Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

รีวิวต่างประเทศ รีวิวแยกประเทศ ตั้งคำถามที่คาใจ กลเม็ดเคล็ดลับในการท่องเที่ยว

Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 10:30 pm

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ
.
Japan-Taiwan Trip ญี่ปุ่นก็ได้ ไต้หวันก็ดี
.
สวัสดีครับ
.
เจอความร้อนบ้านเราเดือนมีนา-เมษา อยากจะหนีไปหาความเย็นที่ญี่ปุ่นไต้หวันมารอบหนึ่งแล้ว แต่เจอราคาตั๋วทั้ง 2 ประเทศแล้วต้องถอยกรูด
.
แล้วก็....
.
เลยเปลี่ยนแผนไปเที่ยว เกาะไหหลำแทน ซึ่งกลายเป็น...หนีเสือปะสิงโตแทน เพราะร้อนเกรียมประมาณกัน...ต้องกลับบ้านมาเลียแผลในห้องแอร์แพล่บๆ 555
.
แต่คนเรา ลองจะดวงดีซะอย่าง โอกาสก็ลอยมาหาจนได้...
.
รูปภาพ
.
จู่ๆ ...เพือ่นดีอย่าง KMT โทร.02-6526865 ก็โทร.มาบอกว่า "ตั๋วญี่ปุ่นราคาดีมีพอดีพี่..แต่ต้องแวะ ทรานสิท ฮ่องกง หรือ ไต้หวัน หลายชั่วโมงอยู่...ไหวไหมพี่"
.
ปัดโธ่... เพิ่งทรานสิทฮ่องกงตอนไปไหหลำมาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ใยจะมาเกรงกริ่งตอนนี้ละครับ ว่าแต่ ไหนๆต้อง Via-ผ่าน ขอทรานสิทไต้หวันดีกว่านะ....
.
"อีกครับพี่ ...แวะไต้หวันมีให้เลือกระหว่าง แวะรอเครื่อง 8 ชุั่วโมง กับรอข้ามวัน พี่เลือกแบบไหน?"
.
อือม์.....ถ้ารอข้ามวันแค่เปลี่ยนเครื่อง เท่ากับเสียค่าโรงแรมฟรีๆอีกคิน อย่างไทเปก็ 2 พันกว่า สู้ แวะเที่ยว-Stop Over (ทรานสิท หมายถึง แวะไม่เกิน 24 ชั่วโมง) ซักวัน 2 วัน ดีกว่าไหม....
.
"งั้นเอางี้ก็ได้ครับ เลือก Stop Over ขานึงละกัน ราคาตั๋วจะได้ไม่แพงนะครับ "
.
ตกลงคือ ขาไปแวะ 8 ชั่วโมง ขากลับแวะเที่ยว....ดี ดี.... Where where so where where-ไหนๆก็ไหนๆ ซด 2 ประเทศในทริปเดียวให้พุงกางไปเร้ยยย...อิอิ
.
ต้องขอขอบคุณเพื่อนดี อย่าง KMT มา ณ ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง
.
ก็อย่างที่เคยเรียนในรีวิวทริปไหหลำไปแล้วนะครับว่า ช่วงเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง เจอนักท่องเที่ยวไทยที่เที่ยวเองเปลี่ยนเครื่องไปญี่ปุ่นตรึม จึงมีโอกาสได้รับฟังปัญหาการจองตั๋วที่ระบายเป็นฉากๆ ถึงขนาดเรื่องตั๋วกลายเป็นเรื่องหลักที่สำคัญกว่าเรื่องเที่ยวด้วยซ้ำ.......
.
...ซึ่งผมก็เข้าใจดีว่า เพราะการขาดประสบการณ์ ยอมเสียเงินล่วงหน้าจ่ายค่าตั๋วกับใครที่ไม่รู้จักมักจี่เป็นการส่วนตัว ย่อมมีความเสี่ยงแฝงอยู่ไม่มากก็น้อย ด้วยหากเกิดปัญหาเฉพาะหน้า ก็ไม่ทราบว่าจะหาตัวตนคนรับผิดชอบอย่างจริงใจมาจากไหนได้
.
การซื้อตั๋วจากเอเย่นต์ที่มีชื่อเสียง ไว้วางใจได้มายาวนาน อย่าง KMT จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้เราอุ่นใจได้ว่า.... คิดเรื่องเที่ยวเถิด ลืมเรื่องบินเรื่องการเดินทางไปได้เลย.... เพราะที่นี่เป็น One Stop Service ที่นอกจากตั๋วแล้วยังมีพาสส์ต่างๆ ประกันฯ ฯลฯ บริการให้ด้วย...... ทั้งความเอาใจใส่ในเรื่องต่างๆผ่าน LINE ก็ช่วยให้เราโล่งอกได้ตลอดเวลา (อย่างทริปไหหลำก็ส่งข้อความเตือนเรา 2-3 รอบว่า ตั๋วตี 3 วันที่ 21 หมายถึงคืนวันที่ 20 นะพี่ อิอิ) เหล่านี้คือน้ำใจที่สร้างความผูกพันเราและเพื่อนๆเสมอมาอย่างไม่มีการขาดตกบกพร่อง
.
สรุปแว่...เอ๊ย..สรุปว่า...รัก KMT มากๆ เช่นเดียวกับเพื่อนๆที่มี KMT 02-6426865 เป็นคู่คิดในการเดินทางตลอดมาเหมือนกัน จุ๊บๆๆๆ
.

รูปภาพ
.
พูดถึง KMT แล้ว ก็ขอถือโอกาสบอกล่าว เอเย่นต์อีกรายหนึ่ง ที่เพื่อนๆก็ใช้บริการตลอดมาด้วยความประทับใจ เพราะมีคุณสมบัติอย่างเดียวกัน จนฝากความขอบคุณมากถึงเราเป็นประจำ
.
นั่นก็คือ บริษัท TG191 โทร. 6520688 ครับ
.
ซึ่งเพื่อนๆย่อมสามารถใช้เป็นทางเลือกหรือเปรียบเทียบได้ด้วยความสบายใจครับ
.
รูปภาพ
.
เที่ยวญี่ปุ่นเมื่อก่อนว่าง่ายแล้ว เดี๋ยวนี้ยิ่งง่ายกว่าเดิมไปอีกหลายเท่า เพราะขั้นตอนการเตรียมตัวมีสั้นจุ๊ดจู๋แค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้น ดังนี้ครับ
.
1. หาตั๋ว
2. หาเป้าหมาย
3. หาที่พัก
.
เท่านี้จริงๆ..... อย่างทริป 14 วันของเราทริปนี้ ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันก็เรียบร้อยโรงเรียนเท่งโหน่ง..เอ๊ย วุฒิเคทวิทยาคม เหลือแค่จัดกระเป๋าอีกครึ่งวันก่อนเดินทางเท่านั้นเอง
.
ขั้นตอนที่ 1 เรื่องหาตั๋ว ...ก็อย่างที่เรียนไปแล้ว ถึงได้ตั๋วก่อนเดินทางแค่ 5 วัน.....เราก็ไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย..แบบว่า.. ไปญี่ปุ่นก็เหมือนๆไปเชียงใหม่นั่นแหละครับ ถึงที่ก็รู้เองว่าควรเที่ยวที่ไหน อย่างไร..
.
รูปภาพ
.
ขั้นตอนที่ 2. มีเป้าหมายบ้าง....ปรกติ เที่ยวญี่ปุ่น เราข้ามเรื่องนี้ไปเลย ขอแค่ไปในที่ๆไม่เคยไปเท่านั้นพอ...แต่เที่ยวนี้ คุณนายบอกว่า อยากชมซากุระหนาๆดกๆอีกซักรอบ (เคยประทับใจมาแล้ว ที่ ชิชิบุ tinyurl.com/n9xwlzo เมื่อ 2 ปีก่อน) ก็เลยต้องหาข้อมูลนิดหน่อย ซึ่งแป๊บเดียวก็ได้....
.
ตาราง Sakura Prediction 2017 นี้มา...
.
หมายความว่า ช่วงเวลาที่ไปสายไปช้ากว่าคนอื่นๆนั้น จะได้เห็นก็ต้อง Tohoku ตอนบนๆ และ Hokkaido ตอนต้นๆถึงกลางอย่าง Sapporo เท่านั้น
.
งั้นก็ตามนี้ครับ ขอทาง KMT เปลี่ยนเป็นบินลง โตเกียว กลับ ซัปโปโร (แทนที่จะไป ไปกลับ ซัปโปโร) เพราะโทโฮขุ ไปจากโตเกียวใกล้กว่าไปจาก ฮ็อกไกโด แยะ...ก็เลยได้ลดราคาค่าตั๋วลงมาอีก...เฉิบๆ
.
รูปภาพ
.
ขั้นตอนที่ 3 เรื่องที่พัก ซึ่งปรกติจะไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ แต่คราวนี้ใช้เวลามากหน่อย เพราะ Toyoko Inn บ้านแห่งที่สองของเราในย่านฮ็อกไกโดแทบไม่เหลือช่องว่างให้เราเลย
.
แต่ไม่เป็นไรครับ อยู่เมืองเล็กเมืองไหนก็ได้ ไม่หวั่นเรื่องการออกเดินทางไปเที่ยวอยู่แล้ว ขอแค่มีฐานอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟ ได้ทานอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการทุกวันเป็นพอ...
.
ผลก็เลยสรุปมาก่อนตามตารางข้างต้นนี้ครับ
.
หลักๆคือต้องเป็นห้อง Twin-สองเตียง แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร นอน Double-เตียงใหญ่เตียงเดียวก็ได้ ส่วนห้อง Non-Smoking ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรอีกเช่นกัน เพราะถึงจะเป็นห้องสูบบุหรี่ เราก็มีประสบการณ์มาแล้วว่า เค้าขจัดกลิ่นได้เกลี้ยงเกลาจนไม่รู่สึกรู้สาแบบมาตรฐานมืออาชีพจริงๆ
.
จองเสร็จก็จบ...ไว้ถึงที่แล้ว หากเปลี่ยนแปลงสถานที่ได้ ค่อยว่ากันทีหลัง เพราะในฐานะสมาชิก ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า และปรับเปลี่ยนได้จนนาทีสุดท้าย (ก่อน 4 โมงเย็นของวันเข้าพัก) อยู่แล้วครับ
.


รูปภาพ
.
ขึ้นชื่อว่า Toyoko Inn ...เห็นภาพเลยว่าจะต้องตั้งโด่เด่อยู่ในรัศมีไม่ไกลเกินเดินเท้าจากสถานีรถไฟ หรือรถใต้ดิน 1-5 นาที
.
แต่สาขา โตเกียว Asakusa ที่เราได้ห้องนั้น ไกลกว่ารัศมีที่ว่าแยะครับ เพื่อไม่ให้เสียชื่อ เค้าก็เลย...
.


รูปภาพ

.
.
มีบริการรถชัตเติ้ลบัสรับส่งฟรีทั้งวันทั้งคืนที่ สถานี Ueno เพราะฉะนั้น ก็เลยไม่ต้องลากกระเป๋าให้เหนื่อยทรางครับ
.
รูปภาพ
.
ตกลงตารางท่องเที่ยวของเราช่วงแรก โทโฮขุ ก่อนขึ้นฮ็อกไกโด 27 เมษาฯ ถึง 4 พฤษภาฯ นี้ ก็คือ
.
พักโตเกียว 2 คืน ได้เที่ยว 1 วันเต็ม
.
พัก Ichinoseki เพื่อเที่ยว Kitakami, Hiraizumi, Morioka, Kakunodate, Akita, Aomori, Hirosaki, Hachinohe. โดยตั้งใจอยู่โยง 6 คืนที่ Ichinoseki นี่ที่เดียวไม่ต้องเสียเวลาย้าย
.
แต่ปรากฏว่า จองได้แค่ 4 คืน อีก 2 คืนต้องย้ายไป Kitakami (ซึ่งห่างขึ้นไปแค่ ชินคันเซ็นวิ่ง 18 นาทีเท่านั้น) แทนครับ
.

รูปภาพ
.
คราวนี้มาดูเรื่องการเดินทาง ที่ใช้ Hyperdia เป็นเครื่องมือดูตารางรถไฟ ที่เราได้ความรู้มาใหม่บ้าง
.
โดยปรกติ สำหรับคนที่ถือ เจอาร์พาสส์ เพื่อเดินทางไกลๆ ย่อมตระหนักว่า ต้องติ๊กช่อง รถไฟ Nozomi Mizuho ออก เพราะเค้าห้ามใช้ แต่...
.
ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ
.
จากย่าน Tohoku ทะลุทะลวงไปยัง Hokkaido นั้น คีย์ชื่อเมืองไปแล้ว เสิร์ชเมื่อไหร่ เป็นขึ้นตัวแดง Route Not Found-หาเส้นทางเชื่อมต่อไม่เจอ ทุกคราไป
.
ต้องรบกวนถาม อากู๋ Google ค่อยได้คำตอบว่า
.
ชินคันเซ็นสายหลักย่านนี้ คือ ขบวน Hayabusa นั้น เค้าดันไปจัดไว้ในพวกเดียวกันกับ Nozomi Mizuho ทั้งๆที่ใช้ พาสส์ได้ (เพียงแต่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าทุกเที่ยวเท่านั้น)...ธ่อ
.
ก็เลยต้องติ๊กช่อง Nozomi/ Mizuho/Hayabusa (Shinkansen) ก่อนเสิร์ชถึงใช้ได้ครับ
.
เอาล่ะครับ...ได้เวลาออกเดินทางท่องเที่ยวซะที...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 10:42 pm

รูปภาพ
.
การ ทรานสิท เพื่อรอต่อเครื่อง 8 ชั่วโมงนั้น หลับตาทีไรเป็นเห็นเราสองนั่งแกร่วและโต๋เต๋ไปมาในสนามบินทุกที แต่..
.
ถ้าเป็นที่สนามบิน เถาหยวน ไต้หวันละก็ ไม่ต้องกังวลครับ เพียงแต่ต้องลุ้นนิดหน่อย 555
.
ลุ่น??
.
เรื่องของเรื่องก็คือ...
.
การท่องเที่ยวไต้หวัน เค้ามีวิธีเอาใจนักเดินทางท่องเที่ยวด้วยการจัดทัวร์ครึ่งวันฟรี 2 รอบ (เช้าและบ่าย) สำหรับใครก็ตามที่ต้องรอต่อเครื่อง 8 ชั่วโมงขึ้นไปตั้งแต่ 7-8 โมงเช้า หรือ บ่ายโมงขึ้นไป เพื่อที่อย่างน้อยก็ได้สนุกฆ่าเวลาซัก 4-5 ชั่วโมงโดยไม่ก่นด่าสายการบิน (ซึ่ง EVA Air ของไต้หวันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) แถมยังได้โปรโมทการท่องเที่ยวไปในตัวได้ด้วย
.
แต่ที่เราต้องลุ้นก็คือ
.
เค้ามีที่ว่างบริการให้เพียงรอบละ 18 ที่เท่านั้น โดยกันไว้ 6 ที่ ให้สามารถจองล่วงหน้าได้ 14-30 วัน ซึ่งเราตกคุณสมบัติข้อนี้อย่างเขียด เพราะรู้ตัวก่อนเที่ยวแค่ 5 วันเท่านั้น
.
รูปภาพ
.
สำหรับโปรแกรมทัวร์ ก็มีรายละเอียดดังนี้ครับ
.
รูปภาพ
.
ตอนเครื่องลงจอด ก็เลยต้องรีบจ้ำๆๆๆๆ ผ่าน ตม. ออกไปข้างนอกบริเวณโถงกลางเสียก่อน แล้วเลี้ยวขวาไปตรงที่มีบูธกลมๆ ซึ่ง Tourist Service Center อยู่ตรงนั้น
.
โชคดีครับ มีคนลงชื่อที่ Terminal 1 เพียง 9 คน และที่ Terminal 2 ที่เราลงเพียง 1 คน ทั้งชุดก็เลยแค่ 12 คน สบายไป...อิอิ
.
ขอเรียนว่า ทัวร์นี้ฟรีก็จริง แต่คุณภาพ First Class ทีเดียวครับ เพราะไกด์คือ คุณ Lesly มีงานหลักเป็น Senior Copy Writer ของบริษัทโฆษณา จึงให้ความรู้ สาระ ด้วยภาษาและบุคลิกน่านับถือยิ่ง รวมทั้งเอาใจทุกคนราวแขกผู้มีเกัยรติทีเดียวครับ
.
ขอขอบคุณ Lesly ไกด์กิติมศักดิ์ และ Mr.Lin คนขับด้วยครับ ที่ขับรถมาหากลุ่มเราโดยไม่ต้องให้เดินไกลในทุกที่ด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดียิ่ง จนทำให้ทัวร์ครึ่งวันที่มีฝนหยดเม็ดประปรายประทับใจยิ่งครับ
.
รูปภาพ
.
เริ่มต้นไปที่ ตลาดเก่าสามโตรก- 三峡老街-ซันเสียเหล่าเจีย ซึ่งอยู่ในย่าน 新北-ซินเป่ย
.
.
แค่ลงรถก็ได้กลิ่นอบอวลของขนมปังหอมหวลชวนหิว เพราะเป็นถิ่นขายขนมปัง เขาโค-牛角-หนิวเจี่ยว ที่หน้าตาเหมือน ครัวซอง แต่รสชาติหวานและมีหลายรส.... ชอบร้านไหนแวะอุดหนุนร้านนั้นได้เลยเพราะมีเป็นสิบๆครับ
.

รูปภาพ
.
แล้วก็เดินต่อไปที่ ศาลเจ้าชิงสุ่ยจู่ซือ-清水祖师庙-เทพน้ำใส ซึ่งงดงามอลังการไม่แพ้ วัดหลงซันซื่อ เพราะลวดลายการแกะสลักส่วนต่างๆ ตรึงตรามากครับ
.
รูปภาพ
.
จากนั้น ก็ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ชาวจีนแคะ-Hakka-好客-ห่าวเขอ-New Taipei City Hakka Museum ชมผลิตภัณฑ์งานศิลปะของชาวจีนแคะ ที่เป็นเจ้าถิ่นย่านนี้แต่นานนมมา
.
นอกจากสรรพสิ่งอันพึงพบเห็นในพิพิธภัณฑ์ทั่วไปแล้ว ที่เด่นๆและทันสมัยยิ่งก็คือ ภาพการ์ตูนวิถึชีวิตชาวแคะ และ.....
.
รูปภาพ
.
ตุ๊กตาชุดเสื้อผ้าประจำถิ่นต่างๆที่ดูเพลินมากๆ จนเราคิดว่าอาจจะหาเวลาไปแวะอีกรอบหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
ถัดไปก็คือ ย่าน 莺歌-อิงเกอ-นกกระจิบครวญ เยือนตลาดผลิตภัณฑ์เซเรมิค-Yingge Ceremic Old Street-陶瓷老街-เถาฉือเหล่าเจีย ซึ่งเป็นชุมชนคนจำหน่ายเครื่องเคลือบอันมีดีไซน์ทันสมัยน่าตื่นตามาก (หลายร้านห้ามถ่ายภาพ เพราะเป็นสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัวจริงๆ)
.
รูปภาพ
.
บางร้านมีส่วนให้ลองทำเครื่องปั้นแบบ DIY-Do It Yourself ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ที่เป็นไฮไล้ทของทัวร์นี้ ก็คือการมาที่ Tai-Hwa Pottery ร้านดังของไต้หวัน ซึ่งมีแขกบ้านแขกเมืองระดับประเทศมาเยี่ยมชมตลอด รวมทั้งเป็นร้านที่ผลงานต่างๆถูกผู้นำประเทศใช้เป็นของขวัญคราเยือนประเทศต่างๆด้วย
.
รูปภาพ
.
ยอมรับเลยครับว่า ชั่วโมงครึ่ง-2 ชั่วโมงที่นี่ เป็นความตื่นตาและเป็นการเปิดโลกทรรศน์ใหม่ของการออกแบบที่วิจิตรประณีตสุดๆ สมกับคำชมของผู้นำจีนท่านหนึ่งที่เขียนไว้ว่า 大开眼界-ต้าไคเหยี่ยนเจี้ย-เปิดมุมมองให้กว้างใหญ่พ้นจักรวาล จริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
หากมีโอกาสเขียนรีวิวเต็มๆจะลงภาพให้เต็มที่ให้เพื่อนๆชมนะครับ เพราะเป็นความโชคดีจริงๆ เนื่องจากหากไม่ใช่แขกของ การท่องเที่ยวไต้หวันแล้ว หลายส่วนบุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าชมรวมทั้งห้ามถ่ายภาพด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
กลับถึงสนามบินประมาณบ่ายโมง มีเวลา 2 ชั่วโมงนิดๆเพื่อบินต่อไปญี่ปุ่นเที่ยว บ่าย 3.15 ครับ
.
ถูกต้องแล้วครับ ...8 ชั่วโมงที่รอต่อเครื่อง ไม่เปลืองเวลาเปล่าแท้ๆ แน่จริงมีโปรแกรมอื่นๆมั่งฮี่ แล้วเราจะลอง...555
.
สำหรับรายละเอียดของทัวร์ครึ่งวันนี้ อยู่ที่ http://eng.taiwan.net.tw/tour/index.htm ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 10:49 pm

รูปภาพ
.
จากใต้หวันมาญี่ปุ่น ซึ่งวันแรกกว่าจะถึงโรงแรมก็ 4 ทุ่มแล้วครับ เช้าวันต่อมาคือ 28 เมษาฯจึงต้องตะลุยหนักให้คุ้ม อิอิ
.
นั่นก็คือ เที่ยวสวนสวย 2 สวนที่อยู่กันคนละทิศละทางแต่ไม่ไกลเกินไขว่คว้าครับ
.
แห่งแรกก็คือ Hitachi Seaside Park ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก เดินทางด้วยรถไฟเจอาร์จาก Ueno ไป Katsuta เที่ยว 9 โมงเช้า ใช้เวลา 84 นาทีถึง
.
จากนั้นต่อรถบัสซึ่งลงจากสถานีก็เห็นต่อคิวยาวกันแล้ว มีเจ้าหน้าที่ขายบัตรรวมรถบัสไปกลับ+ค่าเข้าสวน คนละ 1200 เยน (สว.1000 เยน) ประหยัดได้ 100 เยน เพราะค่าเข้าสวนคือ 410 เยน และรถบัสเที่ยวละ 400 ครับ
.
เดินทางประมาณ 15-20 นาที ถึงสวน ก่อน 11 โมงเล็กน้อยครับ
.

รูปภาพ
.
ที่นี่มีไม้ดอกให้ชมทั้งปี โดยแบ่งเป็นส่วนต่างๆอย่างเป็นระเบียบ มีมุมซากุระที่ไม่แพ้ที่ไหนให้ชื่นชมด้วยครับ แต่ที่เด่นๆดึงดูดให้คนมากันก็คือทุ่งดอก Rapeseed เหลืองสะพรั่งและ Nemophila ที่เป็นดอกคล้ายๆพิงค์มอสส์แต่เป็นสีฟ้า เต็มเนินกว้างเหมือนคนทำสีหกไม่ต่างกัน แถมด้วยผู้คนอีกประมาณแสนแปดครับ เหอ เหอ
.

รูปภาพ.
รูปภาพ

รูปภาพ
.
เดินเพลินๆไปทั่วทุกส่วน 3 ชั่วโมงก็ครบถ้วนบริบูรณ์ นั่งรถบัสกลับมาสถานี จับรถเที่ยวบ่าย 2 กว่า จาก Katsuta ไป สถานี Tomita ของเมือง Ashikaga ที่อยู่ด้านบนของโตเกียว แถว Oyama, Utsunomiya โน่น เพื่อชม Wisteria ที่สวน Ashikaga Flower Park โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ครับ
.
รูปภาพ
.
ถึงสถานีโทมิตะ 5 โมงเย็นหน่อยๆ เป็นจังหวะดีทีเดียว เพราะตั้งแต่ 5 โมงครึ่งเป็นต้นไป เค้าลดค่าเข้าสวนให้ 300 เยน เหลือคนละ 1300 เยน ซึ่งจะได้ชมทั้งภาคปรกติกลางวัน-Day Scene และภาคค่ำประดับไฟ-Lighting ด้วยเลยทีเดียว
.
ที่ยุ่งยากหน่อยก็คือ จากสถานีโทมิตะ ต้องเดินไปสวนเอา ใช้เวลา (เค้าบอก 12 นาที) ผมว่า 20 นาทีกำลังดีสำหรับขาไป แต่ขากลับค่ำมืดหลัง 2 ทุ่มลำบากหน่อยโดยเฉพาะเมื่อไม่ค่อยมีเพื่อนร่วมทาง อาจรู้สึกเปลี่ยวเล็กๆแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า ปลอดภัย 100% ก็ตามครับ
.

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
.
สำหรับที่นี่ก็เช่นกันครับ ผมว่า 2-3 ชั่วโมงก็ครบ 2 รอบ 2 ภาคคือภาคแสงสว่างจากดวงอาทิตย์และแสงสว่างจากไฟประดับครับ
.
กลับ Ueno โดยใช้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่งครับ
.
สรุปคือ เที่ยว 2 สวนในวันเดียว สบายมากๆ และเจอคณะที่ทำอย่างเดียวกันเยอะแยะทั้งนักท่องเที่ยวจากใต้หวันและอินโดเนเซียครับ
.
ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตาม เดี๋ยวค่อยมาต่อวันถัดๆไปนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 10:55 pm

รูปภาพ
.
Bye bye Cherry Blossom-พอแล้ว..ซากุระ
.
สวัสดีครับ
.
ด้วยทริปหนีร้อนมาญี่ปุ่นบวกชมซากุระอย่างที่เรียนไปในอัลบั้มที่แล้ว เราก็ได้ชื่นชมซากุระสมใจตั้งแต่ส่วนหนึ่งในสวนฮิตาชิพาร์คใกล้โตเกียว แล้วมาสะใจเต็มที่เมื่อขึ้นมาพักที่ Ichinoseki 4 วัน...
.
เป็น 3-4 รายการเต็มๆ ที่ Kitakami...Kakunodate....Morioka...และที Hirosaki ครับ
.
เจอเข้าไป 3 วันเต็มๆ.. คุณนายเคทก็โบกมือลาแล้วครับว่า.."อิ่มแล้ว เต็มที่แล้ว ไม่ต้องตะลอนไปดูซากุระที่ไหนอื่นอีกแล้วนะ..." 5555
.
รูปภาพ
.
รายการแรก วันที่ 29 เมษายน ตั้งแต่เดินทางจากโตเกียวมาถึง Ichinoseki ฝากสัมภาระที่โรงแรม Toyoko Inn แล้ว ก็ขึ้นชินกันเซ็น 18 นาที มาที่ Kitakami ทันที...
.
เพราะตามตาราง Sakura Prediction บอกว่า วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของซากุระก่อนโรยรา (หมายถึง ร่วงโรยจนเหลือน้อย) แล้วล่ะครับ
.
ปรากฏว่า แม้จะเป็น Last Day อย่างที่เค้าคาดการณ์ไว้ แต่สภาพส่วนใหญ่ยังตื่นตา มีผู้คนมาชื่นชมรวมทั้งยกโขยงกันมาปิกนิกไม่น้อยเลยครับ
.
รูปภาพ
.
เริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลจาก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ที่ตั้งอยู่ภายในสถานี อันตกแต่งด้วยซากุระ และ ปีศาจฟันดาบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการแห่ในเทศกาลที่เราไม่มีโอกาสร่วมงานอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ตามใบปลิวจะเห็นว่า เรามีทางเลือก 2 ทางด้วยกันคือ
.
เดินจากสถานีรถไฟไปประมาณ 7 นาที แล้ว...
.
เลี้ยวขวาไปนั่งเรือข้ามฟากคนละ 350 เยน ใช้เวลาประมาณ 5 นาที หรือ
.
เลี้ยวซ้ายไปข้ามสะพานซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที
.
แบบแรกข้ามฟากแล้ว ต้องเดินกลับมาช่วงหนึ่งไกลพอสมควร หากต้องการชื่นชมซากุระตลอดสาย
.
ในขณะที่แบบหลัง ได้ไปเกือบถึงจุดเริ่มต้น แล้วเดินไล่ตามแม่น้ำขึ้นไปเรื่อยๆ
.
ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วครับว่า "นักเดิน" อย่างเราเลือกแบบที่ 2 ครับ
.

รูปภาพ
.
จากสถานีรถไฟ เดินหน้าไปเรื่อยๆ เมื่อ่ขึ้นตลิ่งก็เห็นทิวซากุระเป็นแนวยาวเลียบแม่น้ำ งดงามมากทีเดียว แม้บรรยากาศจะทึมๆก็ตามครับ
.
รูปภาพ
.
เมื่อข้ามสะพานไป ก็รู็สึกเต็มเปี่ยมแล้วครับว่า มาไม่เสียเที่ยว มาช้ายังดีกว่าไม่มา...555
.
รูปภาพ
.
น่าเสียดายที่เรามาสายเกินกว่าจะเช่าจักรยาน ไม่งั้นก็คงสนุกไปเลย เพราะมีเส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำไปตลอดครับ
.
รูปภาพ
.
ปลา น่าจะเป็นสัญลักษณ์มงคลเดียวกันกับความเชื่อของจีนที่ว่า 鱼-อวี๋ ที่พ้องเสียงกับคำว่า 余-อวี๋ หมายถึง อุดมสมบูรณ์ล้นเหลือ อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
หากมาช่วงเที่ยงแดดจ้า สีชมพูคงเจิดจรัสกว่านี้แน่นอนครับ
.
รูปภาพ
.
No Light ไม่เบาเลยนะครับ ขนาดเป็นวันท้ายๆของซากุระเมืองนี้...
.
รูปภาพ
.
บริเวณจุดพักผ่อน มีร้านค้าประมาณ 10 บูธ เลยขอเลียนแบบคนอื่นๆ ซื้อ Okonomiyaki กล่องละ 500 เยนมานั่งทานมั่ง อิอิ
.
รูปภาพ
.
มุมนี้ ชมพูแจ๊ดกว่าจุดอื่นเลยครับ
.
รูปภาพ
.
เดินชมไปเรื่อยๆจนถึงบริเวณเรือข้ามฟาก ซึ่งเที่ยวสุดท้ายคือ 4 โมงครึ่ง แสดงว่า เราคงกลับมาใช้บริการไม่ทัน ได้เดินขาขวิดแน่...
.
ไปต่อเลยครับ เพราะจุดจัดงานอยู่ข้างหน้าโน่น
.
มีเรือนำเที่ยวด้วย แต่คงเป็นรอบสุดท้ายแล้วครับ ช่วงเย็นอย่างนี้
.
รูปภาพ
.
บริเวณจัดงานที่มีเรือโบราณตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ โดยแบ็คกราวน์เป็นต้นซากุระที่ช่วยให้ดูงามตาเหลือหลาย...
.
รูปภาพ
.
ผู้คนกำลังสนุกกับการเลือกหาอาหารอร่อยมานั่งทาน แต่เราได้แค่ชื่นชมเพราะอิ่มแปร้แล้ว อิอิ
.
รูปภาพ
.
เดินข้ามไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นเนินไปเยือนชุมชนโบราณดีกว่านะครับ
.
สงบเงียบ สวยงาม แต่เมื่อยขาชะมัด
.
รูปภาพ
.
ลงมาบริเวณงานอีกครั้ง แวะศูนย์นิทรรศการอะไรซักอย่าง แต่เค้าปิดแล้ว
.
นึกถึงว่าจะต้องเดินกลับเส้นทางที่ผ่านมาก็หมดเรี่ยวหมดแรงขึ้นมาเฉยๆ...หุหุ
.
ถามเจ้าหน้าทีสาวโบกรถว่า ช่วยโบกเรียกแท๊กซี่ไปสถานีรถไฟให้หน่อยได้ไหม..เธอชี้บอกว่า ให้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเฉพาะกิจข้างซ้ายมือจัดการให้เลย
.
ได้คุณ อิชิซากิ เจ้าหน้าที่ผู้มีน้ำใจจัดการให้ พร้อมบอกว่า แป๊บเดียวถึง ค่ารถแค่ พันเยนเท่านั้น แล้วยังยืนเป็นเพื่อนคุยตั้งนานจนกระทั่งรถแท๊กซี่มา ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 11:03 pm

รูปภาพ
.
เช้าวันที่ 30 เมษายน เราก็จับชินกันเซ็นมาที่ Kakunodate โดยเปลี่ยนรถชินกันเซ็นอีกขบวนที่ Morioka ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะเที่ยววิ่งตรงรวดเดียวที่ใช้เวลาแค่ 93 นาทีนั้น ออกสายมาก
.
เทศกาลซากุระเมืองนี่ ยังมีอีกหลายวัน ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่บานสะพรั่งพอดี ได้โอกาสชื่นชมเต็มที่ในเมืองซึ่งมีบ้านซามูไรที่มีชื่อเสียงหลายแห่งเป็นจุดเด่น ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวท้องถิ่นแวะมาเยือนตลอดทั้งปีครับ
.
รูปภาพ
.
ทุกส่วนทุกด้านของสถานีรถไฟ Kakunodate ตกแต่งเพื่อต้อนรับเทศกาลโดยเฉพาะ
.
รูปภาพ
.
ออกจากสถานี เราแวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพื่อสอบถามว่า จะสามารถผนวก Higashi-Naruse ซึ่งเป็น 1 ใน 15 หมู่บ้านที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นอันอยู่ละแวกนี้ได้ด้วยหรือไม่
.
เจ้าหน้าที่สุภาพสตรีท่านนี้มีน้ำใจมาก ช่วยค้นหาข้อมูลแล้วปริ้นท์รายละเอียดการเดินทางมาให้หลายแผ่น พร้อมอธิบายวิธีไปกลับให้อย่างละเอียด...
.
แต่ความที่ต้องนั่งรถไฟไปต่อรถบัสที่มีไม่กี่เที่ยวต่อวัน ก็ทำให้เราเปลี่ยนใจตามคำแนะนำของเธอว่า "ใช้ชีวิตสบายๆชิลล์ๆดีกว่าเนอะ อย่ากระเสือกกระสนให้เหนื่อยเปล่าเลย รู้สังขารตัวเองแบบเจียมตนดีกว่า..." 555
.
รูปภาพ
.
ส่วนเส้นทางชมซากุระ ก็ตามนี้เลยครับคือ ตรงจากสถานีผ่านชุมชนบ้านซามูไรไปเรื่อยๆ (หลายบ้านต้องเสียค่าผ่านประตูคนละ 400-500 เยน) แล้ววกกลับมาเดินเลียบแม้น้ำอีกที เป็นทางเส้นตรงไม่ยุ่งยากอะไร
.
ที่นี่มีจักรยานให้เช่าเหมือนกันครับ แต่คงไม่สะดวก เพราะนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก เช่าไปก็ได้จูงเหนื่อยเปล่า...อิอิ
.
รูปภาพ
.
สำหรับคนญี่ปุ่น คงซาบซึ้งกับแผ่นพับภาษาญี่ปุ่นนี้มากกว่า เพราะเห็นรายละเอียดและภาพประกอบตำนานที่คุ้นเคยนะครับ
.
รูปภาพ
.
ที่เห็นเยอะแทบทุกมุมก็คือ OTOP ยอดนิยมของเมืองนี้ นั่นคือไอติม (ไม่ใช่ไอสครีมเพราะไม่มีนมผสม) ที่ตักแล้วแต่งเป็นดอกกุหลาบใส่โคน อันละแค่ 200 เยน มีคุณป้าๆขายทั่วๆ... เข้าใจว่าเป็นแฟรนไช้ส์แบบโรตีสายไหมอยุธยาบ้านเราอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
เริ่มชื่นชมซากุระจากสวนสวยของภัตตาคารแห่งนี้ก่อนนะครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็เยือนบ้านซามูไรแห่งแรก...
.
รูปภาพ
.
ก่อนเข้าซอย พิพิธภัณฑ์บ้านซามูไร จะเห็นร้านอาหารดัง 2 เจ้า ที่มีผู้คนต่อแถวรอทานอย่างหนาแน่น
.
รูปภาพ
.
เลาะรั้วชมไม้ดอกสวยๆ และเข้าบ้านซามูไรที่ให้เข้าฟรี ...มีนักดนตรีเปิดหมวกเล่นดนตรีคลาสสิกด้วยครับ
.
ทะลุมาสวนกว้างใหญ่ที่มีซากุระงดงามจับตา
.
รูปภาพ
.
รถแห่เทพเจ้าในเทศกาล..
.
รูปภาพ
.
เต๊ะท่ากับ 2 ซามูไรสาว ที่ผมบอกให้จัดการสังหารคุณนายเสีย แต่ก็ท่าดีทีเหลวซะงั้น ธ่อ...
.
ขอต่อแถวซื้อไอสครีมตามกระแส 2 แฝดน่ารักนี้มั่ง ฮิฮิ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึงริมน้ำ..อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นมานิดๆ...
.
รูปภาพ
.
ไม่ผิดหวังเลยครับ สมคำโฆษณาในเว็บจริงๆ
.
รูปภาพ
.
ขอนั่งพักนั่งชมวิถีชีวิตผู้คนริมน้ำหน่อยนะครับ
.

รูปภาพ
.
บริเวณจัดงานมีการแสดงและร้านอาหารหนาแน่น...
.
รูปภาพ
.
ซื้อขนมไส้ครีมมานั่งทานใกล้ๆกับชาวปิกนิกที่ขนเครื่องดนตรีมานั่งดื่มทานกับคณะครอบครัวอย่างสนุกสนาน... แบบเดียวกับที่พบเห็นแถวเขาใหญ่
.
คุณนายบอกว่า...เหมือนกันทุกชาติ ประดาสามีตั้งวงร่ำสุราเฮฮาเต็มที่ ส่วนภรรยาก็มีหน้าที่คอยจัดอาหารเสิร์ฟแถมต้องดูลูกที่วิ่งซนไปทั่วอีกต่างหาก...ฮึฮึ
.
รูปภาพ
.
เดินต่อมาที่สะพานแดง เพื่อได้ภาพเหมือนในโบร์ชัวร์มั่ง อิอิ
.
รูปภาพ
.
ราวบ่าย 3 เราก็กลับมาสถานี ให้เจ้าหน้าที่ช่วยจองที่นั่งให้ จับรถชินกันเซ็นกลับไปเที่ยวต่อที่ Morioka ...
.
รถ 2 ขบวน Kiss ต่อกันยาวเป็น 17 ตู้เลยทีเดียว...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 11:11 pm

รูปภาพ
.
จับชินกันเซ็นจาก Kakunodate มา Morioka ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็มาถึงสถานี...
.
แต่บ่ายแก่ 4 โมงเย็นอย่างนี้ จะเช่าจักรยานเที่ยว หรือขึ้น Loop Bus โดยใช้ Day Pass ท่อมๆทีละจุดละจุดนั้น คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก...
.
เพราะร้านจักรยานส่วนใหญ่จะปิด 5-6 โมงเย็นอย่างช้า.... ส่วนรถบัสที่มีเวลากำหนดว่าถึงที่นั่นที่นี่แล้วต้องรออีก 15 นาทีครึ่งชั่วโมงกว่ารถเที่ยวต่อไปจะมา คงเที่ยวได้ไม่กี่ที่แน่ เพราะฉะนั้น...
.
ก็เดินเท้าสิครับ จะรออะไรอยู่ล่ะ อุอุ
.
ด้วยการเดินเท้าไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นทางเลือกเดียวสำหรับเวลา 3-4 ชั่วโมงที่มี ก่อนจับรถกลับที่พักที่ Ichinoseki ที่ต้องใช้เวลาเดินทางอีก 40 นาทีครับ
.
ว่าที่จริง ถ้าเราออกจากสถานีรถไฟแล้วมุ่งหน้าไปที่สวน Iwate ที่ Castle Site Park เลย ก็น่าจะได้ชื่นชมซากุระในบรรยากาศที่น่าจะสดชื่นกว่า ยามอัสดง อย่างที่เห็นนี้....
.
แต่เท่าที่พบประสพมาก็ประทับใจไม่น้อยหรอกครับ
.
แล้วทำไมถึงไม่ลิ่วไปเสียแต่แรกล่ะ?
.
เรื่องของเรื่องคือยังงี้คร้าบ เจ้านาย....
.

รูปภาพ
.
ช่วงรอต่อรถที่ Morioka ตอนเช้าก่อนมา Kakunodate นั้น เราแวะศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและได้ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองนี้มาคร่าวๆแล้ว แต่ที่สำคัญและโดนใจมากๆก็คือ บังเอิญเหลือบไปเห็นโปสเตอร์ข้างฝาหลังเคาน์เตอร์เจ้าหน้าที่ ก็ถึงกับน้ำลายหกฉับพลัน
.
สอบถามได้ความมาว่า สถานที่อันน่าตื่นตาเห็นทั้งบุปผชาติสดสวยและมีภูเขา Iwate อันประพิมประพาย ฟูจิซัง เป็นฉากหลังนี้ อยู่แค่เดินไม่ถึง 15 นาทีจากสถานีรถไฟเท่านั้น......
.
รูปภาพ
.
เราก็มุ่งหน้าไป Kaiunbashi Bridge ตามแผนที่เดินเท้าท่องเมืองโมริโอกะ- Morioka Walking Map ที่ขอมาตั้งแต่เช้าเลยครับ
.
แต่แทนที่จะผ่านสะพาน Kaiunbashi แล้วออกขวาไป Morioka Castle Site Park เพื่อชมซากุระในสวน Iwate Park เรากลับปล่อยใจเผลอไผลให้เดินเลียบแม่น้ำเพื่อตามถ่ายภาพ ภูเขอิวาเตะ ให้ถนัดตาในบรรยากาศที่ฟ้าปิดกลายๆเสียนี่
.
ผลก็คือ ออกนอกเส้นทางแนะนำไป จนกว่าจะมาถึงสวนอิวาเตะ ก็ปาเข้าไปเกือบทุ่มรอมร่อแล้ว....
.
ขออธิบายด้วยรูปภาพดีกว่านะครับ
.
รูปภาพ
.
ลงรถไฟมา เดินชมบรรยากาศรอบๆห้องโถงสถานีครู่หนึ่ง ก่อนเดินออกมายังเส้นทางไปสู่สะพาน Kaiunbashi เจอเพื่อนนักท่องเที่ยว 2 คนที่พบปะกันที่ Kakunodate ช่วงเช้า
.
Chris กับ Suraya มาจาก Johor Bahru-ยะโฮร์บาห์รู มาเลเซีย เลยคุยกันถูกคอ เพราะเราเคยเที่ยว Bromo กับ สาวมาเลย์จากเมืองนี้มาแล้ว แถมยังได้ความรู้จากเพื่อน Mao Nipat เจ้าของรางวัล คุณพ่อดีเด่น ที่เพิ่งพาลูกแฝด เน็ตไอดอลทั้งคู่ ไปเที่ยว Lego Land ที่นั่นมาหยกๆ ก็เลยสนทนาอย่างมีภูมิพอตัว อิอิ
.
แล้วก็มุ่งหน้าไปที่สะพานพร้อมๆกัน
.
รูปภาพ
.
ถึงสะพาน (เลข 2) เห็นป้ายประชาสัมพันธ์ด้านข้างก็ยิ้มออกแล้วครับว่า มาถูกทางแล้ว...ทว่า ช่วงที่ยืนอ่าน ถ่ายภาพอยู่ คู่มาเลย์ก็เดินล่วงหน้าไปไกลแล้ว เกินกว่าจะตะโกนเรียกกลับมา
.
เราก็จึงข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามตามลำพัง เพื่อชมภาพที่คาดหวังว่าจะได้เห็นทันที
.
น่าเสียดายที่พิงค์มอสส์ไม่ค่อยหลงเหลือแล้ว สภาพริมตลิ่งจึงไม่ตื่นตาอย่างในโปสเตอร์ แถมภูเขาอิวาเตะที่เห็นแต่ไกลก็ขมุกขมัวหน่อยๆด้วยฟ้าไม่เปิดจ้าเพราะเย็นแล้ว
.
คุณนายบอกว่า ลงไปชมข้างล่างน่าจะสวยกว่า....ได้เลยครับ
.
รูปภาพ
.
อือม์...งามตาไม่เบาเลยนะครับ โดยเฉพาะทิวลิปหลากสีสันที่ชูช่อพลิ้วไสวไปมา...
.

รูปภาพ
.
เดินเลียบสายน้ำที่ไหลเชี่ยวไล่ตามภูเขาอิวาเตะ ลอดใต้สะพาน Asahi-Bashi ไปจนถึง สะพาน Yugaose-Bashi (เลข 3) เป็นกิโลๆ แล้วก็ยอมรับความจริงว่า ยากส์ยิ่งนักที่จะได้ภาพ Mt.Iwate ชัดๆ ก็จึงตัดใจขึ้นมาบนสะพาน ซึ่ง...
.

รูปภาพ
.
ต้นซากุระตรงหัวสะพานก็ช่วยปลอบใจให้ปลาบปลื้มไม่น้อยครับ
.
รูปภาพbol('
.
แล้วเลยต้องลัดเลาะไปที่ เลข 4 ซึ่งเป็นจุดที่ 9 ของแผนที่ทางการ โดยที่ไม่ทราบมาก่อนเลยครับว่า Newlywed House-บ้านคู่สมรสใหม่ คืออะไร..ได้แต่เดาว่า น่าจะเป็นสถานที่ที่จัดพิธีมงคลสมรสสไตล์ญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งกระมัง
.
ปรากฏว่า ไม่ใช่ครับ ที่ถูกคือ ที่นี่อดีตเป็นเรือนหอของ Takuboku Ishikawa กวีเอก และ Setsuko Horiai ซึ่งพำนักด้วยกันนับแต่วันสมรสเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน คศ.1905 ร้อยกว่าปีมาแล้ว
.
โดย อยู่ร่วมกับคุณพ่อคุณแม่และน้องสาวของ Takuboku Ishikawa ครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็เดินตามป้ายสีน้ำตาลอันเป็นสัญลักษณ์ของ แหล่งท่องเที่ยว มาถึง The Rock Splitting Cherry Tree-ซากุระที่งอกทะลวงก้อนหินยักษ์ (เลข 5) ที่มีชื่อทางการว่า Ishiwararizakura หน้าที่ทำการศาลยุติธรรม-Morioka Courthouse ซึ่งน่าทึ่งและแปลกตามากทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
ความสำคัญของ Ishiwararizakura คือ การได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งความเพียร ที่มุ่งมั่นจนแปรเปลี่ยน Impossible-สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็น Possible-สิ่งที่เป็นไปได้ ในที่สุด
.
ทั้งนี้ เพราะ ต้นซากุระที่มีอายุยืนยาวกว่า 400 ปึนี้ ยังคงออกดอกและโรยร่วงตามกาลเวลาในเดือนเมษายนของทุกปีตลอดมา
.
รูปภาพ
.
สุขใจมากๆครับ ที่ได้พานพบโดยความบังเอิญ (อีกแล้ว อิอิ) เพราะไม่ได้อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่แนะนำในแผนที่ของการท่องเที่ยวเลยครับ
.
รูปภาพ
.
ในที่สุด เราก็มาถึง Morioka Iwate Koen (Castle Site Park) หรือสวนอิวาเตะที่อยู่ในบริเวณรอบนอกของ ปราสาทโมริโอกะ จนได้
.
รูปภาพ
.
แม้จะเป็นช่วงเวลาโพล้เพล้ แต่ก็งดงามและแปลกตาไปอีกรูปแบบหนึ่งครับ
.
รูปภาพ
.
ชื่นใจ....
.
รูปภาพ
.
อิ่มเอมใจ....
.
รูปภาพ
.

สดสวย ตรึงตรา...
.
รูปภาพ
.
เกินกว่าคำว่าคุ้มค่า ทั้งเวลาและความเหนื่อยเพลียทั้งมวลจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
เดินกลับสถานีรถไฟผ่านย่านคึกคักของเมืองนี้ไปเรื่อยๆจนมาถึงสะพานแรก ก่อนถึงสถานีจนได้
.
รูปภาพ
.
ขอชดเชยพลังที่สูญเสียด้วย ราเม็งเย็น (ของคุณนาย) และ ราเม็งรสแกง (ของผม) ที่อร่อยมากๆ จากร้านดังในสถานีรถไฟ
.
เป็นการจบวันแห่งความสุขด้วยความประทับใจอีกวันหนึ่งครับ
.
เดี๋ยวไปชมซากุระต่อที่เมือง Hirosaki ที่งดงามติดใจที่สุดของทริปนี้กันนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 11:22 pm

รูปภาพ
.
Hirosaki Cherry Blossom Festival-แก้มือสำเร็จที่ ฮิโรซากิ
.
วันที่ 1 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
แหะ แหะ อย่าเพิ่งพะวงกับคำว่า "แก้มือ" บนชื่ออัลบั้มนี้เลยนะครับ เพราะไม่เกี่ยวอะไรกับ ซากุระ ที่เป็น 1 ในเป้าหมายหลักของทริปนี้เลย ด้วย 3-4 รายการที่ผ่านมา เราได้ชื่นชมซากุระด้วยความประทับใจ อิ่มเอมใจตลอดมา
.
และวันนี้ เราจะเดินทางไปร่วมงาน เทศกาลซากุระ ที่เมืองฮิโรซากิ ซึ่งแต่แรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเป็นพิเศษ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า เป็นจุดชมซากุระที่เต็มอิ่มที่สุด ได้ปิดม่านการชมซากุระทริปนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดครับ
.

รูปภาพ
.
วันนี้ต้องออกแต่เช้า ดีที่ Toyoko Inn อยู่ใกล้สถานีแค่เดินไม่กี่นาที ทำให้เรามีเวลาทานอาหารเช้าที่เริ่มตอน 6.30 น.กว่าครึ่งชั่วโมง แล้วมารอขึ้นรถเที่ยว 7.12 น.ได้สบายๆ
.
ที่ต้องเลือกเที่ยวเช้าอย่างนี้ เพราะเป็นเที่ยวที่วิ่งไป ฮิโรซากิ โดยเปลี่ยนรถ ณ สถานี Shin-Aomori เพียงครั้งเดียว สิริรวมเวลาเดินทางและต่อรถ 144 นาที ในขณะที่เที่ยวถัดไป 7.40 น. ต้องเปลี่ยนรถ 2-3 ครั้งและใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงเศษครับ
.
ช่วงใกล้ๆจะถึง ฮิโรซากิ ภาพผ่านหน้าต่างก็เป็นวิวภูเขาอิวากิ- Mt. Iwaki อันตื่นตา เห็นแล้วอดอิจฉาญี่ปุ่นไม่ได้เลยที่มีภูเขาสวยๆสไตล์ ฟูจิซัง เต็มไปหมด....แม้แต่ที่ Morioka เมื่อวานนี้ ก็มี Mt. Iwate เป็นฉากหลังริมน้ำที่แม้เห็นกลายๆยามฟ้าปิดก็ยังดูสวยไม่ต่างกัน...
.
เอ...หรือพระพรหมท่านจะลิขิตให้เราได้เห็นภูเขาสวยชัดๆแจ่มๆ เป็นการแก้มือ ที่เมืองฮิโรซากินี้หนอ...ปล่าวอธิษฐานแต่ขอให้เป็นจริง.... เพี้ยง 555
.
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่สถานีมีผู้คนคึกคักทีเดียว แต่เจ้าหน้าที่ก็รับมือได้อย่าง Professional-มืออาชีพ ...รับใบปลิวข้อมูลมาแล้ว เราก็เดินออกมาข้างนอกเพื่อเช่าจักรยานตามคำบอก ซึ่งเค้าตั้งบูธเพื่อบริการในเทศกาลนี้เป็นพิเศษอยู่แล้วครับ
.
ค่าเช่าจักรยานวันละ 500 เยน (ถึง 6 โมงเย็น) และสำหรับใครที่มีสัมภาระมาแวะเที่ยวก่อนเดินทางต่อ ก็สามารถฝากของได้ด้วยค่าฝากเพียงชิ้นละ 500 เยนต่อวัน (ถึง 6 โมงเย็นเช่นกัน) เท่านั้น
.
555...เปรี้ยวปาก เอ๊ย คันแข้งมาหลายวันแล้ว เพิ่งได้ขี่จักรยานที่เมืองนี้นี่เอง
.

รูปภาพ
.
คำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ ยังก้องอยู่ในหู ..."เส้นทางชมซากุระ ง่ายมากจร้า คืออยู่ที่ Hirosaki Castle Park-อุทยานปราสาทฮิโรซากิ และบริเวณรอบนอกเป็นหลัก ซึ่งแค่เดินหน้าเป็นเส้นตรงไปเรื่อยๆรับรองได้เห็น เป็นไม่มีพลาดอยู่แล้ว เพราะมีจำนวนทั้งหมดถึง 2600 ต้นทีเดียว".....ว๊าวววว
.
..."แต่อย่าลืมน้า ตัวเอง...ไฮไล้ท์อยู่ที่ตัวปราสาทบนยอดเนินนะ รีบไปตอนนี้เลย แล้วได้เห็นแบ็คกราวนด์ Three in One ..คือปราสาท ซากุระ และ ภูเขาอิวากิ อย่างที่เห็นนี้แน่นอน..."
.
อะริงาโตะ...ขอกคุงคับ...
.
รูปภาพ
.
ขี่ไปเรื่อยๆแป๊บเดียว ก็เห็นโน่นแล้วครับ ซากุระเป็นทิวแถว ...จัดการจอดรถที่ใต้อาคารสำนักงานสุขภาพฯ แล้วเดินข้ามไปร่วมกระแสกับฝูงชน ค่อยๆเบียดค่อยๆหลบ กดแช๊ะมาได้บ้าง...ไม่กี่สิบภาพ อิอิ
.
ความงดงามของมุมนี้ก็คือ นอกจากซากุระที่บานสะพรั่งเรียงเป็นแนวยาวริมน้ำแล้ว ตอกที่ร่วงโรยลงบนผืนน้ำ ยังหนาแน่นเหมือนจอกแหนเป็นสีชมพู ประหนึ่งใครมาทำสีหกไว้ประมาณนั้น...งามจับตาจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
เสนอตัวอาสาถ่ายภาพให้กับหลายคู่ แล้วก็มีคู่ที่ขอถ่ายภาพให้คู่ของเราคืนเป็นการตอบแทนบ้าง...
.
รูปภาพ
.
ดูซากุระร่วงบนผืนน้ำสิครับ....เห็นด้วยไหมครับว่า ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเรา ก็คือ ธรรมชาติ นี่เอง
.
ยังครับ ยังไม่เลี้ยวเข้าอุทยานตามคนอื่นๆ เพราะ.....โน่น ภูเขาอิวากิ เห็นอยู่ข้างหน้าไม่ไกล ขอมุ่งไป "แก้มือ" ให้จ๋ำหนับก่อนนะครับ
.
รูปภาพ
.
มุมที่ไม่ไกลจากอุทยานฯมากนักคือ บริเวณ Fujita Memorial Japanese Garden-สวนฟูจิตะ ซึ่งผมสอบถาม คุณลุง รปภ.หน้าประตูทางเข้าสวนฯว่า จะถ่ายภาพภูเขาอิวากิได้ยังไง ต้องเข้าไปในสวน (ซื้อบัตร) หรือเปล่า ท่านบอกว่า "เดินไปข้างๆนี้ก็เห็น จอดจักรยานไว้แถวนี้แหละ"
.
ไปกันครับ
.
รูปภาพ
.
งามตาพอสมควรครับ แต่ไม่แจ่มเท่าใจปรารถนา...
.
ต้องเดินลงบันไดข้างๆไป...ค่อยยังชั่ว
.

รูปภาพ
.
แล้วก็ชมสวนรอบนอกนี้ไปทั่วๆ ซึ่งเมื่อยืนบนสะพานแดงแล้ว ...
.
รูปภาพ
.
อื้อหือ...หล่อจัง...อ่าฮ้า หล่อจริง...
.
เดินกลับขึ้นมาขอบคุณคุณลุง รปภ.ผู้มีน้ำใจ แล้วก็ขี่จักรยานไปทางอุทยานฯที่ผ่านมาตะกี้
.
รูปภาพ
.
แต่ยังไปทันเข้าอุทยานฯ ก็เห็นทางไปชมภูเขาชัดๆเบื้องหน้า ...ว่าแล้วก็มุ่งไปตามเส้นทางจักรยาน ซึ่งเมื่อขึ้นสะพานไปก็...
.
ดีต่อใจอ่ะ...ได้หมดเมื่อสดชื่นอ่ะ..งามแต้ๆ...
.

รูปภาพ
.
เท่านั้นยังไม่พอ....
.
โน่น ป้ายข้างหน้าบอกทางไปสู่ "ที่ชอบๆ" ของเราสองเสียด้วย
.
ถูกต้องแล้วครับ ห้างอีอ้อน ขวัญใจของเรา ไม่ไปเยือนได้อย่างไร?
.
น่าจะเป็นห้างที่มีวิวแบ็คกราวนด์ที่งามจับตาที่สุดแล้วล่ะครับ
.
เข้าไปในห้าง เห็นตรงลานกลางห้องด้านหนึ่งมีคนกำลังจัดเตรียมเครื่องดนตรี แสดงว่าคงมีการแสดงแน่ๆ
.
ถามเค้าว่า "แสดงตอนกี่โมง?" เค้าบอกว่า "บ่ายโมงตรง"...ได้การ เดี๋ยวไปเดินเล่นหาของอร่อยทานหน่อยก่อน
.

รูปภาพ
.
แวะช้อปสแน็คและเยลลี่ส้ม (ของโปรดยามเหนื่อยร้อน) น้ำส้ม น้ำองุ่น แล้วก็มามุมที่เค้าจัดไว้บริการลูกค้าโดยเฉพาะ...
.
ดูสิครับ น้ำดื่ม เตาไมโครเวฟ มีให้ฟรียังไม่พอ มีน้ำแข็งให้ต่างหากอีกด้วย แถมยัง...มีถุงให้ใส่กลับบ้านด้วยก็ได้..เค้าช่างเอาใจลูกค้าดีจริงๆเนอะ
.

รูปภาพ
.
ได้เวลา ก็มาจอยการแสดงของวงดนตรี 4 หนุ่มน่ารัก วง Sissy ซึ่งอยู่ในวงการมา 8 ปีเข้าไปแล้ว มีแฟนคลับสาวๆมาให้กำลังใจด้วย
.
รูปภาพ
.
ถ้ามาบ้านเรา สาวๆคงกรี๊ดสลบแน่...หน้าตาดีทุกคนเลย
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 11:28 pm

รูปภาพ
.
555....ขาลงสะพานง่ายดี ซิ่งฉิว..แต่ขากลับ เฮ่อ แล้ว เฮ่อ อีก...
.
แต่ไม่เป็นไรครับ ได้มุมสวยอีกแล้ว
.
รูปภาพ
.
ลงสะพานมา ยังมีมุมแจ๋วๆให้อีก แบบนี้ยิ่งกว่า แก้มือสำเร็จ แล้วครับ...ถถถถถถถ
.
รูปภาพ
.
ชอบแบบบ้าน สำนักงาน ร้านค้า ของญี่ปุ่นจริงๆครับ ดูช่างเรียบง่าย แต่สบายตาน่าชมดีจริงๆ
.
กลับมาจอดรถที่อาคารราชการหลังใหญ่ ตรงข้ามทางเข้าอุทยานปราสาทฮิโรซากิ
.
รูปภาพ
.
มีผืนน้ำตรงไหน มีสีชมพูระเรื่อลอยพลิ้วอยู่บนผืนน้ำประกอบเสมอ...ยิ่งประสมประสานกับหญ้าริมตลิ่งสีเขียวสด โคมสีแดง ยิ่งสะดุดตาเข้าไปอีก...
.

รูปภาพ
.
เข้าไปภายในอุทยานฯเลยนะครับ ฟรีครับ ไม่เสียค่าเข้า...
.
เรียนเชิญชมซากุระสีต่างๆไปพร้อมๆกันนะครับ
.
รูปภาพ
.
ช่วงนี้มีการแสดงภาพการ์ตูน (คงเป็นเรื่องดัง เสียดายที่เราไม่รู้จัก) Japan Design Week-สัปดาห์งานออกแบบของญี่ปุ่น มีการเชิญชวนให้ถ่ายรูปได้ ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
ชมทั้งซากุระจริง ซากุระปลอมด้วย เอาให้เต็มที่สมใจอยาก...เล่นเอาเจ้าหน้าที่แอบขำ ก็เลยขอถ่ายภาพด้วยเลย....555
.
รูปภาพ
.
งามเพรียบพร้อมมากครับ (หมายถึง สะพานแดง ซากุระขาวและชมพู สายน้ำ และเรือท่องนที อ่ะ.... อิอิ)
.
รูปภาพ
.
บูธขายของที่ระลึก...และมีบูธ Dr.See-หมอดู ด้วย...
.
รูปภาพ
.
สวยครับ
.
รูปภาพ
.
เดินไปตามเส้นทาง จนถึงทางขึ้นไปยังปราสาท เพื่อชมจุดไฮไล้ท...ตรงนี้ต้องเสียค่าเข้าคนละ 310 เยนครับ
.

รูปภาพ
.
มุมฮิตชั้นบน หาโอกาสกดแช๊ะเหมาะๆไม่ได้เลย ยิ่งเจอทัวร์จีนด้วยแล้ว
.
ต้องลงมาข้างล่างอีกชั้น ค่อยยังชั่วครับ
.
รูปภาพ
.
ยิ่งระดับพื้นละก็ สบายเลย
.
ตรงนี้มีเรื่องประทับใจ...เมื่อผมเอื้อนเอ่ย "สุมิมาเซ็น.." หนุ่มน้อยคนหนึ่ง พร้อมยื่นกล้องออกท่าทีให้เค้าถ่ายให้ ปรากฏว่า คุณพ่อคุณแม่ของเค้าแสดงสีหน้ากังวลและคุณแม่สะกิดคุณพ่อให้เป็นคนถ่ายแทน...
.
เราจึงสังเกตได้ว่า หนุ่มน้อยเป็นคน ออทีสติค และคุณพ่อคุณแม่เค้าเกรงว่าจะได้รูปไม่ดี หรือทำกล้องเสียหายอ่ะครับ
.
แต่ผมและคุณนายก็ยิ้มให้และโบกมือบอกทั้งสองว่า "Don't worry, he can, he can-อย่าห่วงเลยครับ/ค่ะ เค้าทำได้ ทำได้แน่นอน"
.
ซึ่งหนุ่มน้อยก็ทำได้จริง เราเปลี่ยนท่าเปลี่ยนมุมให้กดแช๊ะตั้งหลายรูป ซึ่งตอนรับมา พรีวิวดู เราก็ยกนิ้วบอกว่า "สุดยอดมากๆ ขอคารวะ" ทีละรูปละรูป เล่นเอาหนุ่มน้อยลิงโลดมาก หัวร่อร่าเลย และคุณพ่อคุณแม่ก็ขอบคุณเรายกใหญ่
.
ดูสิครับ ฝีมือไม่เบาเลย
.

รูปภาพ
.
เดินเที่ยวต่อไปเรื่อยๆ แล้วเราก็มาเจอครอบครัวนี้อีกครั้งหนึ่ง คุณนายเลยขอถ่ายภาพคู่กับหนุ่มน้อยด้วย พร้อมโค้งคารวะให้อย่างงาม
.

รูปภาพ
.
เต็มอิ่มมากๆครับ กับอุทยานนี้ แช่มชื่นทุกหยาดหยดเลยทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
2 ชั่วโมงกว่าๆในอุทยานฯ...แล้วก็ได้เวลากลับแล้วล่ะครับ
.
สะพานแดงมีหลายจุดจริงๆ
.
ระหว่างทาง เจอของฮิตตามกระแส..หนุ่มสาวมาถ่ายพรีเว็ดดิ้งกัน..สภาพก่อนถ่ายกับในรูปที่ตั้งโชว์ในงานเลี้ยง คงต่างกันเป็นหน้ามือหลังมือเลยเน้อ...
.
รูปภาพ
.
กลับมาที่สถานี จับรถไปแวะเปลี่ยนที่ ชิน-อาวโมริ ว่าจะเดินเที่ยวเมืองนี้ซักชั่วโมงสองชั่วโมง แต่คุณนายบอกว่า ม่ายอาว...ก็เลยได้ถ่ายกับเทพของเมืองนี้ที่จำลองไว้บริเวณสถานีเท่านั้นครับ
.
จบแล้วครับ ไม่มีซากุระอีกแล้วครับ เดี๋ยวไปเที่ยวต่อมุมอื่นๆบ้าง...ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามตลอดครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 11:35 pm

รูปภาพ
.
Geibikei Gorge, Hiraizumi--ล่องนาวาเมืองมรดกโลก
.
2 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
ผ่านพ้นจากความคาดหวังชมซากุระที่ผลลัพธ์ออกมาสมใจจนอิ่มล้น ก็มาถึงความคาดหวังที่ 2 อันซ่อนเร้นอยู่ในใจตั้งแต่เห็น อาจารย์สองท่านไปทริปนิวซีแลนด์แล้ว นั่นก็คือ การนั่งเรือล่องแก่ง... goo.gl/XAvwLZ ..ประมาณเดียวกันนี้อ่ะครับ
.
แต่ถึงแม้เราสองจะมีจิตใจแกร่งกล้าไม่กลัวฟ้าผ่าดินถล่มปานใด แต่จะให้ทำตาม อาจารย์ Somchai Maneewan และ อาจารย์ Chantana Punlek นั้น ขอผลัดเป็นชาติหน้าช่วงซัก 9 โมงเช้าหรือสายกว่านั้นหน่อยๆละกัน ชาตินี้ยอมให้ทั้งสองท่านข้ามหน้าข้ามตาไปก่อน (...อีกซักอย่างจะเป็นไร ไหนๆก็ข้ามบ่อยข้ามถี่อยู่แล้ว ฮึฮึ)
.
ครับ เราทราบก่อนมาย่านนี้แค่ว่า Hiraizumi นี้ เป็นเมืองยอดนิยมแห่งหนึ่ง จึงกำหนดไว้ในแพลนเท่านั้น..... ต่อเมื่อมาอยู่ที่ Ichinoseki ค่อยตระหนักว่า ของดีห้ามพลาดอย่างหนึ่งที่ปวงประชาเค้าแห่มาเมืองนี้กัน ก็คือการล่องแก่งที่ Geibikei Gorge-โตรก เกอิบิ นี่เอง
.
เพียงข้อมูลข้างต้นนี้ ก็ปลุกใจให้ต้องขอสัมผัสของจริงกันหน่อย และถ้าเป็นไปได้ ก็จะขอร้องคนถ่อเรือให้ช่วยเร่งสปิดให้ได้ซักเศษเสี้ยวหนึ่งของ Shotover Jet ละกัน..555
.
ไปกันครับ สนุกแน่วันนี้.....
.

รูปภาพ
.
ตามแพลนคร่าวๆคือ ช่วงเช้าไป Hiraizumi ที่อยู่ใกล้แค่ค่ารถไฟ 200 เยนเอง แล้วบ่ายๆค่อยไป ล่องแก่งที่ Geibikei Gorge ตบท้าย
.
รูปภาพ
.
ใช่ครับ Hiraizumi อยู่ใกล้ Ichinoseki ที่เราพัก Toyoko-Inn สาขาเมืองนี้ 4 คืนเต็มๆ แต่ไปคนละทางกับ Geibikei Gorge ครับ
.
ด้วยความเชื่อที่ว่า รถไฟ Local ที่วิ่งเฉพาะเมืองใกล้เคียง คงจะมีถี่มากแน่ๆ ทำให้เราตื่นสายและทานอาหารเช้าสบายๆ (ประมาณไปเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้)..ทำให้ออกจากโรงแรมเอาตอน 9 โมงเช้าโน่น ซึ่งเมื่อมาถึงสถานีก็ต้องผงะ เพราะ..
.
ขบวนที่จะไป Hiraizumi เที่ยวที่อยู่บนแผงไฟทางเข้าคือ 10.21 น. ....เฮ้ย..อีกตั้งชั่วโมงกว่าแน่ะ ตาย ตาย ตาย..ดูท่าจะต้องเสียตังฟรีๆไปรถบัสแล้วล่ะ..
.
พลันสติก็คืนมา...
.
อ้าว... งั้นก็สลับโปรแกรม เปลี่ยนเป็นไป Geibikei (ที่ตั้งใจจะไปช่วงบ่าย) แทนก็ได้นี่...รีบละล่ำละลักถามเจ้าหน้าที่ว่า.."แล้วรถที่ไป เกอิบิเก ล่ะครับ?"
.
เจ้าหน้าที่สาวเหลือบตาไปที่ป้าย แล้วบอกว่า "ชานชาลา 2 เหลือเวลาแค่ 2 นาที วิ่งเลยนะ"
.
ควบเลยสิ..จะรออัลไลอยู่ล่ะ..โชคดีที่เข้าออกสถานีทุกวันจนเจ้าหน้าที่คุ้นหน้าว่ามีเจอาร์พาสส์ และคล่องเส้นทางชานชาลาว่าอะไรอยู่ตรงไหนอย่างไร...
.
รูปภาพ
.
คงเป็นลิขิตของพระพรหมท่านแล้วล่ะ ที่จะให้เห็นวิว เกอิบิเก ที่แปลว่า แก่งหรือโตรกจมูกสิงโต ดังโปสเตอร์ที่เห็นไปทั่วนี้
.
รูปภาพ
.
เร่งรีบจนไม่ได้ขอ Train Timetable-ตารางเวลารถไฟ มา จึงไม่ทราบว่า จะต้องนั่งรถไปกี่สถานี.... โชคดีมีแผ่นพับที่หยิบติดเป้มาตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่ จึงยื่นรูปไปถามพี่คนนึงตรงที่นั่งถัดไป ซึ่งพี่เค้าก็ใจดีมาก ลุกขึ้นมาพาไปชี้ที่ป้ายแสดงค่ารถ บอกว่า "ตอนนี้เราอยู่ที่หมายเลข 20 สถานีเกอิบิเก อยู่หมายเลข 25 คืออีก 5 ป้ายเท่านั้น"
.
ใช่ครับ รถไฟสายหวานเย็น-Local ก็บริหารจัดการแบบเดียวกับรถประจำทาง คือ สำหรับผู้ที่ไม่มีพาสส์ ก่อนขึ้นรถ ต้องหยิบบัตรจากตู้ตรงทางเข้าก่อนว่าขึ้นที่ป้ายไหน พอถึงป้ายที่จะลง ก็เตรียมเงินจ่ายคนขับตามราคาที่ขึ้นบนหมายเลขที่เราขึ้น (พร้อมบัตรหลักฐานว่าขึ้นที่ไหน) ได้เลย
.
ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็ถึงจุดหมาย.. มีนักท่องเที่ยวท้องถิ่นลงรถเกือบ 20 คน โดยส่วนใหญ่พากันเดินจ้ำพร่วดไปตามป้ายบอกทางข้างหน้าอย่างรีบร้อน เพราะคงอยากไปขึ้นเรือเที่ยวแรกๆ ซึ่ง.....
.
ระยะทางจากสถานีไปท่าเรือต้องเดินเท้าไป 800 เมตร เราจึงเดินไปเก็บภาพไปอย่างชิลล์ๆเพียงจับตาข้างหน้าว่า ยังไงก็มีเพื่อนร่วมกลุ่ม "ยักแย่ยักยัน" อย่างน้อย 5-6 คนชัวร์ อ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ค่าล่องเรือคนละ 1600 เยน ป้ายข้างฝามีตารางเที่ยวเรือ ประมาณทุกๆชั่วโมงครึ่ง และป้ายน้ำเงินอ่านได้ความ (จากภาษาจีน) ว่า....
.
นี่คือเส้นทางชมวิวทิวทัศน์ 8 บรรยากาศ อาทิ..แสงอรุณ..ในม่านเมฆ...นาวากลางไอหมอก...คนึงนุช...ตะวันยอแสง..ฯลฯ
.
เรียกได้ว่า ขอแค่จินตนาการเป็น รับรองตื่นตาชัวร์ 555
.
ต้องถอดรองเท้าเก็บก่อนลงไปนั่งเป็นสองฟาก
.
วันนี้ ลำของเรามีประมาณ 40 คน (เต็มที่ 68 คน) และมีนักท่องเที่ยวที่ไปก่อนเรา และต่อแถวรอตามหลังไม่ขาดสายครับ
.
คนถ่อเรือของเรา เป็นสุภาพสตรีหนึ่งเดียวของทีม หน้าตาสะสวย แม้จะดูอ้อนแอ้นอรชรแต่ท่าทางทะมัดทะแมงทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
.
เช้านี้อากาศดีมาก เรือกว้างใหญ่นั่งสบาย ทุกคนดูผ่อนคลายและดื่มด่ำกับบรรยากาศสองฟากฝั่งไม่น้อย ในขณะที่คุณเมียวขิซัง สาวถ่อเรือ ก็ทำหน้าที่มัคคุเทสก์สาธยายเรื่องราวต่างๆไปตลอดทาง ....น่าเสียดายที่เป็นภาษาญี่ปุ่น และเราก็เกรงใจเกินกว่าที่จะรบกวนให้คนข้างๆช่วยแปลความให้ฟัง จึงไม่ได้สาระอะไรเข้าพกเข้าห่อมาฝากเพื่อนๆเลยครับ...
.
รูปภาพ
.
ผ่านไปหน่อย สังเกตเห็นซุ้มบนตลิ่งมีคนโบกมือไหวๆ อ๋อ..บริการถ่ายภาพ เพื่อขายให้ตอนกลับนั่นเอง.... นี่คือโอกาสเดียวที่จะได้ภาพบนเรือ เราจึงโบกมือตอบ และจดจำใส่ใจว่า เรือของเราคือ หมายเลข 3
.
บริการถ่ายภาพของญี่ปุ่น จะแตกต่างจากที่อื่นๆที่เราเคยพบมา คือจะมีภาพโชว์ให้เห็นบนแผงเพียงลำละภาพเดียวเท่านั้น ถ้าเราต้องการเค้าถึงจัดการปริ้นท์ให้ในราคาใบละ 1600 เยน (เลือดซิบๆ) ไม่มีการทิ้งเสียของครับ
.
รูปภาพ
.
ครึ่งชั่วโมงหน่อยๆ เรือก็เทียบท่าให้เราขึ้นไปยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ และเขียนป้ายอธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำโตรกผาลำธาร...หลายคนหยิบก้อนกรวดขว้างไปที่หน้าผา เข้าใจว่าคงเป็นการบนบานศาลกล่าวตามความเชื่อของเค้าอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ถ่ายภาพกับคุณลุงคนถ่อเรือที่มาก่อนหน้าเรา 2 ท่าน แล้วก็ได้เวลาล่องกลับ โดยสวนกับเรือที่ตามหลังเรามาอีก 2 ลำด้วยกัน
.
รูปภาพ
.
เที่ยวกลับนี้ นอกจากคุณเมียวขิซัง (สตรีหนึ่งเดีวในทีมตามรูปหลังตั๋ว) จะเล่าเรื่องต่างๆพร้อมปล่อยมุกให้คนอื่นๆหัวเราะกันคิกคักแล้ว ยังครวญเพลงทำนองญี่ปุ่นเดิมให้เราฟังด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะเพราะพริ้งยิ่ง จนทั้งลำปรบมือชอบใจดังสนั่น
.
มีช่วงหนึ่งที่คงเป็นการล่องทวนน้ำ ต้องใช้พลังยันถ่อทั้งตัว แสดงถึงความเป็นมืออาชีพของเธอที่ไม่น้อยหน้าชายอกสามศอกพุงวาครึ่งทั้งมวลเลยครับ
.
รูปภาพ
.
ขอขอบคุณทีมงานทั้งหมดเป็นอย่างยิ่ง ที่สร้างความสุขให้เราด้วยบริการที่เป็นเลิศ เปี่ยมด้วยมิตรไมตรี โดยเฉพาะ เมียวขิซัง มา ณ ที่นี่ด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
เพิ่งมีโอกาสตอนขากลับนี่แหละครับ ถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์ปูชนียบุคคล และป้ายสัญลักษณ์ของ Geibikei Gorge นี้
.
รูปภาพ
.
อยากมาที่นี่อีกรอบ ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหิมะปกคลุมทั่วบริเวณจังเลยครับ เพราะ...
.
รูปภาพ
.
บริเวณรอบๆที่เรียกว่า Higashiyama-บูรพาบรรพต (เขาตะวันออก) นี้ ยังมีอะไรน่าสนใจอีกแยะให้ชื่นชม โดยเฉพาะ...
.
รูปภาพ
.
Kamisukikan (Handmade Paper Center)-ศูนย์ทำกระดาษสา ที่เปิดให้ร่วมกิจกรรมในฤดูท่องเที่ยวด้วยครับ
.
รูปภาพ
.
แต่วันนี้ เวลาเรามีไม่พอ เพราะต้องไปต่อที่เมือง Hiraizumi ซึ่งไปด้วยบัส (ค่ารถคนละ 500 เยน) เร็วกว่าขึ้นรถไฟย้อนกลับไปครับ
.
ป้ายรถบัสอยู่ตรงร้านค้าข้างหน้า ที่ใกล้กว่าไปสถานีรถไฟแยะ มีรถวิ่งจากที่นี่ไป Hiraizumi วันละ 3 เที่ยวด้วยกันคือ 10.00 น. 14.00 น. และ 16.00 น.ครับ
.
อีกสักครู่ ไปเที่ยวกันต่อนะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 26/05/2017 11:42 pm

รูปภาพ
.
Biking in Hiraizumi-ท่องจักรยานเมืองมรดกโลก
.
2 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
นั่งรถบัสจากท่าเรือ Geibikei-เกอิบิเก ไป Hiraizumi-ฮิราอิซูมิ ระยะทางประมาณ 18 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
.
แค่ข้อมูลจำนวนประชากรของเมืองฮิราอิซูมินี้ ก็เดาได้ว่า ...น่าขี่จักรยานเที่ยวเป็นที่สุด...
.
เพราะพื้นที่ทั้งหมด 64 ตารางกิโลเมตร มีประชากรเพียง 8000 คนเท่านั้น เฉลี่ยแต่ละตารางกิโลเมตรมีผู้คนอยู่เพียง 126 คนเท่านั้น ถ้าปราศจากแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อละก็ เป็นจืดชืดเหงาเงียบเป็นเป่าสากทีเดียวครับ
.
รูปภาพ
.
แค่ตัวอาคารและการตกแต่งภายนอกภายในสถานีรถไฟ ก็บ่งบอกแล้วครับว่า รายได้จากการท่องเที่ยวไม่เบาแน่ๆ
.
ขนาดวันอังคารอย่างวันนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวเข้าออกตลอด จึงไม่ต้องสงสัยเลยครับว่า ในวันหยุด สภาพการณ์จะคึกคักปานใด
.
รูปภาพ
.
เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่อยู่ในโถงสถานีฯ บอกว่า.... "สามารถเที่ยวเองได้ 2 แบบ คือใช้รถบัส-Loop Bus ที่วิ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยตั๋ววัน-Day Ticket แค่เพียงคนละ 400 เยนเท่านั้น
.
หรือไม่ก็..เช่าจักรยาน (ที่เราเห็นอยู่ 2 เจ้าข้างๆสถานีฯแล้ว) ก็ได้.... 3 ชั่วโมงแรก 500 เยน ชั่วโมงถัดไป 200 เยน หรือทั้งวันก็ 1000 เยน" ครับ
.
ว่าแล้วก็มอบแผนที่เส้นทางท่องเที่ยวให้เรามา
.
ขอเลือกเจ้าที่อยู่ติดสถานีฯละกัน เพราะเป็นคุณลุงแก่ๆหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส จัดการอยู่ 2 คน..ตกลงเช่า 3 ชั่วโมง ถ้าเกินค่อยบวกเอา ออกเที่ยงกว่าๆอย่างนี้ ยังไงก็ไม่ถึงพันเยนอยู่แล้วครับ
.
ช่วงรถบัสก่อนถึงสถานี มีแวะป้ายจอดแห่งนึงเป็นเหมือนสถานีรถไฟที่มีตลาดชุมชนอยู่ด้านหน้า ผู้คนคึกคักมาก และผมแชะภาพป้ายชื่อมาแล้ว จึงถามลุงว่า "Michi-no-Eki ไปทางไหน?"
.
คุณลุงชี้มือไปทางขวา บอกภาษาญี่ปุ่นที่เดาได้ว่า ตรงไปตลอด พร้อมขยุ้มมือที่ริมฝีปากไปมา แปลความว่า "ไปถามเอาข้างหน้าต่อโน่นนะ พ่อคุณ" 5555
.
รูปภาพ
.
ป้ายแผนผังแหล่งท่องเที่ยวด้านหน้าสถานี ชี้ให้เห็นว่า ที่นี่มีวัดดังๆหลายแห่ง แต่วัดยอดนิยมของสาธุชน พลาดไม่ได้ คือวัด Chusonji-中尊寺ที่เห็นเป็นอาคารสีทองด้านบนครับ
.
เพราะในวัดนี้ มีอาคารสีทองอันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองคำหลายองค์ด้วยกัน ซึ่งเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง
.

รูปภาพ
.
"สุมิมาเซ็น-ขอโทษ" ถามทางแค่ไม่กี่ครั้ง เราก็มาถึงจุดหมาย ซึ่งคงเป็นสถานีรถไฟเปิดใหม่ (เพราะยังไม่มีในแผนที่ แผนผัง หรือแม้แต่ใน Google Map) มีผู้คนพาครอบครัวมาหย่อนใจกันเยอะมาก
.
ที่นี่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์มาก คือ Yanaginogosho Museum ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการในอดีต..... ปัจจุบันเหลือเพียงลานโล่งๆที่ต้องจินตนาการเอาเองว่า ในยุคหนึ่งนั้นอลังการเพียงใด
.
ด้านนอกอาคารสถานี มีซุ้มจำหน่ายอาหาร สแน็คหลายเจ้า มีเก้าอี้ให้นั่งทานหรือพักผ่อนอุ่นแดดรอบๆ
.
ทุกอย่างภายในดูใหม่เอี่ยมถอดด้าม ทั้งส่วนบริการนักท่องเที่ยว และร้านอาหารข้างๆที่ยังมีกระเช้าไม้ดอกแสดงความยินดีตั้งอยู่ในโอกาสเปิดร้านใหม่
.
รูปภาพ
.
ซุปเปอร์มาร์เก๊ตเล็กๆที่มีขนมอร่อยโปรโมทหลายจุด ลูกค้าถือตะกร้าจับจ่ายไปมา ในขณะที่ร้านอาหารมีลูกค้าหนาแน่น พ่อครัวแม่ครัวมือเป็นระวิงเลยทีเดียว
.
แวะดื่มน้ำเย็นที่เค้ามีบริการ แล้วเราก็ขี่จักรยานมุ่งหน้าไปยังเส้นทางสู่วัด Chusonji ครับ
.
อะแฮ่ม...วันนี้เป็นครั้งแรกที่มาชนขบวนแห่ของญี่ปุ่น แม้จะเป็นคณะเล็กๆก็ตาม นั่นคือ...
.

รูปภาพ('
.
ระบำกวางกระโดดหน้าผา หรือ (ที่ผมเรียกว่า) ผีตาโขน ญี่ปุ่น ซึ่งดูฉบับเต็มๆได้ที่ goo.gl/lRBjCK ครับ
.
รูปภาพ
.
จากสถานี Michi-no-Eki ระยะทางไกลพอสมควร กว่าจะข้ามทางรถไฟไปเจอทางแยก..... ด้านขวาไปวัด Chusonji ด้านซ้ายไป วัด Motsuji ซึ่ง...
.
เราขอไปวัดดังก่อน หากมีเวลาค่อยแวะอีกวัดทีหลัง...
.
หากมาด้วยรถบัส ต้องเดินไปช่วงหนึ่งไม่ใกล้เลย ในขณะที่คนบุญหนักศักดิ์ใหญ่อย่างเรา มีรถส่วนตัวมา ก็แวะไปยังที่จอดที่เค้าจัดให้จอดฟรีมีคนดูแลต่างหาก.... อิอิ
.

รูปภาพ
.
555....ต้องเดินขึ้นเขาอีกแล้ว ...ไม่เค้ย ไม่เคย มีทริปไหนที่ไม่ต้องขึ้นเขาขึ้นเนินเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็เถอะ .....สงสัยชาติก่อนสุขสบายเกิ้น กรรมจึงตามมาชาตินี้...หุหุ
.
รูปภาพ
.
เหนื่อยแทบแย่ แต่ก็ต้องยิ้มระรื่น...ไม่งั้นอายคุณยายวัย 85 ที่ลูกชายลูกสะใภ้พามาไหว้พระ โดยไม่พึ่งเครื่องทุ่นแรงใดๆ แถมสีหน้าราบเรียบไม่ออกอาการอะไรแม้แต่น้อย....น่าเคารพสุดๆครับ
.

รูปภาพ
.
บรรยากาศร่มรื่น ใบไม้ใบหญ้าเขียวชะอุ่ม มีศาลเจ้าตลอดทางให้กราบไหว้และพักเหนื่อยไปในตัว...สาธุ
.

รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึงอุโบสถหลังใหญ่ ซึ่งพระคุณเจ้ามีเมตตาต่อสาธุชนยิ่ง อนุญาตให้ทุกคนเข้าไปนั่งถ่ายภาพหน้าองค์พระประธานได้
.
รูปภาพ
.
ก่อนจะไปสู่อาคารทอง ต้องผ่านศาลเจ้าต่างๆอีกหลายจุด...
.
พลันก็ได้ยินเสียงกลองดังมาข้างล่าง แล้วเราก็พบว่า...
.
รูปภาพ
.
มีขบวนแห่ ระบำกวางฯ ที่จะมุ่งหน้าไปแสดงที่หน้าอุโบสถ...
.
โอกาสลอยมาอย่างนี้ มีหรือที่จะไม่ตามติดประชิดขบวน...อิอิ
.
รูปภาพ
.
ยืนชมด้วยความชื่นชอบ และเมื่อการแสดงจบลง ก็ขอถ่ายภาพด้วย.... เลียนแบบทัวร์จีนหน้าอัลคาซ่าร์ ทิฟฟานนี่ ที่พัทยา แต่ไม่ต้องเสียตังอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็กลับขึ้นไปยังอาคารทอง...
.

รูปภาพ
.
ปรากฏว่า ค่าเข้าคนละ 800 เยน ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร แต่เงื่อนไขห้ามถ่ายภาพนี่สิครับ รับไม่ได้เจงๆ
.
เราก็เลยเดินชมเฉพาะภายนอก ส่วนภาพภายใน เพื่อนๆดูเอาจากเน็ต และยูทูป goo.gl/qaH455 ที่ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า เค้าแอบถ่ายมาได้ยังไง...นะครับ
.
รูปภาพ
.
เดินกลับมาอีกด้านหนึ่ง ผ่านศาลเจ้าภูเขาขาว....กราบไหว้ขอพรเจ้าแม่ก่อนลงเขา
.
รูปภาพ
.
โดยแวะนั่งพักตามจุดที่บรรยากาศงดงามด้วยบุปผชาตินานาพันธุ์...
.
รูปภาพ
.
อยากไปต่ออีกวัด แต่ถูกประท้วงโดยเท้าทั้ง 4 ข้าง ก็เลยกลับไปคืนจักรยาน...
.
เลยเวลาจิ๊บๆแค่ครึ่งชั่วโมง คุณลุงทั้งสองไม่ว่าอะไร ก็เลยจับรถไฟกลับ Ichinoseki ครับ
.
นับเป็นวันชื่นสุขอีกวัน เบาบ้างหนักบ้าง ชิลล์บ้างหอบบ้าง แต่ก็ผ่านมาด้วยดี คุ้มค่าแก่การเก็บบันทึกไว้ในความทรงจำอีกวันหนึ่ง
.
รูปภาพ
.
ขอบคุณที่ติดตามนะครับ พรุ่งนี้ไปท่องจักรยานต่ออีกวัน ณ เมือง Akita (ที่ออกเสียงว่า อั๊กตะ 2 พยางค์สั้นๆตามตัวอักษร 秋田) ครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 01/06/2017 11:04 pm

รูปภาพ
.
Akita:City of The Kanto Matsuri Festival-อาคิตะ..ต้นตำนานเทศกาลคันโท
.
3 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
เที่ยวเมืองเล็กๆมาหลายวัน วันนี้ขอเข้าตัวจังหวัดเสียที
.
"อาคิตะ" ชื่อนี้คุ้นหูมานาน แต่การเดินทางมาสู่ไม่ง่ายเลย เพราะอยู่กึ่งกลางระหว่าง โตเกียว กับ ซัปโปโร ที่ลงสนามบินแล้วต้องนั่งชินคันเซ็น 5-10 ชั่วโมงโน่น...
.
จนกระทั่งมาถึงย่าน โทโฮขุ นี่แหละครับ ถึงสะดวกโยธินหน่อย เพียงแต่...
.
เอ่ยชื่อ "อาคิตะ" ทีไร เป็นได้เห็นเจ้าของภาษาออกอาการสะดุดนิดนึงทุกที... ต่อเมื่อเงี่ยหูฟังเค้าเรียกกลับมาจึงค่อยเก๊ตว่า เมืองนี้ ชาวญี่ปุ่นเค้าออกเสียงว่า "อั๊กตะ" ต่างหาก... เพียงแต่รักษามารยาทจึงไม่ได้ทักท้วงคนต่างถิ่นอย่างเรา ด้วยเข้าใจดีว่าออกเสียงตามตัวสะกดภาษาอังกฤษ (แบบเดียวกับ Asakusa คือ อาซัคซ่า ไม่ใช่ อาซากูสะ) ก็จึงหยวนๆไป....
.
เราก็เลยขอหยวนๆตามเรียกชื่อตามความคุ้นชินจนฝังใจเพื่อไม่ให้เพื่อนๆสับสนก็แล้วกันนะครับ...
.
แปลกแต่จริง... เอ่ยชื่อ "อาคิตะ" ชาวอาทิตย์อุทัย จะนึกถึง "เทศกาลโคมไฟคันโทมัตซูริ" ก่อน ในขณะที่คนนอกกลับจะนึกถึง สุนัขพันธุ์ "อั๊กตะ" อันเลื่องชื่อในเรื่องความจงรักภักดีต่อเจ้าของยิ่งนัก.....
.
(คงประมาณ เอ่ยชื่อ "พิษณุโลก" แล้วเราจะนึกถึง "พระพุทธชินราช" มากกว่า สุนัขพันธุ์ "บางแก้ว" ทั้งๆที่เป็นของดังของเมืองสองแควเช่นกัน ปานนั้นมังครับ...อิอิ)
.
นี่คือ 2 ไฮไล้ท์ของเมือง "อาคิตะ"... แต่ด้วยข้อมูลที่เราค้นมาว่า เทศกาลฯที่ว่านั้น เค้ามีช่วงเดือน สิงหาคม โน่น เราจึงพลาดชัวร์ๆ 1 รายการแล้ว...
.
ครั้นจะให้ดั้นด้นค้นคว้าตำนานสายพันธุ์น้องหมาอั๊กตะจนถึงถิ่นฐานบ้านเกิด เราก็ยังไม่อินถึงขนาดนั้น...เป็นอันว่าคงไม่ได้เจอะได้เจอทั้ง 2 ห้ามพลาดของเมืองนี้แน่ๆ
.
ทว่าโชคยังดี ที่เมืองนี้เค้าส่งเสริมการขี่จักรยานชมเมือง เราก็จึงโล่งใจว่า อย่างน้อยก้ได้ท่องจักรยานของชอบไปตามสถานการณ์ก็แล้วกัน ส่วนจะได้เห็นอะไรมากน้อยแค่ไหนไม่ได้คาดหวังอะไรครับ...
.

รูปภาพ
.
วันนี้ หลังทานอาหารเช้าแล้ว เราก็ย้ายจาก Ichinoseki มาพักที่ Toyoko-Inn สาขาเมือง Kitakami ซึ่งเดินทางแค่ 18 นาทีเท่านั้น
.
หลังจากนำสัมภาระเข้าฝากที่โรงแรมแล้ว (เพราะเวลาเช็คอินคือ บ่าย 3 เป็นต้นไป) เราก็ออกมาที่สถานีรถไฟ เพื่อเดินทางไปสู่ Akita ด้วยชินคันเซ็นเที่ยว 9.52 น.
.
ขึ้นมายังชานชาลา มองเห็นทิวเขา คีตาคามิ เป็นแนวยาว สดสวยเย็นตายิ่งนัก (ยิ่งในห้องนอน มองผ่านหน้าต่างเช้าวันรุ่งขึ้น ยิ่งเด่นชัดเข้าไปอีก) และด้วยระยะทางจากสถานีรถไฟมายังโรงแรม ไม่ถึง 200 เมตร จึงต้องบันทึกในใจว่า มีโอกาสมาย่านนี้อีกเมื่อไหร่ สาขานี้คงเป็นตัวเลือกต้นๆของเราชัวร์
.
เปลี่ยนรถที่ Morioka แล้วก็เดินทางต่อ... หลับสบายชั่วโมงครึ่งโดยไม่ต้องพะวงว่าต้องเตรียมลงรถตามเวลา เพราะ Akita เป็น Terminal Station-สถานีสุดท้าย ขืนหลับเพลิน เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดก็จะมาเชิญลงแน่ 555
.
ถึงอาคิตะ เที่ยงครึ่งพอดิบพอดี ...เป็นสถานีใหญ่อลังการมาก มุมหนึ่งนอกจากมีแบนเน่อร์น้องหมาอั๊กตะแล้ว ยังมีแบนเน่อร์ฉลองชินคันเซ็นเส้นทางอาคิตะครบรอบ 20 ปีอีกด้วย
.
รูปภาพ
.
.
ใช่ครับ นอกจากศิลปกรรมทองเหลืองโน่นนี่นั่นแล้ว ที่ขาดไม่ได้คือ โคมไฟทานาบาตะ-Tanabata Lanterns สัญลักษณ์ของเมืองนี้ อันเป็นส่วนสำคัญของ เทศกาลคันโทฯ ที่มีชื่อทางการว่า Neburi Nagashi อันแปลว่า Waghing Away Sleepiness-เทศกาลชะล้างความง่วงเหงาเศร้าซึมออกไปให้หมด ซึ่ง...
.
ในอดีตนั้น เป็นประเพณีที่ผู้คนทำพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษ และขอพรเทพเจ้าให้ข้าวปลาน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ฯลฯ แล้ว ยังต้องลงไปชะล้างร่างกายในลำน้ำ เพื่อขจัดสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต แล้วยามค่ำก็จุดโคมเป็นการบอกกล่าวเทพยดาฟ้าดินให้รับรู้ถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่อง จักได้นำมาซึ่งสรรพสิ่งอันเป็นมงคลทั้งมวลมาสู่ชีวิตครับ
.
รูปภาพ
.
.
ถูกต้องแล้วครับ.... เป้าหมายแรกของเราคือ Tourist Information Center ซึ่งยอดเยี่ยมในด้านการบริการทุกอย่างเช่นทุกสาขา นอกจากต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดียิ่ง หยิบแผนที่มาบอกเราว่าควรเที่ยวไหนบ้างอย่างไรแล้ว เมื่อถูกถามถึง Bicycle Rental-เช่าจักรยาน ก็ยิ้มหวาน พร้อมหยิบซองพลาสติกออกมาเลยครับ
.
"......เป็นบริการฟรี ต้องคืนก่อน 6 โมงครึ่งเย็น แต่ที่สำคัญคือเมืองนี้มีที่ห้ามจอดตรงนู้นตรงนี้ ต้องระวัง ไม่งั้นอาจถูกยกไปเก็บและเสียค่าปรับรับคืน 1540 เยน และกุญแจหายต้องจ่าย 1000 เยนจร้า...
.
เมื่อเข้าใจดีแล้ว ขอพาสปอร์ตมาถ่ายสำเนา แล้วก็ไปรับจักรยานได้เลย ณ ที่จอดรถอาคารตรงข้ามห้างเซบู-Seibu ตามแผนที่จ๊ะ" ...
.
รูปภาพ
.
"คราวนี้ก็มาถึงข่าวดี...เนื่องจากช่วงนี้เป็นวันหยุด Golden Week ที่ศูนย์มรดกศิลปวัฒนธรรม เค้าเลยมีการแสดงการจัดการโคมไฟในเทศกาลฯ ให้ชมเป็นพิเศษทุกวันเวลา บ่ายโมงครึ่ง (ปรกติมี เฉพาะเสาร์-อาทิตย์) เพราะฉะนั้น ห้ามพลาดนะจ๊ะ" ...
.
รูปภาพ
.
"รับจักรยานแล้วก็วิ่งตรงไปเลยจนถึง Kawa-แม่น้ำ แล้วเอาโบรชัวร์นี้ถามคนแถวนั้น ก็ไปถึงไม่ยากจ๊ะ"
.
ขอบคุณมากครับ
.
รูปภาพ
.
ได้ซองเอกสารพร้อมกุญแจแล้ว มุ่งหน้าตรงไปยังทางออกตะวันตก ลงบันไดเลื่อนก็เห็นลานกว้างด้านหนึ่งของห้างเซบู-Seibu แล้ว ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารสีน้ำตาลเขียนภาษาญี่ปุ่น (แต่อ่านเป็นภาษาจีนได้) ตัวเบ้อเริ่มว่า "ที่จอดรถส่วนกลางเมืองอาคิตะ"
.
ขึ้นบันไดไปลงลานจอดรถอีกด้าน ก็เจอคุณลุงรอต้อนรับเราอยู่แล้ว พร้อมจักรยานตามหมายเลขที่หัวกุญแจ
.
รูปภาพ
.
ขี่ตรงไปตามเส้นทางสู่แม่น้ำ (Kawa) พอถึงสามแยกก็เริ่มงง... จัดการตามคำบอก ยื่นโบร์ชัวร์ "สุมิมาเซ็น" ถามพี่คนนี้ปุ๊บ พี่แกดูปั๊บไม่ตอบแต่กวักมือให้ตามมา แล้วก็วิ่งนำฉิวไปเลย.... สุดยอดมากครับ ขอบคุณเป็นที่สุดครับ
.
เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์บอกว่า "ค่าเข้าชมคนละ 100 เยน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาการแสดง เชิญชมทั่วๆก่อนได้" แล้วก็มีสองหนุ่มมาต้อนรับพร้อมสาธยายให้เราทราบว่าจะแสดงที่ห้องไหน และอะไรเป็นอะไร....
.
รูปภาพ
.
เป็นครั้งแรกที่เราได้เรียนรู้ว่า การแห่โคมไฟไม่ใช่เรื่องทำง่ายๆใครก็ทำได้ทำเป็นอย่างที่คิด แต่เป็นศิลปะการเลี้ยงโคมไฟที่สูงใหญ่เป็นต้นไม้บนฝ่ามือ..หน้าผาก.. บ่า... สะโพก.. ฯลฯแบบนักกายกรรม ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนจนมีชั่วโมงบินเป็นเดือนเป็นปีทีเดียวครับ
.
ถ่ายภาพกับเทพทั้งมวลที่เป็นส่วนสำคัญของการแห่ในเทศกาลฯ
.
รูปภาพ
.
ภาพวาดประกอบข้างฝา สื่อให้เห็นบรรยากาศอันยิ่งใหญ่อลังการ เป็นที่กล่าวขวัญของผู้คนทั่วไป
.
แวะห้องนิทรรศการเพื่อชมเครื่องแต่งกายแบบต่างๆและอุปกรณ์นานาชนิดตามวัฒนธรรมประเพณี...
.
รูปภาพ
.
แล้วก็ได้เวลาแสดง ผู้ชมหนาแน่นทีเดียวจนต้องไปนั่งด้านข้างอีกแถว...
.
คณะผู้แสดงเป็นทีม ที่มีโลโก้ "กระต่ายตำข้าว" เป็นเครื่องหมาย...คงคล้ายๆของเราที่เป็นคณะลูกเจ้าพ่อโน่นนั่น ฯลฯ
.
ทีมหญิงรัวกลอง ทีมชายเริ่มโชว์ลีลา...
.
สำหรับโคมไฟที่ไม่สูง ก็ตื่นเต้นบ้างเป็นธรรมดา..
.
รูปภาพ
.
แต่เมื่อเริ่มเอาไม้มาต่อทีละท่อนละท่อนสูงแน่วจนโคมไฟทั้งแผงโค้งงอเป็นเป็นเครื่องหมายคำถามแล้วยังสามารถเลี้ยงบนฝ่ามือ... หน้าผาก... บ่า.. สะโพกได้ ต้องนับว่ายอดเยี่ยมจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
ยิ่งเมื่อแสดงกันสองคน แล้วเลี้ยงแผงโคมไฟให้โค้งงอสวนกันอย่างสวยงาม ยิ่งต้องคารวะในฝีมือจริงๆครับ
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาถึงช่วงให้ผู้เข้าชมมีโอกาสร่วมสนุก ซึ่งตัวแทนทีมชาติของไทยก็ถูกเชิญเป็นคนแรก....
.
ขออนุญาตไม่เล่านะครับว่า สร้างเกียรติประวัติหรือทำขายหน้าประชาชีอย่างไรแค่ไหนกันแน่...นะครับ หุหุหุ
.
รูปภาพ
.
สุดท้าย ก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์หัวหน้าทีม คณะผู้แสดงทั้งชายหญิง มา ณ ที่นี่ด้วย สำหรับโชว์ที่ประทับใจตลอดเวลา 40 นาทีเต็มครับ
.
รูปภาพ
.
หวังว่า สักวันหนึ่ง เราคงมีโอกาสได้ร่วมงานเทศกาลสัมผัสของจริง ที่ตื่นตาดังเช่นคลิปข้างล่างนี้ครับ
.
https://www.youtube.com/watch?v=_cSuZ3E4j-o
.
https://www.youtube.com/watch?v=X9DvOq0VZ-4
.
รูปภาพ
.
ไปไหนต่อดี... มุ่งหน้้าไปที่สวนสาธารณะ เซ็นชู-Senshu Park ก่อนแล้วกันครับ
.
รูปภาพ
.
ว๊าว...แปลกแต่จริง แต่เป็นไปแล้วครับ ...
.
ป้ายบอกทาง มีภาษาไทยด้วย เพียงแต่ฟ้อนท์ที่ใช้ดูคล้ายๆฟ้อนท์ภาษาลาวอ่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ผ่าน ภัตตาคาร Rectte..ร้านเสริมสวย La Beautie..เลี้ยวเข้าซอยไปก็ทะลุสู่ สวนสาธารณะ เซ็นชู-千秋公园-Senshu Park
.
นั่งพักเหนื่อยก่อนขึ้นเนินไป ที่ข้างๆ อนุสรณ์สถาน Shouji tarō-東海林太郎 นักร้องเพลงป้อบระดับศิลปินแห่งชาติ ในยุค คศ. 1933 ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่มีลำโพงเปิดเพลงของท่านตลอดเวลา (ไม่แน่ใจว่า 24 ชั่วโมงหรือเปล่า)
.
เพลงดังเพลงหนึ่งของท่านก็คือ Akagi no Komoriuta-赤城の子守唄-Akagi Lulaby-เพลงกล่อมเด็กจากเขาอะกางิ ตามลิงค์ goo.gl/6vOjPG นี้ครับ
.
รูปภาพ
.
อุตส่าห์ขี่ขึ้นเนินไปสวนเซ็นชู แต่บรรยากาศโดยรอบก็ไม่ต่างอะไรจากสวนอื่นๆ เราจึงลงมาและขี่ชมเมืองผ่านศูนย์การค้า Area Nakaichi-広小路側外観....Kawabata Night Life Area-川反饮食街...โบสถ์คริสต์ที่มีดีไซน์ทันสมัย...
.
รูปภาพ
.
แล้วก็มาแวะ ตลาดสดชาวบ้านในช่วงตลาดเริ่มวาย ที่มี Daiso สาขาหนึ่งอยู่ที่นั่นด้วย
.
รูปภาพ
.
ผ่าน ร้านอาหาร...วัด..และไน้ท์คลับที่ยังไม่เปิด จนมาถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต 激安の殿堂-Gekiyasu ซึ่งข้าวของโดยเฉพาะพวกขนมนมเนย ช็อกโกแล็ต ราคาถูกกว่าที่อื่นมาก ก็เลยเตร็ดเตร่ในนั้นอยู่พักใหญ่ครับ
.
รูปภาพ
.
ใช้เวลาร่อนชมเมืองย่านโน่นย่านนี่ในอาคิตะทั่วๆประมาณ 5 ชั่วโมงหน่อยๆ ก็กลับมาคืนจักรยาน นั่งพักทานขนมที่ลานข้างห้างเซบู ก่อนเดินทางกลับครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/06/2017 10:09 am

รูปภาพ
.
One Day in Hachinohe-เที่ยวมั่วๆใน..ครัวเรือนที่ 8
.
4 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
ไม่ทราบจริงๆครับว่า "ครัวเรือนที่ 8" หมายความว่าอะไร และมีระบบการนับอย่างไร...
.
ที่ผมเรียกอย่างนี้ ก็มาจากชื่อเมือง Hachinohe เมื่อเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น จะอ่านและแปลเป็นภาษาจีนได้ว่า 八戸-ครัวเรือนที่ 8 และ...
.
ในละแวกนี้ ก็มีอีกเมืองชื่อ Gonohe-五户 ที่แปลได้ว่า ครัวเรือนที่ 5 ด้วย...
.
จึงค่อนข้างมั่นใจว่า คงมีลำดับการนับจริงๆ เพียงแต่เสิร์ชหาที่มาที่ไปไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ผิดถูกขออภัยล่วงหน้าด้วยนะครับ
.
เมือง Hachinohe นี้ เราเคย Transit (แหะ แหะ เรียกเสียโก้ไปเลย ความจริงแค่แวะเปลี่ยนขบวนรถไฟอ่ะครับ) มาหนหนึ่ง เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว (Japan First Time) ก่อนไปเที่ยว Hakodate ครั้งกระโน้นครับ
.
Hachinohe-ฮาชิโนเฮ่ ประสพเคราะห์กรรมจาก สึนามิ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว (คศ.2011) จนบ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลังคา และเรือประมงขนาดใหญ่ถูกคลื่นซัดกระแทกฝั่งจนอ่าวเสียหายไปทั้งแถบ กระทั่งนักดำน้ำจากเรือ Safeguard ของอเมริกา ต้องมาช่วยเสริมทีมกู้ภัยของญี่ปุ่นเร่งเคลียร์พื้นที่ เพื่อให้สามารถนำส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ได้....
.
ที่เราเลือกมาเที่ยวที่นี่ในวันสุดท้ายก่อนขึ้นเหนือไปฮอกไกโด ก็เพราะจากการค้นข้อมูล พบว่า Hachinohe เป็นเมืองเดียวในย่านนี้ ที่ดูเหมือนจะมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจกว่า Aomori (ที่เราแวะผ่านมาเมื่อ 2 วันก่อน) บ้างเท่านั้น จึงไม่ได้คาดหวังอะไรเช่นเคย ทว่า...
.
การณ์กลับปรากฏว่า นี่คือเมืองใหญ่ ที่เป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่ใหญ่มากระดับประเทศ แม้ปัจจุบันจะปรับเปลี่ยนเป็นเมืองอุตสาหกรรมอันประกอบด้วย เคมี เหล็ก ซีเมนต์ และ ปุ๋ย ฯลฯ ตลอดแนวอ่าวก็ตาม แต่...
.
แหล่งท่องเที่ยวในเมืองนี้ กลับมีหลายหลากมากมาย จนอดรู้สึกเสียดายไม่ได้ที่มีเวลาน้อยเกินไป จึงเก็บได้เฉพาะเท่าที่ทำได้เท่านั้นครับ
.
รูปภาพ
.
จาก Kitakami มา Hachinohe แม้จะต้องเปลี่ยนรถที่ Morioka ก็ใช้เวลาสั้นๆแค่ชั่วโมงหน่อยๆเท่านั้นเอง
.
จากแผนที่นี้ แสดงว่า เราตัดสินใจถูกแล้วที่มาเมืองนี้ เพราะเท่ากับ เป็นการเก็บเกี่ยวย่านนี้เกลี้ยงเกลาไม่เหลือหลอจนไม่ต้องมาอีก หรือ หากจะมาซ้ำในฤดูอื่นก็คงอีกนานครับ
.
รูปภาพ
.
แค่ลงรถเข้าไปในห้องโถงสถานี ก็ได้ไอเดียสว่างวาบแล้วครับว่า จะต้องไปเที่ยวที่ไหนกัน?.... เห็นโฆษณาข้างฝาแล้วใช่ไหมครับ
.
ซ้ายมือคือ ชายหาด Tanesashi Coast ที่จัดว่าเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น-Nationally designated Place of Scenic Beauty
.
ส่วนขวามือที่เห็นหมู่นางนวลโบยบินไม่ไกลจาก เสาโทริอิสีแดง อันเป็นสัญลักษณ์ของศาสนสถาน ก็คือ Kabushima Island เกาะน้อยที่เป็นถิ่นฐานของนางนวลหางดำ-Back-tailed Gulls กว่า 4 หมื่นตัว...
.
ส่วนม้าประดิษฐ์ 2 ตัว คือสัญลักษณ์ของ ม้าไม้นำโชค Yawata-uma horse ของเล่นพื้นบ้านที่นิยมมอบเป็นของขวัญให้กันในวันมงคล อาทิ วันแต่งงาน ฯลฯ และเป็นของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองนี้ต่างซื้อติดมือกลับบ้านกันครับ
.
ไปกันครับ ไปที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อน...
.
รูปภาพ
.
ออฟฟิซใหญ่มากทีเดียวครับ มีบริเวณให้นั่งพักผ่อนกว้างขวาง และเจ้าหน้าที่ก็ให้ความช่วยเหลือดีมากครับ
.
รูปภาพ
.
แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม 2 แห่งดังกล่าวข้างต้นนั้น ไปเยือนได้ไม่ยาก โดยนั่งรถไฟไปที่สถานี Same-鲛-ซาเม่ (แปลว่า ฉลาม) ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วโมง และเราสามารถไปเที่ยว 9.31 ได้เลย... 10 โมงก็ถึงแล้ว
.
รูปภาพ
.
จากนั้น ก็ต่อรถบัส เที่ยว 10.08 น. หน้าสถานีฯไปได้เลย จะแวะ เกาะนางนวล (ป้ายที่ 3) ก่อน หรือจะไปสุดสายที่ ชายหาด แล้วค่อยกลับมาทีหลังก็ได้...รถบัสเที่ยวกลับมีทั้งวันจนถึง บ่าย 4 โมงโน่น...
.
รูปภาพ
.
สำหรับ ค่ารถบัส จะซื้อเป็นเที่ยวก็ได้ เที่ยวละ 100 เยน หรือตั๋ววันก็ 700 เยน รวมค่ารถไฟไปกลับ ฮาชิโนเฮ่ ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ที่ไม่มีพาสส์ใดๆ
.
รูปภาพ
.
แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่เป็นที่นิยมมาก อยู่ในตัวเมือง ฮาชิโนเฮ่ นี้เอง คือ Hasshoku Center ตลาดอาหารทะเล สามารถนั่งรถบัสสาย 4 จากหน้าสถานีไปได้ ใช้เวลา 20 นาที ค่ารถคนละ 100 เยน
.

รูปภาพ
.
เอาละครับ เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด รีบจับรถไฟเที่ยว 9.31 น. ไป Same-鲛-ซาเม่ ก่อนเลย...
.
จากสถานี ฮาชิโนเฮ่ ไปเพียง 6 สถานี คือพอถึง Shirogane ป้ายหน้าก็ใช่ ซาเม่ แล้วครับ
.
นั่งรถไฟแบบชิลล์ๆ ทาน วาฟเฟิ้ล Kitkat รสเหล้าสาเก ที่ช้อปมาหลายห่อจาก ซุปเปอร์มาร์เก็ต 激安の殿堂-Gekiyasu เมืองอาคิตะเมื่อวานนี้...หอมอร่อยมากๆเลยครับ น่าเสียดายที่หาจากเมืองอื่นทีหลังไม่ได้เลย รู้งี้ขนมาเยอะๆหน่อยก็ดี
.

รูปภาพ
.
ถึงสถานี ซาเม่ มีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ตั้งโต๊ะแนะนำนักท่องเที่ยวว่า จะไปเที่ยวที่ไหนบ้างอย่างไร ซึ่งทุกคนก็มาสายเดียวกัน คือเที่ยวเส้นทางเกาะนางนวล ชายหาดสวยทั้งนั้น......
.
"ถ้ายังงั้นก็ รีบออกไปเลี้ยวซ้ายยืนรอรถบัสที่ป้ายได้เลยค่ะ"
.
ออกจากสถานี ถ่ายภาพกับ ฉลามน่ารัก ที่มีชื่อทางการว่า Same Monument-อนุสาวรีย์เหมือนกัน เอ๊ย อนุสาวรีย์ซาเม่...แหม่ เกือบไปแล้ว อิอิ
.
รอแป๊บเดียว ก็มีบัสโฮสเตสส์ (มี 2 คน ยูนิฟอร์ม สีเหลืองคน และ สีแดงคน) ก็มารอต้อนรับ และนำทั้งหมดขึ้นรถบัสไป พร้อมเป็นไกด์บรรยายสถานที่ต่างๆตลอดทาง ได้ความรู้ดีมาก เสียแค่ ไม่เข้าใจ เท่านั้นเอง เพราะเธอพากย์ญี่ปุ่น...555
.
เราเลือกที่จะนั่งชมตลอดทางไปสุดสายก่อน ระหว่างทางก็มาร์คจุดสนใจว่า ขากลับจะแวะที่ไหนบ้าง
.

รูปภาพ
.
ถึงชายหาด Tanesashi Coast ซึ่งสวยสมคำร่ำลือ ลานหญ้าสีเขียวกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ในขณะที่ทั่วบริเวณสะอาดเกลี้ยงเกลา จึงเห็นหลายๆครอบครัวเลือกปักหลักพักผ่อนที่นี่ ด้วยมีสิ่งอำนวยความสะดวกนานัปการ ทั้งศูนย์บริการฯ ร้านอาหาร ฯลฯ
.


รูปภาพ
.
แต่สำหรับเรา ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะกลับไปเดินเทรลที่ผ่านมาตะกี้ ก็จึงแค่ถ่ายภาพนิดหน่อยแล้วก็จับรถเที่ยวกลับฉับพลัน
.
รูปภาพ
.
ป้ายจุดชมวิว Ashigezaki Observatory นี่แหละครับ ที่เราจดๆจ้องๆไว้
.
ประทับใจมากครับ เพราะแดดจ้าในบรรยากาศเย็นสบายอย่างนี้ เดินยังไงก็ชิลล์ๆครับ
.
รูปภาพ
.
เดินไป พักไป กดแช๊ะไป...ดูเผินๆเหมือนเป็นธรรมชาติสร้างสรรค์ แต่ความจริงต้องอาศัยการดูแลรักษา ตกแต่งด้วยมือมนุษย์ไม่น้อยเลย...
.
รูปภาพ
.
วิวสดใสงามตามากกก...ไม่ทราบว่า อาเหล่าอึ้มมายืนบังทำไม..เฮ่อ
.
รูปภาพ
.
เดินท่องไปเรื่อยๆ คำว่า "เหนื่อย" หลุดหายไปจาก ปทานุกรม เมื่อไหร่ไม่รู้ตัว...
.
รูปภาพ
.
กระทั่งเห็นลานจอดรถและอาคารต้อนรับนักท่องเที่ยวด้านหนึ่ง และป้อมวงกลมซึ่งก็คือ จุดชมวิว อาชิเกซากิ อยู่อีกด้าน
.
รูปภาพ
.
อาคารร้านอาหารมีลูกค้ายืนรอซื้อไอสครีมแถวยาว ส่วนอีกหลังที่ย่อมลงมาหน่อยเป็นห้องน้ำครับ
.
รูปภาพ
.
ภาพถ่ายในมุมประชาสัมพันธ์ ทำให้ทราบว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เคยเสด็จมาที่นี่ด้วย
.
รูปภาพ
.
หนุ่มน้อยเลือดซามูไร 3 คนน่ารักมาก อาสาถ่ายภาพคู่ให้เรา ถามว่า "เป็นนิสิตมหาลัยใช่ไหม?" เค้าบอกว่า "จบมาช่วยพ่อทำงานหลายปีแล้วฮับ"
.
รูปภาพ
.
แผนที่แสดงว่า เราเดินมาไกลเอาการเลยล่ะ...
.
รูปภาพ
.
.
หอตรวจการณ์บนเนินสูงแบบนี้ เราผ่านมาแยะแล้ว ขอชื่นชมข้างล่างละกัน เพราะเท้าไปยอมขยับขึ้นไปอ่ะ..หุหุ
.
รอรถบัสเพื่อไปยังจุดสำคัญที่สุดของเส้นทางนี้ คือ....
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/06/2017 10:46 am

รูปภาพ
.
บุกรังนกนางนวลหางดำ ที่ ศาลเจ้าคาบูชิม่า ไงล่ะครับ
.
รูปภาพ
.
ตอนลงรถใหม่ๆ สถานการณ์ก็ยังปรกติ...
.
รูปภาพ
.
เมื่อเข้าใกล้ จึงพบว่า นี่คือมาเหยียบถิ่นเสือชัดๆ...บินว่อนวนเวียนไปมาอย่างคุ้นคนยิ่ง ไม่ออกอาการประหม่าแม้แต่น้อย...
.
รูปภาพ
.
หน้าตาน่ารักทุกตัวเลย โดยเฉพาะจะงอยปาก ตอนบินมาใกล้ๆ คิดถึงปากเป็ดพะโล้ขึ้นมาตะหงิดๆๆ...55
.
รูปภาพ
.
ศาลเจ้าอยู่บนเนินโน่น อีกด้านเป็นอ่าว...
.
สีแดงของประตูตัดกับดอกหญ้าเขียวเหลืองบนเนินดีจัง...
.
รูปภาพ
.
ตอนนี้ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่..
.
รูปภาพ
.
แต่พอขึ้นบันไดเท่านั้นแหละครับ.... บินปล่อยของขาวข้นไปทั่วเลย...ทางศาลเจ้าถึงกับมีร่มให้ยืม และมาทราบทีหลังว่า มาที่นี่ ไม่ควรสวมเสื้อผ้าสีดำ เพราะโดนเข้าเป็นดูไม่จืดอ่ะครับ...
.
รูปภาพ
.
เต็มไปหมดทุกซอกทุกมุม เฉพาะที่ฟักออกมาแต่วันก็คงนับไม่ถ้วนครับ
.
รูปภาพ
.
เจ้าถิ่นจริงๆ ไม่เหลือพื้นที่ให้พันธุ์อื่นๆได้แอ้มเลย...
.
อยู่ได้แค่ประด๋าว โชคดีมากครับที่ไม่มีอะไรแปดเปื้อนเลย..
.
รูปภาพ
.
เดินชมรอบๆอ่าวสักพัก ก็จับรถกลับสถานีรถไฟ คืนสู่ ฮาชิโนเฮ่ ครับ
.
รูปภาพ
.
ไม้ดอกระหว่างป้ายรถไปสถานี ที่เมื่อเช้าถ่ายไม่ทัน คงเหมาะสำหรับอากาศเย็นๆเท่านั้น บ้านเราอย่าหวัง...
.
รูปภาพ
.
ขณะอยู่บนรถไฟ คุณป้าที่นั่งข้างๆพยายามสื่อสารกับเราด้วยภาษาสากล (มือไม้) ได้ความว่า "ตลาดอาหารทะเล Hasshoku Center พลาดไม่ได้นะเธอว์..."
.
ลงรถแล้วก็เดินนำเราไปที่ป้ายรถสาย 4 ที่อยู่หน้าอาคารศูนย์ส่งเสริมสินค้าโอท้อป (มั้ง) ซึ่ง...
.
ยังมีเวลาเหลือนิดหน่อย จึงเดินเข้าชมข้างใน ...
.
ว๊าว...ชุดตกแต่งเซ่นไหว้ในเทศกาลฯอลังมากๆ เพราะเป็น...
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 02/06/2017 11:02 am

รูปภาพ
.
เทพเจ้าแห่งโชคลาภตราบฟ้าดินสลาย ทั้ง 7-天长地久七福神-Seven Lucky Gods อันประกอบด้วย....
.
รูปภาพ
.
- Ebisu-恵比寿-เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์
- Daikokuten-大黒天-เทพเจ้าแห่งธุรกิจการค้า
- Bishamonten-毘沙門天-เทพเจ้าแห่งชัยชนะ (ใฉ่สิ่งเอี้ย)
- Benzaiten-弁財天-เทพเจ้าแห่งความงามและสติปัญญา
- Fukurokuju-福禄寿-เทพเจ้าแห่งความสมหวัง เจริญรุ่งเรือง และ อายุวัฒนะ (ฮกลกซิ่ว)
- Jurojin-寿老人-เทพเจ้าแห่งความเคารพนับถือ
- Hotei-布袋-เทพเจ้าแห่งพิทักษ์คุ้มภัย
.
ขอทุกๆองค์ประทานพรแด่เพื่อนๆทุกท่านด้วยเทอญ
.
รูปภาพ
.
น่าเสียดายที่เราไม่ทราบข้อมูลมาก่อนว่า ทุกๆวันอาทิตย์ ฮาชิโนเฮ่ จะมีตลาดเช้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น คือ Tatehana Wharf Morning Market เพราะเพิ่งเห็นโฆษณาที่ร้านค้าตัวอย่างหน้าสถานีรถไฟนี่เอง
.
หากมีโอกาส เพื่อๆอย่าพลาดนะครับ รายละเอียดอยู่ที่ http://www.en-aomori.com/food-025.html ครับ
.
รูปภาพ
.
ข้างๆเป็นร้านอาหารพื้นเมืองของที่นี่ครับ
.
รถบัสมาแล้ว ไปกันครับ
.

รูปภาพ
.
ตลาดอาหารทะเล Hasshoku Center มีรถไปกลับประมาณทุกๆชั่วโมง เที่ยวสุดท้ายจากที่นั่นมาสถานีรถไฟ คือ 17.46 น.ครับ
.
ดูสิครับ ขนาดบนรถยังมีโฆษณาเชิญชวนเลยครับ
.

รูปภาพ
.
ก็ไม่อลังเท่าไหร่ครับ แต่ผู้คนหนาแน่นมากทีเดียว
.
รูปภาพ
.
ช่วงต้นๆเป็นร้านอาหาร ถัดเข้าไปข้างในเป็นตลาดสินค้าต่างๆ
.
และด้านในสุดเป็นตลาดสดอาหารทะเล
.

รูปภาพ
.
มีอาหารปรุงเสร็จเป็นแพ็คๆให้ซื้อไปหาโต๊ะนั่งทาน หรือเทคโฮมได้
.
รูปภาพ
.
เราทานอาหารแพ็คเป็นปลาทอด เทมปุระ ทอดมัน และซุป ทั้งหมด 1950 เยน...แหะ แหะ ขอโทษครับ หลักฐานไม่มี เพราะเร่งอร่อยจนลืมถ่ายไว้อ่ะครับ...อิอิ
.
รูปภาพ
.
เป็นดงนักทานจริงๆ
.
รูปภาพ
.
เพลินจนไม่ทันรถเที่ยวสุดท้าย ต้องจับแท๊กซี่กลับสถานี โดยถามโชเฟอร์ก่อนว่า ประมาณเท่าไหร่? คุณลุงบอกว่า "คงซักไม่เกิน 1300 เยน"
.
โอเช ไปกันครับ ...ปรากฏว่า ก่อนเลี้ยวเข้าสถานี มิเตอร์ขึ้นไปที่ 1290 เยนแล้ว.... ถ้าถึงจุดหมายคงเกิน 1400 เยนชัวร์
.
คุณลุงสุดยอดมาก กลัวเสียหน้าหรือต้องการรักษาคำพูดก็ไม่ทราบ Stop มิเตอร์ไว้แค่ 1290 นั่น แล้วก็ขับมาส่งเราหน้าสถานีครับ
.
ขอคารวะจริงๆ...
.
ขอยืนยันอีกครั้งครับว่า ฮาชิโนเฮ่ สุดยอดมากครับ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวดีๆอีกมากมายให้ Explore..... ถ้าจัดเวลาได้ มาช่วงเทศกาล ปลายเดือนกรกฏาคม นะครับ แล้วค้างซักคืนสองคืน เพื่อชื่นชมตลาดเช้าให้เต็มที่...Toyoko Inn ก็มีสาขาที่นี่ครับ
.
ปี 2017 นี้ มาค้างคืนวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 30-31 กรกฏาคม ได้เที่ยวทั้งตลาดเช้าและร่วมงานเทศกาลครับ และ...
.
ถ้าจะไปจริงๆ อย่าลืมชวนด้วยน้า.....:-)
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

Re: Japan-Taiwan Trip April 27-May 23, 2017

โพสต์ #  โพสที่ยังไม่ได้อ่าน โดย วุฒิ » 03/06/2017 8:53 pm

รูปภาพ
.
Change for the better-เปี๋ยนไปตามกาลเวลา
.
5 พฤษภาคม 2560
.
สวัสดีครับ
.
ใช่ครับ....โลกนี้ไม่มีอะไรคงอยู่ยั่งยืนนอกจากความเปลี่ยนแปลง หรือ "การเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์"...ดังสำนวนที่ว่า "The Only Thing That Is Constant Is Change-ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งเดียวที่ถาวร" ...
.
ถึงเราจะมาญี่ปุ่นค่อนข้างบ่อย แต่สิ่งหนึ่งที่พยายามทำคือ ไม่ไปซ้ำเมืองเดิม (ไม่นับเมืองที่ตั้งของสนามบิน อย่างโตเกียว-Narita, นาโกย่า-Chubu Centrair, โอซาก้า-Kansai หรือ ซัปโปโร-New Chintose) หรือแหล่งท่องเที่ยวเดิม จึงไม่ค่อยเห็นอะไรที่เป็นความเปลี่ยนแปลงมากนัก
.
แต่แหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่เรามีโอกาสไปซ้ำถึง 3 ครั้งและเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งตื่นตาและแปลกตา ก็คือ สวนโอโดริ-Odori Park ที่ เมืองซ้ปโปโร-Sapporo ครับ
.
ครั้งแรก เมื่อ 10 ปีที่แล้ว สวนโอโดริในภาพฝันมีสภาพเหมือนแหล่งเสื่อมโทรมไม่มีผิด เพราะไม่เพียงถูกหิมะกลบทับจนต้องปิดสวนเท่านั้น ยังมีแทร็กเตอร์ไถเกลี่ยไปทั่วบริเวณที่เลอะไปด้วยดินโคลนที่ผสมกับหิมะ จนอดรำพึงในใจไม่ได้ว่า "เค้ามาดูอะไรกันที่นี่อ่ะ"
.
ครั้งที่สอง เป็นครั้งที่เราสุดเพลินเดินทะลุทั่วไปสวนที่มีมุมบุปผชาติ ผสานผสมบนลานหญ้าสีเขียวสดและน้ำพุฟุ้งซ่านขาวใส...และ ที่นี่เอง ที่อาสาสมัคร ณ บูธบริการนักท่องเที่ยว แนะนำร้านเช่าจักรยานราคาถูกให้เราได้ท่องทั่วเมืองอย่างแสนประทับใจ
.
ครั้งที่สาม หนนี้.. มีเวลาไม่นานแค่เดินผ่าน แต่ก็ได้พบเห็นการตกแต่งสวนที่ลงตัวงามตา ผู้คนจับมุมหย่อนใจของตนเองอย่างรื่นรมย์ กลิ่นอายของความสุขอบอวลไปทั่วอาณาบริเวณ..
.
ถูกต้องแล้วครับ ความเปลี่ยนแปลงอุบัติขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมันคือสัญญานของการดำรงอยู่ของชีวิต ที่ยังมีลมหายใจอันสื่อถึงความ Mature ตามกาลเวลาที่ผ่านไป เพื่อ...
.
สิ่งที่ดีกว่า... สังคมสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และไม่หยุดยั้งเพียงเท่านี้แน่นอน
.
รูปภาพ
.
ทริปของเราทริปนี้ก็เช่นกันครับ การเดินทางจาก โทโฮขุ ที่มีธรรมชาติงดงามสภาพแวดล้อมหนาแน่น มาสู่ฮอกไกโดที่บรรยากาศค่อนไปทางโปร่งโล่งกว้างใหญ่ มีเรื่องที่ต้องปรับเปลี่ยนมากพอสมควร....
.
รูปภาพ
.
สิ่งแรกที่คาดหวังว่า ถ้าปรับได้คงดี ก็คือ Toyoko-Inn ที่เราจองไว้ ณ Tomakomai ถึง 6 คืน (เพราะเมืองอื่นเต็มหมด) นั้น ย่อมจำกัดความสามารถในการเคลื่อนไหวของเราแน่ๆ เพราะอย่างเก่งก็เที่ยวได้ในรัศมีแคบๆ ด้วยด้านบนแถบ Asahikawa, Sapporo, Otaru เราเก็บมาเกือบหมดจดแล้ว.....
.
ในขณะที่เมืองไกลที่อยากไปอย่าง Obihiro และ Kushiro แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปเที่ยวแบบไปเช้ากลับเย็นได้ เพราะใช้เวลาเดินทางเที่ยวละเกือบ 3 ชั่วโมง (โอบิฮิโร่) ถึง 4 ชั่วโมง (คุชิโร่)..
.
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านั้นวันสองวัน เราก็โชคดีที่เสิร์ชพบว่า Toyoko-Inn ที่ Obihiro ซึ่งก่อนหน้านั้นเต็มหมด เกิดมีห้องว่างในวันที่ 7 และ 8 ขึ้นมาโดยบังเอิญ... ทว่ายังติดปัญหาเล็กๆ คือ..
.
ไม่สามารถคลิกจองได้ เพราะเค้าเซ็ตระบบให้ไม่สามารถจองซ้ำ 2 แห่งในวันเวลาเดียวกัน.... ครั้นจะ แคนเซ่ล โทมาโกมัย ไป 2 วันก่อนเพื่อจอง โอบิฮิโร่ ก็ไม่แน่ใจว่า ช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่ แคนเซ่ล นั้น จะถูกคนอื่นแย่งที่ไปเสียก่อนหรือเปล่า...
.
ที่หวาดหวั่นที่สุด ก็คือ จองของใหม่ไม่ได้ หวนกลับมา ของเก่าก็ถูกแย่งที่ไปด้วยละก็ เท่ากับซวยคูณสองเลย...
.
เพราะฉะนั้น จึงต้องรอมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ฟร้อนท์ สาขา Tomakomai ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ
.
เพราะเค้าจัดการ Hold ห้องทั้งที่ Obihiro และ Tomakomai ไว้ก่อน จนหว่าเราจะจัดการ Modify-แก้ไข ทางเว็บ (หน้าเคาน์เตอรฺนั้น) จนเป็นที่เรียบร้อยสมใจ..... ทั้งๆที่แต่แรก เราก็พร้อมที่ให้เค้าโทรจองและจ่ายแพงกว่าในราคาบุคคลทั่วไปก็ตาม
.
ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วย
.
และนี่คือ โปรแกรมใหม่ของเราใน 6 วันที่เหลือในฮอกไกโด.....ที่ "เปี๋ยนไปตามกาลเวลา-Change For The Better" เรื่องแรก
.
.
รูปภาพ
.
วันที่ 5 พฤษภาคม ที่เราเดินทางมาราธอน 5 ชั่วโมงครึ่ง จาก Kitakami มา Tomakomai นั้น ช่วงแวะเปลี่ยนรถที่สถานี Shin-Hakodate-Hokuto ....
.
เมื่อมาสู่ชานชาลา 3 เพื่อจับรถ Ltd Exp Super Hokuto 7 ต่อนั้น เราก็ต้องงงเล็กๆว่า "ตู้ที่ 5-Car.5) ตามตั๋วที่จองมานั้น จะต้องไปรอขึ้นรถที่ตรงไหนดี?
.
รูปภาพ
.
สำหรับเพื่อนๆที่ผ่านญี่ปุ่นมาแล้ว คงทราบดีนะครับว่า การรอขึ้นรถให้ตรงกับตู้ที่นั่งของเรานั้น มีจุดสังเกตดังนี้คือ
.
- ดูที่ป้ายไฟก่อนว่า ขบวนของเรานั้น ชื่ออะไร และสำคัญคือ มีโบกี้กี่ตู้
.
- ดูที่พื้นว่า หมายเลขไหน ตรงกับ จำนวนโบกี้ของเรา เช่น (ในภาพ) หมายเลข 5 มีเลข 8 เล็กๆซ้ายมือ หมายถึงถ้าเป็นรถ 8 โบกี้ ตรงนี้คือ ตู้ที่ 5.....และถ้าเป็นรถ 16 โบกี้ตรงนี้คือตู้ที่ 10 ครับ
.
- หรือไม่ก็ ดูป้ายที่แขวนบนราวข้างบน โดยสังเกตชื่อขบวนรถของเราว่าชื่ออะไร อาทิ Kamui, Suzuran หรือ Lilac แล้วก็เลือกยืนตามชื่อรถและหมายเลขตู้ที่ระบุไว้
.
(ส่วนอักษร 3 ตัว 指定席 ในกรอบสีเขียว หมายถึง ตู้ Reserved Seats และ 自由席 ในกรอบสีน้ำน้ำเงินหมายถึง Non-Reserbed Seats ครับ)
.
แรกๆอาจจะสับสนเล็กๆ แต่พอซักเที่ยวสองเที่ยวก็จะเริ่มคุ้น (เดี๋ยวนี้ยังดี เมื่อก่อนบางแห่งนอกจากบนพื้นแล้ว ยังมีเลขตู้ที่กำแพงตรงข้ามด้วย อิอิ) ครับ
.
รูปภาพ
.
ค่อยยังชั่ว....
.
ที่เจ้าหน้าที่รถไฟ เค้ายืนรอแถวนั้นอยู่แล้ว... เดินมาหาเรา พร้อมขอตั๋วไปดู แล้วดูแฟ้มของตัวเอง ยิ้มบอกเราว่า "ตู้หมายเลข 5 ของคุณ คือ ตัวอักษร J ครับ"
.
ไม่รอช้า ผมรีบขอความรู้จากเค้าทันที จึงพบว่า ทั้งชานชาลา จะไม่มีเครื่องหมายและตัวเลขสีต่างๆอีกแล้ว แต่จะแทนที่ด้วยกรอบตัวอักษร A, B, C, D,...พร้อมชื่อตามหลังให้จำได้ง่ายๆเช่น K-Kelp, L-Lavender, H-Horse.... เป็นต้น
.
ใช่ครับ ตอนนี้ต้องดูตารางในแฟ้มก่อนว่า ตู้หมายเลขไหนของขบวนไหนคือ อักษรอะไร...
.
แต่หากทุกอย่างลงตัวแล้ว เชื่อว่า ต่อไปข้างหน้า หมายเลขตู้โบกี้ตามหลังคำว่า CAR. บนตั๋วของเรา ก็จะถูกแทนที่ด้วย พยัญชนะ เลย.... เพื่อให้ความยุ่งยากสับสนหมดสิ้นไป สำหรับทั้งนักเดินทางเก่าและใหม่...
.
นี่คืออีกหนึ่ง "เปี๋ยนไปตามกาลเวลา-Change For The Better" ที่หวังว่า คงไม่ต้องก้าวหน้าขนาดให้เราเอามือถือยิงบาร์โค๊ตบนตั๋ว แล้วส่งเสียงเป็น GPS นำทางไปยังจุดที่ควรจะเป็นหรอกนะครับ...มันเกินไปอ่ะตัวเอง...555
.
รูปภาพ
.
เดินทางมาถึง Tomakomai บ่ายโมงเศษ จัดการเรื่องเปลี่ยนห้อง 2 คืนเป็น Obihiro และฝากสัมภาระไว้เรียบร้อย เราก็จับรถมาที่ ซัปโปโร เพื่อ ภารกิจสำคัญ ของคุณนายเคท...
.
นั่นคือ คุณท่านฝันเห็น ปูยักษ์ร้านนันทา มาหลายเดือนแล้ว...555
.
ครับ แม้จะยังพอมี ซากุระ ให้ชื่นชมใน ซัปโปโร ที่ยังเบ่งบานจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคมโน่น แต่เราไม่สนแล้วครับ.....
.
ขอเดินจากสถานีรถไฟ (ทั้งไปและกลับ) ชมบ้านเมืองไปเรื่อยๆ... ผ่านสวนโอโดริ จนทะลุมาถึง อาคาร Cyber City ที่ย่าน Susukino เพื่อพิชิตเป้าหมายที่แพลนไว้โดยพลัน
.
นั่นก็คือ บุฟเฟ่ต์อลังการ ที่ Nanda-นันทา ซึ่งเราฝันเห็นหลายรอบตั้งแต่ครั้งไปหนแรกเมื่อ 2 ปีก่อน.....
.
ตามลิงค์ goo.gl/8SSiye นี้ครับ
.
รูปภาพ
.
ชะอุ๋ย...ลงลิฟท์มาชั้นล่าง แม้อุ่นใจเล็กๆกับบรรยากาศคุ้นเคย แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ "เปี๋ยนไป" แล้วครับ
.
-- ตอนนี้ มีเจ้าหน้าที่ต้อนรับเป็นคนไทย 2 คน ที่ติดป้ายบนหน้าอกเสื้อเป็นสัญลักษณ์ธงชาติ 4 ประเทศ บ่งบอกว่า สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษา ไทย อังกฤษ จีน และ ญี่ปุ่น ครับ
.
-- ครั้งที่แล้ว ทานก่อนจ่ายทีหลัง ราคา 2 คน 7,960 เยน (คนละ 3,980 เยน) ให้เวลาทาน 90 นาที.....ครั้งนี้ จ่ายก่อนที่ตู้เลย 2 คน 11,200 เยน (คนละ 5,600 เยน) ให้เวลาทาน 100 นาที และ..
.
-- เจ้าหน้าที่จะนำเราไปที่โต๊ะโดยอธิบายสรรพสิ่งที่วางตามชั้นทั้ง 2 ฟากอย่างละเอียด (เดี๋ยวนี้มีน้ำจิ้มซีฟู้ด รสไทยแซ่บๆให้ด้วย)
.
-- ลูกค้าเกือบทั้งหมด เป็นคนไทยครับ บรรยากาศจึงเหมือนนั่งทานที่ร้านบุฟเฟ่ต์ในบ้านเราตามโรงแรม 2-3 ดาวที่ขายดีทั้งหลาย
.

รูปภาพ
.
ใช่ครับ แพงขึ้นตามกาลเวลาและอัตราเงินเฟ้อ แต่ก็ถือว่าไม่แพง.... อาหารแบบเดียวกันนี้ ถ้าเป็นบ้านเราน่าจะต้องจ่ายเป็นเท่ากว่าสองเท่า จึงถือว่าคุ้มค่าสมราคา.....
.
แม้เที่ยวนี้ เราจะไม่ค่อยสะใจกับปูยักษ์เท่าไหร่ เลยทานแค่ 4-5 ตัว และ 10 กว่าก้ามและกรรเชียง เท่านั้น.... แต่กุ้งใหญ่สิครับ...เนื้อหวานอร่อยโฆษๆ ทว่า...น่าเสียดายที่ทานได้ไม่มากเท่าที่ใจปรารถนา คือแค่....
.
28 ตัว (ประมาณ 2 โลกว่า) เท่านั้น.... อิ่มก่อนเวลา 10 นาทีอีกต่างหาก ...
.
แบบว่า สงสารร้านเค้า กลัวเค้าขาดทุนอ่ะ...5555
.
ใช่ครับ...นันทาเปี๋ยนไป ...เราก็เปี๋ยนไปด้วย โอ้ววว์
.
.
หมายเหตุ:ยังมีเรื่องที่ "เปี๋ยนไปตามกาลเวลา-Change for the better" อีกแน่ๆ ทั้งญี่ปุ่นและใต้หวัน.....เดี๋ยวว่างจะมาเล่าเพิ่มต่อในอัลบั้มนี้นะครับ
.
ภาพประจำตัวสมาชิก
วุฒิ
Site Admin
 
โพสต์: 3543
ลงทะเบียนเมื่อ: 10/12/2007 10:58 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง งามต่างแดน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน

cron