Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2014

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2014

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 25/01/2014 7:15 pm

รูปภาพ




สวัสดีครับ

แหะ แหะ ....จะว่าผมตั้งชื่อ ชิ่ง กับ วิ่ง ให้คล้องจองกันก็ได้ หรือจะว่าเป็นการ สรุปภาพรวมของทริป 9 วัน 8 คืนของเราในฉงชิ่ง ก็ว่าได้ครับ เพราะ...



เราไปแบบ ช้าๆ จริงๆครับ ไม่ได้ วิ่งเลิ่กลั่ก เพราะความที่มีเวลาไม่มาก อย่างที่คิดไว้เลยครับ



เริ่มต้นการวางแผนทริปนั้น เราใช้วิธีการง่ายๆ คือ แบ่งการท่องเที่ยวออกเป็น 2 เมืองด้วยกัน คือ ฉงชิ่ง 重庆 หรือ จุงกิง Chungking ในภาษาอังกฤษ และ อู่หลง 武隆 Wulong ซึ่งอยู่นอกเมืองฉงชิ่ง ที่อาจจะต้องค้างคืนสัก 2-3 คืน ซึ่งเมื่อหักลบกลบแล้ว เวลาที่เหลือ 5 คืน ก็น่าจะเก็บเมืองฉงชิ่ง ที่ว่ากันว่าเป็น มหานครอันดับ 1 ใน 4 ของจีน นี้ได้อย่างฉุกละหุกพอสมควร (เมื่อคิดถึงว่า วันแรกกว่าจะถึงก็ค่ำแล้ว และยังต้องไป เมืองต้าจู๋ 大足 Dazu อีก 1 วันเต็มๆอีกต่างหากอ่ะครับ)




และ เบื้องต้น เราก็ จองที่พักไว้ 3 คืน ที่ ฉงชิ่ง ก่อน ส่วนที่เหลือค่อยปรับเปลี่ยนทีหลัง เพราะเรื่อง ที่พักในจีน ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรเลยครับ ไปพรุ่งนี้เช้า จองคืนนี้ก็เกินทัน หรือ แม้แต่ไม่จอง ใช้วิธีวอล์กอินเข้าไปแล้ว หากเค้าไม่ลดราคาให้ (ซึ่งน้อยมากจนแทบไม่มี) ก็จองทางเน็ตเพื่อให้ได้ราคาที่ถูกกว่าแบบซื่งๆหน้าได้เลยครับ อิอิ



อย่างไรก็ตาม แล้วสถานการณ์ก็ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพการณ์ที่เป็นจริง และตามสไตล์ของเราที่ flexible-ยืดหยุ่น ได้เสมอ ในที่สุด เราก็ พักอยู่ฉงชิ่งทั้งหมด 8 คืน โดยไม่ได้ไปค้างที่เมืองไหนอื่นเลย (เดี๋ยวจะเรียนเหตุผลทีหลังนะครับ) ด้วยเหตุนี้ เวลาที่มี จึงเกินพอที่จะ ค่อยๆท่อง ค่อยๆเก็บไปเรื่อยๆ แบบสบายๆ ....... ชอบตรงไหนก็ไปซ้ำ ไม่ชอบตรงไหน (ดูข้อมูลและภาพประกอบในเน็ตในโบร์ชัวร์แล้ว) ก็ไม่ไปซะงั้น อ่ะครับ



เพราะฉะนั้น ทริปนี้ คือ ฉงชิ่งไม่วิ่งเที่ยว จริงๆครับ คือ ถ้าวิ่งเที่ยวละก็ เชื่อว่าจบเกมได้ใน 4 วันไม่เกิน สำหรับ ซันเฉิง 山城 เมืองบนเขา ที่มีชื่อเป็นทางการว่า เมืองจัดหนัก อย่าง ฉงชิ่ง 重庆 (ที่แปลว่า ฉลองสองวาระ) นี้ครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 25/01/2014 7:30 pm

รูปภาพ

ฉงชิ่ง....ไม่ไปไม่ได้ จริงเหรอ?


อือม์ จะเขียนยังไงดีล่ะครับ ถึงจะไม่เป็นการ อคติ เกินไป เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เกินไป...


ขออนุญาตอย่างนี้แล้วกันนะครับว่า...ถ้าเพื่อนๆยังไม่เคยเที่ยวจีน (นอกจาก ฮ่องกง มาเก๊า ใต้หวัน) มาก่อนเลย ก็อาจจะรู้สึกแปลกใหม่ประทับใจพอสมควรล่ะครับ


แต่สำหรับเพื่อนๆที่เคยผ่าน กวางเจา ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ต้าหลี่ ลี่เจียง มาแล้วละก็ ผมขอ ฟันธง เลยครับว่า นอกจาก ภูเขาสลักหิน ที่ ต้าจู๋ แล้ว แหล่งท่องเที่ยวที่เหลือทั้งหมด เฉยๆ จริงๆ ไม่ไป ก็ ไม่เสีย หรือ รู้สึกขาดอะไรไป หรอกครับ


งั้นแสดงว่า ทริปของเราทริปนี้ อยู่ฉงชิ่งที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ อย่างที่บอกว่า เฉยๆ ก็น่าเบื่อน่าเซ็งอย่างนั้นหรือ?


แหะ แหะ ก็ไม่ถึงอย่างนั้นหรอกครับ ความสุขอยู่ที่ใจ อ่ะครับ เมื่อใช้ Laws of Attractions กฏแห่งการดึงดูด เข้ามาช่วย เราก็ หาความสุขจากเมืองนี้ ได้ไม่ยาก เพราะว่าไป ฉงชิ่ง ก็มี ของดี อยู่ใน ความธรรมดา และใน ความพร่อง (เดี๋ยวค่อยขยายความนะครับ) แบบที่เรียกว่า ความเหมือนที่แตกต่าง Same same but different ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งผมจะรีวิวให้ชมเป็นตอนๆต่อจากเรื่อง ข้อมูลหลัก ไปครับ




แล้วที่เขียนมาซะยืดยาวนี้ ข้อสรุปคือะไรหรือ?


คืออย่างนี้ครับ ถ้า มีเวลาว่างๆสัก 3-4 วัน (ค้าง 3 คืน) ไม่อยากเที่ยว เวียตนาม ลาว เขมร บาหลี มาเลย์ สิงคโปร์ หรือ อยากเที่ยว จีน ซักแห่ง (หรือ อีกซักแห่ง) แล้วจองได้ ตั๋วถูกโลว์คอสท์ รวม งบประมาณ 8 พัน ถึง 1 หมื่นไม่เกิน ละก็ ฉงชิ่ง ก็เป็นตัวเลือกที่ใช้เพื่อ เปลี่ยนบรรยากาศ หาประสบการณ์ หรือ เพิ่มแต้มเที่ยวนอก พอได้ครับ


แต่ถ้า ตั้งใจไปเที่ยวฉงชิ่ง ด้วยทราบแต่เพียงว่า แอร์เอเซียบินถึง แล้วก็ เป็นเมืองจีนอีกเมืองหนึ่ง (ซึ่งเมืองไหนๆในจีนก็มีอะไรอลังการประสาเมืองใหญ่ให้ชมให้ตื่นตาประสานักสร้างสรรค์นักจินตนาการทั้งนั้น) ที่พอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ โดย ใช้จ่ายมากกว่า ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างที่กล่าวมา ล่ะก็....เอ้อ...อ้า...อือม์...


เดี๋ยวค่อยๆตามรีวิวของผมไปก็แล้วกันนะครับ อิอิ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 25/01/2014 7:58 pm

รูปภาพ

ฉงชิ่ง....ค่าใช้จ่ายแค่วันละพันบวกลบ


ข้อดีที่สุด อย่างหนึ่งของ การเที่ยวฉงชิ่ง ก็คือ ใช้งบน้อยมาก ครับ

ถ้า เที่ยว 3-5 วัน พัก โรงแรม ในราคาคืนละประมาณ 1000 บาท (พัก 2 คนเท่ากับคนละ 500 บาท) ซึ่งถือว่าอยู่ใน ระดับดี (เกิน 2 ดาว) แล้ว ค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยเฉลี่ย น่าจะไม่เกินวันละ 3-400 บาท เมื่อรวมกับการเดินทางออกนอกเมืองไป ต้าจู๋ บวก ค่าเข้าชม 1 วัน แล้ว งบประมาณวันละพัน (ไม่รวมค่าช้อปส่วนตัว) น่าจะมีเหลือ ครับ


ใช่ครับ จะให้ถุกกว่านั้นก็ยังได้ ถ้าเลือก ที่พักที่ถูกลง อย่าง เกสท์เฮ้าส์ อพาร์ตเม้นท์ หรือ โฮสเต็ล แต่.....เที่ยวจีน อย่ากระเบียดกระเสียรในเรื่องที่พัก (ซึ่งถูกกว่าประเทศอื่นเยอะ) เลยครับ โดยเฉพาะ ฉงชิ่ง ซึ่งเรื่อง ที่พักดีๆ มีความสำคัญ และจำเป็นมากๆ (เพราะอะไร ขออุบไว้ก่อนให้ตื่นเต้นเล่น อิอิ) ครับ




สาเหตุหลักที่ เที่ยวฉงชิ่ง ใช้งบน้อยกว่าที่อื่นมาก ก็เพราะ...


1. แหล่งท่องเที่ยวที่ต้องเสียค่าเข้าชม (ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักของการเที่ยวจีน) มีน้อยมาก ทั้งทริปของเรา จ่ายเพียง 2-3 ครั้ง และที่ไม่เสียเพราะไม่เข้าชมนั้น ก็เก็บแค่ 5 หยวน 10 หยวนเป็นส่วนใหญ่ครับ


2. ระบบขนส่งมวลชนของฉงชิ่ง ยอดเยี่ยมมาก สะดวกสบายที่สุดเท่าที่เรามีประสบการณ์ในจีนมา คือ


- รถบัสประจำทาง ที่เรียกว่า กงเจียว 公交 ไม่ว่า สายสั้น สายยาว (ที่วิ่งเป็นชั่วโมง ชั่วโมงกว่า) ราคา รถร้อน 1 หยวน และ รถแอร์ 2 หยวน เท่านั้น (แต่หน้าหนาว มีค่าเท่ากัน เพราะรถแอร์ก็ไม่เปิดแอร์ ต้องแง้มๆหน้าต่างกัน อิอิ)


และที่ เหนือกว่าเมืองอื่นใด ก็คือ มีเยอะมาก วิ่งตามๆกันมาเป็นกระพรวน ..... ถ้าเป็นใน เขตวงใน มีวิ่งผ่านเป็น 5-10 สาย ชนิด ขึ้นคันไหนก็ได้ ไม่ต้องรอ ...ถาม อาเจ๊ อาอึ้ม อาเฮีย อาเจ็ก ที่ยืนรอที่ป้ายว่า จะไปที่โน่นที่นี่ได้ไง ตอบเร็วปรื๋อเป็นตัวเลข 4-5 สายให้เลือกได้ทุกคนเลยครับ (แน่นอนครับว่า ถ้าเราพูดฟังจีนไม่ได้ เค้าก็พร้อมที่จะชี้ตัวเลขบนป้ายให้ดูประกอบอยู่แล้ว)


- รถไฟฟ้า ที่เรียกว่า ชิงกุ่ย 轻轨 หรือ 地铁 ตี้เถี่ย ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Light Rail (แต่ตามป้ายเขียนว่า Metro ซะงั้น ทว่า...จะใช้คำไหนก็ไม่มีใครรู้จักหรอกครับ แม้จะเรียกชื่อย่อว่า CRT-Chongqing Rail Transit ก็เถอะ เพราะฉะนั้น เรียกเป็นชื่อจีนดีกว่านะครับ อิอิ) แม้จะมีเพียง 4 สาย คือ สาย 1,2,3 และ 6 (ไม่ทราบสาย 4 สาย 5 หนีไปหลบที่ไหน อิอิ) แต่สะดวกมากๆ และ ค่ารถในเขตใน ก็เพียง 2-4 หยวน เท่านั้น เว้นแต่จะ ไปไกลเป็น 20 ป้าย อย่างสนามบิน นั่นแหละครับ ถึงจะเสีย 6 หยวน หรือ 9 หยวน ถ้าไปไกลกว่านั้นอีก


สาเหตุที่ ชื่อภาษาจีน มีถึง 2 อย่างเพราะ แต่แรกเริ่มนั้น เป็นรถที่วิ่งบนท้องฟ้า เป็นรถและรางขนาดเบา ก่อน จึงเรียกว่า ชิงกุ่ย ที่แปลว่า Light Rail หรือ Mono Rail ....ต่อมา ขยายเส้นทางเป็น มุดลงใต้ดิน จึงเรียกส่วนนั้นว่า ตี้เถี่ย ที่แปลว่า Subway หรือ Underground หรือ Metro อย่างที่ชาวโลกเค้าเรียกกัน....และในเมื่อเป็น 2 ระบบรวมกัน คนที่นี่ก็จึงเรียกกัน ในภาษาจีนเป็น 2 ชื่อ คือ ชิงกุ่ย และ ตี้เถี่ย ซึ่ง ไม่ว่าจะเรียกชื่อไหน ผู้คนก็เข้าใจ ครับ


3. ค่าอาหารถูกพอสมควร สำหรับเพื่อนๆที่ทานง่าย เจอ อาหารจีนทั่วไป ที่จืดชืดไร้รสชาติ หรือ สไตล์เสฉวนที่เผ็ดชา เพราะใส่พริกสมุนไพร 麻辣 หมาล่า ก็ไม่เป็นปัญหา ละก็ ผมว่า มื้อนึงไม่เกิน 50 บาท ก็อร่อยซู้ดซ้าดปากมันน้ำตาเล็ดได้ชัวร์.....




แต่เพื่อนๆที่ไม่ใช่คนทานยาก แต่น่าจะรับไม่ไหว เหมือนอย่างผมที่ ยอมแพ้อาหารจีน (ยกเว้น มณฑลกวางตุ้ง ที่ไม่ต่างจากของเรานัก) ด้วยสาเหตุข้างต้น หลายมื้อต้องพึ่ง ร้านฟาสต์ฟู้ด ราคาก็ขึ้นไปนิด คือ ประมาณ 80 บาท ครับ


ส่วนมื้ออื่น เมื่อ พกหมูหยองไปด้วย ก็สบาย ซื้อเพียง หมั่นโถว ขนมปัง ก็อิ่มอร่อยๆพอท้วมๆ ส่วนมื้อค่ำ มาม่าจีน (อร่อยมาก) ราคา 20 บาท ช่วยได้เยอะ ซื้อ ผักกะหล่ำ หัวเบ้อเริ่ม (กรุณาอย่าช่วยผมจินตนาการว่าเค้าใช้ปุ๋ยยี่ห้ออะไร หุหุ) จากซุปเปอร์ฯ ราคา 2 หยวน 10 บาท หัวเดียว หั่นผสมต้มทานได้หลายมื้อ ....อากาศหนาวๆ หย่อยประทับทรวง อย่าบอกใครเชียวครับ


สำหรับ น้ำดื่ม (ที่เวลาเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป ต้องซื้อขวดใหญ่จากซุปเปอร์มาเติมลงขวดเล็ก) เกือบจะไม่เสียสตางค์เลย ถ้าไม่ใช่ น้ำอัดลม หรือ น้ำผลไม้ เพราะ ต้มน้ำร้อน ต้มชา ได้เองในที่พัก (หม้อต้มน้ำไฟฟ้าของจีน เดือดเร็วโฆษๆ) ครับ


4. ผลไม้ถูกมาก โดยเฉพาะ ส้ม และ องุ่น (หวานจับใจ เพราะปุ๋ยดีเช่นเคย อิอิ) ทานมากเท่าไหร่ก็ไม่จนครับ ขอรับรอง


โดยสรุป ค่าใช้จ่ายในฉงชิ่งๆ มีเท่านี้จริงๆ ซึ่งคิดเผินๆอาจจะเที่ยวง่ายเที่ยวถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้านเราที่ว่ามาอ่ะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2557

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 25/01/2014 10:52 pm



รูปภาพ


ฉงชิ่ง.... พักที่ไหนดี?


ฉงชิ่ง แม้จะได้ชื่อว่าเป็นมหานครใหญ่ของจีน แต่ยังถือว่ายัง น้องใหม่มาก ในเรื่องการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักกันของ หมู่นักท่องเที่ยวจีน (ซึ่งน่าจะเป็น 98% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด) จีงกระจุกตัวอยู่ในวงไม่กว้างนัก วิธีที่จะช่วยให้เราเห็นภาพได้ง่ายๆ ก็โดย แผนที่รถไฟฟ้า (ที่บังเอิญมีแต่ภาษาจีน แต่น่าจะพอเดาได้นะครับ) ที่ผมขอยกมาเป็นคำอธิบายนี่ครับ


รูปภาพ



รูปภาพ



ความที่ ฉงชิ่ง เป็นเสมือน ศูนย์กลางการเดินทาง หรือ Transportation Hub ในภูมิภาคนี้ จุดสำคัญ จึงมีอยู่ 3 จุดด้วยกัน คือ จุดที่ผมไฮไล้ท์ด้วยสีแดง ดังนี้



ปลายทางของ รถไฟฟ้าสาย 3 ป้ายที่ 39 สถานี สนามบินเจียงเป่ย 江北机场 ซึ่ง เทอร์มินัล นานาชาติ และ ภายในประเทศ อยู่ใกล้ๆกัน



ป้าย รถไฟฟ้าสาย 3 ป้ายที่ 27 สถานี ฉงชิ่งเป่ยจั้น 重庆北站 หรือ สถานีรถไฟภาคเหนือ Chongqing North Railway Station ซึ่งเป็นสถานีรถไฟใหม่ มีรถไฟหัวกระสุนไป เฉิงตู ซีอาน เซี่ยงไฮ้ ฯลฯ ได้


ป้าย รถไฟฟ้าสาย 1 และ สาย 3 บรรจบกัน สถานี เหลี่ยงลู่โข่ว 两路口 ซึ่งเป็น สถานีรถไฟเก่า และ สถานีรถทัวร์ ในบริเวณเดียวกัน ชื่อทางการคือ ฉงชิ่งจั้น 重庆站 หรือ สถานีรถไฟฉงชิ่ง Chongqing Railway Station แต่ชื่อเดิมที่เป็นที่คุ้นหูกันและใช้การจนปัจจุบัน คือ ไช่หยวนป้า 菜园坝 ที่แปลว่า ลานสวนผัก ครับ



รูปภาพ


แต่ แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อต่างๆ หรือ เขตชุมชนธุรกิจ จะอยู่ในบริเวณที่ผม ไฮไล้ท์เป็นสีเหลือง เท่านั้น โดยเฉพาะในเส้นทาง รถไฟฟ้าสาย 1 สีแดง จะผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากที่สุดครับ


ย่านที่เป็นห้างสรรพสินค้า หรือ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ แหล่งค้าปลีกค้าส่ง จะอยู่ที่บริเวณ สถานีรถไฟฟ้าป้ายที่ 01,02,03 เป็นหลัก (แต่ป้ายที่ 01 ยังไม่เปิดใช้ จึงเหลือเพียงป้าย 02-03 คือ เสี่ยวสือจื้อ 小什字 และ เจี้ยวฉางโข่ว 较场口 เท่านั้นที่คนใช้บริการหนาแน่นมาก) ย่านนี้ประกอบด้วย ถนนคนเดิน เจี่ยฟ่างเปย 解放碑 .....โรงแรมและศูนย์บันเทิงช้อปปิ้งริมน้ำ หงเอียต้ง 洪崖洞 และ ท่าเรือและแหล่งการค้า ฉาวเทียนเหมิน 朝天门 ครับ


ส่วนที่เป็น แหล่งท่องเที่ยว จะอยู่ที่ ป้าย 04 ป้าย 05 ป้าย 07 ป้าย 14 ป้าย 16 ป้าย 17 ซึ่งผมจะว่ารายละเอียดทีหลังครับ



เมื่อทำความเข้าใจ ภูมิศาสตร์เมืองฉงชิ่งคร่าวๆ ดังนี้แล้ว ทำเล ที่น่าจะเป็น ที่พัก ที่เดินทางไปโน่นมานี่สะดวกที่สุด ก็น่าจะเป็น ป้าย 05 หรือ เหลี่ยงลู่โข่ว 两路口 นั่นเอง เพราะนอกจากจะ เดินทางไปกลับสนามบินได้สะดวก (ต่อเดียว) แล้ว ยังไป แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งด้านซ้ายด้านขวาได้แบบชิลล์ๆอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อ เหลี่ยงลู่โข่ว สามารถลง บันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในเอเซีย ไปยัง สถานีรถไฟ รถทัวร์ ไช่หยวนป้า 菜园坝 ได้ในเวลาไม่เกิน 3 นาทีอีกต่างหากครับ



รูปภาพ

และ โรงแรมที่ขอแนะนำ ก็คือ โรงแรม กรีนทรีอินน์ หรือ ภาษาจีน คือ 格林豪泰酒店 (เก๋อหลินเหาไท่จิ่วเตี้ยน) ซึ่งผมเคยพักเครือเดียวกันที่ ฉางซา ด้วยความพอใจมาแล้ว และที่สาขา ฉงชิ่ง นี่ สภาพ ดีกว่า ใหม่กว่าเยอะ ครับ

โรงแรมนี้ มี ป้ายรถบัส อยู่ด้านหน้าแค่ไม่เกิน 20 ก้าว และ สถานีรถไฟฟ้าแค่ 40 ก้าวไม่เกินครับ



รายละเอียดพร้อมภาพประกอบ จะมาพร้อมกับอัลบั้มรูปภายหลังนะครับ

รูปภาพ




ส่วน โรงแรมที่เราพักทั้งทริป (จองมาครั้งแรก 3 คืน คืนละ 1050 บาท ไม่มีอาหารเช้า และต่ออีก 5 คืน รวมอาหารเช้า คืนละ 1300 บาทครับ) คือ โรงแรม หมินซันหยวนหลิน ซึ่งอยู่ใกล้ สถานีรถไฟฟ้าสาย 1 ป้าย 07 ต้าผิง 大坪 แต่ต้องต่อ รถบัสไปอีก 1 ป้ายที่ ป้าย หม่าเจียเป่า 马家堡 ซึ่งแน่นอนว่าเปรียบเทียบแล้ว ดีกว่า โรงแรมกรีนทรีอินน์ ทุกด้าน ยกเว้นไม่สะดวกเท่า (แต่การต่อรถบัส ก็แค่วันละ 2 เที่ยวเท่านั้น) ครับ

รายละเอียดพร้อมภาพประกอบ จะมาพร้อมกับอัลบั้มรูปภายหลังเช่นกันครับ
=
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2557

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/01/2014 12:35 am

รูปภาพ


ฉงชิ่ง..... เข้าเมืองจากสนามบินไม่ง่ายเนอะ



การเดินทางจาก ดอนเมือง สู่ สนามบินเจียงเป่ย ฉงชิ่ง มีเรื่องให้ งงๆ ท้าทาย สามัญสำนึก-Common Sense อยู่บ้างเหมือนกันสำหรับเราซึ่งไม่เคยอ่านข้อมูลเว็บไทยมาก่อนอ่ะครับ

เรื่องแรก....ระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง (รวม 4 ชั่วโมงตามนาฬิกาของจีน ที่เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) นั้น แอร์เอเซีย เค้าทำเวลา แลนดิ้ง ก่อนกำหนด เกือบครึ่งชั่วโมง ทั้งขาไปขากลับ ครับ ซึ่งดีมากสำหรับขาไป เพราะทำให้เราถึงที่หมายเร็วขึ้น แต่ขากลับ เพื่อนๆที่ให้คนมารับ อย่าลืมบอกล่วงหน้าให้มาก่อนเวลาที่ควรจะเป็นหน่อย นะครับ ไม่งั้นต้องแกร่วรอนานขึ้นโดยใช่เหตุ เพราะ ดอนเมือง นั้น ใช้เวลาผ่านด่าน ตม. รับสัมภาระ น้อยกว่าที่สุวรรณภูมิมากๆ อ่ะครับ

[FONT=Times New Roman][/FONT]
รูปภาพ


สนามบินนานาชาติ เจียงเป่ย ฉงชิ่ง ที่ลงเครื่องนั้น เป็นสนามบินขนาดเล็กๆเหมือนสนามบินต่างจังหวัดบ้านเรา เพราะเป็นสนามบินเก่าที่ใช้งานมากว่า 20 ปีแล้ว อีกไม่นานก็ถึงกาลอวสาน เพื่อไปรวมกับ สนามบินภายในประเทศ ที่ใหญ่กว่า อลังกว่า สวยกว่าครับ


บริเวณทางออกสนามบินด้านหน้า จะมี เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ Information ที่ให้ข้อมูลด้วยภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร แต่ข้อมูลที่ได้มาไม่ค่อยสะดวกและสอดคล้องกับ ศักยภาพ ของนักท่องเที่ยวไทยวัยฉกรรจ์อย่างเราที่เป็น บ้าหอบฟางกว่า 50 กิโล เท่าไหร่นัก เพราะ....


เมื่อยื่นชื่อ โรงแรมที่เราจองไว้ ให้ดู เธอบอกว่า "มีสัมภาระใหญ่อย่างนี้ การใช้รถไฟฟ้า ไม่สะดวกนัก ต้องเปลี่ยนหลายต่อ ขอให้ไปแท๊กซี่ดีกว่า ประมาณ 7-80 หยวน" ซึ่งก็ตรงกับที่เราเสิร์ชมาและเตรียมใช้วิธีนี้อยู่แล้ว..... เธอยังตอบคำถามต่อไปอีกว่า "ที่มีไม่มีป้ายคิวแท็กซี่หรอก ให้ไปยืนรอเรียกด้านนอกเอา"


ระหว่างนั้น มี น้องคนไทย ที่สอบถามเธอก่อนหน้าผม จะไปโรงแรมใกล้ๆสนามบิน เธอจึงบอกว่า "ในเมื่อคุณทั้งสองไปแท๊กซี่ ก็พ่วงน้องไปด้วยคนละกัน เพราะเป็นทางผ่าน" ซึ่งเราก็ยินดีครับ


แต่ สภาพความเป็นจริง ในเวลา 6 โมงครึ่ง 1 ทุ่ม หน้าหนาว ที่ ค่ำเร็วกว่าปรกติ จน ฟ้ามืดไม่เห็นอะไรรอบนอก นี้ ยืนรอแท๊กซี่ตั้งนาน ก็ไม่ยักกะมีผ่านมาให้เรียกได้เลย ที่หลงเข้ามาคัน 2 คัน ก็ถูกคนจีนที่ไปดักรอข้างหน้าโฉบเอาไปก่อน หุหุ


รูปภาพ


ผมชักเอะใจ จึงไปถาม รปภ.แถวนั้นดู ค่อยทราบว่า ที่นี่หายาก ต้องไป กั๋วเน่ย 国内 ซึ่งหมายถึงสนามบินภายในประเทศ ซึ่งต้องเดินออกไปทางซ้าย หรือไม่งั้นก็นั่งชัตเติ้ลบัสที่จอดทางขวามือไปก็ได้


เมื่อไปที่ รถบัส ก็พบว่ามีคนจีนนั่งในรถเกือบครึ่งคันแล้ว ถามคนขับรถได้ความว่า "เอากระเป๋าใส่ใต้ท้องรถได้เลย" แต่สำหรับน้องนั้น เค้าแนะนำว่า "เดินไปจากที่นี่ใกล้กว่าไปจากกั๋วเน่ย ยังหนุ่มแน่นและมีเป้ใบเดียวอย่างนี้ แป๊บเดียวถึง แค่ไม่ถึง 2 กิโล" 5555


ใช่ครับ ระยะทางกิโล 2 กิโลสำหรับคนจีนนั้น ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก แต่สำหรับคนไทยไม่ใช่เรื่องควร พิจารณาผ่านพระราชบัญญัติฯ เลย ยิ่งสำหรับเราสอง ต่อให้แค่ 500 เมตร เราก็ โหวตโน แล้วละครับ เหอ เหอ



รูปภาพ

นั่งชัตเติ้ลบัสประมาณ 10 นาที ก็วนมาถึง สนามบินโดเมสติก ซึ่งทันสมัยใหญ่โตดังว่า....

รูปภาพ


เห็นป้ายที่คิวรถ บอกว่า มีรถออกทุกๆ 20 นาที (ซึ่งตรงเวลามากครับ เพราะขากลับมีเราแค่ 2 คนก็ออกตามเวลาเป๊ะ) เจ๋งมากครับ


รูปภาพ





มองไปทางขวา เห็นมี รถบัสใหญ่ จอดรอผู้โดยสารอยู่หน้าป้าย Airport Bus ..... (มีบริการจนถึงเที่ยวบินสุดท้าย)



อ้าว เฮ้ย มีเหมือนที่อื่นนี่นา ทำไมหมวยประชาสัมพันธ์ไม่ยักบอกเราอ่ะ


เข้าไปสอบถามพนักงาน เค้าบอกว่า "ไปรถบัส ถูกกว่าไปแท๊กซี่ คุณไปลงป้ายสุดท้ายแล้วค่อยต่อแท๊กซี่อีกที 10 กว่าหยวนเท่านั้น แล้วก็ไม่ช้าหรอก คุณดูนั่นสิ"


เค้าชี้ให้ดูที่ คิวแท๊กซี่ ที่มีผู้โดยสารเรียงคิวขึ้นรถยาวกว่า 3-40 คน ซึ่งทำให้เรา ตกผลึก ทันที คุณนายเคท เดินไปซื้อตั๋วคนละ 15 หยวน แล้วพนักงานก็เอากระเป๋าใส่ใต้ท้องรถให้ และผายมือให้ขึ้นรถด้วยความนอบน้อมครับ

ป้ายสุดท้าย จงเตี่ยนจั้น 终点站 ของ แอร์พอร์ตบัส คือ ซั่งชิงซื่อ 上清寺 ซึ่งอยู่ประมาณ สถานีรถไฟฟ้า หัวซินเจีย 华新街 ก่อนถึง สถานี เหลี่ยงลู่โข่ว 两路口 2 ป้าย บริเวณข้างเคียงมีแต่ รถบัสประจำทาง และสถานีรถไฟฟ้าอยู่ไกลพอควร ซึ่งเรานั่งแท๊กซี่ไป โรงแรม หมินซันหยวนหลิน ที่จองไว้ ค่ารถ 16 หยวน (ตอนที่มิเตอร์เริ่มต้น ณ 8.00 หยวนกลางวัน และ กลางคืน 8.90 หยวน แต่ตอนนี้ปรับเพิ่มเป็น 10.00 และ 11.00 หยวนแล้วครับ)


ขอเรียนว่า แท็กซี่เมืองนี้ ค่อนข้างน้อย แถม คนจีน (ไม่ว่าหญิงหรือชาย วัยหนุ่มสาวหรืออาวุโส คนรุ่นใหม่หรือเก่า) ชอบไป ยืนดักหน้าเเราโฉบเอาไปก่อน เสมอ กว่าจะได้รถ ต้องรอทาน น้ำใต้ศอก เอาตั้งนาน เพราะยังไม่อยาก พะบู๊ ตั้งแต่ ภาคปฐมบท อ่ะครับ.... เพราะฉะนั้น ขากลับเลยต้องหาวิธีอื่น ซึ่งจะได้เรียนให้ทราบทีหลังนะครับ




รูปภาพ


สำหรับเพื่อนๆที่สมัครใจ เดินจากสนามบินนานาชาติมายังสนามบินภายในประเทศ เหมือน ผู้โดยสารชาวจีน จำนวนหนึ่ง ที่คล้อยตามคำบอกจาก ผู้ปรารถนาดีที่ไม่อยากให้เราเสียเวลากับรถชัตเติ้ลบัส ว่า "ใกล้นิดเดียว แค่ 5-6 นาทีเอง" นั้น ขอเรียนว่า อย่าว่าแต่มีกระเป่าลากเลย ต่อให้มีเป้บนหลังใบเดียว หรือ เดินตัวเปล่า ก็ไม่มีทางใช้เวลาน้อยกว่า 10-15 นาทีไปได้หรอกครับ


ซ้ำร้าย ไปกว่านั้น ระหว่างทางก่อนถึงตัวสนามบินภายในประเทศ ยังมี ทางลงไปรถไฟฟ้า ซึ่งไม่มีบันไดเลื่อนลง มีแต่เลื่อนขึ้น ให้ ท้าทาย หัวเข่า ไขข้อ ด้วยหลงผิด อีกต่างหากครับ


เพราะฉะนั้น ใช้รถชัตเติ้ลบัสดีกว่านะครับ ขอบอก


รูปภาพ




ลงชัตเติ้ลบัสแล้ว ถ้าไม่อยากใช้บริการ แอร์พอร์ตบัส เพราะที่พักเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องต่อบัสอีกทีละก็ ระวังนิดนะครับ เพราะทางซ้ายมือจะมี ทางลงหมายเลข 4 ไปขึ้นรถไฟฟ้าให้เห็นโทนโท่ แต่....แหะ แหะ มีแต่บันเลื่อนขาขึ้น ไม่มีขาลงเหมือนกันครับ


รูปภาพ


เพราะฉะนั้น ขอให้เดินต่อไปยัง ประตูทางเข้าสนามบิน ประตูที่ 7 ข้างหน้านะครับ พอผ่าน ร้านฟาสต์ฟู้ด Dico's ผ่าน ลิฟท์ เห็นร้านหนังสือข้างหน้า ก็ เลี้ยวซ้าย ด้านข้างร้านฟาสต์ฟู้ด Dico's เลยครับ


ที่นั่นเป็น ทางลงหมายเลข 3 ที่มี บันไดเลื่อนขาลง (แต่ไม่มีขาขึ้น 555) สบายบรื๋อครับ


รูปภาพ



ถึงทางเข้า ชานชาลารถไฟฟ้า ทุกอย่างก็ไม่ต่างจากบ้านเราและที่ไหนๆแล้วละครับ


แต่ที่ขอแนะนำก็คือ วันแรกที่ถึงนี้ ขอให้ไปที่ ช่องขายตั๋ว ซื้อ One Day Pass ที่เรียกว่า อี๋เยอะเพี่ยว ใบละ 18 หยวน (90 บาทหน่อยๆ) นะครับ


รับรองว่า คุ้มมาก (แต่หลังจากนั้น ไม่ต้องเน้อ เพราะเที่ยวในเมือง ซื้อทีละเที่ยวถูกกว่า) เพราะ 1 วัน หมายถึง 24 ชั่วโมง แตะบัตรเข้าชานชาลาครั้งแรกกี่โมง บัตรนี้ก็ใช้ได้อีก 24 ชั่วโมง ทำให้เรา ไปไหนมาไหนพร้อมๆกับเรียนรู้สถานีต่างๆได้อย่างยืดหยุ่น แม้ ค่ารถต่อเที่ยวจะแค่ 2-4 หยวน (ยกเว้นมาสนามบิน 6 หยวน) ยังไงก็เชื่อว่า ไม่ขาดทุน ครับ แค่ ความสะดวกที่ไม่ต้องซื้อตั๋วทุกเที่ยว และระบุสถานีที่ต้องการไปเด๊ะๆ แบบมะงุมมะงาหลา ก็ กำไรเห็นๆ แล้วครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2557

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/01/2014 1:16 pm

รูปภาพ


ฉงชิ่ง....แน่ใจนะครับว่าคุณรับไหว


รีวิวส่วนนี้ เป็นส่วนที่ ค้างคาใจผม หลายวันว่า จะเขียนอย่างไรจึงจะไม่ให้เนื้อหาเป็น ลบ-Negative แบบ ยกตนเป็นที่ตั้ง-Self Centered มากไป จนถึงกับทำให้เพื่อนๆลังเล หวั่นไหว ไม่กล้า หรือไม่อยากมาเที่ยว ฉงชิ่ง โดยใช่เหตุ แต่...

ข้อเท็จจริง ก็คือ ข้อเท็จจริง ที่คงไม่อาจกลบเกลื่อนหรือปกปิดได้อ่ะครับ และผมเอง ก็ได้ ชั่งใจ หาเหตุมา โต้แย้งความรู้สึกตัวเอง มากพอสมควรว่า เป็นเพราะเพิ่งกลับจาก ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส รัสเซีย หรือเปล่า?....


แต่คำตอบก็คือ ไม่น่าจะใช่ เพราะก่อนหน้านั้น เราก็เพิ่งผ่าน จางเจียเจี้ย เฟิ่งหวง กุ้ยหลิน หยางซั่ว และ ซัวเถา ซึ่ง ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ คุณลักษณะผู้คนก็ประมาณกัน มาแล้ว อ่ะครับ

โดยเหตุนี้ หากเพื่อนๆ ไปแล้ว ไม่รู้สึกอย่างเดียวกับเรา ก็ถือเสียว่า ไม่มีใครผิด เพียงแต่เพื่อนๆ อาจไม่ได้ไปทั่วๆเหมือนเรา หรือ เรามี มาตรฐานการยอมรับที่ต่างกัน ก็แล้วกันนะครับ


ร่ายมาซะยาว ก่อนเพื่อนๆจะสับสนว่า ผมกำลังจะเล่า ความในใจอะไรร้ายแรง ให้ฟังแบบ เปิดผนึก กันแน่ ก็ขอเฉลยเสียเลยแล้วกันนะครับว่า ในความรู้สึกของเรา ในประสบการณ์ของเรา นั้น.....


ฉงชิ่ง เป็นเมืองที่ Unhygienic-ขาดสุขอนามัย หรือพูดง่ายๆก็คือ สกปรกที่สุดเท่าที่เราเคยพานพบมา อ่ะครับ


อือม์.... ก็เมืองเค้า กำลังพัฒนา รื้อถอนบ้านเก่า เพื่อก่อสร้างตึกใหม่ไปทั่วทุกหัวระแหง ก็ย่อมมีฝุ่นละอองปลิวบ้าง จับโน่นนี่บ้างเป็นธรรมดา มิใช่หรือ อคติไปหรือเปล่าเอ่ย....

ไม่หรอกครับ เราเองก็ผ่าน เมืองไม่ค่อยสะอาด มาไม่น้อย และไม่ใช่ ผู้ดี เหยียบมูลไก่ไม่ฝ่อ หรือ อนามัยจัด เป็น มร.คลีน มาดามเพียวริตี้ หรอกครับ....



แต่ ฝุ่นเขรอะทั่วทั้งเมือง (ยกเว้นย่านถนนคนเดินต่างๆ) ขนาด ต้นไม้ข้างทางดูเผินๆเหมือนมีตาข่ายสีน้ำตาลอ่อนคลุม.... ทางเท้าเอย บันไดขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าเอย ที่นั่งปูนรอบต้นไม้ริมทาง (ที่เมืองอื่นใช้เป็นที่นั่งพักได้) เอย ตึกรามอาคารบ้านพักเอย ฝุ่นจับเรื้อนเปื้อนหนาเปรอะประมาณอย่างที่เห็นตามตึกร้างแหล่งเสื่อมโทรม อย่างนี้ เราไม่เคยประสพอ่ะครับ

ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่เป็น ความสกปรกที่มากับสภาพแวดล้อมทั่วไป แต่เกิดจาก การไม่ดูแลรักษาเพียวๆ ไม่มีจิตสำนึกเรื่องความสะอาดเนื้อๆ ต่างหากครับ....


เอ้อ... เค้ามีการ เก็บกวาด ให้เห็นเหมือนกันครับ แต่ลักษณะทำแบบ ปัดสวะ ขอไปที มากกว่า เห็นชัดว่า ไม่ผ่านการชะล้างด้วยน้ำมาเป็นอาทิตย์ หรืออาจจะเป็นเดือน และไม่ใช่ เพราะอากาศหนาว เลยไม่ใช้น้ำกัน แน่นอนครับ


เพิ่งเห็นเมืองนี้แหละครับ ที่ อุโมงค์ลอดข้ามถนน หรือไปขึ้นรถไฟฟ้า ที่มี ร้านค้า หนาแน่นสองฟาก คนขายตามร้าน กวาดขยะมาสุมรวมกันไว้ตรง เส้นแบ่งที่เป็นตะแกรงทางน้ำไหลกลางทาง ให้คน เดินหลบไปทางซ้ายทางขวา และ ถือโอกาสทิ้งขยะในมือผสมโรง ไปด้วย


เพิ่งเคยเห็นเมืองนี้แหละครับ ที่ กระจกรถบัส รถไฟฟ้า กระจกหน้าต่างโรงแรม (ของเราก็บ้าง แม้จะดีหน่อย) สกปรกเป็นคราบ จนหา ส่วนสะอาด ซักมุมเพื่อ ถ่ายภาพภายนอก ได้ยากส์มาก




รูปภาพ


ตาม คอนโด บ้านพัก ร้านอาหาร มี เนื้อสดเนื้อหมัก ห้อยแขวนตากแห้ง ไปทั่ว (คุณนายบอกว่า น่าจะเป็นเฉพาะหน้าหนาว)..... เห็นหน้าร้านอาหารที่เค้าเอาไม้ ปลดเนื้อเส้นจากราวลงมา แล้ว หล่นลงพื้น อาแปะแกก็ ไม่ใช้มือหยิบ หรอกครับ แต่ใช้ไม้ เกี่ยวลากตามพื้น ห้อยโตงเตงเข้าไปใน ครัวหลังร้าน ซะงั้น นึกไม่ออกเหมือนกันครับว่า ลูกค้าในร้าน เห็นแล้วจะ พะอืดพะอม ร้อง ไอ้หยา เหมือนเราหรือเปล่า หุหุ

คอนโดตรงข้ามโรงแรมที่พักของเรา ซึ่งน่าจะ มีระดับพอควร แต่ดูเค้าทำสิครับ อันเดอร์แวร์ ที่ห้อยตาก น้ำหยดย้อย อยู่บนราวเนื้อตาก อย่างนั้น บรื๋อว์...


อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในแง่ ต่างวัฒนธรรม ต่างประเพณี ต่างวิถีชีวิต เราก็พอรับ สิ่งอุจาดตา เหล่านี้ได้นะครับ หรือจะ พูดจาตะโกนในรถ ตามทาง.... จะพ่นบุหรี่ควันปุ๋ย....จาม ไอ แบบไม่แคร์คนรอบข้าง.... จะ ออกันเบียดกันเวลาขึ้นรถบัสรถไฟฟ้าโดยไม่มีคิว (เหมือนที่อื่น)....จะ เดินชน เดินตัดหน้า ยืนบังเวลาถ่ายรูป เราก็ยัง พอรับไหว แบบไม่รู้สึกหนักหนาอะไรครับ


แต่ที่ รับไม่ได้เลย และเข้าใจว่าทำให้เรารู้สึก ครั่นเนื้อครั่นตัว อยากอยู่ในห้องพักนานกว่าปรกติ ก็คือ...


การบ้วน ถ่มน้ำลายไปทั่วๆ ต่อหน้าต่อตา ผ่านหน้าผ่านตา และที่ร้ายที่สุด เพิ่งเคยเห็นในเมืองนี้ ก็คือ ไม่เพียงถ่มน้ำลาย (ส่วนใหญ่เป็นเสลดด้วยอ่ะ อี๋ย์ นึกขึ้นมายังสยอง) ตามฟุตบาท ถนนหนทาง แล้ว ยัง อุบาทว์ ถึงขนาด ถ่มลงบนพื้นรถบัส พื้นรถไฟฟ้า อีกด้วยอ่ะครับ โดยที่ไม่มีใคร แสดงอาการรู้สึกรู้สา ออกปากเตือน หรือแม้แต่ ออกอาการตำหนิ หรือ ชักสีหน้า เลย กระทั่ง คนขับรถบัส ที่มี อาแปะ อาม่า ขากตุ๋ย ข้างหลัง หรือ เด็กหนุ่มสาวสมัยใหม่ ที่เห็นผู้อาวุโสข้างๆ ถ่มถุยซึ่งๆหน้าอ่ะครับ


อาตี๋วัยรุ่นคนหนึ่ง เดินผสมวิ่งลงบันได สวนกับเราที่ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไป ใช้นิ้วอุดจมูกข้างนึงสั่งขี้มูกลงบันได แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว...

เจ้ แต่งตัวดีพอสมควร สวมบูธหนัง เสื้อหนาวแบบคอขนสัตว์ ชายขนสัตว์ (ปลอม) ถือกระเป๋ามีราคา .....ถุยเสมหะ ก่อนก้าวขึ้นรถบัส โดยไม่สนว่าคนข้างหลังจะรังเกียจหรือเปล่า...

เมืองนี้เป็นเมืองเดียว ที่หา ที่นั่งพักสะอาดพอสมควร ตามที่สาธารณะต่างๆ ยากส์มาก และเราต้อง วางเป้ไว้บนตัก ตลอดใน เวลาเดินทาง ไม่กล้าวางเป้ไว้ บนพื้นรถ เลย....... มีอยู่คราว เบียดขึ้นรถไฟฟ้าได้ เห็น ที่นั่งว่าง อยู่ข้างซ้าย รีบ ถลา เข้าไป ปรากฏว่า โดน คุณนาย กระชากแขนทันควัน พร้อมชี้ให้ดูเสลดน้ำลายบนพื้นข้างหน้า 3-4 กอง ด้วยความ ตื่นตระหนกขนลุก อ่ะครับ

ใช่ครับ ฉงชิ่งพัฒนาก้าวไกลมากทางด้านวัตถุ โดยเฉพาะ วิศวกรรมก่อสร้าง ยกนิ้วให้ทั้งสองมือได้เลยว่า สุดยอด.......


แต่คง อีกนาน กว่าจะ พัฒนาคน ให้เรียนรู้ วัฒนธรรมสากล ได้อย่างเมืองใหญ่อื่นๆของจีน เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ เนื่องจาก ความมักง่าย ที่เป็น จุดลบ-Negative เหล่านี้ เป็นสิ่งที่อยู่ ติดกันกับ หรือ มาพร้อมกับ จุดบวก-Positive คือ ความมีน้ำใจไมตรี ที่เกิดจาก ความไม่เครียด ของ การใช้ชีวิตแบบตามใจฉัน ไร้กติกา อะลุ้มอล่วย ยังไงก็ได้ แบบเดียวกับ ชาวบ้านตามชนบทของเรา ในอดีตกาล หรือ แบบ ชาวอินเดีย เนปาล ส่วนหนึ่ง ในปัจจุบัน

ปัญหานี้แก้ไม่ง่ายครับ ตราบเท่าที่ คนจีนรุ่นเก่า ยังเป็น ประชากรส่วนใหญ่ ของเมืองนี้ และอย่างที่เรียนไปแล้วนะครับว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติมีน้อยมาก (ซึ่งผมคิดว่า ที่แอร์เอเซียเปิดเส้นทางนี้ ก็เพื่อจับนักท่องเที่ยวจีนมากกว่าอ่ะครับ) โอกาสที่จะ ปรับตัว เพื่อเรียนรู้ กฏ กติกา มารยาทสากล จึงมีไม่มากครับ


ผมไม่กล้า ถ่ายภาพ ที่ หนักหนาสากรรจ์ อย่างที่เล่ามาข้างต้น หรือ ถึงมี ก็ มิบังอาจเผยแพร่ประจาน หรอกครับ แค่ นึกถึง ยัง กระอักกระอ่วนแย่ เลยครับ เพราะฉะนั้น จะขออนุญาตบอกเล่าเพียงเท่านี้พอนะครับ เพราะ...


ถึงอย่างไร เราก็สามารถอยู่กับสิ่งเหล่านี้ได้ และมองหาสิ่งที่น่าสนใจได้มากมาย ซึ่งจะได้เล่าให้ฟังต่อไป โดยไม่ขอเอ่ยถึง ความพร่อง เหล่านี้อีกนะครับ


เพื่อนๆอ่านแล้ว ถ้าอยากได้ คำแนะนำ จากผม ก็ขออนุญาตเรียนสั้นๆเพียงว่า....ตรองๆก่อนตัดสินใจไปเที่ยวแล้วกันนะครับว่า...... คุณมีภูมิคุ้มกันดีพอไหมเอ่ย? อิอิอิ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2557

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/01/2014 4:39 pm

รูปภาพ

ผู้คนฉงชิ่ง...น่ารักฝุดๆ

ไม่ครับ ไม่เฉพาะคนที่ พูดจาภาษาจีน ได้อย่างผมหรอกครับ ที่จะ พูดคุย สนทนา ขอความช่วยเหลือ (ถามทาง ถามสายรถประจำทาง ฯลฯ) จาก คนฉงชิ่ง ได้อย่างสบายใจ และได้รับน้ำใจไมตรีไม่ต่างจาก คนเกาหลี ญี่ปุ่น....

เพราะแม้แต่คนที่พูดจีนได้เพียงประโยคเดียวว่า "หว่อทิงปู๋ต่ง 我听不懂 ฉันฟังไม่เข้าใจ" นอกนั้นเล่น ประกิต ตลอด อย่างคุณนายเคท ก็ยังได้รับความร่วมมือด้วย รอยยิ้ม ที่ กระตือรือร้น จริงใจ แถมยังได้ อภิสิทธิ์พิเศษ จากเจ้าหน้าที่ต่างๆ เช่น ตม. รปภ. คนขายตั๋ว ฯลฯ ที่ผมไม่ได้เพราะเผลอไปพูดจีนด้วย และที่ยอดเยี่ยมกว่านั้นคือ การใช้ภาษาอังกฤษเวลาช้อปปิ้งจากร้านค้าส่งค้าปลีก ยังได้ราคาลดจากที่ผมช่วยต่อให้แล้วอีกต่างหาก 555

เพราะฉะนั้น เที่ยวฉงชิ่ง ถึงพูดจีนไม่ได้ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรครับ ขอรับประกัน...

รูปภาพ

เมืองใหม่ที่อุดมไปด้วย จีนเก่า ทั้ง ผู้อาวุโส และ คนกลางคน ที่ยัง ยึดถือ วิถีชีวิต ติดนิสัยชอบช่วยเหลือคน แบบ คนรุ่นเก่าชาวชนบท ช่วยให้ไม่ต้อง กังวลใจ และ ระมัดระวัง เหมือนไปที่อื่น ....


ตัวอย่างง่ายๆก็คือ... ยกกล้องถ่ายภาพได้ทุกที่ที่ไม่มีป้ายห้าม แม้แต่ พ่อค้าแม่ขายรายย่อย ที่ ขายไปคอยหนีเทศกิจไป (ซึ่งที่อื่น ขืนถ่ายมีสิทธิ์โดนด่าหรือตาขวาง) นอกจากถ่ายได้แล้ว ยัง ยิ้มสู้กล้อง อีกต่างหากครับ

คนขับแท๊กซี่ ที่นี่ พูดจาซื่อๆ ไม่มีหลอก ไม่มีขับอ้อม ถามอะไรก็ตอบ และ ยินดีปัดเศษจากมิเตอร์ให้ด้วยไมตรี ผมเคยแซวเล่นๆเวลาเค้าบอกว่า น่าจะไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ว่า "ไม่เอาหรอก เดี๋ยวโดนเชือด" เค้าบอกว่า "ไม่หรอกครับ คนฉงชิ่ง ปู๋เพี่ยนเหยิน 不骗人 ไม่หลอกใคร" ด้วยน้ำเสียงที่พอวางใจได้ว่า พูดซื่อพูดตรง อ่ะครับ

ส่วน คนขับรถบัส เหมือน คนญี่ปุ่นเกาหลี เลยครับ ยืนถามหน้าประตูทางขึ้นได้เลยว่า จะไปที่โน่นที่นี่ด้้วยรถสายไหนบ้าง ทุกคนพร้อม คิดหาคำตอบให้ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและยินดียิ่งครับ...หรือ ขึ้นรถไปแล้ว ไม่มีเศษตัง (คนละ 1 หยวน 2 หยวน) หยอดตู้ ก็โบกมือให้เข้าไปข้างในก่อน พอมี คนใหม่ ที่ กำเศษเงินมามากพอที่จะทอนให้ ค่อยตะโกนให้เราไปจ่ายทีหลัง...


รูปภาพ

เรื่องที่เราสอง ทึ่งมากๆ ก็คือ ตอนแย่งกันซื้อของจาก แม่ค้ารถเข็นหาบเร่ ที่ ฉาวเทียนเหมิน 朝天门 (ประมาณ ประตูน้ำ ใบหยกบ้านเรา) พอ เทศกิจ มา เธอรีบ เข็นรถห้อหนีไปข้างหน้า อย่างไม่สนเลยว่า ลูกค้าที่กำลังเลือกข้าวของและถือติดมืออยู่นั้น จะฉวยโอกาสทำเนียนขโมยไปหรือเปล่า เพราะปรากฏว่า ทุกคน (แต่ผมว่า น่าจะมีหลุดรอดไปมั่งล่ะน่า) ต่างถือของเดินตามวิ่งตามรถเข็นเธอไป แล้วก็ไปเลือกไปจ่ายเงินอย่างสนุกสนานใน ทำเลใหม่ ซึ่งก็ไม่ไกลจากที่เดิม (แค่อยู่คนละมุม)......

และที่ น่าชื่นชม อย่างยิ่ง ก็คือ เทศกิจ ที่ขนกันมาเป็น 10-20 นายทั้ง ในเครื่องแบบ และ นอกเครื่องแบบ ก็ไม่ได้ ดุดันหรือ ยึดของ หรือ เรียกค่าปรับ อะไร ย้ายพ้น บริเวณห้าม แล้ว ก็เหลือ ทิ้งไว้เฝ้า อยู่นายสองนาย ไม่ให้กลับมาอีก แต่ผมเชื่อว่า หลังจากนั้นไม่นาน ก็คงหวนคืนสภาพเดิมชัวร์ ครับ

คุณป้า 2 ท่าน ที่นั่งอยู่ในรถไฟฟ้า คุยกันไป แกะเกาลัดทานกันไป ผมแสร้งยื่นมือทำนอง ขอแบ่งทานด้วย เท่านั้นแหละครับ ปฏิเสธยังไงก็ไม่ยอม ต้องร่วมวงทานที่ท่านแกะเปลือกให้ไปด้วยตั้ง 4-5 เม็ด แถมทั้ง 2 ท่านยังชวนให้ไปทานข้าวที่บ้าน รวมทั้งพูด อังกฤษ กับ คุณนาย ตอนลงรถไปก่อนว่า "ไอเลิฟยู" ในฐานะเป็น อาจารย์เก่า เหมือนกันอีกด้วย

รูปภาพ

ภาพแรกที่ คุณนาย ถ่ายกับ ตุ๊กตามิกกี้เม้าส์ นั้น ผม กดแช๊ะ ตั้ง 2-3 ภาพ เค้าค่อย แบบมือใส่ เมื่อเห็นเรามึน ก็ชี้ให้ดูป้ายข้างหน้าว่า "ถ่ายภาพ 20 หยวน (100 บาท)" แต่เมื่อเราออกท่างุนงง (ทำเนียน ไม่รู้ไม่ชี้) เล่นภาษาฝาหรั่งว่า I don't understand เค้าก็ผายมือบอกทำนองว่า "ไม่เป็นไร" ครับ....น่ารักมว๊วกกก..

พ่อค้าในตลาดสด เห็นผมถ่ายภาพ ผักสดขนาดยักษ์ ทั้งหลายอย่างสนใจ ก็บอกให้ผมถ่ายภาพ แม่ค้าเจ้าของร้าน แต่เมื่อผมเล่น ภาษาอังกฤษ เค้าก็ออกท่าทาง กดแช๊ะ พร้อมกับช่วยกันจับตัว แม่ค้าขี้อาย ให้ผมถ่ายจนได้ เล่นเอา ฮาก๊ากขำกลิ้งสนุกไปทั้งตลาด

อือม์...เกือบลืมเรียนไปว่า เที่ยวจีนยุคนี้หรือยุคหน้า อย่าลืมคาถาวิเศษในการผูกสัมพันธ์กับคนที่นี่ ด้วยนะครับ....ง่ายๆครับ ไม่มีอะไรเร้นลับ...แค่ยกนิ้วชี้ตัวเอง แล้วบอกว่า "ไถ้กั๋ว 泰国" เป็นการบอกว่า เรามาจาก เมืองไทย เท่านั้นแหละครับ ชื่นชม และ สนมสนิท ราวกัยญาติมิตรก็ไม่ปานฉับพลัน...

ถูกต้องแล้วครับ คนจีนส่วนใหญ่ รู้จักและอยากไปเที่ยวเมืองไทย (เหมือนคนไทยอยากเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี) กันทั้งนั้น โดยเฉพาะ คนหนุ่มคนสาว บอกว่า From Thailand หรือ ไถ้กั๋ว เมื่อไหร่ เป็น ขอถ่ายรูปด้วย และ แย่งกันบอกชื่อหนัง ต้มยำกุ้ง และ ละครซีรี่ย์ ของบ้านเรา พัลวัน...

ภาพทั้งหมดที่ผมรวบรวมมาไว้ที่นี่ คือหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า เสน่ห์ของเมืองฉงชิ่งอย่างหนึ่งที่เหนือกว่าเมืองอื่นๆหลายเมือง ไม่แพ้คนซัวเถา ก็คือ ผู้คนที่น่ารัก อุดมด้วยมิตรไมตรี นี่แหละครับ

ขอขอบคุณมวลมหาประชาชนชาวฉงชิ่ง ที่ช่วยให้วันเวลาที่อยู่กับคุณๆมีความหมายมีความผ่อนคลายและเพลิดเพลินอย่างประมาณไม่ได้ มา ณ ที่นี่ด้วยครับ

ฉงชิ่งเหยิน หนี่เหมินไถ้ห่าวไถ้เยอะซินเลอ 重庆人 你门太好太热心了 ผู้คนฉงชิ่ง คุณๆช่างดีและมีน้ำใจมากเหลือเกิน เซี่ยเซี่ย 谢谢 ขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2557

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 27/01/2014 8:47 pm

รูปภาพ

ต้าจู๋....ประติมากรรมขั้นเทพ ณ เขาสลักหินยอดวิเศษ

อย่างที่เรียนไปแล้วนะครับว่า หนึ่งเดียวที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เชิดหน้าชูตาว่ายากจะหาใดเหมือนของ มหานครฉงชิ่ง ก็คือ เขาสลักหินยอดวิเศษ เป่าติ่งซันเสอเขอ 宝顶山石刻 ประติมากรรมขั้นเทพ ในเมือง ต้าจู๋ 大足 (ตรีนโต) นี่แหละครับ

เพราะฉะนั้น มา ฉงชิ่ง พลาดอะไรก็พลาดได้ แม้แต่ สะพานสวรรค์ 武隆天桥 อู่หลงเทียนเฉียว ....เขานางฟ้า 仙女山 เซียนหนี่ซัน ที่ อู่หลง หรือ ล่องนาวา 3 โตรกแม่น้ำแยงซีเกียง 长江三峡 ฉางเจียงซานเสีย ก็ แหะ แหะ ..พลาดได้ (สำหรับเรา) แต่ ต้าจู๋ ไม่ไปไม่ได้จริงๆ ครับ ขืนพลาดละก็ อับอายขายหน้าโศการ่ำไห้ไปนานเลย...อิอิ..คิดง่ายๆ ไม่ว่าพูดคุยกับใคร เป็นโดนถามว่า "ไปต้าจู๋มายัง?" ทั้งนั้น อ่ะครับ

ต้าจู๋ อยู่ห่างจาก ตัวเมืองฉงชิ่ง ไปประมาณ 135 กม. ใช้เวลาเดินทางจริงๆ ชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ แต่เสียเวลารถติดตอนจ่ายเงินผ่านด่าน ก่อนออกจากเมืองเป็นชั่วโมง ผู้คนเลยอนุมานคร่าวๆว่า ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง (แต่ของเราขาไป เล่นซะ 4 ชั่วโมง ขากลับ ค่อยยังชั่วไม่ถึง 3 ชั่วโมง) ครับ หุหุ

ต้าจู๋ไ ปเองไม่ยาก ครับ ท่ารถทัวร์ ที่ ฉงชิ่ง ทุกท่า (มีหลายท่า) มีรถไป ต้าจู๋ทั้งนั้น แต่ที่ ชัวร์ๆมีรถออกถี่มากตั้งแต่ 6 โมงเช้า ต้องที่ ไช่หยวนป้า 菜园坝 (ลานสวนผัก) ซึ่งเป็น ท่ารถ ที่อยู่ติดกับ สถานีรถไฟเก่า ครับ

รูปภาพ

ออกจากที่พัก 7 โมงเช้า ขึ้นรถบัสตาม ข้อมูลในเน็ตจีน ว่า ให้ลง ป้าย เอ๋อหลิ่ง 鹅呤 ห่านระงม แล้วเดินต่อไปประมาณครึ่งโล แต่เราโชคดีครับ เพราะคุยกับพี่คนนึงบนรถแล้ว เค้าบอกว่า "เฮ่ย เสียแรงเดินทำไม ไปต่ออีก 2 ป้ายลง เหลี่ยงลู่โข่ว 两路口 (ปากทาง 2 แยก) แล้วลงบันไดเลื่อนไปดีกว่า คนละ 2 หยวนเอง ถ้าไม่อยากเสียเงินก็ลงบันไดธรรมดาได้"

ว้าว...แจ๊กพ็อต แท้ๆครับ เพราะอ่านเน็ตมาแล้วว่า แหล่งท่องเที่ยว (Attraction) ประหลาด แห่งหนึ่งของ เมือง ฉงชิ่ง ก็คือ หวงกวนต้าฝูที 皇冠大扶梯 บันไดเลื่อนใหญ่มงกุฏ นี่แหละครับ...อยากไปอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ชัวร์ว่าอยู่ตรงไหนแน่อ่ะ...

ลงรถที่ เหลี่ยงลู่โข่ว ซึ่งป้ายอยู่บนสะพานตรง จุดชมวิว เลย แม้หมอกจะลงเห็นภาพมัวๆ แต่ขอแช๊ะซัก 3-4 แช๊ะก่อนนะครับ จากนั้นก็เดินย้อนกลับลงสะพานไปด้านหลังรถบัส พอถึงแยก ก็เห็นป้าย Escalator แล้วล่ะครับ

ถ้าจะใช้บริการ บันไดเลื่อน ก็เรียนเชิญเลี้ยวซ้ายไปเลยครับ แต่หากประสงค์จะ ลองพลังไขข้อ ก็เดินตรงลงบันไดปูนไปได้ แค่ไม่กี่ร้อยขั้น มีร้านค้า 2 ฟาก ผู้คนหนาแน่นแต่เช้าเหมือน หมอชิต หัวลำโพง เรา แป๊บเดียวก็ถึง ทว่า....เราไม่อยากลองอ่ะ 55555

บันไดเลื่อนนี้ สร้างขึ้นใน ปี 1996 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปีเต็ม ทำเป็น 3 ชุด (เผื่อชุดใด ขาลงหรือขาขึ้นขัดข้อง ก็ทดแทนแก้ขัดไปได้ รอบคอบจริงๆครับ ขอคารวะเลย) ความสูงชัน 52.7 เมตร ความยาว 112 เมตร ใช้เวลาจากบนลงล่างประมาณ 2 นาทีครึ่ง ครับ

เชิญชม บันไดเลื่อนที่ว่ากันว่ายาวที่สุดในเอเซีย ได้เลยครับ



https://www.youtube.com/watch?v=73ocGqwTQOE&feature=youtu.be


รูปภาพ



ออกจากบันไดเลื่อน ทะลุมาที่ ลานกว้าง ขวามือเป็น สถานีรถไฟ ..... ท่ารถทัวร์ ต้องออกซ้าย เลย ร้านแม็คโดนัลดิ์ ไปหน่อย..... ขนาดเช้าๆ มองแต่ไกลก็เห็นคนตรึมแล้วครับ

ส่วน ลุงที่ถือกระบองยืนเต๊ะท่าอยู่กลางลาน นั้น คนที่นี่เค้าเรียกว่า ปั้งๆเอ๋อ 棒棒儿 พวกแบกกระบอง ซึ่งเป็นอาชีพที่ได้สำนวนว่า "มีกระบองอันเดียว (ที่จริงต้องมีเชือกด้วย) ก็เลี้ยงชีพได้" หมายถึง เป็น พวกรับจ้างหาบสัมภาระ ข้าวของตามที่ทั่วไป เวลาเรียกใช้บริการ แค่ตะโกนว่า "ปั้งๆเอ๋อ" ก็จะมาหาทันที แบบเดียวกับ พวก พอร์ตเตอร์ porter ใน อินเดีย นั่นแหละครับ สนนราคาก็ 8-20 หยวน (40-100 บาท) ตามแต่จะตกลงกัน (ส่วนคนท้องถิ่น ขาประจำก็ไม่ต้องต่อรองให้เสียเวลา เพราะราคารู้ๆกันอยู่แล้ว) ครับ


ทริปนี้ ผมตามถ่าย ปั้งๆเอ๋อ มาเยอะมาก เดี๋ยวว่างๆจะลงภาพให้ชมนะครับ



ทางเข้าท่ารถ คนแน่นมากครับ จราจรติดขัดไปอย่างช้าๆ เพราะต้อง เอ็กซเรย์สัมภาระ ทุกชิ้นเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

หลุดเข้าไป ภายใน ก็เจอ คนแน่นเป็นปลากระป๋อง ทั่วทุกบริเวณ บริเวณหน้า เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ที่ส่วนใหญ่ใช้สำหรับ สอบถามเที่ยวรถและข้อมูลต่างๆ คิวยาวเชียว แต่ โชคดี ที่ ช่องขายตั๋ว ยามเช้าอย่างนี้ คนไม่มากนัก ต่อแถวรอแป๊บเดียวก็ถึงคิวเรา


ผมส่ง พาสปอร์ต ของผมให้พร้อมเอื้อนเอ่ยว่า "ต้าจู๋เหลี่ยงจัง เกาสูปัน อี๋จังฉวนเพี่ยว อี๋จังปั้นเพี่ยว 大足两张 高速班 一张全票 一张半票 ตั๋วไปต้าจู๋ 2 ใบ เอาเที่ยวที่วิ่งทางด่วน ธรรมดา 1 ใบ ครึ่งราคา 1 ใบ"


ปรากฏว่า น้องนาง ตอบพร้อม ค้อนปะหลับปะเหลือกเล็กๆ ว่า "ป๋าสือลิ่วข้วย เจ้อหลี่ฉวนปู้โตวอี๋ย่างข้วยเตอ เหมยหยิ่วปั้นเพี่ยว เผียนอี๋เต๋อเอี้ยวมิ่งเลอ 八十六块 这里全部都一样快的 没有半票 便宜得要命了 86 หยวน ที่นี่วิ่งเร็วจี๋ทุกคันเหมือนกัน ตั๋วครึ่งราคา (ผู้อาวุโส) ไม่มี แค่นี้ก็ถูกจะตายอ่าแล้ว"

ผมยิ้มแหยๆ บอกว่า "ปู๋ห่าวอี้ซื้อ หว่อฉงไถ้กั๋วไหล 不好意思 我从泰国来 ขอโทษด้วยครับ ผมมาจากเมืองไทย" คราวนี้ เจ้าหล่อนยิ้มหวานเลย บอกว่า "รอบ 8 โมง 20 ไปที่ทางออก 3 นะคะ" (แหะ แหะ ขี้เกียจบรรยายเสียงในฟิลม์แล้วอ่ะครับ กว่าจะพิมพ์ได้แต่ละคำแทบแย่ อิอิ)


ตั๋วรถ ก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ มี เที่ยวรถ ประตูทางออก เวลารถออก หมายเลขที่นั่ง พร้อม ซึ่งผมบังเอิญรีบร้อนไปหน่อย ลืมบอกไปว่า "ปู๋เป๋าเสี่ยน 不保险 ไม่ต้องประกัน" ก็เลย จ่ายแพงไป 6 หยวนฟรีๆ เพราะขากลับ คนละ 40 หยวนเท่านั้นครับ ....แบบว่า ยังนึกไม่ออกว่า จะประกันไปทำไม ... ถ้าประกันแล้วถึงเวลาจะเคลมยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน ไม่อยากคิด อ่ะครับ


ช่วงรอออกประตู 3 โห...คนแน่นออกันยังกะหนอน ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ก็ประกาศแล้วว่า อย่าเพิ่งมารอ ให้รอก่อนรถออก 5 นาทีเท่านั้น..... ผมบอกคุณนาย ให้ไปหาเจ้าหน้าที่ ยื่นตั๋ว และ พูดภาษาอังกฤษ เท่านั้นแหละครับ เธอยิ้มกว้างออกท่าทางโบ้ยบ้ายให้ไปรอข้างหลังได้ ประมาณ ถึงเวลาจะเรียกเอง ทำนองนั้น แล้วพอถึงเวลา เธอก็ เบียดคนเข้ามานำคุณนาย (และผมผู้เดินตามต้อยๆอย่างน่าสงสาร เพราะเธอไม่แม้แต่ชายตามอง) ไปส่งถึงรถเลย ครับ



รูปภาพ


เรา โชคดี อีกอย่าง ก็คือ เจ๊ คนนั่งข้างหลัง จะไป ต้าจู๋ เหมือนกัน เพราะฉะนั้น หลับยาวได้สบายมาก ครับ
[COLOR=#000099][SIZE=120]
ก่อนรถออก มีรายการ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของแบ้งค์หนึ่ง เอาของชำร่วยมาแจกเป็น น้ำขวด กับ ขนม แล้วก็ เชิญชวนให้ไปฝากเงินกับเค้า แล้วก็พ่นคุณภาพยาวเป็นเกวียน ประมาณดอกเบี้ยสูงยังโง้นยังงี้ แต่ฟังไม่ออกฟังไม่ทันครับว่า รับประกันไม่ให้ใครกู้ไปจ่ายค่าจำนำข้าวหรือเปล่า อิอิ


สภาพรถก็เป็น รถบัสขนาดกลาง นั่งสบาย แต่ ลมเย็นดี ทั้งๆที่เค้าปิดแอร์ เพราะลมจากฝาปิดข้างบนที่นั่งเราปิดไม่มิด ก็เลยฉ่ำชิลล์ ไปตลอดทาง แต่ไม่ทราบว่า ถ้าฝนตกจะพลอยเปียกปอนเป็น ลูกสิงโตเปียกน้ำ หรือเปล่า 5555



กว่าจะผ่านด่านได้ ชั่วโมงครึ่งครับ ...... โหดเหี้ยมสาหัส กว่า ด่านทางด่วนบ้านเรา อีก และนี่คือสาเหตุหนึ่ง ที่เราตัดสินใจ ตัดเมืองอู่หลง (ที่ข้อมูลบอกว่าวิ่ง 3 ชั่วโมง ของจริงคงไม่หนี 5) ออกจากโปรแกรม (ส่วนอีก 2 สาเหตุคือ ไม่ชอบนั่งรถไฟจีนยกเว้นแบบหัวกระสุนหนึ่ง และดูภาพในเน็ตในโบร์ชัวร์แล้ว รู้สึกธรรมดามาก ไม่น่าจะสวยสู้ เทียนเหมินซัน ที่จางเจียเจี้ย ได้อีกหนึ่งอ่ะครับ)


ผ่านไป 3 ชั่วโมง รถแวะจอดหลายครั้ง ก็ยังไม่ถึงซักที กระทั่ง เที่ยงครึ่ง (4 ชั่วโมงนิดๆ) เจ๊ข้างหลังค่อยสะกิดให้ลงได้ พร้อมบอกว่า ถึง จงเตี่ยนจั้น 终点站 ป้ายสุดท้ายแล้ว ครับ
[/SIZE][/COLOR]


รูปภาพ


แค่ลงรถ เจ๊ คนนึงก็รี่เข้ามาประกบ..."จะไปเขาสลักหินหรือเปล่า..มีกี่คนคะ" ผมบอก "2 คน" เธอบอกว่า "เช่ารถส่วนตัวไปนะ คิดแค่ 60 หยวน"...


โถ โถ โถ แค่ 10 กว่า กม.เนี่ยนะ... ผมบอกขอบคุณ แล้วก็เดินอ้อมมาทางอาคารด้านหน้าท่ารถ


เดินสวนออกมาตรงทางเข้า ว่าจะไปถามที่ ช่องขายตั๋ว มองไปเห็นคิวยาว ผมจึงถาม เจ้าหน้าที่ ที่อยู่ตรงนั้นว่า "มีรถกลับฉงชิ่งกี่เที่ยว เที่ยวสุดท้ายกี่โมง?" เธอบอกว่า "มีทุกครึ่งชั่วโมง เที่ยวสุดท้าย 6 โมงเย็นค่ะ"


ผมถามต่อว่า "ขอบคุณครับ ผมมาจากเมืองไทย แล้วจะไปเขาสลักหินยังไงครับ" เธอยิ้มหวานตอบว่า "เมืองไทยหรือคะ บ้านเมืองคุณสวยมากใช่ไหม...เขาสลักหินไปง่ายมาก คุณออกไปเลี้ยวซ้าย ขึ้นรถบัสสาย 101 คนละหยวน 2 หยวน ไป 2-3 ป้าย แล้วไปต่อรถตู้คนละ 3 หยวนนะ ส่งถึงที่เลย...ไม่ต้องห่วง บอกคนขับ เค้าก็จะช่วยคุณได้"


ผมจึงขอบคุณและขอให้ถ่ายภาพกับคุณนายเป็นที่ระลึกด้วยความประทับใจยิ่ง ....


เพราะแค่ออกมาข้างนอก ยังไม่ทันเลี้ยวไปไหน ก็โดน ประกบ ด้วย รถรับจ้าง หลายราย เสนอราคา 50 หยวนเอย 40 หยวนเอย....พอผม ต่อเหลือ 20 หยวน ก็สาธยายว่า "คุณคิดดูนะ นั่งบัสเท่าไหร่ รถตู้เท่าไหร่ แล้วเค้าไม่ส่งถึงที่ขายตั๋วนะครับ ยังต้องนั่งรถสามล้อถีบเข้าไปอีก...อีกอย่าง เราส่งคุณแล้ว ยังต้องขับกลับ ไม่เหลือกำไรเท่าไหร่หรอก"


น่าเห็นใจมากครับ ผมร่ำๆจะต่อเหลือ 30 หยวน (ซึ่งน่าจะได้ชัวร์) ก็พอดี รถบัสสาย 101 มาพอดี ก็เลยกระโดดขึ้นรถไป แบบ พร้อมจะตายดาบหน้า 5555


คนขับ น่ารักมากครับ บอกว่า เดี๋ยวจะไปส่งที่รถตู้ ไม่ต้องกลัวพลาด...พอผ่าน ป้ายแสดงแหล่งท่องเที่ยว ก็บอกว่า "ที่นี่มีเขาสลักหินดังๆใกล้ๆ 2 แห่ง อีกแห่งคือ เป่ยซัน 北山 เขาเหนือ ไปจากทางแยกแค่ 3 กม.เอง คุณไปเที่ยว เป๋าติ่งซัน 宝顶山 เขายอดวิเศษก่อน แล้วขากลับค่อยแวะเที่ยวก็ได้ ถ้าซื้อตั๋วรวมค่าเข้า 2 แห่ง เสียเพิ่มอีกนิดเดียวเท่านั้นเอง"


ครู่เดียวก็มาถึง สี่แยก ขับเลี้ยวซ้ายไปหน่อย เค้าก็บอกให้ลงได้ และชี้ให้ดู คิวรถตู้ ที่ริมถนนครับ


ขึ้นรถตู้ นั่งรอประมาณ 10 กว่านาทีเพื่อให้เต็มรถ ก็ล้อเคลื่อนครับ คนมาทีหลังก็ยืนตามระเบียบ


เจ้าหนูที่มากับคุณแม่ ยืนเอาหลังพิงคุณนายไปพลาง เคี้ยว ไส้กรอกเสียบไม้ ไปพลางปากเป็นมันเลย คุณนายจึงหยิบทิชชู่ส่งให้เช็ด คุณแม่เด็กรีบบอกเด็กว่า "ไขว้เซี่ยอาอี๋ รีบขอบคุณคุณน้าเร็ว" ปรากฏว่า เจ้าหนู สั่นหน้า บอกว่า "ซื่อผอผอ ปู๋ซื่ออาอี๋ ไม่ใช่คุณน้าหรอกเป็นคุณยายต่างหาก" เล่นเอา ฮา กันทั้งรถ พอผมแปลให้คุณนายฟัง คุณท่าน ยิ้มหวาน ให้ทุกคนแบบ ไม่ถือความไร้เดียงสาของเด็ก แต่เผลอสบถหลุดปากออกมาคลับคล้ายคลับคลาว่า "ไอ้เปรต" 5555


รูปภาพ



[COLOR=#000099][SIZE=120]20 กว่านาทีก็ถึงลานจอดรถ ผ่าน ซุ้มประตู อาคารขายตั๋ว ที่กะลังก่อสร้างใหญ่โต ซึ่งปลายปีนี้ คงซื้อตั๋วจากต้นทางนี้ได้เลย แต่ถึงยังไง ก็ต้องเดินต่อไปขึ้น รถกอล์ฟพ่วง หรือ รถสามล้อถีบ เข้าไปข้างในอีกที เพราะเป็น ร้านค้าต่างๆ ขืนให้นั่งรถผ่านไปตรง มีหวัง เจ๊งหมด ครับ



ค่ารถสามล้อถีบ คนละ 2 หยวน ค่ารถกอล์ฟคนละ 2 หยวน แต่ไปกลับ 3 หยวน เพราะฉะนั้น ก็ซื้อตั๋วไปกลับเลยครับ
[/SIZE][/COLOR]

รูปภาพ


รถกอล์ฟมาส่งที่หน้า อาคารขายตั๋ว ค่าเข้า คนละ 110 หยวน แต่ถ้าเข้าชม เขาสลักหินเป่ยซัน ด้วย ก็ 120 หยวน (เฉพาะต้นเดือน ธันวา ถึง ปลายกุมภา แต่ต้นมีนา ถึงปลายพฤศจิกา ซึ่งเป็นช่วงไฮห์ ต้อง 135 กับ 170 หยวนครับ)


ผมถามเจ้าหน้าที่ว่า เที่ยวชมในนี้ 2 ชั่วโมงพอไหม เธอบอกว่า เกินพอ....ตกลงเราก็ซื้อ แบบรวม เพราะถึงไปไม่ทัน
ก็ สูญเปล่าแค่คนละ 10 หยวน เท่านั้น ขืน ซื้อแยก เกิดอยากไปทีหลัง ต้องเสียอีกตั้ง 70 หยวน (หน้าไฮห์ 90 หยวน) อ่ะครับ



ดู แผนผังเส้นทางเดินชม ข้างหน้าแล้ว เราก็ผ่านเข้าประตู ที่ ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า ต้องเอาหน้าตั๋วที่เป็น บาร์โค้ด ไปทาบที่เครื่องเองครับ


รูปภาพ


ขออนุญาตข้ามเรื่อง ความสวยงาม อลังการ ของ เขาสลักหินยอดวิเศษ นี้ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวค่อย ลงภาพเป็นอัลบั้ม ให้เพื่อนๆชมทีหลัง....



แต่ถ้าใจร้อน อยากชมเร็วๆบอกได้นะครับ ยินดีจัดห้ายเสมอ ถ้าพร้อมจะช่วยแชร์ค่าตั๋วซักครึ่ง...อิอิอิ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2557

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/01/2014 5:11 pm

รูปภาพ



รูปภาพ



[COLOR=#000099][SIZE=120]เป่ยซันเสอเขอ - ของแถมที่ตื่นตาประทับใจ



เราใช้เวลาใน เขาสลักหินยอดวิเศษ เป่าติ่งซันเสอเขอ เกือบ 3 ชั่วโมง ประสา กระย่องกระแย่งทัวร์ แล้วก็นั่งรถกอล์ฟมาที่ลานจอดรถ ขึ้นรถตู้กลับเข้าเมืองครับ


ลงรถแล้ว ต้องรอเรียกแท๊กซี่ไป ค่ารถประมาณ 10 หยวนตามมิเตอร์ (หรือไม่ก็ต้องเดินไปขึ้นเขาเอา สิริรวม 3 กม. อิอิ) ผมถามคนขับรถตู้ว่า "แล้วมีรถลงเขาหรือเปล่า?" เค้าบอกว่า "ต้องรอรถที่ส่งคนขึ้นไป" อ่ะครับ


เอาละสิ ถ้าไม่มีรถกลับ แสดงว่า ต้องเดินลงเขาอย่างนั้นหรือ จะไม่ไหวเอานา?


ผมเรียกแท๊กซี่ และต่อรองเขาว่า "คุณรอผมบนเขาครึ่งชั่วโมงได้เปล่า ผมให้ 30 หยวนเอ้า" เค้าบอก "ไม่ไหวครับ เสียเวลาทำมาหากินแย่" ผมรุกต่อ "จะคิดเท่าไหร่ก็ว่ามา" เค้าบอกว่า "ขอไม่บอกดีกว่าครับ ขืนคิดตามใจผมและตามเหตุผล มีหวังโดนคุณด่า...คุณไม่ต้องห่วงหรอก เดินลงเขามาหน่อย ถึงถนนใหญ่ ก็พอหาแท๊กซี่ได้"


อือม์....ดาบหน้าก็ดาบหน้าฟ่ะ เรื่องกำลังวังชาไม่ห่วงเท่าไหร่หรอก อย่างมากก็แค่หาม 5555 ....ห่วงคือ กลัวไม่ทันรถกลับฉงชิ่งเที่ยวสุดท้าย เท่านั้นแหละครับ


รถส่งถึงบนเขา เห็น ทางขึ้นและทางลงเขา แล้ว หนาวจับขั้วหัวใจ ไม่ใช่เล่นเลยครับ ผมว่าอย่างต่ำก็เป็น น้องคนสุดท้องของ ดอยสุเทพ อ่ะ...


ค่ารถ 9 หยวน แต่พอเห็น ลานจอดรถ ข้างบน ก็ ใจชื้น ขึ้นมาเป็น คอนเทนเนอร์ เพราะรถราที่ชาวบ้านละแวกนี้พากันขึ้นมา หย่อนใจ มา ปิกนิค (ไม่ได้ขึ้นมาชมเขาสลักหิน เพราะคงชมจนเบื่อแล้ว) เต็มลานไปหมด


เพียงเท่านี้ หลวงปู่อิ๊กคิวซัง อย่างผมก็ แว่บ ขึ้นมาได้ได้ว่า ...ยังไงให้คุณนายตากหน้าไปขอโดยสารรถใครซักคันลงไปข้างล่าง เค้าคงไม่แล้วน้ำใจร็อกน่า...


ทางขึ้นชมเขาสลักหินมี 2 ทาง ทางซ้ายเป็น ทางออก ทางลง เดินขึ้นง่าย แต่ทางขวาเป็น ทางขึ้น ทางเข้า ต้อง ขึ้นบันไดเกือบ 150 ขั้น....แต่...


อย่าเลือก ทางง่าย เลยนะครับ ขอบอก ....เพราะที่นี่เค้า จัดผัง ได้ดีมาก คือจาก ทางเข้า ไล่ชมสลักหินไปเรื่อยๆตามเส้นทาง จะ ค่อยๆตื่นตายิ่งขึ้นยิ่งขึ้น จนกระทั่งถึง ส่วนสุดท้าย ที่ งดงามตระการตายิ่ง ค่อยเป็น ทางลง ครับ....


ถ้าเราไปขึ้นสวนจากทางลง ก็จะเจอ ของงดงามสุดยอด ก่อน แล้วก็ สวยน้อยลง น้อยลง จะพาลพาให้ อารมณ์สุนทรีย์ แห้งระเหิดไปเปล่าๆปลี้ๆอ่ะครับ


เพราะฉะนั้น 150 ขั้น ก็ 150 ขั้น จะไปกลัวอะไรครับ ไปช้าๆ 10 ขั้นหยุด 10 ขั้นพัก แป๊บเดียวก็ถึงที่หมาย อย่าลืมสำนวนฝาหรั่งสิครับว่า "We can eat an elephant one bite at a time-เราสามารถทานช้างทั้งเชือกได้ ถ้าทานทีละคำ" อิอิอิ


ถึง ที่หมาย เมื่อไหร่ สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตา จะพาให้หายเหนื่อยฉับพลัน เพราะเป็น คนละแบบ คนละสไตล์ คนละคอนเส็ปท์ คนละงานฝีมือ กับ เขาสลักหินยอดวิเศษ อย่างสิ้นเชิงครับ


สุดท้ายหลังชมเสร็จ คุณนายก็ทำสำเร็จจริงๆ คือ ขอโดยสารรถเก๋งครอบครัวหนึ่งลงเขามาได้ และต่อแท๊กซี่ แค่ 5 หยวนมาส่งท่ารถ กลับฉงชิ่งเที่ยว 5 โมงครึ่งสบายๆครับ


เช่นกันครับ ขออนุญาต ข้ามเรื่อง ความสวยงาม อลังการ ของ เขาสลักหินเป่ยซัน นี้ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวค่อย ลงภาพเป็นอัลบั้ม ให้เพื่อนๆชมทีหลัง....


แต่ถ้าใจร้อน อยากชมเร็วๆบอกได้นะครับ ยินดีจัดห้ายเสมอ ถ้าพร้อมจะช่วยแชร์ค่าตั๋วซักครึ่ง (หมายถึงครึ่งของตั๋วรวมนะครับ ไม่ใช่ครึ่งหลังแค่ 5 หยวนนี้ รักกันอย่าใช้ลูกไม้ต่อกัน) ...อิอิอิ

[/SIZE][/COLOR]


รูปภาพ



สำหรับเพื่อนๆที่คิดว่า ไปทัวร์น่าจะสะดวกกว่า (ได้ชมร้านขายของเป็นของแถม ชมเขาสลักหินยอดวิเศษหน่อยนึง ส่วนเป่ยซันอย่าหวัง) ก็เรียนเชฺิญพิจารณาจากใบปลิวนี้ได้ครับ คนละ 260 หยวน (ของเราตก 219 หยวน) ส่วนจะซื้อที่ไหนดี ถึงไม่มีตุกติก เดี๋ยวผมจะรีวิว ศูนย์ขายทัวร์ แบบเดียวกับที่ กวางเจา ให้ชมทีหลังนะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2557

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 28/01/2014 6:55 pm

.
ถนนสายศิลเปรอะ-Graffiti Street
.
รูปภาพ
.
20 มกราคม 2557
.
สวัสดีครับ
.
คำว่า Graffiti ก็ไม่ต่างจากคำว่า Idea นี่แหละครับ จะหาคำแปลที่กระชับให้ตรงความหมายได้ยากจริงๆ ผมจึงขออนุญาตเรียกง่ายๆว่า ศิลเปรอะ ก็แล้วกันนะครับ เพราะถึงบางแห่งจะดูสวยงามไม่น้อย แต่ก็แฝงความรู้สึกว่าเปรอะเลอะอยู่เล็กๆเหมือนกันครับ
.
ตอนเห็นชื่อ 涂鸦一条街 ถูเอียอี้เถียวเจีย-ถนนสายศิลเปรอะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แนะนำ ระนาบเดียวกันกับ 四川美术学院 ซื่อชวนเหม่ยสูเสียย่วน- สถาบันวิจิตรศิลป์เสฉวน ซึ่งอยู่บนถนนสายเดียวกันนั้น ผมอดเคลิ้มไปไม่ได้ว่า น่าจะประมาณ ศูนย์ศิลป์ 798 ในปักกิ่ง หรือ ศูนย์ศิลป์ M40 ในเซี่ยงไฮ้กระมัง ยิ่งดูภาพประกอบในเน็ต ก็พาลพาให้ตื่นตาไม่น้อย....
.
ว่าแล้วเราก็จัดการมุ่งหน้าไปเยือนยลทันทีครับ
.

รูปภาพ
.
ขึ้นบัสสาย 416 จากที่พักมายัง หยางเจียผิง 杨家坪 แล้วต่อสาย 823 กระทั่งถึงย่าน 涂鸦 ถูเอีย เห็นตึกสองข้างทาง ละเลงงานศิลเปรอะเป็นแถว เราก็เตรียมลงเพราะมั่นใจว่า ใช่แล้ว... แต่เฮียคนขับที่คุยกันมาตลอดทางบอกว่า ไปลงป้าย สถาบันวิจิตรศิลป์เสฉวน แล้วค่อยเดินย้อนกลับลงเนินมาจะสบายกว่า ซึ่งต้องขอขอบคุณน้ำใจเป็นที่ยิ่ง แม้จะเคืองเล็กๆว่า ไม่น่าปรามาสความเป็นชายชาตรีของผมเล้ยก็ตามครับ อิอิ
.
ก็อย่างที่เคยเรียนแล้วครับว่า ถ้าคนที่นี่ใส่ใจเรื่องความสะอาดเหมือนที่อื่น ไมปล่อยให้สิ่งก่อสร้างต่างๆประดามีฝุ่นเขรอะอย่างที่เห็น ก็คงสร้างความประทับใจได้ไม่น้อย แต่...
.
ไหนๆก็ไหนๆ ถือโอกาสแวะชม สถาบันศิลป์เลื่องชื่อของที่นี่ด้วยละกันครับ
.

รูปภาพ
.
ที่สะดุดตา มีเพียงจุดเดียว คือบนกำแพงอาคาร ที่มีหุ่นคนเดินเป็นแถวจากบนลงล่าง ซึ่ง อาร์ต มากครับ
.

รูปภาพ
.
คราวนี้ ก็เดินชมอาคารสองฟากฝั่ง ซึ่งที่ดูดีดูสวยมีไม่มากนัก แต่โดยรวมก็เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า ที่นี่เป็นแหล่งจำหน่ายงานศิลป์ต่างๆ รวมทั้งอุปกรณ์ศิลปะ ที่สามรถเลือกซื้อหาได้ตามความพอใจครับ
.

รูปภาพ
.
ก็เป็นความแปลกตา ที่ยังไม่เคยพบเห็นในเมืองอื่นของจีนครับ
.

รูปภาพ
.
แต่ที่ประทับใจ กลับเป็นตลาดสดในย่านนี้ ที่นอกจากตื่นตากับผักผลไม้ขนาดมหึมาแล้ว ยังได้รอบยิ้ม การต้อนรับทักทาย ของพ่อค้าแม่ขายอย่างอบอุ่นยิ่ง (เคยเล่าแล้วนะครับว่า พ่อค้าช่วยกันจับแม่ค้าขี้อายมาให้เราถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน) แม้ผมจะไม่พูดจีนเลย ก็ตาม
.
หลังจากนั้น ก็จับบัสไปสถานีรถไฟฟ้าเพื่อตะลุบไล่เก็บแหล่ท่องเที่ยวอื่นๆต่อไปครับ
.

รูปภาพ

โห...เธอวัวมากเลยอ่ะ

แหะ แหะ กรุณาอย่า เข้าใจผมผิด นะครับ ผมปล่าว หยาบ นะครับ และ คนพูด ก็ ไม่ใช่ผม ด้วยคร้าบ.....


เจ้าของเสียงดัง ข้างๆผม ที่เห็นผม กดแช๊ะๆๆๆ แล้วพยักเพยิดยิ้มให้ พร้อมกับบอกว่า "เธอวัวมากเลยอ่ะ พี่ว่ามั้ย" เป็นสาวน้อย หน้าตาดี ใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่มี เจตนาทางลบ จริงๆครับ

ปล่าวครับ เธอไม่ได้ กล่าวหาว่าร้าย ตรงกันข้าม เธอกลับ ชื่นชม แม่ค้าสาวที่ Demo สาธิต ผ้ายืดเอนกสไตล์ ต่างหาก

แบบว่า...

คำว่า หนิว 牛 หรือ วัว (โชคดีที่ไม่ใช่ สุ่ยหนิว 水牛 คือ โค อิอิ) ในประโยค "ทาเหิ่นหนิว ซื่อเมอ 她很牛 是麽? เธอวัวมากเลยอ่ะ พี่ว่ามั้ย" เป็น คำแสลง ที่ เดิ้น มาก แปลว่า เจ๋ง แปลว่า Cool แปลว่า แปลกใหม่.. แตกต่าง... สุดยอด... ต่างหากล่ะครับ

แม่ค้าสาว คนนี้ สาธิต ผ้ายืด (คล้ายๆไหมพรม) ที่ ผืนเดียวสามารถดัดแปลงใช้กับเครื่องแต่งกายของคุณสุภาพสตรีให้ดูเก๋ เท่ มีเสน่ห์ มีรสนิยม ได้สารพัดแบบ ในราคาเพียง 198 หยวน หรือ พันบาทมีทอนเล็กๆ ครับ

เป็น ผลิตภัณฑ์จากไต้หวัน ครับ ลูกค้าชมเสร็จเดินเข้าร้านเยอะเลย แต่ไม่ทราบว่า อุดหนุนมากน้อยเพียงไร....อิอิ

คุณนายเคท บอกว่า แพงไปหน่อย อีกไม่นานราคาคงลดพรวดๆ และ บ้านเราน่าจะมีขายแล้ว อ่ะครับ

[SIZE=120][COLOR=#000099]
[/SIZE][/COLOR]
[SIZE=120][COLOR=#000099]สรุป ผมปล่าวพูด ผมปล่าวชม นะครับ ถ้า สุภาพบุรุษน่ารักอย่างผม ชมละก็ ต้องบอกว่า

"เติ่งอี๋เซี่ย หว่อฮุ่ยโทวๆหุยโถวไหลใหม่ 等一下 我会偷偷回头来买 รอเดี๋ยว จะพยายามหลบมาอุดหนุนนะจ๊ะ" [/SIZE][/COLOR]
[SIZE=120][COLOR=#000099]
[/SIZE][/COLOR]
[SIZE=120][COLOR=#000099]หรือ

"เสียวเจี่ย หว่ออ้ายหนี่ 小姐 我爱你 Miss, I Love You"

ต่างหากล่ะครับ อิอิอิ[/SIZE][/COLOR]
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2557

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 19/11/2014 10:18 am

Chongqing's Attractions - เรื่อยๆมาเรียงๆ

รูปภาพ

22-24 มกราคม 2557
.
สวัสดีครับ
.
อย่างที่เคยเรียนแล้วนะครับว่า ทริป 9 วัน 8 คืน ตั้งแต่ 16 ถึง 24 มกราคม ของเรานั้น เป็นทริปแบบชิลล์ๆ เพราะเมื่อตัดสินใจไม่ไป อู่หลง (ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 2 คืน 3 วันตามสไตล์กระย่องกระแย่งของเรา) ก็ทำให้มีเวลาตะลุย ฉงชิ่ง แบบเพียวๆได้เต็มที่ หลายแห่งไป 2 รอบ และ 3 รอบก็มี (ใช่ครับ แหล่งช้อปของคุณนายเคท) อ่ะครับ
.
เพราะฉะนั้น อัลบั้มนี้ ก็จะเป็นอัลบั้มที่รวบรวมเก็บเล็กผสมน้อยแหล่งท่องเที่ยว (จากข้อมูลของเว็บจีน) ที่ใช้เวลาไม่มากนักมานำเสนอ เผื่อเพื่อนๆอาจสนใจนะครับ
.
รูปภาพ

.
แห่งแรกที่เราจับบัสสาย 244 จากหน้าตลาดสด ย่าน ถนนสายศิลเปรอะ 涂鸦一条街 มาลงที่สถานีรถไฟฟ้า 谢家湾 เซี่ยเจียอวัน ต่อไปยัง สถานี 曾家岩 เจิงเจียเอี้ยน ก็เพื่อไปสู่ 重庆人民大礼堂 ศาลามหาประชาคม ฉงชิ่ง อ่ะครับ
.
จากทางออก เราต้องเดินลอดอุโมงค์ยาวไกลทีเดียวครับ ....ไกลขนาดเราไม่ขอเดินกลับมาขึ้นรถไฟฟ้าที่นี่เพื่อไปเที่ยวต่อ ทั้งๆที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ว่าเส้นทางรถไฟฟ้าสาย 2 สีเขียวนี้ผ่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายก็ตาม เหอ เหอ..... และอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นกลางคืน (หรือช่วงกลางวันก็เถอะ) ถ้ามาตามลำพัง ไม่มีเพื่อนผู้โดยสารร่วมชะตากรรมด้วยเป็นสิบยี่สิบ เกิดเจอผู้ไม่ประสงค์ดีเข้า จะเอาตัวรอดปลอดภัยได้อย่างไรหนอ..อือม์
.
พ้นอุโมงค์ ก็เป็น 人民广场 จตุรัสประชาชน พอดี ซึ่งด้านหนึ่งคือ พิพิธภัณฑ์ซานเสีย (3 โตรก) ซึ่งทราบว่า ภายในเน้นประวัติการณ์สร้างเขื่อน 3 โตรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจยิ่งของรัฐบาลจีน แม้จะมีคำครหาว่าการอพยพ (หรือขับไล่) ผู้คนออกนอกพื้นที่เวนคืนกว่าล้านคนเป็นมาตรการที่หฤโหดเอาการ แต่ทางการก็แก้เกมด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกแขนง โดยเฉพาะจากปากของมัคคุเทศก์นำเที่ยวว่า ทุกคนที่ย้ายออกไปนั้น ต่างมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม สุขสบายในอพาร์ทเม้นท์ที่รัฐบาลจัดหาให้เป็นการชดเชย ประหนึ่งถูกหวยประมาณนั้นอ่ะครับ
.
แหะ แหะ เราไม่ได้เข้าชมหรอกนะครับ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ละก็ ถ้าไม่มีอะไรพิเศษจริงๆ เราไม่มีศักยภาพมากพอที่จะเสพย์อรรถรสแห่งตำนานอย่างอิ่มเอมใจได้เลยอ่ะครับ หากเพื่อนๆชื่นชอบและมีโอกาสมีเวลาก็เรียนเชิญตามสบายนะครับ อิอิ
.
รูปภาพ

.
ด้านตรงกันข้ามพิพิธภัณฑ์ ก็คือ ศาลามหาประชาคม ฉงชิ่ง ซึ่งผู้คนพาสมาชิกในมาพักผ่อนหย่อนใจกันในลานกว้างของจตุรัสประชาชนด้านหน้าอย่างหนาตาทีเดียว
.
เช่นกันครับ นอกจากเก็บภาพรอบๆแล้ว ผมก็เพียงขึ้นบันไดไปเก็บภาพด้านหน้า ไม่ได้เข้าไปชมภายในหรอกครับ ครู่หนึ่งก็ลงมาสอบถาม เสียวเจี่ยท่านหนึ่งว่า รอบๆบริเวณมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำว่า ด้านหลังเป็นศูนย์การค้าวัตถุโบราณ มีของสวยๆงามๆที่น่าสนใจเยอะ ซึ่งโดนใจคุณนายเป็นที่ยิ่งครับ
.
รูปภาพ

.
เราจะไปกันที่ ซานเสียกู่หวั่นเจีย 三峡古玩街 ตลาดวัตถุโบราณ 3 โตรก (ติดกับทางเข้า โรงแรม ดีแอลที) ส่วนที่เป็นซุ้มแผงลอยก่อนนะครับ ซึ่งคุณนายใช้เวลาไม่น้อยกับการเจรจาการค้าเรื่องเครื่องประดับโบราณตามแผงต่างๆ
.
ผมก็เลยเตร่ชมแผงหนังสือซึ่งพบว่าเกือบทุกร้านมี คู่มือสรีระวิทยาของโปรดเหล่าศีรษะนาคา วางขายอย่างประเจิดประเจ้อ (ผมทำเบลอแล้วนะครับ) เมื่อผมสอบถามว่า "ฮาวมัช" อาเจ็กคนขายร้านหนึ่งบอกว่า "50 หยวน" พร้อมกับพยักพเยิดเชียร์อยู่ในที
.
ผมก็เลยโบกมือไปมา บอกว่า "โน่ โน่ โน่ ..ไถ้กั๋ว..." พร้อมกับเอาข้อมือ 2 ข้างมาประกบกันเหมือนโดนใส่กุญแจมือให้ดู เล่นเอาอาเจ็กหัวเราะตะโกนบอกเพื่อนๆว่า "เฮ่ย...ประเทศไทยเค้าห้ามเฟ้ย.. ขืนมีเป็นโดนจับเข้าคุก...โห. โบราณมาก ช่างน่าสงสารเจงๆฟ่ะ" ประมาณนั้น แล้วทั้งกลุ่มก็ฮากันหยันเย้ยเป็นที่ครื้นเครง
.
และแล้ว อาเจ็กก็หันมาแสดงน้ำใจทำมือไม้พร้อมบอกว่า "งั้นก็ยืนอ่านให้ชุ่มใจได้นะ คิดแค่ 10 หยวนเท่านั้นพอ" ...5555
.
หนอยแน่....อยากสวนไปจริงๆว่า "อาเจ็กกะลังพูดกะใครอยู่รู้ปล่าว เดี๋ยวเปิดคลิปในมือถือให้ดูซะเลย แล้วจะรู้ว่าไผเป็นไผ หนอยแน่ รนหาเรื่องหนาวเป็นไข้จับสั่นโดยใช่เหตุแท้ๆ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่..." 6666
.

รูปภาพ
.
ถัดจากนั้น ก็แวะ ไถ้กู่อวี้สูฉางหลัง 泰古艺术长廊 ระเบียงศิลปะโบราณ ซึ่งมีพื้นที่จำหน่ายภาพเขียนและวัตถุโบราณกว้างใหญ่จนมาชนถนนอีกด้านหนึ่งที่เป็นทางเข้า ซานเสียกู่หวั่นเฉิง 三峡古玩城 เมืองวัตถุโบราณ 3 โตรก ครับ
.
ยืนดูป้ายรถบัสประจำทางแล้ว เราก็ปิ๊งว่า น่าจะไปเที่ยว เขาหนานซัน ซึ่งเว็บจีนบอกว่ามีอะไรน่าสนใจมากแหล่ง ก็เลยสอบถามเฮียหนุ่มคนหนึ่งแถวนั้น ซึ่งเค้าก็มีน้ำใจยิ่ง บอกว่า "สาย 384 รถไม่ค่อยถี่ รอนาน ถ้าต่อรถ 2 ต่อจะไปเร็วกว่า หากสนใจก็ไปกับผมได้ เดี๋ยวจะนำทางให้" เซี่ยเซี่ยหนี่ อาเฮีย....
.
ขึ้นเขามาสุดสาย ปรากฏว่าเป็น สวนพฤษศาสตร์ เสียนี่ครับ แถมค่าเข้าคนละ 20 หยวน (ร้อยบาท) หากเข้าชม Green House เรือนเพาะชำด้วย ก็ 50 หยวน (250 บาท) โน่น
.
ความที่ไม่นิยมเรื่องพรรค์นี้หนึ่ง และไม่มีเวลามากพออีกหนึ่ง เราก็เลยตัดสินใจลงเขาไปเที่ยวที่อื่นดีกว่าครับ
.
รูปภาพ

.
แต่ก่อนอื่น ขอเสริมพลังก่อนด้วยขนมไข่ที่ซื้อมาจากตลาดสด แค่ 1 ชั่ง (ครึ่ง กก.) ได้มาตั้งเกือบ 10 ลูก ทานกับหมูหยองแท่งอร่อยมาก แต่เพียงแค่คำ 2 คำ คุณนายก็ตาดี เห็นเฮียขายมันเทศเผาอยู่แต่ไกล จึงจัดการชี้ 2 ลูกใหญ่ๆ
.
อาเฮียชั่งแล้วบอกราคา 12 หยวน ผมต่อ 8 หยวน เฮียร้องจ๊ากกก ก็เลยหยิบขนมไข่ให้เฮีย 2 ชิ้น แล้วบอกว่า "แซวเล่นเฉยๆน่า...." เฮียรีบบอก "เซี่ยเซี่ย"
.
ผมพูดต่อว่า 10 หยวนละกันเนาะ" เฮียตาเหลือกทำท่าจะส่งคืน เล่นเอาแม่ค้าของปิ้งข้างๆฮาก๊าก คุณนายก็เลยแจกขนมไข่ให้เจ๊ด้วย 2 ชิ้น เป็นการหาเสียงเผื่อสมัคร อบต.ไปในตัวครับ อิอิ
.
กลับมานั่งทานเสร็จ เดินชมรอบๆ สังเกตว่าย่านนี้ นิยมทาน ฉวนสุ่ยจี 泉水鸡 ไก่น้ำแร่ (ประมาณไก่ผัดเผ็ดแบบไม่มัน) กันมาก เพราะเห็นติดป้ายขายกันทุกร้านเลยครับ จานเด็ดอีกจานก็คือ ป้าหวังทู่ 霸王兔กระต่ายยักษ์..จึ๋ยย์ เห็นภาพหนูนาย่างริมทางบ้านเราเลยครับ
.
ยืนรอรถบัสลงเขาครู่หนึ่ง ก็เปลี่ยนใจ เพราะขาขึ้นเขามา เห็นแล้วว่า แต่ละป้ายอยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวเอาการ หากเดินลงเนินก็คงไม่หนักหนาอะไร แต่ถ้าต้องเดินย้อนขึ้นเนินก็จะเป็นการทรมานตัวเองเกินเหตุ เราก็เลยว่าจ้าง 3 ล้อไปแทนครับ
.
รูปภาพ

.
ผ่านอุทยานของเอกชนแห่งนึง คือ ต้าจินอิงหยวน 大金鹰园 สวนอินทรีทองยักษ์ ที่มีหุ่นมหึมาให้เห็นแต่ไกล แวะเข้าไปปรากฏว่า จ่ายค่าตั๋วแล้วยังต้องเดินขึ้นไปบนยอดอีกต่างหาก ก็เลยบ๊ายบายครับ...
.
ลงมาอีกช่วง เป็นพิพิธภัณฑ์ต้านสงคราม ซึ่งในปี 1967-1946 รัฐบาลก๊กหมินตั่นของนายพลเจียงไคเช็ค ได้มาตั้งกองบัญชาการต่อสู้กับทัพญี่ปุ่นที่นี่
.
เช่นกันครับ แค่เก็บภาพรอบๆด้านหน้า ก็น่าจะได้ซึมซับตำนานเกินพอแล้ว เราจึงไม่ได้เข้าไปชมข้างใน ซึ่งเป็นอาคารต่างๆและพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนสวย มีศาลาชมแม่น้ำที่ท่านนายพลมานั่งครุ่นคิดผ่อนอารมณ์เป็นประจำครับ
.
รูปภาพ

.
แล้วเราก็มาถึง จุดหมายที่ใฝ่ฝัน เพราะชมภาพบรรยากาศในเน็ตแล้ว อลังมาก คือ หอชมวิว อี๋เคอสู้ ครับ
.
อี๋เคอสู้ แปลว่า ต้นไม้ 1 ต้น ซึ่งที่มาของชื่อนี้คือ การสร้างหอนี้ขึ้นมา ต้องถางป่าตัดต้นไม้จนเกือบหมด เหลือต้นหวงจื่อ 黄桷树 ไว้ต้นเดียวจนถึงทุกวันนี้ (ประมาณ ต้นลำพู ที่สวนสันติฯ ย่านบางลำพู) อ่ะครับ
.
ค่าเข้าชมคนละ 20 หยวน (ผมได้ลดครึ่งเหลือ 10 หยวน ในฐานะแขกคนสำคัญ อิอิ) แต่คนซื้อตั๋วเต็มราคา ได้บัตรที่ด้านหลังเป็นโปสการ์ด ในขณะที่บัตรลด เต็มไปด้วย ข้อห้ามนานาประเภท เช่น ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามจุดไฟ ห้ามปีนป่าย (ตั๋วเด็ก) ต้องมีผู้ดูแล (สำหรับ สว. ชัดช้า...) ระวังพื้นลื่นหน้าฝน ฯลฯ ลงท้ายด้วยว่า พึงปฏิบัติตามป้ายกฏอย่างเคร่งครัด...อุบ๊ะ
.
ขอเรียนก่อนนะครับว่า ส่วนใหญ่ผู้คนจะมากันตอนค่ำ เพื่อชมเมืองยามราตรีด้านล่างอ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
ภาพจากเน็ต ที่เราไม่มีโอกาสสัมผัส...
.
ขอขอบคุณเจ้าของภาพมา ณ ที่นี่ด้วยครับ
.
รูปภาพ

.
ความที่มากลางวัน ก็เลยทำได้เพียงขึ้นลิฟท์ไปข้างบน แต่ขาลงเดินลงบันได ซึ่งทำให้เห็นวิวชัดกว่าครับ
.
รูปภาพ
.
รถกระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซีนี้มีความยาวถึง 1166 เมตร สร้างขึ้นในปี 1987 นอกจากเป็นการขนส่งมวลชนทางลัดระหว่าง ศูนย์การค้าฉาวเทียนเหมิน กับ ตลาดใหม่ ซั่งซินเจีย 上新街 (ต้นทางสู่เขาหนานซัน) แล้ว ยังถือเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่เลื่องชื่ออีกแห่งหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นไม่พลาดอีกด้วย เพราะมีภาพยนต์ใช้เป็นฉากกว่า 20 เรื่อง จน ตู้กระเช้าที่โบราณคลาสสิค กลายเป็นที่ สถานที่โรแมนติก ตามจินตนาการในแผ่นฟิล์มไปครับ
.
ค่าตั๋วเที่ยวละ 10 หยวน ถ้าจะให้เหมาะ ขึ้นจากด้าน ซั่งซินเจีย (ไปรถบัส) มา ฉาวเทียนเหมิน จะสะดวกกว่า เพราะเป็นทางเดินลงเนินครับ
.
จากบนตู้กระเช้า เราจะเห็นวิวตึกระฟ้าต่างๆ แม่น้ำตลอดสาย ซึ่งในวันฟ้าเปิดจะสวยมากครับ
.
ว่ากันว่า แต่ละวันมีผู้ใช้บริการ ประมาณ 6000-10000 คนทีเดียว และที่น่าทึ่งก็คือ ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวครับ
.

รูปภาพ
.
คืนแรกที่เราเดินทางมาถึงฉงชิ่งนั้น ทันทีที่เก็บข้าวของเสร็จ (ประมาณ 2 ทุ่ม) เราก็ลงมาถามเจ้าหน้าที่โรงแรมว่า กลางคืนอย่างนี้ มีที่ไหนที่ยังคึกคักน่าเที่ยวมั่ง อาหมวยตอบไม่ได้ พอดีผู้จัดการหนุ่มลงมา เค้าก็เลยแนะนำว่า "ย่านท่าเรือฉาวเทียนเหมิน มีร้านอาหารเยอะแยะ และผู้คนจะออกันแถวนั้นจนดึก มีเรือท่องราตรีบริการมากมายด้วย" พร้อมกับแนะนำให้เราจับแท๊กซี่ไป...
.
นั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้ค้นพบจากคนขับว่า ที่นี่ปลอดภัย ขากลับก็จับแท๊กซี่กลับได้ ไม่ต้องห่วง ไม่มีโก่งราคาซี้ซั้ว เพราะ "...ฉงชิ่งเหยินปู๋ฮุ่ยชีเพี่ยนเตอ 重庆人不会欺骗的 คนฉงชิ่งหลอกคนไม่เป็นอ่ะ...." ซึ่งก็จริงครับ เพียงแต่จุดหมายที่เค้ามาส่งนั้น บรรยากาศทึมๆไม่น่าไว้วางใจ (ซึ่งเกิดจากความที่ยังไม่คุ้นชิน) เราก็เลยโต๋เต๋รอบๆเพียงซักชั่วโมง ก็เรียกแท๊กซี่กลับครับ
.
ตลอดทั้งทริป เราผ่านมาย่านนี้บ่อยมาก ทั้งโดยรถบัส และรถไฟฟ้า แต่วิธีที่สะดวกที่สุดก็คือรถไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบัน ป้าย ฉาวเทียนเหมิน ป้ายสุดท้ายของสายสีแดงก็คงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินลงเนินผ่านย่านการค้าฉาวเทียนเหมินหน่อยเดียวก็จะเห็นผู้คนมุ่งหน้าไปทางท่าน้ำแล้วล่ะครับ
.
นี่คือสถานหย่อนใจของคนฉงชิ่ง เดินเล่น นั่งพักชมวิว หาของทานเล่น และเป็นศูนย์กลางเรือสำราญของนักท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากจะมีเรือชมแสงสียามราตรีแล้ว ยังมีประเภททัวร์ ฉางเจียงซานเสีย 长江三峡 สามโตรกแยงซีเกียง แบบ 3 คืน 4 คืน อีกด้วยครับ
.
หากเพื่อนๆสนใจอยากล่องเรือสำราญ และมีจินตภาพแบบที่เห็นในหนังในละคร ที่มีสถานบันเทิง การละเล่นเพียบ อาหารเสิร์ฟตลอด สะอาดหรู อยู่สบาย ละก็ ขอให้เลือกระดับดีๆสำหรับนักท่องเที่ยวอินเตอร์ฯหน่อยจากเว็บ (อาทิ
http://goo.gl/sKx9Mf) นะครับ อย่าใช้วิธีมาซื้อตั๋วแถวนี้เอา เพราะอย่างที่ทราบๆกันว่า ของถูกไม่ดี ของดีไม่ถูก การต้องอยู่ในที่จำกัดหลายๆวันนั้น ถ้าไปกับเรือทัวร์ที่เป็นคนจีนเกือบทั้งหมดละก็ เปลืองพาราเซ็ตติมอลเป็นกระปุกแน่ครับ 555
.
วิธีวิเคราะห์ง่ายๆ ก็คือ เลือกเรือที่สูงประมาณ 7 ชั้นครับ แบบ 3-4 ชั้น (ยิ่งระดับราคาไม่กี่พันบาทไทยสำหรับ 3-4 วัน) อย่าได้เสี่ยงเด็ดขาด ยกเว้นหักห้ามอารมณ์อยาก (ชนิดเป็นตายก็ขอให้ได้ล่องแยงซี) ไม่ไหวก็ตามสะดวกครับ อิอิ
.
สำหรับเรือท่องราตรี ชมแสงสีสองฝั่ง เหลี่ยงเจียงเยี่ยจิ่งอิ๋ว 两江夜景游 นั้น ราคาไม่แพงครับ คือประมาณ 60 กว่าหยวนเท่านั้น จะซื้อบริการตามแผงต่างๆ จากอาเจ๊อาเฮียที่เร่ชวนหรือขึ้นไปที่ออฟฟิซต่างๆก็ได้ ต่อรองราคาตามความพอใจได้เลยครับ
.
รูปภาพ
.
บรรยากาศ (เอ้อ...ไม่ค่อยสะอาดนัก ประสาฉงชิ่งนะครับ) ก็พาเพลินพอสมควรครับ โดยเฉพาะตรงแหลมที่เห็นวิวสะพานสวย
.
รูปภาพ
.
ขอบคุณภาพจากเน็ตที่ผมคงไม่มีศักยภาพพอที่จะถ่ายให้ได้ซักเศษเสี้ยวของเค้าอ่ะครับ อิอิ
.
รูปภาพ
.
พอดีเจอของชอบเข้าให้อ่ะครับ คือ มีบริการร้องคาราโอเกะ (เพลงละ 10 หยวน 50 บาท) กัน ก็เลยเข้าเมืองตาหลิ่วหลิ่วตาตาม นั่งฟัง นั่งชม นั่งคลอ (ฮัมตามจังหวะ) ไปด้วยครับ
.
ครู่นึง นึกอยากร่วมสนุกด้วย ผมก็จึงถามหนุ่มน้อยที่ควงสาวมา 2 คนข้างๆว่า "รู้จักเพลง เป่ยจิง เป่ยจิง หรือเปล่า" เค้าบอกว่า "รู้จัก" ผมบอกว่า "น้องช่วยร้องเพลงนี้ให้ฟังหน่อยสิ" ว่าแล้ว ก็ยื่นเงิน 10 หยวนให้เค้าไป..
.
แต่น้องเค้าบอกว่า "ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมจ่ายเอง" เซ้าซี้อย่างไรก็ไม่ยอมรับครับ แล้วก็กระโดดผลุงลงไปขอต่อคิว...
.
นี่คือความแตกต่างของเด็กจีนจากหน้ามือเป็นหลังมือแค่ชั่วระยะเวลาไม่กี่ปีครับ เห็นชัดว่า เดี๋ยวนี้ คนจีนเศรษฐกิจดีทั่วหน้ากัน ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงกระดี้กระด๊าเปรมปลื้มที่ได้รับความสนใจจากแขกต่างบ้าน แต่เดี๋ยวนี้ เค้ากลับเป็นฝ่ายแสดงน้ำใจ ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ตามใจแขกอ่ะครับ
.
นี่คือเพลง เป่ยจิง เป่ยจิง 北京北京 ปักกิ่งปักกิ่ง ที่ผมรู้จักจากรายการ The Voice of China ครับ
.
http://www.youtube.com/watch?v=wkogM3HvyE8
.
สนุกมากครับ น้องเค้าร้องดีทีเดียว แถมตอนสร้อย "....เป่ยจิง เป่ยจิง..." ก็แปลงเสียใหม่ เป็น "...ฉ่งชิ้ง ฉ่งชิง..." ให้เข้ากับความเป็นเจ้าถิ่น เป็นที่ครื้นเครงอีกต่างหาก
.
คุยกันตอนหลัง ถึงทราบว่า ทำงานบนเรือสำราญ และมากับน้องสาวและเพื่อนน้องสาวอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ชุมชนเสอป๋าที (บันได 18 ตอน) คือชุมชนที่เรียงรายจากพื้นล่างขึ้นถึงยอดเขา ที่ต้องสัญจรไปมาด้วยบันได 18 ช่วง ประสาคนเมืองบนเขา 山城老百姓 ซันเฉิงเหล่าไป่ซิ่ง เป็นเวลานับร้อยปี
.
http://www.mafengwo.cn/i/702505.html
.
ดูจากเว็บจีนแล้ว กระตุ้นแรงบันดาลใจให้อยากชมได้ดีมากครับ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ๆย่านการค้า ฉาวเทียนเหมินด้วย
.
ก่อนจะถึงทางเข้าชุมชน จะเป็นแหล่งขนส่งสินค้า และร้านค้าเครื่องไฟฟ้าครับ
.
น่าเสียดาย ที่ตอนนี้ ถูกทางการประกาศเตรียมรื้อถอนทั้งหมดเสียแล้ว จึงรกรุงรังเกินกว่าที่จะลงไปชมได้
.
โชคดีมากครับ ที่เจอคุณหมอท่านนี้จากเซินเจิ้น (มาเยี่ยมญาติแถวนี้) เล่าตำนานให้ฟังว่า สมัยเด็ก บ้านพักของท่านอยู่แถวนี้ พร้อมกับชี้ให้ดูรอบๆว่า ตรงนั้นตรงนี้เมื่อก่อนเป็นอะไรอย่างน่าสนใจยิ่ง ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ภาพจากเน็ตตามเว็บต่างๆครับ
.
รูปภาพ
.
บริเวณที่ตั้งของ ชุมชนเสอป๋าที คือถนนสายเดียวกันกับที่ทอดยาวไปถึง ท่าเรือฉาวเทียนเหมิน แต่ย่านนี้เป็นส่วนผสมที่ประหลาดนิดหน่อย คือเป็น ดงขนส่งสินค้า เครื่องไฟฟ้า และ สัตว์เลี้ยงอ่ะครับ
.
จึงนอกจากจะมีน้องหมาน้องแมวมาจำหน่ายแล้ว ยังมีร้านอุกรณ์ต่างๆและบริการต่างๆเช่นตัดขน อีกด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
เดินย้อนลงมาจนถึงบริเวณทางออกรถใต้ดิน ก็จะเป็นซอยที่นำไปสู่ หลัวฮั่นซื่อ 罗汉寺 วัดพระอรหันต์ แห่งเมืองฉงชิ่ง ซึ่งต้องซื้อบัตรผ่านเข้าไปคนละ 10 หยวนครับ
.
ส่วนด้านนอก ก็มีขายธูปเทียนเครื่องบูชา บริการหมอดูฤกษ์ยาม ตั้งโต๊ะแบบเดียวกับแถว วัดเล่งเน่ยยี่ ใต้ฮงกง ของเราครับ
.
อีกซอยใกล้ๆกัน จะเป็น ข้วยจื่อเจีย 筷子街 ถนนตะเกียบ ซึ่งก็คือ ดงอาหารที่คึกคักในยามค่ำนั่นเองครับ
.
เอ้า..อุดหนุนมันเผาของ 2 แม่ลูกคู่นี้หน่อย...ภาพตอนขายไม่ได้ นั่งรอลูกค้า กับตอนขายได้ ตัดกันดีนะครับ
.
รูปภาพ
.
ยืนดู อาแป๊ะ จับลิงมาแสดงอย่าน่ารักน่าชัง เรียกเสียงหัวเราะประปราย แต่มีคนให้เงินไม่น้อยเลย...ถัดมาอีกไม่นาน เราก็เจออาแป๊ะย้ายที่ไปแสดงอีกที่นึง เรียกว่ารายได้น่าจะดีกว่าจบปริญญาตรีนะครับ ผมว่า..
.
ใกล้ตรุษจีนแล้ว ร้านค้าจำหน่ายโคมนำโชค เครื่องประดับตบแต่งในวันศุภฤกษ์ดิถี ขายดิบขายดีเป็นว่าเล่นเลยครับ
.
แวะขึ้นไปบนห้างย่านนั้น เพื่อหาผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ที่คุณนายต้องการ นอกจากได้ราคาขายส่งแล้ว การพูดภาษาอังกฤษอย่างเป็นมิตรของคุณท่าน ยังทำให้หมวยๆลดราคาเป็นพิเศษอีกต่างหากครับ
.
รูปภาพ
.
ย่านการค้า ฉาวเทียนเหมิน ก็ไม่ต่างกับพาหุรัติ สำเพ็ง หรือประตูน้ำ ของเรานี่แหละครับ ชุลมุนชุลเกทั้งคนซื้อคนขาย วินวิน มีความสุขทั้งสองฝ่าย
.
รูปภาพ
.
พอตำรวจเทศกิจมา ก็แตกตื่นขนย้ายกันพัลวัน และ แป๊บเดียวเท่านั้น ก็รวมตัวกันใหม่ในอีกมุมหนึ่ง
.
ที่น่าชื่นชมก็คือ ช่วงหนีตาย (ค่าปรับ) นั้น คนที่กำลังเลือกของอยู่ ต่างก็เดินตามไปซื้อขายจ่ายเงินกันต่อ ทั้งๆที่ในสถานการณ์อย่างจะทำเนียนไม่รู้ไม่ชี้เอาฟรีก็ได้ สมดังคำของแท๊กซี่ที่เคยบอกเราว่า "คนฉงชิ่งไม่หลอกลวง" จริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
ห้างค้าส่งติดกันเป็นพรืด เดินชมสินค้าละลานตาขึ้นลงจนลืมเหนื่อยลืมเพลียชั่วคราว อิอิ
.
รูปภาพ
.
สุดซอยไปแล้วยังมีแยกทะลุไปด้านในได้อีกต่างหาก อยากได้อะไร เรื่องหาไม่ได้เป็นไม่มีครับ
.
รูปภาพ
.
ความสุขของคนจีนก็คือการทานนี่แหละครับ ยืนทาน เดินทาน นั่งทาน ตรงไหนก็ได้ไม่ต้องมีพิธีรีตอง หน้าตาอิ่มเอิบสะใจกันทั้งนั้นครับ
.
รูปภาพ
.
[HIGHLIGHT=#ffffff]ชอบใจสับปะรดของที่นี่จริงๆ[/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#ffffff]ครับ ช่างพิถีพิถันจัดการควักตาอ[/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#ffffff]อกจนเกลี้ยงเกลา ไม่ฝานทิ้งเป็นบั้งเหมือนขอ[/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#ffffff]งเรา กว่าจะได้ลูกนึงกินเวลาทีเดี[/HIGHLIGHT][HIGHLIGHT=#ffffff]ยวครับ[/HIGHLIGHT][LEFT][HIGHLIGHT=#ffffff].[/HIGHLIGHT][/LEFT]

รูปภาพ
.
เราไปเที่ยว ย่านการค้าอีกซักแห่งนะครับ
.
นั่งรถไฟฟ้าสาย 1 ไปที่สถานี ซาผิงป้า 沙坪坝 ขึ้นทางออกมา ก็จะเป็น ศูนย์การค้าซานเสีย (สามโตรก) 三峡广场 ซานเสียกว่างฉาง แล้วล่ะครับ
.
ที่นี่เป็นย่านการค้าของคนชั้นกลางถึงล่าง ระดับรองลงกว่า ย่านไฮโซ ตรงหอนาฬิกา เจี่ยฟ่างเปย 解放碑 หลายขุม แต่ยามค่ำน่าจะคึกคักไม่เบา เพราะร้านค้าเต็มไปหมดครับ
.
รูปภาพ
.
นอกจากจะมีรูปปั้นสำริดต่างๆตามแบบฉบับจัตุรัสของจีนทั่วไปแล้ว ที่นี่ยังจำลอง แม่น้ำแยงซี ผ่าน 3 โตรกให้เป็นสวนหย่อมหย่อนใจด้วยครับ
.

รูปภาพ
.
เห็นภาพชุดนี้แล้ว อย่าด่วนมองข้ามหรือเหล่ผมว่าเอาเรื่องอะไรมาเล่าเนี่ยนะครับ เพราะไปฉงชิ่ง แล้วไม่สนใจหรือไม่รู้เรื่อง ไม่ได้กดแช๊ะ ป้างป้างเอ๋อ ละก็ เหมือนๆเที่ยว ตลาดน้ำดำเนินสะดวก แต่ไม่สนคนแจวเรือปานนั้นเชียวครับ
.
ป้างป้างเอ๋อ หรือ เรียกสั้นๆว่า ป้างป้าง นี่ คือ สัญลักษณ์ ที่โดดเด่นหนึ่งเดียวของ นครฉงชิ่งเลยครับ คือ ไปไหนก็เจอ แบบเดียวกับที่เจอ คนขายล็อตเตอรี่ ในบ้านเรา นั่นแหละครับ
.
เพราะอะไร
.
เพราะนครฉงชิ่ง อย่างที่ทราบๆกันว่า เป็น ซันเฉิง 山城 เมืองบนภูเขา ที่คอนโดบ้านพักขยายใหญ่โต จากโครงการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างเขื่อนยักษ์ 3 โตรก และเมื่อเป็นหลักแหล่งบนเขา ก็ต้องมีรายการขึ้นเขาลงเขาเป็นว่าเล่น ถึงขนาดต้องทำบันไดเลื่อนที่สูงลิบลิ่วเก็บค่าบริการครั้งละ 10 บาทเชียว
.
ป้างป้างเอ๋อ 棒棒儿 ก็จึงเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าในการช่วยแบกหาม หาบคลอนข้าวของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ชนิดขาดไม่ได้ ขาดแล้วลำบากทีเดียว
.
ป้างป้างเอ๋อ 棒棒儿 (หรือ เรียกอีกอย่างว่า ป้างป้างจิน 棒棒军 กองทัพนักแบกหาม) นี้ คำว่า ป้างป้าง 棒棒 แปลว่า เจ๋งมาก หรือ สวดยอด ป้างป้างเอ๋อ ก็คล้ายๆกับคำว่า "พ่อเจ้าประคุณ" คือเป็นคนเก่ง คนน่านิยม ประมาณนั้น

.

รูปภาพ
.
ป้างป้างเอ๋อจะเดินเตร็ดเตร่อยู่ทั่วไป ทำมาหารับประทานได้ง่าย จนมีสำนวนเปรียบเปรยว่า "ไม้พลองอันเดียวเลี้ยงชีพได้" เวลาเรียกใช้บริการ ไม่ว่าเราอยู่ตรงไหน แค่ตะโกนว่า "ป้างป้างเอ๋อ" (พ่อเจ้าประคุณเอ้ย) เท่านั้น ถ้าไม่เห็นมีอยู่แถวนั้น ก็จะมีคนช่วยตะโกน (แบบส่งต่อจ่ายค่าโดยสารเรือ) ต่อเป็นทอดๆให้ แป๊บเดียวก็มา สำหรับคนท้องถิ่น ย่อมมีราคาตายตัวเป็นที่รู้ๆกัน ไม่ต้องต่อรองให้เสียเวลา แต่ถึงแม้จะไม่ใช่ ส่วนใหญ่ก็จะให้ตามที่เรียกเมื่อส่งถึงที่ มีทิปให้ตามศรัทธาเพราะเค้าไม่ซี้ซั้วเรียกเกินเรียกเว่อร์ครับ
.
หลายรายที่มีเจ้าประจำ ก็ติดตามเรียกใช้ผ่านทางมือถือ อ่ะครับ
.
ว่ากันว่า อาชีพอย่างนี้สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำชนิด เห็นบ้านพักของพวกเค้าแล้วอาจจะตกใจก็เป็นได้ เพราะอยู่ในขั้นมีฐานะกันส่วนใหญ่ (เหมือนผู้คนในหมู่บ้านขอทาน อย่างที่เป็นข่าวในบ้านเรามังครับ) หลายคนที่สูงวัย ใช้อาชีพนี้เป็นเครื่องแก้เหงา ถีงขนาดมีเรื่องเล่าว่า มีอยู่รายนึง ถูกล็อตเตอรี่ตั้ง 3-4 ล้าน หยุดงานไปได้ไม่กี่เดือน ก็ทนไม่ไหวกลับมาสู่บรรยากาศที่ชื่นชอบคุ้นเคยตามเดิม ตอบคำถามของผู้คนที่ฉงนใจเพียง 2 คำว่า "สี่ฮวน 喜欢-ก็ของมันชอบอ่ะ"
.
ป้างป้างเอ๋อ จึงเป็นอาชีพที่มีเกียรติ คือใช้แรงกาย แรงบ่า แลกเปลี่ยนค่าบริการ ต่างจาก ภาพสีภาพสุดท้ายที่เราเห็น (แต่ไม่กล้าถ่ายภาพตรงๆซึ่งๆหน้า) ที่ อดรู้สึกน่ารังเกียจไม่ได้
.
2 กระทาชายนี้ ยืนอยู่หน้าบันไดข้ามถนในแหล่งชุมชน แบกเป้ มีไม้เท้า เหมือนนักแบ็กแพ็คผู้ช่ำชอง แต่ข้างหน้า วางหนังสือคู่มือท่องเที่ยวไว้บนพื้น แล้วเขียนขอเศษตังจากผู้คคนที่สัญจรไปมาว่า "เที่ยวหาประสบการณ์จนเงินหมด ขอความช่วยเหลือ (ไม่ใช่ขอความเมตตา) เป็นค่ารถค่าอาหารไปตามล่าความฝันด้วย" ชิช่ะ หน่าอาย หน่าอ๊าย....
.
ว่าก็ว่าเถอะ...วันไหนที่ผมโดนคุณนายเฉดออกจากบ้าน เป็นตายก็ขอทำงานเป็น ป้างป้างเอ๋อ ดีกว่า ตากหน้าให้คนหยามศักดิ์ศรีอย่างนี้อ่ะครับ อุอุ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Chongqing ฉงชิ่ง...ไม่วิ่งเที่ยว 16-24 ม.ค.2557

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 19/11/2014 3:52 pm

.
Chongqing Foreigners Street
.
รูปภาพ

.
19 มกราคม 2557
.
สวัสดีครับ
.
ช่วงนี้ ถึงแม้จะวุ่นวายใจกับเรื่องบ้านเมือง แต่ก็มีข่าวทางเฟสอยู่ 2 เรื่องที่กระตุ้นให้อยากเล่าเรื่องทริปฉงชิ่งขึ้นมาเหมือนกันครับ...
.
เรื่องแรกก็คือ เรื่องวงโยธวาทิตฯ ที่ส่วนตัวผมคิดว่า คนที่น่ารังเกียจน่าจะไม่ใช่คนที่กระแสถล่มกัน ส่วนเรื่องที่ 2 เป็น บทสัมภาษณ์ของ คุณอนันต์ อัศวโภคิน (goo.gl/6BSqcF) ที่เปิดเผยเบื้องหลังความสำเร็จของ ศูนย์การค้า TERMINAL 21 (ที่หลังๆนี้ ผมไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ เพราะกลายเป็นแหล่งรวมของนักท่องเที่ยวเอะอะมะเทิ่งไปแล้ว) อ่ะครับ อิอิ
.
เนื้อหาที่น่าสนใจของคุณอนันต์ ก็คือช่วงที่ว่า "....ชนชั้นกลางส่วนใหญ่ไม่เคยไปเมืองนอก เลยคิดสร้าง Terminal 21 ให้มีรูปแบบการตกแต่งภายในบรรยากาศเหมือนสถานที่เที่ยวดังๆ ทั่วโลก...." นั่นแหละครับ
.
ใช่ครับ ในทริปฉงชิ่งเมื่อต้นปีนี้ของเรา เราตระเวนไปทั่วๆจริงๆ ประมาณดูจากเว็บจีนว่า ที่ไหนน่าสนใจเป็นพยายามไปให้หมด ซึ่งแม้จะไม่ค่อยประทับใจนัก แต่ก็ไม่รู้สึกเสียเที่ยวแต่อย่างใด ปรับตัวให้ชื่นชอบ และสนุกไปกับเค้าได้สบายๆครับ
.
ทริปช่วงเช้าของเราวันที่ 19 มกราคม เริ่มต้นที่ "洋人街-หยางเหยินเจีย" แปลตรงๆว่า "ชุมชนคนต่างชาติ" หรือ "เมืองอินเตอร์ฯ" ซึ่งผมเพิ่งมาตกผลึกตอนอ่านบทสัมภาษณ์ข้างต้นว่า น่าจะเป็นคอนเส็ปท์เดียวกัน คือ "อยากสร้างอะไรให้คนที่ไม่มีโอกาสเที่ยวเมืองนอกได้สัมผัสบ้าง" เพียงแต่ฝีมือค่อนไปทางงานวัด แบบ สถาปนึก มากกว่า สถาปนิก ประมาณช่างรับเหมาที่นึกอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ได้ผ่านการออกแบบดีไซน์ให้ประณีตบรรจงตามหลักวิชาการเลย.... แต่ก็บรรลุวัตถุประสงค์ทางการตลาดเรียกผู้คนได้มากทีเดียวครับ
.

รูปภาพ
.
จากที่พัก เราจับบัสมาที่ 苏家坝-ซูเจียป้า แล้วมาต่อ สาย 318 รวดเดียวสุดสายที่ 洋人街-หยางเหยินเจีย สิริรวมเวลาเดินทางชั่วโมงเศษๆ (ค่ารถ 2 เที่ยวคนละ 20 บาท) ครับ
.

รูปภาพ
.
พื้นที่ส่วนนี้ ว่ากันว่ามีชาวต่างชาติพำนักอาศัยและทำธุรกิจประมาณ 5000 คน ปัจจุบันเป็นโครงการเมืองใหม่ริมแม่น้ำ ของบริษัทเครือ Mexin-美心 (คล้องเสียงจีนได้ดีมาก เพราะ เหม่ยซิน แปลว่า ใจงาม) ที่เป็นจ้าวตลาดในอุตสาหกรรมประตู ซึ่งเห็นว่าก่อนโครงการจะสมบูรณ์ ใช้พื้นที่ว่างๆทำเป็นสวนสนุกก่อนละกัน ชื่อเต็มของที่นี่ จึงคือ 美心洋人街 เหม่ยซินหยางเหยินเจีย ครับ
.
ในขณะที่ TERMINAL 21 ใช้ศูนย์อาหารราคาถูกมาเป็นจุดขาย ที่นี่ใช้วิธีการที่คล้ายคลึงกัน คือ นอกจากจะมีพื้นที่การละเล่นมากมายแล้ว ยังมีลูกเล่นต่างๆที่แปลกใหม่ เช่น น้ำดื่ม ทิชชู่ ราคาหยวนเดียว ไม่มีคนขาย หยิบเองแล้ววางเงินไว้เป็นพอ

.
.
รูปภาพ
.
แต่ที่โจษจรรย์กันมาก ก็คือ แบ่งส่วนหนึ่งเป็นโรงงาน ทำขนมปัง และเส้นหมี่ ขายในราคาทุน (ถูกกว่าทั่วไปประมาณ 2 เท่าตัว ข้างนอก 3 หยวน ที่นี่หยวนเดียว) ก็เลยเห็นต่อแถวยาวเหยียด หอบหิ้วกลับบ้านกันแปร้ จนถึงขนาดว่า "มาที่นี่ ไม่มีขนมปังติดมือกลับไป แปลว่าไม่ได้มา" ขนาดนั้นครับ
.

รูปภาพ
.
5555....คราวนี้ ก็มาถึงที่ผมเกริ่นว่า วงโยธวาทิต ตามข่าวชวนให้ผมคิดถึงเมืองนี้ ก็คือ ถ้าของเราเป็น สว. 2 ที่นี่ก็คือ สว.1 ละครับ เพราะวงนี้รวมอายุได้หลายพัน 555
.
นั่งทานขนมปังไป (คุณนายเดินไปแบ่งให้อาแปะที่โต๋เต๋แถวนั้นด้วย) ชมลีลาสุดทะมัดทะแมงของผู้ใหญ่ที่มีทัศนคติว่า "อายุเป็นเพียงตัวเลข" แล้ว อดสนุกไปด้วยไม่ได้เลยครับ
.

รูปภาพ
.
จากอาคารกลาง ออกมายังส่วน สวนสนุก เดินชมร้านค้าที่ก่อสร้างแบบเมืองถ้ำ (นึกถึง เครซี่เฮ้าส์ ในไซ่ง่อนเลย อิอิ) ไปรอบๆก่อน
.

รูปภาพ
รูปภาพ
.
ภาพกลางคือ 走运石-โจ่วอวิ่นเสอ-หินนำโชค ที่บอกเคล็ดว่า วนซ้าย 3 รอบ ปรบมือ 3 ที วนขวา 3 รอบ ปรบมือ 3 ที แล้วจะถูกหวยถ้าเลือกเลขทะเบียนรถให้ถูกคัน 5555
.
ที่เป็นทางขึ้นตัว Y คือทางเรียงอิฐที่ขึ้นสะดวกลงลำบาก พร้อมป้ายบรรยายว่า "ชัยชนะและความสำเร็จจะมีได้เมื่อก้าวขึ้นไม่ถอยกลับเท่านั้น"
.
ป้ายสีชมพู คือ "การยิ้มให้คนอื่นคือการสร้างสุขให้กับตัวเอง-ไม่เชื่อลองดู"
.
ป้ายล่างสุดคือ "ต้องโดดเด่นจึงพบทางออก" ประมาณ "ต้องจริงจังถึงจะดัง" และ
.
"ถ้าเราชาวจีนไม่ทุ่มเท จะมีอะไรแบ่งปันให้กับชาวโลกหรือ?" บ่งบอกว่า "ถึงตอนนี้จะรวยแล้ว แต่ก็ต้องสร้างชาติให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น" อ่ะครับ
.

รูปภาพ
.
แพนด้าแดง และ มาคอว์ ที่เตรียมไว้ให้คนถ่ายภาพ ดูน่าสงสารมากเลยครับ
.
"เมาแล้วขับ จุดจบเหมือน เสือหัวหนาน ไม่ตายเองก็ถูกประหาร" (เสือหัวหนาน หรือ เสือเซี่ยเหมิน ดุร้ายมาก จนถูกยิงทิ้งจนสูญพันธ์ไปในปี 1994)
.

รูปภาพ
.
ภูเขาหิมะจำลอง (555) แต่คำเตือนเก๋มากว่า "อย่าเชื่ออาเฮียนะ เพราะอาเฮียเองก็พลาดได้เหมือนกัน" แบบว่า ทางเดินลื่นมากอ่ะครับ
.
มองเห็นสัญลักษณ์ บ้านบนเขา แต่ไกลแล้วนะครับ
.

รูปภาพ
.
ช่างนิยมเขียน สุภาษิต จริ๊ง...
.
ไอ้เราก็ชอบอ่านซะด้วยสิ...อิอิ
.
ป้ายบน "อุตส่าห์ปีนบันไดไปจนถึงขั้นสูงสุด ค่อยพบว่าขึ้นกำแพงผิดข้าง"
.
งง...ใช่ไหมครับ แหะ แหะ...
.
คำตอบอยู่ที่ป้ายล่างครับ
.
"มีบ้านหรูก็ไม่สู้มีภรรยาดี"
.
สู้ของเราไม่ได้ ....ปลูกเรือนผิดคิดจนเรือนทลาย มีเมียผิดคิดจนเมียตาย.... 555
.

รูปภาพ
.
ป้ายบอก "สุขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก" แต่บนอาคาร เขียนว่า "最牛的侧所-จุ้ยหนิวเตอเช่อสั่ว-ห้องน้ำที่อินเทรนด์สุดๆ" แต่คุณนายแวะไปแล้ว มิบังอาจใช้บริการอ่ะครับ หุหุ
.
เช่าชุดถ่ายภาพ ที่นี่ฮิตมาก มีทั่วทุกมุม ราคาก็เลยถูกเหลือเชื่อ คือชุดละ 10 หยวน ภาพ 6 นิ้ว 2 หยวน เคลือบพลาสติก 2 ใบหยวน ฯลฯ ครับ
.

รูปภาพ
.
น่าเสียดายนะครับ ถ้าออกแบบให้เนี๊ยบ ดูแลให้สะอาดเรียบร้อย ได้ซักครึ่งหนึ่งของเกาหลี คงน่าประทับใจกว่าที่เป็นครับ
.

รูปภาพ
.
อะไรที่ดังๆในโลก เป็นจับมากองๆกัน รวมทั้งรถแห่โฆษณา โชว์สาวประเภทสอง ที่บอกว่ามาจาก เมืองไทย ด้วยครับ
.

รูปภาพ
.
ป้ายกลางสีฟ้า "ตอนเด็กเคยวาดรูปนาฬิกาตายไว้บนข้อมือ แต่กลับผ่านพาเอาช่วงเวลาที่ดีที่สุดหายไปด้วย"
.
ป้ายสีชมพู "คำชื่นชมความงาม ที่แท้ของแต่งเติมทั้งนั้น" ...อันนี้เก๋ครับ ตีความได้ 2 ด้าน คือ ในความหมายสอนชาย "สวยแต่รูปจูบไม่หอม" กับ ในความหมายสอนหญิง "หลอกล่อป้อยอให้ใหลหลง"
.
ป้ายสีเหลือง "ฉันจะต้องหมั่นเพียรสร้างฝันให้เป็นจริง เพื่อลบล้างสิ่งที่ตัวเองเคยโวไว้แต่เด็กให้ได้" 555 สมรักษ์มาเอง....
.
ส่วนอันสุดท้าย สอนใจดีมาก "ผลประโยชน์เท่านั้นที่ยั่งยืนถาวร แต่เพื่อนแท้ตลอดกาลหามีไม่" หยิบมาจากหนัง "เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้" เป๊ะๆเลยครับ เหอ เหอ
.

รูปภาพ
.
ชอบมากเลยครับ เก๋ง 3 ล้อของที่นี่ เห็นแต่ไกล นึกว่ารถล้อหลุดทุกที .....เคยใช้บริการหลายครั้ง ราคา 10-15 หยวน ที่นั่งก็ไม่ได้แคบอย่างที่คิด และคนขับคุยสนุกทุกคนเลยครับ
.
ที่ล้างรถอัตโนมัติ ค่าบริการ 40 บาท เท่ากับแถวบ้านผมเลย ...
.
ป้ายสุดท้าย "เกิดมาจนป่านนี้ ไม่เคยทำอะไรให้แผ่นดินแม่เลย คิดขึ้นมาคราใด อดเสียใจไม่ได้"....น่าเศร้า แต่ก็ยังดีกว่าพวก "นอกจากไม่ทำอะไร ยังทำร้ายทำลายซ้ำอีก" เนอะ .....
.
ขอให้เพื่อนๆมีความสุขในเดือนสงกรานต์นี้นะครับ สวัสดีครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3517
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm


ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน

cron