Korea โซล-เชจู-ปูซาน 17 ต.ค.-4 พ.ย.2013

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Korea โซล-เชจู-ปูซาน 17 ต.ค.-4 พ.ย.2013

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/11/2013 9:09 am

.
.
.
สวัสดีครับ

ผมได้รวบรวม รีวิวสด ทริป โซล เชจู ปูซาน ใน เฟสบุ๊ค มาไว้ที่นี่
เพื่อให้เพื่อนๆได้อ่านต่อเนื่องกัน

โดยการคลิกที่แต่ละรูปแต่ละหัวข้อได้เลยครับ



รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

https://www.facebook.com/wut.kate/media_set?set=a.642342742483182.1073742019.100001223865802&type=1
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: โซล-เชจู-ปูซาน 17 ต.ค.-4 พ.ย.2556

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 09/11/2013 9:47 am

.
.
.
.
ส่วนกรอบนี้ เป็นการรวบรวม Timeline มาไว้ในที่เดียวกัน
เพื่อนๆสามารถคลิกที่แต่ละภาพเพื่อนำไปสู่เรื่องราวได้เลยครับ

รูปภาพ


https://goo.gl/aMbezS

รูปภาพ

https://goo.gl/O9YqR9


รูปภาพ












[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]แม่จ้าว...ไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยอ่ะครับ[/HIGHLIGHT][/LEFT]


รูปภาพ


[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]Helen is the best[/HIGHLIGHT][/LEFT]

รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]ตื่นเต้น ระทึกใจ !![/HIGHLIGHT][/LEFT]

รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]Asianonair Program Team 2 @ Hanok - Korean Traditional Houses.[/HIGHLIGHT][/LEFT]

รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]Learning by Doing@Korean Air Training Center[/HIGHLIGHT][/LEFT]



รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]ตรุกีสอน เกาหลีทำ แต่ทำได้น่าดูกว่าต้นตำรับแฮะ....[/HIGHLIGHT][/LEFT]


รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]Arrived Jeju City living in Food Street area[/HIGHLIGHT][/LEFT]
รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]ร้านไก่เผ็ดเจ้าเดิมที่ทานในวันแรก

[/HIGHLIGHT]
[/LEFT]
รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]เที่ยวเกาหลีไม่ต้องเตรียมการใดๆจริงๆครับ[/HIGHLIGHT][/LEFT]


รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]ซับเวย์ปูซานสุดยอดมากๆครับ

[/HIGHLIGHT]
[/LEFT]

รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]ง่ายนิดเดียว เที่ยวปูซาน[/HIGHLIGHT][/LEFT]

รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]แปลกแต่จริง เชื่อหรือไม่?[/HIGHLIGHT][/LEFT]


รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]ปริศนาคาใจตั้งหลายปี[/HIGHLIGHT][/LEFT]



รูปภาพ


[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]วันเดย์พาสส์ รถใต้ดิน ปัดโธ่ ซื้อง่ายจะตายไป...[/HIGHLIGHT][/LEFT]
รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]เที่ยวยังไงในวันฝนพรำ[/HIGHLIGHT][/LEFT]



รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]เย้.....ใบไม้เปลี่ยนสีแว้วววว....[/HIGHLIGHT][/LEFT]


รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]เทศกาลโคมไฟ รอบสอง[/HIGHLIGHT][/LEFT]
รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]ฝนตกครึ่งวัน เพื่อหยุดให้ทันเทศกาลโคมไฟ[/HIGHLIGHT][/LEFT]

รูปภาพ


[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]On the eve of leaving Korea.[/HIGHLIGHT][/LEFT]


รูปภาพ

[LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff]คุณนายขอตัวช้อปปิ้ง ดงแดมุน[/HIGHLIGHT][/LEFT]
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Korea โซล-เชจู-ปูซาน 17 ต.ค.-4 พ.ย.2556

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 19/11/2014 4:10 pm

รูปภาพ

.
Glass Castle : ปราสาทแก้วอันแพรวพราย
.
24 ตุลาคม 2556
.
สวัสดีครับ
.
Happy Valentine's Day นะครับ
.
วันแห่งความรักนี้ ขอพาเพื่อนๆไปเที่ยวสถานที่ที่สุดแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งบนเกาะเชจูกัน และขอให้เพื่อนๆมีรักหวานชื่นกันทุกท่านนะครับ
.
ก่อนจะพาเที่ยว Theme Park ที่ลือเลื่องว่า สุดแสนจะโรแมนติก แห่งนี้ รบกวนเพื่อนๆย้อนไปดูข้อมูลลิงค์นี้หน่อยนะครับ
.
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=631256333591823&set=a.631256206925169.1073742010.100001223865802&type=3&theater
.
"หมายเลข 4 หมายถึงด้านตะวันตก ซึ่งที่เที่ยว (ว่าไปก็) ไม่น่าสนใจมากนัก ที่ดังๆก็คือ อุทยานฮาลิม -Halim Park และ หาด เฮิบพะแจ-Hyeopjae เท่านั้น ที่อื่นๆรอบๆ มีเพียง ปราสาทแก้ว-Glass Castle ที่น่าลงทุนจ้างแท๊กซี่ไปอ่ะครับ"
.
อ่านแล้วเห็นแล้วนะครับว่า ในข้อ 4. มีประโยคทิ้งท้ายที่พึงเป็นข้อสังเกตเล็กๆนิดหน่อยว่า "ปราสาทแก้ว-Glass Castle ที่น่าลงทุนจ้างแท๊กซี่ไป..."
.
ใช่ครับ เมืองเชจูที่ดูเผินๆเหมือนจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวนานาชาตินั้น ปัจจุบันยังเน้นจับลูกค้าในประเทศ (ซึ่งเกือบทั้งหมดใช้วิธีเช่ารถขับเที่ยวกันทั้งนั้น) และลูกค้าทัวร์เป็นหลัก ไม่ได้รองรับนักเที่ยวเองแบบเราๆท่านๆได้อย่างสมบูรณ์แบบเลย เพราะแหล่งท่องเที่ยวประเภทสรรค์สร้างขึ้นมาดังๆหลายแห่ง ไม่สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถประจำทางรวดเดียว ต้องต่อแท๊กซี่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งหากเที่ยวกันคนสองคนก็ถือว่าหนักงบเหมือนกันครับ เพราะค่าแท๊กซี่ทั้งประเภทมิเตอร์หรือส่วนบุคคล (ที่ต้องโทรเรียก ไม่มีมิเตอร์ กำหนดราคาตายตัว แต่โชคดีที่ไม่มีหลอกฟัน) ราคาไม่ค่อยหนี 300-600 บาทไทยเลยครับ
.
และ ปราสาทแก้ว ที่เรากำลังจะไปเยือนนี้ ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นครับ
.
วิธีเดินทางไปยังปราสาทแก้ว จะไปจาก จุงมุนรีสอร์ต ก็ได้ แต่วิธีที่นิยม คือ นั่งรถสาย 700 ไปที่ Halim Park ก่อน แล้วเรียกแท๊กซี่จากที่นั่นไป ค่ารถก็จะอยู่ที่ 10,000 วอน หรือ 300 บาทครับ
.
คลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
.
https://www.facebook.com/wut.kate/media_set?set=a.690842577633198.1073742042.100001223865802&type=3
.
รูปภาพ

.
Beomeosa Temple แหล่งธรรมมะบนยอดเขา
.
วันที่ 30 ตุลาคม 2556
.
สวัสดีครับ
.
ผมตั้งใจจะรีวิวอัลบั้มนี้นานแล้วครับ เพราะปิ๊ง ชื่อตอน ขึ้นมาได้ว่า เก๋ดี คือ On the Mountain & By the Sea แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถตัดรูปให้เหลือเพียงแค่ไม่เกิน 200 รูปต่ออัลบั้มได้เลย (เฟสบุ๊คเนี่ยเกิน 200 เมื่อไหร่ ลำดับภาพจะรวนอ่ะครับ) ในที่สุด ก็เลือกใช้วิธีแบ่งเป็น 2 อัลบั้มละกันนะครับ
.
เมืองปูซานนี่ มีวัดดังอยู่ 2 แห่งที่ติดป้ายว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะแห่งหนึ่งอยู่บนยอดเขา และอีกแห่งติดทะเล ทั้ง 2 แห่งนี้แม้จะไกลจากตัวเมืองพอสมควร แต่ก็สามารถเยือนได้ใน 1 วันสบายๆด้วยรถใต้ดินต่อรถบัส (หรือแท๊กซี่เล็กๆ) ครับ
.
เริ่มต้นจากที่พักของเรา ที่จุงอัน นั่งรถไปป้ายชื่อวัด หมายเลข 133 เลย เกือบชั่วโมงครับ (ผมเคยเล่าแล้วครับว่า วัดนี้ภาษาเกาหลีออกเสียงว่า เบิ่มอะซา ไม่ใช่ เบี่ยวเมียวซาหรอกนะครับ อิอิ) ถึงป้ายแล้ว ออกทาง Exit 5 เลี้ยวขวาไปตามทางก็จะเห็นซอยที่มีป้ายชี้บอกว่า ไปวัด 3 กม.ครับ
.
แหม่...เห็นภาพลูกพลับถุงละ 5000 วอน (150 บาท) แล้วอดคิดถึงไม่ได้เลยครับ เพราะอยู่ที่เกาหลีทานบ่อยมาก กรอบอร่อยเหมือนละมุดที่ไม่หวานเลยครับ (กลับมาบ้านเรา ไปตลาดสามย่าน เห็นขายกันลูกละเป็นร้อยอ่ะครับ)
.
ตรงทางที่ลูกศรชี้นี่แหละครับ เป็นทางไปขึ้นรถบัส แต่นักท่องเที่ยวฝาหรั่งส่วนหนึ่งเค้าเดินขึ้นเขากัน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทว่าเราโชคดีที่ไปถามทางกับแท๊กซี่ก่อน แล้วเค้าเห็นสภาพอันทะมัดทะแมงของเราแล้วยืนกรานว่า อย่าขึ้นรถบัสเลย ค่าแท๊กซี่แค่ 3-4 พันวอน (120 บาท) เท่านั้น ขี้นรถเราเถินะ ขอร้อง 5555.....เราก็เลยอดใจอ่อนไม่ไหว เพราะทริปนี้ ขนาดขึ้นลงรถใต้ดิน คุณนายก็มองหาบันไดเลื่อนหรือลิฟท์ตลอดแบบไม่ยอมใช้บันไดธรรมดาเด็ด ยกเว้นไม่มีจริงๆอ่ะครับ
.
แล้วเราก็พบว่า เอาเข้าจริง รถบัสไปถึงแค่ปากทางเข้าวัดเท่านั้น ต้องเดินขึ้นไปอีกช่วงใหญ่ๆ แท๊กซี่ก็เลยอาสาขึ้นไปส่งข้างบนเลย โดยเสียค่าผ่านประตู (สำหรับรถเข้า) อีก 2000 รวมเป็น 6400 วอน ซึ่งยืนยันครับว่า เต็มใจและโล่งอกยิ่งครับ
.
วัดเบิ่มอะซานี้ ถ้ามาก่อนหน้านี้ซักเดือน จะเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่อร่ามตากว่าที่เห็นนี้มากครับ บริเวณที่กว้างขวางทำให้อดนึกสะท้อนใจไม่ได้ว่า หากยังคงสภาพเดิมไมถูกญี่ปุ่นบุกเผาทำลายไปครั้งหนึ่ง และสร้างใหม่ก็เกิดไฟไหม้อีกรอบ วัดนี้จะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เห็นนี้อีกกี่เท่านะครับ
.
ชื่อวัด อ่านจากภาษาจีนแปลว่า วัดปลานิพพาน เพราะตำนานเล่าว่าบนยอดเขานั้นมีแอ่งน้ำธรรมชาติในซอกหินที่วันหนึ่งมีปลาทองจากสรวงสวรรค์มาเวียนว่ายและดำรงชีวิตอยู่ที่นั่น นอกจากนั้น วัดนี้ยังได้ชื่อว่า พระภิกษุที่นี่ในอดีต มีความเชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ (คงประมาณวัดเส้าหลิน หรือ บู๊ตึง ของจีน) สามารถขับไล่ข้าศึกญี่ปุ่นออกไปได้ถึง 2 ครั้ง 2 คราด้วยกันครับ
.
ปัจจุบัน ที่นี่เป็นแหล่งธรรมะ สำหรับสาธุชนที่ปรารถนาจะปลีกลี้ความวุ่นวายจากโลกภายนอกมาสู่ความสงบสันติทางจิตใจ โดยการศึกษาธรรมะแบบ Temple Stay ที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งครับ
.
ด้านในมีโรงเจที่บริการอาหารฟรี และเราได้พบกับครอบครัวชาวฟิลิปปินส์ (พ่อแม่และลูกชายวัยรุ่น) ที่มาปฏิบัติธรรมทั้ง 5 คนเป็นเวลา 5 วันด้วยครับ
.
ใช้เวลาอยู่ที่วัดประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเราก็เดินลงมา สวนทางกับกลุ่มนักเรียนที่มาทัศนศึกษา .....เห็นคุณลุงคุณป้าที่มานั่งหย่อนอารมณ์ด้วยกัน (เห็นภาพตัวเองในอนาคตไม่ไกลเลยครับ อิอิ) ....และได้เห็นวิธีให้อาหารต้นไม้ด้วย...สุดท้ายก็อดทึ่งไม่ได้กับจอมอนิเตอร์แบบ ทัชสกรีน ที่บอกรายละเอียดไม่ต่างจากที่เห็นในพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด แต่ที่นี่อยู่กลางแจ้งในวัดโบราณอย่างนี้ครับ
.
20 นาทีต่อมา เราก็จับแท๊กซี่ลงเขามาโดยสวัสดิภาพ และให้เค้าไปส่งที่ ท่ารถทัวร์ ที่เป็นป้ายสุดสายของรถใต้ดินครับ
.
ขออนุญาตปิดท้ายด้วยภาพงานประจำปี ที่ได้มา วิกิ
http://en.wikipedia.org/wiki/Beomeosa นะครับ
.
คลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
.
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=658036187580504&set=a.658036147580508.1073742022.100001223865802&type=3&theater
.
รูปภาพ
.
Yonggungsa Temple แหล่งธรรมะริมทะเล
.
30 ตุลาคม 2556
.
จากวัด เบิ่มอะซา มาสถานี โนโปโต่ง Nopo หลังจากจัดการเรื่องตั๋วรถทัวร์กลับโซลแล้ว เราก็จับรถใต้ดินต่อมาที่สถานี ฮุนแด เพื่อไปยังแหล่งธรรมะอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งบรรจุไว้ในรายการทัวร์ไทยทุกคณะในทริปปูซานครับ
.
ที่สถานีฮุนแด เราไม่ไป Exit 5 ตามเสียงร้องขานของนกนางนวลให้เยือนชายหาดดังของที่นี่ (คือ ที่สถานีรถใต้ดินที่เป็นชายหาดทุกสถานี จะมีเสียงนกนางนวลกล่อมให้เราเคลิบเคลิ้ม แบบเดียวกับ บทสวดมนต์ พุทธง สรรัง คัชฉามิ มี่สนามบิน พุทธคยา เลยครับ) แต่เราออกทาง Exit 7 แทน ซึ่งโผล่ขึ้นมาก็เห็นสถารถไฟ ฮุนแด อยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี
.
ไม่ครับ ไม่ต้องไปต่อรถไฟแต่อย่างใด จึงไม่ต้องข้ามถนนให้เสียเวลา เพราะป้ายรถบัสอยู่ด้านนี้แล้ว เราจะขึ้นรถสาย 181 ไปกันครับ
.
สอบถามเด็กหนุ่มบนรถ 2 คนว่าจะไปวัด ยงกึนซา หนุ่มน้อยจัดการไปดูป้ายบนรถแล้วนับให้ฟังว่า อีก 19 ป้าย...... ไอ๊หยา...
.
คลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
.
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=658063714244418&set=a.658063630911093.1073742023.100001223865802&type=3&theater
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Korea โซล-เชจู-ปูซาน 17 ต.ค.-4 พ.ย.2556

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 19/11/2014 4:27 pm

รูปภาพ
.
Honeymoon Suite คืนละ 350 ยูเอส/หมื่นกว่าบาทไทย
.
19 ตุลาคม 2556
.
สวัสดีครับ
.
4 คืนที่ทางโปรแกรม Asian on Air จัดให้เรานั้น เป็นที่พักที่มีบรรยากาศแตกต่างกัน และ 1 ในนั้น ย่อมหนีไม่พ้น เรือนพักสไตล์เกาหลี (Hanok) ซึ่งเค้าได้เลือกเอาสุดยอดหนึ่งเดียวในโซล ที่เป็น Boutique Hanok Hotel คือ Rak Ko Jae รักโกแจ หรือ Rock Ko Jae ที่แปลว่า บ้านสุขนิรันดร์ ซึ่งปรกติต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน ให้พวกเราได้สัมผัส และ
.
ผมและคุณนายโชคดียิ่งกว่า เพราะทางเจ้าของได้จัดห้อง น้ำผึ้งพระจันทร์- Honeymoon Suite ให้เป็นกรณีพิเศษ เผื่อความขมขื่นในชีวิตคู่ที่ผ่านมาโดยตลอดอาจเจือจางลงและเพิ่มดีกรีสวีทสวีวี่วีขึ้นมาบ้างอ่ะครับ อิอิ
.
แต่...ช้าก่อน
.
ก่อนที่จะไปยัง เคหาสุขาวดี เราไปเรียนรู้ลิ้มลองรสชาติของ อาหารประจำชาติของเค้าในภัตตาคารซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกัน ที่เมียงดงก่อนนะครับ
.
คลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
.
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=643098919074231&set=a.643098899074233.1073742021.100001223865802&type=3&theater
.
รูปภาพ
.
คนนึงอยากสวย อีกคนอยากสบายตัว
.
17 ตุลาคม 2556
.
สวัสดีครับ
.
วันแรกที่เราเดินทางเข้าโซล จากโปรแกรม Asian On Air ของผู้เชิญ ทานอาหารเช้าหะรูหะราเสร็จ ก็ได้เวลาไปยัง INHA Medical Center ซึ่งอยู่ติดกับสนามบิน แค่เดินทางไม่ถึง 5 นาที 10 นาทีอ่ะครับ
.
เพื่อนๆคงทราบดี (กว่าผม ที่แสนเชย) นะครับว่า สินค้าส่งออกที่โกยเงินเป็นว่าเล่นของเกาหลี คือ ความบันเทิง ในขณะที่ที่สินค้านำเข้าที่ทำเงินให้เค้าไม่แพ้กัน คือ คนที่มารักษาสุขภาพและศัลยกรรมเสริมสวย นั่นเอง
.
ดังจะเห็นได้ง่ายๆจาก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่สำนักงานใหญ่ และสาขาอื่นๆที่ขนาดใหญ่หน่อย จะแบ่งส่วนหนึ่งโปรโมทเรื่อง ทัวร์สุขภาพ กันอย่างขึ้นหน้าขึ้นตาทีเดียวครับ
.
ผู้บริหารของ ศูนย์สุขภาพอินฮา ต้อนรับพวกเราอย่างดียิ่งครับ อธิบายรายละเอียดให้ฟังว่า สาเหตุที่เลือกทำเลใกล้สนามบินก็เพื่อให้ ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย ชนิดทรานสิทมาทำอะไรต่อมิอะไรในเวลาไม่ยาวนานก่อนเดินทางเข้าเมือง หรือก่อนเดินทางกลับได้สบายๆ ด้วยความรู้สึกที่ปลอดจากอารมณ์ว่า เข้าโรงพยาบาล อย่างสิ้นเชิงครับ
.
ชมสถานที่ ห้องหับ อุปกรณ์เครื่องใช้ แพทย์ พยาบาลแล้วก็เห็นจริงครับว่า ไม่รู้สึกว่าเป็นโรงหมอแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะศูนย์ทันตกรรม ล้ำสมัยน่าลองให้ทำไวน์เท่นนิ่งเป็นที่สุด ถ้าไม่ห่วงว่ายกฟันปลอมออกมาทั้งแผงแล้ว จะเก็บเข้าคืนลำบากเพราะฟันอาจจะสะอาดจนไม่ยอมคืนถิ่น 5555
.
แผนกสปา ที่เป็นห้องกลิ่นต่างๆ ดูน่าสนใจ แต่ก็ไม่ต่างจากสปาดีๆบ้านเราเท่าไหร่ ในขณะที่ห้องสแกนเอย ห้องเอ็กซเรย์เอย ดูเครื่องมือเครื่องไม้น่าประทับใจมาก เพราะสอบถามแล้ว ราคาน่าจะถูกกว่าโรงพยาบาลไฮโซบ้านเราอ่ะครับ
.
และแล้ว ก็ได้เวลา ที่เค้าจัดให้เรารับบริการตามความต้องการ (ตามแบบสอบถามที่เค้าให้เรากรอกก่อนเดินทางมาเป็นอาทิตย์) ซึ่งต่างคนก็ต่างเลือกตามที่ตัวเองชอบ เช่น ตรวจสุขภาพเอย ทำฟันขาวเอย ทำสปาเอย แต่เรา 2 คน เฮเลนหัวหน้าทัวร์คณะเรากระซิบว่า "ช่างเข้าใจเลือกนะ เค้าจัดให้เป็นพิเศษเลย อาจใช้เวลานานกว่าคนอื่น" 5555
.
ใช่ครับ เราเลือก การแพทย์โบราณแบบฝังเข็ม ที่ โมเดิร์นกว่าที่คิด คือ Moxa ครับ โดย... คนนึงอยากสวย อีกคนอยากสบาย (สุขภาพดี) ก็เลยวานให้เค้าถ่ายภาพเพื่อเก็บไว้ดูเอง แต่สุดท้ายก็คลิปหลุดแบบ บอยปกรณ์จนด้ายยยย....ฮิฮิฮิ
.
วิธี Moxa เท่าที่เคยดูจากยูทู๊ปมา เค้าใช้วิธีฝังเข็ม แล้วเอาจานเทียนหลายๆชิ้นจุดไฟวางไว้ตามตัวเราแล้วมีแก้วครอบ ปล่อยไว้จนกระทั่งได้เวลาจึงเก็บ แต่วิธีที่นี่ทันสมัยกว่า คือ หลังจากตรวจวัดร่างกายแล้ว ก็ให้เราขึ้นเตียงใช้เตาไฟฟ้าเล็กๆ (ของคุณนายเป็นไห ของผมเป็นเตาอั้งโล่) วางที่หน้าท้องแทน โดยให้เราเอามือกำปุ่มสัญญานไว้ ถ้ารู้สึกร้อนเกินก็กดปุ่มแจ้งเค้าครับ
.
ส่วนของคุณนายที่อยากสวย (ซึ่งเป็นเรื่องยากประมาณ ตุ๊กกี้อยากเป็น อั้ม) ก็ขอใช้วิธีฝังเข็มใบหน้าแทนร่างกายที่เหี่ยวย่น ซึ่งใช้เวลาพอๆกัน ผลที่ออกมา ดีสมใจ ในขณะที่ผมก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามาก.....
.
สุดท้ายก็ได้โอกาสนั่งคุยกับคุณหมอ ซึ่งวัดผล ส่งรายการตรวจวัดพร้อมคำแนะนำดีๆ รวมทั้งที่ไม่เข้าท่า (ห้ามดื่มสุรา) ให้อย่างละเอียดครับ
.
ผมสอบถามคุณหมอ ได้คำตอบว่า ของผมนั้น ราคา 1 แสนวอน หรือ 3 พันบาท (ถูกมากครับ สำหรับเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงและการดูแลระดับวีไอพีอย่างนี้) ส่วนของคุณท่าน 3 แสนวอน หรือ 9000 บาท (ซึ่งสำหรับคุณสุภาพสตรี คงไม่แพงครับผมว่า) แต่อนาคตเมื่อลูกค้าตรึม (ซึ่งผมเชื่อว่าตรึมแน่ เพราะทำเลดี ดูแลดี อุปกรณ์ทันสมัยอย่างนี้) ราคาจะปรับเปลี่ยนอย่างไรหรือเปล่า ไม่ทราบได้ครับ
.
หลังจากนั้น ก็มารวมตัวกับเพื่อนๆที่นั่งรออย่างกระวนกระวาย (ด่าเราเล็กๆในใจมั้ง อิอิ) แล้วก็ไปศูนย์อาหารเลือกทานอาหารตามใจชอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ครับ
.
ปิดท้ายด้วย การมอบของที่ระลึกให้ตามประเพณี ก่อนจะลาจากกัน พร้อมคำมั่นสัญญาว่า ถ้าคราวหน้าเราแวะมาเอง ถ้าไม่ได้ฟรีเหมือนคราวนี้ก็อย่าลืมลดให้ 50 เปอร์เซ็นต์อย่างที่บอกน้า ตัวเอง....
.
ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร แพทย์พยาบาลทุกท่าน ของ INHA Medical Center มาด้วยจิตคารวะ และขออวยพรก็ประสพความสำเร็จสมประสงค์ในเร็ววันครับ
.
คลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
.
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=642363939147729&set=a.642363902481066.1073742020.100001223865802&type=3&theater
.
รูปภาพ
.
Express & Punctual: รถทัวร์เกาหลีก็ทำได้
.
1 พฤศจิกายน 2556
.
ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ สำหรับเกาหลีและญี่ปุ่น ที่รถไฟหัวกระสุนก็ดี รถบัสในเมืองก็ดี รถใต้ดินก็ดี จะจอดป้ายตรงเวลาตามตารางที่ติดไว้เป๊ะๆ ชนิดที่ ชินกันเซ็น ถึงกับอวดสรรพคุณได้ว่า "ตั้งนาฬกาได้เลย" ปานนั้น
.
แต่รถทัวร์ต่างจังหวัดเข้าเมือง ที่ถนนรอบนอกก่อนเข้ากรุงโซล การจราจรติดขัดไม่แพ้ที่ไหน (ยกเว้นบ้านเรา) เค้าจะทำได้ไง ให้ถึงจุดหมายได้ตามเวลา..
.
ไม่ครับ ไม่คาดหวัง ไม่คาดหมาย เผื่อใจพร้อมอยู่แล้วถ้าจะเลยเวลาไปซัก 20 นาทีหรือ ครึ่งชั่วโมง แต่....
.
พี่กิมจิเค้าทำได้ครับ
.
เรื่องของเรื่องคือ การเดินทางจากปูซานเข้าโซล ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินหรือรถไฟ เคทีเอ็กซ์ ก็เป็นเรื่องง่ายและไม่หนักหนาค่าใช้จ่ายเท่าใดนักหรอกครับ (ตั๋วเครื่องบินซื้อหน้างาน ก็ 2 พันหน่อยๆ ซึ่งพอๆกับ KTX ถ้าไม่มี Pass) แถมเดินทางจาก โรงแรมที่พักก็ทั้งง่ายทั้งใกล้อีกต่างหาก แต่ด้วยความที่อยากหาประสบการณ์มาฝากเพื่อนๆหนึ่ง และให้มีเหตุบังเอิญอีกหนึ่ง เราก็เดินเปลี่ยนแผนมานั่งรถทัวร์แทน ตามเหตุผลหนึ่งหลัง ซึ่งก็คือ...
.
วันที่ 30 ตุลาคม ...เรานั่งรถใต้ดินไปเที่ยววัด Beomeosa (ออกเสียงถามคนจนคอแห้งว่า เบี่ยวเมียวซา ปรากฏว่าสั่นหน้าทุกรายทั้งๆที่ข้อมูลก็บอกว่าเป็น 1 ใน 2 วัดดังที่นักท่องเที่ยวไม่ยอมพลาด กระทั่งเปิดรูปให้ดู กระโหลกทัศน์ค่อยซึมซับตกผลึกว่า คือ เบิ่มอะซา อ่ะครับ อิอิ) ซึ่งเป็นป้ายก่อนป้ายสุดท้าย (เดินทางเกือบชั่วโมงจากโรงแรมที่ จุงอัน) เมื่อไหว้พระเสร็จ ก็เลยไหนๆก็ไหนๆ แวะไปทัศนาป้ายสุดท้าย คือ Nopo Dong-โนโปต่ง ซะหน่อยก็ไม่เลว
.
ใช่ครับ ป้ายที่ว่านี้ คือ ท่ารถบัส หมอชิต ของเมืองปูซานเค้าล่ะครับ
.
ภายในอาคารที่ใหญ่โตพอสมควร ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีทีเดียวครับ ช่องขายตั๋ว ป้ายตารางเวลาเด่นชัด มีชื่อเมืองภาษาอังกฤษใต้ภาษาเกาหลีให้เข้าใจได้ไม่ยาก แต่อย่าเลยครับ ไปโน่นดีกว่า ขวัญใจของเรา ทัวริสต์อินฟอร์เมชั่นอยู่แค่เนี้ย 5555
.
อากัสซี่ (Miss) นอกจากจะบอกเราว่า ไปโซลมีรถทั้งวันแล้ว ยังจาระไนอีกด้วยว่า มี 2 ราคา เที่ยวที่ราคาถูกคือเวลาไหนบ้าง (ซึ่งผมเข้าใจผิดว่า เป็นแบบเครื่องบินโลว์คอสท์ ที่เที่ยวไหนไม่ใช่ Rush Hour คนน้อย ก็ขายถูกเผื่อยั่วใจ) แล้วผมก็เลยเลือกเที่ยว 11.30 น. ของวันที่ 1 พ.ย. โดยให้เธอเขียนภาษาเกาหลีกำกับให้ เวลาซื้อตั๋วจะได้ไม่ผิดพลาด ปรากฏว่า สาวขายตั๋ว พูดอังกฤษจ๋อยๆ บอกว่า เที่ยวนั้นเต็ม เลยเปลี่ยนเป็นเที่ยว 12.40 ครับ
.
แหะ แหะ กระหยิ่มไปเลย เพราะค่ารถ 2 คนรวมกันยังถูกกว่าตั๋วรถไฟ ตั๋วเครื่องบินคนเดียวอีก แม้จะใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงครึ่งก็ตาม (เพราะนั่งเครื่องนั่งรถไฟก็ต้องไปรอก่อนเป็นชั่วโมงๆเหมือนกัน) ครับ
.
แล้วถึงวันเดินทาง ที่เราถึง 11.45 น. เกิดตระหงิดใจเล็กๆ ก็เลยไปถามน้องขายตั๋วอีกที ค่อยทราบว่า ที่ราคาต่างกันเป็นเพราะ 28 ที่นั่ง กับ 45 ที่นั่งต่างหาก..จ๊ากกก...มาเมืองนอกเมืองนาทั้งที จะทนอัดกระป๋องขึ้น ป.1 ไปทำไม นั่ง วีไอพีดีกว่าเนอะ...
.
ลองถามเธอดูว่า "งั้นผมเปลี่ยนตั๋วได้ไหม?" เธอยิ้มครับ (บ้านเราถ้าเจอยิ้ม แปลว่า ยิ้มเยาะประมาณ ลุงฝันไปปล่าว อิอิ) แล้วก็ตอบว่า "เยส" ว่าแล้วก็บอกว่า "ไปเที่ยวเที่ยงเลยมั้ย เพิ่มคนละ 11200 วอน" (จาก 690 บาท เป็น 1026 บาท)
.
สบายมากครับ เงินคุณนาย ใช่ของผมซะเมื่อไหร่ 5555....... นั่งสบายแล้วยังไปก่อนตั้ง 40 นาทีอีกด้วย (สำหรับเพื่อนๆที่จองตั๋วแล้ว มาก่อนเวลา ผมเชื่อว่า สามารถเปลี่ยนตั๋วชั้นเดียวกันแต่ไปเร็วขึ้นได้ไม่ยาก หรือแม้มาไม่ทัน ตั๋วก็ไม่ทิ้งเปล่า สามารถเปลี่ยนเป็นเที่ยวถัดไปได้ครับ)
.
7 ปีที่ผ่านไป เทียบกับครั้งเราเดินทางจากโซลไปเคียงจู มีความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ในทางที่แย่ลงแต่ก็รับได้ไม่ลำบากคือ
.
1. กระเป๋าต้องเอาไปโหลดเองใต้ท้องรถ รวมทั้งเอาออกเองเมื่อถึงปลายทางด้วย เพราะคนขับนกรู้ จะไม่มาที่รถก่อนเวลา และถึงจุดหมายปั้บหายปุ๊บ
.
2. ก่อนรถออก คราวที่แล้ว คนขับจะมาโค้งคำนับผู้โดยสารก่อนประจำที่นั่ง เที่ยวนี้ไม่มีครับ
.
อย่างแรกผู้โดยสารที่ไม่คุ้นอาจจะฉุนเล็กๆ แต่สำหรับเราซึ่งผ่านมาหลายแห่ง (โดยเฉพาะจีน) ถือว่าปรกติ แค่ไม่ตะคอกใส่เราก็เป็นบุญหนักหนาแล้วครับ ส่วนอย่างสอง ดีเสียอีก ไม่ต้องเสียเวลายิ้มตอบหรือคำนับตอบอ่ะครับ หุหุ
.
แล้วเราก็ได้เห็นความแม่นยำของตารางเวลา คือ 11.55 คนขับจะขึ้นมาสตาร์ทเครื่อง แล้ว 11.59 ล้อก็เริ่มเคลื่อนถอยหลัง ตั้งฉากตรงพร้อมเดินหน้าเที่ยงเป๊ะๆ...
.
ผ่านไป 2 ชั่วโมง 20 นาที รถก็เลี้ยวเข้าลานจอดรถของจุดพักกลางทางพอดิบพอดี ครบ 15 นาทีที่ให้ทำธุระทานอาหารเป๊ะ นับจำนวนผู้โดยสารครบ ก็ออกเดินทางต่อครับ
.
ก่อนเข้าตัวเมืองโซล .....โน่นเลยครับ รถติดยาวเหยียดเป็นกิโลๆหลายเลน แต่เหลือเวลาแค่ 20 นาที จะไปให้ถึงท่ารถตามเวลาได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้เลย พ่อโสมเอ้ย...แต่....
.
5555 เค้ามี Blue Line เส้นแบ่งสีน้ำเงินให้ สำหรับรถทัวร์ต่างหากซ้ายสุด 1 ช่องทาง วิ่งฉิวแบบไม่ต้องแตะเบรคเลยครับ (บ้านเราก็เคยนำมาใช้เป็น Bus Lane เหมือนกันครับ แต่ผลเป็นยังไงก็ทราบๆกันอยู่เนอะ เหอเหอ) แล้วช่วงที่ต้องออกขวาสุดเพื่อเลี้ยวเข้าท่ารถ ช่องที่ว่าก็ไม่มีรถไปค้างคาเพื่อรอเบียดเป็นน้องตะเข้ขวางคลองแม้แต่คันเดียวครับ เพราะฉะนั้น...
.
เมื่อรถจอดเข้าซองที่ท่า นาฬิกาดิจิตอลหน้ารถ ก็เป็นตัวเลข 16.30 พอดิบพอดี.....
.
แบบนี้ไม่ปรบมือให้ไงไหว จริงไหมครับ
.
ออกจากท่ารถ ไปต่อรถไฟฟ้า ก็สบายอีกครับ แค่ถามคนโน้นคนนี้ ก็ทราบว่า สถานที่เราจะไปคือ Hoegi นั้น หมายเลข 123 ก็ดูแผนที่แล้วก็ดูเลขที่ป้ายสถานี ไม่ต้องถามต่อว่าอีกกี่สถานีถึง ให้เมื่อยปากอ่ะครับ
.
ออกจากสถานี ถามทางหนุ่มน้อย 2 คน น่ารักมากครับ นอกจากเปิด GPS ในมือถือเสิร์ชให้แล้ว ยังเดินนำไปส่งที่ปากทางเข้าโรงแรมอีกต่างหาก
.
แหม่....เสียดาย ถ้ารู้เวลาเดินทางล่วงหน้าว่า นั่งรถไฟฟ้า 2 สายกี่นาทีละก็ จะวางฤกษ์ยามให้ก้าวเท้าเข้าประตูโรงแรมเป๊ะๆ เร้ยยยย 5555
.
คลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
.
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=642342822483174&set=a.642342742483182.1073742019.100001223865802&type=3&theater
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3539
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm


ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Majestic-12 [Bot] และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน

cron