร้อนอย่างเราคงมีค่ามากสำหรับลูกเล็กๆ ของคนงานเหมืองกำมะถัน ลูกอมราคา 2 เม็ด 1 บาท แปลงร่างเป็นมิตรภาพราคาสูงจากมือผู้มาเยือนสู่มือเจ้าถิ่น แว๊บต่อมา........ ฉันคิดถึงน้องโจโจ้ ณ พระธาตุอินแขวน กำลังสวมเสื้อกันหนาวสีชมพูยืนยิ้มแป้นมาที่ฉัน
“นี่ถ้าไม่เกรงใจว่า จะต้องใส่ กกน. เดินท่ามกลางภูเขา พี่คงถอดกางเกงให้ไปอีกตัวแล้วแหละ” พี่จักรพูดพลางอมยิ้มหลังจากบริจาคที่ผ้าปิดปาก เสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ และเดินตัวปลิวมาเจอกันที่ร้านกาแฟข้างลานจอดรถ

สิ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะเสื้อผ้ากันหนาวราคาจะค่อนข้างสูงที่อินโดนีเซีย สำหรับท่านที่กำลังจะเดินทางไปอี้เจี้ยน อยากจะขอร้องช่วยนำสิ่งของเครื่องใช้ ผ้าปิดปากหนาๆ ที่ท่านไม่ต้องการไปด้วย อย่างน้อยๆ ท่านจะได้รู้ว่ามือของผู้ให้มันยิ่งใหญ่และสำคัญเพียงไร................
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

Re: วงแหวนแห่งไฟ หัวใจเทพเจ้า

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย jaae » 16/05/2011 1:42 pm

บ่ายกว่าๆ เราเดินทางออกจากอี้เจี้ยนมุ่งหน้าสู่ท่าเรือเคตาปังด้วยรถแวน สุดท้ายเราก็โบกมือสั่งลาพี่ๆ กันที่นี่ จากนั้นนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากในราคาคนละ 6,000 Rp แปลกที่เรือเที่ยวนี้ดูจะไฮโซกว่าเรือข้ามฟากไปเกาะชวาคราวก่อน ที่สำคัญฉันยังได้โยนเหรียญให้เด็กๆ ดำน้ำเก็บเหรียญอย่างสนุกสนานด้วยคิดว่าสักวันคงได้กลับมาใช้บริการเด็กๆ เหล่านั้นอีกสักวัน

รูปภาพ

30 นาที เรือถึงเกาะบาหลี เราเดินข้ามฟากถนนออกมาเจอกับนายหน้ารถตู้ท้องถิ่น และแชร์ค่ารถตู้แสนเก่าไปยังหาดโลวินน่ากับฝรั่งรุ่นพ่อ 3 คน (ราคา 30,000 Rp/คน) แถมยังเจอคำสั่งสายฟ้า “Non stop” 3 ชั่วโมงแม้รถจะวิ่งไม่หยุดเพราะรถวิ่งทำความเร็วไม่เกิน 70 กม./ชม.

รูปภาพ

ถึงหาดโลวิน่าเราเลือกพักที่ เกเด โฮมสเตย์ ในหมู่บ้านที่อันตุรัน ชุมชนชาวประมง ห่างจากใจกลางโลวิน่าประมาณ 3 กิโลเมตรไปทางเมืองสิงการาจา เพราะไม่อยากวุ่นวายกับนักท่องเที่ยวอื่นๆ ห้องแอร์ น้ำอุ่น พร้อมอาหารเช้า สำหรับสาวสวยหน้าตาดี 3 คนในราคา 230,000 Rp/คืน ที่เกเดสามารถสั่งจองห้องล่วงหน้าทางเน็ตได้ที่ http://www.gede-homestay.com
ห้องพักที่นี่มีหลายราคา ทั้งพัดลมและแอร์ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติผมทอง ชาวต่างชาติหน้าอินโดอย่างเราไม่ค่อยมี สถานที่สวยงาม บริการดี อาหารรสชาติพอกินได้ แต่เห็นทีฉันจะติดใจไก่ทอดสไตล์บาหลีของที่นี่เป็นพิเศษซะแล้ว

รูปภาพ

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
jaae
 
โพสต์: 506
ลงทะเบียนเมื่อ: 14/12/2007 9:39 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน

cron