• Advertisement

Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #16  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 11/04/2016 10:59 pm



























ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #17  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 11/04/2016 11:12 pm
























































ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #18  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 11/04/2016 11:20 pm



















































ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #19  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 30/01/2018 11:48 am


.
Wonderful Time in Netherlands-ย้อนอดีต...เนเธอร์แลนด์
.
30 มกราคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
เที่ยวเยอะเที่ยวบ่อย เขียนรีวิวมากพอสมควร แต่นึกไม่ถึงจริงๆครับว่า ยังมีเพื่อนที่จำได้ว่า เราไป เนเธอร์แลนด์มาแล้ว โดยรวมกับทริป เบลเยี่ยม และ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 2 ปีก่อน...
.
แหะ แหะ...จำได้สิเนาะ ไม่งั้นจะมาบอกหรือครับว่า "เราจองตั๋วไปอัมสเตอร์ดัมเดือนเมษาฯล่ะ..." และถามว่า "มีที่ไหนที่น่าไปหรือประทับใจมั่ง ลงรายละเอียดหน่อยสิ...."
.
ประทับใจ....จริงด้วยครับ...ทริป Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015 ที่ว่านี้เป็นทริปที่เราประทับใจมากๆทริปหนึ่ง และเท่าที่รีวิวไปในลิงค์ goo.gl/FTv9aL ก็เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นและไม่ได้บอกเล่าเรื่องเที่ยวตามสไตล์ (3 ก้าว 1 แช๊ะ..อิอิ) เลย ทั้งๆที่เดินสะบัด ท่องระเบิดด้วยความมันส์สะใจยิ่งนัก
.
ถ้ายังงั้น ก็ขอเวลานอกเพื่อนๆ พักเรื่อง ยุโรปตะวันออก..สแกนดิเนเวีย..และ เครือจักรภพฯ ชั่วคราว เพื่อรีวิว เนเธอร์แลนด์ ณ ที่นี่ก็แล้วกันนะครับ เพราะขืนผลัดไปให้ถึงวันใกล้ๆ (ซักมีนาคม) ดูท่าเพื่อนจะได้กลับมาอ่านตามหลังค่อนข้างแน่... 555
.
ขอเริ่มที่รีวิว "หนึ่งวันสราญสุข ณ หมู่บ้านกังหันลม" ก่อน...รอแป๊บนะครับ
.


.
The windmills of Zaanse Schans-หนึ่งวันสราญสุข ณ หมู่บ้านกังหันลม
.
31 มกราคม 2561
.
สวัสดีครับ
.
อย่างที่เรียนไปแล้ว ในลิงค์ "ย้อนอดีต..เนเธอร์แลนด์" (goo.gl/C1UPnU) นะครับว่า มีเพื่อนจองตั๋วจะไปเที่ยว เนเธอร์แลนด์ และอยากให้ผมเล่าละเอียดหน่อยว่า ที่เราอยู่ 8 วันเมื่อเดือนมิภุนายน ปี 2515 นั้น ไปเที่ยวไหนบ้างที่คิดว่าไม่ควรพลาด...
.
ผมก็จึงขอรับปากว่า เดี๋ยวจะรีวิว 2 วันที่รู้สึกประทับใจให้ก็แล้วกัน ถ้ามันปาก เอ๊ย มันมือ จะเพิ่มเติมเมืองไหน ค่อยว่ากันอีกที..อิอิ
.
รีวิวชิ้นแรก คือโปรแกรมวันรุ่งขึ้นหลังจากบินมา อัมสเตอร์ดัม ในวันที่ 22 มิถุนายน.... เช้าวันที่ 23 เราก็ตั้งมั่นที่จะไป ไฮไล้ท์อันดับ 1 ของเนเธอร์แลนด์ นั่นก็คือ ไปเที่ยวหมู่บ้านกังหันลม ก่อนที่ไหนอื่นแล้วล่ะครับ
.
หมู่บ้านกังหันลม ในเนเธอร์แลนด์ มีหลายแห่ง แต่ที่ผู้คนไปเที่ยวกันเป็นกิจลักษณะก็มีอยู่ 2 แห่งด้วยกันคือ ที่
.
Zaanse Schans-ซานส์สคานส์ หรือ ซานส์ชานส์ ที่อยู่ใกล้ Amsterdam-อัมสเตอร์ดัม และ
.
Kinderdijk-คินเดอร์ไดจค์ ที่อยู่ใกล้ Rotterdam-ร็อตเตอร์ดัม
.
โดย ผู้คนส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดนิยมไป Zaanse Schans เพราะบรรยากาศเหมือนสวนสนุกที่เหมาะกับนักท่องเที่ยว และมีอะไรให้ชื่นชมมากกว่า.... ในขณะที่  Kinderdijk ค่อนไปทางท้องทุ่งท่องนา ที่นอกจากหมู่กังหันลมแล้ว แทบไม่มีอะไรอื่นโดยรอบเลย
.  
อุปมาก็เหมือน กำแพงเมืองจีน นั่นแหละครับ มีมากมายหลายด่าน แต่ป้อบปูล่าร์ที่สุด คือ ด่านป๋าต้าหลิง (ผู้คนล้านแปด) น้อยคนจะไปที่ด่าน มู่เถียนอวี้ (นับศีรษะได้สบาย) อ่ะครับ
.
เพราะฉะนั้น เราก็จึงเลือกไปที่ Zaanse Schans โดยเผื่อใจไว้ว่า ถ้าได้เที่ยวเนเธอร์แลนด์รอบสองในชาตินี้ ค่อยหาโอกาสไปเยี่ยมๆมองๆ Kinderdijk ก็แล้วกัน...:-)
.

.
8 วันในเนเธอร์แลนด์ เราไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ผมลงรายการไว้ในเว็บ wutkate.com ดังภาพนี้แล้ว
.
และ รีวิว 2 ชิ้นที่ผมจำนำเสนอต่อไปนี้ ก็คือ โปรแกรมวันที่ 23 มิถุนายน เที่ยว Zaanse Schans และ Zaandam ..... กับ วันที่ 24 มิถุนายน เที่ยว Edam, Volendam, Marken, Monnickendam อ่ะครับ
.

.
ทั้ง 2 รายการข้างต้น เราไปจาก Amsterdam-อัมสเตอร์ดัม ที่เราอยู่ 5 วัน คือ 22 ถึง 26 มิถุนายน ครับ
.


.
ก่อน 9 โมงเช้าเล็กน้อยวันที่ 23 มิถุนายน... เดินจากที่พักซึ่งอยู่ในซอยใกล้ Dam Square ไปยังสถานีรถไฟ Amsterdam Centraal ...
.
เดินทะลุสถานีไปด้านหลัง ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสอง เพื่อออกไปจับรถบัสสาย 391 ตรงป้าย E ที่อยู่บริเวณนั้น...
.

.

ข้อมูลค้นมาแล้วครับว่า สามารถไปโดยรถไฟและรถบัสได้ โดยรถไฟเร็วกว่า แต่เข้าไปทางด้านหลังกลุ่มกังหันลม ต้องเดินต่อ 15 นาที...
.
ในขณะที่รถบัสใช้เวลามากกว่า แต่เข้าด้านหน้า และข้อดีคือ เป็นรถสาย 391 ที่เรียกว่า Industrial Heritage Line ที่สามารถแวะเที่ยวเมือง Zaandam ได้ด้วย..... ค่ารถเที่ยวละ 5 ยูโร แต่ตั๋ววัน 10 ยูโรขึ้นไม่จำกัดเที่ยว....
.
ส่วนตัวก็ชอบรถบัสอยู่แล้ว เพราะเห็นวิวรอบด้านทะลุทะลวงกว่าครับ
.
ซื้อตั๋วกับคนขับบนรถเลยครับ
.
ได้ที่นั่งว่างด้านหลังคนขับพอดี ตรงข้ามกับคุณคนไทยที่อยู่สเปนมา 20 กว่าปี กำลังจะไปเที่ยวกับลูกสาววัย 13 คุณนายทักว่า ลูกสวยมาก น่าจะส่งลูกเข้าประกวดนางงามได้สบาย...
.
คุยกันครู่หนึ่ง เราก็ขอตัวไปนั่งข้างหลัง ซึ่งสะดวกสบายกว่า...
.
จอภาพในรถบอกรายละเอียดว่า ตอนนี้อยู่ไหน และจะถึงปลายทางในเวลา 10.11 น. เดินทาง 40 นาทีพอดิบพอดี
.
มีกล้องจับภาพในรถขึ้นจอให้ดูเป็นระยะๆด้วยครับ
.

.

10.11 น.ตรงตามเวลาเป๊ะ รถจอดที่ป้ายกลางทุ่ง คนขับบอกว่าถึงแล้ว ขากลับให้มาขึ้นตรงนี้ หรือจะไปเมือง Zaandam ก็ขึ้นที่นี่เหมือนกัน แล้วก็ชี้ให้เดินไปทางอาคารพิพิธภัณฑ์ที่เห็นข้างหน้า...
.
เดินไปยังไม่ถึงพิพิธภัณฑ์-Zaans Museum เลย ก็เห็นกังหันลมตั้งตระหง่านเป็นทิว ตัดกับสีท้องทุ่งเขียวอ่อน งดงามจับตา...
.

.

โปสเตอร์บ่งบอกว่า ภายในมีอะไรที่น่าสนใจมั่ง... ค่าเข้าชม 10 ยูโร มีเครื่องบรรยายออดิโอไกด์ให้ใช้ฟรี.... ซึ่งเราคงไม่เข้าหรอกครับ
.
ถามไถ่เจ้าหน้าที่ถึงเส้นทาง เธออธิบายอย่างละเอียด เราขอถือโอกาสลงไปชมร้านค้าของที่ระลึกข้างล่าง...
.

.

แล้วก็ออกเที่ยว โดยทางเข้านั้น มีป้ายเขียนว่า "อย่าลืมยิ้มนะ เวลามีคนถ่ายรูปให้..."
.
ด้านตรงกันข้ามเป็นซุ้มโชว์รูปที่ถ่ายนักท่องเที่ยวเรียงเต็มไปหมด มีการแยกกลุ่มด้วยว่า มุมไหนของทัวร์คณะไหน และมีกลุ่ม "นักท่องเที่ยวจีน" "นักท่องเที่ยวอินเดีย"  แยกต่างหาก..... สันนิษฐานว่า คงถ่ายนักท่องเที่ยวที่มาเองและถามข้อมูลมาแล้วว่าเป็นคนชาติไหน ซึ่ง 2 ชาตินี้มีเยอะอ่ะครับ
.
รูปของแต่ละคน เค้าจัดเป็นชุดใส่ถุงพร้อมของที่ระลึก ขายเป็นแพ๊คเก็จ ไม่ได้สอบถามหรอกครับว่า ชุดละเท่าไหร่ เพราะเดาได้ว่า หลายร้อยหรือเป็นพันบาทแน่นอน
.
อ้าว...ฝนมาเสียแล้ว...อย่ากระนั้นเลย
.


.
ขอถอยทัพกลับมาที่พิพิธภัณฑ์ดีกว่า...ไหนๆก็ไหนๆ ขอซื้อ Museum Card ที่นี่เสียเลย
.
Museumkaart เป็นพาสส์ที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆในประเทศกว่า 400 แห่ง ภายในเวลา 31 วัน goo.gl/zFJpgd ใบละ 59.90 ยูโร...
.
จะได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่นี่ เป็นการฆ่าเวลารอฝนเสียเลย...
.
นำเป้ไปฝากไว้ที่ล็อกเกอร์แล้ว ก็เข้าไปชมข้างในเลยครับ
.
บรรยากาศก็คล้ายๆพิพิธภัณฑ์ชาวบ้านทั่วไป แต่ตกแต่งแบบทันสมัยกว่า มีมุม เครื่องใช้ อุปกรณ์การเกษตร สำนักงาน ในยุคต่างๆ...
.

.

แผนผังทำเล ความเป็นมา และคุณประโยชน์ของกังหันลม....โครงสร้างบ้านไม้...เครื่องใช้ในครัวเรือน...และตำนานบุคคลสำคัญในแต่ละสมัย...
.

.

โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์...สินค้าในแพ็คเก็จจิ้งต่างๆ...เครื่องแต่งกายชนพื้นเมืองในแต่ละยุค...
.
มีชั้นบนด้วย ซึ่ง...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #20  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 30/01/2018 11:52 am


.

เป็นส่วนของเด็กๆ มาทัศนศึกษา และเรียนรู้จากตู้จำลองของใช้ย่อส่วนมากมาย...
.
มุมนี้สิครับ เจ๋งมาก...เห็นวิวข้างนอกชัดเจนว่า ฝนเริ่มซาแล้ว...
.


.
เดินไปทางห้องอาหาร ข้างนอกฟ้าใสแล้ว ได้เวลาบ๊าย บาย...
.


.
ผ่านประตูอีกที ป้ายด้านนี้บอกว่า "รูปของคุณที่พิมพ์เป็นปฏิทินพร้อมพวงกุญแจที่ระลึก เรียงอยู่ในซุ้มแล้ว เชิญซื้อได้"....นับเป็นไอเดียที่ดีทีเดียว ขายไม่กี่ชุดก็น่าจะคุ้ม แถมชุดที่ไม่มีคนซื้อก็ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้อีก...
.
เข้าไปข้างในกันครับ..
.


.
อาคารที่มีอักษร VREDE (แปลว่า PEACE-สันติภาพ) บนหลังคา เป็นร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก....ขอผ่านก่อน ยังไม่เข้าไปนะครับ  
.
บรรยากาศรื่นรมย์มากๆครับ แม้จะเห็นเมฆดำลอยรอจังหวะอยู่ก็ตาม
.


.
ป้ายบอก "ห้ามให้อาหารสัตว์"...อีกป้ายชี้ทางไป โรงงานทำชีส...
.


.
Verfmolen De Kat เป็นโรงงานทำสีน้ำมัน ตั้งแต่ปี คศ.1782 สามารถเข้าไปชมเพื่อเรียนรู้วิธีการ ลงมือลองทำสีดู และขี้นไปชมวิวจากชั้นบนได้ โดยเสียค่าบัตรคนละ 4 ยูโร (ลืมถามว่าใช้ Museum Card ได้หรือเปล่า) ครับ
.


.
De Zoeker เป็นโรงงานทำน้ำมันพืช โดยเฉพาะน้ำมันถั่ว ค่าเข้าชม คนละ 4 ยูโรเช่นกัน
.


.
LOODS 4 หรือ Warehouse 4-โกดังหมายเลข 4 เป็นโกดังสินค้าที่ถอดย้ายจากที่อื่นมาประกอบใหม่ที่นี่โดยบุตรสาวคนที่ 4 ของตระกูล Pos ที่ Zaandam เพื่อช่วยให้การขนส่งสินค้าทางน้ำสะดวกขึ้น
.


.
ตรงท่าน้ำนี้ มีป้ายเชิญชวนให้ข้ามฟากไป สถานีรถไฟ และชมหมู่บ้านโบราณ Zaandijk ค่าเรือคนละ 1 ยูโร โดยคุณลุงชี้ที่ป้ายบอกว่า "แค่มีผู้โดยสารเท่านั้นก็ออกเรือ.. คนเดียวก็ไป"
.
เราถามว่ามีอะไรน่าสนใจไหม คุณลุงบอกว่า "บ้านสวย และที่สำคัญ คุณไม่ต้องเดินย้อนไปในเส้นทางที่ผ่านมาโดยใช่เหตุไง..."
.
อือม์..เข้าท่าดี..ไปกันครับ..ในใจอดนึกไม่ได้ว่า 2 ยูโรจากเรา คุ้มค่าน้ำมันติดเครื่องเปล่าเนี่ย...
.


.
ข้ามมาฟากนี้ คุณลุงมอบแผนที่ให้ แล้วแนะนำว่า ออกซ้ายไปได้เลย ไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็บรรจบพิพิธภัณฑ์ Zaans Museum เอง
.


.
เป็นหมู่บ้านที่บรรยากาศร่มเย็นมากด้วยรูปแบบบ้านที่หลากหลาย ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี สวนสวย ทางน้ำงามตา มีสะพานมากจุดรวมทั้งสะพานใหญ่ที่ยกได้เมื่อเรือใหญ่ผ่าน...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #21  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 30/01/2018 11:58 am



.
ผ่านบริษัทสถาปนิกออกแบบสร้างบ้าน..แหม อยากมีบ้านดีไซน์นี้จัง...
.
ป้ายประกาศขายบ้านไม้ 4 หลังติดริมน้ำ...เสียดาย ไม่ได้พกสมุดเช็คมา ไม่งั้นจะช้อปเล่นๆไว้เป็นบ้านพักต่างอากาศซักหลัง 2 หลัง...ฮิฮิ
.


.
อ้าว...ปากดีนัก....หาทางออกกลับไปที่เดิมไม่เจอ...โชคดี ไปษณีย์สาวผ่านมาพอดี ช่วยชี้บอกให้...
.


.
คิดเสียว่า เป็นรายการทัวร์หาซื้อบ้าน แบบเดียวกับ ทัวร์คอนโดฯ ที่คนจีนแห่กันมาหาซื้อคอนโดบ้านเราที่ฮิตมากตอนนี้ก็แล้วกันนะครับ
.


.
แต่ละหลังสวยๆ จนไม่รู้สึกเมื่อยขาหรือเบื่อเลย...
.


.
ร้านขายของกระจุกกระจิก สวยๆงามๆ...
.


.
มีตู้ใส่หนังสือให้ยืมอ่านที่หน้าบ้านด้วย...
.


.
ร้านอาหาร...ร้านขนมปัง...ธนาคาร..แล้วก็เป็นสะพานข้าม...
.


.
ข้ามสะพานมาเป็น Zaan Time Museum-พิพิธภัณฑ์นาฬิกา ใช้บัตรเข้าชมได้ฟรี...
.


.
มีนาฬิกาเก่าที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ไม่มีการให้ใครหยิบยืมไปใช้เด็ดขาด...หุหุ
.


.
...ทั้งชั้นล่างชั้นบน
.


.
ถ้ามาทางรถไฟ ก็จะเดินต่อจากสถานีมาถึงด้านนี้เลย
.


.
มีบริการให้เช่าจักรยานด้วย แต่ผมว่า ไม่จำเป็นหรอกครับ เดินเท้าก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไร...
.


.
ร้านขายของเบ็ดเตล็ด....ร้านจำหน่ายเครื่องเทศ...
.


.
มีเครื่องบดรุ่นเดอะที่ยังใช้งานได้อยู่...
.
ด้านหลังเป็นส่วนเครื่องเคลือบ เซรามิก
.


.
Bakery Museum-พิพิธภัณฑ์ขนมปัง และของหวาน
.


.
แล้วก็มาถึงโรงงานผลิตรองเท้าไม้
.


.
ที่มีรูปแบบแต่นานนมมาหลากหลายมาก
.


.
มีรายการสาธิตการทำให้ชมด้วย ซึ่งน่าแปลกมาก ที่ไม้ที่นำมาทำรองเท้านั้น เป็นไม้สด บีบเป็นน้ำออกมาได้ และ เฉือนฝานส่วนต่างๆง่ายเหมือนเปลือกมะพร้าวอ่อนเลยครับ
.
รองเท้าที่โชว์ขาย ลายตาไปหมด...
.


.
ภาพใหญ่เป็นภาพชินตา... ครอบครัวคนจีน หยิบรองเท้าใหม่ๆจากแผงที่เค้าวางขาย มาสวมใส่แล้วถ่ายรูปแบบไม่รู้สึกรู้สาหรือเกรงใจ เนียนทั้ง พ่อ แม่ ลูก ....ซึ่งหากใครไปทำอย่างเดียวกันนี้ที่ร้านในเมืองจีน มีหวังโดนด่าเปิงหรือถูกบังคับให้ซื้อแน่ๆ...(ตอนไปไหหลำ เจอแบบเดียวกันนี้ จนอดเผือกไม่ไหวอ่ะครับ goo.gl/XNGbk5)
.


.
ร้านอาหาร ที่แค่ แพนเค็ก เปล่าๆ ก็ราคา 350 บาท ใส่เครื่อง 400 บาทเข้าไปแล้ว...
.


.
เข้าชมร้านค้าที่ไม่ได้แวะตั้งแต่แรก...
.
ก็เป็นอันจบรายการสำหรับ หมู่บ้านกังหันลม Zaanse Schans อย่างบริบูรณ์ ใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่งครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #22  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 30/01/2018 12:03 pm


.
เดินลอยชายเที่ยวหมู่บ้านกังหันลมจนชุ่มปอด... แม้จะใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงแล้ว แต่หน้าซัมเม่อร์ที่กลางวันยาวกลางคืนสั้นอย่างนี้ ยังถือว่าเช้ามาก...ต้องไปต่อเมือง Zaandam อีกซักแห่งตามข้อมูลที่ค้นมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรครับ
.
ในอดีต Zaandam เป็นเมืองท่าสำคัญบนแม่น้ำ Zaan นี้ ใช้กังหันลมรอบๆกว่า 200 หลัง เป็นโรงงานประกอบอุตสาหกรรมไม้ สี และน้ำมัน..แต่ในยุคหลังๆนี้ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องปรุงเป็นหลัก และการท่องเที่ยวที่ทำเงินให้อย่างเป็นกอบเป็นกำเป็นรองครับ
.
ศูนย์กลางเมืองซานดัม-Zaandam City Center อยู่ห่างจาก อัมสเตอร์ดัมเพียง 14 กม. และห่างจาก Zaanse Schans เพียง 8 กิโลกว่าเท่านั้น...ถ้าไม่ติดเรื่องกลัวจักรยานถูกขโมย จะเช่าขี่จากอัมสเตอร์ดัมมาเที่ยว 2 แห่งก็ไม่เลวครับ ไปกลับชิลล์ๆไม่เกิน 3 ชั่วโมงอยู่แล้ว แต่อย่าลืมนะครับว่า...
.
ถึงจะปลอดโจรกรรม ค่าเช่าจักรยานก็แพงกว่าค่ารถบัส รถไฟ แยะ...
.
สำหรับเรา ลืมเรื่องนี้ไปได้เลย เพราะตั๋ว Industrial Heritage Line ขึ้นรถบัสฟรีได้ทั้งวันอยู่แร้นนนน...
.

.
จับรถบัสสาย 64 เที่ยวบ่าย 2.45 ใช้เวลาแป๊บเดียวก็มาถึงจุดหมาย แต่ช่วงสั้นๆที่อยู่บนรถนั้น ได้สาระประโยชน์อย่างมากมายจากคนขับสาวใหญ่ที่อารมณ์ดีมีน้ำใจเป็นที่สุด
.
แค่ขึ้นรถแล้วถามเธอย้ำว่า "ไปซานดัมใช่ไหม?" เธอก็พยักหน้าและยิ้มกว้างสวนกลับว่า "Ah you're going to see the hotel, right?-ฮั่นแน่ จะไปดูโรงแรมล่ะสิคุณ?"
.
ใช่ครับ จาก Tripadvisor ที่เราค้นมาล่วงหน้า.... ไฮไล้ท์อันดับท้อปของเมืองนี้ ก็คือ... อาคารโรงแรมที่ออกแบบได้อย่างวิลิศมาหรานั่นเอง... เดี๋ยวค่อยดูกันนะครับว่า เจ๋งเป้งเพียงไร
.
เราถือโอกาสนั่งข้างๆคนขับ และพูดคุยไปด้วยตลอดทาง แล้วเมื่อจับใจความได้ว่า เรายังไก่อ่อนในเรื่องภูมิศาสตร์แหล่งท่องเที่ยวย่านนี้มาก เธอก็เลยแนะนำว่า "ที่พลาดไม่ได้เลย ก็คือหมู่บ้านประมง โฟเลนเดอร์ นะ ..งามผุดๆ..."
.
ความที่ไม่มีเน็ตมือถือหนึ่ง และ อยากจะอมภูมิอีกหนึ่ง ผมก็จึงปากหนักไม่ได้ถามชื่อหมู่บ้านที่ว่าซ้ำให้แน่ใจ ได้แต่ท่องไว้ในใจ เพื่อรอสืบค้นใหม่คืนนี้ที่โฮสเต็ลอ่ะครับ
.
รถจอดที่ป้าย สถานีรถไฟ เดินเข้าไปดูข้างใน...โอ้โฮ นี่ขนาดเมืองเล็กๆนะเนี่ย มัยทันสมัยไปหมด...
.
ยิ่งตอนขึ้นบันไดเลื่อนไปข้างบน เจอห้องโถงกว้างใหญ่อลังอย่างที่เห็น เล่นเอามึนไปชั่วครู่...แต่เมื่อตั้งสติได้ อ่านข้อมูลตามป้ายรอบๆแล้วถามเจ้าหน้าที่ดู ค่อยทราบว่า ที่แท้ตรงนี้คือ Town Hall-ศาลาว่าการอำเภอ แยกจากสถานีรถไฟต่างหาก...มิน่า ถึงดูอะไรเป็นทางการหน่อยๆ
.
เดินออกมายังถนนใหญ่....
.

.
เด็ดดวงจริงๆครับ ศาลาว่าการแห่งนี้ ทั้งหอนาฬิกา และทางลงไปยังสถานีรถไฟ...
.
มีที่นั่งหย่อนใจด้านข้างด้วย...เหมาะทีเดียว ได้นั่งชื่นชมไปทั่วๆบริเวณและทานของว่างที่ติดมาไปด้วยในคราวเดียวกัน...
.
แล้วก็ได้คุณสุภาพสตรีใจดีที่ยิ้มให้ พูดคุย และแนะนำสถานที่ต่างๆว่าอะไรอยู่ตรงไหน ก่อนเดินทางด้วยรถไฟไป...ขอบคุณมากๆครับ
.


.
หันหลังให้ศาลาว่าการ แล้วมองไปด้านหน้า....
.
นี่แหละครับ...Inntel Hotels Amsterdam Zaandam..โรงแรมอินเทล สถาปัตยกรรมแปลกตาที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอดแวะมาที่เมืองนี้ไม่ได้...
.
ช่างเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมกระไรเช่นนี้ คือ...
.
ในเมื่อทั้งภูมิภาคแถบนี้ โดดเด่นยิ่งนักในรูปแบบบ้านหน้าจั่ว และส่วนใหญ่ใช้สีเขียวเป็นหลัก... สถาปนิกเอก Wilfried van Winden ก็เลยรำพึงว่า...งั้นก็เอาแบบบ้านต่างๆ 70 แบบมากองเรียงทับๆกันเป็นกลุ่มเดียวเลย ดีมั้ย...
.

.
ดีสิครับ ตื่นตามากครับ.... ยืนชมได้ไม่เบื่อเลย ทั้งแบบชั้นเดียวสีฟ้าที่เรียงกันด้านหน้า ก็งามเย็นตาไม่แพ้กันด้วย...
.
เสียดายที่ถ่ายภาพกลางคืนไม่เป็นเหมือนตากล้องเก่งๆเค้า...ไม่งั้นจะขออยู่ต่อเก็บภาพยามค่ำให้จั๋งหนับไปเลยครับ...
.
ขอเข้าไปชมด้านในหน่อย....
.

.
ทราบคร่าวๆว่า มีทั้งหมด 160 ห้อง และบางส่วนตกแต่งให้มีบรรยากาศแบบ Nostalgia-หวลอดีต (เพลินวาน) เล็กๆด้วยแนวความคิดที่ว่า....
.
แม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกบันเทิงใจตามแบบฉบับโรงแรมหรูโมเดิร์นทั้งหลาย (มี Turkish baths-โรงอาบน้ำแบบตรุกี..ผับ..บาร์..ด้วย) แต่รูปลักษณ์ภายนอกก็เจตนาสื่ออารมณ์ความรู้สึกว่า...
.
There is no place like home-สุข ณ หนแห่งใด ไหนจะหาเทียมบ้านได้เลย...
.
ปัดโธ่ ชมเพลินจนดันทะลุออกนอกระเบียงไปซะงั้น แล้วก็ลืมย้อนกลับ เพราะ...
.

.
เบื้องหน้าจากระเบียง ประจันเข้ากับ อาคารศูนย์การค้า Robobank ซึ่งมีห้าง Primark Department Store ที่เด่นเป็นสง่าตื่นตาไม่แพ้กัน เข้าอย่างจัง...
.
ตรงกันข้ามคือ ศูนย์บันเทิง ในเครือโรงภาพยนต์ Pathé ธุรกิจยักษ์ใหญ่ในยุโรป
.

.
เข้าไปเดินเล่นในห้าง พี่มากพระโขนง.. เอ๊ย.. Primark หน่อยครับ
.

.
แล้วก็ฉุยฉาย นวยนาด บริเวณรอบๆ...
.

.
ชอบเข้าร้าน Flying Tiger เสมอเมื่อมีโอกาส เพราะสินค้าของเค้ากระจุ๋มกระจิ๋ม น่ารักดี ครีเอท มั่กๆ...
.


.
ชมร้านค้าเลียบทางน้ำไปเรื่อยๆ...
.


.
รูปแบบอาคารผสมผเสกันได้อย่างสะดุดตา...
.


.
เข้าโน่นออกนี่อย่างเพลินใจ...
.

.
แล้ว 5 โมงเย็นก็มารอรถบัส 392 เพื่อกลับอัมสเตอร์ดัม
.
เจอ คุณตา คนไทยที่อยู่หมู่บ้านละแวกนี้ บอกว่า... มาซื้อใบกระเพรากลับไปที่ร้าน ซึ่งขายอาหารไทย.... แล้วก็เล่าว่า..."ทำข้าวราดกระเพรา กับ ผัดไทย ขายกล่องละ 15 ยูโร ขายดีมากกกก...."
.
คุณนายเคทชมว่า "สงสัยทำอาหารเก่ง อร่อยนะสิ" คุณตายิ้มตอบเขิลล์ๆว่า "ไม่รู้สิคะ ก็เลียนแบบที่เห็นคนอื่นทำ ตัวเองไม่เคยชิมเลย ทำอย่างเดียว" 555
.
คุณตา ย้ายมาจากสวีเดน มีลูก 3 คนแล้ว แฟนใหม่เป็นฝาหรั่ง....แล้วก็เปรยส่งท้ายว่า "แฟนคนไทยไม่ไหว พูดจาไม่เพราะ แล้วพอไม่ถูกใจก็ชอบลงไม้ลงมือ...ฝาหรั่งไม่เป็น"....อ้าว แล้วมามองผมทำไมอ่ะ ธ่อ...
.
.
.
กลับถึงอัมสเตอร์ดัม เข้าที่พักแล้ว ยังออกไปเที่ยวต่อและทานอาหารค่ำที่ย่าน Rembrandt Square และ.... ย่าน Red Light-โคมแดง จนถึง 4 ทุ่ม แต่ไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ
.
"หนึ่งวันสราญสุข ณ หมู่บ้านกังหันลม"+"เมืองเล็กๆที่ตื่นตา" ก็จบเพียงเท่านี้
.

.
พบกันใหม่ อัลบั้มหน้า...."วันเดียวเที่ยว...4 หมู่บ้าน" ขอบคุณที่ติดตามตลอดมานะครับ :-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #23  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 05/02/2018 11:16 am




.
วันเดียวเที่ยว...4 หมู่บ้าน-Edam, Volendam, Marken, Monnickendam, Netherlands.
.
5 กุมภาพันธ์ 2561
.
สวัสดีครับ
.
รีวิว "ย้อนอดีต เพื่อเพื่อนที่จะไปเที่ยวเนเธอร์แลนด์เดือนเมษาฯนี้ (goo.gl/C1UPnU)" จบไปอัลบั้มหนึ่งแล้ว คือ อัลบั้ม "หนึ่งวันสราญสุข ณ หมู่บ้านกังหันลม"+"เมืองเล็กๆที่ตื่นตา" (goo.gl/bB5Paa) ...
.
คราวนี้ ก็มาต่อ อีกวัน ที่ประทับใจจ๊อตมากๆ แบบ "ทั้งถูกทั้งดี" ที่เราสามารถใช้เวลาในวันเดียว ในวันที่ 24 มิถุนายน 2015 แต่เที่ยวได้ถึง 4 หมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่าสวย ในย่าน Waterland-เมืองริมน้ำซานน์ ใกล้นครอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ จนกระทั่ง....
.
เมื่อเราไปทริป UK-เครือจักรภพอังกฤษ ในปีถัดมา ก็ทำให้หาญกล้าไปเที่ยว 3 หมู่บ้านชนบทสุดสวยย่าน Cotswolds โดยอิ่มเอมตราตรึงใจไม่แพ้กัน ซึ่ง...
.
เพื่อนๆสามารถคลิกไปชมอัลบั้ม "Cotswolds-ชนบทเมืองผู้ดี ลุยเต็มที่ในหนึ่งวัน" ที่ลิงค์ goo.gl/1rcxCu ได้ครับ จะเห็นว่า ไม่ยากเย็นอะไรเลย แม้...
.
"วันเดียวเที่ยว 4 หมู่บ้าน" ในเนเธอร์แลนด์ อันจักได้รีวิวให้เพื่อนๆอ่านต่อไปนี้ จะง่ายกว่าถูกกว่าก็ตาม...
.
.....รอแป๊บนะครับ :-)
.


.
4 Villages of Waterland-วันเดียว เที่ยว 4 หมู่บ้าน
.
12 กุมภาพันธ์ 2561
.
(ความเดิมตอนที่แล้วอยู่ที่ลิงค์ goo.gl/KqrH3J ครับ)
.
สวัสดีครับ
.
ความสนุกและท้าทายอย่างหนึ่งของการเที่ยวต่างประเทศก็คือ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและภาษา นี่แหละครับ
.
โดยเฉพาะเรื่องภาษา....
.
ซึ่งแม้ส่วนใหญ่ จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากล ที่สื่อความให้นักท่องเที่ยวนักเดินทางจากแดนอื่นเข้าใจก็ตาม
.
แต่ความต่างของการแปลความหรือออกเสียง บางครั้งก็อดทำให้เรางุนงงสับสนไปไม่ได้..... เอาแค่เรื่อง "ออกเสียง" ก่อนละกันนะครับ
.
ในจีน..... ระบบ Pinyin-ผินอิน ที่ใช้พยัญชนะสระอังกฤษมาแปลงนั้น....B ไม่ได้ออกเสียงว่า บี บ.ใบไม้ หรอกครับ แต่เป็น ปี คือ ป.ปลา สระอี....อาทิ ถ้าเจ้าหน้าที่ชี้ให้เราไปรอที่ช่อง ปี ก็คือ B ที่เป็นช่องถัดจาก A เพราะ B คือ ป.ปลา อาทิ Beijing คือ เป่ยจิง ไม่ใช่ เบย์จิง......
.
เช่นเดียวกับ D ก็ไม่ได้ออกเสียงเป็น ด.เด็ก แต่เป็น ต.เต่า เช่น Deqin คือ เต๋อชิน ไม่ใช่ เดควิน อย่างที่เราเรียนสะกดออกเสียงภาษาอังกฤษมา...
.
ที่เมือง Zagreb, Croatia.... เจ้าหน้าที่โฮสเต็ลผู้น่ารัก  ชื่อ Robert แต่เค้าออกเสียงเรียกตัวเองว่า รอแบร็ต ไม่ใช่ โรเบิร์ต
.
เคยสอนสาวฝรั่งเศสที่มาเที่ยวเมืองไทยว่า I Love you คือ Chan Ruk Khun ปรากฏว่าเจ้าหล่อนออกเสียงเป็น "ชัน ฮัก คูณ"...คำแรกคำหลังพอเข้าใจ แต่คำกลางกว่าจะเก๊ตว่า ตัว R เค้าออกเสียงเป็น ฮ.นกฮูก ก็เอาล่อเอาเถิดตั้งนาน
.
Domodedovo สนามบินมอสโคว์ ไม่ใช่ โดโมเดโดโว่ แต่เป็น "โดโมเจ็ตตาว่า" ซึ่งถ้าอยู่เที่ยวเมืองนี้แค่วันสองวัน ไม่ค่อยได้พูดคุยซักถามกับคนท้องถิ่น โอกาสทำความเข้าใจคงไม่มี
.
แบบเดียวกับ Asakusa ในกรุงโตเกียว ไม่ว่าจะออกเสียงเป็น อาซาคูสะ อาซาคึสึ หรืออะไรที่ไม่ใช่ อาซัคซ่า ละก็ สันนิษฐานว่า คิดเองเขียนเอง และไม่เจอคนท้องถิ่นทักท้วง (เพราะให้เกียรติคนต่างชาติ เหมือนที่เราไม่ถือฝาหรั่งที่เรียก ข้าวสาร เป็นเข่าสั่น นั่นแหละ) ครับ
.
ยิ่งภาษาเวียตนามละก็ มึนสุดพะยะค่ะ ร้านกาแฟ Trung Nguyen ที่หน้าตาคล้าย Black Canyon ของเรา ไม่ใช่ ตรุง-งู-เย็น หรอกครับ แต่เป็น "จุง-เวียน" ซึ่งหากไม่ซักถามซ้ำแล้วซ้ำอีกจนแน่ใจละก็ ปล่อยไก่เป็นเล้าครึ่งเล้าได้ง่ายๆ..... อย่างผมเอง ก็เคยออกเสียง เมือง Nha Trang เป็น นาเตรือง เพราะจับความแบบเร็วๆจากคนเดียวสองคนแล้วไม่ตรวจทานซ้ำๆว่า ที่ถูกคือ ยาจัง อ่ะครับ
.
การออกเสียงภาษาอังกฤษเองก็เถอะครับ...ดูทีวี เป็นต้องได้ยินคนในวงการบันเทิงเอ่ยคำว่า "อินสปายเรชั่น" บ่อยมาก เพราะฟังดูเก๋ เท่ ......แต่ Inspiration นั้นคงไม่เหมือน Advertisement ที่ออกเสียงได้ทั้ง แอดเวอร์ไท้ซ์เม้นท์ หรือ แอดเวอร์ทิซเม้นท์ กระมัง เพราะเคยได้ยินได้รับรู้แต่ อินสปิเรเชิ่น...... แต่เค้าคงหยวนๆกันไปแล้ว แบบเดียวกับ...
.
คอมเม้นเตเตอร์รายการประกวดร้องเพลง ที่บอกผู้เข้าประกวดว่า "เวรี่ เวรี่ เพอร์เฟคท์ เลย"...ซึ่งฟังแล้วสะดุดใจไม่น้อย...
.
ก็ Perfect หมายถึง สมบูรณ์แบบ คือ คับแก้ว เหมือน สอบได้ที่หนึ่ง อยู่แล้ว จะต้องแถม "มากๆ" ให้ ล้นแก้วไปทำไม....ถ้าเข้าใจผิดแบบไทยๆเพราะคุ้นชินกับคำว่า ฟิต ที่หมายถึง คับ ทั้งๆที่ Fit แปลว่า พอดี ...แล้วพลั้งบอกว่า เวรี่ เวรี่ ฟิต ก็ยังพอทำเนาในเรื่อง ตรรกะ อยู่บ้างอ่ะครับ  
.
เขียนถึง ตรรกะ แล้ว ขอระบายหน่อยครับว่า... อดกระอักกระอ่วนใจ ไม่ได้เลย กับ สโลแกน ของทีวีรายการหนึ่งที่บอกว่า "ถ้าไม่ได้ดู พรุ่งนี้คุณจะคุยกับใครไม่รู้เรื่อง" แบบว่า.....
.
อยากบอกเค้าจังว่า.... ผมและคนดูส่วนใหญ่ (ประเมินจากเร็ตติ้ง) น่าไม่ได้ดูรายการนี้มาเป็นปีๆแล้ว แต่ก็ไม่มีปัญหาใดๆในการสนทนากับใครเลย ตรงกันข้าม ผมเคยเผลอดูย้อนหลังทางยูทูปอยู่ครั้งนึง แล้วเอาไปถามคู่สนทนาดู ปรากฏว่า เพื่อนทั้งกลุ่มทำหน้าเหรอหรา ต้องอรรถาธิบายความเป็นมาตั้งยืดยาว จนอดเขกศีรษะตัวเองไม่ได้อ่ะครับ... อิอิ
.  
.
ว่าแต่...เพ่วุฒิพล่ามมาซะยาว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับรีวิว "วันเดียว เที่ยว 4 หมู่บ้าน" ที่เพื่อนๆอาจเผลอคลิกเข้ามาอ่าน มั่งเนี่ย....
.
แหะ แหะ เกี่ยวสิครับ....ตามผมมาได้เลย....:-)
.



.
จำตอนที่แล้วได้ไหมครับว่า หลังจากท่อง "หมู่บ้านกังหันลม" จบแล้ว เราก็ไปต่อที่เมือง Zaandam-ซานดัม ซึ่ง...
.
ระหว่างนั่งรถบัสไป โชเฟอร์สาวใหญ่อารมณ์ดี ก็แนะนำที่เที่ยวให้เราแห่งหนึ่ง  goo.gl/zNkrQX ว่า "ที่พลาดไม่ได้เลย ก็คือหมู่บ้านประมง โฟเล่นดาวน์ นะ ..งามผุดๆ..." ซึ่งผมก็ท่องคำว่า "โฟเล่นดาวน์...(Falling Down)..." ไว้ในใจ เพื่อรอสืบค้นใหม่ตอนกลับไปที่โฮสเต็ลอ่ะครับ  
.
เชื่อไหมครับว่า ผมใช้เวลาเสิร์ชหาแหล่งท่องเที่ยวจากคำขึ้นต้นด้วยตัว F ตั้งนานสองนาน ก็ไม่มีเค้าลางอะไรเลย.... จนกระทั่งนึกขึ้นมาได้ว่า ฟ.ฟัน ในภาษาอังกฤษนั้น อาจไม่ได้หมายถึงตัว F แต่อาจเป็นตัว V ก็ได้.... เพราะ ตัว V ฝาหรั่งเค้าไม่ได้ออกเสียง ว.แหวน อย่างที่เราคุ้นปาก แต่เป็น เหวอะเฝอะ ที่ค่อนไปทาง ฝ.ฝา มากกว่า...
.
และเมื่อ เสิร์ชผสมผเสกับความเป็น Fishing Village-หมู่บ้านประมง ก็โป๊ะเช๊ะเลยครับว่า
.
"โฟเล่นดาวน์" ที่เจ๊บอกมา ที่แท้ก็คือ Volendam-โฟเลนดัม นั่นเอง...
.
ทีนี้ก็สนุกละซิครับ
.
เพราะค้นต่อทั้งเว็บ Rick Steves เว็บ Tripadvisor และเว็บ Wikitravel อย่างมันส์มือเลย แล้วก็ได้ความว่า...
.
หมู่บ้านสวยระดับมุมไหนก็ถ่ายทำเป็นโปสการ์ดได้ทั้งนั้น ทั้ง 4 แห่งนี้ อยู่ในอาณาบริเวณที่เรียกรวมๆกันว่า Waterland-เมืองกลางน้ำหรือริมน้ำ นั่นเอง ซึ่งมีคุณสมบัติสมศักดิ์ศรีคำว่า "พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง" อย่าง Very very perfect...อุ๊บ...อย่างสมบูรณ์แบบ ครับ
.


.
เช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2015 ...ออกจากโฮสเต็ลมาที่สถานีรถไฟ Centraal Station เช่นเดิม เพราะเราจะจับรถบัส Waterland bus route ของเครือ EBS ไปเที่ยวย่านนี้ โดยตั๋ววัน Waterland day ticket ราคา 10 ยูโร ซึ่งจุดหมายแรกคือ เมือง Edam-เอดัม โดยสาย 312 หรือ 316 ครับ
.
ตั๋ววัน Waterland day ticket นี้ ครอบคลุมไปถึง 11 หมู่บ้านด้วยกัน อาทิ Edam, Marken, Monnickendam, Volendam, De Rijp, Hoorn, Middenbeemster, Oosthuizen, Landsmeer, Purmerend และ Broek in Waterland ครับ
.
แต่เราจะไปเที่ยวตามคู่มือของเฮีย Rick Steves โดยแพลนไว้แค่ 3 แห่งก่อน คือ  Edam, Volendam และ Marken หลังจากนั้น ได้แค่ไหนค่อยว่ากันอีกที
.


.
สาเหตุที่ผมตั้งชื่อเมือง Edam นี้ว่า  "หมู่บ้านเนยแข็ง" ก็เพราะเป็นที่ทราบกันว่า...
.
เอดัม หมู่บ้านต่อเรือที่ขึ้นชื่อในอดีต นี้ ได้ผันตัวเองมาเป็น ตัวเอ้ ในเรื่องผลิตภัณฑ์ ชีสส์ หรือ เนยแข็ง จนกระทั่งชื่อ Edam Cheese ลือเลื่องไปทั่วโลก... ถึงขนาดมีการจัดงาน The Cheese Market Day-เทศกาลเนยแข็ง ทุกวันพุธ เวลา 10.30-12.30 น. ของเดือน กรกฎาคม ถึง สิงหาคม นั่นเองครับ
.


.
จับรถ 312 มาถึงเมือง เอดัม ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจากอัมสเตอร์ดัม
.
แค่ลงรถ ก็ตื่นตากับบรรยากาศเขียวชะอุ่มของต้นไม้ใบหญ้า สะพานยก และ สายน้ำแล้วครับ
.
ยิ่งอ่านป้ายประชาสัมพันธ์ทราบว่า.... มีเทรลท่องธรรมชาติจากเมืองเอดัม ไปสู่ โฟเลนดัม หลายเส้นทางให้เลือก.... ก็ตระหนักว่า เมืองย่านนี้ฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวท้องถิ่นและนานาชาติเพียงไร
.
เข้าไปในย่าน Centraal-ตัวเมือง ตามป้ายดีกว่านะครับ
.


.
จากบล็อกนี้ทะลุสวนหย่อมไปบล็อกนั้น สวย สงบ งามตาจริงๆครับ

หอสูงที่เห็นคือ Carillon Tower สร้างขึ้นในปี คศ. 1350 บริเวณนี้เดิมเป็นโบสถ์ Church of Our Dear Lady แต่ถูกรื้อถอนไปในปี คศ.1882 เหลือไว้เพียง หอ Carillon Tower อย่างที่เห็น ซึ่ง....
.
ใน ปี คศ. 1972 หอนี้ก็ทำท่าว่าจะทรุดพังทลายเช่นกัน ทางการจึงใช้โครงเหล็กค้ำยันไว้ และบูรณะขึ้นมาใหม่ในเวลาต่อมา
.


.
ที่เห็นก้อนกลมๆเหลืองๆ เรียงเต็มตามร้านค้าต่างๆ ถ้าเป็นบ้านเราก็ หมอนอิงกลมถวายวัด แน่ๆ แต่ที่นี่ เป็น ชีสส์ ล้วนๆครับ    
.
ถามเจ้าถิ่นว่า Tourist Information-ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ที่ไหน คุณพี่ทั้งสองบอก "ไปตามทางเรื่อยๆ พอข้ามสะพานก็เลี้ยวไปขวามือเลย"
.


.
ยังไม่ทันข้ามสะพาน... ขณะชื่นชมทิวทัศน์และกดแช๊ะโดยรอบ... กลุ่มชาวบ้าน 5 คนก็ยิ้มให้และถามว่า "จะให้ถ่ายภาพคู่ให้ไหม" แล้วก็เลยได้พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เมื่อทราบว่าเรามาจากเมืองไทย
.
ก็เลยได้ถ่ายภาพหมู่อย่างน่ารักมาก โดยมี Damplein หรือ Dam Square-จัตรุรัส ดัม และโรงแรม Dam Hotel  เป็นฉากหลัง
.


.
ความที่ถูกคอกันขึ้นมา... 5 หนุ่มใหญ่ชาวดัทช์ที่ทำงานเป็นลูกเรือในอัมสเตอร์ดัม นำเรือมาซ่อมที่อู่ต่อเรือ ก็ชวนเราว่า "ไปดูเรือหน่อยไหม ซ่อมเสร็จเมื่อวาน ..ถ้ายังไง นั่งเรือไปเที่ยวด้วยกันก็ได้"
.
เอาก็เอา....ใจง่ายอยู่แร้นนน...555
.
ไปถึงที่ ได้รับการแนะนำให้รู้จักเจ้าของเรือ พูดคุยกันพักหนึ่ง ก็ชวนเราไปเที่ยวด้วยกันเช่นกัน แต่กว่าจะออกเรือก็อีกตั้งชั่วโมงโน่น เราก็เลยขอตัว...
.
กลับมาที่ Damplein หรือ Dam Square-จัตรุรัส ดัม ซึ่งด้านหนึ่งคือ Town Hall-ศาลาว่าการ ที่ก่อสร้างขึ้นเมื่อ ปี คศ. 1737 .....ที่นี่ นอกจากเป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมจัดงาน โดยเฉพาะงานสมรสแล้ว ภายในยังมีสำนักงานของ Tourist Information-ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ด้วย
.
ส่วนอีกด้าน ที่มี Former Government Building-อาคารราชการเดิม ตั้งตระหง่าน คือส่วน คาเฟ่กลางแจ้งบนจัตุรัสของ โรงแรม Dam Hotel ครับ
.


.
เซลฟี่คู่แล้ว เข้าไปสอบถามข้อมูลใน Tourist Information-ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ....
.
แล้วก็ได้คำแนะนำว่า The Edam Museum-พิพิธภัณฑ์เอดัม ซึ่งปรับปรุงจากบ้านเก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี คศ.1530 ให้มาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี คศ.1895 น่าสนใจมากๆ ซึ่ง...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #24  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 05/02/2018 11:43 am



.
เป็นตึกแถวโดดๆที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามนั่นเอง  
.
คุณป้า คนดูแลกำลังนั่งซดกาแฟ พอเห็นเราเข้าไปก็รีบยกแก้วกาแฟไปซ่อนใต้เคาน์เตอร์ ผมเลยแซวแกว่า "กลัวเราจะแย่งดื่มหรือไงครับ" ป้ายิ้มเขิลล์ๆ ผมพูดต่อ "อากาศอย่างนี้ น่าง่วงจะตายใช่ไหมครับ" คราวนี้สนิทกันขึ้นมาเลย
.
คุณนายเห็นม้วนผ้าด้านหลัง คุณป้าบอกว่า เป็นฝีมือทอของคนท้องถิ่นละแวกนี้ แล้วก็เปิดนิตยสารแฟชั่นให้ดูว่า ถูกเอาไปออกแบบตัดเย็บอย่างไร น่าสนใจมากแต่ แพงงงงง...
.
บัตร Museum Card ใช้เข้าชมฟรีได้...คุณป้าบอกว่า
.
ที่นี่รักษาสภาพเดิม Original ของเจ้าของบ้านที่เป็นกัปตันเรือในอดีตไว้ทั้งหมด จะมีส่วนที่เป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องเก็บของที่ระลึก และ....
.
ที่สำคัญคือ มีห้องใต้ถุน ที่ลอยน้ำอยู่ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ เป็นการสร้างความสมดุลไม่ให้ฐานรากตึกถูกน้ำเซาะพังหนึ่ง และคุณกัปตันต้องการให้มีความรู้สึกเสมือนหนึ่งอยู่เรือที่กระเพื่อมไปมาอีกหนึ่ง
.
ห้องใต้ถุนอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องครัวนี่เอง
.



.
เป็นห้องเตี้ยๆ แคบๆ แต่...รู้สึกได้ว่า โยกเยกไม่นิ่งจริงๆครับ
.


.
ชั้นลอยเป็นห้องอาหารและมีตู้โชว์ภาชนะเครื่องเคลือบและของสะสมต่างๆ
.
ขึ้นชั้นสองที่เป็นห้องนอน
.
แล้วก็ขึ้นบันไดแคบๆ (ต้องจับเชือกโหนไม่ให้ตก) ไปชั้น 3
.


.
เป็นห้องที่พอเรียกได้ว่า พิพิธภัณฑ์ เพราะมีของโบราณที่เป็นประวัติศาสตร์เก็บรักษาไว้อย่างดี
.


.
หุ่นสิงโตที่เห็นก็คือ สัญลักษณ์เมืองที่เรียกเป็นทางการว่า  
Edam Coat of Arms คล้ายๆกับ ตราครุฑพระราชทานของเรา เพราะเห็นมีติดบนหน้าจั่วอาคารที่สำคัญต่างๆ อาทิ ศาลาว่าการ และ The Edam Cheese Weigh House-โรงชั่งเนยแข็ง ครับ
.


.
รูปปั้น.. อาภรณ์บาทหลวง..ภาพวาด ทางศาสนา
.


.
ประทับใจพอสมควรครับ
.
คราวนี้ ป้าไม่เหงาไม่ง่วงแล้ว ชวนเพื่อนมานั่งดื่มกาแฟและเม้าธ์กันอร่อย โดยมีสาวสยามร่วมแจมอย่างมันส์ปากไปด้วย
.

.
เดินเลียบคลองไป ร้านค้าชีสส์ต่างๆ แต่อยู่ไม่นานหรอกนะครับ เพราะกลิ่นไม่ต้องรสนิยมเราทั้งคู่เท่าไหร่ จึงรับทราบมาเพียงว่า....
.
สาเหตุที่ชีสส์เมืองเอดัมขึ้นชื่อมาก เพราะผลิตจากโคนมที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าสมบูรณ์ ปรุงด้วยวิธีการลับที่สืบทอดกันมาเป็นหลายร้อยปี ทำให้มีเกลือน้อยและนุ่มถูกปากกว่าชีสส์ที่อื่น
.

.
แล้วก็มาถึง The Edam Cheese Weigh House (De Kaaswaag Edam)-ศูนย์บริการเนยแข็ง ซึ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ ปี คศ. 1778 เป็นที่ จัดแสดง จำหน่าย ให้ลองชิมชีสส์แบบต่างๆ และ...
.
ลานกว้างด้านหน้านี้เอง ที่เป็นสถานที่จัดงาน The Cheese Market Day-เทศกาลเนยแข็ง ทุกวันพุธ เวลา 10.30-12.30 น. ของเดือน กรกฎาคม ถึง สิงหาคม ซึ่งน่าสนุกมากๆครับ
.
หากชมภาพประกอบที่ผมนำมาจากเน็ตแล้วยังไม่หนำใจ เรียนเชิญชมคลิปเต็มๆได้ที่ลิงค์ goo.gl/MpeZic ครับ
.

.
เดินชมเมืองไปทั่วๆ จนมาถึง สะพานยก Kwakelbrug Drawbridge ได้เห็นบรรยากาศการยกสะพานให้เรือผ่านพอดี
.
อ้าว...พรรคพวกใหม่ของเรา กำลังแล่นเรือกลับบ้านพอดี โบกไม้โบกมือบ๊ายบายกันใหญ่...น่ารักมากครับ
.

.
ชมเมืองต่อไปด้วยความสุขใจ
.

.
แล้วก็ได้เวลาอำลา.... เพื่อมุ่งหน้าสู่ Volendam-โฟเลนดัม เป้าหมายแห่งที่สองของวันนี้ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #25  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/02/2018 1:19 pm



.
จากหมู่บ้านเนยแข็ง เอดัม เราเดินทางต่อมายัง หมู่บ้านที่เป็นเป้าหมายหลักของ Day Trip จาก Amsterdam ในวันนี้ครับ
.
ขอเรียนว่า ภาพที่ประสพพบเห็น หมู่บ้าน Volendam-โฟเลนดัม ไม่มีความเป็น Fishing Village-หมู่บ้านประมง อย่างที่วาดภาพในจินตนาการเอาเสียเลย เพราะค่อนไปทางเมืองรีสอร์ต ที่เหมาะแก่การพักผ่อนฟื้นฟูกายใจเป็นที่สุดครับ
.


.
รถบัส Waterland Route สาย 110 นำเรามาถึงป้ายปากทางหมู่บ้าน Volendam-โฟเลนดัม ที่ดูสะอาดตาไปทั่วทุกมุม
.
แสดงความขอบคุณลุงคนขับด้วยการกดแช๊ะเสร็จ คุณลุงหันมาบอกว่า "อย่าเพิ่งไป" พลางหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนอะไรยุกยิกแล้วยื่นให้ "รบกวนส่งรูปมาให้ทางอีเมล์ด้วยนะ"....ได้สิครับ ด้วยความยินดีครับ
.
ยืนชื่นชมบรรยากาศโดยรอบครู่หนึ่งด้วยความอิ่มเอิบใจ แล้วก็เดินตามป้ายบอกทางไปยัง Tourist Information Center-ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสำนักงานเล็กๆอยู่มุมหนึ่งของ Volendam Museum-พิพิธภัณฑ์ โฟเลนดัม ครับ  
.


.
เพิ่งเที่ยงกว่าๆ...แหม่มเจ้าหน้าที่บอกว่า A Fine Day like this-อากาศแจ่มใสอย่างวันนี้....อย่าว่าแต่ เที่ยวที่นี่ต่อด้วย Marken-มาเค่อ เลย จะไปอีกซักหมู่บ้าน 2 หมู่บ้านก็สบาย รถบัสส่งถึงที่ทั้งหมด
.
ผมบอกแหม่มว่า "เรามาจาก เอดัม แล้วเจอนักท่องเที่ยวบอกว่า โฟเลนดัม สวยกว่า เอดัม แยะ"...แหม่มปั้นสีหน้ายาก แล้วบอกว่า ..."เอ้อ..ชั้นเป็นคนเอดัมนะ"...อ้าว..จุดไต้ตำตอซะแหล่ว...มุกแป๊กตามฟอร์ม หุหุ
.
เราเลยถามถึง ตลาดประมูลปลา ที่เสิร์ชมาจากเน็ต แหม่มบอกว่า "เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว"
.
ภาพโปสเตอร์ข้างฝา เห็นบ้านเรือนหลังคาแดงเกาะเกี่ยวกันเป็นพืด...ยิ่งในฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมหลังคาเป็นหย่อมๆด้วยแล้ว..ก็อดร้องอุทานไม่ได้ครับว่า "...เนี่ยนะ หมู่บ้านประมง...." ช่างแตกต่างจากที่เรานึกคิด ราว ตลาดสด กับ Hypermart เสียจริงๆ
.
เลือกหยิบแผ่นพับหมู่บ้านต่างๆมาปึกนึง แล้วเราก็ไปยัง....
.


.
.....Volendam Museum-พิพิธภัณฑ์ โฟเลนดัม ซึ่ง Museum Card ได้ส่วนลดจาก 3 ยูโรเหลือ 2 ยูโร เราจึงเดินชมเฉพาะส่วนที่อยู่ในห้องโถงเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปชมข้างในครับ
.


.
เดินชมเมืองต่อไปเรื่อยๆ ยังส่วนที่เป็นชุมชน ผ่านศูนย์การค้า....
.


.
....ย่านธุรกิจ เพื่อข้ามสะพานไปยัง ริมน้ำ....
.


.
เดินตามคุณนายต้อยๆเข้าไปชมร้านค้าของสวยๆงามๆด้วย
.


.
แล้วก็มานั่งพักทานสแน็คที่แพ็คมาจากโฮสเต็ลเมื่อเช้านี้ ตรงม้านั่งริมน้ำตรงข้ามร้านถ่ายรูป คอสทูม (พร้อมชุดพื้นเมือง) ที่มีเรียงรายเต็มไปหมด
.
ป้ายเชิญชวนให้ Direct Opstappen-เที่ยวท่องทั่วๆ ด้วยรถเซ็กเวย์ ซึ่งดูดี แต่ราคาก็ไม่เบาครับ
.
เจ้าหนุ่มสวมเสื้อ I Amsterdam เดินเข้ามาหา ถามไถ่ว่า "กำลังทำวิจัย อยากจะขอสัมภาษณ์เราหน่อยได้ไหม"
.
เมื่อสอบถามได้ความว่า ชื่อ Bo เป็นนิสิตคณะสังคมวิทยา (เมื่อก่อนเรียนนิติศาสตร์แล้วไม่ชอบ) เราก็เลยบอกว่า "ถามมาเลย"
.
โบ ถามเรื่องค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว...ตารางการท่องเที่ยว...มีโชว์คอนเสิร์ตอันไหนที่สนใจไหม...
.
เราบอกว่า เท่าที่ดูโปสเตอร์โฆษณาต่างๆแล้ว อยากดูโชว์ที่ Body Worlds Museum...เจ้าโบ รีบบอกว่า "อย่าเชียว ผมเคยไปดุแล้ว ฝันร้ายไปหลายคืนเลย..." แล้วก็สาธยายด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนว่า "เป็นโชว์ที่ใช้ Anatomy-กายวิภาคของผู้คนมาประกอบ น่ากลัวมากเลย.." (ดูลิงค์ goo.gl/gHNxnb จากยูทูปได้ครับ)
.
เราก็เลยบอกว่า "งั้นเหรอ ดีแล้ว จะได้ไม่ไป" (ประหยัดได้อีกหลายตัง...อิอิ)
.
โบถามต่อว่า รู็สึกยังไงกับ โฟเลนดัม...เราบอกชอบมาก  สะอาดสุดๆ ไม่เหมือนอัมสเตอร์ดัมที่ค่อนข้างสกปรก (ผมเล่าไว้ในลิงค์ goo.gl/bLWK6e ครับ).....โบบอกว่า "ไม่ถึงขนาดนั้นมั้งครับ เพราะอัมสเตอร์ดัมเพิ่งได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่สะอาดมากเมืองหนึ่งเร็วๆนี้เอง...แต่คุณคงหมายถึงเฉพาะย่านโคมแดงนะ.."....เราก็เลยพยักหน้า ไม่อยากให้เค้ารู้สึกไม่ดี เปลี่ยนเรื่องเสีย...
.


.
บริเวณริมน้ำนี้ อดีตคงคึกคักด้วยเรือหาปลา และคนขนปลา พ่อค้าแม่ขาย...แต่ปัจจุบัน เหลือพ่อค้าประมงแค่คนเดียวอย่างที่เห็นครับ อิอิ
.
เดินชมร้านค้าต่างๆไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ร้านถ่ายภาพจะราคาพอๆกันคือ คนละ 2 ภาพ (2 ชุดพื้นเมือง) 15 ยูโร...2 คน 2 ภาพ 19 ยูโร ครับ
.


.
มาถึงร้านขายสินค้ามือสอง เจอ 2 คุณป้าที่ขี่จักรยานมาจากหมู่บ้านหนึ่ง อายุ 70 กันแล้ว เราชมเลยว่า แข็งแรงมาก ..แต่ท่านบอกว่า "รถจักรยานไฟฟ้าอ่ะ...ชาร์จไฟทีไปได้เป็นสิบๆกิโลเลย" 5555
.


.
แวะเข้าไปชมในร้านกันครับ
.


.
น่าชื่นชมมากครับ เพราะข้าวของเหมือนระเกะระกะ แต่ดูสะอาดตา ไม่ฝุ่นเขรอะเหมือนร้านประเภทเดียวกันนี้แถบบ้านเราอ่ะครับ
.


.
บ้านเรือนสวยงาม น่าดูชมมาก
.


.
ร้านขายโคมไฟเครื่องประดับ....
.


.
ร้านขายของที่ระลึก
.
แผนที่กระเบื้องเคลือบบนทางเท้า...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #26  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 14/02/2018 1:26 pm



.
เพลินตา สมเป็นเมืองน่าพักผ่อนหย่อนใจสูดโอโซนจริงๆ
.


.
ร้านอาหาร กับ ร้านถ่ายรูปคอสทูม มากพอๆกัน...
.


.
สแน็คยอดนิยมที่ใครมาเป็นไม่พลาด (ยกเว้นเรา) ก็คือ ปลาดิบ-Herring ครับ
.
ศาลาริมน้ำ ชื่อ Het Praathuis-Talk House เป็นเสมือนสภากาแฟ หรือจุดนัดพบของเหล่า ส.ว.ชายทั้งหลายแห่งหมู่บ้าน เพื่อพูดคุย เรื่องนาฬิกา 25 เรือน... หวย 30 ล้าน และ เสือดำ ฯลฯ ประสาเผือกเหมือนเราอ่ะครับ ยกเว้น...
.


.
...ลุงคนนี้ ที่ไม่อยากสุงสิงกับใคร แต่ก็ดันมีมนุษย์ป้าจากไทยไปเจ๊าะแจ๊ะด้วยจนได้....
.
เห็นภาพถ่ายตามร้านแล้ว ยั่วกิเลสอยากลองมั่งจังครับ
.


.
ดูสิครับ บรรยากาศน่ารื่นรมย์ปานใด
.


.
ร้านค้าทางด้านนี้
.


.
แล้วก็มาถึง โรงงานทำชีสส์...เข้าไปชมกันครับ
.


.
จัดแสดง สาธิตได้เนี๊ยบมากๆเลย
.


.
ไม่ซื้อไม่หา ก็ไม่ว่าอะไรด้วย น่ารักจัง
.


.
ร้านถ่ายรูปอีกแล้ว
.


.
ร้านนี้ เน้นฮา...
.


.
เดินชมสแน็คที่เค้าชื่นชอบกัน...
.


.
ทะลุเข้าในย่านบ้านพัก
.


.
บ้านคนจีน เขียนเชิญชวนให้เข้าไปซื้อเครื่องดื่มในราคาพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวจีน....
.
กระทิงแดง...1.50 ยูโร
เบียร์............1.25 ยูโร
โค๊ก..............1.00 ยูโร
....
ราคาถูกจริงๆด้วยครับ
.
ตื่นตา อิ่มเอมใจมากครับกับ โฟเลนดัม....
.
มีเวลา ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #27  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/02/2018 7:42 pm



.
จาก Volendam-โฟเลนดัม เป้าหมายต่อไปก็คือ หมู่บ้าน Marken-(ออกเสียงว่า...) มาร์เค่อ ซึ่งตั๋วรถบัสสาย Waterland Route ไปได้ฟรีอยู่แล้วดังลิงค์ goo.gl/U9GAzG ครับ
.
แต่....
.


.
ช่วงระหว่างเดินเที่ยวริมน้ำนั้น ก็ให้บังเอิญพบว่า มีเรือจากโฟเลนดัม ไป มาร์เค่อ อีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งค่าตั๋วคนละ 15.50 ยูโรนั้น มีแถมถ่ายภาพคอสทูมให้ฟรีด้วย ....
.
เท่ากับว่า ค่าเรือจริงๆก็แค่ ครึ่งยูโรหรือ 20 บาทเท่านั้นเอง เพราะค่าถ่ายรูปโดยทั่วไปก็ราคามาตรฐาน 15 ยูโรอยู่แล้ว...
.
งั้นก็ จะรออัลไลละครับ
.
เมื่อเราเจาะลึกทั่วเมืองแล้ว ก็กลับมาที่ท่าเรืออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเรือ Marken Express พร้อมอยู่แล้วที่จะเดินทาง (มีเรือออกทุก 45 นาที) ครับ
.


.
นักท่องเที่ยวเยอะทีเดียวครับ กว่าครึ่งเป็น ส.ว.หญิงชายที่ศิริอายุรวมกันมากกว่าบรรดาหนุ่มสาวประมาณเท่าตัวนึงถึงสองเท่าตัว.... อิอิ
.


.
บรรยากาศโดยรอบรื่นรมย์มากๆครับ มีบ้านสีเขียวแก่สวยงามเต็มไปหมด
.


.
สนุกสนานกันใหญ่เลยครับ
.


.
มีบ้านที่เชิญชวนให้เข้าไปชมภายใน ซึ่งเป็นการตกแต่งแบบต้นฉบับบ้านชาวมาร์เค่อขนานแท้ด้วย
.


.
อิจฉาผู้คนแถวนี้จริงๆ เพราะทุกส่วนงามตา น่าอภิรมย์ ชิลล์ๆแบบสโลว์ไลฟ์ อย่างมีความสุข
.


.
เจอ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเข้าพอดี ลุงเจ้าหน้าที่หุ่นซูโม่ทักทายอย่างมีไมตรี และเจ้าหน้าที่หญิงก็แนะนำแหล่งที่น่าสนใจและเส้นทางท่องเที่ยวให้อย่างน่ารักมากครับ
.


.
เป้าหมายของเรา นอกจากชื่นชมทั่วๆแล้ว ก็คือ การไป Klompenmakerij-โรงงานผลิตรองเท้าไม้ เพื่อถ่ายภาพคอสทูมนั่นเองครับ
.


.
ฟ้าใสเจิดจ้า แต่อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิแค่ 20 หน่อยๆ เดินเท่าไหร่ก็ไม่เหนื่อยครับ
.


.
มาถึงบริเวณปากทางผ่านของรถบัส....ท้องทุ่งเขียวขจี เลี้ยงแกะหลายตัว
.


.
เมื่อข้ามสะพานยกไปก็เป็นโรงงานรองเท้าไม้ที่ว่าแล้วครับ
.


.
จริงจังใหญ่โตกว่าที่หมู่บ้านกังหันลมครับ
.


.
โอภาปราศรัยกันแล้ว ก็ยื่นตั๋วเรือให้เค้าดูว่า เราพร้อมที่จะถ่ายภาพแล้ว
.


.
ประดักประเดิดนิดหน่อยเพราะชุดสำหรับผมนั้น ดูเหมือนจะเหลือขนาด XXXXL... 4 XL อ่ะครับ ส่วนรองเท้าก็น่าจะเป็นเบอร์ 55 มั้ง อิอิ
.
แต่ในที่สุดเรียบร้อยไปได้ด้วยดี ได้เป็นชาวดัทช์สมใจครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Netherlands-Belgium-Switzerland 22 มิ.ย.-22 ก.ค.2015

โพสต์ #28  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 20/02/2018 7:47 pm



.
เสร็จสมอารมณ์หมาย ยังไม่ 5 โมงเลยครับ
.
อย่ากระนั้นเลย ขอต่ออีกซักหมู่เหอะ....นะ นะ นะ...
.



.
สำหรับเพื่อนๆที่มีเวลามากหน่อย จะเช่าจักรยานขี่ไปที่ ประภาคาร ก็ไม่เลวนะครับ เพราะดูเหมือนจะเป็น Landmark ของที่นี่เลย
.


.
หมู่บ้านแหล่งสุดท้ายสำหรับ Day Trip จาก Amsterdam ในวันนี้ ก็คือ หมู่บ้าน มอนิกเคิ่นดัม ครับ
.
สาเหตุที่ผมตั้งชื่อว่า ฝายพระคุณเจ้า ก็เพราะมาจากชื่อภาษาดัทช์นี้ ที่แปลว่า The Monk's Dam คือค้นพบโดยบาทหลวงท่านหนึ่งในครั้งอดีตกาลนั่นเองครับ
.


.
รถบัสสาย 315 ใช้เวลาแค่ 10 กว่านาที ก็มาถึง มอนิกเคิ่นดัม แล้วครับ
.


.
ที่ประจันอยู่ด้านหน้า ก็คือ โบสถ์ Grote Kerk (big church) เรียกง่ายๆว่า มหาโบสถ์ก็แล้วกันครับ
.
ภายในส่วนหนึ่งเป็นศูนย์หัตถกรรมเครื่องปั้น ที่มีวางจำหน่ายเป็นของที่ระลึก
.


.
เป็นหมู่บ้านสงบเงียบอีกแห่ง ที่น่าอยู่มากๆ
.


.
ที่ชอบใจมากๆ ก็คือ แทบทุกบ้านจะมีเก้าอี้ไม้หน้าบ้านสำหรับเจ้าของใช้ผ่อนคลายอิริยาบท และนักท่องเที่ยวใช้นั่งพักได้
.
หอระฆังและพิพิธภัณฑ์ Speeltoren clock tower and museum ที่ยังดูสง่าและค่อนข้างใหม่ ทั้งๆที่มีอายุกว่า 500 ปีแล้ว เพราะ...
.
หมู่บ้าน มอนิกเคิ่นดัม นี้เคยถูกเพลิงเผาวอดแบบราพนาสูร ไป 2 ครั้ง ในปี คศ.1500 และ ปี คศ.1503 ครับ
.


.
ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของต่างๆ บ่งบอกว่า เป็นหมู่บ้านฮิตของนักท่องเที่ยวทีเดียว
.


.
รูปปั้นของบาทหลวงต้นตำนานของหมู่บ้านนี้ และ รูปปั้นชาวประมงที่สื่อให้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต
.


.
บรรยากาศโดยรอบ เหมาะแก่การมานั่งทานอาหารชิลล์ๆในยามเย็นจริงๆครับ
.


.
ถึงขนาดมีร้านอาหารไทยใหญ่โตปานนี้ แสดงว่า รายได้จากการท่องเที่ยว No Light-ไม่เบา ล่ะครับ
.


.
แล้วก็ได้เวลากลับอัมสเตอร์ดัม ซึ่งยังมีเหลือเฟือที่จะท่องราตรีเมืองหลวงไปจนถึง 4 ทุ่ม...หมายความ Day Trip 4 หมู่บ้านนี้ ไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็นอะไรเลย ทั้งถูกและดี แถมประทับใจอย่างแน่นอนครับ
.


.
เส้นทางนี้ ยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่น่าสนใจซึ่งหากเพื่อนๆเผื่อเวลาให้กับ เนเธอร์แลนด์ มากหน่อย จะทราบว่า เมืองดัทช์ไม่ได้มีแค่ กังหันลม และ อุทยานดอกไม่อ่ะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3400
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน

  • Advertisement
cron